Tuesday, November 30, 2021
HomeAuto News(มีคลิปวีดีโอ) รีวิวคันจริง All New Honda Civic กับ 3 ไฮไลท์เด่น ปรับโฉมหรู ขุมพลังโมฯใหม่ พร้อมกับอัพเกรดระบบความปลอดภัย...

(มีคลิปวีดีโอ) รีวิวคันจริง All New Honda Civic กับ 3 ไฮไลท์เด่น ปรับโฉมหรู ขุมพลังโมฯใหม่ พร้อมกับอัพเกรดระบบความปลอดภัย ในราคาค่าตัว……..

All New Honda Civic เจนเนอเรชั่นที่ 11 มาพร้อมการปรับใหม่ทุกมิติในสไตล์หรูและสปอร์ต ขุมพลัง V-Tec Turbo โมฯเพิ่ม พิกัดความจุ 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 178 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติซีวีที ที่ให้ความประหยัด 17.2 กม./ลิตร พร้อมเติมเต็มระบบความปลอดภัย Honda Sensing เต็มขั้นด้วยระบบใหม่ เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อย ในราคาจำหน่าย 964,000 – 1,199,000 บาท

ผ่านพ้น เจน 10 เข้าสู่เจนที่ 11 พร้อมใช้โรงงานในไทยผลิตส่งขายไปอีกหลายประเทศทั่วโลก การกลับมาในครั้งนี้ทางทีมผู้ออกแบบได้ปรับภาพลักษณ์ในสไตล์รถซีดานให้ชัดเจนยิ่งขึ้นภายใต้แนวคิด “Exhilarating Exterior” โดยใช้เส้นสายในแนวนอนที่ยาวต่อเนื่องจากด้านหน้าไปจนถึงด้านหลัง ให้ความรู้สึกโฉบเฉี่ยว ล้ําสมัย มาพร้อมการจัดวางโครงสร้างสไตล์ Low & Wide ที่มีจุดศูนย์ถ่วงต่ํา

All New Honda Civic 1

 

ตัวถังใช้เทคโนโลยี Roof Braze ในการประกอบ เพ่ือลดรอยต่อบริเวณหลังคา พร้อมปรับมิติตัวรถตามขนาดความยาว 4,673 มม. กว้าง 1,800 มม. สูง 1,414 มม. และฐานล้อ ซึ่งหากเทียบกับรุ่นเดิมนั้นจะยาวขึ้น 25 มม. กว้างขึ้น 1 มม. แต่เตี้ยลง 2 มม. พร้อมยืดระยะฐานล้อให้ยาวขึ้นกว้าเดิม 37 มม.

All New Honda Civic 2

กระจังหน้าและกันชนออกแบบใหม่ในสไตล์หรูหรา ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ พร้อมไฟส่องสว่างสําหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน และไฟตัดหมอกคู่หน้า

All New Honda Civic 3

ก้านปัดน้ําฝนดีไซน์ใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพในการทํางาน โดยจะมีช่องฉีดน้ําอยูู่ที่ก้านปัดน้ําฝน และมีการควบคุมปริมาณการฉีดและบริเวณที่ฉีดได้อย่างแม่นยําทําให้ทัศนวิสัยในการขับขี่ชัดเจนยิ่งขึ้นแม้ในขณะฝนตก และที่กระจกติดตั้งกล้องซึ่งใช้ประมวลผลการทำงานสำหรับระบบ Honda Sensing โดยเฉพาะ

All New Honda Civic 4

ด้านหลังเปลี่ยนใหม่พร้อมไฟท้าย LED แบบ C line ออกแบบด้วยเทคนิค Fine Cut ควบคุมการกระจายแสงสว่างอย่างสมํ่าเสมอ ให้แสงไฟชัดเจนและนุ่มนวลมากยิ่งขึ้น มาพร้อมระบบฝาท้ายแบบ One Touch และท่อไอเสียแบบคู่

All New Honda Civic 6

รุ่น RS นั้นยังมีความแตกต่างจากกระจกมองข้างสีดํา มือจับประตูด้านนอกสีดํา เสาอากาศแบบครีบฉลามสีดํา สปอยเลอร์หลังสีดําพร้อมสัญลักษณ์ RS ด้านท้าย ท่อไอเสียแบบคู่พร้อมปลอกท่อไอเสีย และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 17 นิ้ว หุ้มยางขนาด 225/50 จากโยโกฮาม่า

All New Honda Civic 7

ช่องเสียบกุญแจที่ประตูออกแบบเก๋ไก๋โดยย้ายไปไว้ด้านในที่มือจับ เพื่อความประณีตสวยงาม และสอดคล้องกับการทํางานของระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ

All New Honda Civic 7

ห้องโดยสารออกแบบภายใต้แนวคิด “Fine Morning” เน้นการสร้างความรู้สึกที่สดชื่นของการเริ่มตอนเช้าของวันใหม พร้อมออกเดินทางไปทํากิจกรรมต่างๆ ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความแอคทีฟ

All New Honda Civic 8

คอนโซลหน้าดีไซน์ใหม่ มีการจัดวางเลย์เอาท์และฟังก์ชันการใช้งานต่างๆได้ง่าย จอสัมผัสในรุ่นท๊อพขนาด 9 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ AppleCarPlay แบบไร้สาย และระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และแสดงภาพจากล้องมองภาพแบบใหม่ถูกย้ายมาไว้ด้านบนคอนโซล

All New Honda Civic 10

ส่วนรุ่นรองเป็นจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียง Siri

ในรุ่นท๊อพ (RS) ยังได้รับการติดตั้งระบบปรับอากาศแบบแยกควบคุมอุณหภูมิซ้าย/ขวา รวมถึงติดตั้ง Wiress Charger พร้อมอัพเกรดระบบนำทางผ่านดาวทางให้มีการแสดงภาพที่คมชัดยิ่งขึ้น ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

All New Honda Civic 13

 

แต่สำหรับเบรกมือไฟฟ้า และ Auto Hold ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรถทุกรุ่น

All New Honda Civic 14

พวงมาลัยมัลติฟังค์ชั่นในรุ่นท๊อพจะเพิ่มการควบคุมระบบ Honda Sensing ที่มีการอัพเกรดระบบเพิ่ม และด้านหลังมีแป้นแพดเดิลชิฟท์สำหรับ +/- ตำแหน่งเกียร์

All New Honda Civic 15

ชุดมาตรวัดในรุ่นท๊อพ (RS) เป็นหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 10.2 นิ้ว ส่วนรุ่นรองมากับมาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว

All New Honda Civic 16

เบาะที่นั่งผู้ขับขี่ที่ปรับปรุงใหม่ โครงสร้างเป็นแผ่นเรซินรองรับสรีระแบบเต็มพื้นที่ตั้งแต่ช่วงหลังส่วนบน กระดูกเชิงกราน จนถึงต้นขา เพื่อให้ได้การนั่งที่โอบกระชับและรับน้ําหนักได้อย่างสมดุล ส่วนเบาะหลังนั่งสบายกว่าเดิม มีพื้นที่ศรีษะเยอะขึ้นและยังพับได้เพื่อขยายพื้นที่เก็บสัมภาระ

All New Honda Civic 17

All New Honda Civic 17

All New Honda Civic 2022 ทุกรุ่นขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเครื่องยนต้ 1.5 ลิตร DOHC VTEC TURBO แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว พัฒนาประสิทธิภาพการทํางานของ Turbo Charger ที่อัดอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ได้เร็วขึ้น ๅลให้กําลังสูงสุด 178 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 240 นิวตัน-เมตร ที่ 1,700 – 4,500 รอบต่อนาที ผสานการทํางานกับระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง CVT มีอัตราการประหยัดน้ํมันอยู่ที่ 17.2 กิโลเมตร/ลิตร อีกทั้งยังรองรับพลังงานทางเลือก E85

All New Honda Civic 18

ทีมวิศวกรจากฮอนด้าได้เพิ่มโหมดการขับขี่ที่เลือกได้ตามสไตล์ 3 โหมด ได้แก่

• ECON Mode – โหมดการขับขี่แบบประหยัด พร้อมปรับการทํางานของเครื่องยนต์ให้สัมพันธ์กับการขับขี่เพื่ออัตราการประหยัดเช้ือเพลิงมากขึ้น
• Normal Mode – โหมดการขับขี่แบบปกติ สําหรับการขับขี่ใช้งานโดยทั่วไป
• เพิ่มเติมด้วย Sport Mode – โหมดการขับขี่แบบสปอร์ต ที่การทํางานของเครื่องยนต์ตอบสนองการเร่งได้ดียิ่งขึ้นเพื่อการขับขี่ที่สนุกเร้าใจ

All New Honda Civic 19

นอกจากนี้ Honda Sensing ยังได้รับการติดตั้งให้เป็นอุปกรร์มาตรฐานสำหรับรถทุกรุ่น พร้อมกับอัพเกรดอีก 2 ระบบใหม่ ซึ่งประกอบด้วย

ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS) ช่วยเตือนผู้ขับขี่ให้ลดความเร็วเมื่อมีรถยนต์ รถจักรยานยนต์ จักรยาน หรือคนเดินถนนที่อยู่ในระยะไม่ปลอดภัย โดยระบบจะแจ้งเตือนผ่านหน้าจอแสดงข้อมูลและสัญญาณเสียง รวมถึงมีการสั่นเตือนของพวงมาลัยในกรณีรถสวนทาง ซึ่งหากผู้ขับขี่ยังไม่ตอบสนอง หรือในกรณีที่อยู่ในระยะเสี่ยงต่อการชน ระบบจะชว่ยเสริมแรงเบรกอัตโนมัติ เพื่อหลีกเลี่ยงการชนหรือลดความรุนแรงจากอุบัติเหต

ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ํา (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF) ช่วยควบคุมความเร็วของรถให้คงที่ตามที่ผู้ขับขี่ตั้งค่าไว้ และระบบจะปรับความเร็วอัตโนมัติ โดยมีกล้องตรวจจับรถคันหน้าเพื่อรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าอย่างเหมาะสม และในการขับขี่ที่ความเร็วต่ํา ระบบจะช่วยปรับความเร็วให้รถเคลื่อนที่ตามรถคันหน้า รวมถึงเบรกและหยุดตามอัตโนมัติ ระบบจะเริ่มทํางานอีกครั้งเมื่อผู้ขับขี่กดปุ่มที่พวงมาลัยหรือเหยียบคันเร่ง

ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS) กล่องด้านหน้าจะทําการตรวจจับเส้นแบ่งช่องทางเดินรถ ซึ่งระบบจะช่วยเพิ่มแรงหน่วงของพวงมาลัยเพื่อช่วยผู้ขับขี่ควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางปกติ และลดอาการเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่

All New Honda Civic 21

ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure MitigationSystem with Lane Departure Warning: RDM with LDW) ระบบจะใช้กล้องด้านหน้าในการตรวจจับเส้นแบ่งช่องทางจราจร หากพบว่ารถอยู่ในสภาวะเบี่ยงออก นอกช่องทางโดยไม่ตั้งใจ ระบบจะส่งสัญญาณเตือนที่หน้าจอแสดงข้อมูลพร้อมการสั่นเตือนของพวงมาลัย และในกรณีที่รถเริ่มเบี่ยงออกนอกช่องทางมากยิ่งขึ้น ระบบจะช่วยหน่วงพวงมาลัย เพ่ือให้รถกลับเข้าสู่ช่องทางปกติ ช่วยลดความเสี่ยงที่รถจะออกนอกช่องทางจราจร

ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB) ปรับไฟสูง-ต่ําอัตโนมัติด่วยกล้อง โดยจะปรับเป็นไฟสูงเมื่อขับขี่ในที่มืด และจะปรับเป็นไฟต่ําเมื่อตรวจจับได้ว่ามีรถสวนทางหรือรถยนต์ด้้านหน้า

ใหม่!!! ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure NotificationSystem: LCDN) ระบบที่ตรวจจับการเคลื่อนที่ของรถคันหน้า โดยระบบจะแจ้งเตือนผ่านหน้าจอแสดง ข้อมลูและสัญญาณเสียง เพื่อให้ผู้ขับขี่เคลื่อนที่ตามรถคันหน้า

ทั้งยังครบครันด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยล้ําสมัย อาทิ

-ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปล่ียนเลน (Honda LaneWatch) ชวยลดจุดบอด ในการมองเห็นของกระจกมองข้างด้านซ้าย โดยใช้กล้องจับภาพ

-ระบบช่วยเตือนความเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (Driver Attention Monitor) ตรวจจับความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ผ่านการควบคุมพวงมาลัย เมื่อพบว่าประสิทธิภาพในการควบคุมรถของผู้ขับขี่ลดน้อยลง ระบบจะแจ้งเตือนผ่านหน้าจอ TFT และเมื่อตรวจพบความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุจากความเหนื่อยล้า ระบบจะทําการสั่นเตือนที่พวงมาลัย

-กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera) ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการถอย โดยสามารถเลือกดูมุมกล้องที่แตกต่างกันได้ทั้งแบบ 130 องศา 180 องศา และมุมมองจากด้านบน

-ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)

-ถุงลม 6 ตําแหน่ง ได้แก่ ถุงลมคู่หน้า (Dual SRS) ถุงลมด้านข้างคู่หน้า (Side Airbags) และม่านถุงลมด้านข้าง (Side Curtain Airbags)

-ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารด้านหน้า พร้อมเตือนผู้โดยสารด้านหลัง (Front Passenger and Rear Seat Belt Reminder)

-ไฟเตือนเบาะนั่งด้านหลัง (Rear Seat Reminder)

-ระบบป้องกันล้อล๊อก (ABS) และระบบกระจายแรงเบรก (EBD) ช่วยป้องกันล้อล็อกเมื่อเบรกกะทันหัน เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถและหักพวงมาลัยหลบสิ่งกีดขวางที่อยู่ด้านหน้า ขณะที่ระบบกระจายแรงเบรก (EBD) จะช่วยกระจายแรงเบรกระหว่างล้อหน้าและล้อหลังเพื่อให้ความสมดุลกับน้ําหนักในการบรรทุกและเพิ่มประสิทธิภาพในการเบรก

-ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (Vehicle Stability Assist – VSA) ช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง ช่วยการยึดเกาะถนน มั่นใจกับทุกการขับขี่

-ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Start Assist – HSA) ระบบจะทําหน้าที่ในการป้องกันไม่ให้ตัวรถเคลื่อนที่ไปทางด้านหลังในจังหวะที่มีการปล่อยเท้าออกจากแป้นเบรกเมื่อรถยนต์จอดอยู่บนทางลาดชัน

-สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (Emergency Stop Signal – ESS) ทํางานอัตโนมัติโดยสัญญาณไฟฉุกเฉินจะทํางานเม่ือมีการเหยียบเบรกกะทันหัน เป็นการแจ้งเตือนรถที่ตามมาข้างหลัง

อีกหนึ่งเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบายนั่นคือ ฮอนด้า คอนเนค (Honda CONNECT) จะเป็นฟีเจอร์มาตรฐานเฉพาะรุ่นท๊อพ (RS) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเชื่อมต่อเพื่อการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ ทํางานผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน มาพร้อมหลากหลาย ได้แก่

1. My Service ตรวจสอบประวัติการเข้ารับบริการ รวมทั้งการประเมินรายการอะไหล่และค่าใช้จ่ายเบื้องต้น โดยจะมีการแจ้งเตือนกําหนดการเข้ารับบริการครั้งต่อไป

2. Car Log ข้อมูลการขับขี่จะประกอบดวยพฤติกรรมการขับขี่ ที่สามารถแสดงผลเป็นรายวัน รายเดือน หรือรายปี และ บันทึกการเดินทาง ที่สามารถเลือกทริปโปรด และแชร์ผ่านโซเชียลมีเดีย เช่น ไลน์ อินสตาแกรม เฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ เป็นต้น

3. WiFi สามารถเชื่อมต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ตไร้สายจากรถยนต์ โดยจะใช้งานได้พร้อมกันสูงสุดถึง 5 อุปกรณ์ มีระยะการส่งสัญญาณห่างจากตัวรถยนต์อยู่ที่40 เมตร โดยต้องไม่มีสิ่งกีดขวาง

4. Airbag Deployment เมื่อเกิดอุบัติเหตุและถุงลมทํางาน กล่องอุปกรณ์ TCU จะส่งสัญญาณเตือนให้ทราบทันทีผ่านทางแอปพลิเคชัน พร้อมทั้งส่งข้อมูลไปยังศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้าเพื่อทําการติดต่อไปยังเบอร์โทรศัพท์ที่ลงทะเบียนไว้ หรือเบอร์โทรฉุกเฉินที่ลูกค้าผู้ใช้งานระบุไว้ในระบบ เพื่อทําการประสานงานให้ความชวยเหลือขั้นต้น

5. Car Status แจ้งเตือนสถานะรถยนต์ เมื่อเกิดความผิดปกติจากระบบของรถยนต์ และ แจ้งเตือนสัญญาณกันขโมย เมื่อเกิดความผิดปกติกับรถยนต์จากภายนอก เช่น การเปิดประตู กระโปรงหน้าและฝากระโปรงท้ายของรถยนต์อย่างผิดปกติ

6. Remote Vehicle Control สามารถสั่งการล็อกและปลดล็อกประตูทั้งหมด อีกทั้งยังสามารถสั่งสตาร์ตเครื่องยนต์ พร้อมทั้งตั้งค่าระดับอุณหภูมิของระบบปรับอากาศในรถยนต์ และการสั่งดับเครื่องยนต์ ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถสั่งเปดสัญญาณไฟ ทั้งไฟหน้าและไฟท้าย โดยผู้ใช้งานจะต้องกําหนดรหัสส้วนตัวเป้นตัวเลข 4 หลัก (PIN) และจะต้องป้อนรหัสส่วนตัวทุกครั้งก่อนการใช้งาน

7. Geo Fence & Speed Alert สามารถกําหนดขอบเขตการขับขี่รถยนต์ทั้งเข้าและออกตามพื้นที่ที่กําหนดไว้ และยังสามารถตั้งค่าการแจ้งเตือนความเร็วตามกําหนดได้อีกด้วย

8. Find My Car สามารถตรวจสอบพิกัดรถยนต์ โดยระบบจะส่งพิกัดรถยนต์ บนแผนที่ล่าสุด แสดงผลบนแอปพลิเคชัน ซึ่งผู้ใช้งานจะต้องใส่รหัสส่วนตัว 4 หลัก (PIN) ก่อนการใช้งาน

All New Honda Civic แบ่งออกเป้น 3 รุ่น ดังนี้

รุ่น RS ราคา 1,199,000 บาท

รุ่น EL+ ราคา 1,009,900 บาท

รุ่น EL ราคา 964,000 บาท

All New Honda Civic 22

สีภายในมี 2 สี และ สีภายนอก มีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก) พร้อมด้วย สีใหม่ สีฟ้ามอรนิงมิสต์ (เมทัลลิก) และสีเทา เมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก) สีเงินลูนาร์(เมทัลลิก) ส่วนสีพิเศษอย่าง สีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่มเงิน 10,000 บาท และ สีดําคริสตัล (มุก) เพิ่ม 6,000 บาท

RELATED ARTICLES

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

Most Popular