Home Blog Page 3

“Honda City ใหม่” ดีเดย์เปิดตัว 26 มิ.ย. นี้ คัมแบ็กครั้งใหญ่ที่จะสั่นทุกสตรีท เอ็กซ์คลูซีฟ ! ชวนผู้สนใจ 100 คน ร่วมสัมผัสก่อนใคร พร้อมชมฟรี ! มินิคอนเสิร์ตจากพรีเซนเตอร์แรปเปอร์สาว

0
ฮอนด้า ซิตี้ 1

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศยืนยันวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ Honda City ใหม่ ในประเทศไทย ในวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2569 การคัมแบ็กครั้งใหญ่ของไลน์อัปซิตี้คาร์ของฮอนด้า ทั้ง Honda City ใหม่ และ Honda City Hatchback ใหม่ ที่พร้อมสั่นทุกสตรีท ด้วยดีไซน์อัปลุคใหม่ ผสานฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว มอบคุณค่าที่ตรงใจ และยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้เข้าถึงโลกของซิตี้คาร์ไฮบริดได้ง่ายกว่าที่เคย เตรียมพบกับไฮไลต์สุดเซอร์ไพรส์กับการเปิดตัวพรีเซนเตอร์แรปเปอร์สาวมากความสามารถ ตัวแทน Gen Z ที่พกเอเนอร์จี้มาเต็มพิกัด พร้อมปลุก DNA ความสนุก คล่องตัว และความโดดเด่นของ Honda City ให้กระหึ่มเมือง !

พิเศษ ! เชิญชวนผู้ที่สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโมเมนต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ จำนวนจำกัดเพียง 100 สิทธิ์เท่านั้น ในการสัมผัส Honda City ใหม่ ก่อนใคร พร้อมสนุกไปกับมินิคอนเสิร์ตจากพรีเซนเตอร์แรปเปอร์สาวอย่างใกล้ชิด ณ บริเวณ Outdoor Square B ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ระหว่างวันที่ 5 – 16 มิถุนายน 2569 ผ่าน LINE Official Account: @honda-thailand

ห้ามพลาด ! ร่วมรับชม LIVE การเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการของ Honda City ใหม่
ในวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2569 เวลา 13.15 น. เป็นต้นไป และต่อเนื่องกับ LIVE มินิคอนเสิร์ตในเวลา 18.45 น. เป็นต้นไป ผ่านช่องทาง Honda Thailand Official ได้แก่

  • Facebook: Honda Thailand
  • YouTube: Honda Thailand
  • TikTok: Honda Thailand Official

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.honda.co.th/city และ www.honda.co.th/cityhatchback และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร
0 2341 7777

อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

  • เว็บไซต์: honda.co.th
  • Facebook Official Account: Honda Thailand
  • LINE Official Account: @honda-thailand

 

ปักหมุด 1-5 ก.ค.นี้! FAST AUTO SHOW 2026 ชู “ดีลแรงจัดเต็มทั้งงาน” ผนึกพันธมิตรสร้างสุขปลุกตลาดรถกลางปี รถใหม่/มือสอง จองได้มั่นใจ

0
Fast Auto Show 1

บริษัท คิง ออฟ ออโต้ โปรดักท์ จำกัด ผู้จัดงานมหกรรมจำหน่ายรถยนต์ครบวงจร ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2026” (FAST Auto Show Thailand 2026) เดินหน้าส่งต่อความสุขและกระตุ้นเศรษฐกิจไทยช่วงกลางปี ประกาศความพร้อมจัดงานยิ่งใหญ่เป็นครั้งที่ 14  โดยปีนี้มาพร้อมแนวคิดหลัก “ดีลแรงจัดเต็มทั้งงาน อยากได้รถใหม่หรือมือสอง จัดให้ครบ จบในงานเดียว” เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่เน้นความคุ้มค่าในสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย ผนวกกิจกรรมส่งมอบความสุขสนุกได้ทั้งครอบครัว ระหว่างวันที่ 1–5 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

Fast Auto Show 2

นายพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ประธานจัดงาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2026″ เปิดเผยว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ถือเป็นช่วงเวลาแห่งการปรับตัวครั้งสำคัญ ยอดขายรถยนต์ใหม่ในประเทศยังคงได้รับแรงกดดันจากความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ขณะที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนจากความยึดมั่นในแบรนด์ มาเน้นความคุ้มค่าและราคาที่สอดคล้องกับค่าครองชีพ ส่งผลให้ ตลาดรถยนต์มือสอง กลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากในปัจจุบัน เนื่องจากราคาปรับตัวลงมาอยู่ในระดับที่จับต้องได้ง่ายขึ้น แต่โจทย์ใหญ่ที่สุดของรถยนต์มือสองคือ ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค งานฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2026 จึงเข้ามาทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการสร้างมาตรฐานใหม่ เพื่อยกระดับความมั่นใจให้ผู้ซื้อตัดสินใจได้ทันทีโดยไม่ต้องกังวล

Fast Auto Show 3

“นับตั้งแต่ก้าวแรกของการจัดงาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์” จนปีนี้นับเป็นครั้งที่ 14 จุดยืนและหัวใจสำคัญที่เรายึดมั่นมาโดยตลอด คือ การให้ความสำคัญกับ “รถยนต์ใหม่” และ “รถยนต์มือสอง” อย่างเท่าเทียมกัน เพราะเราเชื่อว่าความต้องการของผู้บริโภคทุกคนมีคุณค่าเท่ากัน  ท่ามกลางภาวะตลาดที่แข่งขันดุเดือดในปัจจุบัน เราพร้อมทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นกำลังซื้อช่วงกลางปี ภายใต้แนวคิด “ดีลแรงจัดเต็มทั้งงาน อยากได้รถใหม่หรือมือสอง จัดให้ครบ จบในงานเดียว”  ซึ่งได้รับความร่วมมือจากพันธมิตร ทั้งค่ายรถยนต์ใหม่และผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้วรายใหญ่ที่พร้อมใจกันจัดแคมเปญลับและดีลพิเศษสุดมามอบให้กับผู้ซื้อในงานนี้โดยเฉพาะ มา“เลือกคันที่ชอบ ถอยคันที่ใช่” ในงานนี้ ไม่ว่าคุณจะมองหานวัตกรรมล่าสุดจากรถยนต์ป้ายแดง หรือความคุ้มค่าจากรถยนต์มือสองสภาพพรีเมียม คุณจะได้รับประสบการณ์การซื้อที่ปลอดภัย มั่นใจ และคุ้มค่าที่สุด กลับไปอย่างแน่นอน” 

สมรภูมิ “รถใหม่” เดือด!  ยุคทองตลาดของผู้ซื้อกับดีลสุดคุ้ม อยากใช้รถไม่ต้องรอปลายปี

สำหรับกลุ่มรถใหม่ป้ายแดง นายชลัทชัย ปภัสร์พงษ์  รองประธานจัดงาน ให้ความเห็นว่า สถานการณ์ตลาดรถยนต์ใหม่ในปีนี้เป็น “Super Red Ocean” ซึ่งไม่ได้หมายถึงแค่ “สงครามราคา” แต่เป็น “สงครามแห่งเทคโนโลยีและนวัตกรรม” ที่ผู้บริโภคมีทางเลือกหลากหลายที่สุด ตั้งแต่ระบบสันดาปภายใน ไฮบริด ไปจนถึงยานยนต์ไฟฟ้า 100% และเทคโนโลยีพลังงานทางเลือกใหม่ ๆ ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดเพราะตอบโจทย์เรื่องความประหยัดพลังงาน การช่วงชิงส่วนแบ่งทางการตลาดด้วยการอัดแคมเปญข้อเสนอที่พิเศษยิ่งขึ้นเพื่อปลุกกำลังซื้อที่อั้นอยู่จึงเกิดขึ้นตลอดเวลา  ดังนั้น งานฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2026 ในช่วงกลางปีนี้ จึงเป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่ผู้บริโภคจะได้เลือกเทคโนโลยีที่ใช่ในราคาที่คุ้มค่าที่สุดโดยไม่ต้องรอถึงปลายปี

ซึ่งแบรนด์พันธมิตรค่ายรถชั้นนำที่ตอบรับมาเวลานี้รวม 13 แบรนด์  ได้แก่ Isuzu , Toyota, Honda,  Mitsubishi, Volvo พร้อมด้วยแบรนด์ในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป (MG, Zeekr, Deepal, Aion) และแบรนด์ในเครือเคพีออโต้ กรุ๊ป (Mazda, Hyundai, Nissan) ที่ยกทัพยนตรกรรมและข้อเสนอพิเศษมาร่วมงานอย่างครบครัน ภายใต้แนวคิด ดีลแรงจัดเต็มทั้งงาน” พร้อมโปรโมชั่นด้านราคาและเงื่อนไขทางการเงินสุดคุ้มตลอดการจัดงาน  และพันธมิตรใหม่ บริษัท ซูโมต้า มอเตอร์ จำกัด (Sumota Motor) ผู้นำรถสามล้ออเนกประสงค์มาตรฐานญี่ปุ่นเพื่อการบรรทุกและโดยสารที่กำลังเดินหน้ารุกตลาดทั้งระบบน้ำมันและไฟฟ้า (EV) 100% ตอบโจทย์ภาคเกษตรและพาณิชยกรรม  โดยรถทุกรุ่นการันตีจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกได้ถูกต้องตามกฎหมาย

รถยนต์ใช้แล้ว” ทางเลือกที่คุ้มค่า มากกว่าการตรวจสภาพ คือการรับประกันรถซื้อคืนหากผิดเงื่อนไข

Fast Auto Show 4

นายอัษฎาวุธ อาสาสรรพกิจ รองประธานจัดงาน เผยถึงมุมมองในตลาดรถมือสองว่า เป็นโอกาสทองในรอบหลายปีของผู้บริโภค เพราะในช่วงครึ่งปี กลไกตลาดได้ทำการ “ปรับฐานราคา” ลงมาอยู่ในระดับที่เร้าใจและจับต้องได้ง่ายที่สุด อีกทั้ง ยังมีรถสภาพยอดเยี่ยม ประเภท “รถปีใหม่ ไมล์น้อย” ที่คัดเข้ามาเป็นตัวเลือกจำนวนมาก รถยนต์ใช้แล้วในวันนี้จึงไม่ใช่แค่ทางออก แต่คือ “ทางเลือกที่คุ้มค่า” สำหรับครอบครัวยุคนี้ที่ต้องการบริหารสภาพคล่องทางการเงินและเพื่อแก้ Pain Point หรือความกังวลใจที่สุดของคนที่อยากซื้อรถมือสอง คือ ความกลัว ความไม่มั่นใจ เพราะดูรถไม่เป็น กลัวเจอรถย้อมแมว หรือโดนกรอไมล์ ซึ่งงาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2026″ สามารถตอบโจทย์ความเชื่อมั่นได้มากกว่าแค่การตรวจสภาพรถ ด้วย คำมั่นสัญญาการรับประกันซื้อคืน ที่เป็นข้อตกลงอย่างเข้มงวดกับผู้ประกอบการธุรกิจรถยนต์ใช้แล้วว่า รถยนต์ใช้แล้วที่ซื้อจากในงานจะ ไม่ไฟไหม้ ไม่จมน้ำ ไม่ตัดต่อ ไม่ชนหนัก จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายได้ และการันตีไมล์แท้ ที่สำคัญที่สุด ซึ่งถือเป็นลายเซ็นของงาน คือคำมั่นที่ว่า หากผิดเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง รับประกันซื้อคืน 100% เงื่อนไขนี้คือเกราะคุ้มครองผู้บริโภคที่แข็งแกร่งที่สุด ทำให้ทุกคนสามารถเดินเข้ามาเลือกซื้อรถในงานของเราได้อย่างสบายใจ พร้อมรับสิทธิประโยชน์ที่ดีที่สุดในการจัดหา “ดอกเบี้ยรถมือสองและเงื่อนไขที่ดีที่สุด

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีจุดให้บริการพิเศษสำหรับผู้ที่ต้องการ ขายรถ” โดยสามารถนำรถยนต์เข้ารับการประเมินราคาแบบ ไม่มีค่าใช้จ่าย จาก “Motorist” แพลตฟอร์มซื้อ-ขายรถยนต์ออนไลน์ของคนยุคใหม่ ที่สำคัญคือ ไม่จำเป็นต้องซื้อรถคันใหม่ จะมาขายอย่างเดียวก็ได้ และหากไม่พอใจราคาที่ประเมิน ก็ไม่จำเป็นต้องขาย ไม่มีข้อผูกมัดใด ๆ ทั้งสิ้น โดย Motorist ช่วยจับคู่ความต้องการระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายได้อย่างลงตัว ทำให้การซื้อ-ขายรถกลายเป็นเรื่องง่าย สะดวก เปรียบเทียบราคาได้ในที่เดียว ได้ราคาดีที่สุด รู้ผลไวภายใน ชั่วโมง

ผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้วที่เข้าร่วมงานปีนี้มีจำนวน 5 ราย ประกอบด้วย DDS คาร์เซ็นเตอร์,  ดา ศรีนครินทร์,  โย รัชดารถเศรษฐีและ Mercedes-Benz Certified by Benz Keng Hong Thong 

พื้นที่ “ขับ” เคลื่อนความสุข ใช้เวลาสนุกร่วมกัน

Fast Auto Show 5

ด้าน นายพีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา รองประธานจัดงาน ซึ่งดูแลด้านกิจกรรม เปิดเผยว่า สำหรับ ไฮไลท์ด้านกิจกรรม ปีนี้ยังคงเน้นการสร้างบรรยากาศแห่งความสุขที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของทุกคนในครอบครัว โดยมีโซนกิจกรรมที่เป็นแม่เหล็กสำคัญ ได้แก่  การกลับมาอีกครั้งของกิจกรรม FAST Strider Racing 2026 การแข่งขันจักรยานทรงตัวเด็ก มาตรฐานสากล สำหรับน้อง ๆ วัย 2 – 5 ปี ที่กลับมาอย่างยิ่งใหญ่และสนุกกว่าเดิม เพื่อให้ครอบครัวได้ร่วมสร้างความทรงจำและเติมเต็มรอยยิ้มในงาน เปิดสนามแข่งมาตรฐานในฮอลล์ให้ซ้อมในวันธรรมดาได้ตลอด 5 วันเต็ม สำหรับการแข่งขันมีทั้งแบบปั่น และแบบไถ รวม 15 รุ่น รอบชิงชนะเลิศชิงรางวัล ในวันเสาร์ที่ 4 และวันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม 2569 สมัครและติดตามรายละเอียดได้ที่ : https://form.jotform.com/261514806533455 และพื้นที่ Pet Friendly ยังคงต้อนรับสัตว์เลี้ยงแสนรัก (ตามข้อกำหนดของงาน) ให้สามารถมาเดินช้อปปิ้งเลือกซื้อรถเคียงข้างเจ้าของได้อย่างมีความสุข โดยไม่ต้องทิ้งพวกเขาไว้ที่บ้าน

Fast Auto Show 6

นอกจากนี้ ยังจัดเต็มกับแคมเปญ “ซื้อรถ ลุ้นรับ” สำหรับผู้ที่จองและซื้อรถทุกคันในงาน ทั้งลุ้นรับรางวัลใหญ่หลังจบงาน เก้าอี้นวดไฟฟ้าเพื่อสุขภาพแบรนด์ยอดนิยม AMAXS รุ่น Robo 8989 มูลค่า 279,000 บาท จำนวน 1 รางวัล ซึ่งเป็นแบรนด์เก้าอี้นวดไฟฟ้า และเครื่องออกกำลังกายที่ส่งเสริมสุขภาพที่ดีแบบองค์รวม ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ส่งเสริมสุขภาพ และของรางวัลอื่น ๆ อีกมากมาย  และรางวัลประจำวัน ลุ้นรับเครื่องนวดแบบพกพา AMAXS Pulse Pro มูลค่า 13,900 บาท จำนวน รางวัล และ RUMO Ride-on Suitcase กระเป๋าเดินทางเด็กนั่งขี่ได้ ขนาด 18 นิ้วจาก MONOWHEEL ผู้นำเข้านวัตกรรมพกพาชั้นนำ มูลค่า 8,900 บาท จำนวน 5 รางวัล แจกทุกวัน รวม 10 รางวัล หรือเพียงแค่แวะมาชมงาน ก็สามารถร่วมสนุกกับกิจกรรม แชร์สนั่น รับไอเทมลับ เพื่อลุ้นรับของรางวัลติดมือกลับบ้านได้ง่าย ๆ โดยสามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมทั้งหมดได้ที่ Facebook: FAST AUTO SHOW และเว็บไซต์ www.fastautoshow.com 

พร้อมกันนี้ในช่วงท้ายของการแถลงข่าวประกาศความพร้อมจัดงาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2026” ยังได้จัดเสวนาในหัวข้อ ตลาดรถยนต์ใช้แล้ว 2569 โอกาสทองของผู้ซื้อในยุคที่ทางเลือกหลากหลาย โดยมีสมาชิก “สมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว” มาร่วมแสดงความคิดเห็นของภาพรวมตลาดรถยนต์มือสอง รวมถึงการยกระดับมาตรฐานความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค 

ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2026” เกิดจากการผสานพลังครั้งสำคัญของ ค่ายสื่อยานยนต์ชั้นนำระดับประเทศ ได้แก่ กรังด์ปรีซ์ (ผู้จัด Motor Show), สื่อสากล (ผู้จัด Motor Expo) และ วี.เอ แอนด์ ซันส์ ผู้เชี่ยวชาญในวงการรถยนต์ใช้แล้ว เพื่อคัดสรรยนตรกรรมคุณภาพมาให้ผู้บริโภคได้เปรียบเทียบความคุ้มค่าในแบบ “เลือกคันที่ชอบ ถอยคันที่ใช่” พบกับ “ดีลแรงจัดเต็มทั้งงาน อยากได้รถใหม่หรือมือสอง จัดให้ครบ จบในงานเดียว” วันที่ 1-5 กรกฎาคม ศกนี้ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา เข้าชมฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย แถมลุ้นรับโชคตลอด วันเต็ม ติดตามรายละเอียดของงานได้ที่ Facebook : FAST AUTO SHOW  และเว็บไซต์ www.fastautoshow.com

“MGC-ASIA” จัดงาน ‘MGC-ASIA MOBILITY EXPO 2026’ ภายใต้แนวคิด ‘Connected City’ ยกทัพยนตรกรรมในเครือฯ, แบรนด์พันธมิตรระดับโลก พร้อมกิจกรรมและสิทธิพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ณ สยามพารากอน ระหว่างวันที่ 17-21 มิถุนายน 2569 พลาดไม่ได้กับศิลปินคู่จิ้น ‘นัท-ฮง’

0
MGC-ASIA 1

บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA หนึ่งในผู้นำธุรกิจโมบิลิตี้ อีโคซิสเทม ระดับพรีเมียม (Premium Mobility Ecosystem) ชั้นนำของประเทศไทย เปิดประสบการณ์ความยิ่งใหญ่ฉลองความสำเร็จกว่า 25 ปี ในงาน ‘MGC-ASIA MOBILITY EXPO 2026’ มาพร้อมคอนเซปต์สุดล้ำ ‘Connected City’ เนรมิตพื้นที่ 4 ชั้น ใจกลางศูนย์การค้าสยามพารากอน ให้เป็นเมืองแห่งการเดินทางแห่งอนาคต โดยแบ่งออกเป็น 4 อาณาจักรไฮไลท์ ได้แก่ Future Mobility District, The Ultimate Prestige District, Urban United District และ Smart Everyday District จัดเต็มยนตรกรรมชั้นนำครบทุกเซกเม้นท์ อาทิ แอสตัน มาร์ติน, มาเซราติ, เรือยอทช์ อะซิมุท, เรือสันทนาการ คริส-คราฟท์, บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ, มอเตอร์ไซค์ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด เอ็กซ์เผิง, ซีเคอร์, จี๊ป และ ขณะเดียวกัน การบริการที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อดูแลลูกค้าในทุกมิติ ทั้งธุรกิจประกันภัย ฮาวเด้น แมกซี่, รถยนต์มือสอง มาสเตอร์ เซอร์ทิฟายด์ ยูสคาร์, ซิกท์ รถเช่า ประเทศไทย, บริการทางการเงิน อัลฟ่า เอกซ์ รวมถึง Loyalty Program อย่าง MOBILIFE พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษแห่งปี ระหว่างวันที่ 17-21 มิถุนายน 2569

MGC-ASIA 2

++ MGC-ASIA มอบสิทธิพิเศษ สำหรับผู้ที่จองรถหรือลงทะเบียนภายในงาน

  • ผู้ถือบัตรเครดิต CardX , KTC และ TTB รับบัตร Starbucks มูลค่าสูงสุด 1,000 บาท* หรือแลกรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 15%* หรือรับคะแนนสะสมเพิ่ม 15 เท่า*
  • รับสยามกิฟท์การ์ด รวมมูลค่าสูงสุด 100,000 บาท เมื่อจองและรับรถรุ่นที่กำหนด*
  • SIXT รถเช่า ประเทศไทย มอบส่วนลดสูงสุด 50% สำหรับรถเช่าขับเอง และรถรับ-ส่งสนามบิน ลดสูงสุด 30% หรือซื้อ E-Coupon ผ่าน SIXT LINE MyShop เริ่มต้น 699 บาทต่อวัน*
  • HOWDEN MAXI จัดดีลพิเศษสำหรับลูกค้าต่ออายุประกันภัยรถยนต์ ทั้ง Honda, BMW, MINI, XPENG และ ZEEKR พร้อมสิทธิประโยชน์มากมาย*
  • Alpha X นำเสนอบริการทางการเงิน อัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับยนตรกรรมในกลุ่มลักชัวรี่*
  • แคมเปญเทรด-อิน เพิ่มมูลค่าสูงสุด 100,000 บาท เฉพาะแบรนด์และรุ่นที่กำหนด*
  • MMS Fast Fit ซื้อยางภายในงานฯ รับส่วนลดพิเศษสูงสุด 15%*
  • MGC MOBILITY Pin Collection เกมสนุกๆ ที่ให้คุณได้สะสมของที่ระลึกในแต่ละบูธ*
  • พิเศษสุดกับมินิคอนเสิร์ตของศิลปินคู่จิ้นสุดฮอต ‘นัท-ฮง’ วันที่ 18 มิถุนายน*

MGC-ASIA 3

++ สิทธิพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟ สำหรับสมาชิก MGC-MOBILIFE ที่จองภายในวันที่ 30  

       มิถุนายน 2569 และรับรถภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569

  • รับ MOBILIFE PACKAGE สิทธิพิเศษและ Gift Voucher จากพันธมิตรชั้นนำ อาทิ
    KING POWER, DIVANA SPA, SIXT, MAC, AUTOSMART, PDM และอีกมาก รวมมูลค่ากว่า 30,000 บาท* (เมื่อจองรถภายในงาน)
  • รับเพิ่ม MGC Point สูงสุด 1,000,000 คะแนน*
  • ห้องพักพร้อมอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน โรงแรมบ้านหาดงาม สมุย หรือ โรงแรมดุสิตธานี จำนวน 10 รางวัล มูลค่ารวม 50,000 บาท (เฉพาะลูกค้าที่รับรถ 10 ท่านแรก ในช่วงเวลาที่กำหนด)*
  • แคมเปญเทรด-อิน นำรถมาประเมินราคาที่งานฯ รับทันที MGC Point 5,000 คะแนน*

MGC-ASIA 4

ดร. สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ปคอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “นับเป็นเวลากว่า 25 ปี ที่ MGC-ASIA ดำเนินธุรกิจที่เป็นมากกว่าการจำหน่ายรถยนต์ คือการสร้าง ‘Mobility Lifestyle Ecosystem’ ที่เชื่อมโยงทุกองค์ประกอบของการเดินทาง และไลฟ์สไตล์ของลูกค้าเข้าไว้ด้วยกันอย่างครบวงจร เราได้รับความไว้วางใจจากพันธมิตรทางธุรกิจที่สำคัญอย่าง บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ที่ให้การสนับสนุนพื้นที่ภายในศูนย์การค้าสยามพารากอนกับเราอย่างต่อเนื่อง เป็นปีที่ 12 โดยปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด ‘Connected City’ เนรมิตพื้นที่ภายในศูนย์การค้าสยามพารากอน ให้กลายเป็นเมืองแห่งการเดินทางสู่อนาคต รวมไปถึงกิจกรรมและความบันเทิง อาทิ มินิคอนเสิร์ตจาก นัท-ฮง ตลอดจนโปรโมชั่นพิเศษจากแบรนด์ต่างๆ ภายในงาน”

MGC-ASIA 5

คุณมยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายองค์กรสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า “สยามพารากอน ในฐานะ ‘Global Luxury Destination’ ที่ครองความเป็นที่หนึ่งในใจนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและต่างชาติทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง เรายังคงมุ่งมั่นและเดินหน้าเป็นผู้นำการสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นที่ไหนมาก่อน เรามีความยินดีที่ได้ร่วมมือกับ MGC-ASIA ซึ่งเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่มีสัมพันธ์แน่นแฟ้น และยาวนาน ในการจัดงาน ‘MGC-ASIA MOBILITY EXPO 2026’ และขอขอบคุณในความไว้วางใจในพื้นที่ของสยามพารากอน ที่เป็นเสมือนแลนด์มาร์คสำคัญของนักช็อปจากทั่วทุกมุมโลก รับรองว่ามางานนี้งานเดียว จะได้เก็บเกี่ยวความคุ้มค่าไปอย่างเต็มที่”

MGC-ASIA 8

++ Aston Martin ‘Racing Spirit’ จิตวิญญาณของรถสปอร์ตจากอังกฤษ

แอสตัน มาร๋ติน แบงคอก ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ MGC-ASIA Mobility Expo 2026 ด้วยพื้นที่
จัดแสดงภายใต้คอนเซปต์ ‘Racing Spirit’ ที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งสมรรถนะและความสง่างามอันเป็นเอกลักษณ์ของ แอสตัน มาร์ติน สัมผัส DB12 สุดยอด Super Tourer ที่นิยามมาตรฐานใหม่แห่งการขับขี่ พร้อมทดสอบทักษะผ่าน Racing Simulator ระดับมืออาชีพ ก่อนดื่มด่ำ
ไปกับรสชาติของ Premium Whisky จาก Glenfiddich และประสบการณ์ที่ได้รับการคัดสรร
จากพันธมิตรลักชัวรีชั้นนำ เพื่อเติมเต็มทุกมิติของไลฟ์สไตล์เหนือระดับในแบบฉบับ แอสตัน มาร์ติน

++ Maserati Grecale Folgore Nero Infinito ดุดันและเร้าใจ

มาเซราติ ประเทศไทย ร่วมเฉลิมฉลอง ‘The Centenary of the Trident’ ครบรอบ 100 ปีแห่งค่ายตรีศูล สัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟผ่านวิดีโอและคลิปพิเศษที่บอกเล่าประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า สะท้อนความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม สมรรถนะ และงานฝีมือ
สไตล์อิตาเลียน พร้อมเปิดประตูสู่ ‘Atelier of Passion’ ภายใต้โปรแกรม Fuoriserie ที่นำเสนอโลกแห่งการออกแบบและการปรับแต่งแบบเฉพาะตัว พร้อมจัดแสดงยนตรกรรมรุ่นพิเศษ‘เกรคาเล่ โฟลกอเร แนโร่ อินฟินิโต้ อิดิชั่น’ (Grecale Folgore Nero Infinito Edition) สะท้อนนิยามใหม่ของยนตรกรรมไฟฟ้าลักชัวรีสมรรถนะสูง โดดเด่นด้วยรายละเอียด Gloss Black
และคาร์บอนไฟเบอร์รอบคัน รวมถึงกิจกรรมพิเศษ โดยร่วมมือกับ บรูเนลโล คูซิเนลลี่ (Brunello Cucinelli) ถ่ายทอดคุณค่าแห่งอิตาเลียนคราฟท์แมนชิป ผ่านกิจกรรม ‘Private Fitting Experience’ มอบประสบการณ์ตัดเย็บชุดสูทอย่างพิถีพิถัน สะท้อนแนวคิดร่วมกันของทั้งสองแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับความประณีตเหนือกาลเวลา ความเป็นเอกลักษณ์
และการสร้างสรรค์ผลงานที่สะท้อนตัวตนของผู้ครอบครอง

++ AZIMUT Yachts และ Chris-Craft ประเทศไทย

อะซิมุท ยอทช์ ประเทศไทย และ คริส-คราฟท์ ประเทศไทย ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน
โดยนำเสนอแคมเปญ ‘Drive to the Sea – Exclusive Privilege by MGC Marine’ ยกระดับประสบการณ์แห่งการครอบครองยนตรกรรมสู่ไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม เชื่อมต่อโลกแห่งการเดินทางจากท้องถนนสู่ท้องทะเลแบบไร้รอยต่อ

ลูกค้าที่จองและรับมอบรถยนต์ในเครือ MGC-ASIA ภายในเวลาที่กำหนด จะได้รับสิทธิ์สัมผัสประสบการณ์ล่องเรือสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ดังนี้

  • ยอดซื้อสะสม 5 ล้านบาท – รับ ‘Chris-Craft Sunset Cruise Experience’ ล่องเรือชมพระอาทิตย์ตกสุดหรู 2 ชั่วโมง สำหรับ 4 ท่าน ณ โชว์รูมคริส-คราฟท์ ประเทศไทย โครงการริเวอร์เดล มารีน่า ปทุมธานี มูลค่ากว่า 50,000 บาท*
  • ยอดซื้อสะสม 10 ล้านบาท – รับ ‘Azimut Sunset Cruise Experience’ สัมผัสประสบการณ์ยอทช์ไลฟ์สไตล์ระดับเวิลด์คลาสบนเรือ อะซิมุท 2 ชั่วโมง สำหรับ 4 ท่าน ณ โอเชียน มารีน่า พัทยา มูลค่ากว่า 150,000 บาท*

++ BMW Millennium Auto สัมผัส ‘THE BMW iX3 (NA5)’ ยานยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคต

พบยนตรกรรมไฮไลท์ จัดแสดงในพื้นที่ ‘The Ultimate Prestige District’ นำโดยรุ่น
X1 sDrive20i M Sport 2,399,000 บาท* 320d M Sport 2,799,000 บาท* 330e M Sport 2,990,000 บาท* 220 Gran Coupé M Sport Pro 2,199,000 บาท* มาพร้อม BSI Standard 3 ปี* และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง* กิจกรรมสนุกๆ กับ Mixologist Bar พร้อม MARTELL Single Cru คอลเลกชันใหม่ล่าสุด ผสานหลากหลายกิจกรรมสันทนาการ ตลอดช่วงวันศุกร์-อาทิตย์ (19–21 มิถุนายน) อาทิ DJ BEST BOI สุดหล่อที่กำลังมาแรงในกระแสโซเชียล, การแสดงระนาดเอกร่วมสมัยจาก FINO THE RANAD, เพลิดเพลินกับบทเพลงอันไพเราะจากการบรรเลงโดยวง String Orchestra และ ดื่มด่ำรสชาตไวน์ในสไตล์ของคุณ กับ PENFOLDS และ M Sunday Drive รวมพลยนตรกรรม บีเอ็มดับเบิลยูสายพันธุ์ M ขับรถคันโปรดมาที่งาน พร้อมรับประทานอาหารร่วมกัน ในวันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน

++ Millennium Auto MINI United ‘Tailored for Victory’

มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ เนรมิตสเตเดียมขนาดย่อม ภายใต้คอนเซปต์ ‘The Premium Stadium Lounge’ จัดแสดง มินิ 4 รุ่น คือ All-Electric Aceman คอมแพกต์เอสยูวีไฟฟ้า 100%, Cooper SE ที่มาพร้อมความแคล่วคล่องและปราดเปรียว, Countryman S ALL 4 พี่ใหญ่สุด ทนทุกสภาวะ ปกป้องทุกการเดินทาง และ JCW Victory Edition ที่เปี่ยมด้วยความดุดัน พร้อมจิตวิญญาณ
ที่นำไปสู่ชัยชนะ และรับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง* พร้อมของที่ระลึกภายในงาน*

++ BMW Motorrad Millennium Auto จัดเต็มทุกแนว เพื่อชาวบิ๊กไบค์โดยเฉพาะ

บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด มิลเลนเนียม ออโต้ เติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่ นำโดยNew BMW R 12 G/S พร้อมชุดแต่ง EXPEDITION บิ๊กไบค์สาย Heritage Enduro รุ่นล่าสุด พิเศษเฉพาะในงานรับฟรี ENDURO PRO MODE * BMW R 1300 GS Adventure กล่องอะลูมิเนียม 3 ใบ*แคลชบาร์บนหรือเลือกรับ DJI OSMO 360* และ BMW CE 02 มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าดีไซน์สุดล้ำ ส่วนลดสูงสุด 129,000 บาท* พร้อมจัดกิจกรรม Riding Day สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ผมผสานประสบการณ์การขับขี่ คอมมูนิตี้ และไลฟ์สไตล์คนเมือง ผ่านการเดินทางสู่ใจกลางกรุงเทพฯ เพื่อร่วมงาน MGC-ASIA Mobility Expo 2026 รวมถึงกิจกรรม จาก DJI Osmo 360 ถ่ายทอดเรื่องราวและมุมมองใหม่ของการขับขี่ในสไตล์ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด

++ XPENG ยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ ขับเคลื่อนด้วย AI สุดล้ำ

เอ็กซ์เผิง เอ็กซ์ โมลิบิตี พลัส และ เอ็กซ์เผิง ไลอ้อน ออโตโมบิล ผู้จำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับพรีเมียมไฮเทค อย่างเป็นทางการ จัดแสดงรุ่น X9 เอ็มพีวีไฟฟ้าทรงสปอร์ตอัจฉริยะ พร้อมด้วย G6 เอสยูวีคูเป้ไฟฟ้าอัจฉริยะ พร้อมรับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง* และแพ็กเกจบำรุงรักษาตามระยะทาง 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร* พิเศษกับกิจกรรมในวันเสาร์และอาทิตย์ กับ ‘Drive Your Style’ สนุกกับเวิร์กช็อปตกแต่งกระเป๋าผ้าแคนวาส ด้วยสติ๊กเกอร์รีดร้อน (Heat Transfer) ให้ลูกค้าดีไซน์ตกแต่งตามสไตล์ของแต่ละคน 

++ ZEEKR นิยามแห่งความหรูหรา ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100%

ซีเคอร์ ซี โมบิลิตี้ พลัส จัดแสดง ZEEKR 009 เอ็มพีวีไฟฟ้าระดับลักชัวรี่ ให้บรรยากาศการโดยสารระดับเฟิร์สคลาส ZEEKR 7X เอสยูวีไฟฟ้าที่ผสานพลังการขับเคลื่อนเข้ากับความหรูหราอัจฉริยะ และ NEW ZEEKR X Compact เอสยูวี พรีเมียม ดีไซน์ล้ำสมัย ถ่ายทอดสีสันแห่งไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ มาพร้อมประกันภัยชั้นหนึ่ง* และฟรี โปรแกรมบำรุงรักษาตามระยะทาง 1 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร (เฉพาะ ZEEKR 009 Standard FWD)* 

++ Jeep Lion Automobile ‘King of Adventure’

จี๊ป ไลอ้อน ออโตโมบิล นำเสนอประสบการณ์สุดพิเศษในงาน MGC-ASIA Mobility Expo 2026 ผ่านยนตรกรรมระดับพรีเมียม พร้อมข้อเสนอแห่งปี สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานและไลฟ์สไตล์แห่งการผจญภัย กับ 2 ยนตรกรรมไฮไลท์ คือ จี๊ป แรงเลอร์ รูบิคอน มอนสเตอร์ ดีเอ็นเอ อิดิชั่น และ จี๊ป กลาดิเอเตอร์ รูบิคอน มอนสเตอร์ อิดิชั่นที่มาพร้อมชุดแต่ง MOPAR ลิขสิทธิ์แท้จากสหรัฐอเมริกา มูลค่าสูงสุดถึง 2 ล้านบาท พร้อมรับสิทธิพิเศษ ฟรีอัพเกรด Warranty จาก 3 เป็น 7 ปี*, ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 5 ปี*, ประกันภัยชั้นหนึ่ง* และพิเศษสุด สำหรับ 10 ท่านแรก รับเพิ่มฟรี บัตรเติมน้ำมันมูลค่า 50,000 บาท*

เพลิดเพลินกับกิจกรรมเอ็กซ์คลูซีฟตลอดงาน อาทิ การทำไอศกรีมสไตล์เพทายากิ (ไอศครีมผัด) มากกว่า 10 รสชาติที่ลูกค้าสามารถเลือกวัตถุดิบด้วยตัวเอง, พบกับคุณแม๊กนั่ม จาก ‘Autodew Studio’ ผู้ที่ได้รับรางวัลแรปสติกเกอร์รถฝีมือระดับโลก มาพูดถึงแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอก ในวันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน และ ‘JEEP OWNERS COMMUNITY DAY’ งานรวมพลคนรัก จี๊ป พบแขกรับเชิญนักแข่งไทยสายโหด ‘ปอม-โชติศีล รัตนวราหะ’มาถ่ายทอดประสบการณ์ วิธีการใช้อุปกรณ์เสริม MOPAR และเทคนิคการขับออฟ-โรดในวันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน ปิดท้ายด้วยกิจกรรม ‘Vote Your Dream’ บริเวณหน้าศูนย์การค้า ผู้ร่วมโหวด Jeep Limited Edition 3 คัน รับฟรี Jeep Limited Sticker

++ Summit Honda สัมผัสความสปอร์ตสุดล้ำ ในแบบฉบับสายลับแห่งอนาคต

ซัมมิท ฮอนด้า ออโตโมบิล นำเสนอคอนเซปต์ ‘The Black Agent: Connected Future’ ผสมผสานความเท่และหรูหราของสีดำ Crystal Black Pearl เข้ากับเทคโนโลยีการขับเคลื่อนแห่งอนาคต จัดแสดง ฮอนด้า e:N2, HR-V e:HEV RS และ CR-V e:HEV RS และพิเศษสำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รวมถึงครอบครัว (Honda Loyalty)  รับดอกเบี้ยพิเศษ 1.54%* เมื่อจองรถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่น e:N2 ภายในงาน พร้อมสนุกกับกิจกรรม ‘Unlock Your Summit Mission’ ที่ให้ลูกค้าได้ปฏิบัติภารกิจสายลับ พร้อมรับของที่ระลึก
สุดประทับใจ

++ SIXT Thailand และ Master Car Rental ครบทุกโซลูชั่นแห่งการเดินทาง

ซิกท์ ประเทศไทย ผู้ให้บริการรถเช่าระยะสั้น เครือข่าย 17 สาขาทั่วประเทศ หยิบยื่นข้อเสนอพิเศษ สำหรับลูกค้าที่ต้องการเช่ารถยนต์เพื่อการท่องเที่ยว ธุรกิจ และการเดินทางในชีวิตประจำวัน โดยลูกค้าที่จองรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ หรือ เอ็กซ์เผิง จะได้รับ E-Coupon เช่ารถฟรี 1 วัน ผ่านแอปพลิเคชั่น MOBILIFE นอกจากนั้นยังมีส่วนลดสูงสุด 30% สำหรับบริการรถพร้อมคนขับ และบริการรับ-ส่งสนามบิน (Limousine Service) และสามารถเลือกซื้อ E-Coupon รถเช่าผ่าน LINE MyShop ในราคาพิเศษ เริ่มต้นเพียง 699 บาทต่อวัน

มาสเตอร์ คาร์ เร้นเทิล ผู้ให้บริการรถเช่าระยะยาว สำหรับลูกค้าองค์กร หน่วยงานราชการ และรัฐวิสาหกิจ นำเสนอแคมเปญพิเศษ ช่วยลดภาระการลงทุนและควบคุมค่าใช้จ่าย ด้านยานพาหนะได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมบริการแบบครบวงจร อาทิ ประกันภัยชั้นหนึ่ง, ค่าจดทะเบียนประจำปี, ค่าซ่อมบำรุงตามระยะ, รถทดแทนระหว่างซ่อม, บริการดูแลตลอดอายุสัญญา พร้อมให้คำปรึกษาด้านการบริหารจัดการรถยนต์องค์กร และนำเสนอแพ็กเกจเช่ารถยนต์ที่สามารถออกแบบให้เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละองค์กร

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด / เฉพาะแบรนด์รถยนต์ที่ร่วมรายการ

“บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย” จับมือ ยูนิเซฟ ในงาน STEM Student Research Competition มุ่งลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ปลดล็อกศักยภาพเยาวชนไทยสู่โลกอนาคต

0
BMW Thailand 1

เพราะการศึกษาคือรากฐานสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ร่วมกับ องค์การยูนิเซฟ (UNICEF) ประเทศไทย และ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ตอกย้ำความมุ่งมั่นด้านความรับผิดชอบต่อสังคม ด้วยการเป็นส่วนหนึ่งในงานประกวดผลงานวิจัยวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมประจำปี หรือ GLOBE Student Research Competition (SRC) ณ โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ กรุงเทพฯ เพื่อร่วมเป็นประจักษ์พยานในความสำเร็จและมอบกำลังใจให้แก่เยาวชนนักวิจัยรุ่นจิ๋วจากทั่วประเทศ

BMW Thailand 2

การแข่งขันครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจด้านการศึกษาระดับโลกภายใต้ความร่วมมือ “BRIDGE. Educating young people for tomorrow, today” ระหว่างบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป และยูนิเซฟ โดยมุ่งขยายโอกาสในการเข้าถึงการศึกษา STEM ให้แก่เด็กและเยาวชนที่ขาดโอกาสใน 5 ประเทศที่มีฐานการผลิตของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ทั้งนี้ STEM Student Research Competition ไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันวิทยาศาสตร์ทั่วไปเท่านั้น แต่ยังได้รับการออกแบบมาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา พร้อมส่งเสริมการเรียนรู้ด้าน STEM ซึ่งครอบคลุมวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ในกลุ่มเยาวชนไทย

BMW Thailand 4

แม้ปัจจุบันเด็กส่วนใหญ่ในประเทศไทยจะเข้าถึงการศึกษา แต่ทักษะที่ตอบโจทย์การทำงานในศตวรรษที่ 21 ยังคงเป็นความท้าทาย โดยเฉพาะปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเพศในสายอาชีพ STEM และปัญหาเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษาและการทำงาน (NEET) โครงการนี้จึงก้าวเข้ามาเพื่อพลิกโฉมการเรียนรู้ โดยพุ่งเป้าไปที่โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลกว่า 100 แห่ง เพื่อสนับสนุนการสอนที่คำนึงถึงความเสมอภาคทางเพศ สร้างแรงบันดาลใจให้เด็กผู้หญิงกล้าก้าวสู่เส้นทางวิศวกรและนักวิทยาศาสตร์ รวมถึงพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อเตรียมพร้อมเยาวชนสู่ตลาดแรงงานยุคดิจิทัล

โดยเมื่อเร็วๆ นี้ ตัวแทนจาก บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงาน STEM Fair ซึ่งเต็มไปด้วยพลังแห่งความสร้างสรรค์และความกระตือรือร้นของเยาวชนกว่า 200 ชีวิต ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษาตอนปลายจากหลากหลายภูมิภาค ตลอดจนโรงเรียนที่ขาดแคลนโอกาสในการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ ที่เดินทางมาร่วมนำเสนอโครงงานวิจัยกว่า 70 โครงงาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการนำทักษะ STEM มาแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมจริงในชุมชนของตนเอง ไม่ว่าจะเป็น การตรวจวัดคุณภาพน้ำในลำคลองใกล้บ้าน การวิเคราะห์สารอาหารในดินบริเวณบ่อขยะชุมชน ไปจนถึงการใช้แมลงและหอยท้องถิ่นเป็นตัวชี้วัดความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ

BMW Thailand 9

คุณคริส จู ประธานและซีอีโอของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มีความเชื่อมั่นเสมอว่า การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด คือการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ การได้เป็นส่วนหนึ่งของงาน STEM Student Research Competition ทำให้เราได้เห็นถึงพลังและศักยภาพอันยิ่งใหญ่ของเยาวชนไทย ในฐานะพันธมิตรที่สนับสนุนและเคียงข้างยูนิเซฟมาตลอด 3 ปี โครงการนี้คือเครื่องตอกย้ำวิสัยทัศน์ของเราที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่การสร้างสรรค์นวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคต แต่เราพร้อมที่จะสนับสนุนการศึกษา ขยายโอกาส และมอบเครื่องมือที่จำเป็น เพื่อให้เด็กไทยทุกคนเติบโตขึ้นเป็นบุคลากรคุณภาพที่มีทักษะแห่งอนาคต และเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศชาติให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืนต่อไป”

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย จะยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าสานต่อพันธกิจด้านความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างไม่หยุดยั้ง โดยยึดมั่นในการส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาศักยภาพของเยาวชนไทย ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนนวัตกรรมแห่งอนาคต โดยพร้อมเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญในการสนับสนุนให้เยาวชนไทยก้าวข้ามขีดจำกัด ปลดล็อกศักยภาพ และร่วมสร้างสรรค์สังคมแห่งการเรียนรู้ เพื่อนำไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนของประเทศไทยต่อไป

 

 

 

“ฟอร์ด ประเทศไทย” เดินหน้ากลยุทธ์แบรนด์ระดับโลก ‘Ready Set Ford’ ชูสมรรถนะ นวัตกรรม และประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่

0
ฟอร์ด 1

ฟอร์ด ประเทศไทย เดินหน้าสร้างประสบการณ์และขับเคลื่อนกลยุทธ์แบรนด์แคมเปญระดับโลก ‘Ready Set Ford’ เพื่อสะท้อนทิศทางใหม่ของฟอร์ดในการเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับไลฟ์สไตล์ ความหลงใหล และการใช้ชีวิตของลูกค้า ผ่านผลิตภัณฑ์ บริการ และกิจกรรมที่สะท้อนจุดแข็งด้านสมรรถนะ นวัตกรรม และคุณภาพของฟอร์ด พร้อมยกระดับประสบการณ์แบรนด์ให้สอดคล้องในทุกภูมิภาคทั่วโลก

ฟอร์ด 2

Ready Set Ford สะท้อนทิศทางใหม่ของฟอร์ดในการสร้างแบรนด์ที่ยึดลูกค้าและไลฟ์สไตล์เป็นศูนย์กลาง ท่ามกลางอุตสาหกรรมยานยนต์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยฟอร์ดมุ่งสร้างความแตกต่างผ่านกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นด้านสมรรถนะ เทคโนโลยี คุณภาพ และประสบการณ์การขับขี่ อาทิ ฟอร์ด เรนเจอร์ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ รวมถึงการลงทุนด้านมอเตอร์สปอร์ตในประเทศไทย ซึ่งสะท้อนดีเอ็นเอด้านสมรรถนะและความเร้าใจของแบรนด์อย่างชัดเจน

ฟอร์ด 3

นายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวว่า “Ready Set Ford สะท้อนทิศทางใหม่ของฟอร์ดในการสร้างแบรนด์ที่ใกล้ชิดกับลูกค้ามากยิ่งขึ้น เราไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการพัฒนารถยนต์ที่มีสมรรถนะสูง แต่ต้องการสร้างประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ ความหลงใหล และความต้องการของลูกค้าในชีวิตจริง ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของฟอร์ดในอาเซียน ทั้งในด้านการผลิต การส่งออก และฐานลูกค้าที่แข็งแกร่ง โดย Ready Set Ford จะช่วยเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ทันสมัย แตกต่าง และสร้างความเชื่อมโยงกับลูกค้าได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น”

 

แพลตฟอร์ม Ready Set Ford พัฒนาขึ้นบน 4 ปัจจัยสำคัญของแบรนด์ ได้แก่ สมรรถนะ (Capability) ความหลงใหล (Passion) ชุมชน (Community) และ ความไว้วางใจ (Trust) ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนารถยนต์ บริการ และประสบการณ์ของฟอร์ดในอนาคต

พร้อมกันนี้ ฟอร์ดยังปรับแนวทางการทำตลาด จากเดิมที่เน้นการสื่อสารผ่านชื่อรุ่นรถ ไปสู่การสื่อสารผ่านไลฟ์สไตล์และความต้องการของลูกค้า เพื่อสร้างความเชื่อมโยงกับผู้บริโภคได้มากขึ้น ผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่ Build, Thrill และ Adventure

ฟอร์ด 7

Build สะท้อนกลุ่มลูกค้าที่เป็นกลุ่มผู้สร้างสรรค์และลงมือทำ ซึ่งหมายถึงผู้ประกอบการ เจ้าของธุรกิจ และผู้ที่ใช้รถเป็นส่วนสำคัญในการทำงานและขับเคลื่อนชีวิตประจำวัน ฟอร์ดจึงมุ่งพัฒนารถยนต์ที่แข็งแกร่ง ทนทาน มีคุณภาพ และพร้อมใช้งานจริง รองรับทั้งการบรรทุก การเดินทาง และการใช้งานหนัก ผ่านผลิตภัณฑ์อย่างฟอร์ด เรนเจอร์ ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านสมรรถนะ เทคโนโลยี คุณภาพ และความคุ้มค่าในการใช้งาน รวมถึงรุ่นล่าสุดที่ฟอร์ด ประเทศไทยเพิ่งเปิดตัวเมื่อไม่นานมานี้ ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ รถกระบะสมญานาม ‘โหดได้เรื่อง ดุได้ใจ!’ เพื่อตอบโจทย์การลงมือทำภารกิจหนักทั้งการบรรทุกและลากจูง

ฟอร์ด 8

Thrill สะท้อนกลุ่มผู้หลงใหลความตื่นเต้นเร้าใจ ชื่นชอบสมรรถนะ ความเร็ว และความตื่นเต้นในการขับขี่ ซึ่งถือเป็นหนึ่งใน DNA สำคัญของฟอร์ด โดยฟอร์ดถ่ายทอดจิตวิญญาณดังกล่าวผ่านรถยนต์สมรรถนะสูง เทคโนโลยีการขับขี่ และคุณภาพด้านวิศวกรรม ควบคู่กับการลงทุนด้านมอเตอร์สปอร์ตทั้งในประเทศไทยและระดับโลก เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเชื่อมโยงกับผู้ที่หลงใหลในความเร้าใจของการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันทางเรียบด้วยฟอร์ด เรนเจอร์ในการแข่งขัน ไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรี่ส์ ที่เพิ่งประเดิมสามสนามแรกด้วยการคว้า 8 โพเดียม กับไลน์อัปนักแข่งประจำปี 2569 ได้แก่ แซนดี้ เคราแก้ว สตูวิค, เบสท์-ธณพล ชูเจริญผล, บูม-กันตธีร์ กุศิริ สำหรับการแข่งขันทางฝุ่น ฟอร์ดยังได้สนับสนุนทีมฟีลลิค อินโนเวชัน มอเตอร์สปอร์ต พัฒนาและส่งฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ลงแข่งขันไทยแลนด์ แรลลี่ เรด แชมเปี้ยนชิพ หรือ TRRC (Thailand Rally Raid Championship) และเอเชีย ครอส คันทรี่ แรลลี่ หรือ AXCR (Asia Cross Country Rally)

ฟอร์ด 6

Adventure สะท้อนจิตวิญญาณของกลุ่มนักผจญภัย ลูกค้าที่รักการเดินทาง การออกไปค้นหาประสบการณ์ใหม่ และการใช้ชีวิตนอกกรอบ ฟอร์ดจึงพัฒนารถยนต์ที่พร้อมรองรับทุกเส้นทางและทุกไลฟ์สไตล์การเดินทาง ผ่านรถยนต์อย่างฟอร์ด เอเวอเรสต์ และฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค-เอ็กซ์  ที่ผสานทั้งสมรรถนะ เทคโนโลยี คุณภาพ ความสะดวกสบาย และความมั่นใจในการขับขี่ ทั้งในเมืองและเส้นทางออฟโรด

ฟอร์ดยังคงมุ่งพัฒนารถยนต์ที่มีเอกลักษณ์ โดดเด่นด้านสมรรถนะ คุณภาพ และสะท้อนตัวตนของผู้ขับขี่ภายใต้แนวคิด ‘No More Boring Cars’ พร้อมสร้างนวัตกรรมและบริการที่ช่วยให้ลูกค้าพร้อมรับทุกความท้าทาย ทั้งในการทำงาน การใช้ชีวิต และการออกไปค้นหาประสบการณ์ใหม่ที่น่าตื่นเต้นไปอีกขั้น

นอกจากนี้ ฟอร์ดยังเตรียมต่อยอดประสบการณ์ลูกค้าผ่านกิจกรรมและบริการที่สอดรับกับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสร้างคอมมูนิตี้สำหรับผู้ใช้รถฟอร์ด การยกระดับประสบการณ์ด้านบริการ ตลอดจนการจัดกิจกรรมที่ช่วยเสริมความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้า เพื่อมอบประสบการณ์ที่สะท้อนตัวตนและวิถีชีวิตของผู้บริโภคในปัจจุบันได้อย่างแท้จริง

ขณะเดียวกัน แนวทาง Ready Set Ford ยังมีบทบาทสำคัญในการสร้างความสอดคล้องของการสื่อสารแบรนด์ในทุกภูมิภาค พร้อมตอกย้ำวิสัยทัศน์ของฟอร์ดในฐานะแบรนด์ที่พร้อมขับเคลื่อนผู้คนให้ก้าวไปข้างหน้า ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมยานยนต์

 

“BYD DM-i” ประหยัดจริงพิสูจน์แล้ว ค่าพลังงานต่ำสุด 39 สตางค์/กิโลเมตร* จากการฝ่ารถติดกลางกรุงด้วย BYD SEALION 5 DM-i รถยนต์ไฟฟ้าที่เติมน้ำมันได้

0
BYD DM-i 1

บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานใหม่ บีวายดี และ เดนซ่า อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายใต้กลุ่มธุรกิจเรเว่ พิสูจน์ศักยภาพความประหยัดของขุมพลัง BYD DM-i ใน BYD SEALION 5 DM-i ให้เป็นที่ประจักษ์ ด้วยการจัดการทดสอบขับขี่ภายใต้สภาวะการขับขี่จริง โดยเลือกใช้ EV MODE หรือ โหมดการใช้แบตเตอรี่ ผ่านเส้นทางที่ขึ้นชื่อว่าการจราจรติดขัดมากที่สุดในกรุงเทพฯ ในช่วงเช้าและช่วงเลิกงาน เพื่อทดสอบให้เห็นว่าเทคโนโลยี BYD DM-i สามารถช่วยคุณประหยัดค่าพลังงานได้มากแค่ไหน โดยค่าพลังงานต่ำสุดอยู่ที่ 39 สตางค์/กิโลเมตร* จากการทดสอบโดยสื่อมวลชนชั้นนำของไทย

BYD DM-i 2

  • บททดสอบสุดหินกับการขับ BYD SEALION 5 DM-i ฝ่ารถติดระดับวิกฤต

เส้นทางการทดสอบขุมพลัง BYD DM-i ใน BYD SEALION 5 DM-i ในรอบคัดเลือก มีทั้งรอบเช้าและรอบเย็น เริ่มต้นจากศูนย์ฝึกอบรม BYD Academy ย่านศรีนครินทร์ โดยในช่วงเช้ามุ่งตรงสู่แยกเอกมัย ก่อนจะเข้าสู่แยกอโศก – ถนนเพชรบุรี – อนุสาวรีย์ – สยาม – สีลม – สาทร – พระรามสาม – สะพานภูมิพล – ปู่เจ้าสมิงพราย – เทพารักษ์ และกลับสู่จุดปล่อยตัว ครอบคลุมระยะทางทั้งสิ้น 51 กิโลเมตร ส่วนการทดสอบในช่วงเย็น เริ่มต้นจากศูนย์ฝึกอบรม BYD Academy เช่นกัน ก่อนมุ่งหน้าสู่แยกลำสาลี ผ่านเดอะมอลล์บางกะปิ – ห้าแยกลาดพร้าว – สะพานควาย – อนุสาวรีย์ – สยาม – เพชรบุรีตัดใหม่ – เอกมัย – สุขุมวิท – อุดมสุข และ กลับสู่จุดปล่อยตัว ครอบคลุมระยะทางทั้งสิ้น 53 กิโลเมตร จะเห็นได้ว่าทุกจุดที่กล่าวมา ล้วนเป็นเส้นทางที่ขึ้นชื่อเรื่องรถติดระดับวิกฤตในกรุงเทพฯ ทั้งสิ้น ส่วนสถิติค่าพลังงานที่ต่ำที่สุดในรอบคัดเลือกของแต่ละวัน มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

วันทดสอบ สื่อ ระยะทาง : กิโลเมตร ค่าไฟรวม : บาท ค่าไฟต่อ 1 กิโลเมตร
รอบคัดเลือก 1 Clubza 51 21.8* 42 สตางค์*
รอบคัดเลือก 2 Grand Prix 50 21.6* 43 สตางค์*
รอบคัดเลือก 3 Motoring X 53 21.94* 41 สตางค์*

 

ในรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งให้สื่อมวลชนที่ใช้พลังงานต่ำที่สุดของแต่ละรอบ มาร่วมทดสอบกันใหม่อีกครั้ง โดยการขับขี่เริ่มต้นจากศูนย์ฝึกอบรม BYD Academy ย่านศรีนครินทร์ พร้อมเพิ่มความท้าทาย ด้วยการมุ่งหน้าสู่เส้นทางที่การจราจรติดขัดยิ่งขึ้น ทั้งแยกบางนา – แยกพระโขนง – ถนนพระรามสี่ – เยาวราช – ไอคอนสยาม – One Bangkok – แยกวิทยุ – แยกเอกมัย – ถนนสุขุมวิท – แยกอุดมสุข – แยกศรีอุดม และ กลับสู่จุดปล่อยตัว ครอบคลุมระยะทางทั้งสิ้น 52 กิโลเมตร ส่วนสถิติค่าพลังงานที่ต่ำที่สุดในรอบชิงชนะเลิศ มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

 

วันทดสอบ สื่อ ระยะทาง : กิโลเมตร ค่าไฟรวม : บาท ค่าไฟต่อ 1 กิโลเมตร
รอบชิงชนะเลิศ Motoring X 51 19.97* 39 สตางค์*

BYD DM-i 3

  • ไม่หวั่นแม้จะรถติดมากแค่ไหน เพราะขุมพลัง BYD DM-i ใช้พลังงานต่ำสุด 39 สตางค์/กิโลเมตร*

ขุมพลัง BYD DM-i รองรับทั้งการเติมน้ำมันและชาร์จไฟ DC Charging สูงสุด 18 kW สามารถขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วนเป็นระยะทางสูงสุด 110 กิโลเมตร** ครอบคลุมการใช้งานในชีวิตประจำวัน จนแทบไม่ต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ทั้งยังมี BYD Blade Battery ขนาด 18.3 กิโลวัตต์ – ชั่วโมง มั่นใจความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยีเอกสิทธิ์ของ บีวายดี ที่ได้รับการพิสูจน์มาแล้วทั่วโลก พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ ที่ตอบสนองทันใจในแบบฉบับเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้า ด้วยกำลังรวมสูงสุด 155 กิโลวัตต์ / 210 แรงม้า แรงบิดรวมสูงสุด 210 นิวตัน-เมตร และยังขับขี่เป็นระยะทางรวมสูงสุดมากกว่า 1,200 กิโลเมตร** เมื่อชาร์จไฟเต็มและมีน้ำมันเชื้อเพลิงเต็มถัง ไม่ต้องกังวลเมื่อต้องเดินทางไกล

BYD DM-i 4

  • ลดความอ่อนล้าในทุกการขับ ด้วยห้องโดยสารพรีเมียม และเทคโนโลยีช่วยผู้ขับขี่สุดล้ำ

BYD SEALION 5 DM-i ตอบโจทย์ทุกรูปแบบการใช้งาน ทั้งการขับฝ่าการจราจรหนาแน่นและการเดินทางไกล เพราะมีห้องโดยสารที่พรีเมียมกว่ารถยนต์ในระดับเดียวกัน ด้วยดีไซน์และวัสดุคุณภาพสูงอย่างผิว Soft-Touch และหนังคุณภาพดี มอบความสบายเหนือระดับกับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน ด้วยเบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้าพร้อมระบบระบายอากาศ และ หน้าจอสัมผัสมัลติมีเดียขนาด 12.8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay – Android Auto ที่พร้อมขับกล่อมผู้ใช้งานด้วยลำโพงคุณภาพสูง 8 ตำแหน่ง พร้อมคลายความอ่อนล้าในทุกการเดินทาง พร้อมเพิ่มความมั่นใจในทุกการเดินทางเพราะ BYD SEALION 5 DM-i อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง ทั้งระบบช่วยเตือนการชนด้านหน้าและด้านหลัง, ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ, ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเริ่มเคลื่อนที่ และ กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา

BYD DM-i 6

  • BYD SEALION 5 DM-i คุ้มเกินราคา พร้อมข้อเสนอมูลค่าสูงสุดกว่า 109,000 บาท***

BYD SEALION 5 DM-i พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของแล้ววันนี้ ด้วยราคาเริ่มต้น 759,900 บาท ในรุ่น Dynamic และ 799,900 บาท ในรุ่น Premium พร้อมแคมเปญพิเศษมูลค่ารวมสูงสุดกว่า 109,000 บาท*** จำนวนจำกัดสำหรับลูกค้าที่ออกรถภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 โดยสิทธิประโยชน์มากมายมีทั้ง

  • ฟรี แพ็กเกจ BYD CARE for DM-i มูลค่าสูงสุดกว่า 34,000 บาท***
  • ฟรี แพ็กเกจ Lifetime Warranty มูลค่า 50,000 บาท***
  • ฟรี โฮมชาร์จเจอร์ยี่ห้อ ZHIDA พร้อมบริการติดตั้ง มูลค่า 25,000 บาท***
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. 1 ปี***
  • ฟรี ฟิล์มเซรามิก XUV Max III Film พร้อมบริการติดตั้ง***

BYD DM-i 6

พิสูจน์อีกระดับของความประหยัด จากยนตรกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง DM-i ทั้ง BYD SEALION 5 DM-i, BYD SEALION 6 DM-i และ BYD SEAL 5 DM-i ด้วยตัวคุณเองได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการ บีวายดี ใกล้บ้านท่านทั้ง 166 สาขาทั่วประเทศ ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมของรถยนต์ บีวายดี ทุกรุ่นได้ที่ reverautomotive.com พร้อมติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวได้ที่ Official Facebook Page: BYD RÊVER Thailand และ DENZA RÊVER Thailand

BYD DMi 8

* คำนวนจากระยะทางที่ใช้ไปในการทดสอบ และชาร์จไฟกลับจากที่บ้าน ด้วยอัตราค่าไฟฟ้า ยูนิตละ 4.5 บาท โดย BYD SEALION 5 DM-i มีอัตราการใช้พลังงานเฉลี่ย 8.7 kWh/100 กม. ในระยะทาง 51 กม. ใช้ไฟ 4.44 kWh คิดเป็นค่าใช้จ่ายรวมประมาณ 20.31 บาท หรือเฉลี่ยเพียง 0.39 บาทต่อกิโลเมตร

** เป็นไปตามมาตรการทดสอบตามมาตรฐาน NEDC ระยะทางจริงอาจปรับเปลี่ยนได้ตามปัจจัยต่างๆ เช่น พฤติกรรมการขับขี่ของแต่ละบุคคล น้ำหนักบรรทุก สภาพการจราจร และอื่นๆ

*** เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทฯ กำหนด

 

“เอ็มจี” ประกาศแต่งตั้ง รองกรรมการผู้จัดการคนใหม่ “นายฉัตวิทัย ตันตราภรณ์” เสริมแกร่งทัพเอ็มจี

0
MG 1

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ประกาศแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงคนใหม่ นายฉัตวิทัย ตันตราภรณ์ ดำรงตำแหน่ง รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด มีผลตั้งแต่ วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป โดยจะรับผิดชอบดูแลการดำเนินงานการตลาด การขาย การบริการหลังการขาย การบริหารตัวแทนผู้จำหน่าย และช่วยวางกลยุทธ์ทั้งหมดของ เอ็มจี ในประเทศไทย ร่วมกับ มร. ซู๋ว์ หยิ่น (Mr. Xu Yin) กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันของ เอ็มจี ในตลาดประเทศไทยยุคใหม่ เดินหน้าสู่การเติบโตตามแผนกลยุทธ์ระดับโลก และสานต่อการพัฒนาแบรนด์เอ็มจีให้เติบโตและได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่อง”

MG 2

การเข้ารับตำแหน่งในครั้งนี้ของ นายฉัตวิทัย ตันตราภรณ์ ถือเป็นอีกจุดเริ่มต้นของการกำหนดทิศทางใหม่ให้กับ เอ็มจี ประเทศไทย ในการยกระดับการตลาด การขาย และการบริการ รวมถึงการบริหารความสัมพันธ์กับผู้จำหน่ายทุกท่าน ด้วยปณิธานของ เอ็มจี ในการทำให้ลูกค้าประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกที่ลูกค้าเดินเข้ามาที่ เอ็มจี ไปจนถึงทุกการดูแลตลอดการใช้งาน

โดย นายฉัตวิทัย ตันตราภรณ์ ได้เข้ารับตำแหน่ง รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์มากกว่า 30 ปี เคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงในกลุ่มยานยนต์พรีเมียมหลายแห่ง รวมถึงเป็นผู้ร่วมพัฒนาเทคโนโลยี และระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย

ทั้งนี้ นายฉัตวิทัย ถือเป็นผู้บริหารที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการสื่อสาร และการตลาดรวมถึงการบริหารงาน
ในระดับสูง

นายฉัตวิทัย ตันตราภรณ์ กล่าวว่า “ด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปี ในธุรกิจยานยนต์ ผมมีความมั่นใจในศักยภาพของ เอ็มจี ทั้งตัวผลิตภัณฑ์ การบริการ ทีมงาน รวมถึงผู้จำหน่าย ที่แข็งแกร่ง จะสามารถก้าวไปสู่อีกระดับของอุตสาหกรรมอย่างแน่นอน แม้ว่าตลาดยานยนต์ในประเทศไทยปัจจุบันจะมีการแข่งขันที่เข้มข้นอย่างมากแต่ในอีกมุมหนึ่ง ตลาดแห่งนี้ยังเต็มไปด้วยเสน่ห์และโอกาส โดยเฉพาะในกลุ่มยานยนต์พลังงานทางเลือกซึ่งในปีนี้มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากปีก่อน สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปิดรับเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่มากขึ้น แม้จะอยู่ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย ผู้บริโภคยังคงมองหารถยนต์ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านความคุ้มค่า เทคโนโลยี และไลฟ์สไตล์การใช้งานในชีวิตประจำวัน”

ในช่วงระยะเวลากว่า 12 ปีที่ผ่านมา เอ็มจี ได้ดำเนินธุรกิจและเติบโตอย่างแข็งแกร่งภายใต้การบริหารของ คุณพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ ผู้ซึ่งได้รับมอบหมายบทบาทใหม่ในการบริหารกลุ่มธุรกิจยานยนต์จีน โดยตลอดระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง ได้ร่วมวางรากฐานสำคัญให้กับแบรนด์ เอ็มจี ทั้งในด้านการกำหนดทิศทางองค์กร การสร้างแนวทางการดำเนินธุรกิจรูปแบบใหม่ ตลอดจนการพัฒนาระบบการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ เอ็มจี สามารถเติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างความแข็งแกร่งและต่อยอดสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจี ได้ที่

Website: www.mgcars.com

Line: @MGThailand

Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand

Twitter: @mg_thailand

Instagram: @mgthailand

Youtube: MG Thailand

TikTok: @mgthailand

Application: MG Thailand

 

 

 

 

“ซูซูกิ”จัดประชุม Suzuki Asia Distributors’ Meeting 2026 ตอกย้ำความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย และเป็นศูนย์กลางของตลาดสำคัญในเอเซีย

0
Suzuki 1

บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ Suzuki Motor Corporation ประเทศญี่ปุ่น จัดการประชุม Suzuki Asia Distributors’ Meeting 2026 ระหว่างวันที่ 25-27 พฤษภาคม 2569 ณ โรงแรมโซฟิเทล กรุงเทพ สุขุมวิท โดยมีผู้บริหารระดับสูงจาก Suzuki Motor Corporation และ Distributor จาก 15 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชีย ได้แก่ ญี่ปุ่น ไทย อินเดีย อินโดนีเซีย ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เมียนมา มองโกเลีย สิงคโปร์ ไต้หวัน เวียดนาม บรูไน ลาว และเขตบริหารพิเศษฮ่องกง เข้าร่วมการประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ ทิศทางการดำเนินธุรกิจ และกลยุทธ์การเติบโตของแบรนด์ซูซูกิในภูมิภาค

นายทาดาโอะมิ ซูซูกิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การที่ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นสถานที่จัดการประชุมระดับภูมิภาคในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่ Suzuki Motor Corporation มีต่อศักยภาพของประเทศไทยและซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) แม้ภายหลังการปรับโครงสร้างการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย บริษัทฯ ยังคงได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากสำนักงานใหญ่ประเทศญี่ปุ่น และยังคงมีบทบาทสำคัญในยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจของซูซูกิในภูมิภาคเอเชีย

การประชุมครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของเครือข่ายธุรกิจซูซูกิในภูมิภาคเอเชีย และตอกย้ำถึงความสำคัญของประเทศไทยในฐานะหนึ่งในตลาดหลักของซูซูกิ โดยการที่ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดงานในปีนี้ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของบริษัทแม่ที่มีต่อศักยภาพของประเทศไทย รวมถึงความพร้อมของ ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ในการเป็นศูนย์กลางการประสานความร่วมมือทางธุรกิจในภูมิภาค ยังเป็นเวทีที่ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่าง Distributor จากทั่วภูมิภาคเอเชีย พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ดียิ่งขึ้นสำหรับลูกค้าในแต่ละประเทศ

ภายในงานประชุม ผู้บริหารจาก Suzuki Motor Corporation ได้ร่วมแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับทิศทางธุรกิจ รวมถึงแผนกลยุทธ์ในอนาคต เพื่อให้ Distributor ในแต่ละประเทศสามารถนำไปปรับใช้ในการวางแผนธุรกิจ และยกระดับการดำเนินงานให้สอดคล้องกับพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละตลาด ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีการจัดวาระพิเศษให้แต่ละประเทศได้นำเสนอผลการดำเนินงานและแนวปฏิบัติทั้งในด้านกลยุทธ์การตลาดดิจิทัล การยกระดับดัชนีความพึงพอใจของลูกค้า ตลอดจนการแลกเปลี่ยนแนวทางการบริหารงานด้านการขาย และการบริการหลังการขาย ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในการบูรณาการองค์ความรู้ร่วมกัน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเสริมความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ซูซูกิในเครือข่ายเอเชียระยะยาว

ในโอกาสนี้ ผู้บริหารของ ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบในตลาดอุตสาหกรรมไทย พร้อมชี้ให้เห็นถึงปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนตลาด ตลอดจนพฤติกรรมของผู้บริโภค อีกทั้งยังเผยให้เห็นถึงช่องว่างในการแข่งขันในปัจจุบัน พร้อมนำเสนอข้อเสนอแนะต่างๆ และแนวทางกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยให้เครือข่ายธุรกิจรถยนต์ซูซูกิสามารถขับเคลื่อนและเติบโตท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงได้อย่างมั่นคงในอนาคต

นอกเหนือจากนั้น คณะผู้บริหารและ Distributor รถยนต์ซูซูกิจากทั่วภูมิภาคเอเชีย ยังได้เดินทางเข้าเยี่ยมชมโชว์รูมรถยนต์ซูซูกิ สำนักงานใหญ่ ถนนอ่อนนุช เพื่อศึกษาดูงานระบบการบริหารจัดการของโชว์รูมและศูนย์บริการต้นแบบ ซึ่งบริหารงานโดย ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) โดยตรง เปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ โดยได้นำเสนอทั้งมาตรฐานการต้อนรับลูกค้า ตลอดจนเทคโนโลยีและระบบการบริหารจัดการศูนย์บริการหลังการขาย เพื่อเป็นข้อมูลให้ Distributor ในภูมิภาคเอเชียสามารถนำไปประยุกต์ใช้ยกระดับมาตรฐานโชว์รูมและศูนย์บริการในประเทศของตนเองต่อไป

ปัจจุบัน ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) มีเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการรวมทั้งสิ้น 80 แห่งครอบคลุมทั่วประเทศ ที่พร้อมส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า ภายใต้ยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับงานบริการหลังการขาย ที่มุ่งเน้นความรวดเร็วแม่นยำในการจัดสรรคลังอะไหล่สำรอง ควบคู่กับการพัฒนาทักษะบุคลากรอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งการเสริมสร้างความแข็งแกร่งและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินการของเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศ เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าสู่โชว์รูม ตลอดจนการคัดสรรผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ๆ เข้าสู่ตลาด เพื่อให้สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์และสอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนเปลี่ยนไปอย่างตรงจุด

ซูซูกิยังคงเดินหน้าสานต่อพันธกิจในการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพให้แก่ลูกค้า ควบคู่ไปกับการสร้างความแข็งแกร่งให้แก่เครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศ และการพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต พร้อมมุ่งมั่นที่จะเป็นแบรนด์รถยนต์ที่อยู่เคียงข้างลูกค้าชาวไทยต่อไปอย่างยั่งยืน

 

 

“ลามิน่า” เดินหน้าสานต่อกิจกรรมเพื่อสังคมตอบแทนแผ่นดินเกิด ลดโลกร้อนด้วยการติดฟิล์มให้โลก ภายใต้โครงการ “รักษ์โลกกับลามิน่า” ครั้งที่ 13 

0
ลามิน่า 1

บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงรถยนต์และอาคาร “ลามิน่า” ฟิล์มกันสะเก็ดหินและฟิล์มกลุ่มพิเศษ “ลูมาร์” ผลิตโดยบริษัท อีสท์แมน เพอร์ฟอร์แมนซ์ฟิล์ม สหรัฐอเมริกา อุปกรณ์บรรทุกสัมภาระ “ธูเล่” จากสวีเดน รวมถึงผลิตภัณฑ์ดูแลรักษารถยนต์ครบวงจร “แอลลักซ์” คุณภาพเยี่ยมจากสหรัฐอเมริกาและอังกฤษแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย www.laminafilms.com

ลามิน่า2

นำทีมปลูกกล้าไม้ในแปลงปลูกป่า 30 ไร่ มุ่งเน้นการศึกษาการเติบโต การปรับตัว และความสัมพันธ์ของไม้ป่าหลากหลายชนิดในรูปแบบ “การปลูกไม้ผสม” ภายใต้ร่มเงาไม้พื้นเมืองดั้งเดิม เพื่อจำลองระบบนิเวศใกล้เคียงธรรมชาติและส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ ในพื้นที่ศูนย์วนวัฒนวิจัยที่ (นครราชสีมา) (หน่วยย่อย) ตำบลอุดมทรัพย์ อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา

ลามิน่า 3

กิจกรรมโครงการรักษ์โลกกับลามิน่า ครั้งที่ 13 นี้นำโดย นางสาวจันทร์นภา สายสมร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ประธานโครงการ รวมถึงผู้บริหารและพนักงาน ซึ่งได้รับความร่วมมือจากกรมป่าไม้ นำทีมโดย นายดุริยะ สถาพร นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ รักษาการในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านวิจัยการจัดการป่าไม้ ชมรมรถขับเคลื่อนสี่ล้อกลุ่มกระทิงโทน คณะผู้บริหารศูนย์ตัวแทนจำหน่ายและผู้ใช้ฟิล์มกรองแสงลามิน่า  สื่อมวลชน ชุมชนโดยรอบ โรงเรียนในพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ลามิน่า 4

ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายกำธร สุวรรณเวช ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการป่าไม้ ผู้แทนอธิบดีกรมป่าไม้ เป็นประธานในพิธี ร่วมด้วย ดร.ก้องเกียรติ เต็มตำนาน ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ (นครราชสีมา)  นายภาสกร นาชัยเวียง ผู้อำนวยการส่วนวนวัฒนวิจัย กรมป่าไม้ และ นายสันติ แสนอาจ ประธานที่ปรึกษากลุ่มกระทิงโทน

ลามิน่า 5

โครงการรักษ์โลกกับลามิน่า ได้น้อมนำศาสตร์พระราชาเกี่ยวกับการฟื้นฟูสภาพป่าและสิ่งแวดล้อมมาปรับใช้ในการรักษาสภาพทางนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อม การออกแบบแปลงวิจัยกำหนดให้ปลูกไม้จำนวน 15 ชนิด โดยจัดเป็นคู่ชนิดไม้ที่มีลักษณะทางนิเวศและศักยภาพการเติบโตแตกต่างกัน ได้แก่ มะค่าโมง ร่วมกับ ประดู่ป่า, พะยูง ร่วมกับ ชิงชัน, พะยอม ร่วมกับ เคี่ยมคะนอง, รัง ร่วมกับ ยางแดง, ตะเคียนหิน ร่วมกับ ตะเคียนทอง, มะริด ร่วมกับ ยางนา ด้วยกล้าไม้จำนวน 3,000 ต้น ในพื้นที่ 30 ไร่ ใช้ระยะปลูก 4 x 4 เมตร ทั้งยังปลูกไม้โตเร็วและไม้แนวกันชนรอบแปลงเพื่อปรับสภาพแวดล้อม ลดแรงลม เพิ่มอินทรียวัตถุ และช่วยสร้างร่มเงาในระยะเริ่มต้นของการปลูก

ลามิน่า 6

นอกจากนี้ฟิล์มกรองแสงลามิน่ายังได้มอบเงินเพื่อสนับสนุนผืนป่าดังกล่าวอย่างต่อเนื่องอีก ปี เพื่อการบำรุงรักษาต้นไม้ในโครงการให้เจริญเติบโต ซึ่งการปลูกป่าในโครงการรักษ์โลกกับลามิน่ามีอัตราการรอดและเติบโตสูงถึง 95% ให้เป็นแหล่งศึกษาวิจัย แหล่งเรียนรู้ด้านการฟื้นฟูป่าไม้ และต้นแบบการเพิ่มพื้นที่สีเขียว อันนำไปสู่การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ลามิน่า 7

นับตั้งแต่โครงการแรกในปี พ.ศ.2551 จนถึงโครงการล่าสุดในปีนี้ “รักษ์โลกกับลามิน่า” ได้คืนผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ให้ประเทศไทยไปแล้วกว่า 580 ไร่ นับเป็นต้นไม้กว่า 113,000 ต้น แม้จะมีช่วงหยุดโครงการไปหลังจบโครงการที่ 12 พ.ศ.2562 ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งเป็นช่วงที่ไม่สามารถจัดกิจกรรมที่รวมคนจำนวนมากกว่า 300 คนได้

ลามิน่า 8

ตลอดระยะเวลากว่า ทศวรรษในฐานะผู้นำธุรกิจฟิล์มกรองแสงอันดับ ของเมืองไทย ลามิน่าได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยขับเคลื่อนสังคมไทยให้น่าอยู่อย่างยั่งยืนภายใต้เจตนารมณ์ “ลามิน่าขอเติบโตเคียงคู่สังคมไทย” ผ่านโครงการเพื่อสังคมต่างๆ นอกเหนือจากโครงการรักษ์โลกกับลามิน่า ยังมีโครงการลามิน่าสานฝันเด็กไทยได้เล่าเรียน เพื่อให้โอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียมแก่เยาวชนของชาติ โครงการลามิน่ามินิสานฝัน โครงการลามิน่าสร้างฝันปันรอยยิ้ม

ลามิน่า 11

รวมถึงสนับสนุนโครงการเพื่อสังคมและองค์กรสาธารณกุศลต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย มูลนิธิชัยพัฒนา ทุนมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลในพระบรมราชูปถัมภ์ สนับสนุนทุนวิจัยขั้นสูงด้านเภสัชวิทยา ศิริราชมูลนิธิ และอื่นๆ อีกมาก ซึ่งทุกโครงการล้วนเกิดจากพลังความมุ่งมั่น ทุ่มเท เพื่อส่งมอบความสุขคืนสู่สังคมไทยอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนตลอดไป

ทีม “MOTOR EXPO” ขับทรหด 6 ชั่วโมง ก้าวขึ้นโพเดียม RAAT Thailand Endurance 2026

0
Motor Expo 1

ชไมพร ปภัสร์พงษ์ นำทีม “Motor Expo Racing Team” ขับรถคู่ใจ HONDA CR-Z หมายเลข 63 พร้อมด้วย ชาริยะ นุยา และพงศ์พล นารายพิทักษ์ คว้าอันดับที่ 2 รุ่น TC4 และอันดับที่ 5 Overall ในการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบสุดหฤโหด 6 ชั่วโมง รายการ RAAT Thailand Endurance Championship 2026 สนามที่ 1 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2569

Motor Expo 2

Motor Expo 3

Motor Expo4

Motor Expo10

สามารถติดตามการแข่งสนามหน้า วันที่ 18-19 กรกฎาคม 2569 ได้ที่ Facebook.com/MotorExpo