Home Blog Page 9

“นิสสัน” จับมือกระทรวง อว. พัฒนาหลักสูตรด้านระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า พร้อมยกระดับการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการผ่านเทคโนโลยี e‑POWER

0
นิสสัน 2

นิสสัน ประเทศไทย ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) กับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ภายใต้โครงการพัฒนากำลังคนรองรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อร่วมกันพัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการโดยใช้เทคโนโลยี e‑POWER ของนิสสันเป็นศูนย์กลางในการถ่ายทอดองค์ความรู้ ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนภาคการศึกษาไทยให้สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนแบบไฟฟ้าของ นิสสัน อย่างใกล้ชิด ทั้งสำหรับนักศึกษา และบุคลากรทางการศึกษา

“ยานยนต์ไฟฟ้า” ในโครงการนี้ครอบคลุมรถยนต์ที่มีระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าหลากหลายรูปแบบ ได้แก่ รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) รถยนต์ไฮบริด (HEV) และรถยนต์ e‑POWER ของนิสสัน โดยความร่วมมือระหว่างนิสสันกับกระทรวง อว. ให้ความสำคัญเป็นพิเศษในการนำ e‑POWER ซึ่งเป็นระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าเอกลักษณ์เฉพาะของนิสสัน มาเป็นแกนหลักของการพัฒนาหลักสูตรเชิงปฏิบัติการ เพื่อสร้างความเข้าใจเชิงลึกด้านวิศวกรรมยานยนต์สมัยใหม่อย่างถูกต้องและเป็นรูปธรรม

เทคโนโลยี e‑POWER เป็นระบบขับเคลื่อนแบบมอเตอร์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ โดยล้อรถขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% ขณะที่เครื่องยนต์ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าเข้าสู่ระบบขับเคลื่อน การเรียนรู้ผ่านแพลตฟอร์ม e‑POWER จะช่วยให้ผู้เรียนได้ศึกษาองค์ประกอบสำคัญของระบบ เช่น มอเตอร์ไฟฟ้า เครื่องกำเนิดไฟฟ้า อินเวอร์เตอร์ แบตเตอรี่ และระบบจัดการพลังงาน ผ่านการสาธิตจริงและโมดูลการฝึกอบรมที่ออกแบบเป็นพิเศษ เพื่อเชื่อมโยงความรู้ด้านทฤษฎีกับการปฏิบัติจริงอย่างมีประสิทธิภาพ

ทาคาอากิ ยานางิ รองประธานอาวุโส นิสสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “เทคโนโลยี e‑POWER ถือเป็นหัวใจสำคัญของแนวทางการพัฒนายนตรกรรมพลังงานไฟฟ้าของนิสสัน ความร่วมมือครั้งนี้ทำให้เราสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ทางวิศวกรรมด้านระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าให้ภาคการศึกษาไทยได้อย่างลึกซึ้งและจับต้องได้ ผ่านการส่งมอบเทคโนโลยีจริง สื่อการเรียนรู้ และข้อมูลเชิงเทคนิคจากผู้เชี่ยวชาญของนิสสัน เรามุ่งหวังว่าความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยส่งเสริมความเข้าใจด้านระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าให้แก่ทั้งนักศึกษาและบุคลากรทางการศึกษา”

ภายใต้ระยะเวลา 2 ปีของความร่วมมือ นิสสันจะทำงานร่วมกับกระทรวง อว. และสถาบันการศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อดำเนินการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ การสาธิตทางเทคนิค และกิจกรรมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับระบบ e‑POWER โดยมีสถาบันอุดมศึกษาในสายวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยียานยนต์เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักในระยะแรก นอกจากนี้ วิศวกรและผู้เชี่ยวชาญของนิสสันจะลงพื้นที่เพื่อจัดการสาธิตเชิงเทคนิค การเยี่ยมชมสถานที่ปฏิบัติงาน และเวิร์กช็อป เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้จากภาคอุตสาหกรรมเข้าสู่ห้องเรียนได้อย่างเป็นรูปธรรม

โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนภาคการศึกษาไทยให้สามารถเรียนรู้และทำความเข้าใจเทคโนโลยีด้านระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าที่กำลังมีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์ยุคใหม่ โดยไม่ทดแทนหลักสูตรที่มีอยู่เดิม แต่เพิ่มประสบการณ์เรียนรู้จากเทคโนโลยีจริง ช่วยให้ผู้เรียนสามารถมองเห็นโครงสร้างของระบบ ตรวจวิเคราะห์ และเรียนรู้การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีจริงได้อย่างครบถ้วน

ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของนิสสันในการสนับสนุนชุมชนด้านการศึกษาของประเทศไทย และเสริมสร้างทักษะพื้นฐานด้านเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าที่สอดคล้องกับพัฒนาการของอุตสาหกรรมยานยนต์ในปัจจุบันและอนาคต

 

IMC สื่อสากล ผู้จัดงาน “MOTOR EXPO” เยี่ยมชมศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ

0
IMC สื่อสากล 1

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธาน บริษัท สื่อสากล จำกัด ผู้จัดงาน “มหกรรมยานยนต์” พร้อมด้วยผู้บริหาร และคณะ เยี่ยมชมศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ (Automotive and Tire Testing, Research and Innovation Center: ATTRIC) ซึ่งเป็นศูนย์รวบรวม และถ่ายทอดความรู้ด้านการทดสอบ รองรับอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต ณ ตำบลลาดกระทิง อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมี ดร.เกรียงศักดิ์ วงศ์พร้อมรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ ให้การต้อนรับ เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569

IMC สื่อสากล 2

IMC สื่อสากล 3

IMC สื่อสากล 4

IMC สื่อสากล 8

ตรุษจีนนี้ ขับ GWM HAVAL H6 HEV เปิดทรัพย์ รับโชค เสริมสิริมงคล กับ 3 สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ Unseen ในกรุงเทพฯ พร้อมปักหมุดร้านอาหารอร่อยกับเมนูมงคลอร่อยเด็ด ห้ามพลาด!

0
GWM 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส GWM (Thailand) ต้อนรับเทศกาลตรุษจีนด้วยการเริ่มต้นปีใหม่อย่างเป็นสิริมงคล ชวนเช็คอินไหว้พระไหว้เจ้าขอพร 3 สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่หลายคนยังไม่รู้จักในกรุงเทพมหานคร และร้านอาหารชื่อดัง พร้อมเมนูมงคลชวนอร่อย อิ่มทั้งท้องอิ่มทั้งบุญ ให้วันเที่ยวของตรุษจีนปีม้านี้เฮง ๆ ทั้งการงาน การเงิน และสุขภาพ กับ GWM HAVAL H6 HEV รถยนต์เอสยูวีไฮบริดที่ตอบโจทย์สายมูวัยทำงานและครอบครัว ให้ขับคล่องขับสบายในเมือง ขับง่ายด้วยเทคโนโลยีล้ำ ๆ จอดสะดวก พร้อมประหยัดพลังงาน มั่นใจตลอดทั้งเส้นทางกว่า 40 กิโลเมตร

GWM 2

เส้นทางแห่งความโชคดีเริ่มต้นที่ วัดโฝวกวงซัน (คู้บอน) วัดพุทธมหายานจากไต้หวัน สาขาของวัดโฝวกวงซัน
เมืองเกาสง ก่อตั้งโดยพระอาจารย์ซิงหวิน โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมจีนขนาดใหญ่และบรรยากาศที่เงียบสงบ เหมาะสำหรับการขอพรด้านความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต การงาน ธุรกิจ และสุขภาพ โดยไม่ยึดติดพิธีกรรมซับซ้อน สะท้อนแนวคิดแห่งความเรียบง่ายและสมดุลในการใช้ชีวิต ภายในวัดมี จุดที่แนะนำ สำหรับการสักการะขอพรเจ้าแม่กวนอิม โดยสามารถเริ่มจากการ จุดเทียนไฟฟ้า จากนั้นเดินวนรอบองค์เจ้าแม่กวนอิมทั้ง 4 ปาง 3 รอบตามเข็มนาฬิกา (วนซ้าย) เมื่อครบแล้วให้นำเทียนไปวางหน้าปางที่ต้องการอธิษฐาน พร้อมตั้งจิตขอพรอย่างชัดเจน ถือเป็นอันเสร็จพิธี รับความมงคลอย่างเต็มอิ่มพร้อมออกเดินทาง

GWM 3

จากนั้นเดินทางต่อสู่ ศาลเจ้ากวนอู ย่านคลองสานที่กำลังเป็นกระแสด้วยการขับเคลื่อนของร้านเก๋ ร้านดัง ทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านจำหน่ายของที่ระลึกมากมาย โดยศาลเจ้าเก่าแก่ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย และได้รับการยอมรับว่าเป็นศาลเจ้ากวนอูที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย กว่า 290 ปี เทพกวนอู หรือ “อากง” ของชุมชน เป็นสัญลักษณ์แห่งคุณธรรม ความซื่อสัตย์ และความสำเร็จด้านการค้า ผู้ศรัทธานิยมไหว้ขอพรด้านการงาน การค้าขาย เงินทอง และความก้าวหน้าในชีวิต สำหรับการสักการะตามแนวปฏิบัติที่ใช้ ธูป 11 ดอก และเทียน 1 คู่ โดยเริ่มกราบไหว้ เทวดาฟ้าดิน ด้วยธูป 5 ดอก จากนั้นไหว้องค์เทพกวนอู ด้วยธูป 3 ดอก และไหว้พระโพธิสัตว์กวนอิม ด้วยธูปอีก 3 ดอก ก่อนปิดท้ายด้วยพิธี จับเท้าขอพรเทพกวนอู ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของศาลเจ้าแห่งนี้ ซึ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งด้านการงาน การเงิน การเรียน รวมถึงเรื่องการซื้อขายที่ดิน ทั้งนี้ เส้นทางเข้าสู่ศาลเจ้าต้องลัดเลาะผ่านชุมชนวัดอนงค์ ใกล้สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วยถ่ายทอดบรรยากาศของชุมชนดั้งเดิมที่อบอวลด้วยความศรัทธา และเติมความอิ่มใจให้กับทริปตรุษจีนตลอดการเดินทาง

GWM 4

พร้อมเติมเต็มทริปตรุษจีนให้ครบทั้งสายศรัทธาและไลฟ์สไตล์ ด้วยการแวะลิ้มลองอาหารมงคลจากร้านอาหารท้องถิ่น ระหว่างเส้นทาง โดยหนึ่งในจุดแนะนำคือ ร้าน HAGOW YAOWARAT ร้านอาหารจีนบรรยากาศดีที่นำเสนอเมนูมงคลประจำเทศกาลตรุษจีน ไม่ว่าจะเป็นเมนูติ่มซำ เส้น หรือเมนูความหมายดีที่สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ ความเจริญรุ่งเรือง โชคลาภ และการมีอายุยืนยาว สะท้อนการเริ่มต้นปีใหม่จีนอย่างเป็นสิริมงคล

GWM 5

ปิดท้ายทริปเสริมสิริมงคลที่ ศาลเจ้าเล่าปุนเถ้ากง ศาลเจ้าเก่าแก่ของชาวจีนแต้จิ๋วที่มีอายุกว่า 200 ปี และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนดั้งเดิม โดย “ปุนเถ้ากง” หมายถึงเทพเจ้าผู้คุ้มครองชุมชน โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมจีนแต้จิ๋วแบบ “ซิเหยียนกิม” ที่ได้รับการบูรณะอย่างงดงาม สะท้อนความต่อเนื่องของความเชื่อและความเจริญรุ่งเรืองจากอดีตสู่ปัจจุบัน การสักการะตามแนวปฏิบัติที่แนะนำ เริ่มจากการไหว้ ทีกง (ปู่ฟ้า) ก่อนเข้าสู่ห้องโถงเพื่อไหว้เทพเจ้าที่แท่นบูชา 3 แท่น ได้แก่ ตั่วเหล่าเอี้ยกง ตั่วปึงเถ้ากง และจูอุ่ยฮกซิ้ง โดยศาลเจ้าตั้งอยู่บนถนนทรงวาด ย่านเยาวราช รายล้อมด้วยอาคารเก่าแก่และชุมชนดั้งเดิม สะท้อนเสน่ห์ของชุมชนเก่าแก่ที่หลอมรวมความศรัทธาและวิถีชีวิตไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน

GWM 8

สมรรถนะไฮบริดที่ตอบโจทย์การเดินทางในเมืองอย่างแท้จริง

ในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่การจราจรหนาแน่นเป็นพิเศษ GWM HAVAL H6 HEV โดดเด่นด้วยประสิทธิภาพการขับขี่แบบไฮบริดที่คล่องตัวและประหยัดน้ำมันอย่างชัดเจน เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตรเทอร์โบ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมสูงสุด 243 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 530 นิวตันเมตร มอบการขับขี่ที่ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะเร่งแซง พร้อมโหมดขับขี่ 4 รูปแบบ ช่วยให้สายมูเลือกใช้ตามความเหมาะสมกับสภาพถนนในเมืองได้อย่างมั่นใจ ที่สำคัญ GWM HAVAL H6 HEV ยังขึ้นชื่อเรื่องประสิทธิภาพของการใช้พลังงานในทุกสภาพการจราจร แม้ในเมืองที่รถติดหนักช่วงเทศกาล นอกจากสมรรถนะและความประหยัดแล้ว ยังเสริมความนุ่มนวลด้วยช่วงล่างที่เซ็ตมาอย่างลงตัวสำหรับสภาพถนนในเมืองไทยและลักษณะการขับขี่ของคนไทย พร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะรอบคัน อาทิ ระบบปฏิบัติการ Coffee OS 3.0 ระบบแผนที่นำทาง Petal Map ระบบชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย Adaptive Cruise Control, Traffic Jam Assist กล้อง 360 องศา ระบบเบรกอัตโนมัติ และอื่น ๆ อีกมากมาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ครอบครัวยุคใหม่ด้วยฟีเจอร์อำนวยความสะดวกสบายและความปลอดภัยครบครัน เพิ่มความอุ่นใจให้ผู้ขับขี่สายมูในทุกการเดินทาง

GWM 7

GWM HAVAL H6 HEV รุ่น Pro มอบความคุ้มค่าคุ้มราคา ด้วยราคาเพียง 999,000 บาท พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษใน 3 ทางเลือก จะเลือกส่วนลดเงินสด 100,000 บาท หรือส่วนลด 40,000 บาทและการช่วยผ่อนชำระเดือนละ 5,000 บาท นาน 12 เดือน หรือเลือกส่วนลด 65,000 บาทพร้อมแพ็กเกจค่าบำรุงรักษาตามระยะทางนาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร และอื่น ๆ มากมาย อาทิ ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปีเต็ม, ฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. 5 ปี, การรับประกันคุณภาพรถใหม่ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร พร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง ฟรี ระบบตรวจสอบและสั่งการรถผ่านอินเทอร์เน็ต (Telematic Service) พร้อมแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตภายในรถยนต์ (Internet in Vehicle) ระยะเวลา 3 ปี ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ GWM application และ https://www.gwm.co.th/ หรือ GWM Contact Center 02-668-8888

 

 

 

 

 

ขั้นสุดความสปอร์ต ดีลแรงเกินพิกัด! กับแคมเปญ “Civic Type R – Unrivaled Performance” รับสิทธิพิเศษมูลค่าสูงสุด 600,000 บาท* อย่ารอช้า ! จองและรับรถตั้งแต่ 3 ก.พ. – 6 เม.ย. 69 ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

0
Civic Type R 1

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดดีลโดนใจสายสปอร์ตกับแคมเปญ “Civic Type R – Unrivaled Performance” จัดเต็มด้วยข้อเสนอสุดพิเศษเกินต้าน พร้อมสิทธิประโยชน์แบบ 2 ต่อ ที่มอบให้ทั้งลูกค้าและผู้แนะนำ เมื่อจองและรับรถตั้งแต่ วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 – 6 เมษายน 2569 ที่โชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ

  • ดีลแรงแซงทุกโค้ง ! สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ Honda Civic Type R จะได้รับสิทธิพิเศษ มูลค่าสูงสุด 600,000 บาท*
  • ยิ่งชวน ยิ่งได้ ! สิทธิพิเศษสำหรับครอบครัวฮอนด้า เพียงแนะนำให้เพื่อนมาออกรถยนต์ Honda Civic Type R รับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 30,000 บาท**

คุ้มสุด ! เท่าที่เคยมีมา โอกาสที่จะได้เป็นเจ้าของรถยนต์สปอร์ตในฝันได้ง่ายขึ้น สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง (Honda Call Center) โทร. 02 341 7777

อ่านรายละเอียดแคมเปญเพิ่มเติมได้ที่ https://www.honda.co.th/promotions/detail/promotion-civictyper-feb2026

หมายเหตุ

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด / เงื่อนไขและข้อยกเว้นการให้บริการและการรับประกัน เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

**บัตรเติมน้ำมัน สําหรับใช้บริการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงที่สถานีบริการน้ำมัน ปตท.ทุกสาขาที่ร่วมรายการทั่วประเทศและไม่สามารถเปลี่ยนหรือทอนเป็นเงินสดได้ / เงื่อนไขการใช้บัตรเติมน้ำมันเป็นไปตามที่บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) กำหนด / บริษัทฯ จะจัดส่งบัตรเติมน้ำมันภายใน 60 (หกสิบ) วัน หลังเดือนที่รับรถยนต์ ผ่านทางผู้จำหน่ายที่ลูกค้ารับรถยนต์

 

 

ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษกับ “ปอร์เช่ คาเยนน์” ที่โชว์รูมปอร์เช่ในวันที่ 14–15 กุมภาพันธ์ 2026

0
ปอร์เช่ คาเยนน์ 1

เมื่อปอร์เช่ได้เปิดตัวคาเยนน์ในปี 2002 ซึ่งเป็นการท้าทายกรอบแนวคิดเดิมของอุตสาหกรรมรถยนต์ รถยนต์เอสยูวี 4 ประตูจากผู้ผลิตที่มีภาพจำจากรถสปอร์ตระดับตำนานอย่าง 911 อาจจะดูเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงสำหรับหลายคน อย่างไรก็ตาม ปอร์เช่ไม่ได้ตอบข้อสงสัยเหล่านั้นด้วยคำพูด แต่ได้พิสูจน์ผ่านการออกแบบ วิศวกรรม และสมรรถนะที่สะท้อนตัวตนของปอร์เช่ คาเยนน์ เป็นรถยนต์รุ่นแรกที่ปอร์เช่ได้นำตำนานของรถสปอร์ตเข้าสู่เซกเมนต์ใหม่อย่างเต็มรูปแบบ โดยตลอดเวลากว่า 20 ปีได้มีการพัฒนาต่อเนื่องผ่านหลายเจเนอเรชัน และได้รับการยอมรับและประสบความสำเร็จในระดับโลก ซึ่งสำหรับประเทศไทย เส้นทางความสำเร็จนี้ได้ก้าวสู่บทใหม่ผ่านคาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ (Cayenne S E-Hybrid Coupé) รุ่นประกอบในภูมิภาค เปิดโอกาสให้แฟนปอร์เช่ในประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ปอร์เช่ได้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น

ปอร์เช่ คาเยนน์ 2
ความสำเร็จดังกล่าวได้สะท้อนผ่านกิจกรรม Drive Your Love. Drive Your Prosperity. ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14–15 กุมภาพันธ์ 2569 ที่โชว์รูมปอร์เช่อย่างเป็นทางการทุกสาขา โดยมีการจัดแสดงคาเยนน์เป็นไฮไลต์ร่วมกับมาคันน์ (Macan) และไทคานน์ (Taycan) เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัสยนตรกรรมอย่างใกล้ชิด พร้อมกิจกรรมระดับพรีเมียม และข้อเสนอสุดพิเศษ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองช่วงเทศกาลวาเลนไทน์และตรุษจีน

ความกล้าที่ก้าวข้ามกรอบเดิม ด้วยเอสยูวีที่สะท้อน DNA ของปอร์เช่ ท่ามกลางหลายปัจจัยด้านเศรษฐกิจในช่วงปี 1986 ปอร์เช่ ได้เผชิญความท้าทายครั้งสำคัญ จึงทำให้เกิดโครงการโคโลราโด (Colorado) ร่วมกับโฟล์คสวาเกน (Volkswagen) เพื่อพัฒนารถยนต์ที่ตอบโจทย์สมรรถนะการขับขี่แบบไดนามิก รองรับทุกสภาพเส้นทาง และใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน ภายใต้แนวคิดรถยนต์ 5 ที่นั่งสำหรับครอบครัวที่ยังคงดีเอ็นเอของปอร์เช่

ปอร์เช่ คาเยนน์ 3

แนวคิดดังกล่าวนำไปสู่การเริ่มต้นของคาเยนน์ พร้อมความตั้งใจในการสร้างความแตกต่างให้กับรถยนต์เอสยูวีรุ่นนี้ โดยเมื่อเปิดตัวในปี 2002 คาเยนน์ได้รับกระแสตอบรับที่หลากหลาย แต่สำหรับผู้ที่ชื่นชอบ ปอร์เช่บางกลุ่ม รถยนต์ 4 ประตูรุ่นนี้อาจจะดูขัดแย้งกับภาพจำของรถยนต์สปอร์ตอย่างปอร์เช่ 911

อย่างไรก็ตาม แทนที่จะโต้แย้งด้วยคำพูด ปอร์เช่ได้เลือกพิสูจน์แนวคิดนี้ผ่านวิศวกรรม สมรรถนะ และด้วยประสิทธิภาพที่หลากหลาย คาเยนน์จึงสามารถผสานบทบาทของรถที่ใช้เดินทางสำหรับครอบครัว รถลุยเส้นทางออฟโรด และรถสปอร์ตสมรรถนะสูงไว้ในคันเดียว จึงทำให้คาเยนน์มีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางตลาดรถยนต์เอสยูวีสมรรถนะสูงในตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี

ปอร์เช่ คาเยนน์ 4

ความสำเร็จของคาเยนน์สะท้อนผ่านผลลัพธ์ที่ชัดเจน คาเยนน์สามารถสร้างยอดขายได้สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ตั้งแต่ในช่วงแรก และกลายเป็นหนึ่งในรุ่นที่สร้างยอดส่งมอบให้กับปอร์เช่ทั่วโลก โดยในปี 2024 คาเยนน์ได้มียอดการผลิตสะสมมากกว่า 1.5 ล้านคัน รวมไปถึงสมรรถนะที่ได้ผ่านการทดสอบในสนามแข่งระดับสูงยิ่งตอกย้ำความเป็นปอร์เช่ที่พร้อมขยายความนิยมสู่การใช้ชีวิตที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น

คาเยนน์ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์ที่ประสบความสำเร็จทางด้านยอดขายเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการสำคัญของปอร์เช่ที่พิสูจน์ได้ว่าสมรรถนะ ความหรูหรา และการใช้งานในชีวิตประจำวันสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว
บทบาทของคาเยนน์ในประเทศไทยที่ขยายเส้นทางความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง

ปอร์เช่ คาเยนน์ 7

ในประเทศไทย คาเยนน์ได้ก้าวสู่บทบาทใหม่ผ่าน คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ รุ่นประกอบในภูมิภาค ที่ได้พัฒนาขึ้นสำหรับตลาดประเทศไทยโดยเฉพาะ ก้าวเชิงกลยุทธ์นี้ได้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นระยะยาวของปอร์เช่ในประเทศไทย พร้อมคงมาตรฐานคุณภาพระดับโลกและการควบคุมดูแลด้านวิศวกรรมตามแบบฉบับของปอร์เช่ ลูกค้าจึงยังคงได้รับสมรรถนะ การประกอบ และความประณีตในระดับเดียวกับปอร์เช่ทั่วโลก ซึ่งยังคงสามารถรักษาเอกลักษณ์ของปอร์เช่ไว้ได้อย่างครบถ้วน

ปี 2025 ปอร์เช่ ประเทศไทยยังคงรักษาการเติบโตที่แข็งแกร่งในกลุ่มรถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าและปลั๊กอินไฮบริด โดยรถยนต์กลุ่มนี้คิดเป็น 89% ของยอดขายรวมในประเทศไทย ซึ่งคาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้
รุ่นประกอบในภูมิภาค ได้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จดังกล่าวและได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าชาวไทยเป็นจำนวนมาก โดยล่าสุด คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ รุ่นปี 2026 ได้รับการปรับอุปกรณ์มาตรฐานให้ครบครันมากยิ่งขึ้น เพื่อมอบความคุ้มค่าและประสบการณ์การขับขี่ที่ตอบโจทย์ลูกค้าในประเทศไทย

ปอร์เช่ คาเยนน์ 9

การขยายความพร้อมในประเทศไทยช่วยยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าในหลายมิติ ช่วยให้กลุ่มลูกค้าในประเทศไทยสัมผัสคาเยนน์ได้มากยิ่งขึ้น และสะท้อนความมุ่งมั่นของปอร์เช่ในการดูแลลูกค้าในประเทศไทยอย่างใกล้ชิด และมีความเชื่อมโยงกับลูกค้ามากยิ่งขึ้น ร่วมเดินหน้าสู่ความสำเร็จไปพร้อมกัน

จิตวิญญาณแห่งความก้าวหน้าและความผูกพันได้สะท้อนผ่านกิจกรรม Drive Your Love. Drive Your Prosperity ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 14–15 กุมภาพันธ์ 2569 ที่โชว์รูมปอร์เช่อย่างเป็นทางการทุกสาขา โดยมีคาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ เป็นไฮไลต์สำคัญ พร้อมจัดแสดงร่วมกับมาคันน์ ไทคานน์ และรุ่นอื่น ๆ ภายใต้บรรยากาศที่สะท้อนนิมิตหมายในการเริ่มต้นใหม่และความสัมพันธ์ที่มีความหมาย ผู้ร่วมงานสามารถสัมผัสคาเยนน์และยนตรกรรมรุ่นอื่น ๆ ผ่านกิจกรรมทดลองขับที่ออกแบบมาเพื่อสะท้อนสมดุลระหว่างสมรรถนะและความอเนกประสงค์ในการใช้งานจริงและยังมีกิจกรรมเวิร์กช็อปสุดพิเศษเพื่อสร้างช่วงเวลาแห่งความประทับใจในบรรยากาศสุดพรีเมียมในแบบฉบับของปอร์เช่ รวมทั้งพร้อมมอบสิทธิพิเศษสำหรับรถรุ่นที่ร่วมรายการ

สัมผัสกิจกรรม Drive your love. Drive your Prosperity. ได้ที่ตัวแทนจำแหน่ายปอร์เช่อย่างเป็นทางการทุกแห่ง ได้แก่ Porsche Centre Bangkok, Porsche Centre Pattanakarn, Porsche Centre Bangna, Porsche Centre Pattaya, Porsche Store Bangkok ที่ศูนย์การค้า Emsphere และ Porsche Studio Siam Paragon ชั้น 2

 

“PTG” ผนึก “รพ.ศิริราช” สร้างปรากฎการณ์ใช้สถานีบริการน้ำมันพีที เป็นฐาน Mobile Stroke Unit – Stroke One Stop เพิ่มโอกาสรอดชีวิตผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง

0
PTG 2

นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับศาสตราจารย์นายแพทย์อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อยกระดับความร่วมมือระหว่างภาคการแพทย์และสถานีบริการน้ำมันพีที โดยใช้สถานีบริการน้ำมันพีทีทั่วประเทศเป็นจุดจอดรถ Mobile Stroke Unit – Stroke One Stop (MSU-SOS) สนับสนุนการเข้าถึงผู้ป่วยฉุกเฉินและรักษาได้อย่างรวดเร็ว  เพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง เพื่อให้คนไทยทุกคนได้ “อยู่ดี มีสุข” ตามวิสัยทัศน์ของ PTG อย่างแท้จริง

PTG 3

ทั้งนี้โครงการ MSU-SOS หรือรถรักษาอัมพาตเคลื่อนที่สะท้อนการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและภาคการแพทย์ ในการนำทรัพยากรและโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่มาใช้ประโยชน์เชิงรุกด้านสาธารณสุข  โดยเฉพาะโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่ “ต้องแข่งกับเวลา” ถือเป็นนวัตกรรมการแพทย์ฉุกเฉินที่นำศักยภาพของห้องฉุกเฉินไปถึงผู้ป่วย ณ จุดเกิดเหตุ สามารถสแกนสมอง วินิจฉัยอาการ เชื่อมต่อแพทย์เฉพาะทางทางไกล ให้ยาละลายลิ่มเลือด และประสานการส่งต่อโรงพยาบาลได้ทันที ภายใต้แนวคิด “สแกน รักษา ส่งต่อ ครบจบในที่เดียว” ซึ่งช่วยลดเวลาวิกฤต เพิ่มโอกาสรอดชีวิต และลดความพิการในระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ

PTG 5

นอกจากนี้ยังต่อยอดด้วยโครงการศูนย์ความเป็นเลิศเพื่อผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองในระยะก่อนถึงโรงพยาบาล “Stroke ExPreS” ทำหน้าที่บริหารระบบการดูแลผู้ป่วยก่อนถึงโรงพยาบาล (Excellence in Pre-Hospital Stroke Care) ครอบคลุมการฝึกฝนอบรม การวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ตลอดจนการบริหารการปฎิบัติการและซ่อมบำรุงรถ Mobile Stroke Unit เพื่อให้คนไทยในพื้นที่เข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพ

 

 

 

 

“GAC Primus” คว้ารางวัลการตลาดยอดเยี่ยม ตอกย้ำผู้นำดีลเลอร์ EV ในไทย

0
GAC Primus 1

GAC Primus ในเครือ Primus Group นำโดย ณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน กลุ่มบริษัทในเครือ รับมอบรางวัล “2025 Best Marketing Performance Award” จาก มร.แอนดรูว์ หวัง (Mr. Andrew Wang) ประธานกรรมการบริหาร GAC AION Thailand ในพิธีมอบรางวัลผู้แทนจำหน่ายที่มีผลงานโดดเด่น ประจำปี 2025 ในงาน Dealer Conference 2026 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Crafting the Future – Win in 2026” จัดขึ้นโดย GAC AION Thailand เพื่อประกาศทิศทางการดำเนินธุรกิจและกลยุทธ์การสร้างแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าของ GAC สู่การเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในประเทศไทย

ไพร์มัส กรุ๊ป 2

ณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน กลุ่มบริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป และทีโอเอ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง กล่าวว่า ความสำเร็จในครั้งนี้ สะท้อนถึงศักยภาพในการวางกลยุทธ์ การสร้างสรรค์ และการดำเนินงานด้านการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการกำหนดทิศทางการตลาดที่ชัดเจน เข้าใจถึงพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคอย่างแท้จริง ผ่านช่องทางการสื่อสารในการสร้างแบรนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและแตกต่าง ส่งผลต่อการเติบของธุรกิจด้านภาพลักษณ์และการขาย ทั้งตอกย้ำความน่าเชื่อถือขององค์กรในสายตาของผู้บริโภคและพันธมิตรทางธุรกิจอีกด้วย

ไพร์มัส กรุ๊ป 3 

จิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป กล่าวว่า การได้รับรางวัลอันทรงเกียรติในครั้งนี้ เป็นบทพิสูจน์ศักยภาพของทีมงาน GAC Primus ในการออกแบบสร้างสรรค์กิจกรรมที่ให้ความสำคัญกับการมอบประสบการณ์ระดับพรีเมี่ยมให้แก่ลูกค้า และสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างรอบด้าน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ GAC และ Primus Group ในประเทศไทย

ไพร์มัส กรุ๊ป5

นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจและเป็นแรงผลักดันที่สำคัญให้แก่ทีมงาน GAC Primus ในการพัฒนาศักยภาพเพื่อก้าวสู่การเป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ GAC ชั้นแนวหน้าของประเทศไทย ภายใต้แนวคิดหลักของ Primus Group ที่ให้ความสำคัญด้านการบริการที่ครบวงจร ครอบคลุมด้านการตลาด การขาย และการบริหารหลังการขาย ด้วยบุคลากรที่มีความรู้และประสบการณ์ด้านยานยนต์ระดับสูง เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าในทุกมิติ

ไพร์มัส กรุ๊ป 5

GAC Primus ยังคงมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์บริการที่ดีเลิศ ในการมอบประสบการณ์ใหม่ที่แตกต่างและเหนือระดับให้แก่ลูกค้าอย่างหลากหลาย เพื่อความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าต่อไป

 

 

“BYD ATTO 3” คว้ารางวัล IQS จาก J.D. POWER การันตีคุณภาพชั้นนำ จนผู้บริโภคไว้วางใจ

0
BYD ATTO 3 1

บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับเกียรติจากบริษัท เจ.ดี. พาวเวอร์ (J.D. Power) ในการมอบรางวัล Initial Quality Study (IQS) สำหรับรถยนต์พลังงานใหม่ (New Energy Vehicle Segment) หลัง BYD ATTO 3 ครองอันดับสูงสุด ในกลุ่มรถยนต์พลังงานใหม่แบบ SUV (NEV SUV) ด้วยคะแนน 149 PP100 ตามผลการศึกษาคุณภาพรถยนต์ใหม่ในประเทศไทย ประจำปี 2568 หรือ J.D. Power 2025 Thailand Initial Quality StudySM (IQS) สะท้อนถึงมาตรฐานการผลิตและคุณภาพระดับชั้นนำ โดยพิธีมอบรางวัลมี นายหยู่ปิน เคอ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นตัวแทนบริษัทฯ รับมอบรางวัลจาก นายอัตสึชิ คาวาฮาชิ ผู้อำนวยการอาวุโส เจ.ดี. พาวเวอร์ ประเทศญี่ปุ่น

BYD ATTO 3 2

นายหยู่ปิน เคอ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า “รางวัลนี้คือเครื่องยืนยันว่า BYD ATTO 3 ไม่ได้มีดีเพียงแค่ดีไซน์และสมรรถนะ แต่ยังเป็นหนึ่งในเรื่องของคุณภาพ และความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี รางวัลนี้ได้ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของ บีวายดี ในการส่งมอบนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการรักษามาตรฐานคุณภาพ จนได้รับความไว้วางใจและผ่านการพิสูจน์โดยผู้บริโภค นอกจากนั้น ยังมีรถยนต์ บีวายดี อีกหลายรุ่น และมีคุณภาพเทียบเท่ากับ BYD ATTO 3 ที่ได้รับรางวัล ทั้งหมดล้วนได้รับความไว้วางใจและผ่านการพิสูจน์แล้ว จากผู้ใช้งานจริงทั่วประเทศไทยกว่า 100,000 คัน บีวายดี ขอให้คำมั่นว่า เราจะไม่หยุดยั้งการส่งมอบนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ไปพร้อมกับการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าชาวไทยต่อไป”

BYD ATTO 3 3

IQS คือผลการศึกษาคุณภาพรถยนต์ใหม่ในประเทศไทย และเป็นดัชนีชี้วัดมาตรฐานยานยนต์ ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดย BYD ATTO 3 ได้คะแนนคุณภาพสูงที่สุดในกลุ่ม NEV SUV ด้วยคะแนนเฉลี่ย 149 ปัญหาต่อรถยนต์ 100 คัน (149 PP100) ซึ่งเป็นคะแนนที่ดีที่สุดในรถยนต์ระดับเดียวกัน ทั้งยังดีกว่าคะแนนเฉลี่ยรถยนต์ใหม่ทั้งหมดที่ 177 ปัญหาต่อรถยนต์ 100 คัน (177 PP100) นอกจากนั้น รถยนต์รุ่นอื่นของ BYD ยังติดอันดับ 3 รุ่นแรกที่มีคะแนนดีที่สุดในแต่ละกลุ่ม โดย BYD SEALION 6 และ BYD SEALION 7 อยู่ในอันดับ 3 ของกลุ่ม NEV SUV ส่วน BYD SEAL และ BYD DOLPHIN คว้าอันดับ 2 และ 3 ของกลุ่มรถยนต์นั่งพลังงานใหม่ (NEV Car) ได้ตามลำดับ

BYD ATTO 3 8

“มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ พลัส และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี” คว้ารางวัลคุณภาพอันดับ 1 จากผลการศึกษาคุณภาพรถยนต์ใหม่ปี 2568 ฉบับที่ 2 โดย เจ.ดี. พาวเวอร์ ตอกย้ำมาตรฐานที่ผู้ใช้งานจริงไว้วางใจ

0
Mitsubishi Triton 1

มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ พลัส และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี ครองแชมป์ต่ออีกสมัย ด้วยการคว้า รางวัลอันดับ 1 “รถใหม่คุณภาพสูง” ในกลุ่มรถกระบะ 4 ประตู (Pickup Double Cab) และกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ (MPV) จากผลการศึกษาคุณภาพรถยนต์ใหม่ในประเทศไทย ประจำปี 2568 (J.D. Power 2025 Thailand Initial Quality StudySM (IQS)) – ฉบับที่ 2 ตอกย้ำคุณภาพและมาตรฐานระดับสูงของรถยนต์มิตซูบิชิ ที่ได้รับความเชื่อมั่นจากผู้ใช้งานจริงอย่างต่อเนื่อง

Mitsubishi Triton 2

นายสาโรจน์ มะอาจเลิศ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานขาย บริการหลังการขาย และประสบการณ์ลูกค้า บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างมาก และขอขอบคุณลูกค้าชาวไทยที่มอบความไว้วางใจให้แก่รถยนต์มิตซูบิชิ จนทำให้รถยนต์รุ่นยอดนิยมทั้ง 2 รุ่นของเรา สามารถครองอันดับสูงสุดด้านคุณภาพติดต่อกัน รางวัลนี้มีความหมายอย่างยิ่งเพราะเป็นการยืนยันจากเสียงสะท้อนของผู้ใช้งานจริง ที่แสดงให้เห็นว่ารถยนต์ของเราสามารถตอบโจทย์การใช้งาน และเข้าไปอยู่ในใจของลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Mitsubishi Triton 2

สำหรับ มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ พลัส เราออกแบบให้เป็นรถกระบะที่ตอบโจทย์ได้รอบด้าน ไม่เพียงแค่สมรรถนะที่แข็งแกร่งหรือรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยว แต่ยังให้ความสำคัญกับฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครันเพื่อรองรับ
ทุกไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ ในขณะที่ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี ได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดรถครอบครัวอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ที่นอกจากจะโดดเด่นเรื่องความกว้างขวางสะดวกสบายแล้ว เทคโนโลยีไฮบริดยังช่วยยกระดับประสบการณ์ในการขับขี่ และความคุ้มค่า ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญที่ครอบครัวยุคใหม่มองหา และด้วยทั้งหมดนี้
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จะนำทุกเสียงตอบรับและรางวัลที่ได้รับ มาเป็นแรงผลักดันในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อสร้างความประทับใจสูงสุดในทุกมิติให้กับผู้ขับขี่ทุกคนต่อไป”

การศึกษาคุณภาพรถยนต์ใหม่ในประเทศไทย ประจำปี 2568 – ฉบับที่ 2 เป็นการสำรวจที่ครอบคลุมทั้งรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE), รถยนต์ไฮบริด (HEV, PHEV) และรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) โดยรวบรวมข้อมูลจากเจ้าของรถใหม่จำนวน 4,832 ราย ที่ซื้อรถระหว่างเดือนมกราคม – กันยายน 2568 และดำเนินการเก็บข้อมูลภาคสนามระหว่างเดือนมิถุนายน – ตุลาคม 2568 ในพื้นที่ 22 เมืองใหญ่ทั่วประเทศ ครอบคลุมรถยนต์ 57 รุ่น จาก 15 แบรนด์ โดยใช้เกณฑ์การจัดอันดับจากจำนวนปัญหาที่พบต่อรถยนต์ 100 คัน (PP100) ซึ่ง มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ พลัส ทำคะแนนได้ 169 PP100 และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี ทำคะแนนได้ 167 PP100

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าส่งมอบยานยนต์คุณภาพสูงและบริการหลังการขายตามมาตรฐาน “เราดูแล คุณแค่ขับ” ผ่านเครือข่ายศูนย์บริการ 185 แห่งทั่วประเทศไทย ควบคู่ไปพร้อมกับการดำเนินงานภายใต้ปรัชญา ‘KOE’ () การรับฟังเสียงของลูกค้า และ ‘KANDO’ (感動) การสร้างความประทับใจในทุกด้านของผลิตภัณฑ์และงานบริการ เพื่อส่งมอบคุณค่าที่เหนือกว่าการขับขี่ สู่ประสบการณ์การเดินทางที่อุ่นใจและมั่นใจในทุกเส้นทาง

ข้อมูลสำคัญโดยสรุป

  • รางวัลคุณภาพอันดับ 1: มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย คว้าอันดับ 1 “รถใหม่คุณภาพสูง” จากผลการศึกษาคุณภาพรถยนต์ใหม่ในประเทศไทย ประจำปี 2568 (J.D. Power 2025 Thailand Initial Quality StudySM (IQS)) – ฉบับที่ 2
  • รุ่นรถยนต์ที่ได้รับรางวัล:
    • มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ พลัส: อันดับ 1 ในกลุ่มรถกระบะ 4 ประตู (Pickup Double Cab)
    • มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี: อันดับ 1 ในกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ (MPV)
  • คะแนนคุณภาพ (Initial Quality Score): เกณฑ์การจัดอันดับจากจำนวนปัญหาที่พบต่อรถยนต์ 100 คัน (PP100)
    • มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ พลัส: คะแนนคุณภาพ 169 PP100
    • มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี: คะแนนคุณภาพ 167 PP100

“GWM” เตรียมส่ง GWM ORA 5 SUV บุกตลาดไทยต่อจากประเทศจีน มีนาคมนี้! จัดเต็มทุกมิติกับแพลตฟอร์มใหม่ล่าสุด เทคโนโลยีสุดล้ำ และระบบปฏิบัติการ Coffee OS 3.0

0
GWM Thailand 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุด GWM เตรียมเขย่าตลาดรถยนต์ไทยอีกครั้งด้วยการประกาศความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญกับการเตรียมเปิดตัว GWM ORA 5 SUV รถยนต์เอสยูวีรุ่นใหม่ล่าสุดของแบรนด์ออกสู่ตลาดในเดือนมีนาคม 2569 นี้ โดยประเทศไทยถือเป็นประเทศที่สองของโลกต่อจากประเทศจีน และเป็นประเทศแรกของโลกในตลาดต่างประเทศที่ GWM จะเปิดตัวรถยนต์รุ่นสำคัญรุ่นนี้ สะท้อนความสำคัญของประเทศไทยในฐานะตลาดยุทธศาสตร์หลักของ GWM ในภูมิภาคอาเซียนและระดับโลก

GWM ORA 5 SUV พร้อมต่อยอดความสำเร็จจาก GWM ORA Good Cat สู่บทบาทใหม่ของความคล่องตัวและความมั่นใจในการใช้งานที่มากยิ่งขึ้นในรูปแบบรถยนต์ SUV พร้อมถ่ายทอดดีไซน์ใหม่ที่สะท้อนความแข็งแกร่ง โฉบเฉี่ยว และทันสมัย ควบคู่กับเอกลักษณ์เรโทรอันโดดเด่นของตระกูล ORA มิติตัวถังที่ใหญ่ขึ้นสามารถรองรับการใช้งานที่หลากหลาย เพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทาง พร้อมยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้สนุกในทุกวันและทุกเส้นทาง ทั้งในเมืองและนอกเมือง เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาด SUV ในประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ

GWM ORA 5 SUV ถือเป็นรถยนต์รุ่นสำคัญระดับโลกที่ GWM วางแผนแนะนำออกสู่ตลาดสำคัญ ๆ ทั่วโลก ถูกพัฒนาภายใต้แนวคิด “Born Global” ผ่านกระบวนการพัฒนาในระดับโลก เพื่อให้สามารถตอบโจทย์การใช้งานของผู้บริโภคในหลากหลายประเทศ สะท้อนวิสัยทัศน์ของ GWM ในการสร้างสรรค์ยานยนต์ยุคใหม่ที่พร้อมแข่งขันบนเวทีโลก ซึ่ง GWM ORA 5 SUV ให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นใจให้ผู้ใช้งาน ผ่านมาตรฐาน “GWM Global Quality” ตลอดกระบวนการพัฒนาอย่างรอบด้าน ตั้งแต่การออกแบบ งานวิศวกรรม เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง เพื่อสร้างสรรค์รถยนต์คุณภาพระดับโลก

GWM ORA 5 SUV ยังมาพร้อม GWM ONE Platform แพลตฟอร์มใหม่ล่าสุดในระดับโลกของ GWM ที่ถูกพัฒนาขึ้นให้สามารถรองรับระบบขับเคลื่อนที่หลากหลาย ภายใต้กลยุทธ์ Multi-powertrain ทั้งระบบไฮบริด (HEV) ปลั๊กอิน-ไฮบริด (PHEV) ระบบแบตเตอรี่ไฟฟ้า 100% (BEV) ระบบเซลล์เชื้อเพลิง (FCEV) และเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) ตอบโจทย์ความต้องการด้านการใช้งานที่หลากหลายในอนาคต สะท้อนวิสัยทัศน์ของ GWM ในการยกระดับโครงสร้างยานยนต์ให้มีความยืดหยุ่น พร้อมต่อยอดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ระดับโลกในระยะยาว

ในด้านประสบการณ์การใช้งาน GWM ORA 5 SUV มาพร้อม Coffee OS 3.0 ระบบปฏิบัติการอันล้ำสมัย ที่จะอยู่ในรถยนต์ระดับพรีเมียมของ GWM เท่านั้น มอบการตอบสนองฉับไว ถูกต้อง แม่นยำ ยกระดับการเชื่อมต่อประสบการณ์การขับขี่ ความบันเทิง ความสะดวกสบาย และการใช้งานภายในห้องโดยสารให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ยุคใหม่ได้อย่างลงตัว

เตรียมพบกับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ GWM ORA 5 SUV รถยนต์ใหม่รุ่นแรกสุดของ GWM ในปี 2569 ในเดือนมีนาคมนี้ พร้อมสร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหม่ให้ตลาดรถยนต์ในประเทศไทย นับเป็นการเดินหน้าครั้งสำคัญของรถยนต์ในตระกูล GWM ORA ในการต่อยอดความสำเร็จจาก GWM ORA Good Cat รถยนต์ไฟฟ้าขวัญใจชาวไทย สู่รถยนต์ SUV ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงของคนเมืองยุคใหม่ได้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม