Friday, May 20, 2022
HomeAuto Test(มีคลิปวีดีโอ) Mercedes GLB 200 Progessive เอสยูวี 7 ที่นั่ง รุ่นแรกของค่าย ขับสนุก แต่บางฟีเจอร์ยังแทงกั๊ก

(มีคลิปวีดีโอ) Mercedes GLB 200 Progessive เอสยูวี 7 ที่นั่ง รุ่นแรกของค่าย ขับสนุก แต่บางฟีเจอร์ยังแทงกั๊ก

Mercedes GLB 200 Progessive ยนตรกรรมอเนกประสงค์รุ่นแรก ในรูปแบบของรถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ที่ใช้แพลทฟอร์มเดียวกันกับรุ่น GLA และ GLB แต่ใช้เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบขนาดเล็ก ที่มีสมรรถนะไม่ธรรมดา รวมถึงฟีเจอร์ทันสมัยต่างๆ นั้นจะคุ้มค่ากับราคาค่าตัว 2.86 ล้านบาทขนาดไหน ติดตามได้จากรายงาน

สำหรับรถรุ่นนี้ ในช่วงปลายปี 2019 ทางบอสใหญ่ของเราได้บินข้ามทะเลไปยังแดนกระทิงดุ เพื่อสัมผัสและทดลองขับ ซึ่งถือว่าเป็นคนแรกๆของเมืองไทยที่ได้สัมผัสกับรถรุ่นนี้ แต่ในครั้งนั้นเป็นเวอร์ชั่นที่จำหน่ายในประเทศสเปน

Mercedes GLB 200 Progessive 1

สำหรับการนำเข้าจำหน่ายในเมืองไทย ทางบ.เมร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย จำกัด ในฐานะผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย อาจมีการปรับฟีเจอร์ออกบางรายการ แต่ในด้านของรูปลักษณ์ภายนอกนั้นเป็นแบบเดียวกัน ด้วยขนาดความยาว 4,634 มิลลิเมตรกว้าง 1,834 มิลลิเมตร และ สูง 1,663 มิลลิเมตร ในขณะที่ระยะฐานล้อ : 2,829 มิลลิเมตร

Mercedes GLB 200 Progessive 2

รูปลักษณ์ภายนอกยังคงความหรูหรา และมีเส้นสายที่ เฉียบ คม หน้ากระจังออกแบบึกบึน โคมไฟหน้าติดตั้งระบบ LED High Performance พร้อมระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ Adaptive Highbeam Assist รวมถึงรวมไฟ Daytime Running Light แบบ LED ไว้ในโคมเดียวกัน

Mercedes GLB 200 Progessive 3

ท้ายรถดีไซน์สวย ฝาท้าย เปิด-ปิด ด้วยระบบไฟฟ้า พร้อม Hands-Free Access และไฟท้ายเป็นแบบ Full LED ล้ออัลลอย 5 ก้านคู่ ขนาด 18 นิ้วมากับยาง ขนาด 235/55 R18

Mercedes GLB 200 Progessive 7

Mercedes GLB 200 Progessive 6

ห้องโดยสารขนาดใหญ่ในรูปแบบของเบาะนั่ง 3 แถว 7 ที่นั่ง ซึ่งถือเป็นประโยขน์จากการนำโครงสร้างเดียวกับ GLA และ GLC มาพัฒนาใหม่ เบาะคู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้าพร้อมหน่วยความจำ ส่วนแถว 2 แยกพับอิสระ 40 : 20 : 40 และแถวที่ 3 แยกพับอิสระ 50 : 50 ทั้งหมดหุ้มด้วยหนังแท้ ARTICO

Mercedes GLB 200 Progessive 7

ความอลังการที่ถือเป็นไฮไลท์นั้นคือการติดตั้งอุปกรณ์ทันสมัย เริ่มจาก ไฟในห้องโดยสารที่ปรับได้ถึง 64 สี พวงมาลัยมัลติฟังค์ชั่นที่ใช้ในการสั่งการฟีเจอร์ต่างๆ โดยแสดงการทำงานผ่านมาตรวัดแบบ Full Digital ขนาด 10.25 นิ้ว นอกจากจะปรับเปลี่ยนการแสดงผลของทั้งความเร็ว และ รอบเครื่องยนต์ ยังคงรวมไปถึง โหมดการขับขี่ ที่ปรับเปลี่ยนได้ทั้ง Eco Normal และ Sport ที่ปรับได้ทั้งการตอบสนองของเครื่องยนต์ และ นน.พวงมาลัย

Mercedes GLB 200 Progessive 8

ฟีเจอร์เพื่อความสะดวกสบายและปลอดภัยยังมีอีกเพียบ ทั้งระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ระบบจำกัดความเร็ว ระบบเตือนแรงดันลมยาง Tyre Pressure lose warning ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ Attention Assist รวมถึงระบบเบรกมือไฟฟ้า ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชั่น HOLD

Mercedes GLB 200 Progessive 8

หน้าจอกลางระบบสัมผัส Touchscreen ขนาด 10.25 นิ้ว ติดตั้งระบบปฎิบัติการ Multimedia MBUX และระบบสั่งงานด้วยเสียง ‘ Hey Mercedes รองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนทั้งระบบ Apple CarPlay และ Android Auto รวมถึงระบบแผนที่นำทางแบบ 3 มิติ Hard-disk Navigation นอกจากนี้ ยังแสดงภาพให้กับระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ Active Parking Assist ซึ่งทำงานร่วมกับกล้องมองภาพขณะถอยจอด และเซนเซอร์กะระยะช่วยจอด PARKTRONIC

Mercedes GLB 200 Progessive 9

ระบบปรับอากาศเป็นแบบอัตโนมัติแยกส่วนการควบคุมอุณหภูมิ แต่ก็เป็นที่น่าสนใจว่าทำไมถึงไม่ใส่ช่องแอร์สำหรับที่นั่งแถว 2 และ 3 บริเวณคอนโซลกลางมีปุ่มควบคุมหน้าจอกลาง Touchpad ระบบเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth, ระบบเชื่อมต่อ Smartphone Integration, ระบบเชื่อมต่อรถยนต์ Mercedes me connect, ระบบโทรช่วยเหลือฉุกเฉิน Emergency Call System, ระบบวิเคราะห์สภาพรถยนต์ Telediagnostics / ตั้งค่ารถยนต์ และฟังก์ชั่นสตาร์ทเครื่องยนต์ เพื่อเปิดระบบปรับอากาศด้วยมือถือ Remote Engine Start

ขุมพลังจิ๋วแต่แจ๋ว ในรูปแบบของเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบแบบ 4 สูบแถวเรียง ขนาด 1.3 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า (PS) ที่ 5,500 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ที่ 1,620 – 4,000 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์ Dual Clutch 7G-DCT 7 จังหวะ อัตราสิ้นเปลือง 15 กม./ลิตร

Mercedes GLB 200 Progessive 10

ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังเป็นมัลติลิงค์ มาพร้อมเหล็กกันโคลง

ช่วงทดลองขับในครั้งนี้ใช้เส้นทางไม่ไกลจากเมืองหลวงมากนัก แต่ก็พอให้ได้รู้ถึงสมรรถนะการใช้งานของรถคันนี้ การใช้งานในโหมดขับขี่ที่มีอยู่ตอบสนองการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Mercedes GLB 200 Progessive 11

เริ่มกันที่เบาะนั่งแถว 3 ที่ถือเป็นจุดเด่นประจำรุ่น พื้นที่ส่วนนี้อาจไม่เหมาะกับผู้โดยสารที่มีส่วนสูงเกิน 175 ซม. เพราะต้องชันเข่าพอสมควร ระยะทางไกลอาจทำให้เมื่อยล้าในเวลาที่รวดเร็ว แต่ถ้าความสูงไม่ถึง อาจจะใช้งานได้ปกติ แต่อันที่จริง ควรเป็นพื้นที่ของเด็กๆมากกว่า

Mercedes GLB 200 Progessive 12

ส่วนเทคโนโลยีหน้าจอทั้งชุดมาตรวัดและจอทัชสกรีน ใช้งานไม่อยาก เพียงแต่ต้องสร้างความเคยชิน คุณก็สามารถเลือกใช้งานฟีเจอร์ต่างๆได้ง่ายด้วยหลายวิธีสั่งการ

Mercedes GLB 200 Progessive 12

ระบบช่วงล่างปรับเซ็ทให้ทำงานได้ลงตัวกับขุมพลังที่จี๊ดจ๊าด ออกแบบให้ความนุ่มหนึบในสไตล์ของรถเอสยูวีหรู นอกจากนี้ ฟังค์ชั่น Dynamic ถือเป็นจุดเด่นสำหรับการใช้พลังจากเครื่องยนต์ นน.พวงมาลัย รวมถึงระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ซึ่งพอจะสรุปการใช้งานโหมดต่างๆได้ดังนี้

Mercedes GLB 200 Progessive 13

โหมด ECO เครื่องยนต์จะปลดปล่อยพลังเพื่อความประหยัด แต่ไม่ใช่ว่าอืดอาดไม่ทันใจ นน.ของพวงมาลัยปรับให้มีความหนืดต่ำ เพื่อการควบคุมที่สะดวกสบาย ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวให้การตอบสนองได้เร็วที่สุด เพื่อช่วยลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุ

โหมด Comfort เมื่อใช้งานโหมดนี้ เครื่องยนต์จะปล่อยรอบเพิ่มอีก 500 รอบ/นาที การใช้อัตราเร่งก็ตอบสนองได้ไวยิ่งขึ้น พวงมาลัยหนืดกว่าเดิมชัดเจน แต่ก็บังคับควบคุมรถได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น ส่วนเรื่องของเสถียรภาพการทรงตัวนั้นแทบไม่ต่างไปจากเดิมสักเท่าไหร่นัก

โหมด Sport เครื่องยนต์จะเพิ่มกำลังอัตโนมัติให้อีก 500 รอบ พวงมาลัยหนืดขึ้นกว่าเดิมชัดเจน และระบบควบคุมสเถียรภาพทำงานเต็มกำลัง และเมื่อไหร่ก็ตามที่ถอนคันเร่ง เสียงรอบเครื่องยนต์ครางชัดเจน เพื่อกรณีที่ต้องการใช้ความเร็ว จะตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว

Mercedes GLB 200 Progessive 15

หากสรุปเรื่องราวของ Mercedes GLB 200 Progessive เอสยูวีหรู 7 ที่นั่งรุ่นแรกคันนี้ เริ่มจากแพลทฟอร์มที่ใช้ร่วมกับ GLA และ GLC นั้นถือว่าไม่ใช่ฌโรงสร้างที่มีขนาดใหญ่ การนำมาเป็นรถ 7 ที่นั่ง สำหรับเบาะแถว 3 อาจจะเข้าออกได้ไม่สะดวก รวมถึงเป็นพื้นที่สำหรับคนตัวเล็ก หรือ เด็ก น่าจะเหมาะสมกว่า อีก 2 เรื่องที่น่าจะติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานนั่นคือช่องระบายความเย็นสำหรับผู้โดยสารแถว 2 กับ แถว 3 รวมถึงฟีเจอร์ของยุคสมัยอย่างระบบรักษาความเร็วอัตโนมัติตามรถคันหน้าหรือระบบเตือนพร้อมดึงกลับเมื่อรถออกนอกช่องทาง

Mercedes GLB 200 Progessive 16

แต่ประเด็นเรื่องสมรรถนะที่มาจากขุมพลังจิ๋วแต่แจ๋ว ในบลอคของเครื่องยนต์ 1.3 ลิตร 163 แรงม้า ที่เลือกสนุกกับ โหมด Dynamic และเทคโนโลยีหน้าจอที่แสดงผลรวมถึงสั่งการระบบต่างๆ ก็มีดีพอที่จะทำให้ราคาค่าตัว 2.86 ล้านบาทนั้นสมเหตุสมผลยิ่งขึ้น

RELATED ARTICLES

Most Popular