Home Blog Page 9

“เชอรี” ชวนคนรุ่นใหม่โชว์พลังสร้างสรรค์ ใน “Chery Q Thai Qute Companion Contest” ออกแบบคาแรกเตอร์ไทยสู่เวทีโลก ชิงรางวัลรวมกว่า 100,000 บาท

0
เชอรี 1

เชอรี (CHERY) ประเทศไทย แบรนด์ยานยนต์ชั้นนำ เดินหน้ารุกตลาดคนรุ่นใหม่และสร้างพื้นที่แห่งความสร้างสรรค์ ประกาศเปิดตัวกิจกรรม “Chery Q Thai Qute Companion Contest” เชิญชวนนิสิต นักศึกษา ดีไซเนอร์ และบุคคลทั่วไปที่มีใจรักการออกแบบ ร่วมปลดปล่อยไอเดียสร้างสรรค์คาแรกเตอร์สุดปังให้กับ CHERY Q รถยนต์ไฟฟ้าที่ครบ คุ้มค่า และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

โดยกิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อค้นหาและต้อนรับ “เพื่อนใหม่” หรือ “Companion” ที่จะมาร่วมเดินทางและเป็นตัวแทนส่งต่อความสุขร่วมกับรถ CHERY Q ภายใต้คอนเซปต์ “The Best Companionship” หรือ “เพื่อนคู่ใจที่ดีที่สุด” โดยเปิดโอกาสให้ผู้เข้าประกวดถ่ายทอดแนวคิดและแรงบันดาลใจผ่านการออกแบบคาแรกเตอร์ที่สะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทย เพื่อเฟ้นหาผลงานที่สามารถถ่ายทอดความผูกพันระหว่างแบรนด์กับผู้ใช้งาน และครองใจคนไทยได้มากที่สุด

มร. จิม ลี ผู้อำนวยการบริหารแบรนด์ เชอรี ประเทศไทย กล่าวว่า “CHERY Q คือรถไฟฟ้าที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเพื่อนคู่ใจของคนรุ่นใหม่ แคมเปญ ‘Chery Q Thai Qute Companion Contest’ จึงเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ร่วมถ่ายทอดความคิดสร้างสรรค์ผ่านคาแรกเตอร์ที่สะท้อนความเป็นไทย ผู้ชนะจะได้รับเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท และผลงานที่ได้รับการคัดเลือกยังได้รันการพัฒนาเป็นหนึ่งในแก๊ง ‘Qute Companion’ ซึ่งจะร่วมเดินทางไปกับ CHERY Q ในตลาดทั่วโลก”

รายละเอียดและกำหนดการกิจกรรม

  • ระยะเวลาเปิดรับสมัครและส่งผลงาน : ตั้งแต่วันนี้ – 31 สิงหาคม 2569
  • กำหนดการประกาศผลรางวัล : วันที่ 17 กันยายน 2569 ทาง Facebook Page: Chery Thailand
  • กติกาการเข้าร่วม : ผู้ส่งผลงานสามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับคุณสมบัติและเงื่อนไขการประกวดเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/4eX45BE
  • ช่องทางการสมัครและส่งผลงาน: https://forms.gle/d3PAVBzbGYq2tKdr5

หมายเหตุ: เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสาร พร้อมสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: Chery Thailand

 

 

“BYD SEAL 6” เพิ่มรุ่นย่อยใหม่ Standard รถยนต์ไฟฟ้า Comfort SEDAN ที่ครบครัน ในราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น

0
เรเว่ 2

บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานใหม่ บีวายดี และ เดนซ่า อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายใต้กลุ่มธุรกิจเรเว่ เสริมความแกร่งให้กับ BYD SEAL 6 ด้วยการเพิ่มรุ่นย่อยใหม่ Standard ซึ่งยังคงความเป็นรถยนต์ไฟฟ้า Comfort SEDAN ที่ผสานความสะดวกสบาย และสมรรถนะการขับขี่ไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เช่นเดียวกับรุ่นย่อย Premium และ Dynamic แต่เป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น โดยที่ยังเพียบพร้อมด้วยรูปลักษณ์ Premium และอุปกรณ์มาตรฐานครบครัน ทั้งยังมอบสมดุลแห่งการขับขี่ในแบบฉบับของรถยนต์ขับเคลื่อนล้อหลัง รวมถึงมั่นใจในความปลอดภัยและประสิทธิภาพของ BYD Blade Battery   

เรเว่ 2

ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังไฟฟ้า มาพร้อม BYD Blade Battery ที่ผ่านการพิสูจน์แล้วทั่วโลก

BYD SEAL 6 Standard มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหลัง ซึ่งมอบสมดุลการขับขี่ที่เหนือกว่า ให้กำลังสูงสุด 95 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 220 นิวตัน-เมตร ทำอัตราเร่ง 0 – 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใน 12.5 วินาที ทั้งยังมี BYD Blade Battery ขนาด 46.08 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ที่ได้รับการยอมรับในเรื่องของความปลอดภัยและสมรรถนะ โดยผู้ใช้งานทั่วโลก ขับขี่ได้เป็นระยะทางสูงสุด 410 กิโลเมตร* รองรับการชาร์จ DC กำลังสูงสุด 80 กิโลวัตต์ และมาพร้อมระบบ VtoL (Vehicle to Load) จ่ายไฟให้อุปกรณ์ภายนอกได้อย่างสะดวกสบาย

อุปกรณ์มาตรฐานครบครัน ทั้งภายนอกและภายใน

เรเว่ 3

BYD SEAL 6 Standard รถยนต์ไฟฟ้า Comfort SEDAN ที่คุ้มค่าด้วยอุปกรณ์มาตรฐานครบครัน ภายนอกติดตั้งไฟหน้าแบบ LED พร้อมระบบเปิดปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ไฟท้ายเป็นแบบ LED โดดเด่นด้วยล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ทั้งยังมีระบบปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ และกระจกมองข้างปรับองศาไฟฟ้าพร้อมพับไฟฟ้า พร้อมบ่งบอกตัวตนของคุณผ่าน 3 สีตัวถังซึ่งมีให้เลือก ทั้งสีขาว Horizon White, สีดำ Quantum Black และ สีเทา Harbour Grey

เปิดประสบการณ์ความสะดวกสบายไปกับห้องโดยสาร ที่เพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ทั้งระบบปรับอากาศแบบ 2 โซน และ เบาะหุ้มหนังสังเคราะห์ เพลิดเพลินไปกับหน้าจอสัมผัสระบบมัลติมีเดีย ขนาด 12.8 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay® และ Android Auto™ ทำงานร่วมกับลำโพง 6 ตำแหน่ง เพิ่มอรรถประโยชน์ด้วย พนักพิงเบาะโดยสารด้านหลังพับแบบ 60/40 BYD SEAL 6 Standard ยังยกระดับประสบการณ์การขับขี่ ด้วยพวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชันและหุ้มหนังสังเคราะห์ ที่จับกระชับมือ และหน้าจอเรือนไมล์ขนาด 8.8 นิ้ว แสดงผลชัดเจนและอ่านค่าได้ง่าย

มั่นใจในทุกเส้นทาง ด้วยเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย

เรเว่ 4

BYD SEAL 6 Standard ให้คุณขับขี่อย่างมั่นใจในทุกสถานการณ์ ด้วยเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย หยุดรถเต็มประสิทธิภาพด้วย ระบบช่วยเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) และ ระบบช่วยกระจายแรงเบรกอัจฉริยะ (HBA) เพิ่มความมั่นคงในทุกการควบคุม แม้อยู่บนถนนเปียกลื่นหรือขณะเข้าโค้งผ่าน ระบบช่วยป้องกันการลื่นไถลขณะขับขี่ (TCS), ระบบช่วยควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวของรถ (ESC) และ ระบบควบคุมการทรงตัวของตัวรถขณะเข้าโค้ง (VDC)  นอกจากนั้น BYD SEAL 6 Standard ยังพร้อมปกป้องผู้โดยสารทุกที่นั่ง ด้วยถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง

BYD SEAL 6 Standard ในราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่ายยิ่งขึ้น พร้อมข้อเสนอพิเศษมากมาย

เรเว่ 7

BYD SEAL 6 ให้คุณเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้นในราคาเริ่มต้น 799,900 บาท ทั้งยังมีข้อเสนอสุดพิเศษมากมายรวมมูลค่าสูงสุดมากกว่า 50,000 บาท** ให้กับลูกค้าที่ออกรถภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 โดยมีทั้ง

ฟรี แพ็กเกจการรับประกันตลอดอายุการใช้งาน Lifetime Warranty มูลค่า 50,000 บาท**

รับสิทธิ์ซื้อ โฮมชาร์จเจอร์ยี่ห้อ ZHIDA พร้อมบริการติดตั้ง ในราคาพิเศษ 10,000 บาท**

ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. 1 ปี**

ฟรี ฟิล์มเซรามิก XUV Max III Film พร้อมบริการติดตั้ง**

พบกับ BYD SEAL 6 รุ่นย่อยใหม่ Standard พร้อมสัมผัสยนตรกรรมพลังงานใหม่มากคุณภาพจาก บีวายดี ได้แล้ววันนี้ ที่โชว์รูมและศูนย์บริการ บีวายดี และ เดนซ่า ใกล้บ้านท่านทั้ง 175 สาขาทั่วประเทศ ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมของรถยนต์ บีวายดี ทุกรุ่นได้ที่ reverautomotive.com พร้อมติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวได้ที่ Official Facebook Page: BYD RÊVER Thailand และ DENZA RÊVER Thailand

เป็นไปตามมาตรการทดสอบตามมาตรฐาน NEDC ระยะทางจริงอาจปรับเปลี่ยนได้ตามปัจจัยต่างๆ เช่น พฤติกรรมการขับขี่ของแต่ละบุคคล น้ำหนักบรรทุก สภาพการจราจร และอื่นๆ

เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทฯ กำหนด

 

“New AVATR 11” ยกระดับสมรรถนะช่วงล่าง MR Suspension เคาะราคาเริ่มต้น 2,299,000 บาท

0
New AVATR 11 1

AVATR ประเทศไทย ผู้นำยนตรกรรมไฟฟ้าอัจฉริยะระดับไฮเอนด์ สุนทรียภาพแห่งอนาคต ในเครือ CHANGAN Automobile หรือ ฉางอาน ผู้นำด้านเทคโนโลยียานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) เดินหน้ายกระดับมาตรฐานยานยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดประกาศเปิดราคาอย่างเป็น ทางการของ New AVATR 11 โฉมใหม่ ที่ได้รับการอัปเกรดครั้งสำคัญ ด้วยการนำเทคโนโลยีช่วงล่างไฟฟ้าแม่เหล็ก (MR Suspension) จากรุ่น AVATR 11 Royal Edition มาเป็นมาตรฐานใหม่ของ AVATR 11 เพื่อมอบสมรรถนะ การขับขี่ที่ทรงพลัง แม่นยำ และหนักแน่นยิ่งขึ้นในทุกสภาพถนน New AVATR 11 โฉมใหม่ พร้อมวางจำหน่าย แล้วในราคาเริ่มต้น 2,299,000 บาท ในรุ่น Ultra และ 2,499,000 บาท สำหรับรุ่น Ultra AWD

นอกเหนือจากสมรรถนะที่เหนือชั้น New AVATR 11 โฉมใหม่ยังคงยึดมั่นในปรัชญาการออกแบบ “Emotive Luxury” ที่ได้รับการออกแบบโดยศิลปินนักออกแบบระดับโลกจากศูนย์ออกแบบประเทศเยอรมัน อันเป็นดีเอ็นเอหลักของ AVATR ทุกรุ่น ที่ให้น้ำหนักกับความรู้สึกและสุนทรียภาพไม่แพ้นวัตกรรม สู่ภาษาการออกแบบที่เรียบง่าย แต่โดดเด่น ในทุกสัมผัส ปรัชญานี้ได้รับการยอมรับในระดับสากลด้วยรางวัล ทำให้ New AVATR 11 ได้รับ iF Design Award ตอกย้ำวิสัยทัศน์ของแบรนด์ที่ผสานงานดีไซน์ ศิลปะ เทคโนโลยี และไลฟ์สไตล์เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

จุดเปลี่ยนสำคัญที่เป็นไฮไลท์ของ New AVATR 11 โฉมใหม่อยู่ที่ระบบช่วงล่างที่นำคุณสมบัติอันโดดเด่นของ AVATR 11 Royal Edition มาใช้กับ New AVATR 11 ทุกรุ่น  โดยเปลี่ยนจากเดิมที่เป็นช่วงล่างอิสระแบบ MacPherson Strut ด้านหน้า และ Multi-link ด้านหลัง มาใช้เทคโนโลยีช่วงล่างไฟฟ้าแม่เหล็ก Magnetorheological Suspension (MR Suspension) แบบเดียวกับที่ใช้ในรถซูเปอร์คาร์ระดับโลก โดยระบบคอมพิวเตอร์จะปรับความหน่วงของโช้กอัพ แต่ละล้อแบบเรียลไทม์ในระดับ 1,000 ครั้งต่อวินาที ให้เข้ากับสภาพผิวถนนและการเข้าโค้งได้ทันที ช่วยให้ได้ทั้งความ นุ่มนวลในการซับแรงกระแทกและความเสถียรภาพในระดับความเร็วสูง พร้อมระบบควบคุมแรงบิดอัจฉริยะที่กระจาย แรงขับสู่ล้อแบบเรียลไทม์ยกระดับทั้งอัตราเร่งและการควบคุมรถให้เหนือชั้นกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่างชัดเจน

ภายในห้องโดยสาร New AVATR 11 โฉมใหม่ยังคงมอบความหรูหราระดับพรีเมียมในทุกรายละเอียด จากตกแต่งด้วย เบาะหนังแท้ Nappa คอนโซลกลางและที่วางแขนหุ้มด้วยวัสดุเนื้อนุ่ม พร้อมไฟบรรยากาศภายในห้องโดยสารแบบ Emotional Vortex ที่ปรับเปลี่ยนสีและจังหวะได้ หน้าจออินโฟเทนเมนต์ส่วนกลางขนาด 15.6 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมหลังคากระจกพาโนรามาขนาดใหญ่ เคลือบสารป้องกันรังสี UV เพื่อการเดิน ทางที่ทั้งหรูหราและผ่อนคลายในทุกอารมณ์

ด้านแบตเตอรี่ New AVATR 11 โฉมใหม่ ใช้แบตเตอรี่ขนาด 116.79kWh วิ่งได้ไกลสุด 680 กม. (NEDC) รองรับ การชาร์จไฟฟ้ากระแสตรง DC กำลังสูงสุด 240 kW จาก 30-80% ภายในเวลาเพียง 25 นาที และชาร์จไฟฟ้า กระแสสลับ AC กำลังสูงสุด 11 kW พร้อมรองรับฟังก์ชัน V2L จ่ายกระแสไฟให้กับอุปกรณ์ภายนอกได้ และระบบดึง พลังงานจากการเบรกกลับมาใช้ใหม่ (Regenerative Braking) และยังมีรุ่น Ultra AWD ที่สามารถทำความเร็ว 0-100กิโลเมตรต่อวินาที ภายใน 4.8 วินาที

นาย จาง เฉินเฉียง ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์ AVATR บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซาท์อีส เอเชีย จำกัด กล่าวว่าAVATR ไม่ได้มุ่งมั่นที่จะเป็นเพียงรถยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์การเดินทางเท่านั้น แต่คือ ยนตรกรรมที่ส่งมอบ สิ่งที่พิเศษยิ่งกว่า ภายใต้ปรัชญาการออกแบบที่โดดเด่นและล้ำสมัย ทำให้ผู้ขับขี่ดูโดดเด่นและแตกต่างเหนือใคร และเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ระดับพรีเมียมให้กับทุกคน เราจึงตัดสินใจปรับเปลี่ยนระบบช่วงล่างของ New AVATR 11 โดยนำเทคโนโลยีล่าสุดมาใช้เพื่อการันตีประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบสำหรับลูกค้าทุกท่าน อีกทั้งยังมาพร้อมกระจกหลังแบบ Privacy Glass กระจังหน้าแบบใหม่และเพิ่มความสปอร์ตยิ่งขึ้น และยังมีระบบ น้ำหอมอัจริยะ ยกระดับห้องโดยสารสุดหรูอีกด้วย”

นอกจากนี้ สำหรับลูกค้าคนพิเศษของ AVATR ทุกท่าน บริษัทฯ ได้เตรียมการอัปเกรดซอฟต์แวร์ผ่านระบบ OTA ครั้งใหม่ เพื่อสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น โดย AVATR 07 ทุกคันจะได้รับสิทธิพิเศษในการอัป เกรดซอฟต์แวร์ผ่านระบบ OTA ใหม่ในช่วงไตรมาส 3 ปีนี้

สำหรับผู้ที่สนใจ New AVATR 11 โฉมใหม่ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.avatr.co.th หรือโชว์รูม AVATR ทั่วประเทศ

 

 

“ฮอนด้า” ชวนคุณสัมผัสประสบการณ์สุด “WOW” กับ Honda Civic e:HEV ใหม่ และครั้งแรกกับ Honda S+ Shift ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต บุรีรัมย์ สมัครด่วน! 3 – 12 ก.ค. 2569 จำนวนจำกัด

0
Honda 1

(บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ชวนลูกค้าสัมผัสประสบการณ์สุด WOW ไปกับ Honda Civic e:HEV ใหม่ ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Honda S+ Shift ก่อนใคร พลัสทุกการเร่งให้เร้าใจยิ่งกว่าเดิม ผ่านกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ 2 วัน 1 คืน ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ สนามแข่งรถมาตรฐานระดับโลก ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายตลอดกิจกรรม จำนวนจำกัดเพียง 60 สิทธิ์* (สิทธิ์ละ 2 ท่าน ผู้สมัครที่ได้รับการคัดเลือก สามารถพาผู้ติดตามที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี มาร่วมกิจกรรมได้ 1 ท่าน สงวนสิทธิ์การทดลองขับเฉพาะผู้สมัครเท่านั้น สำหรับค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาร่วมกิจกรรม ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้รับผิดชอบด้วยตนเอง) โดยสามารถสมัครร่วมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้ได้ตั้งแต่วันที่ 3 – 12 กรกฎาคม 2569 และประกาศรายชื่อผู้ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมในวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ผ่าน Honda Thailand LINE Official Account (@honda-thailand)

กิจกรรมแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ผู้สมัครสามารถเลือกได้ โดยกลุ่มที่ 1 วันที่ 22 – 23 กรกฎาคม 2569 และกลุ่มที่ 2 วันที่ 23 – 24 กรกฎาคม 2569 พิเศษ! ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้สัมผัสรถยนต์ฮอนด้าในหลากหลายรุ่นผ่านกิจกรรมนี้อีกด้วย

ติดตามภาพบรรยากาศกิจกรรมสุดมันส์ได้ทุกช่องทางโซเชียลมีเดีย Honda Thailand พร้อมอัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

  • เว็บไซต์: honda.co.th
  • Facebook Official Account: Honda Thailand
  • LINE Official Account: @honda-thailand

“เอ็มจี” ขอบคุณกระแสตอบรับล้นหลามจากลูกค้า  พร้อมเริ่มทยอยส่งมอบ NEW MG URBAN ให้กับลูกค้ากลุ่มแรก

0
เอ็มจี 1

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เริ่มทยอยส่งมอบ NEW MG URBAN รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ ให้แก่ลูกค้ากลุ่มแรก หลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการและได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้บริโภคชาวไทย ด้วยจุดเด่นด้านฟังก์ชันที่ SMART และใช้งานได้ง่าย ตอบโจทย์ผู้ใช้ชาวไทย (EASY) ภายในระยะเวลาอันสั้น NEW MG URBAN สามารถสร้างยอดจองสะสมทะลุ 3,000 คัน สะท้อนความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อยนตรกรรมไฟฟ้ารุ่นใหม่ของเอ็มจี ทั้งในด้านการออกแบบ เทคโนโลยี ความคุ้มค่า และสมรรถนะที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันความสำเร็จดังกล่าวตอกย้ำความมุ่งมั่นของเอ็มจีในการนำเสนอนวัตกรรมยานยนต์ที่ทันสมัย พร้อมเดินหน้าส่งมอบประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าที่เข้าถึงได้ เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

เอ็มจี 2

NEW MG URBAN ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ LIFE EASY” เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้ชีวิตในเมืองให้สะดวก คล่องตัว และมั่นใจยิ่งขึ้น ผ่านการออกแบบที่คำนึงถึงการใช้งานจริงในทุกวัน ทั้งการจอดและการขับขี่ที่ง่ายขึ้นด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ อาทิ Smart Parking Assist และ Remote Auto Parking รวมถึงระบบช่วยขับขี่ ADAS ระดับ L2 พร้อมรองรับการเดินทางที่หลากหลายด้วยระยะทางสูงสุด 530 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC) สะดวกสบายด้วยห้องโดยสารกว้างขวางและเทคโนโลยีเชื่อมต่ออัจฉริยะที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ตอกย้ำความมั่นใจด้วยมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาวจาก Euro NCAP และ ANCAP พร้อม EV LIFETIME WARRANTY การรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน โดยไม่จำกัดระยะทางและผู้ครอบครองรถ

เอ็มจี 3

มร. ต๋า เซินเซิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด กล่าวว่า “การเปิดตัว NEW MG URBAN ถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงความเชื่อมั่นที่ลูกค้าชาวไทยมีต่อแบรนด์เอ็มจี และสะท้อนถึงความสนใจที่มีต่อ NEW MG URBAN นับตั้งแต่ก่อนเปิดตัวอย่างต่อเนื่อง เราขอขอบคุณลูกค้าชาวไทย และสื่อมวลชนทุกท่านที่ให้การตอบรับรถรุ่นนี้เป็นอย่างดี จนสามารถสร้างยอดจองได้กว่า 3,000 คัน ภายในช่วงเวลาอันสั้น ความสำเร็จของ NEW MG URBAN สะท้อนแนวทางของ เอ็มจี ในนำนวัตกรรมระดับโลก (Global Innovation) มาพัฒนายานยนต์ที่เข้าใจและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคชาวไทย (Thai Passion) ผ่านการออกแบบที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด พร้อมผสานเทคโนโลยีและมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อมอบความมั่นใจและความคุ้มค่าในทุกมิติ จากกระแสตอบรับที่เกินความคาดหมาย ปัจจุบันเราได้เร่งกำลังการผลิต พร้อมบริหารจัดการทุกภาคส่วนอย่างเต็มที่ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น และวางแผนการส่งมอบรถในทุกรุ่นย่อยให้รวดเร็วที่สุด เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ NEW MG URBAN โดยเร็วที่สุด”

เอ็มจี 4

 

เอ็มจี 6

เอ็มจี 7

สำหรับผู้ที่สนใจ NEW MG URBAN สามารถสัมผัสประสบการณ์การขับขี่จริงผ่านการทดลองขับได้แล้วที่ผู้จำหน่ายรถยนต์ เอ็มจี ทั่วประเทศ พร้อมติดตามกิจกรรมโรดโชว์ในหลากหลายจังหวัดทั่วประเทศ และข้อเสนอพิเศษเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/MGcarsThailand

เอ็มจี 8

เอ็มจี 9

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจี ได้ที่

Website: www.mgcars.com

Line: @MGThailand

Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand

Twitter: @mg_thailand

Instagram: @mgthailand

Youtube: MG Thailand

TikTok: @mgthailand

Application: MG Thailand

“มาสด้า” พร้อมเดินหน้าสู่การเป็นผู้นำในการสร้างประสบการณ์ลูกค้า ถ่ายทอด Mazda Signature Experience สู่การปฏิบัติจริงทั่วประเทศ

0
มาสด้า 1

มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย เดินหน้าสานต่อกลยุทธ์ด้านการบริการลูกค้าอย่างเป็นรูปธรรม Customer Experience จัดงาน Mazda National Dealer Manager Seminar 2026 ภายใต้ธีม “One Passion, Crafting Mazda Signature Experience For All Customers” ผสานพลังผู้บริหารและทีมบริหารจากผู้จำหน่ายทั่วประเทศ ร่วมขับเคลื่อนแนวคิด Mazda Signature Experience เพื่อถ่ายทอดคุณค่าและปรัชญาของแบรนด์สู่ทุกประสบการณ์ให้ลูกค้าได้สัมผัส พร้อมยกระดับมาตรฐานการส่งมอบประสบการณ์ในแบบฉบับของมาสด้าให้เป็นหนึ่งเดียวตลอดเส้นทาง Customer Journey ผ่านการทำงานอย่างไร้รอยต่อ เพื่อให้ทุกช่วงเวลาที่ลูกค้ามีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์มาสด้า ต้องเต็มเปี่ยมด้วยความประทับใจและทรงคุณค่าที่สัมผัสได้อย่างแท้จริง   

มาสด้า 2

การดำเนินงานครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมาสด้าในการผลักดันแนวคิดด้าน Customer Experience ให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม โดยหลอมรวมการทำงานของทุกภาคส่วนให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่มีมาตรฐานเดียวกันในทุกโชว์รูมและทุกศูนย์บริการทั่วทั้งประเทศ ร่วมกันสร้างความเชื่อมั่น ความไว้วางใจ และความผูกพันในระยะยาวระหว่างลูกค้ากับแบรนด์มาสด้าอย่างยั่งยืน

มาสด้า 3

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การดำเนินงานครั้งนี้ ได้พัฒนาต่อยอดจากแนวคิด “Drive Customer Experience Forward” ที่มาสด้าได้วางรากฐานไว้เมื่อปี 2568 ที่มุ่งสร้างความเข้าใจร่วมกันทั่วทั้งองค์กรและเครือข่ายผู้จำหน่าย โดยการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางของทุกการดำเนินงาน (Customer-Centricity) โดยในปี 2569 มาสด้าได้ก้าวสู่ระยะต่อไปของการขับเคลื่อนกลยุทธ์ ด้วยการนำแนวคิดดังกล่าวสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมผ่าน Mazda Signature Experience เพื่อถ่ายทอดคุณค่าและเอกลักษณ์ของแบรนด์ให้เกิดขึ้นจริงในทุกจุดสัมผัสตลอดเส้นทางของลูกค้า”

มาสด้า 4

“การยกระดับครั้งนี้ไม่เพียงมุ่งสร้างความพึงพอใจสูงสุดเท่านั้น แต่ยังมุ่งสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนระหว่างลูกค้าและแบรนด์ผ่านการส่งมอบประสบการณ์ที่มีความหมายและเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ เพื่อให้ทุกการเดินทางร่วมกับมาสด้าเต็มเปี่ยมด้วยความประทับใจ ความไว้วางใจ และคุณค่าที่สัมผัสได้อย่างแท้จริง โดยประกอบด้วย 3 ส่วน สำคัญ ดังนี้

  • จาก Product Differentiation สู่ Experience Differentiation

มาสด้าเชื่อว่าความแตกต่างที่แท้จริงจะนำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การนำเสนอผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี หรือราคาอีกต่อไป แต่คือ “ประสบการณ์” ที่เปี่ยมไปด้วยความหมายที่ลูกค้าได้รับตลอดการเดินทางร่วมกับแบรนด์ โดยมุ่งสร้างประสบการณ์ที่ทำให้ลูกค้าได้สัมผัส คือ

  • Feel Alive – สัมผัสถึงความสุขและความมีชีวิตชีวาในการเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้า
  • Feel Belong – รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งกับครอบครัวมาสด้า
  • Feel Reassured – มั่นใจและอุ่นใจในทุกการดูแล
  • Feel Delighted – รู้สึกประทับใจมากกว่าความคาดหวังในทุกช่วงเวลา
  • Mazda Signature Experience: เปลี่ยนแนวคิดสู่การปฏิบัติจริง

เพื่อให้ Customer Experience เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมมากที่สุด มาสด้าจึงได้พัฒนาแนวคิด Mazda Signature Experience เพื่อเป็นแนวทางการดำเนินงานร่วมกันของผู้จำหน่ายทั่วประเทศ เพื่อถ่ายทอดคุณค่าและเอกลักษณ์ของแบรนด์ให้ลูกค้าสามารถรับรู้และสัมผัสได้จริงในทุกช่วงเวลาของการเดินทางร่วมกับมาสด้า โดย Mazda Signature Experience ขับเคลื่อนผ่านแกนหลักสำคัญ 3 ประการ ได้แก่

  • Experience Principles: การสร้างแนวคิด วิธีคิด และวัฒนธรรมการทำงานร่วมกัน เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกได้รับการต้อนรับ เข้าใจ และใส่ใจ ในแบบฉบับของมาสด้า
  • Execution Excellence: การกำหนดมาตรฐานการปฏิบัติงานและการส่งมอบประสบการณ์ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของแบรนด์อย่างสม่ำเสมอในทุกๆ Touchpoint เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ
  • Digital Experience: การนำข้อมูล เครื่องมือดิจิทัล และเทคโนโลยี มาช่วยเชื่อมโยงประสบการณ์ลูกค้าแบบไร้รอยต่อ อาทิ การนำระบบ SKY Journey ที่ช่วยให้สามารถติดตามและบริหารจัดการประสบการณ์ลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมต่อยอดจากการรับฟังเสียงของลูกค้า เพื่อนำข้อมูลเชิงลึกมาพัฒนาการบริการ สร้างความพึงพอใจ และยกระดับความผูกพันธ์กับแบรนด์ในระยะยาว
  • Building The People Behind Mazda Signature Experience

มาสด้าเชื่อว่าประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมเริ่มต้นจากบุคลากรที่มีศักยภาพ โดยนำ Mazda Brand Experience Academy (MBEA) มาใช้เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับ Customer Experience ตั้งแต่ระดับผู้บริหารจนถึงบุคลากรหน้างาน ควบคู่กับเตรียมความพร้อมของผู้จำหน่ายในการก้าวสู่ยุคยานยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ครอบคลุมทุกมิติ ทั้ง ฝ่ายขาย ฝ่ายบริการ และฝ่ายซ่อมตัวถังและสี เพื่อสร้างบุคลากรที่พร้อมส่งมอบ Mazda Signature Experience ให้เป็นหนึ่งเดียวกันทั่วประเทศ

มาสด้า 6

“วันนี้เราไม่ได้มุ่งมั่นเพียงแค่การสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าเท่านั้น แต่เรากำลังสร้างประสบการณ์ความประทับใจที่ลูกค้ารู้สึกได้จริง จดจำได้ และอยากกลับมาอยู่กับแบรนด์ในระยะยาว Mazda Signature Experience จึงไม่ใช่เพียงแนวคิด แต่เป็นวิธีการทำงานร่วมกันของคนมาสด้าทั้งประเทศ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่มีความหมายในทุกช่วงเวลาของการเดินทางกับแบรนด์” นายธีร์ กล่าวเสริม

มาสด้าจะยังคงเดินหน้ายกระดับประสบการณ์ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อก้าวสู่การเป็น Top Customer Experience Provider และสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้าผ่านประสบการณ์ที่มีคุณค่า มีความแตกต่าง และสะท้อนตัวตนของแบรนด์ในทุกมิติ เพื่อให้ทุกการเดินทางร่วมกับมาสด้าจะไม่ได้เป็นเพียงประสบการณ์ของการขับขี่ แต่เป็นประสบการณ์ที่ส่งมอบความสุข ความประทับใจ และความผูกพัน ที่เติบโตไปพร้อมกับลูกค้าในทุกช่วงเวลาของชีวิต เพื่อส่งต่อความสุขในการใช้ชีวิตตั้งแต่วันนี้และตลอดไป

 

 

“ฟาสต์ ออโต โชว์ 2026” ชี้กลไกตลาดรถมือสองปรับฐาน ดันปีนี้เป็น “ปีทองของคนตาถึง”

0
ฟาสต์ ออโต โชว์ 2026 1

ด้วยสมรภูมิการแข่งขัน และสงครามราคาอย่างดุเดือดของค่ายรถใหม่ในช่วงปี 2567 – 2568 ได้ส่งผลกระทบลูกโซ่มาถึงตลาดรถมือสองในปี 2569 ทำให้เวลานี้กลายเป็น “ยุคทองของคนช้อนซื้อ” ที่คุ้มค่าที่สุดในรอบหลายปี และนี่คือ 3 เหตุผลที่ยืนยันว่า รถมือสองเป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่แพ้รถใหม่ป้ายแดง

ฟาสต์ ออโต โชว์ 2026 2

  1. ตลาดปรับฐานราคาจนคุ้มค่า : ด้วยกลไกตลาดทำให้ราคารถมือสองทั้งกลุ่มน้ำมันและ EV ปรับลดลงตามรถใหม่จนอยู่ในจุดที่สมเหตุสมผล ผู้ซื้อมีอำนาจต่อรองสูงขึ้น ในงบประมาณเท่าเดิม แต่สามารถเลือกรถที่ปีใหม่ขึ้น ไมล์น้อยลง หรือขยับไปเล่นรถเซกเมนต์ที่สูงขึ้นได้ง่ายกว่าแต่ก่อนมาก
  2. ตลาด “EV มือสอง” เริ่มนิ่งและจับต้องได้ : ราคารถ EV มือสองปรับลดลงมาใกล้เคียงกับรถน้ำมันปีเดียวกัน เหมาะกับการเริ่มต้นใช้รถยนต์พลังงานสะอาดในงบที่ไม่สูง รวมทั้งเทคโนโลยีแบตเตอรี่ในรถรุ่นใหม่ ๆ มีความทนทานสูง (เช่น กลุ่ม LFP)  ช่วยคลายความกังวลเรื่องค่าเปลี่ยนแบตเตอรี่ราคาแพงไปได้มาก
  3. รถสันดาป/ไฮบริด กลายเป็น “Safe Zone” ที่คุมงบง่ายที่สุด : ตลาดปรับฐานราคาจนคุ้มค่า : เหมาะสำหรับผู้ที่ยังไม่พร้อมไปเล่นรถ EV เพราะราคาเริ่มนิ่ง ไม่ผันผวน ไม่มีปัญหาเรื่องการขาดแคลนอะไหล่และการบำรุงรักษา ในยุคที่การเงินต้องรัดเข็มขัด รถน้ำมันมือสองจึงเป็นคำตอบที่ช่วยให้ “ควบคุมงบประมาณในการเป็นเจ้าของรถได้ง่ายที่สุด”

ทั้งนี้ นายอัษฎาวุธ อาสาสรรพกิจ รองประธานจัดงานฝ่ายรถยนต์ใช้แล้ว งาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2026” ให้มุมมองว่า หัวใจสำคัญของการเลือกซื้อรถมือสองในยุคนี้ คือ การเลือกจากแหล่งที่เชื่อถือได้ มีผู้เชี่ยวชาญคัดกรอง และมีการรับประกันที่ชัดเจน จึงเป็นจังหวะที่ดีสำหรับคนมองหาความคุ้มค่า เพราะจะได้รถดีในราคาที่ผ่านการปรับฐานมาแล้ว และเพื่อให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้ออย่างสบายใจที่สุด งาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2026” ปีนี้ จึงดีไซน์โซนรถยนต์ใช้แล้วมาตอบโจทย์โดยเฉพาะ โดยชูจุดเด่น 4 ประการ

 

  • รถยนต์ใช้แล้วทุกคันในงาน FAST Auto Show Thailand 2026 ผ่านการคัดสภาพอย่างดี ตอบโจทย์ครบทุกเซกเมนต์ ครอบคลุมทุกความต้องการ โดยจะเป็นรถใช้แล้วเกรดสูง สภาพนางฟ้า ปีใหม่ ไมล์น้อย ระดับราคาหลักแสนจนถึงหลักล้านบาท ให้ความรู้สึกสบายใจเสมือนซื้อรถใหม่
  • การรับประกันซื้อคืน 100% หากรถที่ซื้อในงานผิดเงื่อนไขกฎเหล็กที่ตกลงไว้ ได้แก่ ไม่ชนหนัก ไม่ตัดต่อ ไม่จมน้ำ ไม่ไฟไหม้ จดทะเบียนได้ถูกต้องตามกฎหมาย และรับประกันไมล์แท้ ผู้จัดงานยินดีซื้อคืนทันที เพื่อความมั่นใจสูงสุด
  • คัดสรรผู้ประกอบการรถใช้แล้วแถวหน้าที่มีชื่อเสียงและมาตรฐานสูง ได้แก่ DDS คาร์เซ็นเตอร์, ดา ศรีนครินทร์,  โย รัชดา, รถเศรษฐี, Mercedes-Benz Certified by Benz Keng Hong Thong และครั้งแรกของ Honda Certified Selection รถยนต์ใช้แล้วคุณภาพมาตรฐานฮอนด้า ที่พร้อมใจกันมายกระดับการให้บริการ ได้แก่ การรับประกันชิ้นส่วนมากถึง 250 – 320 รายการ ประกันตัวรถสูงสุด 2 ปี หรือ 70,000 กม. และอัตราดอกเบี้ยพิเศษสุด
  • ภายในงานมีบูธให้คำปรึกษาและแนะนำในการเลือกซื้อรถมือสองจาก “สมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว” ซึ่งมีสมาชิกกว่า 700 ดีลเลอร์ทั่วประเทศ ที่มีคุณภาพ มาตรฐาน ทำธุรกิจด้วยความโปร่งใส บริการอย่างจริงใจ และอยู่ภายใต้การควบคุมของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

ฟาสต์ ออโต โชว์ 2026 4

พิเศษสำหรับคนอยาก “ขายรถ” แวะมาที่บูธ “Motorist” แพลตฟอร์มซื้อ-ขายรถยนต์ออนไลน์ที่ช่วยจับคู่ผู้ซื้อและผู้ขายได้อย่างลงตัว ช่วยประเมินราคารถฟรี และเปรียบเทียบราคาที่ดีที่สุดได้อย่างง่ายดาย สะดวก รู้ผลไวใน 1 ชม. ไม่มีข้อผูกมัดหรือบังคับขายใด ๆ

“หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงานปีนี้ คือ การตอบรับเข้าร่วมงานเป็นครั้งแรกของ Honda Certified Selection ซึ่งถือเป็นการยกระดับมาตรฐานและสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดรถยนต์ใช้แล้วในระดับพรีเมียมได้เป็นอย่างดี เพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคที่กำลังมองหารถยนต์ใช้แล้วคุณภาพสูง สิ่งที่ทำให้เรามั่นใจและอยากแนะนำให้ผู้บริโภคมาชม คือระบบการันตีคุณภาพที่ชัดเจนของฮอนด้า มีการตรวจเช็คอย่างเข้มงวดถึง 200 รายการ และแบ่งรถยนต์ออกเป็น 3 เกรดตอบโจทย์ทุกกลุ่ม เริ่มจาก Premium Certified ที่รับประกันสูงสุดเทียบเท่ารถใหม่ ไปจนถึง Advanced และ Standard Certified ที่ดูแลครอบคลุมรถยนต์อายุสูงสุดถึง 12 ปี พร้อมบริการหลังการขายที่มั่นใจได้ ใครที่กำลังมองหารถมือสองคุณภาพวางใจได้ ผมขอเชิญชวนให้มาสัมผัสรถคันจริง พร้อมรับบริการประเมินราคารถฟรี และชมการสาธิตมาตรฐานได้ที่บูธ Honda Certified Selection ณ Hall 102 โซน D2” นายอัษฎาวุธ กล่าวทิ้งท้าย

ฟาสต์ ออโต โชว์ 2026 7

 

สำหรับใครที่กำลังเล็งจะออกรถคันใหม่และต้องการสัมผัสดีลที่ดีที่สุดแห่งปี ไม่ต้องรอจนถึงปลายปี สามารถไปร่วมพิสูจน์และเลือกช้อนซื้อรถคันโปรดได้ที่งาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2026”  ภายใต้คอนเซปต์ “ดีลแรงจัดเต็มทั้งงาน อยากได้รถใหม่หรือมือสอง จัดให้ครบ จบในงานเดียว” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 – 5 กรกฎาคม 2569 10.00 – 21.00 น. ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

ฟาสต์ ออโต โชว์ 2026 8

งานนี้เข้าชมฟรี! เป็นพื้นที่ “ขับ” เคลื่อนความสุข สนุกร่วมกับ ทั้ง PET Friendly ให้มาเลือกซื้อรถกับสัตว์เลี้ยงแสนรัก  FAST Strider Racing 2026 กิจกรรมแข่งขันจักรยานขาไถสำหรับครอบครัวที่มีสมาชิกตัวน้อย 2 – 7 ปี พร้อมลุ้นรับสิทธิประโยชน์จากแคมเปญ “ซื้อรถ ลุ้นรับ” ของรางวัลมากมาย ร่วมสนุกกับกิจกรรม “แชะ แชร์สนั่น” แลกรับ GYM Bag หน้างานได้ทันที   โอกาสทองแบบนี้…สายคุ้มค่าห้ามพลาดเด็ดขาด ติดตามรายละเอียดที่ Facebook: FAST AUTO SHOW และ www.fastautoshow.com

 

“นิสสัน” นำทัพรถยนต์รุ่นยอดนิยมจากเทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ พร้อมโปรโมชันสุดพิเศษร่วมงาน FAST AUTO SHOW 2026

0
นิสสัน 1

นิสสัน ยกทัพยนตรกรรมคุณภาพหลากหลายรุ่น ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้า พร้อมนำเสนอไฮไลต์ด้วยยานยนต์จากเทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ ที่มอบประสบการณ์การขับขี่แบบรถยนต์ไฟฟ้าโดยไม่ต้องชาร์จไฟจากภายนอกหรือกังวลเรื่องการหาสถานีชาร์จ เข้าร่วมงาน FAST AUTO SHOW 2026 พร้อมข้อเสนอและโปรโมชันสุดคุ้มพิเศษตลอดงาน ระหว่างวันที่ 1-5 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการ และการประชุม ไบเทค บางนา    

นิสสัน 2

ภายในบูท นิสสันนำเสนอรถยนต์หลากหลายเซกเมนต์ ทั้งรถยนต์นั่ง รถยนต์อเนกประสงค์ครบทั้งกลุ่มครอสโอเวอร์ SUV และ MPV รวมถึงไฮไลต์รุ่นใหม่ล่าสุดอย่างนิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ ที่ผสานสมรรถนะอันเร้าใจเข้ากับความประหยัดพลังงานได้อย่างลงตัว

รถยนต์ไฮไลต์ภายในบูทนิสสัน

นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ คอมแพคเอสยูวีดีไซน์สปอร์ตพรีเมียม โฉบเฉี่ยวทันสมัยมากยิ่งขึ้น         มาพร้อมพละกำลัง 136 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร ให้การตอบสนองทันใจในแบบรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% ล้ำยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยี ProPILOT ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ ช่วยควบคุมความเร็ว รักษาระยะห่าง และประคองรถให้อยู่ในช่องทางจราจรอย่างเหมาะสม พร้อมระบบ         อี-เพดัล สเต็ป (e-Pedal Step) ที่ช่วยให้ควบคุมการเร่ง และชะลอความเร็วได้ด้วยคันเร่งเดียว ลดความเหนื่อยล้าในการขับขี่ โดยเฉพาะในสภาพการจราจรหนาแน่นหรือการเดินทางระยะไกล นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์การใช้งานที่ให้ทั้งความสะดวก และมั่นใจมากมาย เช่น กระจกมองหลังอัจฉริยะ IRVM (Intelligent Rear View Miror) ระบบเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ IEB (Intelligent Emergency Braking) รวมถึงเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน 360 Safety Shield

 

นิสสัน เอ็กซ์เทรล อี-พาวเวอร์ รถยนต์พรีเมียม SUV ที่ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ด้วยเทคโนโลยี   อี-พาวเวอร์ ที่ให้ความนุ่ม เงียบ และตอบสนองทันใจแบบรถยนต์ไฟฟ้า โดยไม่ต้องชาร์จไฟจากภายนอก ผสานเข้ากับเทคโนโลยี อี-ฟอร์ซ (e-4ORCE) ของนิสสัน ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตโนมัติแบบ All-Wheel Drive (AWD) ที่ทำงานผ่านมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ช่วยให้การเข้าโค้งเป็นไปอย่างแม่นยำ และมั่นคง ผู้ขับขี่จึงควบคุมการเลี้ยวเข้าโค้งได้อย่างมั่นใจไม่ว่าทักษะการขับขี่จะอยู่ในระดับใด ทั้งยังมอบการขับขี่ที่นุ่มนวล เสถียร และมั่นใจ พร้อมเพิ่มความสบายให้กับทั้งผู้ขับขี่ และผู้โดยสาร ทำให้มั่นใจได้อย่างเต็มที่บนทุกสถานการณ์ และทุกสภาพถนน

 

นิสสัน 3

นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ รถยนต์ MPV 7 ที่นั่ง ที่ตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่ด้วยห้องโดยสารกว้างขวาง โปร่งโล่ง เบาะนั่งทุกตำแหน่งออกแบบมาให้รับกับสรีระเป็นอย่างดี มีพื้นที่เหนือศีรษะที่ให้ความโปร่ง ภายในถูกออกแบบให้สามารถเดินทะลุภายในรถจากด้านหน้าไปถึงแถวสามได้อย่างสะดวก พร้อมเบาะนั่งปรับได้สูงสุด 13 รูปแบบ และประตูสไลด์ไฟฟ้าเพื่อความสะดวกสบายสูงสุด นอกจากนี้ เทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ ในนิสสัน เซเรน่า ยังให้การขับขี่ที่ราบรื่น เงียบ ตอบสนองได้ดังใจ เช่นเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้า แต่ไม่ต้องกังวลกับการชาร์จไฟฟ้าที่สถานี พร้อมฟังก์ชัน Dual Back Door เปิดได้ทั้งครึ่งบาน และเต็มบานเพิ่มความคล่องตัวในการใช้งานแม้ในพื้นที่จำกัด เหมาะสำหรับทุกการเดินทางของครอบครัว และเพื่อนฝูง

นิสสัน 4

นิสสัน เซเรน่า รถยนต์อเนกประสงค์ที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นในคอนเซ็ปต์ “Big. Easy. Fun.” สะท้อนจุดเด่นในด้านความกว้างขวางภายในรถ ความสะดวกสบาย ขึ้นลงง่าย การปรับเบาะที่นั่งได้หลายรูปแบบ สามารถใช้งานได้อเนกประสงค์ จึงเหมาะกับการเดินทางพร้อมกันหลายคน แบบครอบครัว สำหรับการพักผ่อน และการทำงาน

นิสสัน 7

นิสสัน อัลเมร่า คอมแพคซีดาน ที่มาพร้อมห้องโดยสารกว้างขวาง และเทคโนโลยีอัจฉริยะ NissanConnect Services ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่เชื่อมต่อและสั่งการรถผ่านสมาร์ตโฟนได้สะดวก เสริมความมั่นใจด้วยฟังก์ชัน SOS และ Walk-Away Lock พร้อมเครื่องยนต์เทอร์โบ 1.0 ลิตร ให้สมรรถนะดี และประหยัดน้ำมัน เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน และการขับขี่ในเมืองอย่างลงตัว

โปรโมชันพิเศษ ในงาน

สำหรับลูกค้าที่สนใจรถยนต์นิสสันในงาน นิสสันจัดโปรโมชันพร้อมข้อเสนอพิเศษมากมาย เพื่อให้เป็นเจ้าของได้ง่ายยิ่งขึ้น เริ่มตั้งแต่ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0% พร้อมประกันภัยชั้นหนึ่ง หรือออกรถเริ่มต้นเพียง 5,555 บาท หรือผ่อนเริ่มต้น 3,599 บาทต่อเดือน และโปรโมชันพิเศษสำหรับ นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ ราคาพิเศษช่วงเปิดตัวเริ่มต้น 789,900 บาทพร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง นอกจากนี้ ยังสามารถศึกษารายละเอียด และเงื่อนไขโปรโมชันปัจจุบันได้ที่เว็บไซต์ https://www.nissan.co.th/offers

สำหรับลูกค้าที่สนใจ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ผู้จำหน่ายนิสสันภายในงาน หรือศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์นิสสัน หมายเลขโทรศัพท์ 0-2401-9600 และสามารถติดต่อสอบถามผ่านช่องทางออนไลน์ ได้แก่ Facebook: Nissan Thailand และ LINE: @NissanInnovation

 

TAJA จับมือ Revival Car Party ยึดคอนเซปต์สุดมันส์ “รถไม่แรง…ก็รับถ้วยได้” เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนสายยานยนต์ ฝึกทักษะ Gymkhana ณ สนามปทุมธานี สปีดเวย์

0
สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย 1

สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (TAJA) นำทีมสมาชิกและสื่อมวลชนสายยานยนต์ เข้าร่วมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “TAJA X Revival Car Party” ภายใต้คอนเซปต์โดนใจคนรักความเร็ว “รถไม่แรง…ก็รับถ้วยได้” ณ สนามปทุมธานี สปีดเวย์ เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา โดยมุ่งเน้นการกระชับมิตรภาพและพัฒนาทักษะการขับขี่สไตล์ Gymkhana

สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย 2

กิจกรรมครั้งนี้ TAJA ได้รับเกียรติจากคณะผู้จัดงาน Revival Car Party เปิดโอกาสให้สมาชิกสมาคมฯ ได้เข้าร่วมเปิดประสบการณ์ และฝึกฝนทักษะการขับขี่ในรูปแบบ Gymkhana บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคักของกลุ่มคาร์คลับที่หลงใหลในเสน่ห์ของรถคลาสสิค, รถเรโทร และคนรักรถหลากหลายรูปแบบ ที่ไม่เพียงแต่มาร่วมพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนไอเดียในการตกแต่งรถคันรัก แต่ยังร่วมสนุกกับการแข่งขันในรูปแบบ Time Attack x Gymkhana อีกด้วย

อรรณัส นายเรือ ผู้จัดกิจกรรม Revival Car Party เปิดเผยถึงที่มาของกิจกรรมรูปแบบนี้ว่า “ปกติแล้วกลุ่มของพวกเราจัดงานให้กับกิจกรรม Chang Classic Car Revival เป็นประจำทุกปี ซึ่งภายในงานมีการแข่งขันรถยนต์ในรูปแบบต่างๆ เช่น การแข่งขันแดร็ก (Drag), เซอร์กิต (Circuit) และจิมคาน่า (Gymkhana) แต่ในระยะหลังมานี้ การแข่งขันจิมคาน่าเริ่มได้รับความนิยมสูงขึ้นในงาน Chang Classic Car Revival

ทีมงานจึงมาคิดกันว่า ในช่วงเวลาว่างก่อนจะถึงงานใหญ่ช่วงสิ้นปี เราน่าจะมารวมตัวกัน จึงเกิดเป็นกิจกรรมที่สนามปทุมธานี สปีดเวย์ แห่งนี้ แทนที่จะนัดปาร์ตี้กันเฉยๆ ก็เปลี่ยนมาเป็นการวิ่งรถในแทร็ค ปีนี้เราตั้งเป้าจัดกิจกรรมทั้งหมด 4 ครั้ง ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 และยังเหลือให้ได้ร่วมสนุกอีก 1 สนาม โดยคอนเซปต์หลักของเราคือ ไม่เน้นการแข่งขันที่เคร่งเครียด แต่เน้นมาพบปะ พูดคุย สนุกสนาน และให้ทุกคนได้มาวิ่งรถเล่นกัน”

ลิขิต น้าประเสริฐ นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (TAJA) กล่าวถึงการเข้าร่วมงานในครั้งนี้ว่า “ได้เห็นบรรยากาศกิจกรรม Revival Car Party แล้วรู้สึกคึกคักมาก มีรถแต่งหลากหลายสไตล์ที่มารวมตัวกัน เหมาะกับคนรักรถ ได้มาดูรถคลาสสิค, รถเรโทร พารถคันรักมาวิ่งสนุกๆ ในวันหยุด ซึ่งงานนี้สมาคมฯ นำสมาชิกสื่อมวลชนสายยานยนต์เข้าร่วมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “TAJA X Revival Car Party”

สมาคมฯ ขอขอบคุณทีมงานผู้จัดที่ให้เราเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เราได้จัดกิจกรรมในลักษณะนี้ร่วมกัน และผลลัพธ์ที่ออกมา ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากครับ”

สำหรับการแข่งขัน “TAJA X Revival Car Party” สมาชิกสมาคมฯ ที่ทำเวลาได้ดีที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่

สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย 3

อันดับที่ 1: ธนสาร เสาวมล สังกัด นิตยสาร “ฟอร์มูลา”

สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย 3

อันดับที่ 2: นวพรรษ อำไพวัน สังกัด เว็บไซต์ www.kumperod.com

สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย 8

อันดับที่ 3: อัฐฒา นายเรือ สังกัด รายการออนไลน์ Safe Save Drive & LIFESTYLE224

กิจกรรม TAJA X Revival Car Party ในสนามนี้ ไม่เพียงแต่สร้างความสนุกสนานและรอยยิ้มให้กับผู้เข้าร่วมงาน และยังเป็นพื้นที่ที่ช่วยเสริมสร้างทักษะการควบคุมรถอย่างปลอดภัยในสถานการณ์ต่างๆ

 

 

(มีคลิปวีดีโอ) ทดสอบสมรรถนะ “HONGQI E-HS9” อัคร SUV นำร่องรถผู้นำ

0
HONGQI 1

HONGQI ที่เมืองไทยใช้คำว่า“หงษ์ฉี”   เปิดตัวไปแล้วอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 “เมโทร กรุ๊ป” เป็นผู้จัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย  และนำ HONGQI E-HS9 มาเป็นรถนำร่องมาจำหน่ายเป็นรุ่นแรก โดยมีภาพจำ รถผู้นำที่เราจะได้เห็นสถานะความเป็นยานพาหนะคู่ใจของประธานาธิบดีจีน รวมทั้งใช้เป็นยานพาหนะสำหรับต้อนรับผู้นำระดับสูงในงานพิธีสำคัญระดับโลกที่เกิดขึ้นในจีนนั้น เป็นภาพเบื้องหลังสะท้อนภาพลักษณ์ HONGQI

วันนี้ได้รู้จักและลองขับ HONGQI E-HS9 ความเป็น อัคร SUV สะท้อนออกมาจากมิติแบบ Full Size กว้าง 2,010 มม. x ยาว 5,209 มม. x สูง 1,713 มม. ยาวสุดในรถระดับเดียวกัน มีความน่าสนใจที่การออกแบบที่เก็บความหรูหรา ความเป็นรถระดับอัครยานยนต์ระดับผู้นำอย่างเหนียวแน่น นั่นก็เพราะได้ Giles Taylor. chief designer for Rolls-Royce มาร่วมงานกับต้นสังกัด FAW Group และแน่นอนผลงาน HONGQI E-HS9 สะท้อนความหรูหราไว้ได้อย่างเต็มเปี่ยม

HONGQI 1

กระจังหน้า Waterfall Design เป็นลายเส้นแนวตั้ง นั้นเป็น DNA  Design ดั้งเดิมที่ชัดเจน แต่เมื่อเป็นรถไฟฟ้า 100 % ไม่มีความจำเป็นต้องรับลมไประบายความร้อนในห้องเครื่องแล้ว ช่องด้านหน้านี้จึง ปิด-เปิด อัตโนมัติลดแรงต้านทานอากาศได้  ไฟหน้า Eagle Eye แบบ Matrix  เหนือซุ้มล้อ ซ้ายขวามี Flag Emblem มีแถบสีแดงสัญลักษณ์ HONGQI เป็นเอกลักษณ์ ล้ออัลลอยใหญ่ขนาด 21” คันที่มาลองขับนี้ใส่ยางมิชลิน ขนาด265/45/21 แบบสำหรับรถไฟฟ้ามาให้ด้วย

HONGQI 3

ภายในห้องโดยสารสะดุดตาที่จอสัมผัสคู่นาดใหญ่ 15.6 นิ้วความละเอียด 2K Ultra-HD ประมวลผลไว

HONGQI 4

ด้วยชิป Qualcomm 8155 ทำหน้าที่ให้ข้อมูลและปรับตั้งการทำงานระบบต่างๆของรถ รวมถึงเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย พร้อมรองรับ Apply Car Play และ Andriod Auto ดีไซเนอร์ออกแบบภายในได้อย่างปรานีตให้ความรู้สึกหรูหราในทุกตำแหน่งที่นั่ง เบาะนั่งไม่ใช่หนังแท้ทั้งหมด แต่หนัง Perforated Microfiber Leather ก็ให้ความรู้สึกการสัมผัสทีดีไม่ใช่น้อย ทุกตำแหน่งทั้งผู้ขับ ผู้โดยสารตอนหน้าตอนหลังปรับด้วยไฟฟ้าทั้งหมด Panoramic Sunroof ให้ความรู้สึกปลอดโปร่งเป็นอย่างดี มีระบบเครื่องเสียงพรีเมียม BOSE พร้อมลำโพง 16 ตำแหน่ง ห้องโดยสารเงียบด้วยกระจกนิรภัยเก็บเสียง 2 ชั้น Double Layer นั่งฟังเพลงกันไปได้เพลินๆ

HONGQI 5

เอาละครับมาอยู่หลังพวงมาลัย HONGQI E-HS9 ด้วยกัน โหมดการับบี่มีให้เลือก 7 โหมดด้วยกัน เลือกใช้งานตามสภาพถนนได้เลย Comfort, Sport, Extreme, Long Range, All Terrain, Off Road, Custom เชื่อได้ว่า E-HS9 ไปได้ทุกสภาพอย่างแน่นอน ในการทดลอง ผมใช้โหมด Sport ในการลองอัตราเร่ง และใช้แตะเปิด Performance ซึ่งจะช่วยเพิ่มสปีดในการออกตัวเป็นโหมดให้เล่นสนุกขึ้น ก็แน่นอนครับ รถทะยานไปแบบเครื่องบิน Take off หน้าเชิดท้ายกดแน่น หลังติดเบาะ อารมณ์สปอร์ตมาเต็มทั้งที่ตัวออกจะใหญ่โต น้ำหนักตัวรถเปล่า2,636 กิโลกรัม บวกผู้รวมเดินทางไปอีก สัก 180 กก. บวกลบร่วม 3 ตัน ยังบินได้อย่างสะใจ เป็นเพราะได้กำลังจาก Dual-Motor ที่กระจายแรงบิด606 นิวตันเมตร ออกมาตอบสนองได้รวดเร็ว ถ่ายทอดแรงม้า 493 HP มาใช้งานได้อย่างเต็มที่ ในช่วงที่ได้ทดลองการควบคุมผ่านสถานีที่ต้องหักหลบสิ่งกีดขวาง เข้าโค้งแคบ โค้งกว้าง E-HS9 ทำได้ดีมากควบคุมง่ายแบบเชื่องๆ และช่วงหนึ่งที่ทีมงานจัดเชือกเส้นใหญ่วางขวางถนนเป็นระยะ ต่อด้วยลูกระนาด ช่วงนี้เขาโชว์ช่วงล่าง AIR SUSPENSION ให้รู้สึกถึงความนุ่มนวลเงียบ อย่างชัดเจนมาก

HONGQI 6

เอาเป็นว่า E-HS9 โชว์ให้เห็นว่าถึงจะเป็น อัคร SUV ตัวใหญ่ Fullsize แต่ก็ยังเป็นรถที่สามารถขับได้สนุก เอาอยู่ คุมได้ง่ายๆและมั่นใจได้ เมื่อต้องควบคุมรถในสถานการณ์ที่เกินจะควบคุม

HONGQI 7

ส่วนที่การเดินทางนั้นข้อมูลแจ้งว่าแบตเตอรี่ Ternary Lithium ความจุ 120 kWh สามารถขับได้ระยะทางไกล 760 กม. (CLTC) ก่อนจะเปิดตัวเป็นทางการทีมงาน HONGQI จัดหนัก ขับ E-HS9จาก ปักกิ่ง จีน ผ่าน สปป.ลาว มาถึงใจกลางเมือง กรุงเทพ เป็นที่เรียบร้อย ยืนยันว่าเป็นการเดินทางผ่านแทบจะทุกสภาพถนนได้โดยสวัสดิภาพ

HONGQI 8

E-HS9 เปิดตัวที่ราคา 2,990,000 บาท สำหรับ 400 คันแรก เป็นราคาที่ผู้บริหาร เมโทรกรุ๊บ แจ้งว่าถูกกว่าจะราคขายบนโชว์รูม HONGQIในจีนด้วย!!!

HONGQI 9

ข้อมูลประชาสัมพันธ์และข้อมูลทางเทคนิค

“หงษ์ฉี” (HONGQI) ที่มีความหมายว่า ธงแดง เป็นแบรนด์รถยนต์ที่ถือกำเนิดตั้งแต่ ค.ศ. 1958 โดย FAW Group ซึ่งมีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาลจีน  ยืนหยัดในฐานะ   แบรนด์รถยนต์หรูที่ทรงเกียรติที่สุดของประเทศ ได้รับความไว้วางใจให้เป็นยานพาหนะคู่ใจของประธานาธิบดีและผู้นำระดับสูงในงานพิธีสำคัญระดับโลก ภาพจำนี้สะท้อนถึงความประณีต เทคโนโลยีขั้นสูง และมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงสุด  ซึ่งปัจจุบัน FAW Group กำลังขับเคลื่อนแบรนด์ “หงษ์ฉี” จากระดับประเทศสู่ระดับสากลอย่างเต็มตัว โดยส่ง HONGQI E-HS9 รุ่นเรือธง ไปสร้างความสำเร็จในตลาดปราบเซียนอย่างยุโรป และตะวันออกกลาง

HONGQI 11

การขยายตัวสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญครั้งใหม่ โดยประเทศไทยเป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศแรก ๆ ของโลกสำหรับการเปิดตัว HONGQI E-HS9 “รุ่นพวงมาลัยขวา (Right-Hand Drive)” เพื่อใช้ในการเจาะตลาดยานยนต์ระดับไฮเอนด์ โดยมอบความวางใจปิดดีลครั้งประวัติศาสตร์ให้ “เมโทร กรุ๊ป” เป็นผู้จัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย

Technical specification (ข้อมูลทางเทคนิค)

ความยาว (มม.)     5,209

ความกว้าง (มม.)   2,010

ความสูง (มม.)        1,713

ระยะฐานล้อ (มม.) 3,110

ระยะความสูงใต้ท้องรถ (มม.) 175

น้ำหนักรถเปล่า (กก.)            2,636

กำลังมอเตอร์สูงสุด (กิโลวัตต์)             362 (202+160)

แรงบิดสูงสุด (นิวตัน-เมตร)   606 (306+300)

ระบบขับเคลื่อน      AWD

จำนวนโหมดการขับขี่            7

จำนวนที่นั่ง            6 (2+2+2)

ความจุแบตเตอรี่ (กิโลวัตต์-ชั่วโมง)     120

กำลังการชาร์จไฟ DC สูงสุด (กิโลวัตต์)               140

ระยะทางวิ่ง CLTC (กม.)       760

ช่วงล่างแบบถุงลมอัฉริยะ พร้อมระบบกันสะเทือน CDC    หน้า: อิสระ ดับเบิ้ลวิชโบน พร้อมเหล็กกันโคลง

หลัง: อิสระ Trapezoidal arm พร้อมเหล็กกันโคลง

ขนาดล้ออัลลอย และยาง     หน้า: 21 นิ้ว ขนาด 265/45 หลัง: 21 นิ้ว ขนาด 265/45

 

Exterior (ภายนอก)

ไฟหน้าอัจฉริยะแบบ Matrix LED พร้อมปรับระดับสูงต่ำอัตโนมัติ

ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน LED

ช่องดักลมกระจังหน้าเปิด ปิดอัตโนมัติ

มือเปิดประตูแบบ Pop-out พร้อมระบบปิดประตูแบบ soft closed

ประตูท้ายไฟฟ้าพร้อมระบบป้องกันการหนีบ การปรับความสูง และตั้งค่าตำแหน่ง

หลังคากระจกแบบพานอรามิค พร้อมม่านบังแดดปรับไฟฟ้า

ไฟท้าย ไฟเลี้ยวด้านข้างตัวรถ แบบ LED

ที่ปัดน้ำฝนด้านหน้าอัตโนมัติ พร้อมที่ปัดน้ำฝนด้านหลัง

ไฟมุมส่องสว่างเวลากลางคืนขณะเลี้ยวแบบ LED

ระบบควบคุมช่องเปิด-ปิดที่ชาร์จรถยนต์ด้วยไฟฟ้า

กระจกมองข้างปรับ และพับไฟฟ้า

กระจกมองข้างปรับลงอัตโนมัติ เมื่อเข้าเกียร์ถอยหลัง

Interior (ภายใน)

เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมจดจำตำแหน่ง

เบาะนวดไฟฟ้า พร้อมระบบระบายอากาศ สำหรับคนขับ

เบาะคนนั่งด้านหน้าปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง พร้อมจดจำตำแหน่ง

เบาะนวดไฟฟ้า พร้อมระบบระบายอากาศ สำหรับคนนั่งด้านหน้า

เบาะผู้โดยสารแถวที่ 2 ปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง พร้อมระบบระบายอากาศ

เบาะผู้โดยสารแถวที่ 3 พับด้วยไฟฟ้า

ที่พักแขนสำหรับเบาะแถวที่ 2 และ 3

ที่พิงศีรษะแบบนุ่ม สำหรับเบาะแถวที่ 1 และ 2

จุดยึด ISO FIX 2 ตำแหน่งสำหรับเบาะนั่งเด็ก ที่เบาะนั่งแถวที่ 2

ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ แยกอุณหภูมิแบบ 4 โซน

ระบบควบคุมอุณหภูมิด้านหลัง

ช่องจ่ายแอร์สำหรับผู้โดยสารแถวสอง

ระบบกรองฝุ่น PM 2.5 และละอองเกสร

ช่องจ่ายไฟ 12 โวตต์ สำหรับที่นั่งแถวสอง

ช่องจ่ายไฟ 12 โวตต์ สำหรับช่องเก็บสัมภาระด้านท้าย

ปุ่มไฟฟ้าพับเบาะที่นั่งแถวหลัง ในที่เก็บสัมภาระด้านท้าย

ไฟส่องสว่างแบบ LED ภายในห้องโดยสาร และที่บังแดดด้านหน้า

ช่องเชื่อมต่อ USB Type A และ Type C

ที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สายด้านหน้า ขนาด 50 วัตต์

ไฟปรับแต่งบรรยากาศภายในห้องโดยสาร

Safety and Intelligence Safety (ADAS)

(ระบบความปลอดภัย และระบบช่วยการขับขี่อัจฉริยะ ADAS)

ถุงลมนิรภัย (SRS) 8 ตำแหน่ง

ระบบป้องกันล้อล๊อคขณะเบรก (ABS)

ระบบช่วยกระจายแรงเบรก (EBD)

ระบบเบรกมือไฟฟ้า (EPB)

ระบบเสริมแรงเบรก (HBA)

ระบบควบคุมการลื่นไถล (TCS)

ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ESP)

ระบบควบคุมการทรงตัวบนทางลาดชัน (HHC)

ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (HDC)

ระบบช่วยลดความเสี่ยงในการพลิกคว่ำ (ROM)

ระบบล๊อคไฟฟ้าป้องกันเด็กเปิดประตูหลัง

ระบบควบคุมความเร็วแปรผันอัตโนมัติ (SACC)

ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตา (BSD)

ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (LKA)

ระบบช่วยเตือนการออกนอกช่องทาง (LDW)

ระบบสัญญาณเตือนขณะเปลี่ยนช่องทาง (LCA)

ระบบสัญญาณเตือนความเร็วเกินกำหนด (ISA)

ระบบสัญญาณเตือนแรงดันลมยาง (TPMS)

ระบบกล้องมองภาพรอบคัน (AVM)

Convenience (สิ่งอำนวยความสะดวก)

ระบบเครื่องเสียงพรีเมี่ยม BOSE พร้อมลำโพง 16 ตำแหน่ง

หน้าจอมาตรวัดขนาด 8.8 นิ้ว

หน้าจอกลางแบบสัมผัส ขนาด 15.6 นิ้ว

หน้าจอสัมผัสสำหรับผู้โดยสารด้านหน้า ขนาด 15.6 นิ้ว

ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย พร้อมรองรับ Apply Car Play และ Andriod Auto

กระจกเก็บเสียงรอบคัน

กระจกป้องกันความร้อน และรังสี UV

ระบบป้องกันการหนีบของกระจก

กระจกมองข้างปรับ และพับไฟฟ้า

กระจกมองข้างปรับลงอัตโนมัติ เมื่อเข้าเกียร์ถอย

ระบบช่วยปรับที่นั่งคนขับให้เข้า-ออกได้ง่าย

ระบบล๊อกประตูอัตโนมัติตามความเร็ว

ระบบโทรฉุกเฉิน E-CALL

ระบบอัพเดทผ่านสัญญาณออนไลน์

โหมดแคมปิ้ง / โหมดล้างรถ / โหมดสัตว์เลี้ยง