Saturday, January 17, 2026
Home Blog

“เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย” เปิดตัว ‘X9 Executive’ รุ่นย่อยใหม่ ‘Special Color Edition’ พร้อมประกาศตรึงราคาทุกรุ่น ในงาน XPENG ROADSHOW 2026 

0
เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย 1

เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับพรีเมียม-ไฮเทค ‘เอ็กซ์เผิง’ ภายใต้บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA คึกคักรับปีใหม่ เปิดตัวรถตู้ไฟฟ้าทรงสปอร์ตอัจฉริยะยอดนิยม สีพิเศษ ‘X9 Executive Special Color Edition’ ประกาศความสำเร็จของ X9 ที่สามารถคว้ายอดจดทะเบียนสะสมอันดับ 1 กลุ่มรถตู้ไฟฟ้าของไทย ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 นอกจากนี้ยังยกทัพ เอ็กซ์เผิง มาครบทุกรุ่น พร้อมนโยบายตรึงราคาแม้โครงสร้างภาษีมีการเปลี่ยนแปลง ในงาน XPENG ROADSHOW 2026 ระหว่างวันที่ 15-18 มกราคม 2569 บริเวณชั้น 1 โซน B ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว

เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย 2

อภิวันท์ สิงห์ทวีศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย กล่าวว่า “ปี 2568 นับเป็นปี
แห่งความสำเร็จของ เอ็กซ์เผิง ในประเทศไทย ด้วยยอดส่งมอบสะสมกว่า 4,000 คัน ตั้งแต่เริ่มทำตลาดในประเทศไทย สะท้อนความเชื่อมั่นของตลาด ที่มีต่อแบรนด์อย่างชัดเจน ปี 2569 เราพร้อมยกระดับประสบการณ์ AI Mobility ผ่านยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ รุ่น G6 และ X9 อย่างมั่นใจ และขอใช้โอกาสต้อนรับปีใหม่ เปิดตัว ‘X9 Executive Special Color Edition’ เพื่อตอกย้ำความสำเร็จ ในฐานะที่ X9 ครองยอดจดทะเบียนสะสมอันดับ 1 ช่วงครึ่งปีหลัง ในกลุ่มรถตู้ไฟฟ้า

เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย 3

สำหรับการขับเคลื่อนธุรกิจในปี 2569 จะดำเนินการภายใต้กลยุทธ์ ‘The Next Bold Move’ มุ่งเน้น
การเติบโตอย่างรอบด้าน และขยายเครือข่ายการให้บริการสู่ 21 สาขาทั่วประเทศ รวมถึงยกระดับภาพลักษณ์จากแบรนด์เทคโนโลยี สู่การเป็นแบรนด์ที่ผสานนวัตกรรม ดีไซน์ และไลฟ์สไตล์ เสริมมิติความเป็น Active, Young และ Dynamic ผ่านกิจกรรมไลฟ์สไตล์และกีฬา เพื่อขยายการรับรู้ในวงกว้าง”

++นโยบายตรึงราคา มอบสิ่งที่ดีที่สุด เพื่อลูกค้าทุกท่าน  

จากกรณีที่ภาครัฐมีการปรับโครงสร้างอัตราภาษี ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนในอุตสาหกรรมรถยนต์โดยรวม เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย จะยังไม่มีการปรับขึ้นราคาจำหน่ายในช่วงนี้ โดยให้ความสำคัญกับการดูแลลูกค้า และการรักษาเสถียรภาพของตลาด พร้อมบริหารจัดการต้นทุนและวางแผนเชิงกลยุทธ์อย่างรอบคอบ เพื่อให้ลูกค้ายังคงสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการของ เอ็กซ์เผิง ได้อย่างต่อเนื่องและมั่นใจ ทั้งนี้ จะมีการติดตามสถานการณ์ต้นทุนและนโยบายภาครัฐอย่างใกล้ชิด โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของลูกค้า และความยั่งยืนของธุรกิจในระยะยาวเป็นสำคัญ

++ X9 Executive Special Color Edition โดดเด่นด้วยสี Matte Gray และล้อดีไซน์พิเศษแบบ Starlight Floating ผสานเทคโนโลยีสุดล้ำ

เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย 3

รถตู้ไฟฟ้าทรงสปอร์ตอัจฉริยะ ที่มาพร้อมเฉดสีภายใน Moon Shadow Coffee และ Meteorite Black นั่งสบายด้วยเบาะแถวที่สองแบบโซฟา พร้อมฟังก์ชั่น Zero-Gravity ปรับไฟฟ้าได้ 14 ทิศทางและช่องทางเดินระหว่างเบาะแถวที่สอง รวมถึงที่ชาร์จแบบไร้สาย หนึ่งเดียวในคลาสที่เบาะแถวสามสามารถพับราบด้วยไฟฟ้าเพียงหนึ่งสัมผัส และเทคโนโลยีเลี้ยว 4 ล้อ รัศมีวงเลี้ยวเพียง 5.4 เมตร นับว่าเป็นรถตู้ไฟฟ้าที่คล่องตัวที่สุดเท่าที่เคยมีมา อีกทั้งยังผสานการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีแบตเตอรี่ 800 โวลต์ ที่สามารถชาร์จไฟจาก 10%–80% ได้ในเวลาเพียง 20 นาที รองรับความเร็วในการชาร์จสูงสุดถึง 317 กิโลวัตต์ แบตเตอรี่ NCM ขนาด 101.5 กิโลวัตต์ ชาร์จไฟเต็มขับได้ไกลสุด 690 กิโลเมตร (NEDC)

เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย 5

 ++ G6 ยกระดับมาตรฐานเทคโนโลยีแบตเตอรี่ ในราคาที่จับต้องได้ เริ่มต้น 1.189 ล้านบาท

เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย 6

เอ็กซ์เผิง G6 The NEXT Intelligent SUV ดีไซน์ภายนอกสุดล้ำ คงเอกลักษณ์ Robot Face ด้วย Full-width Integrated Daytime Running Light ด้านหน้า เสริมความสปอร์ตด้วยฝาท้ายดีไซน์แบบ Ducktail
และกันชนท้ายแบบ C-Ring ล้ออัลลอย Five-spoke ขนาด 20 นิ้ว ทุกรุ่นย่อยมาพร้อมเทคโนโลยีแบตเตอรี่ 800 โวลต์ 5C AI Battery Ultra-fast Charging แบบ LFP ขนาดสูงสุด 80.8  กิโลวัตต์ชั่วโมง รองรับกำลังในการชาร์จแบบกระแสตรง (DC) สูงสุด 451 กิโลวัตต์ สามารถชาร์จจาก 10-80% ในเวลาเพียง 12 นาที ชาร์จไฟเต็มวิ่งได้ไกลสุด 600 กิโลเมตร (NEDC) นับเป็นรุ่นที่ชาร์จเร็วและใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด เทียบกับรถยนต์ไฟฟ้าเอสยูวี ในระดับราคาและขนาดแบตเตอรี่ใกล้เคียงกัน

 ++ สิทธิพิเศษเมื่อจอง เอ็กซ์เผิง ทุกรุ่น ภายในงาน และที่โชว์รูม เอ็กซ์เผิง ทุกสาขา ถึง 31 มกราคมนี้

  • บัตรชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า มูลค่า 20,000 บาท (X9 Executive และ G6 Standard Range)*
  • ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อมพรบ. นาน 1 ปี (G6)* และ 2 ปี (X9)*
  • Wallbox Charger พร้อมติดตั้ง*
  • เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบพกพา*
  • รับประกันคุณภาพรถยนต์ นาน 5 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร*
  • รับประกันแบตเตอรี่ และมอเตอร์ขับเคลื่อน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร*
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี*
  • พิเศษ คะแนนสะสม MOBILIFE 6,000 คะแนน (G6)* และ 9,000 คะแนน (X9)*

เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย 9

New G6 Standard Range ราคา 1,189,000 บาท*

New G6 Long Range ราคา 1,349,000 บาท*

New G6 AWD Performance ราคา 1,489,000 บาท*

X9 EXECUTIVE ราคา 2,499,000 บาท*

X9 LUXURY ราคา 2,749,000 บาท*

เชิญสัมผัสและทดลองขับ เอ็กซ์เผิง ทุกรุ่น ได้ที่งาน XPENG ROADSHOW 2026 ระหว่างวันที่ 15-18 มกราคม 2569 ชั้น 1 โซน B ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว และโชว์รูม เอ็กซ์เผิง ทั้ง 15 สาขา ทั่วประเทศ

 

  “GWM” กับยอดขายทั่วโลกทะลุ 1.32 ล้านคัน ในปี 2568 พร้อมกวาด 4 รางวัลระดับนานาชาติ การันตีความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีอัจฉริยะ

0
GWM (Thailand) 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา GWM ประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่นด้วย ยอดจำหน่ายรวมทั่วโลก 1,323,672 คัน เติบโต 7.33% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา สร้างสถิติสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ ขณะที่ยอดจำหน่ายรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) อยู่ที่ 403,653 คัน เพิ่มขึ้น 25.44% ทำสถิติสูงสุดใหม่เช่นกัน และยอดจำหน่ายในตลาดต่างประเทศรวม 506,066 คัน เติบโต 11.68% เมื่อเทียบกับปีก่อน นับเป็นสถิติสูงสุดตลอดกาล สะท้อนถึงการเติบโตอย่างมั่นคงทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพบนเวทีโลก

GWM (Thailand) 2

นอกจากความสำเร็จด้านยอดขาย GWM ยังคว้า 4 รางวัลอันทรงเกียรติ จากเวที “2025 Gaogong Intelligent Vehicle Industry Summit” ณ เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ได้แก่ รางวัลด้านนวัตกรรมห้องโดยสารอัจฉริยะ (2025 AI Cockpit Innovation Benchmark Award), รางวัล 2025 Mass Production Leadership, รางวัล 2025 AI Chassis Innovation Benchmark และรางวัลด้านการพัฒนาระดับโลก (2025 Global Market Development Pioneer)  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง WEY G9 ที่คว้าไปถึง 2 รางวัลใหญ่ ทั้งในด้านนวัตกรรมห้องโดยสารอัจฉริยะและระบบหน้าจอที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน TÜV สะท้อนถึงมาตรฐานใหม่ของรถหรูอัจฉริยะระดับโลก โดยรางวัลทั้ง 4 นี้สะท้อนถึงความสำเร็จแห่งปี 2568 ด้วยนวัตกรรมที่ล้ำหน้าและคุณภาพที่เหนือกว่าของรถยนต์ของ GWM ได้อย่างเต็มภาคภูมิ โดยมี WEY G9 เป็นรุ่นเรือธงในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ระดับพรีเมียมและสร้างนิยามใหม่ ให้กับยานยนต์อัจฉริยะของโลก

GWM (Thailand) 3

WEY G9* ไฮไลต์แห่งความสำเร็จ

ภายใน 4 รางวัลที่ได้รับ หนึ่งในจุดเด่นที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือ WEY G9 รถยนต์ MPV รุ่นเรือธงจาก GWM ที่คว้าไปถึง 2 รางวัลใหญ่ ได้แก่

  • รางวัลด้านนวัตกรรมห้องโดยสารอัจฉริยะ (2025 AI Cockpit Innovation Benchmark Award): จากระบบเสียงพาโนรามา Coffee AI Sound ที่ผสานอัลกอริทึม AI เฉพาะของ GWM เข้ากับฮาร์ดแวร์สมรรถนะสูงและลำโพงประสิทธิภาพสูงกว่า 20 ตำแหน่ง รองรับมาตรฐาน Dolby Atmos เต็มรูปแบบ พร้อมเทคโนโลยีแปลงเสียงสเตอริโอเป็นรอบทิศทางแบบเรียลไทม์ มอบประสบการณ์การฟังดื่มด่ำเสมือนเป็นโรงภาพยนตร์เคลื่อนที่
  • รางวัล 2025 Mass Production Leadership: จากระบบหน้าจอภายใน WEY G9 ที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยถือเป็นโซลูชันหน้าจอในรถยนต์ชุดแรกของโลกที่ได้รับการรับรองจาก TÜV Rheinland (องค์กรอิสระที่มีชื่อเสียงระดับโลกด้านการตรวจสอบความปลอดภัย คุณภาพ และมาตรฐานสิ่งแวดล้อม) ทั้งด้านการทำงานแบบไร้การกะพริบ (Flicker-Free) และการปล่อยแสงสีน้ำเงินต่ำ (Low Blue Light) พร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ความละเอียดระดับเรตินา 5K และ 3K (PPI 188 และ 191 ตามลำดับ) เคลือบผิวป้องกันแสงสะท้อนพิเศษ และรองรับมาตรฐานสี P3 Cinema-Grade Wide Color Gamut เพื่อภาพที่คมชัด สีสันสดใส และสบายตาในทุกการใช้งาน มอบประสบการณ์การรับความบันเทิงชมระดับโรงภาพยนตร์ภายในห้องโดยสาร

2 รางวัลนี้นับป็นการตอกย้ำว่า WEY G9 พร้อมแล้วที่จะยกระดับมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถหรูอัจฉริยะระดับโลก และเป็นโมเดลที่จะเข้ามาเติมเต็มพอร์ตโฟลิโอระดับไฮเอนด์ของ GWM ในอนาคตอันใกล้

GWM (Thailand) 4

มุ่งสู่อนาคตยานยนต์อัจฉริยะและการขยายตลาดทั่วโลก

นอกจาก WEY G9 แล้ว GWM ยังคว้าอีก 2 รางวัลสำคัญ ได้แก่

  • รางวัล 2025 AI Chassis Innovation Benchmark: จากเทคโนโลยี AI Chassis ที่ยกระดับการควบคุมรถยนต์แบบองค์รวม ผสานระบบขับขี่อัจฉริยะ ห้องโดยสาร และการควบคุมยานพาหนะให้ทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ ระบบสามารถประมวลผลแบบเรียลไทม์ ครอบคลุมทั้งการขับเคลื่อน 4 ล้อ เบรก การบังคับเลี้ยว และระบบกันสะเทือน มอบประสบการณ์ขับขี่ที่เหนือกว่าใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ ความยืดหยุ่นสูง ความสบายเหนือระดับ การทำงานอัจฉริยะ และความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น ตอกย้ำบทบาทของ GWM ในการพลิกโฉมยานยนต์จากเพียง “พาหนะเพื่อการเดินทาง” สู่ “ยานยนต์อัจฉริยะในองค์รวม”
  • รางวัลด้านการพัฒนาระดับโลก (2025 Global Market Development Pioneer): จากความสำเร็จของ GWM ในการขยายธุรกิจสู่เวทีสากล ด้วยกลยุทธ์รอบด้านที่ผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะ การวิจัยและพัฒนาทั่วโลก และการดำเนินงานเชิงท้องถิ่น ทำให้ GWM สามารถตั้งศูนย์วิจัยและโรงงานผลิตครบวงจรในหลายประเทศ พร้อมยอดขายสะสมทั่วโลกทะลุ 2 ล้านคัน ปัจจุบัน GWM ดำเนินธุรกิจในกว่า 170 ประเทศ และมียอดขายต่างประเทศเติบโตต่อเนื่อง เช่น GWM TANK 300 Hi4-T ที่เปิดตัวในบราซิล GWM POER Hi4-T ที่คว้ารางวัลในออสเตรเลีย GWM P-Series ที่ครองตลาดชิลี และ NEW GWM TANK 300 DIESEL ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในประเทศไทย ความสำเร็จนี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากการส่งออกผลิตภัณฑ์ไปสู่การส่งออกระบบนิเวศภายใต้กลยุทธ์ ONE GWM ที่มุ่งสร้างมาตรฐานใหม่ของแบรนด์ยานยนต์คุณภาพของจีนบนเวทีโลก

GWM (Thailand) 5

การคว้ารางวัลระดับนานาชาติทั้ง 4 รายการในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการยืนยันถึงศักยภาพด้านนวัตกรรม เทคโนโลยีอัจฉริยะ และความแข็งแกร่งบนเวทีโลกของ GWM แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณถึงก้าวต่อไปที่ยิ่งใหญ่ยิ่งขึ้น โดย GWM ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาและนำเสนอยานยนต์ที่ปลอดภัย ฉลาดล้ำ และใส่ใจผู้ใช้ เพื่อสร้างคุณค่าและประสบการณ์ที่เหนือกว่าให้กับลูกค้าทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง

GWM (Thailand) 8

*เทคโนโลยีและคุณสมบัติของรถยนต์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดและเงื่อนไขของแต่ละตลาด

 

 

“ฮอนด้า”ชวนตรวจสภาพรถรับปีใหม่ กับแคมเปญสุดพิเศษ “Happy Holiday Happy Plus! เที่ยวทั่วไทย คุ้มสบายใจ” พร้อมโปรแรงผ่อนค่าใช้จ่าย 0% นานสูงสุด 8 เดือน  

0
ฮอนด้า 1

การนำรถยนต์เข้าศูนย์บริการตามตารางเช็คระยะเปรียบเสมือนการ “ตรวจสุขภาพร่างกายประจำปี” ของรถยนต์ ซึ่งเป็นการตรวจเช็กสภาพความพร้อมของชิ้นส่วนต่าง ๆ ตามระยะทางหรือระยะเวลาที่กำหนด ช่วยให้ใช้งานอย่างปลอดภัยอยู่เสมอ และเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาในระยะยาว ทำให้คุณมั่นใจได้ว่ารถยนต์ของคุณจะพร้อมใช้งานทุกการเดินทาง

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เชิญครอบครัวฮอนด้าเข้ามาเช็กลิสต์ความอุ่นใจพร้อมรับปีใหม่ด้วยบริการตรวจสภาพรถฟรีกับแคมเปญสุดพิเศษ “Happy Holiday Happy Plus! เที่ยวทั่วไทย คุ้มสบายใจ” ด้วยการดูแลครบวงจรโดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ มาตรฐานฮอนด้า ด้วยอะไหล่แท้คุณภาพสูง พร้อมการรับประกันอะไหล่และงานซ่อม ประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว และเพิ่มมูลค่ารถยนต์เมื่อขายต่อ อีกทั้งรับสิทธิพิเศษผ่อนค่าใช้จ่าย 0% นานสูงสุด 8 เดือน* สำหรับงานบริการทุกประเภท และโปรแกรมผ่อนยาง 0% นานสูงสุด 10 เดือน* พร้อมส่วนลดผลิตภัณฑ์อื่นๆอีกหลายรายการสูงสุด 20%* ได้สิทธิ์ทั้งรถใหม่ รถเก่า และรถมือสอง เพียงนัดหมายและเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการรถยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2569 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2569 # รถฮอนด้า ต้องศูนย์ฮอนด้าเท่านั้น!!!

คุ้มค่ากว่าที่เคย ! งานบริการทุกประเภท ผ่อนชำระค่าใช้จ่าย 0% ได้นานสูงสุด 8 เดือน ขั้นต่ำเพียง 3,000 บาท

  • งานเช็กระยะ งานซ่อมทั่วไป งานซ่อมสีและตัวถัง ผ่อนชำระ 0% นานสูงสุด 8 เดือน* กับบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ โดยมียอดใช้จ่ายเพียง 3,000 บาทขึ้นไป

สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าครอบครัวฮอนด้ารถใหม่ อายุไม่เกิน 1 ปี* (*นับจากวันส่งมอบรถใหม่)

  • รับส่วนลดค่าแรงและค่าอะไหล่เพิ่มเติมสูงสุดถึง 7%* เมื่อซื้อแพ็กเกจเช็กระยะ “เพย์เซฟ 6 หรือ 10” (ส่วนลดเพิ่มเติมจากเดิมที่แพ็กเกจเพย์เซฟ 6 และ 10 ให้ 15% รวมกันได้ส่วนลดสูงสุด 22%* ตลอดอายุแพ็กเกจ)

สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าครอบครัวฮอนด้ารถอายุ 5 ปีขึ้นไป* (รถโมเดลปี 19XX – 2020)

  • รับส่วนลดค่าแรงและค่าอะไหล่เพิ่มเติม 5%* เมื่อซื้อแพ็กเกจเช็กระยะ “เพย์เซฟ 4” (ส่วนลดเพิ่มเติมจากเดิมที่แพ็กเกจเพย์เซฟ 4 ให้ 15% รวมกันได้ส่วนลดสูงสุด 20%* ตลอดอายุแพ็กเกจ)

รับส่วนลดเพิ่มเติม 5%* เมื่อซื้อแพ็กเกจเช็กระยะ “เพย์เซฟอุ่นใจ”

  • เมื่อซื้อ “เพย์เซฟอุ่นใจ”* (แพ็กเกจเช็ก 4 ระยะ ขยายอายุการใช้งานนานถึง 30 เดือน พร้อมรับส่วนลดค่าแรงและค่าอะไหล่ 10% พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงฟรี 2 ปี และได้รับส่วนลดเพิ่มเติมจากเดิมที่ให้ 10% รวมกันได้ส่วนลดสูงสุด 15%* ตลอดอายุแพ็กเกจ)

สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าครอบครัวฮอนด้าทุกคน

  • บริการตรวจสภาพรถยนต์ฟรี (ตามรายการที่กำหนด*)
  • ส่วนลด 200 บาท สำหรับแบตเตอรี่ทางเลือกยี่ห้อ GS* และ PUMA*
  • ส่วนลด 10% สำหรับผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ที่กำหนด*
    1. ผลิตภัณฑ์บำรุงรักษาเครื่องยนต์ (Engine Oil Treatment)
    2. ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดระบบฉีดจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง (Gasoline Treatment)
  • ส่วนลด 10% ผ้าเบรก
  • ซื้อยางรถยนต์ยี่ห้อใด รุ่นใดก็ได้ครบ 4 เส้น รับฟรี กระเป๋าสะพายข้าง
  • แคมเปญยางรถยนต์หลากหลายรุ่น* และยี่ห้อ* อาทิ ซื้อ 3 แถม 1* และส่วนลดสูงสุด 3,200 บาท*
  • ซื้อผลิตภัณฑ์หรือเคมีภัณฑ์ตามรายการต่อไปนี้ ครบ 2 รายการ รับฟรี กระเป๋าเก็บความเย็น 1 ใบ คละสี
    1. แบตเตอรี่ยี่ห้อ PUMA* หรือ GS*
    2. ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดระบบปรับอากาศ (Evaporator Cleaner)
    3. ผลิตภัณฑ์บำรุงรักษาเครื่องยนต์ (Engine Oil Treatment)
    4. ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดระบบฉีดจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง (Gasoline Treatment)

สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าครอบครัวฮอนด้าที่รถอายุ 10 ปีขึ้นไป (ปี 19XX – 2015)

  • รับส่วนลด 20% ผลิตภัณฑ์กรองน้ำมันเครื่อง*
  • รับส่วนลด 20% ผลิตภัณฑ์กรองอากาศ*
  • รับส่วนลด 10% อะไหล่ช่วงล่างกลุ่มปีกนก*

โปรโมชันพิเศษ สำหรับยางรถยนต์ผ่อนชำระ

  • ยางรถยนต์ ผ่อนชำระ 0% นานสูงสุด 10 เดือน* กับบัตรเครดิตธนาคารที่ร่วมรายการ ยอดใช้จ่าย
    ขั้นต่ำ 2,000 บาท
  • แคมเปญยาง Yokohama ซื้อ 3 แถม 1 หรือ ครบ 4 เส้น รับส่วนลด 1,280-3,200 บาท
  • แคมเปญยาง Goodyear ซื้อ 3 แถม 1, ครบ 4 เส้น รับส่วนลด 500-3,600 บาท หรือ พิเศษ ซื้อ 3 แถม 1

พร้อมรับฟรี กระเป๋าเดินทางกู๊ดเยียร์

  • แคมเปญยาง Dunlop ซื้อ 3 แถม 1 หรือ ครบ 4 เส้น รับส่วนลด 600-2,800 บาท
  • แคมเปญยาง Bridgestone รับส่วนลดเส้นละ 250-500 บาท
  • แคมเปญยาง Hankook รับส่วนลดเส้นละ 300 บาท
  • แคมเปญซื้อยางรถยนต์ ครบ 4 เส้น รับฟรี กระเป๋าสะพายข้าง หรือ กระเป๋าเก็บความเย็น (คละสี)

แคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้ารถฮอนด้ามือสอง เพียงนำรถมาอัปเดตข้อมูลเจ้าของคนใหม่ที่ศูนย์บริการครั้งแรก รับสิทธิพิเศษ Welcome to Honda Family จัดเต็มส่วนลดต่อดังนี้ทันที

  • เปลี่ยนน้ำมันเครื่องฮอนด้าสังเคราะห์แท้ รวมค่าแรง เริ่มต้นเพียง 899 บาท***
  • ส่วนลด 20% สำหรับน้ำมันเกียร์
  • ส่วนลด 20% สำหรับน้ำยาหม้อน้ำ
  • ส่วนลด 20% สำหรับน้ำมันเบรก

ขอเชิญชวนลูกค้าครอบครัวฮอนด้าพารถยนต์คู่ใจเข้ารับบริการสุดคุ้ม กับแคมเปญ “Happy Holiday Happy Plus! เที่ยวทั่วไทย คุ้มสบายใจ” ได้ที่ศูนย์บริการรถยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ หรือศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง (Honda Call Center) โทร. 0 2341 7777
อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

  • เว็บไซต์: honda.co.th
  • Facebook Official Account: Honda Thailand
  • LINE Official Account: @honda-thailand

 

 

“โรงงานฟอร์ด” ตอกย้ำความมุ่งมั่นดูแลพนักงานทุกมิติ คว้ารางวัลสถานประกอบกิจการต้นแบบ Total Worker Health ประจำปี 2568

0
ฟอร์ด 1

บริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ โรงงานเอฟทีเอ็ม ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดูแลบุคลากรอย่างครอบคลุมในทุกมิติ โดยได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 13 โรงงานต้นแบบระดับประเทศที่ได้รับรางวัล ‘สถานประกอบกิจการต้นแบบด้านการดูแลสุขภาพคนงานแบบองค์รวม’ (Total Worker Health) ประจำปี 2568 โดยนายนพวัตติ์ นิธิดำรงค์รัตน์ ผู้จัดการฝ่ายความปลอดภัยและอาชีวอนามัย เป็นตัวแทนรับมอบโล่รางวัลจาก เรือเอก สาโรจน์ คมคาย อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

ฟอร์ด 2

ความสำเร็จในครั้งนี้สืบเนื่องมาจาก ‘โครงการพัฒนากลไกการสร้างเสริมสุขภาวะในองค์กร’ โดยกองความปลอดภัยแรงงาน ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซึ่งเอฟทีเอ็มได้รับเชิญให้เข้าร่วมในฐานะสถานประกอบกิจการที่มีผลงานด้านสุขภาวะโดดเด่นอย่างต่อเนื่อง โดยโรงงานได้ผ่านการอบรมและพัฒนาระบบการดูแลพนักงานอย่างเข้มข้น เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและสุขอนามัยให้ครอบคลุมทุกมิติชีวิตของพนักงาน

ฟอร์ด 3

ไฮไลต์สำคัญที่ทำให้เอฟทีเอ็มได้รับรางวัล คือ การนำเสนอโครงการ Employee Assistance Program’ (EAP) หรือ โปรแกรมให้คำปรึกษาแก่พนักงานที่เน้นการดูแลด้านสุขภาพจิตใจอย่างจริงจัง โดยมีนักจิตวิทยามืออาชีพคอยให้คำแนะนำและกำกับดูแล ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตอย่างเป็นรูปธรรม จนสามารถผ่านเกณฑ์การประเมินที่เข้มงวดทั้ง 6 ด้าน และได้รับเลือกให้เป็นโรงงานต้นแบบในที่สุด

ฟอร์ด 4

“รางวัล Total Worker Health คือ ความภาคภูมิใจที่สะท้อนว่า ฟอร์ดให้ความสำคัญกับ ‘พนักงาน’ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญขององค์กร” นายนพวัตติ์ นิธิดำรงค์รัตน์ ผู้จัดการฝ่ายความปลอดภัย และอาชีวอนามัย โรงงานเอฟทีเอ็ม กล่าว “เหนือสิ่งอื่นใดการได้รับเลือกเป็น 1 ใน 13 โรงงานต้นแบบครั้งนี้ จะเป็นแรงผลักดันให้เรามุ่งมั่นสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เปี่ยมด้วยความสุขและความปลอดภัย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพนักงานทุกคนอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพใจที่เป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญไม่แพ้เรื่องอื่น และได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากฝ่ายบริหาร”

 

หัวใจหลักในการบริหารจัดการด้านสุขภาวะของฟอร์ดประกอบด้วย 6 ด้านสำคัญ ดังนี้:

  1. นโยบายที่เข้มแข็งและชัดเจน: ขับเคลื่อนและสื่อสารนโยบายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสุขภาวะองค์กรสู่พนักงานและผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ โดยถ่ายทอดเป็นพันธกิจที่เหมาะสม พร้อมกำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัด (KPIs) ที่ชัดเจน และมีการทบทวนผลการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ
  2. พลังสนับสนุนจากผู้นำ: ฝ่ายบริหารไม่เพียงสนับสนุนด้านงบประมาณ แต่ยังลงมือปฏิบัติเป็นต้นแบบ โดยเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมสุขภาวะอย่างต่อเนื่อง อาทิ การแข่งขันกีฬาฟุตบอล วอลเลย์บอล การวิ่ง และโยคะ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับทีมงาน
  3. การมีส่วนร่วมในทุกมิติ: ส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมในกิจกรรมสร้างสรรค์สังคมและสุขภาพ ทั้งการบริจาคโลหิต การมอบทุนการศึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพพนักงาน การจัดอบรมโดยวิทยากรด้านการออกกำลังกาย รวมถึงการรณรงค์ให้ความรู้เรื่องโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) กิจกรรมวันสุขภาพจิตโลก และการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
  4. กลไกการทำงานที่มีประสิทธิภาพ: ดำเนินงานผ่านความร่วมมือของคณะกรรมการลูกจ้างและคณะกรรมการความปลอดภัย (คปอ.) เพื่อร่วมกันวางระบบการดำเนินงานที่คล่องตัว เห็นผลลัพธ์เป็นรูปธรรม และตอบสนองต่อสวัสดิภาพของพนักงานอย่างแท้จริง
  5. การบูรณาการแบบองค์รวม: ผสานมิติด้านความปลอดภัยและสุขภาวะให้เป็นเนื้อเดียวกันตามแนวทาง Total Worker Health เพื่อการดูแลพนักงานที่ครอบคลุมทั้งร่างกายและจิตใจ
  6. การตอบโจทย์ความต้องการของพนักงาน: มุ่งเน้นโครงการที่เข้าถึงปัญหาและช่วยเหลือพนักงานได้จริง เช่น โครงการ ‘Employee Assistance Program’ (EAP) ที่ให้คำปรึกษาโดยนักจิตวิทยามืออาชีพ เพื่อประคับประคองสุขภาพจิตของพนักงานในทุกสถานการณ์

“อีซูซุ” สานต่อความร่วมมือ มอบชุดอุปกรณ์สื่อการสอนแก่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นปีที่ 18

0
อีซูซุ 1

มูลนิธิกลุ่มอีซูซุ ร่วมกับสถาบันฝึกอบรมตรีเพชรอีซูซุ มอบชุดอุปกรณ์สื่อการสอนด้านวิศวกรรมยานยนต์ มูลค่ารวม 350,000 บาท ให้แก่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนและส่งเสริมการพัฒนาบุคลากร    ด้านวิศวกรรมยานยนต์ของประเทศไทย โดยมีศาสตราจารย์ ดร.สัญญา มิตรเอม คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมด้วยคณาจารย์จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมเป็นผู้รับมอบ

อีซูซุ 2

โครงการความร่วมมือระหว่างกลุ่มอีซูซุและคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นี้ ได้ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2551 โดยมีเป้าหมายในการสนับสนุนเครื่องมือและอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการเรียนการสอนด้านยานยนต์ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพทางวิชาการและทักษะเชิงปฏิบัติของนักศึกษา  ให้สามารถนำความรู้ไปต่อยอดและตอบสนองต่อความต้องการของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ได้อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต

“ฮอนด้า” เตรียมปรับใช้โลโก้ “H mark” ใหม่ สำหรับธุรกิจรถยนต์ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการมุ่งขับเคลื่อนธุรกิจรถยนต์ฮอนด้าสู่อนาคต

0
ฮอนด้า 1

บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ประกาศเตรียมนำใช้โลโก้ H mark ที่ปรับดีไซน์ใหม่ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการมุ่งขับเคลื่อนธุรกิจรถยนต์ฮอนด้าสู่อนาคต

ตั้งแต่เริ่มนำโลโก้ H mark มาใช้ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1963 เพื่อเป็นสัญลักษณ์แทนรถยนต์ฮอนด้า โดยโลโก้ H mark นี้ได้ถูกนำใช้สำหรับผลิตภัณฑ์รถยนต์และกิจกรรมทางธุรกิจต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งมีการปรับเปลี่ยนดีไซน์หลายครั้งในช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา

โลโก้ H mark ได้รับการปรับโฉมใหม่ควบคู่ไปกับการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าเจเนอเรชันใหม่ ซึ่งรวมถึงไลน์อัป Honda 0 Series ซึ่งได้รับการพัฒนาภายใต้ความมุ่งมั่นในการ “สร้างสรรค์รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ของฮอนด้า โดยเริ่มต้นจากศูนย์ ย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นของการเป็นผู้ผลิตรถยนต์ของฮอนด้า” นอกจากนี้ การปรับดีไซน์โลโก้ดังกล่าวไม่เพียงแค่เปลี่ยนรูปลักษณ์ แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นและวิสัยทัศน์ขององค์กรที่พร้อมมุ่งหน้าสู่ความท้าทายและนวัตกรรมใหม่ ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง

โลโก้ H mark ใหม่ มีแผนที่จะเริ่มปรับใช้กับทั้งกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าเจเนอเรชันใหม่และกลุ่มรถยนต์ไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ โดยจะเริ่มต้นกับรุ่นรถยนต์ที่มีแผนเปิดตัวเข้าสู่ตลาดในปี ค.ศ. 2027 เป็นต้นไป

โลโก้H mark” ใหม่ สัญลักษณ์ที่สะท้อนภาพลักษณ์ธุรกิจรถยนต์ฮอนด้า

นอกจากนี้ ฮอนด้ายังเตรียมขยายขอบเขตการใช้โลโก้ H mark ใหม่ เพื่อสื่อถึงอัตลักษณ์ของธุรกิจรถยนต์ฮอนด้าในทุกมิติ ผ่านทั้งผลิตภัณฑ์และทุกจุดที่สามารถสร้างประสบการณ์ให้แก่ลูกค้า อาทิ โชว์รูมและศูนย์บริการ การสื่อสาร และกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตสำหรับรถยนต์ เป็นต้น

ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์สู่ยุคพลังงานไฟฟ้าและเทคโนโลยีอัจฉริยะ โลโก้ H mark ใหม่นี้ คือตัวแทนของ “การเกิดใหม่ครั้งที่สองของแบรนด์ฮอนด้า” ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของฮอนด้าในการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ด้วยการส่งมอบคุณค่าใหม่ที่เหนือความคาดหมายของลูกค้า ด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ผสานแนวคิดอันสร้างสรรค์ และวิธีการทำงานใหม่ๆ ที่มีประสิทธิภาพ

 

 

“GWM” ออกแคมเปญ “รับประกันความพร้อมของอะไหล่ภายใน 7 วัน” สร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าในระยะยาว เร่งเครื่องสู่เป้าหมายแบรนด์รถยนต์จีนอันดับ 1 ด้านบริการหลังการขายในไทย

0
GWM 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ภายใต้แนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” เดินหน้าตอกย้ำการเป็นผู้นำแบรนด์รถยนต์จีนยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ “ประสบการณ์หลังการขาย” ไม่แพ้คุณภาพของรถที่เปี่ยมด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการเดินทางที่ล้ำหน้า ด้วยการเปิดตัวแคมเปญ “GWM รับประกันความพร้อมของอะไหล่ภายใน 7 วัน” มุ่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้ากับข้อกังวลที่ใหญ่ที่สุดของคนไทยที่มีต่อแบรนด์รถยนต์จีน ทั้งความกังวลเรื่องอะไหล่ล่าช้าและการซ่อมนาน ซึ่งเป็นภาพจำที่อยู่ในใจคนไทยในขณะนี้และเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเป็นเจ้าของรถยนต์ที่มาจากประเทศจีน โดย GWM ได้มุ่งเน้นและเอาจริงเอาจังด้านการยกระดับบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่องมากว่า 5 ปี นับตั้งแต่เข้ามาดำเนินธุรกิจในไทย ด้วย GWM SMART Service ที่จะมอบบริการที่สะดวก (Simple) ทันสมัย (Modern) ใส่ใจ (Attention) มั่นใจ (Reliable) และฉับไว (Timeliness) รวมถึงมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ พร้อมดูแลและรับผิดชอบต่อลูกค้า เพื่อยกระดับการบริการหลังการขายอย่างเป็นรูปธรรม สู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และแบรนด์รถยนต์จีนอันดับ 1 ด้านบริการหลังการขายอย่างแท้จริง

แก้ Pain Point หลักของคนไทย: ปัญหาการรออะไหล่นาน

แม้รถยนต์จากประเทศจีนจะมีการเติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศไทย แต่ผู้บริโภคจำนวนมากยังลังเลที่จะเป็นเจ้าของเพราะประสบการณ์ที่ได้ยิน ได้เห็นทั้งจากคนใกล้ตัวและเสียงจากชาวเน็ต หรือกระทั่งเคยพบเจอด้วยตนเองเกี่ยวกับการรออะไหล่นาน ระยะเวลาซ่อมที่ไม่แน่นอน และระบบการบริการหลังการขายที่ยังไม่น่าไว้วางใจ GWM จึงตอบโจทย์แบบ “จบให้ตรงจุด” ด้วยแคมเปญ GWM รับประกันความพร้อมของอะไหล่ภายใน 7 วัน” หลังการยืนยันคำสั่งซ่อมของลูกค้า* เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจด้านการบริหารจัดการอะไหล่ที่มีประสิทธิภาพของ GWM และการบริการที่ฉับไว หมดปัญหาและความกังวลใจในการรออะไหล่เป็นระยะเวลายาวนาน โดยหากลูกค้าได้รับอะไหล่ช้ากว่า 7 วันที่กำหนด ลูกค้าจะได้รับ GWM Points จำนวน 4,500 คะแนน เป็นการชดเชย โดยสามารถใช้แลกสินค้าและบริการผ่าน GWM Application แคมเปญนี้ครอบคลุมรถ GWM ทุกรุ่น และมีผลตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม – 31 ธันวาคม 2569

หัวใจสำคัญ: User-Centric สู่ความไว้วางใจและเชื่อมั่นใน GWM   

เบื้องหลังความสำเร็จของ GWM ในไทย คือกลยุทธ์ขับเคลื่อนด้วยการรับฟังเสียงผู้บริโภค หรือ User-Centric ที่นำข้อเสนอแนะจากลูกค้ามาลงมือทำให้เกิดขึ้นจริง เพื่อพัฒนาสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์ลูกค้าอย่างตรงจุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การให้ความสำคัญกับการยกระดับประสบการณ์ด้านบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูแลลูกค้าในตลอดระยะเวลาการเป็นเจ้าของ โดย GWM ได้พัฒนาทักษะและมาตรฐานช่างเทคนิคอย่างต่อเนื่อง ปรับปรุงระบบจัดการอะไหล่ให้รวดเร็วและแม่นยำ การขยายศูนย์ซ่อมตัวถังและสีมาตรฐาน การพัฒนาแพลตฟอร์มรถยนต์ใช้แล้ว รวมถึงการพัฒนาระบบการรับฟังและแก้ไขปัญหาตัวรถที่มีประสิทธิภาพ พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ทั่วประเทศในการรักษามาตรฐานการให้บริการระดับคุณภาพให้กับลูกค้าทั่วทุกภาคของประเทศไทย สร้างประสบการณ์บริการหลังการขายที่ไร้รอยต่อ ทั้งหมดนี้คือ ความมุ่งมั่นตั้งใจในการสร้างความไว้วางใจและความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า ทั้งก่อนและหลังการเป็นเจ้าของรถยนต์ GWM

เวยน์ โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) ย้ำชัดถึงการสร้างและรักษามาตรฐานใหม่ด้านการบริการหลังการขายและเป้าหมายของแบรนด์ ว่าการลงทุนอย่างต่อเนื่องของ GWM ในด้านบริการหลังการขาย ตั้งแต่การรับประกันเครื่องยนต์ระยะยาว จนถึงแคมเปญการรับประกันด้านอะไหล่ สะท้อนวิสัยทัศน์และพันธกิจในระยะยาวของ GWM ในประเทศไทยอย่างชัดเจน เรามุ่งมั่นยกระดับคุณภาพงานบริการหลังการขายไปอีกขั้น ดูแลเอาใจใส่ลูกค้าที่ได้ให้ความไว้วางใจในการมาเป็นครอบครัว GWM รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคชาวไทยที่ยังมีคำถามและข้อกังวลเกี่ยวกับการใช้รถยนต์จากประเทศจีน ด้วยการรับประกันความพร้อมของอะไหล่ภายใน 7 วัน มอบความอุ่นใจในการใช้รถ หมดห่วงด้านการรออะไหล่นาน GWM มุ่งมั่นรักษามาตรฐานการบริการหลังการขายให้ดียิ่งขึ้น รักษาความไว้วางใจของลูกค้าในระยะยาว พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายอันดับ 1 ของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายในไทยและที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด พร้อมเติบโตอยู่เคียงข้างคนไทยอย่างยั่งยืน”

*หลักเกณฑ์การนับระยะเวลา 7 วัน จะนับจากวันที่ลูกค้ายืนยันคำสั่งซ่อม จนถึงวันที่สถานะของอะไหล่พร้อมที่ศูนย์บริการ GWM (นับเฉพาะวันทำการและไม่รวมระยะเวลาการซ่อม) โดยมีรายละเอียดตามประเภทงานซ่อมดังนี้:

  • งานซ่อมทั่วไป: วันที่ลูกค้าลงนามยืนยันคำสั่งซ่อมหมายถึง วันที่มีการสรุปรายการซ่อมและรายการอะไหล่ที่ต้องเปลี่ยนครบถ้วน
  • งานซ่อมสีและตัวถัง: วันที่ลูกค้ายืนยันคำสั่งซ่อมหมายถึง วันที่ลูกค้าลงนามยืนยันการซ่อมหลังจากการประเมินรายการซ่อมและค่าใช้จ่ายแล้ว
  • กรณีบริษัทประกันภัยเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย: วันที่ลูกค้ายืนยันคำสั่งซ่อมหมายถึง วันที่ลูกค้าลงนามยืนยันการซ่อมหลังจากที่บริษัทประกันภัยอนุมัติการซ่อมตามการประเมิน กรณีมีรายการซ่อมเพิ่มเติม การนับระยะเวลาจะเริ่มใหม่จากวันที่บริษัทประกันภัยอนุมัติรายการซ่อมเพิ่มเติมนั้น

ทั้งนี้ “อะไหล่” หมายถึง รายการอะไหล่ทั้งหมดที่ใช้ในการซ่อมแซม ยกเว้นอุปกรณ์ตกแต่ง (Accessories) และอะไหล่ที่จัดหาจากร้านค้าภายนอกซึ่งไม่ได้มาจาก GWM

 “ระยะเวลา” หมายถึง ระยะเวลาการรับประกันความพร้อมของอะไหล่ ไม่รวมระยะเวลาดำเนินการซ่อม

 

 

 

 

 

“เอ็มจี” อัพเดทราคารถยนต์ไฟฟ้า ต้อนรับปี 2569 พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ

0
เอ็มจี 1

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย อัพเดทราคาและข้อเสนอพิเศษรถยนต์ไฟฟ้าทุกรุ่น พร้อมเน้นย้ำจุดยืนในการดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ด้วยการมอบ EV LIFETIME WARRANTY รับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อน ตลอดอายุการใช้งาน โดยไม่จำกัดระยะทางและผู้ครอบครองรถ เพื่อสร้างความมั่นใจในการเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าในระยะยาว

รายละเอียดข้อเสนอพิเศษพร้อมราคา ปี 2569

NEW MG IM6 รถ e-Intelligent SUV   

  • ราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 1,399,900 บาท ในรุ่น Premium 1,599,900 บาท ในรุ่น Premium Long Range และ 1,799,900 บาท ในรุ่น Performance
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • ฟรี MG HOME CHARGER พร้อมติดตั้ง
  • ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนระดับพรีเมียม นาน 5 ปี
  • ฟรี ค่าบริการระบบปฏิบัติการ i-SMART นาน 5 ปี
  • ฟรี บริการค่าจดทะเบียน กรอบป้ายทะเบียน และชุดพรมปูพื้น
  • สิทธิพิเศษ การบริการ MG PREMIUM FAST LANE
  • สิทธิพิเศษ การบริการ MG PREMIUM CALL CENTRE
  • รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุ การใช้งาน
  • รับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 5 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

 

เอ็มจี 3

NEW MG MAXUS 9 PLUS

  • ราคาเริ่มต้นเพียง 1,849,000 บาท ในรุ่น Plus
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • รับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 5 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุ การใช้งาน
  • ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

เอ็มจี 2

NEW MG MAXUS 7

  • ราคาพิเศษเริ่มต้น 1,399,000 บาท
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
  • รับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุ การใช้งาน
  • ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง
  • ฟรี อุปกรณ์จ่ายกระแสไฟ V2L จำนวน 1 ชุด
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

เอ็มจี 5

NEW MG4 ELECTRIC โกลบอลโมเดลรุ่นยอดนิยมกับข้อเสนอพิเศษ

ราคาพิเศษเริ่มต้น 549,900 บาท ในรุ่น D และราคาพิเศษ 649,900 บาท ในรุ่น D LONG RANGE

  • รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
  • ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

เอ็มจี  7

NEW MG S5 EV PLUS รถ e-SUV ขวัญใจมหาชน 

  • ราคาพิเศษเริ่มต้น 679,900 บาท ในรุ่น D+ 779,900 บาท ในรุ่น X+ และ 899,900 บาท ในรุ่น V+
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น
  • ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนนาน 5 ปี
  • รับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุ  การใช้งาน

เอ็มจี 9

NEW MG CYBERSTER

  • ราคาพิเศษ 2,499,000 บาท
  • รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุ การใช้งาน
  • รับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง
  • ฟรี อุปกรณ์จ่ายกระแสไฟ V2L จำนวน 1 ชุด
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น
  • ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 5 ปี

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจี ได้ที่

Website: www.mgcars.com

Line: @MGThailand

Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand

Twitter: @mg_thailand

Instagram: @mgthailand

Youtube: MG Thailand

TikTok: @mgthailand

Application: MG Thailand

“SKILL DRIVING EXPERIENCE JUNIOR” ร่วมงานวันเด็กประจำปี 2569 ที่กระทรวงศึกษาธิการ

0
Skill Driving Experience Junior 1

Skill Driving Experience Junior ร่วมงานวันเด็กที่กระทรวงศึกษาธิการ จัดกิจกรรมฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “เรียนดี มีคุณธรรม” เพื่อมุ่งพัฒนาเด็ก และเยาวชนไทยให้เติบโตอย่างรอบด้าน ทั้งด้านสติปัญญา คุณธรรม จริยธรรม และทักษะชีวิต ตามคำขวัญวันเด็ก ประจำปี 2569 “รักชาติไทย ใส่ใจโลก”

Skill Driving Experience Junior 2

มีเด็กนักเรียนและผู้ปกครอง รวมถึงประชาชน เข้าร่วมอย่างคึกคัก ณ บริเวณโดยรอบภายในกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา

Skill Driving Experience Junior 3

 

“นิสสัน ประเทศไทย” เสริมความแข็งแกร่งด้านการตลาดและการขาย        ด้วยการประกาศแต่งตั้งผู้บริหารใหม่

0
Nissan 1

นิสสัน ประเทศไทยประกาศแต่งตั้งผู้บริหารใหม่ในสายงานการตลาดและการขาย เพื่อเสริมความคล่องตัวขององค์กรและปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในตลาดยานยนต์ที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ยูมะ เอนโด ได้รับการแต่งตั้งเป็น ผู้บริหารสายงานการตลาด และณัฐวุฒิ ชัยกรณ์กิจ เป็น ผู้บริหารสายงานขาย ทั้งสองรายงานตรงต่อ ทาคาอากิ ยานางิ รองประธานอาวุโส นิสสัน ประเทศไทย

“การแต่งตั้งครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการตัดสินใจที่รวดเร็วขึ้น เสริมสร้างความร่วมมือกับเครือข่ายผู้จำหน่าย และมอบแบรนด์และผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพให้กับลูกค้าในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น” กล่าวโดย ทาคาอากิ ยานางิ รองประธานอาวุโส นิสสัน ประเทศไทย

ยูมะ เอนโดะ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายวางแผนธุรกิจอาเซียน ดูแลการวางแผนระยะกลางขององค์กร การเข้ารับบทบาทใหม่ในฐานะผู้บริหารสายงานการตลาด เขาจะเป็นผู้นำเชิงกลยุทธ์ในทุกด้านของการตลาด รวมถึงการตลาดผลิตภัณฑ์ การตลาดเพื่อการสร้างแบรนด์ และแคมเปญส่งเสริมการขาย เพื่อยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์นิสสันในประเทศไทย

เอนโดะ ร่วมงานกับนิสสันตั้งแต่ปี 2552 และมีความเชี่ยวชาญด้านบริการหลังการขาย การตลาด และการวางแผนการขาย เอนโดะเคยดำรงตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาดหลัก ผู้ช่วยของผู้บริหารระดับสูง และงานสนับสนุนธุรกิจในระดับภูมิภาคด้านการตลาดและการวางแผนการขาย เขามีประสบการณ์ทำงานทั้งในญี่ปุ่น แคนาดา และประเทศไทย ทำให้มีมุมมองเชิงกลยุทธ์ในระดับสากล

ณัฐวุฒิ ชัยกรณ์กิจ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายการงานขาย ฝ่ายงานขายลูกค้ารายใหญ่และรถยนต์ใช้แล้วนิสสัน จะรับตำแหน่งผู้บริหารสายงานขาย โดยจะเป็นผู้นำด้านกลยุทธ์การขาย ดูแลการปฏิบัติงานด้านงานขาย การดูแลงานขายลูกค้ารายใหญ่และรถยนต์ใช้แล้ว การวางแผนการขายและจัดสรรรถยนต์ใหม่ รวมถึงการบริหารกิจกรรมการขายทั้งในเครือข่ายดีลเลอร์และลูกค้าองค์กร

Nissan 2

ณัฐวุฒิ มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์กว่า 16 ปี เขาเข้าร่วมงานกับนิสสันในปี 2556 และมีความเชี่ยวชาญด้านงานขาย งานขายลูกค้ารายใหญ่และรถยนต์ใช้แล้ว โดยมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนยอดขายทั่วประเทศ และมีความโดดเด่นด้านการบริหารจัดการงานขายรถยนต์สำหรับลูกค้ารายใหญ่ โดยมีชำนาญและความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับตลาดและความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้จำหน่าย ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความมุ่งมั่นให้กับนิสสันในการเติบโตในประเทศไทยอย่างมั่นคง

การแต่งตั้งครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของนิสสันในการเสริมสร้างทีมผู้นำด้านการตลาดและการขาย เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดยานยนต์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของประเทศไทย