Home Blog Page 12

ฮอนด้า ยกทัพ e:HEV และ EV จัดเต็มในงาน BIG MOTOR SALE 2026 ตั้งแต่ 21 – 30 ส.ค. 2569 นำโดย Honda City ใหม่ และ Honda Civic e:HEV ใหม่

0

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ยกทัพยนตรกรรมฮอนด้า ตอกย้ำความแข็งแกร่งของไลน์อัป e:HEV – The EXCITING Hybrid และรถยนต์ไฟฟ้า 100% ครบครันทุกเซกเมนต์ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้งานอย่างครอบคลุม ภายในงาน BIG MOTOR SALE 2026 นำโดย Honda City ใหม่ และ Honda Civic e:HEV ใหม่ ที่มาพร้อม Honda S+ Shift พิเศษ! ไฮไลต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟต่อยอดกระแสความแรงด้วยการเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัสคันจริงและทดลองขับ “Honda Super-ONE” รถ EV น้องใหม่ตัวจี๊ดจากฮอนด้าเฉพาะในงานนี้ พร้อมจัดเต็มข้อเสนอสุดพิเศษแห่งปี “Honda THE GRAND QUAKE DEAL โปรสนั่น ดีลสะเทือน” มอบข้อเสนอสุดคุ้ม ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0%* พร้อมรับ Honda Exclusive Care สูงสุด 5 ปี** มูลค่าสูงสุด 175,000 บาท** หรือเลือกรับสิทธิพิเศษมูลค่า 85,000 บาท ฟรีประกันภัย 1 ปี พร้อมรับ Honda Ultimate Care และรับบัตรน้ำมันมูลค่าสูงสุด 10,000 บาท* พิเศษ! สำหรับลูกค้าใหม่ที่ทดลองขับ จอง และออกรถยนต์   ฮอนด้ารุ่นที่ร่วมรายการ พร้อมสมัคร Service Fan รับสิทธิพิเศษมูลค่า 3,000 – 100,000 บาท* และเปิดตัวแคมเปญใหม่ “Gen to Gen #Honda จากรุ่นสู่รุ่น” มอบสิทธิพิเศษเพิ่มเติมสำหรับครอบครัวฮอนด้าเมื่อออกรถคันใหม่ รับสิทธิพิเศษเพิ่มสูงสุด 130,000 บาท* พร้อม Service e-Coupon มูลค่า 3,000 บาท สำหรับรถคันเดิม เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 – 30 กันยายน 2569 และรับรถภายใน 31 ตุลาคม 2569 ร่วมสัมผัสได้ที่งาน BIG MOTOR SALE 2026 ณ บูทฮอนด้า ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ระหว่างวันที่ 21 – 30 สิงหาคม 2569 หรือโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

โซนจัดแสดงรถยนต์ ณ บูทฮอนด้า พบกับไลน์อัปรถยนต์ฮอนด้าครบครันทั้งกลุ่มฟูลไฮบริด e:HEV และรถยนต์ไฟฟ้า 100% ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้ายุคใหม่ พร้อมเติมเต็มความสนุกในการเดินทาง

Honda City ใหม่ ไลน์อัปซิตี้คาร์ยอดนิยม พร้อมสั่นทุกสตรีท ด้วยดีไซน์ใหม่ที่อัปความสปอร์ตอีกขั้น ทั้งกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ ไฟหน้าแบบ LED ในทุกรุ่น และไฟหน้า Connecting Light แบบ LED รวมทั้งไฟท้าย LED แบบใส พร้อมเพิ่มฟีเจอร์ใหม่! อาทิ ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-View Camera System: MVCS) ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 10 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android AutoTM แบบไร้สาย อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย กระจกมองหลังแบบตัดแสงแบบอัตโนมัติ เติมเต็มความต้องการและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว ให้ลูกค้าเป็นเจ้าของซิตี้คาร์ฮอนด้าได้ง่ายยิ่งขึ้น โค้งสุดท้าย! ราคาพิเศษช่วงเปิดตัว* ถึง 30 ก.ย. 2569 นี้ เริ่มต้นเพียง 569,000 บาท (Honda City ใหม่ ซีดาน TURBO รุ่นย่อย S) เข้าถึงไฮบริดซิตี้คาร์จากฮอนด้าได้ง่ายกว่าที่เคย คุ้มค่าเต็มขั้น กับรุ่นเริ่มต้นไฮบริดใหม่! e:HEV V ราคาพิเศษช่วงเปิดตัว* เริ่มต้นเพียง 619,000 บาท (Honda City ใหม่ ซีดาน รุ่นย่อย e:HEV V) โดยมีให้เลือกทั้งรุ่นซีดานและแฮทช์แบ็ก ทางเลือกละ 4 รุ่นย่อย กับ 2 ขุมพลังการขับเคลื่อนทั้ง VTEC TURBO ขับสนุกทุกย่านความเร็ว และฟูลไฮบริด e:HEV – The EXCITING Hybrid สมูทเร้าใจในทุกอัตราเร่ง ประหยัดน้ำมันในทุกจังหวะการขับขี่ รวม 8 รุ่นย่อย พร้อมตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าได้อย่างครอบคลุม มาพร้อมข้อเสนอสุดคุ้ม อาทิ ดอกเบี้ย เริ่มต้น 1.69%* ฟรีประกันภัย ชั้น 1* (1 ปี) สำหรับรุ่นระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV มาพร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง เป็นต้น

Honda Civic e:HEV ใหม่ ยกระดับการขับขี่แบบสปอร์ตเร้าใจไปอีกขั้น มาพร้อม 4 ไฮไลต์สำคัญ ครั้งแรก! ในประเทศไทยกับ Honda S+ Shift เทคโนโลยีการขับขี่ใหม่ล่าสุดของฮอนด้าที่ได้รับการพัฒนาเพื่อยกระดับความสนุกและความตื่นเต้นในการขับขี่ของระบบฟูลไฮบริด e:HEV เพื่อ shift ทุกจังหวะให้สปอร์ต ทรงพลัง และเร้าใจกว่าที่เคย (เฉพาะรุ่นย่อย e:HEV RS) เพิ่ม! ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Information: BSI) และ เพิ่ม! ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor: CTM) ยกระดับความมั่นใจในทุกการขับขี่ (เฉพาะรุ่นย่อย e:HEV RS และ e:HEV EL+) ใหม่! สีแดง Blazing Red Pearl และสีเทา Urban Gray Pearl สะท้อนตัวตนที่โดดเด่นเพิ่มความสปอร์ตพรีเมียมให้สะกดทุกสายตา (เฉพาะรุ่นย่อย e:HEV RS) มีให้เลือก
3 รุ่นย่อย ราคาเริ่มต้น 949,000 บาท มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ อาทิ ดอกเบี้ย 0%* พร้อมรับฟรี Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 175,000 บาท** เป็นต้น

Honda Super-ONE ใหม่ รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กขับสนุกจากฮอนด้า พัฒนาต่อยอดจากรถยนต์ในกลุ่ม N Series พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “e:Dash BOOSTER” ถ่ายทอด DNA ความสนุกในการขับขี่ (Fun of Driving) อันเป็นเอกลักษณ์ของฮอนด้า โดยมาพร้อมไฮไลต์ BOOST Mode ที่พัฒนาขึ้นเฉพาะรุ่น ช่วยปลุกความสนุกเร้าใจในทุกการขับขี่ ผสานระบบจำลองการเปลี่ยนเกียร์และระบบ Active Sound Control ที่สร้างเสียงเครื่องยนต์เสมือนจริง เพิ่มฟีลลิ่งสปอร์ตทุกครั้งที่กดคันเร่ง ภายในห้องโดยสารกว้างขวางเกินไซซ์ มาพร้อมเบาะนั่งคู่หน้าแบบ Bucket Seat ทรงสปอร์ตที่โอบกระชับ และเบาะหลังที่แยกพับแบบ 50:50 ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย พร้อมฟังก์ชันเพื่อความสะดวกสบาย เทคโนโลยีการขับขี่ และเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ครบครันกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน อีกทั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ครอบคลุม 6 ฟังก์ชันการใช้งาน เติมเต็มทุกประสบการณ์การเดินทางให้มั่นใจยิ่งขึ้น ราคาจำหน่าย 990,000 บาท โดยในปีนี้ Super-ONE จัดจำหน่ายในประเทศไทย 30 คันเท่านั้น และได้รับความสนใจจากลูกค้าชาวไทยอย่างล้นหลามจนมียอดจองครบทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยฮอนด้าขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้ความเชื่อมั่นและการตอบรับเป็นอย่างดี ซึ่งสะท้อนถึงความชื่นชอบในประสบการณ์การขับขี่รถ EV ที่แตกต่าง สนุกและเร้าใจในแบบฮอนด้า

ทั้งนี้ ลูกค้าที่สนใจสามารถทดลองขับรถยนต์รุ่นใหม่จากฮอนด้าหลากหลายรุ่นทั้ง Honda City Hatchback e:HEV ใหม่ Honda Civic e:HEV ใหม่ Honda HR-V e:HEV และ Honda Super-ONE ใหม่ ณ บริเวณพื้นที่ทดลองขับภายในงาน

นอกจากนี้ ยังมาพร้อมข้อเสนอในแบบที่โดนใจกับแคมเปญ “Honda THE GRAND QUAKE DEAL โปรสนั่น ดีลสะเทือน”

  • ทางเลือกใหม่! สำหรับ Honda HR-V e:HEV รับสิทธิพิเศษมูลค่า 85,000 บาท* ฟรี ประกันภัย 1 ปี* พร้อมรับ Honda Ultimate Care** และบัตรน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท*
  • หรือเลือกรับ ดอกเบี้ยพิเศษ 0%* ฟรี Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 154,000 บาท** พร้อมรับเพิ่มบัตรน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท*
  • ดีลสะเทือน! ต้อนรับลูกค้าใหม่ รับดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0%* หรือเลือกรับฟรี Honda Exclusive Care** ออกรถยนต์ใหม่ฮอนด้าดูแลอุ่นใจสูงสุด 5 ปี
  • สัมผัสความคุ้มค่าเพิ่มขึ้นกับ แคมเปญทดลองขับ (Test Drive Campaign) เพียงลงทะเบียนทดลองขับ จอง และออกรถยนต์ฮอนด้ารุ่นที่ร่วมรายการ พร้อมสมัคร Service Fan รับสิทธิพิเศษมูลค่า 3,000 – 100,000 บาท*
  • และโปรสนั่น! Gen to Gen #Honda จากรุ่นสู่รุ่น ครอบครัวฮอนด้าอยากเพิ่มคันใหม่ ออกรถยนต์รุ่น Turbo หรือ e:HEV รับสิทธิพิเศษ 6,000 – 40,000 บาท* ออกรถยนต์ไฟฟ้ารับสิทธิพิเศษสูงสุด 130,000 บาท* พิเศษคันเดิมรับเพิ่ม Service e-coupon มูลค่า 3,000 บาท

เมื่อจองตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2569 และรับรถภายใน 31 ตุลาคม 2569* ที่งานฯ และโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

ให้คุณเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าได้ง่ายยิ่งขึ้น พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษที่พลาดไม่ได้กับแคมเปญ “Honda THE GRAND QUAKE DEAL โปรสนั่น ดีลสะเทือน” ได้ที่งาน BIG MOTOR SALE 2026 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา และที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777

อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

  • เว็บไซต์ www.honda.co.th
  • Facebook Official Account: Honda Thailand

LINE Official Account: @honda-thailand

GWM เปิดตัว NEW TANK 500 3.0T DIESEL ขุมพลังดีเซล 3.0 ลิตรอย่างเป็นทางการ ราคาเริ่มต้นที่ 1,669,000 บาท พร้อมสิทธิพิเศษช่วงเปิดตัว (Early Bird) เฉพาะรุ่น 4WD

0

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” และมุ่งมั่นที่จะก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์ด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุดประกาศเปิดตัว NEW TANK 500 3.0T DIESEL ยนตรกรรม Premium PPV ที่มาพร้อมนิยาม “Power Beyond Limits – พลังที่เหนือทุกขีดจำกัด”  เสริมทัพกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องยนต์ดีเซลด้วยขุมพลังดีเซลเจเนอเรชันใหม่ ขนาด 3.0 ลิตร ที่มอบสมรรถนะการขับขี่อันทรงพลัง ควบคู่ไปกับประสิทธิภาพการจัดการพลังงานที่ยอดเยี่ยม ในราคาเริ่มต้นที่ 1,669,000 บาท พิเศษ สำหรับลูกค้าที่จองตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม – 30 กันยายน 2569 รับสิทธิพิเศษ Early Bird มูลค่ากว่า 50,000 บาท สำหรับรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ทั้งรุ่น ULTRA 4WD และ BLACK WARRIOR 4WD พร้อมรับการรับประกันเครื่องยนต์สูงสุด 8 ปี หรือ 1,000,000 กิโลเมตร และสิทธิ์ซื้ออุปกรณ์ตกแต่งราคาพิเศษ  โดยจะเริ่มทยอยส่งมอบรุ่น 4WD ตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน 2569 ในขณะที่รุ่น 2WD จะเริ่มส่งมอบในเดือนมกราคม 2570 เป็นต้นไป 

เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวว่า “GWM ตระหนักดีว่า แม้ตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ในประเทศไทยจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่เครื่องยนต์ดีเซลยังคงเป็นขุมพลังที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน ด้วยจุดเด่นด้านความทนทาน แรงบิดสูง และศักยภาพในการรองรับทุกรูปแบบการใช้งานทุกสภาพเส้นทาง  การแนะนำ NEW TANK 500 3.0T DIESEL จึงไม่เพียงเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเครื่องยนต์ดีเซลของ GWM ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น แต่ยังตอกย้ำกลยุทธ์ ‘All Scenarios – All Powertrains – All Users’ ที่มุ่งมั่นนำเสนอยนตรกรรมและระบบขับเคลื่อนเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภคอย่างตรงจุดและเป็นรูปธรรม”

วุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองประธานฝ่ายการตลาด GWM (Thailand) เปิดเผยว่า NEW TANK 500 3.0T DIESEL มาพร้อมแนวคิด “Power Beyond Limits – พลังที่เหนือทุกขีดจำกัด”  ที่ถูกออกแบบมาสำหรับคนที่กำลังมองหา “รถคันเดียวที่ตอบโจทย์ครบทุกความต้องการ” ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวยุคใหม่ที่ชื่นชอบการเดินทางท่องเที่ยว ต้องการพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง และความปลอดภัยสูงสุดสำหรับคนสำคัญ หรือนักธุรกิจและผู้บริหารที่มองหายานยนต์สะท้อนภาพลักษณ์สง่างาม ภูมิฐาน แต่พร้อมลุยไปได้ทุกสถานการณ์ หรือผู้ประกอบการที่ต้องการรถสมรรถนะสูงไว้ลุยงานในพื้นที่สมบุกสมบันได้อย่างอุ่นใจ  โดยรถรุ่นนี้ให้สมรรถนะที่ทรงพลังแต่ประหยัดน้ำมันเทียบเท่าเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.4 ลิตร  พร้อมมอบความสะดวกสบายระดับพรีเมียม อีกทั้งยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ครบครัน ตอบโจทย์ลูกค้ารถยนต์พรีเมียม PPV ได้อย่างลงตัว”

NEW TANK 500 3.0T DIESEL: Power Beyond Limits – พลังที่เหนือทุกขีดจำกัด

NEW TANK 500 3.0T DIESEL สะท้อนความสมบูรณ์แบบของการผสานพละกำลังอันทรงพลังเข้ากับความคุ้มค่าในการใช้งาน เพื่อมอบ “ความมั่นใจและความคุ้มค่าสูงสุด” ผ่าน 3 จุดเด่นสำคัญ ได้แก่

  • สมรรถนะทรงพลัง พร้อมความประหยัดที่เหนือความคาดหมาย
    NEW TANK 500 3.0T DIESEL ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบแปรผัน (VGT) ขนาด 0 ลิตร เจเนอเรชันใหม่ จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด (9AT) ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซลของ GWM ที่สั่งสมและพัฒนาอย่างต่อเนื่องกว่า 20 ปี ให้กำลังสูงสุด 231 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 620 นิวตัน-เมตร รองรับการใช้งานได้อย่างมั่นใจทั้งการขับขี่ในเมือง การเดินทางระยะไกล และเส้นทางออฟโรดที่ต้องการสมรรถนะระดับสูง พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะและเทคโนโลยีสำหรับการขับขี่ออฟโรดที่ครบครัน โดยแม้จะเพิ่มพละกำลังขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ยังสามารถรักษาประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงให้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.4 ลิตร ด้วยอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยเพียง 7.1 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร สะท้อนความลงตัวระหว่างพละกำลังที่เพิ่มขึ้นและความคุ้มค่าในการใช้งานจริง ตอบโจทย์ผู้ขับขี่ที่ต้องการสมรรถนะที่เหนือกว่าโดยไม่ต้องแลกกับค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น
  • ความสะดวกสบายระดับพรีเมียมสำหรับทุกการเดินทาง
    NEW TANK 500 3.0T DIESEL มาพร้อมห้องโดยสารกว้างขวางแบบ 7 ที่นั่ง ที่ได้รับการออกแบบเพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางระดับพรีเมียม พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างครบครัน อาทิ บันไดข้างไฟฟ้า (Power Side Step) ที่ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ช่วยเพิ่มความสะดวกในการขึ้น-ลงรถ พร้อมเสริมภาพลักษณ์ความแข็งแกร่งและความหรูหรา ระบบพวงมาลัยไฟฟ้า (EPS) แปรผันตามความเร็วพร้อมระบบปรับตำแหน่งด้วยไฟฟ้า 4 ทิศทาง หน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ขนาด 12.3 นิ้ว หน้าจอมัลติมีเดียขนาด 14.6 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ Coffee OS 0 ระบบเสียงรอบทิศทาง เบาะนั่งแถวที่ 3 ปรับพับด้วยไฟฟ้า รวมถึงระบบเชื่อมต่อรถผ่านแอปพลิเคชันที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบและควบคุมสถานะรถยนต์ได้ทุกที่ทุกเวลา รองรับทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว
  • ความปลอดภัยและความมั่นใจสูงสุดในทุกเส้นทาง
    NEW TANK 500 3.0T DIESEL มาพร้อมระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ ADAS Level 2 ที่ทำงานร่วมกับโครงสร้างตัวถังซึ่งใช้เหล็กกล้าแรงดึงสูงมากกว่า 75% เสริมด้วยกล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา และระบบความปลอดภัยรอบด้าน ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารในทุกสถานการณ์การเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในชีวิตประจำวัน การเดินทางกับครอบครัว หรือการผจญภัยในเส้นทางที่ท้าทายกว่าเดิม เพื่อมอบความอุ่นใจและความมั่นใจสูงสุดในทุกเส้นทางการขับขี่

NEW TANK 500 3.0T DIESEL จึงเป็นรถยนต์ที่ตอบโจทย์ทั้งสมรรถนะ ความสะดวกสบาย และความปลอดภัยในคันเดียว สำหรับผู้ที่ต้องการก้าวข้ามทุกข้อจำกัดของการเดินทางอย่างแท้จริง พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ทรงพลัง มั่นใจ และคุ้มค่าในทุกเส้นทาง ภายใต้แนวคิด “Power Beyond Limits – พลังที่เหนือทุกขีดจำกัด” อย่างสมบูรณ์แบบ

 

โดย NEW TANK 500 3.0T DIESEL มีให้เลือกทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ มาพร้อมตัวถัง 3 สี ได้แก่ สีดำ, สีขาว และสีเทา ด้วยราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ดังนี้

  • NEW TANK 500 3.0T DIESEL 2WD รุ่น ULTRA ราคา 1,669,000 บาท
  • NEW TANK 500 3.0T DIESEL 2WD รุ่น BLACK WARRIOR ราคา 1,699,000 บาท
  • NEW TANK 500 3.0T DIESEL 4WD รุ่น ULTRA ราคา 1,769,000 บาท
  • NEW TANK 500 3.0T DIESEL 4WD รุ่น BLACK WARRIOR ราคา 1,799,000 บาท

ทั้งนี้เป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นในการส่งมอบความคุ้มค่าให้แก่ลูกค้าชาวไทย และสอดรับกับแนวคิดของงาน BIG MOTOR SALE 2026 โดย GWM ยังมอบข้อเสนอพิเศษช่วงเปิดตัว (Early Bird) มูลค่ากว่า 50,000 บาท สำหรับลูกค้าที่จอง NEW TANK 500 3.0T DIESEL 4WD รุ่น ULTRA และ NEW TANK 500 3.0T DIESEL 4WD รุ่น BLACK WARRIOR ภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 พร้อมรับสิทธิ์เป็นเจ้าของในราคาพิเศษ ดังนี้

  • NEW TANK 500 3.0T DIESEL 4WD รุ่น ULTRA ราคา 1,719,000 บาท
  • NEW TANK 500 3.0T DIESEL 4WD รุ่น BLACK WARRIOR ราคา 1,749,000 บาท

NEW TANK 500 3.0T DIESEL ยังมาพร้อมการรับประกันคุณภาพรถใหม่ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร และการรับประกันเครื่องยนต์นานสูงสุด 8 ปี หรือ 1,000,000 กิโลเมตร (ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด) พร้อมตอกย้ำความอุ่นใจด้วยการรับประกันความพร้อมส่งอะไหล่ภายใน 7 วัน พร้อมการชดเชยด้วย GWM Point หากไม่สามารถส่งอะไหล่ได้ภายใน 7 วัน เพื่อส่งมอบประสบการณ์การให้บริการที่ครบวงจร ชัดเจน และเชื่อถือได้ในทุกมิติ

ทั้งนี้ เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้ที่ชื่นชอบการตกแต่งรถยนต์ GWM ยังนำเสนอ ชุดอุปกรณ์ตกแต่งแท้ (Body Kit) สำหรับ NEW TANK 500 3.0T DIESEL ที่ได้รับการออกแบบขึ้นโดยเฉพาะ เพื่อเสริมความโดดเด่นและเอกลักษณ์ของตัวรถให้มีความแข็งแกร่ง หรูหรา และทรงพลังยิ่งขึ้น ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า สเกิร์ตข้าง และสเกิร์ตหลัง ที่ช่วยเติมเต็มมิติการออกแบบให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นในทุกมุมมอง โดยเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้เลือกสรรเพื่อเติมเต็มเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในราคาสุดพิเศษ 37,990 บาท จากราคาปกติ 42,500 บาท สำหรับลูกค้าที่จองตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 นี้เท่านั้น

GWM จะเริ่มทยอยส่งมอบ NEW TANK 500 3.0T DIESEL รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) ให้กับลูกค้าได้ปลายเดือนกันยายน 2569 นี้เป็นต้นไป ในขณะที่รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ (2WD) จะเริ่มส่งมอบได้ในเดือนมกราคม 2570 เป็นต้นไป

สัมผัส NEW TANK 500 3.0T DIESEL ULTRA 4WD พร้อมยนตรกรรมอัจฉริยะครบทุกประเภทพลังงาน ครอบคลุมทั้ง GWM ORA 5 ในขุมพลัง HEV และ EV, GWM HAVAL H6, GWM TANK 300 DIESEL, GWM POER SAHAR DIESEL และ WEY G9 ได้ภายในงาน BIG MOTOR SALE 2026 ครั้งที่ 13 ณ บูธ GWM หมายเลข A05 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 21 – 30 สิงหาคม 2569 เวลา 12.00 – 21.00 น. (วันธรรมดา) และ 11.00 – 21.00 น. (วันเสาร์-อาทิตย์)

“PICK นิสสัน DEAL ใหญ่ไม่ต้องรอ” จัดเต็มข้อเสนอพิเศษงาน BIG Motor Sale 2026

0

นิสสัน ประเทศไทย จัดเต็มข้อเสนอพิเศษในงาน BIG Motor Sale 2026 “นิสสัน Deal ใหญ่ไม่ต้องรอ” เพื่อให้การเป็นเจ้าของรถยนต์นิสสันเป็นเรื่องง่าย และคุ้มค่ายิ่งขึ้น สำหรับลูกค้าที่มองหารถยนต์คันใหม่ ครอบคลุมทั้งรถยนต์นั่ง รถอเนกประสงค์ และรถกระบะ ภายใต้แคมเปญ โดยลูกค้าสามารถเลือกรับข้อเสนอดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0% หรือออกรถเริ่มต้นเพียง 5,555 บาท พร้อมส่วนลดเพิ่มเติมสูงสุด100,000 บาท  สำหรับเจ้าของรถนิสสันปัจจุบัน และสิทธิพิเศษมูลค่า 5,000 บาท สำหรับผู้แนะนำเพื่อนออกรถนิสสัน ทั้งผู้แนะนำ และลูกค้าใหม่

พิเศษยิ่งขึ้น! สำหรับลูกค้าที่จอง และออกรถยนต์ e-POWER ทุกรุ่นภายในงาน รับฟรี SAVE SAFE Gold Package แพ็กเกจเช็กระยะ และบำรุงรักษา 3 ปี เพื่อเพิ่มความคุ้มค่า และความอุ่นใจตลอดการใช้งาน

ภายในงาน ผู้เข้าชมสามารถสัมผัส และทดลองขับยนตรกรรมหลากหลายรุ่นจากนิสสัน นำโดยกลุ่มรถยนต์ e-POWER ได้แก่

นิสสัน คิกส์ e-POWER ใหม่ ครอสโอเวอร์ที่มอบประสบการณ์การขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% พร้อมเทคโนโลยี Nissan ProPILOT และ 360 Safety Shield

นิสสัน เอ็กซ์เทรล e-POWER พร้อม e-4ORCE ใหม่ ที่ผสานสมรรถนะ ความมั่นใจ และความสะดวกสบายสำหรับทุกคนในครอบครัว

นิสสัน เซเรน่า e-POWER รถครอบครัว MPV 7 ที่นั่ง ที่โดดเด่นด้วยห้องโดยสารกว้างขวาง และการขับขี่ที่เงียบ นุ่มนวล

มาซาโอะ สึสึมิ ประธาน นิสสัน ประเทศไทย และอาเซียน กล่าวว่า “BIG Motor Sale เป็นโอกาสสำคัญที่ลูกค้าจะได้ทดลองขับและสัมผัสเอกลักษณ์ของเทคโนโลยี e-POWER ซึ่งมอบประสบการณ์การขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% ที่ตอบสนองทันใจ เงียบ นุ่มนวล และประหยัดน้ำมัน เหมาะกับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน”

“นอกเหนือจากข้อเสนอพิเศษที่เรามอบให้ลูกค้าในงานปีนี้ เรายังต้องการให้ทุกคนได้สัมผัสแนวคิด ‘ชีวิตไปต่อ ไม่ต้องรอชาร์จ’ ซึ่งสะท้อนจุดเด่นของเทคโนโลยี e-POWER ที่มอบความรู้สึกแบบรถยนต์ไฟฟ้าจากการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% แต่ยังคงความสะดวกในการเติมน้ำมัน ช่วยให้ผู้ขับขี่เดินทางต่อได้ทันที และมีเวลามากขึ้นสำหรับสิ่งสำคัญในชีวิต”

ปัจจุบัน ผู้บริโภคให้คุณค่ากับ “เวลา” มากกว่าที่เคย ไม่ว่าจะเป็นเวลาสำหรับการทำงาน ครอบครัว หรือการพักผ่อนส่วนตัว นิสสันจึงพัฒนาเทคโนโลยี e-POWER เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ให้ความรู้สึกแบบรถยนต์ไฟฟ้า โดยไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้งานหรือวางแผนการชาร์จไฟ ทำให้ทุกการเดินทางสามารถดำเนินต่อได้อย่างราบรื่น และสะดวกสบาย

ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมบูทนิสสันภายในงาน BIG Motor Sale 2026 ระหว่างวันที่ 21-30 สิงหาคม 2569 ณ ไบเทค บางนา กรุงเทพฯ พร้อมทดลองขับยนตรกรรมรุ่นต่าง ๆ และรับข้อเสนอพิเศษภายในงาน

 

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ตอกย้ำผู้นำบริการหลังการขาย ส่งแคมเปญ “6 YEARS. MILE AFTER MILE.” มอบสิทธิพิเศษอัปเกรด BSI เป็น 6 ปี ตอบแทนความไว้วางใจลูกค้าตลอด 2 ทศวรรษ

0

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านบริการหลังการขาย เดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่แห่ง การดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เปิดตัวแคมเปญพิเศษ “6 YEARS. MILE AFTER MILE.” มอบสิทธิประโยชน์เหนือระดับเพื่อตอบแทนความไว้วางใจที่มีให้อย่างยาวนาน สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูในรุ่นที่กำหนด พร้อมทำสัญญาทางการเงินกับ บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม ถึง 30 กันยายน 2569 เมื่อเลือกซื้อแพ็กเกจบำรุงรักษา BMW Service Inclusive (BSI) Ultimate 5 ปี จะได้รับสิทธิพิเศษอัปเกรดความคุ้มครองเพิ่มเป็น 6 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร (BSI Ultimate Plus) โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม  ซึ่งนับเป็นการกลับมามอบความคุ้มค่าของแคมเปญสุดพิเศษนี้เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 6 ปี โดยการกลับมาในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสอันเหนือระดับสำหรับลูกค้าบีเอ็มดับเบิลยู ผ่านแพ็กเกจสิทธิประโยชน์ด้านการบำรุงรักษาและการรับประกันที่คัดสรรอย่างพิถีพิถัน เพื่อมอบความอุ่นใจ ความคุ้มค่า และความพึงพอใจในทุกการเดินทาง

กว่า 2 ทศวรรษที่ผ่านมา โปรแกรมบำรุงรักษา BMW Service Inclusive (BSI) ถือเป็นหัวใจสำคัญที่มอบความอุ่นใจและยกระดับประสบการณ์บริการหลังการขายให้กับลูกค้าบีเอ็มดับเบิลยูในประเทศไทย ช่วยให้เจ้าของรถสามารถวางแผนและควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างแม่นยำ ปัจจุบัน ลูกค้าบีเอ็มดับเบิลยูในไทย 9 ใน 10 ราย เลือกใช้แพ็กเกจ BSI Ultimate 5 ปี ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความเชื่อมั่นในคุณภาพและความคุ้มค่าที่ลูกค้าได้รับเสมอมา

คุณคริส จู ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “ความพึงพอใจและความอุ่นใจของลูกค้าคือหัวใจสำคัญในการดำเนินงานของบีเอ็มดับเบิลยู แคมเปญ ‘6 YEARS. MILE AFTER MILE.’ เกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูให้สมบูรณ์แบบและไร้รอยต่อยิ่งขึ้น ในสภาวะที่ลูกค้ามองหา
ความคุ้มค่าสูงสุด การขยายระยะเวลาบำรุงรักษา BSI ให้ยาวนานถึง 6 ปีเต็ม จะช่วยขจัดความกังวลใจเรื่องค่าใช้จ่ายด้าน การดูแลรักษาในระยะยาว ลูกค้าจึงสามารถเพลิดเพลินกับสุนทรียภาพในการขับขี่ได้อย่างเต็มที่ในทุก ๆ กิโลเมตร”

การขยายความคุ้มครองภายใต้แพ็กเกจ BSI เป็นเวลา 6 ปีเต็มนี้ ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานอย่างครอบคลุม โดยมอบความคุ้มค่าและประโยชน์สูงสุดใน 3 มิติหลัก ได้แก่

  • การควบคุมค่าใช้จ่ายและความอุ่นใจระยะยาวครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการเข้ารับบริการตามระยะทาง ด้วยอะไหล่แท้และช่างผู้เชี่ยวชาญจากบีเอ็มดับเบิลยู รวมถึงการเปลี่ยนชิ้นส่วนที่สึกหรอตามการใช้งาน เช่น ผ้าเบรก จานเบรก และใบปัดน้ำฝน
  • ความครอบคลุมที่เหนือกว่าในระบบขับเคลื่อนต่างๆครอบคลุมทั้งรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด คุ้มครองการตรวจสอบระบบและแบตเตอรี่แรงดันสูงตามกำหนดอย่างครบถ้วน
  • การรักษามูลค่ารถยนต์ในระยะยาวการมีประวัติเข้ารับบริการอย่างต่อเนื่องภายใต้โปรแกรม BSI จากศูนย์บริการอย่างเป็นทางการ เป็นการการันตีถึงมาตรฐานการดูแลรักษาที่สมบูรณ์แบบตามแบบฉบับของบีเอ็มดับเบิลยู ซึ่งจะช่วยรักษามูลค่าของตัวรถได้อย่างดีเยี่ยม พร้อมสร้างความมั่นใจสูงสุดให้กับผู้ครอบครองคนต่อไปในอนาคต

แคมเปญสุดพิเศษนี้ครอบคลุมรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูรุ่นยอดนิยมหลากหลายรุ่น อาทิ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3, ซีรีส์ 5, X3 และ X4 (เฉพาะรุ่น 330e M Sport, 520d M Sport, 530e M Sport, 320d, M340i, X3 20d และ X4) นอกจากสิทธิ์ในการอัปเกรด BSI เป็น 6 ปีแล้ว ลูกค้ายังจะได้รับข้อเสนอพิเศษทางการเงินสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้นเพียง 1.99% หรือเลือกรับสิทธิ์ผ่อนชำระต่อเดือนในอัตราต่ำพิเศษ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการเป็นเจ้าของ

ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญ “6 YEARS. MILE AFTER MILE.” รวมถึงเงื่อนไขของรถยนต์แต่ละรุ่นที่ร่วมรายการ ได้ที่ผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยูอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.bmw.co.th

 

Leapmotor สร้างสถิติใหม่! ยอดส่งมอบเดือนกรกฎาคมทะลุ 100,000 คัน โต 102% เดินหน้าสู่หนึ่งในแบรนด์ EV ที่เติบโตเร็วที่สุดของโลก

0

Leapmotor แบรนด์รถยนต์พลังงานไฟฟ้าจากประเทศจีน เดินหน้าสร้างสถิติใหม่กับยอดส่งมอบรถทั่วโลกในเดือนกรกฎาคม 2569 กว่า 101,267 คัน เพิ่มขึ้นถึง 102% เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม ในปี 2568 สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และการได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคในตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง

ยอดส่งมอบในเดือนกรกฎาคมถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของ Leapmotor ที่ทะลุไปถึงบ 100,000 คันภายใน  1 เดือน ส่งผลให้ Leapmotor กลายเป็น บริษัทสตาร์ทอัพรถยนต์ไฟฟ้ารายใหม่จากประเทศจีนรายแรกที่สามารถทำยอดส่งมอบได้เกิน 100,000 คันต่อเดือน ตอกย้ำศักยภาพของแบรนด์และสถานะหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ที่เติบโตเร็วที่สุดในอุตสาหกรรมยานยนต์

ขณะเดียวกัน ในเดือนกรกฎาคมยังเป็น เดือนที่ 5 ติดต่อกันที่ Leapmotor มียอดส่งมอบเติบโตเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า โดยเพิ่มขึ้น 8.45% จากยอดส่งมอบ 93,376 คันในเดือนมิถุนายน สะท้อนถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องของแบรนด์อีกด้วย

สำหรับช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 แบรนด์ Leapmotor มียอดส่งมอบรถยนต์ทั่วโลกรวมทั้งสิ้น 457,754 คัน เพิ่มขึ้น 68.42% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 สะท้อนถึงการขยายตัวของแบรนด์ทั้งในตลาดจีนและตลาดต่างประเทศ

 

เดินหน้าขยายพอร์ตโฟลิโอ เสริมความแข็งแกร่งในตลาดจีน

นอกเหนือจากการเติบโตด้านยอดส่งมอบแล้ว Leapmotor ยังคงเดินหน้าขยายและยกระดับผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในตลาดประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดหลักของแบรนด์ ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา Leapmotor ได้เปิดตัวรถยนต์รุ่นปรับโฉมใหม่ ได้แก่ C10, C11 และ C16 พร้อมเปิดตัว D99 รถยนต์ MPV รุ่นแรกของแบรนด์ เพื่อขยายทางเลือกให้ครอบคลุมความต้องการของผู้บริโภคในหลากหลายเซกเมนต์

ขณะที่ในเดือนกรกฎาคม Leapmotor ได้เปิดตัว B01 ซีดานรุ่นปรับโฉมใหม่ และ B10 SUV รุ่นปรับโฉมใหม่ โดยทั้งสองรุ่นมีรุ่นที่รองรับการเดินทางระยะไกล พร้อมเทคโนโลยีการชาร์จเร็วบนแพลตฟอร์ม 800V นอกจากนี้ Leapmotor ยังได้เปิดรับจองล่วงหน้าสำหรับ A05 รถยนต์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัดรุ่นใหม่ ซึ่งเตรียมเข้ามาแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กที่มีการแข่งขันสูงในประเทศจีน

 

ตอกย้ำการเติบโตของ Leapmotor ในตลาดรถยนต์พลังงานใหม่

การก้าวข้ามหลักไมล์ยอดส่งมอบ 100,000 คันต่อเดือน ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของ Leapmotor และสะท้อนถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของแบรนด์ในช่วงที่ผ่านมา ด้วยการขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และการขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ Leapmotor กำลังสร้างความแข็งแกร่งในฐานะหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์พลังงานใหม่จากจีนที่มีอัตราการเติบโตโดดเด่น และเดินหน้าสร้างการยอมรับในตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง

 

BENZ BKK ยกทัพ Mercedes-Benz บุก BIG MOTOR SALE 2026 จัดเต็มพื้นที่ 896 ตร.ม. กว่า 26 คัน ชู FLEX TO FIT YOU

0

BENZ BKK ตอกย้ำความแข็งแกร่งของเครือข่าย 3 โชว์รูม 3 มุมเมือง ได้แก่ บางนา วิภาวดี และกาญจนาภิเษก ยกทัพยนตรกรรม Mercedes-Benz ทั้งรถใหม่และ Mercedes-Benz Certified เข้าร่วมงาน BIG MOTOR SALE 2026 บนพื้นที่บูธ A01 ขนาดใหญ่ถึง 896 ตารางเมตร พร้อมจัดแสดงรถยนต์กว่า 26 คัน ครอบคลุมหลากหลายเซกเมนต์ ระหว่างวันที่ 21–30 สิงหาคม 2569 ณ BITEC บางนา

การเข้าร่วมงานครั้งนี้ต่อยอดความร่วมมือระหว่าง BENZ BKK และ BIG MOTOR SALE ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2017 หรือเกือบ 10 ปี โดยในปี 2025 BENZ BKK สามารถสร้างยอดจอง Mercedes-Benz ภายในงานรวม 178 คัน แบ่งเป็น Mercedes-Benz รถใหม่ 108 คัน และ Mercedes-Benz Certified 70 คัน

คุณอนุพล ลิขิตพฤกษ์ไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารยานยนต์ กลุ่มเบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลาเกือบ 10 ปีที่ BENZ BKK ร่วมเป็นพันธมิตรกับ BIG MOTOR SALE เราได้รับการตอบรับจากลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปีที่ผ่านมาเราสามารถสร้างยอดจอง Mercedes-Benz ได้รวม 178 คัน สำหรับปีนี้ เราจึงกลับมาด้วยความพร้อมที่มากยิ่งขึ้น ทั้งพื้นที่ 896 ตารางเมตร จัดแสดงรถยนต์กว่า 26 คัน และความพร้อมของ BENZ BKK ทั้ง 3 โชว์รูม เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัส เปรียบเทียบ และเลือก Mercedes-Benz ที่เหมาะกับตัวเองได้อย่างครบถ้วนภายในพื้นที่เดียว”

BENZ BKK พร้อมให้บริการลูกค้า Mercedes-Benz แบบครบวงจรผ่านเครือข่ายทั้ง 3 โชว์รูม ครอบคลุม ซื้อ • ขาย • ซ่อม • แลกเปลี่ยน พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญที่ดูแลลูกค้าตั้งแต่การเลือกรถไปจนถึงบริการหลังการขาย

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญสำหรับ Mercedes-Benz รถใหม่ ภายในงาน คือแนวคิด “FLEX TO FIT YOU | ยืดหยุ่นได้ในแบบคุณ” ซึ่งออกแบบประสบการณ์การเป็นเจ้าของ Mercedes-Benz ให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ตั้งแต่การวางแผนค่าใช้จ่ายไปจนถึงทางเลือกเมื่อสิ้นสุดสัญญา

รถยนต์รุ่นที่ร่วมรายการมีค่างวดเริ่มต้นประมาณ 27,000 บาทต่อเดือน* และระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุด 60 เดือน* พร้อมทางเลือกเมื่อสิ้นสุดสัญญาในรูปแบบ 3R ได้แก่ Return, Retain และ Refinance ตามเงื่อนไขที่กำหนด ซึ่งช่วยให้ลูกค้าสามารถกลับมาพิจารณาความต้องการและวางแผนการเป็นเจ้าของรถให้เหมาะกับชีวิตในอนาคตได้อีกครั้ง ข้อมูลอย่างเป็นทางการของ Mercedes-Benz ระบุว่า FLEX ครอบคลุม Mobility Solutions และผลิตภัณฑ์ภายใต้ StarChoice โดยข้อเสนอแตกต่างกันตามรุ่น เงินชำระส่วนแรก และเงื่อนไขสินเชื่อ

คุณตวงรัตน์ ลิขิตพฤกษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “FLEX ไม่ได้หมายถึงเพียงค่างวดที่ยืดหยุ่น แต่คือการออกแบบการเป็นเจ้าของ Mercedes-Benz ให้ยืดตามชีวิตของลูกค้า ลูกค้าไม่จำเป็นต้องตัดสินใจทุกอย่างตั้งแต่วันแรก แต่ยังสามารถเลือกอีกครั้งในอนาคตตามชีวิตและความต้องการในวันนั้น นี่คือความหมายของ FLEX TO FIT YOU – Your Mercedes-Benz. Your Way.”

อีกหนึ่งไฮไลต์ด้านผลิตภัณฑ์ภายในบูธคือ The new CLA 250+ Electric รถยนต์ไฟฟ้า 100% เจเนอเรชันใหม่ของ Mercedes-Benz พร้อมด้วยรถยนต์หลากหลายรุ่น ครอบคลุมทั้ง Sedan, SUV, Performance และรถยนต์พลังงานไฟฟ้า

สำหรับลูกค้าที่มองหาอีกหนึ่งทางเลือก BENZ BKK นำ Mercedes-Benz Certified รถผู้บริหารไมล์น้อย รถ Demo และรถยนต์ที่ผ่านมาตรฐาน Mercedes-Benz Certified มาจัดแสดงภายในงาน 14 คัน พร้อมสต็อกให้ลูกค้าเลือกอีกกว่า 100 คัน ครอบคลุมหลากหลายรุ่นและเซกเมนต์  Mercedes-Benz Certified ผ่านกระบวนการตรวจสอบคุณภาพกว่า 200 รายการ* พร้อม Warranty ตามเงื่อนไขที่กำหนด ช่วยเปิดทางเลือกให้ลูกค้าที่มีงบประมาณใกล้เคียงกัน สามารถพิจารณารถในเซกเมนต์ที่ใหญ่ขึ้นหรือเลือกรถที่มีออปชันมากขึ้นได้

พิเศษในเดือนสิงหาคม BENZ BKK นำเสนอแคมเปญ “Qingdao Exclusive Journey” สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถ Mercedes-Benz Certified ภายในเดือนสิงหาคม 2569 ตามเงื่อนไขที่กำหนด รับทริป กรุงเทพฯ – ชิงเต่า ประเทศจีน จำนวน 2 ที่นั่ง* พร้อมดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.89%* Warranty ตามเงื่อนไขของรถที่ร่วมรายการ และระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุด 84 เดือน*

นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์และบริการ BENZ BKK ยังเดินหน้าสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าภายใต้นโยบาย“The Unlimited Experience | ประสบการณ์ไร้ขีดจำกัด” โดยเตรียมมอบอีกหนึ่งประสบการณ์ระดับโลกให้กับสมาชิก BKK Family จาก BENZ BKK ทั้ง 3 โชว์รูม กับโอกาสร่วมสัมผัสการแข่งขัน Formula 1 Singapore Grand Prix 2026 ระหว่างวันที่ 10–12 ตุลาคม 2569 ณ ประเทศสิงคโปร์ สำหรับผู้โชคดีตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของกิจกรรม

แนวคิดดังกล่าวสะท้อนทิศทางการดูแลลูกค้าของ BENZ BKK ที่มองความสัมพันธ์กับลูกค้าให้ไกลกว่าวันส่งมอบรถ โดยเชื่อมโยงการเป็นเจ้าของ Mercedes-Benz เข้ากับประสบการณ์และกิจกรรมสำหรับ BKK Family อย่างต่อเนื่อง

สัมผัส Mercedes-Benz รถใหม่ และ Mercedes-Benz Certified พร้อมพูดคุยกับทีมผู้เชี่ยวชาญจาก BENZ BKK 3 โชว์รูม 3 มุมเมือง — บางนา • วิภาวดี • กาญจนาภิเษก ได้ที่  Booth A01 | BITEC บางนา  ระหว่างวันที่ 21–30 สิงหาคม 2569  จันทร์–ศุกร์ เวลา 12.00–21.00 น.  เสาร์–อาทิตย์ เวลา 11.00–21.00 น. หรือรับ แคมเปญและข้อเสนอเดียวกันภายในช่วงงาน ได้ที่ BENZ BKK ทั้ง 3 โชว์รูมใกล้คุณ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

  • BENZ BKK GROUP Hotline: 1449
  • BENZ BKK Bangna โทร. 02-745-2222
  • BENZ BKK Vipawadee โทร. 02-930-1888
  • BENZ BKK Kanchanapisek โทร. 02-764-4999
  • Mercedes-Benz Certified โทร. 0888-111-888

*เงื่อนไข รายละเอียดผลิตภัณฑ์ โปรแกรมทางการเงิน ของสมนาคุณ และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เป็นไปตามที่บริษัทฯ และผู้ให้บริการทางการเงินกำหนด

เอ็มจี สร้างสีสันในงาน BIG MOTOR SALE 2026 เปิดตัว MG IM5 EXCLUSIVE EDITION ลิมิเต็ด 50 คันในไทย

0

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย สร้างสีสันให้กับงาน BIG MOTOR SALE 2026 เปิดตัว MG IM5 EXCLUSIVE EDITION รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมรุ่นพิเศษ จำนวนจำกัดเพียง 50 คันในประเทศไทย โดดเด่นด้วยสีตัวถังใหม่ MORANDI PURPLE พร้อมห้องโดยสารแบบทูโทน ครีม-เทา ที่ผสานความหรูหราและความโดดเด่นอย่างลงตัว สะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัว และรสนิยมของผู้ครอบครองได้อย่างชัดเจน เสนอราคาจำหน่าย  1,499,900 บาท พร้อมรับชุดชงกาแฟ MOKA POT จากแบรนด์ BIALETTI รุ่นพิเศษ DOLCE & GABBANA และกาแฟคั่วสูตรพิเศษ MAVERICK LIMITED BLEND จาก REFILL COFFEE นอกจากนี้ เอ็มจี ยังมียนตรกรรมหลากหลายขุมพลังขับเคลื่อนที่มาพร้อมข้อเสนอพิเศษเพื่อมอบความคุ้มค่าให้กับลูกค้าที่จองซื้อรถภายในงานฯ ตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2569 – 31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา และรับข้อเสนอสุดพิเศษอีกมากมาย

การเปิดตัว MG IM5 EXCLUSIVE EDITION ครั้งนี้ เป็นการต่อยอดความสำเร็จของ MG IM5 รุ่น PREMIUM LONG RANGE ที่ได้รับความสนใจจากลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่ อีกทั้งยังกลายเป็นหนึ่งในยนตรกรรมในกลุ่มพรีเมียม อีวีที่มอบประสบการณ์การขับขี่ และการใช้งานรถอีวีที่แตกต่างไปจากเดิมด้วยคุณสมบัติของการเป็นอีวีซีดาน  ขับเคลื่อนล้อหลัง ให้กำลังสูงสุด 407 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 500 นิวตัน-เมตร เสริมด้วยโครงสร้าง IM DIGITAL CHASSIS ที่ช่วยยกระดับเสถียรภาพให้การขับขี่แม่นยำมากขึ้น ควบคุมได้ง่ายขึ้น แบตเตอรี่ความจุ 100 kWh ที่พัฒนาร่วมกับแบรนด์ชั้นนำอย่าง CATL มอบระยะทางการขับขี่สูงสุดถึง 860 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC) ผสานการทำงานกับสถาปัตยกรรมไฟฟ้าแรงดันสูง 800 โวลต์ รองรับการชาร์จแบบกระแสตรงสูงสุด 396 kW โดยสามารถชาร์จจาก 10% ถึง 80% ได้ในเวลาน้อยกว่า 18 นาที* พร้อมระบบระบายความร้อนแบตเตอรี่ที่ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ช่วยเสริมความมั่นใจในทุกการใช้งาน โดยเฉพาะ
การเดินทางระยะไกล

*ระยะเวลาในการชาร์จ ขึ้นอยู่กับระดับแบตเตอรี่คงเหลือและกำลังของเครื่องอัดประจุไฟฟ้า

นายฉัตวิทัย ตันตราภรณ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การมาของ MG IM5 EXCLUSIVE EDITION ที่ผ่านการยกระดับความโดดเด่น และเพิ่มเติมเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยสีม่วงเฉดใหม่ MORANDI PURPLE ปรับเปลี่ยนบรรยากาศภายในห้องโดยสารให้มีความพรีเมียมมากขึ้นด้วยโทนสีครีม-เทา แบบทูโทน มอบความรู้สึกที่เรียบง่าย และผ่อนคลายตลอดการเดินทาง เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้กับลูกค้าที่ต้องการความเอ็กซ์คลูซีฟ ตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์ที่สะท้อนตัวตน และไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างของตน โดย เอ็มจี พร้อมส่งมอบ MG IM5 EXCLUSIVE EDITION ให้ถึงมือลูกค้าที่จับจองความเอ็กซ์คลูซีฟนี้โดยเร็วที่สุด นอกจากโมเดลไฮไลท์อย่าง MG IM5 EXCLUSIVE EDITION แล้ว เอ็มจี ยังได้นำรถยนต์หลากหลายรูปแบบการขับเคลื่อนมาให้สัมผัส และทดลองขับขี่ อีกทั้งรถยนต์ไฟฟ้าทุกรุ่นยังมาพร้อม EV LIFETIME WARRANTY และข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองซื้อภายในงานฯ”

อีกหนึ่งความเอ็กซ์คลูซีฟที่ เอ็มจี เตรียมมอบให้กับลูกค้า MG IM ภายในงาน BIG MOTOR SALE 2026 กับการได้ลิ้มลองเครื่องดื่มเมนูพิเศษจากร้าน REFILL COFFEE หนึ่งในพันธมิตรของ เอ็มจี เพียงลูกค้า MG IM แสดง ความเป็นเจ้าของรถ MG IM ผ่าน แอปพลิเคชัน MG THAILAND สามารถเลือกรับเครื่องดื่มเมนูพิเศษประจำเดือนสิงหาคม 2569 อย่าง AMERIGANO MAVERICK LIMITED BLEND หรือ BAKER STREET COFFEE รวมถึงการได้เป็นลูกค้ากลุ่มแรกที่ได้ลิ้มลองเมนูใหม่ล่าสุดที่แนะนำครั้งแรกในงานฯ อย่าง MORANDI PURPLE โดยเมนูพิเศษทั้งหมดนี้มีให้บริการเฉพาะวันศุกร์ – อาทิตย์ เท่านั้น และมีจำนวนจำกัด

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจี ได้ที่

 

Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand

 

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยกโชว์รูมบุกงาน BIG MOTOR SALE 2026! ชวนสัมผัสทัพยนตรกรรมหลากหลาย นำโดย “มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี”

0

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ยกขบวนยนตรกรรมหลากหลายรุ่นลุยงาน BIG MOTOR SALE 2026 ตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในฐานะ “แบรนด์ที่ช่วยยกระดับและเติมเต็มการใช้ชีวิต” ผ่านยานยนต์คุณภาพที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ นำโดยไลน์อัปรถยนต์ไฮบริดอย่าง มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ใหม่ พร้อมฉลองความสำเร็จครั้งใหญ่ของทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต หลังคว้าแชมป์ประเภทโอเวอร์ออลสมัยที่ 2 ติดต่อกัน ในการแข่งขันเอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ 2026 หรือ เอเอ็กซ์ซีอาร์ 2026 ด้วยบัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 10,000 บาท สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถยนต์ มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ ยกสูง พร้อมโปรแรง “ดอกเบี้ย 0%” และข้อเสนอพิเศษมากมายให้ลูกค้าที่ตัดสินใจเป็นเจ้าของรถยนต์มิตซูบิชิภายในงานนี้โดยเฉพาะ

มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “มิตซูบิชิ มอเตอร์ส นำประสบการณ์และองค์ความรู้ที่สั่งสมจากสนามมอเตอร์สปอร์ตมาต่อยอดในการพัฒนารถยนต์ที่ผลิตเพื่อจำหน่ายจริงอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการทำงานร่วมกันของทีมวิจัยและพัฒนาระหว่างประเทศ เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงที่ตอบรับทุกรูปแบบของการใช้ชีวิต รวมถึงแนวคิด MITSUBISHI e:MOTION ในกลุ่มรถยนต์ไฮบริด ซึ่งผสานการทำงานของระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ (7 Drive Mode) และระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control – AYC) เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้สนุก ปลอดภัย และสะดวกสบาย ให้ลูกค้าทุกคนได้ ‘Enjoy The Ride จอยได้ทุกเส้นทาง’ อย่างเต็มที่ในแบบของตัวเอง โดยในงาน BIG MOTOR SALE 2026 เราได้นำ ยานยนต์หลากหลายรุ่นมาจัดแสดงให้ได้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิด พร้อมข้อเสนอพิเศษมากมาย ให้ทุกคนได้เป็นเจ้าของรถยนต์มิตซูบิชิคันที่ใช่ง่ายยิ่งขึ้น”

รถยนต์ไฮไลต์ภายในบูธมิตซูบิชิ มอเตอร์ส นำโดย มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี รถยนต์คอมแพกต์เอสยูวีฟูลไฮบริดรุ่นล่าสุด ที่กวาดยอดขายสะสมไปแล้วกว่า 13,500 คันทั่วประเทศ ด้วยดีไซน์ที่เรียบหรูแต่ทรงพลัง สะท้อนตัวตนที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร พร้อม 3 เทคโนโลยีล้ำสมัย รวมไปถึงช่วงล่างและระบบกันสะเทือนที่ได้รับการพัฒนาและทดสอบบนถนนเมืองไทยกว่า 100,000 กิโลเมตร ทำให้รถยนต์รุ่นนี้สามารถมอบประสบการณ์ “Xperience the Force” ที่ให้ทั้งความสนุกในการขับขี่ ความสะดวกสบาย และความมั่นใจสไตล์คนเมืองได้อย่างลงตัว ทั้งนี้ เพื่อยกระดับประสบการณ์ให้ “Xperience the Joy” ยิ่งขึ้น ผู้ที่ทำการจอง รับรถยนต์ และลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน M-Drive ตั้งแต่วันนี้ – 31 สิงหาคม 2569 รับฟรี! บ็อกซ์เซต “XFORCE HEV x JIRAYU KOO” ไลฟ์สไตล์ไอเทมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ประกอบด้วย หมอนผ้าห่ม กระบอกน้ำเก็บความเย็น และกระเป๋าผ้า ที่พร้อมเติมสีสันความจอยตลอดการเดินทาง

อีกหนึ่งไฮไลต์สำหรับครอบครัวยุคใหม่ที่ต้องการขยายพื้นที่ชีวิตให้กว้างกว่าเดิม ได้แก่ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ใหม่ รถครอบครัวอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ที่มาด้วยดีไซน์ภายนอกและภายในที่สปอร์ตพรีเมียมยิ่งขึ้น ห้องโดยสารกว้างขวางพร้อมเบาะปรับพับได้หลายรูปแบบ เสริมความสบายใจด้วยถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง และเทคโนโลยีความปลอดภัย Diamond Sense ครอบคลุม 360 องศา ให้ทุกคนในครอบครัวได้ออกไปสร้างโมเมนต์ดี ๆ ร่วมกันในทุกทริปได้อย่างสบายใจไร้กังวล

นอกจากนี้ รถยนต์ไฮบริดทั้งสามรุ่นยังมาพร้อม “โปรแกรมขยายระยะเวลาการรับประกัน” ที่ให้การคุ้มครองคุณภาพรถยนต์สูงสุด 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (จากเดิม 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร) และการรับประกันระบบไฮบริดสูงสุด 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (จากเดิม 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง) ขณะที่แบตเตอรี่ขับเคลื่อนไฮบริดยังคงได้รับการรับประกันนาน 10 ปี ตามเงื่อนไขการรับประกันเดิม ครอบคลุมทั้งลูกค้าใหม่และลูกค้าปัจจุบัน ให้ทุกการใช้งานอุ่นใจยิ่งกว่าเคย

ผู้ที่สนใจสามารถมาร่วมสัมผัสทัพยนตรกรรมคุณภาพจากมิตซูบิชิ พร้อมรับโปรแรง “ดอกเบี้ย 0%” และข้อเสนอพิเศษสุดคุ้มอีกมากมาย ได้ที่บูธมิตซูบิชิ มอเตอร์ส (A11) ภายในงาน BIG MOTOR SALE 2026 ณ ฮอลล์ EH 101-104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ระหว่างวันที่ 21-30 สิงหาคม 2569 หรือที่โชว์รูม มิตซูบิชิทั่วประเทศ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และนัดหมายทดลองขับรถยนต์มิตซูบิชิได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th หรือมิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ โทร. 02-079-9500 ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ที่ www.facebook.com/MitsubishiMotorsTH

 โปรโมชันรถยนต์มิตซูบิชิ งาน BIG MOTOR SALE 2026

รุ่นรถยนต์ โปรโมชัน
เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ·      เลือกรับ ข้อเสนอดอกเบี้ย 0% (ทุกรุ่น)(1)

·      เลือกรับ บัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 10,000 บาท (ทุกรุ่น)(1)

·      รับฟรี ประกันคุณภาพรถ นาน 7 ปี  หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)

พร้อมค่าแรงเช็กระยะ นาน 5 ปี(2)

·      รับฟรี ประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

และ ประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อนไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง(2)

·      เลือกรับ แพ็กเกจบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)(1)

·      รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 1 ปี(1)

·      ครอบครัวมิตซูบิชิ รับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท ผ่าน M-Drive(1)

เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี ใหม่

และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส

เอชอีวี ใหม่

·      เลือกรับ ข้อเสนอดอกเบี้ย 0% (ทุกรุ่น)(1)

·      รับฟรี ประกันคุณภาพรถ นาน 7 ปี  หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)

พร้อมค่าแรงเช็กระยะ นาน 5 ปี(2)

·      รับฟรี ประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

และ ประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อนไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง(2)

·      เลือกรับ แพ็กเกจบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)(1)

·      รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 1 ปี(1)

·      ครอบครัวมิตซูบิชิ รับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท ผ่าน M-Drive(1)

ปาเจโร สปอร์ต จีที ใหม่ ·      เลือกรับ ข้อเสนอดอกเบี้ย 0.99%(1)

·      เลือกรับ สิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 70,000 บาท ข้อเสนอสุดเอ็กซ์คลูซีฟ จำกัดเพียง
200 คันทั่วประเทศ(1)

·      ราคาเพียง 1,139,000 บาท(1)

·      รับฟรี ประกันคุณภาพ นาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)

·      พร้อมค่าแรงเช็กระยะ นาน 5 ปี(1)

·      รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 1 ปี(1)

แอททราจ ใหม่ ·      เลือกรับ ข้อเสนอดอกเบี้ย 0%(1)

·      รับฟรี ประกันคุณภาพ นาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)

พร้อมค่าแรงเช็กระยะ นาน 5 ปี(1)

·      รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 1 ปี(1)

ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ ยกสูง ·      เลือกรับ ข้อเสนอดอกเบี้ย 0%(1)

·      ฉลองแชมป์ AXCR 2 สมัยซ้อน! เลือกรับ บัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 10,000 บาท

(สำหรับ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ ยกสูง เท่านั้น)(1)

·      รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 1 ปี(1)

·      รับฟรี ประกันคุณภาพ นาน 5 ปี  หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)

พร้อมค่าแรงเช็กระยะ นาน 5 ปี(1)

·      เลือกรับ แพ็กเกจบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)(1)

·      ครอบครัวมิตซูบิชิ รับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท ผ่าน M-Drive(1)

ไทรทัน เมกะ แค็บ ตัวเตี้ย ·      เลือกรับ ข้อเสนอดอกเบี้ย 0.99%(1)

·      ราคาเพียง 649,000 บาท(1)

·      รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 1 ปี(1)

·      รับฟรี ประกันคุณภาพ นาน 5 ปี  หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)

พร้อมค่าแรงเช็กระยะ นาน 5 ปี(1)

 

  • เงื่อนไขและรายละเอียดเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด หลักเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
  • เงื่อนไขการรับสิทธิ์ขยายเวลาการรับประกันคุณภาพ รวมสูงสุดเป็น 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) และการรับประกันระบบไฮบริดรวมสูงสุด 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง ทั้งนี้ ลูกค้าต้องนำรถยนต์เข้ารับบริการบำรุงรักษาตามระยะที่กำหนด และเป็นไปตามเงื่อนไขในสมุดรับบริการและคู่มือการใช้รถ รวมถึงเป็นไปตามเงื่อนไขการรับประกันของบริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

ยามาฮ่าจัดเต็มโปรโมชัน BIG MOTOR SALE 2026 มอบสิทธิพิเศษสูงสุดกว่า 100,000 บาท พร้อมขนทัพรถจักรยานยนต์ครบทุกเซ็กเมนต์ร่วมงาน

0

บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ร่วมเปิดประสบการณ์การขับขี่ในงาน Bangkok International Grand Motor Sale 2026 (BIG MOTOR SALE 2026) ด้วยการขนทัพรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าครบทุกเซ็กเมนต์ พร้อมจัดเต็มข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าที่กำลังมองหารถจักรยานยนต์คันใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “YAMAHA UNIQUE ME แตกต่างอย่างมีสไตล์ในแบบที่เป็นคุณ” ที่สะท้อนตัวตนและอิสระในการใช้ชีวิตของผู้ขับขี่ในทุกสไตล์

ไฮไลท์สำคัญภายในงาน คือโปรโมชันสุดคุ้มสำหรับรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าหลากหลายรุ่น ทั้งกลุ่มรถออโตเมติกยอดนิยมและบิ๊กไบค์ระดับพรีเมียม โดยลูกค้าจะได้รับสิทธิประโยชน์พิเศษ ทั้ง Gift Voucher บัตรเติมน้ำมัน ของสมนาคุณ และประกันภัยชั้น 1 รวมมูลค่าสูงสุดกว่า 100,000 บาท

สำหรับกลุ่มรถจักรยานยนต์ออโตเมติก และรถใช้งานในชีวิตประจำวัน ยามาฮ่าจัดข้อเสนอพิเศษสำหรับรุ่นยอดนิยม อาทิ XMAX รับ Gift Voucher มูลค่า 10,000 บาท, NMAX Tech MAX รับ Gift Voucher มูลค่า 5,000 บาท, NMAX รับ Gift Voucher มูลค่า 3,000 บาท รวมถึง FAZZIO, GRAND FILANO HYBRID, FINN และ PG-1 รับฟรีบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 1,000 บาท รวมถึง PG-1 SPECIAL EDITION OUTDOOR FASHION รับฟรี หมวกกันน็อก PG-1 มูลค่า 2,000 บาท ภายในงาน

ขณะที่กลุ่มรถบิ๊กไบค์ ยามาฮ่าจัดเต็มสิทธิประโยชน์เพื่อเอาใจสายขับขี่ตัวจริง นำโดย XSR900 และ MT-09 รับฟรี Gift Voucher มูลค่าสูงสุดถึง 100,000 บาท พร้อมประกันภัยชั้น 1 รวมถึงข้อเสนอพิเศษสำหรับรถในตระกูล MT-Series, R-Series, Tracer Series, Tenere 700 และ TMAX ที่มาพร้อมสิทธิประโยชน์สุดคุ้มเฉพาะภายในงาน

ภายในบูท ยังพบกับรถจักรยานยนต์รุ่นไฮไลต์ที่ได้รับความสนใจจากผู้ใช้งานทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็น New Yamaha R7 ซูเปอร์สปอร์ตคลาสกลางที่ถ่ายทอด DNA จากสนามแข่งสู่การใช้งานจริง, Yamaha NMAX ที่มาพร้อมเทคโนโลยี YECVT และ Yamaha PG-1 รถจักรยานยนต์ไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์ทั้งการขับขี่ในเมืองและการออกไปค้นหาประสบการณ์ใหม่ ๆ

นอกจากนี้ ยามาฮ่ายังนำเสนอ Yamaha Genuine Accessories, อะไหล่ตกแต่งแท้จากยามาฮ่า และ Yamaha Apparel Collection เพื่อเติมเต็มไลฟ์สไตล์การขับขี่ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น โดยภายในงานมีโปรโมชันพิเศษสำหรับสินค้าไลฟ์สไตล์ เสื้อผ้า และเครื่องแต่งกายยามาฮ่าลดสูงสุด 50% พร้อมอุปกรณ์ตกแต่งและหมวกกันน็อกลดสูงสุด 30%

และลูกค้า Yamaha Smart Rewards แลกคะแนนผ่านแอป รับโค้ดส่วนลด 200 บาท เมื่อซื้อสินค้าในรายการที่ร่วมแคมเปญครบ 400 บาทขึ้นไป สามารถใช้สิทธิ์ได้ทั้งที่ บูทยามาฮ่าในงาน Big Motor Sales และ Yamaha Online

พิเศษยิ่งขึ้น สำหรับผู้ที่จองหรือออกรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าภายในงาน รับทันทีคูปองส่วนลดสำหรับซื้อสินค้า Yamaha Apparel และ Yamaha Genuine Accessories ภายในบูท รวมถึงข้อเสนอพิเศษสำหรับ Yamaha Performance Damper พร้อมรับฟรี Racing Bear Limited Edition จำนวนจำกัด

ผู้สนใจสามารถร่วมสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ในแบบของตัวเองได้ที่บูท “YAMAHA UNIQUE ME แตกต่างอย่างมีสไตล์ในแบบที่เป็นคุณ” ภายในงาน BIG MOTOR SALE 2026 ระหว่างวันที่ 21 – 30 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา Hall EH100-104 บูท A22

ติดตามข้อมูลข่าวสารและกิจกรรมของรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าได้ที่ www.yamaha-motor.co.th และ Facebook : Yamaha Society Thailand พร้อมรับข่าวสาร สิทธิพิเศษ และร่วมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟผ่าน LINE Official Account Yamaha Society TH โดยค้นหา @yamahasociety และกดเพิ่มเพื่อน หรือสมัครได้ง่าย ๆ ผ่านแอปพลิเคชัน LINE เพื่อไม่พลาดทุกกิจกรรมพิเศษจากยามาฮ่า

“ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต” ผงาดคว้าแชมป์สมัยที่ 2 ติดต่อกัน ในศึกการแข่งขัน เอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ 2026

0
ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต 1

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น (มิตซูบิชิ มอเตอร์ส) ประกาศชัยชนะ ครั้งยิ่งใหญ่ ของทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต ภายใต้การสนับสนุนด้านเทคนิคจากมิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศญี่ปุ่น) หลังคว้าแชมป์ประเภทโอเวอร์ออลในการแข่งขันเอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ 2026 หรือ เอเอ็กซ์ซีอาร์ 2026 ซึ่งจัดขึ้นในประเทศไทยเมื่อวันที่ 9-15 สิงหาคมที่ผ่านมา ด้วยรถกระบะไทรทัน1 จำนวน 3 คัน (รุ่น T1 หรือรถยนต์ ครอสคันทรีประเภทดัดแปลง) โดยความสำเร็จครั้งนี้ยังถือเป็นการรักษาแชมป์ประเภทโอเวอร์ออลได้เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน พร้อมจารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ เมื่อคู่หูนักแข่งและผู้นำทางสัญชาติญี่ปุ่นขึ้นครองตำแหน่งสูงสุดในประเภทโอเวอร์ออลได้เป็นครั้งแรก

ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต 2

การแข่งขันครั้งนี้มีระยะทางรวมทั้งหมด 2,145.19 กิโลเมตร โดยมีระยะทางช่วงสเปเชียลสเตจ (SS)2 อยู่ที่ 921.80 กิโลเมตร ซึ่ง คัตสึฮิโกะ ทากูชิ คว้าชัยชนะประเภทโอเวอร์ออลด้วยเวลารวม 12 ชั่วโมง 58 นาที 20 วินาที ในขณะที่ คาสุโตะ โคอิเดะ จบการแข่งขันในอันดับที่ 27 ตามด้วย ชยพล โยธา ในอันดับที่ 36 ของประเภทโอเวอร์ออล

การแข่งขัน เอเอ็กซ์ซีอาร์ ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 31 ในปีนี้ เป็นแรลลี่ครอสคันทรีระดับตำนานของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยประเทศไทยเป็นสนามหลักและเป็นสถานที่จัดการแข่งขันเพียงแห่งเดียวในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ด้วยเส้นทางป่าทึบ และพื้นที่เกษตรกรรมที่มีสภาพภูมิประเทศคล้ายคลึงกันจนอาจทำให้หลงทางได้ง่าย ไปจนถึงเส้นทางที่เต็มไปด้วยก้อนหินขนาดใหญ่ จุดข้ามลำน้ำที่ยากต่อการประเมินแนวทางการขับขี่ ตลอดจนร่องโคลนที่ลึกและลื่น ประกอบกับสภาพอากาศร้อนชื้น ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นความท้าทายอันหฤโหดสำหรับทั้งนักแข่ง ทีมงาน และตัวรถ ที่ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต สามารถฝ่าฟันจนคว้าแชมป์ประเภทโอเวอร์ออลมาครองได้ ท่ามกลางคู่แข่งมากฝีมือในศึกแรลลี่ที่ความสำเร็จต้องอาศัยทั้งทักษะด้านการขับขี่ ความเชี่ยวชาญในการนำทาง และการทำงานร่วมกันเป็นทีม แม้ปัจจัยเรื่องโชคจะมีส่วนชี้ชะตาในการแข่งขันด้วยก็ตาม

ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต 3

การแข่งขัน เอเอ็กซ์ซีอาร์ 2026 เปิดฉากขึ้นด้วยพิธีเปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการ ณ Walking Street เมืองพัทยา
เมืองท่องเที่ยวชายทะเลทางฝั่งตะวันออกของประเทศไทย ก่อนที่สเปเชียลสเตจแรกจะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 10 สิงหาคม โดย Leg 1 มุ่งหน้าขึ้นเหนือจากเมืองพัทยาสู่จังหวัดปราจีนบุรี ผ่านสวนยูคาลิปตัสและสวนยางพารา ซึ่งฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทำให้เกิดน้ำท่วมขังสูงในหลายจุดจนมีสภาพราวกับแม่น้ำ นับเป็นหนึ่งในความท้าทายอันเป็นเอกลักษณ์ของการแข่งขัน

การแข่งขัน Leg 2 เคลื่อนขบวนไปทางทิศตะวันตกจากปราจีนบุรีไปยังนครสวรรค์ โดยระยะทางของสเปเชียล
สเตจถูกปรับทอนลงมาอย่างมากจาก 145.67 กิโลเมตร เหลือเพียง 67.32 กิโลเมตร เนื่องจากมีการกำหนดให้ใช้พื้นที่ฝึกซ้อมทางทหารบนเส้นทางการแข่งขัน อย่างไรก็ตาม สเตจนี้ยังคงเต็มไปด้วยความท้าทายในช่วงทางขึ้นเขาที่ขับเคี่ยวได้ยาก ขณะที่ Leg 3 เป็นเส้นทางแบบวนรอบจากนครสวรรค์ผ่านพื้นที่เพาะปลูกทางภาคเหนือก่อนวกกลับเข้าสู่ตัวเมืองอีกครั้ง ผ่านทุ่งนาและคลองชลประทานรายล้อมตลอดทาง รวมถึงถนนในท้องไร่และลำน้ำที่ดูคล้ายคลึงกันเป็นจำนวนมาก ทำให้ Leg นี้กลายเป็นบททดสอบทักษะการนำทางของผู้แข่งขันอย่างหนักหน่วง

ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต 4

Leg 4 มุ่งหน้าขึ้นเหนือต่อจากนครสวรรค์สู่กำแพงเพชรบนเส้นทางพาดผ่านผืนป่าและชุมชนชนบท ก่อนเข้าสู่ถนน
ในไร่ที่คดเคี้ยวผ่านไร่มันสำปะหลังและไร่อ้อย พร้อมช่วงทำความเร็วสูงหลายจุด จากนั้นใน Leg 5 บรรดานักแข่ง
ได้เดินทางสู่พิษณุโลกซึ่งโดดเด่นด้วยทัศนียภาพธรรมชาติอันกว้างใหญ่ โดยครึ่งแรกของสเตจเป็นเส้นทางป่าที่แคบและวกวนรอบอ่างเก็บน้ำ ขณะที่ครึ่งหลังเป็นทางลูกรังทอดยาวเลียบแนวลำน้ำ

ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต 5

สำหรับ Leg 6 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการแข่งขัน มีระยะทางสเปเชียลสเตจเพียง 58.62 กิโลเมตร ทำให้ Leg 5 กลายเป็นช่วงชี้ขาดที่สำคัญของการคว้าตำแหน่งชนะเลิศในประเภทโอเวอร์ออล โดยสเตจสุดท้ายยังคงแข่งขัน
ในพิษณุโลกบนเส้นทางตัดผ่านภูมิประเทศแบบภูเขาก่อนมุ่งหน้ากลับเข้าสู่ตัวเมืองเพื่อเข้าเส้นชัย ด้วยระดับความสูงที่มากกว่าสเตจอื่น ๆ ประกอบกับเส้นทางที่เต็มไปด้วยหลุมและร่องลึกจำนวนมาก ซึ่งอาจทำให้รถพลิกคว่ำได้แม้ในช่วงสั้น ๆ จึงเป็นสเตจที่นักแข่งไม่สามารถประมาทได้จนกว่าจะผ่านเส้นชัยในช่วงสุดท้าย

ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต 6

ไฮไลต์ผลงานของทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต

คัตสึฮิโกะ ทากูชิ ออกสตาร์ตได้อย่างยอดเยี่ยมใน Leg 1 ด้วยการรักษาเวลาที่เสียไปให้น้อยที่สุด แม้คู่แข่ง
หลายรายที่ออกตัวไปก่อนในช่วงแรกจะหลุดออกนอกเส้นทาง พร้อมรีดสมรรถนะการขับขี่แบบครอสคันทรี
อันโดดเด่นของรถกระบะไทรทัน ในการรับมือกับทางน้ำและแอ่งน้ำขนาดใหญ่ที่เกิดจากฝนตกหนัก โดย คัตสึฮิโกะ ทากูชิ จบการแข่งขันสเตจแรกในอันดับที่ 3 ของตารางคะแนนรวม ก่อนทำเวลาสเปเชียลสเตจได้เร็วที่สุดใน Leg 3 และขยับขึ้นเป็นผู้นำประเภทโอเวอร์ออล แม้ในขณะนั้นจะมีเวลานำอันดับที่ 2 เพียง 8 วินาที แต่ คัตสึฮิโกะ ทากูชิ และ ทาคาฮิโระ ยาสุอิ ยังคงรักษาความได้เปรียบและค่อย ๆ ขยายช่องว่างจากคู่แข่งด้วยการขับขี่อย่างมีวินัยบนเส้นทางที่ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจหมายถึงการสูญเสียตำแหน่งผู้นำ

ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต 7

เมื่อจบ Leg 5 ซึ่งเป็นสเตจที่มีระยะทางยาวที่สุดของการแข่งขัน ทั้งคู่สามารถทิ้งห่างคู่แข่งได้มากกว่า 5 นาที โดยในวันสุดท้าย ทั้งสองเลือกใช้กลยุทธ์การขับขี่อย่างรัดกุม หลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่ไม่จำเป็น และนำรถเข้าเส้นชัยได้อย่างปลอดภัย ด้วยการบริหารช่องว่างจากคู่แข่งอย่างรอบคอบ ทำให้ คัตสึฮิโกะ ทากูชิ และ ทาคาฮิโระ ยาสุอิ สามารถคว้าแชมป์ประเภทโอเวอร์ออลของการแข่งขัน เอเอ็กซ์ซีอาร์ เป็นครั้งแรก ด้วยเวลาที่เร็วกว่าอันดับที่ 2 ถึง 2 นาที 25 วินาที พร้อมพาทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต คว้าแชมป์การแข่งขัน เอเอ็กซ์ซีอาร์ เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน

ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต 8

ด้าน คาสุโตะ โคอิเดะ นักแข่งซึ่งเป็นผู้ทดสอบรถยนต์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศญี่ปุ่น) และลงแข่งเอเอ็กซ์ซีอาร์ เป็นครั้งที่ 3 ต้องเผชิญอุปสรรคตั้งแต่ออกสตาร์ต เมื่อรถติดหล่มในคูข้างทางระหว่าง Leg 1 ส่งผลให้โดนลงโทษจากการทำเวลาเกินกำหนด อย่างไรก็ตาม คาสุโตะ โคอิเดะ สามารถกลับมาทำผลงานได้เป็นอย่างดีในสเตจที่เหลือ พร้อมทำหน้าที่สนับสนุนทั้ง คัตสึฮิโกะ ทากูชิ และ ชยพล โยธา ควบคู่ไปกับการพัฒนาความเร็วของตัวเองอย่างต่อเนื่อง โดย คาสุโตะ โคอิเดะ ทำเวลาได้เป็นอันดับ 8 ในสเปเชียลสเตจที่ 5 และลงแข่งครบทุกสเปเชียลสเตจ ก่อนจบการแข่งขันด้วยอันดับที่ 27 ในประเภทโอเวอร์ออล

ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต 10

 

ส่วนแชมป์เก่าอย่าง ชยพล โยธา ต้องพบกับปัญหายางรั่วในช่วงเส้นทางหินของ Leg 2 ทำให้เสียเวลาไปกับ
การเปลี่ยนยาง ก่อนเร่งทำอันดับกลับคืนมาและขยับขึ้นสู่อันดับที่ 6 ของประเภทโอเวอร์ออลใน Leg 3 แต่ในช่วงครึ่งหลังของ Leg 4 ต้องพบกับอุปสรรคอีกครั้ง เมื่อรถกระแทกเข้าที่ด้านท้ายขวา จนต้องเปลี่ยนยางเป็นครั้งที่ 2 ก่อนจะเกิดปัญหาเครื่องยนต์ตามมาในช่วงครึ่งแรกของ Leg 5 ท่ามกลางอุปสรรคและบทลงโทษด้านเวลา ชยพล โยธา ยังคงสามารถนำรถเข้าเส้นชัยได้สำเร็จ และจบการแข่งขันในอันดับที่ 36 ของประเภทโอเวอร์ออล

ความคิดเห็นจากทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต

ฮิโรชิ มาซูโอกะ ผู้อำนวยการทีม

“ผมรู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่นักแข่งและผู้นำทางชาวญี่ปุ่นสามารถคว้าชัยชนะในการแข่งขันรายการนี้ได้เป็น
ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ การแข่งขันในปีนี้เป็นการต่อสู้กันอย่างสูสีตั้งแต่เริ่มต้น และยากที่จะคาดเดาได้ว่าใครจะเป็นผู้คว้าชัยชนะในท้ายที่สุด ผมเชื่อว่าความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นจากความมุ่งมั่นและการทำงานเป็นทีมอย่างเต็มที่ของสมาชิกทีมทุกคน มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้นำประสบการณ์ที่สั่งสมจากการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตภายใต้สภาวะสุดขั้วนี้ มาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนารถยนต์ที่ผลิตเพื่อจำหน่ายจริงมาอย่างยาวนาน โดยประโยชน์ที่ได้รับนั้นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงด้านสมรรถนะการขับขี่ แต่ยังช่วยเสริมสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยอันเป็นคุณลักษณะที่สำคัญของรถยนต์มิตซูบิชิ เช่นเดียวกับการพัฒนาบุคลากรด้านวิศวกรรม ซึ่งประสบการณ์ที่ได้รับจากสภาพแวดล้อมในการแข่งขันเช่นนี้จะช่วยต่อยอดและนำไปพัฒนาต่อเนื่องได้อย่างแน่นอน ผมขอขอบคุณทุกคนสำหรับการสนับสนุนที่มีให้กับทีมของเรา”

ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต 11

คัตสึฮิโกะ ทากูชิ นักแข่งรถหมายเลข 106

“ผมไม่เคยคิดเลยว่าเราจะก้าวขึ้นนำในประเภทโอเวอร์ออลได้ตั้งแต่วันที่ 3 แม้จากภายนอกอาจดูเหมือนว่าทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น แต่ตลอดการแข่งขัน ทาคาฮิโระ ยาสุอิ และผมต้องขับกันอย่างเต็มขีดจำกัดอยู่ตลอดเวลา หลังจากขึ้นเป็นผู้นำ คู่แข่งจำเป็นต้องเพิ่มความเสี่ยงมากขึ้นเพื่อไล่ตาม ซึ่งกลับกลายเป็นผลดีต่อเรา เสน่ห์ของการแข่งขัน เอเอ็กซ์ซีอาร์ คือการผสมผสานระหว่างความยากและความตื่นเต้นที่ไม่เหมือนใคร เพราะนักแข่งต้องตัดสินใจในเสี้ยววินาทีอยู่ตลอดเวลาบนเส้นทางออฟโรด ด้วยการยกระดับสมรรถนะการควบคุมของรถกระบะไทรทันที่ดีขึ้นมากก่อนการแข่ง ทำให้ผมสามารถขับตามไลน์ที่วางไว้ได้และหลีกเลี่ยงปัญหายางรั่วได้สำเร็จ ผมดีใจมาก
ที่คว้าชัยชนะมาได้ แม้จะยังรู้สึกเสียดายที่ถูกแซงในสเปเชียลสเตจสุดท้ายอยู่บ้าง แต่ครั้งหน้า ผมอยากมั่นใจว่าเราจะเร็วที่สุดบนเส้นทางตั้งแต่ต้นไปจนถึงเส้นชัย”

ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต 12

คาสุโตะ โคอิเดะ นักแข่งรถหมายเลข 118

“หลังจากได้รับบทลงโทษเรื่องเวลาในวันแรก ผมเกือบจะหมดกำลังใจไปแล้ว แต่การทำผลงานติด 10 อันดับแรกในสเปเชียลสเตจที่ 5 ก็ช่วยกู้ความมั่นใจกลับคืนมาได้ รถกระบะไทรทันในปีนี้ควบคุมง่ายขึ้นมากในช่วงที่ต้องชะลอและออกตัวสลับกันไปมา ด้วยการพัฒนาแรงบิดในรอบต่ำและการควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ อีกทั้งยังแสดงสมรรถนะ
ได้อย่างดีเยี่ยมในสเตจความเร็วสูง บทเรียนที่ได้จากการแข่งขันอันหนักหน่วงครั้งนี้ ทั้งการตัดสินใจและการบริหารความเสี่ยง ณ จุดสุดขีดจำกัด จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการทำงานของผมในฐานะครูฝึก และการฝึกอบรมนักขับทดสอบรุ่นใหม่ในอนาคต เพราะการมอบการเดินทางที่ปลอดภัย อุ่นใจ และสะดวกสบาย ไม่ว่าจุดหมายจะอยู่ที่ใด
คือหัวใจสำคัญของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส และประสบการณ์ที่ได้จากสภาวะยากลำบากที่สุดเท่าที่จะจินตนาการได้นี้
คือสิ่งที่ช่วยให้เราสร้างสรรค์รถยนต์ที่วางใจได้และตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง”

ชยพล โยธา นักแข่งรถหมายเลข 101

“การแข่งขันในปีนี้ทรหดอย่างมาก ทั้งโคลน ช่วงทำความเร็วสูงพิเศษ และป่าหนาทึบที่บดบังมุมมอง ทำให้ทุกช่วงของการแข่งขันแทบไม่มีพื้นที่สำหรับความผิดพลาดเลย ผมรู้สึกเสียดายที่ไม่สามารถรักษาจังหวะความเร็วที่ตั้งใจไว้ได้เนื่องจากปัญหาทางเทคนิคของตัวรถ แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็ยังภูมิใจกับเพื่อนร่วมทีมของผมอย่าง คัตสึฮิโกะ ทากูชิ ที่สามารถรักษาแชมป์ให้ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต ได้สำเร็จ รถกระบะไทรทันที่ได้รับการพัฒนามาแล้วคันนี้เป็นรถที่ยอดเยี่ยมมาก ทั้งการกระจายน้ำหนักที่สมดุลและทัศนวิสัยที่ดี ทำให้สามารถควบคุมรถได้ดังใจจนแทบหาจุดอ่อนไม่เจอ ที่สำคัญ การแข่งขันครั้งนี้ยังย้ำเตือนผมถึงความแข็งแกร่งและศักยภาพที่ทำให้มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เป็นแบรนด์ที่ผมชื่นชมมาตั้งแต่เด็กอีกครั้งด้วยเช่นกัน”

ผลการแข่งขัน เอเอ็กซ์ซีอาร์ 2026 ประเภทรถยนต์ – อันดับประเภทโอเวอร์ออล

อันดับที่ 1: คัตสึฮิโกะ ทากูชิ / ทาคาฮิโระ ยาสุอิ (มิตซูบิชิ ไทรทัน)         12 ชั่วโมง 58 นาที 20 วินาที

อันดับที่ 27: คาสุโตะ โคอิเดะ / เออิจิ ชิบะ (มิตซูบิชิ ไทรทัน)                20 ชั่วโมง 58 นาที 30 วินาที

อันดับที่ 36: ชยพล โยธา / พีรพงษ์ สมบัติวงศ์ (มิตซูบิชิ ไทรทัน)           34 ชั่วโมง 48 นาที 43 วินาที

 

เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ AXCR 2026: https://asiacrosscountryrally.com/index.html

 

โซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการของ ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น

X (เฉพาะภาษาญี่ปุ่น): https://x.com/ralliart_jp

Instagram: https://www.instagram.com/ralliart.official/

เว็บไซต์พิเศษของ AXCR 2026: https://www.mitsubishi-motors.com/en/brand/ralliart/axcr/axcr2026/

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย

Facebook: https://www.facebook.com/MitsubishiMotorsTH

YouTube: https://www.youtube.com/@MitsubishiMotorsTh

เว็บไซต์พิเศษของ AXCR 2026: https://www.mitsubishi-motors.co.th/th/axcr2026