Home Blog Page 10

TAJA จับมือ Revival Car Party ยึดคอนเซปต์สุดมันส์ “รถไม่แรง…ก็รับถ้วยได้” เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนสายยานยนต์ ฝึกทักษะ Gymkhana ณ สนามปทุมธานี สปีดเวย์

0
สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย 1

สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (TAJA) นำทีมสมาชิกและสื่อมวลชนสายยานยนต์ เข้าร่วมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “TAJA X Revival Car Party” ภายใต้คอนเซปต์โดนใจคนรักความเร็ว “รถไม่แรง…ก็รับถ้วยได้” ณ สนามปทุมธานี สปีดเวย์ เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา โดยมุ่งเน้นการกระชับมิตรภาพและพัฒนาทักษะการขับขี่สไตล์ Gymkhana

สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย 2

กิจกรรมครั้งนี้ TAJA ได้รับเกียรติจากคณะผู้จัดงาน Revival Car Party เปิดโอกาสให้สมาชิกสมาคมฯ ได้เข้าร่วมเปิดประสบการณ์ และฝึกฝนทักษะการขับขี่ในรูปแบบ Gymkhana บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคักของกลุ่มคาร์คลับที่หลงใหลในเสน่ห์ของรถคลาสสิค, รถเรโทร และคนรักรถหลากหลายรูปแบบ ที่ไม่เพียงแต่มาร่วมพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนไอเดียในการตกแต่งรถคันรัก แต่ยังร่วมสนุกกับการแข่งขันในรูปแบบ Time Attack x Gymkhana อีกด้วย

อรรณัส นายเรือ ผู้จัดกิจกรรม Revival Car Party เปิดเผยถึงที่มาของกิจกรรมรูปแบบนี้ว่า “ปกติแล้วกลุ่มของพวกเราจัดงานให้กับกิจกรรม Chang Classic Car Revival เป็นประจำทุกปี ซึ่งภายในงานมีการแข่งขันรถยนต์ในรูปแบบต่างๆ เช่น การแข่งขันแดร็ก (Drag), เซอร์กิต (Circuit) และจิมคาน่า (Gymkhana) แต่ในระยะหลังมานี้ การแข่งขันจิมคาน่าเริ่มได้รับความนิยมสูงขึ้นในงาน Chang Classic Car Revival

ทีมงานจึงมาคิดกันว่า ในช่วงเวลาว่างก่อนจะถึงงานใหญ่ช่วงสิ้นปี เราน่าจะมารวมตัวกัน จึงเกิดเป็นกิจกรรมที่สนามปทุมธานี สปีดเวย์ แห่งนี้ แทนที่จะนัดปาร์ตี้กันเฉยๆ ก็เปลี่ยนมาเป็นการวิ่งรถในแทร็ค ปีนี้เราตั้งเป้าจัดกิจกรรมทั้งหมด 4 ครั้ง ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 และยังเหลือให้ได้ร่วมสนุกอีก 1 สนาม โดยคอนเซปต์หลักของเราคือ ไม่เน้นการแข่งขันที่เคร่งเครียด แต่เน้นมาพบปะ พูดคุย สนุกสนาน และให้ทุกคนได้มาวิ่งรถเล่นกัน”

ลิขิต น้าประเสริฐ นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (TAJA) กล่าวถึงการเข้าร่วมงานในครั้งนี้ว่า “ได้เห็นบรรยากาศกิจกรรม Revival Car Party แล้วรู้สึกคึกคักมาก มีรถแต่งหลากหลายสไตล์ที่มารวมตัวกัน เหมาะกับคนรักรถ ได้มาดูรถคลาสสิค, รถเรโทร พารถคันรักมาวิ่งสนุกๆ ในวันหยุด ซึ่งงานนี้สมาคมฯ นำสมาชิกสื่อมวลชนสายยานยนต์เข้าร่วมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “TAJA X Revival Car Party”

สมาคมฯ ขอขอบคุณทีมงานผู้จัดที่ให้เราเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เราได้จัดกิจกรรมในลักษณะนี้ร่วมกัน และผลลัพธ์ที่ออกมา ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากครับ”

สำหรับการแข่งขัน “TAJA X Revival Car Party” สมาชิกสมาคมฯ ที่ทำเวลาได้ดีที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่

สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย 3

อันดับที่ 1: ธนสาร เสาวมล สังกัด นิตยสาร “ฟอร์มูลา”

สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย 3

อันดับที่ 2: นวพรรษ อำไพวัน สังกัด เว็บไซต์ www.kumperod.com

สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย 8

อันดับที่ 3: อัฐฒา นายเรือ สังกัด รายการออนไลน์ Safe Save Drive & LIFESTYLE224

กิจกรรม TAJA X Revival Car Party ในสนามนี้ ไม่เพียงแต่สร้างความสนุกสนานและรอยยิ้มให้กับผู้เข้าร่วมงาน และยังเป็นพื้นที่ที่ช่วยเสริมสร้างทักษะการควบคุมรถอย่างปลอดภัยในสถานการณ์ต่างๆ

 

 

(มีคลิปวีดีโอ) ทดสอบสมรรถนะ “HONGQI E-HS9” อัคร SUV นำร่องรถผู้นำ

0
HONGQI 1

HONGQI ที่เมืองไทยใช้คำว่า“หงษ์ฉี”   เปิดตัวไปแล้วอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 “เมโทร กรุ๊ป” เป็นผู้จัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย  และนำ HONGQI E-HS9 มาเป็นรถนำร่องมาจำหน่ายเป็นรุ่นแรก โดยมีภาพจำ รถผู้นำที่เราจะได้เห็นสถานะความเป็นยานพาหนะคู่ใจของประธานาธิบดีจีน รวมทั้งใช้เป็นยานพาหนะสำหรับต้อนรับผู้นำระดับสูงในงานพิธีสำคัญระดับโลกที่เกิดขึ้นในจีนนั้น เป็นภาพเบื้องหลังสะท้อนภาพลักษณ์ HONGQI

วันนี้ได้รู้จักและลองขับ HONGQI E-HS9 ความเป็น อัคร SUV สะท้อนออกมาจากมิติแบบ Full Size กว้าง 2,010 มม. x ยาว 5,209 มม. x สูง 1,713 มม. ยาวสุดในรถระดับเดียวกัน มีความน่าสนใจที่การออกแบบที่เก็บความหรูหรา ความเป็นรถระดับอัครยานยนต์ระดับผู้นำอย่างเหนียวแน่น นั่นก็เพราะได้ Giles Taylor. chief designer for Rolls-Royce มาร่วมงานกับต้นสังกัด FAW Group และแน่นอนผลงาน HONGQI E-HS9 สะท้อนความหรูหราไว้ได้อย่างเต็มเปี่ยม

HONGQI 1

กระจังหน้า Waterfall Design เป็นลายเส้นแนวตั้ง นั้นเป็น DNA  Design ดั้งเดิมที่ชัดเจน แต่เมื่อเป็นรถไฟฟ้า 100 % ไม่มีความจำเป็นต้องรับลมไประบายความร้อนในห้องเครื่องแล้ว ช่องด้านหน้านี้จึง ปิด-เปิด อัตโนมัติลดแรงต้านทานอากาศได้  ไฟหน้า Eagle Eye แบบ Matrix  เหนือซุ้มล้อ ซ้ายขวามี Flag Emblem มีแถบสีแดงสัญลักษณ์ HONGQI เป็นเอกลักษณ์ ล้ออัลลอยใหญ่ขนาด 21” คันที่มาลองขับนี้ใส่ยางมิชลิน ขนาด265/45/21 แบบสำหรับรถไฟฟ้ามาให้ด้วย

HONGQI 3

ภายในห้องโดยสารสะดุดตาที่จอสัมผัสคู่นาดใหญ่ 15.6 นิ้วความละเอียด 2K Ultra-HD ประมวลผลไว

HONGQI 4

ด้วยชิป Qualcomm 8155 ทำหน้าที่ให้ข้อมูลและปรับตั้งการทำงานระบบต่างๆของรถ รวมถึงเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย พร้อมรองรับ Apply Car Play และ Andriod Auto ดีไซเนอร์ออกแบบภายในได้อย่างปรานีตให้ความรู้สึกหรูหราในทุกตำแหน่งที่นั่ง เบาะนั่งไม่ใช่หนังแท้ทั้งหมด แต่หนัง Perforated Microfiber Leather ก็ให้ความรู้สึกการสัมผัสทีดีไม่ใช่น้อย ทุกตำแหน่งทั้งผู้ขับ ผู้โดยสารตอนหน้าตอนหลังปรับด้วยไฟฟ้าทั้งหมด Panoramic Sunroof ให้ความรู้สึกปลอดโปร่งเป็นอย่างดี มีระบบเครื่องเสียงพรีเมียม BOSE พร้อมลำโพง 16 ตำแหน่ง ห้องโดยสารเงียบด้วยกระจกนิรภัยเก็บเสียง 2 ชั้น Double Layer นั่งฟังเพลงกันไปได้เพลินๆ

HONGQI 5

เอาละครับมาอยู่หลังพวงมาลัย HONGQI E-HS9 ด้วยกัน โหมดการับบี่มีให้เลือก 7 โหมดด้วยกัน เลือกใช้งานตามสภาพถนนได้เลย Comfort, Sport, Extreme, Long Range, All Terrain, Off Road, Custom เชื่อได้ว่า E-HS9 ไปได้ทุกสภาพอย่างแน่นอน ในการทดลอง ผมใช้โหมด Sport ในการลองอัตราเร่ง และใช้แตะเปิด Performance ซึ่งจะช่วยเพิ่มสปีดในการออกตัวเป็นโหมดให้เล่นสนุกขึ้น ก็แน่นอนครับ รถทะยานไปแบบเครื่องบิน Take off หน้าเชิดท้ายกดแน่น หลังติดเบาะ อารมณ์สปอร์ตมาเต็มทั้งที่ตัวออกจะใหญ่โต น้ำหนักตัวรถเปล่า2,636 กิโลกรัม บวกผู้รวมเดินทางไปอีก สัก 180 กก. บวกลบร่วม 3 ตัน ยังบินได้อย่างสะใจ เป็นเพราะได้กำลังจาก Dual-Motor ที่กระจายแรงบิด606 นิวตันเมตร ออกมาตอบสนองได้รวดเร็ว ถ่ายทอดแรงม้า 493 HP มาใช้งานได้อย่างเต็มที่ ในช่วงที่ได้ทดลองการควบคุมผ่านสถานีที่ต้องหักหลบสิ่งกีดขวาง เข้าโค้งแคบ โค้งกว้าง E-HS9 ทำได้ดีมากควบคุมง่ายแบบเชื่องๆ และช่วงหนึ่งที่ทีมงานจัดเชือกเส้นใหญ่วางขวางถนนเป็นระยะ ต่อด้วยลูกระนาด ช่วงนี้เขาโชว์ช่วงล่าง AIR SUSPENSION ให้รู้สึกถึงความนุ่มนวลเงียบ อย่างชัดเจนมาก

HONGQI 6

เอาเป็นว่า E-HS9 โชว์ให้เห็นว่าถึงจะเป็น อัคร SUV ตัวใหญ่ Fullsize แต่ก็ยังเป็นรถที่สามารถขับได้สนุก เอาอยู่ คุมได้ง่ายๆและมั่นใจได้ เมื่อต้องควบคุมรถในสถานการณ์ที่เกินจะควบคุม

HONGQI 7

ส่วนที่การเดินทางนั้นข้อมูลแจ้งว่าแบตเตอรี่ Ternary Lithium ความจุ 120 kWh สามารถขับได้ระยะทางไกล 760 กม. (CLTC) ก่อนจะเปิดตัวเป็นทางการทีมงาน HONGQI จัดหนัก ขับ E-HS9จาก ปักกิ่ง จีน ผ่าน สปป.ลาว มาถึงใจกลางเมือง กรุงเทพ เป็นที่เรียบร้อย ยืนยันว่าเป็นการเดินทางผ่านแทบจะทุกสภาพถนนได้โดยสวัสดิภาพ

HONGQI 8

E-HS9 เปิดตัวที่ราคา 2,990,000 บาท สำหรับ 400 คันแรก เป็นราคาที่ผู้บริหาร เมโทรกรุ๊บ แจ้งว่าถูกกว่าจะราคขายบนโชว์รูม HONGQIในจีนด้วย!!!

HONGQI 9

ข้อมูลประชาสัมพันธ์และข้อมูลทางเทคนิค

“หงษ์ฉี” (HONGQI) ที่มีความหมายว่า ธงแดง เป็นแบรนด์รถยนต์ที่ถือกำเนิดตั้งแต่ ค.ศ. 1958 โดย FAW Group ซึ่งมีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาลจีน  ยืนหยัดในฐานะ   แบรนด์รถยนต์หรูที่ทรงเกียรติที่สุดของประเทศ ได้รับความไว้วางใจให้เป็นยานพาหนะคู่ใจของประธานาธิบดีและผู้นำระดับสูงในงานพิธีสำคัญระดับโลก ภาพจำนี้สะท้อนถึงความประณีต เทคโนโลยีขั้นสูง และมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงสุด  ซึ่งปัจจุบัน FAW Group กำลังขับเคลื่อนแบรนด์ “หงษ์ฉี” จากระดับประเทศสู่ระดับสากลอย่างเต็มตัว โดยส่ง HONGQI E-HS9 รุ่นเรือธง ไปสร้างความสำเร็จในตลาดปราบเซียนอย่างยุโรป และตะวันออกกลาง

HONGQI 11

การขยายตัวสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญครั้งใหม่ โดยประเทศไทยเป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศแรก ๆ ของโลกสำหรับการเปิดตัว HONGQI E-HS9 “รุ่นพวงมาลัยขวา (Right-Hand Drive)” เพื่อใช้ในการเจาะตลาดยานยนต์ระดับไฮเอนด์ โดยมอบความวางใจปิดดีลครั้งประวัติศาสตร์ให้ “เมโทร กรุ๊ป” เป็นผู้จัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย

Technical specification (ข้อมูลทางเทคนิค)

ความยาว (มม.)     5,209

ความกว้าง (มม.)   2,010

ความสูง (มม.)        1,713

ระยะฐานล้อ (มม.) 3,110

ระยะความสูงใต้ท้องรถ (มม.) 175

น้ำหนักรถเปล่า (กก.)            2,636

กำลังมอเตอร์สูงสุด (กิโลวัตต์)             362 (202+160)

แรงบิดสูงสุด (นิวตัน-เมตร)   606 (306+300)

ระบบขับเคลื่อน      AWD

จำนวนโหมดการขับขี่            7

จำนวนที่นั่ง            6 (2+2+2)

ความจุแบตเตอรี่ (กิโลวัตต์-ชั่วโมง)     120

กำลังการชาร์จไฟ DC สูงสุด (กิโลวัตต์)               140

ระยะทางวิ่ง CLTC (กม.)       760

ช่วงล่างแบบถุงลมอัฉริยะ พร้อมระบบกันสะเทือน CDC    หน้า: อิสระ ดับเบิ้ลวิชโบน พร้อมเหล็กกันโคลง

หลัง: อิสระ Trapezoidal arm พร้อมเหล็กกันโคลง

ขนาดล้ออัลลอย และยาง     หน้า: 21 นิ้ว ขนาด 265/45 หลัง: 21 นิ้ว ขนาด 265/45

 

Exterior (ภายนอก)

ไฟหน้าอัจฉริยะแบบ Matrix LED พร้อมปรับระดับสูงต่ำอัตโนมัติ

ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน LED

ช่องดักลมกระจังหน้าเปิด ปิดอัตโนมัติ

มือเปิดประตูแบบ Pop-out พร้อมระบบปิดประตูแบบ soft closed

ประตูท้ายไฟฟ้าพร้อมระบบป้องกันการหนีบ การปรับความสูง และตั้งค่าตำแหน่ง

หลังคากระจกแบบพานอรามิค พร้อมม่านบังแดดปรับไฟฟ้า

ไฟท้าย ไฟเลี้ยวด้านข้างตัวรถ แบบ LED

ที่ปัดน้ำฝนด้านหน้าอัตโนมัติ พร้อมที่ปัดน้ำฝนด้านหลัง

ไฟมุมส่องสว่างเวลากลางคืนขณะเลี้ยวแบบ LED

ระบบควบคุมช่องเปิด-ปิดที่ชาร์จรถยนต์ด้วยไฟฟ้า

กระจกมองข้างปรับ และพับไฟฟ้า

กระจกมองข้างปรับลงอัตโนมัติ เมื่อเข้าเกียร์ถอยหลัง

Interior (ภายใน)

เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมจดจำตำแหน่ง

เบาะนวดไฟฟ้า พร้อมระบบระบายอากาศ สำหรับคนขับ

เบาะคนนั่งด้านหน้าปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง พร้อมจดจำตำแหน่ง

เบาะนวดไฟฟ้า พร้อมระบบระบายอากาศ สำหรับคนนั่งด้านหน้า

เบาะผู้โดยสารแถวที่ 2 ปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง พร้อมระบบระบายอากาศ

เบาะผู้โดยสารแถวที่ 3 พับด้วยไฟฟ้า

ที่พักแขนสำหรับเบาะแถวที่ 2 และ 3

ที่พิงศีรษะแบบนุ่ม สำหรับเบาะแถวที่ 1 และ 2

จุดยึด ISO FIX 2 ตำแหน่งสำหรับเบาะนั่งเด็ก ที่เบาะนั่งแถวที่ 2

ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ แยกอุณหภูมิแบบ 4 โซน

ระบบควบคุมอุณหภูมิด้านหลัง

ช่องจ่ายแอร์สำหรับผู้โดยสารแถวสอง

ระบบกรองฝุ่น PM 2.5 และละอองเกสร

ช่องจ่ายไฟ 12 โวตต์ สำหรับที่นั่งแถวสอง

ช่องจ่ายไฟ 12 โวตต์ สำหรับช่องเก็บสัมภาระด้านท้าย

ปุ่มไฟฟ้าพับเบาะที่นั่งแถวหลัง ในที่เก็บสัมภาระด้านท้าย

ไฟส่องสว่างแบบ LED ภายในห้องโดยสาร และที่บังแดดด้านหน้า

ช่องเชื่อมต่อ USB Type A และ Type C

ที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สายด้านหน้า ขนาด 50 วัตต์

ไฟปรับแต่งบรรยากาศภายในห้องโดยสาร

Safety and Intelligence Safety (ADAS)

(ระบบความปลอดภัย และระบบช่วยการขับขี่อัจฉริยะ ADAS)

ถุงลมนิรภัย (SRS) 8 ตำแหน่ง

ระบบป้องกันล้อล๊อคขณะเบรก (ABS)

ระบบช่วยกระจายแรงเบรก (EBD)

ระบบเบรกมือไฟฟ้า (EPB)

ระบบเสริมแรงเบรก (HBA)

ระบบควบคุมการลื่นไถล (TCS)

ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ESP)

ระบบควบคุมการทรงตัวบนทางลาดชัน (HHC)

ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (HDC)

ระบบช่วยลดความเสี่ยงในการพลิกคว่ำ (ROM)

ระบบล๊อคไฟฟ้าป้องกันเด็กเปิดประตูหลัง

ระบบควบคุมความเร็วแปรผันอัตโนมัติ (SACC)

ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตา (BSD)

ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (LKA)

ระบบช่วยเตือนการออกนอกช่องทาง (LDW)

ระบบสัญญาณเตือนขณะเปลี่ยนช่องทาง (LCA)

ระบบสัญญาณเตือนความเร็วเกินกำหนด (ISA)

ระบบสัญญาณเตือนแรงดันลมยาง (TPMS)

ระบบกล้องมองภาพรอบคัน (AVM)

Convenience (สิ่งอำนวยความสะดวก)

ระบบเครื่องเสียงพรีเมี่ยม BOSE พร้อมลำโพง 16 ตำแหน่ง

หน้าจอมาตรวัดขนาด 8.8 นิ้ว

หน้าจอกลางแบบสัมผัส ขนาด 15.6 นิ้ว

หน้าจอสัมผัสสำหรับผู้โดยสารด้านหน้า ขนาด 15.6 นิ้ว

ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย พร้อมรองรับ Apply Car Play และ Andriod Auto

กระจกเก็บเสียงรอบคัน

กระจกป้องกันความร้อน และรังสี UV

ระบบป้องกันการหนีบของกระจก

กระจกมองข้างปรับ และพับไฟฟ้า

กระจกมองข้างปรับลงอัตโนมัติ เมื่อเข้าเกียร์ถอย

ระบบช่วยปรับที่นั่งคนขับให้เข้า-ออกได้ง่าย

ระบบล๊อกประตูอัตโนมัติตามความเร็ว

ระบบโทรฉุกเฉิน E-CALL

ระบบอัพเดทผ่านสัญญาณออนไลน์

โหมดแคมปิ้ง / โหมดล้างรถ / โหมดสัตว์เลี้ยง

“ฟอร์ด” จัดแคมเปญบริการหลังการขาย ฉลองครบรอบ 30 ปี ลุ้นบัตรเติมน้ำมันรวมกว่า 1 ล้านบาท พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษตลอดช่วงหน้าฝน

0
ฟอร์ด 1

ฟอร์ด ประเทศไทย จัดแคมเปญบริการหลังการขายสุดพิเศษในโอกาสครบรอบ 30 ปี กับ ‘ฟอร์ดลดคุ้มครบครัน ลุ้นมันส์เติมน้ำมันฟรี’ ที่มาพร้อมข้อเสนอสุดคุ้มมากมาย อาทิ ส่วนลดแพ็กเกจเช็กระยะสูงสุด 700 บาท โปรโมชันยาง 3 แถม 1 ส่วนลดแบตเตอรี่และผ้าเบรกสูงสุด 1,200 บาท และยิ่งใหญ่ในรอบปี กับ ‘สิทธิ์ลุ้นรับรางวัลบัตรเติมน้ำมันมูลค่ารวมกว่า 1,000,000 บาท’ เมื่อนำรถเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการฟอร์ดทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม – 31 ตุลาคม 2569

ข้อเสนอความคุ้มค่าพิเศษด้านบริการ ต้อนรับฤดูฝน สำหรับลูกค้ารถฟอร์ดทุกรุ่น
• รับสิทธิ์ร่วมกิจกรรมลุ้นรับรางวัลบัตรเติมน้ำมัน รวม 300 รางวัล มูลค่ารวมกว่า 1,000,000 บาท โดยลูกค้าที่ซื้ออะไหล่แท้ฟอร์ดและ/หรือของเหลวครบทุกๆ 5,000 บาท จะได้รับ 1 สิทธิ์ เพื่อลุ้นรับรางวัลบัตรเติมน้ำมัน ประกอบด้วย
o รางวัลบัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 10,000 บาท จำนวน 30 รางวัล
o รางวัลบัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 5,000 บาท จำนวน 30 รางวัล
o รางวัลบัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 2,500 บาท จำนวน 240 รางวัล
o สงวนสิทธิ์ผู้ได้รับรางวัลสูงสุด 1 รางวัล ต่อ 1 หมายเลขตัวถังเท่านั้น โดยจะทำการจับรางวัลและประกาศรายชื่อผู้โชคดีในเดือนธันวาคม 2569
• โปรแกรมส่วนลดน้ำมันเครื่องสุดคุ้ม สำหรับลูกค้าที่เข้ารับบริการเช็กระยะ ที่แสดงเอกสารจากโปรแกรมการคำนวณราคา1 (Service Price Calculator) หรือใช้บริการนัดหมายออนไลน์ล่วงหน้า และมีค่าอะไหล่งานซ่อมทั่วไป รวมถึงบริการตรวจเช็กหลังส่งมอบรถใหม่ ตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป รับส่วนลดสูงสุด 400 บาท สำหรับโปรแกรมน้ำมันเครื่องสุดคุ้ม หรือส่วนลด 200 บาท สำหรับแพ็กเกจชุดน้ำมันเครื่อง เกรดกึ่งสังเคราะห์2 หรือ โปรแกรมบำรุงรักษารถยนต์ รับส่วนลดสูงสุด 700 บาท
• โปรโมชันซื้อยางรถยนต์ 3 แถม 1 สำหรับยางรุ่นที่ร่วมรายการ พร้อมส่วนลดแบตเตอรี่ และผ้าเบรกสองต่อ ได้แก่
ต่อที่ 1
o ส่วนลดมูลค่า 200 บาท เมื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่ หรือ ผ้าเบรก ที่ศูนย์บริการ
o ส่วนลดมูลค่า 600 บาท เมื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่เฉพาะรุ่น AGM สำหรับรถยนต์ฟอร์ด เจเนอเรชันใหม่ ทั้ง ฟอร์ด เรนเจอร์ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ และฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์
ต่อที่ 2
o เมื่อเปลี่ยนอะไหล่ พร้อมยางรถยนต์ 4 เส้น จะได้รับสิทธิพิเศษ ส่วนลดเพิ่ม 400 บาท สำหรับแบตเตอรี่หรือผ้าเบรกทุกรุ่น
o พิเศษ สำหรับการเปลี่ยนแบตเตอรี่ เมื่อนำแบตเตอรี่ลูกเก่ามาแลก รับส่วนลดเพิ่มอีก 200 บาท
ลูกค้ารถฟอร์ดทุกรุ่นจะได้รับบริการตรวจเช็กสภาพรถทั่วไป 30 รายการ ฟรี! และสามารถร่วมบริการโปรแกรมผ่อน 0% นาน 10 เดือน เมื่อมียอดใช้จ่ายตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไปต่อ 1 ใบเสร็จ ผ่านบัตรเครดิตธนาคารกสิกรไทย และธนาคารกรุงศรีฯ ตามประเภทหน้าบัตรที่ร่วมรายการ

แคมเปญ ‘ฟอร์ดลดคุ้มครบครัน ลุ้นมันส์เติมน้ำมันฟรี’ คัดสรรมาเพื่อส่งมอบประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ฟอร์ดที่ ‘สะดวก มั่นใจ ประทับใจ’ อย่างต่อเนื่อง พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นของฟอร์ดในการดูแลรถยนต์ฟอร์ดทุกรุ่นในระยะยาว และร่วมฉลองโอกาสครบรอบ 30 ปีของฟอร์ด ประเทศไทย ด้วยข้อเสนอที่ช่วยเพิ่มความคุ้มค่าให้กับลูกค้าในช่วงค่าครองชีพสูง ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Ford Call Center โทร. 1383 หรือตรวจสอบเงื่อนไขและประเมินค่าบริการล่วงหน้าได้ที่เว็บไซต์ www.ford.co.th

หมายเหตุ
1. โปรแกรมการคำนวณราคา (Service Price Calculator) สามารถประเมินราคาการบริการได้ที่ https://www.ford.co.th/owner/service-price-calculator/ และแสดงเอกสารจากโปรแกรมนี้ขณะเข้ารับบริการ
2. เฉพาะรถยนต์ฟอร์ดรุ่นที่กำหนดและสิ้นสุดการรับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่แล้ว

เปิดโพยเด็ด “โปรโมชั่นรถใหม่” คุ้มสุดในงาน FAST Auto Show Thailand 2026

0

สมรภูมิตลาดรถยนต์เดือด! “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2026” ชูแนวคิด “ดีลแรงจัดเต็มทั้งงาน อยากได้รถใหม่หรือมือสอง จัดให้ครบ จบในงานเดียว” ถือเป็น “ยุคทองของผู้ซื้อ” กับโอกาสเป็นเจ้าของรถคันโปรดในเงื่อนไขที่ดีที่สุดกลางปีนี้แบบไม่ต้องรอ จัดแสดง 13 แบรนด์รถใหม่ชั้นนำ มาให้ผู้บริโภคเปรียบเทียบความคุ้มค่าแบบหมัดต่อหมัด ครบครันทั้งเครื่องยนต์สันดาป,ไฮบริด และรถไฟฟ้า100% (EV) โดยมีทัพรถรุ่นใหม่แกะกล่องจากแบรนด์ต่าง ๆ มาอวดโฉมในงานแบบจัดเต็ม! ใครที่กำลังเล็งรถใหม่ห้ามพลาดเด็ดขาด!

กลุ่มแบรนด์รถญี่ปุ่นและยุโรปยอดนิยม

1. TOYOTA : จัดทัพขบวนรถยนต์โตโยต้าหลากหลายรุ่น และรุ่นแต่งพิเศษ รถยนต์ SUV นำโดย bZ4X / COROLLA CROSS / YARIS CROSS / FORTUNER LEADER S / LAND CRUISER FJ น้องใหม่มาแรง รถยนต์เพื่อการพาณิชย์หลากหลายรุ่น HILUX CHAMP / HILUX REVO รถยนต์นั่งซีดาน CAMRY และรถยนต์ยอดนิยม YARIS ATIV HEV โดยมีให้ทดลองขับภายในงาน พิเศษสุด! “ดีล FAST ขับสบายมั่นใจยาวๆ” ภายใต้แคมเปญ “โตโยต้า ฟูลฟิล ดีลสุดคุ้ม” กับข้อเสนอพิเศษ ถึง 2 ต่อ คุ้มต่อ 1 แค่สแกนเลือกรับเลย! บัตรกำนัลส่วนลดสูงสุด 10,000 บาท หรือ ส่วนลดดอกเบี้ยสูงสุด 0.4% คุ้มต่อ 2 จองใน 7 วัน ลุ้นรับเพิ่มทุกสัปดาห์ บัตรกำนัลส่วนลดรถยนต์ เพื่อแบ่งเบาภาระค่าน้ำมัน/ค่าชาร์จไฟสูงสุด 100,000 บาท

2. HONDA : จัดแสดงไลน์อัปรถยนต์ฟูลไฮบริด e:HEV – The EXCITING Hybrid และรถยนต์ไฟฟ้า 100% นำทัพโดยไฮไลต์เด่นอย่าง Honda City ใหม่ ทั้งรุ่นซีดาน และแฮทช์แบ็ก ซิตี้คาร์ยอดนิยม พร้อมด้วยรถยนต์ฟูลไฮบริด e:HEV – The EXCITING Hybrid และ Honda e:N2 รถเอสยูวีไฟฟ้า 100% ล่าสุดจากฮอนด้า พร้อมมอบข้อเสนอสุดคุ้มสั่นสะเทือนกลางปีกับ “Honda THE GRAND QUAKE DEAL โปรสนั่น ดีลสะเทือน” พร้อมเปิดประสบการณ์ทดลองขับรถยนต์ฟูลไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้าจากฮอนด้า ได้แก่ Honda City e:HEV ใหม่ Honda HR-V และรถเอสยูวีไฟฟ้า Honda e:N2 ณ พื้นที่ทดลองขับในงาน

 

3. ISUZU : นำทัพรถปิกอัพ  ISUZU D-MAX “THE ONE & ONLY” และรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ MU-X “THE NEXT PEAK” ทั้งรุ่นมาตรฐานและรุ่นตกแต่งพิเศษ มอบความคุ้มค่าขั้นสุด ทุกมิติ ตอบโจทย์ทั้งเรื่องสมรรถนะและความประหยัดน้ำมัน พร้อมข้อเสนอพิเศษภายใต้แคมเปญ “อีซูซุคุ้มค่า…ฝ่าทุกวิกฤต” มอบสิทธิประโยชน์ให้แก่ผู้บริโภคอย่างจัดเต็ม ผู้ที่จองและออกรถ ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 กรกฎาคม 2569  อีซูซุสนับสนุนค่าน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท พร้อมเงื่อนไขไฟแนนซ์สุดพิเศษ และเพิ่มความอุ่นใจด้วยฟรีโปรแกรมขยายการรับประกัน ISUZU SMART PROTECTION นานสูงสุด 5 ปี หรือ 160,000 กม.

4. MITSUBISHI : ยกทัพรถยนต์เด่น 5 รุ่นหลัก ได้แก่ Mitsubishi XForce HEV คอมแพกต์ SUV ฟูลไฮบริด Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander Cross HEV ใหม่ รถครอบครัว 7 ที่นั่ง Mitsubishi Attrage ใหม่ อีโค่ซีดานปรับโฉม Mitsubishi Triton Double Cab Plus Ultra กระบะ 4 ประตูยกสูง และ Mitsubishi Pajero Sport GT ใหม่ PPV รุ่นคุ้มค่า พร้อมจัดโปรโมชันพิเศษสำหรับผู้ที่สนใจออกรถใหม่ ทั้งข้อเสนอดอกเบี้ย 0%, บัตรเติมน้ำมัน, ประกันภัยชั้นหนึ่ง, แพ็กเกจบำรุงรักษา และการขยายระยะเวลารับประกันสำหรับรถฟูลไฮบริด เป็นต้น สิทธิพิเศษจองรถภายในงาน รับฟรี กระเป๋าเดินทางล้อลากพับได้ มูลค่า 3,900 บาท

5. VOLVO :จัดเต็มกับทัพรถยนต์ Volvo ทั้งรถใหม่ป้ายแดง และ Volvo Selekt Certified Used Cars คุณภาพป้ายแดง รถผู้บริหารคุณภาพที่ผ่านการตรวจสอบ และรับรองมาตรฐานจากวอลโว่ พร้อมข้อเสนอพิเศษสุดเท่าที่เคยมีมา อาทิ ฟรี! ประกันภัยชั้น 1, Wall box และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ มากมาย นอกจากนี้ภายในบูธ Volvo Newton ยังมีขนมของว่าง พร้อมต้อนรับทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมบูธ และในวันเสาร์ที่ 4 ยังมีกิจกรรม ทำกระเป๋า DIY เป็นของฝากกลับบ้านอีกด้วย

 

กลุ่มแบรนด์ในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป (Primus Group) คัดสรรยนตรกรรมรุ่นใหม่ล่าสุดจาก 4 แบรนด์ดัง รวม 20 คัน ที่นำมาจัดแสดงและเปิดให้ทดลองขับ จัดเต็มด้วยข้อเสนอพิเศษที่คุ้มค่าและมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ พิเศษ! ลูกค้าที่จองรถยนต์เครือ PRIMUS GROUP ภายในงาน FAST Auto Show Thailand 2026 รับฟรี! กระบอกน้ำเก็บอุณหภูมิระดับพรีเมียม ทันที!

6. MG : พบกับรถรุ่นล่าสุด NEW MG URBAN รถไฟฟ้าแฮทช์แบ็ก 5 ประตู รับส่วนลด 50,000 บาท, MG IM5 รถซีดานสปอร์ตพรีเมียม ดอกเบี้ยพิเศษ 1.59%, NEW MG4 2026 รถแฮทช์แบค ขับสนุก สุดเร้าใจ แถมฟรี! ชุดแต่งสเกิร์ต, NEW MG S5 EV PLUS ออกรถเพียง 3,999 บาท รับฟรี! ชุดแต่งรอบคัน, ทั้ง 4 รุ่น รับฟรี! LIFETIME WARRANTY, ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี และ MG HOME CHARGER พร้อมติดตั้ง

7. ZEEKR : นำเสนอรถยนต์ ZEEKR 7X, ZEEKR X MY2026 และ ZEEKR 009 ให้เลือกเป็นเจ้าของในราคาพิเศษ!

8. DEEPAL : DEEPAL S05 รถคอมแพค SUV มีทั้ง EV และ REEV ดอกเบี้ย 0% หรือรับเงินคืน 50,000 บาท และ DEEPAL S07 รถ SUV ราคาพิเศษ! ทั้ง 2 รุ่น รับฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พรบ. นาน 1 ปี และ LIFETIME BATTERY WARRANTY นอกจากนี้ยังมี NEVO Q05 ราคาพิเศษ! พร้อมรับแพคเก็จ LIFETIME WARRANTY ราคาพิเศษ 6,500 บาท จากปกติ 60,000 บาท จำกัดเพียง 3,000 คันเท่านั้น

9. AION : รับส่วนลด 400,000 บาท เมื่อซื้อ GAC M8 PHEV รถ MPV พรีเมียม 7 ที่นั่ง,  AION UT 420 STANDARD ราคาพิเศษ เลือกผ่อน 5,482 บาท/เดือน หรือเลือกดาวน์เพียง 8,888 บาทเท่านั้น  รับฟรี! HOME CHARGER พร้อมติดตั้ง หรือสายชาร์ทฉุกเฉิน และ V2L, AION V รถ SUV ไฟฟ้า 100% ผ่อน 8,434 บาท/เดือน รับฟรี!  HOME CHARGER พร้อมติดตั้ง ทั้ง 3 รุ่น รับฟรี! ประกันภัยชั้น 1+พ.ร.บ.นาน 1 ปี, LIFETIME WARRANTY พิเศษ! เฉพาะรุ่น GAC M8, AION V และ HYTEC HT ดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.48% ผ่อนนาน 48 เดือน

 

กลุ่มแบรนด์ในเครือ เคพีออโต้ กรุ๊ป (KP Auto Group) ผู้แทนจำหน่าย Mazda, Hyundai และ Nissan ยกขบวนรถยนต์ครบไลน์อัป ทั้งสันดาป ไฟฟ้า และไฮบริด พร้อมข้อเสนอพิเศษเฉพาะภายในงาน ทั้งดอกเบี้ยพิเศษ ประกันภัยชั้น 1 และของแถมมูลค่าสูง

 

10. MAZDA : พบตัวจริงพร้อมทดลองขับในงาน The All-Electric Mazda 6e รถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของมาสด้าที่เพิ่งเดินทางถึงไทยมาหมาด ๆ ดีไซน์ NeoFastback ภายใต้ปรัชญา Kodo Design เจ้าของรางวัล 2026 World Car Design of the Year มอเตอร์ไฟฟ้า 258 แรงม้า แบตเตอรี่ LFP 77.9 กิโลวัตต์ชั่วโมง วิ่งไกลสุด 654 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังมี New Mazda CX-30 Essential รถ SUV ราคาพิเศษและ Mazda CX-8 2.5 SP Exclusive รับส่วนลดสูงสุด 320,000 บาท

11. HYUNDAI : ประเดิมด้วยรถไฟฟ้ารุ่นล่าสุดประกอบในไทย The new 2026 IONIQ 5 N Line ที่เพิ่งเปิดตัวครั้งแรกในไทย มอเตอร์ไฟฟ้า 225 แรงม้า แบตเตอรี่ 84 กิโลวัตต์ชั่วโมง วิ่งไกลสุด 591 กิโลเมตร ระบบไฟฟ้า 800 โวลต์ ราคาพิเศษเฉพาะช่วงเปิดตัว 1,399,000 บาท จำกัด 400 คันแรก พร้อม Hyundai Palisade Exclusive รับส่วนลด 500,000 บาท และ The New Hyundai Stargazer MPV ที่มาพร้อมข้อเสนอราคาและดอกเบี้ยพิเศษสุด รวมทั้งสิทธิประโยชน์อีกมากมาย

 

12. NISSAN : โชว์เทคโนโลยี e-Power ผ่าน The All-New Nissan Kicks e-Power กำลัง 136 แรงม้า ประหยัดน้ำมันสูงสุด 25 กิโลเมตรต่อลิตร ราคาพิเศษช่วงเปิดตัว พร้อม New Nissan Serena S-Hybrid เจ้าของรางวัล Car of the Year 2025 และ Nissan Almera 1.0V จองรถในงานรับบัตรเติมน้ำมัน 20,000 บาท ทุกรุ่น ส่วนลดสูงสุด 270,000 บาท เลือกรับ ดอกเบี้ย 0% ตลอดสัญญา ของแถม จัดเต็ม จัดหนัก ทุกคัน! ทดลองขับได้จริง จองจริง รับโปรจริง!

 

13. SUMOTA MOTOR : ผู้นำรถสามล้ออเนกประสงค์มาตรฐานญี่ปุ่นสำหรับงานบรรทุก และโดยสาร ทุกรุ่นรับประกันจดทะเบียนได้ถูกต้องตามกฎหมาย มีให้เลือกครบทั้งระบบน้ำมันและไฟฟ้า (EV) 100% ตอบโจทย์ภาคเกษตรและพาณิชยกรรม พร้อมบริการสั่งทำตัวถังพิเศษได้หลากหลาย เช่น หลังคา, คาร์โก้, ฟู้ดทรัก, รถขยะ ฯลฯ พร้อมทางเลือกความคล่องตัวกับ City Car รถเก๋งสามล้อเล็ก สำหรับซอยแคบในเมืองโดยเฉพาะ จัดราคาพิเศษเฉพาะในงาน ส่วนลด 10,000 – 20,000 บาท

 

นอกจากนี้ งาน FAST Auto Show Thailand 2026 ยังอัปเกรดความคุ้มค่าต่อที่ 2 กับแคมเปญ “ซื้อรถ ลุ้นรับ” สำหรับผู้จองและซื้อรถทุกคันในงาน รับสิทธิ์ลุ้นรับเก้าอี้นวดไฟฟ้าเพื่อสุขภาพ AMAXS มูลค่า 279,000 บาท และรางวัลประจำวันแจกตลอด 5 วัน ทั้งเครื่องนวดพกพา AMAXS และกระเป๋าเดินทางเด็ก MONOWHEEL รวมอีก 10 รางวัล สำหรับผู้เข้าชมงานทั่วไป ไม่ต้องซื้อรถก็ฟินได้กับกิจกรรม “แชะ แชร์สนั่น” แลกรับ GYM BAG หน้างานติดมือกลับบ้านได้ทันที  มาร่วมสัมผัสความคุ้มค่าและความบันเทิงครบรสได้ในงานนี้งานเดียว

ห้ามพลาด! แวะมาเช็กอิน เปรียบเทียบเงื่อนไข และรับดีลที่ดีที่สุดของปีได้ที่งาน FAST Auto Show Thailand 2026 วันนี้ ถึง 5 กรกฎาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 10.00-21.00 น.ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา (เข้าชมฟรีตลอดงาน!) ติดตามรายละเอียดที่ Facebook: FAST AUTO SHOW และ www.fastautoshow.com

มาสด้าดีเดย์เริ่มส่งมอบ The All-Electric Mazda6e ให้กับลูกค้าแล้ว

0

มาสด้าเริ่มส่งมอบ The All-Electric Mazda6e ให้กับลูกค้าอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ โดยมี นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วย นางสาวอัญญพร แซ่คู กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอลบาทรอส ออโต้ จำกัด ร่วมเป็นตัวแทนส่งมอบรถ Mazda6e ให้กับ ดร.สิรินทร์ อัครพันธุ์ กรรมการบริหาร บริษัท เอแพค แลนด์ จำกัด ลูกค้าครอบครัวมาสด้า เพื่อแสดงความยินดีและขอบคุณในความไว้วางใจที่เลือกรถ Mazda6e ให้เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางครั้งใหม่ โดยขณะนี้รถ Mazda6e ได้จัดส่งไปยังดีลเลอร์มาสด้าทั่วประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะเร่งทำการส่งมอบรถใหม่ให้กับลูกค้าโดยเร็วที่สุด

สำหรับการส่งมอบรถ Mazda6e ครั้งนี้ จัดขึ้น ณ อาคาร เอแพค ทาวเวอร์ เอกมัย กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของ บริษัท มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย โดยเป็นโครงการมิกซ์ยูสที่เชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสเอกมัย ภายใต้แนวคิด “Workplace of the Future” ได้รับการออกแบบและพัฒนาตามมาตรฐานสากลระดับสูง โดยมุ่งเน้นความยั่งยืน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ใช้อาคาร ซึ่งตอบโจทย์วิสัยทัศน์ของมาสด้าที่มุ่งเน้นถึงการให้ความสำคัญกับ โลก ผู้คน และ สังคม เพื่อส่งมอบประสบการณ์ความสุขควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างยั่งยืนไปถึงผู้คนในเจเนอเรชั่นถัดไป

สำหรับการส่งมอบรถใหม่ครั้งนี้ ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Premiere Delivery” เพื่อมอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าที่จองสิทธิ์ Mazda6e Premiere Package ไว้ล่วงหน้า ไม่เพียงเท่านี้ มาสด้ายังมุ่งมั่นสร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้าอย่างครบวงจร ทั้งเรื่องของการมอบความพิเศษในการส่งมอบรถใหม่ การเตรียมความพร้อมเพื่อดูแลลูกค้าที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้า การคัดสรรคุณภาพผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุด ความพร้อมด้านการบริการหลังการขาย การจัดเตรียมอะไหล่ และเครือข่ายผู้จำหน่ายที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการให้บริการรถยนต์ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความมั่นใจและสร้างประสบการณ์การเป็นเจ้าของที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า

ทั้งนี้ มาสด้าจะยังคงเดินหน้าตามแนวทาง Multi-solution Strategy ในการนำเสนอเทคโนโลยียานยนต์ที่มีความหลากหลายด้านรูปแบบพลังงาน พร้อมสร้างอนาคตแห่งการขับเคลื่อนที่ยั่งยืน ภายใต้แนวคิด Joy Drives Lives ที่เชื่อว่าความสุขจากการขับขี่สามารถส่งต่อเป็นความสุขในการใช้ชีวิตได้ในทุกวัน โดยมาสด้าพร้อมส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า และให้การดูแลอย่างใส่ใจในทุกขั้นตอน ตั้งแต่วันแรกของการเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้าไปตลอดอายุการใช้งาน เพื่อให้ลูกค้าทุกคนได้รับความอุ่นใจและมั่นใจที่เลือกใช้รถยนต์มาสด้าเป็นรถยนต์คู่ใจในทุกประสบการณ์ของทุกคนในครอบครัว

ฮุนไดเปิดตัว The new 2026 IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบไทย รวมสเปกจัดเต็ม เทคโนโลยีชั้นสูง หนุนไทยขึ้นเป็นฐาน EV โลก

0

บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งในตลาดรถพลังงานไฟฟ้า 100% พร้อมยกระดับบทบาทประเทศไทยสู่การเป็นหนึ่งในฐานประกอบรถพลังงานไฟฟ้าของฮุนไดในเครือข่ายระดับโลก ด้วยการเปิดตัว The new 2026 IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบไทย ที่ต่อยอดความสำเร็จของตระกูล IONIQ ในตลาดโลก ซึ่งมียอดขายสะสมกว่า 500,000 คันทั่วโลก สะท้อนความเชื่อมั่นและการยอมรับจากลูกค้าทั่วโลก สู่รถ EV รุ่นใหม่สำหรับลูกค้าไทยที่ต้องการมากกว่าดีไซน์ แต่ต้องการรถที่สไตล์เฉพาะตัว ตอบโจทย์การใช้งานจริงในทุกวัน ทั้งการเดินทางในเมือง การใช้งานประจำวัน และการเดินทางระยะไกล ด้วยแบตเตอรี่ความจุ 84 kWh ระยะทางขับขี่สูงสุด 591 กิโลเมตร (NEDC) เทคโนโลยี Ultra-Fast Charge ใช้เวลาประมาณ 18 นาที ห้องโดยสารกว้างขวาง ด้วยระยะฐานล้อยาว 3,000 มม. เทคโนโลยีช่วยขับขี่และความปลอดภัยอัจฉริยะ Hyundai SmartSense (ADAS) มาเต็มถึง 17 ระบบ และ Hyundai Bluelink Connected Car แอปพลิเคชันอัจฉริยะที่เปิดใช้งานครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมตอกย้ำว่า รถรุ่นประกอบไทยคันนี้ นำเทคโนโลยี องค์ความรู้ และมาตรฐานคุณภาพเดียวกับฮุนไดทั่วโลกมาส่งมอบให้ลูกค้าชาวไทย

นายเจ กิว จอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “The new 2026 IONIQ 5 N Line รุ่นนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของฮุนไดในประเทศไทย โดยเราต่อยอดความสำเร็จของ IONIQ 5 ในตลาดโลก ซึ่งเป็นรุ่นที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันยอดขายทะลุ 500,000 คันทั่วโลกของรถไฟฟ้าตระกูล IONIQ ของฮุนได ในปีที่ผ่านมา The new 2026 IONIQ 5 N Line ถือว่าเป็นรถที่ได้รับการปรับโฉม (Product Enhancement) ทั้งภายนอกและภายใน โดยการนำจุดแข็งด้านเทคโนโลยี ความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และคุณภาพจาก IONIQ 5 มาเสริมคาแรกเตอร์และดีไซน์จากรถไฟฟ้าสมรรถนะสูงอย่าง IONIQ 5 N ที่ดูเร้าใจและทันสมัยภายใต้สโลแกน Never Ordinary เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าไทย ที่มีคาแรกเตอร์เฉพาะตัว โดดเด่น ไม่ซ้ำใคร และต้องการรถ EV ที่มีดีไซน์แตกต่าง มีสไตล์ ที่ทำให้คนต้องหันมองทุกครั้งที่ได้เห็น”

“ขณะเดียวกัน การประกอบ The new 2026 IONIQ 5 N Line ในประเทศไทย ยังสะท้อนความเชื่อมั่นของฮุนไดต่อศักยภาพของประเทศไทย ทั้งด้านบุคลากร พันธมิตรการผลิต ซัพพลายเชนยานยนต์ และมาตรฐานคุณภาพที่ตลาดสากลยอมรับ โดยปัจจุบัน IONIQ 5 มีการผลิตในโรงงานฮุนได 6 แห่ง จากทั้งหมด 14 แห่งทั่วโลก ได้แก่ เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม อินเดีย สหรัฐอเมริกา และประเทศไทย ขณะที่ The new 2026 IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบไทย ยังทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ 2 ที่ประกอบรุ่น N Line ต่อจากเกาหลีใต้ ณ เมืองปูซาน ประเทศไทยจึงได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในฐานประกอบ IONIQ 5 ของฮุนไดในเครือข่ายระดับโลก ผ่านการดำเนินงานของ ฮุนได โมบิลิตี้ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) ทั้งในฐานประกอบรถพลังงานไฟฟ้าและโรงงานแบตเตอรี่แรงดันสูง เป้าหมายของเราคือการส่งมอบรถพลังงานไฟฟ้า 100% ที่ลูกค้าไทยมั่นใจได้ทั้งในคุณภาพ ความปลอดภัย และมาตรฐานเดียวกับฮุนไดทั่วโลก พร้อมวางรากฐานให้ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในธุรกิจ EV ของฮุนไดในอนาคต” นายเจ กิว จอง กล่าวสรุป

นายคิม อินฮวา ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด หรือ HMMT กล่าวว่า “HMMT มีศักยภาพในการประกอบได้ทั้งรถยนต์และแบตเตอรี่แรงดันสูง เราให้ความสำคัญกับความแม่นยำและความปลอดภัยสูงสุด มีการใช้เทคโนโลยี เครื่องจักรและระบบอัตโนมัติจากประเทศเกาหลีใต้ ผสานการทำงานภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญจากฮุนได เพื่อให้ลูกค้าชาวไทยได้มั่นใจว่า รถยนต์ที่ประกอบออกจาก HMMT ทุกคัน จะอยู่ภายใต้มาตรฐานเดียวกันกับรถยนต์ฮุนไดทั่วโลก”

แบตเตอรี่ 84 kWh เทคโนโลยี 800V และชาร์จเร็ว 18 นาที ตอบโจทย์การใช้งาน EV ในชีวิตจริง
The new 2026 IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบไทย ยังคงใช้จุดแข็งของแพลตฟอร์ม EV ของฮุนได E-GMP ซึ่งพัฒนาขึ้นสำหรับรถพลังงานไฟฟ้า 100% โดยเฉพาะ มาพร้อมเทคโนโลยีไฟฟ้าแรงดันสูง 800 โวลต์ และแบตเตอรี่ Lithium-ion แบบ Liquid cooled ความจุ 84 kWh เพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิม Exclusive (Long Range) ที่มีความจุ 72 kWh โดยแบตเตอรี่มีแรงดัน 697 โวลต์ และสามารถซ่อมบำรุงได้ด้วยการเปลี่ยนแบตเตอรี่เป็นรายโมดูล ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาในระยะยาว พร้อมให้ระยะทางขับขี่สูงสุด 591 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC หรือ 530 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP ลดความกังวลเรื่องระยะทางในการขับขี่ สำหรับลูกค้าที่ต้องการใช้ EV เป็นรถหลักของครอบครัว ทั้งการเดินทางในชีวิตประจำวันและการเดินทางข้ามจังหวัด

ด้านการชาร์จ The new 2026 IONIQ 5 N Line รองรับการชาร์จเร็ว DC สูงสุด 350 kW โดยสามารถชาร์จจาก 10% ถึง 80% ได้ในเวลาประมาณ 18 นาที ช่วยลดเวลารอระหว่างเดินทางไกล และรองรับการชาร์จ AC สูงสุด 10.5 kW ผ่านหัวชาร์จ Type 2 โดยใช้เวลาชาร์จจาก 10% ถึง 100% ประมาณ 7 ชั่วโมง 35 นาที เหมาะกับการชาร์จที่บ้านในช่วงกลางคืนหรือที่พักอาศัย ทำให้การใช้ EV ในชีวิตประจำวันสะดวกขึ้น และช่วยให้ผู้ขับขี่วางแผนการเดินทางได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ยังมาพร้อมฟังก์ชัน Vehicle-to-Load หรือ V2L ที่สามารถจ่ายไฟจากรถไปยังอุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอกได้สูงสุด 3.6 kW เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมกลางแจ้ง การเดินทางพักผ่อน หรือการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าในสถานการณ์จำเป็น

สมรรถนะขับเคลื่อนล้อหลัง 225 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร พร้อมโหมดขับขี่ 5 รูปแบบ
The new 2026 IONIQ 5 N Line ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet Synchronous Motor ทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ให้กำลังสูงสุด 225 แรงม้า หรือ 168 kW และแรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร มอบการตอบสนองที่ฉับไวในแบบรถไฟฟ้า อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ในเวลา 7.5 วินาที และความเร็วสูงสุด 185 กม./ชม. ตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการ EV ที่ขับสนุก คล่องตัว และมั่นใจในการเร่งแซง ขณะเดียวกันยังให้ความนุ่มนวลและความเงียบสำหรับการใช้งานทุกวัน

ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบ MacPherson Strut และด้านหลังแบบ Multi-link พร้อม Damping Control System แบบ High Performance ช่วยเสริมความมั่นคงในการขับขี่ ขณะที่ระบบเบรกแบบ Ventilated Disc ทั้งหน้าและหลัง พร้อม Active Hydraulic Booster รองรับการทำงานร่วมกับระบบ Regenerative Braking โดยผู้ขับขี่สามารถปรับระดับการหน่วงพลังงานกลับได้ ผ่าน Paddle Shifters หลังพวงมาลัย

The new 2026 IONIQ 5 N Line มาพร้อมโหมดการขับขี่ 5 รูปแบบ ได้แก่ Eco, Normal, Sport, My Drive และ Snow เพื่อให้ผู้ขับขี่เลือกปรับการตอบสนองของรถให้เหมาะกับลักษณะการใช้งาน ตั้งแต่การขับขี่ประหยัดพลังงาน การขับขี่ทั่วไป ไปจนถึงการขับขี่ที่ต้องการความเร้าใจมากขึ้น

ฐานล้อ 3,000 มม. ห้องโดยสารกว้าง นั่งสบาย พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระสูงสุด 1,580 ลิตร
หนึ่งในจุดเด่นของ The new 2026 IONIQ 5 N Line คือ ระยะฐานล้อยาว 3,000 มม. ช่วยเพิ่มพื้นที่ภายในห้องโดยสารให้กว้าง โปร่ง และนั่งสบายในทุกตำแหน่ง เหมาะสำหรับลูกค้าที่ต้องการรถ EV สำหรับครอบครัว การเดินทางระยะไกล หรือผู้ที่ให้ความสำคัญกับความสบายของผู้โดยสารตอนหลัง

ตัวรถมีมิติตัวถังยาว 4,655 มม. กว้าง 1,890 มม. สูง 1,605 มม. พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้าย 520 ลิตร และขยายได้สูงสุด 1,580 ลิตร เมื่อพับเบาะแถวหลัง ช่วยรองรับการใช้งานได้หลากหลาย ตั้งแต่สัมภาระประจำวัน อุปกรณ์กีฬา กระเป๋าเดินทาง ไปจนถึงการเดินทางกับครอบครัวในช่วงวันหยุด

ภายในห้องโดยสารมาพร้อมเบาะหุ้มหนังแท้ พร้อมโลโก้ N เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้าพร้อมที่ดันหลัง ระบบปรับเบาะอุ่นและเย็นคู่หน้า ระบบบันทึกตำแหน่งเบาะผู้ขับขี่ 2 ตำแหน่ง และเบาะผู้ขับขี่แบบ Zero Gravity ปรับเอนนอนด้วยไฟฟ้า พร้อมที่พักขา ช่วยเพิ่มความผ่อนคลายระหว่างรอชาร์จหรือพักระหว่างเดินทาง

ความสะดวกสบายในห้องโดยสารยังรวมถึงระบบปรับอากาศอัตโนมัติ Dual Zone พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารแถวที่ 2, คอนโซลกลางแบบเลื่อนสไลด์ได้, ไฟ Mood Light 64 สี, กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ, เบรกมือไฟฟ้าพร้อม Auto Hold, ที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย และช่องชาร์จ USB-C หลายตำแหน่ง รองรับการใช้งานของผู้โดยสารทุกที่นั่ง

หน้าจอคู่ 12.3 นิ้ว BOSE Premium Sound และ Wireless Apple CarPlay / Android Auto
The new 2026 IONIQ 5 N Line ตอบโจทย์ลูกค้ายุคดิจิทัล ด้วยหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ Full Color ขนาด 12.3 นิ้ว และหน้าจอเครื่องเสียงและความบันเทิงแบบสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว ปรับฟังก์ชันการใช้งาน และเชื่อมต่อได้สะดวกและครบถ้วน ทั้งบนจอ และปุ่มกดเพื่อความสะดวกในการใช้งาน รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย ช่วยให้การใช้งานระบบนำทาง เพลง โทรศัพท์ และแอปพลิเคชันต่าง ๆ เป็นไปอย่างสะดวกโดยไม่ต้องใช้สายเชื่อมต่อ

ด้านความบันเทิง มาพร้อมระบบเสียง BOSE Premium Sound System with External Amplifier และลำโพง 8 ตำแหน่ง เพื่อมอบประสบการณ์เสียงที่มีคุณภาพภายในห้องโดยสาร พร้อมระบบ Bluetooth, ช่อง USB-C สำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์มัลติมีเดีย และระบบอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ OTA หรือ Over-the-air ช่วยให้รถสามารถรองรับการปรับปรุงซอฟต์แวร์ในอนาคตได้สะดวกยิ่งขึ้น

Hyundai Bluelink ครั้งแรกในประเทศไทย เชื่อมต่อรถผ่านสมาร์ตโฟน เพิ่มความสะดวกและความอุ่นใจ
The new 2026 IONIQ 5 N Line เป็นรุ่นแรกในประเทศไทย ที่มาพร้อม Hyundai Bluelink Connected Car Services เทคโนโลยีเชื่อมต่อรถอัจฉริยะที่ช่วยให้ผู้ใช้สื่อสารกับรถผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน เพิ่มทั้งความสะดวก ความปลอดภัย และความมั่นใจในชีวิตประจำวัน ผู้ใช้สามารถเปิดแอปเพื่อตรวจสอบความพร้อมของรถก่อนออกเดินทาง เช่น สถานะการล็อก สถานะรถ และข้อมูลที่จำเป็นต่าง ๆ สามารถปลดล็อกหรือล็อกรถผ่านแอป เปิดระบบปรับอากาศล่วงหน้าก่อนขึ้นรถ ค้นหาตำแหน่งรถในลานจอด เปิดแผนที่ผ่านหน้าจอระหว่างเดินทาง และรับการแจ้งเตือนหากเกิดเหตุผิดปกติหรือความเสี่ยงในการถูกโจรกรรมรถ

Bluelink ช่วยให้ประสบการณ์การใช้งาน EV มีความสะดวกมากขึ้น โดยเฉพาะในสภาพอากาศเมืองไทยที่ผู้ขับขี่สามารถเปิดแอร์ล่วงหน้าเพื่อเตรียมห้องโดยสารให้เย็นสบายก่อนขึ้นรถ หรือใช้ฟังก์ชันค้นหาตำแหน่งรถเมื่อต้องจอดในพื้นที่ขนาดใหญ่ เช่น ศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน หรือสนามบิน ทั้งนี้ Hyundai Bluelink และ OTA เปิดให้ใช้งานฟรี 3 ปีแรกนับจากวันออกรถ

Hyundai SmartSense 17 ระบบ เสริมความมั่นใจรอบด้านทุกการเดินทาง
ด้านความปลอดภัย The new 2026 IONIQ 5 N Line มาพร้อม Hyundai SmartSense หรือ ADAS เทคโนโลยีช่วยขับขี่และความปลอดภัยอัจฉริยะรวม 17 ระบบ ครอบคลุมทั้งการขับขี่บนทางด่วน การเดินทางในเมือง การเปลี่ยนเลน การถอยรถ และการจอดในพื้นที่จำกัด อาทิ Smart Cruise Control with Stop and Go ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมฟังก์ชันหยุดและออกตัวตามรถคันหน้า, Forward Collision-avoidance Assist และ Forward Collision-avoidance Assist with Junction Turning ระบบเตือนและเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ รวมถึงขณะเลี้ยวที่ทางแยก, Lane Keeping Assist และ Lane Following Assist ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนและอยู่กลางเลน ช่วยลดภาระผู้ขับขี่และเพิ่มความมั่นใจในการเดินทางประจำวัน

นอกจากนี้ ยังมีระบบช่วยเพิ่มความปลอดภัยรอบคัน เช่น Blind-spot Collision-avoidance Assist และ Blind-spot View Monitor สำหรับจุดอับสายตา, Rear Cross-traffic Collision-avoidance Assist และ Reverse Parking Collision-avoidance Assist สำหรับการถอยรถและถอยจอด, Surround View Monitor กล้องมองรอบทิศทาง, Parking Distance Warning เซนเซอร์กะระยะหน้า-ข้าง-หลัง, High Beam Assist ระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ, Safe Exit Warning ระบบเตือนการเปิดประตูเมื่อมีรถวิ่งมาด้านข้าง, Driver Attention Warning ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้า, Leading Vehicle Departure Alert ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่, Rear Occupant Alert ระบบแจ้งเตือนให้เช็กผู้โดยสารด้านหลัง และ Manual Speed Limit Assist ระบบช่วยจำกัดความเร็ว พร้อมเสริมความมั่นใจด้วยถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง ระบบเบรกและควบคุมเสถียรภาพครบครัน อาทิ ABS, BAS, EBD, ESC, HAC, MCB, TPMS, TCS, VSM และ VESS ระบบจำลองเสียงเพื่อความปลอดภัยสำหรับคนเดินถนน

ดีไซน์ N Line สปอร์ตเฉพาะตัว สื่อสารผ่านสโลแกน “Never Ordinary”
ด้านดีไซน์ The new 2026 IONIQ 5 N Line ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากรถไฟฟ้าสมรรถนะสูงอย่าง IONIQ 5 N จากสนามแข่งสู่ถนนจริง สู่รถ EV สำหรับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ภายใต้สโลแกน “Never Ordinary ธรรมดา…ไม่มีที่ยืน” เพื่อสะท้อนว่า รถ IONIQ 5 N Line มีคาแรกเตอร์ชัดเจน โดดเด่น และแตกต่างจากคู่แข่งในเซกเมนต์เดียวกัน ในขณะเดียวกันต้องการสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเป็นคนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีสไตล์เป็นของตัวเอง ไม่ตามเทรนด์ มีแนวทางของตัวเอง ไม่ซ้ำทางใคร The new 2026 IONIQ 5 N Line จึงเป็นคำตอบสำหรับรถ EV ที่คนกลุ่มนี้มองหา โดยนำเสนอการสื่อสารการตลาด ผ่านรูปแบบแฟชั่น Lookbook เน้นภาพลักษณ์ที่แตกต่าง มีสไตล์ และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่ยังคงตอบโจทย์ด้านเทคโนโลยี ความสะดวกสบาย และความปลอดภัยที่ลูกค้าคาดหวังจากรถ EV ระดับพรีเมียม

ภายนอกมาพร้อมกันชนหน้า-หลังดีไซน์สปอร์ตเฉพาะรุ่น N Line, สเกิร์ตข้างดีไซน์สปอร์ต, ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ดีไซน์เฉพาะรุ่น, ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ Parametric Pixel LED, หลังคา Vision Roof พร้อมม่านบังแดดไฟฟ้า, ช่องระบายอากาศด้านหน้าแบบ Active Air Flap, กระจก Acoustic Glass, มือจับประตูแบบ Pop-up พร้อมเซนเซอร์ และประตูท้ายไฟฟ้าพร้อม Smart Power Tailgate

ภายในเสริมคาแรคเตอร์ N Line ด้วยพวงมาลัยโลโก้ N ตกแต่งด้ายสีแดง เบาะหนังแท้พร้อมโลโก้ N และรายละเอียดการตกแต่งที่สะท้อนความสปอร์ตพรีเมียมในทุกการเดินทาง

นายวัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “The new 2026 IONIQ 5 N Line คือรถพลังงานไฟฟ้า 100% สำหรับลูกค้าที่ต้องการรถที่ให้ได้มากกว่าแค่การเดินทาง เพราะรถคันนี้สามารถบ่งบอกบุคลิกผ่านดีไซน์ที่ชัดเจน โดดเด่น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมด้วยเทคโนโลยีที่ใช้งานได้จริงและมอบความมั่นใจในการขับขี่ เราสื่อสารภายใต้สโลแกน “Never Ordinary” ธรรมดา… ไม่มีที่ยืน เพื่อสะท้อนถึงรถ IONIQ 5 N Line ที่มีคาแรกเตอร์ชัดเจน โดดเด่น และแตกต่างจากคู่แข่งในเซกเมนต์เดียวกัน ในขณะที่กลุ่มเป้าหมายของเรา ก็เป็นคนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีสไตล์เป็นของตัวเอง ไม่ซ้ำทางใคร The new 2026 IONIQ 5 N Line จึงเป็นคำตอบสำหรับรถ EV ที่คนกลุ่มนี้มองหา นอกจากนี้เรายังเพิ่มความพิเศษให้กับรุ่นประกอบไทย โดยลูกค้าชาวไทยจะได้สัมผัส Hyundai Bluelink Connected Car Services เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟนที่ช่วยให้ผู้ใช้เชื่อมต่อกับรถได้สะดวกและอุ่นใจยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบสถานะรถก่อนออกเดินทาง การล็อกและปลดล็อกรถจากระยะไกล การเปิดระบบปรับอากาศล่วงหน้าก่อนขึ้นรถ การค้นหาตำแหน่งรถ การเปิดแผนที่ผ่านหน้าจอระหว่างเดินทาง และการแจ้งเตือนเมื่อเกิดเหตุผิดปกติหรือความเสี่ยงด้านการโจรกรรม อีกหนึ่งไฮไลต์ที่แตกต่างจากรุ่นนำเข้า คือเบาะหนังแท้ พร้อมโลโก้ N ที่ช่วยเติมเต็มความพรีเมียมและความสบายในทุกการเดินทางอย่างแท้จริง”

ราคาอย่างเป็นทางการ 1.699 ล้านบาท พร้อมราคาพิเศษช่วงเปิดตัว 1.399 ล้านบาท จำนวนจำกัด 400 คัน
The new 2026 IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบไทย เปิดตัวด้วยราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 1.699 ล้านบาท พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยราคาพิเศษช่วงเปิดตัว 1.399 ล้านบาท จำนวนจำกัดเพียง 400 คันแรก เพื่อให้ลูกค้าไทยเข้าถึงรถ EV เทคโนโลยีระดับโลกได้ง่ายยิ่งขึ้น

พร้อมข้อเสนอพิเศษที่ช่วยเติมความคุ้มค่าและความอุ่นใจในการใช้งาน สำหรับลูกค้าที่จอง และรับรถ ตั้งแต่วันที่ 29 มิถุนายน 2569 ถึง 31 กรกฎาคม 2569 รับดอกเบี้ย 1.79% ฟรี ประกันภัยชั้น 1, ฟรี Home Charger รับประกันนานถึง 3 ปี พร้อมฟรีค่าแรงติดตั้ง รับประกันนาน 1 ปี, บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน Roadside Assistance ระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดเลขไมล์, การรับประกันคุณภาพรถยนต์ Warranty 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน และการรับประกันแบตเตอรี่ไฟฟ้าแรงดันสูง HV Battery Warranty นาน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน

นอกจากนี้ ลูกค้ายังได้รับสิทธิ์ใช้งาน Hyundai Bluelink และ OTA ฟรี 3 ปีแรกนับจากวันออกรถ ยิ่งสะท้อนถึงความตั้งใจของฮุนไดในการส่งมอบทั้งเทคโนโลยี ความสะดวกสบาย ความคุ้มค่า และความมั่นใจให้กับลูกค้าชาวไทยในทุกการเดินทาง

The new 2026 IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบไทย มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีดำ Midnight Black Pearl, สีขาว Optic White และสีเทา Titan Gray Metallic โดยลูกค้าที่สนใจสามารถสัมผัสรถรุ่นใหม่ได้ที่ IONIQ Lab และโชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ เพื่อพบกับรถพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นประกอบไทยที่รวมเทคโนโลยี EV แรงดันสูง 800 โวลต์ สมรรถนะการขับขี่ ห้องโดยสารกว้าง ระบบความปลอดภัยครบครัน Bluelink Connected Car และคุณภาพงานประกอบมาตรฐานฮุนไดระดับโลกไว้ในคันเดียว

*หมายเหตุ: เงื่อนไขราคา ข้อเสนอพิเศษ การรับประกัน Hyundai Bluelink และ OTA เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

ฮอนด้า จัดแสดงไลน์อัป e:HEV และ EV ยกระดับแบรนด์และดีไซน์บูทด้วยการใช้ H Mark ใหม่ ที่งาน FAST Auto Show Thailand 2026

0

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด จัดแสดงไลน์อัปรถยนต์ฟูลไฮบริด e:HEV – The EXCITING Hybrid และรถยนต์ไฟฟ้า 100% พร้อมยกระดับแบรนด์และดีไซน์บูทด้วยการใช้ H Mark ใหม่ ที่สะท้อน Brand Promise ของฮอนด้า “Vibrant & Challenge-full Life” ที่มุ่งส่งมอบแรงบันดาลใจและการใช้ชีวิตที่เปี่ยมด้วยพลัง พร้อมก้าวสู่ทุกความท้าทาย ภายในงาน FAST Auto Show Thailand 2026 พร้อมมอบข้อเสนอสุดคุ้มสั่นสะเทือนกลางปีกับ “Honda THE GRAND QUAKE DEAL โปรสนั่น ดีลสะเทือน” สำหรับลูกค้าที่จองตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2569 – 30 กันยายน 2569 และรับรถภายใน 31 ตุลาคม 2569* พร้อมแท็กทีมจัดแสดงกลุ่มรถยนต์ใช้แล้วการันตีคุณภาพตามมาตรฐานฮอนด้า ภายใต้ “Honda Certified Selection” อีกทั้งนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการครบวงจรตอบโจทย์ทุกความต้องการเพื่อการเป็นเจ้าของรถยนต์ได้ครบจบในที่เดียว พร้อมเปิดประสบการณ์ทดลองขับรถยนต์ฟูลไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้าจากฮอนด้า ได้แก่ Honda City e:HEV ใหม่ Honda HR-V และรถเอสยูวีไฟฟ้า Honda e:N2 ณ พื้นที่ทดลองขับในงานบริเวณด้านหลัง Hall 102

โซนจัดแสดงรถยนต์ ณ บูทฮอนด้า (B2) Hall 102 พบกับการออกแบบบูทภายใต้ Corporate Identity (CI) ใหม่ของฮอนด้า ถ่ายทอดภาพลักษณ์แบรนด์ยุคใหม่ที่สะท้อนจิตวิญญาณแห่งอิสระ พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยความเป็นไปได้อย่างไร้ขีดจำกัด พร้อมจัดแสดงไลน์อัปรถยนต์ฮอนด้า นำทัพโดยไฮไลต์เด่นอย่าง Honda City ใหม่ ทั้งรุ่นซีดานและแฮทช์แบ็ก ซิตี้คาร์ยอดนิยมที่พร้อมจะสั่นทุกสตรีทและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว พร้อมด้วยทัพรถยนต์ฟูลไฮบริด e:HEV – The EXCITING Hybrid และ Honda e:N2 รถเอสยูวีไฟฟ้า 100% ล่าสุดจากฮอนด้า

พร้อมรับข้อเสนอในแบบที่โดนใจกับแคมเปญ “Honda THE GRAND QUAKE DEAL โปรสนั่น ดีลสะเทือน” ดีลสะเทือน! ต้อนรับลูกค้าใหม่ รับดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0%* ฟรี Honda Exclusive Care* ออกรถยนต์ใหม่ฮอนด้าดูแลอุ่นใจสูงสุด 5 ปี โปรสนั่น! Gen to Gen ครอบครัวฮอนด้าอยากเพิ่มคันใหม่ ออกรถยนต์รุ่น Turbo หรือ e:HEV รับสิทธิพิเศษ 6,000 – 40,000 บาท* ออกรถยนต์ไฟฟ้ารับสิทธิพิเศษสูงสุด 130,000 บาท* พิเศษคันเดิมรับเพิ่ม Service e-coupon มูลค่า 3,000 บาท เมื่อจองตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2569 และรับรถภายใน 31 ตุลาคม 2569* ที่งานฯ และโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

ครั้งแรก! กับการจัดแสดงโซนรถยนต์ใช้แล้ว (D2) Hall 102 บูท Honda Certified Selection ยกระดับความอุ่นใจสำหรับรถยนต์ใช้แล้วที่ผ่านการตรวจเช็กคุณภาพตามมาตรฐานฮอนด้า ภายในบูทยังมีการจัดแสดงรถยนต์ใช้แล้วคุณภาพมาตรฐานฮอนด้า  ฟรีบริการประเมินราคารถยนต์ใช้แล้ว และการสาธิตการตรวจเช็กมาตรฐานรถยนต์ใช้แล้วฮอนด้า 200 รายการ ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด

Honda Certified Selection คือรถยนต์ใช้แล้วคุณภาพมาตรฐานฮอนด้า แบ่งเกณฑ์การคัดสรรและการันตีคุณภาพออกเป็น 3 เกรด เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายได้ตรงใจ เปิดมิติใหม่แห่งความคุ้มค่าเป็นทางเลือกให้ลูกค้าได้เป็นเจ้าของ มาพร้อมบริการหลังการขายที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจตลอดอายุการใช้งาน และส่งมอบประสบการณ์ Wow & Stress-free ในทุกการเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้า ดังนี้

  • เกรด Premium Certified สำหรับรถยนต์ฮอนด้าอายุไม่เกิน 4 ปี และระยะทางการใช้งานไม่เกิน 100,000 กิโลเมตร มีเงื่อนไขดังนี้
    • เงื่อนไขด้านอุบัติเหตุ ไม่กระทบโครงสร้างหลักและโครงสร้างรอง
    • เงื่อนไขด้านคุณภาพ ไม่ขาดการเข้าเช็กระยะเลขคู่ติดต่อกันเกิน 2 ครั้ง และผ่านการตรวจสอบตามมาตรฐานฮอนด้า 200 รายการ
    • การรับประกันคุณภาพ หมวดหมู่การรับประกันเทียบเท่ารถใหม่** คุ้มครองสูงสุดถึง 5 ปีหรือไม่เกิน 140,000 กิโลเมตร*** (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) นับจากวันส่งมอบรถใหม่
  • เกรด Advanced Certified สำหรับรถยนต์ฮอนด้าอายุไม่เกิน 7 ปี และระยะทางการใช้งานไม่เกิน 150,000 กิโลเมตร มีเงื่อนไขดังนี้
    • เงื่อนไขด้านอุบัติเหตุ ไม่กระทบโครงสร้างหลักและโครงสร้างรอง
    • เงื่อนไขด้านคุณภาพ ไม่ขาดการเข้าเช็กระยะเลขคู่ติดต่อกันเกิน 2 ครั้ง และผ่านการตรวจสอบตามมาตรฐานฮอนด้า 200 รายการ
    • การรับประกันคุณภาพ: 13 หมวดหมู่การรับประกัน** ระยะเวลา 1 ปี หรือไม่เกิน 20,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • เกรด Standard Certified สำหรับรถยนต์ฮอนด้าอายุไม่เกิน 12 ปี และระยะทางการใช้งานไม่เกิน 200,000 กิโลเมตร มีเงื่อนไขดังนี้
    • เงื่อนไขด้านอุบัติเหตุ ไม่กระทบโครงสร้างหลัก
    • เงื่อนไขด้านคุณภาพ ไม่ขาดการเข้าเช็กระยะเลขคู่ติดต่อกันเกิน 2 ครั้ง และผ่านการตรวจสอบตามมาตรฐานฮอนด้า 200 รายการ
    • การรับประกันคุณภาพ 12 หมวดหมู่การรับประกัน** ระยะเวลา 1 ปี หรือไม่เกิน 20,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

ให้คุณเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าได้ง่ายยิ่งขึ้น พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษที่พลาดไม่ได้กับแคมเปญ Honda THE GRAND QUAKE DEAL โปรสนั่น ดีลสะเทือน” ได้ที่งาน FAST Auto Show Thailand 2026 และที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777

อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

  • เว็บไซต์: honda.co.th
  • Facebook Official Account: Honda Thailand
  • LINE Official Account: @honda-thailand

“มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี” นำทัพยนตรกรรมหลากหลาย พร้อมเผยโฉม “มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่” เป็นครั้งแรก! ที่งานฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2026

0

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ขนทัพยนตรกรรมครบทุกไลน์อัปลุยงานฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2026 ตอกย้ำความแข็งแกร่งของยนตรกรรมคุณภาพที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ นำโดย มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ใหม่ พร้อมเผยโฉมรถยนต์อีโค่ซีดาน มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ ที่ได้รับการปรับลุคดีไซน์กระจังหน้าใหม่ให้โมเดิร์นขึ้น พ่วงด้วยการอัปเกรดเทคโนโลยีความปลอดภัยให้มั่นใจยิ่งกว่าเดิมตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น ปิดท้ายความคุ้มค่าด้วย โปรแรง “ดอกเบี้ย 0%” และข้อเสนอพิเศษมากมายภายในงานนี้โดยเฉพาะ

มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจโดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลางเสมอมา ตั้งแต่การออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงที่ผ่านการทดสอบอย่างเข้มงวดโดยทีมวิจัยและพัฒนา ไปจนถึงการส่งมอบบริการที่เหนือระดับ ภายใต้ปรัชญา ‘KOE’ () การรับฟังเสียงของลูกค้า และ ‘KANDO’ (感動) การสร้างความประทับใจในทุกด้านของผลิตภัณฑ์และงานบริการ ซึ่งสะท้อนผ่านไลน์อัปรถยนต์หลากหลายรุ่นที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการอย่างแท้จริง ควบคู่ไปกับการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจ จริงใจ และพิถีพิถันในทุกรายละเอียด ตามแบบฉบับจิตวิญญาณการบริการแบบญี่ปุ่น หรือ Omotenashi (おもてなし) ผ่านเครือข่ายศูนย์บริการกว่า 180 แห่งทั่วประเทศ เพื่อประสบการณ์ที่ดีที่สุดของลูกค้าตลอดช่วงเวลาของการใช้งาน

สำหรับงานฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2026 เราขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมสัมผัสทัพยนตรกรรมมิตซูบิชิอย่างใกล้ชิด พร้อมรับโปรแรง ‘ดอกเบี้ย 0%’ และข้อเสนอพิเศษอื่น ๆ อีกมากมาย ที่เราตั้งใจมอบให้เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าและช่วยให้ทุกท่านเป็นเจ้าของรถยนต์มิตซูบิชิได้ง่ายยิ่งขึ้น”

รถยนต์ไฮไลต์ภายในบูธมิตซูบิชิ มอเตอร์ส นำโดย มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี รถยนต์คอมแพกต์เอสยูวีฟูลไฮบริดรุ่นล่าสุด ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ด้วยยอดขายสะสมกว่า 12,000 คันทั่วประเทศ โดยรถยนต์รุ่นนี้มากับแนวคิด MITSUBISHI e:MOTION ที่ผสานการทำงานของ 3 เทคโนโลยีล้ำสมัยอย่าง ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ (7 Drive Mode) และระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control – AYC) รวมไปถึงช่วงล่างและระบบกันสะเทือนที่ได้รับการพัฒนาและทดสอบบนถนนเมืองไทยกว่า 100,000 กิโลเมตร ทำให้สามารถมอบประสบการณ์ “Xperience the Force” ที่ให้ความสนุกในการขับขี่ ความสะดวกสบาย และความมั่นใจในสไตล์คนเมืองได้อย่างสมบูรณ์แบบ

อีกหนึ่งไฮไลต์สำหรับครอบครัวยุคใหม่ ได้แก่ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ใหม่ รถครอบครัวอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ที่ครองส่วนแบ่งการตลาดมากกว่าร้อยละ 50 อย่างต่อเนื่อง การันตีด้วยรางวัลคุณภาพ ”Thailand’s Most Admired Brand 2026” หมวดยานยนต์ กลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ (MPV) จากนิตยสาร BrandAge โดยรถยนต์ทั้งสองรุ่นมาด้วยดีไซน์ภายนอกและภายในที่สปอร์ตพรีเมียมยิ่งขึ้น ห้องโดยสารกว้างขวางและยืดหยุ่น เบาะปรับพับได้หลายรูปแบบ เสริมความอุ่นใจในทุกการเดินทางด้วยถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง และเทคโนโลยีความปลอดภัย Diamond Sense ครอบคลุม 360 องศา ให้ทุกคนในครอบครัวได้ออกไปใช้ชีวิต และแบ่งปันช่วงเวลาดี ๆ ร่วมกันอย่างสบายใจไร้กังวล

นอกจากนี้ รถยนต์ไฮบริดทั้งสามรุ่นยังเพิ่มความอุ่นใจที่เหนือกว่าด้วย “โปรแกรมขยายระยะเวลาการรับประกัน” รูปแบบใหม่ ที่ให้การคุ้มครองคุณภาพรถยนต์สูงสุด 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (จากเดิม 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร) และการรับประกันระบบไฮบริดสูงสุด 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (จากเดิม 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง) ขณะที่แบตเตอรี่ขับเคลื่อนไฮบริดยังคงได้รับการรับประกันนาน 10 ปี ตามเงื่อนไขการรับประกันเดิม ครอบคลุม
ทั้งลูกค้าใหม่และลูกค้าปัจจุบัน

ยิ่งไปกว่านั้น ภายในงานยังมีการเปิดตัว มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ รุ่นปี 2026 รถยนต์อีโค่ซีดานที่ได้รับการปรับโฉมให้สปอร์ตและทันสมัยมากขึ้น ด้วยกระจังหน้าแบบ Sporty Front Grille ดีไซน์ใหม่ เติมเต็มบุคลิกให้ดูโฉบเฉี่ยวและมีเอกลักษณ์ยิ่งกว่าเดิม ทั้งยังยกระดับความปลอดภัยให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้นในรุ่นเริ่มต้น โดยรุ่น Active ได้ติดตั้ง ADAS Camera ที่มาพร้อมระบบแจ้งเตือนก่อนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning – FCW) และระบบเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Lane Departure Warning – LDW) นอกจากนี้ มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ ทั้งรุ่น Active และ Smart ยังผ่านการรับรองมาตรฐานมลพิษ EURO 6 ด้วยเช่นกัน สำหรับด้านสมรรถนะยังคงมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตร MIVEC ทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ INVECS III CVT ที่ให้การขับขี่นุ่มนวล คล่องตัว และประหยัดน้ำมัน พร้อมห้องโดยสารที่จัดเต็มด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก และพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายขนาดใหญ่ ทำให้รถยนต์รุ่นนี้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ใช่ สำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ซีดานขนาดกะทัดรัดที่รวบรวมความคุ้มค่า ความประหยัด และความมั่นใจไว้ในคันเดียว

มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ รุ่น Active มาในราคาจำหน่าย 564,000 บาท และรุ่น Smart มีราคาจำหน่าย 619,000 บาท โดยทั้งสองรุ่นมีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีเทา (Graphite Grey) สีดำ (Jet Black Mica) และสีขาว (White Diamond) (ราคาเพิ่ม 7,000 บาท)

เท่านั้นยังไม่พอ ภายในงานยังจัดแสดง มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ พลัส อัลตร้า (รุ่น 4 ประตูยกสูง) กระบะสายพันธุ์แกร่งที่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง 2.4 Hyper Power ให้พละกำลังสูงสุด 184 แรงม้า หลอมรวมสมรรถนะอันทรงพลังเข้ากับดีไซน์เข้มดุดันอย่างลงตัว มาพร้อมโครงสร้าง Mega Frame แชสซีส์ขนาดใหญ่ แต่น้ำหนักเบา ลุยได้ทุกเส้นทางและยึดเกาะถนนดีเยี่ยม ไม่ว่าจะลุยหนักหรือใช้งานชีวิตประจำวัน ก็พร้อมตอบทุกความต้องการ รวมถึงยังมี มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต จีที ใหม่ มาในคอนเซปต์ “ครบเกินคุ้ม ให้เกินคลาส” โดดเด่นด้วยความคุ้มค่าทุกมิติ ทั้งดีไซน์หรูหราระดับไฮเอนด์ พื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวาง ฟีเจอร์อำนวยความสะดวกสุดครบครัน ในราคาเริ่มต้น 1.139 ล้านบาท

ผู้ที่สนใจสามารถมาร่วมสัมผัสทัพรถยนต์คุณภาพจากมิตซูบิชิหลากหลายรุ่น พร้อมรับโปรแรง “ดอกเบี้ย 0%” และข้อเสนอพิเศษสุดคุ้มอีกมากมาย ได้ที่บูธมิตซูบิชิ มอเตอร์ส (B1) ภายในงานฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2026 ณ ฮอลล์ 102-103 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ระหว่าง วันที่ 1-5 กรกฎาคม 2569 หรือที่ศูนย์บริการมิตซูบิชิทั่วประเทศ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และนัดหมายทดลองขับรถยนต์มิตซูบิชิได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th หรือมิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ โทร. 02-079-9500 ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ที่ www.facebook.com/MitsubishiMotorsTH

 

โปรโมชันรถยนต์มิตซูบิชิ งานฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2026

รุ่นรถยนต์ โปรโมชัน
เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ·      เลือกรับ ข้อเสนอดอกเบี้ย 0%(1)

·      เลือกรับ บัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 10,000 บาท (ทุกรุ่น) (1)

·      รับฟรี ประกันคุณภาพรถ นาน 7 ปี  หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
พร้อมค่าแรงเช็กระยะ นาน 5 ปี(2)

·      รับฟรี ประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

และ ประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อนไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง(2)

·      เลือกรับ แพ็กเกจบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)(1)

·      รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 1 ปี(1)

·      ครอบครัวมิตซูบิชิ รับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท ผ่าน M-Drive(1)

เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี

และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ใหม่

·      เลือกรับ ข้อเสนอดอกเบี้ย 0%(1)

·      เลือกรับ บัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 10,000 บาท (ทุกรุ่น)(1)

·      รับฟรี ประกันคุณภาพรถ นาน 7 ปี  หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)

พร้อมค่าแรงเช็กระยะ นาน 5 ปี(2)

·      รับฟรี ประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

และ ประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อนไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง(2)

·      เลือกรับ แพ็กเกจบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)(1)

·      รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 1 ปี(1)

·      ครอบครัวมิตซูบิชิ รับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท ผ่าน M-Drive(1)

ปาเจโร สปอร์ต จีที ใหม่ ·      ราคาเพียง 1,139,000 บาท(1)

·      เลือกรับ สิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 70,000 บาท ข้อเสนอสุดเอ็กซ์คลูซีฟ จำกัดเพียง 200 คันทั่วประเทศ(1)

·      เลือกรับ ข้อเสนอดอกเบี้ย 0.99%(1)

·      รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 1 ปี(1)

·      รับฟรี ประกันคุณภาพ นาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)

พร้อมค่าแรงเช็กระยะ นาน 5 ปี(1)

แอททราจ ใหม่ ·      เลือกรับ ข้อเสนอดอกเบี้ย 0%(1)

·      รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 1 ปี(1)

·      รับฟรี ประกันคุณภาพ นาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)

พร้อมค่าแรงเช็กระยะ นาน 5 ปี(1)

ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ ยกสูง ·      เลือกรับ ข้อเสนอดอกเบี้ย 0%(1)

·      เลือกรับ บัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 10,000 บาท (สำหรับ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ ยกสูง เท่านั้น)(1)

·      รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 1 ปี(1)

·      รับฟรี ประกันคุณภาพ นาน 5 ปี  หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)

พร้อมค่าแรงเช็กระยะ นาน 5 ปี(1)

·      เลือกรับ แพ็กเกจบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)(1)

·      ครอบครัวมิตซูบิชิ รับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท ผ่าน M-Drive(1)

ไทรทัน เมกะ แค็บ สตรีท ·      ราคาเพียง 649,000 บาท(1)

·      เลือกรับ ข้อเสนอดอกเบี้ย 0.99%(1)

·      รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 1 ปี(1)

·      รับฟรี ประกันคุณภาพ นาน 5 ปี  หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)

พร้อมค่าแรงเช็กระยะ นาน 5 ปี(1)

 

  • เงื่อนไขและรายละเอียดเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด หลักเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
  • เงื่อนไขการรับสิทธิ์ขยายเวลาการรับประกันคุณภาพ รวมสูงสุดเป็น 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) และการรับประกันระบบไฮบริดรวมสูงสุด 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง ทั้งนี้ ลูกค้าต้องนำรถยนต์เข้ารับบริการบำรุงรักษาตามระยะที่กำหนด และเป็นไปตามเงื่อนไขในสมุดรับบริการและคู่มือการใช้รถ รวมถึงเป็นไปตามเงื่อนไขการรับประกันของบริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

อีซูซุ ตอกย้ำแนวคิด “คุ้มค่า…ฝ่าทุกวิกฤต” จัดเต็มครบทุกไลน์อัพ ทางเลือกแห่งความคุ้มค่า ในงาน FAST Auto Show Thailand 2026

0

“อีซูซุ” สะท้อนภาพลักษณ์ “Isuzu Trusted Buddy” อีซูซุเคียงข้างคุณ…เคียงคู่ไทย นำยนตรกรรมแห่งความคุ้มค่า 10 คันครบทุกไลน์อัพ ทั้งรถมาตรฐานที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ และรถตกแต่งพิเศษที่พร้อมสะกดทุกสายตา จัดแสดงในงาน “FAST Auto Show Thailand 2026” พร้อมมอบข้อเสนอสุดเร้าใจและสิทธิประโยชน์แบบจัดเต็ม เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคเป็นเจ้าของรถอีซูซุได้ง่ายขึ้น พร้อมลดภาระค่าใช้จ่ายได้อย่างคุ้มค่า ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ตั้งแต่วันที่ 1 – 5 กรกฎาคม 2569

อีซูซุพร้อมเดินหน้าเคียงข้างคนไทยภายใต้คอนเซปต์ “อีซูซุคุ้มค่า…ฝ่าทุกวิกฤต”  เพื่อนำเสนอยนตรกรรมที่ส่งมอบความคุ้มค่าขั้นสุดในทุกมิติ ตอบโจทย์ทั้งเรื่องสมรรถนะและความประหยัดน้ำมัน เพื่อช่วยให้ทุกคนผ่านพ้นทุกวิกฤตเศรษฐกิจไปได้ ด้วยจุดแข็งของเครื่องยนต์ใหม่ล่าสุด 2.2 และ 3.0 Ddi MAXFORCE ที่ไม่เพียงขับสนุกและแรงเท่านั้น แต่ยังผ่านมาตรฐานยูโร 5 และรองรับน้ำมัน B20 ในทุกรุ่น ช่วยประหยัดพลังงาน และลดต้นทุนในระยะยาวได้อย่างตรงจุด มั่นใจได้ในคุณภาพการผลิตมาตรฐานญี่ปุ่น “ทนทาน แข็งแกร่ง ไว้ใจได้” ที่ครองใจคนไทยมาอย่างยาวนาน อุ่นใจกับระบบหลังการขายด้วยเครือศูนย์บริการครอบคลุม 330 สาขาทั่วประเทศ  ราคาขายต่อดี คุ้มค่าด้วยศักยภาพของแบรนด์ที่ทุกคนเชื่อมั่น

มร. ฮิโรยาสุ ซาโต้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “อีซูซุยังคงเดินหน้าตอกย้ำการเป็นเพื่อนคู่คิดที่ทุกคนไว้วางใจด้วยการขนทัพยนตรกรรมคุณภาพมาจัดแสดงรวม 10 คัน มีครบทั้งรถรุ่นมาตรฐานและรถตกแต่งพิเศษ เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้รถ ทั้งสายลุยออฟโรด สายท่องเที่ยว หรือกลุ่มธุรกิจที่มองหารถสร้างรายได้ โดยเป็นรถที่ใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศสูงกว่า 90% สนับสนุนให้ห่วงโซ่อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ อีซูซุยังได้จัดเตรียมโปรโมชั่นสุดพิเศษเพื่อแทนคำขอบคุณ และเชิญชวนให้ทุกท่านมาสัมผัส “ความคุ้มค่าที่แท้จริง” ด้วยตัวเองที่บูธอีซูซุ”

 

อีซูซุรุ่นมาตรฐาน จำนวน 5 คัน

  • MU-X “THE NEXT PEAK” 4WD 3.0 Ddi MAXFORCE รุ่น RS สี Eiger Gray Opaque ที่สุดแห่งยนตรกรรมอเนกประสงค์สปอร์ตพรีเมียมขับเคลื่อน 4 ล้อทะยานข้ามทุกขีดจำกัดด้วยเครื่องยนต์ 0 Ddi MAXFORCE 190 แรงม้า ลุยฝ่าทุกอุปสรรคด้วยระบบ Terrain Command และ Rough Terrain Mode พร้อมความมั่นใจทุกการเข้าโค้งด้วย โช้กอัพใหม่! STIFF FLEX ดีไซน์สปอร์ตด้วยเส้นสาย Embrace Line โดดเด่นด้วยกระจังหน้า Black Diamond Grille พร้อมสัญลักษณ์ RS รับกับไฟหน้าและไฟท้าย Dynamic Blade ดุดันขั้นสุดด้วยกันชนหน้าสไตล์ Fighter Jet พร้อม Air Curtain เพิ่มสมรรถนะการขับขี่ เสริมความเท่ด้วย Fender Garnish สีดำ และล้ออัลลอย RS DESIGN ขนาด 20 นิ้ว ห้องโดยสารกว้างขวาง นั่งสบายด้วยเบาะ COOLMAX โอบรับสรีระ โดดเด่นด้วยการตกแต่งสัญลักษณ์ RS สี Lime Green หน้าจอสัมผัส 9 นิ้ว พร้อมลำโพง 8 ตำแหน่ง รองรับ Wireless Apple CarPlay และ Android Auto มั่นใจด้วยพวงมาลัยไฟฟ้าและระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS ที่ทำงานผสานกล้องหน้าคู่ 3D Imaging Stereo Camera และกล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา พร้อมกล้องมองหลังที่มีเส้นกะระยะ Dynamic Guideline

 

  • MU-X “THE NEXT PEAK” 2.2 Ddi MAXFORCE รุ่น ELEGANT สี Dolomite White Pearl ยนตร-กรรมอเนกประสงค์ดีไซน์สปอร์ตหรู สะท้อนความโอ่อ่าหรูหราในทุกมิติ โดดเด่นด้วยกระจังหน้าสีเทาดำสลับ Titanium Carbide รับกับกันชนหน้าสีทูโทน และไฟหน้า Bi-Beam LED Projector ดีไซน์ Dynamic Blade ลงตัวกับล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ภายในกว้างขวางพรีเมียม ตกแต่งคอนโซลและแผงประตูด้วย Titanium Gray Metallic และสี Piano Black นั่งสบายเหนือระดับด้วยเบาะ COOLMAX โทนสีสุดเอ็กซ์คลูซีฟ TRUFFLE BROWN ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง 2 Ddi MAXFORCE 163 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด Rev Tronic พร้อมเพิ่มความสนุกในการขับขี่ด้วยระบบ Sequential Paddle Shift ที่พวงมาลัย นุ่มนวลและมั่นใจทุกจังหวะเข้าโค้งด้วยช่วงล่างใหม่! โช้กอัพแบบ STIFF FLEX ลดการสั่นสะเทือนและการโคลงของตัวรถ พร้อมยกระดับความปลอดภัยไปอีกขั้นด้วย ใหม่! ระบบช่วยเหลือ ผู้ขับขี่ ADAS ที่ทำงานผสานกับกล้องหน้าคู่ เรดาร์ 2 จุด และเซนเซอร์ 8 จุดรอบคัน

  • ใหม่! ISUZU X-SERIES รุ่น HI-LANDER  “2 HOT 2 HANDLE” 2.2 Ddi MAXFORCE สี Bavarian Black Mica ปิกอัพสปอร์ตยกสูงดีไซน์สุดโฉบเฉี่ยว ทะยานแรงไปกับครั้งแรกของขุมพลังใหม่! 2 Ddi MAXFORCE ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้าตอบสนองความเร้าใจทุกอัตราเร่งด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อมโหมด Rev Tronic ใหม่! และเพิ่มความสนุกในการขับขี่ไปอีกขั้นด้วยระบบ Sequential Paddle Shift ที่พวงมาลัย โดดเด่นสะกดทุกสายตากับชุดแต่ง The X Package ดีไซน์ใหม่ทั้งภายนอกและภายใน ดุดันด้วยกระจังหน้าแบบ Multi-layer โทนเข้มตัดขอบแดง Garnet Red รับกับไฟหน้าดีไซน์พิเศษที่แทรกเส้นสาย Stylish Red Line สุดโฉบเฉี่ยว และไฟท้าย LED แบบ CLEAR LENS เสริมความสปอร์ตขั้นสุดด้วยกันชนหน้า-หลังสีเดียวกับตัวรถสติกเกอร์คาดหน้า-หลังลาย และล้ออัลลอยสี Gloss Black ขนาด 18 นิ้ว ภายในห้องโดยสารยกระดับความพรีเมียมด้วยคอนโซลหน้าหุ้มหนังสังเคราะห์สีดำ ตกแต่งด้วยสีเทาเข้มและ Piano Black นั่งสบายด้วยเบาะหนังสังเคราะห์ COOLMAX สีดำ พร้อมพวงมาลัยหุ้มหนัง และเติมเต็มความสะดวกสบายด้วยหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว

 

  • ใหม่! ISUZU D-MAX CAB4 “THE ONE & ONLY” 2.2 Ddi MAXFORCE เกรด L เกียร์อัตโนมัติ สี Bohemian Silver Metallic ปิกอัพดีไซน์เท่ แกร่งทุกมุมมอง เครื่องยนต์ 2 Ddi MAXFORCE 163 แรงม้า พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด และโหมด Rev Tronic โดดเด่นสะกดสายตาด้วยกระจังหน้าแบบ Multi-layer สีเทาไทเทเนียม–เงินเมทัลลิก ไฟหน้า Bi-Beam LED Projector พร้อมไฟท้าย LED แบบ Clear Lens กันชนหน้า–ท้าย และกระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ ภายในอัปเกรดความทันสมัยด้วยคอนโซลหุ้มหนังสังเคราะห์สีดำตกแต่งด้วยวัสดุสีเงินเมทัลลิกและสีดำลงตัว มอบความผ่อนคลายตลอดการเดินทางด้วยเบาะผ้าพรีเมียมสีดำ เติมเต็มไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ด้วยหน้าจอสัมผัส 8 นิ้ว รองรับ Wireless Android Auto และ Apple CarPlay พร้อมการเชื่อมต่อครบครันทั้ง Bluetooth, WiFi Mirroring ช่องชาร์จ USB-C และกล้องมองหลังพร้อมเส้นกะระยะ Dynamic Guideline อย่างครบครัน 
  • ใหม่! ISUZU D-MAX SPACECAB “THE ONE & ONLY” 2.2 Ddi MAXFORCE เกรด L สี Elbrus Gray Opaque ปิกอัพดีไซน์เท่ สมรรถนะเหนือชั้นด้วยเครื่องยนต์ 2 Ddi MAXFORCE 163 แรงม้า เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ภายนอกโดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบ Multi-layer สีเทาไทเทเนียม–เงินเมทัลลิก ไฟหน้า Bi-Beam LED Projector พร้อมไฟท้าย LED แบบ Clear Lens กันชนหน้า–ท้าย และกระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ ภายในห้องโดยสารอัปเกรดความทันสมัย คอนโซลหุ้มหนังสังเคราะห์สีดำตกแต่งสีเงินเมทัลลิก  หน้าจอสัมผัส 8 นิ้ว รองรับ Wireless Android Auto และ Apple CarPlay ช่องชาร์จ USB-C และกล้องมองหลังพร้อมเส้นกะระยะ Dynamic Guideline นั่งสบายทุกการเดินทางด้วยเบาะผ้าพรีเมียม

 

อีซูซุรุ่นตกแต่งพิเศษตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ จำนวน 5 คัน 

 

  • MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น Active 2.2 Ddi MAXFORCE สี Dolomite White Pearl ยกระดับความสปอร์ตหรูไปอีกขั้นด้วยการตกแต่งพิเศษภายใต้แนวคิด “JAPANESE SPORT-SUV” โดดเด่นด้วยชุดแต่งบอดี้พาร์ทรอบคันจาก AKC เสริมมิติให้ตัวรถดูโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น ชุดโหลดช่วงล่างจาก PROFENDER เติมเต็มอารมณ์สปอร์ตเต็มขั้นด้วยล้ออัลลอย LENSO รุ่น JAGER APOLLO ขนาด 20 นิ้ว คู่กับยางรุ่นสมรรถนะสูง YOKOHAMA ADVAN SPORT ขนาด 265/50R20 ให้การยึดเกาะถนนได้อย่างดีเยี่ยม มั่นใจสูงสุดด้วยระบบห้ามล้อเกรดพรีเมียมจาก Run Stop หยุดรถได้อย่างมั่นใจด้วยระบบเบรกหน้า CALIPER แบบ 6 POT และเบรกหลัง CALIPER แบบ 4 POT จับคู่กับจานเบรกขนาดใหญ่พิเศษ 355 มิลลิเมตร ให้ระยะเบรกที่สั้น กระชับ และปลอดภัยในทุกสถานการณ์ 
  • MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น Active 2.2 Ddi MAXFORCE สี Dolomite White Pearl รถยนต์นั่งอเนกประสงค์สไตล์สปอร์ตเรซซิ่ง ที่ร่วมมือกับ Bangkok Hot Rod Custom Show ผู้จัดงานประกวด Custom Car ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยนำรถมาพลิกโฉมภายใต้คอนเซปต์ “Premium Tough” ผลิตจำนวนจำกัด โดดเด่นโดนใจสายสปอร์ตด้วยชุดบอดี้พาร์ทดีไซน์พิเศษ 19 ชิ้น จัดเต็มตั้งแต่ชุดกันชนหน้า คิ้วซุ้มล้อหน้า-หลัง ชุดตกแต่งด้านข้าง และกันชนท้าย พร้อมเสริมความโฉบเฉี่ยวด้วยชุดสติกเกอร์ลวดลายด้านข้างทรงสปอร์ต ปิดท้ายความดุดันสไตล์ออสเตรเลียนเอาท์แบ็ค ด้วยล้อ MX-FIDEL จาก LENSO ดีไซน์วงแหวน 2 ชั้น ที่จับคู่กับยาง LENSO RT07 ขนาด 265/65R17 นุ่ม เงียบ พร้อมลาย  “คาโม่” เอกลักษณ์เฉพาะตัวที่รองรับทุกการขับขี่ทั้งออนโรดและออฟโรด สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเป็นเจ้าของชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษนี้ได้ในราคาเริ่มต้น 30,000 บาท/ชุด เมื่อซื้อพร้อมรถ ราคาไม่รวมล้อแม็กซ์และยาง

 

  • ใหม่! ISUZU V-CROSS 4X4 “THE ONE & ONLY” 2.2 Ddi MAXFORCE 4 ประตู เกรด Z สี Inishmore Gray Opaque  มาพร้อมชุดแต่ง WILD  เปิดมิติใหม่ด้วยขุมพลังดีเซลเจเนอเรชันล่าสุด 2 Ddi MAXFORCE จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด REV TRONIC ตอบสนองฉับไว ขับสนุก และประหยัดน้ำมัน       โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ดุดัน กระจังหน้า Multi-layer ภายในยกระดับความสบายแบบ FIRST CLASS ด้วยเบาะ COOLMAX สีดำ พร้อมระบบความบันเทิงเต็มรูปแบบ มั่นใจทุกการผจญภัยด้วยระบบ Professional 4×4 พร้อมระบบล็อกเฟืองท้ายไฟฟ้า E-Diff Lock และ Rough Terrain Mode ลุยน้ำลึกได้ถึง 800 มม. เสริมความดุดันด้วยล้อ LENSO ARGO ขนาด 18 นิ้ว และยาง TOYO OPEN COUNTRY ตอกย้ำความสปอร์ตออฟโรดขั้นสุดด้วยชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษจาก WILD เติมเต็มลุคแข็งแกร่งพร้อมลุยทุกเส้นทาง รวม 9 ชิ้น ประกอบด้วย ชุดสเกิร์ตกันชนหน้า สเกิร์ตข้าง คิ้วซุ้มล้อ และชุดตกแต่งกันชนท้าย

  • ใหม่! ISUZU HI-LANDER “THE ONE & ONLY” 2.2 Ddi 4 ประตู รุ่น Z เกียร์อัตโนมัติ สี Dolomite White Pearl ปลดล็อกนิยามใหม่แห่งปิกอัพยกสูงระดับ TOP CLASS ด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ใหม่ล่าสุด 2 Ddi MAXFORCE ขับสนุกและประหยัดน้ำมันได้อย่างยอดเยี่ยม อัปเกรดความเท่สไตล์สปอร์ตเรซซิ่งอย่างเหนือระดับ จัดเต็มด้วยชุดแต่งบอดี้พาร์ทรอบคันจาก FORTE รุ่น THUNZER HUNTER 2025 ถึง 9 ชิ้น พร้อมเสริมความหล่อให้เต็มขั้นด้วยล้อ LENSO JAGER DYNA ขนาด 20 นิ้ว และยางสมรรถนะสูง BRIDGESTONE รุ่น DUELER AT002 ขนาด 265/50 R20 ได้ลุคเรียบหรู ดุดัน ผสานลงตัวอย่างสมบูรณ์แบบ 
  • ใหม่! ISUZU D-MAX SPARK Cab-Chassis “THE ONE & ONLY” 2.2 Ddi MAXFORCE เกียร์ธรรมดา สี Siberian White ขีดสุดของรถปิกอัพเพื่อการพาณิชย์ที่ฉีกทุกกฎการขนส่งด้วยกระบะท้ายพื้นเรียบแบบ FLAT DECK ขยายพื้นที่รองรับการบรรทุกได้เต็มพิกัดโดยไม่ติดซุ้มล้อ เปิดฝากระบะเพื่อขนย้ายสิ่งของได้ง่ายดายถึง 3 ด้าน ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ใหม่ล่าสุด2 Ddi MAXFORCE ที่ให้กำลังแรง บิดสูง และประหยัดน้ำมันได้อย่างทรงประสิทธิภาพ คุ้มค่าและสมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับผู้ประกอบการยุคใหม่ที่ต้องการเพิ่มผลกำไรให้กับธุรกิจอย่างมืออาชีพ

 

สำหรับข้อเสนอพิเศษภายใต้แคมเพจ์น “อีซูซุคุ้มค่า…ฝ่าทุกวิกฤต” ภายในงาน FAST Auto Show Thailand 2026 อีซูซุพร้อมมอบสิทธิประโยชน์ให้แก่ผู้บริโภคอย่างจัดเต็ม โดยผู้ที่จองและออกรถ ตั้งแต่วันที่   1 กรกฎาคม – 31 กรกฎาคม 2569 อีซูซุสนับสนุนค่าน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท พร้อมเงื่อนไขไฟแนนซ์สุดพิเศษ และเพิ่มความอุ่นใจด้วยฟรีโปรแกรมขยายการรับประกัน ISUZU SMART PROTECTION นานสูงสุด 5 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร

นอกจากการนำเสนอยนตรกรรมแห่งความคุ้มค่าในทุกสถานการณ์แล้ว อีซูซุยังเดินหน้าตอกย้ำการเป็น “Isuzu Trusted Buddy อีซูซุเคียงข้างคุณ…เคียงคู่ไทย” ผ่านรูปแบบคอนเทนต์ที่เข้าถึงผู้บริโภคยุคใหม่มากยิ่งขึ้น ด้วยการเปิดตัวซีรีส์แนวตั้งเรื่องแรก “ศูนย์รัก เช็กระยะเลิฟ” นำแสดงโดย ก็อต จิรายุ และ มุก วรนิษฐ์ บอกเล่าถึง คุณภาพ ความรวดเร็ว ความใส่ใจ และความคุ้มค่า ที่ศูนย์บริการอีซูซุพร้อมดูแลลูกค้าในทุกช่วงเวลาสำคัญ ด้วยมาตรฐานการบริการที่วางใจได้ จริงใจและเข้าใจทุกความต้องการของผู้ใช้รถ เปรียบเสมือนเพื่อนคู่คิดที่อยู่เคียงข้างคนไทยในทุกการเดินทาง…ร่วมติดตามซีรีส์ “ศูนย์รัก เช็กระยะเลิฟ” ทั้งหมด 12 ตอน ทุกวันจันทร์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผ่านช่องทาง Official ของอีซูซุ

เชิญสัมผัสและทดลองขับยนตรกรรมสุดคุ้มค่า ISUZU D-MAX “THE ONE & ONLY”และรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ MU-X “THE NEXT PEAK” ได้ที่งาน “FAST Auto Show Thailand 2026” ตั้งแต่วันที่ 1 – 5 กรกฎาคม 2569 ณ บูธอีซูซุ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา เข้าชมฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ร่วมติดตามและอัปเดตข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai

นิสสันนำทัพรถยนต์รุ่นยอดนิยมจากเทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ พร้อมโปรโมชันสุดพิเศษร่วมงาน FAST AUTO SHOW 2026

0

นิสสัน ยกทัพยนตรกรรมคุณภาพหลากหลายรุ่น ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้า พร้อมนำเสนอไฮไลต์ด้วยยานยนต์จากเทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ ที่มอบประสบการณ์การขับขี่แบบรถยนต์ไฟฟ้าโดยไม่ต้องชาร์จไฟจากภายนอกหรือกังวลเรื่องการหาสถานีชาร์จ เข้าร่วมงาน FAST AUTO SHOW 2026 พร้อมข้อเสนอและโปรโมชันสุดคุ้มพิเศษตลอดงาน ระหว่างวันที่ 1-5 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการ และการประชุม ไบเทค บางนา

ภายในบูท นิสสันนำเสนอรถยนต์หลากหลายเซกเมนต์ ทั้งรถยนต์นั่ง รถยนต์อเนกประสงค์ครบทั้งกลุ่มครอสโอเวอร์ SUV และ MPV รวมถึงไฮไลต์รุ่นใหม่ล่าสุดอย่างนิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ ที่ผสานสมรรถนะอันเร้าใจเข้ากับความประหยัดพลังงานได้อย่างลงตัว

รถยนต์ไฮไลต์ภายในบูทนิสสัน

นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ คอมแพคเอสยูวีดีไซน์สปอร์ตพรีเมียม โฉบเฉี่ยวทันสมัยมากยิ่งขึ้น มาพร้อมพละกำลัง 136 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร ให้การตอบสนองทันใจในแบบรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% ล้ำยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยี ProPILOT ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ ช่วยควบคุมความเร็ว รักษาระยะห่าง และประคองรถให้อยู่ในช่องทางจราจรอย่างเหมาะสม พร้อมระบบ อี-เพดัล สเต็ป (e-Pedal Step) ที่ช่วยให้ควบคุมการเร่ง และชะลอความเร็วได้ด้วยคันเร่งเดียว ลดความเหนื่อยล้าในการขับขี่ โดยเฉพาะในสภาพการจราจรหนาแน่นหรือการเดินทางระยะไกล นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์การใช้งานที่ให้ทั้งความสะดวก และมั่นใจมากมาย เช่น กระจกมองหลังอัจฉริยะ IRVM (Intelligent Rear View Miror) ระบบเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ IEB (Intelligent Emergency Braking) รวมถึงเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน 360 Safety Shield

นิสสัน เอ็กซ์เทรล อี-พาวเวอร์ รถยนต์พรีเมียม SUV ที่ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ด้วยเทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ ที่ให้ความนุ่ม เงียบ และตอบสนองทันใจแบบรถยนต์ไฟฟ้า โดยไม่ต้องชาร์จไฟจากภายนอก ผสานเข้ากับเทคโนโลยี อี-ฟอร์ซ (e-4ORCE) ของนิสสัน ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตโนมัติแบบ All-Wheel Drive (AWD) ที่ทำงานผ่านมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ช่วยให้การเข้าโค้งเป็นไปอย่างแม่นยำ และมั่นคง ผู้ขับขี่จึงควบคุมการเลี้ยวเข้าโค้งได้อย่างมั่นใจไม่ว่าทักษะการขับขี่จะอยู่ในระดับใด ทั้งยังมอบการขับขี่ที่นุ่มนวล เสถียร และมั่นใจ พร้อมเพิ่มความสบายให้กับทั้งผู้ขับขี่ และผู้โดยสาร ทำให้มั่นใจได้อย่างเต็มที่บนทุกสถานการณ์ และทุกสภาพถนน

นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ รถยนต์ MPV 7 ที่นั่ง ที่ตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่ด้วยห้องโดยสารกว้างขวาง โปร่งโล่ง เบาะนั่งทุกตำแหน่งออกแบบมาให้รับกับสรีระเป็นอย่างดี มีพื้นที่เหนือศีรษะที่ให้ความโปร่ง ภายในถูกออกแบบให้สามารถเดินทะลุภายในรถจากด้านหน้าไปถึงแถวสามได้อย่างสะดวก พร้อมเบาะนั่งปรับได้สูงสุด 13 รูปแบบ และประตูสไลด์ไฟฟ้าเพื่อความสะดวกสบายสูงสุด นอกจากนี้ เทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ ในนิสสัน เซเรน่า ยังให้การขับขี่ที่ราบรื่น เงียบ ตอบสนองได้ดังใจ เช่นเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้า แต่ไม่ต้องกังวลกับการชาร์จไฟฟ้าที่สถานี พร้อมฟังก์ชัน Dual Back Door เปิดได้ทั้งครึ่งบาน และเต็มบานเพิ่มความคล่องตัวในการใช้งานแม้ในพื้นที่จำกัด เหมาะสำหรับทุกการเดินทางของครอบครัว และเพื่อนฝูง

นิสสัน เซเรน่า รถยนต์อเนกประสงค์ที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นในคอนเซ็ปต์ “Big. Easy. Fun.” สะท้อนจุดเด่นในด้านความกว้างขวางภายในรถ ความสะดวกสบาย ขึ้นลงง่าย การปรับเบาะที่นั่งได้หลายรูปแบบ สามารถใช้งานได้อเนกประสงค์ จึงเหมาะกับการเดินทางพร้อมกันหลายคน แบบครอบครัว สำหรับการพักผ่อน และการทำงาน

นิสสัน อัลเมร่า คอมแพคซีดาน ที่มาพร้อมห้องโดยสารกว้างขวาง และเทคโนโลยีอัจฉริยะ NissanConnect Services ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่เชื่อมต่อและสั่งการรถผ่านสมาร์ตโฟนได้สะดวก เสริมความมั่นใจด้วยฟังก์ชัน SOS และ Walk-Away Lock พร้อมเครื่องยนต์เทอร์โบ 1.0 ลิตร ให้สมรรถนะดี และประหยัดน้ำมัน เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน และการขับขี่ในเมืองอย่างลงตัว

โปรโมชันพิเศษ ในงาน

สำหรับลูกค้าที่สนใจรถยนต์นิสสันในงาน นิสสันจัดโปรโมชันพร้อมข้อเสนอพิเศษมากมาย เพื่อให้เป็นเจ้าของได้ง่ายยิ่งขึ้น เริ่มตั้งแต่ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0% พร้อมประกันภัยชั้นหนึ่ง หรือออกรถเริ่มต้นเพียง 5,555 บาท หรือผ่อนเริ่มต้น 3,599 บาทต่อเดือน และโปรโมชันพิเศษสำหรับ นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ ราคาพิเศษช่วงเปิดตัวเริ่มต้น 789,900 บาทพร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง นอกจากนี้ ยังสามารถศึกษารายละเอียด และเงื่อนไขโปรโมชันปัจจุบันได้ที่เว็บไซต์ https://www.nissan.co.th/offers

สำหรับลูกค้าที่สนใจ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ผู้จำหน่ายนิสสันภายในงาน หรือศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์นิสสัน หมายเลขโทรศัพท์ 0-2401-9600 และสามารถติดต่อสอบถามผ่านช่องทางออนไลน์ ได้แก่ Facebook: Nissan Thailand และ LINE: @NissanInnovation