Sunday, January 29, 2023
HomeAuto TestTest DriveMINI TRACK DAY (ภาพ+คลิปวีดีโอ) ลองให้รู้ที่มาของ “GO KART FEELING” ไปกับ MINI ครบรุ่น

MINI TRACK DAY (ภาพ+คลิปวีดีโอ) ลองให้รู้ที่มาของ “GO KART FEELING” ไปกับ MINI ครบรุ่น

มินิ ประเทศไทย จำกัด จัดเต็มกับการทดสอบรถยนต์ในกิจกรรม MINI TRACK DAY  โดยใช้สนามแก่งกระจาน เซอร์กิต จ.เพชรบุรี เป็นสถานที่ทดสอบสมรรถนะ โดยเชิญสื่อมวลชน และ ลูกค้าร่วมทดลองขับรถยนต์ MINI ทั้ง 5 รุ่น ซึ่งประกอบไปด้วย คูเปอร์ เอส คอนเวอร์ทิเบิลรุ่นใหม่ล่าสุด,คูเปอร์ เอส คลับแมน ไฮทริม,จอห์น คูเปอร์ เวิร์กส์, คูเปอร์ เอสดี ออลโฟร์ คันทรีแมน พาร์คเลน,คูเปอร์ เอส แฮทช์ 3 ประตู และ 5 ประตู มาดูกันว่าคำล่ำลือในรูปแบบ “GO KART FEELING” ของรถ MINI ทุกรุ่น จะให้ความสนุกสนานกับผู้ขับขี่มากน้อยเพียงไร

MINI ทั้ง 5 รุ่น ได้ประจำการในสนาม แก่งกระจาน เซอร์กิต รอการควบคุมจากสื่อมวลชนที่เข้าร่วมการทดสอบในครั้งนี้ เริ่มแรกมีการกล่าวเปิดงานจากทีมผู้บริหาร แห่ง บริษัท มินิ ประเทศไทย จากนั้นเป็นการอบรมรูปแบบขับขี่จากอินสตรัคเตอร์ผู้ช่ำชองในวงการทดสอบรถยนต์ ก่อนที่จะให้สื่อมวลชนได้สัมผัมกับสมรรถนะอันเร้าใจ รถที่ได้นำมาเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้มีทั้งหมด 6 รุ่น ประกอบด้วย

MINI COOPER S CONVERTIBLE

MINI COOPER S CONVERTIBLE เป็นรถเปิดประทุนสปอร์ตล้ำสมัยและคงความสนุกในการขับขี่แบบโกคาร์ท มากับคอนเซ็ป “STAY OPEN”  ดีไซน์โดดเด่นทั้งภายนอกและภายใน มิติรถที่เพิ่มขึ้น พร้อมพื้นที่ภายในตัวรถกว้างขวางขึ้นเช่นเดียวกับมิติภายนอก เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้งาน

รถคันนี้มากับรูปแบบเปิดประทุนตามสไตล์มินิ แผงหลังคารถหรือซอฟต์ท็อปผลิตจากวัสดุผ้าทอพิเศษ ด้วยวัสดุป้องเสียงหลายชั้น ช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอก มาพร้อมกับดีไซน์ลายธง UNION JACK ที่เป็นเอกลักษณ์ของมินิ ซึ่งสามารถเปิดและปิดอัตโนมัติด้วยระบบไฟฟ้าภายในเวลาเพียง 20 วินาที และในขณะที่รถวิ่งอยู่ด้วยความเร็วไม่เกิน 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

MINI COOPER S CONVETABLE  ให้สมรรถนะการขับขี่แบบสปอร์ตด้วยเทคโนโลยีเครื่องยนต์ MINI TwinPower Turbo ให้กำลัง 192 แรงม้า ความเร็วสูงสุด 228 กม./ ชม.  ทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ภายใน 7.1 วินาที

นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์ใหม่ต่างๆ มากมายไม่ว่าจะเป็นโหมดการขับขี่ที่คุณสามารถกดเลือกได้ MINI HEAD-UP DISPLAY ที่สามารถเปิดปิดเพื่อแสดงข้อมูลสำคัญบนคอนโซลหน้าช่วยให้คนขับไม่ต้องละสายตาในขณะขับขี่  ปุ่มควบคุมความบันเทิง MINI Controller ที่ทำงานสามารถทำงานด้วยระบบสัมผัส หน้าจอแสดงผลคอนโซลกลางขนาด8.8  นิ้ว โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี LED ใหม่ล่าสุดที่ให้แสงไฟสีสันต่างๆ รอบวงแหวนซึ่งสามารถเปลี่ยนตามฟังก์ชั่นการใช้งาน นอกจากนี้ยังสามารถดาวน์โหลดแอป MINI Connected XL Journey Mate บนสมาร์ทโฟนทำการเชื่อมต่อกับตัวรถเพื่อใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นระบบเตือนฝนตกขณะเปิดประทุน การบอกตำแหน่งจุดจอดรถล่าสุด

MINI COOPER S CLUB MAN HIGH TRIM

MINI COOPER S CLUB MAN HITRIM มากับความโดดเด่นด้วยความยาวที่เพิ่มขึ้น 27 เซนติเมตร กว้างขึ้น 9 เซนติเมตร และฐานล้อที่ยาวขึ้น 10 เซนติเมตรเมื่อเทียบกับ MINI HATCH 5 ประตู มินิ พร้อมตอบรับทุกการใช้งานด้วยช่องเก็บสัมภาระที่มีความจุมากถึง 360 ลิตร และยังสามารถขยายขนาดเพิ่มขึ้นเป็น 1,250 ลิตร

เมื่อทำการพับเบาะที่นั่งหลังซึ่งแยกกันที่ 60:40 ส่วนฝากระโปรงท้ายแบบบานพับสองข้างใช้วัสดุโลหะที่โดดเด่นสะดุดตา เป็นอีกจุดเด่นชวนมอง  เสากลางระหว่างบานกระจกซ้าย-ขวามีขนาดเล็กลงกว่าในรุ่นก่อนหน้า ซึ่งช่วยเพิ่มวิสัยทัศน์ในการมองด้านหลังให้ดียิ่งขึ้น ทั้งยังสะดวกสบายด้วยการเปิดประตูแบบไม่ต้องสัมผัส เพียงใช้เท้าจ่อบริเวณใต้กันชนท้ายเมื่อมีกุญแจรถอยู่กับตัวเท่านั้น

 

MINI COOPER S CLUB MAN HIGH TRIM ขับเคลื่อนด้วยพลังของเครื่องยนต์ใหม่ล่าสุด 3 รุ่น โดยขุมกำลังของมินิรุ่นนี้ ประกอบด้วยเทคโนโลยี MINI TwinPower Turbo ให้อารมณ์ในการขับขี่แบบโกคาร์ทโดยเพิ่มสมรรถนะของเครื่องยนต์ด้านต่างๆ ที่ดียิ่งขึ้น

MINI JOHN COOPER WORK

MINI JOHN COOPER WORK ผสมผสานความเร้าใจจากสนามแข่งกับความหรูหรา ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นแต่ยังคงเอกลักษณ์สุดคลาสสิกไว้อย่างครบครัน ต่อยอดจากรถยนต์ต้นแบบเพื่อมอบสมรรถนะการขับขี่ในระดับรถแข่งพันธุ์แท้

จัดเต็มขุมพลังสปอร์ต กับเครื่องยนต์ 4 สูบที่ติดตั้งแบบ transverse พร้อมอัพเกรดระบบส่งกำลังให้ทำงานราบรื่นด้วยเทคโนโลยี MINI TwinPower Turbo ให้คุณขับขี่ได้คล่องตัว รวดเร็ว พร้อมท้าทายทุกสนามแข่ง ขุมพลังใหม่ของมินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์กส์ ถือเป็นเครื่องยนต์ที่ทรงพลังที่สุดที่มินิเคยนำออกมาทำตลาด โดยมีกำลังสูงสุดถึง 231 แรงม้า

นอกจากนี้ MINI JOHN COOPER WORK ยังมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครด้วย พร้อมคอนเทนต์พิเศษในรุ่นนี้เฉพาะ หลังคาและกระจกมองข้างสีแดง Chili Red ล้อแม็กอัลลอยน้ำหนักเบา จอห์น คูเปอร์ เวิร์กส์ ขนาด 18 นิ้ว และแถบสีแต่งกระโปรงรถลาย JOHN COOPER WORK ส่วนระบบช่วงล่างทำงานสอดประสานกับเครื่องยนต์อย่างสมบูรณ์แบบ ควบคู่ไปกับเบรกระดับสปอร์ตรุ่นใหม่จากเบรมโบ ระบบพวงมาลัยพาวเวอร์ เซอร์โวทรอนิก ที่ใช้ทั้งระบบไฟฟ้าและกลไกผสมผสานกัน และเทคโนโลยี Dynamic Stability Control ที่มีทั้งคุณสมบัติ Dynamic Traction Control (DTC)  Electronic Differential Lock Control (EDLC) และ Dynamic Damper Control ติดตั้งมาในตัวเป็นมาตรฐาน

MINI COOPER SD ALL 4 COUNTRYMAN PARKLEN

MINI COOPER SD ALL 4 COUNTRYMAN PARK LANE เป็นรุ่นไฮเอนด์สุดคลาสสิกที่เปี่ยมความหรูหรา พร้อมด้วยดีไซน์และสีสันพิเศษสุดเฉพาะตัว ตัวถังสีเทาเมทัลลิก Earl Grey จับคู่กับหลังคาและกระจกมองข้างสีแดง Oak Red พร้อมแต่งด้วยแถบสีสไตล์สปอร์ตในสีเดียวกับกระโปรงรถ กันชนท้าย และส่วนข้างตัวรถ ขณะที่ไฟเลี้ยวติดตั้งในกรอบชุบโครเมียมที่แต่งด้วยสีแดง Oak Red เช่นกัน นอกจากนี้ ตัวรถยังเสริมความสปอร์ตด้วยล้อแม็กอัลลอยน้ำหนักเบาขนาด 18 นิ้วสีเทาในดีไซน์ Turbo Fan Dark Grey พร้อมตกแต่งรอบตัวถังด้วยชิ้นส่วนกันชนและขอบประตูสีเงินในชุดแต่ง MINI ALL4 Exterior

MINI COOPER SD ALL 4 COUNTRYMAN PARK LANE ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังดีเซล MINI TwinPower Turbo ขนาด 2.0 ลิตร ซึ่งผลิตจากอลูมิเนียมทั้งบล็อก ให้กำลังสูงสุด 143 แรงม้าที่ 4,000 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 305 นิวตันเมตร

MINI COOPER S HATCH 3 DR

สุดยอดรถยนต์คอมแพคต์ขนาดกะทัดรัดระดับพรีเมี่ยม ที่ยังคงเอกลักษณ์สุดคลาสสิกไว้อย่างครบครันและได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องภายหลังจากประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้น

MINI COOPER S HATCH 3 DR พร้อมขุมพลังเครื่องยนต์เจเนอเรชั่นใหม่ 4 กระบอกสูบ สามารถเลือกเครื่องยนต์ได้ทั้งเบนซินและดีเซล นอกจากนี้เทคโนโลยี MINI TwinPower Turbo เป็นหัวใจสำคัญที่มอบความคล่องแคล่วปราดเปรียวลงตัวระหว่างประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนานและประสิทธิภาพการประหยัดเชื้อเพลิง

MINI COOPER S HATCH 5 DR

MINI COOPER S HATCH 5 DR ถือเป็นรถที่ได้รับความนิยมอีกหนึ่งรุ่น ซึ่งมีการปรับปรุงที่เพิ่มขึ้นจากรุ่น 3 ประตู ด้วยการเน้นประสิทธิภาพการใช้งานจริงและความสะดวกสบายของห้องโดยสารเพิ่มมาจากฐานล้อที่ขยายยาวขึ้น ผู้โดยสารตอนหลังมีพื้นที่กว้างขวางขึ้นถึง 72 มิลลิเมตรสำหรับระยะวางขาเมื่อเทียบกับมินิ แฮทช์ รุ่น 3 ประตู

พื้นที่ที่เพิ่มขึ้นยังหมายถึงเบาะนั่งที่สามสำหรับผู้โดยสารตอนหลังอีกด้วย สำหรับประตูด้านหลังทั้งสองที่เพิ่มเข้ามาช่วยให้การขึ้น-ลงสะดวกสบาย

สำหรับ MINI COOPER S HATCH 3 DR และ 5 DR ที่นำมาให้ทดลองขับมาพร้อมชุดแต่ง JOHN COOPER WORK ทำให้รถดูสปอร์ตมากขั้น ปราดเปรียวสะกดทุกสายตา ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ตกแต่งแอโร-ไดนามิค ล้ออัลลอย Cup Spoke 2-tone ขนาด 18 นิ้ว ภายในมาพร้อมระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์แบบ สเต็ปโทรนิค สปอร์ต ตกแต่งด้วยพวงมาลัยหนัง JCW หัวเกียร์หนัง ครบชุดแต่งในแบบฉบับจอห์น คูเปอร์ เวิร์กส์ ทั้งขอบประตู แท่นเหยียบสแตนเลส สตีล และที่วางเท้า ช่วงล่างที่มีระบบ Dynamic Damper Control ไฟหน้าแบบ LED และสุดยอดระบบเครื่องเสียง Harman Kardon ที่ช่วยเพิ่มสุนทรียะแห่งการขับขี่

ในการทดสอบรถ MINI แต่ละรุ่น จะนั่งเป็นคู่ ได้ขับคันละ 3 รอบ เท่ากับภารกิจในวันนี้ จะใช้การขับขี่ทั้งสิ้นทะลุ 30 รอบ รูปแบบของสนามแก่งกระจานเซอร์กิต เป็นแทรคที่ค่อนข้างแคบ ไม่กว้างเท่าหลายๆสนามในเมืองไทย แถมยังมีโค้งลดหลั่นตามไหล่เขาซึ่งบางโค้งค่อนข้างอันตราย แต่ทีมงานได้มีไพล่อนวางไว้เพื่อเป็นจุดสังเกตสำหรับเลี้ยว และ เบรก ตามรุปแบบการขับขี่ในสไตล์เรซซิ่ง ที่นักแข่งรถใช้ขับกันประจำ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความปลอดภัยแถมยังได้เพิ่มเติมทักษะการขับรถไปอีกด้วย

กว่า 30 รอบที่ได้ทั้งลองนั่ง และ ขับผมมีรถในดวงใจอยู่ 1 คัน เพื่อนๆหลายคนโฟกัสไปยัง MINI JOHN COOPER WORK ซึ่งเป็นรถรุ่นใหม่ที่สุด แถมยังจัดเต็มกับสมรรถนะแบบส่งตรงจากสนามแข่ง รถรุ่นนี้ถือว่าเป็นรถที่ขับได้สนุก ดิบ โหด  เพราะขุมพลัง MINI TwinPower Turbo ระดับ 231 แรงม้า แถมเกียร์แบบสปอร์ต 6 จังหวะ ที่ผสานการทำงานของเทคโนโลยี Dynamic Stability Control ให้คุณสมบัติด้าน Dynamic Traction Control (DTC)   Electronic Differential Lock Control (EDLC) และระบบช่วงล่างแบบ Dynamic Damper Control ติดตั้งเป็นมาตรฐาน ซึ่งเป็นระบบที่ใช้กับรถแข่ง ถ้าใครได้ลองคงหลงงอมแงม แต่สำหรับผม ในแทรคของสนามที่ค่อนข้างแคบ ต้องมีทักษะในการควบคุมรถพอสมควร อาจมีนิสัยดื้อๆไปนิด แต่ถ้ารู้ใจกับรถคันนี้เมื่อไหร่ สมรรถนะในรูปแบบสปอร์ต จะทำให้ผู้ขับขี่สนุกไปกับความเร็ว แรง ในรูปแบบรถที่กะทัดรัด และเท่อย่างมีสไตล์

สำหรับรถ MINI ที่ผมชอบสุดในกิจกรรมครั้งนี้ คือ MINI COOPER S 3 ประตู รูปลักษณ์ก็เหมือนๆกัน จะมีก็แต่ชุดแต่งภายนอกบางส่วน ซึ่งไม่ถือเป็นประเด็น และแม้ว่าขุมพลังของเครื่องยนต์เป็นบล๊อคเดียวกัน แต่ให้แรงม้าเพียง 193 แรงม้า และเกียร์ที่ติดตั้งเป็นแบบ 8 จังหวะ แน่นอนว่าในด้านสมรรถนะตกเป็นรองรุ่นไฮไลท์ สิ่งที่ทำให้ชื่นชอบมาจากการควบคุมรถที่ทำได้ง่าย การตอบโจทย์ของ “GO KART FEELING”  ง่ายต่อการควบคุม สมรรถนะในการยึดเกาะไม่ถึงกับแข็งสไตล์สปอร์ต แต่ก็ไม่นุ่มแบบรถสแตนดาร์ด ซึ่งในรูปแบบของการขับขี่บนเซอร์กิต ถือว่าเพียงพอ

มาถึงการใช้งานบนท้องถนน ยังรู้สึกได้ถึงความสบายไปกับระบบช่วงล่าง Dynamic Damper Control แถมยังซ่าได้เป็นบางโอกาสกับขุมพลังเกือบ 200 แรงม้า สิ่งที่ขาดไม่ได้คือระบบเครื่องเสียง Harman Kardon ซึ่งให้ระบบเสียงที่เสนาะหูเพิ่มสุนทรียะแห่งการขับขี่ได้เป็นอย่างดี

กิจกรรม “MINI TRACK DAY” ที่ว่าเป็นการทดสอบรถในรูปแบบ “GO KART FEELING”  ในสนาม แก่งกระจาน เซอร์กิต  ให้ความสนุกสุดมัน รถทั้ง 5 รุ่นตามที่บอกไว้มีสไตล์เฉพาะตัวอย่างชัดเจน แต่เมื่อได้ลองทางยาวๆ   MINI COOPER S 3 ประตู ทำให้ผมหลงรักเข้าอย่างจัง 2,990,000 บาท กับค่าตัวที่ตั้งไว้ ผมว่าคุ้มกับเงินที่เสียไป แถมยังเป็นรถที่มีสไตล์น่ารัก สมรรถนะเกินตัวอีกต่างหาก 

RELATED ARTICLES

Most Popular