Home Blog Page 3

NEX จับมือ พรภูทิพย์ ส่งมอบรถหัวลากไฟฟ้าขนส่งน้ำเชื่อม ตอบโจทย์ TRR Industry และ Suntory PepsiCo Thailand มุ่งยกระดับสู่ Low Carbon Mobility เต็มรูปแบบ

0
Oplus_16908288

บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NEX เดินหน้าสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมไทยสู่การขนส่งคาร์บอนต่ำ ล่าสุด ได้ส่งมอบรถหัวลากไฟฟ้า NEX EV Tractors ให้แก่ บริษัท พรภูทิพย์ ทรานสปอร์ต จำกัด เพื่อนำไปใช้ในภารกิจขนส่งน้ำเชื่อมให้กับ บริษัท ไทยรุ่งเรืองอุตสาหกรรม จำกัด (TRR Industry) ผู้ผลิตน้ำตาลแบรนด์ “Lin” ซึ่งเป็นผู้ผลิตและแปรรูปน้ำตาลรายสำคัญของประเทศ

โดยพิธีส่งมอบได้รับเกียรติจากคุณพรทิพย์ ถิระสังวร กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรภูทิพย์ ทรานสปอร์ต จำกัด (ที่ 1 จากซ้าย) คุณอัจฉรา งานทวี รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยรุ่งเรืองอุตสาหกรรม จำกัด (ที่ 2 จากซ้าย) คุณอากิระ โนจิมะ Saraburi Manufacturing Vice President (กลาง) คุณพรทิพย์ สิงห์น้อย Direct Material Procurement Director (ที่ 2 จากขวา) บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด และคุณธนพัชร์ สุขสุธรรมวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) (ที่ 1 จากขวา) ร่วมแสดงความยินดีและเป็นสักขีพยาน ณ บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด จังหวัดสระบุรี

ภายในพิธีส่งมอบ ผู้บริหารจาก TRR Industry, NEX และ พรภูทิพย์ ทรานสปอร์ต ซึ่งเป็นผู้ให้บริการขนส่ง ได้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ด้านการพัฒนาโลจิสติกส์คาร์บอนต่ำ โดยเน้นย้ำถึงความร่วมมือในห่วงโซ่อุปทานที่ครอบคลุมตั้งแต่ผู้ผลิตวัตถุดิบ ผู้พัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า ไปจนถึงผู้ให้บริการขนส่ง

การส่งมอบรถหัวลากไฟฟ้าในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของ TRR Industry ในฐานะผู้ผลิตน้ำตาลและน้ำเชื่อมรายใหญ่ของประเทศ ที่มุ่งพัฒนาแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม โดยการนำรถหัวลากไฟฟ้า NEX EV Tractors มาใช้ทดแทนรถบรรทุกดีเซลในเส้นทางขนส่งน้ำเชื่อมไปยังโรงงานของพันธมิตร ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ลดมลพิษทางอากาศ และลดเสียงรบกวนจากการขนส่ง

ยามาฮ่าส่งเทรนดี้สกู๊ตเตอร์ของคนรุ่นใหม่ YAMAHA FAZZIO บุกซีรีส์ดัง “เด็กใหม่ The Reset”

0

นายอุกฤษณ์ ภาควิวรรธ รองผู้จัดการใหญ่ด้านวางแผนการค้าและการตลาด บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ร่วมถ่ายภาพกับ นายนิพนธ์ ผิวเณร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตละคร บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยคณะผู้จัดและนักแสดงนำจากซีรีส์ Girl from Nowhere The Reset (เด็กใหม่ The Reset) ในงาน “Girl from Nowhere The Reset” GALA PREMIERE เปิดตัวซีรีส์เรื่องใหม่ พร้อมชวนชม Ep.1 ก่อนใคร

โดย บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ได้เข้าร่วมเป็น ผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ ของซีรีส์ เด็กใหม่ The Reset พร้อมส่ง YAMAHA FAZZIO HYBRID เทรนดี้สกู๊ตเตอร์ของคนรุ่นใหม่ เข้าร่วมถ่ายทอดภาพลักษณ์ความสดใส ทันสมัย และไลฟ์สไตล์ของเด็กเจเนอเรชันใหม่ ภายใต้สโลแกน “เจนใหม่สไตล์เนี้ยะ!”

ทั้งนี้ YAMAHA FAZZIO HYBRID ที่ได้รับการตกแต่งพิเศษ จะปรากฏเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของเรื่อง เปรียบเสมือน “นักแสดงหลัก” ที่ร่วมถ่ายทอดความเป็นเทรนดี้ในทุกตอนของซีรีส์ เพื่อสะท้อนตัวตน และไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่อย่างชัดเจน

สำหรับ Girl from Nowhere The Reset (เด็กใหม่ The Reset) นำแสดงโดย YAMAHA FAZZIO Hybrid, เบ็คกี้ อาร์มสตรอง, เจนเย่ เมธิกา, เพิร์ธ วีริณฐ์ศรา และนักแสดง New Gen ชื่อดังอีกมากมาย

แฟนๆ ยามาฮ่าสามารถร่วมติดตามชมซีรีส์ Girl from Nowhere The Reset (เด็กใหม่ The Reset) ได้ทุกวันเสาร์ เวลา 20.30 น. เริ่มตอนแรก 7 มีนาคมนี้ ดูทีวี ช่องวัน 31 ดูย้อนหลัง UNCUT แอป oneD และสามารถติดตามคอนเทนต์ YAMAHA FAZZIO HYBRID เด็กใหม่ #คันใหม่ถูกใจโน๊ะ ที่นำเสนอการตกแต่งของรถ YAMAHA FAZZIO ที่แต่งง่ายให้โดนใจ เหมาะกับทุกวัย ภายใต้ #Yamaha #Fazzio #คันใหม่ถูกใจโน๊ะ ได้ที่ Facebook : Yamaha Society Thailand

โดยงาน “Girl from Nowhere The Reset” GALA PREMIERE เปิดตัวซีรีส์และฉาย Ep.1 รอบพิเศษ จัดขึ้น ณ สยามภาวลัย รอยัล แกรนด์ เธียเตอร์ ชั้น 6 สยามพารากอน เมื่อเร็วๆ นี้

วิริยะประกันภัย เปิดกลยุทธ์ปี 69 เดินหน้ายกระดับบริการทุกมิติ “เคียงข้างคนไทยในทุกวิกฤต มุ่งเสริมสร้างสังคมไทยสู่ความยั่งยืน”

0

นายอมร ทองธิว กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) นำคณะผู้บริหารระดับสูง จัดงานแถลงข่าวประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “วิริยะประกันภัย เคียงข้างคนไทยในทุกวิกฤต มุ่งเสริมสร้างสังคมไทยสู่ความยั่งยืน” เพื่อแถลงถึงผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา พร้อมประกาศทิศทางและกลยุทธ์การดำเนินงานปี 2569 ที่มุ่งเน้นการขับเคลื่อนองค์กรหลากหลายมิติ ทั้งการยกระดับประสบการณ์บริการด้วยการประยุกต์ใช้นวัตกรรม การสนับสนุนมาตรฐานงานบริการด้วย Data Driven รวมถึงให้ความสำคัญกับการเสริมศักยภาพบุคลากรอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG (Environmental, Social, Governance) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งขององค์กรให้พร้อมรับมือกับทุกวิกฤตในอนาคต และยืนหยัดเป็นหลักประกันความเสี่ยง เคียงข้างสังคมไทยทุกสถานการณ์ ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรม Jubilee Prestige Hotel Ratchadapisek กรุงเทพฯ

ทั้งนี้ ท่ามกลางสถานการณ์ความท้าทายรอบด้าน ทั้งความผันผวนทางเศรษฐกิจ ภัยธรรมชาติที่มีความถี่และรุนแรงมากขึ้น ตลอดจนเหตุการณ์ความไม่สงบจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และอุบัติภัยที่ไม่คาดคิด แต่บริษัทฯ ยังคงแสดงศักยภาพความแข็งแกร่งในการบริหารจัดการความเสี่ยงและสินไหมทดแทนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยยังคงรักษาความเป็นผู้นำตลาดประกันวินาศภัยต่อเนื่องเป็นปีที่ 34 ด้วยส่วนแบ่งตลาด 14.64% ส่วนผลประกอบการปี 2568 มีเบี้ยประกันภัยรับตรงรวม 42,923 ล้านบาท เติบโต 5% ในขณะเดียวกัน ยังคงมั่นคงด้วยสินทรัพย์ที่มีอยู่ถึง 68,166 ล้านบาท และอัตราความพอเพียงของเงินกองทุน (CAR) 357.21% ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงกว่ามาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนดไว้ โดยในปี 2569 นี้ บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับตรงอยู่ที่ 44,646 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 4% ภายใต้แผนงานที่มุ่งผสานพลังเทคโนโลยีและศักยภาพบุคลากรทุกส่วนงาน ยกระดับคุณภาพงานบริการทุกมิติ พร้อมเดินหน้าสร้างคุณค่าให้ผู้เอาประกันภัย คู่ค้า และสังคมไทยอย่างมั่นคงยั่งยืน บนพื้นฐาน “ความเป็นธรรม คือ นโยบาย”

“ฮอนด้า” เติมความอุ่นใจรับซัมเมอร์ ! มอบแคมเปญสุดพิเศษ “Happy Plus Summer Check คุ้มขั้นสุด ให้ร้อนนี้สนุกกว่าที่เคย” ตรวจเช็กรถคู่ใจ รับส่วนลดพร้อมทางเลือกผ่อนสบายกระเป๋า ณ ศูนย์บริการรถยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ ตั้งแต่ 1 – 31 มีนาคม 2569 

0
ฮอนด้า 1

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมต้อนรับหน้าร้อน ชวนครอบครัวฮอนด้าเดินทางพร้อมความอุ่นใจด้วยแคมเปญตรวจเช็กรถยนต์ Happy Plus Summer Check คุ้มขั้นสุด ให้ร้อนนี้สนุกกว่าที่เคย เพราะทุกการเดินทางต้องมาพร้อมความปลอดภัย สำหรับลูกค้าครอบครัวฮอนด้าตรวจสภาพรถยนต์ฟรี ! และพิเศษสุดกับส่วนลดยางรถยนต์เพิ่มเติม !! สูงสุด 400 บาท* พร้อมทางเลือกผ่อนง่ายสบายกระเป๋า ดอกเบี้ย 0% สูงสุด 10 เดือน ขั้นต่ำ 2,000 บาท** เพียงนัดหมายและนำรถยนต์เข้ารับบริการที่ศูนย์บริการรถยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 มีนาคม 2569

แคมเปญสำหรับลูกค้าครอบครัวฮอนด้า

รายการที่ 1 บริการตรวจสภาพรถยนต์ฟรี

รายการที่ 2 รับส่วนลดเส้นละ 100 บาท เมื่อซื้อยางรถยนต์ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ ทุกเบอร์ เพิ่มเติมจากแคมเปญยางรถยนต์ปกติ

รายการที่ 3 รับส่วนลด 100 บาท เมื่อซื้อแบตเตอรี่ยี่ห้อ GS** และ PUMA**

แคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้าฮอนด้า รถใหม่อายุไม่เกิน 1 ปี

  • รับส่วนลดเพิ่มเติมสูงสุด 7%* เมื่อซื้อแพ็กเกจเช็กระยะ “เพย์เซฟ 6 หรือ 10” (ส่วนลดเพิ่มเติมจากเดิมที่แพ็กเกจเพย์เซฟ 6 และ 10 ให้ 15% รวมกันได้ส่วนลดสูงสุด 22%* ตลอดอายุแพ็กเกจ)

แคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้าฮอนด้า รถอายุ 5 ปีขึ้นไป

  • รับส่วนลดเพิ่มเติมสูงสุด 5%* เมื่อซื้อแพ็กเกจเช็กระยะ “เพย์เซฟ 4” (แพ็กเกจเช็ก 4 ระยะ ภายใน 30 เดือน ได้รับส่วนลดค่าแรงและค่าอะไหล่ 15% รวมกันได้ส่วนลดสูงสุด 20%* ตลอดอายุแพ็กเกจ)

แคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้าฮอนด้า รถอายุ 4-6 ปี

  • รับส่วนลดเพิ่มเติมสูงสุด 5%* เมื่อซื้อแพ็กเกจเช็กระยะ “เพย์เซฟ อุ่นใจ” (แพ็กเกจเช็ก 4 ระยะ ภายใน 30 เดือน ได้รับส่วนลดค่าแรงและค่าอะไหล่ 10% รวมกันได้ส่วนลดสูงสุด 15%* ตลอดอายุแพ็กเกจ พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงฟรี 2 ปี)

แคมเปญสำหรับลูกค้าครอบครัวฮอนด้ารถอายุ 7 ปีขึ้นไป

รายการที่ 1 ส่วนลด 20% ผลิตภัณฑ์กรองน้ำมันเครื่อง (Oil Filter)**

รายการที่ 2 ส่วนลด 20% ผลิตภัณฑ์กรองอากาศ (Air Filter)**

รายการที่ 3 ส่วนลด 20% อะไหล่ช่วงล่างกลุ่มปีกนก**

รายการที่ 4 ส่วนลด 20% บู๊ซยาง** ยางรองแท่นเครื่อง** และยางรองแท่นเกียร์**

แคมเปญ Welcome to Honda Family สำหรับรถยนต์ฮอนด้ามือสอง เพียงนำรถยนต์เข้ามาอัปเดตข้อมูลพร้อมเอกสารยืนยันผู้ครอบครองรถยนต์ใหม่ รับทันที

รายการที่ 1 ส่วนลดค่าน้ำมันเครื่อง 200 บาท

รายการที่ 2 ส่วนลด 20% สำหรับน้ำมันเกียร์

รายการที่ 3 ส่วนลด 20% สำหรับน้ำยาหม้อน้ำ

รายการที่ 4 ส่วนลด 20% สำหรับน้ำมันเบรก

โปรแกรมผ่อนชำระสำหรับยางรถยนต์ สามารถผ่อนชำระ 0% ได้นานสูงสุด 10 เดือน

  • ผ่อนชำระ 0% 6 เดือนหรือ 10 เดือน กับบัตรเครดิตธนาคารที่ร่วมรายการ*** ยอดใช้จ่ายขั้นต่ำ 2,000 บาท

โปรแกรมผ่อนชำระสำหรับงานบริการทุกประเภท สามารถผ่อนชำระ 0% ได้นานสูงสุด 8 เดือน

  • ผ่อนชำระ 0% 6 เดือน กับบัตรเครดิตธนาคารที่ร่วมรายการ*** ยอดใช้จ่ายขั้นต่ำ 6,000 บาท
  • ผ่อนชำระ 0% 8 เดือน เฉพาะบัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์และบัตรเครดิตธนาคารกรุงไทย ยอดใช้จ่ายขั้นต่ำ 6,000 บาท

ซัมเมอร์นี้เดินทางไกลแค่ไหนก็ไม่หวั่น ! เตรียมตัวให้พร้อมแล้วออกไปรับลมร้อนกับรถยนต์ฮอนด้า อุ่นใจตลอดการเดินทาง กับแคมเปญ Happy Plus Summer Check คุ้มขั้นสุด ให้ร้อนนี้สนุกกว่าที่เคย ตั้งแต่วันที่ 1-31 มีนาคม 2569 ที่ศูนย์บริการรถยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ สามารถอัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

  • เว็บไซต์: honda.co.th
  • Facebook Official Account: Honda Thailand
  • LINE Official Account: @honda-thailand

 

“GEELY” คว้า 2 รางวัล Thailand Car of the Year 2026 ตอกย้ำความสำเร็จ EV มาตรฐานระดับโลกเพื่อคนไทย

0
GEELY 1

บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด ในเครือกลุ่มธนบุรี ผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายรถยนต์แบรนด์ จีลี่ (GEELY) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ต่อยอดความสำเร็จระดับโลกของ GEELY ด้วยการคว้า 2 รางวัลแรกในประเทศไทยจากเวที Thailand Car of the Year 2026 โดย GEELY EX2 รับรางวัล BEST SUBCOMPACT HATCHBACK 5-DOOR EV (RWD) รถยนต์ไฟฟ้า 5 ประตูขนาดเล็ก (ขับเคลื่อนล้อหลัง) ยอดเยี่ยม ส่วน GEELY EX5 คว้ารางวัล BEST COMPACT SUV EV (FWD) รถยนต์ไฟฟ้าอเนกประสงค์ (ขับเคลื่อนล้อหน้า) ยอดเยี่ยม สะท้อนผลิตภัณฑ์ยานยนต์คุณภาพมาตรฐานระดับโลกของ GEELY ที่ได้รับการยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย พร้อมตอกย้ำความมั่นใจของลูกค้าด้วยความมุ่งมั่นที่จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งในตลาดไทย

จีลี่ 2

ทั้งนี้ GEELY EX2 ซิตี้คาร์พลังงานไฟฟ้า 100% ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานในเมือง โดดเด่นด้วยดีไซน์เรียบง่ายทันสมัย มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ ปลอดภัย และมั่นใจด้วย Global Intelligent Electric Architecture (GEA) แพลตฟอร์มเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าขั้นสูง ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี 11-in-1 Intelligent Electric ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) และช่วงล่างแบบ Multi-link ที่ช่วยให้ขับขี่ได้อย่างมั่นคงและนุ่มนวลในทุกเส้นทาง นอกจากจะได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามตั้งแต่เปิดตัวในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 42 เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ด้วยยอดจอง 4,016 คันแล้ว ยังชนะใจกรรมการจนได้รับรางวัล BEST SUBCOMPACT HATCHBACK 5-Door EV (RWD)

จีลี่ 3

ส่วนรถอเนกประสงค์อัจฉริยะพลังงานไฟฟ้า GEELY EX5 ก็ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ด้วยความโดดเด่นครบครันทั้งด้านเทคโนโลยีอัจฉริยะ ประสิทธิภาพในการขับขี่ ฟังก์ชันความสะดวกสบายและความปลอดภัย พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ ส่งผลให้รุ่น PRO จำหน่ายหมดสต๊อก รวมถึงได้รับความไว้วางใจจากการไฟฟ้านครหลวงเลือกใช้เป็นรถสำหรับปฏิบัติงาน และยังได้รับ BEST COMPACT SUV EV (FWD) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งรางวัลที่สร้างความภาคภูมิใจ ต่อเนื่องจากความสำเร็จของ GEELY บนเวทีรางวัลระดับโลกอย่าง Red Dot Design Award 2025 และการันตีความปลอดภัยด้วยคะแนนระดับ 5 ดาว จาก Euro NCAP และ ANCAP

จีลี่ 4

นายณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด กล่าวถึงรางวัลในครั้งนี้ว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ GEELY ได้รับรางวัล Thailand Car of the Year 2026 ซึ่งนับเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญและเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายที่ยืนยันศักยภาพของแบรนด์ในประเทศไทย ทั้ง 2 รางวัลนี้สะท้อนถึงจุดเด่นด้านดีไซน์ สมรรถนะ เทคโนโลยีอำนวยความสะดวก และระบบความปลอดภัยของ GEELY EX2 และ GEELY EX5 ได้อย่างชัดเจน พร้อมทั้งตอกย้ำความมุ่งมั่นของ GEELY ในการพัฒนานวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลกเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าชาวไทยในทุกมิติ ประเทศไทยถือเป็นตลาดยุทธศาสตร์สำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ธนบุรีนอยสเติน ซึ่งเป็นบริษัทในเครือกลุ่มธนบุรี พร้อมเดินหน้าสนับสนุนการเติบโตของตลาดยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มกำลัง ด้วยประสบการณ์กว่า 85 ปีในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เรามุ่งมั่นนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่คุ้มค่า ตอบโจทย์ผู้บริโภค และสร้างความเชื่อมั่นอย่างต่อเนื่องทั้งด้านคุณภาพสินค้าและบริการหลังการขาย โดยบริษัทตั้งเป้าขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการให้ครบ 65 แห่งทั่วประเทศภายในปี 2569 เพื่อรองรับการเติบโตของตลาด และตอกย้ำทิศทางการขยายตัวอย่างแข็งแกร่งของแบรนด์ในประเทศไทย ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่อนาคตยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืน”

สำหรับเวที Thailand Car of the Year 2026 จัดโดยบริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เป็นรางวัลด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ได้รับการยอมรับในประเทศไทย โดยมีคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญร่วมทดสอบและพิจารณาอย่างเข้มข้น ครอบคลุมทั้งด้านสมรรถนะ เทคโนโลยี ความปลอดภัย และความคุ้มค่า ในปีนี้มีรถยนต์เข้าร่วมการทดสอบรวมทั้งสิ้น 148 รุ่น แบ่งเป็นรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป (ICE) 103 รุ่น และรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) 45 รุ่น สะท้อนการแข่งขันที่เข้มข้นของตลาดยานยนต์ไทย โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถเยี่ยมชมและทดลองขับได้ที่โชว์รูม GEELY ใกล้บ้าน หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ของ โทร. 02-081-9999 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ ติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.thonburineustern. com และ เฟซบุ๊ก Geely Thonburi Thailand

 

 

 

 

“เอ็มจี” ชวนลูกค้า ALL NEW MG3 HYBRID+ แชร์ความประทับใจ พร้อมอวดเลขไมล์ ลุ้นรางวัลมูลค่ารวม 200,000 บาท

0
ALL NEW MG3 HYBRID+1

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ปลุกกระแสสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าผ่านกิจกรรม “เลขไมล์เท่าไหร่ เอ็มจีจ่ายให้เท่านั้น” ชวนเจ้าของรถ ALL NEW MG3 HYBRID+ โพสต์อวดหน้าจอเลขไมล์ พร้อมเล่าเรื่องราว ประสบการณ์ ความประทับใจจากการใช้รถของรถคุณ โพสต์บน Facebook หรือ TikTok ส่วนตัว และแชร์ในกลุ่ม MG3 Hybrid Club Thailand คลิก https://www.facebook.com/groups/783758685694363?locale=th_TH ตั้งค่าโพสต์เป็นสาธารณะ พร้อมติดแฮชแท็ก #myMG3HYBRIDPLUS #MG3HybridPlus ลุ้นเป็นแชมป์ทุบสถิติเลขไมล์สูงสุดของแคมเปญ คว้ารางวัลมูลค่าสูงสุด 120,000 บาท แจกบัตรน้ำมันทุกสัปดาห์ รวมมูลค่าของรางวัลทั้งหมด 200,000 บาท สามารถร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม 2569 – 3 พฤษภาคม 2569 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.mgcars.com/th/news/MyMG3HYBRIDPlus?saveconsent=true ติดตามรายชื่อผู้ที่ได้รับรางวัลเลขไมล์สูงสุด ในวันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2569 เวลา 13.00 น. ทาง MG Thailand https://www.facebook.com/MGcarsThailand?locale=th_TH

หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนดเท่านั้น

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจี ได้ที่

Website: www.mgcars.com

Line: @MGThailand

Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand

Twitter: @mg_thailand

Instagram: @mgthailand

Youtube: MG Thailand

TikTok: @mgthailand

Application: MG Thailand

#MGThailand #MGCarsTH #PassionDrives #MG3 #myMG3HYBRIDPLUS #MG3HybridPlus

 

“เชอรี ประเทศไทย” เปิดตัว CHERY V23 สีใหม่ “Latte Gray และ Pop Purple” ชูดีไซน์โดดเด่น ตรึงราคาจำหน่าย ตอกย้ำความเชื่อมั่นผู้บริโภค

0
เชอรี่ ประเทศไทย 1

เชอรี ประเทศไทย (Chery Thailand) ผู้นำด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลก เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่อย่างรอบด้าน ล่าสุดเปิดตัว CHERY V23 สีใหม่ “Latte Gray และ “Pop Purple (Limited Edition)” สะท้อนความโดดเด่น มีเอกลักษณ์ และตอบรับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าที่ทันสมัย พร้อมสะท้อนตัวตนผู้ขับขี่ได้อย่างชัดเจน

เชอรี่ ประเทศไทย 2

มร. จิม ลี ผู้อำนวยการบริหารแบรนด์ เชอรี ประเทศไทย กล่าวว่า “รถ CHERY V23 ประสบความสำเร็จจากกระแสตอบรับที่ยอดเยี่ยมของลูกค้า โดยเป็นรถยนต์ไฟฟ้าทรงกล่องที่มียอดจดทะเบียนสูงสุดในประเทศต่อเนื่อง 2 เดือน สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคชาวไทยมีต่อแบรนด์เชอรีอย่างชัดเจน

เราจึงยังคงเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัวสีใหม่ Latte Gray และ Pop Purple (Limited Edition) สำหรับ CHERY V23 ทั้ง 2 สีนี้เพิ่มความโดดเด่นให้กับตัวรถ พร้อมสร้างความสนุกและเพิ่มทางเลือกในการแต่งรถให้มากยิ่งขึ้น เปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถสะท้อนเอกลักษณ์และตัวตนของตนเองได้อย่างเต็มที่ ควบคู่กับสมรรถนะและเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างครบถ้วน”

CHERY V23 สีใหม่ Latte Gray และสีพิเศษ Pop Purple (Limited Edition) โดดเด่นทุกมิติ

เชอรี่ ประเทศไทย 3

CHERY V23 มาพร้อม 2 สีใหม่ Latte Gray และ Pop Purple (Limited Edition) ทันสมัย โดดเด่นด้วยดีไซน์ทรงกล่องสไตล์เรโทร (Boxy Design) ผสานความแข็งแกร่งและความคลาสสิกอย่างลงตัว พร้อมโคมไฟหน้าทรงกลมดีไซน์สะดุดตา ภายในห้องโดยสารของ CHERY V23 มีมุมมองกว้างขวาง หลังคาทรงสูง และฟังก์ชันที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งาน

เชอรี่ ประเทศไทย 4

พิเศษ สำหรับสี Pop Purple (Limited Edition) มาพร้อมภายในสีขาวทันสมัยเพิ่มบรรยากาศภายในให้ดู โปร่ง โล่งมากยิ่งขึ้น ลงตัวยิ่งขึ้นกับโทนสีม่วงภายนอกทำให้ดูมีเอกลักษณ์ สะท้อนสไตล์ที่ ทันสมัยและแตกต่าง ซุ้มล้อและบันไดข้างช่วยเสริมบุคลิกความเท่ สะท้อนตัวตนผู้ขับขี่อย่างชัดเจน ตัวรถมีความสูงใต้ท้องรถ 210 มิลลิเมตร เพิ่มความมั่นใจในทุกเส้นทาง มาพร้อมล้ออัลลอยสีดำรมควันขนาด 19 นิ้ว เติมเต็มภาพลักษณ์ความสปอร์ตและพรีเมียม

 

ด้านสมรรถนะ ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 136 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 180 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ความจุ 59.93 kWh ให้ระยะการขับขี่สูงสุด 360 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) รองรับการชาร์จกระแสตรง (DC) สูงสุด 85 kW สามารถชาร์จจาก 20% ถึง 80% ภายในเวลาประมาณ 36 นาที

ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัท และด้านหลังแบบมัลติลิงค์ ช่วยลดแรงสั่นสะเทือน เพิ่มเสถียรภาพการทรงตัว มอบทั้งความนุ่มนวลและความมั่นใจในทุกการขับขี่

เดินหน้าขยายเครือข่ายทั่วประเทศในปี 2569

สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2569 เชอรี ประเทศไทย วางกลยุทธ์การเติบโตอย่างรอบด้าน เตรียมขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายและศูนย์บริการให้ครอบคลุม 80 สาขาทั่วประเทศ ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานงานบริการหลังการขาย

บริษัทฯ ยังมีคลังจัดเก็บอะไหล่ (Spare Parts) ที่สามารถรองรับการกระจายและขนส่งชิ้นส่วนสำหรับรถทุกรุ่นในปัจจุบันรวมถึงรุ่นใหม่ในอนาคตได้อย่างเพียงพอ พร้อมเตรียมความพร้อมด้านระบบขนส่งและการบริหารจัดการชิ้นส่วนครอบคลุมทั้งภายในองค์กรและเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ

นโยบายตรึงราคา มอบสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อลูกค้าทุกท่าน

จากกรณีที่ภาครัฐมีการปรับโครงสร้างอัตราภาษีซึ่งส่งผลต่อต้นทุนในอุตสาหกรรมรถยนต์โดยรวม เชอรี ประเทศไทย ยืนยันตรึงราคาจำหน่ายรถไฟฟ้ารุ่น CHERY V23 ในช่วงนี้ เพื่อเป็นการตอบแทนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคชาวไทยและนี่คือช่วงเวลาที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าที่โดดเด่นทั้งดีไซน์ สมรรถนะ และความคุ้มค่าในคันเดียว บริษัทฯ มุ่งมั่นให้ลูกค้ายังคงสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการของเชอรีได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างความมั่นใจในทุกการตัดสินใจ

  • รถ CHERY V23 2WD PLUS สี Latte Grey ราคา 759,900 บาท
  • รถ CHERY V23 2WD PLUS สี Pop Purple (Limited Edition) ราคา 769,900 บาท

 

 

“ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย” คว้า 2 รางวัล SUV จากเวที CAR & BIKE OF THE YEAR 2026 ตอกย้ำความแข็งแกร่งรถยนต์อเนกประสงค์ทั้งขุมพลังไฮบริดและดีเซล

0
ฮุนได โมบิลิตี้ 1

บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศความสำเร็จรับต้นปี 2569 หลังคว้า 2 รางวัลอันทรงเกียรติจากเวทีประกาศรางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี “CAR & BIKE OF THE YEAR 2026” จัดโดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) สะท้อนความแข็งแกร่งของไลน์อัป SUV โดย Hyundai all-new SANTA FE Hybrid คว้ารางวัล BEST HYBRID MID-SIZE SUV UNDER 1,800 c.c. ขณะที่ Hyundai PALISADE Diesel คว้ารางวัล BEST DIESEL SUV UNDER 2,200 c.c. ตอกย้ำความแข็งแกร่งของแบรนด์ที่พร้อมมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพยอดเยี่ยมแก่ผู้บริโภคชาวไทย

ฮุนได โมบิลิตี้ 2

นายเจ กิว จอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “รางวัลจากเวที CAR & BIKE OF THE YEAR 2026 สะท้อนถึงคุณภาพและทิศทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของฮุนไดที่มุ่งสร้างยนตรกรรมที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์การใช้งานจริงของผู้บริโภคทุกกลุ่ม ปีนี้ยังถือเป็นโอกาสครบรอบ 3 ปีที่บริษัทแม่เข้ามาบริหารตลาดประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ โดยเราได้วางรากฐานสำคัญทั้งด้านเครือข่ายผู้จำหน่าย มาตรฐานบริการหลังการขาย และการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมมากขึ้น ท่ามกลางตลาดในประเทศไทยที่มีการแข่งขันสูง ฮุนไดยังคงยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง พร้อมเดินหน้าขยายไลน์อัปรถยนต์และรถยนต์พลังงานทางเลือก เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์ในประเทศไทยอย่างยั่งยืน”

เวที CAR & BIKE OF THE YEAR นับเป็นหนึ่งในรางวัลที่ได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ด้วยเกณฑ์การพิจารณาที่ครอบคลุมทั้งสมรรถนะ เทคโนโลยี ความปลอดภัย ความคุ้มค่า และการใช้งานจริง การที่ฮุนไดสามารถคว้ารางวัลได้พร้อมกันถึง 2 เซกเมนต์หลักของตลาด SUV จึงสะท้อนถึงทิศทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ชัดเจน และความสามารถในการตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคไทยได้อย่างตรงจุด ภายในงานมีผู้บริหารจากค่ายรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างคับคั่ง ตอกย้ำบทบาทของเวทีนี้ในฐานะหนึ่งในดัชนีชี้วัดมาตรฐานสำคัญของตลาดรถยนต์ไทย

ฮุนได โมบิลิตี้ 3

สำหรับ Hyundai all-new SANTA FE Hybrid ซึ่งได้รับรางวัล “BEST HYBRID MID-SIZE SUV UNDER 1,800  c.c.” คือ รถพลังงานไฮบริด 6 ที่นั่งที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ Boxy สะดุดตา และอัตราประหยัดน้ำมันที่ทำได้สูงสุด 19.6 กิโลเมตรต่อลิตร ด้วยขุมพลัง 1.6 Turbo Parallel Hybrid ให้กำลังรวมสูงสุด 232 แรงม้า แรงบิด 367 นิวตันเมตร นุ่มนวล แต่พร้อมเร่งแซงได้ทันใจโดยไม่ต้องลากรอบสูง ตอบโจทย์ทั้งการขับใช้งานในเมืองวันทำงาน ไปจนถึงทริปครอบครัวในวันหยุด ห้องโดยสารจัดเต็มความสบายด้วยเบาะ Captain Seat พื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถกว้างขวาง รองรับทุกกิจกรรมของครอบครัว พร้อมระบบความปลอดภัย Hyundai SmartSense 11 ระบบ ที่ช่วยดูแลรอบคัน เพิ่มความมั่นใจในทุกเส้นทาง

ฮุนได โมบิลิตี้ 4

ด้าน Hyundai PALISADE Diesel คว้ารางวัล “BEST DIESEL SUV UNDER 2,200 c.c.” คือ D-SUV ระดับแฟลกชิพ 7 ที่นั่ง ที่สะท้อนภาพลักษณ์ความภูมิฐานและความทรงพลังในคันเดียว เหมาะทั้งครอบครัวใหญ่และสายเดินทางไกลที่ต้องการความมั่นใจทุกระยะทาง ขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 2.2 ลิตร ให้กำลัง 197 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงถึง 440 นิวตันเมตรตั้งแต่รอบต่ำ ให้ฟีลการขับขี่นิ่ง แน่น และเร่งแซงได้อย่างมั่นใจโดยไม่ต้องเค้นรอบสูง ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะที่เปลี่ยนเกียร์ได้อย่างนุ่มนวล มีให้เลือกทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ (Exclusive) และขับเคลื่อน 4 ล้อ (Prestige AWD) ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง มาพร้อมเบาะ Captain Seat มอบความสบายระดับผู้บริหาร เสริมด้วยระบบปรับอากาศอัตโนมัติ 3 โซน พร้อมระบบเครื่องเสียงพรีเมียมจาก Infinity 12 ตำแหน่ง หน้าจอแสดงผลขนาด 12.3 นิ้ว และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน ยกระดับประสบการณ์การเดินทางให้สมฐานะ SUV เรือธงอย่างแท้จริง

ฮุนได โมบิลิตี้ 5

นายวัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การได้รับรางวัลในครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคไทยที่มีต่อแบรนด์ฮุนได และตอกย้ำความแข็งแกร่งของไลน์อัป SUV ของเราในตลาดที่มีการแข่งขันสูง โดย Hyundai all-new SANTA FE Hybrid และ Hyundai PALISADE Diesel เป็นตัวแทนของแนวคิดดังกล่าว ที่มอบทางเลือกทั้งพลังงานไฮบริดซึ่งผสานความประหยัดเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัย และขุมพลังดีเซลที่มอบพละกำลังพร้อมความมั่นใจในการใช้งานระยะยาว เรามุ่งพัฒนารถยนต์ที่ตอบโจทย์ทั้งดีไซน์ เทคโนโลยี ความปลอดภัย และความคุ้มค่า พร้อมเดินหน้าขยายเครือข่ายผู้จำหน่าย ยกระดับมาตรฐานบริการหลังการขาย และเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าชาวไทย”

ฮุนได โมบิลิตี้ 6

การคว้า 2 รางวัลจากเวที CAR & BIKE OF THE YEAR 2026 ในครั้งนี้ ไม่เพียงตอกย้ำคุณภาพของ Hyundai all-new SANTA FE Hybrid และ Hyundai PALISADE Diesel เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นและประสบการณ์ของฮุนไดในการพัฒนายานยนต์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคไทยอย่างรอบด้าน ทั้งพลังงานไฮบริดที่ผสานความประหยัดและเทคโนโลยีล้ำสมัย ควบคู่กับพลังงานดีเซลที่ให้พละกำลังและความมั่นคงในทุกการเดินทาง ผู้สนใจสามารถร่วมสัมผัสยนตรกรรมทั้งสองรุ่นอย่างใกล้ชิด พร้อมข้อเสนอพิเศษและกิจกรรมภายในบูธได้ที่งาน “บางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ 2569” ณ บูธ A12 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งฮุนไดเตรียมโปรโมชันและกิจกรรมพิเศษไว้รองรับผู้เข้าชมตลอดการจัดงาน

 

 

ตอกย้ำความเชื่อมั่น! “ฮอนด้า” คว้า 5 รางวัล Car of the Year 2026 ชูไลน์อัป e:HEV – The EXCITING Hybrid พร้อมส่งมอบยนตรกรรมที่พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

0
Honda 1

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าก้าวเข้าสู่ปี 2569 ตอกย้ำความเชื่อมั่นจากลูกค้าชาวไทย ด้วยการคว้า 5 รางวัล รถยอดเยี่ยมแห่งปี ในงาน Car of the Year 2026 จัดโดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ความสำเร็จในครั้งนี้ ถือเป็นบทพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งของไลน์อัปผลิตภัณฑ์ฟูลไฮบริด e:HEV – The EXCITING Hybrid ที่มอบประสบการณ์ขับขี่ที่สนุก เร้าใจ และอัตราประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม โดยรถยนต์ฮอนด้าที่ได้รับรางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปีครอบคลุมทั้งกลุ่มรถยนต์ซีดาน แฮทช์แบ็ก และเอสยูวี  ได้แก่

Honda 2

  • ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก รุ่น e:HEV RS ได้รับรางวัลรถยอดเยี่ยมประเภทไฮบริดแฮทช์แบ็ก เครื่องยนต์ไม่เกิน 1,500 ซีซี (Best Hybrid Hatchback under 1,500 c.c.) ได้รับรางวัลต่อเนื่อง 2 ปีซ้อน
  • ฮอนด้า ซีวิค รุ่น e:HEV RS ได้รับรางวัลรถยอดเยี่ยมประเภทไฮบริดซีดาน เครื่องยนต์ไม่เกิน
    2,000 ซีซี (Best Hybrid Sedan under 2,000 c.) ได้รับรางวัลต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน
  • ฮอนด้า แอคคอร์ด รุ่น e:HEV RS ได้รับรางวัลรถยอดเยี่ยมประเภทไฮบริดซีดานขนาดกลาง เครื่องยนต์ไม่เกิน 2,000 ซีซี (Best Mid-size Hybrid Sedan under 2,000 c.c.) ได้รับรางวัลต่อเนื่อง
    3 ปีซ้อน
  • ฮอนด้า ซีอาร์-วี รุ่น e:HEV RS ได้รับรางวัลรถยอดเยี่ยมประเภทไฮบริดเอสยูวีขนาดกลาง เครื่องยนต์ไม่เกิน 2,000 ซีซี (Best Mid-size Hybrid SUV under 2,000 c.c.) ได้รับรางวัลต่อเนื่อง
    3 ปีซ้อน
  • ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก รุ่น TURBO RS ได้รับรางวัลรถยอดเยี่ยมประเภทแฮทช์แบ็ก เครื่องยนต์
    ไม่เกิน
    1,300 ซีซี (Best Hatchback under 1,300 c.c.)

รางวัลดังกล่าวเปรียบเสมือนเครื่องพิสูจน์ความมุ่งมั่นที่ฮอนด้าตั้งใจส่งมอบให้แก่ลูกค้า ในการมุ่งมั่นสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่มีคุณภาพและมีมาตรฐานความปลอดภัย พร้อมศูนย์บริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยความสุขและความมั่นใจ

Honda 3

นอกจากนี้ ฮอนด้ายังคงตรึงราคาและจัดเต็มแคมเปญพิเศษ Honda โปรตะลึง ตรึงราคา! พลัสเพิ่มความคุ้มแบบจึ้งใจ” เมื่อจองตั้งแต่ 1 ก.พ. – 6 เม.ย. 2569 และขยายเวลารับรถไปจนถึงภายใน 30 เม.ย. 2569 พร้อมจัดเต็มสิทธิพิเศษเพิ่มเติมสูงสุด 85,000 บาท* หรือดอกเบี้ย 0% หรือผ่อนสบายเริ่มต้นเพียง 2,500 บาท นานสูงสุด 84 เดือน* สามารถร่วมสัมผัสไลน์อัปรถยนต์ฮอนด้า ได้ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ณ บูทฮอนด้า (A22) ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 และโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ หรือศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง (Honda Call Center) โทร. 0 2341 7777 หรืออ่านรายละเอียดที่ ่https://www.honda.co.th/promotions สามารถสัมผัสและทดลองขับรถยนต์ได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

  • เว็บไซต์: honda.co.th
  • Facebook Official Account: Honda Thailand
  • LINE Official Account: @honda-thailand

 

 

“MGC-ASIA” ทำสถิติกำไรสูงสุดใหม่ ผลจากระบบนิเวศ Mobility Ecosystem โครงสร้างแบรนด์พอร์ตโฟลิโอที่ลงตัว การสร้าง กลยุทธ์ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า และมาตรฐานการบริการครบวงจร ครอบคลุมทุกมิติ

0
มิลเลนเนียม กรุ๊ป 1

บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA แถลงผลการดำเนินงานปี 2568 เติบโตโดดเด่น ทำสถิติกำไรสูงสุดใหม่ สะท้อนความแข็งแกร่งของโครงสร้างธุรกิจในระบบนิเวศ Mobility Ecosystem เชื่อมโยงตั้งแต่การจำหน่ายยานยนต์พรีเมียม รถยนต์ไฟฟ้า ธุรกิจการเงิน ประกันภัย บริการหลังการขายและรถเช่า ช่วยสร้างรายได้ประจำที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บริษัทมีฐานกำไรที่แข็งแรงและเสถียรภาพสูงทั้งยอดขายยานยนต์พรีเมียม การเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า รายได้ประจำจากบริการ (Recurring Income) การฟื้นตัวของธุรกิจการเงินและประกันภัย ส่งผลให้อัตรากำไรและกระแสเงินสดของกลุ่มปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ยึดหลักการมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง โดยปีนี้เป็นการเริ่มบันทึกหน้าใหม่ เพื่อก้าวเข้าสู่การดำเนินธุรกิจยุคอนาคต

มิลเลนเนียม กรุ๊ป 2

ดร.สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ปีที่ผ่านมา เป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปี ของ MGC-ASIA จากการที่เราเติบโตมาอย่างมั่นคง ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา และทำสถิติกำไรสูงสุดใหม่ ซึ่งเป็นผลจากระบบนิเวศ Mobility Ecosystem ด้วยโครงสร้างแบรนด์พอร์ตโฟลิโอ ที่ได้ถูกจัดวางอย่างดีเพื่อเกื้อหนุนธุรกิจร่วมกัน พร้อมสร้างกลยุทธ์ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าที่นำโดยเทคโนโลยี (Technology-led Differentiation) และมาตรฐานการบริการแบบครบวงจร ครอบคลุมในทุกมิติ สร้างโอกาสทางธุรกิจ รวมถึงส่งเสริมให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน ร่วมกับพันธมิตรของเราทุกๆ ราย

มิลเลนเนียม กรุ๊ป 3

อีกทั้งกระแสรถยนต์ไฟฟ้ายังได้รับความนิยม ส่งผลให้บริษัทมีกำไรต่อเนื่อง รวมถึงความไว้วางใจจากลูกค้ามากกว่า 700,000 ราย พร้อมพันธมิตรทางธุรกิจที่ช่วยขับเคลื่อนกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ อันส่งผลให้ธุรกิจเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน”

++ แบรนด์พอร์ตโฟลิโอ จัดวางอย่างลงตัว เกื้อหนุนธุรกิจร่วมกัน

การเติบโตของ MGC-ASIA เป็นผลจากการวางกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจภายใต้ Mobility Ecosystem และ การจัดโครงสร้างแบรนด์พอร์ตโฟลิโออย่างลงตัว อาทิ บีเอ็มดับเบิลยู ซึ่งกำลังก้าวสู่ยุคเทคโนโลยีใหม่ ผ่านแพลตฟอร์ม ‘Neue Klasse’ ภายใต้ 3 เสาหลัก ได้แก่ แบตเตอรี่เจเนอเรชั่น 6 ประสิทธิภาพสูง ประสบการณ์ดิจิทัลยุคใหม่ และแนวคิดความยั่งยืน ขณะเดียวกัน MINI กำลังก้าวเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ ความสำเร็จในการทำตลาดรถยนต์พรีเมียมของกลุ่มบริษัท โดยเฉพาะ BMW i7 สะท้อนความเชี่ยวชาญในการบริหารผลิตภัณฑ์ระดับลักชัวรี่ ซึ่งเป็นฐานสำคัญต่อการเติบโตในระยะกลางและระยะยาว รวมถึงรถยนต์ ฮอนด้า ที่เพิ่งเปิดตัวรุ่น STEP WGN รถยนต์อเนกประสงค์ยอดนิยมโฉมใหม่

มิลเลนเนียม กรุ๊ป 4

++ กลยุทธ์ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า ที่นำโดยเทคโนโลยีใหม่

กลยุทธ์รถยนต์ไฟฟ้าของบริษัท มุ่งเน้นการจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าจีนระดับพรีเมียม คือ เอ็กซ์เผิง และ ซีเคอร์ โดยใช้แนวทาง Technology-led Differentiation เน้นคุณค่าจากคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์และสมาร์ทเทคโนโลยี แทนการแข่งขันด้านราคา ซึ่งทั้งสองแบรนด์ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคในประเทศไทย พร้อมเดินหน้าขยายเครือข่ายให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศ อีกทั้งมีแบรนด์ดังจากญี่ปุ่น ที่อยู่คู่คนไทยมายาวนานอย่าง ฮอนด้า ที่เปิดตัว
ยานยนต์ไฟฟ้ารุ่น e:N1 ที่มาพร้อมเทคโนโลยีและประสิทธิภาพครบครัน

มิลเลนเนียม กรุ๊ป 5

++ บริการมาตรฐานและครบวงจร ครอบคลุมทุกมิติ

กลุ่มธุรกิจบริการหลังการขาย ยังคงสร้างรายได้และกำไรอย่างต่อเนื่อง ด้วยเครือข่ายศูนย์บริการ บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ และ ฮอนด้า รวมถึง เอ็มเอ็มเอส ศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจรมาตรฐานสากล 19 สาขาทั่วประเทศ ช่วยสร้างฐานกำไรที่มั่นคงในระยะยาว

ธุรกิจรถเช่า SIXT Thailand เติบโตต่อเนื่อง โดยบริษัทเป็นผู้บุกเบิกบริการเช่ารถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมรายแรกในประเทศไทย และปี 2568 บริษัทเพิ่มรถ เอ็กซ์เผิง และ ซีเคอร์ ทั้งรูปแบบเช่าระยะยาวและระยะสั้น เปิดโอกาสให้ลูกค้าทดลองใช้เทคโนโลยี EV ก่อนตัดสินใจซื้อ สร้าง Synergy ระหว่างธุรกิจรถเช่าและธุรกิจจำหน่ายอย่างชัดเจน พร้อมบริหารอายุสินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาผลตอบแทนระยะยาว

ธุรกิจการเงินและประกันภัยกลับเข้าสู่รอบเติบโต หลังผ่านวัฏจักรเศรษฐกิจ โดยพอร์ตสินเชื่อ Alpha X ที่เน้นกลุ่ม High Net Worth ผ่าน Wealth Lending และธุรกิจประกันภัย Howden Maxi มีรายได้ค่าธรรมเนียมประกันภัยเติบโตต่อเนื่อง ครอบคลุมใบอนุญาตนายหน้าประกันภัยนิติบุคคล ครบทั้ง 3 ประเภท ได้แก่ ประกันวินาศภัย ประกันภัยต่อ และประกันชีวิต นำเสนอทางเลือกที่มีความหลากหลาย และสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ผู้ครอบครอง

ขณะที่ MGC-MOBILIFE แพลตฟอร์มลอยัลตี้โปรแกรมสำหรับลูกค้าในเครือ พร้อมมอบสิทธิประโยชน์เหนือระดับ กับของรางวัลพิเศษหลากหลายประเภท ที่ลูกค้าสามารถนำคะแนนสะสมจากการซื้อยานยนต์ หรือใช้บริการบริษัทในเครือฯ มาแลกรับสิทธิพิเศษด้านต่างๆ อาทิ เช่น สุขภาพ, การท่องเที่ยว และอื่นๆ

++ พัฒนาเพื่อยกระดับทั้งองคาพยพ

ปัจจุบัน MGC-ASIA มีเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการรวม 20 แบรนด์ในประเทศไทยและอยู่ระหว่างขยายเพิ่มตามภูมิภาค บริษัทมีเครือข่าย SIXT ใน สปป.ลาว 2 สาขาและมาเลเซีย 8 สาขา รวมทั้งหมด 130 สาขา พื้นที่ใช้สอยกว่า 290,000 ตารางเมตรพร้อมเครือข่ายบริการหลังการขาย 44 สาขาทั่วประเทศ 331 ช่องซ่อม และช่างเทคนิค
ที่ผ่านมาตรฐานจากบริษัทผู้ผลิต 324 ท่าน รวมจำนวนช่างที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน การบำรุงรักษารถยนต์ไฟฟ้า ดำเนินงานผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ (Strategic Alliance) กับพันธมิตรธุรกิจ ซึ่งช่วยขยายการดำเนินงานได้อย่างลงตัว

บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพนักงานในองค์กรให้สูงขึ้นในทุกระดับตำแหน่ง ผ่านการฝึกอบรมเชิงช่างและ soft skills รวมถึง AI ให้เหมาะสมกับการทำงานในปัจจุบัน เสมือนเป็นการติดอาวุธทางความคิดเพื่อให้พร้อมต่อการเติบโตในหน้าที่การงาน และล่าสุด มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป คว้ารางวัล SUSTAINABLE AWARDS 2025 สาขา ‘Outstanding Contribution to CO2 Reduction’
จาก บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนด้วยการลดการปล่อยคาร์บอน ผ่านการติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่ลดค่าไฟได้ 35% ปรับไฟเป็นแอลอีดี ลดการใช้ไฟฟ้า 5.4% ใช้ระบบดิจิทัลลดกระดาษ และปลูกป่า 10 ต้น ต่อรถ 1 คัน ที่ส่งมอบ

MGC-ASIA ผ่านการประเมิน SET ESG Ratings ประจำปี 2568 เป็นปีแรก ในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม โดยเป็น 1 ใน 265 บริษัทจดทะเบียนที่ได้รับการประกาศผลการประเมินจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) สะท้อนถึงศักยภาพและความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบที่พร้อมขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างสมดุลอย่างดีเยี่ยมในทุกมิติทั้งสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล