เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ได้ทดลองขับ Mazda6e เป็นรถที่นำเข้ามาจำนวนหนึ่งเพื่อเดินสายให้ลูกค้าที่สนใจได้ลองขับ ครั้งนั้นทีมงานมาสด้าจัดให้ลองขับในสนามทดสอบ มีสถานีทดสอบการทรงตัว การควบคุม การเร่ง ความเงียบในห้องโดยสาร ทุกหัวข้อ Mazda6e ทำได้ดีตอบโจทก์ความเป็นรถไฟฟ้าภายใต้การปรับแต่งจากทีมวิศวกรมาสด้าให้มีความมาสด้ามากที่สุด
Mazda6e ทะยอยลงเรือจากโรงงานฉางอัน มาสด้า ออโตโมบิล CMA เมืองหนานจิง ประเทศจีน มาถึงไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ลูกค้าที่จองไว้ส่วนหนึ่งอย่างน้อยลอตแรก 500 คัน ส่งถึงมือไปแล้ว ลอตต่อมาในจำนวนพอๆกันตามมาเรื่อยๆ มีคำถามคือ Mazda6e ที่ส่งมอบจริงจะดีจริงเหมือนชุดที่มาให้ลองขับชุดแรกหรือไม่ ขับ on road จริงเป็นอย่างไร
วันนี้ได้ลองขับ Mazda6e บนถนนจริงแล้ว บนเส้นทางจากในเมืองเริ่มต้นที่อาคารสำนักงานมาสด้าย่านเอกมัย ไปนครนายก ปราจีนบุรี ข้ามเขาใหญ่วนกลับพหลโยธิน กลับ กทม. ที่สำนักงานมาสด้า รวมระยะทางประมาณ 400 กม. ผ่านสภาพจราจรทุกรูปแบบ ในเมือง ไฮเวย์ ขึ้นใหญ่ ทางชนบท ครบเครื่อง ทำให้ได้รับรู้ การตอบสนองของคันเร่ง Performance การรีเจนพลังงาน อัตราเร่งบนทางด่วน สมรรถนะการทรงตัว การเก็บเสียงภายในห้องโดยสาร การขับขี่ความเร็งสูง การเข้าโค้งกว้าง การควบคุมพวงมาลัย การเบรก การเปลี่ยนเลน การตอบสนองของระบบช่วงล่าง การยึดเกาะถนน การใช้ความเร็วต่ำ การเข้าโค้งแคบ ทางขึ้น-ลงทางลาดชัน โดยรวม Mazda6e ตอบสนองได้ดีมาก

ผมใช้โหมดการับขี่แบบ Normal และ Sport เป็นหลัก ให้ความสนใจกับ อาการหน่วงเมื่อเร่งและเบรกและออกตัวเป็นหลัก และ Mazda6e ให้เรารู้สึกแบบที่แทบจะไม่แตกต่างจาก การขับรถน้ำมันทั่วไป การขยับเร่งขึ้นไป การตอบสนองดีมาก เร่งแซงได้ทันใจในแบบรถไฟฟ้า พวงมาลัยคุมได้แม่นยำในโหมด Sport จะหนักแน่นมั่นใจได้มากขึ้น ในขณะที่เร่งไปจนถึง 90 กม./ชม.สปอยเลอร์หลังจะยกตัวขึ้นอัตโนมัติช่วยให้ลมกดท้ายรถให้การทรงตัวดีขึ้น ในย่านความเร็วที่สูงขึ้น ตามข้อมูลบอกว่าอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 7.9 วินาที คือทันใจมาก แม้ว่าน้ำหนักรถจะหย่อน 2,000 กก.ไปเพียงหลักหน่วย แต่เมื่อเติมน้ำหนักผู้ขับผู้โดยสารไปอีกกว่า 100 กก.ก็ไม่เป็นปัญหาที่จะเร่งไปได้แบบหลังติดเบาะเท่าที่ต้องการ และไต่ระดับความเร็วไปเกิน 120 กม./ชม.ภายใต้การควบคุมรถได้อย่างมั่นใจ และอย่าได้เผลอกดจนเพลินมาก เพราะทีมมาสด้าบอกว่าลอคความเร็วไว้ที่ 180 กม./ชม.เท่านั้น!!!

ช่วงที่ขึ้นเขาใหญ่ เป็นช่วงที่ Mazda6e ขับได้สนุกมาก ผมใช้โหมด รีเจนพลังงานไปที่ สูงสุด เพื่อให้มีการหน่วงมากที่สุด เหมือนกับใช้เกียร์ต่ำในรถน้ำมันทั่วไป ผลที่ได้คือ แทบจะไม่ต้องใช้เบรกเลย เมื่อเข้าโค้งเราก็ผ่อนคันเร่ง รถก็จะลดความเร็วลงมาเอง เข้าโค้งแล้วเร่งขึ้นจะผ่านไปได้แบบมั่นใจ ทั้งทางชันขึ้น และทางลง โค้งแคบ คุมได้สบายใจ ได้พลังงานกลับคืนเป็นของแถม
ความน่าสนใจคือ อัตราการใช้พลังงาน ตามสเปคของแบตเตอรี่ แบบ CALB ระยะการขับขี่ได้ระยะ 654 กิโลเมตร หลายครั้งที่ขับรถไฟฟ้าทั่วไปเมื่อวิ่งจริงแบบโหดๆ มีปัจจัยลบมากมายจะวิ่งได้จริงประมาณลบ 30% จากสเปคแบตเตอรี่ แต่สำหรับ Mazda6e บนเส้นทางครั้งนี้พลังงานที่ใช้ไป 70% คงเหลืออยู่ที่ประมาณ 30% น่าจะยังคงวิ่งได้อีกกว่า 150 กิโลเมตร คือชาร์จเต็มวิ่งได้ประมาณ 550 กม. ลบไปประมาณ 15% จากสเปค แต่เป็นการเดินทางแบบหนักมากๆเมื่อเทียบการใช้งานปกติทั่วไป ตรงนี้ถือว่าดีสุด คุ้มสุด ประหยัดสุดแล้ว

โดยสรุป Mazda6e รถลอตใหม่นี้ไม่มีความแตกต่างจากรถทดสองชุดแรกเลยไม่ว่าจะเป็นสเปครถ สมรรถนะการขับขี่ และการใช้งานในทุกรูปแบบ
ความสวย Mazda6e ภายใต้แนวคิด Kodo: Soul of Motion ในรูปแบบ NeoFastback การันตีชนะเลิศ World Car Design of the Year 2026 เป็นการยืนยันให้เห็นถึงคุณภาพการออกแบบและการพัฒนาตาม DNA ของมาสด้า เอาที่หนึ่งไป

การขับขี่ยืนยันตามที่รายงานมานี้เป็นเรื่องจริง รถไฟฟ้าที่ขับได้ดีที่สุดคันหนึ่งในตลาดวันนี้ เอาที่หนึ่งไป
ความคุ้มค่าได้มาทั้งความประหยัด จากการใช้งานจริงสามารถวิ่งได้ตามระยะทางได้ใกล้เคียงมากที่สุด กับสิ่งที่ Mazda6e มีมาให้ทั้งความประณีต พรีเมี่ยมของวัสดุอุปกรณ์ เทคโนโลยี่ต่างๆครบเครื่องครบครัน ในราคารุ่น Premium 1,169,000 บาท และรุ่น Exclusive 1,199,000 บาท ต่างกันเพียงภายในห้องโดยสารด้วยวัสดุหนัง Nappa/Suede สีแทน เอาที่หนึ่งไป

ข้อมูลประชาสัมพันธ์ The All-Electric Mazda6e มีรายละเอียดต่อไปนี้
ถ่ายทอดแนวคิดการพัฒนาและการออกแบบของมาสด้า KODO: Soul of Motion
The All-Electric Mazda6e สืบทอดแก่นแท้ของดีไซน์ จิตวิญญาณแห่งการเคลื่อนไหวอันงดงาม (Soul of Motion) และผสานรวมความงามและความมีเสน่ห์ของรถสปอร์ตคูเป้สุดคลาสสิกของมาสด้าเข้าไว้ด้วยกัน

ด้านหน้า โดดเด่นด้วย “Flying Signature” เมื่อเปิดไฟจะดูเหมือนปีกนกโบยบินบนท้องฟ้าที่สวยงาม และการสะท้อนแสง บ่งบอกความมีชีวิตชีวาอันเป็นเอกลักษณ์ของมาสด้า ไฟท้ายดีไซน์ทอดยาวแบบต่อเนื่อง ผสานกับไฟทรงกลมสี่ดวงและสปอยเลอร์หลังไฟฟ้า นำเสนอดีไซน์ด้านท้ายที่เรียบง่ายและสวยงามอย่างลงตัว

ภายนอกถ่ายทอดผ่านนิยามใหม่ของยนตรกรรม 5 ประตู ในรูปแบบ “NeoFastBack” แสดงถึงความมุ่งมั่นของมาสด้าในการนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ที่มาพร้อมการขับเคลื่อนอันทรงพลัง และเปี่ยมด้วยความภาคภูมิใจในรูปแบบ BEV ยุคใหม่
ภายในห้องโดยสารถ่ายทอดแนวคิดการออกแบบ อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะสไตล์มาสด้า มาพร้อมหน้าจอ Center Display แบบสัมผัสความละเอียดสูง ขนาด 14.6 นิ้ว วัสดุตกแต่งภายในด้วยฝีมืออันประณีต เสริมด้วยโครเมียมแบบด้าน ตอกย้ำความหรูหราพรีเมี่ยม

ห้องโดยสารกว้างขวาง โปร่ง โล่งสบายด้วยหลังคากระจก Panoramic Glass Roof พร้อมม่านบังแดดไฟฟ้า เบาะนั่งออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ รองรับท่านั่งตามธรรมชาติของมนุษย์ มอบความสบายเหนือระดับ
มอบสุนทรียภาพในการขับขี่ ด้วยระบบเสียงพรีเมี่ยม จาก SONY พร้อมลำโพง 14 ตำแหน่ง รวมถึงลำโพงที่พนักพิงศีรษะผู้ขับขี่ 2 ตำแหน่ง ซึ่งปรับแต่งโดยผู้เชี่ยวชาญด้านเสียงของ SONY ด้วยเทคโนโลยี Clear Phase และ Live Acoustics เอกสิทธิ์เฉพาะของ SONY เพื่อให้คุณภาพเสียงที่ใส ชัดเจน คมชัด และละเอียดนุ่มนวล
เทคโนโลยีห้องโดยสารอัจฉริยะ (Smart Cockpit) ที่สามารถใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งการควบคุมด้วยเสียง หน้าจอสัมผัส และการควบคุมด้วยท่าทาง
สมรรถนะการขับขี่อันมีเอกลักษณ์ของมาสด้า
ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของรถยนต์มาสด้าไว้อย่างเต็มเปี่ยม โดยเน้นหลักมนุษย์เป็นศูนย์กลาง ที่สร้างประสบการณ์การขับขี่ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของมาสด้า ตามแนวทางการขับขี่แบบ จินบะ-อิตไต และความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างคนกับรถ พร้อมมอบสมรรถนะการขับขี่ที่แม่นยำและสมดุล โดยเฉพาะการเข้าโค้งและในสถานการณ์ฉุกเฉิน
อัตราเร่ง มอบแรงม้าสูงสุด 258 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 290 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 7.9 วินาที
การชะลอความเร็วแบบนุ่มนวลและเป็นธรรมชาติ ช่วยให้ผู้โดยสารรู้สึกสบายและไม่เวียนหัวระหว่างเดินทาง

การบังคับเลี้ยวและการทรงตัว สมดุลน้ำหนักหน้า-หลัง ใกล้เคียง 50:50 การปรับจูนระบบกันสะเทือนและความแข็งแกร่งของโครงสร้างตัวถัง เพื่อให้การขับขี่เป็นไปอย่างนุ่มนวล ทรงตัวดี และมีเสถียรภาพในทุกการขับขี่
ระบบเบรกตอบสนองในทุกจังหวะการชะลอความเร็วหรือหยุดรถได้อย่างแม่นยำ และเข้าใจง่ายตรงตามแรงกดแป้นเบรก มอบความนุ่มนวลระหว่างการเร่ง การเลี้ยว และการหยุดรถ เพื่อความสบายในการขับขี่ของทั้งผู้ขับและผู้โดยสารที่เหนือกว่ารถไฟฟ้าทั่วไป
ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบแม็คเฟอร์สันสตรัท และด้านหลังแบบมัลติลิงค์ พร้อมติดตั้งเหล็กกันโคลงที่ด้านหน้าและด้านหลัง ช่วยควบคุมพลวัตและการทรงตัวของรถได้ดีขึ้น พร้อมให้การตอบสนองที่แม่นยำยิ่งขึ้น
สปอยเลอร์หลังไฟฟ้าปรับอัตโนมัติ ช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการควบคุมการขับขี่ในช่วงความเร็วสูง
โหมดการขับขี่ 3 โหมด ได้แก่ Comfort: มอบความสบายในการขับขี่ แต่ยังให้การควบคุมที่ดีและการตอบสนองที่แม่นยำในแบบฉบับมาสด้า โหมด Sport: เพิ่มความสนุกสนานในการควบคุมรถมากยิ่งขึ้น และ โหมด Individual: เลือกตั้งค่าการขับขี่ได้ตามความต้องการ
ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว และยางมิชลิน e-PRIMACY คุณภาพสูงเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน เพื่อให้ได้สมรรถนะการขับขี่ที่ดีที่สุด
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ชนิด LFP ขนาด 77.9 kWh รองรับการชาร์จไวแบบ DC Fast Charging สามารถชาร์จจาก 30% -80% ได้รวดเร็วในเวลาเพียง 15 นาที* และมอบระยะทางขับขี่สูงสุด 654 กม. (มาตรฐาน NEDC)
*อ้างอิงจากการใช้เครื่องชาร์จเร็ว DC 200 kW ขึ้นไป ระยะเวลาการชาร์จจริงขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ณ ขณะชาร์จ เช่น สภาพแบตเตอรี่ อุณหภูมิของแบตเตอรี่และอุณหภูมิแวดล้อม
เทคโนโลยีด้านความปลอดภัย Smart Drive
-กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา พร้อมระบบ See-through view และ Side view monitor (360° Camera with See-through view and Side view monitor)

-ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Front Collision Warning – FCW)
-ระบบเตือนการชนด้านหลัง (Rear Collision Warning – RCW)
-ระบบช่วยควบคุมความเร็วรถอัตโนมัติแบบ Stop & Go (Adaptive Cruise Control with Stop & Go – ACC with Stop & Go)
-ระบบป้องกันการชนครั้งที่สอง (Second Collision Monitoring – SCM)
-ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Blind Spot Monitoring – BSM)
-ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (Rear Cross Traffic Alert – RCTA)
-ระบบเตือนการเปิดประตู (Door Opening Warning – DOW)
-ระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติ (Smart Brake Support – SBS)
-ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติด้านหลัง (Smart Brake Support Rear Crossing – SBS-RC)
-ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (Lane Keep System – LAS)
-ระบบช่วยป้องกันรถเบี่ยงออกนอกเลน (Lane Departure Prevention – LDP)
-ระบบควบคุมรถกลับเข้าสู่เลน (Emergency Lane Keeping – ELK)
-ระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ (High Beam Control – HBC)
-ระบบช่วยเตือนเมื่อผู้ขับเหนื่อยล้าขับขี่ (Driver Monitoring System – DMS)
เทคโนโลยีห้องโดยสารอัจฉริยะ Smart Cockpit
AR Head-up Display ขนาด 50 นิ้ว บนกระจกหน้าที่ระยะ 7.5 เมตร จากตำแหน่งผู้ขับขี่
จอ Digital Meter ขนาด 10.1 นิ้ว

จอ Center Display แบบสัมผัสความละเอียดสูง ขนาด 14.6 นิ้ว รองรับระบบสั่งการด้วยเสียง และท่าทาง
ภายนอกมีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ประกอบด้วย
สีแดง โซล เรด คริสตัล (Soul Red Crystal)
สีน้ำตาล เมลทิง คอปเปอร์ (Melting Copper)
สีเทา แมชชีน เกรย์ (Machine Gray)
สีขาว คริสตัล ไวท์ เพิร์ล (Crystal White Pearl)
สีดำ เจ็ท แบล็ก (Jet Black)
สีเทา แอโร เกรย์ (Aero Gray)






