Friday, September 30, 2022
HomeAuto TestTest DriveHonda BR-V สปอร์ตครอสส์โอเวอร์ใช้งานสะดวก ช่วงล่างเด็ดสะระตี่

Honda BR-V สปอร์ตครอสส์โอเวอร์ใช้งานสะดวก ช่วงล่างเด็ดสะระตี่

Honda BR-V
สปอร์ตครอสส์โอเวอร์ใช้งานสะดวก ช่วงล่างเด็ดสะระตี่

“ฮอนด้าจัดหนัก โหมกระหน่ำตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี” ที่ผมใช้คำนี้เพราะสถานการณ์ต่างๆจากค่ายผู้ผลิตรายนี้เป็นตัวแปรได้อย่างชัดเจน หลังจากฮอนด้าปลุกกระแสตลาดเอสยูวีโดยสร้างยอดขายถล่มทลายในรุ่น HR-V ตลอดจนการนำ BR-V มาโชว์ตัวเรียกน้ำย่อยในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ผ่านมา ต่อด้วยเซอร์ไพรส์อย่างที่ไม่คาดคิดกับกิจกรรมการทดสอบ CIVIC TURBO ก่อนเปิดขายจริง และตามมาติดๆกับการเปิดตัวพร้อมจำหน่าย ACCORD MINOR CHANGE ตบท้ายด้วยการทดสอบ HONDA BR-V กิจกรรมทางการตลาดทั้งหมดที่ได้กล่าวถึงได้แสดงให้เห็นว่า บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิลส์ ประเทศไทย จำกัด ได้เดินหน้าเต็มกำลังเพื่อเข้าไปครองใจกลุ่มเป้าหมายในทุกเซกเมนต์ ซึ่งเร็วๆนี้ก็เตรียมมีข่าวดีกับรถยนต์ในเซกเมนต์ของซีดานรุ่นธง ที่จะเปิดตัวช่วงต้นเดือนหน้า

กลับมาเรื่องของกิจกรรมนี้กันก่อนครับ สำหรับกิจกรรมล่าสุดในรูปแบบของการทดสอบสมรรถนะของ HONDA BRV ได้จัดขึ้นที่จ.เชียงใหม่ บนเส้นทางที่เรียกได้ว่าเป็นการสนองตอบการใช้งานได้ทุกรูปแบบ แต่ไม่ต้องเดานะครับว่าเส้นทางเป็นแบบไหน ผมมีรูปเส้นทางสวยๆมาให้ทุกท่านรับชมสลับกับบทความการทดลองขับรถอเนกประสงค์สปอร์ตครอสสโอเวอร์รุ่นล่าสุด

อย่างที่บอกไว้ตอนต้นว่า HONDA BR-V ถูกนำมาโชว์ตัวให้กลุ่มเป้าหมายได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ผ่านมา และเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อช่วงปลายเดือนมกราคม จากวันนั้นจนถึงวันนี้ BR-V กวาดยอดจองไปแล้วกว่า 3,000 คัน ถือว่าเป็นกระแสที่ร้อนแรงเอาการ จวบจนกิจกรรมการทดสอบรถได้ถูกจัดขึ้นโดย ฮอนด้า ออโตโมบิลส์ ประเทศไทย เชิญสื่อมวลชนหลากสำนักเข้าร่วม ซึ่งได้นำ BRV รุ่น V แบบ 5 ที่นั่ง และรุ่น SV แบบ 7 ที่นั่ง จำนวน 3 คันเท่ากัน แบ่งการทดลองขับออกเป็นคันละ 2 คน สลับกันขับคนละประมาณ 60 กม. บนเส้นทาง ช้างคลาน-ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่

ก่อนทำการทดลองขับ ห้องประชุมหรูในโรงแรมเลอ เมอริเดียน ถูกจัดแจงให้เป็นห้องแห่งการเรียนรู้ถึงตัวรถ และ อุปกรณ์ต่างๆที่ติดตั้งมาในรถครอสส์โอเวอร์ซับคอมแพคคันนี้ มาดูกันก่อนครับว่า  HONDA BR-V มีอะไร

HONDA BR-V เป็นรถอเนกประสงค์สไตล์ครอสโอเวอร์ขนาดซับคอมแพค ในมิติความกว้าง 1,735 มิลลิเมตร ยาว 4,453 มิลลิเมตร และสูง 1,666 มิลลิเมตร ออกแบบตามแนวคิด Active Solid Motion สะท้อนถึงความแข็งแกร่ง และทรงพลัง ด้วยเส้นสายที่โฉบเฉี่ยวรอบคัน โดดเด่นด้วยช่วงล่างยกสูงในรูปแบบของรถเอสยูวีซึ่งมีความสูงใต้ท้องรถถึง 201 มิลลิเมตร  ไฟหน้าโปรเจคเตอร์มาพร้อมไฟหรี่แบบ LED และไฟท้ายแบบ LED ดีไซน์รูปตัว C ติดตั้งราวหลังคาสไตล์สปอร์ต (Roof Rail) เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่น

ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์เลนส์มาพร้อมไฟหรี่แบบแอลอีดีและไฟตัดหมอกที่มุมกันชน

ราวหลังคาติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

ห้องโดยสารมีความแตกต่างไปจากกัน ในรุ่น SV เป็นแบบเบาะนั่ง 3 แถว 7 ที่นั่งหุ้มด้วยหนังแท้ เบาะนั่งแถวที่ 2 พนักพิงปรับเอนได้ถึง 2 ระดับ สามารถปรับเลื่อน หน้า-หลัง ช่วยให้ผู้โดยสารแถวที่ 3 เข้า-ออกได้สะดวก เบาะนั่งแถวที่ 3 พนักพิงสามารถพับแยกแบบ 50:50 หรือพับตลบไปด้านหน้า 2 จังหวะ  เพิ่มเติมในส่วนของระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารด้านหลังเพื่อกระจายความเย็นได้อย่างทั่วถึงห้องโดยสารในรุ่น SV มีเบาะนั่ง 3 แถว ทุกที่นั่งหุ้มด้วยหนังแท้

สำหรับรุ่น V เบาะนั่งหุ้มด้วยผ้าทั้ง 5 ที่นั่ง เบาะนั่งแถวที่ 2 สามารถปรับพับแยกแบบ 60:40 พร้อมพับตลบจังหวะเดียว (One Motion)ระบบปรับอากาศเป็นแบบอัตโนมัติแต่ไม่มีในส่วนของผู้โดยสารตอนหลัง

รุ่น V ทั้ง 5 ที่นั่งหุ้มด้วยผ้า

BR-V เน้นความสะดวกสบายด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานระดับพรีเมี่ยม ติดตั้งมาตรวัดเรืองแสงสีขาว พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ MID ไฟแสดงผลการขับขี่แบบประหยัด และเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ใช้งานง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส เช่น ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์อัจฉริยะ (One Push Ignition System) และระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ(Honda Smart Key System) พร้อมระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ในรุ่น SV ติดตั้งระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 6.1 นิ้ว ทำหน้าที่แสดงภาพจากกล้องมองหลัง พร้อมฟังค์ชั่นรองรับระบบ iOS และ Android ซึ่งเชื่อมต่อภาพและเสียงได้อย่างง่ายดายผ่านช่องเชื่อมต่อ HDMI, USB และ AUX อีกทั้งระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย ส่วนรุ่น V เป็นเครื่องเสียงแบบ 2 DIN แต่ไม่รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนและไม่มีช่องเชื่อมต่อ HDMI

คอนโซลกลางออกแบบคล้ายคลึงกับ HONDA JAZZ

หน้าจอระบบสัมผัสและระบบสตาร์ทเครื่องยนต์อัจฉริยะมีเฉพาะในรุ่น SV

ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร SOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว 117 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 146 นิวตันเมตรที่ 4,700 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ CVT ใหม่ พัฒนาภายใต้เอิร์ธดรีมเทคโนโลยี เคลมอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยนอกเมืองและในเมืองจากโรงงานผู้ผลิตอยู่ที่ 16.4 กม./ลิตร ทั้งยังรองรับพลังงานทางเลือก E85 มาพร้อมมาตรฐานความปลอดภัย อาทิ ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก (EBD) ระบบควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (VSA) ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA) ถุงลมคู่หน้า (Dual SRS)

เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร I-VTEC ให้กำลังสูงสุด 117 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที

ระบบรองรับพัฒนาต่อยอดมาจาก MOBILIO ด้านหน้าเป็นแมคเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ออกแบบมุมล้อสำหรับรถยกสูงสไตล์เอสยูวี ส่วนด้านหลังใช้ทอร์ชั่นบีมแบบ H Shape ที่ได้รับการพัฒนาสำหรับรถรุ่นนี้โดยเฉพาะ

เริ่มต้นด้วยเรื่องหนัก

200 กิโลกรัมคือโจทย์ที่ BR-V ต้องตอบ

การทดสอบครั้งนี้สนุกตั้งแต่เริ่มต้นครับ ผมได้คู่จิ้นร่างใหญ่ คุณเบิ้ม เดชพันธุ์ นามบุญสิงห์พล แห่ง Torque Magazine มาเป็นบัดดี้ตลอดการเดินทาง และรถที่ได้ทำการทดสอบคือ BR-V รุ่น V แบบ 5 ที่นั่ง การทดลองขับในครั้งนี้ผมได้เปรียบกว่าหลายๆคู่ เพราะแบกน้ำหนักบรรทุกไปเกือบๆ 200 กก.ไม่ต่างจากนั่งกัน 3 คนสักเท่าไหร่ ฉะนั้นก็เหมือนเป็นการพาเพื่อน 2 คนในร่างเดียวไปลองขับรถเที่ยวยังไงยังงั้น

คุณเบิ้ม เดชพันธุ์ นามบุญสิงห์พล แห่ง Torque Magazine คู่จิ้นของผมในทริพนี้

ในฐานะมือแรก หลังจากปรับท่านั่งในตำแหน่งที่เหมาะสมก็ได้เวลาที่ทดสอบกันอย่างจริงจัง เพราะระยะทางที่ทำให้ผมจะคุ้นเคยไปกับครอสโอเวอร์ขนาดซับคอมแพคคันนี้มีเพียง 60 กม. เริ่มต้นกันที่ถนนช้างคลานในตัวเมืองเชียงใหม่ ในชั่วโมงเร่งด่วน จำนวนประชากรผู้ใช้รถใช้ถนนที่เชียงใหม่ไม่ต่างไปจากกรุงเทพเมืองฟ้าอมรสักเท่าไหร่นัก เหลือบมามองเพื่อนร่างใหญ่ที่นั่งในตำแหน่งผู้โดยสาร ผมถึงกับแอบอมยิ้ม แต่เก็บอารมณ์ไว้ไม่แสดงให้เค้าเห็นเนื่องจากกลัวจะเสียความมั่นใจ คือแบบว่าทุกส่วนของร่างกายคุณเบิ้มปลิ้นออกจากเบาะนั่ง(ตรงนี้ผมแอบแซวและคาดว่าเจ้าตัวจะไม่โกรธ จนทำให้การทดสอบรถในครั้งต่อๆไปไม่กล้ามานั่งให้ผมขับอีก) อย่างไรก็ตามข้อดีจากร่างใหญ่ๆของคุณเบิ้มคือทำให้รถคันนี้แบกน้ำหนักเพิ่มขึ้นและจะเป็นการพิสูจน์สมรรถนะที่เกินกว่าโจทย์จากทางฮอนด้าที่ให้มา ประเด็นนี้ผมขอละเมิดแบบห้ามไม่ได้ เพราะน้ำหนักตัวผมเองก็เกือบจะ 80 กก. ส่วนคุณเบิ้มน่าจะทะลุ 120 กก. ศิริรวมน้ำหนักบรรทุกของรถคันนี้กว่า 200 กก.ตามที่ผมแจ้งไว้

รับหน้าที่เป็นนักขับมือแรกโดยมีบั๊ดดี้ร่างใหญ่นั่งอยู่ในตำแหน่งผู้โดยสาร

เกียร์ซีวีที ปรับใหม่

ประทับใจเมื่อได้ขับ

เส้นทางที่ใช้ทดลองขับผ่านเมืองเชียงใหม่ไปยังดอยสะเก็ด ในระยะแรกสิ่งที่ผมสัมผัสได้คือเรื่องของระบบเกียร์ CVT ซึ่งทางวิศวกรออกแบบได้ชี้แจงว่าเกียร์ลูกนี้ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งเรื่องอัตราทด และโปรแกรมสั่งการจากสมองกลของเกียร์ ก็จริงอย่างที่ว่า เพราะถ้าเอาไปเทียบง่ายๆกับ HONDA JAZZ ซึ่งเป็นต้นทางของเครื่องยนต์และเกียร์ชุดนี้ บอกได้เลยว่าขับสนุกกว่าทั้งที่มีน้ำหนักตัวมากกว่า การออกตัวไม่ถึงกับพุ่งหรือกระโจนแบบรถเครื่องยนต์ใหญ่ แต่ไม่ถึงกับต้องรอรอบหรือมีแรงเฉื่อยมาค่อยต้าน

โฉมหน้าของเกียร์ซีวีทีที่ได้รับการปรับแต่งใหม่ทั้งเรื่องอัตราทดและโปรแกรมสั่งการจากสมองกลเกียร์

เครื่องยนต์ตอบโจทย์การใช้งาน

อาจไม่เหมาะถ้าอยากซ่าและซิ่ง

ออกจากความวุ่นวายในตัวเมือง มุ่งหน้าสู่เส้นทางป่าเขา ช่วงนี้ขอแอบลองใช้ความเร็วเพื่อเช็คว่าเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ที่ให้แรงม้า 117 ตัว ที่ 6,000 รอบต่อนาที จะพาครอสโอเวอร์ร่างสันทัดที่มีน้ำหนักกว่า 1.2 ตันของ HONDA BR-V รวมถึงแบกน้ำหนักบรรทุกกว่า 200 กก. ของผมและคุณเบิ้มไปไหวขนาดไหน เริ่มต้นที่ความเร็วคงที่ 60 กม./ชม. ไต่ทะยานไปจนทะลุ 140 กม./ชม. ทำได้ไม่ถึงกับฉูดฉาด และจาก 140-160 กม./ชม.ต้องมาลุ้นกันสักพัก ถ้าคะแนนเต็ม 10 ผมให้ประมาณ 7-8 คะแนน ที่ชอบมากคือความเร็วในการใช้งานไม่เกิน 120 กม./ชม. ต้องบอกว่ารถคันนี้ทำได้ดีครับ แต่ถ้าจะให้ซิ่งหรือไปซ่ากับชาวบ้านคงเหนื่อยหน่อย

ทางตรงยาวๆใช้ในการทดลองพละกำลังเครื่องยนต์

ช่วงล่างทีเด็ด-ปรับเซ็ทลงตัว

ทำงานร่วมกับตัวช่วยการขับขี่ได้เป็นอย่างดี    

การทดสอบช่วงล่างแบบใหม่ในพื้นฐานของระบบแมคเฟอร์สันสตรัทพร้อมเหล็กกันโคลง และ ทอร์ชั่นบีมแบบ H Shape ตัวแปรอีกเรื่องคือความสูงของรถที่ถือเป็นจุดเด่นของ BR-V ประเด็นนี้ขอชื่นชมทีมวิศวกรออกแบบ เพราะพัฒนาช่วงล่างมาได้เยี่ยมยอด ข้อมูลของการปรับเซทช่วงล่างใหม่ คือ การออกแบบระบบภายในโช๊คอัพ รวมถึงค่า K ของสปริง และเหล็กกันโคลงที่ใหญ่กว่าระบบช่วงล่างของ MOBILIO ไม่ใช่ว่าผมกับคุณเบิ้มจะมีความเห็นตรงกันเพียง 2 คน สื่อฯที่ร่วมทดสอบทุกท่านต่างพูดเป็นเสียงเดียวกัน ไหนๆดีงามขนาดนี้ ผมกับบัดดี้ขอลองเข้าโค้งด้วยความเร็วกันสักนิด

ทางโค้งขึ้น-ลงภูเขา การทดสอบเพื่อให้รู้ว่าระบบช่วงล่างนั้นคือทีเด็ด

110 กม./ชม. คือความเร็วที่เรา 2 คนได้ใช้ตอนเข้าโค้งระหว่างทางไปดอยสะเก็ด ตรงนี้ค่อนข้างเสี่ยงแต่ด้วยความมั่นใจจึงขอลองของ คาดเดาไว้ว่ายังไงต้องมีเสียงยางเร็ดรอดเข้ามาให้ได้ยิน กลับกลายเป็นการยึดเกาะตามทิศทางที่ต้องการได้เป็นอย่างดี สภาพเส้นทางโค้งรวมถึงขึ้นและลงภูเขาลาดชัน ระบบควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (VSA)และระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA) ทำหน้าที่เป็นตัวช่วยในการขับขี่ได้ชัดเจน ส่งผลให้การขับขี่สะดวกสบายแม้บางช่วงที่ต้องขึ้นทางชันเครื่องยนต์อาจต้องแผดเสียงดังขึ้นบางก็ตาม

การทำงานของระบบ VSA ช่วยให้ควบคุมรถได้ง่ายและเป็นไปตามทิศทางที่ต้องการ

ทัศนะของชายร่างใหญ่

บัดดี้คู่ใจกับการทดสอบ HONDA BR-V

คุณเบิ้ม เดชพันธุ์ นามบุญสิงห์พล แห่ง Torque Magazine ได้ให้ทัศนะสำหรับการทดลองขับ HONDA BR-V ไว้ว่า รูปลักษณ์สวยงามเมื่อไปผสมรวมกับการออกแบบภายในด้วยวัสดุที่ดูดีมีราคาทำให้BR-V ดูหรูหราื ห้องโดยสารไม่ถึงกับกว้างมากนักเพราะเป็นการขยับขนาดมาจากพื้นฐานของรถซับคอมแพค ดีไซน์ใกล้เคียงกับ HONDA JAZZ พร้อมติดตั้งอุปกรณ์ครบครัน  จุดเด่นเป็นเรื่องระบบช่วงล่างที่ให้การยึดเกาะ ตอบสนองการขับขี่ด้วยความเร็วสูงและมั่นใจได้กับการเข้าโค้ง เกียร์ซีวีทีใหม่ไหลลื่นช่วยเรื่องการออกตัวได้เป็นอย่างดี ในส่วนที่ยังไม่ค่อยถูกใจคือเบาะผู้ขับขี่ไม่สามารถปรับระดับสูงต่ำได้ จึงเป็นปัญหาของคนที่มีส่วนสูง 180 ซม.ขึ้นไป เนื่องจากทัศน์วิสัยของการขับขี่ลดลงเหลือเพียง ¾ สำหรับส่วนที่เหลือจึงถูกเพดานบดบังมุมมองการขับขี่ไปบ้าง รวมถึงเรื่องของเสียงเครื่องยนต์เมื่อรอบสูงอาจจะดังไปสักนิด สรุปโดยรวมได้ว่า ความโดดเด่นของรถคันนี้กลบเกลื่อนจุดด้อยเพียงน้อยนิดได้อย่างไร้ข้อกังขา ในราคา 750,000 บาท ถือว่าคุ้มค่าเพื่อแลกมาซึ่งรถเอสยูวีไซด์ซับคอมแพคที่สนองการใช้งานได้ทุกรูปแบบ

RELATED ARTICLES

Most Popular