Friday, May 14, 2021
HomeAuto Test(มีคลิปวีดีโอ) ทดลองขับ Ford Ranger FX4 Max กับการเผชิญ 8 สถานการณ์ลุย

(มีคลิปวีดีโอ) ทดลองขับ Ford Ranger FX4 Max กับการเผชิญ 8 สถานการณ์ลุย

Ford Ranger FX 4 Max กระบะพันธุ์แกร่งตัวลุยรุ่นล่าสุดที่ ฟอร์ด ประเทศไทย จำกัด วางจำหน่ายในตลาด มากับด้านหน้าใหม่ที่ดุดัน กระจังหน้ารมดำ ยางออเทอเรนขนาด 265 70 17 เบาะนั่งหนัง Alcantara พร้อมปักตราสัญลักษณ์ ช่วงล่าง Fox และอีก 6 ช่องเชื่อมต่ออุปกรณ์ลุย ภาพรวมของรถรุ่นนี้ดีไซน์มาเพื่อตอบโจทย์สายออฟโรด แต่สมรรถนะในทางลุยนั้นจะเป็นเช่นไร ติดตามได้จากรายงาน

Ford Ranger FX4 MAX มากับการปรับโฉม พร้อมวางหมากให้เป็นรถรุ่นที่สมบุกสมบันมากว่ารุ่น Wildtrack แต่ยังไม่สมบูรณ์แบบเท่ากับ Raptor หลายๆคนมักขนานนามว่ารถรุ่นนี้คือ Baby Raptor

Ford Ranger FX 4 MAX 1

เริ่มจากการปรับหน้ากระจังให้คล้ายคบลึงด้วยการนำโลโก้ออก ปรับเป็นตัวอักษร F O R D ที่ก่อนหน้า สามารถหาซื้อได้ตามร้านประดับยนต์ แต่วันนี้ Ford Assesories ตั้งราคาจำหน่ายไว้ 3000 บาทโดยประมาณ ชุดไฟหน้าเป็นแบบเดียวกับ Ranger รุ่นปี 2020 ได้ประโยชน์จากโปรเจคเตอร์เลนส์แอลอีดีและมีกลางวันรวมอยู่ในโคมเดียวกัน

Ford Ranger FX 4 MAX 2

โป่งล้อทำมาใหม่ เพื่อรองรับกับความกว้างของหน้ายางขนาด 265/70 R17 ซึ่งเป็นดอกยางออเทอเรนของ BF Goodrich รุ่น KO 2 ในขณะที่ Raptor ก็ใช้รุ่นนี้แต่เป็นขนาด 285 R17

Ford Ranger FX 4 MAX 3

จากการที่เพิ่มความสูงจากการเปลี่ยนขนาดยาง ทำให้ Ford Ranger FX 4 MAX มีความสูงมากกว่า Wildtrak 31 มม. บันไดข้างดีไซน์ใหม่เพื่อให้การเข้า/ออก ห้องโดยสารได้สะดวก ถูกติดตั้งพร้อมกับโรลบาร์เพื่อเป็นอุปกรณ์มาตรฐานประจำรุ่น

Ford Ranger FX 4 MAX 4

 

ฝาท้ายยังไม่ได้ติดตั้งระบบช่วยผ่อนแรงแต่มีการออกแบบใหม่ให้มีคำว่า F O R D ขนาดใหญ่ และติดเซ็นเซอร์เสียงเตือนขญะถอยจอด ซึ่งไม่มีการเชื่อมต่อภาพไปแสดงที่หน้าจอกลาง

Ford Ranger FX 4 MAX 5

เบาะนั่งสไตล์สปอร์ตหุ้มหนัง Alcantara พร้อมประทับตราสัญลักษณ์ชื่อรุ่น

Ford Ranger FX 4 MAX 7

ชุดคอนโซลและแผงข้างแบบเดียวกับ XLTเพิ่มเติมในส่วนของสวิทช์เชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมในการลุยที่รวมกันไว้ถึง 6 ช่อง

Ford Ranger FX 4 MAX 8

จอกลางแบบทัชกรีนขนาด 8 นิ้วมาพร้อมเทคโนโลยี Sync 3 รองรับคำสั่งเสียง และเชื่อมต่อแบสมาร์ทโฟนได้

Ford Ranger FX 4 MAX 9
เครื่องยนต์ยอดนิยมสำหรับกระบะพันธุ์แกร่งในรูปแบบของขุมพลังดีเซลคอมมอนเรลไบเทอร์โบขนาด 2.0 ลิตรให้กำลังสูงสุด 213 แรงม้า 500 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ มีบวก/ลบที่คันเกียร์

Ford Ranger FX 4 MAX 9

สำหรับระบบขับเคลื่อนเป็นแบบ Shift on The Fly แต่ไม่ได้ติดตั้งเทคโนโลยี Terrain Management System มาให้

Ford Ranger FX 4 MAX 10

ระบบช่วงล่างหน้าเป็นแบบอิสระแมคเฟอร์สันสตรัท หลังเป็นแหนบแผ่น แต่การยึดเกาะน้องๆ Raptor เพราะมีการอัพเดทโช๊คอัพเป็นของ Fox แบบ Monotube ทั้ง 4 ต้น ซึ่งคู่หลังมาพร้อมซับแทงค์

Ford Ranger FX 4 MAX 13

ตัวช่วยการขับขี่ไม่ได้นำระบบ Driver Asist ทั้งหมดมาใส่ไว้ แต่ก็ยังมีครุสคอนโทรล ระบบช่วยออกตัวบนทางชัน และระบบช่วยลงทางชันซึ่งมากับทีเด็ดโดยสามารถควบคุมความเร็วขณะลงทางชันได้ตั้งแต่ 3-30 กม./ชม. ติดตั้งไว้รองรับสถานการณ์ลุยโดยเฉพาะ

การทดสอบในครั้งนี้จะเน้นไปในเส้นทางทุรกันดารกับสถานีลุยที่ได้จำลองสถานการณ์ต่างๆมาไว้มากมาย

Ford Ranger FX 4 MAX 14

 

เริ่มที่สถานีลงทางชัน เป็นการทดสอบระบบช่วยลงทางชันหรือ Hill Desent Control ที่พิเศษกว่าคู่แข่งตรงที่สามารถควบคุมความเร็วในระหว่างใช้งานได้ตั้งแต่ 3-30 กม./ชม.

ด้วยสภาพเส้นทางที่มีความลาดชันอาจเกิดความเสียหายต่อรถ แต่การออกแบบให้มีมุมปะทะ 31 องศา มุมจาก 29 องศา ทำให้โอกาสที่เกิดการกระแทกจากสภาพเส้นทางที่กันชนหน้าและหลังนั้นน้อยลง

Ford Ranger FX 4 MAX 15

ต่อด้วยการเปลี่ยนระบบขับเคลื่อน เดิมทีจาก 4L มาเป็น 4H ซึ่งเป็นการตัดต่อระบบที่ค่อนข้างไว แต่ก็ต้องรอให้รถหยุดสนิทเสียก่อน

Ford Ranger FX 4 MAX 16

จากนั้นเป็นสถานีเนินสลับเพื่อพิสูจน์สมรรถนะของ Rear Differencial Lock รูปแบบเส้นทางที่เป็นเนินเอียงที่มีความลาดเทประมาณ 35-40 องศา สลับฝั่ง ซ้ายและขวาตลอดเส้นทาง แน่นอนว่ามีโอกาสที่ทำให้ล้อลอยจากพื้นทั้ง 2 ฝั่ง และก็จะไม่สามารถเคลื่อนรถผ่านอุปสรรคไปได้

ระบบล๊อคเฟืองท้ายหรือ Rear Differencial Lock จะเข้ามาควบคุมและสับเปลี่ยนกำลังเครื่องยนต์ที่ถ่ายไปล้อที่ลอยให้มีแรงเฉื่อย และส่งผ่านกำลังไปยังล้อฝั่งที่ติดพื้น เพื่อให้ฟันฝ่าอุปสรรคไปได้

Ford Ranger FX 4 MAX 17

การทดลองขับแบบสลาลอมจะใช้ในการทดสอบสมรรถนะของโช๊คอัพ Fox Monotube สมรรถนะถือรับรู้ได้ถึงการอัพเกรดระบบรองรับเพราะแตกต่างไปจากรุ่น Wildtrk ค่อนข้างชัดเจน การยืดยุบของ FOX ทีทำให้รถติดกับพื้นอยู่ตลอดเวลา ทำให้ควบคุมรถได้ง่าย และการซับแรงสั่นสะเทอนก็ยังมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น

Ford Ranger FX 4 MAX 18

ช่วงวัดใจเกิดขึ้นกับ 2 สถานีสุดท้ายก่อนถึงจุดสิ้นสุด นั่นคือ เนินเอียง 35-40 องศาซึ่งยาวประมาณ 200 เมตร แรงบิด 500 นิวตันเมตรได้นำพาไปตลอดรอดฝั่ง เพราะหากใช้ความเร็วมากเกินไป ก็อาจทำให้รถไหลลงจากเนินจนเกิดเป็นอุบัติเหตุได้

Ford Ranger FX 4 MAX 19

และสุดท้ายกับการไต่ทางชัน เป็นอีก 1 สถานีที่ให้แรงบิดเป้นพระเอก เพราะไม่ต้องใช้คันเร่งเยอะ และยังมีระบบช่วยออกตัวบนทางชัน ที่หยุดรถค้างไว้ให้อีก 3 วินาที คอยช่วยป้องกันไม่ให้รถไหลลงเนิน

Ford Ranger FX 4 MAX 20

ช่วงท้ายการทดสอบมีการนำรถไปขับบนถนนหลวงระยะทางสั้นๆประมาณ 3 กม. สิ่งที่สัมผัสได้ยังคงอยู่ที่ฟิลลิ่งการขับขี่และควบคุมที่มั่นใจยิ่งขึ้นไปกับโช๊คอัพ FOX ไว้มีโอกาสได้ลองทางไกลเมื่อไหร่ จะรีบมาเล่าสู่กันฟังอีกทีครับ

Ford Ranger FX 4 MAX 22

บทสรุป นอกจากรูปลักษณ์ที่ดุดัน ยังมากับสมรรถนะในทางลุยที่ไม่น้อยหน้า Wildtrak แต่อาจตกเป็นรอง RAPTOR แต่สำหรับการพัฒนาเพื่องานลุย ก็ถือได้ว่า Ford Ranger FX4 MAX ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี ราคาค่าตัว 1,189,000 บาท ห่างจาก Wildtrak อยู่ 67,000 บาท (Ford Ranger Wildtrack ราคา 1,265,000 บาท) แต่ไม่มีระบบ Driver Assist และถุงลมนิรภัยมีแค่ 2 ลูก

RELATED ARTICLES

Most Popular