มารู้จักกับ Chery Tiggo 8 CSH (PHEV) รถ SUV ขนาดใหญ่ 7 ที่นั่ง จากค่ายใหญ่ Chery Group ที่วันนี้เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ประกาศไปเมื่อไตรมาสสามปีที่แล้ว 2568นี่เอง และปีนี้เมื่อต้นปีจะเปิดโรงงานในไทยอย่างเป็นทางการ แต่ก็เกิดมีโรคเลื่อน เนื่องจากผู้บริหารจากจีนไม่พร้อมที่จะมาทำพิธี กลายเป็นประเด็น “เทแห่งปี” จนถึงกับมีคำถามว่า Chery Group เอาจริงกับตลาดเมืองไทยหรือไม่ และเป็นคำถามส่งต่อไปถึงผู้ที่จะซื้อรถจากค่ายนี้ด้วยว่ามั่นใจหรือไม่ ที่จะไม่โดนเทเหมือน NETA ที่กลับบ้านเมืองจีนแนบ ลอยแพผู้ซื้อกว่า หมื่นรายเป็นที่เรียบร้อย
มาดูกันที่ Chery Tiggo 8 CSH (PHEV) คันนี้จัดเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจแบบไม่ธรรมดาทีเดียว ความเป็น รถ SUV ขนาดใหญ่ 7 ที่นั่งนำเข้าจากฐานการผลิตของ Chery Group ในอินโดนิเซีย ใช้ระบบเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ PHEV เทคโนโลยี Chery Super Hybrid พละกำลังสูงสุดทั้งสองระบบ 501 แรงม้าแรงได้ประหยัดดี เติมน้ำมันเต็มถัง 60 ลิตรวิ่งได้ 1,200 กม.ตามข้อมูลโรงงานวิ่งจริงหักลบปัจจัยในการขับขี่และสภาพจราจรให้เหลือ 1,000 กม.ก็ถือว่าดีมากอยู่ มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบ ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ครบ ด้วยราคา รุ่น ขับเคลื่อนสองล้อ 2WD Esteem 899,000 บาท รุ่นขับ เคลื่อนสี่ล้อ 4WD Elite 999,000 บาท ถือว่าคุ้มที่สุดในรถแบบเดียวกันที่มีอยู่ในตลาดอย่างแน่นอน ดูข้อมูลด้านล่างประกอบได้

มาทำความรู้จักกับการขับขี่ในช่วงเวลาหนึ่ง ถึงแม้จะพอใจกับรูปทรงอุปกรณ์ ระบบต่างๆที่มีมาให้แต่ในเรื่องของการขับขี่ บอกเลยมีมุมที่ไม่พอใจบ้าง อย่างเช่นพวงมาลัยขาดความแม่นยำและให้ความรู้สึกที่เบาเกินไป ช่วงล่างถูกเซ็ตมาให้นุ่มนวลเพื่อความสบาย แต่เมื่อขับด้วยความเร็วสูงหรือเข้าโค้งจะมีอาการโยนๆ ลอยๆ จนขาดความมั่นใจในการขับการควบคุมไปบ้าง แย่หนักที่สุดคืออาการหน่วงหนักของกำลังเครื่องเมื่อผ่อนคันเร่ง ทำให้ตัวโยนกันที่เดียว โดยเฉพาะในช่วงขับในเมืองที่ต้องเร่งและผ่อนคันเร่งตลอดเวลาอาการจะเหมือนขี่ม้ากันเลยทีเดียว ถึงแม้รถที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าช่วยัส่วนใหญ่จะมีอาการแบบนี้แต่ Chery Tiggo 8 CSH (PHEV) บอกเลยว่าหนักกว่าชัดเจน ถ้าทำใจได้กับอาการเหล่านี้ Chery Tiggo 8 CSH (PHEV) จะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดครับ ดูข้อมูลรถที่มีมาให้จากด้านล่างนี้ได้เลยครับ
ข้อมูลจากการค้นด้วยAI แจ้งว่า Chery Tiggo 8 CSH (PHEV) แบ่งออกเป็น 2 รุ่นย่อยตามระบบขับเคลื่อน โดยใช้เครื่องยนต์สันดาปขนาดเดียวกันแต่ต่างกันที่จำนวนมอเตอร์ไฟฟ้า
- ขนาดเครื่องยนต์ (เหมือนกันทั้ง 2 รุ่น)
ประเภท: เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว
ความจุ: 1.5 ลิตร (1,498 ซีซี) พร้อมระบบอัดอากาศ Turbocharged
พละกำลังเครื่องยนต์: 143 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 215 นิวตันเมตร
- มอเตอร์ไฟฟ้าและกำลังรวม
ความแตกต่างหลักจะอยู่ที่ระบบขับเคลื่อนและจำนวนมอเตอร์ดังนี้
รายละเอียด รุ่น 2WD Esteem (ขับหน้า) รุ่น 4WD Elite (ขับสี่)
จำนวนมอเตอร์ 1 ตัว 2 ตัว
กำลังมอเตอร์ 204 แรงม้า / 310 นิวตันเมตร 358 แรงม้า / 520 นิวตันเมตร
กำลังรวมทั้งระบบ 347 แรงม้า / 525 นิวตันเมตร 501 แรงม้า / 735 นิวตันเมตร
แบตเตอรี่ (LFP) 18.3 – 18.4 kWh 18.3 kWh
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 8.5 วินาที 6.8 วินาที
ทั้งสองรุ่นใช้ระบบส่งกำลังแบบ Dedicated Hybrid Transmission (DHT) ซึ่งออกแบบมาเพื่อจัดการการทำงานระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
Chery Tiggo 8 CSH (PHEV) โดดเด่นเรื่องระยะทางที่วิ่งได้ไกลทั้งระบบไฟฟ้าและน้ำมัน โดยมีรายละเอียดตามมาตรฐาน NEDC ดังนี้
- ระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วน (EV Mode)
เมื่อชาร์จแบตเตอรี่เต็ม (ขนาด 18.4 kWh) สามารถขับขี่โดยไม่ใช้น้ำมันเลยได้ระยะทาง:
รุ่น 2WD Esteem: วิ่งได้ไกลสูงสุด 95 กม.
รุ่น 4WD Elite: วิ่งได้ไกลสูงสุด 78 – 80 กม.
หมายเหตุ: ความเร็วสูงสุดในโหมดไฟฟ้าล้วนอยู่ที่ 120 กม./ชม.
- ระยะทางวิ่งรวมสูงสุด (Combined Range)
เมื่อมีน้ำมันเต็มถัง (ความจุ 60 ลิตร) และแบตเตอรี่เต็มระบบ:
ระยะทางรวม: สามารถวิ่งได้ไกลสูงสุดถึง 1,200 กม.
อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย: ตามสเปคระบุไว้ที่ 1.3 ลิตร/100 กม. (หรือประมาณ 76.9 กม./ลิตร) หากใช้ระบบ Hybrid ร่วมกับการชาร์จไฟอย่างสม่ำเสมอ
- การชาร์จไฟ
DC Fast Charge: รองรับการชาร์จเร็ว (ซึ่งเป็นข้อดีที่ PHEV หลายรุ่นไม่มี)
V2L (Vehicle-to-Load): สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าจากตัวรถให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอกได้
การทำงานของโหมดต่างๆ ใน Chery Tiggo 8 (เน้นรุ่น PHEV ที่จำหน่ายในปัจจุบัน) จะเป็นการปรับจูนระบบอิเล็กทรอนิกส์ในตัวรถเพื่อให้ตอบสนองต่อผู้ขับขี่และสภาพถนนที่แตกต่างกัน ดังนี้
- การทำงานของโหมดการขับขี่ (Drive Modes)
โหมดเหล่านี้จะปรับแต่งการตอบสนองของ คันเร่ง (Throttle), เกียร์ (Transmission), พวงมาลัย (Steering) และบางรุ่นอาจรวมถึง ช่วงล่าง (Suspension):
Eco Mode:
การทำงาน: ลดความไวของคันเร่ง (Throttle Response) เพื่อป้องกันการเร่งที่รุนแรงเกินจำเป็น และปรับเกียร์ให้เปลี่ยนเร็วขึ้นเพื่อรักษาช่วงรอบเครื่องยนต์ต่ำ.
ผลลัพธ์: ขับขี่นุ่มนวล ประหยัดน้ำมันและพลังงานไฟฟ้าสูงสุด เหมาะกับการใช้งานในเมืองที่จราจรติดขัด.
Normal / Comfort Mode:
การทำงาน: ปรับค่าเริ่มต้นจากโรงงานให้มีความสมดุล (Linear Response) ทั้งแรงบิดและการเปลี่ยนเกียร์.
ผลลัพธ์: ให้ความรู้สึกการขับขี่ที่เป็นธรรมชาติที่สุดสำหรับการเดินทางทั่วไป.
Sport Mode:
การทำงาน: เพิ่มความไวของคันเร่งให้ตอบสนองฉับไวขึ้น พวงมาลัยจะหนักขึ้น (Tightened Steering) เพื่อการควบคุมที่แม่นยำในความเร็วสูง และเกียร์จะลากรอบนานขึ้น (Hold Gears) เพื่อเรียกพละกำลังสูงสุด.
ผลลัพธ์: รถพุ่งตัวได้เร็วขึ้น เหมาะสำหรับการเร่งแซงหรือขับขึ้นเขา.
- การจัดการพลังงานไฮบริด (Hybrid Management)
สำหรับรุ่น Tiggo 8 CSH (PHEV) ระบบจะจัดการแหล่งพลังงานดังนี้:
EV Mode (Initial Mode):
การทำงาน: ใช้เฉพาะมอเตอร์ไฟฟ้าและพลังงานจากแบตเตอรี่ 18.4 kWh ในการขับเคลื่อนเท่านั้น เครื่องยนต์จะไม่ทำงานยกเว้นกรณีที่แบตเตอรี่ต่ำกว่าระดับที่กำหนด (ประมาณ 15-30%) หรือต้องการกำลังเร่งด่วน.
HEV Mode (Smart Mode):
การทำงาน: ระบบอัจฉริยะจะคำนวณการทำงานระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ โดยเน้นประสิทธิภาพสูงสุดตามสถานการณ์ เช่น ใช้ไฟฟ้าตอนออกตัว และใช้เครื่องยนต์ตอนความเร็วคงที่.
Force Mode (Battery Save):
การทำงาน: เครื่องยนต์จะทำงานเป็นหลักเพื่อขับเคลื่อนรถและปั่นไฟกลับเข้าแบตเตอรี่ เพื่อรักษาระดับไฟฟ้าไว้ใช้ในภายหลัง (เช่น เก็บไว้ใช้ในเขตเมืองที่ต้องการความเงียบ).
- โหมดสภาพถนน (Terrain Modes – เฉพาะรุ่น AWD)
หากเป็นรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ระบบจะปรับ ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Traction Control) และการกระจายแรงบิดระหว่างล้อคู่หน้า-หลัง:
Snow: ลดความไวคันเร่งและปรับแรงเบรกให้นุ่มนวลเพื่อป้องกันการลื่นไถล.
Mud / Sand: ยอมให้ล้อหมุนฟรีได้บ้าง (Wheel Slip) เพื่อรักษาแรงเหวี่ยงและช่วยให้รถไม่จมในดินอ่อนหรือทราย.
Off-Road: ล็อกการกระจายกำลังไปยังทุกล้ออย่างสมดุลเพื่อประสิทธิภาพการยึดเกาะสูงสุด
Chery Tiggo 8 CSH (PHEV) มีระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง (ADAS) มากถึง 16 ฟังก์ชัน รวมถึงระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC) พร้อม Stop & Goระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB)ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA/ICA)กล้องมองภาพรอบคัน 540 องศา และระบบเตือนมุมอับสายตา
Adaptive Cruise Control (ACC) with Stop & Go: ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันตามรถคันหน้า ปรับความเร็วหยุดและไปต่อได้เอง
Traffic Jam Assist (TJA): ช่วยขับขี่ในสภาพจราจรติดขัดความเร็วต่ำ
Integrated Cruise Assistant (ICA): ระบบช่วยรักษารถให้อยู่กลางเลน
ระบบเบรกและความปลอดภัย (Braking & Safety):
Automatic Emergency Braking (AEB): เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ ตรวจจับคนเดินถนนและจักรยาน
Forward Collision Warning (FCW): เตือนการชนด้านหน้า
Lane Departure Warning (LDW) & Prevention (LDP): เตือนและช่วยป้องกันรถออกนอกเลน
Lane Emergency Keeping (ELK): ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนในสถานการณ์ฉุกเฉิน
ระบบช่วยจอดและมุมมอง (Parking & View):
540° HD Panoramic View: กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 360 องศา พร้อมภาพใต้ท้องรถ (Transparent Chassis)
Rear Cross Traffic Alert (RCTA) & Braking (RCTB): เตือนและช่วยเบรกเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง
ระบบอื่นๆ:
Door Opening Warning (DOW): เตือนก่อนเปิดประตูหากมีรถมาด้านข้าง
Driver Monitoring System (DMS): ตรวจจับความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่
W-HUD (Head-up Display): จอแสดงผลข้อมูลการขับขี่บนกระจกหน้า
Tiggo 8 ยังมาพร้อมหน้าจอคู่ 24.6 นิ้ว ประมวลผลผ่านชิป Qualcomm Snapdragon 8155 และรองรับการสั่งงานผ่านแอปพลิเคชันมือถือ เชื่อมต่อได้ทั้งระบบ iOS และ Andriod auto พร้อม wireless charger





