Friday, September 17, 2021
HomeAuto Testทดลองขับ Porsche Taycan Base สปอร์ต 4 ประตูพลังไฟฟ้า ขับเคลื่อนล้อหลัง ทั้งแรง และ ประหยัด

ทดลองขับ Porsche Taycan Base สปอร์ต 4 ประตูพลังไฟฟ้า ขับเคลื่อนล้อหลัง ทั้งแรง และ ประหยัด

Porsche Tycan Base มาในรูปแบบของระบบขับเคลื่อนล้อหลัง พร้อมทางเลือกจากแบตเตอรี่ 2 ขนาดความจุ ที่พกความแรงมาในระดับ 326 แรงม้าในโหมดการขับขี่ปกติ แต่หากใช้งาน overboost mode หรือ Launch Control จะยกระดับความแรงไปเกือบ 480 แรงม้า ด้านราคาค่าตัว 6.39 ล้านบาท ถูกกว่า 4S (รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ) 1 ล้านบาท จะมีความคุ้มค่าน่าใช้เพียงใด้ ติดตามได้จากรายงาน

 

เปิดตัวมาในประเทศไทยเมื่อปี 2563 สำหรับ Porche Tycan ซึ่ง บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ Porsche อย่างเป็นทางการ ได้นำเข้ามาจำหน่ายทั้งรุ่น Taycan Turbo, Turbo S และ 4S ซึ่งเราได้ทำการทดลองขับไปในงาน Porsche Taycan Driving Experience 2020 เหตุการณ์ในวันนั้นยังจำได้ดี เพราะเป็นรถคันแรกที่เมื่อปลดปล่อยพละกำลังเต็มที่ อาหารที่กำลังอยู่ในขั้นตอนลำเลียงสู่กระบวนการย่อย มันจะขย้อนออกมาใหม่

ในครั้งนี้ AAS Auto Service ได้เสริมทัพด้วยการนำรุ่นขับหลังหรือรุ่น Base ซึ่งจะว่าไปแล้ว มองจากรูปลักษณ์ภายนอก แทบจะไม่ต่างไปจากรุ่นก่อนหน้าตามแบบฉบับของสปอร์ตซาลูน 4 ประตู ที่ดีไซน์เส้นสายให้มีค่าเฉลี่ยแรงเสียดทานต่ำเพียง 0.22

Porsche Taycan Base 1

ความแตกต่างที่ว่ามี 2 อย่าง นั่นคือ ล้ออัลลอย ขนาด 19 นิ้ว ที่มีลวดลายดูขัดตาไปสักนิด และสัญลักษณ์ด้านท้ายถูกถอดออกไปเกลี้ยง

Porsche Taycan Base 2

ชุดไฟหน้ายังถือเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ ซึ่งมาพร้อมระบบ และทิศทางของลำแสงยังสามารถปรับตามองศาของพวงมาลัย ด้านหลังมีสปอยเลอร์ที่ยกตัวได้อัตโฯมัติในกรณีที่ใช้ความเร็ว

Porsche Taycan Base 3

Porsche Taycan Base 18

คอนโซลกลางติดตั้งหน้าจอ infotainment ขนาดใหญ่ 10.9 นิ้ว พร้อมหน้าจอสำหรับผู้โดยสารตอนหน้าเป็นอุปกรณ์พิเศษติดตั้งเพิ่มเติม เบาะนั่งคู่หน้าแบบ comfort seats ปรับระดับด้วยไฟฟ้า

Porsche Taycan Base 5

ขุมพลังในการขับเคลื่อนเป็นแบบมอเตอร์ไฟฟ้า ถอดตำแหน่งของล้อหน้าออก คงเหลือเพียงที่ล้อหลัง แต่ได้ทำการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพที่สูงขึ้นในรูปแบบของ permanently excited synchronous ให้คุณสมบัติในการถ่ายทอดแรงบิดได้อย่างต่อเนื่อง มากับทางเลือก จากแบตเตอรี่ 2 ขนาดความจุ

ในรุ่นแบตเตอรี่มาตรฐาน single-deck Performance Battery ขนาดความจุ 79.2 กิโลวัตต์ชั่วโมง ให้กำลัง 326 แรงม้า และเพิ่มได้ถึง 408 แรงม้า เมื่อทำงานใน overboost mode และ Launch Control ซึ่งเมื่อชาร์จไฟเต็มหนึ่งครั้งรถวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 431 กิโลเมตร

ส่วนในรุ่น two-deck Performance Battery Plus ขนาดความจุ 93.4 กิโลวัตต์ชั่วโมง ให้กำลังที่ 380 แรงม้า และเพิ่มได้ถึง 476 แรงม้า ซึ่งการชาร์จหนึ่งครั้ง สามารถทำระยะทางได้ถึง 484 กิโลเมตรเลยทีเดียว

Porsche Taycan Base 7

อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใช้เวลาเพียง 5.4 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ 230 กิโลเมตรต่อชั่วโมง( ในขณะที่ 4S ทำได้ 4 วิ และความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม.) ทั้ง 2 ขนาดความจุแบตเตอรี่ขณะที่สามารถรองรับการประจุพลังงานได้สูงสุดที่ 225 กิโลวัตต์ (Performance Battery) หรือ 270 กิโลวัตต์ (Performance Battery Plus) ซึ่งระยะเวลาในการชาร์จพลังงานจาก 5 – 80 % ในสภาวะการชาร์จไฟปกติ เพียง 22.5 นาที และยังใช้เวลาชาร์จเพียง 5 นาที ก็สามารถขับขี่ได้ระยะทางถึง 100 กิโลเมตร

ช่วงล่างมาพร้อมระบบ Porsche 4D-Chassis Control ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของช่วงล่างแบบ real time แต่ระบบช่วงล่างถุงลม adaptive air suspension พร้อมเทคโนโลยี three-chamber รวมทั้งระบบ PASM งบ(Porsche Active Suspension Management) electronic
control system ก็มีมาเป็นออฟชั่จตรรคนนให้เลือกอัพเกรด

Porsche Taycan Base 7

และในส่วนของระบบ adaptive air suspension ยังเสริมฟังก์ชัน Smartlift ทำหน้าที่ยกระดับความสูง เมื่อขับขี่บนถนนขรุขระ พร้อมปรับระดับความสูงของตัวรถให้สัมพันธ์กับการขับขี่

ระบบเบรกหน้ารใช้คาลิเปอร์แบบ 6 พอต พร้อมจานขนาด 360 มม. ส่วนด้านหลังเป็นแบบ 4 พอต พร้อมจานขนาด 358 มม. ถ้ากลัวว่าเบรกยังใหญ่ไม่พอ ออพชั่นเสริมอย่าง high-performance Porsche Surface Coated Brake (PSCB) ซึ่งขยายขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ของจานเบรกคู่หน้า เพิ่มขึ้นเป็น 410 มิลลิเมตร และคู่หลังขนาด 365 มิลลิเมตร ก็สามารถสั่งได้เช่นกัน

สำหรับการทดลองขับในครั้งนี้ ด้านสมรรถนะแน่นอนว่าไม่จี๊ดจ๊าดเท่ากับ Taycan 4S ที่เคยได้สัมผัส แต่ที่ต่างนั่นคือระบบขับเคลื่อน เดิมทีขับเคลื่อนสี่ล้อ แต่พอเป็นรุ่น Base จะใช้ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ ซึ่งปรับเซทมาให้มีสมรรถนะและการยึดเกาะถนนเป็นเลิศ

Porsche Taycan Base 10
ในกรณีที่ต้องการเรียกความแรง แม้ความดุดันของพละกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าจะมีพละกำลังไม่มหาศาลเท่ารุ่นขับสี่ แต่ก็ไม่น้อยหน้าแต่อย่างใด โหมดการขับขี่สามารถเลือกปรับตั้งค่าเองได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นพละกำลัง ความแข็ง-อ่อนของช่วงล่าง และระดับความสูงของตัวรถ รวมถึงนน.พวงมาลัย แต่หากอยากได้ฟังค์ชั่น Sport Crono สามารถสั่งเพิ่มโดยเปลี่ยนชดใหม่ให้ยกคอพวงมาลัย ในราคาประมาณ 1 แสนบาทเศษ

ระบบเบรคก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สยบความแรงได้อยู่หมัด เพราะความใหญ่โตของจานเบรคที่มาพร้อมคาลิปเปอร์ด้านหน้าแบบ 6 พอต แลด้านหลังแบบ 4 พอต

Porsche Taycan Base 13
และด้วยการออกแบบให้มีค่าสัมประสิทธิแรงเสียดทานต่ำเพียง 0.22 อีกทั้งยังมีการออกแบบเบาะนั่งและพื้นห้องโดยสารให้ใกล้ชิดกับพื้นถนนมากที่สุดตามสไตล์รถสปอร์ต ส่งผลให้ฟิลลิ่งของการขับขี่ไม่หนีไปจากรถสปอร์ต 2 ประตู

Porsche Taycan Base 17
บทสรุปของการทดสอบในครั้งนี้สำหรับ Porsche Taycan รุ่น Base ก็ยังถือว่าเป็นรถสปอร์ต 4 ประตูที่โดดเด่ดด้านสมรรถนะ การควบคุมรถ ซึ่งมาพร้อมการออกแบบที่หรูหรา ในราคาที่หายไปจากรุ่น 4S ถึง 1 ล้านบาท ส่วนในเรื่องของการชาร์จไฟคงไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป เพราะเวลาชาร์จเต็มไม่ถึง 30 นาที ซึ่งหากชาร์จเร็วด้วยเวลาเพียง 5 นาที ก็สามารถได้ระยะทางมากถึง 100 กม.เลยทีเดียว

RELATED ARTICLES

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

Most Popular