Home Blog Page 450

ฟอร์ด ออกแคมเปญ ‘ฟอร์ดให้คุณมั่นใจ พร้อมเดินทางใหม่อีกครั้ง’

0

ฟอร์ด ประเทศไทย จัดแคมเปญ ‘ฟอร์ดให้คุณมั่นใจ พร้อมเดินทางใหม่อีกครั้ง’ แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายลูกค้าครอบครัวฟอร์ด รวมบริการสุดพิเศษ ช่วยดูแลรถให้พร้อมสำหรับการใช้งานในทุกสถานการณ์ ทั้ง สิทธิพิเศษ ส่วนลด และ บริการฟรี หลากหลายรายการ สำหรับลูกค้าฟอร์ดที่นำรถเข้าใช้บริการที่ศูนย์บริการฟอร์ดทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 มิถุนายน 2563

  • ฟรี ตรวจเช็คสภาพรถ 30 รายการตามใบตรวจสอบสภาพรถ
  • ฟรี บริการพ่นฆ่าเชื้อภายในรถยนต์
  • รับส่วนลดค่าอะไหล่และค่าแรง 15 เปอร์เซ็นต์ จากการเปลี่ยนอะไหล่ที่อยู่ในใบตรวจสภาพรถยนต์ ยกเว้น น้ำมันเครื่อง เคมีภัณฑ์และยาง ส่วนลดนี้สามารถใช้ได้กับ แบตเตอรี่ฟอร์ด และผ้าเบรก Ford Motorcraft จากแคมเปญฟอร์ด ซูเปอร์เซฟ
  • รับสิทธิ์ซื้อโปรแกรมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. Ford Roadside Assistance (RSA) ในราคาพิเศษเพียง 450 บาท จากราคาปกติ 1,790 บาท คุ้มครอง 1 ปีไม่จำกัดจำนวนครั้งที่ใช้บริการ

เงื่อนไขในการรับสิทธิ์:

  • สำหรับลูกค้าฟอร์ด เฟียสต้า ฟอร์ด โฟกัส และ ฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต ที่มีค่าใช้จ่ายจากการเช็กระยะ 3,000 บาท ขึ้นไปต่อใบเสร็จ (ค่าใช้จ่ายรวมหลังหักส่วนลดแล้ว)
  • สำหรับลูกค้าฟอร์ด เรนเจอร์ และ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ที่มีค่าใช้จ่ายจากการเช็กระยะ 4,000 บาท ขึ้นไป ต่อใบเสร็จ (ค่าใช้จ่ายรวมหลังหักส่วนลดแล้ว)
  • หากลูกค้ามีการเคลมโปรแกรมชุดน้ำมันเครื่องสุดคุ้ม หรือโปรแกรมบำรุงรักษารถยนต์ตามระยะ มูลค่าการเคลม สามารถนับรวมเข้ากับยอดใช้จ่ายได้
  • โปรแกรมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง (RSA) เป็นราคาพิเศษ ถ้าซื้อโปรแกรมแล้วไม่สามารถยกเลิกโปรแกรมได้
  • ราคาพิเศษ 450 บาท ยังไม่รวม VAT 7%
  • สำหรับลูกค้าฟอร์ด เรนเจอร์ และ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ รุ่นปี 2559 – 2562 ที่นำรถเข้ารับบริการเช็กระยะ สามารถรับบริการ ฟรี ค่าแรงในการอัพเดทระบบนำทาง Navigation SYNC3 มูลค่า 500 บาท
  • สำหรับรถฟอร์ด เฟียสต้า ฟอร์ด โฟกัส และ ฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต ทุกรุ่น ที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 54 เดือน หรือ 90,000 กม. ขึ้นไป (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และ ฟอร์ด เรนเจอร์ สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถระหว่างปี 2542-2553 เมื่อนำรถเข้ารับบริการเช็กระยะที่ศูนย์บริการฟอร์ด จะได้รับสิทธิพิเศษจ่ายค่าแรงเพียง 399 บาท จากค่าแรงเฉลี่ยปกติ 1,500 บาท

หมายเหตุ: สิทธิ์ค่าแรงเช็กระยะ 399 บาทไม่รวมค่าซ่อมสีและตัวถังและค่าซ่อมเพิ่มเติมจากการเช็กระยะ (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)

  • สำหรับลูกค้ารถยนต์ฟอร์ดทุกรุ่น ที่ซื้อสินค้าหรือเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการฟอร์ด รับสิทธิ์ผ่อนดอกเบี้ย 0% นาน 10 เดือน เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของธนาคารกสิกรไทย และธนาคารกรุงศรีฯ (ตามประเภทหน้าบัตรเครดิตที่กำหนด) และมียอดค่าใช้จ่ายตั้งแต่ 5,000 บาท ขึ้นไป ต่อ 1 ใบเสร็จ (เฉพาะศูนย์บริการฟอร์ดที่ร่วมรายการ)

หมายเหตุ:

  • บัตรเครดิตธนาคารกสิกรไทยทุกประเภท ยกเว้น บัตรเครดิตนิติบุคคล, บัตร Fleet Card, บัตรเครดิตแฮปปี้ออนไลน์, บัตรเครดิตไทยเบฟ และ บัตรไชน่ายูเนี่ยนเพย์ กสิกรไทย
  • บัตรเครดิตธนาคารกรุงศรีอยุธยาที่ร่วมรายการ ได้แก่ บัตรเครดิตกรุงศรี วีซ่า/มาสเตอร์การ์ด บัตรเครดิตเซ็นทรัลเดอะวันเครดิตคาร์ด บัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ และบัตรเครดิตเทสโก้ โลตัสวีซ่า
  • เงื่อนไขในการใช้บัตรเครดิตในการผ่อนชำระเป็นไปตามที่ทางธนาคารกำหนด

นอกจากนี้ ฟอร์ด ยังมอบมอบบริการพิเศษให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบาย ปลอดภัยแบบส่งตรงถึงบ้าน ด้วย โปรแกรมบริการรับและส่งมอบรถนอกสถานที่ บริการรับรถเข้าศูนย์บริการและส่งคืนถึงบ้านลูกค้าสามารถติดต่อศูนย์บริการฟอร์ด เพื่อนัดหมายการเข้ารับบริการ โดยพนักงานของศูนย์บริการฟอร์ด  จะเดินทางไปรับรถยนต์ของลูกค้ามาเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการ โดยรถที่เข้ารับบริการทุกคัน จะได้รับบริการทำความสะอาดและพ่นยาฆ่าเชื้อก่อนส่งมอบรถยนต์คืนถึงบ้าน โดยลูกค้าสามารถตรวจสอบรายชื่อศูนย์บริการฟอร์ดที่เปิดให้บริการดังกล่าว และติดต่อนัดหมายเข้ารับบริการล่วงหน้าได้ที่ https://www.ford.co.th/covid-19-announcement/

ลูกค้าฟอร์ดที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ศูนย์บริการฟอร์ดก่อนเข้ารับบริการ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์ฟอร์ด โทร. 1383 และโทรฟรี 1-800-225-449 เฉพาะต่างจังหวัด หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ www.ford.co.th

ชาวซูบารุรวมพลัง แบ่งปันน้องหมาแมว

0

บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด ชวนกลุ่มผู้ใช้รถยนต์ซูบารุฟอเรสเตอร์ และซูบารุเอ็กซ์วี ร่วมบริจาคเงินและอาหารเม็ดให้ “บ้านพักสี่ขาเพื่อหมาจร” สถานที่รับอุปการะสุนัขและแมวจรจัดกว่า 1,500 ตัว ซึ่งกำลังประสบปัญหาขาดแคลนอย่างหนัก โดยบริษัท ฯ สนับสนุนของรางวัล เสื้อซูบารุอายไซต์, ผ้าปิดปากซูบารุ และแผ่นทำความเย็นสำหรับสัตว์เลี้ยงซีซาร์มิลาน ให้กับผู้ที่ร่วมบริจาค รวมทั้งเปิดประมูลอุปกรณ์ตกแต่ STi เพื่อนำเงินสมทบยอดบริจาคในกิจกรรมครั้งนี้อีกด้วย

เรนาสโซ มอเตอร์ ร่วมกับ Lamborghini Club Thailand บริจาคเงินให้โรงพยาบาล ผ่านพ้นวิกฤตโควิด-19 ไปด้วยกัน

0

บริษัท เรนาสโซ มอเตอร์ จำกัด ตัวแทนจำหน่ายและผู้ให้บริการหลังการขายรถยนต์ลัมโบร์กินีอย่างเป็นทางการ รายเดียวในประเทศไทย และบริษัทในเครือชาริช โฮลดิ้ง ร่วมกับสมาชิก Lamborghini Club Thailand เป็นพลังส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ พยาบาลและเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ที่เป็นผู้เสียสละทุ่มเทแรงกายแรงใจในการดูแลรักษาผู้ป่วยที่กำลังต่อสู้กับเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วยการมอบชุด PPE จำนวน 600 ชุด, เจลเเอลกอฮอล์ขนาด 1,000 มิลลิลิตรจำนวน 20 แกลลอน และเจลแอลกอฮอล์ขนาด 500 ซีซี จำนวน 500 ขวด รวมถึงบริจาคเงินสมทบทุนให้แก่มูลนิธิและโรงพยาบาล 7 แห่งในประเทศไทย ได้แก่ มูลนิธิชัยพัฒนา, มูลนิธิรามาธิบดีฯ, มูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี, ศิริราชมูลนิธิ, สถาบันบำราศนราดูร, โรงพยาบาลตากสิน และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย จำนวนที่ละ 210,000 บาท รวมเป็นเงินบริจาคทั้งสิ้น 1,470,000 บาท  

สำหรับเงินบริจาคดังกล่าว ทางมูลนิธิและโรงพยาบาลจะนำไปจัดสรรซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ยังต้องการเป็นจำนวนมาก เพื่อใช้ช่วยเหลือและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อาทิเช่น หน้ากาก N95, หน้ากากผ้า, เฟซชิลด์, ถุงสวมรองเท้า (Shoes Cover), อุปกรณ์จานชามที่ย่อยสลายได้ เพื่อใส่อาหารให้ผู้ป่วยโควิด เป็นต้น

เอช เซม มอบส่วนลดช่วยผู้ประกอบการ

0

จากสถานการณ์ปัจจุบัน บริษัท เอช เซม มอเตอร์ จำกัด ขอมีส่วนให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการ ด้วยการมอบส่วนลดรถสามล้อไฟฟ้าและรถสามล้อเครื่องยนต์สูงสุด 30,000 บาท และสามารถผ่อนชำระได้นานถึง 2 ปี โดยมีรายละเอียดดังนี้

รถสามล้อไฟฟ้า “เอช เซม”

รุ่นราคาปกติส่วนลดราคาถึงลูกค้า
TL 145,0009,00036,000
TL 249,0009,00040,000
MJ 80045,0005,50039,500
Candy Box45,0009,00036,000

รถสามล้อเครื่องยนต์ “เอช เซม”

รุ่นราคาปกติส่วนลดราคาถึงลูกค้า
175 SP85,00030,00055,000
200 SP110,00030,00080,000

 

นอกจากได้รับส่วนลด สามารถผ่อนได้นานแล้ว ลูกค้ายังได้รับสิทธิ์ลุ้นเป็นเจ้าของ Apple IPhone 11 Pro Max (64GB) มูลค่าเกือบสี่หมื่นบาท ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 30 มิถุนายน 2563 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนลูกค้าสัมพันธ์ โทร.099-001-1888 หรือ www.facebook.com/hsemmotor.sev  และ www.facebook.com/hsemmotor.stc

ดูคาติจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้ป่วยโควิดระยะฟื้นฟู ผ่านแคมเปญ #raceagainstCovid เพื่อโรงพยาบาลในโบโลญญ่า ประเทศอิตาลี

0

-กองทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยพักฟื้นจากการติดเชื้อไวรัส Covid-19 เป็นการระดมทุนระดับนานาชาติสำหรับโครงการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยของโรงพยาบาล S.Orsola ในโบโลญญ่า

-จากความตั้งใจของกลุ่มสมาชิกคณะกรรมการดูคาติในการระดมทุนเพื่อช่วยเหลือโครงการนี้ ได้มีพนักงานดูคาติขอร่วมเป็นพลังส่วนหนึ่งในการบริจาคเงิน โดยรวมเงินทุนบริจาคภายในบริษัทฯ อยู่ที่ 100,000 ยูโร

-โครงการนี้ทำให้เกิดการรณรงค์ร่วมระดมทุนช่วยเหลือไปยังสาวกดูคาทิสต้า ทั้งคลับของดูคาติ ดีลเลอร์ ซัพพลายเออร์ พันธมิตร ไปจนถึงเหล่าไบค์เกอร์ โดยจะมีการระดมทุนให้มากที่สุดไปจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน 2563

ดูคาติเปิดตัวแคมเปญ Race Against Covid ผ่านแฮชแท็ก #raceagainstCovid ระดมทุนบริจาคมอบให้แก่โรงพยาบาล Policlinico di S.Orsola ในโบโลญญ่า ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในอิตาลีที่รองรับผู้ป่วย Covid-19 โดยแคมเปญนี้ถือเป็นความท้าทายอันยิ่งใหญ่ของดูคาติที่รวมพลังจากครอบครัวดูคาติทั่วโลก ทั้งพนักงานของสำนักงานใหญ่ในโบโลญญ่า และบริษัทฯ ในเครือทั่วโลก กลุ่ม DOC (Desmo Owners Club) ผู้จำหน่ายดูคาติ พันธมิตรทางธุรกิจ ไบค์เกอร์ รวมถึงผู้ที่มีความชื่นชอบและหลงใหลในแบรนด์ดูคาติ ร่วมช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ซึ่งทำงานอยู่ด่านหน้าทุกวัน เพื่อปกป้องดูแลประชาชนท่ามกลางสถานการณ์การระบาดใหญ่ โดยการระดมทุนครั้งนี้จะนำไปใช้เพื่องานวิจัยและโครงการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วย เพื่อสนับสนุนบุคลากรของโรงพยาบาลและมหาวิทยาลัย Policlinico di S.Orsola ที่อุทิศตนเพื่อการดูแลผู้ป่วยระยะพักฟื้นจาก Covid-19 โดยการระดมทุนครั้งนี้มีกำหนดระยะเวลาถึงเดือนมิถุนายน 2563

เชียรา จิเบอร์โตนิ (Chiara Gibertoni), ผู้จัดการทั่วไปของโรงพยาบาลและมหาวิทยาลัย Policlinico di S.Orsola. กล่าวว่า “ถึงแม้ว่าผู้ป่วยจะฟื้นตัวจากการรักษา Covid-19 แล้ว เชื้อไวรัสนี้มักจะส่งผลต่ออวัยวะและระบบภายในร่างกาย โดยเฉพาะปอด หัวใจ ระบบไหลเวียนเลือด ไตรวมไปถึงสมอง อวัยวะเหล่านี้ต่างเป็นเป้าหมายหลักที่ไวรัสชนิดนี้เข้าไปทำลาย ผู้ป่วยยังต้องรักษาติดตามอาการอย่างต่อเนื่องเพื่อฟื้นฟูระบบต่างๆ ในร่างกาย จึงได้มีการจัดตั้งโปรแกรมการฟื้นฟูสมรรถภาพที่ต้องการบุคลากรเฉพาะ ทั้งผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจ นักประสาทวิทยา นักวักกวิทยา ผู้เชี่ยวชาญโรคปอดอักเสบ จิตเวช และผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ นอกจากนี้ ยังมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น เช่น Telemedicine สำหรับควบคุมผู้ป่วยระยะไกล หุ่นยนต์เพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยที่บ้าน เครื่องอัลตร้าซาวด์ เครื่องบันทึกคลื่นเสียงหัวใจ เครื่องกระตุ้นกล้ามเนื้อระบบทางเดินหายใจ จักรยานออกกำลังกายแบบแอ็คทีฟและพาสซีฟ สำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาระบบทางเดินหายใจที่จะต้องอยู่บนเตียง เป็นต้น”

เคลาดิโอ โดเมนิคาลี (Claudio Domenicali) ประธานกรรมการบริหารของดูคาติ กล่าวถึงสถานการณ์การระบาดของไวรัสครั้งใหญ่ว่า “การเผชิญหน้ากับโศกนาฏกรรมที่เกิดจากไวรัส Covid-19 ครั้งนี้ เราจะอยู่นิ่งเฉยเพราะความหวาดกลัว หรือจะตอบสนองแก้ไขสถานการณ์นี้ให้ทันท่วงที การรวมพลังช่วยเหลือทางด้านการดูแลรักษาสุขภาพในหลายๆ ช่องทางที่ผู้ให้สามารถช่วยได้ ถือเป็นหน้าที่ของพลเมืองทุกคน รวมถึงบริษัทฯ ซึ่งล้วนแต่เป็นส่วนสำคัญของโครงสร้างทางสังคม ดูคาติจึงได้จัดระดมทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยพักฟื้นจากการติดเชื้อไวรัส Covid-19 ในโครงการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยของโรงพยาบาล S.Orsola ในโบโลญญ่า โดยคณะกรรมการดูคาติ รวมถึงพนักงานดูคาติ ได้สมทบทุนบริจาคเป็นจำนวนเงินรวมทั้งสิ้น 100,000 ยูโร ทั้งนี้ ดูคาติก่อตั้งขึ้นในเมืองโบโลญญาเมื่อ 94 ปีก่อน ทำให้ดูคาติมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับเมืองนี้อย่างแยกไม่ออก เรามั่นใจว่าสาวกดูคาทิสต้าและแฟนพันธุ์แท้ดูคาติจากทั่วทุกมุมโลกจะเข้าร่วมแคมเปญนี้ เพื่อทำให้เมืองและประเทศชาติขับเคลื่อนไปด้วยความแข็งแกร่งของความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ในนามของดูคาติ ผมต้องขอขอบคุณสำหรับการทุ่มเทแรงกายแรงใจที่บุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ทุกท่านกำลังทำเพื่อต่อสู้กับสถานการณ์การระบาดของไวรัส Covid-19”

 ทั้งนี้ โรงงานดูคาติตั้งอยู่ในเมืองโบโลญญ่า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแคว้นเอมีเลีย-โรมัญญา ดูคาติถือเป็นมาสเตอร์พีซแห่งวงการสองล้อและสี่ล้ออันโด่งดังภายใต้ชื่อ Motor Valley ซึ่งเป็นที่ที่รวบรวมสิ่งอำนวยความสะดวกทางการแพทย์ ทำให้แคว้นเอมีเลีย-โรมัญญาได้กลายเป็นศูนย์กลางระดับชาติสำหรับการรักษา Covid-19

สเตฟาโน่ โบนักชินี (Stefano Bonaccini) ประธานแห่งเอมีเลีย-โรมัญญา แสดงความคิดเห็นว่า “ในสภาวะฉุกเฉินของไวรัสโคโรนาในหลายสัปดาห์มานี้ ภูมิภาคของเราได้รับการสนับสนุนทางด้านสาธารณสุขเป็นอย่างดีจากการปฏิบัติงานของแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ ซึ่งเรารู้สึกซาบซึ้งใจอยู่เสมอ เราต่างปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู่ต่อ การร่วมบริจาคตามกำลังจากทุกท่าน ส่งผลให้ประชาชนในประเทศชาติยังสามารถดำเนินชีวิตอยู่ได้ภายใต้สถานการณ์การระบาดครั้งใหญ่ นี่คือเหตุผลที่ดูคาติได้ริเริ่มการระดมทุนระดับนานาชาติ โดยเริ่มจากบุคลากรในองค์กร ไปจนถึงผู้ที่ชื่นชอบดูคาติทั่วโลก เพื่อจัดหาทุนที่จะสนับสนุนโครงการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยโควิดของโรงพยาบาล S.Orsola ในโบโลญญ่า เนื่องจากผู้ป่วยได้รับผลกระทบจากการทำลายอวัยวะจากเชื้อไวรัส จะเห็นได้ว่าทั้งบุคลากรทางการแพทย์ที่อุทิศตนช่วยเหลือผู้อื่นและอุปกรณ์ทางการแพทย์มีความสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งดูคาติกำลังทำหน้าที่ดูแลการระดมทุนครั้งนี้”

สำหรับช่องทางการบริจาคร่วมกับแคมเปญ #raceagainstCovid สามารถบริจาคผ่านบัตรเครดิต โดยเข้าไปที่หน้าเว็บไซต์ https://www.gofundme.com/f/donazione-ospedale-s-orsola-covid หรือดาวน์โหลดแอพลิเคชั่น GoFundMe ทั้งนี้ สามารถบริจาคโดยการโอนเงินผ่านธนาคารไปยังบัญชีของโรงพยาบาล ตามรายละเอียดด้านล่าง

 

เอเอเอส กรุ๊ป บริจาค 1.5 ล้านบาท เพื่อการรักษาผู้ป่วยโรค Covid-19

0

เอเอเอส กรุ๊ป ผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการรถยนต์หรู Porsche, Bentley และตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ Harley-Davidson นำโดย วุฒิศักดิ์ อินทรภูวศักดิ์ รองประธานบริหาร เป็นตัวแทนบริษัทฯ และพนักงานมอบเงินบริจาคจำนวน 1.5 ล้านบาท เพื่อสมทบทุนสนับสนุนเครื่องช่วยหายใจและอุปกรณ์การแพทย์สำหรับการรักษาผู้ป่วยโรค Covid-19 ให้แก่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

มอเตอร์ไซค์ฮอนด้าขานรับแนวคิดตู้ปันสุข หนุนเครือข่ายร้านผู้จำหน่าย ฯ ทั่วประเทศจัดตู้ปันสุขที่หน้าร้าน คาดมีร้าน ฯ เข้าร่วมกว่า 500 จุดทั่วประเทศ

0

ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ผนึกกำลังร่วมเป็นศูนย์กลางของการให้และการรับด้วยโครงการ “มอไซค์ฮอนด้า ปันน้ำใจ ใส่ตู้กับข้าว” เพื่อร่วมแบ่งปันอาหารให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

ดร. อารักษ์ พรประภา รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในประเทศไทย เปิดเผยว่า “สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของคนจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ใช้แรงงาน หรือผู้มีรายได้น้อยที่มีปัญหาขาดสภาพคล่องในการใช้จ่าย ฮอนด้าจึงมีแนวคิดที่จะให้ความช่วยเหลือ โดยนำจุดเด่นของเครือข่ายร้านผู้จำหน่าย ฯ ที่ฮอนด้ามีอยู่ทั่วประเทศมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เกิดเป็นโครงการ ‘มอไซค์ฮอนด้า ปันน้ำใจ ใส่ตู้กับข้าว’ โดยร้านผู้จำหน่าย ฯ แต่ละร้านจะประดิษฐ์ตู้ปันสุข มาวางไว้ที่หน้าร้าน เพราะร้านเราอยู่ในพื้นที่ชุมชนอยู่แล้ว จึงมองเห็นได้ง่ายและเป็นประโยชน์ในการเข้าถึงของคนทั่วไป โดยภายในตู้จะมีอาหารแห้ง น้ำดื่ม รวมถึงเครื่องอุปโภคบริโภคอื่น ๆ เพื่อให้ผู้ยากไร้ หรือผู้ที่กำลังประสบปัญหาในการดำเนินชีวิตได้หยิบไปใช้ เป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายได้อีกทางหนึ่ง ในขณะเดียวกัน บุคคลทั่วไปที่ต้องการแบ่งปันอาหารก็สามารถมาบริจาคที่ตู้นี้ได้เช่นกัน”

“โครงการ ‘มอไซค์ฮอนด้า ปันน้ำใจ ใส่ตู้กับข้าว’ เป็นการต่อยอดจากแนวคิด Free Pantry ในต่างประเทศ และตู้ปันสุขของกลุ่มอิฐน้อยซึ่งเป็นกลุ่มจิตอาสากลุ่มแรกที่นำแนวคิด Free Pantry มาประยุกต์ใช้ในประเทศไทย โดยเราได้นำข้อดีของความเป็น Network ของร้าน Honda Wing Center มาใช้ให้เกิดประโยชน์”

“เบื้องต้นคาดไว้ในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้น่าจะมีร้านผู้จำหน่าย ฯ ที่เข้าร่วมโครงการ ‘มอไซค์ฮอนด้า ปันน้ำใจ ใส่ตู้กับข้าว’ วางตู้ปันสุขที่หน้าร้าน ฯ มากกว่า 500 แห่งทั่วประเทศ”

ท่านสามารถติดตามรายชื่อร้านผู้จำหน่าย ฯ ที่เข้าร่วมโครงการ “มอไซค์ฮอนด้า ปันน้ำใจ ใส่ตู้กับข้าว” ได้ที่ www.aphonda.co.th

กลุ่มอีซูซุ สนับสนุน 5 ล้านบาท โครงการ “CU-RoboCOVID” สนับสนุนการแพทย์ในสถานการณ์ COVID-19

0

กลุ่มอีซูซุ มอบเงิน 5 ล้านบาท ให้แก่คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำหรับโครงการ “CU-RoboCOVID” ซึ่งเป็นการพัฒนาหุ่นยนต์และอุปกรณ์สนับสนุนการแพทย์ในสถานการณ์ COVID-19 เพื่อส่งมอบให้แก่โรงพยาบาลทั่วประเทศ เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์และลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อ โดยหุ่นยนต์ในชุดนี้ประกอบด้วย

 

“ปิ่นโต” (Quarantine Delivery Robot) หรือหุ่นยนต์พัฒนาเพื่อช่วยบุคลากรทางการแพทย์ ทำหน้าที่ส่งอาหารและเวชภัณฑ์ให้กับผู้ป่วยโดยการใช้รถเข็นควบคุมทางไกล พร้อมติดตั้งระบบ Telepresence ระบบภาพสื่อสารทางไกล ลดจำนวนครั้งที่ต้องเข้าไปอยู่ใกล้ชิดผู้ติดเชื้อ​ และยังสามารถคอยสอดส่องคนไข้อย่างใกล้ชิดได้ตลอด

 

 

 

“กระจก” หรือ ระบบสื่อสารทางไกล Telepresence ประกอบด้วยแท็บเล็ต (Rugged Tablet) ที่เชื่อมต่อกันด้วยระบบสื่อสารทางไกล ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถพูดคุยกับคนไข้ได้ตลอดเวลาและสะดวกขึ้น ลดความเสี่ยงของการติดเชื้อได้มากขึ้น ส่วนฝั่งของคนไข้ก็ยังสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา ซึ่งจะช่วยลดการใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น ชุด PPE ถุงมือยาง หน้ากากอนามัย หน้ากาก Face Shield เป็นต้น

 

สำหรับพิธีมอบเงินสนับสนุนได้จัดขึ้น ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “Isuzu : Stand by Heroes” โดยมี มร.โทชิอากิ มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด มร. ฮารุยาซุ ทานิชิเกะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีซูซุมอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด และคุณสุชาติ ตันติศิริวัฒน์ ประธานคณะกรรมการผู้จำหน่ายอีซูซุ พร้อมด้วยตัวแทนคณะกรรมการ ร่วมส่งมอบ โดยมี ศ.ดร.สุพจน์ เตชวรสินสกุล คณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผศ.นพ.นครินทร์ ศิริทรัพย์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคุณชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานการคลัง สภากาชาดไทย ร่วมรับมอบ

ร่วมแรงร่วมใจ ผ่านวิกฤติ ไปด้วยกัน

พันธมิตรศูนย์ FREC ร่วมส่งมอบความช่วยเหลือสู้ภัยโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง

0

กลุ่มองค์กรพันธมิตรของ ‘ศูนย์การเรียนรู้ฟอร์ดเพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม’ หรือ ศูนย์ FREC กรุงเทพฯ ซึ่งล้วนเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่มีความคิดสร้างสรรค์ในการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างมีเอกลักษณ์ตามพันธกิจของแต่ละองค์กร ได้ร่วมมือร่วมใจปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานในปัจจุบันตามความเชี่ยวชาญของแต่ละหน่วยงาน เพื่อส่งมอบความช่วยเหลือให้สอดรับกับความต้องการของชุมชนในช่วงสถานการณ์โควิด-19

ศูนย์ FREC กรุงเทพฯ และกลุ่มองค์กรพันธมิตร ได้ร่วมกันจัดทำ ‘ชุดส่งมอบความห่วงใย’ (care package) เพื่อส่งมอบให้แก่ชุมชนให้ได้สัปดาห์ละ 1,000 ชุด โดยในชุดส่งมอบความห่วงใยประกอบด้วย ข้าวสาร ปลากระป๋อง นมถั่วเหลือง และผลไม้ เพื่อให้ประกอบอาหารได้ถึง 30 มื้อ นอกจากนี้ ในชุดยังมี สบู่ เจลทำความสะอาดมือ และหน้ากากอนามัย มอบให้ด้วย โดยกลุ่มองค์กรพันธมิตรศูนย์ FREC กรุงเทพฯ คาดว่าจะสามารถส่งมอบชุดส่งมอบความห่วงใยได้รวม 13,000 ชุด ภายในสิ้นเดือนมิถุนายน ซึ่งทั้งหมดนี้จะสามารถนำไปใช้ประกอบอาหารได้ถึง 400,000 มื้อ สำหรับครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

“พวกเราได้ร่วมกันตั้งคำถามขึ้นมากมายว่า เราจะให้ความช่วยเหลืออะไรได้บ้าง คนที่เราควรเร่งช่วยเหลือคือใคร เราจะเข้าถึงพวกเขาได้อย่างไร เราควรจะมอบสิ่งของประเภทไหน และ เราจะรวบรวมสิ่งของมาได้อย่างไร” มร. สก็อตต์ ชาง ผู้อำนวยการ ศูนย์การเรียนรู้ฟอร์ดเพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม หรือ ศูนย์ FREC กรุงเทพฯ กล่าว

Na Café ซึ่งตั้งอยู่ที่อาคาร Bangkok 1899 คือหนึ่งในหน่วยงานเพื่อนบ้านของศูนย์ FREC กรุงเทพฯ ที่มุ่งให้ความช่วยเหลือเยาวชนผู้ลี้ภัยที่เดือดร้อนให้มีงานทำ เป็นองค์กรที่ริเริ่มโครงการช่วยเหลือสู้ภัยโควิด โดยมีพันธมิตรศูนย์ FREC กรุงเทพฯ อีก 2 ราย คือ มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ หรือ เอสโอเอส และ ศูนย์วิจัยชุมชนเมือง USL หรือ Urban Studies Lab เข้ามาร่วมให้ความช่วยเหลือในโครงการ เพื่อกำหนดปริมาณสิ่งของต่างๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับสารอาหารในปริมาณที่เพียงพอ พร้อมทั้งระดมความช่วยเหลือในการบริจาคสิ่งของ

ภายในเวลาไม่นาน ได้มีผู้สนับสนุนทั้งจากหน่วยงานภาครัฐ บุคคลทั่วไป ร้านค้า และผู้มีชื่อเสียง ร่วมสนับสนุนสิ่งของบริจาคมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ข้าวสาร ปลากระป๋อง เจลทำความสะอาดมือ และหน้ากากอนามัย ให้กับโครงการนี้

“ก่อนหน้าการระบาดของโควิด-19 มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ หรือ เอสโอเอส เป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่บริหารจัดการกับอาหารส่วนเกินจากโรงแรม ร้านอาหาร ซุปเปอร์มาร์เก็ต มากกว่าสองตันต่อวัน โดยมีหลักปฎิบัติในการจัดการอาหารให้มีความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด เพื่อส่งมอบไปยังศูนย์พักพิงคนไร้ที่พึ่ง บ้านเด็กกำพร้าและสตรี ทั้งนี้ ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบให้โรงแรมและร้านอาหารต้องปิดให้บริการ มูลนิธิฯ จึงได้ใช้ความเชี่ยวชาญในการจัดการอาหารขององค์กร รวบรวมทั้งอาหารส่วนเกินและอาหารที่มีผู้บริจาคนำมาร่วมกับโครงการ โดยได้จัดทำโซนอาหารที่สะอาดถูกหลักอนามัย และใช้รถของเรานำของที่ได้รับบริจาคมาจัดทำเป็น ‘ชุดส่งมอบความห่วงใย’ นำไปมอบให้กับชุมชน” นางสาวธนาภรณ์ อ้อยอิสรากุล ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ มูลนิธิเอสโอเอส กล่าว

ปัจจุบันพื้นที่ของศูนย์ FREC กรุงเทพฯ ทั้งห้องประชุม สำนักงาน ห้องเรียน และครัวส่วนกลาง ได้มีการปรับเปลี่ยนการใช้งานให้เป็นสถานที่จัดเก็บสิ่งของที่ได้รับบริจาคซึ่งส่วนใหญ่ ได้มาจากการทำงานร่วมกันของศูนย์ FREC กรุงเทพฯ และมูลนิธิสติ ซึ่งมีส่วนอย่างมากในการรวบรวมความช่วยเหลือจากเครือข่ายหน่วยงานต่างๆ มาสนับสนุนโครงการนี้

“เราสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์แบบด้วยความร่วมมือจากองค์กรต่างๆ” นายเสกสรร รวยภิรมย์ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิสติ และเจ้าของร้านอาหาร Na Café กล่าว “บุคคลและหน่วยงานที่มีน้ำใจจากที่ต่างๆ ได้บริจาคสิ่งของ อาหาร และทีมงานเองได้สร้างระบบบริจาคในวิธีที่ปลอดภัยที่สุดให้กับชุมชนที่รับผลกระทบสูงสุด เรามีเป้าหมายร่วมกันเพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ปัจจุบัน นอกจากนี้ เรายังมุ่งมั่นที่จะฟื้นฟูชุมชนที่ได้รับผลกระทบ เช่น โครงการฟื้นฟูสุขภาพจิต การฝึกอาชีพ การอบรมผู้ประกอบการ รวมไปถึงการลงทุนธุรกิจขนาดเล็กในชุมชน”

ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ศูนย์วิจัยชุมชนเมือง หรือ USL กลุ่มนักวิชาการและนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยที่มารวมตัวกัน เพื่อออกแบบจัดทำสถานที่สาธรณะที่สามารถตอบสนองความต้องการของชุมชน ได้ปรับเปลี่ยนการทำงาน มาช่วยหาแนวทางในการเข้าถึงกลุ่มคนที่จำเป็นต้องใช้ ‘ชุดส่งมอบความห่วงใย’ มากที่สุด ด้วยการทำงานระยะไกลจากทางบ้าน โดยการนำข้อมูลการสำรวจสำมะโนประชากรไทยมาผนวกเข้ากับแผนที่ 50 เขต ในกรุงเทพฯแบบละเอียด เพื่อระบุหาพื้นที่ที่ต้องการความช่วยเหลือสูงสุด

“แนวคิดที่สำคัญในการที่เราจะส่งต่อความช่วยเหลือ คือ การนำข้อมูลที่มีมาช่วยประกอบการตัดสินใจและวางแผนความช่วยเหลือให้มีประสิทธิภาพที่สุด” ดร.พงษ์พิศิษฐ์ หุยากรณ์ ผู้ก่อตั้ง USL กล่าว “เราหาพื้นที่ที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน ด้วยการทำแผนที่ระดับความเปราะบางของชุมชนโดยใช้ข้อมูล 7 ตัว อาทิ จำนวนครัวเรือนรายได้ต่ำ ความหนาแน่นของประชากรสูงอายุ จำนวนชุมชนแออัด และค่าสัมประสิทธิความไม่เท่าเทียม มาวิเคราะห์ เราตั้งใจที่จะลงไปทำงานใน 13 พื้นที่ เพื่อจะช่วยเหลือให้ได้ 15,000 ครัวเรือน ซึ่งคิดเป็น 17% ของครัวเรือนเปราะบางที่เรามีข้อมูล นอกจากนี้ เรายังได้รับความช่วยเหลือจาก ศูนย์บริการสาธารณสุขและเครือข่ายอาสาสมัครสาธารณสุข ที่ทำงานกับชุมชนอยู่ก่อนแล้ว เพื่อให้เรามั่นใจได้ว่าจะมีระบบการแจกจ่ายชุดส่งมอบความห่วงใยได้อย่างทั่วถึง ซึ่งเรายังต้องเก็บข้อมูล Live data เพื่อนำมาวางแผนการช่วยเหลือในระยะยาวต่อไป”

อาสาสมัครจากหน่วยงานสาธารณสุขได้ใช้ศูนย์ FREC กรุงเทพฯ เป็นฐานปฎิบัติงานด้านการอบรมมาเป็นระยะเวลาหลายเดือน ได้มีส่วนร่วมในโครงการนี้เช่นกัน ด้วยการช่วยระบุกลุ่มคนและครอบครัวที่จำเป็นต้องใช้ ชุดส่งมอบความห่วงใย เนื่องจากกลุ่มอาสาสมัครมีความสัมพันธ์กับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและผู้สูงวัยในชุมชนมายาวนาน แพทย์และพยาบาลอาสาสมัครที่ ยังได้ช่วยตรวจสอบพื้นที่ทำงานโซนอาหารสะอาดถูกหลักอนามัยในการจัดทำ ‘ชุดส่งมอบความห่วงใย’ ด้วย

พันธมิตรรายอื่นๆ ของศูนย์ FREC กรุงเทพฯ ก็ได้ปรับเปลี่ยนการทำงานมาช่วยรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 เช่นกัน โดยมีรายละเอียด ดังนี้

Precious Plastic หน่วยงานที่ทำงานด้านการรีไซเคิลพลาสติก ได้ใช้ความเชี่ยวชาญในด้านการสร้างการรับรู้กับประชาชน มาแยกแยะข้อมูลที่เป็นความจริงและข้อมูลที่ไม่จริง เพื่อให้ความรู้กับชุมชนเกี่ยวกับโควิด-19 โดยได้จัดพิมพ์ใบปลิวที่เรียกว่า “Myth Busters” ซึ่งเป็นข้อมูลเรื่องจริง-เรื่องเท็จ ใส่ไปใน ‘ชุดส่งมอบความห่วงใย’ นี้ด้วย

Bangkok 1899 หน่วยงานเพื่อนบ้านของศูนย์ FREC กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นศูนย์รวมของผู้คนที่ชื่นชอบกิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรม ถึงแม้ในช่วงนี้กิจกรรมต่างๆ ต้องยกเลิกไป แต่ Bangkok 1899 ได้ปรับเปลี่ยนสถานที่ให้เป็นจุดส่งมอบสิ่งของบริจาค เนื่องจาก Bangkok 1899 มีทางเข้าอยู่ติดถนน ผู้บริจาคจึงสามารถวนรถเพื่อนำของบริจาคมาส่งมอบ หรือ Drop Off ได้โดยไม่ต้องเข้ามาด้านในอาคาร

FabLab Bangkok กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีที่ให้ความรู้ด้าน STEAM (Science, Technology, Engineering, Arts and Mathematics) แก่นักเรียน ทั้งวิชาคณิตศาสตร์ และวิทยาศาตร์ หลังเวลาเรียน ได้เปิดจัดการแข่งขันผ่านช่องทางออนไลน์ที่เรียกว่า แฮกกาธอน เพื่อคิดค้นอุปกรณ์ต้นแบบเพื่อพัฒนาเป็นเครื่องช่วยหายใจ หน้ากากป้องกันใบหน้า (Face shield) หน้ากากอนามัย และ อุปกรณ์ทางการแพทย์อื่นๆ

ในส่วนของกลุ่มองค์กรเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ Nature Inc. อยู่ระหว่างการพัฒนาการเรียนการสอนด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแบบออนไลน์ เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถเข้าถึงเวิร์คช้อปต่างๆ ขององค์กรได้อย่างปลอดภัยจากที่บ้าน

“เรามีความยินดีที่ได้ทำงานร่วมกับทีมงานที่ตระหนักถึงความต้องการของสังคมที่เปลี่ยนไปในช่วงเวลาอันยากลำบากนี้” มร. ชาง กล่าวเสริม “ฟอร์ดขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ได้ส่งมอบน้ำใจและนำความเชี่ยวชาญของแต่ละองค์กรมารวมพลังให้เราสามารถส่งมอบความช่วยเหลือให้แก่ชุมชน ได้ในเวลาอันรวดเร็ว การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อผู้คนในการมีปฎิสัมพันธ์กับผู้อื่น แต่เราก็พยายามทำงานกันอย่างหนัก เพื่อให้ทุกคนได้รับการดูแลที่ดี ไม่ว่าจะเป็นในฝั่งของผู้ให้หรือผู้รับ” 

ผู้สนใจร่วมบริจาคสามารถดูข้อมูลเพื่อเติมของโครงการ ได้ที่เว็บไซต์ www.globalgiving.org/ford-covid-response

ฟอร์ด มีเจตนารมณ์อันแน่วแน่ในการทำกิจกรรมเพื่อสร้างสิ่งดีๆ ให้แก่สังคมไทย ในปีที่ผ่านมา กองทุน ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี (ฟอร์ด ฟันด์) ซึ่งเป็นหน่วยงานเพื่อสังคมของฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี ได้จัดสรรงบประมาณกว่า 53 ล้านบาท เพื่อก่อตั้งศูนย์การเรียนรู้ฟอร์ดเพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม หรือ ศูนย์ FREC กรุงเทพฯ ณ ชุมชนนางเลิ้งอันมีประวัติศาสตร์ยาวนาน โดยถือเป็นพันธกิจระยะยาวของฟอร์ด เพื่อพัฒนากิจกรรมที่สร้างสรรค์และส่งมอบความช่วยเหลือให้แก่ชุมชน เช่นเดียวกับศูนย์ FREC ทั่วโลก

ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ รวมพลัง เอ.พี. ฮอนด้า บริจาคเงินและอุปกรณ์ทางการแพทย์มูลค่ารวมกว่า 7.5 ล้านบาท สู้วิกฤต โควิด 19

0

เครือข่ายร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศรวม 50 บริษัท ฯ ร่วมผนึกกำลังกับ เอ.พี. ฮอนด้า ผู้จัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในประเทศไทย บริจาคเงินและอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลและหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อสู้กับวิกฤตการณ์โควิด 19 รวมเป็นมูลค่ากว่า 7.5 ล้านบาทสำหรับร้านหรือบริษัทที่ร่วมสู้วิกฤตในครั้งนี้ประกอบด้วย

บจก. เกียรติสุรนนท์ จ.อุบลราชธานี บริจาคเงินช่วยเหลือ
บจก. คุณเฮงยานยนต์สุรินทร์ 1999 จ.สุรินทร์ บริจาคเงินช่วยเหลือ
บจก. ชาญยนต์บ้านดุง จ.สกลนคร มอบหน้าการอนามัยและเจลแอลกอฮอล์
บจก. โชติอนันต์เจริญ จ.ลพบุรี บริจาคเงินช่วยเหลือ บริจาคเงินช่วยเหลือ
บจก. ตั้งใจกลการ จ.นครศรีธรรมราช บริจาคชุด PPE และหน้ากากอนามัย
บจก. ตั้งใจยนตรการ 2007 จ.ตรัง บริจาค Face Shield และหน้ากากอนามัย
บจก. ตั้งใจยนตรการ 2556 จ.กระบี่ บริจาค Face Shield และหน้ากากนามัย
บจก. นัดพบบางใหญ่ จ.นนทบุรี บริจาค Face Shield

บจก. นิยมพานิชลำปาง จ.ลำปาง บริจาคชุดป้องกันเชื้อโรค
บจก. นิวมอเตอร์ไบค์ กรุงเทพฯ บริจาคเงินช่วยเหลือ
บจก. บุรีรัมย์ยนตรการ จ.บุรีรัมย์ บริจาคเงินช่วยเหลือ
บจก. ปิยะมิตร มอเตอร์ กรุงเทพ ฯ บริจาคเงินช่วยเหลือ
บจก. พรนุภาพมอเตอร์ไบค์ จ.เพชรบุรี บริจาค Face Shield
บจก. พิธานพาณิชย์ (3 จังหวัดชายแดนภาคใต้) บริจาคเงินช่วยเหลือ
บจก. พิธานพาณิชย์ (หาดใหญ่) จ.สงขลา บริจาคเงินช่วยเหลือ พร้อมด้วยหน้ากากอนามัยและชุด PPE
บจก. เพชรเกษม คอมเมอร์เชียล กรุงเทพ ฯ บริจาคเงินช่วยเหลือ
บจก. มิตรยนต์อินเตอร์กรุ๊ป จ.นครนายก บริจาคเงินช่วยเหลือ
บจก. มิตรศิลป์ วิน จ.มุกดาหาร บริจาคเงินช่วยเหลือ

บจก. รวมยนต์มอเตอร์แลนด์ จ.ชลบุรี บริจาคเงินช่วยเหลือ
บจก. รุ่งเรืองอินเตอร์ (2008) จ.อุดรธานี บริจาคเงินช่วยเหลือ
บจก. รุ่งเรืองอินเตอร์สว่างแดนดิน จ.สกลนคร บริจาคเงินช่วยเหลือ
บจก. ลาภเพิ่มพูน จ.นครราชสีมา บริจาคเงินช่วยเหลือ
บจก. ศรีสมบูรณ์ธุรกิจเซ็นเตอร์ จ.ลพบุรี บริจาคชุด PPE
บจก. ศรีสมบูรณ์ธุรกิจเซ็นเตอร์ (สาขาหน้าพระลาน) จ.สระบุรี บริจาคชุด PPE
บจก. ศุภกิตติ์มอเตอร์สุราษฎร์ธานี จ.สุราษฏร์ธานี บริจาค Face Shield
บจก. สมุยมอเตอร์แลนด์(1986) จ.สุราษฏร์ธานี บริจาคเงินช่วยเหลือ

บจก. สมุยยนตรกิจ จ.สุราษฏร์ธานี บริจาคอาหารและน้ำดื่ม
บจก. สหวัสส์มอเตอร์ จำกัด จ.อยุธยา บริจาคเงินช่วยเหลือ และ Face Shield
บจก. แสงตะวันมอเตอร์ไบค์ จ.มหาสารคาม บริจาคเงินช่วยเหลือ
บจก. อภิโชคอนันไบค์ กรุงเทพ ฯ บริจาคเงินช่วยเหลือ
บจก. อริยะมอเตอร์ จ.สงขลา บริจาคเงินช่วยเหลือ พร้อมด้วยหน้ากากอนามัยและชุด
บจก. อึ้งกุ่ยเฮงเทรดดิ้ง จ.สกลนคร บริจาคอุปกรณ์ทางการแพทย์
บจก. อึ้งกุ่ยเฮงสกลนคร จ.สกลนคร บริจาคเงินช่วยเหลือ
บจก. เอ.เอส.มอเตอร์ไบท์ จ.มหาสารคาม บริจาคเครื่องมือแพทย์
บจก. ฮอนด้า ปิยะ จ.ระยอง บริจาคเงินช่วยเหลือ
บจก. ฮอนด้าชุมพร จ.ชุมพร บริจาคชุด PPE
บจก. ฮอนด้าประสิทธิ์มอเตอร์สระแก้ว (2554) จ.สระแก้ว บริจาคน้ำยาฆ่าเชื้อและอุปกรณ์พ่น
บจก. ฮอนด้าสุราษฎร์ธานี จ.สราษฏร์ธานี บริจาคชุด PPE
บจก.โชติอนันต์เจริญ จ.ลพบุรี บริจาคเงินช่วยเหลือ
หจก. ชุมพรเหรียญทองมอเตอร์ จ.ชุมพร บริจาคเงินช่วยเหลือ
หจก. ซ้งเกษตรยนต์ จ.มหาสารคาม บริจาคเงินช่วยเหลือ
หจก. เดชากลการบ้านนา จ.นครนายก บริจาคชุด PPE
หจก. ทรัพย์เจริญมอเตอร์ จ.ร้อยเอ็ด บริจาคอุปกรณ์ทางการแพทย์
หจก. นครพนมทวียนต์ จ.นครพนม บริจาคเงินช่วยเหลือ
หจก. นราธิวาสสหมิตรมอเตอร์ จ.นราธิวาส บริจาคชุดเจ้าหน้าที่ผ่าตัด
หจก. ประสบชัยกลการ จ.ตาก บริจาคเงินช่วยเหลือ
หจก. ประสิทธิ์มอเตอร์ ปราจีนบุรี บริจาคเงินช่วยเหลือ
หจก. สุพัฒน์มอเตอร์ จ.กาฬสินธุ์ บริจาคเงินช่วยเหลือ
หจก. แสงตาวันลิสซิ่ง จ.มหาสารคาม บริจาคเงินช่วยเหลือและชุด PPE
หจก. ฮอนด้าแสงชัยพาณิชย์ลำพูน จ.ลำพูน บริจาคเงินช่วยเหลือ

ทั้งนี้ เอ.พี. ฮอนด้า และเครือข่ายร้านผู้จำหน่าย ฯ รถจักรยานยนต์ฮอนด้าพร้อมที่จะให้การช่วยเหลือสังคมไทยในทุกวิกฤตการณ์