Home Blog Page 3

“นิสสัน”กำหนดทิศทางระยะยาวด้วยวิสัยทัศน์แห่งความชาญฉลาด ในการขับเคลื่อนเพื่อชีวิตประจำวัน

0
NISSAN 1

บริษัท นิสสัน มอเตอร์ จำกัด ประกาศวิสัยทัศน์ระยะยาว ““Mobility Intelligence for Everyday Life” หรือ “นวัตกรรมการเดินทางอัจฉริยะ สำหรับทุกจังหวะของชีวิตประจำวัน” ซึ่งกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์ที่เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง วิสัยทัศน์นี้ผสานรวมความชาญฉลาดในการขับเคลื่อนเข้ากับชีวิตประจำวันผ่านการมุ่งเน้นของนิสสันในด้านรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) และซอฟต์แวร์เป็นหัวใจหลักในการควบคุม (AI-Defined Vehicles หรือ AIDV) โดยนำเสนอเทคโนโลยีการใช้พลังงานไฟฟ้าที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า และตลาดที่แตกต่างกัน

อีวาน เอสปิโนซา ประธาน และซีอีโอ (Ivan Espinosa, President and CEO) กล่าวว่า “นี่คือช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะกำหนดวิสัยทัศน์ระยะยาวของนิสสัน ในขณะที่เรามองไปไกลกว่าแผน Re:Nissan และกำหนดเส้นทางที่ชัดเจนสำหรับอนาคต วิสัยทัศน์ของเรากำหนดทิศทางที่นิสสันจะมุ่งหน้าไป โดยมีประสบการณ์ของลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีอัจฉริยะในด้านการขับขี่ ซึ่งเราจะส่งมอบผลิตภัณฑ์ และเทคโนโลยีที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น ใช้งานง่ายยิ่งขึ้น และเข้าถึงได้ง่ายขึ้น พร้อมด้วยการให้คุณค่าที่โดดเด่น และประสบการณ์โดยรวมที่คุ้มค่ามากยิ่งขึ้น”

ในขณะที่นิสสันมองไปข้างหน้า แผนฟื้นฟู Re:Nissan ยังคงดำเนินไปตามแผนงานในปีสุดท้ายของการดำเนินการ โดยส่งผลให้ต้นทุนมีความสามารถในการแข่งขัน มีการใช้กำลังการผลิตที่ได้ประสิทธิภาพดีขึ้น รวมถึงแนวโน้มของผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีความแข็งแกร่ง ซึ่งล้วนเป็นการวางรากฐานสำหรับการเติบโตในอนาคต

ทิศทางในระยะยาวใหม่ของนิสสัน ซึ่งนำโดยวิสัยทัศน์นี้ ถูกออกแบบมาเพื่อขับเคลื่อนความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างยั่งยืนด้วยเทคโนโลยีรุ่นต่อไป (next-generation technologies) การมีกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้อง แนวทางการทำตลาดโลกที่ถูกกำหนดใหม่ รวมถึงรูปแบบอุตสาหกรรมยานยนต์ที่จัดระเบียบ และถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจน

เทคโนโลยีแห่งอนาคต: ระบบอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI และระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า

NISSAN 2

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะเป็นหัวใจสำคัญของแนวทางการพัฒนานวัตกรรม และเทคโนโลยีของนิสสัน ด้วย Nissan AIDV ที่เป็นการรวมระหว่างเทคโนโลยี Nissan AI Drive และเทคโนโลยี Nissan AI Partner ผู้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทาง และประหยัดเวลาในการเดินทาง

นิสสันกำลังต่อยอดเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง จากการทดลองใช้งานจริง โดยบูรณาการ AI ให้เข้ากับระบบควบคุม และเทคโนโลยีความปลอดภัยต่างๆ ของรถยนต์

นิสสันตั้งเป้าที่จะนำเทคโนโลยี Nissan AI Drive นี้ไปประยุกต์ใช้กับรุ่นรถยนต์กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ในระยะยาว

Nissan Elgrand รุ่นใหม่ ซึ่งมีกำหนดเปิดตัวในฤดูร้อนปี 2026 จะใช้ระบบ ProPILOT รุ่นใหม่ ที่มีความสามารถในการขับขี่อัตโนมัติแบบครบวงจรภายในสิ้นปีงบประมาณ 2027

นอกเหนือจากการแนะนำเทคโนโลยี Nissan AI Drive ที่มุ่งเน้นการพัฒนาการขับขี่อัตโนมัติแล้ว บริษัทฯ จะยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าด้วยการใช้เทคโนโลยี Nissan AI Partner ที่เชื่อมต่ออย่างเป็นธรรมชาติเพื่อเป็นผู้ช่วยสนับสนุนกิจกรรมในชีวิตประจำวัน และผสานรถยนต์ให้เข้ากับชีวิตประจำวันอย่างเป็นธรรมชาติ

ประสบการณ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ของนิสสัน และขั้นต่อไปของการขับขี่อัตโนมัติจะเกิดขึ้นได้ด้วยการเพิ่มขึ้นของการใช้พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อน เทคโนโลยี e-POWER กำลังขยายการใช้งานของพลังงานไฟฟ้า โดยจะเป็นแพลตฟอร์มหลักที่ให้การขับขี่ที่เฉกเช่นเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้า และยังเป็นการสร้างการเปลี่ยนผ่านไปสู่รถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ

นอกจากเทคโนโลยี e-POWER แล้ว นิสสันจะนำเสนอระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าที่หลากหลายยิ่งขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของลูกค้าในตลาดโลก กลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบขับเคลื่อนที่หลากหลายนี้รวมถึงระบบรถยนต์ไฮบริด (HEV) ใหม่ สำหรับรถยนต์ประเภทที่แยกโครงเหล็กแชสซีส์ (Chassis/Frame) กับตัวถัง (Body) ออกจากกัน หรือ Frame-based vehicle (Body-on-frame) ซึ่งตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการสมรรถนะที่มากขึ้นและความมั่นใจในระยะการขับขี่ที่ไกลมากยิ่งขึ้น นิสสันจะเติมเต็มทางเลือกของลูกค้าด้วยการนำเสนอระบบขับเคลื่อนแบบปลั๊กอินไฮบริด (plug‑in hybrid – PHEV) และ ระบบไฮบริดแบบขยายระยะทาง (range‑extender hybrid – REEV) ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรต่างๆ

กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกันมากยิ่งขึ้น: ด้วยการกำหนดบทบาทของแต่ละรุ่นให้ชัดเจน

กลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ของนิสสันสร้างขึ้นบนพื้นฐานของความชัดเจนในบทบาท และการพัฒนาที่รวดเร็วมากยิ่งขึ้น บริษัทจะปรับลดกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั่วโลกจาก 56 รุ่น ให้เหลือ 45 รุ่น โดยยกเลิกรุ่นที่มีประสิทธิภาพต่ำและจัดสรรการลงทุนใหม่ไปยังกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพในการเติบโต ในขณะเดียวกัน นิสสันจะขยายรูปแบบของระบบขับเคลื่อนในแต่ละรุ่น เพื่อให้ลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้น เพิ่มปริมาณการขายต่อรุ่น และเสริมสร้างรากฐานทางธุรกิจของบริษัทให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

การแบ่งประเภทรุ่นตามบทบาทต่างๆ

ในฐานะส่วนหนึ่งของแนวทางกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ นิสสันกำลังมุ่งเน้นกลยุทธ์รุ่นรถยนต์ไปที่ 4 หมวดหมู่ ได้แก่:

กลุ่มผลิตภัณฑ์สร้างความตื่นเต้น: รถยนต์รุ่นที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ ให้คุณค่าทางอารมณ์ และนวัตกรรมของนิสสัน

กลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก: รถยนต์รุ่นที่ช่วยสนับสนุนธุรกิจระดับโลกด้วยยอดขาย และมีการสร้างความมั่นคงของธุรกิจ

กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีการเติบโต: รถยนต์รุ่นที่มุ่งเป้าไปที่การขยายตัวในตลาดที่มีความต้องการเกิดขึ้นใหม่

กลุ่มผลิตภัณฑ์จากพันธมิตร: รถยนต์รุ่นที่ขยายการครอบคลุมในตลาดผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ

ทั้งนี้นิสสัน ได้จัดแสดงรุ่นรถยนต์ที่แสดงให้เห็นถึงขั้นตอนต่อไปจากแผนกลยุทธ์ดังนี้

X-Trail หรือ Rogue e-POWER ใหม่: รถยนต์รุ่นหลักในระดับโลกที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าอันเป็นเอกลักษณ์ของนิสสัน ซึ่งให้ประสิทธิภาพของเทคโนโลยี e-POWER ที่ทรงพลัง ด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจจากมอเตอร์ไฟฟ้า แต่ไม่ต้องชาร์จไฟ

Juke EV: รถยนต์รุ่นหลักในยุโรปที่ผสมผสานดีไซน์โดดเด่นเข้ากับระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าเต็มรูปแบบ และฟีเจอร์อัจฉริยะต่างๆ

NISSAN 3

Xterra: รถยนต์รุ่นสำคัญสำหรับตลาดในสหรัฐอเมริกา นำเสนอจิตวิญญาณแห่งการผจญภัย ความแข็งแกร่งของโครงสร้างตัวถังแบบเฟรม (framed-based)  และดีไซน์ที่เน้นการใช้งาน

NISSAN 4

Skyline: รถยนต์รุ่นสำคัญสำหรับตลาดญี่ปุ่น มอบสมรรถนะ และการขับขี่ที่เน้นความสนุกของผู้ขับขี่เป็นหลัก

NISSAN 6

ในขณะที่กลุ่มรถยนต์ระดับพรีเมียม INFINITI จะยังคงมีความสำคัญในกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ของนิสสัน จะได้รับการฟื้นฟูผ่านรถยนต์รุ่นใหม่ และรุ่นที่ปรับปรุงใหม่ เริ่มต้นด้วยรถ SUV รุ่น QX65 ปี 2027 ใหม่ทั้งหมดในฤดูใบไม้ผลิปีนี้ ตามมาด้วยอีกสี่รุ่น ได้แก่ รถ SUV ไฮบริดขนาดกลางรุ่นใหม่ รถซีดานที่ใช้เครื่องยนต์ V6 ที่เน้นสมรรถนะ และรถ SUV ไฮบริดแบบเฟรมอีกสองรุ่น

โมเดลอุตสาหกรรม

ส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์นี้ นิสสันกำลังเปลี่ยนแปลงโมเดลอุตสาหกรรมของบริษัทฯ ผ่านกลยุทธ์กลุ่มผลิตภัณฑ์นิสสัน (Nissan Product Family strategy)

โดยจะเปลี่ยนการให้ความสำคัญของบริษัทจากการปรับแต่งทีละรุ่น ไปสู่การพัฒนาที่ขับเคลื่อนด้วยสถาปัตยกรรม โดยสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มของยานยนต์ ระบบส่งกำลัง และแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ร่วมกัน

นิสสันมุ่งเน้นการพัฒนาไปที่สามกลุ่มผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะมีสัดส่วนมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ของยอดขายทั่วโลก โดยมุ่งเพิ่มยอดขายต่อรุ่นให้มากขึ้น 30 เปอร์เซ็นต์ พร้อมทั้งเร่งความเร็วในการพัฒนา และการเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ๆ

ด้วยการจัดวางการออกแบบผลิตภัณฑ์ และการดำเนินการทางอุตสาหกรรมตั้งแต่เริ่มต้น นิสสันจะเสริมคุณภาพ ปรับปรุงการควบคุมต้นทุน และช่วยให้การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ทำได้เร็วขึ้น และแข่งขันได้มากขึ้นในวงกว้าง

การตลาดที่กำหนดใหม่

นิสสันกำลังพัฒนากลยุทธ์ธุรกิจระดับโลกด้วยบทบาทที่กำหนดใหม่สำหรับตลาดหลักสามแห่ง ได้แก่ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และจีน

ตลาดทั้งสามนี้จะมีบทบาทสองด้านในกลยุทธ์การตลาดโดยรวม กล่าวคือ ทำหน้าที่เป็นเสาหลักด้านประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่เป็นตัวขับเคลื่อนระดับโลกสำหรับความสามารถในการแข่งขัน และศักยภาพทางอุตสาหกรรม ตลาดเหล่านี้ร่วมกันเป็นรากฐานสำคัญของความสามารถของนิสสันในการขยายขีดความสามารถด้านนวัตกรรม ปรับปริมาณการผลิตให้ตรงกับความต้องการ และกำหนดมาตรฐานในการแข่งขันระดับโลกในด้านความเร็ว ต้นทุน และความเกี่ยวข้องกับผู้บริโภค

ญี่ปุ่น เป็นตลาดบ้านเกิดของนิสสัน และเป็นสนามทดสอบเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งรวมถึงการเปิดตัว ProPILOT รุ่นใหม่ และบริการด้านการเดินทาง ขณะเดียวกันก็เสริมความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักของ    นิสสัน ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2028 เป็นต้นไป นิสสันจะเปิดตัวรถยนต์ขนาดกะทัดรัดซีรีส์ใหม่เพื่อเพิ่มความหลากหลายของกลุ่มผลิตภัณฑ์ โดยตั้งเป้าหมายยอดขายรวมต่อปีไว้ที่ 550,000 คัน ภายในปีงบประมาณ 2030 ควบคู่ไปกับการมีส่วนร่วมกับลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์ และความเกี่ยวข้องในระยะยาว

สหรัฐอเมริกา จะให้ผลตอบแทนที่มั่นคง และเป็นรากฐานสำหรับการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายที่จะกลับมามียอดขายหนึ่งล้านคันต่อปีภายในปีงบประมาณ 2030 กลยุทธ์ทางการตลาดมุ่งเน้นไปที่ความเป็นผู้นำในกลุ่มรถยนต์ขนาดใหญ่ และฐานการผลิตที่แข็งแกร่งซึ่งได้รับการสนับสนุนจากการผลิตในประเทศในระดับสูง ความสามารถในการแข่งขันของผลิตภัณฑ์จะได้รับการเสริมสร้างให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นผ่านทาง รถยนต์รุ่น Rogue e-POWER รุ่นใหม่ กลุ่มรถยนต์รุ่นใหม่ที่นำโดยการกลับมาของรุ่น Xterra ซึ่งจะมีทั้งเครื่องยนต์ V6 และเครื่องยนต์ไฮบริด V6 ใหม่ และการใช้งานเครื่องยนต์ V6 อย่างต่อเนื่องในรถ SUV ขนาด D-segment สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า การลงทุนในรถยนต์ไฟฟ้าจะยังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่องตามแนวโน้มของผู้บริโภค และการเปลี่ยนแปลงนโยบาย ด้านรถยนต์ภายใต้แบรนด์ INFINITI จะได้รับการฟื้นฟูด้วยรุ่นใหม่ ๆ ที่สนับสนุนทั้งการเติบโตของแบรนด์ และการสร้างผลกำไร

จีน จะเป็นแหล่งสำคัญของความเร็วในการพัฒนา ประสิทธิภาพด้านต้นทุน และการส่งออกไปทั่วโลก ด้วยการเสริมความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มผลิตภัณฑ์รถยนต์ไฟฟ้า (NEV) นิสสันจะขยายยอดขายในประเทศไปพร้อมกับการสร้างการส่งออกให้เป็นเสาหลักเชิงกลยุทธ์ เป้าหมายของนิสสันคือยอดขาย      1 ล้านคัน ภายในปีงบประมาณ 2030 ภายใต้แนวทางนี้ N7 จะถูกส่งออกไปยังละตินอเมริกา และอาเซียน ในขณะที่ Frontier Pro จะถูกจัดจำหน่ายไปยังละตินอเมริกา อาเซียน และตะวันออกกลาง ซึ่งจะสร้างโอกาสในการเติบโตผ่านตัวเลือกของยานยนต์ไฟฟ้าเพิ่มเติม บทบาทในแบบคู่ขนานนี้ จะทำให้จีนสามารถมีส่วนร่วมในการเติบโตในประเทศ และเสริมสร้างความแข็งแกร่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์ในระดับโลกไปพร้อมๆ กัน

นอกจากนี้ ความแข็งแกร่งของแบรนด์นิสสันในเม็กซิโก และตะวันออกกลางยังคงสร้างมูลค่าสูงให้กับกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั่วโลกของบริษัท เม็กซิโกเป็นฐานอุตสาหกรรม และจุดแข็งที่สำคัญ ขับเคลื่อนการขยายขนาดและรายได้ทั่วทวีปอเมริกา และที่อื่นๆ ผ่านฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง และส่วนแบ่งตลาดในระดับโลกที่สูงสุดของนิสสัน ตะวันออกกลางยังคงเป็นตลาดการเติบโต และผลกำไรที่สำคัญ โดยได้รับแรงหนุนจากการส่งออกจากตลาดหลัก และส่วนผสมที่เน้นไปที่รถ SUV ขนาดใหญ่ และกลุ่มพรีเมียม ซึ่งจุดแข็งของ     นิสสันตรงกับความต้องการของลูกค้าอย่างใกล้ชิด

นอกเหนือจากตลาดหลักแล้ว ตลาดอื่นๆ รวมถึงยุโรป อินเดีย และแอฟริกา จะมีบทบาทสำคัญในการขยายขอบเขตของนิสสัน และสนับสนุนการเติบโตโดยรวม ทั้งหมดนี้จะสร้างกลยุทธ์ทางการตลาดที่สอดคล้องกันกับแนวทางการพัฒนากลุ่มผลิตภัณฑ์ของนิสสัน

โดยสรุปสำหรับวิสัยทัศน์นี้ เอสปิโนซา ได้กล่าวเสริมว่า “ขณะที่เราเดินหน้าสู่การฟื้นตัว นิสสันจำเป็นต้องแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างไม่หยุดยั้งในการให้บริการลูกค้า คว้าโอกาสจากเทคโนโลยี AI ขยายการใช้พลังงานไฟฟ้า และผลักดันนวัตกรรมในยานยนต์ของเราเพื่อสร้างการเติบโตของตลาดอย่างยั่งยืน”

นิสสันจะให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความคืบหน้าของแผนฟิ้นฟู Re:Nissan ของรายงานผลประกอบการประจำปีในเดือนพฤษภาคม และจะให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับทิศทางเชิงกลยุทธ์ในภายหลัง 

 

“ตรีเพชรอีซูซุเซลส์” รับ 3 รางวัลเกียรติยศ ตอกย้ำความเป็นเลิศด้านผลิตภัณฑ์ และบุคลากร

0
ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ 1

บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด คว้า 3 รางวัลเกียรติยศระดับประเทศ

รางวัล “แบรนด์ที่น่าเชื่อถือสูงสุดประจำปี 2569” (2026 Thailand’s Most Admired Brand) หมวดยานยนต์รถกระบะบรรทุก 1 ตัน มอบให้กับแบรนด์ที่ได้รับความน่าเชื่อถือและไว้วางใจจากผู้บริโภคโดยนิตยสาร BrandAge ที่ได้จัดทำผลสำรวจ 2026 Thailand’s Most Admired Brand and Why We Buy? โครงการสำรวจความน่าเชื่อถือด้านแบรนด์ของประเทศไทยรายแรกได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 26 ปี

ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ 2

รางวัล “THAILAND TOP COMPANY AWARDS 2026” ประเภทอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ จัดโดยนิตยสาร BUSINESS+ ร่วมกับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เพื่อยกย่ององค์กรที่ประสบความสำเร็จในระดับสูงสุดของประเทศ ถือเป็นรางวัลอันทรงเกียรติที่มอบให้แก่บริษัทที่มีผลการดำเนินงานยอดเยี่ยมในแต่ละอุตสาหกรรม รวมถึงองค์กรที่มีความโดดเด่นในด้านการดำเนินการด้านต่าง ๆ โดยโครงการนี้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2556 และในปีนี้นับเป็นปีที่ 14 ของการจัดงาน

ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ 3

รางวัล “People Outperform Index™ – 2025 Top HR Practice Excellence” โดย Hewitt Consulting & Sasin School of Management ตอกย้ำภาพองค์กรยุคใหม่ ขับเคลื่อนด้วยพลังคนและนวัตกรรมสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน การันตีความเป็นเลิศในการยกระดับการบริหารบุคลากรอย่างต่อเนื่องให้มีความยืดหยุ่น รวดเร็ว ชัดเจน เป็น Agile Organization และครอบคลุมทุกความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ให้พนักงานกล้าคิด กล้าเสนอ กล้าทำ และยอมให้ผิดได้ ภายใต้ความเสี่ยงที่ประเมินไว้แล้ว ควบคู่กับการพัฒนาความรู้และทักษะใหม่ ๆ เพื่อให้พนักงานสามารถดึงศักยภาพและผสานจุดแข็งเพื่อการทำงานร่วมกันได้ดียิ่งขึ้นด้วย เช่น หลักสูตรออกแบบพิเศษเฉพาะ talent staff และการอบรมด้าน AI-Digital รวมถึงการออกแบบ Career Path แบบ Horizontal ที่เปิดโอกาสให้พนักงานเติบโต พร้อมมุ่งสร้าง “องค์กรที่มีความสุข” เปลี่ยนทุกความท้าทายให้เป็นโอกาสในการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่พร้อมรับมือกับธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา พร้อมก้าวสู่อนาคตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ 4

อีซูซุขอขอบคุณลูกค้าชาวไทยที่ให้ความไว้วางใจมาโดยตลอด และจะมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการคุณภาพ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ภายใต้แนวคิด “Isuzu Trusted Buddy”ที่พร้อมเคียงข้างลูกค้าในทุกสถานการณ์ติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.comหรือ LINE: @isuzuthai

 

“ลามิน่าฟิล์ม” ครองแชมป์รางวัลแบรนด์ฟิล์มกรองแสงที่ผู้บริโภคเชื่อมั่นสูงสุด ต่อเนื่องเป็นปีที่ 12

0
ลามิน่าฟิล์ม 1

“ลามิน่าฟิล์ม” ประกาศศักดาเบอร์ 1 ครองแชมป์ Thailand’s Most Admired Brand รางวัลแบรนด์ฟิล์มกรองแสงที่ผู้บริโภคเชื่อมั่นสูงสุด ต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 จากผลสำรวจเจาะลึกผู้บริโภคทั่วประเทศ เน้นความถูกต้องแม่นยำตามหลักวิชาการของงานวิจัย จัดโดยแบรนด์เอจ

ลามิน่าฟิล์ม 2

นางสาวจันทร์นภา สายสมร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงรถยนต์และอาคาร “ลามิน่า” รับรางวัล 2026 Thailand’s Most Admired Brand ด้วยคะแนนโหวตสูงสุดอันดับ 1 ในหมวดฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์ และเป็นฟิล์มกรองแสงยี่ห้อเดียวที่ได้รับรางวัลนี้อย่างต่อเนื่อง จากกระบวนการคัดสรรที่เข้มงวดและเป็นกลางที่สุดระดับประเทศ

ลามิน่าฟิล์ม 3

งานวิจัย 2026 Thailand’s Most Admired Brand คือผลลัพธ์จากกระบวนการคัดสรรทางวิชาการที่เข้มข้นและแม่นยำที่สุดแห่งปี โดยมีรากฐานความสำเร็จจาก 3 องค์ประกอบหลัก คือ

1.ฐานข้อมูลครอบคลุม สะท้อนเสียงจริงจากผู้บริโภคผ่านกลุ่มตัวอย่างถึง 1,600 ตัวอย่างทั่วประเทศ โดยกระจายการเก็บข้อมูลอย่างทั่วถึงจาก 5 ภูมิภาคหลัก (เหนือ, ใต้, ตะวันออก, ตะวันออกเฉียงเหนือ, ภาคกลางและกรุงเทพมหานคร)

 

2.มิติการสำรวจที่ลุ่มลึก วิจัยและสำรวจกลุ่มผลิตภัณฑ์และบริการทั้งหมด 12 หมวด 115 ผลิตภัณฑ์ ทำให้รางวัลนี้เป็นมาตรวัดความสำเร็จที่ทรงอิทธิพลที่สุดในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม และ 3.พลังแห่งปัญญาจาก Think Tank มหาวิทยาลัยชั้นนำ ด้วยการร่วมกับคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิในการพัฒนาแบบสอบถามให้สอดคล้องกับพฤติกรรมจริงของผู้บริโภคยุคใหม่ (Consumer Path) ที่เปลี่ยนไป เพื่อให้การวิจัยครั้งนี้วิเคราะห์เจาะลึกถึงของความเชื่อมั่นในใจผู้บริโภคอย่างมีหลักการ

ลามิน่า 5

ตลอดระยะเวลามากกว่า 30 ปี “ลามิน่าฟิล์ม” ยืนหยัดในฐานะผู้นำอันดับ 1 และผู้บุกเบิกตลาดฟิล์มกรองแสงในประเทศไทย คือผู้สร้างมาตรฐานใหม่แห่งฟิล์มกรองแสงที่ตอบโจทย์ทุกมิติแห่งการใช้ชีวิต ทั้งฟิล์มกรองแสงระดับพรีเมียมสำหรับรถยนต์ อาคาร บ้านเรือน และคอนโดมิเนียม ฟิล์มนิรภัยมาตรฐานสูง ฟิล์มตกแต่ง ฟิล์มกันสะเก็ดหิน (ฟิล์มปกป้องสีรถ) และฟิล์มชนิดพิเศษ เช่น ฟิล์มนิรภัยภายนอกอาคาร และฟิล์มเพื่อสัตว์เลี้ยง

ลามิน่า 6

ลามิน่าฟิล์มมีความมั่นใจกับคุณภาพของสินค้าทุกรุ่นที่ทำตลาด และยังเป็นผู้ประกอบการรายแรกในประเทศไทยที่แนะนำฟิล์มเซรามิก รวมถึงฟิล์มสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าและสมาร์ทคาร์สู่ตลาดเมืองไทย ด้วยมาตรฐานการติดตั้งที่เทียบเท่ามาตรฐานสากล ผ่านเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการอบรมกว่า 800 แห่งทั่วประเทศ โดยมีผู้ใช้งานฟิล์มกรองแสงลามิน่าในประเทศไทยแล้วมากกว่า 10 ล้านคนทั่วไทย

ลามิน่า 7

นอกจากนี้ บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ในฐานะผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงคุณภาพสูงมืออาชีพระดับเอเชียแปซิฟิค ยังเป็นผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ด้านยานยนต์ไฮเอนด์ อาทิ อุปกรณ์บรรทุกสัมภาระ ‘ธูเล่’  (Thule) จากสวีเดน และผลิตภัณฑ์ดูแลรักษายานยนต์ครบวงจร ‘แอลลักซ์’ (LLux) คุณภาพเยี่ยมจากสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.laminafilms.com

“GWM ORA 5” พร้อมให้จองและทดลองขับแล้ววันนี้ ที่ GWM พาร์ทเนอร์สโตร์ ทั้ง 70 แห่งทั่วประเทศ

0
GWM Thailand 1

“GWM (Thailand)” ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” และมุ่งมั่นที่จะก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ทั้งนี้ภายหลังจากการเปิดตัว GWM ORA 5 อย่างเป็นทางการสู่ตลาดเมืองไทยรถรุ่นนี้ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากลูกค้าชาวไทย ด้วยจุดเด่นของการเป็นรถยนต์ SUV-B เจนเนอเรชันใหม่ซึ่งมีการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ ผสานสมรรถนะเข้ากับระบบการจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพ เทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่อันล้ำสมัย และระบบความปลอดภัยขั้นสูงเข้าไว้ด้วยกันซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นในยนตรกรรมจาก GWM ได้อย่างชัดเจน โดยล่าสุด GWM (ประเทศไทย) ได้เร่งดำเนินการกระจายรถไปยัง GWM พาร์ทเนอร์สโตร์ ซึ่งมีอยู่กว่า 70 แห่งทั่วประเทศแล้ว เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการสัมผัสเทคโนโลยีและความล้ำสมัยของ ORA 5 ด้วยตนเอง  ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถชมและทดลองขับขี่ ORA 5 บนเส้นทางจริงโดยมีเจ้าหน้าที่ที่พร้อมให้คำแนะนำด้านผลิตภัณฑ์ อย่างใกล้ชิดได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปที่ GWM พาร์ทเนอร์สโตร์ ใกล้บ้าน

GWM Thailand 2

เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวว่า “GWM ขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านสำหรับความไว้วางใจและให้การสนับสนุนเราเสมอมาโดยเฉพาะกระแสตอบรับที่ยอดเยี่ยมของ ORA 5 ทั้งนี้นอกเหนือจากการผนึกกำลังกับทุกภาคส่วนเพื่อขยายกำลังการผลิตของ ORA 5 ที่ GWM Smart Factory  ฐานการผลิตอัจฉริยะในประเทศไทยเพื่อให้สามารถส่งมอบรถรุ่นนี้ให้ถึงมือทุกท่านโดยเร็วที่สุดแล้ว  ในระหว่างนี้เรายังได้ร่วมมือกับพาร์ทเนอร์สโตร์ ทั่วประเทศจัดกิจกรรมทดลองขับเพื่อให้ทุกท่านได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับจากยนตรกรรมรุ่นล่าสุดในตระกูล ORA ด้วยตนเอง ผมเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าท่านจะประทับใจในสมรรถนะและความล้ำสมัยของรถรุ่นนี้ และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ครอบครัว GWM ครับ”

ราคาคาดการณ์จำหน่ายของ GWM ORA 5  EV

  • GWM ORA 5 EV รุ่น Pro    ราคา  649,000 บาท*
  • GWM ORA 5 EV รุ่น Ultra ราคา  719,000 บาท*

(*ราคาจำหน่ายดังกล่าวอยู่ระหว่างการอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้มาตรการ EV 3.5)

GWM Thailand 1

ราคาแนะนำช่วงเปิดตัวของ GWM ORA 5  HEV

  • GWM ORA 5 HEV รุ่น Pro ราคา 709,000 บาท
  • GWM ORA 5 HEV รุ่น Ultra ราคา 779,000 บาท

ข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าที่จอง  GWM ORA 5 ภายในเดือนเมษายน

  • GWM ORA 5 EV (รุ่น Ultra / Pro) รับสิทธิประโยชน์มากมาย ครอบคลุมดอกเบี้ยพิเศษ 69% ผ่อนนาน 48 เดือน (ดาวน์ 30%) ฟรีประกันภัยชั้น 1 ระยะเวลานาน 1 ปี* พร้อมความคุ้มครองสูงสุด 100% ของมูลค่ารถ* ฟรี Home Charger พร้อมค่าบริการติดตั้ง*
  • GWM ORA 5 HEV (รุ่น Ultra / Pro) รับข้อเสนอพิเศษ ครอบคลุมดอกเบี้ยพิเศษ 69%* ผ่อน 48 เดือน (ดาวน์ 30%) ฟรีประกันภัยชั้น 1 ระยะเวลา 1 ปี* มูลค่าสูงสุด 25,000 บาท ฟรีค่าแรงบำรุงรักษาตามโปรแกรมสูงสุด 10 ครั้ง ภายใน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร ฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี พร้อมการรับประกันคุณภาพรถใหม่ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร และการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดนานถึง 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง รวมถึงบริการ Telematic Service และอินเทอร์เน็ตในรถยนต์นาน 3 ปี
    (*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด)

ผู้ที่สนใจสามารถเยี่ยมชม ทดลองขับ และรับข้อเสนอพิเศษได้แล้ววันนี้ถึง 30 เมษายน 2569 ณ GWM พาร์ทเนอร์สโตร์ ทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ GWM Contact Center 02-668-8888 และเว็บไซต์ www.gwm.co.th   

 

“ฮอนด้า” คว้ารางวัล GEN Z TOP Brand Award 2026 ตอกย้ำความเป็นแบรนด์รถยนต์ที่ GEN Z ชูสให้ยืนหนึ่งในใจ

0
HONDA 1

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) ตอกย้ำความเป็นแบรนด์ที่ Gen Z เทใจให้ ด้วยการคว้ารางวัล ‘GEN Z TOP BRAND AWARD 2026’ ในหมวด Automotiveสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคกลุ่มคนรุ่นใหม่มีต่อแบรนด์ฮอนด้าอย่างแท้จริง โดยเป็นผลจากการสำรวจเชิงลึกโดยเว็บไซต์ BrandBuffet สื่อด้านธุรกิจและการตลาด ร่วมกับ INTAGE Thailand บริษัทวิจัยการตลาดชั้นนำ และ Wisesight ผู้เชี่ยวชาญด้าน Social Listening ที่มุ่งเจาะลึกพฤติกรรมผู้บริโภคกลุ่มคนรุ่นใหม่ในยุคดิจิทัล ซึ่งอ้างอิงการรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างกว่า 3,000 คน ครอบคลุมทั้ง Gen X , Gen Y และ Gen Z จากทั่วประเทศ ครอบคลุมทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ เพื่อนำมาวิเคราะห์และประเมินถึงความแข็งแกร่ง รวมถึงความหมายของแบรนด์ในใจผู้บริโภค ที่จะสะท้อนทิศทางของตลาดและบทบาทสำคัญของกลุ่มคนรุ่นใหม่ในฐานะกุญแจสู่การสร้างการเติบโตของแบรนด์อย่างยั่งยืนในระยะยาว

HONDA 2

 

ท่ามกลางยุคของคนรุ่นใหม่ที่มีตัวเลือกอย่างไม่จำกัดและให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า ปัจจุบันรถยนต์จึงเป็นมากกว่ายานพาหนะ แต่เปรียบเสมือนพื้นที่ส่วนตัวที่สะท้อนไลฟ์สไตล์ ฮอนด้า จึงมุ่งมั่นสร้างความแข็งแกร่ง โดยไม่เพียงพัฒนาเทคโนโลยีที่มอบความสนุกในการขับขี่ แต่หัวใจสำคัญคือการสร้างความเชื่อมั่น ผ่านการพิสูจน์ให้เห็นถึงประสิทธิภาพและคุณภาพที่สัมผัสได้จริง พร้อมออกแบบเพื่อสร้างประสบการณ์ในการขับขี่ให้ใช้งานง่าย สะดวกสบาย และส่งมอบความคุ้มค่าที่ตอบโจทย์ความรู้สึกได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ ความไว้วางใจเหล่านี้ได้ถูกนำมายกระดับความเชื่อมโยงผ่านการถ่ายทอด Honda Brand Story เพื่อสื่อสารว่าฮอนด้า ไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์รถยนต์ที่คนรุ่นใหม่นึกถึง แต่เป็นเพื่อนร่วมทางที่พร้อมสร้างแรงบันดาลใจและสนับสนุนให้กล้าออกไปใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการ

Honda 3

นางรัชนี จิรถาวรกุล ผู้จัดการทั่วไปหน่วยงานการตลาดและวางแผนผลิตภัณฑ์ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “รางวัล GEN Z TOP BRAND AWARD ที่ฮอนด้าได้รับในครั้งนี้ พิสูจน์ได้ถึงความเชื่อมั่นที่ Gen Z มีต่อแบรนด์อย่างแท้จริง สำหรับฮอนด้า เป้าหมายไม่ใช่แค่การครองใจคนรุ่นใหม่เท่านั้น แต่คือการพัฒนาทั้งผลิตภัณฑ์และบริการให้ผู้บริโภคทุกคนรู้สึกว่า ฮอนด้า คือแบรนด์ที่ใช่ และสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของพวกเขาได้อย่างแท้จริง เมื่อผู้บริโภครู้สึกถึงคุณค่าเหล่านี้ พวกเขาก็พร้อมเปิดใจลองและบอกต่อด้วยตัวเอง รางวัลนี้จึงไม่ใช่แค่ความภาคภูมิใจ แต่ยังเป็นแรงผลักดันให้ฮอนด้าเดินหน้าพัฒนาและปรับตัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นแบรนด์ที่อยู่ในใจทุกเจเนอเรชัน และเติบโตไปพร้อมกับทุกคน”

Honda 4

ฮอนด้า มุ่งมั่นส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพควบคู่ไปกับการดูแลลูกค้าอย่างดีเยี่ยมตลอดการใช้งาน ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการ พร้อมยกระดับบริการหลังการขายที่แข็งแกร่งและเป็นเลิศ ผ่านเครือข่ายศูนย์บริการและโชว์รูมกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเป้าหมายในการมอบประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมในทุกทัชพอยต์ และส่งต่อความเชื่อมั่นในแบรนด์ฮอนด้าจากรุ่นสู่รุ่นอย่างยั่งยืน

 

“ปอร์เช่ 911 ใหม่” เตรียมเปิดตัวครั้งแรกของโลก 14 เมษายน นี้

0
Honda 2

รถสปอร์ตที่มอบประสบการณ์ความสนุกในทุกการขับขี่จากซุฟเฟนเฮาเซ่น (Zuffenhausen) พร้อมเผยโฉมครั้งแรกในโลก โดย ปอร์เช่ 911 ใหม่ จะถูกนำเสนอเรื่องราวผ่านภาพยนตร์ที่บอกเล่าประสบการณ์ทดสอบรถยนต์รุ่นใหม่นี้เป็นครั้งแรกโดยผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์ชื่อดัง บนเส้นทางภูเขาอันน่าตื่นเต้นในเตเนริเฟ่ (Tenerife)

รับชมการถ่ายทอดสดผ่าน Porsche Newsroom

การเปิดตัวระดับโลกของปอร์เช่ 911 รุ่นใหม่ จะออกอากาศในวันที่ 14 เมษายน เวลา 21.00 น. (เวลาประเทศไทย) ผ่าน Porsche Newsroom ที่  newsroom.porsche.com/en และบนช่อง Porsche YouTube และสามารถรับชมย้อนหลังได้หลังจากการถ่ายทอดสด

“อีซูซุ” เชิญชวนลูกค้าคนสำคัญเช็กรถหลังเดินทางไกล กับแคมเพจ์น “ได้ทั้งลด ได้ทั้งคะแนน” คุ้มยาวตลอดปี

0
อีซูซุ 1

บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด โดย คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ เชิญชวนเจ้าของรถอีซูซุเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการมาตรฐานอีซูซุ พร้อมรับความคุ้มค่าในแคมเพจ์น “ได้ทั้งลด ได้ทั้งคะแนน” สำหรับรถปิกอัพและรถยนต์นั่งอเนกประสงค์อีซูซุทุกรุ่น และแคมเพจ์น “มั่นใจ ทุกเส้นทาง คุ้มยาว ตลอดปี” สำหรับรถบรรทุกอีซูซุขนาดใหญ่ (2 ตันขึ้นไปทุกรุ่น) ผ่านแอปพลิเคชัน my-ISUZU ครอบคลุมทั้งการประหยัด ดูแลรถครบ จบในที่เดียว เมื่อเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการมาตรฐานอีซูซุทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2569 ถึง 30 กันยายน 2569

อีซูซุ 2

รายละเอียดแคมเพจ์น “ได้ทั้งลด ได้ทั้งคะแนน” สำหรับรถปิกอัพและรถยนต์นั่งอเนกประสงค์อีซูซุทุกรุ่น

  • สมาชิก ISUZU My-MEMBER รับสิทธิพิเศษ
  • ส่วนลด น้ำมันเครื่องสูงสุด 10% (เกรดกึ่งสังเคราะห์และสังเคราะห์แท้)
  • อะไหล่ ลดสูงสุด 10%
  • แบตเตอรี่ ลดสูงสุด 600 บาท
  • ยางรถยนต์ ลดสูงสุด 2,400 บาท

พร้อมกดรับคูปองส่วนลดอื่น ๆ อีกมากมาย ผ่านแอปพลิเคชัน my-ISUZU อาทิเช่น

  • ฟรี! ตรวจเช็กสภาพรถ
  • เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง 7 ลิตร เกรดมาตรฐาน ในราคาเพียง 1,199 บาท
  • แพ็กเกจคืนความฟิต จะรถปีไหนก็ฟิตเหมือนใหม่ได้ คืนความมั่นใจให้รถคุณ

อีซูซุ 3

แพ็กเกจเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ออโต้ พร้อมไส้กรองเกียร์และท่อยางน้ำมันเกียร์ออโต้ เริ่มต้น 6,170 บาท

แพ็กเกจล้างท่อร่วมไอดี วาล์ว EGR และปะเก็น เริ่มต้น 2,840 บาท

  • ส่วนลดอะไหล่ชุดตรวจพิเศษสูงสุด 10% สำหรับรถอายุมากกว่า 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร
  • คูปองส่วนลดมูลค่า 500 บาท เพื่อใช้เป็นส่วนลดในครั้งถัดไป (สำหรับรถอายุมากกว่า 7 ปี ที่มีค่าใช้จ่ายหลังหักส่วนลด และรวมภาษีในการเช็กระยะครั้งนี้ 5,000 บาทขึ้นไป)

ผ่อน 0% นาน 9 เดือน รับประกันงานซ่อม 6 เดือน หรือ 10,000 กิโลเมตร และเมื่อเปลี่ยนยางครบทั้ง 4 เส้น รับประกัน บาด บวม แตก นาน 1 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร

หมายเหตุ : ราคาข้างต้นเฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการ โปรดตรวจสอบราคาได้จากศูนย์บริการใกล้บ้านท่าน

อีซูซุ 4

รายละเอียดแคมเพจ์น “มั่นใจ ทุกเส้นทาง คุ้มยาว ตลอดปี” สำหรับรถบรรทุกอีซูซุขนาดใหญ่ (2 ตันขึ้นไปทุกรุ่น)

  • ส่วนลดอะไหล่ สูงสุด 15% สำหรับกลุ่มอะไหล่ ช่วงล่าง เบรก คลัตช์ ซีลล้อ ลูกปืนล้อ อุปกรณ์ ดักจับความชื้น และอะไหล่บำรุงรักษาเชิงป้องกัน
  • ส่วนลดยางบริดจสโตนสูงสุด 1,200 บาท สำหรับรถบรรทุก รุ่น NLR พร้อมฟรี! ค่าแรง

ฟรี! ตรวจเช็กสภาพรถ (ครอบคลุม 50 รายการ)

  • ผ่อน 0% นาน 9 เดือน รับประกันงานซ่อม 6 เดือน หรือ 10,000 กิโลเมตร

สอบถามเพิ่มเติมที่ศูนย์บริการมาตรฐานอีซูซุทั่วประเทศ หรือ สายด่วนลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 0-2118-0777 และติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai

 

 

“เกีย” จัดโปรโมชั่น “The Kia EV5” รถยนต์ SUV ไฟฟ้า 100 % ตั้งแต่ 8- 30 เมษายน 2569 นี้ 

0
The Kia EV5 1

The Kia EV5 Earth Long Range

  • ส่วนลดพิเศษ 319,000 บาท
  • ราคาพิเศษหลังหักส่วนลด 1,280,000 บาท
  • ระยะเวลาโปรโมชันเดิม เฉพาะจองภายในวันที่ 1-5 เมษายน 2569 และรับรถภายในวันที่ 30 เมษายน 2569
  • ขยายเวลาโปรโมชัน ตั้งแต่วันที่ 8- 30 เมษายน 2569 และรับรถภายในวันที่ 30 เมษายน 2569

 The Kia EV5 Earth Exclusive AWD

  • ส่วนลดพิเศษ 344,000 บาท
  • ราคาพิเศษหลังหักส่วนลด 1,455,000 บาท
  • ระยะเวลาโปรโมชันเดิม เฉพาะจองภายในวันที่ 1-5 เมษายน 2569 และรับรถภายในวันที่ 30 เมษายน 2569
  • ขยายเวลาโปรโมชัน ตั้งแต่วันที่ 8- 30 เมษายน 2569 และรับรถภายในวันที่ 30 เมษายน 2569

ธนบุรีนอยสเติน ขยายโปรโมชันยาวถึงสิ้นเมษายน ฉลองยอดจอง GEELY สูงเป็นประวัติการณ์ ระหว่างมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47

0
Geely EX2 1

บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด ในเครือกลุ่มธนบุรี ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์แบรนด์ จีลี่ (GEELY) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญภายในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ด้วยยอดจองรถยนต์ไฟฟ้าเรือธง ทั้ง GEELY EX5 1,706 คัน และ GEELY EX2 6,105 คัน รวม 7,811 คัน ตลอดช่วงการจัดงาน ซึ่งเป็นตัวเลขสูงสุดนับตั้งแต่เปิดตัวในประเทศไทย พร้อมต่อยอดความแรงของกระแสความนิยมด้วยการขยายระยะเวลาโปรโมชันพิเศษจนถึง 30 เมษายน 2569 เปิดโอกาสให้ลูกค้าที่สนใจได้เป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า GEELY ในราคาสุดคุ้ม สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคชาวไทยที่มีต่อคุณภาพ เทคโนโลยี ตลอดจนความคุ้มค่าของรถยนต์ไฟฟ้า GEELY และความพร้อมในด้านบริการหลังการขายเหนือระดับที่เป็นดีเอ็นเอของกลุ่มธนบุรีได้อย่างชัดเจน

ความสำเร็จดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ GEELY EX5 MAX+ รถยนต์อเนกประสงค์ไฟฟ้าอัจฉริยะที่ยกระดับไปอีกขั้น พร้อมการเผยโฉม GEELY EX2 Shooting Star ซิตี้คาร์ไฟฟ้ารุ่นพิเศษดีไซน์โดดเด่น ซึ่งได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากผู้เข้าชมงานและกลุ่มลูกค้ารถยนต์ไฟฟ้าทุกเซกเมนต์

Geely EX2 2

นายณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด กล่าวว่า “ยอดจองรวม 7,811 คันภายในงานมอเตอร์โชว์ครั้งนี้ เป็นบทพิสูจน์สำคัญถึงการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของแบรนด์ GEELY ในประเทศไทย และสะท้อนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อรถยนต์ไฟฟ้าที่มีคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้ ในฐานะแบรนด์ยานยนต์ระดับโลก เรามุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้ามาตรฐานสากล ควบคู่กับความตั้งใจในการเข้าใจและตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยอย่างแท้จริง การเปิดตัว GEELY EX5 MAX+ และ GEELY EX2 Shooting Star จึงไม่เพียงตอกย้ำศักยภาพด้านนวัตกรรมของ GEELY เท่านั้น แต่ยังสะท้อนแนวคิดการดำเนินธุรกิจในแบบ ‘แบรนด์จีน หัวใจไทย’ ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความคุ้มค่า และมาตรฐานบริการหลังการขายที่ลูกค้าชาวไทยไว้วางใจ ภายใต้ประสบการณ์กว่า 85 ปีของกลุ่มธนบุรี”

GEELY EX5 MAX+ อีกขั้นของยนตรกรรมไฟฟ้าอัจฉริยะ

หนึ่งในรุ่นที่ได้รับเสียงตอบรับอย่างดี ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 คือ GEELY EX5 MAX+ ที่ยกระดับจากรถไฟฟ้าอเนกประสงค์ GEELY EX5 ด้วยแบตเตอรี่ Short Blade Battery ใหม่ ขนาด 68.39 kWh ให้ระยะทางสูงสุด 525 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) เสริมความโดดเด่นด้วยล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว พร้อมยางจากกู๊ดเยียร์ และสีภายนอกใหม่ ‘สีเขียว มอส กรีน’ ที่ช่วยขับภาพลักษณ์พรีเมียมให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

GEELY EX5 MAX+ ยังคงความแข็งแกร่งของโครงสร้างและประโยชน์จากพื้นที่ใช้สอย ด้วยแพลตฟอร์ม Global Intelligent Electric Architecture (GEA) และเทคโนโลยี Cell-to-Body Integration พร้อมระบบขับเคลื่อน 11-in-1 Intelligent Electric Drive มาพร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง Level-2 ADAS และระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ Flyme Auto เสริมประสบการณ์การใช้งานที่ล้ำสมัย เปิดราคาจำหน่ายที่ 929,000 บาท และราคาแนะนำพิเศษสำหรับลูกค้า 400 คันแรกที่ 899,000 บาท

GEELY EX2 Shooting Star โดดเด่นด้วยดีไซน์เป็นเอกลักษณ์

GEELY EX2 Shooting Star รุ่นพิเศษ ที่ได้รับความนิยมต่อเนื่องจาก GEELY EX2 มาพร้อมชุดตกแต่งสไตล์สปอร์ตรอบคัน ยกระดับสไตล์ให้ผู้ขับขี่ได้สนุกกับทุกเส้นทาง ได้แก่ ชุดสเกิร์ตด้านหน้า ด้านหลัง และด้านข้าง ชุดแต่งด้านหน้าดีไซน์สปอร์ต และสปอยเลอร์หลัง ที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้มีความสปอร์ตและโดดเด่นยิ่งขึ้น เปิดจำหน่ายในราคา 484,990 บาท พร้อมการรับประกันคุณภาพอุปกรณ์ตกแต่งสูงสุด 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร

ขยายเวลาโปรโมชันสุดคุ้ม

จากกระแสความนิยมและเสียงตอบรับอย่างถล่มทลายภายในงาน ธนบุรีนอยสเติน จึงตัดสินใจขยายระยะเวลาโปรโมชันพิเศษจนถึงวันที่ 30 เมษายน 2569 เพื่อเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าที่สนใจได้เป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า GEELY ในราคาที่คุ้มค่า พร้อมข้อเสนอและสิทธิพิเศษครบครันที่ตอบโจทย์ทั้งความคุ้มค่า และความอุ่นใจตลอดการใช้งาน

ข้อเสนอสำหรับ GEELY EX5

GEELY EX5 รุ่น PRO รับส่วนลด 60,000 บาท* ในราคาพิเศษ 739,000 (จากราคาปกติ 799,000 บาท)

GEELY EX5 รุ่น MAX รับส่วนลด 50,000 บาท* ในราคาพิเศษ 849,000 บาท (จากราคาปกติ 899,000 บาท) หรือเลือกรับดอกเบี้ย 0% ดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน (สำหรับราคาปกติ)

พร้อมรับสิทธิพิเศษมากมาย ได้แก่

  • ดอกเบี้ยเริ่มต้น 98% ดาวน์ 25 % ผ่อน 48 เดือน
  • รับประกันคุณภาพตัวรถ นาน 6 ปี หรือ 160,000 กม.
  • รับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง นาน 8 ปี หรือ 180,000 กม.
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. นาน 5 ปี
  • ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • ค่าจดทะเบียนรถยนต์ และพรมปูพื้น
  • Portable charger
  • ฟรี! ฟิล์มรถยนต์​ Lamina รุ่น Ceramic Onyx Boost (เฉพาะ GEELY EX5 รุ่น MAX และ MAX+) 

ข้อเสนอสำหรับ GEELY EX2

GEELY EX2 รุ่น PRO ราคา 429,990 บาท​

GEELY EX2 รุ่น MAX ราคา 459,990 บาท​

GEELY EX2 รุ่น Shooting Star ราคา 484,990 บาท

พร้อมสิทธิพิเศษมากมาย​ ได้แก่

  • ดอกเบี้ยเริ่มต้น 98% ดาวน์ 25 % ผ่อน 48
  • รับประกันคุณภาพตัวรถ นาน 6 ปี หรือ 150,000 กม. ​
  • รับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง นาน 8 ปี หรือ 150,000 กม.​
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. นาน 5 ปี ​
  • Portable charger ​
  • พรมปูพื้น ​

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

นอกจากการนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ ธนบุรีนอยสเติน ยังตอกย้ำความมุ่งมั่นในการส่งมอบประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าที่ดีเยี่ยมให้กับลูกค้า ผ่านแผนขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานทั่วประเทศ โดยตั้งเป้าขยายเพิ่มเป็น 65 แห่งภายในปี 2569 พร้อมแผนเปิดตัวโชว์รูมระดับเรือธงแห่งแรกในประเทศไทย เพื่อรองรับฐานลูกค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

Geely EX2 3

สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ GEELY ใกล้บ้าน หรือ ติดต่อศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 02-081-9999 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ ติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง

เว็บไซต์ www.thonburineustern.com และ เฟซบุ๊ก Geely Thonburi Thailand

CEO “ลามิน่า” คว้ารางวัลสุดยอดผู้นำ

0
ลามิน่า 1

นางสาวจันทร์นภา สายสมร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงรถยนต์และอาคารลามิน่า รับรางวัลสุดยอดผู้นำ Thailand TOP CEO 2025 จาก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  ประธานในงาน 2025 Asia CEO Summit & Award Ceremony จัดโดย บริษัท อินฟลูเอ็นเชียลแบรนด์  ประเทศสิงคโปร์ และบริษัท นิโอ ทาร์เก็ต จำกัด ประเทศไทย ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท

ลามิน่า 2

บริษัท อินฟลูเอ็นเชียลแบรนด์ ประเทศสิงคโปร์ เป็นองค์กรที่เชี่ยวชาญด้านความรู้ทางธุรกิจและการสร้างแบรนด์ในเอเชียมายาวนาน มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ ส่วนบริษัท นิโอ ทาร์เก็ต จำกัด ประเทศไทย ที่ปรึกษาด้านการสื่อสารแบรนด์และภาพลักษณ์องค์กร ได้ร่วมกันจัดการประกาศรางวัลสุดยอดผู้บริหารองค์กรที่โดดเด่นสูงสุดแห่งปี พ.ศ.2568

ลามิน่า 3

การมอบรางวัล Thailand TOP CEO 2025 แก่ 4 สุดยอดซีอีโอแถวหน้าของเมืองไทยและเอเชียครั้งนี้ เป็นการมอบรางวัลให้แก่ผู้บริหารองค์กรที่มีคุณสมบัติโดดเด่นด้านบริหารงาน มีความคิดสร้างสรรค์ การพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ผลักดันให้องค์กรเกิดการเปลี่ยนแปลงในมิติต่างๆ ที่สำคัญ รวมทั้งการพัฒนาศักยภาพบุคลากลเพื่อสร้างความแข็งแกร่งแก่ธุรกิจให้สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

ลามิน่า 4

นางสาวจันทร์นภา กล่าวว่า ในโลกธุรกิจปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความผันผวน คุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของผู้นำยุคใหม่คือ ความยืดหยุ่นและการปรับตัวที่ฉับไว ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจที่บีบคั้น การบริหารจัดการงบประมาณอย่างชาญฉลาดและการเพิ่มประสิทธิภาพในทุกกระบวนการทำงาน จึงเปรียบเสมือนรากฐานสำคัญที่จะพาองค์กรอยู่รอด ขณะเดียวกัน การรู้จักนำเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้อย่างเท่าทัน คือกุญแจสำคัญในการรักษาขีดความสามารถทางการแข่งขันให้โดดเด่นอยู่เสมอ

ลามิน่า 7

นอกเหนือจากด้านเทคโนโลยี การบริหาร “คน” ยังคงเป็นหัวใจหลักที่เราให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งในด้านการเฟ้นหาและพัฒนาบุคลากรที่มีศักยภาพ ตลอดจนการสร้างสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับทุกภาคส่วน และสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับผู้นำในสภาวะที่สถานการณ์โลกมีความไม่แน่นอนสูง คือการครองสติเพื่อให้สามารถตัดสินใจได้อย่างเฉียบคมและแม่นยำ

ลามิน่า 5

ความสำเร็จในครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงความภูมิใจของบริษัทฯ เท่านั้น แต่คือผลลัพธ์แห่งความร่วมมือจากพันธมิตรทางธุรกิจ ลูกค้า และสื่อมวลชนทุกท่านที่ให้การสนับสนุนเราด้วยดีเสมอมา รางวัลอันทรงเกียรตินี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้เราไม่หยุดพัฒนาตนเอง เพื่อส่งมอบคุณค่าที่ดีที่สุดให้แก่สังคม และยังตอกย้ำความมุ่งมั่นของเราในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการเติบโตที่ยั่งยืน

ลามิน่า 9

ทั้งนี้ นางสาวจันทร์นภา สายสมร ได้รับรางวัลประชากรหญิงผู้สร้างแรงบันดาลใจ HER AWARDS, UNFPA THAILAND 2024  จากองค์การสหประชาชาติ ในฐานะผู้เสียสละอุทิศตนเพื่อช่วยเหลือและพัฒนากลุ่มคนเปราะบาง เพื่อให้หลุดพ้นจากบริบทปัญหาด้านต่างๆ รวมทั้งสร้างโอกาสให้ต่อยอดพัฒนาสู่การพึ่งตนเองและการยกระดับคุณภาพชีวิตจากโครงการลามิน่าสานฝันเด็กไทยได้เล่าเรียนที่สร้างโอกาสทางการศึกษาให้เด็กไทยในถิ่นทุรกันดารมาตลอด 25 ปี อีกทั้งยังได้รับพระราชทานปริญญาบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการตลาด จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ประจำปีการศึกษา 2566 จากผลงานและความสำเร็จในการประกอบสัมมาชีพอันเป็นที่ประจักษ์