Thursday, January 26, 2023
HomeAuto TestTest DriveMAZDA MX-5 โรดสเตอร์เปิดประทุน ขับสนุก เร้าใจ สไตล์ซูมซูม

MAZDA MX-5 โรดสเตอร์เปิดประทุน ขับสนุก เร้าใจ สไตล์ซูมซูม

นานๆทีผมจะมีโอกาสได้ทดลองขับรถสปอร์ตโรดสเตอร์เปิดประทุนสักครั้ง และรถคันที่จะทำการรีวิวให้ทุกท่านได้รับชมนั่นคือรถสปอร์ตระดับตำนานจากค่าย Mazda ในชื่อรุ่น MX-5 เจนเนอเรชั่นที่ 4 ซึ่งเปิดตัวไปเมื่องานมหกรรมยานยนต์ซึ่งจัดขึ้นในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ชักจะเริ่มอยากรู้ถึงความเป็นรถสปอร์ตโรดสเตอร์จากค่าย Zoom-Zoom กันแล้วใช่มั้ยว่ามีความน่าสนใจมากน้อยเพียงใด เริ่มเข้าสู่เรื่องราวของ MAZDA MX-5 ไปพร้อมๆกันเลยครับ

MAZDA MX-5 มีความเป็นมาที่ยาวนานกว่า 25 ปี โดยกินเนสเวิล์ดเรคคอร์ดได้บันทึกไว้ว่าเป็นรถสปอร์ตที่ขายดีที่สุดในโลกด้วยยอดผลิตกว่า 900,000 คันทั่วโลก จากการผลิตทั้งหมด 3 เจนเนอเรชั่น และตระเวนล่าถ้วยรางวัลจากสถาบันทั่วโลกกว่า 200 ใบ

อันที่จริงแล้วเส้นทางของ MX-5 เจนเนอเรชั่นที่ 4 ได้มีมาตั้งแต่เดือนกันยายนของปีที่ผ่านมา บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้เชิญให้บอสใหญ่ของเรา (คุณภูวนาถ เผ่าจินดา) เข้าร่วมเรียนรู้ถึงสไตล์การออกแบบและทดลองขับในรุ่นเครื่องยนต์ SKYACTIV G ขนาด 1.5 ลิตร เกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ ที่ฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่น ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 32 สำหรับเวอร์ชั่นที่นำมาจำหน่ายในไทยมีสิ่งที่ผิดแปลกไปจากการทดสอบที่ฮิโรชิม่าคือเรื่องของ เครื่องยนต์และระบบเกียร์ ซึ่ง MX-5 ที่ผลิตมาขายในบ้านเรานั้นได้ติดตั้ง เครื่องยนต์เบนซิน SKYACTIV-G  ขนาด 2,000 ซีซี 160 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ที่มาพร้อมเทคโนโลยี SKYACTIV แบบเต็มระบบ

CODO DESIGN

ที่สุดของนวัตกรรมการออกแบบแห่งยุคสมัย

ต่อเนื่องจากการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ กิจกรรมทดสอบ MAZDA MX-5 จึงได้ผุดขึ้นบนเส้นทางสั้นๆในจังหวัดนครราชสีมา จากคีรีมายารีสอร์ทแอนด์สปา-อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง ระยะทางรวม 90 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเส้นทางทดสอบที่สวยงาม เหมาะกับการเปิดประทุนโชว์เท่ ตามคอนเซปต์สปอร์ตโรดสเตอร์ระดับตำนานแห่งค่าย ZOOM-ZOOM ที่เน้นถึงการขับขี่ที่สนุก เร้าใจ ทุกการเดินทาง

ทีมวิศวกรผู้ออกแบบ MAZDA MX-5 ได้บรรจงสร้างอย่างพิถีพิถันตามคอนเซปต์ Codo Design ด้วยสรีระที่สวยงามทุกสัดส่วนโดยมีรางวัล Japan Car of The Year 2015-2016 เป็นสิ่งการันตี รูปลักษณ์ภายนอกสะท้อนให้เห็นความพร้อมที่จะเคลื่อนไหวแม้ในขณะที่หยุดนิ่ง และยังคงความเป็นรถสปอร์ตเปิดประทุน แบบ Front-mid engine ขับเคลื่อนล้อหลังอย่างลงตัว จุดเด่นที่น่าสนใจคือการรีดน้ำหนักให้เบากว่า MX-5 เจนเนอเรชั่นที่ 3 กว่า 100 กก. ด้วยการเปลี่ยนวัสดุและออกแบบโครงสร้างที่กระทัดรัดขึ้น โดยนำอลูมิเนียมที่แข็งแกร่งและทนทานมาเป็นวัสดุหลัก ได้แก่ ฝากระโปรงหน้า-หลัง, โป่งล้อหน้าทั้งซ้ายและขวา, โครงสร้างหลังคารวมถึงโครงสร้างเบาะนั่งและด้านหลังของเบาะนั่ง, โครงกันชนหน้า-หลัง, นอกจากนี้ยังนำไปพัฒนาเป็นชิ้นส่วนของระบบช่วงล่าง อาทิ  ปีกนกด้านหน้า คาลิเปอร์เบรกหน้า-หลัง และโครงสร้างเสริมความแข็งแรงใต้ท้องรถ ส่งผลให้ MX-5 ใหม่มีอัตราส่วนการกระจายน้ำหนักหน้า-หลัง 50:50 ซึ่งให้สมดุลในการขับขี่เป็นไปตามคอนเซปต์ของสปอร์ตโรดสเตอร์ที่ขับสนุก

JINBA-ITTI

ผสมผสานเป็นหนึ่งเดียวระหว่างรถกับคน

ห้องโดยสารเป็นแบบสปอร์ต 2 ที่นั่งหลังคาผ้าใบเปิดประทุน ควบคุมด้วยกลไกง่ายๆ สามารถเปิดและปิดได้ โดยไม่ต้องลงจากตัวรถ นอกจากนี้ยังพับเก็บโดยไม่เป็นอุปสรรคต่อที่เก็บสัมภาระท้ายรถ ภายในฝากระโปรงท้ายยังสามารถบรรทุกกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ได้ถึง 2 ใบ

สำหรับเบาะนั่งเป็นทรงบักเกตซีทปรับปรุงตามคอนเซปต์ JINBA-ITTI ใช้โครงสร้าง S-fit ผลิตจากวัสดุที่พัฒนาขึ้นใหม่ซึ่งเป็นแบบตาข่ายและแผ่นยูรีเทน ช่วยลดน้ำหนักและความหนาของเบาะนั่ง เพื่อได้มาซึ่งการควบคุมที่ดี ให้ความรู้สึกของการผสมรวมเป็นหนึ่งเดียวระหว่างรถและผู้ขับขี่ ด้วยการวางตำแหน่งคนขับใกล้กับจุดศูนย์ถ่วงของรถและใกล้กับพื้นผิวถนน รวมถึงติดตั้งแป้นเบรคให้อยู่ตรงตำแหน่งที่พอดีกับเท้าขวา ส่งผลให้ทัศนวิสัยการขับขี่ที่สบาย ทั้งยังง่ายต่อการใช้อุปกรณ์ต่างๆภายในรถ อาทิ ระบบ MZD Connect พร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว และปุ่ม Center Commander พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นควบคุมเครื่องเสียงและระบบโทรศัพท์ พร้อมระบบ Bluetooth และระบบสั่งงานด้วยเสียงจากชุดเครื่องเสียง BOSE รอบทิศทาง 9 ลำโพง พร้อมลำโพงแบบฝังในหมอนรองศีรษะ

SKYACTIV TECHNOLOGY

นำมาของซึ่งการขับขี่ที่สนุกเร้าใจ

เทคโนโลยี SKY ACTIV ได้เข้ามามีบทบาทต่อการออกแบบในส่วนของเครื่องยนต์รวมถึงการจัดวางตำแหน่งที่เหมาะสม บทสรุปของการขับขี่ที่สนุกสนานจึงเป็นที่มาของการร่นตำแหน่งเครื่องยนต์ไปด้านหลัง 15 มิลลิเมตร และต่ำลง 13 มิลลิเมตร โดยเครื่องยนต์จะวางอยู่ด้านหลังแนวล้อหน้า ช่วยลดแรงเหวี่ยงด้านข้าง และลดแรงเฉื่อยที่เกิดจากน้ำหนักบรรทุกได้เป็นอย่างดี

MAZDA MX-5 ที่จำหน่ายในบ้านเราได้รับการติดตั้งเครื่องยนต์บล๊อคเดียวกับMAZDA 3 โดยนำเทคโนโลยี SKYACTIV-G แบบเบนซิน 4 สูบ 16 วาล์ว ขนาด 2,000 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 160 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 20.38 กก.-ม. ที่ 4,600 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ Activematic ซึ่งมาพร้อมโหมด Sport และ PaddleShift ทั้งยังรองรับเชื้อเพลิง อี20 ได้อีกด้วย

ลองของกับสปอร์ตโรดสเตอร์ระดับตำนาน

พัฒนาการล่าสุดแห่งเทคโนโลยีจากค่ายซูมซูม

เกริ่นถึงที่มาของ MAZDA MX-5 กันพอสังเขป ถึงเวลาที่ผมกับรถจะเรียนรู้ซึ่งกันและกันแบบแนบชิด ด้วยระยะทางทดสอบประมาณ 90 กม. จากคีรีมายา-อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง ดูแล้วเหมือนจะไม่มีอะไรมากมายนัก แต่การทดสอบในครั้งนี้ถือว่าเหมาะสมกับการขับสปอร์ตโรดเสตอร์แบบเปิดประทุน บนเส้นทางที่เสมือนจำลองโค้งจากสนามแข่งยังไงยังงั้น

เริ่มจากการขึ้นนั่งหลังพวงมาลัย พอปรับท่านั่งได้ตามต้องการเป็นที่เรียบร้อย รถเคลื่อนตัวออกจากจุดสตาร์ท ผ่านไปยังชุมชนต่างๆที่อยู่เรียงรายสองข้างทาง ช่วงนี้ขับเปิดประทุนชิวๆกินลมรับแสงแดดอ่อนๆยามเย็น พร้อมเชื่อมต่อเพลงในโทรศัพท์ผ่านระบบ MZD CONNECT แผดเสียงผ่านลำโพง BOSE ให้ชาวบ้านข้างทางหมั่นไส้เล่นๆ ส่วนที่ไม่คิดจะแตะต้องเป็นเรื่องของระบบปรับอากาศ เนื่องจากช่วงที่ทำการทดสอบ เป็นวันและเวลาเดียวกันกับที่เกิดปรากฏการณ์ extreme weather change ทำให้อุณหภูมิขณะนั้นอยู่ที่ 18-20 องศาโดยประมาณ

ช่วงแรกที่ได้ลองขับยังไม่ถืออะไรเป็นชิ้นเป็นอันสักเท่าไหร่เนื่องจากต้องขับผ่านชุมชนที่คนพลุกพล่าน ผมเพียงได้แต่สังเกตุที่มาของการดีไซน์ระบบต่างๆ หนึ่งในนั้นคือเรื่องของ JINBA-ITTI ซึ่งตรงตามคอนเซปต์ที่ว่า “ทั้งคนและรถรวมเป็นหนึ่ง” สิ่งที่โปรดปรานนอกจากการได้สัมผัสถึงฟิลลิ่งที่รับรู้ได้จากทั้งเบาะนั่งและพวงมาลัย เป็นเรื่องของทัศนวิสัยในการขับขี่ถือว่าเป็นการบ้านที่ทีมวิศวกรสื่ออกมาได้ค่อนข้างจะลงตัว มุมมองที่ผู้ขับขี่สามารถเล็งได้ทุกเหลี่ยม กะระยะได้ง่าย ทำให้การได้ขับขี่ที่สนุก

พอหลุดช่วงชุมชนจึงได้เริ่มเติมคันเร่งเพื่อเพิ่มความเร็ว สำหรับอัตราเร่งต้องบอกว่ามาเร็วพอสมควรทั้งที่ไม่ใช่เครื่องยนต์ที่อัดอากาศด้วยระบบเทอร์โบชาร์จ ส่วนหนึ่งเป็นผลพวงมาจากเครื่องยนต์รุ่นนี้ประจำการอยู่ในรถ MAZDA 3  ซึ่งมีนำหนักตัวเกือบๆ 1,400 กิโลกรัม ในขณะที่ MX-5 มีน้ำหนักเพียง 1,080 กิโลกรัม อีกส่วนหนึ่งคือเรื่องการปรับปรุงอัตราส่วนกำลังอัด ซึ่งเครื่องยนต์ SKYACTIV-G รุ่นนี้เปลี่ยนแปลงจาก 14.0:1 ให้มาเป็น 13.0:1 ทำให้รถสปอร์ตโรดสเตอร์คันนี้ไต่ความเร็วขึ่นต่อเนื่อง รวมถึงเปิดโหมด Sport ช่วยเพิ่มรอบเครื่องยนต์ เสียงคำรามจากท่อไอเสียแบบ 4-2-1 เริ่มดังเร้าใจขึ้นเรื่อยๆ

ด้วยสภาพเส้นทางที่คดเคี้ยวผมตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้ระบบเกียร์แพดเดิลชิฟท์ที่พวงมาลัย เพื่อทำหน้าที่ Engine Brake ไปในตัว การปรับลดตำแหน่งเกียร์เพื่อช่วยเบรกสำหรับ MX-5 ทำได้ค่อนข้างนุ่มนวลกว่าที่คิดไว้เยอะ มาถึงการทดลองระบบช่วงล่างกับการเข้าโค้งด้วยความเร็ว ระบบช่วงล่างอิสระทั้ง 4 ล้อ ทางวิศวกรได้ติดตั้งอาวุธลับอย่างระบบควบคุมเสถียรภาพ(DSC)และระบบป้องกันล้อหมุนฟรี(TRC) ไว้ที่ล้อหลังซึ่งเป็นส่วนควบให้การควบคุมรถทำได้ง่ายขึ้นเป็นอย่างมาก ถ้าจะให้ตำหนิคือเรื่องของการเซทช่วงล่างทั้งโช๊คอัพและสปริงซึ่งออกมาในรูปแบบนุ่มนวลไปสักนิด แต่เรื่องความหนึบนั้นพูดได้เลยว่าหายห่วง

สรุปโดยรวมได้ความว่า ถ้ารถคันนี้เป็นหนึ่งในรถที่คุณต้องการ สนนราคาค่าตัวที่ 2.7 ล้านบาท แลกมากับการขับรถที่สนุก เร้าใจ แถมเท่ได้ด้วยรูปทรงรถแบบเปิดประทุน คุณก็ควรที่จะเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวผู้ใช้ MAZDA ได้อย่างสบายๆ และรถระดับตำนานอย่าง MX-5 ไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอน

RELATED ARTICLES

Most Popular