Saturday, May 18, 2024
HomeAuto Testทดลองขับ Honda City 2023 เสริมหล่อ ขับสนุก ทางเลือกความประหยัดที่ไม่ต้องง้อปลั๊กไฟ

ทดลองขับ Honda City 2023 เสริมหล่อ ขับสนุก ทางเลือกความประหยัดที่ไม่ต้องง้อปลั๊กไฟ

Honda City 2023 กับการปรับใหม่ในครั้งนี้ถ้าจะโฟกัสไปที่รูปลักษณ์ อาจจะยังคุ้นตา ทั้งในรุ่น Turbo RS และ e:HEV จะมีในส่วนของหน้ากระจัง กันชนหน้า และ หลัง รวมถึลวดลายล้อแมกและงขนาดของยางซึ่งส่งผลให้รถมีความสูงขึ้นเพียงเล็กน้อย ภายในเสริมหรูด้วยเบาะหนังเย็บด้ายแดง พร้อมตกแต่งคอนโซลกลางและแผงข้างใหม่ แต่ที่อัดให้แบบเต็มๆในทุกรุ่นย่อยนั่นคือระบบ Honda Sensing ด้านความประหยัดก็ยังโดดเด่น จากที่อีโค่สติ๊กเกอร์ระบุไว้ในรุ่น Turbo RS ที่ 23 กม./ลิตร และรุ่น e:HEV ที่ 28.3 กม./ลิตร ซึ่งการทดสอบในครั้งนี้จะเป็นอีกครั้งที่แข่งขันการขับขี่ในรูปแบบประหยัดเชื้อเพลิง มาดูกันว่าอัตราสิ้นเปลืองการทดสอบจะได้ใกล้เคียงกับที่เคลมไว้ขนาดไหน และรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงในรถรุ่นนี้จะมีอะไร คุ้มค่ากับค่าตัว 749,000 บาทในรุ่น Turbo RS และ 839,000 บาท ในรุ่น e:HEV หรือไม่

Honda City 2023 1

ฮอนด้า ออโตโมบิลส์ กระตุ้นตลาดรถเล็กอีกครั้งด้วยการปรับโฉมให้กับ Honda City 2023 ทั้งในรุ่น Turbo RS และ e:HEV พร้อมเสริมความสปอร์ตรอบคันด้วยการเปลี่ยนกระจังหน้าสีดำเงา โคมไฟหน้าพร้อมไฟตัดหมอกแบบใหม่ เช่นเดียวกับกันชนหน้าและหลัง ซึ่งรวมไปถึงดิฟฟิวเซอร์ สปอยเลอร์เลอร์หลัง และเสาอากาศแบบครีบฉลาม

Honda City 2023

Honda City 2023  3

ล้อแมกปรับลวดลายแต่ก็ใกล้เคียงแบบเดิม ยางเปลี่ยนขนาดจาก 185/55 มาเป็น 185/60 R16

Honda City 2023  6

ทั้ง 2 รุ่นปรับปรุงใหม่แทบจะไม่แตกต่าง แต่สังเกตได้จากโลโก้ HONDA สีฟ้า จะเป็นของรุ่น e:HEV

Honda City 2023  7

ภายในเพิ่มความสปอร์ตพรีเมียม ตกแต่งคอนโซลสีแดง มีเบาะนั่งหุ้มหนังเย็บด้ายแดง มาพร้อมระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย

Honda City 2023  8

Honda City 2023  11

ระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมช่องปรับอากาศตอนหลัง ช่องเชื่อมต่อ USB ด้านหลังแบบ Type-C 2 ตำแหน่ง ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Remote Engine Start)

Honda City 2023  9

พวงมาลัยมีก้านเปลี่ยนเกียร์แบบแพดเดิลชิพท์ในรุ่น Turbo RS ส่วน e:HEV จะเป็นระบบช่วยชะลอความเร็วรถที่พวงมาลัย (Deceleration Paddle Selectors) และมีมาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว

Honda City 2023  12

เบรกมือไฟฟ้าพร้อม Auto Hold จะถูกติดตั้งในรุ่น e:HEV ส่วน TURBO RS จะเป็นเบรคมือแบบธรรมดา

Honda City 2023 12
ขุมพลังฟูลไฮบริดในรุ่น e:HEV ที่ผสานการทำงานอันทรงพลังร่วมกันของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว กับเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร Atkinson Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และ แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน มอบแรงบิดมอเตอร์สูงสุดที่ 253 นิวตัน-เมตร ที่ 0 – 3,000 รอบต่อนาที และยังให้อัตราการประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 27.8 กิโลเมตร/ลิตร มีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 83 กรัม/กิโลเมตร รองรับพลังงานทางเลือก E20 ทั้งนี้ ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV จะปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ให้โดยอัตโนมัติตามความเหมาะสม ประกอบด้วย 3 โหมด ได้แก่ โหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode) โหมดการขับขี่ด้วยระบบไฮบริด (Hybrid Drive Mode) และโหมดการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ (Engine Drive Mode)

Honda City 2023  13

TURBO RS มากับเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.0 ลิตร DOHC VTEC TURBO 3 สูบ 12 วาล์ว ที่มาพร้อม Turbo Charger มอบกำลังสูงสุด 122 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที ตอบสนองได้ทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 173 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 – 4,500 รอบต่อนาที ผสานการทำงานกับระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง (CVT) ให้อัตราเร่งและอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมสูงถึง 23.8 กิโลเมตร/ลิตร มีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ 99 กรัม/กิโลเมตร และสามารถรองรับพลังงานทางเลือก E20

Honda City 2023  14

ระบบรองรับหน้าอิสระแมคเฟอร์สันสตรัท หลังเป็นแบบทอร์ชั่นบีม ส่วนระบบเบรกของรุ่น Turbo RS ด้านหน้าเป็นดิสเบรก หลังเป็นแบบดุม แต่ในรุ่น e:HEV จะใช้เป็นดิสเบรกทั้ง 4 ล้อ

ทุกรุ่นย่อยมาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) ทำงานผ่านกล้องมุมมองกว้างด้านหน้า ช่วยตรวจจับรถยนต์ คนเดินถนน จักรยาน และจักรยานยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบไปด้วย 6 ฟังก์ชันการทำงานหลัก ๆ ดังนี้
•ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
•ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
•ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)
•ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)
•ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control: ACC)
•ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification System: LCDN)

การทดสอบในครั้งนี้ระยะทางไปและกลับราว 300 กม. จากกรุงเทพฯ-สิงห์บุรี และจะใช้การขับขี่ในรูปแบบประหยัดเชื้อเพลิง เลือกรถที่ใช้แข่งขันด้วยวิธีจับฉลาก โดยพาหนะในการเดินทางเป็น Honda City รุ่น Turbo RS ก่อนจะสลับมาขับรุ่น e:HEV

Honda City 2023  15

ความสะดวกสบายที่มาพร้อมกับความปลอดภัยกับระบบ Honda Sensing กับการขับขี่ในรูปแบบประหยัดถือเป็นตัวช่วยสำคัญ เพราะการขับขี่ที่ต้องรักษาความเร็วเป็นเวลานาน บนระยะทางไกล จะทำให้ร่างกายเมื่อยล้ามากขึ้นกว่าปกติ ทั้งระบบเตือนออกนอกช่องทางพร้อมระบบดึงกลับกลางช่องทางอัตโนมัติ และบ่อยครั้งที่ระบบ Honda Lane watch ช่วยแสดงภาพเมื่อเปิดไฟเลี้ยวซ้าย ทำให้มีมุมมองที่ปลอดภัยกว่าเดิม

Honda City 2023  17

จากจุดเริ่มต้นถึงปลายทาง ค้นหาเส้นทางจาก Google Map ที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนแบบไม่ต้องใช้สายก็สะดวกไปอีกแบบ เพียงแต่ต้องทำความเข้าใจกับการใช้งาน รถต้องจอดสนิท เกียร์อยู่ตำแหน่ง P และดึงเบรกมือ ภาพจากสมาร์ทโฟนก็จะไปแสดงบนจอกลางได้อย่างไม่ติดขัด รวมถึงแสดงแอพพลิเคชั่นได้อีกมากมาย

Honda City 2023  21

 

ระยะเวลาราว 2 ชั่วโมงครึ่งก็มาถึงยังจุดหมายปลายทางที่จ.สิงห์บุรี กับตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองที่ไม่ธรรมดา ซึ่งทะลุ 32 กม./ลิตร

สลับกลับมาที่ในรุ่น e:HEV ที่ใช้เป็นพาหนะเดินทางกลับ ที่ใช้การขับขี่แบบปกติตามการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน กับอัตราเร่งที่ขับสนุก การตัดต่อระบบไฮบริดทำงานได้ราบเรียบ และมีระบบช่วยชะลอความเร็วซึ่งแปรสภาพจากแรงเฉื่อยของล้อ กลับไปเป็นพลังงานสะสมไว้ที่แบตเตอรี่

Honda City 2023  18

มีบางขณะในกรณีที่การจราจรแออัด ถือว่าเป็นการคลายเมื่อยล้าแต่อยู่บนพื้นฐานความปลอดภัยกับ Honda Sensing เพราะนอกจากคันเร่ง ระบบสามารถควบคุมทิศทางตามรถคันหน้าได้ตลอดเส้นทาง แต่ควรใช้งานบนถนนที่มีการแบ่งช่องทางที่ชัดเจน ทั้งระบบควบคุมความเร็วตามรถคันหน้า ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลือนที่ ระบบช่วยเตือนออกนอกช่วงทาง และระบบช่วยดึงรถให้อยู่กลางช่องทาง จะทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

Honda City 2023  19

เสร็จสิ้นการทดสอบก็ถึงช่วงประกาศตัวเลขอัตราสิ้นเปลือง ในรุ่น Turbo RS ที่ทำได้ 32 กม./ลิตร ยังตกอยู่ในตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 2 ส่วนผู้ชนะ ทำตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองได้ถึง 34 กม./ลิตร ส่วนในรุ่น e:HEV นั้นประหยัดสูงถีง 38 กม./ลิตร เลยทีเดียว

Honda City 2023  20

ต้วเลขที่ทำได้ทะลุ 30 กม./ลิตร นั้นเป็นการขับขี่ในรูปแบบประหยัดเชื้อเพลิง แต่การใช้งานจริงในชีวิตประจำวันก็มีความเป็นไปได้ที่จะขับขี่ในรูปแบบนี้ ยิ่งเป็นการใช้งานในเมืองจะค่อนข้างตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี เพราะไม่ต้องใช้ความเร็วสูง และอัตราประหยัดเชื้อเพลิงที่ทำได้ก็ถือว่าค่อนช้างประหยัด

Honda City 2023  18

ในขณะที่กระแสรถยนต์ไฟฟ้ามาแรง จนเริ่มมีปัญหาที่ต้อจองคิวการเข้ารับบริการเติมประจุไฟ รถซิตี้คาร์ที่มีรูปลักษณ์สปอร์ต ห้องโดยสารนั่งสบาย มาพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและปลอดภัยอย่างเต็มพิกัดอย่าง Honda City 2023 ก็เป็นคำตอบที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย จะชอบจี๊ดจ๊าดในสไตล์ Turbo RS หรือรุ่น e:HEV ทั้ง รุ่นก็ประหยัดได้ใจไม่แพ้กัน

RELATED ARTICLES

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

Most Popular