Home Blog Page 284

นิสสัน ยกขบวนรถยอดนิยมบุกงาน BIG Motor Sale 2022 นำ “อัลเมร่า สปอร์ตเทค-เอ็กซ์” โชว์ตัวครั้งแรก พร้อมเปิดโปรโมชั่นเด็ด

0

นิสสัน ประเทศไทย สร้างความตื่นเต้นครั้งใหม่ โดยการนำรถยนต์ยอดนิยมมาจัดแสดงในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล แกรนด์ มอเตอร์เซลส์ ประจำปี 2565 (Bangkok International Grand Motor Sale 2022) นำโดย นิสสัน อัลเมร่า สปอร์ตเทค-เอ็กซ์,  นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์,  นิสสัน นาวารา และนิสสัน เทอร์ร่า พร้อมเปิดตัวโปรโมชั่นสุดพิเศษที่ช่วยให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถในฝันได้ง่ายกว่าเดิม

พร้อมกันนี้ นิสสันยังได้ประกาศ “คำมั่นสัญญา” นโยบายด้านการบริการหลังการขายที่จะยกระดับประสบการณ์ประทับใจให้ลูกค้าเมื่อเข้ามาใช้บริการ (Nissan Customer Promise) ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์นิสสัน โดยเฉพาะในเรื่องการบริการที่มีคุณภาพวางใจได้  โดยจะมุ่งเน้นการสร้างความโปร่งใน ความเชื่อมั่น ความสะดวกสบาย และความอุ่นใจในบริการ

“นิสสันให้ความสำคัญสูงสุดกับลูกค้าของเรา และสัญญาว่าจะสร้างประสบการณ์ที่เหนือความคาดหวังของลูกค้า ในงาน BIG Motor Sale ครั้งนี้ เรายังคงรักษาคำมั่นสัญญา โดยนำรถยนต์ยอดนิยมหลายรุ่นที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของลูกค้า มาโชว์ในงาน รวมทั้งจัดโปรโมชั่นที่จะช่วยให้ทุกท่านได้เป็นเจ้าของรถยนต์นิสสันได้ง่ายขึ้น และมีความสุขกับทุกการขับขี่ได้อย่างเต็มที่” อิซาโอะ เซคิกุจิ ประธาน    นิสสัน ประเทศไทย กล่าว

ไฮไลท์ของนิสสันภายในงาน ได้แก่ “นิสสัน อัลเมร่า สปอร์ตเทค-เอ็กซ์” ซึ่งจะเผยโฉมครั้งแรกในงาน เป็นรถยนต์รุ่นพิเศษที่ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 300 คัน เพื่อฉลองครบรอบ 10 ปี ของนิสสัน อัลเมร่า ในประเทศไทย  อัลเมร่า สปอร์ตเทค-เอ็กซ์ ยังคงเอกลักษณ์ในการเป็นรถยนต์คันเก่งสำหรับขับขี่ในเมืองที่นั่งสบาย ให้ความสะดวกเต็มที่  และเพิ่มความหรูหราด้วยการตกแต่งพิเศษที่สะท้อนสมรรถนะและความปราดเปรียวสไตล์สปอร์ต

นิสสัน อัลเมเร่า สปอร์ตเทค-เอ็กซ์ ภายนอกมาในรูปลักษ์ที่สะดุดตาด้วยกระจังหน้าใหม่สีดำเงา ล้ออัลลอย 16 นิ้ว สไตล์สปอร์ต ปลายท่อไอเสียแบบโครเมียม พร้อมโลโก้ Sportech-X ด้านท้ายรถ ภายในตกแต่งด้วยสีดำเดินด้ายสีเบอร์กันดี แป้นวางเท้าทรงสปอร์ต และ Ambient Light ใหม่เพิ่มความเอ็กซ์คลูซีฟ เบาะนั่ง Quole Modure ที่ไม่สะสมความร้อน นั่งสบายตลอดทุกการขับขี่

นิสสัน อัลเมร่า สปอร์ตเทค-เอ็กซ์ พร้อมจะสร้างประสบการณ์ประทับใจด้วยสมรรถนะที่โดดเด่น ประหยัดน้ำมัน การปกป้องที่เหนือระดับ และการเชื่อมต่อที่ราบรื่น  เครื่องยนต์ HRA0 ขนาด 1.0 ลิตร เทอร์โบ ที่มีกำลังสูงสุด 100 แรงม้า (Ps) แรงบิดสูงสุด 152 นิวตันเมตร (Nm) ให้อัตราเร่งที่แรง และรวดเร็ว จากแรงบิดแบบต่อเนื่อง (flat torque)   นอกจากนี้ยังประหยัดน้ำมัน และขับขี่ได้สนุกทุกเส้นทาง พร้อมทั้งมั่นใจเต็มพิกัดด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน (360-degree Safety Shield)  ส่วนระบบอินโฟเทนเมนท์ NissanConnect สามารถรองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่าน Android Auto* และ Apple CarPlay เพื่อใช้งานแอปพลิเคชันในมือถือผ่านจอเครื่องเสียงรถยนต์ระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว และระบบเชื่อมต่อ Bluetooth, USB และ AUX-IN พร้อมระบบนำทาง (Navigation System) ผ่าน Google Map และระบบสั่งงานด้วยเสียงอัจฉริยะ (Voice Recognition) ให้ความสะดวกสบายและความสุนทรีย์ตลอดเส้นทาง

อีกหนึ่งไฮไลต์ของงาน ได้แก่ นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% ซึ่งเป็น B-SUV ที่ติดตั้งเครื่องยนต์ อี-พาวเวอร์ เจเนอเรชั่น 2 ที่ให้พลัง และประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้น และมั่นใจเต็มที่กับเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ปกป้องทั้งผู้ขับขี่ และผู้โดยสาร แบบครบครัน  นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ยังมีรุ่นพิเศษ AUTECH  ที่เพิ่มความพรีเมี่ยม และสปอร์ตมากยิ่งขึ้น กับการตกแต่งที่สะดุดตา โฉบเฉี่ยว ปราดเปรียวมากขึ้น  ทำให้นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากนับตั้งแต่เปิดตัว

นิสสัน นาวารา รุ่นปี 2022 และ นิสสัน นาวารา แบล็ค อิดิชั่น ใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นาน มาร่วมสร้างสีสันให้กับงานเช่นกัน ด้วยรูปลักษณ์ใหม่ ที่แกร่ง บึกบึน ทันสมัย สไตล์สปอร์ต โดยเฉพาะการตกแต่งสีดำในรุ่น         แบล็ค อิดิชั่น รวมทั้งยังเพิ่มความสะดวกสบายมากขึ้น ช่วยให้ผู้ขับขี่สนุกกับการใช้ชีวิตแบบที่ไม่มีใครกล้าคิด โดยมาพร้อมสมรรถนะและอุปกรณ์อำนวยความสะดวก อาทิ เบาะที่นั่งปรับระบบไฟฟ้า 8 ทิศทาง และเบาะนั่งพรีเมียม Quole Modure ที่ไม่สะสมความร้อน ในรุ่น PRO-4X และ PRO-2X  นิสสัน นาวารารุ่นล่าสุด ยังคงรักษาจุดเด่นด้านสมรรถนะ ด้วยเครื่องยนต์ YS23DDTT DOHC ทวินเทอร์โบ ความจุ 2.3 ลิตร 4 สูบ เกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด กำลังสูงสุด 190 แรงม้า PS แรงบิด 450 นิวตันเมตร พร้อมระบบแมนนวลโหมด (M mode) ที่เพิ่มความสนุกสนานกับการขับขี่ และประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น ขณะที่รุ่น แบล็ค อิดิชั่น ใหม่ เสริมความเข้ม เติมเต็มความแกร่ง เร้าใจยิ่งกว่าเดิมด้วยชุดแต่งสีดำ ให้อารมณ์สปอร์ตทั้งภายนอก และภายใน มาพร้อมนวัตกรรมเทคโนโลยีอัจฉริยะด้านความปลอดภัย และความสะดวกสบาย ยกระดับประสบการณ์ใหม่ในการขับขี่ ให้ผู้เป็นเจ้าของภาคภูมิใจและมั่นใจในทุกการเดินทาง

และสำหรับผู้ที่มองหารถเอสยูวี  นิสสัน เทอร์ร่า มาในโฉมสุดพรีเมียม พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน  (360-degree Safety Shield) ระบบความบันเทิงเหนือระดับสำหรับทุกคนในครอบครัว ที่นั่งดีไซน์พิเศษที่ปรับได้ตามความต้องการ นิสสัน เทอร์ร่า ใช้เครื่องยนต์ 2.3 ลิตร ทวินเทอร์โบให้พลัง 190 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตันเมตร ทำให้ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในเอสยูวีที่โดดเด่นที่สุด พร้อมจะพาผู้โดยสารไปสู่จุดหมายปลายทางได้อย่างไร้ขีดจำกัด  ภายในห้องโดยสารกว้างขวางนั่งสบายสำหรับทุกคนในทุกเส้นทาง

เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้เป็นเจ้าของรถยนต์คุณภาพสูงจากนิสสันได้ง่ายขึ้น นิสสันได้จัดโปรโมชั่นหลากหลายแพ็คเกจสำหรับรถแต่ละรุ่น เพื่อให้ตรงใจ และสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าแต่ละกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นอัตราดอกเบี้ยต่ำ ผ่อนน้อย ฟรีค่าแรงเช็คระยะ หรือฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปีเต็ม และอีกมากมาย

นอกจากรถยนต์และโปรโมชั่นที่น่าสนใจแล้ว นิสสันยังให้ความสำคัญกับการบริการหลังการขาย โดยได้ประกาศ “คำมั่นสัญญา” ใหม่ที่เพิ่มความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อบริการของนิสสัน โดยการเพิ่ม “ความโปร่งใส” ด้วยการให้ข้อมูลเกี่ยวกับระยะเวลา และประมาณการค่าใช้จ่ายก่อนทุกครั้งที่ลูกค้านำรถเข้ามารับบริการ “ความมั่นใจ” ด้วยการรับประกันคุณภาพหลังการเปลี่ยนอะไหล่ และซ่อมแซมนานถึง 1 ปี  “ความสะดวก” ด้วยการให้รถยนต์สำรองใช้ฟรีกรณีงานซ่อมที่เกิดจากปัญหาคุณภาพและใช้เวลามากกว่า 24 ชั่วโมง หรือกรณีที่ไม่มีอะไหล่ในคลังและต้องรอเป็นระยะเวลาหนึ่ง  และการสร้าง “ความอุ่นใจ” ด้วยบริการคอลเซ็นเตอร์ตลอด 24 ชั่วโมง

“รถยนต์ทุกรุ่นของนิสสัน สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ทุกกลุ่ม ส่วนโปรโมชั่นต่างๆ ก็ออกแบบมาจากความเข้าใจความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า  เราพัฒนาการบริการหลังการขายตลอดเวลา จึงเชื่อว่าสามารถสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าได้ตามที่เราให้คำมั่นสัญญาไว้” อิซาโอะ เซคิกุจิ กล่าวสรุป

ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อนิสสัน และดีลเลอร์ทั่วประเทศได้ตั้งแต่วันนี้หรือดูข้อมูลจากเว็บไซต์ https://www.nissan.co.th/

*เฉพาะสมาร์ทโฟนรุ่นที่รองรับ 

ซูซูกิ จัดเต็มพร้อมบุกงาน Big Motor Sale 2022 ผนึกกำลังสถาบันการเงินจัดแคมเปญสุดพิเศษ เฉพาะในงานนี้เท่านั้น !!

0

นายมิโนรุ อามาโนะ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า งาน “มหกรรมเปิดโลกยานยนต์ Bangkok International Grand Motor Sale 2022” (BIG Motor Sale 2022)  ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-28 สิงหาคม 2565 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ด้วยแนวทางการจัดงานเพื่อส่งเสริมการขายรถยนต์อย่างชัดเจน จึงก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในงานสำคัญที่มีส่วนช่วยในการกระตุ้นตลาดรถยนต์ในช่วงกลางปีให้มีความคึกคักมากยิ่งขึ้น

นับตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมยานยนต์เผชิญปัญหาสภาวะการผันผวนของราคาน้ำมันที่ยังคงปรับตัวขึ้นสูง ซูซูกิแม้จะได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน ในภาพรวมด้านยอดขายนับว่ายังอยู่ในสถานการณ์ที่ดี มีตัวเลขการขายตั้งแต่เดือนมกราคม-กรกฎาคม 2565 อยู่ที่ 492,300 คัน

โดยยังคงเชื่อมั่นว่าสถานการณ์ต่างๆ ทั้งเศรษฐกิจในภาพรวมและธุรกิจอุตสาหกรรมยานยนต์จะเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้นนับจากนี้ ปัจจัยสำคัญที่มีส่วนผลักดันให้ยอดขายรถยนต์ของซูซูกิยังสามารถเดินหน้าไปได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งมาจากผลิตภัณฑ์มีความโดดเด่นในเรื่องความคุ้มค่า คุ้มราคา ทั้งยังเป็นตัวเลือกสำคัญในยุคราคาน้ำมันแพง เพราะรถยนต์แต่ละรุ่นของซูซูกิมีความโดดเด่นมากในเรื่องของความประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง อีกทั้งยังมีความมุ่งมั่นในการปรับแผนงานในหลายด้านเพื่อรองรับการจำหน่ายรถยนต์ในปัจจุบัน ทั้งเรื่องของงานบริการหลังการขาย ไปจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความสดใหม่ คุ้มค่า คุ้มราคา ตอบรับกับความต้องการในการใช้งานของลูกค้าได้อย่างครอบคลุม

ล่าสุดได้มีการแนะนำ SUZUKI XL7, Multi-Dynamic Crossover ซึ่งทำการพัฒนาปรับปรุงให้มีความครบครันเหมาะสมกับความเป็นรถ MPV ที่พร้อมตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคอย่างสูงสุด และรถครอสโอเวอร์ขนาด 7 ที่นั่งรุ่นนี้ จะถูกจัดแสดงอยู่ในงาน BIG Motor Sale 2022 ครั้งนี้อีกด้วย

อีกทั้งการเข้าร่วมงานในครั้งนี้ นอกจากการนำรถยนต์ซูซูกิทุกรุ่นเข้าร่วมจัดแสดงอย่างคับคั่งแล้ว ซูซูกิยังนำเสนอ  SUZUKI SWIFT GL PLUS รุ่นพิเศษ อัพเกรดความสปอร์ตเร้าใจให้มากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งจะเป็นรถอีกหนึ่งรุ่นที่มีส่วนช่วยในการผลักดันยอดขายของซูซูกิในช่วงปลายปีนี้ให้เติบโตเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

อย่างไรก็ตาม เรายังจัดเตรียมกิจกรรมส่งเสริมการขายไว้รองรับทุกท่านตลอดทั้งงาน โดยยังเน้นย้ำและให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยของผู้เข้าชมงาน ทั้งการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล และการทำความสะอาดบริเวณจุดต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้เพื่อความอุ่นใจและเข้าเยี่ยมชมบูธของทุกท่านอย่างมีความสุขตลอดงาน

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า  ไฮไลท์สำคัญภายในงาน BIG Motor Sale 2022 ผู้เข้าชมงานจะได้พบกับ SUZUKI XL7, Multi-Dynamic Crossover รถยนต์ครอสโอเวอร์ขนาด 7 ที่นั่ง ได้รับการพัฒนาปรับปรุงให้มีความครบครันพร้อมตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภค ด้วยการเป็นรถที่ให้มากกว่าความคุ้มค่ากับราคาที่ลูกค้าสามารถเข้าถึงและเป็นเจ้าของได้ง่าย โดยมีเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยและความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นเพื่อมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าซูซูกิทุกท่าน

SUZUKI XL7 รุ่นปรับปรุงใหม่ยังคงการออกแบบด้วยดีไซน์ภายนอกที่ผสานแนวทางสปอร์ตเข้มและดุดันด้วยกระจังหน้าดีไซน์สปอร์ตสีดำผสมโครเมียม สอดรับกับไฟหน้า LED สามารถปรับระดับองศาของไฟต่ำได้ มาพร้อม Daytime Running Light ไฟท้าย LED เติมความเข้มด้วยซุ้มล้อสีดำ พร้อมล้ออะลูมิเนียมอัลลอยแบบทูโทนขนาด 16 นิ้ว รวมถึงราวหลังคาเพื่ออรรถประโยชน์ในการบรรทุกสัมภาระมากยิ่งขึ้น

ดีไซน์ภายในบริเวณคอนโซลด้านหน้าสไตล์สปอร์ต ตกแต่งวัสดุด้วยลาย Carbon Fiber พร้อมคิ้วโครเมียม อุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่พร้อมรองรับการใช้งานอย่างครบครัน โดยได้ทำการเพิ่มอุปกรณ์ แท่นชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย (Wireless Charger) รองรับการชาร์จโทรศัพท์มือถือได้หลากหลาย พร้อมด้วยกล้องบันทึกภาพด้านหน้ารถ (Digital VDO Recorder) ติดตั้งมาจากโรงงานช่วยบันทึกเหตุการณ์ในการขับขี่ ช่วยให้ขับขี่ได้อย่างมั่นใจในทุกสภาวะถนน พร้อมจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 814,000 บาท

อีกหนึ่งรุ่นคือ SUZUKI SWIFT GL PLUS รุ่นตกแต่งพิเศษ ด้วยชุดแต่งดีไซน์ใหม่กับชุดสเกิร์ตรอบคันพร้อมด้วยสปอยเลอร์หลังเติมเต็มความสปอร์ตให้มากขึ้น เสาอากาศครีบฉลาม ซุ้มล้อสีดำบ่งบอกถึงความพิเศษและเป็นเอกลักษณ์ด้วยชุดสติกเกอร์ลายใหม่ที่จะถ่ายทอดทุกความเร้าใจที่เป็นคุณ พร้อมตอกย้ำ ให้เห็นถึงความโดดเด่นของรูปลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์สะท้อนตัวตน พร้อมมอบทุกความแตกต่างไม่ซ้ำใคร ไม่ว่าจะมาจากชุดตกแต่งจากโรงงาน หรือนำไป Custom ต่อในสไตล์ที่เป็นตัวเองได้อย่างหลากหลายและไม่จำกัดในไอเดีย

SUZUKI SWIFT มีขุมพลังมอบทั้งความแรงเร้าใจและความประหยัด ด้วยเครื่องยนต์รหัส K12M แบบเบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.2 ลิตร หัวฉีดคู่หรือ DUALJET ซึ่งเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ด้วยกำลังสูงสุด 83 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 108 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบต่อนาที เกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อมรองรับน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท E20 ประหยัดเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ยกว่า 23 กิโลเมตร/ลิตร จำหน่ายในราคาเริ่มต้น 567,000 บาท บาท

SUZUKI CARRY รถกระบะอเนกประสงค์เพื่อการพาณิชย์สุดคุ้มค่า ตอบสนองการใช้งานในรูปแบบการขนส่งได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดดเด่นทั้งในด้านความแข็งแกร่ง มีความทนทานสูง รูปทรงภายนอกมีความกระทัดรัด และเป็นที่นิยมในกลุ่มธุรกิจผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมสามารถนำไปดัดแปลงเป็นร้านค้าเคลื่อนที่ได้หลากหลายรูปแบบ มีมิติตัวรถขนาดความยาว 4,195 มม. ความกว้าง 1,765 มม. และความสูง 1,910 มม. กระบะบรรทุกแบบเรียบ ผลิตจากแผ่นเหล็กเสริมกัลวาไนซ์   มีคุณสมบัติป้องกันสนิมและลดการสึกกร่อน เพิ่มพื้นที่บรรทุกความกว้าง 1,670 มม. และความยาวอยู่ที่ 2,450 มม. สามารถเปิดได้ทั้ง 3 ด้าน ขนถ่ายสัมภาระได้สะดวกยิ่งขึ้น รองรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ รับน้ำหนักบรรทุกสูงสุดถึง 945 กิโลกรัม ราคาจำหน่ายเพียง 395,000 บาท

SUZUKI CIAZ อีโคซีดานที่สมบูรณ์แบบทั้งด้านดีไซน์ และสมรรถนะ เป็นรถยนต์อีกหนึ่งรุ่นที่สามารถตอบโจทย์ความคุ้มค่าด้านการใช้งาน การบำรุงรักษา และรวมถึงราคาที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งนับว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ซูซูกินำมาช่วยเสริมทัพรถยนต์ในกลุ่มอีโคคาร์ของซูซูกิให้แข็งแกร่ง วางราคาจำหน่ายเริ่มต้นเพียง 528,000 บาท

SUZUKI CELERIO รถยนต์นั่งขนาดคอมแพ็คคุณภาพเกินตัว และได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดีมาโดยตลอด โดย เฉพาะในช่วงปีที่ผ่านมา รถยนต์รุ่นนี้สามารถทำยอดขายได้ดี ส่วนหนึ่งมาจากคุณภาพเกินตัว มีสมรรถนะการขับที่ดีเกินความคาดหมาย ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงกว่า 20 กิโลเมตรต่อลิตร เป็นเจ้าของได้ง่ายด้วยราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 338,000 บาท พร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษและผ่อนสบายเริ่มต้นเพียง 1,999 บาท ต่อเดือน

SUZUKI ERTIGA รถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่นับตั้งแต่ถูกแนะนำออกสู่สาธารณะชนก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี  โดยเฉพาะกับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการเติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้กับครอบครัว ด้วยราคาจำหน่ายเริ่มต้น  679,000 บาท

 

นายวัลลภ ยังกล่าวอีกว่า ในงาน BIG Motor Sale 2022  ครั้งนี้ ซูซูกิได้จัดแคมเปญพิเศษ เพื่อร่วมฝ่าวิกฤติราคาน้ำมันแพง ลูกค้าที่จองรถภายในงานและรถภายในเดือนสิงหาคม 2565 นี้ สามารถเลือกโปรโมชั่นตามรุ่นรถที่ลูกค้าสนใจ อาทิ ดอกเบี้ย 0% หรือเลือกรับข้อเสนอ ขับฟรีสูงสุด 150 วัน หรือเลือกรับบัตรเติมน้ำมันมูลค่าสูงสุด 50,000 บาท  โดยขอเชิญชวนลูกค้าติดต่อสอบถามรายละเอียดแคมเปญพิเศษของรถแต่ละรุ่นได้ที่บูธรถยนต์ซูซูกิ หรือที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ

ทั้งนี้ รายละเอียดและเงื่อนไขต่างๆ เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

บูธรถยนต์ซูซูกิ ภายในงาน BIG Motor Sale 2022 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 – 28 สิงหาคม 2565 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

ช่องทางการติดต่อ
www.suzuki.co.th 
www.facebook.com/officialsuzukimotorthailand
SUZUKI Cause We Care: 1800-600-900

เริ่มแล้ว Big Motor Sale 2022 สุขเต็มพิกัด พร้อมรับโปรคุ้มค่าจุใจ 19-28 สิงหาคมนี้ ณ ไบเทค บางนา

0

เปิดฉากแล้วอย่างยิ่งใหญ่  Big Motor Sale 2022 มหกรรมเปิดโลกยานยนต์” โดย บริษัท ยานยนต์ สแควร์ กรุ๊ป จำกัด ชูแนวคิดภายใต้นิยาม “พร้อมพลัส” จัดเต็มความร่วมมือระหว่าง ผู้จัด ผู้ประกอบการ และผู้ทำงานด้านต่าง ๆ  ในการสร้างพื้นที่แห่งความสุขของผู้ซื้อและผู้ขาย “อยากได้รถ จบในวันเดียว” จัดพาเหรดกองทัพรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ และอุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง พร้อมข้อเสนอพิเศษให้เลือกซื้อหาในราคาที่คุ้มค่าเงินสูงสุด เพื่อสนับสนุนการต่อยอดพลิกฟื้นภาคเศรษฐกิจไทย ระหว่างวันที่ 19-28 สิงหาคม 2565 ณ ฮอลล์ 101-104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

นายจรวย ขันมณี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป และ ประธานกรรมการอำนวยการจัดงาน Bangkok International Grand Motor Sale 2022  หรือ Big Motor Sale 2022 เผยว่า “เรายังคงยืนหยัดเจตนารมณ์ดั้งเดิมของการจัดงาน Big Motor Sale คือ การสร้างโอกาสทางการตลาดใหม่ ๆ ให้กับผู้ประกอบการในภาคธุรกิจยานยนต์ สร้างความคึกคักในตลาดรถให้มีความต่อเนื่องตลอดทั้งปี  โดยเปลี่ยนช่วงฤดูฝนที่เคยเป็นโลว์ซีซั่นของอุตสาหกรรมยานยนต์ให้เป็นฤดูขายเพื่อไม่ให้เสียโอกาสทางธุรกิจ ดังนั้นเมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 อยู่ในเกณฑ์ที่ภาครัฐสามารถควบคุมได้ ประกอบกับปัจจัยบวกต่าง ๆ อาทิ มาตรการเปิดประเทศ และการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ รวมถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเริ่มกลับมา จึงเป็นจังหวะเวลาที่ดีในการเร่งฟื้นตัวในทุกภาคส่วน โดย “Big Motor Sale 2022” ปีนี้ถูกจัดขึ้นภายใต้นิยาม “พร้อมพลัส” หมายถึงความร่วมมือกันอย่างเต็มที่ระหว่างผู้จัด ผู้ประกอบการ และผู้ทำงานด้านต่าง ๆ เพื่อสร้างความสุขให้กับผู้เข้าชมงานทุกคน ทั้งจากบรรยากาศซื้อ-ขายที่สมบูรณ์ครบในทุกด้าน ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพจากผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์ รถอเนกประสงค์ ยานยนต์ไฟฟ้า มอเตอร์ไซค์ รถยนต์มือสองพรีเมี่ยม และอุปกรณ์ตกแต่งพรีเมี่ยม พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษที่ดึงดูดใจจากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงาน โดยมีไฮไลท์ที่น่าจับตามองภายในงาน คือ รถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด รุ่นปรับโฉมใหม่ และรุ่นตกแต่งพิเศษที่ตบเท้าเข้ารุกตลาดในช่วงกลางปีนี้ ซึ่งมีทั้งรถน้ำมัน รถระบบไฮบริด และรถระบบไฟฟ้า สื่อให้เห็นถึงการแข่งขันในตลาดรถยนต์ไทยที่กลับมาคึกคักอีกครั้ง อาทิ 

  • รถใหม่ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในงาน Big Motor Sale 2022 รวม 2 รุ่น ได้แก่ All New HONDA BR-V, All New SUBARU WRX EyeSight
  • กลุ่มรถอเนกประสงค์ใหม่ ได้แก่ All New MG VS HEV, New MAZDA CX-8, New NISSAN Kicks e-POWER สำหรับรุ่นปรับโฉมใหม่มี TOYOTA Fortuner GR Sport, TOYOTA Fortuner LEADER, TOYOTA Fortuner LEGENDER ซึ่งเป็นรุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 60 ปี และ SUZUKI XL7 รุ่นปี 2022 เป็นต้น

  • กลุ่มรถยนต์ใหม่ ได้แก่ All New TOYOTA Yaris ATIV ที่เปิดตัวครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย, Honda Civic e:HEV, New MERCEDES-BENZ C-Class รุ่นประกอบในไทย, PEUGEOT 2008 Sport Edition, NETA V และ VOLT City EV เป็นต้น
  • กลุ่มปิคอัพมีรุ่นปรับโฉมใหม่ ได้แก่ TOYOTA Hilux REVO 60th Anniversary, NISSAN Navara ใหม่ รุ่นปี 2022 และ NISSAN Navara Black Edition เป็นต้น

ซึ่งจะเป็นโอกาสให้ผู้ซื้อได้พิจารณาเปรียบเทียบ เลือกหา และทดลองขับจนได้ “ตัวเลือก” ที่พึงพอใจ คุ้มค่าคุ้มราคา และมีความสุขในการใช้งานได้ครบครันภายในงานเดียว เพราะการฟื้นตัวของภาคครัวเรือนเป็นส่วนสำคัญที่สนับสนุนให้ภาพรวมของเศรษฐกิจไทยเติบโตดีขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งการสนับสนุนจากผู้ผลิต ผู้จำหน่าย และผู้ให้บริการด้านยานยนต์ที่มอบความเชื่อมั่นเข้าร่วมงานเต็มพื้นที่ฮอลล์ 101-104   ทำให้มั่นใจว่า Big Motor Sale 2022 จะเป็นงานที่ดีและมีผู้ชม-ผู้ซื้อรถใหม่กันเป็นจำนวนมากอย่างแน่นอน” 

 ทั้งนี้ในงาน Big Motor Sale 2022 มีผู้ประกอบการด้านยานยนต์ที่เข้าร่วมจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ รวมทั้งกิจกรรมที่น่าสนใจ ดังนี้

  • แบรนด์รถยนต์ ได้แก่ BMW, HONDA, JEEP, KIA, MAZDA, MERCEDES-BENZ, MG, MINI, MITSUBISHI, NETA, NISSAN, PEUGEOT, SUBARU, SUZUKI, TOYOTA, VOLT และ  VOLVO
  • แบรนด์มอเตอร์ไซค์ ได้แก่ BMW, HARLEY-DAVIDSON, HONDA และ YAMAHA

  • บริษัทผู้จำหน่ายรถยนต์มือสองพรีเมี่ยมและอุปกรณ์ตกแต่งพรีเมี่ยม ตลอดจนยานยนต์ไฟฟ้าและมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ารุ่นต่าง ๆ
  • กิจกรรมทดลองขับขี่รถยนต์รุ่นที่ชื่นชอบได้ก่อนการตัดสินใจ
  • นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมน่าสนใจต่าง ๆ มากมายทุกวัน พิเศษ โชว์สกิลการขับขี่รถโดย “รัสส สวิฟ” ( Paul Russell Swift) นักขับรถยนต์ผาดโผนชาวอังกฤษจากทีม SUBARU เจ้าของสถิติ Guinness World Records ร่วมโชว์พิเศษสุดเร้าใจ ในวันศุกร์ที่ 19 – วันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคม บริเวณลานทิศตะวันตกด้านหน้าของไบเทค

งาน Big Motor Sale 2022 ยังคงให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามหลักสาธารณสุขพื้นฐานเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้แก่ สวมหน้ากาก-รักษาระยะห่าง-หมั่นล้างมือ เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้เข้าชมตลอด 10 วันแสดงงาน โดยเปิดให้เข้าชมงานตั้งแต่วันศุกร์ที่ 19 – วันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม 2565 (วันธรรมดา 12.00 น. – 21.00 น./วันเสาร์-อาทิตย์ 11.00 น. – 21.00 น.) ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า BTS ลงสถานีบางนา ใช้ทางออกประตู 1 เพื่อเดินเชื่อมต่อกับ Skywalk มายังฮอลล์ 101-104 บัตรเข้าชมงานราคา 100 บาท ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/bigmotorsale.yanyont

เชิญสัมผัส Version ใหม่ของ LEXUS UX 250h “The Urban Disruptor” Luxury compact crossover ตอบโจทย์ชีวิตเมือง

0

เลกซัส ประเทศไทย แนะนำ LEXUS UX 250h รุ่นปรับปรุงใหม่ ยนตรกรรม Luxury compact crossover สุดหรู โดดเด่นด้วยการออกเเบบภายนอกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เส้นสายที่เฉียบคม ให้ความรู้สึกปราดเปรียว เร้าใจ พร้อมสีภายนอกใหม่ Sonic Iridium และ Feature ทันสมัยใหม่ล่าสุดด้วยหน้าจอ Touch Screen ขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว ที่รองรับระบบ Apple Car Play แบบไร้สาย และช่อง USB-C 2 จุดบริเวณด้านหน้า เพื่อความสะดวกสบายในทุกการเดินทาง ตอบรับ Lifestyle คนเมืองยุคใหม่ได้ดียิ่งขึ้น

LEXUS UX Luxury compact crossover ที่ได้รับการออกเเบบให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดดเด่นด้วยเส้นสายที่เฉียบคม ให้ความรู้สึกปราดเปรียว เร้าใจ พร้อม Function การใช้งานที่ล้ำสมัย มอบความสะดวกสบาย และเพลิดเพลินในการขับขี่ได้อย่างเต็มที่ ตอบรับกับ Lifestyle คนเมืองยุคใหม่ได้อย่างดี ภายในเน้นการออกแบบที่สะท้อน ความปราณีต และความพิถีพิถัน” หรือ “Takumi Craftsmanshipผสานความงดงามแห่งศิลปะดั้งเดิมของญี่ปุ่น กับเทคโนโลยีการผลิตอันก้าวล้ำ ละเมียดละไมในทุกรายละเอียด เห็นได้จากวัสดุบริเวณแผงคอนโซลหน้าที่เรียกว่า Washiซึ่งได้แรงบันดาลใจจากงานกระดาษซึ่งเคยใช้ในบ้านญี่ปุ่นสมัยโบราณ และ ลายเบาะใหม่ที่ถูกถักทอแบบ “Sashiko” ที่ได้แรงบันดาลใจจากความแข็งแกร่งของเสื้อยูโด การออกแบบภายในยังให้ความสำคัญกับผู้ใช้งานเป็นจุดศูนย์กลาง สอดคล้องตามหลักสรีศาสตร์ ทำให้ทุกการควบคุมเป็นไปได้อย่างง่ายดาย

นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับ สีภายนอกใหม่ Sonic Iridium และ Feature ทันสมัยใหม่ล่าสุดด้วยหน้าจอ Touch Screen ขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว ที่รองรับระบบ Apple Car Play แบบไร้สาย และช่องเสียบ USB-C 2 จุดบริเวณด้านหน้า เพื่อความสะดวกสบายในทุกการเดินทาง ตอบรับกับไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ได้อย่างดียิ่งขึ้น

LEXUS UX 250h โดดเด่นด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมเหนือใคร ด้วยเครื่องยนต์ระบบไฮบริด 2.0 ลิตร มอบสมรรถนะที่ทรงพลังพร้อมกับประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงที่ยอดเยี่ยมและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ประสานสมรรถนะกับสถาปัตยกรรมโครงสร้างตัวถังแบบ GA-C (Global Architecture-Compact Platform) ที่มีการใช้ Aluminum เข้ามาเป็นองค์ประกอบของตัวรถ ส่งผลให้ได้ตัวถังที่มีน้ำหนักเบา และแข็งแกร่ง จุดศูนย์ถ่วงต่ำ มีการทรงตัวดีเยี่ยม นอกจากนี้ LEXUS UX ได้นำเทคโนโลยีการเชื่อมต่อตัวถังด้วยระบบเลเซอร์อันเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของ LEXUS โดยในรุ่นปรับปรุงใหม่นี้ได้มีการเพิ่มจุดเชื่อมให้มากขึ้นกว่าเดิม ส่งผลให้มีเสถียรภาพ และความนุ่มนวลในการขับขี่ที่ดีขึ้นกว่าเดิม มอบความสะดวกสบาย และเพลิดเพลินในการขับขี่ได้อย่างเต็มที่ พร้อมความมั่นใจสูงสุดด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยเหนือระดับ LEXUS Safety System Plus ที่เพียบพร้อมด้วยระบบปกป้อง และป้องกันอย่างครบถ้วน

LEXUS UX ยังมาพร้อมกับรุ่น F SPORT ที่ได้รับการถ่ายทอด DNA จาก Sport Supercar อย่าง LEXUS LFA โดดเด่นด้วยชุดแต่งรอบคัน และเบาะนั่งดีไซน์เฉพาะของ F SPORT ให้ความรู้สึกโอบกระชับ รองรับทุกสรีระนอกจากนี้ยังเพิ่มความเร้าใจในการขับขี่ด้วยระบบ Active Sound Control และระบบกันสะเทือนแบบแปรผัน (Adaptive Variable Suspension) ที่ช่วยควบคุมการดูดซับแรงของ Shock absorber ที่ล้อทั้งสี่ ให้ตอบสนองต่อการควบคุมของผู้ขับขี่ และสภาพพื้นผิวถนนได้อย่างเหมาะสม เสริมประสิทธิภาพการควบคุมและให้ความสะดวก สบายอย่างเหนือระดับ

เลือกเป็นเจ้าของยนตรกรรม Luxury Compact Crossover LEXUS UX ใหม่ นำเข้าทั้งคัน…ได้แล้ววันนี้ที่ผู้จำหน่าย LEXUS อย่างเป็นทางการ

สีภายนอก 12 สี

  • White Nova Glass Flake (เฉพาะรุ่น F SPORT)
  • Sonic Quartz (เฉพาะรุ่น Luxury และรุ่น Grand Luxury)
  • Sonic Titanium
  • Sonic Chrome
  • Sonic Iridium *สีใหม่
  • Black
  • Graphite Black Glass Flake
  • Madder Red
  • Blazing Carnelian Contrast Layering
  • Terrane Khaki Mica Metallic
  • Heat Blue Contrast Layering (เฉพาะรุ่น F SPORT)
  • Celestial Blue Glass Flake

สีภายใน                                                                                   

  • Black                    
  • ใหม่ สีHazel (เฉพาะรุ่น Luxury และรุ่น Grand Luxury)          
  • Flare Red (เฉพาะรุ่น F SPORT)

ราคา

  • LEXUS UX 250h Luxury 2,540,000 บาท
  • LEXUS UX 250h Grand Luxury 2,740,000 บาท
  • LEXYS UX 250h F SPORT AWD 3,670,000 บาท

ขอแนะนำ LEXUS Exclusive Package เอกสิทธิ์เหนือระดับ… ให้คุณมั่นใจทุกที่ทุกเวลา

LEXUS Exclusive Package คือโปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง มาพร้อมบริการ LEXUS Concierge Service เลขาส่วนตัว และ การช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ดูแลช่วยเหลือให้คุณสะดวกสบายด้วยเอกสิทธิ์เหนือระดับ ให้คุณมั่นใจทุกที่ทุกเวลา

โดย LEXUS ได้ออกแบบประเภทโปรแกรมที่หลากหลายเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานของคุณ และช่วยคุณประหยัดค่าใช้จ่ายระยะยาว

  • STANDARD ครอบคลุมค่าแรงตลอด 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร
  • PLUS ครอบคลุมการบำรุงรักษารถยนต์ทั้งค่าแรงและค่าอะไหล่ตลอด 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (ยกเว้นอะไหล่เสื่อมสภาพ)
  • PREMIUM ครอบคลุมการบำรุงรักษารถยนต์ทั้งค่าแรง และค่าอะไหล่ตลอด 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร รวมอะไหล่เสื่อมสภาพ

พิเศษสุด!! เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ชีวิตที่เหนือกว่า สำหรับลูกค้าที่ซื้อ LEXUS ทุกรุ่นจากผู้แทนจำหน่ายเลกซัสอย่างเป็นทางการ

  • รับสิทธิ์เป็นสมาชิก Application “Lexus Elite Club” เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้รถ LEXUS เช่น การแจ้งเตือนและนัดหมายนำรถเข้าศูนย์บริการ รับสิทธิพิเศษจากร้านค้าชั้นนำ หรือติดตามข่าวสาร และกิจกรรมสุด Exclusive จาก LEXUS
  • อุ่นใจในทุกการเดินทางด้วย การรับประกันคุณภาพรถยนต์และระบบไฮบริด 4 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดของรถยนต์ LEXUS ทุกรุ่น 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง พร้อมการบริการจาก LEXUS Service Corner ในศูนย์บริการโตโยต้าที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการด้วยมาตรฐานเลกซัส ทั้ง 15 แห่ง ทั่วประเทศ

เชิญสัมผัสทางเลือกสำหรับประสบการณ์การซื้อรูปแบบใหม่ ภายใต้โปรแกรม KINTO ONE สำหรับเช่ารถส่วนบุคคลระยะยาว 3 ปี โดยลูกค้าจะได้ใช้รถใหม่ โดยไม่ต้องใช้เงินดาวน์ พร้อมการบริการครอบคลุมครบวงจร ตอบรับไลฟ์สไตล์ลูกค้าคนรุ่นใหม่ ที่ทำให้การใช้รถเป็นเรื่องง่าย สะดวกสบาย คุ้มค่า ไร้กังวล และ KINTO ONE EXPERIENCE สัญญาบริการ 1 ปี ในราคาเพียง 39,990 บาท ที่ให้ลูกค้าสามารถสัมผัสยนตรกรรมหรูภายใต้แบรนด์เลกซัสได้ง่ายดายยิ่งขึ้น สำหรับท่านที่สนใจทางเลือกการเป็นเจ้าของรูปแบบใหม่นี้สามารถสอบถามรายระเอียดเพิ่มเติมได้ที่ผู้แทนจำหน่ายเลกซัสอย่างเป็นทางการ

นายสุรศักดิ์ สุทองวัน กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายใต้ปรัชญาการให้บริการของ LEXUS ที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด และต้องการที่จะส่งมอบบริการที่เหนือความคาดหมายให้กับลูกค้า LEXUS ได้คำนึงถึงความปลอดภัย และความสะดวกสบายของลูกค้าทุกท่านมาเป็นอันดับแรก จึงขอมอบบริการ LEXUS AT HOME SERVICE ที่พร้อมดูแลคุณถึงที่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นบริการส่งรถทดลองขับ บริการรับ-ส่งรถเข้าศูนย์ และบริการส่งมอบรถยนต์ใหม่ถึงบ้านลูกค้าอีกด้วย

สัมผัส และทดลองขับ LEXUS UX ใหม่ ที่ผู้แทนจำหน่าย เลกซัสอย่างเป็นทางการทั้ง 3 แห่ง

บริษัท เลกซ์ซัส กรุงเทพ จำกัด (พระราม 9) โทร  0 2716 8999
บริษัท เลกซัส ออโต้ซิตี้ จำกัด สำนักงานใหญ่ รามอินทรา (กม. 2) โทร  0 2521 1111
บริษัท เลกซัส ออโต้ซิตี้ จำกัด สาขา สุขุมวิท (ซอย18) โทร  0 2260 8123

 

อุ่นใจกับบริการจาก LEXUS Service Corner ในศูนย์บริการโตโยต้าที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการด้วยมาตรฐาน LEXUS ทั้ง 15 แห่ง

บริษัท โตโยต้า เชียงใหม่ จำกัด โทรศัพท์  053 277 888
62/1 ถ.มหิดล ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200
บริษัท โตโยต้า ล้านนา จำกัด โทรศัพท์  053 408 999
62 ถ.โชตนา ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50300
บริษัท โตโยต้านครพิงค์เชียงใหม่ จำกัด โทรศัพท์  053 999 888
130/555 ม.9 ถ.เชียงใหม่-ฮอด ต.แม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50100
บริษัท โตโยต้าขอนแก่น ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด โทรศัพท์  043 008 888
548 ม.12 ถ.มิตรภาพ ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000
บริษัท โตโยต้าแก่นนคร จำกัด โทรศัพท์  043 333 444
359/888 ม.17 ถ.มิตรภาพ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000
บริษัท โตโยต้า อมตะ จำกัด โทรศัพท์  043 240 333
88/8 ม.7 ถ.มะลิวัลย์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000
บริษัท โตโยต้าดีเยี่ยม จำกัด โทรศัพท์  092 474 9999
99 ถ.ชยางกูร ต.ขามใหญ่ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี 34000
บริษัท โตโยต้าเขาใหญ่ จำกัด โทรศัพท์  044 311 312
293 ถ.มิตรภาพ ต.ปากช่อง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา 30130
บริษัท โตโยต้าไทยเย็น จำกัด โทรศัพท์  044 756 333
699 ถ.มิตรภาพ ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา 30000
บริษัท โตโยต้า อินเตอร์ยนต์ชลบุรี (1999) จำกัด โทรศัพท์  038 798 833
24/99 ม.6 ถ.บายพาส ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.ชลบุรี 20000
บริษัท โตโยต้า เจริญยนต์ชลบุรี จำกัด โทรศัพท์  038 255 663
102/34 ม. 1 ถ.สุขุมวิท ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 20250
บริษัท โตโยต้า จี เอ็น ดี ชลบุรี จำกัด โทรศัพท์  038 719 999
18/4 ม.4 ต.บางละมุง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 20150
บริษัท โตโยต้าสุราษฎร์ธานี ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด โทรศัพท์  077 284 900
68/45 ม.2 ถ.ศรีวิชัย ต.มะขามเตี้ย อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี 84000
บริษัท โตโยต้าเพิร์ล ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด โทรศัพท์  076 302 222
61/11 ม.2 ถ.เฉลิมพระเกียรติ ร.9 ต.เกาะแก้ว อ.เมือง จ.ภูเก็ต 83200
บริษัท พิธานพาณิชย์ จำกัด สาขาหาดใหญ่ โทรศัพท์  074 222 222
456 ถ.เพชรเกษม ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

 

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป ชูคอนเซ็ปต์ ‘BIG LOVE’ จัดทัพ เต็มอัตราศึก ในงาน Big Motor Sale 2022

0

บริษัท มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ และมอเตอร์ไซค์ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด อย่างเป็นทางการ ตบเท้าเข้าร่วมงาน ‘Big Motor Sale 2022’ ยกทัพยนตรกรรมหลากรุ่นหลายสายพันธุ์ ทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ จัดเต็มอัตราศึก พร้อมแคมเปญสุดปัง ‘BIG LOVE’ ที่หยิบยื่นข้อเสนอสุดพิเศษให้กับลูกค้าที่จองรถภายในงาน ระหว่างวันที่ 19-28 สิงหาคม ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค หรือรับข้อเสนอพิเศษตลอดเดือนสิงหาคมนี้ ที่โชว์รูม มิลเลนเนียม ออโต้ ทุกสาขา

สมปราชญ์ โบสุวรรณ, รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายขายและการตลาด บริษัท มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จำกัด เผยว่า “มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป นำเสนอแคมเปญ ‘BIG LOVE’ แทนคำขอบคุณลูกค้าทุกท่าน ที่ได้ให้การสนับสนุนด้วยดีเสมอมา โดยงานนี้เราจัดเต็มทั้งรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู มินิ และมอเตอร์ไซค์ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด รับประกันความคุ้มค่า ยิ่งกว่าครั้งไหนๆ แน่นอน”

++ ‘BIG DAY BIG DEAL’ พบข้อเสนอจัดเต็ม ทั้ง BMW, MINI และ BMW Motorrad

มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป หยิบยื่นข้อเสนอสุดพิเศษ ให้กับผู้ที่กำลังสนใจยนตรกรรมในเครือ บีเอ็มดับเบิลยู ยกทัพรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ และมอเตอร์ไซค์ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด หลากรุ่น มาจัดแสดงพร้อมจำหน่ายภายในงาน Big Motor Sale 2022

BMW Millennium Auto

บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ นำยนตรกรรมไฮไลท์มาให้สัมผัสกันแบบจุใจ อาทิ

220i Gran Coupé M Sport, 330e M Sport, 330Li M Sport, 520d M Sport, X7 xDrive40d

M Sport, 530e M Sport (รถที่ใช้ในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน-APEC) และยนตรกรรม

พันธุ์แรง M340i พิเศษ พบกับ ‘BMW iX3 M Sport’ รถยนต์ไฟฟ้า 100% ของ บีเอ็มดับเบิลยู

ที่มาให้คุณสัมผัสได้แบบใกล้ชิดภายในงาน พร้อมรับสิทธิ์พิเศษกับแคมเปญสุดคุ้มค่า

– BSI สูงสุด 10 ปี*

– ดาวน์ 0%*

– รับประกันภัยชั้นหนึ่ง นานสูงสุด 2 ปี*

– ออกรถภายในเดือนสิงหาคม รับฟรี Special Giveaway Set ฉลองครบรอบ 50 ปี BMW M*

MINI Millennium Auto

มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ ผู้แทนจำหน่ายยนตรกรรมสุดชิคจากอังกฤษ นำเสนอ 3 รุ่นไฮไลท์ภายในงาน ประกอบด้วย รถยนต์ไฟฟ้า มินิ คูเปอร์ เอสอี, มินิ คันทรีแมน และ มินิ เจซีดับเบิลยู (JCW-John Cooper Works) คันทรีแมน ภายใต้ข้อเสนอที่ทำให้คุณเป็นเจ้าของรถยนต์ มินิ ได้ง่ายๆ

– อัพเกรด MSI สูงสุด 5 ปี*

– ฟรี! Wall Charge พร้อมติดตั้ง* (สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า)

– ประกันภัยชั้นหนึ่ง MINI Protect นาน 1 ปี*

– ออกรถ มินิ วันนี้ลุ้นรับรถยนต์ มินิ ไฟฟ้าอีก 1 คัน*

BMW Motorrad Millennium Auto

บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด มิลเลนเนียม ออโต้ นำความเร้าใจมาให้ชาวสองล้อ กับมอเตอร์ไซค์ไฮไลท์รุ่นยอดนิยม อาทิ G 310 R, G 310 GS, R 1250 GS และ R 1250 GSA พร้อมข้อเสนอสุดคุ้มค่า สำหรับลูกค้าที่จองรถภายในงาน

– ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 5 ปี*

– Warranty สูงสุด 5 ปี*

– ประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี*

– ส่วนลด 50% สำหรับผลิตภัณฑ์ BMW Motorrad Lifestyle*

พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่จองและออกรถภายในเดือนสิงหาคม 2565 รับสิทธิ์จับฉลาก เพื่อลุ้นรางวัลพิเศษมากมาย อาทิ สมาร์ทโฟน Samsung Galaxy Flip4, บัตรกำนัลที่พัก ตรีสรา รีสอร์ท ภูเก็ต 3 วัน 2 คืน และ อินเตอร์คอนทิเนนทัล หัวหิน 3 วัน 2 คืน รวมมูลค่ากว่าครึ่งล้านบาท

 

++ BIG CARE ‘ดีต่อใจ’ โครงการ 3 เติมความสุขให้น้องๆ ที่มูลนิธิบ้านพระพร

มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป มุ่งทำกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR-Corporate Social Responsibility) อย่างต่อเนื่อง ภายใต้ชื่อโครงการ ‘ดีต่อใจ’ ล่าสุดจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 นำโดยคณะผู้บริหาร

พร้อมสื่อมวลชน ร่วมบริจาคสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น พร้อมร่วมเลี้ยงอาหารกลางวันแก่เด็ก

และเยาวชนกว่า 100 ชีวิต ณ มูลนิธิบ้านพระพร ซึ่งรับหน้าที่ดูแลเด็กกำพร้า หลายคนเป็นบุตรของผู้ต้องขัง ที่อยู่ระหว่างการรับโทษ ไม่สามารถดูแลลูกของตนได้ หรือบางคนก็ถูกทอดทิ้ง

แต่กำเนิด โดยมีหลายช่วงอายุ ตั้งแต่ทารก ไปจนถึงเยาวชนที่ก้าวเข้าสู่วัยรุ่น นอกจากนั้น

มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป ขอเชิญชวนลูกค้าทุกท่านทำบุญร่วมกัน โดยทุกๆ การส่งมอบรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู และ มินิ ในสิงหาคมนี้ ทางบริษัทฯ จะบริจาคเงินให้กับทางมูลนิธิ จำนวน 500 บาทต่อคัน*

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูม บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ ทุกสาขา ทั้งในกรุงเทพฯ คือ พัฒนาการ-ศรีนครินทร์, พระราม 4, ลาดพร้าว, พระราม 3, สยามพารากอน

และไอคอนสยาม รวมถึงสาขาต่างจังหวัดคือ อุบลราชธานี, ภูเก็ต หาดใหญ่ และสุราษฎร์ธานี

 

ข่าวดี! บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ สาขาพัฒนาการ-ศรีนครินทร์ แฟลกชิปโชว์รูม

พร้อมศูนย์บริการครบวงจรแห่งใหม่ กว้างขวาง และทันสมัยที่สุด พร้อมเปิดให้บริการกับลูกค้าทุกท่านแล้ววันนี้

 

สอบถามข้อมูล โทร.1286 Millennium Auto Connect

 

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

กำเนิดฮีโร่ใหม่ Car Hero รุกตลาดขึ้นแท่นแบรนด์ธุรกิจรถมือสอง อันดับหนึ่ง เปิดหน้าลุย แบรนด์สัญชาติไทยเพื่อคนไทย

0

ปรากฏการณ์ใหม่วงการรถมือสอง การรวมตัวของทีมผู้บริหารที่เชี่ยวชาญธุรกิจรถยนต์กว่า 40 ปี ด้วยการเปิดตัว “บริษัท คาร์ ฮีโร่ จำกัด” ฮีโร่ตัวจริงเรื่องรถมือสองแบรนด์สัญชาติไทยเพื่อคนไทย “จิรัชยุติ์ อัมยงค์” ประธานกรรมการบริหาร ประกาศจุดยืนในการเป็นฮีโร่ตัวจริงเรื่องรถมือสอง พร้อมเปิดกลยุทธ์ธุรกิจมัดใจผู้ซื้อและผู้ขาย ไม่ต้องกลัวเรื่องย้อมแมวอีกต่อไป มั่นใจว่า คาร์ ฮีโร่ คือทางเลือกใหม่ในตลาดรถมือสองที่จะมีรถมากกว่า 1,000 คันให้เลือก กล้ารับประกันสูงสุดถึง 2 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร ทลายทุกข้อจำกัด ทุกเงื่อนไขสินเชื่อ พร้อมให้ทุกคนเป็นเจ้าของรถมือสองคุณภาพดีในราคาที่จับต้องได้

นายจิรัชยุติ์ อัมยงค์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คาร์ ฮีโร่ จำกัด กล่าวว่า หมัดเด็ดที่ คาร์ ฮีโร่ วางไว้ คือ สิ่งที่คนไทยมองหาจากตลาดรถมือสองและยังไม่มีแบรนด์ไหนที่ตอบโจทย์นี้ได้ดีเท่า คาร์ ฮีโร่ กลยุทธ์ที่สำคัญมุ่งเน้นใน 3 จ. คือ จริงใจ รู้จริงและเข้าใจ

จริงใจ ตรวจสภาพรถทุกคัน 221 รายการเพื่อให้แน่ใจว่ารถทุกคันมีคุณภาพ แจ้งสภาพจริงพร้อมเสนอราคาที่ดีที่สุดเทียบรุ่นต่อรุ่น

รู้จริง ประสบการณ์ในธุรกิจรถยนต์กว่า 40 ปี รถมือสองของ คาร์ ฮีโร่ ทุกคันมาพร้อมวารันตีและรับประกันความพึงพอใจ สร้างความสบายใจให้กับลูกค้าด้วย Call Hero Roadside Assistance 24 ชั่วโมง ตลอด 1 ปี

เข้าใจ ทลายทุกข้อจำกัดของการเป็นเจ้าของรถมือสองในทุกรูปแบบ ด้วยโปรแกรมส่งเสริมการขายที่ทำให้คนไทยเป็นเจ้าของรถได้ง่าย  คาร์ ฮีโร่ เตรียมรถที่มีความหลากหลาย มีรุ่นและจำนวนรถที่มีให้เลือกเยอะที่สุดและราคาครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายครบวงจรทั้งซื้อและขายในที่เดียว นอกจากนี้ยังมอบวารันตีสูงสุด 2 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร ให้กับรถทุกคันด้วย

ไฮไลต์สำคัญของการดำเนินธุรกิจของ คาร์ ฮีโร่ ตั้งเป้าเป็นที่หนึ่งในธุรกิจรถมือสอง นอกเหนือจากการจัดทัพทีมผู้บริหารที่มากประสบการณ์มาร่วมบริหาร บริษัท คาร์ ฮีโร่ จำกัด กลยุทธ์ในการสื่อสารมุ่งเน้นไปที่ออนไลน์ เพิ่มความสะดวกสบายด้วยข้อมูลรถกว่า 500 คัน ลูกค้าสามารถเลือกดูได้จาก Facebook: Car Hero ฮีโร่ตัวจริงเรื่องรถมือสอง / IG: Carheroth / Line official: @carheroth และ www.carhero.co.th ล่าสุดกับหนังโฆษณาที่สะท้อนถึงกลยุทธ์ของแบรนด์คาร์ ฮีโร่ ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในโลกออนไลน์ พร้อมปูพรมสื่อโฆษณากลางแจ้ง กว่า 300 จุด ทั่วกรุงเทพฯ

ในส่วนของแผนการขยายธุรกิจ ตั้งเป้าเป็นเบอร์หนึ่งเรื่องรถมือสองในประเทศไทย ยอดขาย 10,000 คันต่อปี การบริหารจัดการ supply ภายในกลุ่มธุรกิจจะทำให้ คาร์ ฮีโร่ มีปริมาณรถเพียงพอที่จะไปถึงเป้าหมายได้อย่างแน่นอน สาขาแรกที่เปิดตัว คือ Flagship store ที่สุวรรณภูมิ มีพื้นที่กว่า 1,800 ตารางเมตร และมีรถให้เลือกกว่า 100 คัน พร้อมเดินหน้าเปิด 30 สาขา ภายใน 3 ปี ให้ครอบคลุมพื้นที่ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ด้านการลงทุนมากกว่า 1,000 ล้านบาท ในการก่อสร้างสำนักงานใหญ่ที่ สาขาสุวรรณภูมิ สาขากาญจนาภิเษก สาขาโคราช และสาขาที่จะเปิดเพิ่มในอนาคต

ที่ คาร์ ฮีโร่ ลูกค้ามั่นใจได้ในคุณภาพของรถมือสองที่เรามีให้เลือก นอกเหนือจากความหลากหลายของรถ เรามีสต็อกหมุนเวียนอยู่ในพอร์ตไม่ต่ำกว่า 500 คัน ตั้งแต่ Eco car ไปจนถึง Premium car เรามีกลุ่มบริษัทในเครือที่แข็งแรง นำโดยไทยเร้นท์อะคาร์ ทำให้สามารถตั้งราคาขายได้ดีที่สุดเมื่อเทียบกับคู่แข่ง ควบคุมปริมาณรถและ เป็นแบรนด์เดียวในตลาดที่สามารถเห็นสต็อกรถล่วงหน้าและรับ Pre-order ได้ตามความต้องการของลูกค้า รถทุกคันมีการตรวจเช็คสภาพตามกำหนดระยะเวลา ความหลากหลายของรถคือหัวใจสำคัญในการทำธุรกิจและเราสามารถตั้งราคาที่ดีกว่าตลาดเพราะไม่ต้องผ่านนายหน้า

ความเป็นฮีโร่อีกมิติ คือ กลยุทธ์ทางการตลาดที่คิดมาเพื่อช่วยแก้ปัญหา pain point ของกลุ่มผู้บริโภคในทุกโมเม้นท์ด้วยความเข้าใจ โปรแกรมการผ่อนทุกรูปแบบ ทลายทุกข้อจำกัด หนึ่งในโปรแกรมพิเศษที่เราเตรียมไว้รองรับความต้องการของลูกค้า เราเข้าใจลูกค้าที่มีข้อจำกัดในด้านการขอสินเชื่อแต่มีความจำเป็นต้องใช้รถ คาร์ ฮีโร่ ก็พร้อมให้คำปรึกษาพร้อมช่วยเหลือให้ได้รถตรงตามความต้องการมากที่สุด ไม่อยากใช้เงินก้อนออกรถได้ไม่ง้อเงินดาวน์ ถ้าลูกค้ามองหารถในเซกเมนต์พรีเมียม มาตัวเปล่าก็ออกรถ 0 บาท รวมไปถึงการออกรถมือสองในอัตราดอกเบี้ยแบบรถใหม่ เราไม่ได้มองธุรกิจเฉพาะแค่การซื้อขายรถยนต์มือสองเท่านั้น ในอนาคตอันใกล้เราจะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้วงการ เป็นที่ขายรถมือสองแห่งแรกที่มีการจํานํารถ เราจะประกาศการเป็นพันธมิตรกับสถาบันการเงินชั้นนำเร็วๆ นี้

สำหรับโปรโมชั่นฉลองเปิด คาร์ ฮีโร่ อย่างเป็นทางการกับโปรดีที่สุดออกรถทุกคันกับ คาร์ ฮีโร่ สำหรับลูกค้าที่จองและส่งมอบภายในเดือนกันยายน เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้นที่ 0.99% หรือผ่อนนานสูงสุด 84 เดือน

ลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายดูรถมือสองของ คาร์ ฮีโร่ ผ่านช่องทางดังต่อไปนี้

  • Facebook: Car Hero ฮีโร่ตัวจริงเรื่องรถมือสอง
  • Website: www.carhero.co.th
  • IG: Carheroth
  • Line Official : @Carheroth
  • สาขาสุวรรณภูมิ: โทร. 02-737-8888
  • สาขาโคราช: โทร. 098-456-7816

รู้จัก “ออเทค” ผู้เติมเต็มความสปอร์ตพรีเมียมให้กับ นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่

0

เมื่อเร็ว ๆ นี้ นิสสัน ประเทศไทย ได้ทำการเปิดตัว นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ รถคอมแพคเอสยูวีรุ่นล่าสุด ภายใต้แนวคิด “ประสบการณ์ใหม่ คันนี้ใช่เลย หรือ New excitement on the road!” ซึ่งนำเสนอถึงบุคลิกที่กระฉับกระเฉง ปราดเปรียว ของนิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ โดยนอกจากรุ่นย่อย E  V และ VL แล้ว นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ยังมีรุ่นสุดพิเศษอย่าง รุ่นออเทค (AUTECH) ซึ่งเป็นรุ่นแรกที่เปิดตัวในประเทศไทย ที่มาพร้อมกับดีไซน์สปอร์ตพรีเมี่ยมอันโดดเด่น โดยบทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับ ออเทค ผู้อยู่เบื้องหลังการออกแบบรถยนต์สไตล์สปอตพรีเมียมให้กับนิสสัน พร้อมบอกเล่าแนวคิดของการออกแบบดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ตลอดกาลของออเทค

ออเทค เจแปน (AUTECH Japan, Inc.) ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1986 เป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงในด้านงานออกแบบรถยนต์สไตล์สปอร์ต  พรีเมียม ซึ่งประสบความสำเร็จในการออกแบบ และตกแต่งรถยนต์นิสสันมาหลากหลายรุ่น สร้างชื่อเสียงในการออกแบบรถยนต์มาอย่างยาวนานกว่า 3 ทศวรรษ โดยล่าสุดในเดือนธันวาคมปี ค.ศ. 2021 นิสสัน มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น ได้ประกาศจัดตั้งบริษัทใหม่ในนาม นิสสัน มอเตอร์สปอร์ตส แอนด์ คัสตอมไมซิ่ง (Nissan Motorsports & Customizing – NMC) ที่เป็นการรวมตัวของสองบริษัทตกแต่งรถยนต์ในเครืออันได้แก่ ออเทค เจแปน และ บริษัท นิสสัน มอเตอร์สปอร์ต อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด หรือ นิสโม (Nissan Motorsports International Co. Ltd. – NISMO) โดยต่อจากนี้ NMC ทำงานร่วมกับฐานการผลิตนิสสันในประเทศต่าง ๆ เพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าในแต่ละประเทศ ส่งผลให้การออกแบบรถยนต์นิสสันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและเป็นที่ถูกใจของลูกค้ามากยิ่งขึ้น

สำหรับดีไซน์ของออเทค มีสีอันเป็นเอกลักษณ์ คือ สี ออเทค บลู ที่มาคู่กับสีเงินเมทัลลิคของชุดสเกิร์ตรอบคันโดยสี ออเทค บลู มีที่มาจากสีน้ำเงินของสายน้ำ และท้องฟ้า ที่เมืองชิกาซากิ จังหวัดคานากาว่า ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเมืองที่ ออเทค ก่อตั้งขึ้น และสำหรับสีเงินเมทัลลิคที่อยู่ในแอโรพาร์ทด้านล่างรอบคัน ได้รับแรงบันดาลใจมาจากประกายของเกลียวคลื่นที่กระทบแสงอาทิตย์ ซึ่งแนวคิด และการออกแบบทั้งหมดนี้ นิสสัน ประเทศไทย นำมาใส่ไว้ใน นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ รุ่นออเทค ทั้งภายนอก และภายใน แบบครบครัน

ภายนอกของ นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ รุ่นออเทค มีรูปลักษณ์ของความสปอร์ตพรีเมียมทูโทนด้วยหลังคาสีดำเงา และชุดตกแต่งสีเงินเมทัลลิค ทั้งกระจังหน้าแบบ V-Motion และสเกิร์ตหน้าใหม่ สีเงินเมทัลลิค ทำให้ดูโฉบเฉี่ยว เช่นเดียวกับด้านข้างมาที่มาพร้อมสเกิร์ตข้างใหม่ และกระจกมองข้างสีเงินเมทัลลิค พร้อมไฟเลี้ยว LED และล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่สีดำเงาขนาด 17 นิ้ว เพิ่มความทันสมัยมากยิ่งขึ้น ด้านท้ายมาพร้อมไฟท้ายแบบ LED ทรงบูมเมอแรง รวมไปถึงกันชนหลังที่ตกแต่งด้วยสเกิร์ตหลังใหม่สีเงินเมทัลลิค

ภายในห้องโดยสารออกแบบโดยใช้โทนสีดำ และน้ำเงิน สอดคล้องกับคอนโซลหน้า และคอนโซลกลาง ซึ่งตกแต่งด้วยวัสดุหนังสังเคราะห์สีดำ เดินด้ายสีน้ำเงิน ให้โทนสีตัดกันอย่างลงตัว เสริมด้วยวัสดุสีดำเงา เปียโน แบล็ค ช่วยเพิ่มอารมณ์สปอร์ตของรุ่นออเทคได้เป็นอย่างดี

นอกเหนือจากดีไซน์สปอร์ต เท่ หรู ที่ไปเปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ของรุ่นออเทค นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ ยังมาพร้อมเทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ เจเนอเรชั่น 2 ที่จะส่งมอบพละกำลัง และแรงบิดสูงอย่างต่อเนื่อง ให้ประสบการณ์ในการขับขี่ที่เร็ว แรงมากยิ่งขึ้น โดยที่ไม่ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้รถแม้แต่น้อย ทั้งยังเสริมด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน 360° Safety Shield ทำให้ขับขี่ได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และสะดวกสบายทุกการเดินทาง สมกับแนวคิด ”ประสบการณ์ใหม่ คันนี้ใช่เลย” โดยลูกค้าที่สนใจสามารถทดลองขับและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากโชว์รูมของผู้จำหน่ายนิสสัน 177 แห่งทั่วประเทศ หรือคอลเซ็นเตอร์ 02 401 9600 หรือ https://www.nissan.co.th/

รถกระบะสมรรถนะสูงสุดเร้าใจ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เจเนอเรชันใหม่ พร้อมให้สัมผัสและเป็นเจ้าของแล้วที่โชว์รูมฟอร์ดทั่วประเทศ

0

ฟอร์ด ประเทศไทย ประกาศความพร้อมเริ่มส่งมอบ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เจเนอเรชันใหม่ รถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูงที่ชาวไทยรอคอย ณ โชว์รูมฟอร์ดทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม เป็นต้นไป

สำหรับลูกค้าในประเทศไทย ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เจเนอเรชันใหม่ ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตร EcoBoost V6 เทอร์โบคู่ มอบพละกำลังถึง 397 PS และแรงบิด 583 นิวตันเมตร พร้อมเทคโนโลยีใหม่ๆ มากมายที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อความพร้อมตะลุยทุกสภาพเส้นทางหฤโหดยิ่งกว่าเดิม มาพร้อมตัวเลือกสีภายนอก 4 สีสุดเร้าใจ ได้แก่ สีดำ แอบโซลูท แบล็ก, สีขาว อาร์กติก ไวท์, สีส้ม โค้ด ออเรนจ์1 และสีเทา คองเคอร์ เกรย์1 ในราคา 1,869,000 บาท พร้อมการรับประกันจากโรงงาน 5 ปี หรือ 150,000 กม. และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งในปีแรก

นอกจากฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เจเนอเรชันใหม่ ที่พร้อมให้ลูกค้าได้สัมผัสและเป็นเจ้าของได้แล้ว ฟอร์ดยัง จัดกิจกรรมพิเศษตั้งแต่วันที่ 19-21 สิงหาคม 2565 ที่โชว์รูมฟอร์ดทั่วประเทศ เพื่อมอบสิทธิพิเศษมากมายสำหรับลูกค้าที่สนใจรถยนต์ฟอร์ด เจเนอเรชันใหม่ ทุกรุ่น โดยลูกค้าที่ทดลองขับรถฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ จะได้รับสิทธิพิเศษถึง 3 ต่อ

  • ต่อที่ 1 รับเสื้อยืด ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ ฟรี
  • ต่อที่ 2 รับสิทธิล้างรถ ฟรี
  • ต่อที่ 3 รับสิทธิ์ตรวจเช็คสภาพรถยนต์ ฟรี 5 รายการ2

พิเศษขึ้นไปอีกด้วยแคมเปญโปรโมชั่นสุดเอ็กคลูซีฟสำหรับลูกค้าที่จองและออกรถยนต์ฟอร์ด เจเนอเรชันใหม่ รุ่นต่างๆ ภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2565 ดังนี้

  • ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99 % สำหรับฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ รุ่นแร็พเตอร์, ไวลด์แทร็ก, สปอร์ต และ ดับเบิลแค็บ XLT
  • กระบะ 4 ประตูยกสูง ราคาเริ่มต้นเพียง 792,000 บาท ผ่อนเริ่มต้นเพียง 6,999 บาท สำหรับฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ รุ่น ดับเบิลแค็บ XL+ 2.0L เครื่องยนต์เทอร์โบเดี่ยว เกียร์ธรรมดา 6 สปีด
  • สุดคุ้มกับฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ รุ่นโอเพ่นแค็บ XL+ เครื่องยนต์ 0 ลิตร เทอร์โบเดี่ยว เกียร์ธรรมดา 6 สปีด กระบะตอนครึ่งยกสูงฟังก์ชันครบ ราคา 699,000 บาท ผ่อนเริ่มต้นเพียง 6,299 บาท
  • ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ ราคาเริ่มต้นเพียง 1,334,000 บาท อัตราดอกเบี้ยพิเศษ99%

รถฟอร์ด เจเนอเรชันใหม่ ทุกรุ่นมาพร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง และการรับประกันคุณภาพจากโรงงาน 5 ปี หรือ150,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)

“ฟอร์ดรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งในการเริ่มส่งมอบรถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เจเนอเรชันใหม่ รถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูงที่ลูกค้าชาวไทยรอคอยให้ลูกค้าได้สัมผัสและจับจองเป็นเจ้าของ หลังจากที่เราได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยมจากการเปิดตัวเมื่อต้นปีที่ผ่านมา” นายวิชิต ว่องวัฒนาการ กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

ฟอร์ดยังเชื่อว่าการจัดกิจกรรมทดลองขับรถฟอร์ด เจอเนอเรชันใหม่ พร้อมมอบสิทธิพิเศษ แคมเปญ และโปรโมชันพิเศษให้กับลูกค้า จะสร้างความคึกคักให้กับโชว์รูมฟอร์ดทั่วประเทศอีกด้วย

“นอกจากการเปิดตัวรถฟอร์ดร่นุใหม่ๆ แล้ว เรายังพร้อมมอบประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมในการเป็นเจ้าของรถฟอร์ดให้กับลูกค้าทุกท่าน ด้วยบริการแบบ ‘พร้อมเสมอ’ หรือ ‘Always-On’ เพิ่มความอุ่นใจในการใช้งาน พร้อมนำเสนอนวัตกรรมการบริการในรูปแบบดิจิทัลและนวัตกรรมด้านบริการใหม่ๆ อีกมากมาย นับเป็นความมุ่งมั่นอย่างแท้จริงของทีมงานทุกฝ่ายในการดูแลลูกค้าเสมือนคนในครอบครัว” นายวิชิต กล่าว

 

หมายเหตุ:

1* สีพิเศษเพิ่ม 10,000 บาท

21.ลมยาง (พร้อมเติมให้ตามมาตรฐาน) 2. น้ำยาล้างกระจก (พร้อมเติมให้ตามมาตรฐาน) 3. เช็คไฟแบตเตอร์รี่ 4. เช็คน้ำมันเครื่อง 5.เช็คสภาพใบปัดน้ำฝน  *ขอสงวนสิทธิ์ไม่ตรวจเช็คบางรายการขึ้นอยู่กับสภาพการใช้งานของชิ้นส่วนนั้นๆ

บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย เปิดตัวมอเตอร์ไซค์ 4 รุ่นใหม่ มอบประสบการณ์การผจญภัยสุดเร้าใจในทุกเส้นทาง

0

บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย สร้างความตื่นเต้นครั้งล่าสุดให้กับสิงห์นักบิดชาวไทย เผยโฉมมอเตอร์ไซค์ 4 รุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็น บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS และบีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS Adventure ใหม่ มอเตอร์ไซค์ที่มีความโดดเด่นเหนือใครในเซกเมนต์ ผสานความตื่นเต้นเร้าใจในการผจญภัยและความหลงใหลในการท่องเที่ยวเข้ากับความแข็งแกร่งที่บุกตะลุยไปได้บนทุกพื้นสภาพการขับขี่ ด้านบีเอ็มดับเบิลยู G 310 R และบีเอ็มดับเบิลยู G 310 GS ใหม่ โดดเด่นด้วยเครื่องยนต์น้ำหนักเบาแต่ทรงสมรรถนะ จึงสามารถมอบการขับขี่ที่คล่องตัวได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

มร. มิเกล ญาเบรส-โปห์ล ผู้อำนวยการ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และผู้นำเข้าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด มุ่งนำเสนอความตื่นเต้นเร้าใจให้กับนักบิดชาวไทยด้วยมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ ๆ ที่มาพร้อมกับสมรรถนะอันแข็งแกร่ง และดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เผยให้เห็นถึงจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยในบีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS Adventure บีเอ็มดับเบิลยู G 310 R และบีเอ็มดับเบิลยู G 310 GS เราเชื่อมั่นว่ามอเตอร์ไซค์ทั้ง 4 รุ่น จะสามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้ขับขี่บนท้องถนนในเมืองใหญ่ หรือเส้นทางสายอันน่าตื่นตาตื่นใจ นอกเมืองได้อย่างเต็มที่ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย ยังมุ่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่มีใครเทียบด้วยข้อเสนอคอร์ส Off-Road Training สุดพิเศษในราคาเพียงครึ่งเดียวสำหรับลูกค้าที่ซื้อมอเตอร์ไซค์รุ่นที่กำหนด เพื่อมอบการผจญภัยในการขับขี่ตามปรัชญา Make Life a Ride”

R 1250 GS ใหม่

บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS ใหม่ (สีดำ Triple Black) :
ราคาจำหน่าย 1,035,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS ใหม่ (สี Rally – สีขาว น้ำเงิน แดง) :
ราคาจำหน่าย 1,055,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

R 1250 GS Adventure ใหม่

บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS Adventure ใหม่ (สีดำ Triple Black) :
ราคาจำหน่าย 1,150,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS Adventure ใหม่ (สี Rally – สีขาว น้ำเงิน แดง) :
ราคาจำหน่าย 1,170,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS และบีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS Adventure ใหม่ สานต่อเอกลักษณ์ความทรงพลัง ผสานกับสมรรถนะการควบคุมที่ยอดเยี่ยม ตอบโจทย์นักผจญภัยที่ต้องการท่องโลกกว้างทุกรูปแบบ ทั้งสองรุ่นมาพร้อมกับเครื่องยนต์ลูกสูบนอน 2 สูบ ขนาด 1,254 ซีซี ระบายความร้อนด้วยอากาศและของเหลว เติมเต็มสมรรถนะเครื่องยนต์ด้วยเทคโนโลยี BMW ShiftCam ที่เสริมความสมดุลของเพลา ลูกเบี้ยวและจังหวะการทำงานของเครื่องยนต์ ทั้งสองรุ่นให้พละกำลังสูงสุด 100 กิโลวัตต์ / 136 แรงม้าที่ 7,750 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 143 นิวตันเมตร ที่ 6,250 รอบต่อนาที ส่วนระบบหัวฉีดคู่และระบบไอเสียใหม่ ผ่านการรับรองมาตรฐาน EU-5 ที่เน้นประหยัดเชื้อเพลิงและลดการปล่อยมลพิษสู่อากาศ

โหมดการขับขี่ติดตั้งมาเป็นมาตรฐานสามแบบคือ ‘ECO’, ‘Rain’ และ ‘Road’ เพิ่มโหมดการขับขี่แบบโปร (Riding Modes Pro) คือ  ‘Dynamic’, ‘Dynamic Pro’, ‘Enduro’ และ ‘Enduro Pro’ นอกจากนั้น Dynamic ESA (Electronic Suspension Adjustment) ช่วยปรับช่วงล่างด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมปรับระดับโหลดอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่และให้สมรรถนะสูงสุดระบบ Hill Start Control Pro ช่วยออกตัวในทางลาดชัน เพิ่มความปลอดภัยทุกการเข้าโค้งด้วยระบบ  Dynamic Traction Control และ ABS Pro ที่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนระบบ Dynamic Brake Control หรือ DBC ช่วยให้เบรคหลังทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการตัดกำลังของเครื่องยนต์เมื่อเบรคในสถานการณ์ฉุกเฉิน ทำให้รถยังบังคับและควบคุมได้ในทุกสภาวะการขับขี่

ไม่พลาดทุกการเชื่อมต่อกับจอแสดงผลสีแบบ TFT ขนาด 6.5 นิ้ว ที่ติดตั้งมาในรถมอเตอร์ไซค์ทั้งสองรุ่นกับ BMW Motorrad Multi-Controller ทำให้เข้าถึงการทำงานของรถและการเชื่อมต่อได้สะดวกยิ่งขึ้น และยังมีช่องเสียบสายชาร์จแบบ USB สำหรับการชาร์จสมาร์ทโฟนแบบ fast charge อีกด้วย

สำหรับเส้นสายในการดีไซน์ของทั้งสองรุ่น ตอกย้ำถึงเอกลักษณ์อันดุดันของมอเตอร์ไซค์สายผจญภัยในตระกูล GS โดดเด่นด้วยไฟหน้า LED สะดุดตา มาพร้อมกับไฟส่องสว่างสำหรับขับขี่เวลากลางวัน ในขณะที่ไฟหน้าแบบปรับระดับเอียงตามองศาของรถเมื่อเข้าโค้ง บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS ในสี Rally มาพร้อมล้อซี่ลวดสีทอง ในขณะที่ตัวเลือกสีดำ Triple Black มาพร้อมล้อซี่ลวดสีดำ สะท้อนความแข็งแกร่งทนทานสไตล์ออฟโร้ด ส่วนบีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS Adventure ในสี Rally มากับล้อซี่ลวดสีทองเช่นเดียวกัน 

G 310 R

บีเอ็มดับเบิลยู G 310 R ใหม่:
ราคาจำหน่าย 255,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

G 310 GS

บีเอ็มดับเบิลยู G 310 GS ใหม่:
ราคาจำหน่าย 275,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

บีเอ็มดับเบิลยู G 310 R และบีเอ็มดับเบิลยู G 310 GS ใหม่ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์หนึ่งสูบซึ่งได้รับการพัฒนาให้มีคุณสมบัติที่สอดคล้องตามมาตรฐานมลพิษ EU-5 ขนาด 313 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ
พร้อมติดตั้ง 4 วาล์ว 2 แคมชาฟท์ และระบบหัวฉีดน้ำมันแบบไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุด 25 กิโลวัตต์/34 แรงม้า ที่ 9,250 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 28 นิวตันเมตรที่ 7,500 รอบต่อนาที ส่งผลให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถได้อย่างง่ายดาย และหักเลี้ยวในทุกโค้งได้อย่างคล่องตัวและแม่นยำ

ไฮไลต์สำคัญของมอเตอร์ไซค์ทั้งสองรุ่นนี้ คือ ระบบควบคุมคันเร่งแบบไฟฟ้า (Ride By Wire) ที่ติดตั้งมาเพื่อช่วยให้คันเร่งตอบสนองได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้น ยังเพิ่มระบบแอนติฮ็อปปิงคลัตช์เพื่อช่วยลดแรงฉุดของเครื่องยนต์เวลาลดเกียร์ลง ทำให้ขับขี่ปลอดภัยมากขึ้นและช่วยเพิ่มศักยภาพการประหยัดน้ำมันและให้สมรรถนะการขับขี่ที่ดียิ่งขึ้น

ไฟท้ายและไฟหน้าแบบ LED ถูกติดตั้งมาเต็มรูปแบบเพื่อการมองเห็นที่ดียิ่งขึ้นในเวลากลางคืน ซึ่งให้ไฟส่องสว่างที่เด่นชัดบนท้องถนน พร้อมไฟเลี้ยว LED แบบกะพริบที่ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ ระบบไฟส่องสว่างทั้งหมดยังสามารถปรับให้เป็นไฟสูง ไฟต่ำ และใช้งานฟังก์ชันไฟขับเวลากลางวันได้อย่างง่ายดายผ่านปุ่มควบคุมที่แฮนด์บาร์ นอกจากนั้น ก้านเบรกและก้านคลัตช์ยังสามารถปรับแต่งได้ถึง 4 ระดับ ช่วยให้กำก้านเบรกและก้านคลัตช์ได้ง่ายมากขึ้น และยังมอบประโยชน์ตามหลักสรีรศาสตร์ให้แก่ผู้ขับขี่แม้กระทั่งผู้ที่มือเล็ก โดยระดับที่ 1 นั้น ก้านเบรกจะอยู่ใกล้กับแฮนด์บาร์มากขึ้น 6 ม.ม.

บีเอ็มดับเบิลยู G 310 R และบีเอ็มดับเบิลยู G 310 GS ใหม่ มาในสี Kyanite Blue Metallic พร้อมอุปกรณ์ที่ได้รับการติดตั้งเป็นมาตรฐานจากบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ไม่ว่าจะเป็น ท่อไอเสียสแตนเลส (Stainless steel exhaust system) และแร็คบรรทุกกระเป๋าสัมภาระที่มีเฉพาะในบีเอ็มดับเบิลยู G 310 GS พร้อมเสริมความปลอดภัยในการขับขี่ด้วยระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) คุณภาพเยี่ยม 

ข้อเสนอคอร์ส Off-Road Training สุดพิเศษจากบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย

สำหรับลูกค้าที่ซื้อมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู F 750 GS, F 850 GS, F 850 GS Adventure, R 1250 GS และ R 1250 GS Adventure และมีวันส่งมอบระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงธันวาคม พ.ศ. 2565 ยังจะได้รับส่วนลดพิเศษ 50%* เมื่อสมัครเรียนคอร์ส Off-Road Training โดยผู้ฝึกสอนจาก Enduro Park Thailand ที่ได้รับการรับรองจากสถาบัน BMW Motorrad International Instructor Academy (IIA) โดยที่ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนหรือติดต่อสอบถามเพิ่มได้ที่ Line OA: @BMWMotorradOwners

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับของรถมอเตอร์ไซค์ทั้ง 4 รุ่นใหม่และข้อเสนอพิเศษจากคอร์ส Off-Road Training สามารถดูรายละเอียดได้ที่ www.bmw-motorrad.co.th เฟซบุ๊กแฟนเพจ BMW Motorrad Thailand หรือติดต่อผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ทั่วประเทศ

 

 

เกรท วอลล์ มอเตอร์ จัด GWM Partner Forum ครั้งที่ 5 รุกขยายเครือข่าย GWM Store ให้ครบ 80 แห่งทั่วไทยภายในปี 2565

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ จัดงาน GWM Partner Forum ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 5 เพื่อเชิญชวนนักลงทุนและนักธุรกิจทั้งในและนอกวงการยานยนต์ไทยมาร่วมพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น พร้อมเฟ้นหาผู้ประกอบการที่มีวิสัยทัศน์ในการดำเนินธุรกิจร่วมกันมาเป็นพันธมิตร โดยตั้งเป้าขยายเครือข่าย GWM Store ให้ครบ 80 แห่งทั่วประเทศภายในปี 2565 เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการของเกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น เติมเต็มระบบนิเวศของยานยนต์ไฟฟ้าในไทย พร้อมขับเคลื่อนประเทศสู่สังคมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างยั่งยืนต่อไป โดยงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 – 10 สิงหาคมที่ผ่านมา ณ GWM Experience Center ศูนย์การค้าไอคอนสยาม โดยมีนักลงทุนและนักธุรกิจจากหลากหลายอุตสาหกรรมให้ความสนใจมาร่วมงานรวม 37 คน จาก 18 บริษัท

หลังจากที่ประสบความสำเร็จในการจัด GWM Partner Forum มาตลอดทั้ง 4 ครั้ง และได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากนักลงทุนและนักธุรกิจทั้งที่อยู่ในและนอกอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยนักลงทุนจากนอกอุตสาหกรรมนั้นมาจากอุตสาหกรรมที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น อุตสาหกรรมก่อสร้าง โรงแรม โทรศัพท์มือถือ อสังหาริมทรัพย์ ร้านอาหาร เครื่องจักร และอุตสาหกรรมขนส่ง โดยงาน GWM Partner Forum ครั้งที่ 5 ได้ปรับรูปแบบให้เป็นการพูดคุยอย่างอบอุ่นในกลุ่มเล็กๆ จำนวน 3 รอบ เพื่อให้ผู้ที่สนใจเปิด Partner Store ซึ่งเป็นโชว์รูมที่มาพร้อมศูนย์บริการที่ครบครัน ได้รับข้อมูล พูดคุย และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้บริหารเกรท วอลล์ มอเตอร์อย่างใกล้ชิด นำทีมโดย นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ และนางสาวปิยะนุช จตุรภัทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย ตอกย้ำแนวทางการทำธุรกิจของเกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่มุ่งมั่นส่งมอบประสบการณ์รูปแบบใหม่ให้กับผู้บริโภคอยู่เสมอ (New User Experience)

นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “เกรท วอลล์ มอเตอร์ มุ่งมั่นในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า (xEV Leader) ของไทย โดยเราได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคมาตลอดระยะเวลา 1 ปีครึ่งที่เปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ การันตีด้วยการส่งมอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้กับลูกค้าแล้วกว่า 10,000 คัน และทำยอดขายกว่า 6,000 คันในปี 2565 จาก All New HAVAL H6 Hybrid SUV, All New HAVAL JOLION Hybrid SUV, ORA Good Cat และ ORA Good Cat GT ที่เพิ่งเปิดตัวไปในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา นอกจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและมีเทคโนโลยีอันล้ำสมัยแล้วนั้น เรายังให้ความสำคัญเป็นอย่างมากกับการขยายเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับแฟนๆ ของเกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทั่วประเทศให้สามารถเข้าถึงสินค้าและบริการของเรา โดย ณ สิ้นไตรมาสสอง 2565 เกรท วอลล์ มอเตอร์ มี GWM Store ที่เปิดดำเนินการทั้งหมด 49 แห่งทั่วประเทศ และตั้งเป้าหมายจะเปิดให้ได้ 69 แห่งภายในไตรมาสสาม และภายในสิ้นปีนี้ เราจะเปิด GWM Store ให้ครบ 80 แห่งทั่วประเทศ ถือเป็นพันธกิจหลักของเราในการยกระดับประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าของเรา ซึ่งหวังว่านักลงทุนและนักธุรกิจที่มาเข้าร่วม GWM Partner Forum ในครั้งนี้จะให้ความสนใจและร่วมมาเป็นพันธมิตรกับเราในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวสู่สังคมยานยนต์ไฟฟ้าได้อย่างมั่นคงยิ่งขึ้น”

นางสาวปิยะนุช จตุรภัทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “การจัด GWM Partner Forum ครั้งที่ 5 แบบกลุ่มเล็ก เปิดโอกาสให้เราได้รับฟังเสียงและตอบข้อสงสัยของนักลงทุนและนักธุรกิจที่มาเข้าร่วมงานได้อย่างใกล้ชิดและอบอุ่นยิ่งขึ้น โดยผู้เข้าร่วมงานทั้งหมด 37 คน จาก 18 บริษัทมาจากอุตสาหกรรมที่แตกต่าง ทำให้มีหลากหลายมุมมองมาแลกเปลี่ยนกัน ซึ่งเราสามารถนำข้อมูลเหล่านั้นมาพัฒนากลยุทธ์เพื่อตอบโจทย์พันธมิตรของเราในปัจจุบันและอนาคตให้ดียิ่งขึ้น โดยเกรท วอลล์ มอเตอร์ ให้ความสำคัญกับพันธมิตรทางธุรกิจเป็นอย่างมาก เพราะเราไม่ได้มองว่าพันธมิตรทางธุรกิจเป็นเพียงดีลเลอร์หรือผู้แทนจำหน่ายเท่านั้น แต่ยังร่วมเป็นหุ้นส่วนธุรกิจในฐานะ ‘ผู้ให้บริการ’​ (Service Provider) ที่จะเข้ามาร่วมสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการยานยนต์ไฟฟ้าด้วยการส่งมอบประสบการณ์ที่เป็นเอกลักษณ์น่าประทับใจและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบครัน เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ต้อนรับพันธมิตรทางธุรกิจใหม่ๆ เข้าสู่ครอบครัวเกรท วอลล์ มอเตอร์ เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องในอนาคต”

นอกจากการขยายเครือข่ายของพันธมิตรทางธุรกิจแล้ว เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังเดินหน้าขยายจุดบริการชาร์จประจุไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็น 55 แห่งทั่วประเทศไทยภายในปีนี้ โดยมี 3 รูปแบบ ได้แก่ 1. G-Charge Supercharging Station 2. Charging station at Partner Store 3. Destination Charge ภายใต้ชื่อแพลตฟอร์ม G-Charge ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล 70% และต่างจังหวัด 30% ซึ่งสถานีชาร์จทั้งหมดของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะติดตั้งเครื่องอัดประจุไฟฟ้าแบบ DC Fast Charge กำลังสูง เริ่มต้นที่ 120 kW ให้บริการรถทุกยี่ห้อ เปิด 24/7 และสะดวกสบายด้วยการใช้งานผ่าน GWM application นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะรวบรวมพิกัดสถานีชาร์จทั่วประเทศไทยใน GWM Application ให้ครอบคลุมยิ่งขึ้นจาก 55% เป็น 85% ภายในปีนี้

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะ “ผู้ให้บริการเทคโนโลยีระดับโลก”​ (Global Intelligent Technology) มุ่งมั่นที่จะเติบโตเคียงข้างผู้บริโภค พันธมิตรทางธุรกิจ และสังคม เพื่อร่วมขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์และเศรษฐกิจไทยให้ก้าวต่อไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยยังคงให้ความสำคัญกับการรับฟังเสียงของผู้บริโภคเพื่อนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้ครบครันอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการดำเนินกิจการที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางเพื่อส่งมอบประสบการณ์เหนือชั้นที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค พร้อมยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยและอาเซียน