Sunday, June 23, 2024
HomeAuto News“นิสสัน” เตรียมใช้อะลูมิเนียมที่ปล่อยคาร์บอนต่ำภายในปี 2030 มุ่งสู้เป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนจากทั้งกระบวนการผลิต

“นิสสัน” เตรียมใช้อะลูมิเนียมที่ปล่อยคาร์บอนต่ำภายในปี 2030 มุ่งสู้เป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนจากทั้งกระบวนการผลิต

นิสสัน มอเตอร์ ประกาศเตรียมใช้ชิ้นส่วนอะลูมิเนียมที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำ*1 ซึ่งทำจากอะลูมิเนียมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรืออะลูมิเนียมรีไซเคิลในรถยนต์รุ่นใหม่ และรุ่นปัจจุบันตั้งแต่ปีงบประมาณ*2 2024 เป็นต้นไป และมีเป้าหมายให้การเปลี่ยนผ่านนี้สมบูรณ์ภายในปี 2030

โดยทั่วไปแล้ว อะลูมิเนียมจะถูกใช้ประมาณ 10% ของน้ำหนักตัวรถ ซึ่งนิสสันมีเป้าหมายสำคัญในการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน ด้วยการใช้อะลูมิเนียมที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำ

นิสสันตั้งเป้าที่จะบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนตลอดทั้งวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์*3 ภายในปี 2050

อะลูมิเนียมรักษ์โลก หรือเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมนี้ผลิตโดยการใช้ไฟฟ้าที่ไม่ใช่เชื้อเพลิงฟอสซิล และสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระหว่างการผลิตได้ประมาณ 50%*4 นอกจากนี้ อะลูมิเนียมรีไซเคิลยังสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 95%*4 นิสสันได้ซื้อแผ่นอะลูมิเนียมที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำสำหรับชิ้นส่วนที่เป็นแผงข้างต่างๆ ที่ผลิตในญี่ปุ่นจาก บริษัท โกเบ สตีล จำกัด (Kobe Steel, Ltd) และ บริษัท ยูเอซีเจ จำกัด (UACJ Corporation) ซึ่งในอนาคตนิสสันทั่วโลกจะใช้อะลูมิเนียมที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำสำหรับชิ้นส่วนที่เป็นอะลูมิเนียมทั้งหมด รวมถึงส่วนประกอบที่ผ่านการแปรรูป เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

สำหรับรถยนต์รุ่นใหม่ทั้งหมดที่ผลิตในปีงบประมาณ 2027 จะใช้อะลูมิเนียมที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำ สำหรับรุ่นปัจจุบัน ตั้งแต่ปีงบประมาณนี้ นิสสันตั้งเป้าที่จะเริ่มซื้อล้อ ชิ้นส่วนแชสซี ชิ้นส่วนเพลา และชุดสายไฟที่ทำจากอะลูมิเนียมรักษ์โลกในญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และยุโรป ด้วยเหตุนี้ ภายในสิ้นปีงบประมาณ 2024 คาดว่าอะลูมิเนียมประมาณ 20% ที่เพิ่งถูกขุดขึ้นมาใหม่ที่นิสสันใช้สำหรับชิ้นส่วนรถยนต์ที่จัดซื้อในตลาดเหล่านั้น จะถูกแทนที่ด้วยอะลูมิเนียมรักษ์โลก หรืออะลูมิเนียมที่มาจากการรีไซเคิล

นิสสันให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและถือเป็นหัวใจหลักในการดำเนินธุรกิจ โดยมุ่งมั่นที่จะร่วมขับเคลื่อนโลกสู่สังคมไร้มลพิษ ไร้อุบัติเหตุ อย่างเท่าเทียม เพื่อเร่งก้าวสู่สังคมที่ยั่งยืน

 

RELATED ARTICLES

Most Popular