





บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เดินหน้าสนับสนุนการพัฒนากำลังบุคลากรอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านความร่วมมือกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อพัฒนาหลักสูตรด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และยานยนต์ไฟฟ้า ตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรมอนาคต

โดยพิธีดังกล่าวได้รับเกียรติจาก ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วยผู้บริหารจากภาคเอกชนชั้นนำด้านเทคโนโลยี ดิจิทัล และอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงผู้บริหารจากสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำของประเทศ เข้าร่วมเป็นสักขีพยานและร่วมลงนามความร่วมมืออย่างพร้อมเพรียง
ความร่วมมือในครั้งนี้ประกอบด้วย 2 ด้านสำคัญ คือ
นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า
“ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ เอ็มจี ในการร่วมยกระดับศักยภาพบุคลากรไทยให้มีทักษะ
ที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ พร้อมตอกย้ำบทบาทของภาคเอกชนในการทำงานร่วมกับภาครัฐและสถาบันการศึกษาอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ เอ็มจี มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาองค์ความรู้ด้านยานยนต์พลังงานใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นหนึ่งในวิสัยทัศน์ คือการส่งเสริมให้ไทยเป็นฮับที่แข็งแกร่งด้วยการสร้าง “คนรุ่นใหม่” ที่มีความรู้พื้นฐานและความเข้าใจเกี่ยวกับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าผ่านความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำทั่วประเทศไทย โดยก่อนหน้านี้ได้ร่วมเปิดศูนย์วิจัยและการเรียนรู้ด้านยานยนต์พลังงานใหม่ ณ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วิทยาเขตสุวรรณภูมิเพื่อเป็นพื้นที่การเรียนรู้ การฝึกอบรมให้กับนักศึกษา พนักงาน บุคคลทั่วไป และการต่อยอดงานวิจัยจากภาคทฤษฎีสู่การใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม ความร่วมมือระหว่าง เอ็มจี กระทรวง อว. และเครือข่ายพันธมิตรในครั้งนี้ สะท้อนถึงพลังของการบูรณาการจากทุกภาคส่วน เพื่อเตรียมความพร้อมให้คนไทยก้าวทันโลกเทคโนโลยี เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน”

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจี ได้ที่
Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand
แฟนกอล์ฟสุดคึกคักร่วมลุ้นชมศึก “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026” เตรียมกลับมาระเบิดความยิ่งใหญ่อีกครั้งระหว่างวันที่ 19–22 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา จ.ชลบุรี โดยปีนี้จะเป็นการจารึกอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ เมื่อ จีโน่–อาฒยา ฐิติกุล เตรียมลงแข่งขันในบ้านในฐานะนักกอล์ฟหญิงมือ 1 ของโลก เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของรายการ พร้อมดวลวงสวิงกับลิเดีย โค อดีตมือ 1 ของโลก และทัพนักกอล์ฟระดับแนวหน้าจากแอลพีจีเอทัวร์รวม 72 คน ชิงเงินรางวัลรวม 1.8 ล้านดอลลาร์ฯ (ประมาณ 60 ล้านบาท) พร้อมเพิ่มความเข้มข้นด้วยการลุ้นรางวัลโฮลอินวันสุดพิเศษที่หลุม 8 เป็นรถจักรยานยนต์ Honda GoldWing มูลค่า 1,355,000 บาท และที่หลุม 16 เป็น รถยนต์ Honda CR-V e:HEV ใหม่ รุ่น e:HEV RS พร้อมชุดอุปกรณ์ตกแต่ง Modulo รวมมูลค่า 1,863,220 บาท

มร. โทชิโอะ คุวาฮาระ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้ามอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “ฮอนด้ามุ่งมั่นส่งเสริมเยาวชนและกีฬาระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่องมากกว่า 60 ปี ภายใต้แนวคิด Honda Sports Challenge เพราะเราเชื่อว่ากีฬาเป็นเวทีสำคัญในการพัฒนาคนและสร้างแรงบันดาลใจในระดับสากล สำหรับการแข่งขันในปีนี้ การที่แฟนกอล์ฟชาวไทยจะได้ร่วมเชียร์นักกอล์ฟหญิงมือหนึ่งของโลกลงแข่งในบ้าน ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำและยังสะท้อนการเติบโตของกีฬากอล์ฟในประเทศไทยควบคู่กับการสร้างประสบการณ์ร่วมให้ผู้ชม ด้วยเหตุนี้ ‘ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์’ จึงเป็นมากกว่าการแข่งขันระดับโลก หากแต่เป็นเวทีที่เชื่อมโยงกีฬาเข้ากับชุมชน พร้อมมีส่วนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ของประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของฮอนด้าในการสร้างคุณค่าให้สังคมอย่างยั่งยืน”

ความสนใจจากแฟนกีฬายิ่งพุ่งสูงขึ้น เมื่อ จีโน่-อาฒยา ฐิติกุล เตรียมลงแข่งขันในฐานะนักกอล์ฟไทยคนแรกที่ได้ลงเล่นในบ้านขณะครองตำแหน่งมือ 1 ของโลก บนหน้าประวัติศาสตร์การแข่งขัน Honda LPGA Thailand ทั้งหมด 19 ครั้ง หลังผลงานน่าจับตามองตลอดฤดูกาล 2025 จาก 3 ชัยชนะรายการแอลพีจีเอ คือ Mizuho Americas Open, Buick LPGA Shanghai ปิดท้ายด้วย CME Group Tour Championship ซึ่งเป็นการครองแชมป์ 2 ปีติดต่อกัน ก่อนจะได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปี Rolex Player of the Year 2025 พร้อมจารึกสถิติใหม่รับรางวัล Vare Trophy (สกอร์เฉลี่ยต่ำที่สุดของทัวร์) จากสกอร์เฉลี่ย 68.681 ทำลายสถิติเดิมของ แอนนิกา โซเรนสตัม อดีตมือ 1 โลกชาวสวีเดน เธอกล่าวว่า การกลับมาเล่นต่อหน้าแฟนกอล์ฟชาวไทยนั้นเป็นความรู้สึกที่ “พิเศษ” และการคว้าแชมป์แอลพีจีเอในบ้านครั้งแรกก็น่าจะเป็นเรื่องที่พิเศษมากๆ

ด้าน ดร.นิตยา เกิดจันทึก ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกีฬาอาชีพ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) กล่าวว่า“ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ เป็นหนึ่งในต้นแบบสำคัญของการยกระดับกีฬากอล์ฟในหลายมิติ นอกจากโครงการนำร่องพัฒนาเยาวชนต่างๆ แล้ว การมีนักกอล์ฟไทยที่ประสบความสำเร็จขึ้นสู่มือ 1 ของโลกถึง 2 คน ได้แก่ เอรียา จุฑานุกาล และ จีโน่ อาฒยา ฐิติกุล เป็นตัวอย่างและแรงบันดาลใจในการผลักดันบุคลากรกีฬา ควบคู่กับการบริหารจัดการแข่งขันในระดับนานาชาติที่มีการมีส่วนร่วมของผู้ชมทั้งไทยและเทศอย่างต่อเนื่อง การกีฬาแห่งประเทศไทยภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนสนับสนุนความสำเร็จนี้ ซึ่งสอดคล้องกับแนวนโยบายยกระดับกีฬาทุกประเภทสู่มาตรฐานสากล”
ขณะเดียวกัน มิสวินนี่ เฮง รองประธานอาวุโสและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอเอ็มจี เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดการแข่งขัน กล่าวว่า “ความร่วมมือที่แข็งแกร่งของพันธมิตรทุกภาคส่วน เป็นพลังสำคัญที่ทำให้ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ เติบโตอย่างมั่นคง ควบคู่กับเป้าหมายในการขยายการเติบโตของกอล์ฟอย่างยั่งยืนในมิติของนักกอล์ฟ แฟนๆและระบบนิเวศกีฬาทั้งหมด แม้กอล์ฟจะเป็นหนึ่งในกีฬาที่เก่าแก่ที่สุดในโลก แต่ปัจจุบันกลับเป็นกีฬาที่เติบโตเร็ว โดยมีคนรุ่นใหม่และผู้หญิงซึ่งเป็นกำลังสำคัญ ด้วยรูปแบบการเล่นที่เร็วขึ้น เข้าถึงง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสนามพาร์ 3 ไดรวิ่งเรนจ์ หรือกอล์ฟซิมูเลเตอร์ ทำให้กอล์ฟเป็นกิจกรรมทางสังคมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ เราจึงขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมเปิดประสบการณ์กอล์ฟที่ครบทั้งการแข่งขันระดับโลกและกิจกรรมสำหรับครอบครัวไปด้วยกัน”

สำหรับรายชื่อนักกอล์ฟไทยที่จะมาสร้างความตื่นเต้นในการแข่งขันปีนี้ เริ่มจากทัพนักกอล์ฟไทย ได้แก่ เม–เอรียา จุฑานุกาล อดีตมือ 1 ของโลกและแชมป์ปี 2021 มืออันดับ 22 ของโลก, ปาจรีย์ อนันต์นฤการ มืออันดับ 54 และรองแชมป์ CME Group Tour Championship ปี 2025, พราว–ชเนตตี วรรณแสน มืออันดับ 55, รวมถึง เอพริล-ชนกนันท์ อังกุรเศรณี ผู้คว้าแชมป์การแข่งขันรอบคัดเลือกระดับประเทศ National Qualifiers ร่วมลงแข่งขันอีกด้วย
ในขณะที่นักกอล์ฟระดับโลกที่จะเข้าร่วมการแข่งขัน “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026” นำโดย แองเจิล หยิน แชมป์เก่าจากสหรัฐอเมริกา มืออันดับ 13 ของโลก ที่จะกลับมาป้องกันแชมป์อีกครั้ง, ลิเดีย โค มืออันดับ 6 ของโลกจากนิวซีแลนด์, รัวหนิง หยิน มืออันดับ 7 ของโลกจากสาธารณรัฐประชาชนจีน, ลอตตี้ โหวด ดาวรุ่งมืออันดับ 8 จากอังกฤษคิม ฮโย จู มืออันดับ 9 ของโลกจากเกาหลีใต้, มายา สตาร์ค มืออันดับ 15 ของโลกจากสวีเดน, ฮันนาห์ กรีน มืออันดับ 19 จากออสเตรเลีย, เซลีน บูติเยร์ มืออันดับ 21 ของโลกจากฝรั่งเศส ในส่วนของนักกอล์ฟจากญี่ปุ่นที่สร้างผลงานยอดเยี่ยมในฤดูกาลที่ผ่านมา ก็ยังคงน่าจับตาเช่นกัน นำโดย มิยู ยามาชิตะ มืออันดับ 4 ของโลก เจ้าของรางวัลรุกกี้แห่งปีและแชมป์เมเจอร์รายการ วีเมนส์ โอเพ่น, มาโอะ ไซโกะ มืออันดับ 11 ของโลก แชมป์เมเจอร์รายการ เชฟรอน แชมเปียนชิพ รวมถึง ริโอะ ทาเคดะ มืออันดับ 14 ของโลก และ อากิเอะ อิวาอิ มืออันดับ 25 ของโลก รองแชมป์ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025
การแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19–22 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา จังหวัดชลบุรี ชิงเงินรางวัลรวม 1.8 ล้านดอลลาร์ฯ (ประมาณ 60 ล้านบาท) เปิดจำหน่ายบัตรแล้วทางเว็บไซต์ hondalpgathailand.com โดยบัตรเข้าชมวันเดียว วันพฤหัสบดี–ศุกร์ ราคา 500 บาทต่อวัน, วันเสาร์–อาทิตย์ ราคา 700 บาทต่อวัน บัตรเข้าชมสองวัน (เสาร์–อาทิตย์) ราคา 1,200 บาท และบัตรเข้าชมทั้ง 4 วัน ราคา 1,600 บาท พร้อมสิทธิพิเศษสำหรับผู้ถือบัตรเครดิตและบัตรเดบิตบีเฟิสต์ ธนาคารกรุงเทพ รับส่วนลดสูงสุด 15 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ ผู้ชมอายุต่ำกว่า 16 ปี และมากกว่า 60 ปี สามารถลงทะเบียนเข้าชมการแข่งขันได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และรับชมการถ่ายทอดสดได้ทาง PPTV HD ช่อง 36 และ AIS Play
สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.hondalpgathailand.com หรือเฟซบุ๊กwww.facebook.com/lpgaThailand และอินสตาแกรม www.instagram.com/hondalpgathailand
GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ท่ามกลางการแข่งขันของตลาดรถยนต์ PPV ในประเทศไทย NEW GWM TANK 500 DIESEL ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง เนื่องด้วยเป็นรถ PPV พรีเมียมขุมพลังดีเซล 7 ที่นั่ง ได้เข้ามาสร้างมาตรฐานใหม่และความแตกต่างให้ตลาด PPV ในไทยอย่างชัดเจน โดยสร้างทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภค “ให้มากกว่า” ภาพจำแบบเดิม ๆ และยังยกระดับรถ PPV ให้กลายเป็น Premium Lifestyle Vehicle ที่ผสานความสะดวกสบายแบบรถหรู เทคโนโลยีอัจฉริยะระดับสูง และสมรรถนะดีเซลที่ทรงพลัง ไว้ในคันเดียว ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในเมือง การเดินทางเพื่อธุรกิจ และการเดินทางของครอบครัวยุคใหม่

นิยามใหม่ของ “PPV พรีเมียมดีเซล” ที่แตกต่างอย่างแท้จริง
แม้จะเป็นรถที่มีโครงสร้างแข็งแกร่ง แต่ NEW GWM TANK 500 DIESEL กลับโดดเด่นด้านความนิ่งของการขับขี่และความสบายของผู้โดยสารโดยเฉพาะในเบาะแถวสอง ซึ่งถูกยกระดับเหนือมาตรฐานรถ PPV ทั่วไป สะท้อนการพัฒนาที่คำนึงถึงผู้ใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน รวมถึงสมรรถนะอันทรงพลังที่เจ้าของรถต่างชื่นชอบ ทั้งขุมพลังดีเซล 2.4T เจเนอเรชันใหม่ที่มาพร้อมแรงม้าสูงสุด 184 แรงม้า และแรงบิด 480 นิวตันเมตร จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด ให้สมรรถนะที่ทรงพลังต่อเนื่อง ตอบสนองได้ทันใจ แต่ยังคงความนุ่มนวล เงียบ และประหยัด สร้างสมดุลระหว่างพละกำลัง ความสบาย และต้นทุนการใช้งานได้อย่างลงตัว

จุดเปลี่ยนของตลาด PPV เมื่อ “ความหรูหรา ความสบาย และเทคโนโลยีขั้นสูง” กลายเป็นมาตรฐานใหม่

NEW GWM TANK 500 DIESEL สะท้อนการออกแบบที่ภูมิฐาน สง่างาม และเหนือระดับ โดดเด่นเหนือรถ PPV ในตลาดไทยด้วยความพรีเมียมทั้งภายนอกและภายใน ห้องโดยสารตกแต่งด้วยหนัง Nappa คุณภาพสูง พร้อมหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ 14.6 นิ้ว ระบบไฟ Multi-color Ambient Lighting และระบบเครื่องเสียง Surround Sound พร้อมลำโพง 12 ตัว สร้างบรรยากาศพรีเมียมที่แตกต่างจากรถ PPV ในตลาดอย่างชัดเจน ขณะเดียวกัน ยังมอบความสบายขั้นสูงด้วยห้องโดยสารที่กว้างขวางจากระยะฐานล้อยาว 2,850 มม. พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังขนาดใหญ่สูงสุด 1,489 ลิตร เบาะหนัง Nappa สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้า พร้อมระบบ Memory Seat, Welcome Seat, Massage Seat และระบบปรับดันหลัง เสริมความเงียบภายในห้องโดยสารด้วยกระจก Double Layer Laminated Glass และระบบ Active Noise Cancellation (ANC) รวมถึงระบบปรับอากาศแยกอิสระ ระบบกรองอากาศ N95 พร้อม Ionizer และม่านบังแดดผู้โดยสารด้านหลัง ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในเมืองและการเดินทางไกลอย่างแท้จริง

NEW GWM TANK 500 DIESEL ตอกย้ำความเป็น “รถ PPV ยุคดิจิทัล” ด้วยระบบ Smart Dual Screen Interaction ระหว่างหน้าจอ Digital Cluster ขนาด 12.3 นิ้ว และหน้าจอสัมผัส 14.6 นิ้ว พร้อมจอแสดงผลการขับขี่บนกระจกหน้า Windshield Head-Up Display ช่วยให้ผู้ขับขี่รับข้อมูลได้อย่างชัดเจนโดยไม่ต้องละสายตาจากถนน เสริมความสะดวกสบายด้วยระบบชาร์จไร้สายกำลังไฟสูง 50 วัตต์ ระบบควบคุมรถจากทางไกลผ่าน GWM Application ระบบสั่งงานด้วยเสียง และกล้องแสดงภาพรอบคัน 540 องศา (รวมระบบแสดงภาพใต้ท้องรถ) นอกจากนี้ ยังมาพร้อมระบบจอดรถอัตโนมัติ 3 รูปแบบ โหมดการขับขี่ถึง 8 รูปแบบ และระบบช่วยเหลือการขับขี่ออฟโรดขั้นสูง เช่น Off-road Cruise Control, TANK Turn และ Differential Lock หน้า–หลัง ทำให้ TANK 500 DIESEL เป็น PPV ที่อัจฉริยะครบเครื่องและพร้อมลุยในทุกสถานการณ์

NEW GWM TANK 500 DIESEL ถูกพัฒนาบนโครงสร้างตัวถังที่แข็งแกร่ง ทนทานต่อแรงยุบ แรงชน แรงบิด และแรงกระแทก เพื่อรองรับการใช้งานที่หลากหลาย พร้อมระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูงแบบครบครัน ไม่ว่าจะเป็น All-speed Adaptive Cruise Control (ACC), Forward Collision Warning (FCW), Autonomous Emergency Braking (AEB), Emergency Lane Keeping (ELK), Rear Cross Traffic Alert & Brake (RCTA + RCTB) และระบบความปลอดภัยอื่น ๆ อีกมากมาย ทั้งหมดนี้ทำให้ TANK 500 DIESEL ไม่เพียงเป็นรถ PPV ที่โดดเด่นด้านสมรรถนะและความหรูหรา แต่ยังเป็นรถที่มอบความอุ่นใจและความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสารในทุกการเดินทาง

ทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับ PPV
ด้วยการรวมความพรีเมียม ความสะดวกสบาย เทคโนโลยีอัจฉริยะ สมรรถนะและประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ดีเซล รวมต้นทุนการใช้งานที่คุ้มค่าเข้าไว้ด้วยกัน เสียงสะท้อนจากผู้ใช้งานจริงที่ชื่นชอบ NEW GWM TANK 500 DIESEL ว่าไม่ใช่เป็นเพียงรถ PPV ทางเลือกใหม่ แต่คือสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนผ่านตลาด PPV ไทยสู่ยุคใหม่ และเป็นคำตอบสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการมากกว่า “รถ PPV แบบเดิม ๆ” พร้อมการรับประกันเครื่องยนต์ดีเซลถึง 1,000,000 กิโลเมตร (8 ปี) สร้างความมั่นใจในการใช้งานในระยะยาว มอบความคุ้มค่าคุ้มราคา ในราคาเริ่มต้นเพียง 1.399 ล้านบาท

ทดลองขับ NEW GWM TANK 500 DIESEL ได้แล้ววันนี้ที่ GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ทั่วประเทศ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ GWM application และ https://www.gwm.co.th/ หรือ GWM Contact Center 02-668-8888
หมายเหตุ GWM TANK 500 Diesel ในแต่ละรุ่น มีลักษณะ คุณสมบัติ และอุปกรณ์ที่แตกต่างกัน โปรดศึกษารายละเอียดเฉพาะของรถยนต์แต่ละรุ่นเพิ่มเติมอย่างละเอียด
บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศราคาและเปิดจำหน่าย ‘Honda STEP WGN e:HEV SPADA ใหม่’ อย่างเป็นทางการ รถครอบครัว 7 ที่นั่งรุ่นยอดนิยม ผลิตและนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น วางจำหน่ายในราคา 1,780,000 บาท หลังจากจัดแสดงและเปิดให้จองสิทธิ์เป็นเจ้าของก่อนใครในงาน Motor Expo 2025 เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งได้รับกระแสตอบรับดีเยี่ยมด้วยยอดจองสิทธิ์ล่วงหน้ากว่า 800 สิทธิ์ ตอกย้ำการเป็นรถ MUV สไตล์ Box Shape ที่พร้อมตอบโจทย์ Active Lifestyle ของกลุ่มครอบครัว Multi-gen ยุคใหม่ ด้วยสมรรถนะการขับขี่ของระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV – The EXCITING Hybrid ที่ทั้งแรงและประหยัดน้ำมัน พร้อมด้วยฟังก์ชันเพื่อการใช้งานที่ครบครัน ทั้งหมดนี้ สะท้อนความมุ่งมั่น ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เติมเต็มไลน์อัปรถยนต์ของฮอนด้าให้ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ เป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้นด้วยข้อเสนอพิเศษดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.39%* ฟรีประกันภัย 1 ปี พร้อมฟรี Honda Ultimate Care และรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง พร้อมทยอยส่งมอบลูกค้าทั่วประเทศตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้ทุกครอบครัวได้สัมผัสประสบการณ์การเดินทางที่เต็มไปด้วยความสุขและคุณค่ามากยิ่งขึ้น New Honda STEP WGN e:HEV SPADA WHAT BRINGS US ‘HAPPIER’ …ยิ่งมากคน ยิ่งมากความสุข

Honda STEP WGN e:HEV SPADA ใหม่ โดดเด่นด้วยดีไซน์ทรงกล่องที่กว้างขวาง โปร่งโล่ง พร้อมพื้นที่ภายในที่ออกแบบเพื่อการใช้งานสูงสุด มาพร้อมเบาะนั่ง 3 แถว โดยมีไฮไลต์เบาะนั่งแถว 2 แบบปรับแยกอิสระ พร้อมเบาะรองน่อง Ottoman และเบาะนั่งแถว 3 ปรับพับ 60:40 พร้อมพับแบบแบนราบ ปรับเลื่อนและจัดรูปแบบการจัดที่นั่งได้อย่างหลากหลายตามการใช้งานสูงสุดถึง 15 รูปแบบ ครบครันด้วยฟังก์ชันอำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีความปลอดภัยล้ำสมัย รวมทั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING มอบความมั่นใจในทุกการเดินทางสำหรับทุกคนในครอบครัว

ตอกย้ำความเชื่อมั่นด้วยมาตรฐานการผลิต ‘Japanese Quality’ ผสานด้วยบริการหลังการขายผ่านเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าที่ได้มาตรฐานกว่า 221 แห่งทั่วประเทศ รองรับการดูแลหลังการขายอย่างทั่วถึง เพื่อมอบประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าที่อุ่นใจและไว้วางใจได้ตลอดอายุการใช้งาน
พิเศษ! รับ Exclusive Deal สำหรับ Honda STEP WGN e:HEV SPADA ใหม่
เมื่อจองตั้งแต่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 – 6 เมษายน 2569 และรับรถภายใน 10 เมษายน 2569

หรือเลือกรับโปรแกรม ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส (Double Smile Plus) ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ
เพิ่มเติม! สำหรับลูกค้าที่จองสิทธิ์ล่วงหน้า ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 – 31 ธันวาคม 2568 สามารถทำการจองอย่างเป็นทางการได้ตั้งแต่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 – 28 กุมภาพันธ์ 2569 และรับรถภายใน 31 มีนาคม 2569 จะได้รับเพิ่ม
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมของ Honda STEP WGN e:HEV SPADA ใหม่ ได้ทาง www.honda.co.th/stepwgnehev และสัมผัสได้ที่โชว์รูมฮอนด้าที่ร่วมรายการ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้า
ทั่วประเทศ หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777
อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

อีซูซุชวนน้อง ๆ นิสิต นักศึกษา นำเสนอไอเดียสุดครีเอทีฟผ่านการแข่งขันการทำคลิปวิดีโอแนวตั้ง ความยาวไม่เกิน 2 นาที ผ่านโครงการ Isuzu V-Cross by New Gen 2026 ภายใต้หัวข้อรอบคัดเลือก “ถ้า ISUZU V-CROSS เป็นคน จะเป็นคนแบบไหน” ผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมการแข่งขัน ได้ทั้งในรูปแบบรายบุคคล หรือแบบทีม ทีมละไม่เกิน 5 คน โดยไม่จำกัดสถาบัน คณะ หรือชั้นปีการศึกษา พิเศษสำหรับผู้เข้ารอบ 10 ทีมสุดท้าย จะได้ร่วมสัมผัสสมรรถนะปิกอัพสปอร์ตออฟโรด ISUZU V-CROSS 4×4 “THE ONE & ONLY” พร้อมเรียนรู้เทคนิคการทำคอนเทนต์แบบมืออาชีพกับคุณฤกษ์อรุณ เจียมสวัสดิ์ เจ้าของเพจ “Kayab” เพื่อเพิ่มประสบการณ์ด้านการสร้างสรรค์คอนเทนต์ให้แก่ ทีมที่ผ่านเข้ารอบ ก่อนเข้าสู่การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ณ สนามทดสอบรถ Isuzu 4×4 Experience จังหวัดปทุมธานี ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 140,000 บาท
สำหรับน้อง ๆ นิสิต นักศึกษาที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมและศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Openlink : Isuzu V-Cross by New Gen 2026 Facebook: Tri Petch Isuzu Sales Career และ TikTok: Tri Petch Group Official
รายละเอียดเพิ่มเติม: https://www.openlink.co/tisnewgen
Primus Group ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในธุรกิจยานยนต์ระดับพรีเมี่ยม หลัง Benz Primus ได้รับรางวัลอันดับ 1 ยอดจำหน่ายรถยนต์ Mercedes–Benz ในประเทศไทย จากเวที ARPC 2026 สะท้อนความเป็นผู้นำด้านคุณภาพ การบริการและความเชื่อมั่นจากลูกค้า

ในโอกาสนี้ “ณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ” ประธาน กลุ่มบริษัทในเครือ Primus Group และ TOAVH ขึ้นรับมอบรางวัลผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ Mercedes–Benz ยอดเยี่ยม อันดับ 1 ในระดับองค์กร เขตพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูง “มาร์ติน ชเวงค์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ในงานประชุมผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ Mercedes–Benz ประจำปี 2026 ภายใต้ชื่องาน Annual Retail Partner Conference 2026 (ARPC 2026) จัดขึ้นโดย บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ณ โรงแรมลาบาริส เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา
สำหรับรางวัลทรงเกียรติสูงสุด ที่ได้รับมีทั้งหมด 4 รางวัล แบ่งเป็นระดับองค์กร 2 รางวัล และระดับบุคคล 2 รางวัล ได้แก่
1.PrimusAutohaus: รางวัลอันดับ 1 Star Pilot Showroom Performance 2025 (Bangkok)
2.PrimusPattaya: รางวัลอันดับ1 Star Pilot Showroom Performance 2025 (Up Country)

3.ชนม์สิตา สร้อยสิงห์คำ (ปุ้ย)จาก Primus Autohaus : รางวัล Best of C–Class (ยอดจำหน่าย C–Class สูงสุด) จากงาน Motor Expo 2025

4.สาวิตรี พุ่มเกื้อ (อุ๊)จาก Primus Autohaus : รางวัล The Winner of Smile Award – Excellence in Sales Customer Satisfaction 2025
“ความสำเร็จในครั้งนี้ สะท้อนความแข็งแกร่งการเป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ในเครือ Primus Group ทุกมิติ ทั้งด้านการบริหารเครือข่าย การให้บริการลูกค้า และการพัฒนาศักยภาพของทีมงานที่มีระบบและประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Primus Group ก้าวเป็นผู้นำในธุรกิจผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ในระดับพรีเมี่ยม ของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ในระยะเวลาอันรวดเร็ว” นายณัฏฐวุฒิ กล่าว

จิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทในเครือ Primus Group เปิดเผยว่า ด้วยนโยบายหลักของ Primus Group ที่ให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric) ในการพัฒนาศักยภาพการดำเนินงานของเครือข่ายธุรกิจผู้แทนจำหน่ายรถยนต์อย่างรอบด้าน ตั้งแต่การให้คำปรึกษา การขาย การส่งมอบรถยนต์ จวบจนการบริการหลังการขาย ส่งผลทำให้ Benz Primus ได้รับความไว้วางใจและเชื่อมั่นจากลูกค้าด้านการขายและบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน บริษัทแม่ เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ได้ให้การสนับสนุนและส่งเสริมการดำเนินงานด้านต่างๆ เป็นอย่างดี ทำให้ Benz Primus สร้างผลงานได้อย่างโดดเด่นและก้าวขึ้นครองตำแหน่งผู้แทนจำหน่าย Mercedes–Benz ที่มียอดจำหน่ายสูงสุด ในระดับองค์กร และระดับบุคคล ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวมถึงรางวัลการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าอีกด้วย

“Primus Group พร้อมเดินหน้าพัฒนาและยกระดับการบริหารงาน ในการดูแลลูกค้าให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น เพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ที่เหนือระดับ และสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าอย่างครบถ้วนในทุกมิติ” จิระพล กล่าวทิ้งท้าย
*
“เกีย” เป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (Fédération Internationale de Football Association: FIFA) โดยได้รับการแต่งตั้งให้เป็น Official Mobility Partner ผู้สนับสนุนด้านการเดินทาง เทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติ และโซลูชันการเดินทางแห่งอนาคตสำหรับกิจกรรมและการแข่งขันระดับโลกของ FIFA อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2007 จนถึงปี 2030 ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว Kia Corporation ได้เปิดตัวแคมเปญระดับโลกสำหรับ FIFA World Cup 2026™ ภายใต้แนวคิด ‘Inspiration Connects Us All’ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ แบรนด์ในการส่งเสริมความเป็นหนึ่งเดียว ไม่เพียงระหว่างเกียและลูกค้าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้คนทั่วโลก โดยล่าสุด เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้เข้าร่วมเป็น Mobility Partner ในงาน ‘FIFA World Cup™ Trophy Tour by Coca-Cola’ เพื่อร่วมส่งต่อแรงบันดาลใจสร้างความเป็นหนึ่งเดียวของผู้คนทั่วโลกผ่านมหกรรมกีฬาระดับโลก ณ ไอคอนสยาม เมื่อเร็วๆ นี้

นายฌ็อง–ดาวิด คริสติญอง อาเรล รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์และการตลาด บริษัท เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) จํากัด กล่าวว่า บริษัท เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของเกีย คอร์ปอเรชัน ดำเนินธุรกิจภายใต้ปรัชญาเดียวกันทั่วโลก คือ “Movement that inspires” ที่เราเชื่อว่าพลังของการเดินทางจะสร้างแรงบันดาลใจและสามารถเปลี่ยนแปลงมุมมองและชีวิตผู้คน เพื่อสานต่อปรัชญาของแบรนด์ และแคมเปญระดับโลกของเกีย คอร์ปอเรชัน บริษัทฯ จึงได้ร่วมสนับสนุนกิจกรรม “FIFA World Cup™ Trophy Tour by Coca-Cola” ในฐานะ Mobility Partner ในโอกาสที่ถ้วย FIFA World Cup™ Original Trophy เดินทางถึงประเทศไทย โดยมี The Kia EV9 รถเอสยูวี 6 ที่นั่ง ไฟฟ้า 100% , The Kia Sorento PHEV AWD เอสยูวีพลังงานไฟฟ้าระดับพรีเมียมแบบ 3 แถว 6 ที่นั่ง และ รถเอ็มพีวีรุ่นเรือธง The new Kia Carnival HEV 7-seater เป็นพาหนะสำหรับกิจกรรมดังกล่าวตลอดระยะเวลาที่จัดกิจกรรมในประเทศไทยเพื่อสื่อถึงการเดินทางของแรงบันดาลใจและความเป็นหนึ่งเดียวที่ฟุตบอลมอบให้กับแฟนบอลทั่วโลกพร้อมจัดแสดงรถยนต์ The Kia EV9 เพื่อให้แฟนบอลได้สัมผัสและใกล้ชิดกับรถยนต์เกียภายในงาน “FIFA World Cup™ Trophy Tour by Coca-Cola” ที่จัดขึ้น ณ ไอคอนสยาม

“ฟุตบอลคือกีฬาที่อยู่ในหัวใจของแฟนบอลชาวไทย และเป็นพลังที่เชื่อมโยงผู้คนจากหลากหลายวัฒนธรรม สอดคล้องกับแนวคิด ‘Inspiration Connects Us All’ ของเกีย การมีส่วนร่วมในกิจกรรมครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการสร้างการรับรู้ของแบรนด์ แต่เป็นการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของช่วงเวลาที่มีความหมายต่อผู้บริโภค สะท้อนความมุ่งมั่นของเกียในการสนับสนุนกีฬาฟุตบอล และเชื่อมโยงแบรนด์กับแฟนบอลชาวไทยอย่างเป็นรูปธรรม” นายฌ็อง–ดาวิด คริสติญอง อาเรล กล่าวทิ้งท้าย

การปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่สำหรับรถยนต์ปี 2569 ส่งผลให้ต้นทุนทางภาษีขยับตัวสูงขึ้นในหลายเซกเมนต์ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศ ไม่ปรับขึ้นราคาจำหน่ายรถยนต์ทุกรุ่นถึงวันที่ 6 เมษายน 2569 พร้อมมอบแคมเปญพิเศษ “Honda โปรตะลึง ตรึงราคา! พลัสเพิ่มความคุ้มแบบจึ้งใจ” จัดเต็มสิทธิพิเศษเพิ่มเติมสูงสุด 85,000 บาท* ดอกเบี้ย 0% หรือผ่อนสบายเริ่มต้นเพียง 2,500 บาท นานสูงสุด 84 เดือน* เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงวันที่ 6 เมษายน 2569 และรับรถภายใน 10 เมษายน 2569 เพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าได้ง่ายขึ้น

เจาะลึกการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่สำหรับรถยนต์ปี 2569
การปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่สำหรับรถยนต์มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป เป็นการจัดเก็บภาษีรูปแบบใหม่ที่จะพิจารณาสัดส่วนการจัดเก็บภาษี โดยพิจารณาจากปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) การส่งเสริมการผลิตและการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ รวมถึงการส่งเสริมความปลอดภัยของตัวรถยนต์ การปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ในครั้งนี้ ส่งผลต่อต้นทุนทางภาษีที่เพิ่มขึ้นของรถยนต์ในหลายเซกเมนต์
จากเดิมในปี 2568 จัดเก็บภาษีที่ 4% ในปี 2569 จัดเก็บภาษีที่ 6% (เพิ่มขึ้น 2%) สำหรับรถไฮบริด (HEV)
จากเดิมในปี 2568 จัดเก็บภาษีที่ 12% ในปี 2569 จัดเก็บภาษีที่ 13% (เพิ่มขึ้น 1%) สำหรับรถยนต์สันดาปภายใน (ICE)
จากเดิมในปี 2568 จัดเก็บภาษีที่ 8% ในปี 2569 จัดเก็บภาษีที่ 9% (เพิ่มขึ้น 1%) สำหรับรถไฮบริด (HEV)
จากเดิมในปี 2568 จัดเก็บภาษีที่ 8% ในปี 2569 จัดเก็บภาษีที่ 14% (เพิ่มขึ้น 6%) สำหรับรถไฮบริด (HEV)
โครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่สำหรับรถยนต์ปี 2569 และราคาขายรถยนต์ฮอนด้าถึงวันที่ 6 เม.ย. 2569
ฮอนด้านำเสนอไลน์อัป Honda e:HEV – The EXCITING Hybrid พร้อมมอบประสบการณ์ความแรงเร้าใจควบคู่ไปกับความนุ่มนวลอย่างเหนือความคาดหมาย และประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม รวมถึงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยฮอนด้ายืนยันคงราคาขายเดิมถึงวันที่ 6 เมษายน 2569
เพิ่มความคุ้มค่ายิ่งขึ้น ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษ “Honda โปรตะลึง ตรึงราคา! พลัสเพิ่มความคุ้มแบบจึ้งใจ” จัดเต็มสิทธิพิเศษเพิ่มเติมสูงสุด 85,000 บาท* ดอกเบี้ย 0% หรือผ่อนสบายเริ่มต้นเพียง 2,500 บาท นานสูงสุด 84 เดือน*
ไฮไลต์ข้อเสนอสำหรับ Honda City และ Honda City Hatchback รุ่น TURBO ราคาเริ่มต้นเพียง
599,000 บาท
ไฮไลต์ข้อเสนอสำหรับ Honda City e:HEV และ City Hatchback e:HEV ราคาเริ่มต้น 729,000 บาท
ไฮไลต์ข้อเสนอสำหรับ Honda Civic e:HEV ราคาเริ่มต้นเพียง 1,099,000 บาท
สปอร์ตซีดานขวัญใจวัยรุ่น ดีไซน์สปอร์ตเท่ ขับมันส์เหลือล้น เร่งแรงเร้าใจ ประหยัดน้ำมันเหลือ ๆ พร้อมฟังก์ชันการใช้งานและเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกอันล้ำสมัยครบครัน ซึ่งมาพร้อมข้อเสนอพิเศษ ดังนี้
ไฮไลต์ข้อเสนอสำหรับ New Honda HR-V e:HEV ราคาเริ่มต้นเพียง 949,000 บาท
ไฮบริด SUV ยอดนิยม สปอร์ตพรีเมียมลงตัว สะดวกสบาย ขับง่าย ลุยได้ทุกเส้นทาง รองรับทุกการใช้งานสไตล์อเนกประสงค์ อีกทั้งประหยัดน้ำมันเกินคาด ซึ่งมาพร้อมข้อเสนอพิเศษ ดังนี้
ไฮไลต์ข้อเสนอสำหรับ New Honda Accord e:HEV ราคาเริ่มต้น 1,479,000 บาท
รถซีดานครอบครัว พรีเมียม ห้องโดยสารกว้างขวาง มอบประสบการณ์ความสะดวกสบายเหนือระดับ พร้อมหลากหลายเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกอันล้ำสมัยและเทคโนโลยีการขับขี่อื่น ๆ ที่ครบครัน ซึ่งมาพร้อมข้อเสนอพิเศษ ดังนี้
ไฮไลต์ข้อเสนอสำหรับ New Honda CR-V e:HEV ราคาเริ่มต้น 1,399,000 บาท
New Honda CR-V e:HEV ที่มาพร้อมการปรับไลน์อัปเป็นฟูลไฮบริด e:HEV ในทุกรุ่นย่อย ให้ลูกค้าได้สัมผัสกับ SUV ไฮบริดสำหรับครอบครัวที่ครบและคุ้มค่าในราคาที่เข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น
ลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือ
www.honda.co.th หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777
อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่