Home Blog Page 2

พร้อมเต็มร้อย! ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต เตรียมส่งรถแข่งไทรทัน แรลลี่คาร์ ตั้งเป้าคว้าแชมป์สมัยที่ 2 ติดต่อกัน ในศึกเอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ 2026

0
ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต 1

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น (มิตซูบิชิ มอเตอร์ส) ประกาศความพร้อมของทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต ภายใต้การสนับสนุนด้านเทคนิคจาก มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศญี่ปุ่น)หลังเสร็จสิ้นภารกิจทดสอบสมรรถนะและความทนทานของรถแข่งมิตซูบิชิ ไทรทัน แรลลี่คาร์ ต่อเนื่องนานถึง 7 วัน เมื่อช่วงกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา บนเส้นทางออฟโรดใกล้อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย โดยการทดสอบดังกล่าวดำเนินการขึ้นภายใต้การจำลองสภาวะที่ใกล้เคียงกับสนามจริงของการแข่งขันรายการเอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ หรือ เอเอ็กซ์ซีอาร์ (AXCR) ซึ่งผลการทดสอบ ได้ยืนยันว่า การพัฒนาสมรรถนะและความแข็งแกร่งของ ไทรทัน แรลลี่คาร์ นั้นเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ทั้งนี้ สำหรับศึกการแข่งขัน เอเอ็กซ์ซีอาร์ 2026 ที่กำลังจะเกิดขึ้นในประเทศไทยช่วงเดือนสิงหาคมนี้ ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต เตรียมส่งรถแข่งไทรทัน แรลลี่คาร์ ลงสนามจำนวน 3 คัน พร้อมตั้งเป้าคว้าแชมป์ติดต่อกันเป็นสมัยที่ 2

ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต 2

การแข่งขัน เอเอ็กซ์ซีอาร์ 2026 จะใช้เส้นทางรวมประมาณ 2,000 กิโลเมตร ตลอดระยะเวลา 6 วัน ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนชื้น และภูมิประเทศอันสมบุกสมบันตามแบบฉบับของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเส้นทางการแข่งขันจะทวีความท้าทายขึ้นด้วยอุปสรรคหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ภูเขาสูงชัน เส้นทางในป่าทึบที่ทั้งแคบและขรุขระ รวมถึงทางวิบากที่ต้องอาศัยความเร็วต่ำถึงปานกลาง ในการฝ่าหล่มโคลนและจุดข้ามลำน้ำที่เกิดจากฝนตกฉับพลัน ไปจนถึงทางดินแนวราบที่สามารถใช้ความเร็วสูงได้ อาทิ ทุ่งหญ้ากว้าง และเส้นทางในพื้นที่เกษตรกรรม

ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต 3

เพื่อสานต่อความสำเร็จและคว้าชัยชนะติดต่อกันเป็นสมัยที่ 2 ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต ได้ดึงศักยภาพของรถแข่งไทรทัน แรลลี่คาร์ ออกมาอย่างเต็มพิกัด พร้อมเสริมสมรรถนะการขับขี่ให้สามารถรับมือและควบคุมรถได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น ตลอดสภาพเส้นทางอันหลากหลายและยากลำบากของการแข่งขันเอเอ็กซ์ซีอาร์ โดยมีการปรับการจัดวางองค์ประกอบของตัวรถ รวมถึงตำแหน่งของระบบส่งกำลัง ให้กระจายน้ำหนักระหว่างด้านหน้าและด้านหลังได้อย่างสมดุลมากขึ้น อีกทั้งยังได้ปรับจูนช่วงล่างและระบบกันสะเทือน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเกาะถนนของล้อทั้งสี่ ช่วยให้เสถียรภาพในการควบคุมพวงมาลัยและการเข้าโค้งดีกว่าเดิม นอกจากนี้ ยังได้มีการ
อัปเกรดการตอบสนองของเครื่องยนต์ในย่านความเร็วต่ำถึงปานกลาง เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการควบคุมและ
ขีดความสามารถในการลุยเส้นทางออฟโรดให้ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้น

ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต 4

“ในการแข่งขัน เอเอ็กซ์ซีอาร์ รถแข่งไทรทัน แรลลี่คาร์ ต้องขับเคลื่อนด้วยความเร็วสูงบนเส้นทางที่หลากหลายและท้าทายอย่างหนัก ส่งผลให้ตัวรถต้องรองรับแรงกระแทกจากสภาพถนน ซึ่งในบางกรณีอาจสูงกว่าการใช้งานโดยปกติของลูกค้าทั่วไปกว่า 30 เท่า” มร. ฮิโรชิ มาซูโอกะ ผู้อำนวยการ ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต กล่าว “ข้อมูลทางเทคนิคที่ได้รับจากการเข้าร่วมการแข่งขัน เอเอ็กซ์ซีอาร์ ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ไม่เพียงช่วยเพิ่มความได้เปรียบในการชิงชัยให้กับรถแข่งไทรทัน แรลลี่คาร์ ของเราเท่านั้น แต่ยังมอบข้อมูลเชิงลึกอันทรงคุณค่าในการเสริมสร้างความโดดเด่นให้กับรถยนต์ที่ผลิตเพื่อจำหน่ายจริงอีกด้วย องค์ความรู้ที่ได้รับเหล่านี้ ไม่เพียงถูกนำไปประยุกต์ใช้กับรถยนต์มิตซูบิชิ ไทรทันเท่านั้น แต่ยังถ่ายทอดไปยัง ออล-นิว ปาเจโร ที่มีกำหนดเปิดตัวครั้งแรกของโลกช่วงไตรมาสที่ 3 นี้เช่นกัน และด้วยแนวทางการพัฒนารถยนต์ที่ผ่านการเคี่ยวกรำอย่างเข้มข้นจากสมรภูมิแรลลี่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส จะยังคงเดินหน้านำเสนอยนตรกรรมที่เปี่ยมไปด้วยความโดดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ เพื่อสะท้อนถึงตัวตนที่แท้จริงของแบรนด์ต่อไป”

ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต 5

ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต

ผู้อำนวยการทีม: ฮิโรชิ มาซูโอกะ (มิตซูบิชิ มอเตอร์ส)

เจ้าของทีม: ชยุส ยังพิชิต (ทันท์ สปอร์ต)

ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค: ก่อพงษ์ อมาตยกุล (ทันท์ สปอร์ต)

ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต 6

นักแข่งและผู้นำทาง

ชยพล โยธา
ตัวแทนจาก: จังหวัดอุดรธานี ประเทศไทย
เกิด: 16 สิงหาคม 2530 (อายุ 38 ปี)
ประวัติการแข่งขัน: ชยพล คร่ำหวอดในการแข่งขันแรลลี่
และมอเตอร์สปอร์ตหลายรายการในประเทศไทย และเป็นผู้นำทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต คว้าแชมป์ประเภทโอเวอร์ออล 2 ครั้ง จากการแข่งขัน เอเอ็กซ์ซีอาร์ 2022 และ 2025 ด้วยสไตล์การขับที่แม่นยำ ระมัดระวัง และสามารถทำความเร็วสูงได้โดย
ไม่สร้างความเสียหายให้กับตัวรถ

ผู้นำทาง: พีรพงษ์ สมบัติวงศ์ (ประเทศไทย)

ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต 7

คัตสึฮิโกะ ทากูชิ
ตัวแทนจาก: จังหวัดโอคายาม่า ประเทศญี่ปุ่น
เกิด: 7 กุมภาพันธ์ 2515 (อายุ 54 ปี)
ประวัติการแข่งขัน: คัตสึฮิโกะ ทากูชิ เป็นนักแข่งแรลลี่ระดับนานาชาติ เจ้าของแชมป์รายการ FIA Asia-Pacific Rally Championship 2 สมัย และเป็นคู่นักแข่งชาวญี่ปุ่นที่ทำอันดับสูงสุดในการแข่งขัน เอเอ็กซ์ซีอาร์ 2025 ด้วยการคว้าอันดับที่ 5 ประเภทโอเวอร์ออล (Overall)

ผู้นำทาง: ทาคาฮิโระ ยาสุอิ (ประเทศญี่ปุ่น)

ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต 8

คาสุโตะ โคอิเดะ (มิตซูบิชิ มอเตอร์ส)
ตัวแทนจาก: จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น
เกิด: 19 มิถุนายน 2522 (อายุ 46 ปี)
ประวัติการแข่งขัน: คาสุโตะ โคอิเดะ เป็นผู้ทดสอบรถยนต์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส จึงมีประสบการณ์และเชี่ยวชาญการขับรถยนต์มากมาย อาทิ มิตซูบิชิ ปาเจโร และ มิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีโวลูชั่น ปัจจุบันทำหน้าที่เป็นผู้ฝึกสอนทักษะการขับขี่ให้แก่
ผู้ทดสอบรถยนต์ รวมถึงยังเป็นผู้สาธิตการขับขี่ในงานกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งในและนอกประเทศญี่ปุ่น

ผู้นำทาง: เออิจิ ชิบะ (ประเทศญี่ปุ่น)

ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต 9

“ฟอร์ด” ชู ‘Rapid Hub’ เครือข่ายวิศวกรภาคสนาม 10 แห่งทั่วไทย ยกระดับบริการหลังการขาย ส่งมอบรถคืนลูกค้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น  

0
ฟอร์ด 1

ความเชื่อมั่นในแบรนด์ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในวันที่ลูกค้าซื้อรถ แต่วัดกันที่บริการหลังการขาย ฟอร์ด ประเทศไทย จึงมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมบริการลูกค้ามาโดยตลอด โดยหนึ่งในกลไกสำคัญคือ Rapid Hub เครือข่ายสนับสนุนเชิงรุกที่ช่วยให้ผู้จำหน่ายและทีมวิศวกรสามารถแก้ไขเคสที่ซับซ้อนได้รวดเร็วขึ้น ช่วยลดระยะเวลาที่รถจอดซ่อมหรือ VOR (Vehicle Off Road) เหลือเพียง 4 วัน[1] และส่งมอบรถกลับคืนสู่มือลูกค้าได้รวดเร็วขึ้น

ฟอร์ด 2

จาก ตั้งรับสู่การทำงาน เชิงรุกอย่างไร้รอยต่อ

Rapid Hub เปิดตัวครั้งแรกในปี 2565 ด้วยเป้าหมายสำคัญในการปรับวิธีทำงานของฟอร์ดจากการรอรับปัญหาไปสู่การเข้าดูแลลูกค้าเชิงรุกทันทีเมื่อมีการเปิดงานซ่อมในระบบ แม้แนวคิดนี้จะดูเรียบง่าย แต่ในทางปฏิบัติ ต้องอาศัยความร่วมมือและการประสานงานระหว่างหลายทีมอย่างแนบแน่น เพื่อให้ทุกขั้นตอนดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ไม่สะดุด ปัญหาความล่าช้าในการดูแลรถหลายครั้งไม่ได้เกิดจากความซับซ้อนของอาการรถเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการส่งต่อข้อมูลที่ไม่เชื่อมโยงอย่างทันท่วงที Rapid Hub จึงถูกออกแบบมาเพื่อเชื่อมทุกทีมให้เห็นสถานะของเคสพร้อมกันตั้งแต่ต้น โดยเฉพาะเคสเร่งด่วนที่ต้องการการสนับสนุนอย่างทันท่วงที

ฟอร์ด 4

โครงการนี้ เชื่อมการทำงานของ 3 ทีมหลัก ได้แก่ ทีมลูกค้าสัมพันธ์ ทีมวิศวกรเทคนิคภาคสนาม และผู้จัดการงานขายของแต่ละเขต เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ ทำให้การติดตามเคสมีความต่อเนื่อง ตั้งแต่ศูนย์บริการวิเคราะห์อาการรถ ช่างเทคนิคจะประสานข้อมูลกลับมายังทีมลูกค้าสัมพันธ์ในทันที ก่อนที่ทีมลูกค้าสัมพันธ์จะประเมินระยะเวลาและแจ้งลูกค้าอย่างต่อเนื่องตลอดกระบวนการ เพิ่มความมั่นใจและลดความกังวลระหว่างรอรับรถ สำหรับเคสที่ไม่สามารถส่งมอบได้ภายในหนึ่งวัน ระบบจะยกระดับเป็นเคส ‘VOR 1 วัน’ ทันที และส่งทีมวิศวกรเทคนิคภาคสนามเข้าช่วยสนับสนุนเชิงรุกโดยทันที เช่น เคสที่มีไฟเตือนบนหน้าจอไม่แนะนำให้ขับต่อ การเข้าดูแลอย่างรวดเร็วไม่เพียงช่วยป้องกันปัญหาลุกลาม แต่ยังช่วยดูแลความปลอดภัยของลูกค้าเป็นสำคัญ

ฟอร์ด 6

Rapid Hub ได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายวิศวกรภาคสนามที่ผ่านการรับรองความเชี่ยวชาญระดับสูง (Master Certified) จำนวน 10 แห่งทั่วประเทศ ทั้งในกรุงเทพและจังหวัดยุทธศาสตร์สำคัญ โดยทีมวิศวกรภาคสนามต้องเดินทางถึงผู้จำหน่ายภายใน 3 ชั่วโมง เพื่อช่วยเร่งการดูแลเคสที่ซับซ้อน จนสามารถมีดัชนี ‘การซ่อมเสร็จตั้งแต่ครั้งแรก’ สูงถึง 96%1 ขณะเดียวกัน ทีมงานยังลงพื้นที่ตรวจประเมินมาตรฐานช่างและความพร้อมของเครื่องมืออย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ศูนย์บริการทุกแห่งพร้อมดูแลลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ฟอร์ด 5

เทคโนโลยีและทีมงานเบื้องหลังความรวดเร็ว

เพราะบางเคสต้องการการวิเคราะห์ขั้นสูง ฟอร์ดจึงนำเทคโนโลยีแว่นตาช่วยเหลืองานซ่อมระยะไกลมาใช้เพื่อให้ช่างเทคนิคที่ศูนย์บริการสามารถสื่อสารกับวิศวกรส่วนกลางแบบเห็นภาพหน้างานได้แบบเรียลไทม์ ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการวิเคราะห์และลดเวลาการเดินทางในการสนับสนุน ขณะเดียวกัน หากรถยังไม่สามารถส่งมอบให้ลูกค้าได้ภายในหนึ่งวัน ฟอร์ดยังมีบริการรถสำรองเพื่อช่วยให้ลูกค้ายังคงเดินทางได้อย่างไม่สะดุด[2]

ฟอร์ด 6

เบื้องหลัง Rapid Hub คือมาตรฐานการดูแลที่แข็งแกร่งของศูนย์บริการฟอร์ดทั่วประเทศ ด้วยช่องซ่อมรวมกว่า 1,248 ช่อง และปริมาณใบสั่งซ่อมราว 400,000 ใบต่อปี ฟอร์ดจึงให้ความสำคัญกับการบริหารทรัพยากรช่าง เทคโนโลยี และกระบวนการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับการส่งมอบบริการที่รวดเร็วและมีมาตรฐานในทุกพื้นที่

ฟอร์ด 7

ความมุ่งมั่นในการดูแลลูกค้าทุกคนเสมือนคนในครอบครัว

Rapid Hub จึงไม่ใช่เพียงโครงการที่ทำให้งานซ่อมเร็วขึ้น แต่คือการตอกย้ำความมุ่งมั่นของฟอร์ดในการดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพราะสำหรับฟอร์ดแล้ว การให้บริการหลังการขายไม่ใช่แค่การแก้ปัญหา แต่คือการส่งมอบความมั่นใจ และทำให้ลูกค้าได้รับการดูแลเสมือนคนในครอบครัวเสมอ

ฟอร์ด 9

ค่ายรถแห่จองพื้นที่ MOTOR EXPO 2026 เต็มแล้ว

0
IMC สื่อสากล 1

IMC สื่อสากล” เปิดจองพื้นที่งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43” ค่ายรถยนต์ จักรยานยนต์ ไม่ยอมพลาด วันเดียวจองเต็มพื้นที่

IMC สื่อสากล 2

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43” เปิดเผยว่า “จากความสำเร็จของงานปีก่อน ที่มียอดรถยนต์ 75,246 คัน จักรยานยนต์ 5,263 คัน ผู้เข้าชมงานกว่า 1.5 ล้านคน สร้างเม็ดเงินสะพัดรวมกว่า 7 หมื่นล้านบาท ประกอบกับตลาดรถยนต์ปีนี้ยังขยายตัวต่อเนื่อง ส่งผลให้การเปิดจองพื้นที่ MOTOR EXPO 2026 ภายในอาคารชาลเลนเจอร์ 1-3 รวม 60,000 ตารางเมตร มีผู้ผลิตรถยนต์ จักรยานยนต์ และอุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง ให้ความสนใจอย่างคึกคัก ถูกจองเต็มอย่างรวดเร็ว”

IMC สื่อสากล 3

ยิ่งกว่านั้น ในงานยังจัดสรรพื้นที่สำหรับกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจ สำหรับเด็ก เยาวชน และคนรักยานยนต์ ได้แก่ Join Boat Platform จัดแสดงเรือ และกิจกรรมทางน้ำ / Skill Driving Experience Junior จัดกิจกรรมสนุกปลูกฝังวินัยจราจรเด็ก / มูลนิธิ “ลมหายใจไร้มลทิน” / Skill Driving Experience ให้ความรู้การขับรถที่ถูกต้อง / Spirit of the 4×4 Driving School ให้ความรู้การขับรถขับเคลื่อน 4 ล้อ / สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย จัดแสดงรถโบราณทรงคุณค่า ฯลฯ

IMC สื่อสากล 4

“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43” จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “โน่น นี่ นั่น สารพันยานยนต์-Here, There and Every Car” โดยมีผู้อุปถัมภ์อย่างเป็นทางการ ได้แก่ บริษัท ทรู วิชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด และบริษัท ฟินนิกซ์ ฟิล์ม จำกัด

IMC สื่อสากล 5

พบกับ งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43” ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 2-13 ธันวาคม 2569 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ motorexpo.co.th และทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล”

IMC สื่อสากล 6

ฮุนได อัดแคมเปญ “Hyundai Clearance Sales” ราคาพิเศษ จำนวนจำกัด  เฉพาะ STARIA – PALISADE สู้ราคาน้ำมันดีด รองรับ B20 จองและรับรถตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2569 เท่านั้น

0
ฮุนได 1

ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย ปรับเกมรุกประกาศแคมเปญ “Hyundai Clearance Sales” จัดข้อเสนอเพื่อสอดรับมาตรการส่งเสริมการใช้งานน้ำมันไบโอดีเซล B20 ดัน Hyundai STARIA และ Hyundai PALISADE ราคาพิเศษ จำนวนจำกัด ด้วยส่วนลดสูงสุดถึง 500,000 บาท ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 มิถุนายน 2569

ฮุนได 2

สำหรับครอบครัว ผู้บริหาร และผู้ประกอบการที่กำลังมองหารถยนต์อเนกประสงค์ระดับพรีเมียมในจังหวะราคาคุ้มสุดแห่งปี Hyundai STARIA (EURO 5) คือหนึ่งในข้อเสนอที่ดีที่สุด ด้วยดีไซน์ล้ำสมัย ห้องโดยสารกว้างขวาง ให้ความสะดวกสบายเสมือนเลานจ์ส่วนตัว พร้อมเบาะนั่งที่ออกแบบมาเพื่อทุกการเดินทาง เทคโนโลยีความปลอดภัย Hyundai SmartSense และเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร ที่ให้ทั้งพละกำลัง ความประหยัด และรองรับน้ำมันไบโอดีเซล B20 มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย

ฮุนได 3

  • STARIA Essence ราคาพิเศษ 1,249,000 บาท จากราคาปกติ 1,499,000 บาท สำหรับ 30 คันสุดท้าย
  • STARIA Elite ราคาพิเศษ 1,409,000 บาท จากราคาปกติ 1,659,000 บาท สำหรับ 20 คันสุดท้าย

พร้อมการรับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 5 ปี ไม่จำกัดเลขไมล์

ฮุนได 4

อีกรุ่นที่ไม่ควรพลาด Hyundai PALISADE เอสยูวีแฟลกชิป 7 ที่นั่ง สำหรับครอบครัวยุคใหม่ที่ต้องการทั้งความหรูหรา พื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง และความมั่นใจในทุกการเดินทาง โดดเด่นด้วยห้องโดยสารขนาดใหญ่ วัสดุตกแต่งระดับพรีเมียม พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยและระบบช่วยเหลือการขับขี่ครบครัน ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร รองรับน้ำมันไบโอดีเซล B20 เหมาะสำหรับครอบครัวใหญ่และสายเดินทางไกล โดยมีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่

  • Exclusive (2WD)ราคาพิเศษ 1,799,000 บาท จากราคาปกติ 2,299,000 บาท
  • Prestige (AWD)ราคาพิเศษ 1,999,000 บาท จากราคาปกติ 2,499,000 บาท

ฮุนได 5

พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งและ พ.ร.บ. นาน 1 ปี สำหรับ PALISADE ทุกรุ่นย่อย รวมถึงการรับประกันคุณภาพรถยนต์ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 7 ปี ไม่จำกัดเลขไมล์

ฮุนได 6

แคมเปญ Hyundai Clearance Sales คือ หมากสำคัญที่สะท้อนทิศทางเชิงรุกของฮุนไดในตลาดรถยนต์พรีเมียมไทย ด้วยการนำเสนอรถแฟลกชิปรุ่นสำคัญในเงื่อนไขที่คุ้มค่าที่สุดแห่งปี ก่อนเดินหน้าสู่การปรับไลน์อัปผลิตภัณฑ์ครั้งใหม่ โดยยังคงยึดมั่นในการส่งมอบยนตรกรรมที่ผสานนวัตกรรม เทคโนโลยี คุณภาพระดับสากล และประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์อย่างครบวงจร ผู้สนใจสามารถสัมผัส ทดลองขับ และรับข้อเสนอพิเศษได้ที่โชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 มิถุนายน 2569

 

“Honda e:N2 Exclusive Test Drive” เปิดประสบการณ์ขับขี่สุดเร้าใจ บนสเตชันทดสอบสุดพิเศษ พิสูจน์สมรรถนะเต็มขั้นของ EV ที่เข้าใจผู้ใช้งานอย่างแท้จริง

0
ฮอนด้า 1

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด จัดกิจกรรม “Honda e:N2 Exclusive Test Drive” ชวนลูกค้าเปิดประสบการณ์การขับขี่ พร้อมทดสอบสมรรถนะอย่างเต็มประสิทธิภาพของ Honda e:N2 รถเอสยูวีไฟฟ้า 100% บนสถานีทดสอบที่ออกแบบเป็นพิเศษ เพื่อจำลองสถานการณ์การใช้งานจริงได้อย่างครบถ้วน สะท้อนศักยภาพการขับขี่และการควบคุมได้อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมสัมผัสกับฟังก์ชันและเทคโนโลยีระดับพรีเมียมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้ขับขี่ยุคใหม่ มอบทั้งความมั่นใจ ความสะดวกสบาย และประสบการณ์ขับขี่ที่เข้าใจผู้ใช้งานอย่างแท้จริง ณ ศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า กรุงเทพ เมื่อเร็ว ๆ นี้

ฮอนด้า 2

Honda e:N2 Exclusive Test Drive นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสุดพิเศษที่ฮอนด้า ตั้งใจเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัสสมรรถนะของ Honda e:N2 อย่างเต็มรูปแบบในสภาพการใช้งานจริง ผ่านการรังสรรค์พื้นที่ศูนย์ฝึกขับขี่ฯ ให้กลายเป็นแทร็กทดสอบที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษ ประกอบด้วยสถานีทดสอบที่ครอบคลุมทุกมิติของการขับขี่ อาทิ การทดสอบอัตราเร่ง การควบคุมรถแบบ Slalom การทรงตัว การเข้าโค้งในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงการขับขี่บนทางชันและการเบรก โดยมีครูฝึกผู้ชำนาญการของฮอนด้าคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดในทุกสถานีทดสอบ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสและทดลองสมรรถนะของรถได้อย่างเต็มที่ และสัมผัสถึงอีกขั้นของประสบการณ์การขับขี่ที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว พร้อมเปิดมิติใหม่ให้แก่ชีวิต (Future: Activated)

ฮอนด้า 4

ครั้งแรกกับการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ EV แบบจัดเต็ม ของ คุณพรธิดา ดวงสุฤทธิ์ ที่เผยว่า “ก่อนหน้านี้ยังไม่เคยทดลองรถยนต์ไฟฟ้าอย่างจริงจัง แต่ด้วยความมั่นใจในแบรนด์ฮอนด้า ที่ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพและมาตรฐาน จึงตัดสินใจมาทดลองขับ Honda e:N2 ซึ่งหลังจากได้ลองแล้วต้องบอกว่าประทับใจมาก ทั้งสมรรถนะการขับขี่ การควบคุม และการตอบสนองของคันเร่งที่รวดเร็วทันใจ รวมถึงดีไซน์ที่ทันสมัยและฟังก์ชันภายในที่ครบครัน โดยเฉพาะระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง BOSE และเทคโนโลยีความปลอดภัยที่จัดเต็ม หากจะเลือกรถยนต์ไฟฟ้าคันแรก จะต้องเป็นฮอนด้าอย่างแน่นอน”

ฮอนด้า 4

ด้านคุณชนัฐชนม์ เดชจิตกร แฟนฮอนด้าที่ใช้รถมาหลากหลายรุ่น เผยความประทับใจหลังการทดสอบว่า “เวลาจะเลือกซื้อรถ สิ่งแรกที่พิจารณาคือชื่อเสียงแบรนด์ ซึ่งส่วนตัวชอบและเชื่อมั่นในฮอนด้ามาโดยตลอด อีกเรื่องคือสมรรถนะที่ต้องตอบโจทย์สไตล์การขับขี่ของตัวเอง ซึ่งหลังจากได้ทดลองขับ Honda e:N2 ต้องบอกว่าอัตราเร่งดีมาก เบรกมั่นใจ ช่วงล่างนุ่มนวล เกาะโค้งดี ควบคุมง่าย และวงเลี้ยวแคบคล่องตัว”

ฮอนด้า 5

Honda e:N2 รถเอสยูวีไฟฟ้า 100% ราคา 1,429,000 บาท โดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ตเอสยูวีท้ายลาดแบบ Fastback พร้อมเส้นสายเฉียบคม ห้องโดยสารกว้างขวาง ครบครันด้วยเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบาย พร้อมหลากหลายฟีเจอร์ที่ติดตั้งเป็นครั้งแรกของรถยนต์ฮอนด้าในไทย! อาทิ กระจกด้านหลังแบบ Privacy กระจกที่นั่งด้านหน้าและด้านหลังแบบกันเสียง น้ำหอมอโรมา (Aroma Diffuser) กระจกมองหลังแบบกล้องพร้อมปรับลดแสงอัตโนมัติ ถุงลมกลางด้านหน้า จัดเต็มเทคโนโลยีความปลอดภัย ทั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ครอบคลุม 6 ฟังก์ชันการใช้งาน และอื่น ๆ อาทิ ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Information: BSI) ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor: CTM) ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-view Camera System: MVCS) เซนเซอร์กะระยะหน้า 4 จุด และหลัง 4 จุด

ฮอนด้า 6

มอบสมรรถนะการขับขี่ที่สนุก มั่นใจทุกสปีด แต่นุ่มนวลในทุกจังหวะ โดย Honda e:N2 พัฒนาบนแพลตฟอร์มขับเคลื่อนด้วยล้อหน้า e:N Architecture F ประสิทธิภาพสูง ที่มาพร้อมการปรับจูนการตอบสนองของอัตราเร่งอย่างเหมาะสม ให้การขับขี่ที่มั่นใจ นุ่มนวล และควบคุมง่าย ตอบสนองเร็วทันใจด้วยกำลังสูงสุด 150 กิโลวัตต์หรือ 204 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 310 นิวตัน-เมตร รองรับระยะทางวิ่งสูงสุด 530 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง

ฮอนด้า 8

เป็นเจ้าของ Honda e:N2 ได้แล้ววันนี้ พร้อมรับข้อเสนอพิเศษ! เมื่อจองตั้งแต่ 1 – 30 มิ.ย. 69 และรับรถภายใน 31 ก.ค. 69

  • ดอกเบี้ย 54%* สำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) หรือดอกเบี้ย 1.69%* สำหรับลูกค้าทั่วไป
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 (1 ปี)
  • ฟรี โฮมชาร์จเจอร์พร้อมบริการติดตั้งและสายชาร์จแบบพกพา
  • ฟรี Honda Ultimate Care ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • ฟรี ขยายการรับประกันแบตเตอรี่ EV และระบบขับเคลื่อน EV ทั้งระบบ เป็นระยะเวลา 8 ปี หรือ 160,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

ฮอนด้า 9

ผู้ที่สนใจสามารถสัมผัสและทดลองขับ Honda e:N2 เพื่อ Activated ประสบการณ์ใหม่แห่งการขับขี่ ได้แล้ววันนี้ ผ่านทาง https://www.honda.co.th/testdrive ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.honda.co.th/en2 และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777

ฮอนด้า 11

อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

  • เว็บไซต์: honda.co.th
  • Facebook Official Account: Honda Thailand
  • LINE Official Account: @honda-thailand

หมายเหตุ:

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

 

“เรเว่” ชาร์จฝันพลังบอลไทยกับ Football Clinic BYD Drive the Dream พร้อมส่งต่อพลังแห่งอนาคตฟุตบอล ให้เยาวชนไทย

0
BYD 1

บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วย บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานใหม่ บีวายดี และ เดนซ่า อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายใต้กลุ่มธุรกิจเรเว่ ผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของฟุตบอลทีมชาติไทย และ การแข่งขันไทยลีก ร่วมชาร์จฝันพลังบอลไทยให้กับเยาวชนไทยที่ชื่นชอบในกีฬาฟุตบอล ผ่านการจัดกิจกรรม Football Clinic BYD Drive the Dream ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยมีเยาวชนเข้าร่วมงานทั้งหมด 264 คน ซึ่งนอกจากจะได้ใกล้ชิดกับนักกีฬาทีมชาติแล้ว ยังมีคอร์สฝึกอบรมทักษะการเล่นฟุตบอล โดยโค้ชฟุตบอลทีมชาติ และมอบอุปกรณ์กีฬาให้อีกด้วย เพื่อเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนไทย และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนวงการฟุตบอลไทยในอนาคตต่อไป ภายใต้แนวคิด ‘BYD ชาร์จพลังบอลไทย’  ในพิธีมี นายจิรศักดิ์ ชื่นอารมย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด เป็นตัวแทนบริษัทฯ ในการมอบอุปกรณ์กีฬา ให้ศูนย์นันทนาการและศูนย์เยาวชน

BYD 2

ชาร์จพลังทักษะฟุตบอล ให้เยาวชนไทย

BYD 3

กิจกรรม Football Clinic BYD Drive the Dream มีเยาวชนจำนวน 264 คนเข้าร่วม ทั้งหมดมีอายุระหว่าง 7 -14 ปี โดยมาจากศูนย์นันทนาการบางกะปิ, ศูนย์นันทนาการลาดกระบัง, โรงเรียนปราสาทวิทยา จังหวัดสิงห์บุรี, ศูนย์นันทนาการสะพานสูง, โค้ชอาสาสนามใต้ทางด่วนวังทองหลาง, ศูนย์นันทนาการหลักสี่, ศูนย์นันทนาการวัดธาตุทอง และ ศูนย์เยาวชนคลองเตย ในฐานฝึกอบรม มีทีมงานผู้ฝึกสอนนำโดย ‘โค้ชวัง ธวัชชัย ดำรงค์อ่องตระกูล’ อดีตนักเตะทีมชาติไทย และหัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลชายทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี พร้อมให้ความรู้และคำแนะนำการฝึกทักษะฟุตบอลแบบมืออาชีพแก่เยาวชน 9 สถานี ครอบคลุมทั้งการครองบอล การส่งบอล การเคลื่อนที่ และ การเล่นกันเป็นทีม พร้อมเสริมทักษะการเล่นฟุตบอล และเพิ่มความมั่นใจให้กับเยาวชนที่เข้าร่วมการอบรม

BYD 4 ชาร์จแรงบันดาลใจและเติมเต็มโอกาส ให้เยาวชนไทย

BYD 6

กิจกรรม Football Clinic BYD Drive the Dream ยังมอบช่วงเวลาสุดพิเศษให้เยาวชน ได้ใกล้ชิดกับนักฟุตบอลทีมชาติไทยทั้ง ‘เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์’, ‘นิว พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี’ และ ‘ไอซ์ กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล’ พร้อมถ่ายทอดแรงบันดาลใจ และสร้างความประทับใจให้กับเยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรม นอกจากนั้น ยังมีการมอบอุปกรณ์กีฬาให้ศูนย์นันทนาการและศูนย์เยาวชน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเติมเต็มโอกาส ให้เยาวชนไทยในหลายพื้นที่ได้ฝึกทักษะฟุตบอล อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

BYD 7

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมของรถยนต์ บีวายดี ทุกรุ่นได้ที่ reverautomotive.com พร้อมติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวได้ที่ Official Facebook Page: BYD RÊVER Thailand และ DENZA RÊVER Thailand พร้อมสัมผัสรถยนต์พลังงานใหม่จาก บีวายดี ทุกรุ่น ได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการ บีวายดี และ เดนซ่า ทั้ง 176 สาขาทั่วประเทศ

 

“มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย” ชูมาตรฐานบริการหลังการขาย “โอโมเตะนาชิ” ดูแลลูกค้ารับหน้าฝน ชวนเช็กรถฟรี 35 รายการ พร้อมรับข้อเสนอพิเศษมากมาย วันนี้ – 30 มิถุนายน 2569

0
Mitsubishi 1

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด มอบความอุ่นใจให้กับลูกค้า ด้วยมาตรฐานบริการหลังการขายตามแบบฉบับจิตวิญญาณการบริการแบบญี่ปุ่น หรือ โอโมเตะนาชิ (おもてなし) ซึ่งถ่ายทอดความใส่ใจ ความจริงใจ และการให้ความสำคัญกับทุกรายละเอียด พร้อมดูแลลูกค้าตลอดช่วงหน้าฝนนี้ ผ่านบริการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ฟรี 35 รายการ และข้อเสนอพิเศษสำหรับยางรถยนต์และแบตเตอรี่ ณ ศูนย์บริการ มิตซูบิชิกว่า 180 แห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2569

ภายใต้แนวคิด “เราดูแล คุณแค่ขับ” มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มุ่งมั่นส่งมอบความมั่นใจให้กับลูกค้า
ในทุกการเดินทาง โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่สภาพอากาศอาจส่งผลต่อทัศนวิสัยและสภาพถนน โดยเจ้าของรถยนต์
มิตซูบิชิ
ทุกรุ่นสามารถเข้ารับบริการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ฟรี 35 รายการ ประกอบด้วย การตรวจสภาพรถยนต์เบื้องต้น 30 รายการ การตรวจเช็กแบตเตอรี่ด้วยเครื่องวิเคราะห์สภาพแบตเตอรี่ การตรวจสภาพยางรถยนต์ ความหนาผ้าเบรกและการตรวจเช็กระบบเครื่องยนต์ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ MUT-III เพื่อช่วยให้รถยนต์พร้อมใช้งานทุกช่วงเวลา

นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถรับข้อเสนอพิเศษสำหรับการเปลี่ยนยางรถยนต์ เมื่อซื้อยางรถยนต์จำนวน 3 เส้น
แถมฟรี 1 เส้น (เฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการ) หรือรับส่วนลดสูงสุดมูลค่า 1,000 บาท เมื่อซื้อยางรถยนต์ครบ 4 เส้น
(เฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการ)
ขณะเดียวกัน ลูกค้าที่เปลี่ยนแบตเตอรี่สามารถรับสิทธิ์ซื้อแบตเตอรี่แท้มิตซูบิชิ ราคาเริ่มต้นเพียง 2,000 บาท พร้อมรับการขยายระยะเวลารับประกันแบตเตอรี่เป็น 24 เดือน หรือ 40,000 กิโลเมตร
(แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
จากปกติ 12 เดือน หรือ 20,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) ทั้งนี้ การรับประกันครอบคลุมเฉพาะความเสียหายที่เกิดจากการใช้งานโดยปกติเท่านั้น ไม่รวมถึงความเสียหายที่เกิดจากอุบัติเหตุ ภัยธรรมชาติ หรือการใช้งานที่ไม่ถูกต้องตามคู่มือแนะนำการดูแลรักษาแบตเตอรี่รถยนต์ พิเศษสุดในช่วงฤดูฝน เพื่อความปลอดภัยและเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ ให้ลูกค้าขับขี่ได้อย่างอุ่นใจ ด้วยแคมเปญพิเศษเปลี่ยนชุด ก้านปัดน้ำฝน พร้อมน้ำยาทำความสะอาดกระจกแท้มิตซูบิชิ ในราคาพิเศษ เริ่มต้นเพียง 490 บาท

ยิ่งไปกว่านั้น มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังมอบความสะดวกเพิ่มเติมผ่านการผ่อนชำระดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด
10 เดือน สำหรับการเปลี่ยนยางรถยนต์ที่มียอดค่าใช้จ่ายตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป
และผ่อน 0% นาน 6 เดือน
สำหรับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ภายในศูนย์บริการที่มียอดตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป
เมื่อชำระผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ

ลูกค้าสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน M-Drive ได้ทั้งระบบ iOS และ Android เพื่อรับสิทธิประโยชน์ดังกล่าว
พร้อมติดตามข้อมูลและสถานะการเข้ารับบริการได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และนัดหมายทดลองขับรถยนต์มิตซูบิชิได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th หรือมิตซูบิชิ
คอลเซ็นเตอร์ โทร. 02-079-9500 ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ที่ www.facebook.com/MitsubishiMotorsTH

*เงื่อนไขและรายละเอียดเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

 

“มาสด้า” จัดกิจกรรม “MAZDA JUNIOR GOLF CAMP 2026” สานฝันเยาวชนไทยพร้อมปั้นดาวรุ่งประดับวงการกอล์ฟโลก

0
Mazda 1

บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนศักยภาพเยาวชนไทย ผ่านกิจกรรม “Mazda U.S. College PREP Junior Golf Camp 2026” แคมป์กอล์ฟสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่จัดขึ้นสำหรับเยาวชนไทยลูกค้ามาสด้า โดยมีโค้ชจากมหาวิทยาลัยชั้นนำจากสหรัฐอเมริกามาให้ความรู้และเทคนิคการเล่นกอล์ฟโดยตรง มาสด้าเชื่อว่ากิจกรรมนี้จะช่วยสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับวงการกอล์ฟไทย ทั้งด้านการพัฒนาศักยภาพ การยกระดับองค์ความรู้ และการสร้างสภาพแวดล้อมทางด้านกีฬาที่เอื้อต่อการเติบโตอย่างยั่งยืน อันจะช่วยผลักดันให้นักกอล์ฟเยาวชนไทยก้าวสู่เวทีระดับสากลได้อย่างมั่นใจและภาคภูมิใจ โดยกิจกรรมจัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน 2569 ณ Rancho Charnvee Resort and Country Club จังหวัดนครราชสีมา ท่ามกลางบรรยากาศแห่งการเรียนรู้และสร้างแรงบันดาลใจ โดยมีเยาวชนและครอบครัวมาสด้าจากทั่วประเทศเข้าร่วมอย่างอบอุ่นกว่า 120 คน   

Mazda 2

นายภพนิพิฐ จิรวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายการตลาดและนวัตกรรมดิจิทัล บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ภายหลังจากที่มาสด้าได้จัดโครงการ Mazda U.S. College PREP Junior Golf Championship อย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา เพื่อสานฝันให้กับเยาวชนที่รักในกีฬากอล์ฟได้มีโอกาสก้าวสู่เส้นทางอาชีพในระดับนานาชาติ ล้วนได้รับการตอบรับที่ดี และมีเยาวชนมาสด้าเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก ครั้งนี้ มาสด้าได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของพื้นฐานของกีฬานี้ จึงจัดกิจกรรมเพิ่มเติมในรูปแบบของ Golf Camp เพื่อให้เยาวชนได้เรียนรู้ทักษะจากโค้ชกอล์ฟอาชีพอย่างใกล้ชิด และนำความรู้ไปใช้ในการเล่นกอล์ฟได้อย่างมีศักยภาพยิ่งขึ้น”

Mazda 3

สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเยาวชนและครอบครัวลูกค้ามาสด้า ที่ต่อยอดจากแนวคิด Joy Drives Lives อันเป็นปรัชญาการสื่อสารของแบรนด์มาสด้า ในการสร้างประสบการณ์ที่มากกว่าการเดินทาง เพราะมาสด้าเชื่อว่า “ความสุขจากการขับขี่” สามารถส่งต่อพลังบวก สร้างแรงบันดาลใจ ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในทุกวัน และนำไปสู่ความสุขในการขับเคลื่อนชีวิต Joy of Living มาสด้าจึงได้ส่งผ่านแนวคิด Joy Drives Lives สู่กิจกรรมเพื่อสังคมมากมาย ทั้งด้านกีฬา การศึกษา และการพัฒนาเยาวชน รวมถึงกิจกรรม Mazda U.S. College PREP Junior Golf Camp 2026 ในครั้งนี้ ที่มุ่งสร้างโอกาสให้เยาวชนไทยได้เรียนรู้และพัฒนาศักยภาพสู่ระดับสากล สะท้อนให้เห็นว่ามาสด้าไม่ได้ต้องการเป็นเพียงผู้ผลิตรถยนต์ แต่ยังต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีและร่วมขับเคลื่อนสังคมไทยอย่างยั่งยืน

Mazda 4

ภายในกิจกรรม Mazda U.S. College PREP Junior Golf Camp 2026 เยาวชนยังได้รับการสนับสนุนจากโค้ชมืออาชีพที่มีประสบการณ์การสอนนักกอล์ฟเยาวชนในระดับนานาชาติที่เดินทางมาจากสหรัฐอเมริกา ประกอบด้วย โค้ช Jenna Birch จากมหาวิทยาลัย Arkansas at Little Rock, โค้ช Richard Church จากมหาวิทยาลัย Southern Utah และ โค้ช Mike Dunphy Former Srixon/Cleveland Golf Tour Manager มาถ่ายทอดทั้งเทคนิคการเล่นกอล์ฟอย่างถูกต้องแบบมืออาชีพ การพัฒนาทักษะขั้นพื้นฐานที่สำคัญ ตลอดจนการเสริมสร้างแนวคิดด้านกีฬา เช่น ความมีวินัย การควบคุมอารมณ์ และการตั้งเป้าหมายในระยะยาว เพื่อให้นักกีฬาเยาวชนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทั้งในสนามแข่งขันและในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ ยังมีเยาวชนนักกีฬาที่ได้รับทุนการศึกษาไปศึกษาต่อในประเทศสหรัฐอเมริกา ได้แก่ เอมี่ ปวีณ์ธิดา แรมเมือง จาก Eastern Michigan University และ ของขวัญ สิริชญา จันทร์เพ็ญ จาก University of North Alabama มาร่วมแชร์ประสบการณ์จริงให้กับน้องๆ เยาวชนในครั้งนี้ด้วย

Mazda 5

กิจกรรมในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นเพียงการฝึกฝนทักษะด้านกีฬาเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีแห่งการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพอย่างรอบด้าน ที่ช่วยจุดประกายความฝันให้กับเยาวชนไทยในการก้าวสู่เส้นทางนักกอล์ฟอาชีพระดับสากล ซึ่งบรรยากาศของกิจกรรมเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง โดยมีผู้ปกครองร่วมสังเกตการณ์และให้กำลังใจอย่างใกล้ชิด สร้างแรงสนับสนุนให้เยาวชนได้กล้าแสดงศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่

Mazda 7

“ผมต้องขอขอบคุณเยาวชนและลูกค้ามาสด้าทุกท่านที่ให้การตอบรับกิจกรรมครั้งนี้อย่างล้นหลาม มาสด้าจะยังคงยึดมั่นในการดำเนินกิจกรรมภายใต้แนวคิด “Joy Drives Lives” อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งหวังให้ทุกกิจกรรมเป็นมากกว่าประสบการณ์การขับขี่ แต่เป็นการสร้างคุณค่าให้กับสังคมในระยะยาว ผ่านการสนับสนุนเยาวชน การศึกษา และการเสริมทักษะการใช้ชีวิต เพื่อร่วมผลักดันสังคมไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนตลอดไปในระยะยาว” นายภพนิพิฐ กล่าวเสริม

“Hyundai Mid Year Deal” จัดเต็มดีลแรง! ส่วนลดสูงสุด 400,000 บาท(1)  พร้อมเติมน้ำมันให้ฟรี 1 ปี สูงสุด 70,000 บาท(3) ถึง 30 มิถุนายนนี้เท่านั้น

0
Hyundai Mid Year Deal 1

ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จัดเต็มข้อเสนอแรงกลางปี กับแคมเปญ “Hyundai Mid Year Deal” โอกาสทองสำหรับลูกค้าที่อยากเป็นเจ้าของรถยนต์ฮุนไดคุณภาพ ในเงื่อนไขที่คุ้มสุดแห่งปี! รับทันทีส่วนลดเงินสดสูงสุด 400,000 บาท หรือดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0% นานสูงสุด 48 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง บัตรเติมน้ำมัน และสิทธิประโยชน์สุดคุ้มอีกมากมาย ครอบคลุมหลากหลายรุ่นยอดนิยม ตั้งแต่ MPV สำหรับครอบครัว ไปจนถึง SUV ระดับพรีเมียม รีบจองและรับรถภายใน 30 มิถุนายน 2569 เท่านั้น

Hyundai Mid Year Deal 2

หนึ่งในรุ่นไฮไลต์ที่น่าจับตามองคือ Hyundai all-new SANTA FE Hybrid รถ SUV เจเนอเรชันใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่อย่างแท้จริง ด้วยดีไซน์ทรง Boxy โดดเด่นสะดุดตา ภายในห้องโดยสารกว้างขวางระดับพรีเมียม รองรับผู้โดยสารได้ถึง 6 ที่นั่ง พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่ ขับเคลื่อนด้วยระบบ Parallel Hybrid ที่ให้ทั้งสมรรถนะและความประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 19.6 กม./ลิตร เสริมความมั่นใจด้วย Hyundai SmartSense เทคโนโลยีความปลอดภัยช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS และฟีเจอร์อำนวยความสะดวกครบครัน มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อย พร้อมข้อเสนอพิเศษที่ทำให้การเป็นเจ้าของ SANTA FE Hybrid คุ้มค่ายิ่งกว่าที่เคย ได้แก่

Hyundai Mid Year Deal 2

  • Exclusive (2WD) เป็นเจ้าของได้ในราคาเพียง 1,509,000 บาท (จากปกติ 1,599,000 บาท) รับส่วนลดเงินสด 90,000 บาท(1) หรือเลือกรับดอกเบี้ย 0% ดาวน์ 25% ผ่อนสูงสุด 48 เดือน(1)
  • Prestige (2WD) ส่วนลดเงินสด 100,000 บาท(1) เหลือเพียง 1,649,000 บาท (จากปกติ 1,749,000 บาท) คุ้มค่ากับ SUV Hybrid ระดับพรีเมียม
  • Inspiration (AWD) รุ่นท็อปขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ รับดอกเบี้ยพิเศษ 79% ดาวน์ 25% ผ่อนสูงสุด 48 เดือน(1) ราคา 1,799,000 บาท

พิเศษยิ่งขึ้น ฮุนไดเติมน้ำมันให้ฟรี 1 ปี มูลค่า 30,000 บาท(3) สำหรับรุ่นย่อย Exclusive (2WD) และ Inspiration (AWD) พร้อมความอุ่นใจเต็มขั้นด้วยการรับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร(1), รับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร(1), บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 5 ปี ไม่จำกัดเลขไมล์(1)

Hyundai Mid Year Deal 4

สำหรับลูกค้าที่มองหารถยนต์สำหรับครอบครัวที่คุ้มค่าและใช้งานได้หลากหลาย The new STARGAZER คือหนึ่งในรถครอบครัวที่คุ้มค่าที่สุดตัวเลือกหนึ่ง ด้วยการวางเลย์เอาต์แบบ 6 ที่นั่ง 3 แถว ที่มอบห้องโดยสารกว้าง นั่งสะดวกสบายและวางฟังก์ชันการใช้งานอื่นไว้ได้อย่างลงตัว พร้อม Hyundai SmartSense เทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS ที่มากที่สุดในย่านราคาเดียวกัน ตอบโจทย์ความคุ้มค่าทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวัน การเดินทางกับสมาชิกในครอบครัว รวมทั้งจุดประสงค์สำหรับผู้ประกอบการ ด้วยข้อเสนอพิเศษ  ดอกเบี้ย 1.99% ดาวน์ 25% ผ่อนสูงสุด 48 เดือน(1) โดยมีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่

  • Trend 6 ราคาแนะนำพิเศษ 719,000 บาท(2) (จำนวนจำกัด) จากราคาปกติ 795,000 บาท
  • Smart 6 ราคาแนะนำพิเศษ 799,000 บาท(2) (จำนวนจำกัด) จากราคาปกติ 875,000 บาท

นอกจากนี้ ทุกรุ่นย่อยรับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท(3) พร้อมสิทธิประโยชน์ครบ ทั้งฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี, รับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร(1), และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 5 ปี ไม่จำกัดเลขไมล์(1) มอบความคุ้มค่าและความอุ่นใจในทุกการเดินทาง

หากต้องการ MPV ที่ให้ได้มากกว่าความกว้าง Hyundai STARIA (Euro 5) พร้อมตอบโจทย์ทั้งความหรูหรา ความสะดวกสบาย และการใช้งานอเนกประสงค์ ด้วยห้องโดยสารขนาดใหญ่แบบ 11 ที่นั่ง รองรับทั้งครอบครัวขนาดใหญ่และการใช้งานเชิงธุรกิจได้อย่างลงตัว ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร ที่คิดว่าเผื่อให้รองรับน้ำมันไบโอดีเซล B20 เพื่อความคุ้มค่าในการใช้งาน มั่นใจทั้งในเมืองและเดินทางไกล พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัย ADAS อัจฉริยะอย่าง Hyundai SmartSense เพื่อเพิ่มความอุ่นใจในทุกเส้นทาง มาพร้อมข้อเสนอพิเศษ เลือกรับดอกเบี้ย 0% ดาวน์ 25% ผ่อนสูงสุด 48 เดือน(1) หรือเลือกรับส่วนลดเงินสดสูงสุด 400,000 บาท(1) โดยมีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อย ได้แก่

Hyundai Mid Year Deal 5

  • STARIA Elite Plus (Euro 5) รับส่วนลดเงินสด 150,000 บาท เหลือเพียง 1,749,000 บาท จากราคา 1,899,000 บาท
  • STARIA Premium with Power Side Step (Euro 5) ลดหนักกับส่วนลดเงินสด 400,000 บาท เหลือเพียง 1,979,000 บาท จากราคา 2,379,000 บาท พร้อมฮุนไดใจดี เติมน้ำมันให้ฟรี 1 ปี มูลค่า 70,000 บาท(3)
  • STARIA Premium Sunroof with Power Side Step (Euro 5) ลดหนักกับส่วนลดเงินสด 400,000 บาท เหลือเพียง 2,049,000 บาท จากราคา 2,449,000 บาท พร้อมฮุนไดใจดี เติมน้ำมันให้ฟรี 1 ปี มูลค่า 70,000 บาท(3)

นอกจากนี้ยังได้สิทธิประโยชน์หลังการขายครบทั้งรับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร(1), บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 5 ปีเต็ม เพื่อมอบความคุ้มค่าและความมั่นใจในการใช้งานในระยะยาว และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี

แคมเปญ “Hyundai Mid Year Deal” เปิดโอกาสให้ลูกค้าเป็นเจ้าของยนตรกรรมฮุนไดได้คุ้มค่ายิ่งกว่าที่เคย ด้วยข้อเสนอพิเศษที่ตอบโจทย์ทั้งด้านราคาและความอุ่นใจในการใช้งาน ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและรับข้อเสนอได้ที่โชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้วันนี้ถึง 30 มิถุนายน 2569

Hyundai Mid Year Deal 11

หมายเหตุ:

  • เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด และหลักเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
  • จำนวนจำกัด สำหรับผู้ที่จองและรับรถตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2569 ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด
  • สามารถเลือกรับบัตรเติมน้ำมันของสถานีบริการน้ำมันเชลล์ หรือบัตรของสถานีบริการน้ำมันอื่นที่ร่วมรายการ ทั้งนี้ บัตรเติมน้ำมันสามารถเปลี่ยนเป็นส่วนลดเงินสดของราคารถยนต์ได้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์
    รูมฮุนไดทั่วประเทศ

 

 

“GWM” ส่งแคมเปญพิเศษ “TANK YOU” แทนคำขอบคุณจากใจ มอบข้อเสนอสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับ GWM TANK 300 DIESEL และ TANK 500 DIESEL ตลอดเดือนมิถุนายน 2569

0
GWM Thailand 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุด GWM ขอแสดงความขอบคุณในความไว้วางใจที่ผู้บริโภคชาวไทยมีให้เสมอมา ผ่านการเปิดตัวแคมเปญพิเศษ “TANK YOU” เพื่อสื่อความหมายถึงการ “ขอบคุณ” (Thank You) โดยมุ่งเน้นการมอบสิทธิประโยชน์เพื่อตอบแทนและดูแลกลุ่มลูกค้าปัจจุบันของ GWM (Loyalty Program) เป็นสำคัญ พร้อมมอบทางเลือกสุดพิเศษเพื่อช่วยให้ผู้ที่สนใจสามารถเป็นเจ้าของ GWM TANK รถยนต์เอสยูวีออฟโรดระดับพรีเมียมได้ง่ายและคุ้มค่าที่สุด  ครอบคลุมทั้ง GWM TANK 300 DIESEL และ GWM TANK 500 DIESEL (รุ่น 2.4T Pro, 2.4T Ultra และ 2.4T Ultra 4WD)

สำหรับแคมเปญ “TANK YOU” เริ่มตั้งแต่วันที่ 1-30 มิถุนายน 2569 นี้ โดยมุ่งเน้นการส่งมอบความจริงใจเพื่อดูแลกลุ่มลูกค้าปัจจุบัน (Loyalty Program) เป็นหัวใจสำคัญสูงสุด พร้อมทั้งนำเสนอทางเลือกเสริมอื่น ๆ เพื่อช่วยทลายข้อจำกัดท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน และให้ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของรถได้อย่างง่ายดายและสบายใจยิ่งขึ้น โดยลูกค้าและผู้ที่สนใจสามารถเลือกรับข้อเสนอสุดพิเศษอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้

  • ข้อเสนอ TANK YOU # 1 พิเศษสุดเฉพาะลูกค้า GWM (GWM Loyalty Customer) : มุ่งเน้นตอบแทนความไว้วางใจสำหรับครอบครัว GWM โดยเฉพาะ เมื่อเข้าร่วมโครงการ GWM Loyalty Campaign เพื่อออกรถคันใหม่ รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมมูลค่า 30,000 บาท*
  • ข้อเสนอ TANK YOU # 2 สำหรับลูกค้าใหม่ที่เน้นผ่อนสบาย: โปรแกรมช่วยผ่อนนาน 6 เดือน เดือนละ 5,000 บาท* มูลค่ารวม 30,000 บาท ช่วยลดภาระและเพิ่มความคล่องตัวทางการเงินตั้งแต่เดือนแรก
  • ข้อเสนอ TANK YOU # 3 สำหรับลูกค้าใหม่ที่เน้นความคุ้มค่าระยะยาวด้านการบำรุงรักษา: แพ็กเกจ GWM Pro Service Inclusive (GPSI) ครอบคลุมทั้งค่าอะไหล่และค่าแรงบำรุงรักษาตามระยะทางสูงสุดไม่เกิน 10 ครั้ง ภายใน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร รวมมูลค่าสูงสุดกว่า 49,000 บาท*

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัท ฯ กำหนด

ทั้งนี้ ทุกข้อเสนอในแคมเปญ TANK YOU ลูกค้าจะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมครอบคลุมดังต่อไปนี้  อัตราดอกเบี้ยพิเศษ2.15% (เมื่อดาวน์ 25% และผ่อนชำระนาน 48 เดือน) ; ฟรีประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เป็นระยะเวลา 1 ปี ; บริการช่วยเหลือฉุกเฉินRoadside Assistance ตลอด 24 ชั่วโมง ฟรี 5 ปี  ; ฟรีค่าแรงบำรุงรักษาตามระยะทาง สูงสุดไม่เกิน 10 ครั้ง ภายใน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน / ไม่รวมอะไหล่สิ้นเปลือง) ; การรับประกันคุณภาพรถใหม่ระยะเวลา 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) ; การรับประกันคุณภาพเครื่องยนต์ ระยะทาง 1,000,000 กิโลเมตร หรือระยะเวลา 8 ปี (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)  ; ฟรีบริการระบบการตรวจสอบและสั่งการรถผ่านอินเตอร์เน็ต (Telematic Service) พร้อมแพ็คเกจอินเทอร์เน็ตภายในรถ ระยะเวลา 3 ปี (ยกเว้นรุ่น 2.4T Pro)

GWM มุ่งส่งมอบคุณค่าให้แก่ผู้บริโภคในทุกมิติ ครอบคลุมตั้งแต่ลูกค้าเดิม และการเพิ่มความยืดหยุ่นในการเป็นเจ้าของ ไปจนถึงการสร้างความมั่นใจในด้านค่าใช้จ่ายและการดูแลรักษาในระยะยาว เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสมกับความต้องการของตนเอง พร้อมก้าวสู่ประสบการณ์การขับขี่ในสไตล์ TANKER กับ GWM TANK รถยนต์เอสยูวีสายออฟโรดที่มีเอกลักษณ์ได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น โดยลูกค้าที่สนใจสามารถจองทดลองขับและรับคำปรึกษาจากเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของ GWM ได้แล้ววันนี้ที่ GWM พาร์ทเนอร์สโตร์ทั่วประเทศ เพื่อค้นหาทางเลือกในการเป็นเจ้าของที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์และความต้องการของตนเอง หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ GWM Contact Center 02-668-8888 และเว็บไซต์ www.gwm.co.th