Home Blog Page 3

“ต้า เฟ็ดเฟ่” ยูทูบเบอร์ชื่อดัง ตัดสินใจเป็นเจ้าของ SUZUKI FRONX” ปลื้มดีไซน์โดนใจ มีความคุ้มค่า พร้อมดอกเบี้ยพิเศษ และโปรแกรมบำรุงรักษา 7 ปี

0
ซูซูกิ 1

บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าส่งมอบความสุขในทุกเส้นทางอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดต้อนรับอินฟลูเอนเซอร์และยูทูบเบอร์ยุคบุกเบิกของเมืองไทย “ต้า เฟ็ดเฟ่” (คุณลิขิต สิทธิพันธุ์) เข้าสู่ครอบครัวซูซูกิอย่างเป็นทางการ หลังตัดสินใจเลือกเป็นเจ้าของรถยนต์ SUZUKI FRONX สะท้อนภาพลักษณ์สปอร์ตเอสยูวีที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นปัจจุบันได้อย่างลงตัว

ซูซูกิ 2

“ต้า เฟ็ดเฟ่” หรือ คุณลิขิต สิทธิพันธุ์ เปิดเผยถึงเหตุผลในการเลือกซื้อรถยนต์คู่ใจในครั้งนี้ว่า “การเลือกซื้อรถยนต์สักคัน สิ่งสำคัญที่สุดคือความคุ้มค่าและความสบายใจในการใช้งานในระยะยาว ซึ่ง SUZUKI FRONX ตอบโจทย์ตรงนี้ได้ครบถ้วน ทั้งเรื่องของดีไซน์ที่โดดเด่น และความประหยัดน้ำมันที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในยุคนี้ได้เป็นอย่างดี แต่สิ่งที่ทำให้ตัดสินใจได้ง่ายที่สุดคือ โปรแกรมบำรุงรักษาสูงสุดถึง 7 ปี ซึ่งทำให้หมดกังวลเรื่องค่าบำรุงรักษา ยิ่งไปกว่านั้น ซูซูกิยังมีแคมเปญดอกเบี้ยพิเศษเมื่อเลือกผ่อนชำระ 4 ปี ซึ่งถือเป็นข้อเสนอที่คุ้มค่าและตัดสินใจได้ทันที”

SUZUKI FRONX ยนตรกรรมสปอร์ตเอสยูวีกับแนวคิด “THE ICONIC DRIVE นิยามใหม่ของการขับขี่…ในแบบที่เป็นคุณ” ชูจุดเด่นด้านสมรรถนะ ความคล่องตัว และระบบความปลอดภัยที่ครบครัน ตอกย้ำความสำเร็จในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างตรงใจ และเพื่อส่งมอบความประทับใจและกระตุ้นการตัดสินใจเป็นเจ้าของ SUZUKI FRONX ได้ง่ายและคุ้มค่ายิ่งขึ้น   ซูซูกิขอมอบข้อเสนอสุดพิเศษให้แก่ลูกค้าที่เป็นเจ้าของรถยนต์ซูซูกิที่มีชื่อเป็นผู้ครอบครองและลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน Hello Suzuki หรือให้สิทธิ์กับสมาชิกครอบครัวด้วยราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 599,000 บาท ใน SUZUKI FRONX รุ่น GL โดยมีจำนวนจำกัด 200 คัน เท่านั้น พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 3 ปี อีกทั้ง ยังมอบแคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้าที่สนใจ SUZUKI FRONX รุ่น GLX และ GLX PLUS ซูซูกิมอบส่วนลดพิเศษเพิ่ม 20,000 บาท พร้อมข้อเสนออัตราดอกเบี้ย 0% และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าในการเป็นเจ้าของรถยนต์ SUZUKI FRONX ยิ่งขึ้น สิทธิพิเศษนี้สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม – 30 กันยายน 2569

ซูซูกิยังคงมุ่งมั่นส่งมอบความอุ่นใจตลอดระยะเวลาการครอบครองรถ ด้วยโปรแกรม SUZUKI FRONX Worry Free Maintenance Package ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษารถตามระยะทางนานถึง 7 ปี โดยแพ็กเกจมีราคาเริ่มต้นเพียง 27,999 บาท ประหยัดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาได้สูงสุด 6,781 บาท เมื่อเทียบกับราคาปกติ ยิ่งซื้อพร้อมออกรถยิ่งประหยัด สามารถนำไปรวมกับการผ่อนชำระค่างวดรถ การันตีราคาชิ้นส่วนอะไหล่ภายใต้แพ็กเกจ ไม่ต้องกังวลเรื่องการปรับขึ้นราคาในอนาคต เพื่อให้ลูกค้าสามารถวางแผนการบริหารค่าใช้จ่ายและมั่นใจในการครอบครองรถในระยะยาว

ผู้สนใจสามารถร่วมสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่คุ้มค่า และรับข้อเสนอพิเศษเช่นเดียวกับ“ต้า เฟ็ดเฟ่” ได้แล้ววันนี้ ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ

 

 

“ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต” พร้อมลุยป้องกันแชมป์เต็มพิกัด ในศึกเอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ 2026

0
ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต 1

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น (มิตซูบิชิ มอเตอร์ส) ลุยเต็มพิกัด! ส่ง ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต ภายใต้การสนับสนุนด้านเทคนิคจาก มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศญี่ปุ่น) เข้าสู้ศึก การแข่งขันเอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ 2026 หรือ เอเอ็กซ์ซีอาร์ 2026 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-15 สิงหาคมนี้ ในประเทศไทย ด้วยรถกระบะไทรทัน1 จำนวน 3 คัน มุ่งเป้าคว้าแชมป์ติดต่อกันเป็นสมัยที่ 2 โดยในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนที่การแข่งขันจะเปิดฉากขึ้น ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต ได้เสร็จสิ้นการดำเนินการทดสอบภาพรวมของรถ (Shakedown) บนสนามออฟโรดในจังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา เพื่อยืนยันความพร้อมของทั้งตัวรถ นักแข่ง และทีมงาน ก่อนเดินหน้าสู่ภารกิจป้องกันแชมป์อย่างเต็มรูปแบบ

ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต 2

ความคิดเห็นจากทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต

ฮิโรชิ มาซูโอกะ ผู้อำนวยการทีม

“ในที่สุด การแข่งขัน เอเอ็กซ์ซีอาร์ 2026 กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว นับตั้งแต่การทดสอบสมรรถนะและความทนทานของรถเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทีมงานได้พัฒนาและปรับจูนรถแข่งอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งการทดสอบภาพรวมของรถก่อนการแข่งขันยังได้ยืนยันให้เห็นถึงความพร้อมขั้นสุดในทุกด้าน ตั้งแต่สมรรถนะของตัวรถ ความพร้อมของนักแข่ง ไปจนถึงการปฏิบัติงานของทีมเซอร์วิส พวกเราจะร่วมมือกันคว้าแชมป์ประเภทโอเวอร์ออล และรักษาตำแหน่งผู้ชนะนี้ไว้ให้ได้ นอกจากนี้ การแข่งขัน เอเอ็กซ์ซีอาร์ ยังเป็นเวทีสำคัญในการผลักดันศักยภาพของทั้งตัวรถและผู้คนให้ก้าวข้ามขีดจำกัดภายใต้สภาวะสุดทรหด โดยองค์ความรู้ที่ได้รับตลอดการแข่งขันในครั้งนี้ในถูกนำไปต่อยอดในการพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ในอนาคต เช่นเดียวกับ ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ที่มีกำหนดเปิดตัวภายในปีงบประมาณนี้2

ชยพล โยธา นักแข่ง

“สำหรับปีนี้ ความมั่นใจจากการเตรียมความพร้อมของเรามีมากกว่าความกดดันจากชัยชนะเมื่อปีที่แล้ว รถแข่งไทรทัน แรลลี่คาร์ มีศักยภาพในการแข่งขันดียิ่งกว่าเดิม ทำให้เรามั่นใจในการขับขี่ขึ้น ซึ่งเราสัมผัสได้ถึงสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของตัวรถระหว่างการทดสอบภาพรวมของรถ แม้การแข่งขัน เอเอ็กซ์ซีอาร์ จะเป็นแรลลี่ที่ท้าทายและไม่มีใครรู้ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นจนกว่าจะถึงวินาทีสุดท้าย แต่เป้าหมายของผมคือการคว้าชัยชนะในทุกสเตจ เพื่อนำแชมป์ประเภทโอเวอร์ออลมาสู่ทีม”

คัตสึฮิโกะ ทากูชิ นักแข่ง

“การแข่งขัน เอเอ็กซ์ซีอาร์ ในปีนี้ถือเป็นการลงสนามครั้งที่ 4 ของผม และผมเข้าร่วมการแข่งขันในปีนี้ด้วยความมุ่งมั่นที่จะคว้าแชมป์ประเภทโอเวอร์ออล ในฐานะทีม เราตั้งเป้าที่จะรักษาแชมป์ไว้ให้ได้ โดยมีชยพลเป็นแนวหน้า แต่ตัวผมเองก็พร้อมที่จะท้าชิงตำแหน่งบนโพเดียม และมุ่งสู่ชัยชนะเช่นกัน การทดสอบภาพรวมของรถได้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมระดับสูงของรถแข่ง ซึ่งทำให้ผมมั่นใจว่าเราสามารถรับมือกับทุกสภาพเส้นทางได้ แม้การแข่งขันจะยาวนานและหนักหน่วง แต่ผมจะมุ่งมั่นทำผลงานให้ดีที่สุดในทุกสเตจ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพาทีมคว้าแชมป์ประเภทโอเวอร์ออล และป้องกันแชมป์ได้สำเร็จ”

คาสุโตะ โคอิเดะ นักแข่ง

“ในปีนี้ นอกจากการทำผลงานของตัวเองให้ดีที่สุด และแข่งขันให้ครบทุกสเปเชียลสเตจแล้ว ผมยังพร้อมทุ่มเทอย่างเต็มที่ในการสนับสนุนรถแข่งอีก 2 คันของทีม เพื่อร่วมผลักดันให้ทีมคว้าแชมป์ประเภทโอเวอร์ออลและรักษาตำแหน่งแชมป์ไว้ ผมยังตั้งใจที่จะนำองค์ความรู้จากการแข่งขัน รวมถึงประสบการณ์และการเติบโตทั้งในระดับทีมและระดับบุคคลที่ได้รับจากความท้าทายครั้งนี้ กลับไปใช้ในการพัฒนารถยนต์ที่ผลิตเพื่อจำหน่ายจริงของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ด้วยเช่นกัน”

รายงานผลการแข่งขันประจำวัน

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส จะรายงานความเคลื่อนไหวล่าสุดของการแข่งขัน เอเอ็กซ์ซีอาร์ 2026 ผ่านเว็บไซต์พิเศษ AXCR 2026 ตั้งแต่วันเปิดการแข่งขันในวันที่ 10 สิงหาคม ไปจนถึงการแข่งขันรอบสุดท้ายในวันที่ 15 สิงหาคม

https://www.mitsubishi-motors.com/en/brand/ralliart/axcr/axcr2026/

เกี่ยวกับการแข่งขัน เอเอ็กซ์ซีอาร์ 2026

การแข่งขัน เอเอ็กซ์ซีอาร์ เป็นหนึ่งในการแข่งขันแรลลี่ครอสคันทรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย โดยใช้เส้นทางการแข่งขันบนสภาพพื้นผิวที่หลากหลาย ตั้งแต่เส้นทางในป่า ทางโคลน ทางข้ามลำน้ำ ไปจนถึงเส้นทางภูเขา ภายใต้สภาพอากาศร้อนชื้นอันเป็นเอกลักษณ์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การแข่งขันรายการนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงบทพิสูจน์ของสมรรถนะของรถยนต์ แต่ยังรวมไปถึงทักษะการตัดสินใจของนักแข่งและผู้นำทาง ศักยภาพการทำงานของทีม ตลอดจนความน่าเชื่อถือของรถในระดับสูง ซึ่งมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้นำความรู้ที่ได้จากการแข่งขันภายใต้สภาวะสุดทรหดเหล่านี้ มาพัฒนาและเสริมสร้างความโดดเด่นให้กับรถยนต์ที่ผลิตเพื่อจำหน่ายจริง พร้อมบ่มเพาะความเชี่ยวชาญทางวิศวกรรมอย่างต่อเนื่อง

การแข่งขัน เอเอ็กซ์ซีอาร์ 2026 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-15 สิงหาคม 2569 ในประเทศไทย ครอบคลุมระยะทาง
รวมประมาณ 2,000 กิโลเมตร เริ่มต้นจากเมืองพัทยา ผ่านจังหวัดปราจีนบุรี นครสวรรค์ และกำแพงเพชร ก่อนเข้า
เส้นชัยที่จังหวัดพิษณุโลก โดยในปีนี้มีรถเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 79 คัน แบ่งเป็นรถยนต์ 43 คัน
และรถจักรยานยนต์ 36 คัน

รถสนับสนุนทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต

ในปีนี้ มิตซูบิชิ เดลิกา ดี:5 (Delica D:5) จำนวน 4 คัน ยังคงทำหน้าที่เป็นรถสนับสนุนทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต
โดยนอกจากจะสนับสนุนการบำรุงรักษารถแข่งและการปฏิบัติงานโดยรวมของทีมแล้ว ยังช่วยให้ทีมสามารถเข้าถึงพื้นที่ต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว เพื่อรองรับงานเซอร์วิสและการเก็บรวบรวมข้อมูลตลอดการแข่งขัน ด้วยความสามารถ
ในการขับขี่แบบออฟโรดอันดีเยี่ยมบนเส้นทางลูกรังและพื้นผิวเปียกลื่น

หนึ่งในรถสนับสนุนทั้ง 4 คัน คือ มิตซูบิชิ เดลิกา ดี:5 รุ่นปัจจุบัน ซึ่งถูกใช้เป็นพาหนะของ ฮิโรชิ มาซูโอกะ ผู้อำนวยการทีม และทีมวิศวกร สำหรับการเดินทางและสำรวจเส้นทางการแข่งขัน โดยรถสนับสนุนคันนี้ได้รับ
การติดตั้งระบบควบคุมการขับเคลื่อนและเสถียรภาพการทรงตัว Super All Wheel Control (S-AWC) พร้อมตกแต่งด้วยลวดลายกราฟิกแบบใหม่ของปีนี้

รถสนับสนุนทุกคันได้รับการตกแต่งภายใต้แนวคิดการออกแบบเดียวกับรถแข่งด้วยโทนสีแดงอันร้อนแรง สะท้อนถึงความหลงใหลในมอเตอร์สปอร์ตของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้เป็นอย่างดี

ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต

ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต ดำเนินงานโดย ทันท์ สปอร์ต ประเทศไทย ภายใต้การกำกับดูแลของ ฮิโรชิ มาซูโอกะ
ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการทีม ในนามของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ขณะเดียวกัน วิศวกรจากมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ยังร่วมรับผิดชอบด้านการพัฒนารถแข่งและการสนับสนุนด้านเทคนิคตลอดการแข่งขัน

รายชื่อนักแข่งประกอบด้วย ชยพล โยธา และ พีรพงษ์ สมบัติวงศ์ แชมป์ประเภทโอเวอร์ออลของการแข่งขัน
เอเอ็กซ์ซีอาร์ 2022 และ 2025 คัตสึฮิโกะ ทากูชิ และ ทาคาฮิโระ ยาสุอิ ซึ่งทำผลงานจบอันดับที่ 5 ประเภท
โอเวอร์ออล และเป็นทีมนักแข่งสัญชาติญี่ปุ่นที่ทำอันดับสูงสุดในการแข่งขันปี 2025 รวมถึง คาสุโตะ โคอิเดะ
และ เออิจิ ชิบะ

 

GWM TANK 300 Diesel พร้อมลุยศึกใหญ่ระดับตำนาน! เตรียมพิสูจน์ความแกร่งและความทนทานในรายการ “Asia Cross Country Rally 2026” (AXCR 2026) หนึ่งในศึกแรลลีครอสคันทรีที่ท้าทายที่สุดในภูมิภาค

0
GWM TANK 300 Diesel 1  

การแข่งขันครั้งนี้จะลุยบนเส้นทางโหดในประเทศไทยรวมกว่า 2,000 กิโลเมตร ตั้งแต่ พัทยา, ปราจีนบุรี, นครสวรรค์, กำแพงเพชร ไปจนถึงเข้าเส้นชัยที่พิษณุโลก ระหว่างวันที่ 10-15 สิงหาคม 2569 นี้

GWM TANK 300 Diesel 1
  GWM TANK 300 Diesel 2

GWM TANK 300 Diesel 3

GWM TANK 300 Diesel 6

GWM TANK 300 Diesel 4

GWM TANK 300 Diesel 5

ร่วมส่งกำลังใจให้ทีม GWM EK Group Racing Team และติดตามผลการแข่งขันอย่างใกล้ชิดได้ที่ Official Facebook Page: GWM Thailand

 

 

 

 

 

 

“ฟอร์ด” ประกาศความพร้อมลุยศึกออฟโรด AXCR ปีที่ 4 ส่งแร็พเตอร์ 2 คัน ป้องกันแชมป์ พร้อมโชว์สมรรถนะระดับสูง

0
Ford 1

ฟอร์ด ประเทศไทย ประกาศความพร้อมในการลงแข่งสนามออฟโรดระดับนานาชาติ รายการเอเชีย ครอส คันทรี่ แรลลี่ หรือ AXCR (Asia Cross Country Rally) ประจำปี 2569 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยส่งรถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ลงสนาม 2 คัน เพื่อป้องกันแชมป์พร้อมพิสูจน์สมรรถนะในการเอาชนะอุปสรรคสุดโหดบนเส้นทางท้าทายหลายรูปแบบในพื้นที่ 5 จังหวัดบนระยะทางกว่า 2,000 กิโลเมตร ระหว่างวันที่ 10 – 15 สิงหาคม 2569 ตอกย้ำความ ‘แกร่งตัวจริงต้อง ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์’

Ford  2

หลังจากคว้าแชมป์อันดับ 1 รุ่นโปรดักชัน เอเชีย หรือ T2A ซึ่งเป็นรุ่นสำหรับรถที่ผลิตจากโรงงานในเอเชีย รายการ AXCR เมื่อปีที่ผ่านมา ในฤดูกาลนี้ ทีม FTR เดินหน้าให้การสนับสนุนทีมฟีลลิค อินโนเวชั่น มอเตอร์สปอร์ต ในการพัฒนาและส่งรถแข่ง ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ 2 คัน นำโดยไมเคิล ฟรีแมน ผู้อำนวยการทีมที่มากด้วยประสบการณ์จากสนามแข่งทางเรียบและออฟโรด และไชยยา ชมมาลี ผู้นำทางมือฉมังที่จะกลับมาลงสนามร่วมกันอีกครั้งเป็นปีที่ 4 ในรถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร หมายเลข 121

Ford 3

นอกจากนี้ ยังได้นักขับดีกรีแชมป์ปีที่แล้วอย่าง เบลีย์ โคล นักแข่งอเมริกันทักษะสูงที่เชี่ยวชาญสนามออฟโรด และ เพื่อน-ศิณพพงศ์ ไตรรัตน์ ผู้นำทางชาวไทยที่มีไหวพริบเฉียบคม ที่จะมาร่วมป้องกันแชมป์สมัยที่ 2 ในรถแข่ง ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร หมายเลข 103 ซึ่งเป็นขุมพลังเดียวกับที่พารถคว้าแชมป์ในปีที่ผ่านมา

Ford  4

ในปีนี้ รถแข่งฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ทั้ง 2 คัน ได้รับการยกระดับสมรรถนะเพื่อตอบโจทย์การแข่งขันทั้งบนทางเรียบและทางวิบากฝ่าสภาพพื้นผิวสุดท้าทายไปอีกขั้น ทั้งทางโคลน หลุมบ่อน้ำ ทางหิน และหินกรวด ด้วยการรับรองและสนับสนุนการร่วมแข่งขันจาก ฟอร์ด เรซซิ่ง (Ford Racing) ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านกีฬามอเตอร์สปอร์ตระดับโลกของ ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี ที่ร่วมถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนารถ และจัดหาอะไหล่สำคัญ อย่าง โช้คอัพ FOX แบบไลฟ์วาล์ว (Live Valve) ที่ผ่านการอัปเกรดค่าความหนืดให้เข้ากับสมรรถนะการขับของนักแข่งในสนามได้ดีกว่าเดิม ยิ่งไปกว่านั้น วิศวกรจากโรงงานของฟอร์ดในประเทศไทย ยังได้นำทักษะความชำนาญในการวิเคราะห์ข้อมูลที่สั่งสมจากการลงแข่งในสนามจริงตลอด 3 ปีที่ผ่านมา มาวางแผนการแข่งร่วมกับทีมวิศวกรของทีมแข่ง รวมถึง นักขับและผู้นำทาง สำหรับด้านความพร้อมของอะไหล่และการบำรุงรักษา ทีม FTR ได้จัดเตรียมทีมช่างเทคนิคมืออาชีพ หน่วยบริการเคลื่อนที่ฟอร์ด หรือ MSV (Mobile Service Vehicle) และรถฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ 2 คัน ที่เหมาะกับการบรรทุกหนักและลากจูง มาใช้ขนส่งแกลลอนน้ำขนาดใหญ่ และจัดเก็บอุปกรณ์ช่วยเหลือและซ่อมบำรุงที่ครบครัน เพื่อสนับสนุนรถแข่งฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ทั้ง 2 คัน ให้ฝ่าฟันทุกบททดสอบในสนามแข่งได้อย่างเร้าใจ

Ford  8

ฟอร์ดยังได้สนับสนุนทีมฟีลลิค อินโนเวชั่น มอเตอร์สปอร์ต เข้าร่วมการแข่งขันรายการ ไทยแลนด์ แรลลี่ เรด แชมเปี้ยนชิพ หรือ TRRC ซึ่งเป็นการแข่งออฟโรดรายการสำคัญในประเทศไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยในปี 2569 นี้ การแข่งขัน TRRC ผ่านไปแล้ว 3 สนาม และทีมฟีลลิค อินโนเวชั่น มอเตอร์สปอร์ต ทำผลงานได้ยอดเยี่ยม คว้ารางวัลไปแล้ว 8 ถ้วย ในจำนวนนี้ ไมเคิล ฟรีแมน และไชยยา ชมมาลี พารถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร รับรางวัลชนะเลิศในรุ่น T2 หรือโปรดักชัน รวมแล้ว 2 รางวัล

Ford  10

ผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตแบบออฟโรดฝ่าเส้นทางป่าและทางเรียบที่แตกต่างในแต่ละจังหวัดของประเทศไทย สามารถร่วมติดตามความสนุก เร้าใจ ของสมรรถนะรถแข่งฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ในการแข่งขันเอเชีย ครอส คันทรี่ แรลลี่ 2026 รวมถึงติดตามความเคลื่อนไหวระหว่างการแข่งขันระหว่างวันที่ 10 – 15 สิงหาคม 2569 ได้ทางเพจเฟซบุ๊ก ฟอร์ด

“เอ็มจี” ประกาศความสำเร็จครึ่งปีแรก โตแรง 67% เหนือกระแสตลาด พร้อมปรับเป้าใหม่ 36,000 คัน เดินเกมด้วย “DUAL-MARKET” รุกหนักทั้งแมส และพรีเมียม

0
เอ็มจี ไทยแลนด์ 1

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เผยความสำเร็จครึ่งปีแรกด้วยยอดจดทะเบียน 16,920 คัน เติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 67% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา รั้งตำแหน่ง TOP 5 ของตลาดรถยนต์ไทย พร้อมประกาศปรับเป้าหมายยอดขายประจำปีสู่ 36,000 คัน เดินหน้าครึ่งปีหลังด้วยกลยุทธ์ “DUAL-MARKET” รุกหนักทั้งตลาดแมส และพรีเมียม ภายใต้กลยุทธ์ GLOCAL ที่ยึดมั่นเจตนารมณ์ “IN THAILAND FOR THAILAND” เข้าใจคนไทย ส่งมอบคุณค่าที่ใช่ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการได้ตรงจุด

เอ็มจี ไทยแลนด์ 2

ภาพรวมตลาดรถยนต์ในประเทศไทยช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 มียอดจดทะเบียนสะสมรวมอยู่ที่ 374,424 คัน เติบโตขึ้น 16% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ในขณะที่ เอ็มจี เติบโตเหนือตลาดด้วยยอดจดทะเบียน 16,920 คัน ซึ่งคิดเป็นอัตราการเติบโตสูงถึง 67% โดยมี 3 รุ่นยอดนิยมอย่าง NEW MG S5 EV PLUS รถ e-SUV ขวัญใจมหาชน จำนวน 6,341 คัน ตามมาด้วย MG4 ELECTRIC แฮทช์แบ็กอีวีโกลบอลโมเดลยอดฮิต จำนวน 6,018 คัน และ MG IM6 รถ e-SUV อัจฉริยะที่มาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำ จำนวน 1,013 คัน ส่งผลให้ เอ็มจี รั้งตำแหน่งในกลุ่ม Top 5 ของตลาดรถยนต์ไทยอย่างแข็งแกร่ง ครองส่วนแบ่งทางการตลาด 4.5% ความสำเร็จที่เกิดขึ้นนี้เป็นผลลัพธ์โดยตรงจากการดำเนินงานภายใต้กลยุทธ์ GLOCAL มุ่งเน้นการถ่ายทอดนวัตกรรมยานยนต์ระดับโลกสู่ผู้ใช้งานคนไทยอย่างตรงจุดผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ (GLOBAL INNOVATION) ควบคู่ไปกับการสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์อย่างยั่งยืน ด้วยการเพิ่มระบบในการดำเนินงานเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าในทุกมิติของงานบริการ (THAI PASSION) ในขณะที่ลูกค้าต่างสัมผัสได้ถึงคุณค่าที่ไม่ใช่เพียงราคาค่าตัวของรถยนต์ แต่ยังรวมถึงคุณค่าด้านดีไซน์ สมรรถนะการขับขี่  ฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์การขับขี่บนถนนเมืองไทย เทคโนโลยีอัจฉริยะที่ช่วยให้การขับขี่ในยุคปัจจุบันทำได้ง่าย และปลอดภัยยิ่งขึ้น (VALUE CHOICE)

เอ็มจี ไทยแลนด์ 3

ด้าน นายฉัตวิทัย ตันตราภรณ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “จากทิศทางการดำเนินงานในครึ่งปีแรกที่ เอ็มจี เติบโตในทุกมิติอย่างมั่นคง ด้วยจุดแข็งด้านผลิตภัณฑ์กลุ่มอีวีที่มีความครอบคลุมทุกเซกเมนต์หลักของตลาด และเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายที่สามารถรองรับการเติบโตได้เป็นอย่างดี เอ็มจี จึงได้ตัดสินใจปรับเป้าหมายยอดขายใหม่ของปี 2569 จากเดิม 30,000 คัน สู่ 36,000 คัน พร้อมวางกลยุทธ์ช่วงครึ่งปีหลัง “ด้านผลิตภัณฑ์” เอ็มจี ชูความได้เปรียบด้านความหลากหลาย หากพิจารณายอดขายอีวีครึ่งปีแรกพบว่า 3 เซกเมนต์ที่เติบโตสูงสุดได้แก่ B-SUV, ECO CAR & B CAR และ C-SUV ตามลำดับ ในขณะที่ D CAR มีแนวโน้มเติบโต ครึ่งปีหลังจึงยังคงเดินหน้าผลักดัน อีวีกลุ่มตลาดแมส (MASS MARKET) ที่สอดรับกับเทรนด์ตลาดไม่ว่าจะเป็น NEW MG S5 EV PLUS ในฐานะ e-SUV ขวัญใจมหาชน NEW MG URBAN ซิตี้ คาร์ ที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยียานยนต์อัจฉริยะที่เกินราคาค่าตัว เสริมทัพด้วยโมเดลยอดนิยมอย่าง MG4 ELECTRIC ซึ่งเป็นหนึ่งในหัวหอกหลักของการทำตลาดรถไฟฟ้า ควบคู่ไปกับการขยายตลาดอีวีกลุ่มพรีเมียม (PREMIUM MARKET) อย่าง MG IM6 และ MG IM5 โดยเตรียมแผนส่งรุ่น LIMITED EDITION สร้างสีสันในตลาดเร็ว ๆ นี้ นอกจากนี้ยังมี 2 e-MPV อย่าง MG MAXUS 7 และ MG MAXUS 9 ทางเลือกสำหรับกลุ่มครอบครัว พร้อมสื่อสาร EV LIFETIME WARRANTY ในทุกรุ่น ขณะที่กลุ่มเครื่องยนต์สันดาปจะใช้ MG3 HYBRID+ เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญในการขยายส่วนแบ่งการตลาด

เอ็มจี ไทยแลนด์ 4

สำหรับ “ด้านการตลาด และการสื่อสารแบรนด์” เนื่องด้วยรถยนต์ เอ็มจี ทุกรุ่นในปัจจุบันมักมาพร้อม SMART TECHNOLOGY แนวทางการสื่อสารครึ่งปีหลัง 2569 จึงมุ่งเน้นการถ่ายทอดคุณสมบัติของรถยนต์แต่ละรุ่น เพื่อให้ลูกค้าเข้าใจ และตัดสินใจซื้อรถยนต์ได้ตรงกับลักษณะการใช้งานเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไปพร้อม ๆ กับการมอบประสบการณ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟ และ COMMUNITY ที่แข็งแกร่ง และเปิดพื้นที่ให้ลูกค้าผู้ใช้งานจริงได้มีโอกาสร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ด้วยแนวคิด “เพราะเสียงของลูกค้าผู้ใช้จริงสำคัญที่สุด” และความร่วมมือกับพันธมิตรในหลากหลายไลฟ์สไตล์ เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ เอ็มจี ในฐานะแบรนด์ยานยนต์ที่เข้าใจผู้บริโภคชาวไทยอย่างแท้จริง

เอ็มจี ไทยแลนด์ 10

การยกระดับ ด้านการบริการ ภายใต้สัญลักษณ์ “รอยยิ้ม” หรือ “MG SMILE” ที่นอกจากจะเป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักด้วยการสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าในทุกช่วงเวลา ทุกช่วง TOUCH POINT ยังกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กรของ เอ็มจี โดยการปรับระดับมาตรฐานการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการในทุกส่วนงานให้สูงขึ้น ควบคู่ไปกับการนำระบบ E-WORKSHOP เข้ามาใช้ในงานบริการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพงานซ่อมบำรุงให้ถูกต้อง แม่นยำ และรวดเร็วมากขึ้น ในขณะเดียวกัน เอ็มจี เดินแผนปรับภาพลักษณ์ และยกระดับโชว์รูมสู่ยุค NEW ERA OF MG DEALER ทั้งผู้จำหน่ายปัจจุบัน 126 แห่ง พร้อมรองรับการเติบโตของตลาดพรีเมียม

ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นสู่การเป็น 1 ใน 3 แบรนด์รถยนต์ชั้นนำของประเทศไทยภายในทศวรรษที่สองนี้ เอ็มจี จึงไม่ได้มองเพียงแค่ความสำเร็จจากตัวเลขยอดจำหน่าย แต่ยังให้ความสำคัญสูงสุดกับการเติบโตเชิงคุณภาพและการสร้างระบบนิเวศยานยนต์ที่ยั่งยืน การก้าวต่อไปในครึ่งปีหลัง 2569 จึงเป็นบทพิสูจน์ครั้งสำคัญของแบรนด์ที่พร้อมจะเคียงคู่ไปกับคนไทยภายใต้หลักการ “IN THAILAND FOR THAILAND” เพื่อส่งมอบนวัตกรรมที่เป็น “VALUE CHOICE” อย่างแท้จริง พร้อมขับเคลื่อนอนาคตของการเดินทางที่ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคชาวไทยให้ก้าวไกลไปพร้อมกันในระดับสากล

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจี ได้ที่

Website: www.mgcars.com

Line: @MGThailand

Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand

Twitter: @mg_thailand

Instagram: @mgthailand

Youtube: MG Thailand

TikTok: @mgthailand

Application: MG Thailand

 

 

 

 

“มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย” ส่ง “มิตซูรุ” รีเฟรชภาพลักษณ์แบรนด์รับ 65 ปี พร้อมเชื่อมแนวคิด “Enjoy the Ride จอยได้ทุกเส้นทาง” สู่ลูกค้าชาวไทยทุกเจเนอเรชัน และจอยได้ทุกแชต! ดาวน์โหลดสติกเกอร์ไลน์ “Enjoy The Ride with Mitsuru!” ฟรี วันนี้ – 26 สิงหาคมนี้

0
มิตซูบิชิ 1

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด รีเฟรชภาพลักษณ์แบรนด์ด้วย “มิตซูรุ” (MITSURU) แบรนด์แอมบาสเดอร์ใหม่! ในโอกาสเฉลิมฉลองการครบรอบ 65 ปีแห่งการดำเนินธุรกิจ ในประเทศไทยโดย “มิตซูรุ” ถือเป็นตัวแทนของแนวคิด “Enjoy The Ride จอยได้ทุกเส้นทาง” สะท้อนวิสัยทัศน์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในฐานะ “แบรนด์ที่ช่วยยกระดับและเติมเต็มการใช้ชีวิต” ผ่านการเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับผู้คนในรูปแบบที่ทันสมัยและเข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น พร้อมส่งต่อเรื่องราวของแบรนด์ ผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และประสบการณ์ลูกค้า รวมถึงถ่ายทอดพลังแห่งความสนุกสนานและแรงบันดาลใจให้ทุกเจเนอเรชัน พร้อมต่อยอดคาแรกเตอร์ให้ใกล้ชิดกับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ผ่านชุดสติกเกอร์ไลน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Enjoy The Ride with Mitsuru!” ที่จะพาความจอยไปอยู่ในทุกบทสนทนา

มิตซูบิชิ 2

“มิตซูรุ” (MITSURU) เป็นเด็กหนุ่มพลังงานสูง (The Energetic Boy) ผู้เปี่ยมด้วยพลังบวก รักการเดินทาง ชื่นชอบการผจญภัย และเปิดรับประสบการณ์ใหม่อยู่เสมอ โดยความหมายของชื่อมิตซูรุ เกิดจากการผสมคำว่า “มิตซู” (MITSU) จากชื่อ “มิตซูบิชิ” แบรนด์ที่คนไทยคุ้นเคย ซึ่งเมื่อได้ยินแล้วสะท้อนถึงความใกล้ชิดและเชื่อมโยงกับแบรนด์ได้ทันที และ “รุ” (RU) เสียงลงท้ายในแบบภาษาญี่ปุ่น สื่อถึงรากฐานความน่าเชื่อถือและความสมบูรณ์ โดยเมื่อรวมกันแล้ว “มิตซูรุ” (MITSURU) จึงเป็นชื่อที่ออกเสียงและจดจำได้ง่าย หลอมรวมความเป็นมิตซูบิชิ แบรนด์สัญชาติญี่ปุ่น ประกอบกับความคุ้นเคยของผู้บริโภคชาวไทยไว้ด้วยกัน แม้จะมีต้นกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น แต่มิตซูรุได้รับการหล่อหลอมให้เติบโตและใช้ชีวิตในประเทศไทย จึงเข้าใจผู้คน วัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์ของคนไทยได้เป็นอย่างดี เปรียบเสมือนมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่ดำเนินธุรกิจเคียงข้างสังคมไทยและได้รับความไว้วางใจ
มายาวนานกว่า 65 ปี

เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ที่ลูกค้าจะได้รับจากมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ตั้งแต่การใช้ชีวิต การขับขี่ เทคโนโลยี ไปจนถึงการดูแลหลังการขาย มิตซูรุได้รับการออกแบบให้มี 4 คาแรกเตอร์ เริ่มจาก Master คาแรกเตอร์ออริจินัล ของมิตซูรุ ที่ให้ความมั่นใจ พร้อมพาทุกคนออกไป “จอยได้ทุกเส้นทาง” ต่อด้วย Motorsport คาแรกเตอร์ที่ ตอกย้ำดีเอ็นเอแห่งการผจญภัย ความมุ่งมั่น และความกล้าที่จะก้าวข้ามทุกขีดจำกัด ผ่านลุคนักแข่งทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต เจ้าของแชมป์ประเภทโอเวอร์ออลและประเภททีม จากการแข่งขัน เอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ 2025

สำหรับ HEV มาด้วยคาแรกเตอร์โทนสีฟ้าตามแนวคิด MITSUBISHI e:MOTION ที่ผสาน 3 เทคโนโลยีการขับขี่ ได้แก่ ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ (7 Drive Mode) และระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control – AYC) ซึ่งเป็นจุดเด่นของไลน์อัปรถยนต์ไฮบริดอย่าง มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ปิดท้ายด้วย AFS (After-Sales Service) คาแรกเตอร์ช่างเทคนิคมืออาชีพ ที่พร้อมดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจ จริงใจ และพิถีพิถันในทุกรายละเอียด ตามแบบฉบับจิตวิญญาณการบริการแบบญี่ปุ่น หรือ Omotenashi (おもてなし) ผ่านเครือข่ายศูนย์บริการกว่า 180 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้ลูกค้าอุ่นใจและได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดตลอดการใช้งาน

มิตซูบิชิ 3

“มิตซูรุ” จะทำหน้าที่เป็นตัวแทนในการสื่อสารเรื่องราวของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ทั้งบนแพลตฟอร์มดิจิทัล กิจกรรมทางการตลาด และประสบการณ์หลากหลายรูปแบบ เพื่อส่งมอบประสบการณ์การเดินทางที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ ให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ ในแบบฉบับ Enjoy The Ride จอยได้ทุกเส้นทาง” ไปด้วยกัน

เติมความจอยกับ มิตซูรุ ผ่านชุดสติกเกอร์ไลน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Enjoy The Ride with Mitsuru!” เพียงเพิ่มเพื่อน LINE Official Account: @MitsubishiMotorsTh หรือที่ https://mmth.site/4w29tZS และดาวน์โหลดสติกเกอร์ฟรีทันทีได้ที่ https://line.me/S/sticker/37641 ตั้งแต่วันนี้ 26 สิงหาคม 2569

 

“มาสด้า” ปั้นครีเอเตอร์สู่เจ้าของธุรกิจจับมือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยหนุนโครงการ “CreatorPreneur Bootcamp” ผลักดันแนวคิด Joy Drives Lives

0
มาสด้า 1

มาสด้า ร่วมกับ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ บริษัท ดิจิทัล ทิปส์ จำกัด พร้อมด้วย พันธมิตร เปิดตัวโครงการ “CreatorPreneur Bootcamp: From Content Maker to Business Master” เชิญชวนคอนเทนต์ครีเอเตอร์และผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่มีอายุ 18 ปี ขึ้นไป สมัครเข้าร่วมแคมป์เพื่อเรียนรู้และฝึกทักษะเรื่องการทำคอนเทนต์ ตลอดระยะเวลา 2 เดือนเต็ม แบบฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ณ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ เพื่อเสริมทักษะด้านธุรกิจ การตลาด และการบริหารจัดการ รวมถึงสร้างโอกาสในการต่อยอดจากการสร้างสรรค์คอนเทนต์สู่การเป็นผู้ประกอบการมืออาชีพ โดยเปิดรับสมัครเพียง 100 คน เท่านั้น ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนสมัครได้ทาง https://forms.gle/iHnkAcPnVevKHE7Y7 ตั้งแต่วันนี้จนถึง 26 สิงหาคม 2569 หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE: @digitaltips

มาสด้า  2

นายภพนิพิฐ จิรวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและนวัตกรรมดิจิทัล บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “มาสด้าเชื่อในเรื่องของประสบการณ์ความสุข ที่ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ความสุขที่เกิดจากการขับขี่เท่านั้น แต่คือความสุขที่เกิดจากการใช้ชีวิตในทุกด้าน รวมถึงการส่งต่อคุณค่าและสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คน เพื่อก้าวไปสู่เป้าหมายในแบบของตนเอง มาสด้าเชื่อว่าการได้เรียนรู้ การได้ลงมือทำ การได้รับโอกาสที่ดี จะนำไปสู่การต่อยอดขีดความสามารถ สร้างอาชีพ และคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติ นี่คือจุดเริ่มต้นของการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนและมั่นคงให้กับชีวิต ซึ่งเป็นหนึ่งการสร้างสรรค์ประสบการณ์ความสุข อันเป็นปรัชญาของแบรนด์ Joy Drives Lives ที่มาสด้าต้องการส่งมอบให้กับผู้คนในทุกเจเนอเรชั่น”

ครั้งนี้ มาสด้าได้เข้ามาให้การสนับสนุนโครงการ CreatorPreneur Bootcamp โดยร่วมมือกับ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ บริษัท ดิจิทัล ทิปส์ จำกัด พร้อมด้วย พันธมิตร เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ มีโอกาสได้รับความรู้และประสบการณ์ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง และได้รับความรู้จากคอนเทนต์ครีเอเตอร์ระดับท็อปมากมายที่จะมาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์จริงในฐานะ Mentors ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถช่วยสร้างแรงบันดาลใจ จุดประกายแนวคิดในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่มีคุณภาพ พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์จากการทำงานจริง รวมถึงสามารถต่อยอดผลงานสู่การเป็นครีเอเตอร์มืออาชีพ ที่สามารถเติบโตและสร้างคุณค่าให้กับประเทศต่อไป

“มาสด้ามีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้ร่วมมือกับคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ Digital Tips ในการสนับสนุนโครงการนี้ เพราะเราเชื่อว่าการมอบโอกาสให้คนรุ่นใหม่ คือการสร้างรากฐานสำคัญให้กับผู้คนในสังคม ซึ่งจะช่วยส่งต่อไปถึงการผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต เราหวังว่าโครงการนี้ จะเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ช่วยผลักดันความฝันให้กับคนไทย โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่จะมาเป็นกำลังสำคัญของประเทศต่อไปในอนาคต” นายภพนิพิฐ กล่าว

สำหรับคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ที่จะมาเข้าร่วมอบรมให้ความรู้ในฐานะ Mentor ในโครงการ CreatorPreneur Bootcamp ประกอบด้วย ก้อย-นัตตี้-ดรีม, คุณกัญญฉัชฌ์ เลิศธนไพบูลย์ (Her Hyness), คุณกตัญญู สว่างศรี (Katanyutonight), คุณฌอน–ชวนล ไคสิริ (POEM), คุณธนิษฐ์ เจียรสวัสดิ์วัฒนา (เพจนัดเป็ด) และ คุณมอส-ปฏิภาณ ขุนเงิน (มอสมัดจุก) เป็นต้น ซึ่งผู้ที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 26 สิงหาคม 2569 โดยจะประกาศรายชื่อในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 และเริ่มเรียนในวันที่ 12 กันยายน 2569

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ “CreatorPreneur Bootcamp

การรับสมัคร

  • รับจำนวนจำกัด เพียง 100 ท่านเท่านั้น
  • ลงทะเบียนสมัครผ่านทาง https://forms.gle/iHnkAcPnVevKHE7Y7

คุณสมบัติผู้สมัคร

  • อายุ 18 ปีขึ้นไป
  • มีผู้ติดตาม 10,000 คนขึ้นไป ใน Social Media หรือช่องทางใดช่องทางหนึ่ง
  • มีการโพสต์ลง Social Media อย่างน้อย 30 โพสต์ ใน 2 เดือนย้อนหลัง
  • เขียนบรรยายว่า อยากทำธุรกิจอะไร และเพราะเหตุใดจึงอยากทำธุรกิจนี้

การเข้าเรียน

  • เรียนทุกวันเสาร์ ตั้งแต่วันที่ 12 กันยายน – 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569 (ยกเว้นวันเสาร์ที่  24 ตุลาคม 2569) ณ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • เรียนฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
  • ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจะมีค่ามัดจำรักษาสิทธิ์ จำนวน 4,500 บาท โดยทางโครงการจะคืนเงินค่ามัดจำให้เต็มจำนวน 100% ภายใน 2 สัปดาห์หลังจบโครงการ เมื่อผู้เข้าร่วมมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่า 80% ของระยะเวลาการอบรมทั้งหมด

 

GAC AION Thailand เปิดจำหน่าย GAC GN8 PHEV ราคาเริ่มต้น 2.199 ล้านบาท พร้อมแคมเปญพิเศษช่วงเปิดตัว และบริการหลังการขายระดับพรีเมียม

0

GAC AION Thailand ประกาศเปิดจำหน่าย GAC GN8 PHEV รถยนต์อเนกประสงค์ระดับพรีเมียมแบบปลั๊กอินไฮบริด (Premium Plug-in Hybrid MPV) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการนำเสนอรถยนต์พลังงานทางเลือกที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ภายใต้แนวคิด “SMART LUXURY FOR EXECUTIVES” ผสานความหรูหรา เทคโนโลยีอัจฉริยะ ความสะดวกสบาย และสมรรถนะการขับขี่ เพื่อรองรับกลุ่มผู้บริหารและครอบครัวยุคใหม่ที่มองหาประสบการณ์การเดินทางระดับพรีเมียม โดยมาพร้อมระบบขับเคลื่อน 2.0T Plug-in Hybrid (PHEV) ให้ระยะทางขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าสูงสุด 120 กิโลเมตร (NEDC) และระยะทางขับขี่รวมสูงสุด 1,032 กิโลเมตร (WLTC) พร้อมราคาแนะนำช่วงเปิดตัว 2,199,000 บาท

 

ดีไซน์หรูสง่างาม สะท้อนภาพลักษณ์ผู้บริหารยุคใหม่

GAC GN8 PHEV ถ่ายทอดแนวคิดการออกแบบ COMMANDING EXECUTIVE DESIGN ที่สะท้อนความสง่างามและความภูมิฐานระดับผู้บริหาร โดดเด่นด้วยกระจังหน้าดีไซน์เอกลักษณ์ LION CLAW GRILLE สอดรับกับไฟหน้า GRAND LION HEADLIGHTS ที่โฉบเฉี่ยวทรงพลัง ผสานเทคโนโลยีมิติของแสงและเงาอันเป็นเอกลักษณ์ และไฟท้าย LED ดีไซน์เขี้ยวสิงโต LION FANG TAIL LIGHTS ที่สะท้อนเอกลักษณ์อันทรงพลังในทุกมุมมอง พร้อมเพิ่มความสะกดทุกสายตาด้วย FLOATING EMBLEM HUB หรือฝาครอบดุมล้อแบบลอยตัวที่ช่วยรักษาตำแหน่งโลโก้ GAC ให้คงที่ตั้งตรงขณะขับขี่ นอกจากนี้ ตัวรถยังได้รับการปรับรายละเอียดกันชนหน้า–หลัง รวมถึงองศามุมไต่และมุมจาก (Approach & Departure Angles) เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่และการใช้งานจริง ทั้งในเมือง บนทางลาด อาคารจอดรถ และการเดินทางระยะไกล

  

ห้องโดยสารระดับ Executive Comfort มอบประสบการณ์การเดินทางเหนือระดับ

ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบเพื่อยกระดับความสบายสูงสุดภายใต้แนวคิด UPGRADED EXECUTIVE COMFORT สัมผัสความประณีตด้วยเบาะหนัง NAPPA เกรดพรีเมียม LUXURIOUS LEATHER SEATS พร้อมงานเย็บตะเข็บ 3 มิติ และการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ โดยเบาะนั่งคู่หน้า UPGRADED EXECUTIVE FRONT-ROW SEATS มาพร้อมระบบนวด 10 จุด ปรับได้ 3 โหมด ที่รองขาปรับได้ 60 มิลลิเมตร และฟังก์ชัน ONE-TOUCH SPA เพื่อเพิ่มความผ่อนคลายระหว่างการเดินทาง

ขณะที่เบาะโดยสารแถวที่สองมอบความสบายขั้นสุดด้วยเบาะนั่ง DUAL ZERO-GRAVITY ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ ผสานระบบนวด 3 โหมด รวม 16 จุด (เบาะรองนั่ง 6 จุด และพนักพิง 10 จุด) ระบบดันหลังปรับไฟฟ้า ที่รองขาปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง พร้อมฟังก์ชัน SPA ในตัว ผ่อนคลายเพียงสัมผัสเดียวด้วยโหมด ONE-TOUCH ZERO-GRAVITY เพิ่มความสะดวกสบายด้วยหน้าจอควบคุมส่วนตัว EXECUTIVE ARMREST TOUCH COMMAND ขนาด 5 นิ้ว บนที่วางแขน ช่วยให้ผู้โดยสารแถวที่สองสามารถควบคุมการปรับตำแหน่งเบาะ ระบบปรับอากาศ การเปิด-ปิดประตูและหน้าต่าง ม่านบังแดดเหนือศีรษะ และระบบความบันเทิงได้อย่างอิสระ พร้อมด้วย EXECUTIVE FLOATING TABLE โต๊ะพับอเนกประสงค์หลังพนักพิงเบาะหน้า ตอบโจทย์ทั้งการทำงานและการพักผ่อนตลอดการเดินทางอย่างลงตัว

เบาะโดยสารแถวที่สามมาพร้อมรางเลื่อนยาวพิเศษ ช่วยให้ปรับเปลี่ยนพื้นที่ห้องโดยสารได้อย่างอิสระ สามารถพับแยกแบบ 40:60 และพับได้เพื่อขยายพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังให้มีความจุสูงสุดถึง 1,500 ลิตร พร้อมรองรับกระเป๋าเดินทางได้ถึง 6–7 ใบ แม้ในขณะที่ใช้งานเบาะที่นั่งครบทั้ง 7 ตำแหน่ง

นอกจากนี้ GAC GN8 PHEV ยังมอบบรรยากาศการเดินทางที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัวขั้นสุดด้วย LEADING QUIET NVH EXPERIENCE ผ่านการติดตั้งวัสดุซับเสียงคุณภาพสูงมากกว่า 100 จุดทั่วคัน ทำงานร่วมกับระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยก 3 โซนแบบไร้ลมปะทะตัว พร้อมระบบฟอกอากาศพลาสมาและระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศ PM2.5 เพื่อสุขอนามัยและความผ่อนคลายระดับพรีเมียมตลอดการเดินทาง

เติมเต็มทุกการเดินทางด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะและความบันเทิงระดับพรีเมียม โดดเด่นด้วยหน้าจอสัมผัสส่วนกลางขนาด 14.6 นิ้ว ประมวลผลด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 8155 ทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการ ADiGO 6.0 รองรับทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สายและสาย พร้อมระบบปรับกลิ่นหอมภายในห้องโดยสาร รองรับระบบสั่งงานด้วยเสียง 4-ZONE VOICE CONTROL อิสระทุกตำแหน่งที่นั่ง เสริมความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารตอนหลังด้วยหน้าจอความละเอียดสูงติดเพดานขนาด 15.6 นิ้ว ทำงานร่วมกับระบบเสียง YAMAHA Premium Audio System 16 ลำโพง พร้อมลำโพงพิเศษบริเวณพนักพิงศีรษะแถวที่ 2 ถ่ายทอดมิติเสียงคมชัดสมจริง โอบล้อมรอบทิศทาง มอบพื้นที่ส่วนตัวสุดพิเศษตลอดการเดินทาง

ขุมพลัง PHEV สมรรถนะสูง ประหยัดพลังงาน

GAC GN8 PHEV ขับเคลื่อนด้วยระบบปลั๊กอินไฮบริด 2.0T ทำงานร่วมกับเกียร์ GMC400 (2-Speed DHT) ให้กำลังสูงสุด 274 กิโลวัตต์ (373 แรงม้า) แรงบิดสูงสุด 630 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม.ใน 8.8 วินาที สามารถขับขี่ด้วยโหมดไฟฟ้าล้วนได้สูงสุด 120 กิโลเมตร (NEDC) และมีระยะทางขับขี่รวมสูงสุด 1,032 กิโลเมตร (WLTC) ด้วยอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเพียง 6.1 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร

 

เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยและระบบช่วยขับขี่

GAC GN8 PHEV ติดตั้งระบบกันสะเทือนไฟฟ้า SDC (Electromagnetic Damping Suspension) และระบบควบคุมเสถียรภาพ AVDC (Adaptive Vehicle Dynamic Control) ช่วยเพิ่มความนุ่มนวล ลดอาการโคลงขณะเข้าโค้ง และเพิ่มความมั่นใจในทุกสภาพถนน พร้อมระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะระดับ L2+ กล้องและเรดาร์ 3 มิติ ระบบแสดงภาพใต้ท้องรถแบบโปร่งใส ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ FAPA และระบบถุงลมนิรภัยรอบคันแบบ Matrix เพื่อเพิ่มการปกป้องผู้โดยสารในทุกตำแหน่ง

ความปลอดภัยอัจฉริยะรอบด้าน 360 องศา (360 Protection)

GAC GN8 PHEV มอบความปลอดภัยสูงสุดระดับ ALL-AROUND SAFETY เพื่อปกป้องผู้โดยสารในทุกตำแหน่ง

  • GPMA SAFETY ARCHITECTURE: โครงสร้างตัวถัง GPMA ประกอบด้วยเหล็กกล้าความแข็งแรงสูง (High-Strength Steel) สูงถึง 81.7% เสริมความแข็งแกร่งและรักษาโครงสร้างห้องโดยสารเพื่อการปกป้องสูงสุดแม้เกิดการชนรุนแรง
  • GAC MAGAZINE BATTERY: มั่นใจด้วยแบตเตอรี่ความปลอดภัยสูง พร้อมระบบป้องกันความร้อนรอบทิศทาง 360 องศา ทนต่ออุณหภูมิสูงถึง 800°C และระบบความปลอดภัย 10 ชั้น ที่ผ่านการทดสอบมาตรฐานขั้นสูง ป้องกันการลุกไหม้และระเบิดอย่างสิ้นเชิง
  • ALL-SCENARIO ACTIVE SAFETY (Level 2+): ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะที่ตอบสนองในระดับมิลลิวินาที แจ้งเตือนความเสี่ยงล่วงหน้า ครอบคลุมทุกความเร็ว ทุกทิศทาง และทุกสภาพแวดล้อม
  • FULL-COVERAGE MATRIX AIRBAGS: ถุงลมนิรภัยรอบคันแบบ MATRIX ครอบคลุมทุกตำแหน่งที่นั่งรวมถึงบริเวณกระจกบังลมหลัง ด้วยพื้นที่การปกป้องรวมกว่า 148 ตารางฟุต
  • 360 PROTECTION & ADVANCED DRIVER ASSIST: ทำงานร่วมกับเรดาร์ 3 มิติ, กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา พร้อมระบบแสดงภาพใต้ท้องรถแบบโปร่งใส, ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ FAPA, ระบบเตือนการเปิดประตูเมื่อมีรถหรือวัตถุเคลื่อนผ่าน Door Opening Warning (DOW), ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB) และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC)

แคมเปญพิเศษ สำหรับลูกค้าที่จองและออกรถ GAC GN8 PHEV ระหว่างวันที่ 3 สิงหาคม 2569 – 31 สิงหาคม 2569

  • ราคาเริ่มต้น 2,199,000 บาท*
  • สิทธิพิเศษช่วงเปิดตัว เมื่อซื้อ GN8 PHEV (รับสิทธิ์เลือก 1 ใน 2 แพ็กเกจสุดพิเศษ)
    • Package A : HUAWEI FUSION SOLAR PACKAGE ระบบโซลาร์เซลล์อัจฉริยะสำหรับที่อยู่อาศัย พร้อมบริการติดตั้ง มูลค่า 130,900 บาท*
    • Package B : GAC PREMIUM ACCESSORY PACKAGE ฟิล์มกรองแสงเซรามิกไทเทเนียมไนไตรด์ พร้อมบริการติดตั้ง มูลค่า 30,000 บาท*
  • พร้อมรับเพิ่ม: ของแถมอุปกรณ์ตกแต่ง (พรมปูพื้น, ฟิล์มกรองแสงเซรามิก GAC และ HOME CHARGER) รวมมูลค่า 49,700 บาท*

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ทั้งนี้บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

ทดลองขับ “Mercedes Benz E350e AMG Dynamic”  ลักซูรี่ซีดาน ปลั๊กอินไฮบริดสุดเนี๊ยบ เทคโนโลยีตัวช่วยขับขี่อัจฉริยะ แคมเปญส่วนลดเพียบ

0
Mercedes Benz e350e AMG Dynamic 1

Mercedes Benz E350e AMG ลักซูรี่ ซีดานคันนี้ได้รับการพัฒนาล่าสุดจากเมอร์เซเดส เบนซ์ในด้านของเทคโนโลยีของระบบช่วยเหลือ และ ระบบ เอนเตอร์เทนเมนท์ อีกทั้งยังได้รับการอัพเกรดในส่วนของขุมพลัง Plugin Hybrid ที่มพละกำลังมากยิ่งขึ้น แถมทำระยะทางได้ไกลกว่าเดิม ราคาจำหน่าย ตั้งไว้ที่ 4,080,000 บาท แต่ส่วนลดและรูปแบบการซื้อที่หลกหลาย ถือเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำกลุ่มเป้าหมาย ตัดสินใจได้ง่ายยิ่งขึ้น มาดูกันว่าไฮไลท์ต่างๆของรถรุ่นนี้ รวมถึงฟิลลิ่งการใช้งานจริงจะเป็นเช่นไร

“W 214” รหัสประจำตัวของ Mercedes Benz E350e ที่ได้เติมเต็มชุดแต่งสปอร์ต ให้กลายเป็นรถผู้บริหารมาดเท่ ปรับปรุงล่าสุดต่างไปจากเดิมหรือในรหัส W 213 อยู่พอสมควร  เริ่มที่ กระจังหน้าเรืองแสงแบบ Illuminated Grille มีเส้นไฟ LED เรืองแสงล้อมรอบลวดลายดาวสามแฉก พร้อมไฟหน้าอัจฉริยะ DIGITAL LIGHT เสริมอารมณ์สปอร์ตด้วยชุดแต่ง AMG Body Styling: รอบคันพร้อมล้ออัลลอย AMG สี Double Sporke ขนาด 20 นิ้วลายสปอร์ต

 

ติดตั้งหลังคาแก้ว Panoramic Sunroof พร้อมมือจับประตูแบบซ่อน: ฝังเรียบไปกับตัวถังรถ (Flush Door Handles) ยืดออกมาอัตโนมัติเมื่อปลดล็อก เพิ่มความหรูหราและช่วยเรื่องอากาศพลศาสตร์

Mercedes Benz e350e AMG Dynamic 3

ห้องโดยสารหรูหรา อลังการ ใช้เทคโนโลยีเดียวกับรุ่นพี่ The S-Class หน้าจอ MBUX Superscreen: จอขนาดใหญ่ที่ทอดยาวตั้งแต่คอนโซลกลางไปจนถึงผู้โดยสารตอนหน้า พร้อมระบบปฏิบัติการ MBUX เจเนอเรชันล่าสุด ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมส์ได้

Mercedes Benz e350e AMG Dynamic 6

 

กล้อง Selfie & Video Camera: มีกล้องติดตั้งอยู่บนคอนโซลหน้า รองรับการประชุมงานผ่าน Zoom หรือถ่ายภาพเซลฟี่ในรถขณะรถจอดสนิท ส่วนกล้องรอบคันทำ

Mercedes Benz e350e AMG Dynamic 7

มาพร้อมระบบเสียงรอบทิศทางระดับพรีเมียม และไฟ Ambient Lighting เจเนอเรชันใหม่ที่กะพริบตามจังหวะเสียงเพลงได้ (Sound Visualisation)

ขุมพลังเบนซินเทอร์โบ ขนาด 2.0 ลิตร: ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า ที่ 6,100 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร ที่ 2,000 – 3,200 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 129 แรงม้า 440 นิวตันเมตร  และ แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแรงดันสูงขนาดความจุ 25.4 kWh  ขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกลเกิน 100 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (มาตรฐาน WLTP)  และทำความเร็วสูงสุดจากการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าได้ถึง 140 กม./ชม. และการชาร์จไฟ DC รองรับกำลังไฟสูงสุด: 55 kW ระยะเวลาการชาร์จ: จาก 0% ถึง 100% ใช้เวลาเพียงประมาณ 30 นาที (หรือชาร์จด่วนจาก 10% ถึง 80% ได้ภายในเวลาเพียง 20 นาที)

Mercedes Benz e350e AMG Dynamic 8

เมื่อเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าทำงานร่วมกัน จะให้พละกำลังสูงสุด 313 แรงม้า แรงบิดสูงสุดมหาศาลถึง 550 นิวตันเมตร ระบบส่งกำลัง: เกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ (9G-TRONIC) อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 6.4 – 6.5 วินาที ความเร็วสูงสุดถูกจำกัดไว้ที่ 236 กม./ชม

ช่วงล่างหนึบ ด้วยระบบ AMG Agility Control: เซ็ตมาให้มีความนุ่ม แน่น และลดอาการโยนตัวได้ดี ปรับตัวและซับแรงกระแทกจากสภาพพื้นผิวในรูปแบบต่างๆได้เนี๊ยบ ด้านหน้าเป็นแบบอิสระ 4 Link ส่วนด้านหลัง แบบ 5 Link เข้าโค้งด้วยความเร็วยังห้ความเกาะ หนึบ ควบคุมได้มั่นใจ ไม่ต้องถึงขั้นระบบช่วงล่างแบบถุงลม แค่นี้ฟิลลิ่งก็เป้นที่น่าพอใจอยู่แล้ว

Mercedes Benz e350e AMG Dynamic 9

ส่วนตัวช่วยการขับขี่ตรงนี้ชอบเป็นพิเศษ และเลือกปรับเซ็ทมาโดนใจ ในส่วนของการเตือนพร้อมรักษาตัวรถให้อยู่กลางช่องทางผู้ขับขี่ต้องเปิดระบบ ซึ่งตรงนี้ ผมไม่ขชอบเป็นทุนเดิม แต่สิ่งที่โปรดปรานคือ การลดความเร็วหากมีรถคันหน้า ระบบจะลดความเร็วในรูปแบบการทำงานของ Adaptive Cruise Control และที่ชอบมาก นั่นคือ  EQ Power ที่จัดการระบบการทำงานของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า ยิ่งช่วงยกคันเร่งปล่อยไหล นอกจากจะมีแรงเฉื่อยให้ให้กำลังไฟสะสมไปที่แบตเตอรี่ ระบบยังช่วยให้ตัวรถไหลลื่น เป็นระยะทางไกลกว่าระบบทั่วไปที่มีในค่ายคู่แข่ง

Mercedes Benz e350e AMG Dynamic 10

ตอนนี้ Mercedes Benz Thailand กำลังอัดฉีดแคมเปญส่งเสริมการขายให้เพียบ จะเลือกในรุปแบบเช่าซื้อ หรือ ผ่อนเริ่มต้นเพียงเดือนละ 30,500 บาท ก็เป็นตัวเลือกที่เร่งการตัดสินใจได้ง่ายขึ้นไหมครับบอส

  เอ็มจี มอบสิทธิพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับลูกค้า MG IM จับมือ REFILL COFFEE และ CHAEBOL SHABU เติมเต็มไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม

0
เอ็มจี 1

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย มอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าผู้เป็นเจ้าของรถยนต์ MG IM6 และ MG IM5 ประเดิม 2 ร้านไลฟ์สไตล์ชื่อดังอย่าง REFILL COFFEE ดื่มด่ำไปกับเมนูกาแฟคุณภาพที่รังสรรค์ได้อย่างลงตัว และ CHAEBOL SHABU ชาบูเกาหลีระดับพรีเมียม ที่ให้เต็มอิ่มกับมื้อพิเศษ พร้อมด้วย SPECIAL MENU ประจำเดือน ให้ได้ลิ้มลองเมนูใหม่ทุกการมาเยือน ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ เอ็มจี ในการมอบประสบการณ์การความเอ็กซ์คลูซีฟที่สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้า MG IM เพียงลูกค้าแสดงความเป็นเจ้าของรถยนต์ MG IM ผ่านแอพพลิเคชัน MG THAILAND โดยสามารถรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 กันยายน 2569

เอ็มจี 1  REFILL COFFEE ร้านกาแฟสไตล์ลอฟต์ที่โดดเด่นด้วยเมล็ดกาแฟคุณภาพ โดยลูกค้า MG IM รับส่วนลด 10% สำหรับเครื่องดื่มทุกเมนู* ลูกค้าสามารถใช้สิทธิ์ได้ที่ REFILL COFFEE ทั้ง 3 สาขา ได้แก่ สาขาพระราม 4 สาขาทองหล่อ และสาขาขอนแก่น พร้อมแนะนำ SPECIAL MENU ประจำเดือนเดือนสิงหาคม 2569

  • BAKER STREET ที่หอมละมุนกลิ่นชา ENGLISH BREAKFAST เข้มข้นด้วยกาแฟจากรีฟิลคอฟฟี่
    เติมความหวานด้วย BROWN SUGAR และ CINNAMON ก่อนท็อปด้วยโฟมกาแฟเนียนนุ่ม รสชาติกลมกล่อม หอมละมุน
  • GALA ROSE GOLD หอมหวานด้วย ROSE SYRUB ที่เข้ากับ BLACK CURRANT และ LEMON
    ได้อย่างลงตัว เพิ่มความสดชื่นด้วยโซดาเพิ่มกลิ่นหอมโดยการท็อปด้วยเลมอน และกุหลาบแห้ง
  • เมล็ดกาแฟ MAVERICK LIMITED BLEND ที่หอมกลิ่นวานิลลาอ่อน ๆ ผสานความลุ่มลึกของวิสกี้ตามด้วยความหวานนุ่มของคาราเมลปิดท้ายด้วยกลิ่นผลไม้แห้งของ GOLDEN RAISIN

คลิกดูรายละเอียดสิทธิพิเศษร้าน REFILL COFFEE ได้ที่ https://www.mgcars.com/th/promotions/MG-x-Refill-Coffee

MG 3

CHAEBOL SHABU ร้านชาบูเกาหลีหม้อส่วนตัวระดับพรีเมียมย่านเอกมัย ที่เป็น Thailand’s First Innovative Korean Shabu มี 4 น้ำซุปให้เลือก ได้แก่ ไก่โสมเกาหลี กิมจิเกาหลี โคชูจัง และจาจัง เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียง
และเนื้อสัตว์เกรดพรีเมียมที่มีให้เลือกหลายหลาย พิเศษสำหรับลูกค้า MG IM รับส่วนลด 10% ค่าอาหาร
และเครื่องดื่ม* พร้อมรับ SPECIAL MENU ประจำเดือนสิงหาคม 2569  “PUMPKIN CROQUETTES” ครอกเกต์ฟักทองที่มีความหวานจากธรรมชาติ นำมาบดจนเนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม ผสานกับหัวหอมผัดจนหอมหวาน และหมูบด
ที่ปรุงรสด้วยเกลือ และพริกไทยดำ เพิ่มมิติของรสชาติด้วยโคชูจัง ขิง กระเทียม และน้ำตาล เพื่อให้ได้รสชาติ
แบบเกาหลีที่กลมกล่อม ก่อนเติมความหอมลึกด้วยเรดมิโสะ และน้ำมันงา ที่ช่วยให้กลิ่นหอมมีเอกลักษณ์มากขึ้น
ทอดจนได้ผิวด้านนอกเป็นสีทองกรอบ ในขณะที่เนื้อในยังคงนุ่มละมุน

MG 4

พิกัดร้าน CHAEBOL SHABU: https://maps.app.goo.gl/23FFvDq9vs2Q5S7R6 เปิดให้บริการทุกวัน
ตั้งแต่เวลา 11:00 น. – 22:00 น. คลิกดูรายละเอียดสิทธิพิเศษร้าน CHAEBOL SHABU ได้ที่ https://www.mgcars.com/th/promotions/MG-x-Chaebol-Shabu

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัท ฯ กำหนด

ติดตามการอัปเดตสิทธิพิเศษ และประสบการณ์เอ็กซ์คลูซีฟจาก MG IM PRIVILEGE พร้อมความร่วมมือกับแบรนด์ชั้นนำอีกมากมาย ได้ที่ https://www.facebook.com/MGcarsThailand

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจี ได้ที่

Website: www.mgcars.com

Line: @MGThailand

Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand

Twitter: @mg_thailand

Instagram: @mgthailand

Youtube: MG Thailand

TikTok: @mgthailand

Application: MG Thailand