HomeAuto Test(มีคลิปวีดีโอ) ทดลองขับ All New Honda Civic RS จัดเต็มความปลอดภัย พร้อมโมดิฟายขุมพลังใหม่

(มีคลิปวีดีโอ) ทดลองขับ All New Honda Civic RS จัดเต็มความปลอดภัย พร้อมโมดิฟายขุมพลังใหม่

All New Honda Civic ก้าวสู่เจนเนอเรชั่นที่ 11 กับรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยว ภายในแต่งหรู ขุมพลัง V-Tec Turbo โมฯเพิ่ม ในพิกัดความจุ 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 178 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติซีวีที มาพร้อมระบบความปลอดภัย Honda Sensing กับราคาค่าตัว 1.199 ล้านบาท จะมีความคุ้มค่าน่าใช้ขนาดไหน ติดตามรับชมได้จากรายงาน

ถือว่าเป็นรุ่นแรกของรถพวงมาลัยขวาที่ผลิตจากโรงงานประกอบรถยนต์มนประเทศไทย เพื่อจำหน่ายในประเทศและส่งออกไปยังอีกหลายประเทศซึ่งใช้รถพวงมาลัยขวาสำหรับ All New Honda Civic เจนเนอเรชั่นที่ 11 ที่ 11 ซึ่งเรื่องราวของการรีวิวนั้น เราได้ทำการแนะนำไปแล้ว โดยสามารถเข้าไปดูได้ตามลิงค์นี้ครับ และในครั้งนี้ จึงขอรวบรัดเข้าสู่เรื่องราวของการทดสอบสมรรถนะซีดานรุ่นธง โมเดลล่าสุดจาก ฮอนด้า ออโตโมบิลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กันเลยครับ

All New Honda Civic 1

การทดสอบสมรรถนะในครั้งนี้ใช้ระยะทางราว 150 กม. ในการสัมผัสกับระบบต่างๆ แต่จะมีเพียงหนึ่งระบบที่ไม่ได้ทำการทดสอบและเป็นหนึ่งในฟีเจอร์ของเทคโนโลยี Honda Sensing นั่นคือระบบ Auto Highbeam หรือการปรับไฟสูงต่ำอัตโฯมัติ เนื่องจากการทดสอบในครั้งนี้ได้ดำเนินการในช่วงกลางวัน

All New Honda Civic 2
จากการเดินทางในเมืองสู่นอกเมืองในย่านความเร็วต่ำ การเก็บเสียงภาบในห้องโดยสารเงียบสนิท จาการติดตั้งวัสดุซับเสียงที่ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น รวมถึงกระจก 3 บานหน้าแบบ Acoustic Glass ที่ช่วยให้การเก็บเสียงจากลมปะทะได้ดียิ่งขึ้น

All New Honda Civic 3
เบาะนั่งก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่พิถีพิถัน ออกแบบเบาะนั่งให้ใหญ่ขึ้นพร้อมโอบกรับช่วงหลัง ไหล่ และที่รองนั่ง ดยใช้หนังหุ้มขอบ ส่วนตรงกลางเป็นแบบกำมะหยี่และเย็บด้ายแดงตามสไตล์รุ่นท๊อป RS รวมถึงเบาะนั่งแถว 2 ที่ออกแบบให้นั่งสบาย พื้นที่ศรีษะก็กว้างขึ้น ส่วนพื้นที่วางขามีเหลือเฟือ แต่ติดตรงที่ว่าไม่มีการติดตั้งช่องแอรหลัง ซึ่งหากเป็นรุ่นที่ขายในประเทศญี่ปุ่นนั้นมีช่องแอร์ด้านหลัง ทั้งที่ประเทศไทยนั้นร้อนกว่า

All New Honda Civic 4
พวงมาลัยน้ำหนักเบา แปรผันตามรอบความเร็วูกปรับแต่งให้มีการควบคุมที่แม่นยำขึ้น รวมถึงระบบมิลติฟังค์ชั่นที่ใช้งานง่ายโดยติดตั้งปุ่มควบคุมทั้งระบบความบันเทิงและการปรับเซ็ทค่าต่างๆของรถ รวมถึงสั่งการระบบต่างๆในเทคโนโลยี Honda Sensing รวมถึงระบบแพดเดิลชิฟท์

All New Honda Civic 5

หน้าจอดิสเพลย์เป็นแบบTFT ขนาด 10.2 นิ้ว แสดงภาพได้อย่างคมชัด ซึ่งปรับเปลี่ยนการแสดงผลได้หลายรูปแบบ และทีเด็ดอยู่ที่การแสดงภาพขณะขับขี่ ไม่ว่าจะค่อมช่องทาง หรือ ไฟเบรค ก็มีแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน

All New Honda Civic 6
คอนโซลหน้าจัดวางเลย์เอาท์ใหม่ โดยย้ายจอสัมผัสมาไว้ด้านบนคอนโซล ในรุ่น RS จะใช้ขนาด 9 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ AppleCarPlay แบบไร้สาย และระบบสั่งการด้วยเสียง Siri รวมถึงแสดงภาพจากระบบ Honda Lane Watch กล้องมองภาพรอบคัน และกล้องมองหลัง แต่การปรับเซ้ทอาจทำยากไปสักนิด เนื่องจากควบคุมได้จากเพียงหน้าจอแฃะพวงมาลัย ไม่มีปุ่มควบคุมแยกอิสระมาไว้ที่คอนโซลกลาง หรือ คอนโซลเกียร์แบบคู่แข่ง

All New Honda Civic 7
ออฟชั่นพิเศษสำหรับรุ่นนั่นคือ Wiress Charger ที่ให้กระแสไฟแรงขนาด 1.5 วัตต์ ซึ่งทำให้กำลังไฟเข้าสู่โทรศัพท์ ทำได้มนระยะเวลาที่สั้นลง นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ทั้งระบบ Android Auto และ Apple Carplay และพิเศษตรงที่หากใช้สมาร์ทโฟนในระบบ Apple Carplay โดยไม่จำเป็นที่ต้องใช้สายในการเชื่อมต่อ หรือในรูปแบบ Wifi นั่นเอง

All New Honda Civic 8
คอนโซลเกียร์ตกแต่งใหม่ นอกจากคันเกียร์มีการติดตั้งเบรคมือไฟฟ้าพร้อม Auto Brake Hold รวมถึงติดตั้งสวิตช์ควบคุมโหมดการขับขี่แยกออกมาชัดเจน นอกจากโหมด Econ และ Normal โดยเพิ่มโหมด Sport มาให้เรียบร้อย

All New Honda Civic 10
สำหรับขุมพลังได้รับการโมดิฟายใหม่แต่ขนาดความจุเดิมในพิกัด 1.5 ลิตร DOHC VTEC TURBO แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมพัฒนาชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ให้ทรงประสิทธิยิ่งขึ้นลให้กําลังสูงสุด 178 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 240 นิวตัน-เมตร ที่ 1,700 – 4,500 รอบต่อนาที ผสานการทํางานกับระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง CVT ด้านอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่เคลมจากอีโค่สติกเกอร์อยู่ที่ 17.2 กม./ลิตร ซึ่งหากเทียบกับรุ่นเดิม จะมีอัตราบริโภคเชื้อเพลิงมากว่าอยู่เล็กน้อย แต่การตอบสนองของเครื่องยนต์ทำได้ดีขึ้นชัดเจน

All New Honda Civic 10
การใช้งานในเมืองนั้น หากขับขี่ทั่วไปในส่วนของระบบเกียร์ซีวีที ทำงานได้ราบรื่น แต่หากเมื่อไหร่ที่ต้องการเรียกความแรง ระบบเกียร์ซีวีทีที่ออกแบบมาให้มีคุณสมบัติต่างไป เนื่องจากมีช่วงรอยต่อของเกียร์ที่สัมผัสได้ถึง 4 จังหวะ แต่หากใช้แพดเดิลชิฟท์ จะแบ่งอัตราทดเกียร์ได้ถึง 7 จังหวะ

All New Honda Civic 11
รบบช่วงล่างฟิลลิ่งแตกต่างไปจากเจนที่แล้วชัดเจน ทั้งที่ระบบหลักเป็นแบบเดียวกัน ด้านหน้าเป็นแบบอิสระแมคเฟอร์สันสตรัท และ ด้านหลังเป็นแบบอิสระมัลติลิงค์ แต่มีการปรับแต่งให้แน่น และ หนึบมากยิ่งขึ้นอย่างชัดเจน ในช่วงการใช้งานความเร็วสูง สมรรถนะในการยึดเกาะถนนของระบบช่วงล่างยังคงเป็นเยี่ยม มีบางช่วงได้ทดลองกระโดดคอสะพาน การรับแรงกระแทกของโช๊คอัพ และ สปริง สะท้อนได้ถึงความแน่น หนึบ เพราะช่วงยืด ยุบ ที่คอยช่วยซับแรงสั่นสะเทือน

All New Honda Civic 12

โหมดการขับขี่ทั้ง 3 ระบบ ทำงานแตกต่างกันอย่างชัดเจน เริ่มจาก ECON Mode หรือ โหมดการขับขี่แบบประหยัด พร้อมปรับการทํางานของเครื่องยนต์ให้สัมพันธ์กับการขับขี่เพื่ออัตราการประหยัดเช้ือเพลิงมากขึ้น ส่วน Normal Mode เป็นโหมดการขับขี่แบบปกติ สําหรับการขับขี่ใช้งานโดยทั่วไปซึ่งกล่องสมองกลจะปรับการทำงานโดยสั่งจ่ายเชื้อเพลิงมากขึ้นกว่าโหมด Econ และที่เพิ่มเติมเข้ามานั่นคือ Sport Mode ที่สั่งการทํางานของเครื่องยนต์ให้ตอบสนองอัตราเร่งได้ดียิ่งขึ้น รอบเครื่องยนต์ปรับเพิ่มจาก Normal ประมาณ 500 รอบ/นาที เพื่อการขับขี่ที่สนุกเร้าใจ

All New Honda Civic 13

ด้านระบบ Honda Sensing ได้อัพเกรดอีก 2 ระบบใหม่

ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS) ช่วยเตือนผู้ขับขี่ให้ลดความเร็วเมื่อมีรถยนต์ รถจักรยานยนต์ จักรยาน หรือคนเดินถนนที่อยู่ในระยะไม่ปลอดภัย โดยระบบจะแจ้งเตือนผ่านหน้าจอแสดงข้อมูลและสัญญาณเสียง รวมถึงมีการสั่นเตือนของพวงมาลัยในกรณีรถสวนทาง ซึ่งหากผู้ขับขี่ยังไม่ตอบสนอง หรือในกรณีที่อยู่ในระยะเสี่ยงต่อการชน ระบบจะชว่ยเสริมแรงเบรกอัตโนมัติ เพื่อหลีกเลี่ยงการชนหรือลดความรุนแรงจากอุบัติเหต

New Honda civic 20

ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ํา (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF) ช่วยควบคุมความเร็วของรถให้คงที่ตามที่ผู้ขับขี่ตั้งค่าไว้ และระบบจะปรับความเร็วอัตโนมัติ โดยมีกล้องตรวจจับรถคันหน้าเพื่อรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าอย่างเหมาะสม และในการขับขี่ที่ความเร็วต่ํา ระบบจะช่วยปรับความเร็วให้รถเคลื่อนที่ตามรถคันหน้า รวมถึงเบรกและหยุดตามอัตโนมัติ ระบบจะเริ่มทํางานอีกครั้งเมื่อผู้ขับขี่กดปุ่มที่พวงมาลัยหรือเหยียบคันเร่ง

ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS) กล่องด้านหน้าจะทําการตรวจจับเส้นแบ่งช่องทางเดินรถ ซึ่งระบบจะช่วยเพิ่มแรงหน่วงของพวงมาลัยเพื่อช่วยผู้ขับขี่ควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางปกติ และลดอาการเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่

New Honda civic 21

ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure MitigationSystem with Lane Departure Warning: RDM with LDW) ระบบจะใช้กล้องด้านหน้าในการตรวจจับเส้นแบ่งช่องทางจราจร หากพบว่ารถอยู่ในสภาวะเบี่ยงออก นอกช่องทางโดยไม่ตั้งใจ ระบบจะส่งสัญญาณเตือนที่หน้าจอแสดงข้อมูลพร้อมการสั่นเตือนของพวงมาลัย และในกรณีที่รถเริ่มเบี่ยงออกนอกช่องทางมากยิ่งขึ้น ระบบจะช่วยหน่วงพวงมาลัย เพ่ือให้รถกลับเข้าสู่ช่องทางปกติ ช่วยลดความเสี่ยงที่รถจะออกนอกช่องทางจราจร

New Honda civic 23

ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB) ปรับไฟสูง-ต่ําอัตโนมัติด่วยกล้อง โดยจะปรับเป็นไฟสูงเมื่อขับขี่ในที่มืด และจะปรับเป็นไฟต่ําเมื่อตรวจจับได้ว่ามีรถสวนทางหรือรถยนต์ด้้านหน้า

New Honda civic 24

ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคล่ือนที่ (Lead Car Departure NotificationSystem: LCDN) ระบบที่ตรวจจับการเคลื่อนที่ของรถคันหน้า โดยระบบจะแจ้งเตือนผ่านหน้าจอแสดง ข้อมลูและสัญญาณเสียง เพื่อให้ผู้ขับขี่เคลื่อนที่ตามรถคันหน้า

ทั้งยังครบครันด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยล้ําสมัย อาทิ

-ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปล่ียนเลน (Honda LaneWatch) ช่วยลดจุดบอด ในการมองเห็นของกระจกมองข้างด้านซ้าย โดยใช้กล้องจับภาพ

New Honda civic 23

-ระบบช่วยเตือนความเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (Driver Attention Monitor) ตรวจจับความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ผ่านการควบคุมพวงมาลัย เมื่อพบว่าประสิทธิภาพในการควบคุมรถของผู้ขับขี่ลดน้อยลง ระบบจะแจ้งเตือนผ่านหน้าจอ TFT และเมื่อตรวจพบความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุจากความเหนื่อยล้า ระบบจะทําการสั่นเตือนที่พวงมาลัย

-กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera) ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการถอย โดยสามารถเลือกดูมุมกล้องที่แตกต่างกันได้ทั้งแบบ 130 องศา 180 องศา และมุมมองจากด้านบน

-ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)

-ถุงลม 6 ตําแหน่ง ได้แก่ ถุงลมคู่หน้า (Dual SRS) ถุงลมด้านข้างคู่หน้า (Side Airbags) และม่านถุงลมด้านข้าง (Side Curtain Airbags)

-ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารด้านหน้า พร้อมเตือนผู้โดยสารด้านหลัง (Front Passenger and Rear Seat Belt Reminder)

-ไฟเตือนเบาะนั่งด้านหลัง (Rear Seat Reminder)

New Honda civic 24

-ระบบป้องกันล้อล๊อก (ABS) และระบบกระจายแรงเบรก (EBD) ช่วยป้องกันล้อล็อกเมื่อเบรกกะทันหัน เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถและหักพวงมาลัยหลบสิ่งกีดขวางที่อยู่ด้านหน้า ขณะที่ระบบกระจายแรงเบรก (EBD) จะช่วยกระจายแรงเบรกระหว่างล้อหน้าและล้อหลังเพื่อให้ความสมดุลกับน้ําหนักในการบรรทุกและเพิ่มประสิทธิภาพในการเบรก

-ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (Vehicle Stability Assist – VSA) ช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง ช่วยการยึดเกาะถนน มั่นใจกับทุกการขับขี่

New Honda civic 25

-ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Start Assist – HSA) ระบบจะทําหน้าที่ในการป้องกันไม่ให้ตัวรถเคลื่อนที่ไปทางด้านหลังในจังหวะที่มีการปล่อยเท้าออกจากแป้นเบรกเมื่อรถยนต์จอดอยู่บนทางลาดชัน

-สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (Emergency Stop Signal – ESS) ทํางานอัตโนมัติโดยสัญญาณไฟฉุกเฉินจะทํางานเม่ือมีการเหยียบเบรกกะทันหัน เป็นการแจ้งเตือนรถที่ตามมาข้างหลัง

อีกหนึ่งเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบายนั่นคือ ฮอนด้า คอนเนค (Honda CONNECT) จะเป็นฟีเจอร์มาตรฐานเฉพาะรุ่นท๊อพ (RS) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเชื่อมต่อเพื่อการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ ทํางานผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน มาพร้อมหลากหลาย ได้แก่

New Honda Civic 26

1. My Service ตรวจสอบประวัติการเข้ารับบริการ รวมทั้งการประเมินรายการอะไหล่และค่าใช้จ่ายเบื้องต้น โดยจะมีการแจ้งเตือนกําหนดการเข้ารับบริการครั้งต่อไป

2. Car Log ข้อมูลการขับขี่จะประกอบดวยพฤติกรรมการขับขี่ ที่สามารถแสดงผลเป็นรายวัน รายเดือน หรือรายปี และ บันทึกการเดินทาง ที่สามารถเลือกทริปโปรด และแชร์ผ่านโซเชียลมีเดีย เช่น ไลน์ อินสตาแกรม เฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ เป็นต้น

3. WiFi สามารถเชื่อมต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ตไร้สายจากรถยนต์ โดยจะใช้งานได้พร้อมกันสูงสุดถึง 5 อุปกรณ์ มีระยะการส่งสัญญาณห่างจากตัวรถยนต์อยู่ที่40 เมตร โดยต้องไม่มีสิ่งกีดขวาง

4. Airbag Deployment เมื่อเกิดอุบัติเหตุและถุงลมทํางาน กล่องอุปกรณ์ TCU จะส่งสัญญาณเตือนให้ทราบทันทีผ่านทางแอปพลิเคชัน พร้อมทั้งส่งข้อมูลไปยังศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้าเพื่อทําการติดต่อไปยังเบอร์โทรศัพท์ที่ลงทะเบียนไว้ หรือเบอร์โทรฉุกเฉินที่ลูกค้าผู้ใช้งานระบุไว้ในระบบ เพื่อทําการประสานงานให้ความชวยเหลือขั้นต้น

5. Car Status แจ้งเตือนสถานะรถยนต์ เมื่อเกิดความผิดปกติจากระบบของรถยนต์ และ แจ้งเตือนสัญญาณกันขโมย เมื่อเกิดความผิดปกติกับรถยนต์จากภายนอก เช่น การเปิดประตู กระโปรงหน้าและฝากระโปรงท้ายของรถยนต์อย่างผิดปกติ

6. Remote Vehicle Control สามารถสั่งการล็อกและปลดล็อกประตูทั้งหมด อีกทั้งยังสามารถสั่งสตาร์ตเครื่องยนต์ พร้อมทั้งตั้งค่าระดับอุณหภูมิของระบบปรับอากาศในรถยนต์ และการสั่งดับเครื่องยนต์ ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถสั่งเปดสัญญาณไฟ ทั้งไฟหน้าและไฟท้าย โดยผู้ใช้งานจะต้องกําหนดรหัสส้วนตัวเป้นตัวเลข 4 หลัก (PIN) และจะต้องป้อนรหัสส่วนตัวทุกครั้งก่อนการใช้งาน

7. Geo Fence & Speed Alert สามารถกําหนดขอบเขตการขับขี่รถยนต์ทั้งเข้าและออกตามพื้นที่ที่กําหนดไว้ และยังสามารถตั้งค่าการแจ้งเตือนความเร็วตามกําหนดได้อีกด้วย

8. Find My Car สามารถตรวจสอบพิกัดรถยนต์ โดยระบบจะส่งพิกัดรถยนต์ บนแผนที่ล่าสุด แสดงผลบนแอปพลิเคชัน ซึ่งผู้ใช้งานจะต้องใส่รหัสส่วนตัว 4 หลัก (PIN) ก่อนการใช้งาน

New Honda Civic 26

สรุปการทดสอบในครั้งนี้ นอกจากรุปลักษณ์ที่สปอร์ต หรู ภายในออกแบบให่ก็ยังคงสไตล์ความหรูหรา จากการตกแต่งขอบคอนโซลและแผงข้างด้วยวัสดุสีโครเมียม เบาะนั่งกระชับมากยิ่งขึ้น และในส่วนเบาะหลัง นั่งสบายกว่าเดิม ระบบที่เติมเต็มนั่นคือ Honda Sensing ที่เติมเต็มความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น แต่ที่ชัดเจนนั่นคือสมรรถนะของขุมพลัง และช่วงล่าง ที่ปรบแต่งเพื่อการขับขี่ที่สนุก และมั่นใจมากยิ่งขึ้น ราคาค่าตัว 1.199 ล้านบาท ไม่ถือว่าสูง เมื่อเทียบกับฟีเจอร์ต่างๆที่ได้รับการติดตั้งเป็นอุปกรร์มาตรฐาน และที่สำคัญ หลังจากเปิดตัวจนถึงวันนี้ ยอดจำหน่ายถล่มทลายไปแล้วหลายพันคัน

RELATED ARTICLES

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

Most Popular