Home Blog Page 448

เอ็มจี ส่งแคมเปญ “MG EXTENDER EASY CHOICE” ขับฟรี 6 เดือน หรือ ผ่อนเริ่มต้น 152 บาท/วัน

0

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย จัดทำโปรโมชั่นพืเศษ “MG EXTENDER EASY CHOICE“ สำหรับรถกระบะพันธุ์ยักษ์ NEW MG EXTENDER ด้วยข้อเสนอขับฟรีนาน 6 เดือน หรือ ผ่อนเริ่มต้น 152 บาทต่อวันนาน 1 ปี รวมทั้งข้อเสนออื่นๆ อีกหลายรายการ ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 พฤษภาคมนี้

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อคนไทยในวงกว้าง เราในฐานะองค์กรที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยก็ไม่ได้นิ่งนอนใจกับสถานการณ์ดังกล่าว และมีความตั้งใจเป็นอย่างยิ่งที่จะให้ความช่วยเหลือชาวไทยที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้อย่างเต็มที่ บริษัทฯ จึงได้จัดทำข้อเสนอสุดพิเศษเพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถเป็นเจ้าของรถกระบะ NEW MG EXTENDER  ได้ง่ายขึ้น ภายใต้ชื่อแคมเปญ “MG EXTENDER EASY CHOICE“  โดยลูกค้าสามารถเลือกรับข้อเสนอพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการยืดระยะเวลาชำระค่างวดออกไปนานสูงสุดถึง 6 เดือน หรือ เลือกผ่อนเริ่มต้นเพียง 152 บาทต่อวันเป็นระยะเวลาถึง 1 ปี รวมทั้งข้อเสนออื่นๆ อีกมากมาย ในแต่ละรุ่น ” 

รายละเอียด แคมเปญ MG EXTENDER EASY CHOICE“ สำหรับ NEW MG EXTENDER

MG ช่วยผ่อนนาน 6 เดือน*

  • ซื้อรถ NEW MG EXTENDER วันนี้ “ผ่อนให้ 6 เดือน”
  • ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • ฟรี! เสื้อยืด MG EXTENDER*

           มูลค่ารวมกว่า 80,000 บาท

ผ่อนเริ่มต้น 152 บาท ต่อวัน *

  • ซื้อรถ NEW MG EXTENDER วันนี้ “ผ่อนเบา ๆ เริ่มต้น 152 บาท ต่อวัน ระยะเวลา 1 ปี”
  • ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • ฟรี! เสื้อยืด MG EXTENDER*

      มูลค่ารวมกว่า 83,000 บาท

ฟอร์ด ประกาศรองรับการใช้น้ำมันไบโอดีเซล B20 ในรถยนต์ฟอร์ด เรนเจอร์ ที่ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร

0

ฟอร์ด ประเทศไทย ประกาศรองรับการใช้น้ำมันไบโอดีเซล B20 เฉพาะที่มีคุณลักษณะและคุณภาพตามประกาศของกรมธุรกิจพลังงาน ในรถยนต์ฟอร์ด เรนเจอร์ ที่ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร ที่มีสติกเกอร์ B20 เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือกที่มีส่วนช่วยลดมลภาวะและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

โดยเจ้าของรถฟอร์ด เรนเจอร์ เครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตรที่มีสติกเกอร์ B20 ติดอยู่บริเวณด้านในฝาถังน้ำมันของตัวรถ สามารถเปลี่ยนมาใช้น้ำมันไบโอดีเซล B20 ได้โดยไม่จำเป็นต้องนำรถเข้าตรวจสภาพที่ศูนย์บริการหรือเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันก่อนเริ่มใช้น้ำมันไบโอดีเซล B20

ฟอร์ด เรนเจอร์ เอเวอเรสต์

สำหรับลูกค้าปัจจุบันที่ใช้รถยนต์ ฟอร์ด เรนเจอร์ และ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ที่ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร และ3.2 ลิตร สามารถนำรถยนต์เข้ามาติดตั้งอุปกรณ์ชุดอะไหล่กรองน้ำมันเชื้อเพลิง B20 เพื่อให้เครื่องยนต์รองรับน้ำมันไบโอดีเซล B20 ได้เช่นเดียวกัน  โดยสามารถติดต่อศูนย์บริการฟอร์ดเพื่อขอติดตั้งอุปกรณ์ชุดอะไหล่กรองน้ำมันเชื้อเพลิง B20 ได้ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 โดยสอบถามค่าบริการและเงื่อนไขการบริการเพิ่มเติมที่ศูนย์บริการฟอร์ดทั่วประเทศ

Ford Ranger Rapter & Wildtrak 2

นอกจากนี้รถยนต์ ฟอร์ด เรนเจอร์ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ และ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ที่ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ทั้ง เทอร์โบเดี่ยว และเทอร์โบคู่ก็ล้วนรองรับน้ำมันไบโอดีเซล B20 เช่นกัน

ทั้งนี้ เจ้าของรถฟอร์ดที่เปลี่ยนมาใช้น้ำมันไบโอดีเซล B20 จะต้องปฎิบัติตามเงื่อนไขรอบการเช็กระยะที่ฟอร์ดแนะนำ โดยต้องเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงรุ่นเฉพาะสำหรับน้ำมันไบโอดีเซล B20 โดยใช้อะไหล่แท้ฟอร์ด ในทุกรอบการเช็กระยะโดยอ้างอิงจากรอบตามตารางตรวจเช็กระยะดั้งเดิมของรถยนต์แต่ละคันและต้องใช้น้ำมันไบโอดีเซล B20 ที่มีลักษณะและคุณภาพตามประกาศของกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงานเท่านั้น

 

ลูกค้าฟอร์ดสามารถศึกษาข้อแนะนำในการใช้น้ำมันไบโอดีเซล B20 สำหรับรถยนต์ฟอร์ดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ford.co.th/owner/B20compatibility/

ปอร์เช่ ไทคานน์ (Porsche Taycan) คว้า 2 รางวัลเกียรติยศ World Car of the Year 2020

0

ผลการประกาศรางวัล World Car of the Year Awards 2020 (WCOTY) ปอร์เช่ ไทคานน์ (Porsche Taycan) สามารถเอาชนะใจคณะกรรมการ ด้วยการคว้ารางวัลอันดับหนึ่งไปครอบครอง ถึง 2 ประเภท ได้แก่ รางวัล World Luxury Car และรางวัล World Performance Car of the Year ในส่วนของรางวัล World Performance นั้น ปอร์เช่ครอง 3 อันดับแรกในสาขานี้ ประกอบด้วย ปอร์เช่ 911 (Porsche 911) และ ปอร์เช่ 718 สไปเดอร์/เคย์แมน จีที4 (Porsche 718 Spyder/Cayman GT4) ยิ่งไปกว่านั้นรถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้า สมบูรณ์แบบคันนี้ ยังสามารถคว้ารางวัล ชนะเลิศในประเภท World Luxury Car อีกด้วย คณะกรรมการสื่อมวลชน สายยานยนต์ผู้ทรงคุณวุฒิ ระดับโลกทั้ง 86 ราย ร่วมคัดเลือกและตัดสินจากรถยนต์รุ่นใหม่กว่า 50 คัน ยนตรกรรมที่ได้รับชัยชนะจะได้รับการประกาศในระหว่าง งานถ่าย ทอดสด การประชุมออนไลน์ โดยการบริหารจัดการของผู้จัดงาน WCOTY  

Porsche Taycan

Michael Steiner – สมาชิกคณะกรรมการบริหาร ผู้กำกับดูแลส่วนงานวิจัยและพัฒนา กล่าวหลังรับรางวัล: “การคว้า ตำแหน่งชนะเลิศมาได้ถึง 2 ประเภท นั่นคือ World Performance Car และ World Luxury Car คือเครื่องยืนยันต่อ ความมุ่งมั่นทุ่มเทของเรา เพื่อให้ได้มาซึ่งความสำเร็จในการพัฒนาปอร์เช่ ไทคานน์ (Porsche Taycan) เราต้องการ สร้างสรรค์ยานพาหนะที่มุ่งเน้นไปยังผู้ขับขี่เป็นหลัก นั่นจึงเป็นเหตุผลที่รถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าของเราสามารถเป็นทั้ง ยานพาหนะสมรรถนะสูง ควบคู่กับอรรถประโยชน์อันเหนือชั้นในฐานะของยานพาหนะที่รองรับต่อการใช้งานประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยีดิจิทัลสุดล้ำ และความสะดวกสบายเต็มพิกัดสำหรับผู้โดยสารทั้ง 4 ที่นั่ง เรายินดีอย่างยิ่งที่ WCOTY ตัดสินใจมอบรางวัลอันทรงเกียรตินี้ ตอบแทนความพยายามของเรา” 

รางวัลระดับโลกที่ได้รับมากมาย

ผลการตัดสินรางวัลชนะเลิศ World Car of the Year ในปีนี้ นับเป็นหนึ่งความสำเร็จต่อเนื่องที่ได้รับมายาวนาน ก่อนหน้าปอร์เช่ ไทคานน์ (Porsche Taycan) คือความสำเร็จของปอร์เช่ 911 รุ่นล่าสุด (The new Porsche 911) ซึ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อปีที่แล้ว รถสปอร์ตระดับ ตำนานรุ่นดังกล่าว สามารถคว้ารางวัลระดับสากลได้กว่า 40 รางวัลจากทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นในตลาดภูมิภาคต่างๆ  ทั้ง เยอรมนี สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และจีน ในส่วนของปอร์เช่ ไทคานน์ (Porsche Taycan) ก็ได้รับรางวัลมากมายเช่น เดียวกัน อาทิเช่น:

  • Car of the Year: Top Gear magazine (สหราชอาณาจักร)
  • Game Changer of the Year: Top Gear magazine (สหราชอาณาจักร)
  • The China Green Car of the Year: Chinese Car of the Year (CCOTY)
  • German Car of the Year: German Car of the Year (GCOTY)

รวมทั้งยังได้รับรางวัลด้านนวัตกรรม innovation prize จาก Connect magazine (เยอรมนี) อีกด้วย

Porsche 911

ปอร์เช่ 911 (Porsche 911) ได้รับรางวัลชนะเลิศถึง 2 รางวัลจาก motor und sport magazine (เยอรมนี) readers’ choice for Best Cars จากประเภทรถ 2 ประตู คูเป้ (Coupé) และรถเปิดประทุน คาบริโอเล็ต (Cabriolet) นอกจากนี้ยังได้ รับรางวัลอื่นๆ ดังต่อไปนี้:

  • Auto Trophy: readers’ choice of the Auto Zeitung magazine (เยอรมนี)
  • Best Performance Car of the Year: Auto Express magazine (สหราชอาณาจักร)
  • Best Driver’s Cars: Motor Trend magazine (สหรัฐอเมริกา)
  • The China Performance Car of the Year: Chinese Car of the Year (CCOTY)

“เรายินดีที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติในครั้งนี้ สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงกระแสตอบรับที่ยอดเยี่ยมจากกลุ่มลูกค้าของเรา และนี่คือแรงกระตุ้นที่ช่วยผลักดันให้ เราทำงานอย่างเต็มกำลังความสามารถต่อไปในอนาคต” Oliver Blume ประธานกรรมการบริหาร ของ Porsche AG แสดงความเห็นต่อไปว่า “เราตระหนักถึงศักยภาพในการเป็นผู้บุกเบิก ความยั่งยืนของยานพาหนะ รวมทั้งในฐานะของผู้สรรสร้างนวัตกรรมยานยนต์สปอร์ตสมรรถนะสูงที่ตอบโจทย์การขับขี่ อันเร้าใจ ผลงานของเราที่กำลังโลดแล่นอยู่บนท้องถนนคือ ปอร์เช่ ไทคานน์ (Porsche Taycan) รถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้า สมบูรณ์แบบ 100 เปอร์เซ็นต์ คันแรกของปอร์เช่”

Porsche 911

Blume ยังได้กล่าวเสริมถึงรางวัลที่ปอร์เช่ 911 (Porsche 911) ได้รับว่า “ปอร์เช่ 911 (Porsche 911) เป็นรถสปอร์ตที่นำพาเราอยู่บนเส้นทาง แห่งความสำเร็จมาตลอดระยะเวลาเกือบ 60 ปี ด้วยเหตุผลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น งานออกแบบที่เปี่ยมไป ด้วยคุณลักษณะโดดเด่นเฉพาะตัว เมื่อใดก็ตามที่มีเด็กสักคนวาดภาพรถสปอร์ต ในดวงใจ ของเขาออกมามักจะเป็นรูป ทรงของปอร์เช่ 911 (Porsche 911) อยู่เสมอ เรายังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง เอกลักษณ์ของขุมพลังเครื่องยนต์วางหลัง และสวิทช์กุญแจที่อยู่ในตำแหน่งตรงข้ามกับเกียร์เสมอ คือตัวตนที่แท้จริงของปอร์เช่ 911 (Porsche 911) เช่นเดียวกับการที่มัน เป็นมาตรฐาน อันยิ่งใหญ่ให้แก่รถสปอร์ตทุกคัน ที่ยากจะหาข้อเปรียบเทียบ

“ซูซูกิ” การ์ดไม่ตก ใส่ใจ ต้านภัย โควิท-19

0

ซูซูกิ พร้อมเคียงข้างและสู้ภัยโควิท-19 กับคนไทยมาอย่างต่อเนื่อง จนสถานการณ์เริ่มคลีคลายเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น และในครั้งนี้ ซูซูกิ ยังพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมต้านภัยโควิท-19 โดยร่วมสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์, ตำรวจ, ทหาร อาสาสมัคร และพนักงานขนส่งสินค้า สู้ภัย โควิท-19
ฟรี!!! ตรวจเช็ก 20 รายการ และเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์ ตั้งแต่วันนี้ – 15 มิถุนายน 2563 ณ ศูนย์บริการรถจักรยานยนต์ ซูซูกิ (เฉพาะศูนย์ที่เข้าร่วมบริการ)
– สำหรับบุคลากรทางการแพทย์, ตำรวจ, ทหาร, อาสาสมัคร และพนักงานขนส่งสินค้า ที่ใช้รถจักรยานยนต์ ซูซูกิ เท่านั้น
– ประชาชนทั่วไปที่ใช้รถจักรยานยนต์ ซูซูกิ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องลด 50% / ยี่ห้ออื่น 90 บาท
– อะไหล่สึกหรอทั่วไปลด 15% / อะไหล่ภายในเครื่องยนต์ลด 20%
และเราจะผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกัน ด้วยความห่วงใยจากชาว ซูซูกิ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 0-2533-1170,customercare@thaisuzuki.co.th, www.facebook.com/suzukisociety หรือ www.thaisuzuki.co.th

เชลล์ เปิดตัวบริการ Pay at Pump เพื่อลูกค้าปลอดภัย จ่ายสะดวกไร้สัมผัส พร้อมให้บริการทั่วประเทศ

0

บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด ตอกย้ำความมุ่งมั่นด้านความปลอดภัยและสุขอนามัยในการส่งมอบน้ำมันและบริการ ล่าสุดส่งความห่วงใยและใส่ใจลูกค้าผ่านบริการใหม่ “Pay at Pump เพื่อลูกค้าปลอดภัย จ่ายสะดวกไร้สัมผัส” ด้วยการชำระเงินผ่านคิวอาร์ พร้อมเพย์ ณ จุดเติมน้ำมัน ที่สถานีบริการน้ำมันเชลล์ พร้อมกันทั่วประเทศ ตั้งแต่ 15 พฤษภาคมนี้เป็นต้นไป เพิ่มเติมจากบริการชำระเงินแบบแตะเพื่อจ่าย (Tap & Go) ที่มีอยู่ในปัจจุบัน และเดินหน้าเปิดตัวบริการชำระเงินผ่านคิวอาร์ บัตรเครดิตภายในเดือนมิถุนายน ทั้งหมดนี้เพื่อเป็นการสนับสนุนมาตรการของกระทรวงพลังงาน ยกระดับการบริการบนฐานวิถีชีวิตใหม่สำหรับลูกค้า ให้สถานีบริการน้ำมันเชลล์ส่งมอบบริการชำระเงินแบบไร้สัมผัสได้อย่างครบวงจร ลดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19  

นายปนันท์ ประจวบเหมาะ ประธานกรรมการ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “ภายใต้สถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของทุกคน เชลล์เน้นย้ำมาตรการดูแลความปลอดภัยของพนักงานและลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ปฎิบัติตามนโยบายด้านสุขอนามัยของภาครัฐอย่างใกล้ชิด เพื่อการปรับเปลี่ยนสู่ฐานวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) เชลล์ขอขอบคุณกระทรวงพลังงานในความไว้วางใจให้เราได้ทำงานเชิงรุกและส่งมอบความปลอดภัยนี้ต่อไปยังผู้บริโภคด้วยบริการรับชำระเงินแบบไร้สัมผัส เชลล์เชื่อมั่นว่าลูกค้าจะได้รับความสะดวกและลดความเสี่ยงจากการสัมผัสเงินสดหรือบัตรเครดิตในเวลาเดียวกัน เป็นอีกหนึ่งความมุ่งมั่นของเชลล์ในการเติมสุขให้ทุกชีวิต

นางสาวอรอุทัย ณ เชียงใหม่ กรรมการบริหาร ธุรกิจการตลาดค้าปลีก บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “สำหรับธุรกิจค้าปลีก เชลล์ต้อนรับและดูแลลูกค้าที่มาใช้บริการที่สถานีบริการน้ำมันในทุกๆ วัน เราทราบดีว่าความปลอดภัยเป็นสิ่งที่ลูกค้าต้องการมากที่สุด เราจึงมุ่งมั่นที่จะส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าเมื่อมาใช้บริการ เชลล์ยินดีอย่างยิ่งที่ได้สนับสนุนมาตรการของกระทรวงพลังงาน การชำระเงินแบบไร้สัมผัส  Pay at Pump ผ่านคิวอาร์ พร้อมเพย์ ณ จุดเติมน้ำมัน ให้ลูกค้าสามารถชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือภายในรถยนต์ที่จุดเติมน้ำมัน เป็นการต่อยอดบริการภายใต้แนวคิด ‘เพื่อลูกค้าปลอดภัย จ่ายสะดวกไร้สัมผัส’ ด้วยความตั้งใจที่จะนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาเสริมความปลอดภัย ความรวดเร็ว และความสะดวกสบายบนฐานวิถีชีวิตใหม่ของผู้บริโภค ลูกค้าทั่วประเทศสามารถใช้บริการ Pay at Pump ผ่านคิวอาร์ พร้อมเพย์ ณ จุดจ่ายน้ำมัน ได้ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคมเป็นต้นไป”

เชลล์เป็นผู้ให้บริการน้ำมันรายแรกที่นำเสนอบริการรับชำระเงินแบบไร้สัมผัสตั้งแต่ปี พ.ศ.2561 นอกจากบริการ Pay at Pump ผ่านคิวอาร์ พร้อมเพย์ และการชำระเงินแบบแตะเพื่อจ่าย (Tap & Go) ที่ให้บริการอยู่ขณะนี้ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคบนฐานวิถีชีวิตใหม่ เชลล์เพิ่มอีกหนึ่งช่องทางเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้ามากยิ่งขึ้นด้วยบริการชำระเงินผ่านคิวอาร์ บัตรเครดิต ภายในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ ทั้งนี้การบริการรับชำระเงินแบบไร้สัมผัสทั้งหมดครอบคลุมไปยังบริการนอนออยล์อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ร้านกาแฟเดลี่คาเฟ่ ร้านสะดวกซื้อเชลล์ ซีเล็ค ศูนย์เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเชลล์ เฮลิกส์ พลัส และศูนย์เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องจักรยานยนต์เชลล์ แอ๊ดว้านซ์ มอเตอร์ แคร์ เอ็กซ์เพรส

นอกจากนี้ ในสถานการณ์ปัจจุบัน เชลล์ดำเนินมาตรการดูแลด้านสุขอนามัยให้แก่ลูกค้าที่มายังสถานีบริการน้ำมันเชลล์อย่างครบวงจร อาทิ 1) ให้ความรู้กับพนักงานเกี่ยวกับวิธีปฎิบัติในการรักษาความสะอาดและดูแลสุขอนามัยอย่างต่อเนื่อง 2) การตรวจคัดกรองพนักงานทุกคนก่อนปฏิบัติงาน 3) การทำความสะอาดพื้นที่ทุกสองชั่วโมง 4) การจัดเตรียมอุปกรณ์พร้อมใช้ทำความสะอาด เช่น สบู่ เจลล้างมือ 5) พนักงานผู้เตรียมอาหารและเครื่องดื่ม สวมใส่หน้ากากและถุงมือเพื่อความปลอดภัย

เชลล์ ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาน้ำมันและผลิตภัณฑ์คุณภาพ พร้อมส่งมอบบริการที่เน้นความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และมอบความสุขให้กับลูกค้าทุกท่านที่มาใช้บริการที่สถานีบริการเชลล์

ซูซูกิ ผนึกกำลังดีลเลอร์-บังฮาซัน ร่วมโครงการ “รถยนต์ซูซูกิปันสุข” พร้อมตั้งตู้ “ซูซูกิ ปันสุข”

0

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม กรรมการบริหารด้านการขายและการตลาด  บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด  เผยว่าจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และวิกฤตที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนเป็นจำนวนมากทั้งผู้ใช้แรงงาน หรือผู้มีรายได้น้อยที่มีปัญหาขาดสภาพคล่องในการใช้จ่าย  เพื่อหวังเป็นการบรรเทาทุกข์และให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19  

ซูซูกิ จึงมีแนวคิดที่จะให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตดังกล่าว ภายใต้สโลแกน SUZUKI CAUSE WE CARE ด้วยการจัดทำโครงการ “รถยนต์ซูซูกิปันสุข” โดยนำรถกระบะบรรทุกอเนกประสงค์ขนาดย่อม ซูซูกิ แครี่  ซึ่งมีจุดเด่นด้านความคล่องตัวและความประหยัด ได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มผู้ประกอบการหน้าใหม่รวมไปถึงกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม   มาดัดแปลงเป็น รถยนต์ปันสุขเคลื่อนที่ โดยจะมีการบรรทุกอาหารแห้ง น้ำดื่ม รวมถึงเครื่องอุปโภคบริโภคอื่นๆ ให้ประชาชนผู้ที่กำลังประสบปัญหาในการดำเนินชีวิตสามารถมาหยิบไปใช้ในการอุปโภคและบริโภคได้ หรือ ผู้ที่ต้องการนำสิ่งของมาร่วมปันสุข แจกจ่ายไปให้ผู้เดือดร้อนได้ที่รถยนต์ปันสุขคันนี้ได้เช่นกัน”    เริ่มนำร่องโดย บริษัท คลังออโตโมบิลส์ จำกัด (จังหวัดนครราชสีมา) และบริษัท เอส.ยู.ซูซูกิ ภูเก็ต จำกัด (จังหวัดภูเก็ต)  ซึ่งเบื้องต้นรถยนต์ปันสุขดังกล่าวเริ่มให้บริการไปยังพื้นที่ต่างๆ ของจังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดภูเก็ต และสำหรับผู้จำหน่ายในพื้นที่อื่นๆ จะมีบริการ”ซูซูกิ ปันสุข” โดยจัดทำเป็นตู้อาหารกระจายไปยังพื้นที่ต่างๆ โดยตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าโชว์รูมของผู้จำหน่ายที่ร่วมโครงการฯ ต่อไป

นอกจากนี้  “บังฮาซัน” หรือ นายอนุรักษ์ สรรฤทัย เจ้าของธุรกิจอาหารทะเลแห้งออนไลน์ชื่อดังที่เปลี่ยนโลกของการขายแบบใหม่ และในฐานะพรีเซนเตอร์ “ซูซูกิ แครี่ ใหม่” ได้นำรถ ซูซูกิ แครี่ บรรทุก อาหารแห้ง ของกินของใช้ ส่งความช่วยเหลือร่วมปันสุขไปยังไปยังพี่น้องชาวชุมชนปากบารา และชุมชนใกล้เคียงในจังหวัดสตูล โดยส่งผ่านตัวแทนชุมชนคือ กำนัน และผู้ใหญ่บ้านเพื่อร่วมกันปันสุข และบรรเทาความเดือดร้อนครั้งนี้ โดยบังฮาซัน กล่าวว่า “ผมรู้สึกยินดีอย่างมากที่

ได้นำความช่วยเหลือโดยส่งผ่านรถกระบะบรรทุกอเนกประสงค์ขนาดย่อม ซูซูกิ แครี่  ออกมาช่วยเหลือพี่น้องถึงชุมชนในพื้นที่จริง ซึ่งเราก็จะมีตัวแทนชุมชนแต่ละแห่งร่วมกันสำรวจหาประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจริงๆ และรับมอบสิ่งของจากเราเพื่อนำไปกระจายไปตามชุมชนนั้นๆ ผมเห็นแล้วปลื้มใจจริงๆ ทุกคนร่วมแรง ร่วมมือ ร่วมใจเพื่อช่วยเหลือกันและกัน ผมเองก็จะนำรถกระบะเอนกประสงค์ ซูซูกิ แครี่ มาส่งความสุขให้ชุมชนต่างๆ อีกแน่นอน”

ติดตามรายชื่อร้านผู้จำหน่ายฯ ที่เข้าร่วมโครงการ “รถยนต์ซูซูกิปันสุข” Carry Your Dream เคียงข้างทุกเส้นทางฝัน ด้วยการนำรถกระบะบรรทุกอเนกประสงค์ขนาดย่อม ซูซูกิ แครี่  มาดัดแปลงเป็นรถยนต์ปันสุขเคลื่อนที่ ได้ที่  www.suzuki.co.th

 

ช่องทางติดต่อทางออนไลน์ : www.suzuki.co.th หรือ  www.facebook.com/officialsuzukimotorthailand
ช่องทางติดต่อทาง Call Center  : โทรศัพท์พื้นฐาน โทร 1800-600-900 หรือ โทรศัพท์เคลื่อนที่ โทร 1401-600-900

ปอร์เช่ ประเทศไทย เปิดบริการร้านค้าออนไลน์สินค้า Porsche Driver’s Selection

0

บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด (AAS) ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการ แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เอาใจนักช้อปที่มีใจรักความสปอร์ต เปิดบริการร้านค้าออนไลน์สินค้า Porsche Driver’s Selection ผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน Lazada เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าที่ต้องการซื้อสินค้า ได้ทุกที่ทุกเวลา

โดยผู้สนใจสามารถค้นหาสินค้าลิขสิทธิ์แท้ Porsche Driver’s Selection ซึ่งมีให้เลือกสรรอย่างครบครัน อาทิ โมเดลรถยนต์จำลอง, นาฬิกา, เครื่องแต่งกาย, กระเป๋าเดินทาง, แอคเซสเซอรี, สินค้าสำหรับเด็ก และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ได้แล้ววันนี้ ผ่าน https://www.lazada.co.th/shop/porsche-selection 

โตโยต้า ส่งมอบหุ่นยนต์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ป่วยแก่โรงพยาบาลรามาธิบดี

0

นายมิจิโนบุ ซึงาตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เป็นตัวแทนองค์กรในการส่งมอบหุ่นยนต์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ป่วย จำนวน 8 ตัว ที่พัฒนาการขึ้นเพื่อใช้ปฏิบัติภารกิจทางการแพทย์ ในการดูแลและติดตามอาการของผู้ป่วยติดเชื้อ แก่โรงพยาบาลรามาธิบดี และ โรงพยาบาล อีก 4 แห่งในภาคใต้  โดยมี ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดี คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นตัวแทนรับมอบ ณ โรงพยาบาลรามาธิบดี

ในเบื้องต้นนั้นหุ่นยนต์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ป่วยเกิดจากการพัฒนาของ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดีเพื่อใช้ในปฏิบัติการส่งอาหารและยาแก่ผู้ป่วยติดเชื้อในโรงพยาบาล โดยหลังจากการทดลองใช้มาเป็นระยะเวลาหนึ่ง บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้ร่วมพัฒนาเพิ่มเติมโดยนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีในสายการผลิตรถยนต์ มาประยุกต์ใช้ให้หุ่นยนต์ต้นแบบมีความเหมาะสมและเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานทางการแพทย์มากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านคุณภาพ ความปลอดภัย การติดตั้งใช้งานและบำรุงรักษา รวมถึงการติดตั้งระบบสื่อสารด้วยอินเตอร์เนทความเร็วสูง และเซนเซอร์ตรวจจับเส้นทาง เพื่อใช้ควบคุมการทำงานให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถสื่อสารกับผู้ป่วยได้ในระยะไกลแทนการปฏิสัมพันธ์โดยตรง เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อระหว่างการตรวจและติดตามอาการ ตลอดจนช่วยลดการใช้อุปกรณ์ทางการแพย์ อาทิ ชุด PPE หน้ากากอนามัย และถุงมือยาง เป็นต้น

นอกจากนี้โตโยต้า ยังได้มีการสนับสนุนงบประมาณในการจัดสร้างและขยายผลการใช้งานไปยังโรงพยาบาลอีก 4 แห่งในภาคใต้ ได้แก่ โรงพยาบาลป่าตอง โรงพยาบาลยะลา โรงพยาบาลปัตตานี โรงพยาบาลสตูล เพื่อนำไปใช้ในการดูแลผู้ป่วยในโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจอื่น ๆ ตลอดจนร่วมศึกษาและปรับปรุงต้นทุนในการผลิตและการติดตั้งเพื่อให้สามารถขยายผลการนำหุ่นยนต์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ป่วยเข้าช่วยเหลือการปฏิบัติการของแพทย์ในวงกว้างต่อไป

. นพ. ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า “การนำเทคโนโลยีมาใช้รักษาผู้ป่วย COVID-19 ถือว่ามีความสำคัญยิ่ง โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่สามารถช่วยลดการสัมผัสผู้ป่วยแต่ยังคงให้การรักษาพยาบาลได้เป็นอย่างดี อย่างหุ่นยนต์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ป่วย CISTEMS ซึ่งเป็นหุ่นยนต์เพื่อใช้ดูแลผู้ป่วย ทั้งการส่งอาหารให้ผู้ป่วย การส่งยาเวชภัณฑ์ การส่งอุปกรณ์ตรวจวัดสัญญาณชีพ และการสื่อสารกับผู้ป่วยผ่านตัวจอที่ติดตั้งให้หุ่นยนต์ รวมทั้งการใช้ระบบอินเตอร์เน็ต (IoT) ในการควบคุมทำให้ควบคุมได้จากระยะไกลข้ามจังหวัดได้ ทำให้มีความปลอดภัยในการดูแลรักษาพยาบาลผู้ป่วย และจากผลสำเร็จของหุ่นยนต์จะขยายผลไปสู่โรงพยาบาลในจังหวัดทางภาคใต้ จำนวน 4 โรงพยาบาล ทั้งนี้ หุ่นยนต์ CISTEMS ยังเป็นอีกก้าวหนึ่งที่สำคัญในวงการแพทย์ที่จะช่วยต่อยอดระบบการให้ความช่วยเหลือสำหรับการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์”

นายมิจิโนบุ ซึงาตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “โครงการพัฒนาหุ่นยนต์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ป่วยในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งความภูมิใจที่โตโยต้าได้มีส่วนร่วมในการนำนวัตกรรมทางความคิดไปประยุกต์ใช้เพื่อสร้างคุณประโยชน์ให้กับบุคลากรทางการแพทย์และระบบสาธารณสุขเพื่อข่วยเหลือผู้คน ซึ่งเป็นอีกรูปแบบการสนับสนุนและยืนหยัดเคียงข้างสังคมไทยในโครงการ “Toyota Stay With You” โตโยต้าเชื่อว่าคุณค่าที่เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการต่อยอดนวัตกรรมเพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ภายใต้แนวคิด “การขับเคลื่อนแห่งอนาคต” ที่จะตอบสนองวิถีชีวิตของผู้คนในอนาคต อันจะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนความสุขให้แก่พี่น้องชาวไทยต่อไป”

Nissan เปิดตัว KICKS e-POWER ใหม่ ในประเทศไทย

0

นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ (e-POWER) รถยนต์คอมแพ็ค เอสยูวี มอบประสบการณ์การขับขี่และสมรรถนะเช่นเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้า เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย และเป็นการเปิดตัวครั้งแรกของภูมิภาคและครั้งแรกของโลก สำหรับ นิสสัน นิสสัน คิกส์ ใหม่ มาพร้อมเทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ ที่ได้ปฏิวัติระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า หลังจากที่ได้ทำตลาดในประเทศญี่ปุ่นเป็นแห่งแรก นิสสัน คิกส์ ใหม่ นี้จะผลิตในประเทศไทย เพื่อลูกค้ากลุ่มเออเบิน ไลฟ์สไตล์

เทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ ของนิสสันได้รับรางวัลมาแล้วมากมาย สามารถมอบประสบการณ์การขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ รถยนต์จะขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น โดยเครื่องยนต์สันดาปภายในจะทำหน้าที่เพียงผลิตกระแสไฟฟ้าให้กับระบบ ทั้งนี้เทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ ประกอบไปด้วย เครื่องยนต์เบนซิน เครื่องกำเนิดไฟฟ้า (generator) อินเวอร์เตอร์ (Inverter) มอเตอร์ไฟฟ้า (electic motor) และแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium-ion battery)

คุณสมบัติที่โดดเด่นของรถรุ่นนี้ คือ การออกแบบเพื่อตอบสนองความต้องการของ คนที่ใช้ชีวิตอิสระ คู่รัก หรือครอบครัวรุ่นใหม่ ที่กำลังมองหารถยนต์ที่มีสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ มีพื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง พร้อมด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ระบบการขับขี่อัจฉริยะ และอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยขั้นสูง ในราคาที่คุ้มค่า

ประเทศไทยเป็นประเทศแรกต่อจากประเทศญี่ปุ่นที่ผลิตเทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ และยังเป็นหนึ่งในประเทศ แรก ๆ ที่เปิดตัวเทคโนโลยีนี้ เทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ จะขับเคลื่อนให้คนไทยพร้อมก้าวสู่ยุคการใช้ในอนาคต ในขณะที่รถยนต์มีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ให้อัตราการประหยัดน้ำมันที่มากขึ้น มอบอัตราเร่ง และสมรรถนะที่โดดเด่น

 “การเปิดตัวนิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ ในประเทศไทยครั้งนี้ เป็นการนำเสนอนวัตกรรมแห่งการเปลี่ยนแปลง (Disruptive) ซึ่งเป็นดีเอ็นเอ ของนิสสันทีนำมาสู่ภูมิภาคนี้อย่างต่อเนื่อง” ยูทากะ ซานาดะ รองประธานอาวุโสประจำภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย กล่าว “นับเป็นวันที่น่าตื่นเต้นสำหรับนิสสัน และประเทศไทย ในฐานะที่เป็นศูนย์กลางด้านการผลิต และส่งออกที่สำคัญระดับโลกของนิสสัน รวมถึงผู้นำระดับภูมิภาคในการขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ขององค์กรด้านยานยนต์พลังงานไฟฟ้า”

“การออกแบบที่ทันสมัย และแข็งแกร่งของรถยนต์คันนี้ ช่วยเสริมประสิทธิภาพให้กับเทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ ที่ล้ำสมัย ผสมผสานสไตล์ได้อย่างลงตัว และโดดเด่น มอบความสะดวกสบาย  และมีเทคโนโลยีจาก นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี (Nissan Intelligent Mobility) ครบครันให้ลูกค้าชาวไทยได้เห็นถึงการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ของนิสสัน” ซานาดะ กล่าวสรุป

เอกลักษณ์ของเทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ คือ เมื่อต้องการเร่งความเร็วเพิ่มขึ้นหรือขับขึ้นที่สูงชัน มอเตอร์ไฟฟ้าจะได้รับพลังงานไฟฟ้าจากทั้งแบตเตอรี่และอินเวอร์เตอร์เพื่อเพิ่มพละกำลัง ในขณะชะลอความเร็ว เครื่องยนต์จะหยุดทำงานและฟื้นฟูพลังงานด้วยการชาร์จพลังงานไฟฟ้ากลับสู่แบตเตอรี่ จนกระทั่งรถหยุดนิ่ง ทำให้ไม่มีการสิ้นเปลืองพลังงานจากการลดความเร็ว

“นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ ผลิตขึ้นที่นี่ ในประเทศไทยเพื่อลูกค้าที่มีค่าของเรา ด้วยศักยภาพและทักษะความชำนาญของพนักงานชาวไทย รถยนต์แห่งความเร้าใจคันนี้ มอบเทคโนโลยีระดับโลกที่ดีที่สุดของนิสสัน มาพร้อม 14 เทคโนโลยีจาก นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี ที่ดีที่สุดในรถระดับเดียวกัน มีการออกแบบที่โดดเด่น และราคาที่โดนใจ” กล่าวโดย ราเมช นาราสิมัน ประธาน นิสสัน ประเทศไทย (Ramesh Narasimhan, president of Nissan in Thailand)

อี-พาวเวอร์ ความอัจริยะที่มาพร้อมความปลอดภัย เพื่อการขับขี่ในเมือง

เทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ ในนิสสัน คิกส์ ใหม่ ประกอบไปด้วย มอเตอร์ไฟฟ้า EM57 เครื่องกำเนิดไฟฟ้า (generator) และอุปกรณ์แปลงกระแสไฟฟ้า (Inverter) ทีผลิตกระแสไฟฟ้าจากเครื่องยนต์สันดาปภายในขนาด 1.2 ลิตร 12 วาล์ว 3 สูบ แถวเรียงแบบ DOHC (Double Overhead Camshaft) ระบบอี-พาวเวอร์ ให้พละกำลังสูงสุด 95 กิโลวัตต์ (129 พีเอส) มีแรงบิดสูงสุด 260 นิวตันเมตร (Nm) และใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 1.57 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ที่มี 4 โมดูล เทคโนโลยีนี้ทำให้นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ มอบอัตราเร่งที่ราบรื่น ให้การขับขี่ที่เงียบ มีการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพ และมอบประสบการณ์การขับขี่เช่นเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้า

นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ ยังเพิ่มประสบการณ์การขับขี่ด้วยเทคโนโลยีคันเร่งอัจฉริยะ วัน-เพดัล (One-Pedal) ช่วยให้ผู้ขับขี่ เร่ง ชะลอความเร็ว และเบรกจนรถหยุดนิ่งได้ด้วยคันเร่งเพียงอย่างเดียว การใช้คันเร่งเดียวช่วยให้ การรักษาระยะห่างระหว่างรถยนต์คันหน้า การชะลอความเร็ว และการหยุดเมื่อลงเขาหรือหยุดเมื่อเจอสัญญาณไฟจราจร สะดวกสบายและง่ายยิ่งขึ้น

นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ มาพร้อมกับการขับขี่ 4 รูปแบบ คือ แบบปกติ (Normal Mode) แบบเอส หรือสมาร์ทโหมด(Smart Mode) แบบอีโค (Eco Mode) และ แบบอีวี (EV Mode) ซึ่งการขับขี่ในแบบปกติจะให้อัตราเร่งความเร็ว และการหยุดรถที่ดีเยี่ยม (โดยการปล่อยเท้าออกจากคันเร่ง) เทียบเท่ากับการหยุดของรถที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในทั่วๆ ไป ในแบบเอส หรือสมาร์ทโหมด รถจะเพิ่มประสิทธิภาพการเร่งความเร็วและการหยุดรถได้ดีมากยิ่งขึ้น ในแบบอีโค (Eco) รถจะปรับการขับเคลื่อนเพื่อการประหยัดน้ำมัน โดยเน้นใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ลดการใช้พลังงานที่สิ้นเปลือง นอกจากนี้ยังมีการขับขี่ด้วยอีวี (EV) ที่ปรับเปลี่ยนให้รถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าที่เหลือภายในแบตเตอรี โดยเครื่องยนต์จะไม่ทำงานจนกระทั่งแบตเตอรีอยู่ในระดับต่ำ สัมผัสถึงความเงียบและอีกขั้นของความประหยัด

นอกจากนี้ นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ ยังมาพร้อม 14 เทคโนโลยีจาก นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี (NissanIntelligent Mobility) ที่ดีที่สุด อาทิ เทคโนโลยีควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ (Intelligent Cruise Control) เทคโนโลยีช่วยเตือนก่อนการชนด้านหน้าอัจฉริยะ (Intelligent Forward Collision Warning) เทคโนโลยีเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ (Intelligent Emergency Braking) เทคโนโลยีเตือนจุดอับสายตา (Blind Spot Warning system) เทคโนโลยีเตือนรถในทางสวนขณะถอยรถ (Rear Cross Traffic Alert) เทคโนโลยีกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง (Intelligent Around View Monitor) พร้อมด้วยเทคโนโลยีตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนวัตถุและบุคคลที่เคลื่อนไหวจากกล้องรอบคัน (Moving Object Detection) และเทคโนโลยีกระจกมองหลังอัจฉริยะ (Intelligent Rear View Mirror) เป็นต้น

ขณะที่คุณสมบัติด้านความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการขับขี่ เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของนิสสัน คิกส์ ใหม่ ประกอบไปด้วยระบบเบรกป้องกันล้อล็อค (Anti-lock Braking System) ระบบกระจายแรงเบรก (Electronic Brake Force Distribution System) และระบบเสริมแรงเบรก (Brake Assist) เป็นระบบมาตรฐานในรถยนต์ทุกรุ่น รวมไปถึงถุงลมนิรภัย SRS 6 จุด

การออกแบบ และ การเชื่อมต่อ ที่โดดเด่น

นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ มีการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ ผสมผสานเส้นสายของอารมณ์เข้ากับการใช้งานจริงได้อย่างลงตัว มาพร้อมการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของนิสสัน ด้วยรูปแบบที่โดดเด่นทันสมัย อาทิ กระจังหน้าแบบ V-Motion ไฟหน้า และไฟท้ายแบบบูมเมอแรง หลังคาแบบลอยตัว (floating roof) พร้อม ที่บังแดด (wrap-around visor) จากกระจกหน้าไปถึงกระจกข้าง เสาหลังคาท้ายถูกซ่อนพรางสายตาด้วยสีดำที่ผสมผสานเข้ากับกระจกประตูท้าย ในขณะที่หลังคาแบบลอยตัวที่ถูกขยายออก ทำให้ดูโดดเด่นสะดุดทุกสายตา

นอกจากนี้ การออกแบบภายนอกที่โดดเด่นอื่นๆ ได้แก่ ไฟหน้าแบบ LED พร้อมไฟเลี้ยวแบบบูมเมอแรง LED Signature Light ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน (DRL) แบบ LED ไฟหน้า พร้อมระบบ Follow-me-home ไฟท้ายแบบ LED ภายนอกได้รับการออกแบบใหม่ให้ปราดเปรียวกว้างและยาวขึ้น ภายใต้ปรัชญาในการสร้างสรรค์รถยนต์แบบ “รูปทรงเรขาคณิตที่สื่อถึงอารมณ์ หรือ Emotional Geometry” ของนิสสัน ที่เพิ่มพื้นที่ใช้สอยภายในที่กว้างขวางของนิสสัน คิกส์ ใหม่ อี-พาวเวอร์ อีกด้วย

ภายในของนิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ ได้รับการออกแบบขึ้นเพื่อรองรับแผงหน้าปัดดีไซน์ใหม่ หน้าจออินโฟเทนเมนท์ (infotainment) พวงมาลัย และเบาะที่นั่ง ได้อย่างลงตัว ห้องโดยสารที่มีสไตล์ ได้รับการออกแบบและการปรับแต่งอย่างประณีต รวมถึงการออกแบบแผงหน้าปัดด้วยลายเส้นของแนวปีกเครื่องร่อนหรือ Gliding Wing ที่เรียบง่ายและทันสมัย โดดเด่นด้วยจอสีแสดงผลบนหน้าปัดขนาด 7 นิ้ว ติดตั้งอยู่ภายในพร้อมระบบอินโฟเทนเมนต์เต็มรูปแบบ นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ ยังนำเสนอลวดลายภายในแบบ   ทูโทน สีดำและสีส้ม ซึ่งมีเฉพาะในรุ่น VL เท่านั้น

ด้านการเชื่อมต่ออัจฉริยะ (Intelligent Integration) จัดการผ่านระบบข้อมูลและความบันเทิง Nissan Connect ระบบอินโฟเทนเมนท์ มาพร้อมหน้าจอสีระบบสัมผัสแบบ AIVI ขนาด 8 นิ้ว เพิ่มความทันสมัยด้วยการเชื่อมต่อสาระและความบันเทิง ระบบนำทาง และความปลอดภัย ภายใต้แพลตฟอร์มเดียว โดยผ่านการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนด้วย Apple CarPlay (สำหรับระบบปฏิบัติการ iOS) นอกจากนี้ Nissan Connect ยังแสดงให้เห็นถึงการบูรณาการของเทคโนโลยีแบบอัจฉริยะ ซึ่งเป็นคุณสมบัติหลักของนิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี

นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ มาพร้อม 6 สีภายนอกให้ลูกค้าเลือก ได้แก่ สีดำ แบล็ค สตาร์ (Black Star) สีขาว สตอร์ม ไวท์ (Storm White) สีแดง เรเดียนท์ เรด (Radiant Red) สีเทา กัน เมทาลิค (Gun Metallic)     สีเงิน บริลเลียนท์ ซิลเวอร์ (Brilliant Silver) และสีส้ม โมนาร์ช (Monarch Orange) นอกจากนี้ยังนำเสนอสี   ทูโทนที่เป็นทางเลือกใหม่ให้แก่ลูกค้า มอบความรู้สึกหรูหรามากขึ้น ด้วยหลังคาแบบลอยตัวสีดำ โดดเด่นสะกดทุกสายตา ซึ่งมีให้เลือกเฉพาะในรุ่น VL สำหรับ 4 สีภายนอก สีส้ม โมนาร์ช สีแดง เรเดียนท์ เรด สีเทา กัน เมทาลิค และสีขาว สตอร์ม ไวท์

Nissan KICKS e-POWER ใหม่ มี สี่รุ่นย่อย พร้อมราคาเริ่มต้นช่วงเปิดตัว  ดังนี้:

  • 2 ลิตร รุ่น S 889,000 บาท
  • 2 ลิตร รุ่น E 949,000 บาท
  • 2 ลิตร รุ่น V 999,000 บาท
  • 2 ลิตร รุ่น VL 1,049,000 บาท

Nissan KICKS e-POWER ใหม่ ทุกรุ่น มาพร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่มี อายุการใช้งานที่นาน มีความทนทาน และมีสมรรถนะและคุณภาพสูงเป็นเวลา 10 ปี และรับประกันระบบไฟฟ้าเป็นเวลา 5 ปี และการรับประกันคุณภาพรถยนต์ ใหม่ เป็นเวลา 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน

สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถจอง Nissan KICKS e-POWER ใหม่ ได้ตั้งแต่วันนี้ โดยรถยนต์จะเริ่มส่งมอบรถในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2563 สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชมที่ผู้จำหน่ายฯ ของนิสสัน หรือติดต่อศูนย์บริการลูกค้านิสสัน โทร 02 401 9600 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของนิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย

ฮอนด้า แนะนำ ฮอนด้า ซีวิค สีใหม่ สีแดงอิกไนต์ (Ignite Red) ในรุ่น TURBO RS

0

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำ ฮอนด้า ซีวิค สีใหม่ สีแดงอิกไนต์ (Ignite Red) ในรุ่น TURBO RS ที่สุดแห่งยนตรกรรมสปอร์ตพรีเมียมซีดาน ที่ยกระดับความร้อนแรงไปอีกขั้นรับซัมเมอร์ ซึ่งมาพร้อมดีไซน์สปอร์ตโฉบเฉี่ยว สมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจด้วย เครื่องยนต์เทอร์โบ 1.5 ลิตร ที่ทรงพลังและให้อัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม มั่นใจในทุกการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) และภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย พร้อมตอกย้ำกระแสความนิยมของฮอนด้า ซีวิค อย่างต่อเนื่องในฐานะผู้นำตลาดคอมแพคท์ 4 ปีซ้อน

ฮอนด้า ซีวิค สีแดงอิกไนต์ รุ่น TURBO RS โดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ตพรีเมียมที่ท้าทายทุกสายตาในสไตล์ RS ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย เบาะที่นั่งตกแต่งด้วยด้ายสีแดงผสานความสปอร์ตเร้าใจทุกการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร DOHC VTEC TURBO และระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ให้กำลังสูงสุด 173 แรงม้าที่ 5,500 รอบต่อนาที ด้วยแรงบิดสูงสุดที่ 220 นิวตัน-เมตร ที่ 1,700 – 5,500 รอบต่อนาที ซึ่งให้กำลังเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร แต่มีอัตราการประหยัดน้ำมันเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร ครบครันด้วยฟังก์ชันความสะดวกสบายที่เหนือระดับ อาทิ ระบบปรับอุณหภูมิอัตโนมัติแบบปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย-ขวา

ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียง Siri เป็นต้น พร้อมด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) และมาตรฐานความปลอดภัยอันล้ำสมัยเพื่อความมั่นใจในทุกการเดินทาง อาทิ ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera) ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) ระบบ Auto Brake Hold และระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock) เป็นต้น

Honda LaneWatch

Hill Start Assist (HSA)

ฮอนด้า ซีวิค มีให้เลือกทั้งหมด 4 รุ่น ได้แก่ รุ่น TURBO RS ราคา 1,219,000 บาท รุ่น TURBO ราคา 1,104,000 บาท รุ่น 1.8 EL ราคา 964,000 บาท และรุ่น 1.8 E ราคา 874,000 บาท โดยมีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ สีใหม่ สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก) เฉพาะในรุ่น TURBO RS สีน้ำเงินบริลเลียนท์ สปอร์ตตี้ (เมทัลลิก) สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) สีดำคริสตัล (มุก) และสีขาวแพลทินัม (มุก)

สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค ผ่านทางผู้จำหน่ายรถยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 พฤษภาคม 2563 รับเครื่องฟอกอากาศยับยั้งเชื้อโรคในรถยนต์ Sharp Plasmacluster Ion Generator Limited Edition รุ่น IG-GC2B-BH มูลค่า 4,990 บาท ในแคมเปญ “Honda Easy Deal Easy Life” นอกจากนี้ยังสามารถเลือกรับข้อเสนอสุดพิเศษ ได้แก่

  • รับดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี ฟรีบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท และโปรแกรมการให้บริการพิเศษด้านคุณภาพรถยนต์ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ (Honda Ultimate Care) ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่อีก 2 ปี หรือ 40,000 กม. อย่างใดอย่างหนึ่งมาถึงก่อน หรือ
  • แคมเปญ “Double Smile” ดาวน์ 0 บาท หรือเลือกผ่อนสบายเริ่มต้น 11,900 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี ฟรีบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท และโปรแกรมการให้บริการพิเศษด้านคุณภาพรถยนต์ ฮอนด้าอัลติเมท แคร์ (Honda Ultimate Care) ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่อีก 2 ปี หรือ 40,000 กม. อย่างใดอย่างหนึ่งมาถึงก่อน

 

ทั้งนี้ ฮอนด้าได้ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างต่อเนื่องและเคร่งครัด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าในการเข้ารับบริการที่โชว์รูมพร้อมศูนย์บริการฮอนด้าทั้ง 229 แห่งทั่วประเทศ อาทิ มีจุดคัดกรองเพื่อตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนเข้าโชว์รูม บริการเจลแอลกอฮอล์ในจุดต่างๆ จัดพื้นที่ให้บริการและที่นั่งแบบเว้นระยะห่าง (Social Distancing) และแนะนำให้สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่เข้ารับบริการ รวมทั้งมีการทำความสะอาดพื้นที่จุดสัมผัสในบริเวณโชว์รูมและศูนย์บริการ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ที่จัดแสดงตามจุดต่างๆ และรถยนต์ทดลองขับ เป็นต้น

ลูกค้าที่สนใจฮอนด้า ซีวิค สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมทาง www.honda.co.th/civic หรือสอบถามรายละเอียดข้อเสนอพิเศษเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง (Honda Call Center) โทร. 0 2341 7777 หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.honda.co.th/promotions