Home Blog

AAS Roadshow at ICONSIAM ยกระดับประสบการณ์ “Icon of Performance” ใจกลางกรุงเทพฯ

0
เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส 1

เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการแห่งแรกในประเทศไทย จัดงาน “AAS Roadshow at ICONSIAM” ระหว่างวันที่ 1–10 พฤษภาคม 2569 ณ ชั้น M เจริญนคร ฮอลล์ ศูนย์การค้าไอคอนสยาม เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าและผู้สนใจได้สัมผัสยนตรกรรมปอร์เช่อย่างใกล้ชิด พร้อมรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญอย่างเป็นกันเอง

ภายในงานนำเสนอยนตรกรรมปอร์เช่ที่สะท้อนตัวตนของการขับขี่ในหลากหลายรูปแบบ ครอบคลุมทั้งสมรรถนะ ความสะดวกสบาย และไลฟ์สไตล์การใช้งานในชีวิตประจำวัน ได้แก่

เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส 1

Cayenne S E-Hybrid Coupé เฉดสี Carrara White Metallic สปอร์ตเอสยูวีปลั๊กอินไฮบริดที่ผสานพละกำลังและความหรูหราได้อย่างลงตัว เหมาะทั้งสำหรับการใช้งานในเมืองและการเดินทางระยะไกล

เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส 3

Panamera 4 E-Hybrid เฉดสี Volcano Grey Metallic สปอร์ตซีดานระดับลักชัวรี่ที่มอบทั้งสมรรถนะและความนุ่มนวลในการขับขี่ ด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อและเทคโนโลยีไฮบริดขั้นสูง

เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส 4

และ Macan เฉดสี Frozenblue Metallic เอสยูวีขนาดกะทัดรัดที่โดดเด่นด้วยความคล่องตัว ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง พร้อมถ่ายทอด DNA แห่งสมรรถนะของปอร์เช่ในทุกการขับขี่

ยนตรกรรมที่จัดแสดงในงานครั้งนี้ สะท้อนแนวทางของปอร์เช่ในการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานทางเลือก ผ่านระบบไฮบริดที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่ควบคู่กับการลดการปล่อยไอเสีย ตอบโจทย์ทั้งด้านสมรรถนะและความยั่งยืนในระยะยาว

นอกจากนี้ ยังเป็นส่วนหนึ่งของการขยายเครือข่ายการให้บริการของเอเอเอสฯ โดยเตรียมเปิดตัว Porsche Centre Kanlapaphruek ศูนย์บริการเต็มรูปแบบแห่งใหม่ในโซนฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ ภายในช่วงปลายปีนี้ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบวงจรและใกล้ชิดยิ่งขึ้น

เอเอเอสฯ ขอเชิญร่วมสัมผัสยนตรกรรมปอร์เช่อย่างใกล้ชิด พร้อมรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ และข้อเสนอพิเศษภายในงาน ตลอดระยะเวลาการจัดแสดง

 

 

“PTG”  พีที ประจวบ เอฟซี ยกพลเลี้ยงอาหารกลางวันผู้รับการสงเคราะห์ ณ บ้านประจวบโชค

0
PTG 1

นายฉลอง ติรไตรภูษิต ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัทพีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG ผู้สนับสนุนหลักสโมสรฟุตบอล พีที ประจวบ เอฟซี  และ นายทรงเกียรติ ลิ้มอรุณรักษ์ ประธานสโมสรฟุตบอล พีที ประจวบ เอฟซี พร้อมด้วยนักฟุตบอลรวมถึงสตาฟโค้ช และคณะสื่อมวลชน ร่วมทำกิจกรรมเลี้ยงอาหารกลางวัน ให้แก่ผู้รับการสงเคราะห์ภายในสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งประจวบคีรีขันธ์ (บ้านประจวบโชค) ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  ปัจจุบันมีผู้ป่วยผู้พักพิงภายในบ้านประจวบโชคทั้งสิ้น 450 คน สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้เป็นหนึ่งในภารกิจหลักของบริษัทฯ ที่ให้ความสำคัญในการช่วยเหลือและสร้างสาธารณประโยชน์ต่อชุมชนและสังคมให้ “อยู่ดีมีสุข” ซึ่งงานดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

“ลามิน่า” ทูลเกล้าฯ ถวายเงินสมทบมูลนิธิโรคไต

0
ลามิน่า 1

นางจันดา สายสมร ประธานเจ้าหน้าทีฝ่ายปฏิบัติการ  บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด และนายชัยณรงค์ สายสมร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ รับพระราชทานวโรกาสให้เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าทูลกระหม่อม ถวายเงินสมทบทุนมูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย พร้อมเข้ารับพระราชทานเกียรติบัตร ณ อาคารกัลยาณิวัฒนา โรงพยาบาลสงฆ์

ลามิน่า 2

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นประธานการประชุมใหญ่สามัญประจำปี คณะกรรมการบริหารมูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย ณ อาคารกัลยาณิวัฒนา โรงพยาบาลสงฆ์

ในโอกาสเดียวกันนี้ ได้พระราชทานวโรกาสให้ บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด นำโดย นางจันดา สายสมร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ และ นายชัยณรงค์ สายสมร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ เข้าเฝ้าทูลละอองพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเงินสมทบทุนมูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย พร้อมเข้ารับพระราชทานเกียรติบัตร

ลามิน่า 3

บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงรถยนต์และอาคารลามิน่า สนับสนุนโครงการเพื่อสังคมและองค์กรสาธารณกุศลต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย มูลนิธิชัยพัฒนา ตั้งแต่ พ.ศ.2548 ทุนมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลในพระบรมราชูปถัมภ์ ตั้งแต่ พ.ศ.2553 สนับสนุนทุนวิจัยขั้นสูงด้านเภสัชวิทยา ศิริราชมูลนิธิ และอื่นๆ อีกมาก ซึ่งทุกโครงการล้วนเกิดจากพลังความมุ่งมั่น ทุ่มเท เพื่อส่งมอบความสุขคืนสู่สังคมไทยอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนตลอดไป

สอบถามข้อมูลต่างๆ เพิ่มเติมเกี่ยวกับฟิล์มกรองแสงลามิน่า สามารถติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมงที่ Hot Line คลายร้อน สายด่วนผู้บริโภคกับลามิน่าฟิล์ม โทรศัพท์ 02-422-2345 (นอกเวลาทำการเป็นระบบตอบรับอัตโนมัติ)  หรือ E-mail : service@laminafilms.com

เว็บไซต์ www.laminafilms.com และสามารถเพิ่มช่องทางการติดต่อโดยแอดไลน์ @laminafilms ทางแอปพลิเคชั่น Line

Chery เผยโฉมยนตรกรรมแห่งอนาคต ในงาน 2026 Beijing International Automotive Exhibition พร้อมเปิดตัว 3 รุ่นเรือธง “TIGGO V, V27 และ CHERY Q” บุกตลาดโลก

0
Chery 1

Chery Automobile ผู้ผลิตยานยนต์ระดับโลกจากประเทศจีน เผยโฉมยนตรกรรมและนวัตกรรมการขับขี่แห่งอนาคต ในงาน Auto China 2026 – Beijing International Automotive Exhibition ซึ่งถือเป็นงานแสดงรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีนของปี ณ China International Exhibition Center กรุงปักกิ่ง พร้อมเปิดตัว 3 รถยนต์เรือธงรุ่นใหม่ ได้แก่ TIGGO V รถ SUV อเนกประสงค์แบบปรับเปลี่ยนได้รุ่นแรกในตระกูล TIGGO ที่พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิดการออกแบบตามการใช้งานจริง (Scenario-driven) ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของครอบครัวทั่วโลก พร้อมลุยขยายตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ในระดับโลก มาพร้อมกับ รถรุ่น V27 และ CHERY Q สะท้อนทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ที่ครอบคลุมทั้งพลังงานทางเลือก ดีไซน์ และการใช้งานจริง

Chery 2

ภายในงาน Chery Automobile ได้ประกาศความสำเร็จและทิศทางการดำเนินธุรกิจภายในงาน โดยเดินหน้าขยายธุรกิจสู่ระดับสากลอย่างต่อเนื่อง ตั้งเป้าขยายเครือข่ายการดำเนินงานเพิ่ม 40 ประเทศ พร้อมพัฒนาศูนย์วิจัยและพัฒนา (Global R&D) จำนวน 8 แห่ง และขยายฐานการผลิตมากกว่า 30 แห่งทั่วโลก ควบคู่กับการเสริมความแข็งแกร่งของเครือข่ายการจัดจำหน่ายด้วยตัวแทนโดยตั้งเป้าขยายจำหน่ายเพิ่มมากกว่า 2,000 แห่ง และเพิ่มศูนย์บริการกว่า 1,800 ที่ทั่วโลก ขณะเดียวกัน บริษัทยังตั้งเป้าส่งมอบรถยนต์ให้กับผู้ใช้งานทั่วโลกจำนวน 10 ล้านครอบครัวภายในปี 2030

Chery 3

มร.เจฟ จาง CEO, CHERY Brand International กล่าวว่า “ทุกนวัตกรรมของ CHERY เกิดจากแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ยนตรกรรม “เพื่อครอบครัว” (For Family) ถือเป็นคำมั่นสัญญาที่แบรนด์ยึดถือมาโดยตลอด ในการส่งมอบรถสำหรับการเดินทางที่ให้ความปลอดภัยและมีคุณภาพกับทุกครอบครัว พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจในระดับโลกอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับการเติบโตในแต่ละตลาด การพัฒนาเครือข่ายทั้งด้านการผลิต การจัดจำหน่าย และการบริการ เพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า และผลักดันการเติบโตของ CHERY ในระดับสากล โดยเชอรีบรรลุเป้าหมายครั้งสำคัญของการส่งออกรถยนต์ทะลุ 5 ล้านคัน ในเดือนมิถุนายน 2568 โดยเป็นแบรนด์รถยนต์จากประเทศจีนแบรนด์แรกที่ก้าวสู่ความสำเร็จนี้”

Chery 4

ภายในงาน เชอรี นำเสนอเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคตเพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้เข้าชม พร้อมเปิดตัว TIGGO V รถ SUV ที่ถูกพัฒนาภายใต้แนวคิด “SUV ที่ปรับเปลี่ยนได้” รองรับการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งในชีวิตประจำวันและการเดินทางแบบแอดเวนเจอร์ มาพร้อมเทคโนโลยี CSH (Chery Super Hybrid) ที่ผสานสมรรถนะและความประหยัดเข้าไว้ด้วยกัน สะท้อนแนวคิดการออกแบบยนตรกรรมเพื่อครอบครัว ผ่าน 3 คุณค่าหลักของรถรุ่นนี้ คือ Versatility (ความอเนกประสงค์) ที่รวบรวมความแข็งแกร่งของ SUV ความสะดวกสบายแบบ MPV และความยืดหยุ่นแบบรถแคมป์หรือปิกอัพ Value (ความคุ้มค่า) รองรับทุกการใช้งานของครอบครัว เพิ่มความสะดวกสบาย และ Victory (ความสำเร็จ) สื่อถึงการเป็นพาหนะที่พร้อมเดินทางเคียงข้างครอบครัวสู่เป้าหมายในชีวิต กับ 3 โหมดการใช้งาน ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ครอบครัว

Chery 5

  • SUV Mode ดีไซน์ Tiger inspired พร้อมความปลอดภัยรอบด้าน: ปลอดภัย มั่นใจทุกการเดินทาง มาพร้อมดีไซน์ “Tiger-inspired” โดดเด่นด้วยกระจังหน้า V-shape และไฟหน้า LED รูปทรงกรงเล็บเสือ โครงสร้างตัวถังใช้เหล็กและอะลูมิเนียมความแข็งแรงสูงถึง 76% พร้อมระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ (ADAS) เช่น ระบบเตือนการชน (FCW) ระบบเบรกอัตโนมัติ (AEB) และระบบช่วยจอดอัตโนมัติ
  • MPV Mode ห้องโดยสาร 3 แถว กว้างขวาง สะดวกสบาย: กว้างขวาง นั่งสบายทั้งครอบครัว รองรับผู้โดยสาร 7 ที่นั่ง แบบ 3 แถว พร้อมพื้นที่ภายในโปร่งโล่ง เบาะสามารถปรับและพับได้เพื่อเปลี่ยนเป็นโหมดเตียง (Bed Mode) มีช่องเก็บของถึง 42 จุด และระบบปรับอากาศแยก 3 โซน พร้อมฟิลเตอร์กรองอากาศระดับ N95 ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและสุขภาพที่ดีระหว่างการเดินทาง
  • PUP Mode รองรับทั้งไลฟ์สไตล์และการใช้งานหลายรูปแบบ: บรรทุกได้หลากหลาย ใช้งานได้จริง สามารถปรับเปลี่ยนเป็นโหมดบรรทุกสัมภาระ ด้วยโครงสร้างด้านท้ายแบบถอดได้ เพิ่มความจุในการบรรทุก รองรับทั้งการใช้งานเชิงพาณิชย์และกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น แคมป์ปิ้ง โดยสามารถติดตั้งอุปกรณ์เสริม เช่น เต็นท์บนหลังคา ตู้เย็นในรถ หรืออุปกรณ์บรรทุกอื่น ๆ ได้

Chery 6

นอกจากสมรรถนะการใช้งานที่ครบครัน รองรับทุกสภาพการใช้งานแล้ว TIGGO V มาพร้อมระบบขับเคลื่อนไฮบริดรุ่นใหม่ของ CHERY ให้พลังแรงและประหยัดน้ำมัน โดยรุ่น PHEV มีอัตราสิ้นเปลืองเพียง 6 ลิตร/100 กม. และรุ่นเครื่องยนต์มีอัตรสิ้นเปลืองที่ 7.84 ลิตร/100 กม. และมีช่วงล่างที่รองรับทุกสภาพถนน ความสูงใต้ท้องรถ 220 มม. ลุยน้ำได้สูงสุด 700 มม. และสามรถวิ่งบนทางชันได้ถึง 30 องศา ทำให้สามารถใช้งานได้ทุกสภาพพื้นถนน ทั้งเส้นทางในเมืองและเส้นทางลุย

Chery 7

อีกทั้งในงานยังเปิดตัว รถรุ่น V27 พวงมาลัยขวา รถยนต์ไฟฟ้าดีไซน์ทรงกล่อง (Boxy Style) สไตล์ออฟโรด ภายใต้คอนเซ็ปต์ “New Energy Off-road SUV” ที่ผสานความคลาสสิกเข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานยุคใหม่ โดยเฉพาะตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนียที่มีความต้องการรถพวงมาลัยขวาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับรถรุ่น V27 มาพร้อมเทคโนโลยี REEV (Range-Extender Electric Vehicle) ในรูปแบบ SUV ขนาดใหญ่ รองรับทั้งระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ ตัวรถมีความยาว 5,055 มม. และฐานล้อขนาด 2,910 มม. ช่วยเพิ่มพื้นที่ห้องโดยสารให้กว้างขวาง สะดวกสบายสำหรับทุกการเดินทาง นอกจากนี้ยังมีความสูงใต้ท้องรถ 220 มม. รองรับการลุยน้ำได้ลึกสูงสุดถึง 600 มม. ตอบโจทย์การใช้งานทั้งในเมืองและเส้นทางออฟโรด

Chery 8

ด้านสมรรถนะ รถรุ่น V27 สามารถวิ่งได้ระยะทางรวมมากกว่า 1,200 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน CLTC) และขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้ไกลถึง 200 กิโลเมตร อีกทั้งยังมาพร้อมระบบ NVH Optimization ที่ช่วยลดเสียงรบกวนและแรงสั่นสะเทือน มอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลและเงียบยิ่งขึ้นภายในห้องโดยสาร

ด้วยคุณสมบัติที่ครบครันและมาตรฐานความปลอดภัยที่พัฒนาขึ้นโดยอิงมาตราฐาน CNCAP และ ENCAP ทั้งในยุโรปและประเทศจีน รถรุ่น V27 จึงถือเป็นรถยนต์เรือธงระดับโลกที่สะท้อนถึงศักยภาพและวิสัยทัศน์ของแบรนด์ในการพัฒนายานยนต์พลังงานใหม่เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคในอนาคตอย่างแท้จริง

ขณะที่ CHERY Q ยังคงเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญในงาน ในฐานะรถยนต์ไฟฟ้าที่ “ครบและคุ้มค่าที่สุดในเซกเมนต์” ด้วยดีไซน์ทันสมัย ขนาดกะทัดรัด และฟีเจอร์อำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัยที่ครบครัน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

Chery 10

มร. จิม ลี ผู้อำนวยการบริหารแบรนด์ เชอรี ประเทศไทย กล่าวว่า “การเข้าร่วมงาน Auto China 2026 ในครั้งนี้ เป็นโอกาสสำคัญในการนำเสนอเทคโนโลยีและยนตรกรรมรุ่นใหม่ของ เชอรี สู่สายตาผู้บริโภคจากทั่วโลก พร้อมสะท้อนศักยภาพและการเติบโตของแบรนด์ในประเทศไทย รวมถึงความแข็งแกร่งของเชอรีในระดับสากล โดยเรายังคงมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์และนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านสมรรถนะ ความปลอดภัย และไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งานยุคใหม่”

การเข้าร่วมงานในครั้งนี้สะท้อนถึงศักยภาพและความแข็งแกร่งของ CHERY ในฐานะแบรนด์ยานยนต์ระดับโลกจากประเทศจีน ที่ดำเนินธุรกิจครอบคลุมกว่า 120 ประเทศทั่วโลก และมุ่งมั่นพัฒนาเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์สู่อนาคตอย่างต่อเนื่อง ในโอกาสนี้ เชอรี ประเทศไทย ได้พาสื่อมวลชนไทย รวมถึงผู้ชนะการออกแบบจากแคมเปญ Chery V23 Style up Challenge เข้าร่วมงาน 2026 Beijing International Automotive Exhibition อย่างใกล้ชิด พร้อมเยี่ยมชมโรงงาน Chery Automobile ณ เมืองอู๋หู ตลอดจนเข้าชมกระบวนการทดสอบการชนของรถ TIGGO 7 TIGGO 8 และ TIGGO 9 ความแข็งแรง และความปลอดภัยของรถยนต์ ณ ศูนย์ทดสอบความปลอดภัยหลงซาน (Longshan Crash Center) ซึ่งสะท้อนถึงมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากลของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน การเดินทางในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของ CHERY ในการถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากเวทีระดับโลกสู่ตลาดประเทศไทย พร้อมตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการพัฒนา “ยนตรกรรมแห่งอนาคต” ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในทุกมิติ

 

“เอ็มจี” ยกทัพยนตรกรรมล้ำสมัยโชว์ศักยภาพ ในงาน Beijing Auto Show 2026 ประเดิมด้วย 2 ไฮไลท์เด็ด IM LS8 และ MG4 URBAN  

0
เอ็มจี 9

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ถ่ายทอดความยิ่งใหญ่ของบริษัทแม่อย่าง SAIC MOTOR CORPORATION ผ่านนวัตกรรมยานยนต์ระดับโลกในงาน Beijing Auto Show 2026 โดยในปีนี้นำ 2 ไฮไลท์สำคัญอย่าง IM LS8 เอสยูวีเรือธงรุ่นล่าสุดจาก IM Motors ที่เต็มเปี่ยมด้วยเทคโนโลยีแห่งอนาคตกับความโดดเด่นของการเป็น “Flagship SUV ที่ครบจบในคันเดียว” และ MG4 URBAN จาก เอ็มจี ที่อัปเกรดความคุ้มค่าขึ้นอีกขั้น พร้อมด้วยทัพยนตรกรรมล้ำสมัยหลากเซกเมนต์ครอบคลุมทั้งระดับพรีเมียมและรุ่นที่เข้าถึงได้สำหรับทุกคนมาร่วมจัดแสดงด้วยการตกแต่งจากศิลปินชื่อดัง สะท้อนศักยภาพด้านนวัตกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่

เริ่มต้นด้วยไฮไลท์แรกที่ได้รับความสนใจกับ IM LS8 ยนตรกรรมอัจฉริยะจาก IM Motors ซึ่งเผยโฉมสู่สาธารณชนอย่างเป็นทางการ พร้อมเสริมความแกร่งและความหลากหลายให้กับไลน์อัปผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ IM

เอ็มจี 2

IM LS8 นิยามใหม่ของ “Flagship SUV ที่ครบจบในคันเดียว” มอบประสบการณ์ระดับพรีเมียมพร้อมระบบอัจฉริยะ
ที่เต็มศักยภาพ

IM LS8 ได้รับการพัฒนามาพร้อมอุปกรณ์มาตรฐานครบครัน ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย คุณภาพระดับพรีเมียม
และมาตรฐานการผลิตจากผู้ผลิตชั้นนำ เพื่อตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่ที่ต้องการความคุ้มค่าแบบครบจบในคันเดียว ด้านเทคโนโลยี IM LS8 มอบประสบการณ์การควบคุมรถที่แม่นยำพร้อมโครงสร้างความปลอดภัยระดับสูง

ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ IM AD ได้รับการพัฒนาโดย NVIDIA ประสิทธิภาพสูง ทำงานร่วมกับ LiDAR
ความละเอียดสูง ตรวจจับวัตถุได้ไกลสูงสุด 300 เมตร พร้อมแพลตฟอร์มจาก Momenta ที่ช่วยให้ระบบสามารถ
ใช้งานได้ทุกเส้นทางและพร้อมอัปเกรดสู่ระบบขั้นสูงในอนาคต

เอ็มจี 3

 

สมรรถนะเหนือระดับ พลิกมาตรฐาน SUV ขนาดใหญ่ให้ขับง่าย และประสบการณ์หรูหราระดับใหม่ของ IM LS8

IM LS8 ยกระดับมาตรฐานของ SUV ขนาดใหญ่ด้วยสมรรถนะการขับขี่ขั้นสูงอย่าง Digital Chassis ที่มอบ
ทั้งความนิ่งในการทรงตัว ระบบเลี้ยว 4 ล้ออัจฉริยะ รองรับมุมเลี้ยวสูงสุด ±24 องศา ส่งผลให้รถเอสยูวีขนาด
กว่า 5 เมตร มีรัศมีวงเลี้ยวเพียง 4.85 เมตร ให้ความคล่องตัวเทียบเท่ารถขนาดเล็กอย่าง Eco car และรองรับ
การใช้งานในพื้นที่จำกัดได้อย่างง่ายดาย

เทคโนโลยีขับเคลื่อน “Super Range Extender” ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน

IM LS8 โดดเด่นด้วยระบบขับเคลื่อนแบบ Extended Range รุ่นใหม่ ที่ให้ทั้งพลังแบบเครื่องยนต์ V8 แต่ให้
ความเงียบกับผู้โดยสารในแบบรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบ สามารถวิ่งได้กว่า 1,000 กิโลเมตรต่อการเติมน้ำมันหนึ่งครั้ง
พร้อมระบบชาร์จเร็ว 800V ที่ช่วยให้การใช้งานในชีวิตประจำวันสะดวกยิ่งขึ้น

ภายในงาน IM MOTORS ยังได้นำรถยนต์ทุกรุ่นครบเซกเมนต์มานำเสนอ ได้แก่

  • IM LS6 โดดเด่นในฐานะ SUV อัจฉริยะขนาดใหญ่แบบ 5 ที่นั่ง กับวงเลี้ยวแคบสุดที่ 5.09 เมตร
  • IM LS8 สะท้อนนิยามของ Flagship ที่ครบจบในคันเดียว กับวงเลี้ยวแคบสุดที่ 4.85 เมตร
  • IM LS9 ที่สุดของมาตรฐาน SUV ระดับพรีเมียม 6 ที่นั่ง กับวงเลี้ยวแคบสุดที่ 4.95 เมตร
  • IM 5 ที่สุดของความคล่องแคล่ว กับ Premium e-Intelligent Sedan กับวงเลี้ยวแคบสุดที่ 4.99 เมตร

เอ็มจี 3

โดดเด่นด้วยดีไซน์ป็อปอาร์ต สะท้อนตัวตนที่มีสไตล์ สู่ MG4 URBAN ที่แตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์

อีกหนึ่งรุ่นไฮไลท์อย่าง MG4 URBAN ที่นำนวัตกรรมความฉลาดในรถระดับพรีเมียมมาอยู่ในระดับรถที่เข้าถึงได้ง่าย ต่อยอดสู่การใช้งานจริง ด้วยยอดขายที่เติบโตต่อเนื่องกว่า 10,000 คันต่อเดือน ติด Top 3 ใน B Segment
และมีผู้ใช้งานสะสมมากกว่า 80,000 ราย รวมถึงการขยายสู่ตลาดต่างประเทศ เช่น สหราชอาณาจักรและออสเตรเลียที่ในครั้งนี้ได้รับการยกระดับรอบด้านพร้อมการอัปเกรดครั้งใหญ่ทั้งด้านดีไซน์ เทคโนโลยี และอุปกรณ์อำนวย
ความสะดวก เพิ่มสีตัวถังใหม่ Ice Crystal Blue และ Almond Beige เสริมด้วยหลังคาดำแบบ Floating Roof
และล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 17 นิ้ว ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ภายในงาน เอ็มจี ได้นำรถบางส่วนมาตกแต่งโดยได้รับแรงบันดาลใจการออกแบบจากศิลปินชื่อดังอย่าง Jacky Tsai ศิลปินร่วมสมัยชาวจีนที่มีฐานอยู่ในลอนดอน (UK) และถือว่าเป็นหนึ่งในศิลปินที่ “นำวัฒนธรรมตะวันออก ป็อปอาร์ตตะวันตก” มาผสมผสานกันทำให้รถ
มีรายละเอียดที่โดดเด่นมากขึ้น

เอ็มจี 8

เอ็มจี เตรียมเสริมทัพตลาดอีวี จ่อเปิดตัว MG 4X และ MG 07

และในช่วงครึ่งปีหลัง เอ็มจี ยังมีแผนขยายพอร์ตโฟลิโอให้ครอบคลุมยิ่งขึ้นด้วยการเสริมไลน์อัปผลิตภัณฑ์
ด้วยการเตรียมเปิดตัว MG 4X เอสยูวีไฟฟ้าอีกหนึ่งรุ่น ที่มาพร้อมเทคโนโลยีการขับขี่ และ MG 07 สปอร์ตคูเป้พลังงานใหม่ ซึ่งนับเป็นรุ่นแรกที่ติดตั้งระบบขับขี่อัจฉริยะขั้นสูงจาก Momenta รองรับการขับขี่อัตโนมัติในเมือง (Urban NOA) และการใช้งานแบบไร้รอยต่อจากจุดเริ่มต้นจนถึงที่หมาย

ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมและสัมผัสประสบการณ์จริงของยนตรกรรมรุ่นต่าง ๆ จาก เอ็มจี และ IM Motors
ได้ที่งาน Beijing International Auto Show 2026 ระหว่างวันที่ 26 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2569 ณ อาคาร A4 ศูนย์แสดงสินค้านานาชาติกรุงปักกิ่ง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจี ได้ที่

Website: www.mgcars.com

Line: @MGThailand

Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand

Twitter: @mg_thailand

Instagram: @mgthailand

Youtube: MG Thailand

TikTok: @mgthailand

Application: MG Thailand

 

 

 

 

“GWM” วางหมากอนาคตอุตสาหกรรมยานยนต์โลก ชูความน่าเชื่อถือเป็นศูนย์กลาง พร้อมกลยุทธ์ใหม่ผ่านเพลตฟอร์ม GWM ONE เปิดนวัตกรรมครบทุกพลังงานที่ Auto China 2026

0
GWM (Thailand) 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” และมุ่งมั่นที่จะก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุด ภายในงาน Auto China 2026 เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 ณ ปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน GWM ได้นำเสนอวิสัยทัศน์และแนวคิดหลักภายใต้กรอบ “Return to Essentials and Grounded in Truth” หรือ “กลับสู่แก่นของยานยนต์ และตั้งมั่นอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง” พร้อมถ่ายทอดทิศทางการดำเนินธุรกิจและนวัตกรรมผ่านกลยุทธ์ใหม่ด้วยเพลตฟอร์ม GWM ONE โดยมี “ความน่าเชื่อถือของแบรนด์” เป็นแกนกลางของการสื่อสาร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาวแก่ผู้ใช้งาน สื่อมวลชน และพันธมิตรทั่วโลก แนวคิดดังกล่าวสะท้อนมุมมองของ GWM ที่มุ่ง “กลับสู่แก่นแท้ของยานยนต์” โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัย คุณภาพ ความทนทาน และการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ควบคู่ไปกับการพัฒนาเทคโนโลยีอัจฉริยะอย่างมีความรับผิดชอบ และย้ำว่าคุณค่าที่แท้จริงต้องเป็นเทคโนโลยีที่ “เชื่อถือได้และพิสูจน์ได้จริง” จากประสบการณ์ของผู้ใช้งานทั่วโลก

GWM (Thailand) 2

ภายในงาน มร. มู่ เฟิง  (Mr. Mu Feng) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ GWM ได้เน้นย้ำว่า “ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมยานยนต์ ‘การกลับสู่แก่นแท้ของยานยนต์’  คือคำตอบสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดย GWM ONE ไม่ได้เป็นเพียงกลยุทธ์ทางธุรกิจ แต่เป็นปรัชญาที่มุ่งยึดผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง ควบคู่กับการยืนหยัดในความเป็นจริงทางเทคโนโลยี และการรักษาคำมั่นสัญญาอย่างเคร่งครัด พร้อมชี้ว่าแม้ทิศทางของตลาดจะเปลี่ยนแปลงไป แต่ความเชื่อมั่นที่เกิดจาก ‘ความมุ่งมั่นและความซื่อสัตย์’ คือรากฐานที่มั่นคงที่สุดของธุรกิจ และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างความไว้วางใจในระยะยาวจากผู้ใช้งานทั่วโลก”

GWM (Thailand)  3

สำหรับงาน  Auto China 2026 นั้น GWM ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมตั้งแต่เครื่องยนต์ V8 4.0T ที่พัฒนาเอง แพลตฟอร์มยานยนต์ GWM ONE S ระบบไฮบริดอัจฉริยะ Hi4 เทคโนโลยีแบตเตอรี่หลากหลายรูปแบบ ไปจนถึงระบบ AI ช่วยขับขี่ สะท้อนปรัชญาการพัฒนาเทคโนโลยีที่ยึด “การใช้งานจริง” เป็นหัวใจ ครอบคลุมยานยนต์หลายเซกเมนต์และระบบขับเคลื่อนที่หลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้ทั่วโลกอย่างแท้จริง ควบคู่กับกลยุทธ์การเติบโตระยะยาว โดยเฉพาะในตลาดยุโรป ผ่านการสื่อสารอย่างโปร่งใส การทดลองใช้งานจริง การลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) อย่างต่อเนื่อง และการยกระดับมาตรฐานคุณภาพตามมาตรฐานสากล เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในระดับโลกจากคุณค่าที่พิสูจน์ได้จริง

GWM (Thailand)  4

GWM ขนทัพยนตรกรรมและเปิดตัวรถยนต์เรือธงรวม 6 รุ่น ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ ได้แก่ HAVAL, WEY, TANK, ORA, GWM Pickup และ SOUO Motorcycle ครบทั้งรถยนต์เอสยูวีสำหรับครอบครัว รถออฟโรดสมรรถนะสูง รถยนต์พลังงานใหม่ที่ยกระดับภาพลักษณ์การขับขี่ รถกระบะที่มีความอเนกประสงค์ไปจนถึงจักรยานยนต์พรีเมียม สะท้อนศักยภาพในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

GWM (Thailand)  5

ไฮไลต์สำคัญในงาน Auto China 2026:

  • WEY V9X เอสยูวีหรู 6 ที่นั่ง ระดับเรือธงบนแพลตฟอร์ม GWM ONE S ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ผสานความเชี่ยวชาญด้านยานยนต์กว่า 36 ปี มาพร้อมเทคโนโลยี “AI cabin-drive agent” หรือ Little Wei เชื่อมต่อการทำงานของห้องโดยสารและระบบขับเคลื่อนอย่างไร้รอยต่อ เสริมความหรูหราด้วยจอหลัง 4 นิ้ว เบาะ zero-gravity พร้อมระบบนวด และระบบเสียง Coffee AI Sound 31 ลำโพง ใช้ระบบ Super Hi4 แบตเตอรี่ 80 kWh วิ่งไฟฟ้าได้ไกลถึง 470 กิโลเมตร และการชาร์จเร็วระดับ 6C
  • HAVAL H7 PLUS เอสยูวีพลังงานใหม่รุ่นเรือธงสำหรับตลาดโลก โดดเด่นด้วยพื้นที่ภายในกว้างขวาง มาพร้อมระบบช่วยขับขี่ Coffee Pilot 3 และเซนเซอร์ LiDAR รองรับทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางระยะไกล ให้สมรรถนะเร่ง 0–100 กม./ชม. ภายใน 8 วินาที และวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าได้ไกลถึง 255 กิโลเมตร มีระยะทางขับขี่รวมมากกว่า 1,000 กิโลเมตร
  • TANK 700 ใหม่ รถออฟโรดพรีเมียมที่ผสานความแข็งแกร่งเข้ากับความหรูหรา มาพร้อมขุมพลังให้เลือกทั้ง 0T Hi4 T และ 2.0T Hi4 Z ตอบโจทย์ทั้งสมรรถนะ ความทนทาน และประสิทธิภาพการใช้งาน
  • GWM ORA 5 Hybrid ตอกย้ำจุดยืนของ ORA ในฐานะ “Global Fashion Boutique Brand” ด้วยระบบไฮบริดอัจฉริยะเจเนอเรชันใหม่ที่ควบคุมด้วย AI ให้ประสิทธิภาพสูงถึง 2% และระยะทางการขับขี่รวมมากกว่า 1,000 กิโลเมตรต่อการเติมพลังงานหนึ่งครั้ง

GWM (Thailand)  7

  • GWM P300 (Pickup Hi4 T) ยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำในประเทศจีน ด้วยการครองตำแหน่งยอดขายอันดับหนึ่งต่อเนื่องยาวนานถึง 28 ปี โดยรุ่นไฮบริดมาพร้อมแบตเตอรี่ 1 kWh วิ่งไฟฟ้าได้ราว 100 กิโลเมตร รองรับการจ่ายไฟ 6 kW พร้อมโครงสร้างแข็งแกร่ง รองรับการใช้งานหนักและออฟโรดได้อย่างแท้จริง
  • SOUO S2000 Motorcycle จักรยานยนต์พรีเมียมเครื่องยนต์ 8 สูบ 2000cc ให้กำลัง 113 kW และแรงบิด 190 นิวตันเมตร มาพร้อมเกียร์ DCT 8 สปีด ระบบความปลอดภัยครบครัน และรองรับการอัปเดต OTA สะท้อนการขยายขอบเขตธุรกิจของ GWM สู่ระบบนิเวศการเดินทางที่หลากหลายยิ่งขึ้น

GWM (Thailand)  8

 

นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ล้ำหน้าในทุกด้านแล้ว GWM ยังได้นำเสนอเทคโนโลยีหลัก ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์ม GWM ONE S ที่รองรับหลายพลังงานในรถคันเดียว ระบบขับเคลื่อน Hi4 เกียร์ 9DCT โครงสร้างตัวถังที่ใช้เหล็กแรงสูงถึง 88% เทคโนโลยีแบตเตอรี่หลากหลายรูปแบบ รวมถึง Hydrogen Fuel Cell และเครื่องยนต์ไฮบริด 2.0T ซึ่งทั้งหมดสะท้อนถึงความแข็งแกร่งด้านการวิจัยและพัฒนา และมาตรฐานคุณภาพระดับโลกของ GWM

GWM (Thailand) 8

นอกเหนือจากการแนะนำผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยแล้ว GWM ยังคงยึดแนวทาง “ความน่าเชื่อถือของแบรนด์เป็นศูนย์กลาง” โดยมุ่งสร้างความเข้าใจร่วมกับผู้ใช้งาน สื่อมวลชน และพันธมิตรทั่วโลก พร้อมย้ำจุดยืนการสื่อสารที่เน้นไปยัง การสื่อสารในระดับท้องถิ่นที่ปรับให้เข้ากับบริบทของแต่ละตลาดเพื่อสร้างความเข้าใจและความต้องการรวมถึงบริบทของแต่ละประเทศ ผ่านการสื่อสารอย่างโปร่งใส คุณภาพที่ตรวจสอบได้ และการลงมือทำจริง ผสานทั้ง Hard Power ด้านเทคโนโลยีและ R&D กับ Soft Power ด้านวัฒนธรรมและความเชื่อมั่นจากผู้ใช้ เพื่อสร้างความเชื่อถืออย่างยั่งยืนในระดับสากล

GWM (Thailand) 10

การจัดแสดงในงาน Auto China 2026 ครั้งนี้ จึงไม่เพียงสะท้อนความสำเร็จของ GWM ในปัจจุบัน แต่ยังเป็นการประกาศทิศทางสู่อนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างชัดเจน ผ่านมุมมองที่ยึด “คุณค่าที่แท้จริงของรถยนต์” โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัย คุณภาพ ความทนทาน และการใช้งานจริง ควบคู่ไปกับการพัฒนาเทคโนโลยีอัจฉริยะอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่เชื่อถือได้ในทุกสถานการณ์ พร้อมเดินหน้าสร้างระบบนิเวศยานยนต์พลังงานใหม่ที่ยั่งยืน ครอบคลุมทุกพลังงาน ทุกการใช้งาน และผู้ใช้ทุกกลุ่ม เพื่อก้าวสู่การเป็นแบรนด์ระดับโลกที่แข็งแกร่งทั้งด้านเทคโนโลยี คุณภาพ และความเข้าใจผู้ใช้อย่างแท้จริงในระยะยาว

 

 

 

“Thailand Diecast Expo” ผนึก Chupa Chups เขย่าวงการไดแคสต์ ปลุกกระแส ‘สยามอมยิ้ม x Diecast’ สู่ประสบการณ์แห่งรอยยิ้มระดับโลก

0
Thailand Diecast Expo 1

บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงานยานยนต์ระดับนานาชาติ Bangkok International Motor Show เดินหน้าสานต่อความสำเร็จเป็นปีที่ 2 ของงาน “THAILAND DIECAST EXPO 2026 ” งานมหกรรมไดแคสต์และของสะสมที่มากกว่าคำว่าของเล่น แต่คือพื้นที่แห่งจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ และแพสชันของคนรักงานสะสมทุกเจเนอเรชัน โดยมีกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 10 – 12 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00 – 22.00 น. ณ  ICONSIAM HALL ชั้น 7  ICONSIAM

Thailand Diecast Expo 2

ไฮไลท์สำคัญในปีนี้ คือการยกระดับประสบการณ์ครั้งใหม่ ด้วยการจับมือกับแบรนด์ระดับโลกอย่าง   Chupa Chups ในฐานะ Official Partner อย่างเป็นทางการ ภายใต้แนวคิด “สยามอมยิ้ม x Diecast” ที่ผสานโลกของรถโมเดลเข้ากับความสนุกสดใส สร้างบรรยากาศภายในงานให้เต็มไปด้วยสีสันและรอยยิ้มในทุกมุม

ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายในการขยายฐานผู้เข้าชมจากกลุ่มนักสะสม สู่กลุ่มเด็ก ครอบครัว คนรุ่นใหม่ และสายไลฟ์สไตล์ พร้อมสร้างประสบการณ์รูปแบบใหม่ที่ “เห็นแล้วต้องยิ้ม” และเข้าถึงได้ง่ายสำหรับทุกเพศทุกวัย โดยผู้เข้าชมจะได้สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษจาก Chupa Chups ผ่านกิจกรรมและพื้นที่ ที่ออกแบบมาอย่างโดดเด่น เต็มไปด้วยสีสัน ความสนุก และกิจกรรมสร้างสรรค์ ที่ช่วยเติมเต็มภาพลักษณ์ของงานให้เป็นมากกว่างานแสดงสินค้า แต่คือ “พื้นที่แห่งความสุข สนุก และความทรงจำ”

นอกจากนี้ยังจับมือพันธมิตรชื่อดังอย่าง Bangkok Hot Rod และ ICONSIAM ร่วมรังสรรค์พื้นที่ให้เป็นศูนย์กลางของคอมมูนิตี้ Diecast & Collectible ที่ครบถ้วนที่สุดในประเทศไทย ภายในงานยังรวมแบรนด์ชั้นนำ ผู้ผลิต นักสะสม และครีเอเตอร์จากทั่วประเทศ ที่พร้อมนำเสนอสินค้าคอลเลกชันพิเศษ ไอเทมหายาก และลิมิเต็ดเอดิชัน พร้อมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ การประกวด การแลกเปลี่ยนความรู้ และการสร้างเครือข่ายของคนในวงการ

ภายในงานอัดแน่นด้วยโซนกิจกรรมหลากหลาย ครอบคลุมทุกมิติของโลกคนรักงานสะสมและของเล่น ไม่ว่าจะเป็น โซนไดแคสต์ (Diecast), โซนของสะสม (Collectible), โซนไดโอรามาหรือแบบจำลองสามมิติ (Diorama), โซนของเล่น (Toy), โซนงานอดิเรก (Hobby), โซนตลาดซื้อขาย (Marketplace), โซนพื้นที่กิจกรรม (Playground) และความบันเทิง (Entertainment), โซนให้ความรู้ (Knowledge) รวมถึงกิจกรรมการประกวด (Contest) และการสร้างเครือข่าย (Networking) ของกลุ่มไลฟ์สไตล์เดียวกัน เพื่อตอบโจทย์ผู้เข้าชมทุกกลุ่ม ตั้งแต่นักสะสมตัวจริง ผู้เริ่มต้น ครอบครัว เด็ก เยาวชน ไปจนถึงสายครีเอเตอร์และนักออกแบบอย่างครบครัน

ขอเชิญชวนผู้ที่หลงใหลในโลกของไดแคสต์ ของสะสม และงานอดิเรกทุกรูปแบบ มาร่วมเปิดประสบการณ์ครั้งใหม่ เติมเต็มแรงบันดาลใจ และเชื่อมต่อทุกแพสชันไว้ในที่เดียว กับงาน THAILAND DIECAST EXPO 2026” ในวันที่ 10 – 12 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00 – 22.00 น. ณ  ICONSIAM HALL  ชั้น 7  ICONSIAM  มหกรรมไดแคสต์ระดับประเทศที่คุณไม่ควรพลาด  ติดตามรายละเอียดและความเคลื่อนไหวของงานได้ที่ https://www.thailanddiecastexpo.com และโซเชียลมีเดีย Thailand Diecast Expo ทุกช่องทาง

“ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์” คว้า 2 รางวัลจากสนามแรก TRRC ที่ฉะเชิงเทรา เดินหน้ามอบประสบการณ์ขับขี่สุดท้าทายแก่ลูกค้า

0
ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ 1

ฟอร์ด ประเทศไทย ร่วมกับทีมฟีลลิค อินโนเวชัน มอเตอร์สปอร์ต ส่งรถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ สองคัน ลงแข่งในรายการแข่งรถทางลุยระดับประเทศ  ไทยแลนด์ แรลลี่ เรด แชมเปี้ยนชิพ 2569 หรือ TRRC (Thailand Rally Raid Championship) พร้อมโชว์ผลงานยอดเยี่ยมจากสนามแรกในจังหวัดฉะเชิงเทรา กวาดรางวัลไปสองโพเดียม โดยรถแข่งฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ หมายเลข 8 คว้าชัยชนะอันดับ 1 ในคลาส T2 ขณะที่ รถแข่งฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ หมายเลข 9 ได้รับอันดับ 3 ในคลาส T2 ตอกย้ำความ ‘แกร่งจริงทุกคัน ดุดันทุกสถานการณ์’ ของรถฟอร์ดทั้งสองคันที่พัฒนาจากโรงงานในประเทศไทย

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ 2

ทีมแข่งฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง หรือ FTR ยังคงเดินหน้าสนับสนุนการพัฒนาและส่งรถกระบะสมรรถนะสูง ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ในการแข่งขัน TRRC ต่อเนื่องเป็นปีที่สาม ในปีนี้ ได้ส่งรถแข่งฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร สองคันลงแข่งแสดงสมรรถนะทั้งบนทางเรียบ และฝ่าเส้นทางลุยตามธรรมชาติ ระยะทางกว่า 195 กิโลเมตรในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยรถแข่งฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ หมายเลข 8 ขับโดยไมเคิล ฟรีแมน และไชยยา ชมมาลี ผู้นำทางมากประสบการณ์ คว้ารางวัลชนะเลิศได้อย่างน่าภาคภูมิใจในการแข่งช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ รถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ หมายเลข 9 ที่ขับโดย เพื่อน-ศิณพพงษ์ ไตรรัตน์ และนพสิทธิ์ สมมานะ ผู้นำทาง ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมคว้ารางวัลอันดับ 3 ในคลาส T2

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ 3

สำหรับการแข่งขันรายการ TRRC ในปีนี้ ฟอร์ด ประเทศไทย ได้รับการสนับสนุนหลักจาก คาสตรอล แบรนด์ผู้ผลิตน้ำมันเครื่องระดับโลกและเป็นพันธมิตรกับฟอร์ดมายาวนานกว่า 100 ปี โดยได้ขยายความร่วมมือด้วยการสนับสนุนทีมแข่งฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง หรือ FTR พร้อมเปิดตัวน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ Castrol EDGE Professional F 5W-30 ที่พัฒนาเป็นพิเศษให้ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะสำหรับเทคโนโลยีเครื่องยนต์ของรถฟอร์ด พร้อมร่วมออกแบบลายรถแข่งใหม่ของรถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ หมายเลข 9 ที่ลงแข่งในสนามแรก นอกจากนี้ ทีม FTR ยังได้รับการสนับสนุนยางรถยนต์มาตรฐานสูงจาก BFGoodrich ทั้งรุ่น ออล-เทอร์เรน KO3 และรุ่น มัด-เทอร์เรน KM3 ที่ตอบโจทย์การขับขี่ที่สมบุกสมบันเส้นทางหฤโหดบนพื้นผิวที่หลากหลายรวมถึงทางโคลน

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ 4

โดยในการแข่งขันที่สนามฉะเชิงเทรานี้ ฟอร์ดยังได้จัดกิจกรรม ‘แร็พเตอร์ แทร็ค เอ็กซ์พีเรียนซ์ (Raptor Track Experience)’ สุดเร้าใจแก่เจ้าของรถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ 12 คันให้ได้สัมผัสประสบการณ์ขับขี่บนเส้นทางแข่งจริงเสมือนนักแข่งในช่วง Leg แรก โดยมีผู้เชี่ยวชาญคอยนำทางและดูแลความปลอดภัยตลอดระยะทางราว 13 กิโลเมตร ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ขับขี่บนเส้นทางที่พิสูจน์สมรรถนะอันดุดันของรถ และได้ใช้โหมดขับขี่ต่าง ๆ ที่เหมาะสมตามสภาพพื้นผิว ตั้งแต่ โหมดถนนลื่น โหมดสปอร์ต โหมดปกติ และโหมดบาฮา ที่ช่วยให้การขับขี่บนเส้นทางที่ยากลำบากผ่านไปอย่างง่ายดาย

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ 5

การแข่งขันไทยแลนด์ แรลลี่ เรด แชมเปี้ยนชิพ นับเป็นหนึ่งในรายการแข่งรถยนต์ประเภทแรลลี่ครอสคันทรีรายการใหญ่ของประเทศไทย รับรองรายการแข่งโดยราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ชิงแชมป์ประเทศไทยถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร โดยผู้เข้าแข่งขันจะต้องเผชิญกับการแข่งขันในพื้นที่ที่มีความท้าทาย ซึ่งจะพิสูจน์ทักษะการขับขี่ของนักแข่ง การปรับแต่งเครื่องยนต์ของวิศวกร ไปจนถึงสมรรถนะของรถแข่ง

“ธนบุรีนอยสเติน” คว้า 3 รางวัลจากงาน Geely Auto International Business Partner Conference เดินหน้าต่อยอดความสำเร็จสู่เป้าหมายผู้นำตลาดยานยนต์ไฟฟ้าในไทย

0
ธนบุรีนอยสเติน 1

บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด ในเครือกลุ่มธนบุรี ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์แบรนด์ จีลี่ (GEELY) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ประกาศอีกหนึ่งความสำเร็จครั้งสำคัญ คว้า 3 รางวัลอันทรงเกียรติจากงานประชุมพันธมิตรระดับโลกของ GEELY หรือ Geely Auto International Business Partner Conference ซึ่งจัดขึ้น ณ เมืองหางโจว ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน สะท้อนความแข็งแกร่งของธนบุรีนอยสเติน และเครือข่ายผู้จำหน่าย GEELY ในประเทศไทย ทั้งในด้านการสร้างการรับรู้แบรนด์ในตลาดรถยนต์ไทย ความเป็นผู้นำด้านการบริหารธุรกิจ และมาตรฐานการบริการ พร้อมเดินหน้าต่อยอดความสำเร็จ เพื่อขับเคลื่อนรถยนต์ไฟฟ้า GEELY ให้เติบโตระยะยาวในประเทศไทย

ธนบุรีนอยสเติน 2

สำหรับงาน Geely Auto International Business Partner Conference 2026 ในธีม
G-Intelligence > Driving Tomorrow เทคโนโลยีอัจฉริยะสู่การขับเคลื่อนแห่งอนาคต
ครั้งนี้มีพันธมิตรกว่า 100 ประเทศเข้าร่วม พร้อมด้วยตัวแทนจากทีมธุรกิจ Geely Auto International Corporation เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์และสำรวจโอกาสใหม่ในการขยายธุรกิจสู่ระดับโลก ภายในงานมีการมอบรางวัลเพื่อยกย่องผู้จำหน่าย ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ GEELY ในการสร้างความสำเร็จร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรทั่วโลกอย่างยั่งยืน โดยรางวัลที่ธนบุรีนอยสเติน ได้รับในครั้งนี้ประกอบด้วย 3 รางวัล ดังนี้

รางวัล Communication Breakthrough Award มอบให้แก่ บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด ที่สร้างความโดดเด่นในการสื่อสารภาพลักษณ์และการรับรู้ของ GEELY ในประเทศไทย ผ่านการเชื่อมโยงจุดแข็งด้านเทคโนโลยีของผลิตภัณฑ์ เข้ากับความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมตอกย้ำความแข็งแกร่งของ GEELY ในการรุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นมากขึ้น

รางวัล Brand Resonance Award มอบให้แก่ บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด นับเป็นอีกหนึ่งเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จในการสร้างการจดจำและความเชื่อมโยงระหว่างแบรนด์ GEELY กับผู้บริโภคชาวไทย โดยต่อยอดความแข็งแกร่งของกลุ่มธนบุรี ซึ่งมีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยยาวนานกว่า 85 ปี ผสานกับการพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย กลยุทธ์การขาย การตลาดแบบ 360 องศา และองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของแบรนด์ในระยะยาว

รางวัล Outstanding General Manager มอบให้แก่ นายณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด เพื่อยกย่องบทบาทผู้นำที่มีส่วนสำคัญในการวางกลยุทธ์ การสร้างแบรนด์ การบริหารธุรกิจ รวมไปถึงการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า พร้อมผลักดันแบรนด์ GEELY ในประเทศไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งในทุกมิติ

ธนบุรีนอยสเติน 3

นายณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด กล่าวว่า “การได้รับรางวัลจากเวทีระดับโลกของ GEELY ในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของธนบุรีนอยสเติน ทีมงานทุกคน และผู้จำหน่ายทุกราย โดยทั้ง 3 รางวัลนี้ ไม่เพียงสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการผลักดันแบรนด์ GEELY ในประเทศไทย แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่ GEELY มีต่อศักยภาพของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทย และความพร้อมของกลุ่มธนบุรีในการขับเคลื่อนแบรนด์ GEELY สู่ความสำเร็จในระยะยาว เรามุ่งมั่นที่จะก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำแถวหน้าของแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ชูแนวคิดการดำเนินธุรกิจในแบบ ‘แบรนด์จีน หัวใจไทย’ โดยนำจุดแข็งของ GEELY ทั้งด้านเทคโนโลยีอันทันสมัย นวัตกรรมด้านวิศวกรรม และคุณภาพของผลิตภัณฑ์ มาผสานกับความเข้าใจผู้บริโภคชาวไทยอย่างแท้จริง ควบคู่กับการยกระดับการบริการสู่มาตรฐานใหม่ โดยให้ความสำคัญกับความพึงพอใจของลูกค้าเป็นหัวใจหลัก พร้อมเสริมสร้างความแข็งแกร่งของเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อเติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน”

ความสำเร็จระดับโลกครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับผลตอบรับอย่างล้นหลามของ GEELY ในประเทศไทย โดยล่าสุดสามารถสร้างยอดจองรวมกว่า 7,811 คัน ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ซึ่งเป็นตัวเลขสูงสุดนับตั้งแต่เปิดตัวในประเทศไทย สะท้อนความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของผู้บริโภคชาวไทย ต่อรถยนต์ไฟฟ้าคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้ ขณะเดียวกัน การเปิดตัว GEELY EX5 MAX+ และ GEELY EX2 Shooting Star ยังตอกย้ำทิศทางของแบรนด์ในการขยายการเติบโตผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่อง

ธนบุรีนอยสเติน 4

ธนบุรีนอยสเตินยังเตรียมเดินหน้าขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการเป็น 65 แห่งภายในปี 2569 พร้อมแผนเปิดตัวโชว์รูมระดับเรือธงแห่งแรกในประเทศไทย เพื่อรองรับฐานลูกค้าที่เติบโตขึ้น พร้อมการสร้างเครือข่ายบริการที่มีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ เพื่อให้ลูกค้า GEELY มั่นใจได้ว่าจะได้รับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ GEELY ที่ดีที่สุด

ธนบุรีนอยสเติน 8

สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ GEELY ใกล้บ้าน หรือ ติดต่อศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 02-081-9999 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ ติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.thonburineustern.com และ เฟซบุ๊ก Geely Thonburi Thailand

 

 

“ปอร์เช่” เปิดตัว “คาเยนน์ คูเป้ อิเล็กทริค” ใหม่ ยกระดับประสบการณ์ SUV ด้วยพลังงานไฟฟ้าและดีไซน์จาก 911 ในตำนาน

0
คาเยนน์ 1

คาเยนน์ คูเป้ (Cayenne Coupé) ใหม่ ผสานภาพลักษณ์ที่ทรงพลังเข้ากับเส้นสายทรงหลังคาอันเป็นเอกลักษณ์ของปอร์เช่ 911 หรือที่เรียกว่า “Flyline” โดยในรุ่นคูเป้ จะมีความแตกต่างตั้งแต่บริเวณเสา A ไปจนถึงด้านท้าย พร้อมการออกแบบกระจกหน้าใหม่โดยเฉพาะสำหรับรุ่นคูเป้ สปอยเลอร์หลังแบบปรับอัตโนมัติผสานเข้ากับรถได้อย่างลงตัว รวมถึงการออกแบบกระจกหลังให้ผสานเข้ากับตัวถัง พร้อมลดจำนวนรอยต่อ ช่วยให้ดูสะอาดตาและทันสมัยมากยิ่งขึ้น

คาเยนน์  2

โทมัส สตาปเคอร์ (Thomas Stopka) หัวหน้าฝ่ายออกแบบภายนอก สไตล์ ปอร์เช่ (Style Porsche) กล่าวว่า “เส้นหลังคาที่ลาดลงอย่างนุ่มนวลทอดยาวเหนือสัดส่วนตัวถังที่กว้างอย่างสง่างาม เสริมลุคสปอร์ตที่ชัดเจนให้กับคาเยนน์ คูเป้ โดยเส้นสายที่ออกแบบอย่างโฉบเฉี่ยว สัดส่วนตัวถังที่กว้าง และกรอบกระจกข้างสีดำเงา ผสานกันเป็นการออกแบบที่สะท้อนถึงความสปอร์ตในทุกรายละเอียด คาเยนน์ คูเป้ อิเล็กทริค ใหม่ สะท้อนตัวตนอย่างโดดเด่นและพร้อมถ่ายทอดจิตวิญญาณรถสปอร์ตอย่างแท้จริง”

รูปทรงคูเป้พร้อมเส้นหลังคาที่ลาดลงช่วยลดแรงต้านอากาศ โดยมีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศเพียง 0.23 (ในรุ่นเอสยูวีมีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ 0.25) ทำให้คาเยนน์ คูเป้ อิเล็กทริค สามารถเพิ่มระยะทางการขับขี่รวมตามมาตรฐาน WLTP ได้สูงสุด 18 กิโลเมตร เมื่อเทียบกับรุ่นเอสยูวี หรือสูงสุดถึง 669 กิโลเมตรขึ้นอยู่กับรุ่น และระบบ Porsche Active Aerodynamics ที่มาพร้อมฟังก์ชันช่องรับอากาศเพื่อระบายความร้อนแบบปรับได้ และสปอยเลอร์หลังแบบปรับอัตโนมัติ

คาเยนน์  3

รูปทรงสปอร์ตผสานความอเนกประสงค์สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างลงตัว

คาเยนน์ คูเป้ รุ่นระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าเต็มรูปแบบ มีความยาว 4,985 มิลลิเมตร และความกว้าง 1,980 มิลลิเมตร (ไม่รวมกระจกมองข้าง) เท่ากับในรุ่นเอสยูวี แต่ความสูงสูงสุดของตัวรถลดลง 24 มิลลิเมตร อยู่ที่ 1,650 มิลลิเมตร โดยแม้ว่าจะมาพร้อมกับดีไซน์สปอร์ต รุ่นคูเป้ยังคงให้ความอเนกประสงค์สูง ด้วยพื้นที่เก็บสัมภาระ 5341 ถึง 1,347 ลิตร และช่องเก็บสัมภาระด้านหน้าที่รองรับเพิ่มอีก 90 ลิตร เบาะนั่งด้านหลังแบบ 2+1 พร้อมระบบปรับไฟฟ้า 2 ทิศทาง และเช่นเดียวกันกับในรุ่นเอสยูวี คาเยนน์ คูเป้ รองรับการติดตั้งชุดลากจูง พร้อมความสามารถในการลากสูงสุด 3.5 ตัน และมีแพ็กเกจออฟโรดเป็นตัวเลือกสำหรับลูกค้าที่ต้องการความแข็งแกร่งในการใช้งานมากยิ่งขึ้น

คาเยนน์  6

เปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อย

คาเยนน์ คูเป้ อิเล็กทริค นำเสนอ 3 รุ่นทางเลือกของตระกูลเอสยูวี และพร้อมเปิดให้สั่งจองแล้ววันนี้

  • คาเยนน์ คูเป้ อิเล็กทริค (Cayenne Coupé Electric) ให้พละกำลัง 300 กิโลวัตต์ (408 แรงม้า) พร้อมกำลังโอเวอร์บูสต์ในโหมด Launch Control ที่ 325 กิโลวัตต์ (442 แรงม้า) อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ใน 8 วินาที ความเร็วสูงสุด 230 กม./ชม. ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 7,050,000 บาท
  • คาเยนน์ เอส คูเป้ อิเล็กทริค (Cayenne S Coupé Electric) ให้พละกำลัง 400 กิโลวัตต์ (544 แรงม้า) พร้อมกำลังโอเวอร์บูสต์ในโหมด Launch Control ที่ 490 กิโลวัตต์ (666 แรงม้า) อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ใน 3.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. ราคาเริ่มต้นที่ 7,550,000 บาท
  • คาเยนน์ เทอร์โบ คูเป้ อิเล็กทริค (Cayenne Turbo Coupé Electric) ให้พละกำลัง 630 กิโลวัตต์ (857 แรงม้า) พร้อมกำลังโอเวอร์บูสต์ในโหมด Launch Control ที่ 850 กิโลวัตต์ (1,156 แรงม้า) อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ใน 5 วินาที ความเร็วสูงสุด 260 กม./ชม. ราคาเริ่มต้นที่ 9,950,000 บาท

โครงสร้างระบบช่วงล่างของรุ่นคูเป้ ใช้แนวทางเดียวกันกับในรุ่นเอสยูวี โดยคาเยนน์ คูเป้ มาพร้อมระบบช่วงล่างถุงลมปรับระดับได้ พร้อม Porsche Active Suspension Management (PASM) เป็นอุปกรณ์มาตรฐานและสามารถเลือกติดตั้งระบบช่วงล่าง Porsche Active Ride  เพิ่มเติมเฉพาะในรุ่นคาเยนน์ เอส คูเป้ อิเล็กทริคและคาเยนน์ เทอร์โบ คูเป้ อิเล็กทริค นอกจากนี้ยังมีระบบเลี้ยวล้อหลัง ซึ่งเพิ่มวงเลี้ยวสูงสุดถึง 5 องศาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับในรุ่นเทอร์โบ

คาเยนน์  5

ด้วยเทคโนโลยีแบตเตอรี่ 800 โวลต์ คาเยนน์ คูเป้ อิเล็กทริครองรับการชาร์จด้วยกำลังไฟสูงสุด 390 กิโลวัตต์ ผ่านเครื่องชาร์จ DC แบบเร็วที่รองรับ และภายใต้เงื่อนไขเฉพาะสามารถเพิ่มได้สูงสุดถึง 400 กิโลวัตต์2 ระบบชาร์จ AC รองรับกำลังไฟสูงสุด 11 กิโลวัตต์ ผ่านอุปกรณ์ชาร์จไฟที่ติดตั้งอยู่ภายในตัวรถ (On-board charger) โดยสามารถเลือกเปลี่ยนเป็น 22 กิโลวัตต์ได้เป็นอุปกรณ์เสริม

อุปกรณ์มาตรฐานที่ครบครันยิ่งขึ้น พร้อมแพ็กเกจ Lightweight Sport เป็นอุปกรณ์เสริม

คาเยนน์ คูเป้ อิเล็กทริค นำเสนอประสบการณ์ Porsche Driver Experience เช่นเดียวกับในรุ่นเอสยูวี โดยมอบประสบการณ์ที่เน้นผู้ขับขี่และระบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดดเด่นด้วยพื้นที่จอแสดงผลขนาดใหญ่ ประกอบด้วยมาตรวัดแบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ จอกลาง Flow Display จอสำหรับผู้โดยสาร และจอแสดงผลข้อมูลบนกระจกหน้าแบบ AR เป็นอุปกรณ์เสริม ระบบควบคุมแบบดิจิทัลและอนาล็อกทำงานร่วมกันอย่างลงตัว พร้อมการจัดวางตามหลักสรีรศาสตร์เพื่อการใช้งานที่สะดวก พร้อมระบบ Porsche Digital Interaction มุ่งเน้นการปรับแต่งเฉพาะบุคคลและการใช้งานที่เข้าใจง่าย ผ่านวิดเจ็ตที่ปรับแต่งได้ ธีมหน้าจอที่เลือกได้ และการรองรับแอปพลิเคชันจากภายนอก เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานที่เชื่อมต่อและปรับได้ตามความต้องการของผู้ขับขี่

คาเยนน์ 6

คาเยนน์ คูเป้ อิเล็กทริค มาพร้อมหลังคากระจกพาโนรามา และสามารถเลือกติดตั้งระบบ Variable Light Control ด้วยฟิล์มคริสตัลเหลวที่ปรับความทึบแสงด้วยไฟฟ้า รวมถึงแพ็กเกจสปอร์ตโครโน (Sport Chrono) ซึ่งทำให้อุปกรณ์มาตรฐานของรุ่นคูเป้มีความครบครันกว่ารุ่นเอสยูวี นอกจากนี้ปอร์เช่ยังนำเสนอแพ็กเกจ Lightweight Sport เป็นอุปกรณ์เสริมสำหรับรุ่นคูเป้ โดยสามารถลดน้ำหนักตัวรถได้สูงสุดถึง 17.6 กิโลกรัม ขึ้นอยู่กับรุ่น ภายในแพ็กเกจประกอบด้วยหลังคาคาร์บอนน้ำหนักเบา ชิ้นส่วนตกแต่งคาร์บอน ล้อขนาด 22 นิ้วเฉพาะแพ็กเกจ และยางสมรรถนะสูง ห้องโดยสารเน้นความสปอร์ตอย่างชัดเจน ด้วยเบาะนั่งหุ้มผ้าลาย Pepita แบบคลาสสิก เพดาน Race-Tex และพื้นผิวคาร์บอนไม่เคลือบเงา อีกทั้งยังสามารถเลือกผสานแพ็กเกจ Lightweight Sport กับเบาะหนังสีดำ และระบบเบาะหลังแบบ 2+1 ได้เป็นอุปกรณ์เสริม