การปรับปรุงครั้งล่าสุดของโมเดลกับ Subaru XV Eyesight ที่มาชุดแต่งสปอร์ต อัพเกรดระบบความปลอดภัยขั้นสูงสุด พร้อมปรับแต่งช่วงล่างให้มีความนุ่มนวลโดยเปลี่ยนค่าเคสปริงใหม่ การทดสอบในครั้งนี้ใช้เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพ-กาญจนบุรี ประมาณ 500 กม. ทั้งทางเรียบ และทางลุย (เบาๆ) ในการตอบโจทย์ ภาพรวมสั้นๆ คือ…”หลับสบาย”
การปรับปรุงล่าสุดของ Subaru Eyesight ได้เผยโฉมสู่สาธารณชนเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ด้วยจุดเด่นของรูปลักษณ์ที่มีการปรับปรุงเริ่มตั้งแต่ด้านหน้ากระจัง และกันชนดีไซน์ใหม่
โคมไฟหน้าดีไซน์ใหม่ มาพร้อมไฟแอลอีดี ที่มีดย์ไทม์อยู่ในตัว และระบบปรับระดับอัตโนมัติ กระจกมองข้างสามารถปรับมุมอัตโนมัติเมื่อใส่เกียร์ถอยหลัง รวมถึงติดตั้งกล้อง 360 องศาไว้ที่กระจกหน้า
ด้านบนมีแรคหลังคา และท้ายรถออกแบบโคมไฟใหม่ให้ดูทันสมัย พร้อมใช้ไฟแอลอีดี แต่ที่น่าเสียดายคือ ฝาท้ายยังไม่มีระบบเปิด-ปิด แบบแฮนด์ฟรี
มอเตอร์ อิมเมจ ได้ปรับเสริมความสปอร์ตให้กับ Subaru XV ด้วยชุดแต่ง GT ได้แก่ สเกริ์ตรอบคัน รวมถึงสปอยเลอร์หลังคา และล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว รวมถึงเบาะหนังเย็บด้ายแดง ในราคารวม 90,000 บาท
ภายในห้องโดยสารถือว่าออกแบบมาได้กว้างขวาง นั่งสบาย เบาะนั่งผู้ขับขี่ติดตั้งระบบปรับไฟฟ้าได้ 8 ทิศทาง มีจอมัลติดิสเพลย์ขนาด 6.3 นิ้ว รวมถึงภาคบันเทิงสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ทั้ง Apple Carplay และ Endroid Auto
อัพเกรด Eyesight เพื่อความปลอดภัยแบบ Full Option ทั้งระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ,ระบบแปรผันความเร็วอัตโนมัติ (จนถึงจุดหยุดนิ่ง),ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ (ป้องกันการชนด้านหน้าจากการเหยียบคันเร่งขณะอยู่ในเกียร์ D),ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่,ระบบเตือนเมื่อรถส่ายไปมา และระบบเบรคอัตโนมัติเมื่อรถหยุดนิ่ง
ขุมพลัง Boxer สูบนอน ขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ที่ให้กำลัง 156 แรงม้า พร้อมแรงบิด 196 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์ CVT 7 สปีด อัตราเร่ง 0-100 ใน 10.4 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 194 กม./ชม. โดยมีอัตราประหยัดน้ำมันเชื้อเพลง 13.6 กม./ลิตร
ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบไม่สมมาตร มากับ Dual X-MODE ที่พัฒนาขึ้นใหม่พร้อมฟังก์ชัน Snow/Dirt และ Deep Snow/Mud เพิ่มความมั่นใจในการผจญภัยบนเส้นทางที่ท้าทายโดยเฉพาะพื้นผิวที่ไม่เรียบหรือทางลาดชันตอบโจทย์การใช้งานแบบตามเส้นทางที่จัดกิจกรรม
ส่วน SI-Drive จะเป็นรูปแบบของโหมดการขับขี่ทั้ง Normal Sport หรือโหมดประหยัดอย่าง “Intelligent” ก็สามารถเลือกใช้งานได้ตามใจชอบ
ระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สัน ส่วนด้านหลังเป็นมัลติลิงค์ อัพเกรดค่าเคของสปริง ใหม่เพื่อให้ได้มาซึ่งความนุ่มนวล
จะว่าไปแล้วก็ถือเป็นการสัมผัสครั้งที่ 2 หลังจากครั้งแรกได้ไปลองเบาๆ ที่ประเทศสิงค์โปร์เมื่อช่วงก่อนโควิด ครั้งนี้ใช้เส้นทางกทม.-กาญจนบุรี ระยะทางไปกลับรวม 500 กม. ในการใช้งานทั้งในและนอกเมือง
การเดินทางเป็นขบวนสามารถใช้ทดสอบระบบ Eye Sight ที่ติดตั้งมาใหม่ได้เป็นอย่างดี ทั้งระบบควบคุมความเร็วตามรถคันหน้าจนถึงจุดหยุดนิ่ง เมื่อทำงานร่วมกับระบบเตือนพร้อมดึงกลับเมื่ออกนอกชองท่างยังมาช่วยเสริมความปลอดภัยส่วนดวงตาที่ 3 บริเวณกระจกหน้า ยังคอยทำหน้าที่ประมวลผลพร้อมสั่งการให้รถหยุดนิ่ง หากมีคน สิ่งของ หรือ สัตว์ เข้ามาในวิถีทำการประมาณ 100 ม. ระบบจะหยุดรถให้อัตโนมัติ
Si-drive เป็นอีกโหมดที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สนุกกับการใช้งาน ก็ไม่ถึงกับปรู๊ดปร๊าดหลังติดเบาะเมื่อใช้โหมด Sport แต่ก็ไม่ต้องลุ้นมาก ในขณะที่เร่งแซง
ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบสมมาตร Symmetrical All-Wheel Drive อันเลื่องชื่อ ก็ทำให้การยึดเกาะถนนทำได้อย่างปลอดภัย และแม่นยำ บางช่วงทดสอบที่เป็นทางโค้ง ลาดชัน การยึดเกาะถนนทำได้ดี แถมมีการปรับค่าเคสปริงใหม่ โดดเด่นไปทางด้านของความนุ่มนวล เรียกได้ว่าสภาพเส้นทางทุรกันดาร สามารถทำให้ผมหลับได้ลึกๆ จวบจนถึงปลายทาง
บทสรุปของการสัมผัส Subaru XV Eyesight ในครั้งนี้ ที่โดดเด่นนั่นคือการปรับระบบรองรับ ให้มีการยึดเกาะและนั่งสบาย ส่วน Eyesight ที่ได้อัพเกรดใหม่นั้นมาครบ แถมยังให้ความปลอดภัยสูง รูปลักษณ์ที่ดูสปอร์ตกับชุดแต่ง GT ราคาไม่สูง แต่ก็ปรับลุคให้ดูเท่ขึ้นอีกเยอะ ขุมพลังแม้จะไม่แรงมาก แต่เวลาเร่งแซง ไม่ถึงขั้นต้องลุ้น เสียดายเพียงอย่างเดียวว่าทำไมไม่ติดตั้งฟังค์ชั่นฝาท้าอัตโนมัติมาให้พร้อม เพราะคู่แข่งในตลาดก็มากันครบแล้วทั้งนั้น