Home Blog Page 12

ฮอนด้า คว้ารางวัลระดับ Platinum โครงการมาตรการองค์กรส่งเสริมความปลอดภัยทางถนนประจำปี 2568 ในงาน TAIA-AIC Traffic Safety Awards 2025 ตอกย้ำเป้าหมาย Honda Target 2050 มุ่งสู่สังคมปลอดอุบัติเหตุทางจราจรอย่างยั่งยืน

0
ฮอนด้า 1

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด คว้ารางวัลระดับ Platinum จากโครงการประกวดมาตรการองค์กรส่งเสริมความปลอดภัยทางถนน ประจำปี 2568 (TAIA-AIC Traffic Safety Awards 2025) จัดโดยสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (TAIA) และกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (AIC) โดยมีนายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ เป็นตัวแทนรับรางวัล ซึ่งฮอนด้าเป็นหนึ่งในบริษัทกลุ่มยานยนต์ชั้นนำที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความปลอดภัยทางถนน และสะท้อนให้เห็นถึงมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการสร้างสังคมที่มีอุบัติเหตุจากการจราจรเป็นศูนย์ให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน

ฮอนด้า 2

โครงการ TAIA-AIC Traffic Safety Awards 2025 มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัย
ทางถนน พร้อมส่งเสริมให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนฯ จัดตั้งมาตรการความปลอดภัยภายในองค์กรอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อร่วมขับเคลื่อนเป้าหมายระดับสากลในการทำให้อุบัติเหตุจากการจราจรทางถนน กลายเป็นศูนย์อย่างยั่งยืน โดยรางวัลดังกล่าว จะพิจารณาจากตัวชี้วัด 6 หมวดสำคัญ ได้แก่ นโยบายด้านความปลอดภัย โครงสร้างการบริหาร การรณรงค์ใช้อุปกรณ์นิรภัย การจัดอบรมทักษะขับขี่ปลอดภัยทั้งออนไลน์และภาคสนาม มาตรการด้านใบอนุญาตขับขี่ และการรายงานสถิติอุบัติเหตุ โดยตัดสินจากหลักฐานกิจกรรมเชิงลึกควบคู่กับการตรวจเยี่ยมสถานประกอบการ เพื่อคัดเลือกองค์กรต้นแบบด้านความปลอดภัยอย่างแท้จริง

ฮอนด้า 3

ความสำเร็จในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของฮอนด้าที่สะท้อนถึงเป้าหมาย Honda Target 2050 (Zero Traffic Collision Fatalities) โดยมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายให้อุบัติเหตุจากการจราจรทางถนนที่เกี่ยวข้องกับการขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ของฮอนด้าทั่วโลกลดลงครึ่งหนึ่งภายในปี พ.ศ. 2573 เมื่อเทียบกับสถิติในปี พ.ศ. 2563 พร้อมตอกย้ำบทบาทผู้นำในการรณรงค์และสร้างความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยทางถนน เพื่อสร้างสังคมแห่งการขับขี่ที่ปลอดภัยและยั่งยืน

ฮอนด้า 4

โดยประเทศไทยมีศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้าใน 4 จังหวัดได้แก่ กรุงเทพมหานคร จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดภูเก็ต ทำหน้าที่หลักในการอบรมให้ความรู้และฝึกทักษะด้านการขับรถยนต์และรถจักรยานยนต์อย่างปลอดภัยเชิงป้องกัน (Safety Defensive Training) ให้กับทั้งพนักงาน ลูกค้า และประชาชนทั่วไป รวมถึงการฝึกอบรมทำใบขับขี่ (Driving license training) นอกจากนี้ยังมีสนามฝึกขับขี่ปลอดภัยที่โรงงานฮอนด้าปราจีนบุรี ที่มุ่งเน้นการอบรมขับขี่อย่างปลอดภัยให้กับพนักงานในพื้นที่ รวมถึงขยายไปยังโรงงานและชุมชนโดยรอบอีกด้วย

ฮอนด้า 5

 

ซูซูกิ เดินหน้าต่อยอดกระแสมอเตอร์โชว์ ขยายแคมเปญ “FRONX BIG DEAL” ช่วยลูกค้าลดภาระ ฝ่าวิกฤตราคาน้ำมันพุ่ง

0

บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศขยายแคมเปญพิเศษ “FRONX BIG DEAL” เพื่อต่อยอดหลังจากงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ที่ผ่านมา โดยมอบข้อเสนอสุดคุ้มให้แก่ลูกค้าที่กำลังมองหารถยนต์คุณภาพในช่วงเวลานี้ เลือกรับบัตรเติมน้ำมันมูลค่าสูงสุด 50,000 บาท หรือเลือกรับดอกเบี้ยพิเศษพร้อม ฟรี! โปรแกรม SUZUKI FRONX MAINTENANCE PACKAGE 7 ปี ที่ให้ความคุ้มค่าเหนือระดับ หรือรับดอกเบี้ย 0% ผ่อนนานถึง 48 เดือน ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2569 ถึงวันที่ 30 เมษายน 2569 นี้ เท่านั้น

นายทาดาโอะมิ ซูซูกิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ซูซูกิขอขอบคุณลูกค้าชาวไทยที่เปิดโอกาสให้เราได้ดูแลและเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนชีวิตอย่างมีคุณภาพ สิ่งที่เรายึดมั่นมาตลอด คือ การมอบบริการที่ดีที่สุดทั้งก่อนและหลังการขายให้แก่ลูกค้าทุกท่าน และด้วยแนวทางการดำเนินธุรกิจที่มีความชัดเจน ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพ  โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ล่าสุด ALL NEW SUZUKI FRONX สปอร์ตเอสยูวี ซึ่งได้รับความสนใจจากลูกค้าชาวไทยอย่างต่อเนื่อง

โดยในช่วงที่สถานการณ์ราคาพลังงานยังคงมีความผันผวน และมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อสภาวะเศรษฐกิจและค่าครองชีพของผู้บริโภค ซูซูกิจึงมุ่งหวังที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของผู้บริโภคที่กำลังมองหาและมีความจำเป็นจะต้องใช้งานรถยนต์ในชีวิตประจำวัน  พร้อมทั้งต่อยอดกระแสตอบรับจากงานมอเตอร์โชว์ที่ผ่านมา โดยได้พิจารณาขยายแคมเปญ FRONX BIG DEAL” ผ่านการมอบสิทธิประโยชน์บัตรเติมน้ำมันมูลค่าสูงสุด 50,000 บาท หรือเลือกรับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ พร้อมฟรี! โปรแกรม SUZUKI FRONX MAINTENANCE PACKAGE 7 ปี ที่ให้ความคุ้มค่าเหนือระดับ ช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายและลดความกังวลเรื่องความผันผวนของราคาอะไหล่และค่าแรงในอนาคต โดยครอบคลุมทั้งค่าแรงและอะไหล่แท้ ตามตารางบำรุงรักษาอย่างเป็นทางการของซูซูกิ หรือเลือกรับอัตราดอกเบี้ย 0% ผ่อนนาน 48 เดือน เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการใช้งานจริง พร้อมทั้งการตอกย้ำความคุ้มค่าในระยะยาวด้วยบริการหลังการขายที่ครอบคลุม และการดูแลจากเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าในทุกการใช้งาน

สำหรับแคมเปญพิเศษ FRONX BIG DEAL” เปิดโอกาสให้ลูกค้าที่ยังอยู่ระหว่างการตัดสินใจ ได้มีโอกาสเข้าถึงข้อเสนอที่คุ้มค่าและช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเป็นเจ้าของ ALL NEW SUZUKI FRONX มากยิ่งขึ้น สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2569 ถึงวันที่ 30 เมษายน 2569 เลือกรับข้อเสนอพิเศษ ดังนี้

  • อัตราดอกเบี้ย 0% สําหรับลูกค้าดาวน์เริ่มต้น 25% ผ่อนสูงสุด 48 งวด
  • หรือ เลือกรับ บัตรเงินสดเติมน้ำมัน มูลค่าสูงสุด 50,000 บาท ฟรี!
  • หรือ เลือกรับ ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 29% พร้อม ฟรี! โปรแกรม SUZUKI FRONX MAINTENANCE PACKAGE 7 ปี ที่ให้ความคุ้มค่าเหนือระดับ ครอบคลุมการบำรุงรักษารถตามระยะรวมถึงค่าแรงและค่าอะไหล่แท้ ตามตารางบำรุงรักษาอย่างเป็นทางการของซูซูกิ ยาวนานถึง 7 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)  มูลค่าสูงสุด 42,780 บาท
  • ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 3 ปี

ALL NEW SUZUKI FRONX มาพร้อมแนวคิด “THE ICONIC DRIVE นิยามใหม่ของการขับขี่…ในแบบที่เป็นคุณ” ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอกย้ำความสำเร็จในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตรงใจผู้บริโภค ด้วยจุดเด่นของสมรรถนะ ความคล่องตัวทุกการขับขี่  ทั้งยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยครบครัน

ดีไซน์ภายนอก สะดุดตาด้วยไฟหน้าพร้อม Daytime Running Light กระจังหน้าทรงพลังเสริมความพรีเมียมด้วยลายเส้นโครเมียม และไฟท้าย LED เชื่อมต่อเต็มแนวโดดเด่นในทุกมุมมอง ภายในห้องโดยสารออกแบบให้มีสไตล์เป็นเอกลักษณ์มอบความสบายในทุกตำแหน่งที่นั่งพวงมาลัย Multifunction ดีไซน์สปอร์ต Paddle Shift ขับสนุกตลอดทาง จอระบบสัมผัสขนาด 9 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay แบบไร้สาย ระบบ Keyless Push Start แท่นชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB และช่องปรับอากาศสำหรับที่นั่งด้านหลัง พร้อม USB Charger

ขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร มีให้เลือกทั้งในรูปแบบเครื่องยนต์ K15B ซึ่งเป็นรุ่นเริ่มต้น พร้อมยกระดับประสบการณ์การขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ K15C ที่มาพร้อมเทคโนโลยีหัวฉีดคู่ (DUALJET) ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี Smart Hybrid Vehicle (SHVS) เอกสิทธิ์เฉพาะของซูซูกิ ที่มีความทนทานและบำรุงรักษาง่าย ทำให้มีความมั่นใจในการขับขี่ พร้อมรัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 4.8 เมตร โครงสร้างตัวถัง TECT เหล็กกล้าน้ำหนักเบา มีความแข็งแรง ทนทานต่อการสึกหรอเป็นพิเศษ  แพลตฟอร์ม HEARTECT เอกสิทธิ์เฉพาะของซูซูกิ

ระบบความปลอดภัยครบครันด้วยเทคโนโลยี SUZUKI SAFETY SUPPORT 

  • ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ Dual Sensor Brake Support II (DSBSII)
  • จอแสดงข้อมูล Head-up display (HUD)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control (ACC)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน Lane Keep Assist (LKA)
  • ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน Lane Departure Warning (LDW)
  • ระบบช่วยป้องกันรถออกนอกเลน Lane Departure Prevention (LDP)
  • ระบบเตือนเมื่อรถส่าย Vehicle Sway Warning
  • ระบบเตือนสิ่งกีดขวางในจุดอับสายตา Blind Spot Monitor (BSM)
  • ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอยหลัง Rear Cross Traffic Alert (RCTA)
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ High Beam Assist (HBA)
  • กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา Surround View Monitor
  • เซนเซอร์ถอยหลังพร้อมสัญญาณเตือน Parking Sensor

ราคาจำหน่าย ALL NEW SUZUKI FRONX ทั้ง 3 รุ่นย่อย ดังนี้

  • รุ่น GL ราคา 689,000 บาท
  • รุ่น GLX ราคา 749,000 บาท
  • รุ่น GLX PLUS ราคา 799,000 บาท

ALL NEW SUZUKI FRONX ในรุ่น GL, GLX และ GLX PLUS มาพร้อมหลากหลายเฉดสี ได้แก่

  • Pearl Snow White
  • Silky Silver Metallic
  • Metallic Magma Gray
  • Cool Black Metallic
  • Savanna Ivory Metallic

สีพิเศษในรุ่น GLX PLUS แบบ Two-tone จำนวน 3 สี ได้แก่

  • Pearl Snow White / Cool Black Metallic
  • Savanna Ivory Metallic / Cool Black Metallic
  • Ice Grayish Blue Metallic / Cool Black Metallic

* สี Pearl Snow White เพิ่ม 5,000 บาท / สี Two-tone เพิ่ม 10,000 บาท

อย่างไรก็ตาม ซูซูกิยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาและยกระดับงานบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าในทุกมิติ โดยมุ่งเน้นการเสริมศักยภาพของโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานทั่วประเทศให้สามารถให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และได้มาตรฐานเดียวกัน โดยปัจจุบัน มีโชว์รูมรถยนต์ซูซูกิครอบคลุม 80 แห่งทั่วประเทศ พร้อมด้วยศูนย์ซ่อมตัวถังและสีมาตรฐาน 44 แห่งที่รองรับงานซ่อมครบวงจรด้วยอุปกรณ์และเครื่องมือที่ได้มาตรฐาน ตลอดจนทีมช่างผู้ชำนาญการที่ผ่านการอบรมอย่างเข้มข้นตามหลักสูตรมาตรฐานของซูซูกิ

นอกจากนี้ ซูซูกิยังได้พัฒนาบริการ “Mobile Service” เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ลูกค้า โดยสามารถเข้าดูแลรถยนต์นอกสถานที่ ให้บริการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ตรวจสอบระบบเบรก แบตเตอรี่ หรือการบำรุงรักษาพื้นฐานต่างๆ ช่วยลดระยะเวลาและความยุ่งยากในการนำรถเข้าศูนย์บริการ พร้อมกันนี้ ยังมีการขยายเครือข่ายศูนย์บริการมาตรฐานรูปแบบ 2S (Service & Spare Parts) ควบคู่ไปกับศูนย์บริการหลักประเภท 3S (Sales, Service & Spare Parts) เพื่อเพิ่มจุดให้บริการให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการของซูซูกิได้อย่างสะดวก รวดเร็ว เพื่อสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าในทุกการใช้งาน และตอกย้ำความคุ้มค่าในการเป็นเจ้าของรถยนต์ซูซูกิในระยะยาว

CEO “ลามิน่า” คว้ารางวัลสุดยอดผู้นำ

0
#CAPTAINTIDPICTURE

นางสาวจันทร์นภา สายสมร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงรถยนต์และอาคารลามิน่า รับรางวัลสุดยอดผู้นำ Thailand TOP CEO 2025 จาก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  ประธานในงาน 2025 Asia CEO Summit & Award Ceremony จัดโดย บริษัท อินฟลูเอ็นเชียลแบรนด์ ประเทศสิงคโปร์ และบริษัท นิโอ ทาร์เก็ต จำกัด ประเทศไทย ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท

บริษัท อินฟลูเอ็นเชียลแบรนด์ ประเทศสิงคโปร์ เป็นองค์กรที่เชี่ยวชาญด้านความรู้ทางธุรกิจและการสร้างแบรนด์ในเอเชียมายาวนาน มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ ส่วนบริษัท นิโอ ทาร์เก็ต จำกัด ประเทศไทย ที่ปรึกษาด้านการสื่อสารแบรนด์และภาพลักษณ์องค์กร ได้ร่วมกันจัดการประกาศรางวัลสุดยอดผู้บริหารองค์กรที่โดดเด่นสูงสุดแห่งปี พ.ศ.2568

การมอบรางวัล Thailand TOP CEO 2025 แก่ 4 สุดยอดซีอีโอแถวหน้าของเมืองไทยและเอเชียครั้งนี้ เป็นการมอบรางวัลให้แก่ผู้บริหารองค์กรที่มีคุณสมบัติโดดเด่นด้านบริหารงาน มีความคิดสร้างสรรค์ การพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ผลักดันให้องค์กรเกิดการเปลี่ยนแปลงในมิติต่างๆ ที่สำคัญ รวมทั้งการพัฒนาศักยภาพบุคลากลเพื่อสร้างความแข็งแกร่งแก่ธุรกิจให้สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

นางสาวจันทร์นภา กล่าวว่า ในโลกธุรกิจปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความผันผวน คุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของผู้นำยุคใหม่คือ ความยืดหยุ่นและการปรับตัวที่ฉับไว ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจที่บีบคั้น การบริหารจัดการงบประมาณอย่างชาญฉลาดและการเพิ่มประสิทธิภาพในทุกกระบวนการทำงาน จึงเปรียบเสมือนรากฐานสำคัญที่จะพาองค์กรอยู่รอด ขณะเดียวกัน การรู้จักนำเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้อย่างเท่าทัน คือกุญแจสำคัญในการรักษาขีดความสามารถทางการแข่งขันให้โดดเด่นอยู่เสมอ

นอกเหนือจากด้านเทคโนโลยี การบริหาร “คน” ยังคงเป็นหัวใจหลักที่เราให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งในด้านการเฟ้นหาและพัฒนาบุคลากรที่มีศักยภาพ ตลอดจนการสร้างสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับทุกภาคส่วน และสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับผู้นำในสภาวะที่สถานการณ์โลกมีความไม่แน่นอนสูง คือการครองสติเพื่อให้สามารถตัดสินใจได้อย่างเฉียบคมและแม่นยำ

ความสำเร็จในครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงความภูมิใจของบริษัทฯ เท่านั้น แต่คือผลลัพธ์แห่งความร่วมมือจากพันธมิตรทางธุรกิจ ลูกค้า และสื่อมวลชนทุกท่านที่ให้การสนับสนุนเราด้วยดีเสมอมา รางวัลอันทรงเกียรตินี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้เราไม่หยุดพัฒนาตนเอง เพื่อส่งมอบคุณค่าที่ดีที่สุดให้แก่สังคม และยังตอกย้ำความมุ่งมั่นของเราในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการเติบโตที่ยั่งยืน

ทั้งนี้ นางสาวจันทร์นภา สายสมร ได้รับรางวัลประชากรหญิงผู้สร้างแรงบันดาลใจ HER AWARDS, UNFPA THAILAND 2024  จากองค์การสหประชาชาติ ในฐานะผู้เสียสละอุทิศตนเพื่อช่วยเหลือและพัฒนากลุ่มคนเปราะบาง เพื่อให้หลุดพ้นจากบริบทปัญหาด้านต่างๆ รวมทั้งสร้างโอกาสให้ต่อยอดพัฒนาสู่การพึ่งตนเองและการยกระดับคุณภาพชีวิต จากโครงการลามิน่าสานฝันเด็กไทยได้เล่าเรียนที่สร้างโอกาสทางการศึกษาให้เด็กไทยในถิ่นทุรกันดารมาตลอด 25 ปี อีกทั้งยังได้รับพระราชทานปริญญาบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการตลาด จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ประจำปีการศึกษา 2566 จากผลงานและความสำเร็จในการประกอบสัมมาชีพอันเป็นที่ประจักษ์

เรเว่ ขอบคุณทุกการตอบรับ กวาดยอดจอง BYD และ DENZA กว่า 18,057 คัน ในงาน มอเตอร์โชว์ 2026

0
เรเว่ 1

บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานใหม่ BYD และ DENZA อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายใต้กลุ่มธุรกิจเรเว่ ขอขอบคุณทุกกระแสตอบรับจากผู้บริโภคชาวไทย ที่ให้ความสนใจในผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด 4 รุ่น ประกอบด้วย BYD ATTO 1, BYD ATTO 2, BYD SEAL 6 และ BYD SEALION 5 DM-i ที่เปิดตัวในบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 นำไปสู่การเข้ามาเยี่ยมชมพื้นที่จัดแสดงของ เรเว่ แน่นขนัด ซึ่งในบูธมีรถยนต์ BYD และ DENZA ให้สัมผัสครบทุกรุ่นรวมกัน 13 รุ่น ทั้งยังมีผู้บริโภคจำนวนมาก ให้ความไว้วางใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว เรเว่ ด้วยการตัดสินใจเป็นเจ้าของรถยนต์ BYD และ DENZA โดยในงานดังกล่าว มียอดจองสะสมรวมกันทั้งสิ้น 18,057 คัน ซึ่งแต่ละรุ่นมียอดจองดังต่อไปนี้

เรเว่ 4

รายละเอียดยอดจองของรถยนต์ BYD และ DENZAต่ละรุ่น ในงานมอเตอร์โชว์ 2026

แบรนด์ รุ่น ยอดจอง (คัน) ยอดรวมแบรนด์ (คัน) ยอดรวมทั้งหมด (คัน)
BYD ATTO 3 3,565 17,354 18,057
DOLPHIN 3,250
SEALION 6 DM-i 2,406
ATTO 2 1,735
SEALION 7 1,617
SEALION 5 DM-i 1,427
ATTO 1 1,081
M6 764
SEAL 5 DM-i 763
SEAL 6 437
SEAL 309
DENZA D9 703 703

 

นายประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ กล่าวว่า “เรเว่ ขอขอบคุณผู้บริโภคชาวไทยทุกท่านอีกครั้ง ที่ให้การต้อนรับรถยนต์พลังงานใหม่ทั้ง 4 รุ่นล่าสุดจาก BYD เป็นอย่างดี ซึ่งพิสูจน์ได้จากการที่มีผู้เข้าชมบูธของ เรเว่ ในงานมอเตอร์โชว์ครั้งล่าสุดเป็นจำนวนมาก เราขอให้คำมั่นกับผู้บริโภคทุกท่านว่า เรเว่ พร้อมเคียงข้างท่านทุกการเดินทาง และจะไม่หยุดยั้งในการนำยนตรกรรม ที่มากด้วยเทคโนโลยีแห่งอนาคต มาส่งมอบให้กับตลาดไทย”

เรเว่ 2

นางสาวประธานพร พรประภา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ กล่าวว่า “ยอดจองรถยนต์พลังงานใหม่ในงานมอเตอร์โชว์ครั้งล่าสุด คือเครื่องยืนยันว่าผู้บริโภคชาวไทยตระหนักถึงวิกฤตพลังงาน และความไม่แน่นอนของราคาน้ำมันซึ่ง เรเว่ พร้อมเสนอทางเลือกรถยนต์พลังงานใหม่ ที่หลากหลายให้ผู้บริโภคชาวไทย ครอบคลุมทั้ง EV และ PHEV อย่าง DM-i Super PHEV เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความยั่งยืนด้านพลังงาน ให้กับสังคมไทยต่อไป”

รถยนต์ BYD และ DENZA ทุกรุ่น ยังพร้อมให้ท่านสัมผัสได้ที่ โชว์รูมและศูนย์บริการ BYD ใกล้บ้านท่านทั้ง 176 สาขาทั่วประเทศ ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมของรถยนต์ทุกรุ่นได้ที่ reverautomotive.com สำหรับรถยนต์ BYD พร้อมติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวได้ที่ Official Facebook Page: BYD RÊVER Thailand และ DENZA RÊVER Thailand

 

 

“บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47” ปลุกตลาดยานยนต์ไทย สวนทางเศรษฐกิจ

0
บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 1

ปิดฉากลงอย่างสวยงาม สำหรับงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 47 ซึ่งจัดโดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ภายใต้ธีม “The ICONIC SYNCHRONICITY” หรือ บริบทแห่งการขับเคลื่อนไร้ที่ติ ที่จัดขึ้นท่ามกลางสภาวะความผันผวนด้านพลังงาน เนื่องจากความไม่สงบในตะวันออกกลาง แต่การจัดงานยังคงได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากผู้บริโภคและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยตลอดระยะเวลาการจัดงานสามารถสร้างยอดจองรถยนต์  132,951 คัน และรถจักรยานยนต์ 2,056 คัน  ยอดผู้เข้าชมงานรวมทั้งสิ้น 1,798,312 คน สะท้อนถึงกำลังซื้อ และความเชื่อมั่นของตลาดที่เริ่มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง

บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 2

นายจาตุรนต์ โกมลมิศร์​ รองประธานจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 เปิดเผยว่า “แม้ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความผันผวน และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่ถึงกระนั้นงาน “Bangkok International Motor Show” ยังคงเป็นงานแสดงยานยนต์ที่มีศักยภาพในการช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีที่ผ่านมา”

บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 3

สำหรับไฮไลต์สำคัญของงานในปีนี้ คือการขยายตัวของกลุ่มยานยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ซึ่งมีค่ายรถชั้นนำทั้งจากเอเชียและยุโรปนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่เข้ามาเปิดตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น ขณะเดียวกันรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในยังคงได้รับความสนใจ โดยเฉพาะในกลุ่มรถอเนกประสงค์และรถกระบะที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตจริง”

บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 4

“ความสำเร็จของงานในครั้งนี้ไม่ได้วัดเพียงยอดจองเท่านั้น แต่ยังรวมถึงบทบาทของงานในการเป็น “แพลตฟอร์ม” เชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้จำหน่าย และผู้บริโภค ตลอดจนการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่การเปลี่ยนผ่านในยุคพลังงานใหม่อย่างเป็นรูปธรรม”

บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 6

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย โปรโมชั่นพิเศษ และกิจกรรมทดลองขับที่ช่วยกระตุ้นการตัดสินใจของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี รวมถึงการนำเสนอเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ และโซลูชันการเดินทางแห่งอนาคต สำหรับภาพรวมของงานในปีนี้ จึงถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ซึ่งกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของการเปลี่ยนผ่านทั้งด้านเทคโนโลยี พฤติกรรมผู้บริโภค และโครงสร้างตลาด โดยมีงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ทำหน้าที่เป็นเวทีหลักในการขับเคลื่อนและสร้างแรงส่งให้กับทั้งระบบอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย

บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 7

นายจาตุรนต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า  “ความสำเร็จอันงดงามของการจัดงานในปีนี้ถือเป็นผลลัพธ์จากความมุ่งมั่นตั้งใจและการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ขอขอบคุณคณะผู้บริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ที่เป็นส่วนสำคัญทำให้การจัดงานเป็นไปอย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย นอกจากนี้ ยังต้องขอขอบคุณทีมงานทุกท่านที่ได้ทุ่มเทแรงกายและแรงใจในการทำงานอย่างหนักตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา”

บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 8

“ผมขอขอบคุณผู้เข้าร่วมงานทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นค่ายรถยนต์และจักรยานยนต์ ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์ รวมถึงประชาชนที่ให้ความสนใจและมาเยี่ยมชมงานอย่างล้นหลาม ซึ่งทุกท่านมีส่วนร่วมสำคัญในการผลักดันให้เกิดความสำเร็จในวันนี้ และเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำคัญของงานแสดงยานยนต์นี้ในระดับประเทศและระดับภูมิภาค” นายจาตุรนต์กล่าว

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาและยกระดับรูปแบบการจัดงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความเปลี่ยนแปลงของโลกยานยนต์ในยุคปัจจุบันและอนาคต เพื่อให้งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์  ก้าวสู่การเป็นหนึ่งในงานแสดงยานยนต์ระดับนานาชาติที่สำคัญของภูมิภาคในอนาคต”

เตรียมพบกับงาน “Bangkok International Motor Show” ครั้งที่ 48 ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 22 มีนาคม- 4 เมษายน 2570 ณ อิมแพค เมืองทองธานี ที่คาดว่าจะยิ่งใหญ่ และเข้มข้นกว่าทุกปีที่ผ่านมา

“มาสด้า”สุดฮ็อตจองถล่มทลายกวาดยอดงานมอเตอร์โชว์ทะลุเกือบ 4,900 คัน ประกาศเดินสายจัดกิจกรรมทดลองขับ MAZDA6e ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ

0
มาสด้า 1

มาสด้าแรงไม่หยุดฉุดไม่อยู่คว้ายอดจองในงานมอเตอร์โชว์ทะลุเกือบ 4,900 คัน โดยเฉพาะยอดจองรถไฟฟ้า The All-Electric Mazda6e มาแรงสุด หลังจากเปิดตัวและเปิดราคาจำหน่ายในงานฯ โดนใจลูกค้าแบบเต็มๆ ส่งผลทำให้ยอดจองมาสด้าในปีนี้เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ท่ามกลางสมรภูมิการแข่งขันที่รุนแรงของตลาดรถยนต์ไทย ในขณะที่รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปทุกรุ่นได้รับนิยมเช่นเดียวกัน อาทิ รถยนต์นั่งน้องเล็ก Mazda2 และรถครอสโอเวอร์เอสยูวี Mazda CX-30 และ Mazda CX-3 ก็ยังคงได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีเช่นเคย และเพื่อเป็นการตอบรับต่อฟีดแบคและกระแสความสนใจของลูกค้าต่อยนตรกรรมไฟฟ้า The All-Electric Mazda6e มาสด้าเตรียมเดินสายโร้ดโชว์จัดกิจกรรมเพื่อให้ลูกค้าได้ทดลองขับ Mazda6e ที่โชว์รูมมาสด้าในจังหวัดต่างๆ ในเร็วๆ นี้ ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้ผ่านช่องทาง www.mazda.co.th     

มาสด้า 2

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในงาน มอเตอร์ โชว์ ปีนี้ บูธรถยนต์มาสด้าคึกคักเป็นอย่างมาก เนื่องแน่นไปด้วยลูกค้าที่แวะเวียนมาชมรถยนต์หลายๆ รุ่นอย่างต่อเนื่องทุกวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับรถไฟฟ้า The All-Electric Mazda6e ที่มีลูกค้าลงทะเบียนสนใจทดลองขับเป็นจำนวนมาก และมียอดจองเข้ามาอย่างต่อเนื่องถึง 3,062 คัน เรียกได้ว่าเป็นกระแสตอบรับที่ดียิ่งต่อการเปิดตัวรถไฟฟ้ารุ่นแรกจากมาสด้าในประเทศไทย และคาดว่าภายในปีนี้มาสด้าจะสามารถบรรลุเป้าการขายของรถรุ่นนี้ตามที่ตั้งไว้อย่างแน่นอน ซึ่งต้องขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านเป็นอย่างสูงสำหรับการสนับสนุนที่มีให้กับมาสด้าเสมอมา”

มาสด้า 3

ทั้งนี้ นายธีร์ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า “สำหรับรถยนต์มาสด้ารุ่นอื่นๆ ก็ยังคงได้รับการตอบรับจากแฟนๆ มาสด้าเช่นเดิม ซึ่งเป็นจำนวนใกล้เคียงกับงานก่อนหน้า แม้ว่าจะมีปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ในระดับสากล โดยเฉพาะรถรุ่นเล็ก อาทิ รถยนต์นั่ง Mazda2 ที่ยังครองอันดับหนึ่งของรุ่นเครื่องยนต์สันดาปภายใน หรือรถยนต์ครอสโอเวอร์เอสยูวี Mazda CX-3 และ Mazda CX-30 ที่ลูกค้าต่างชื่นชอบในดีไซน์ที่สง่างาม และคงเอกลักษณ์ของสมรรถนะการขับขี่สไตล์มาสด้า ได้เข้ามาทดลองขับและจับจองเป็นเจ้าของ นอกจากนี้ รถยนต์รุ่นอื่นๆ ก็มีลูกค้าให้ความสนใจแวะเวียนมาชมเช่นกันตลอดทุกวัน รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์เอสยูวี The All-New Mazda CX-6e ที่มาสด้านำมาจัดแสดงเป็นครั้งแรกในภูมิภาคอาเซียน และเตรียมจะเปิดตัวภายในปีนี้ ทำให้ในงานมอเตอร์ โชว์ ปีนี้ มาสด้าทำยอดจองได้ถึง 4,889 คัน”

มาสด้า 4

“ทั้งนี้ มาสด้าจะเร่งดำเนินการส่งมอบรถใหม่ให้กับลูกค้าโดยรวดเร็วที่สุด เพื่อให้รถยนต์มาสด้าเป็นยานพาหนะคู่ใจให้กับลูกค้าและสมาชิกทุกคนในครอบครัวไปตลอดอายุการใช้งาน สำหรับลูกค้าที่สนใจทดลองขับ The All-Electric Mazda6e สามารถติดตามข่าวสารจากมาสด้าได้เร็วๆ นี้ ผ่านช่องทาง www.mazda.co.th หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมมาสด้าใกล้บ้านทั่วประเทศ” นายธีร์ กล่าว

มาสด้า 5

มาสด้าจะยังคงยึดมั่นในคุณค่าหลัก “Radically Human” โดยพัฒนานวัตกรรมยานยนต์ที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง เพื่อส่งมอบความสุขในการขับขี่ “Joy of Driving” ที่ต่อยอดไปจนถึง ความสุขในการใช้ชีวิต “Joy of Living” ผ่านประสบการณ์การเดินทางที่สร้างความประทับใจให้กับชีวิตประจำวันของลูกค้าตลอดไป

 

All New Yamaha AEROX SP ซูเปอร์สปอร์ตออโตเมติกคลาส 155 ซีซี ยกระดับความมันส์ สู่มิติใหม่ของการขับขี่

0

บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เปิดตัว All New Yamaha AEROX SP ซูเปอร์สปอร์ตออโตเมติกคลาส 155 ซีซี เจเนอเรชันใหม่ ภายใต้คอนเซปต์ “SuperSport Automatic – ที่สุดแห่งซูเปอร์สปอร์ตออโตเมติก สปอร์ตสุดไปอีกขั้น มันส์ขึ้นอีกทุกระดับ” ถ่ายทอด DNA ความสปอร์ตจากตระกูล R-Series ผสานเทคโนโลยีการขับขี่ล้ำสมัย พร้อมระบบส่งกำลังอัจฉริยะ YECVT ที่เปิดประสบการณ์การควบคุมสมรรถนะได้ด้วยตัวเอง ยกระดับความเร้าใจในการขับขี่ให้เหนือกว่าที่เคย

All New Yamaha AEROX SP มาพร้อมเครื่องยนต์ Blue Core 155 ซีซี เวอร์ชันใหม่ ที่ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้น ด้วยการลดแรงเสียดทานภายในเครื่องยนต์ พร้อมระบบ วาล์วแปรผัน VVA (Variable Valve Actuation) ช่วยให้การเร่งเครื่องต่อเนื่องในทุกช่วงความเร็ว เสริมความแข็งแกร่งด้วย ลูกสูบแบบ Forged และพัฒนาระบบดันโซ่ราวลิ้นแบบไฮดรอลิก เพื่อเพิ่มความทนทานและความเสถียรในการทำงานของเครื่องยนต์

ไฮไลต์สำคัญของ All New Yamaha AEROX SP คือระบบขับเคลื่อน YECVT (Yamaha Electric Continuously Variable Transmission) ที่ควบคุมชุดส่งกำลังด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์สั่งการผ่าน ECU ทำให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกสไตล์การขับขี่ได้อย่างอิสระ พร้อม Riding Mode Selection ที่มีให้เลือก 2 โหมด ได้แก่

  • T Mode (Town Mode) ขับขี่นุ่มนวล เหมาะสำหรับการใช้งานในเมือง และช่วยประหยัดน้ำมัน
  • S Mode (Sport Mode) เพิ่มความเร้าใจ ตอบสนองการขับขี่สไตล์สปอร์ต

นอกจากนี้ยังมาพร้อม Shift Down Function ที่ช่วยเพิ่มอัตราเร่งสำหรับการเร่งแซง และยังสามารถสร้างแรงหน่วงจากเครื่องยนต์ (Engine Brake) ผ่านการควบคุมด้วยปุ่ม Shift เพิ่มความสนุกและการควบคุมสมรรถนะได้ดั่งใจผู้ขับขี่

ด้านระบบความปลอดภัยและการควบคุม All New Yamaha AEROX SP มาพร้อม ระบบ ABS ที่ล้อหน้า ช่วยป้องกันอาการล้อล็อกเมื่อเบรกกะทันหัน พร้อม ดิสก์เบรกหลังขนาดใหญ่ 230 มม. เพิ่มประสิทธิภาพในการหยุดรถ และเสริมด้วย Traction Control System (TCS) ที่ช่วยควบคุมสมดุลการหมุนของล้อ ลดอาการลื่นไถลในสภาพถนนที่มีความเสี่ยง

ในด้านการออกแบบ All New Yamaha AEROX SP ถูกพัฒนาให้มีความสปอร์ตมากยิ่งขึ้น ด้วย Full Cowl Design ชุดแฟริ่งที่ออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ เพื่อลดแรงต้านอากาศ พร้อมเฟรมใหม่ที่เพิ่มความแข็งแกร่ง ลดการบิดตัวของตัวถัง และออกแบบตำแหน่งตัวถังบริเวณช่วงเท้าให้ผู้ขับขี่สามารถหนีบตัวรถได้มั่นคงมากขึ้น เพื่อการควบคุมรถในสไตล์สปอร์ตอย่างเต็มประสิทธิภาพ

ระบบกันสะเทือนหน้าพัฒนาใหม่ด้วย Inner Front Shock แกนโช้คอัพขนาด 30 มม. เพิ่มความเสถียรในการเข้าโค้ง ขณะที่ระบบกันสะเทือนหลังแบบ Sub-Tank ช่วยเสริมบุคลิกความสปอร์ต และรองรับแรงกระแทกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้านระบบไฟส่องสว่างติดตั้ง Dual Projector LED Headlight พร้อม Daytime Running Light ให้ความสว่างคมชัด ดีไซน์ดุดันสไตล์สปอร์ต เสริมด้วย ไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่จาก DNA R-Series และไฟเลี้ยว LED รูปทรงสปอร์ต อีกทั้งยังติดตั้ง Emergency Stop Signal (ESS) ที่จะกระพริบไฟเตือนเมื่อมีการเบรกกะทันหัน เพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่และรถที่ตามมา

All New Yamaha AEROX SP ยังยกระดับเทคโนโลยีการเชื่อมต่อด้วย TFT Infotainment Meter ขนาด 4.2 นิ้ว แสดงผลแบบจอสี พร้อมรูปแบบหน้าจอ 3 โหมด และสามารถแสดงผล Track Mode สำหรับบันทึกเวลาต่อรอบในสไตล์เดียวกับเรือนไมล์ของรถตระกูล R-Series

ด้านระบบอัจฉริยะรองรับ Turn-By-Turn Navigation ที่แสดงเส้นทางจาก Google Maps บนหน้าจอเรือนไมล์ เมื่อเชื่อมต่อ Bluetooth ผ่านสมาร์ทโฟน พร้อม Y-Connect Application ที่ช่วยเชื่อมต่อข้อมูลรถผ่าน CCU ให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบข้อมูลและสถานะการขับขี่ผ่านสมาร์ทโฟนได้ถึง 9 ฟังก์ชัน

ในด้านความสะดวกสบาย All New Yamaha AEROX SP มาพร้อม Smart Key System ระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะ ช่วยให้การสตาร์ทเครื่องยนต์ ปลดล็อกแฮนด์ เบาะ และฝาถังน้ำมันเป็นเรื่องง่าย รวมถึงช่องเก็บของด้านหน้าพร้อม ช่องชาร์จ USB Type-C และกล่องเก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ 25 ลิตร ที่สามารถเก็บหมวกกันน็อกเต็มใบได้

All New Yamaha AEROX SP มีให้เลือกเป็นเจ้าของด้วยกัน 2 สีสันสุดเร้าใจ ได้แก่

  • สีน้ำเงิน Dark Volcano
  • สีฟ้า Blue Storm
Dark Volcano

พร้อมราคาวางจำหน่ายแนะนำที่ 99,900 บาท พร้อมส่งมอบประสบการณ์ซูเปอร์สปอร์ตออโตเมติกที่เหนือชั้น พร้อมความมั่นใจในคุณภาพจากยามาฮ่า ด้วยการรับประกันสูงสุด 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร*

Blue Storm

ผู้ที่สนใจ All New Yamaha AEROX SP “SuperSport Automatic – ที่สุดแห่งซูเปอร์สปอร์ตออโตเมติก สปอร์ตสุดไปอีกขั้น มันส์ขึ้นอีกทุกระดับได้แล้วตั้งแต่วันนี้! ที่ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ทั่วประเทศ พิเศษสำหรับลูกค้ารถจักรยานยนต์ยามาฮ่า สามารถดาวน์โหลด และติดตั้ง “Yamaha Smart Reward” แอพพลิเคชัน พร้อมลงทะเบียนรับฟรีทันที 5,000 คะแนน เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ให้กับลูกค้ายามาฮาโดยเฉพาะ พร้อมมอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าได้ร่วมสนุกทุกการใช้จ่ายที่ ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮา เพื่อสะสมแต้มนำไปแลกแลกซื้อ หรือแลกรับส่วนลดจากร้านค้าพันธมิตรมากมาย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. Yamaha Call Center 02-263-9999

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่

  • Website: www.yamaha-motor.co.th
  • Facebook: Yamaha Society Thailand
  • Instagram: @YamahaSocietyThailand
  • YouTube: Yamaha SocietyThailand
  • LINE OA: @Yamahasociety

เจาะลึกฟังก์ชันที่คิดเผื่อทุกบทบาทชีวิตกับ Hyundai new STARGAZER ยกระดับความปลอดภัยครบที่สุดในคลาส ด้วย ADAS 13 ระบบ

0

การเปิดตัวในไทยของ Hyundai new STARGAZER อาจทำให้หลาย ๆ คนเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อรถ 3 แถว 6 ที่นั่ง ระดับราคาต่ำกว่า 8 แสนบาท ที่ก่อนหน้านี้อาจมองว่าช่วงราคานี้ คงได้แค่รถพื้นฐานที่เน้นความคุ้มค่า แต่เพราะ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศชัดว่า “The new STARGAZER” รุ่นปรับโฉมใหม่ล่าสุด จะเข้ามายกระดับมาตรฐานของรถที่ตอบโจทย์สำหรับคนที่สร้างครอบครัวใหม่ หรือเริ่มต้นธุรกิจเป็นสตาร์ทอัพใหม่ โดยเฉพาะการมีเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Hyundai SmartSense (ADAS) มากถึง 13 ระบบ ซึ่งถือว่าครบที่สุดในคลาส พร้อมความสะดวกสบายที่ครบครันในแบบที่เหนือกว่ารถในช่วงราคาเดียวกัน ในราคาพิเศษช่วงแนะนำ เริ่มต้นเพียง 719,000 บาท

Hyundai new STARGAZER คือรถยนต์ 6 ที่นั่ง 3 แถว อเนกประสงค์รุ่นปรับโฉมใหม่ ที่พัฒนาภายใต้แนวคิด “Life Upgrader – อัปชีวิตให้เหนือกว่า” ด้วยเป้าหมายในการรองรับผู้ใช้งานที่มีหลายบทบาทในชีวิต ทั้งครอบครัวรุ่นใหม่ ผู้ประกอบการ SME ไปจนถึงคนทำงานยุคใหม่ที่ต้องการรถคันเดียว ตอบโจทย์ทุกความต้องการ พร้อมจัดเต็มกับระบบ Hyundai SmartSense (ADAS) มากถึง 13 ระบบ

เจาะลึก ADAS: ครอบคลุมตั้งแต่ “ลดความเหนื่อยล้า” ไปจนถึง “ลดความเสี่ยง”

เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Hyundai SmartSense (ADAS) ใน Hyundai new STARGAZER ถูกออกแบบให้ลดภาระของผู้ขับขี่ในสถานการณ์ที่ต้องเจอทุกวัน โดยเฉพาะการขับขี่ในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น Smart Cruise Control (SCC) พร้อม Stop & Go สามารถควบคุมความเร็วตามรถคันหน้า รวมถึงหยุด-ออกตัวตามรถคันหน้าได้อัตโนมัติ ช่วยลดความเหนื่อยล้าจากการเหยียบคันเร่งและเบรกซ้ำ ๆ ระบบ Forward Collision-Avoidance Assist Junction Turning (FCA-JT) ระบบช่วยเตือนและเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติที่ทางแยก ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานการณ์ที่เกิดอุบัติเหตุได้บ่อยในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ Electric Parking Brake (EPB) พร้อม Auto Hold ช่วยให้รถหยุด โดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้างในช่วงไฟแดง เพิ่มความสะดวกในการใช้งานจริง

ในด้านการควบคุมรถและความมั่นคงในการขับขี่ The new STARGAZER ติดตั้งระบบ Lane Keeping Assist (LKA) ที่ช่วยดึงพวงมาลัยกลับเมื่อรถออกนอกเลนโดยไม่ตั้งใจ และ Lane Following Assist (LFA) ที่ช่วยประคองรถให้อยู่กลางเลนอย่างต่อเนื่อง ทำให้การขับขี่ทางไกลมีความนิ่งและลดความเครียดของผู้ขับขี่ ส่วนระบบ Blind-Spot Collision-Avoidance Assist (BCA) และ Rear Cross-Traffic Collision-Avoidance Assist (RCCA) ก็เข้ามาช่วยลดความเสี่ยงในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยบนท้องถนน เช่น การเปลี่ยนเลนในสภาพการจราจรหนาแน่น หรือการถอยรถออกจากช่องจอด โดยระบบสามารถตรวจจับรถในมุมอับสายตาและแจ้งเตือนพร้อมช่วยเบรกในกรณีจำเป็น เพิ่มความมั่นใจในการใช้งานในเมืองได้อย่างชัดเจน

 

นอกจากนี้ ระบบความปลอดภัยยังครอบคลุมผู้โดยสารและการใช้งานในทุกจังหวะการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็น Safe Exit Warning (SEW) ที่ช่วยเตือนเมื่อมีรถวิ่งมาจากด้านหลังรถขณะเปิดประตู Driver Attention Warning (DAW) ที่ตรวจจับความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ และ Leading Vehicle Depart Alert (LVDA) ที่แจ้งเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนตัว รวมถึง Rear Occupant Alert (ROA) ที่ช่วยเตือนให้ตรวจสอบผู้โดยสารด้านหลังหลังดับเครื่อง และ High Beam Assist (HBA) ที่ปรับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติตามสภาพการจราจร ระบบทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่าการพัฒนา ADAS ใน STARGAZER ไม่ได้มุ่งเพียงการเพิ่มฟีเจอร์ แต่เป็นการออกแบบให้ครอบคลุมทั้งความปลอดภัย ความสะดวก และการใช้งานจริงในทุกมิติของการเดินทาง

 

ห้องโดยสารที่ปรับฟังก์ชันได้ตามไลฟ์สไตล์และ Captain Seat ที่ยกระดับความสบายได้จริง

อีกหนึ่งจุดที่สะท้อนแนวคิด “Life Upgrader – อัปชีวิตให้เหนือกว่า” คือการออกแบบห้องโดยสารแบบ 6 ที่นั่ง 3 แถว พร้อมเบาะแถวที่สองแบบ Captain Seat แยกอิสระ ซึ่งถือเป็นหนึ่งเดียวในเซกเมนต์นี้ การเลือกใช้เบาะลักษณะนี้นับเป็นการแก้ Pain Point ของผู้ใช้งานจริง ทั้งในเรื่องความสบายของผู้โดยสาร การขึ้น-ลงรถ และความยืดหยุ่นในการใช้งาน โดยเฉพาะเมื่อต้องเดินทางพร้อมผู้โดยสารหลายคนหรือเดินทางร่วมกับสมาชิกในครอบครัวจากหลากหลายเจเนอเรชัน

 

จุดสำคัญอยู่ที่การออกแบบ Walk Through ระหว่างเบาะแถวที่สอง ซึ่งช่วยให้สามารถเดินเข้าสู่เบาะแถวที่สามได้โดยง่าย ไม่ต้องพับหรือเลื่อนเบาะให้ยุ่งยากเหมือนรถ MPV ทั่ว ๆ ไป ขณะเดียวกัน เบาะแถวที่สามของ Hyundai new STARGAZER ยังถูกออกแบบให้ “ผู้ใหญ่นั่งได้จริง” รองรับการใช้งานเต็ม 6 ที่นั่งได้อย่างสบาย พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระที่สามารถขยายได้สูงสุดถึง 1,892 ลิตร เมื่อพับเบาะแถวที่สองและสาม ทำให้รถคันนี้สามารถปรับบทบาทเพื่อตอบโจทย์ทั้งการเป็นรถครอบครัว ไปจนถึงรถสำหรับใช้งานเชิงธุรกิจได้ในคันเดียว ตอกย้ำความครบจบทุกบทบาทแบบไม่ต้องเลือก

 

สมรรถนะเน้นความนุ่มนวลและประหยัด

The new STARGAZER ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 1.5 MPi ให้กำลังสูงสุด 113 แรงม้า และแรงบิด 144 นิวตันเมตร จับคู่เกียร์ IVT (Intelligent Variable Transmission) ที่เน้นความต่อเนื่องของอัตราเร่งและความนุ่มนวลในการขับขี่ ให้คาแรกเตอร์ที่เหมาะกับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน การตอบสนองคันเร่งควบคุมง่าย โดยเฉพาะในสภาพการจราจรเมืองที่ต้องการความลื่นไหลมากกว่าความดุดัน พร้อมความประหยัดน้ำมันสูงสุด 17.24 กม./ลิตร(1) เพื่อมอบความคุ้มค่าในการใช้งานสูงสุด

อีกหนึ่งจุดที่ได้รับการพัฒนาอย่างชัดเจนคือ NVH (Noise, Vibration, Harshness) ที่ช่วยลดเสียงรบกวนและแรงสั่นสะเทือน ทำให้ห้องโดยสารเงียบและผ่อนคลายมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเดินทางหลายคน ขณะที่ช่วงล่างหน้าแมคเฟอร์สันสตรัทและหลังทอร์ชั่นบีม ที่เซตมาในโทน “นุ่มแต่คุมได้” รองรับทั้งการใช้งานในเมืองและการเดินทางไกลได้อย่างมั่นใจ โดยรวมแล้ว The new STARGAZER จึงเป็นรถที่ขับง่าย นั่งสบาย และเหมาะกับการใช้งานทุกวัน

The new STARGAZER จึงเป็นตัวเลือกที่สะท้อนแนวคิดของรถครอบครัวยุคใหม่ ที่มองไกลกว่าจำนวนที่นั่ง และให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และความสามารถในการรองรับการใช้งานที่หลากหลายในชีวิตประจำวันได้อย่างชัดเจน โดยรถ Hyundai new STARGAZER เปิดตัว 2 รุ่นย่อยในประเทศไทย ได้แก่ รุ่น Trend 6 ในราคาแนะนำพิเศษช่วงเปิดตัว 719,000 บาท(2) (จากราคาปกติ 795,000 บาท) และรุ่น Smart 6 ในราคาแนะนำพิเศษช่วงเปิดตัว 799,000(2) บาท (จากราคาปกติ 875,000 บาท)

พิเศษสุดๆ สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ฮุนไดรุ่นใดก็ได้ ที่บูธฮุนได ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ จะได้รับ Samsung B-Series Soundbar HW-B400F มูลค่า 2,990 บาท เป็นของสมนาคุณ (จำนวนจำกัด) และสำหรับ The new STARGAZER ลูกค้าจะได้รับ Samsung Music Frame HW-LD60D มูลค่า 12,990 บาท (จำนวนจำกัด) เมื่อส่งมอบรถยนต์ เพื่อยกระดับประสบการณ์ความบันเทิงภายในบ้านควบคู่ไปกับการใช้งานรถยนต์ในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว โดยสามารถสัมผัสตัวรถคันจริงและรับข้อเสนอพิเศษได้ที่บูธฮุนได หมายเลข A12 ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2026 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้ – 5 เมษายน 2569

 

หมายเหตุ:

(1)อัตราการใช้น้ำมันอ้างอิงสภาวะนอกเมือง ตามข้อมูลจาก Eco Sticker

(2)จำนวนจำกัด สำหรับลูกค้า 100 ท่านแรก ที่จองและรับรถภายในวันที่ 23 มีนาคม – 30 เมษายน 2569 เท่านั้น

 

นิสสัน ประเทศไทย เปิดสายการผลิต “นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่”

0

นิสสัน ประเทศไทย ประกาศเริ่มเดินเครื่องเปิดสายการผลิตรถยนต์คอมแพคเอสยูวีรุ่นล่าสุด “นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่” ที่โรงงานผลิตในประเทศไทย นับเป็นก้าวสำคัญอีกครั้งของความมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกที่สำคัญของนิสสันในภูมิภาคอาเซียน โดยคาดว่าจะเริ่มส่งมอบรถยนต์ให้แก่ลูกค้าได้ในเดือนพฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป

โชเฮย์ ยามาซากิ ประธานคณะกรรมการบริหารประจำภูมิภาค ญี่ปุ่น/อาเซียน และ AFL (Chairperson of the Management Committee for Japan/ASEAN &AFL) บริษัท นิสสัน มอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “นิสสันดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมายาวนานกว่า 73 ปี และยังคงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และยกระดับศักยภาพการผลิต เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง วันนี้นับเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญกับการเริ่มสายการผลิต ‘นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่’ ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพ และความเชี่ยวชาญในการผลิตยานยนต์ของคนไทย พร้อมส่งมอบรถยนต์คุณภาพมาตรฐานญี่ปุ่นสู่ผู้ขับขี่อย่างมีประสิทธิภาพ” 

นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ เป็นคอมแพคเอสยูวีรุ่นล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ครั้งที่ 47 ตามกลยุทธ์การนำเสนอยานยนต์ที่ใช้เทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ เอกสิทธิ์ของนิสสัน  โดย นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ใหม่ มาพร้อมรูปโฉมที่โฉบเฉี่ยว ปราดเปรียว ติดตั้งเครื่องยนต์ อี-พาวเวอร์ พร้อมระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ ProPILOT ที่พร้อมประสบการณ์การขับขี่ที่น่าประทับใจและสนุกสนานทุกเส้นทาง

โดยภายในงาน ได้รับเกียรติจาก โชเฮย์ ยามาซากิ ประธานคณะกรรมการบริหารประจำภูมิภาคญี่ปุ่น/อาเซียน และ AFL บริษัท นิสสัน มอเตอร์ จำกัด และ โทชิฮิโระ ฟูจิคิ Corporate Executive, Global Aftersales บริษัท นิสสัน มอเตอร์ จำกัด ประเทศญี่ปุ่น และอดีตประธาน นิสสัน อาเซียน และนิสสัน ประเทศไทย พร้อมด้วยพันธมิตรสำคัญจากกลุ่มสยามกลการ ได้แก่ ดร.พรเทพ พรประภา ประธานกรรมการ กลุ่มสยาม มอเตอร์ และ นายประกาสิทธิ์ พรประภา กรรมการผู้จัดการ รวมถึงผู้บริหารระดับสูงจากนิสสัน ประเทศไทย และกลุ่มสยามกลการ เข้าร่วมงานในครั้งนี้

เชอรี ประเทศไทย เปิดตัวในงาน Motor Show ครั้งแรก กระแสแรง ยอดจองทะลุกว่า 3,400 คัน ใน 7 วัน สะท้อนความนิยม ท่ามกลางราคาน้ำมันพุ่ง พร้อมอัดแคมเปญโดนใจผู้บริโภค

0

เชอรี ประเทศไทย (Chery Thailand) ประกาศความสำเร็จในการร่วมงาน Motor Show ครั้งแรก พร้อมสร้างกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้บริโภคชาวไทย ด้วยยอดจองรถยนต์เชอรีรวมกว่า 3,400 คัน ภายในระยะเวลาเพียง 7 วัน สะท้อนถึงความนิยมและการยอมรับในแบรนด์ได้อย่างชัดเจน ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับรุ่นที่ได้รับความสนใจสูงอย่างต่อเนื่องคือ Chery V23 ซึ่งทำยอดจองได้มากกว่า 1,600 คัน ด้วยดีไซน์รถทรงกล่องที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ผสานฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ขณะที่ Chery Q ก็ได้รับกระแสตอบรับที่ดีไม่แพ้กัน ด้วยยอดลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษกว่า 1,800 คัน เสริมด้วยแคมเปญพิเศษภายในงาน Motor Show 2026 ที่ช่วยกระตุ้นการตัดสินใจของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี

อีกทั้งความสำเร็จดังกล่าวยังสอดคล้องกับความแข็งแกร่งของแบรนด์เชอรีในระดับสากล ซึ่ง J.D. Power ประเทศจีน ได้จัดอันดับให้เชอรีเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่โดดเด่นด้านคุณภาพและความพึงพอใจของลูกค้า พร้อมทั้ง Chery V23 เป็นอันดับ 1 ในกลุ่มรถ SUV ไฟฟ้าขนาดกลาง (Midsize Pure Electric SUV) ในปี 2026  ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยยืนยันความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากผู้บริโภคทั่วโลก