Home Blog Page 13

BYD SEALION 5 DM-i คว้ารางวัล THE BEST SUV PHEV AWARD จากผู้จัดงาน มอเตอร์โชว์ 2026

0

หลังจากที่ บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานใหม่ BYD และ DENZA อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายใต้กลุ่มธุรกิจเรเว่ ร่วมกันเปิดตัวรถยนต์พลังงานใหม่ 4 รุ่นพร้อมกัน เป็นครั้งแรกของไทยในสัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุด BYD SEALION 5 DM-i หนึ่งในสี่รุ่นรถยนต์ใหม่ล่าสุด ชนะใจคณะกรรมการผู้จัดงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 รับรางวัล THE BEST SUV PHEV AWARD ตอกย้ำนวัตกรรมเหนือชั้น ด้วยขุมพลัง DM-i SUPER PHEV ที่ล้ำสมัยและมากด้วยเทคโนโลยีล่าสุดจาก BYD ใช้เชื้อเพลิงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์มาตรฐานครบครัน และมีรูปลักษณ์โดดเด่น ทั้งยังมีราคาที่สุดแสนคุ้มค่าเมื่อเทียบกับคุณสมบัติ BYD SEALION 5 DM-i จึงควรค่ากับ ‘รางวัลรถยนต์ SUV ขุมพลัง PHEV ที่ดีที่สุด’ อย่างไม่มีข้อโต้แย้ง

เทคโนโลยี DM-i SUPER PHEV ใน BYD SEALION 5 DM-i ตอบสนองในแบบฉบับของรถยนต์ไฟฟ้า ผสานการทำงานของเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร ที่ใช้เชื้อเพลิงเต็มประสิทธิภาพ เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง ทั้งระบบให้กำลังรวมสูงสุด 155 กิโลวัตต์ แรงบิดรวมสูงสุด 210 นิวตัน-เมตร ขับเคลื่อนล้อคู่หน้า ผนวกกับ BYD Blade Battery ขนาด 18.3 kWh เทคโนโลยีเอกสิทธิ์ของ BYD ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วในเรื่องความปลอดภัยและทนทาน รองรับ DC Charging สูงสุด 18 kW และ ระบบ VtoL พร้อมอุปกรณ์เสริม สำหรับจ่ายกระแสไฟฟ้าออกนอกตัวรถ

BYD SEALION 5 DM-i สามารถขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วนได้เป็นระยะทางสูงสุด 110 กิโลเมตร* ต่อการชาร์จ และ ขับขี่ได้ไกลสูงสุดถึง 1,200 กม. ต่อการชาร์จและน้ำมันเต็มถัง* ห้องโดยสารกว้างขวางและพรีเมียม ด้วยวัสดุที่คัดสรรโดยเฉพาะ เพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ทั้งหน้าจอสัมผัสระบบมัลติมีเดีย ขนาด 12.8 นิ้ว, หน้าจอเรือนไมล์ LCD ขนาด 8.8 นิ้ว และ เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้าพร้อมระบบระบายอากาศ มั่นใจกับเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูงครบครันทั้ง ICC ระบบช่วยควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันอัจฉริยะ, LDP ระบบช่วยควบคุมรถไม่ให้ออกนอกช่องทางเดินรถ, AEB ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ และ กล้องรอบคัน 360 องศา พร้อมเซ็นเซอร์รอบคัน 6 จุด

BYD SEALION 5 DM-i พร้อมให้เป็นเจ้าของแล้ว ด้วยราคาเริ่มต้น 759,900 บาท ในรุ่นย่อย Dynamic และ 799,900 บาท ในรุ่นย่อย Premium ทั้งยังมีข้อเสนอพิเศษมากมาย ถึงวันที่ 5 เมษายน 2569 เท่านั้น ซึ่งรวมถึง

  • รับฟรี Lifetime Warranty Package แพ็กเกจการรับประกันตลอดอายุการใช้งาน มูลค่า 50,000 บาท**
  • รับฟรี โฮมชาร์จเจอร์ยี่ห้อ ZHIDA พร้อมบริการติดตั้ง มูลค่า 25,000 บาท**
  • รับฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. 1 ปี**
  • รับฟรี ฟิล์มเซรามิก ยี่ห้อ เอ็กซ์ยูวี แม็กซ์ ทรี ฟิล์ม (XUV MAX III Film) พร้อมบริการติดตั้ง**

พบกับ BYD SEALION 5 DM-i เจ้าของรางวัล THE BEST SUV PHEV AWARD พร้อมสัมผัสรถยนต์ไฟฟ้า 3 รุ่นล่าสุดอย่าง BYD ATTO 1, BYD ATTO 2 และ BYD SEAL 6 รวมถึงทัพยานยนต์พลังงานใหม่จาก BYD และ DENZA ครบทุกรุ่น ได้ที่งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี บูธหมายเลข A16 และ A18 ตั้งแต่วันนี้ – 5 เมษายนนี้ ติดตามข่าวสารและทุกความเคลื่อนไหวของแบรนด์ได้ที่:

  • Official Facebook Page:  BYD RÊVER Thailand และ DENZA RÊVER Thailand
  • LINE Official Account:                @BYDTHAILAND
  • WeChat Official Account:               BYDAsiaPacific

 

* เป็นไปตามมาตรการทดสอบตามมาตรฐาน NEDC ระยะทางจริงอาจปรับเปลี่ยนได้ตามปัจจัยต่างๆ เช่น พฤติกรรมการขับขี่ของแต่ละบุคคล น้ำหนักบรรทุก สภาพการจราจร และอื่นๆ

** เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทฯ กำหนด

GWM ยืนหนึ่งด้านผลิตภัณฑ์ ควบตำแหน่งผู้นำด้านบริการหลังการขายของแบรนด์รถยนต์จีน มุ่งส่งมอบประสบการณ์เหนือระดับในทุกมิติ

0

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุก ประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” และมุ่งมั่นที่จะก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้าน บริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุด GWM (Thailand) ตอกย้ำความสำเร็จอย่างต่อเนื่องด้วยการคว้าการจัดอันดับอันทรงเกียรติจากดิฟเฟอเรนเชียล (ไทยแลนด์) บริษัทที่ปรึกษาและวิจัยการตลาดชั้นนำ ประจำปี 2569 โดยได้รับรางวัลอันดับ 1 หรือ Top Performer จากการวิจัยประสบการณ์ลูกค้าด้านผลิตภัณฑ์รถยนต์ในประเทศไทย (Product Customer Experience Index Study: Product CXI) และอันดับ 3 หรือ Bronze Achievement จากการวิจัยประสบการณ์ลูกค้าด้านความพึงพอใจในการนำรถเข้ารับบริการหลังการขาย (Service Customer Experience Index Study: Service CXI) ซึ่งทำให้ GWM อยู่ในตำแหน่งผู้นำของเป็นแบรนด์รถยนต์จากประเทศจีนที่ได้รับคะแนนสูงสุดด้านการบริการเป็นเวลา 2 ปีติดต่อกัน(2568 และ 2569) สะท้อนถึงศักยภาพอันแข็งแกร่งของ GWM ในการยกระดับมาตรฐานประสบการณ์ลูกค้าอย่างรอบด้าน ครอบคลุมทั้งการออกแบบผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยีอัจฉริยะ และบริการหลังการขายที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในระยะยาว โดยการวิจัยดังกล่าว ครอบคลุมรถยนต์ยอดนิยม 14 แบรนด์ จากกลุ่มตัวอย่างเจ้าของรถยนต์จำนวน 2,651 คนทั่วประเทศ ที่ซื้อรถในช่วงเดือนตุลาคม 2565 ถึงพฤศจิกายน 2567 และเก็บข้อมูลระหว่างเดือนตุลาคม 2568 ถึงธันวาคม 2568

GWM ครองอันดับ 1 ด้านความพึงพอใจในผลิตภัณฑ์รถยนต์ในไทย ด้วยคะแนนสูงถึง 896 คะแนน ตอกย้ำการนำเสนอผลิตภัณฑ์ระดับสูงที่สร้างความพึงพอใจเหนือระดับ

ผลการวิจัยดัชนีประสบการณ์ลูกค้าด้านผลิตภัณฑ์รถยนต์ในประเทศไทย (Product Customer Experience Index: Product CXI) ประจำปี 2569 ซึ่งจัดทำขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นเลิศของ GWM ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคอย่างรอบด้าน โดย GWM สามารถครองอันดับ 1 ด้วยคะแนนความพึงพอใจสูงสุด 896 คะแนน จากคะแนนเต็ม 1,000 คะแนน ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่ 890 คะแนน จากการประเมินใน 9 มิติหลัก ครอบคลุม 52 คุณสมบัติสำคัญ ได้แก่ การออกแบบภายนอกและสไตล์ตัวรถ ระบบความปลอดภัย ความสะดวกในการใช้งานและระบบควบคุม สมรรถนะและการขับขี่ ระบบแสงสว่างและสัญญาณ การออกแบบภายในและความสะดวกสบาย พื้นที่จัดเก็บสัมภาระ ระบบเสียงและความบันเทิง รวมถึงระบบแบตเตอรี่และการชาร์จสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ตอกย้ำศักยภาพของ GWM ในการสร้างประสบการณ์ผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นจนสามารถต่อยอดสู่ความเชื่อมั่นและความภักดีของลูกค้า จนผู้ใช้งานกลายเป็นกระบอกเสียงสำคัญที่ช่วยส่งต่อความพึงพอใจและแนะนำแบรนด์สู่ผู้บริโภคในวงกว้างอย่างยั่งยืน

GWM คว้าอันดับ 3 ด้านการบริการหลังการขาย ควบตำแหน่งผู้นำของแบรนด์รถยนต์จีนต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 พร้อมสร้างประสบการณ์ที่เหนือความคาดหวัง

Customer Experience Index Study: Service CXI) ประจำปี 2569 ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของ GWM ในการยกระดับมาตรฐานงานบริการอย่างต่อเนื่อง โดย GWM ได้รับคะแนนสูงถึง 893 จาก 1,000 คะแนน สูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่ 891 คะแนน และครองอันดับ 3 จากการประเมินใน 5 มิติหลัก ได้แก่ คุณภาพงานบริการ ราคาและความคุ้มค่า การบริการของพนักงานและสิ่งอำนวยความสะดวก การสื่อสาร และความสะดวกในการเข้าถึงบริการ ท่ามกลางความคาดหวังของลูกค้าที่เพิ่มสูงขึ้นในด้านความเชี่ยวชาญเชิงเทคนิค กระบวนการให้บริการที่มีประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่สะดวกสบาย ซึ่ง GWM ยังสามารถครองตำแหน่งผู้นำของแบรนด์รถยนต์จากประเทศจีนด้านบริการต่อเนื่องติดต่อกันเป็นปีที่ 2 สะท้อนความมุ่งมั่นตั้งใจของ GWM ในการให้ความสำคัญกับการดูแลลูกค้าอย่างห่วงใยและใส่ใจ ผ่านแนวทางการดำเนินงานที่เน้นความเป็นมืออาชีพ ความโปร่งใส และการมีส่วนร่วมกับลูกค้าในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การวิเคราะห์และซ่อมแซมที่แม่นยำตั้งแต่ครั้งแรก การสื่อสารข้อมูลและระยะเวลาอย่างชัดเจน การให้คำปรึกษาอย่างเป็นระบบ ไปจนถึงการติดตามผลเชิงรุกผ่านหลากหลายช่องทางดิจิทัล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นสูงสุด ยกระดับประสบการณ์บริการหลังการขาย และเสริมสร้างความภักดีของลูกค้าในระยะยาว

 

เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวว่า “GWM ขอขอบคุณลูกค้าชาวไทยทุกท่านที่มอบความไว้วางใจในผลิตภัณฑ์และบริการหลังการขายของเราอย่างต่อเนื่อง ความสำเร็จจากการคว้าอันดับ 1 ด้านผลิตภัณฑ์รถยนต์ และอันดับ 3 ด้านบริการหลังการขายในครั้งนี้ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และมาตรฐานการดูแลลูกค้าในทุกมิติของ GWM ในยุคที่ความต้องการของลูกค้ามีความหลากหลายและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว GWM พร้อมเดินหน้ายกระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงมากยิ่งขึ้น ควบคู่กับการปรับปรุงบริการหลังการขายให้มีความแม่นยำ รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นตลอดระยะเวลาการเป็นเจ้าของรถยนต์ GWM เรามุ่งมั่นสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว เพื่อก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่ผู้บริโภคชาวไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายในประเทศไทย”

แหล่งที่มา : บริษัท ดิฟเฟอเรนเชียล (ไทยแลนด์) จำกัด

วอลโว่ จัดโปรรับซัมเมอร์ มอบข้อเสนอ Service Campaign ส่วนลดอะไหล่พิเศษ 40% พร้อมรับตุ๊กตาลิมิเต็ดเอดิชั่น Papa Moose

0

วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ต้อนรับฤดูร้อนเมืองไทยด้วยข้อเสนออะไหล่สุดพิเศษ มอบส่วนลดอะไหล่สูงสุดถึง 40% พร้อมรับตุ๊กตา Papa Moose คอลเลคชันใหม่รุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นตามเงื่อนไขที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับแคมเปญนี้เท่านั้น เพื่อสะท้อนความใส่ใจที่วอลโว่มีต่อลูกค้าคนสำคัญ ผ่าน Service Campaign ตลอดทั้งปี 2026 ที่นำเสนอในรูปแบบแอนิเมชั่นแสนน่ารัก อบอุ่น และเข้าใจง่าย โดยใช้ตัวละครกวางมูสอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์วอลโว่ ได้แก่ Papa Moose (คุณพ่อ), Mama Moose (คุณแม่), Moose Moose (ลูกชาย) และ Little Moose (ลูกสาว) มาถ่ายทอดข้อเสนออะไหล่สุดพิเศษภายใต้เรื่องราว ‘ภารกิจพาน้องสาวกลับบ้าน Moose Family Mission’ ที่ชวนผู้ชมร่วมเอาใจช่วยครอบครัวกวางมูสเดินทางไปรับ Little Moose กลับบ้านอย่างปลอดภัยตลอดทั้งปี

Service Campaign คือแคมเปญสิทธิประโยชน์ด้านงานบริการหลังการขายที่วอลโว่จัดขึ้นตลอดปี 2026 เพื่อมอบข้อเสนอส่วนลดอะไหล่ให้ลูกค้าคนสำคัญ พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการยกระดับคุณภาพงานบริการอย่างต่อเนื่อง วอลโว่ยึดถือมาตรฐานด้านความปลอดภัย ความโปร่งใส และความเชี่ยวชาญในทุกขั้นตอน เพื่อให้ลูกค้าทุกท่านได้รับประสบการณ์การดูแลรถที่ดีที่สุด ทั้งยังสนับสนุนให้ลูกค้านำรถเข้ารับบริการตรวจเช็กตามระยะ เพื่อรักษาสมรรถนะของรถให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานเสมอ โดยช่างผู้เชี่ยวชาญและอะไหล่แท้มาตรฐานวอลโว่ นี่หลักการที่วอลโว่ยึดถือมาโดยตลอด เพื่อให้ทุกเส้นทางของลูกค้าเต็มไปด้วยความมั่นใจและปลอดภัยในทุกการเดินทาง

เมื่อนำรถเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการวอลโว่ ลูกค้าจะได้รับการดูแลโดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญภายใต้มาตรฐานการบริการระดับสากล พร้อมรับสิทธิประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นความคุ้มครองชิ้นส่วนอะไหล่ตลอดอายุการใช้งาน**ตามเงื่อนไขสำหรับเจ้าของรถ การรับประกันอะไหล่แท้ที่เปลี่ยนโดยช่างมืออาชีพ การวิเคราะห์ที่แม่นยำและแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด รวมถึงการอัปเดตซอฟต์แวร์เวอร์ชันล่าสุดทุกครั้งที่เข้ารับบริการตรวจเช็กตามระยะทางและจะได้รับการต่ออายุบริการช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง โดยอัตโนมัติเป็นเวลา 1 ปีเพื่อให้ลูกค้าวางใจได้ว่ารถของตนอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานสูงสุด และสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบายและปลอดภัย

มอบข้อเสนอสุดพิเศษ พร้อมเอาใจช่วยครอบครัวกวางมูสใน ‘ภารกิจพาน้องสาวกลับบ้าน Moose Family Mission’

ถ่ายทอดข้อเสนอและสิทธิพิเศษของวอลโว่ ผ่านเรื่องราวแสนสนุกไปกับครอบครัวกวางมูสทั้ง 4 ตัวใน ภารกิจพาน้องสาวกลับบ้าน เรื่องราวที่เริ่มจากน้องสาว Little Moose ไปเข้าค่าย School Camp จนเพลิดเพลินไม่อยากกลับบ้าน ทำให้ทั้งครอบครัวต้องร่วมมือกันพาน้องสาวกลับมาให้ได้ โดยแต่ละช่วงของฤดูกาล จะมีแอนิเมชันที่ถ่ายทอดข้อเสนอประจำฤดูกาลควบคู่กับการเล่าเรื่องภารกิจของครอบครัวกวางมูส เพื่อเชิญชวนให้ลูกค้านำรถเข้าตรวจเช็กเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเดินทางในช่วงวันหยุดยาว เพราะวอลโว่เชื่อว่า การดูแลรถที่ดีคือจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่ราบรื่นและปลอดภัยในทุกเส้นทาง เหมือนกับที่ Papa Moose ได้นำรถเข้าศูนย์บริการเพื่อตรวจเช็กรถให้พร้อม ก่อนออกเดินทางรับลูกสาวกลับบ้าน โดยตลอดปี 2026 แคมเปญจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ช่วง คือ Summer Campaign, Rainy Campaign และ Winter Campaign

ตุ๊กตา Papa Moose

Summer Campaign ต้อนรับฤดูร้อน ด้วยข้อเสนอส่วนลดอะไหล่สูงสุด 40%

วอลโว่เชิญชวนลูกค้าเตรียมรถให้พร้อมก่อนออกเดินทางท่องเที่ยวช่วงฤดูร้อน ด้วยข้อเสนอส่วนลดอะไหล่เริ่มตั้งแต่ 15% – 40% โดยข้อเสนอเริ่มตั้งแต่วันนี้ – 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569 มีรายละเอียดดังนี้

  • รับส่วนลด 50% สำหรับการล้างแอร์ เมื่อมีการเปลี่ยน คอมเพรสเซอร์ หม้อน้ำ พัดลมไฟฟ้า อย่างใดอย่างหนึ่ง
    • รับส่วนลด 40% สำหรับน้ำมันเบรก เมื่อมีการเปลี่ยนผ้าเบรกและจานเบรก
    • รับส่วนลด 25% สำหรับจานเบรก เมื่อมีการเปลี่ยนพร้อมผ้าเบรก
    • รับส่วนลด 25% สำหรับแบตเตอร์รี่ 12 โวลท์ เมื่อมีค่าใช้จ่ายอะไหล่ 7,000 บาทขึ้นไป
    • รับส่วนลด 15% สำหรับน้ำมันเครื่องคาสตรอล และ คอยล์เย็น

นอกจากนี้ ลูกค้ายังได้รับบริการตรวจเช็กรถฟรี 32 รายการ และเมื่อใช้จ่ายอะไหล่ตั้งแต่ 9,000 บาทขึ้นไป จะได้รับ ตุ๊กตา Papa Moose รุ่น Limited Edition มูลค่า 850 บาท ทันที* (มีจำนวนจำกัด)

รับชมรายละเอียด Service Campaign เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ – https://cutt.ly/ftOU4RmN

รับชมวิดีโอคลิป Summer Service Campaign ได้ที่ –  https://www.youtube.com/watch?v=vRs_PiPxzBM

 

หมายเหตุ:

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

**ท่านสามารถอ่านข้อมูลการรับประกันอะไหล่ตลอดอายุการใช้งานสำหรับลูกค้าได้ที่ https://www.volvocars.com/th-th/l/service-and-maintenance/genuine-parts-extended-warranty/

 

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ได้ที่

Website – www.volvocars.com/th

Facebook – https://www.facebook.com/volvocarsth

YouTube – https://www.youtube.com/user/VolvoCarsThailand

LINE – https://page.line.me/002olnns?oat_content=url&openQrModal=true

เยี่ยมชม Volvo Studio ICONSIAM ได้ที่ชั้น 3 ห้างสรรพสินค้าไอคอนสยาม และ เยี่ยมชม Volvo Studio EmSphere ได้ที่ชั้น 2 ห้างสรรพสินค้า ดิ เอ็มสเฟียร์ เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวอลโว่ สำหรับสอบถามข้อมูลทั่วไป กรุณาโทร 02-544-0446

สำหรับลูกค้าวอลโว่ปัจจุบัน สามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษเฉพาะลูกค้าได้ที่ https://bit.ly/459u6HD

ฮอนด้า คว้า Best Costume Design Award จากงาน Motor Show 2026 ชูดีไซน์ที่สะท้อนไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ภายใต้แนวคิด “Activating Life’s Next Move”

0

ฮอนด้า โดยบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด คว้ารางวัล Best Costume Design Award จากงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 โดยมีนายโคจิ อิวานามิประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด และ ดร.อารักษ์ พรประภา ประธาน บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด เข้ารับรางวัลจาก คุณพีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ณ บูทฮอนด้า ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

รางวัลในครั้งนี้ สะท้อนถึงความตั้งใจด้านงานดีไซน์ของฮอนด้าที่ไม่หยุดอยู่เพียงแค่ตัวรถ แต่ยังรวมถึงภาพลักษณ์ที่สะท้อนการจัดแสดงไลน์อัปผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ (Power Products) และสะท้อนผ่านเครื่องแต่งกายของ Honda Lady ซึ่งได้รับการสร้างสรรค์ให้สอดคล้องกับแต่ละโซนการจัดแสดง ภายใต้แนวคิด Activating Life’s Next Move” ได้แก่

  • Life Passion: สะท้อนความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวของยนตรกรรมทั้งรถยนต์และจักรยานยนต์ ผ่านการใช้โทนสีแดงและดำที่ดูดุดันและทรงพลัง

  • Urban Life: สะท้อนวิถีคนเมืองยุคใหม่ผ่านลุค Working Woman ที่สามารถปรับเปลี่ยนดีไซน์ลุคทำงานที่ดูเป็นทางการในตอนกลางวัน สู่ลุคเสื้อครอปสำหรับสังสรรค์ในยามค่ำคืนได้อย่างคล่องตัว

  • Smart Life: นำเสนอภาพลักษณ์แห่งโลกอนาคตและเทคโนโลยี EV ผ่านการใช้สีขาวและสีน้ำเงิน พร้อมวัสดุที่มีความเงางาม สื่อถึงความล้ำสมัยอย่างมีระดับ

  • Life Explorer: เน้นดีไซน์ที่มีความกระฉับกระเฉงและคล่องตัว ในโทนสีน้ำตาล สะท้อนจิตวิญญาณนักเดินทางที่พร้อมลุยไปในทุกเส้นทางอย่างไร้ขีดจำกัด

ร่วมสัมผัสไลน์อัปผลิตภัณฑ์ฮอนด้าที่บูทฮอนด้า (A22 และ M1) ในงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 (The 47th Bangkok International Motor Show 2026) อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษเดียวกันทั้งในงานและโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมทั้งในงานฯ และโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777

อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

  • เว็บไซต์: honda.co.th
  • Facebook Official Account: Honda Thailand
  • LINE Official Account: @honda-thailand

AUMOVIO เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ตอกย้ำบทบาทของประเทศในฐานะศูนย์กลางยุทธศาสตร์ของอาเซียนด้านนวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคต

0

บริษัท ออโมวีโอ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเทคโนโลยียานยนต์ระดับโลกจากยุโรป ประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยในฐานะบริษัทเทคโนโลยียานยนต์อิสระ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการดำเนินธุรกิจในภูมิภาคอาเซียน พร้อมตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางยุทธศาสตร์ด้านการเติบโต ความร่วมมือ และนวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคตของภูมิภาค

AUMOVIO (ออโมวีโอ) ก่อตั้งขึ้นจากการแยกธุรกิจของกลุ่ม Automotive เดิมจากคอนติเนนทอล (Continental) เมื่อเดือนกันยายน 2568 โดยต่อยอดจากประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลก เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีที่รองรับทิศทางของอุตสาหกรรมซึ่งกำลังก้าวสู่ยุคของยานยนต์ที่เชื่อมต่ออัจฉริยะและขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์มากขึ้น

การเปิดตัวในประเทศไทยครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นระยะยาวของ AUMOVIO ต่อภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และความตั้งใจที่จะทำงานร่วมกับลูกค้า และพันธมิตรอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้นทั่วทั้งอาเซียน โดยประเทศไทยมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในฐานะฐานยุทธศาสตร์ที่เอื้อต่อการพัฒนาเทคโนโลยี การทำงานร่วมกันในระดับภูมิภาค และการต่อยอดสู่การใช้งานจริงได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

มร. ปีเตอร์ รางเคิล ประธานฝ่ายบริหารภูมิภาคอาเซียน บริษัท ออโมวีโอ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การเปิดตัวในวันนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ AUMOVIO ในการขับเคลื่อนการเติบโตในอาเซียน ผ่านโซลูชันที่ครอบคลุมทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และบริการสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ เราพร้อมทำงานร่วมกับลูกค้า และพันธมิตรอย่างใกล้ชิด เพื่อต่อยอดเทคโนโลยีสู่การใช้งานจริง รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคของยานยนต์ที่เชื่อมต่อ และขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ ตลอดจนยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยและประสบการณ์ผู้ใช้อย่างต่อเนื่อง”

AUMOVIO นำเสนอพอร์ตโฟลิโอเทคโนโลยียานยนต์แบบครบวงจร ครอบคลุมทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และบริการสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยแบ่งการดำเนินธุรกิจออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ Autonomous and Commercial Mobility (ACM) สำหรับโซลูชันการขับขี่แบบช่วยเหลือ กึ่งอัตโนมัติ และอัตโนมัติ รวมถึงยานยนต์เพื่อการพาณิชย์ และยานยนต์เฉพาะทาง, Architecture and Network Solutions (ANS) สำหรับเทคโนโลยีด้านการประมวลผลสมรรถนะสูง (high performance computing) สถาปัตยกรรมแบบโซน (zonal architectures) ระบบการเชื่อมต่อและเทเลเมติกส์ (connectivity and telematics) ระบบปฏิบัติการ และมิดเดิลแวร์ (operating systems and middleware) กล่องควบคุมเครื่องยนต์ด้วยระบบเอดจ์ (edge ECUs) ช่วยให้เข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว และบริการด้านการบูรณาการระบบ, Safety and Motion (SAM) สำหรับเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยและการควบคุมการเคลื่อนไหวแบบบูรณาการ เช่น ระบบเบรกถุงลมนิรภัย เซ็นเซอร์ และระบบกันสะเทือนถุงลมไฟฟ้า และ User Experience (UX) ที่มุ่งยกระดับประสบการณ์ภายใน
ห้องโดยสารผ่านระบบหน้าจอดิจิทัล โซลูชันการแสดงผล และ head-up displays

หัวใจสำคัญของพอร์ตโฟลิโอนี้คือระบบนิเวศ “Road to Cloud” ของ AUMOVIO ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับการพัฒนายานยนต์แบบซอฟต์แวร์เป็นศูนย์กลางอย่างครบวงจร ตั้งแต่ระบบปฏิบัติการ และมิดเดิลแวร์ การอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่านระบบออนไลน์ (over-the-air updates) และความปลอดภัยทางไซเบอร์ (cybersecurity) เทคโนโลยีการประมวลผลสมรรถนะสูง และสถาปัตยกรรมแบบโซน, เทเลเมติกส์ เซ็นเซอร์ (telematics sensors) แอคชูเอเตอร์ (actuators) หน่วยควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ (ECUs) จอแสดงผล (displays) ตลอดจนการบูรณาการระบบทั้งในแนวตั้ง และข้ามโดเมน รวมถึงกรอบการพัฒนาและการทำงานร่วมกันบนคลาวด์ เพื่อช่วยให้ผู้ผลิตรถยนต์สามารถต่อยอดการพัฒนาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และเปิดทางสู่โซลูชันการเดินทางยุคใหม่ที่ปลอดภัย เชื่อมต่อ และพร้อมสำหรับอนาคต

ในโอกาสเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย AUMOVIO ยังได้นำเสนอเทคโนโลยีแห่งอนาคตผ่าน innovation showcase ที่รวบรวมโซลูชันรุ่นใหม่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าโลกของการเดินทางกำลังก้าวสู่ความชาญฉลาด ใช้งานง่าย และผสานเข้ากับประสบการณ์การขับขี่จริงได้อย่างกลมกลืนมากยิ่งขึ้น หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือโซลูชันรถบรรทุกขับเคลื่อนอัตโนมัติที่สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ ซึ่งพัฒนาร่วมกับ Aurora โดยทั้งสองบริษัทจะร่วมกันออกแบบ พัฒนา ทดสอบ ส่งมอบและให้บริการระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติสำหรับอุตสาหกรรมรถบรรทุก ทั้งนี้ ระบบดังกล่าวคาดว่าจะพร้อมให้บริการแก่ผู้ให้บริการขนส่ง และผู้ประกอบการฟลีทรถเชิงพาณิชย์ในสหรัฐอเมริกา และมีส่วนช่วยลดต้นทุนเพื่อสนับสนุนการใช้งานในวงกว้าง

ภายในงานยังมีการนำเสนอเทคโนโลยี automated parking ที่ออกแบบมาเพื่อให้ฟังก์ชันการจอดรถขั้นสูงใช้งานได้ง่ายและเป็นธรรมชาติมากขึ้นในสถานการณ์ประจำวัน ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถรับมือกับทางโค้ง พื้นที่แคบ ช่องจอดขนาน และสถานการณ์การจอดที่ซับซ้อนได้อย่างมั่นใจมากขึ้น นอกจากนี้ AUMOVIO ยังนำเสนอโซลูชัน approach-detection และ deviceless access ซึ่งผสานการทำงานของเรดาร์ ultra-wideband (ultra-wideband radar) อัลกอริทึม AI (AI algorithms) เซ็นเซอร์ที่มีอยู่ในรถ และเทคโนโลยี camera-based sensor fusion เพื่อยกระดับประสบการณ์การเข้าถึงรถให้ใช้งานสะดวก ปลอดภัย และเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือแผนพัฒนาระบบเบรกรุ่นใหม่ของ AUMOVIO ซึ่งมาในรูปแบบพอร์ตโฟลิโอแบบโมดูลาร์ 4 ระดับ ตั้งแต่ระบบเบรกแบบเปียกไปจนถึงระบบเบรกแบบแห้งเต็มรูปแบบ รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยี brake-by-wire ที่มุ่งยกระดับสมรรถนะการขับขี่ รองรับการควบคุมแรงเบรกอย่างอิสระ ช่วยเพิ่มระยะทางการขับขี่ของรถยนต์ไฟฟ้า และลดภาระการบำรุงรักษา ขณะเดียวกัน บริษัทยังได้นำเสนอเทคโนโลยี window projection ที่เปลี่ยนกระจกรถด้านข้างให้กลายเป็นพื้นที่แสดงผลข้อมูลแบบเฉพาะบุคคลและแบบเรียลไทม์ เปิดโอกาสใหม่ด้านการสื่อสาร การโต้ตอบ และประสบการณ์ผู้ใช้รถยนต์

นอกเหนือจากพอร์ตโฟลิโอด้านนวัตกรรมแล้ว AUMOVIO ยังมีขนาดธุรกิจ และความแข็งแกร่งทางการตลาดที่พร้อมรองรับการเติบโตในระยะยาว โดยทำงานร่วมกับผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำทั่วโลก ครอบคลุมทั้งผู้เล่นดั้งเดิมและผู้เล่นรายใหม่ บนรากฐานของความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี เครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่ง และการดำเนินงานในระดับโลกควบคู่กับแนวทาง local-for-local ในปีงบประมาณ 2568 AUMOVIO มียอด adjusted consolidated sales อยู่ที่ 18.5 พันล้านยูโร และมี adjusted EBIT margin ที่ 3.9% โดยราว 80% ของยอดขายมาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เป็นผู้นำในตลาดโลก สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของพอร์ตโฟลิโอ ศักยภาพในการแข่งขัน และความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีต่อเทคโนโลยีของบริษัท

AUMOVIO ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนแผนกลยุทธ์ “Lead. Transform. Deliver.” อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเสริมความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีที่พร้อมรองรับอนาคต โดยเฉพาะโซลูชันสำหรับยานยนต์แบบซอฟต์แวร์เป็นศูนย์กลาง ควบคู่กับการยกระดับประสิทธิภาพองค์กรผ่านความเป็นเลิศในการดำเนินงาน และการส่งมอบผลลัพธ์อย่างมีวินัย โปร่งใส และเชื่อถือได้

การเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยครั้งนี้ ตอกย้ำความมุ่งมั่นระยะยาวของ AUMOVIO ต่อภูมิภาคอาเซียน และสะท้อนถึงความตั้งใจของบริษัทในการร่วมขับเคลื่อนอนาคตของการเดินทางในภูมิภาค ด้วยเทคโนโลยีที่ปลอดภัย เชื่อมต่อ อัจฉริยะ และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

PRAKAAN (ปราการ) ผสานพันธมิตรระดับโลก ผลักดันแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ “Journey of Heritage, Savoring the Taste of Thailand”

0

5 องค์กรพันธมิตร นำโดย PRAKAAN (ปราการ) วัน แบงค็อก ปอร์เช่ ประเทศไทย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด และ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ร่วมเปิดตัวแคมเปญสุดยิ่งใหญ่ “Journey of Heritage, Savoring the Taste of Thailand” แพลตฟอร์มระยะยาวที่ตอบโจทย์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและดื่มด่ำเสน่ห์ของแหล่งท่องเที่ยวไทยพร้อมชูจังหวัด “กำแพงเพชร” เมืองแห่งมรดกโลกของประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางหลัก

แพลตฟอร์มดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวระดับพรีเมียมของประเทศไทย และสร้างโอกาสในการเปิดรับกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ รวมถึงยกระดับมุมมองของนักท่องเที่ยวที่มีต่อจังหวัดเมืองน่าเที่ยว ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ปี 2569 ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่เน้นแนวคิด “Value over Volume” โดยให้ความสำคัญเชิงคุณค่ามากกว่าปริมาณ พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Premium Destination ระดับโลก ผ่านกลยุทธ์ Amazing 5-Economy ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ “Sub-culture Economy” เจาะกลุ่ม Niche market และใช้ความโดดเด่นของแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมร่วมสมัยและไลฟ์สไตล์ของเมืองต่าง ๆ เป็นแรงดึงดูดสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ

“Journey of Heritage, Savoring the Taste of Thailand” จึงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในฐานะแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงมรดกทางวัฒนธรรม การดื่มด่ำรสชาติแห่งความเป็นไทย และมอบคุณค่าในการเดินทางผ่านประสบการณ์ที่รังสรรค์อย่างประณีต (Curated Craft Experience) ความเอ็กซ์คลูซีฟที่ไม่เหมือนใคร (Exclusive Encounter) ความภาคภูมิใจในความเป็นไทย (Timeless Thai Pride) และอัตลักษณ์ความเป็นไทยแท้ (Authentic Thai Essence)

 

“กำแพงเพชร” เมืองแห่งมรดกโลกที่สะท้อนการเดินทางดื่มด่ำความเป็นไทยในมิติใหม่

จังหวัดกำแพงเพชร ถือเป็นหนึ่งในเมืองเก่าที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ตั้งแต่สมัยสุโขทัย โดยตั้งอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง และมีสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอย่าง อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร อุทยานแห่งชาติคลองลาน และยอดเขาโมโกจู ในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ซึ่งความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติเหล่านี้นับเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของ PRAKAAN (ปราการ) ที่สะท้อนถึง “Provenance” ที่มาของแหล่งน้ำบริสุทธิ์จากผืนป่าตะวันตกซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติโดย UNESCO และ “Pride” ความภาคภูมิใจในรากฐานและวัฒนธรรมไทย ทำให้เมืองกำแพงเพชรสามารถตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่และกลุ่มที่มองหาประสบการณ์การท่องเที่ยวระดับพรีเมียม สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของเมืองที่มีความพร้อมและเต็มไปด้วยเรื่องราวอันเป็นเสน่ห์ของการท่องเที่ยว

“Journey of Heritage, Savoring the Taste of Thailand” ต้นแบบแห่งวิถีการท่องเที่ยวระดับพรีเมียม
การเดินทางในแพลตฟอร์ม “Journey of Heritage, Savoring the Taste of Thailand” ซึ่งได้รับการออกแบบให้เป็นประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ จากความร่วมมือของทั้ง 5 องค์กรพันธมิตร  โดยมี วัน แบงค็อก ตอกย้ำความเป็นแลนด์มาร์คไลฟ์สไตล์ระดับโลกใจกลางกรุงเทพฯ ผ่านการจัดทริปสุดพิเศษเพื่อมอบประสบการณ์เหนือระดับให้กับกลุ่มลูกค้าคนสำคัญ ด้วยความร่วมมือกับแบรนด์ชั้นนำทั้งระดับโลกและระดับภูมิภาค  สะท้อนวิสัยทัศน์ของ วัน แบงค็อก รีเทล ในการสร้างสรรค์ประสบการณ์เฉพาะบุคคลที่แตกต่างและทรงคุณค่า พร้อมเดินหน้าพัฒนากิจกรรมและประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับทุกช่วงเวลาของการใช้ชีวิตให้เต็มไปด้วยความประทับใจ ยังได้ร่วมทริปกับคอมมูนิตี้ของปอร์เช่ ซึ่งเป็นแขกคนสำคัญของ เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส โดยการเดินทางในเส้นทางระหว่างสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินสุโขทัย ทั้งเที่ยวบินขาไป-กลับจะได้รับการต้อนรับและการดูแลโดย สายการบินบางกอก แอร์เวย์ส ที่มอบความสะดวกสบายขั้นสุดตั้งแต่ก่อนเดินทางด้วยห้องรับรอง Boutique Lounge

ในระหว่างการเส้นทางการเยี่ยมชมเมืองเก่าของกำแพงเพชร เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส ได้มอบประสบการณ์การขับขี่และการโดยสารที่เหนือระดับด้วยทัพยนตรกรรมจากปอร์เช่กว่า 15 คัน ประกอบด้วยซีรีส์ของ Porsche 911 Carrera, Porsche Taycan 4S, Porsche Taycan, Porsche Panamera 4 E-Hybrid, Porsche Macan และ Porsche Cayenne S E-Hybrid Coupé แสดงให้เห็นภาพของยนตรกรรมระดับโลกที่ผสานสุนทรียะแห่งความอลังการและความงดงามของศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของประเทศไทยอย่าง “อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร” แหล่งโบราณคดีและมรดกโลกซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร เมืองหน้าด่านสำคัญของอาณาจักรสุโขทัย

โดยอีกหนึ่งแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของจังหวัดกำแพงเพชรที่กำลังได้รับความสนใจ คือ โรงกลั่นซิงเกิลมอลต์วิสกี้แห่งแรกของประเทศไทย (PRAKAAN Distillery) ภายใต้แบรนด์ PRAKAAN (ปราการ) หนึ่งในพันธมิตรที่ร่วมบุกเบิกแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวนี้ โดยได้เปิดโรงกลั่นเพื่อสร้างประสบการณ์ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสถึง “Passion” หรือความมุ่งมั่นของทีมงานผู้สร้างสรรค์การผลิตซิงเกิลมอลต์วิสกี้คุณภาพระดับโลก โดยฝีมือคนไทย ซึ่งนอกจากจะได้รับชมกระบวนการผลิตแล้ว ยังได้เห็นถึงความงดงามของมรดกความเป็นไทย ธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ และการออกแบบด้านสถาปัตยกรรมยุคใหม่ที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว

โดยหนึ่งในความภาคภูมิใจของคนไทยคือการที่ PRAKAAN SELECT CASK (ปราการ ซีเล็คท์ คาสก์) สามารถคว้ารางวัล Category Winner จากเวทีระดับโลก World Whiskies Awards ในสาขา Single Malt Whisky No Age Statement ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 นับตั้งแต่ปี 2568 จนถึงปี 2569

นอกจากนี้ ยังได้สัมผัสมิติใหม่ของมนตร์เสน่ห์แห่งอาหารพื้นถิ่นกับ “Sunset Dinner Experience” ที่รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษโดย เชฟอาร์ ธีรภัทร เซเลบริตี้เชฟชื่อดังที่มานำเสนอคอร์สอาหารแบบ Authentic Kamphaeng Phet Cuisine ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์ของเมืองกำแพงเพชร ด้วยแนวคิด “จากเมืองหน้าด่านสู่ครัวท้องถิ่นแม่น้ำปิง” ภายในคอร์สประกอบด้วยเมนูยำหยวกกล้วยกุ้งแม่น้ำ เสริมความพิเศษด้วยการจับคู่กับ PRAKAAN SELECT CASK (ปราการ ซีเล็คท์ คาสก์) ที่ผสานกลิ่นของวานิลลาและน้ำผึ้งอย่างละมุน  ต่อด้วยเมนูแกงฮังเลเนื้อและปลา พร้อมข้าวหอมชากังราวกับข้าวไรซ์เบอร์รี่ ซึ่งเข้าคู่ได้อย่างลงตัวกับเอกลักษณ์เฉพาะของ PRAKAAN DOUBLE CASK (ปราการ ดับเบิ้ล คาสก์) ที่มีกลิ่นอายของผลไม้ตระกูลส้มช่วยเสริมรสชาติของอาหารให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ปิดท้ายด้วยของหวานอย่าง ขนม 4 ถ้วย หรือ “กินสี่ถ้วย” ที่ประกอบด้วย ไข่กบ นกปล่อย บัวลอย และอ้ายตื้อ ซึ่งเป็นขนมไทยโบราณ เข้าคู่กับ PRAKAAN PEATED MALT (ปราการ พีตเท็ด มอลต์) ที่ชูวัตถุดิบข้าวมอลต์บาร์เลย์คุณภาพดีซึ่งผ่านการรมควันด้วยถ่านพีตให้เกิดกลิ่นรมควัน พร้อมกลิ่นวานิลลาและน้ำผึ้ง ผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 รุ่นจากซีรีส์ตรีบูรได้เติมเต็มประสบการณ์ด้านรสชาติอย่างสมบูรณ์แบบ

“Journey of Heritage, Savoring the Taste of Thailand” นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการผสานเรื่องราวและวัฒนธรรมเชิงคุณค่าให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ได้อย่างมีระดับ พร้อมตอกย้ำศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยชูจังหวัด “กำแพงเพชร” เป็นจุดหมายปลายทางหลัก ในฐานะเมืองมรดกโลกที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม รวมถึงเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของคนไทย

แพลตฟอร์มดังกล่าวยังสะท้อนพลัง Soft Power ของไทย และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการดึงดูดนักเดินทางกลุ่มกำลังซื้อสูงให้สัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ควบคู่กับการยกระดับภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางระดับโลก ด้วยการนำเสนอเรื่องราวของเมืองมรดกโลกในมุมมองใหม่ พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจในการพัฒนาแคมเปญท่องเที่ยวระดับพรีเมียม และการสร้างเครือข่ายพันธมิตรจากหลากหลายอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันต่อยอดการพัฒนาแพลตฟอร์มที่ยกระดับประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในระยะยาว

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มอบเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง ให้แก่ โรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์ ช่างกล ขส.ทบ.

0

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ บริษัท เอเบิล มอเตอร์ส ปากเกร็ด จำกัด เดินหน้าเสริมศักยภาพทักษะเชิงช่างในสายอาชีพอย่างต่อเนื่อง ด้วยการมอบเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง ให้แก่ โรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์ ช่างกล ขส.ทบ. โดยภายในพิธีมี การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างบริษัท เอเบิล มอเตอร์ส ปากเกร็ด จำกัด และ โรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์ ช่างกล ขส.ทบ. โดยเป็น การบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ ผ่านการจัดการเรียนการสอนหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ สาขาวิชาช่างยนต์ สาขาวิชายานยนต์ไฟฟ้า และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สาขาวิชาเทคนิคเครื่องกล โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกปฏิบัติงานในสถานประกอบการ ส่งเสริมการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง เพื่อสอดรับกับวัตถุประสงค์ในการประสานความร่วมมือในการจัดการอาชีวศึกษา เพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ตามนโยบายของรัฐบาล และความต้องการของสถานประกอบการอย่างยั่งยืน

 

นายสาโรจน์ มะอาจเลิศ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานขาย บริการหลังการขาย และประสบการณ์ลูกค้า บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เชื่อว่าการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างยั่งยืนไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากภาคธุรกิจเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในการร่วมกันผลิตบุคลากรให้มีความพร้อมรับมือกับโลกเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งมีส่วนสำคัญในการยกระดับความพร้อมของนักศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการจ้างงานในอนาคตได้อย่างเป็นรูปธรรม การสนับสนุนเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังให้แก่สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ  เป็นสิ่งที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ   มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในการเดินหน้าสนับสนุน เพื่อวางรากฐานทางการศึกษาให้แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับปณิธานด้านโครงการเพื่อสังคม ภายใต้วิสัยทัศน์ ‘สรรค์สร้าง เคียงข้าง สังคมไทย’

 

พลตรีนรงฤทธิ์ สุวรรณภักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร/ เจ้าของโรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์ ช่างกล ขส.ทบ. กล่าวว่า “เราขอขอบคุณ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย และ เอเบิล มอเตอร์ส ปากเกร็ด สำหรับการสนับสนุนที่มีคุณค่า การได้รับมอบเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังในครั้งนี้ ถือเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการเรียนรู้ของนักศึกษา สอดรับกับเจตนารมณ์ของเราในการมุ่งผลิตบุคลากรในระดับช่างฝีมือ ช่างเทคนิค และเทคโนโลยี เพื่อให้ผู้เรียนได้รับความรู้ พัฒนาทักษะอันเป็นประสบการณ์ภาคปฏิบัติที่สำคัญ ควบคู่ไปกับองค์ความรู้ทางทฤษฎี นอกจากนี้ การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับ ผู้จำหน่าย เอเบิล มอเตอร์ส ปากเกร็ด ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ช่วยตอกย้ำความตั้งใจในการผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพ รวมถึงสนับสนุนพันธกิจด้านการศึกษาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นต่อไป อันนำไปสู่การยกระดับองค์ความรู้ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ในอนาคต”

 

นางสาวชัญญาภัค ธนะคุณธนิน ประธานบริหาร บริษัท เอเบิล มอเตอร์ส ปากเกร็ด จำกัด  กล่าวว่า “การดำเนินธุรกิจของเรามีความมุ่งมั่นและพร้อมเป็นส่วนหนึ่งของสังคมและชุมชน การได้ร่วมมือกับ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย และโรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์ ช่างกล ขส.ทบ. ในการสนับสนุนสถาบันการศึกษาในพื้นที่ที่เราดำเนินธุรกิจอยู่ จึงเป็นสิ่ง
ที่เราภาคภูมิใจอย่างยิ่ง การร่วมส่งมอบเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังในครั้งนี้ ไม่เพียงเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้และฝึกปฏิบัติจริงเท่านั้น แต่ยังเป็นการต่อยอดองค์ความรู้เพื่อประยุกต์ใช้ในการทำงานจริง และเสริมทักษะที่จำเป็นต่อการพัฒนาในสายอาชีพอย่างยั่งยืน พร้อมช่วยเพิ่มโอกาสการทำงานในอนาคต”

 

สำหรับพิธีมอบเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง ให้แก่ โรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์ ช่างกล ขส.ทบ. ในครั้งนี้ ยังได้มี การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง บริษัท เอเบิล มอเตอร์ส ปากเกร็ด จำกัด และ โรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์ ช่างกล ขส.ทบ. พร้อมด้วย การบริจาคเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง ประกอบด้วย เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบรหัส 4N16 รุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งเป็นขุมพลังขับเคลื่อนของ นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน เครื่องยนต์ 4N15 ชุดเกียร์ธรรมดา รุ่น R6M5A และชุดเฟืองท้าย ควบคู่ไปกับ การฝึกอบรมภาคปฏิบัติ ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันการศึกษาและฝึกอบรม มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย และ ช่างเทคนิคจาก บริษัท เอเบิล มอเตอร์ส ปากเกร็ด จำกัด เพื่อให้มั่นใจว่านักศึกษาจะได้รับการสอนที่มีคุณภาพสูงสุดและนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

นอกจากนี้ บริษัท เอเบิล มอเตอร์ส ปากเกร็ด จำกัด ได้ทำการจัดแสดงรถยนต์มิตซูบิชิ รุ่นใหม่ ภายในพิธีมอบเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง ได้แก่ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต และ นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้ทดลองขับ เพื่อสัมผัสประสบการณ์แห่งเทคโนโลยีอันล้ำสมัยของมิตซูบิชิ ภายในงานอีกด้วย

ยามาฮ่าจัดแคมเปญ “สงกรานต์ SAFE & SAVE 2569” เซฟปลอดภัย เซฟประหยัด พร้อมดูแลรถให้พร้อมเดินทางช่วงปีใหม่ไทย

0

บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ร่วมกับผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าทั่วประเทศ จัดแคมเปญพิเศษ “Songkran Safe & Save 2569” เพื่อส่งมอบความห่วงใยให้กับลูกค้ายามาฮ่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ สนับสนุนการขับขี่ปลอดภัยสอดคล้องกับแนวทางของกรมการขนส่งทางบกในโครงการ “ตรวจรถก่อนใช้ เดินทางปลอดภัย” พร้อมมอบโปรโมชันสุดคุ้ม “เซฟปลอดภัย เซฟประหยัด” ให้ลูกค้าเตรียมความพร้อมของรถจักรยานยนต์ก่อนออกเดินทาง

โดยลูกค้าสามารถเข้ารับบริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง YAMALUBE ที่ร่วมรายการ รับส่วนลดสูงสุด 50% พร้อมฟรีค่าแรง ระหว่างวันที่ 1 – 6 เมษายน 2569 เท่านั้น ที่ศูนย์บริการยามาฮ่าที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

นอกจากนี้ ยามาฮ่ายังมอบความอุ่นใจให้ลูกค้า ด้วยบริการ ตรวจเช็กสภาพรถฟรี ! 10 รายการ เพื่อให้มั่นใจในความพร้อมของรถจักรยานยนต์ก่อนการเดินทางในช่วงเทศกาล โดยมีรายการตรวจสอบดังนี้

  1. ตรวจสอบไส้กรองอากาศ
  2. ตรวจสอบการทำงานของเซ็นเซอร์ต่าง ๆ ด้วย YDT
  3. ตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่อง
  4. ตรวจสอบการรั่วซึม และระดับน้ำยาหล่อเย็นหม้อน้ำ ถังสำรอง
  5. ตรวจสอบผ้าเบรกหน้า และหลัง
  6. ตรวจสอบความตึงหย่อนของโซ่ขับ
  7. ตรวจสอบสภาพ และแรงดันไฟฟ้าแบตเตอรี่
  8. ตรวจสอบแรงดันลมยาง และเช็กสภาพยางหน้า และหลัง
  9. ตรวจสอบค่าแรงขันของน็อตแกนล้อหน้า และหลัง
  10. ตรวจสอบการทำงานระบบไฟส่องสว่าง และสัญญาณไฟต่าง ๆ

พร้อมกันนี้ ยังจัดโปรโมชันพิเศษสำหรับลูกค้าที่ต้องการเลือกซื้อ อะไหล่ อุปกรณ์ตกแต่ง และผลิตภัณฑ์ YAMALUBE ในราคาพิเศษกว่า 100 รายการ ระหว่างวันที่ 1 – 30 เมษายน 2569

ลูกค้ายามาฮ่าสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และเข้ารับบริการได้ที่ศูนย์บริการยามาฮ่าที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

เงื่อนไขโปรโมชันส่งเสริมการขาย

เงื่อนไขโปรโมชันส่งเสริมการขาย: สำหรับรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ขนาดปริมาตรกระบอกสูบไม่เกิน 500 ซีซี เพียงนำรถเข้ารับบริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องที่ศูนย์บริการยามาฮ่าที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ พร้อมแจ้งสิทธิ์รับส่วนลด 50% โดยเปิดใบแจ้งซ่อม 1 คันต่อ 1 สิทธิ์ สำหรับรถเกียร์ธรรมดา (เฉพาะรหัส 90793-AT487) และรถเกียร์ออโตเมติก (เฉพาะรหัส 90793-AT417 และ 90793-AT418) ฟรี ! ค่าแรงเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง

โปรโมชันตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 6 เมษายน 2569 เงื่อนไขอื่นเป็นไปตามที่บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด กำหนด

มูลนิธิลมหายใจไร้มลทิน ร่วมมือ มหิดล เดินหน้าโครงการ สร้างภูมิคุ้มใจ เด็กไทยเข้มแข็ง

0

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานมูลนิธิลมหายใจไร้มลทิน และ รศ.นพ.อดิศักดิ์  ผลิตผลการพิมพ์ ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน ในโครงการ “สร้างภูมิคุ้มใจ เด็กไทยเข้มแข็ง เด็กคืออนาคตแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน” เพื่อสร้างรากฐานสำคัญในการส่งเสริมสถาบันครอบครัวให้เข้มแข็ง และสร้างพลเมืองที่มีคุณภาพเพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ณ มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569

ผู้สนใจสามารถติดตามกิจกรรมต่างๆ ของมูลนิธิ “ลมหายใจไร้มลทิน” ได้ที่ lomhaijai.org และ facebook.com/LomhaijaiFoundation

เอ็มจี ขยายกลุ่มลูกค้าครอบครัว นำ “สถานการณ์จริงในชีวิตประจำวัน” สะท้อนแนวทาง Drive Solution ของ NEW MG S5 EV PLUS ในหลากหลายแง่มุม

0

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย พลิกมุมมองการสื่อสารยนตรกรรมสู่ไลฟ์สไตล์ยุคปัจจุบัน ผ่านกลยุทธ์ “Visual Metaphor Marketing” หรือการสื่อสารด้วยภาพเปรียบเทียบเชิงไลฟ์สไตล์ พร้อมถ่ายทอดจุดเด่นของ NEW MG S5 EV PLUS ให้อยู่ในบริบทที่ผู้บริโภคคุ้นเคยในชีวิตประจำวัน โดยนำองค์ประกอบจากไลฟ์สไตล์หลากหลายรูปแบบมาเปรียบเทียบอย่างสร้างสรรค์ เพื่อความชัดเจน และตรงใจผู้บริโภคในทุกช่วงวัย ตอกย้ำการเป็นอีวีมหาชนที่สามารถ Drive Solution ลบข้อกังวลที่ลูกค้าเจอในชีวิตประจำวันได้อย่างตรงจุด ตอบโจทย์ทั้งความสนุกในการขับขี่ และความมั่นใจในทุกเส้นทาง

เอ็มจี ต่อยอดภาพจำของ NEW MG S5 EV PLUS ในการเป็น “อีวีมหาชน” ที่ครองใจครอบครัวยุคใหม่ ผ่านแนวคิดการสื่อสารที่หยิบรูปแบบโฆษณาคุ้นเคยในชีวิตประจำวันมาสร้างสรรค์ใหม่ให้โดดเด่นและน่าสนใจยิ่งขึ้น โดยประยุกต์ใช้แนวทางของผลิตภัณฑ์ FMCG ที่เน้นการสร้าง “ความรู้สึกร่วม” (Emotional Connection) ทำให้ยนตรกรรมรุ่นนี้ สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้มากยิ่งขึ้น ด้วยกลยุทธ์การตลาด Visual Metaphor Marketing” นำจุดเด่นของรถมาเปรียบเทียบกับสิ่งรอบตัวในชีวิตประจำวันในลักษณะ “เข้าใจได้ทันที โดยไม่ต้องอธิบาย” สอดคล้องกับเทรนด์การตลาดยุคใหม่ที่ตรงประเด็น และสร้างการจดจำผ่านประสบการณ์ใกล้ตัวของผู้บริโภค ควบคู่กับการสื่อสารจุดแข็ง “ขับสนุก วิ่งไกล ชาร์จไว นั่งสบาย พร้อม LIFETIME WARRANTY” อย่างชัดเจนไม่ว่าจะเป็น การขับขี่ที่นุ่มนวล ช่วยลดอาการเมารถ และเวียนศีรษะ ทำให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยความผ่อนคลาย ขณะเดียวกันยังมาพร้อม ความปลอดภัยระดับ 5 ดาว จาก Euro NCAP ซึ่งสร้างความมั่นใจในทุกเส้นทาง ส่วนภายในห้องโดยสารก็ได้รับการออกแบบให้ทันสมัยด้วย หน้าจอขนาดใหญ่และระบบเชื่อมต่อแบบไร้สาย ที่ใช้งานง่าย มองเห็นชัดเจนรอบด้าน และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ดิจิทัลของผู้บริโภคยุคใหม่ นอกจากนี้ยังมี EV LIFETIME WARRANTY ที่พร้อมมอบความอุ่นใจและมั่นใจให้กับผู้ใช้งานในระยะยาวทุก ๆ วัน ทำให้ NEW MG S5 EV PLUS ไม่เพียงแต่โดดเด่นในแง่ของ e-SUV ที่ “ใหญ่ – เย็น – ยาว – เยอะ” แต่ยังสะท้อนบทบาทของแบรนด์ที่เข้าใจผู้บริโภคยุคใหม่ และสามารถเชื่อมโยงจุดเด่นของผลิตภัณฑ์โดยทำให้ผู้บริโภคเห็นว่า รถคันนี้ไม่ได้เป็นเพียงยานพาหนะ แต่เป็นคำตอบของชีวิตในทุกวัน พร้อมเป็น Drive Solution ที่มอบแนวทางแก้ปัญหาให้กับทุกคนในครอบครัวในทุกที่นั่งของรถรุ่นนี้ และเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตของลูกค้าได้อย่างกลมกลืน

แคมเปญครั้งนี้ เน้นการขยายไปสู่กลุ่มผู้บริโภคใหม่ๆ ในพื้นที่ใหม่ ๆ เพื่อสร้างโอกาสในการแนะนำผลิตภัณฑ์ ผ่านการใช้สื่อที่เข้าถึงชีวิตประจำวันของผู้บริโภคทั้งในออนไลน์ ออฟไลน์ รวมถึงช่องทางโมเดิร์นเทรดอย่าง Big C กว่า 65 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ที่เข้ามาจับจ่ายใช้สอยจะเป็นกลุ่มครอบครัว ถือเป็นลูกค้าเป้าหมายที่ เอ็มจี ให้ความสนใจ โดยชิ้นงานจะปรากฏอยู่บนป้าย LED ตามแผนกสินค้า (Digital Category Signage) กระจายในแผนกต่าง ๆ อาทิ แผนกผลิตภัณฑ์ความงามและของใช้ส่วนตัว แผนกผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกายสำหรับบุรุษ
แผนกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด และแผนกเครื่องดื่ม-อาหารเสริมเพื่อสุขภาพและความงาม เป็นต้น รวมถึงจอ LCD TV Signage ภายในสาขา และตู้ชำระเงินอัตโนมัติ (Digital Kiosk) โดยตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์และตลอดเดือนมีนาคม พบว่า มียอดทราฟฟิกรวมทุกสาขาที่เห็นชิ้นงาน NEW MG S5 EV PLUS สูงถึงกว่า 7.4 ล้านครั้ง สร้างยอดลูกค้ามุ่งหวังสูงขึ้นกว่า 160%

นายธนพง พงศ์พานิช ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาดและกลยุทธ์การสื่อสาร บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “สำหรับ NEW MG S5 EV PLUS เราต้องการสื่อสารในมุมที่เข้าใจคนไทยอย่างแท้จริง จึงนำแนวคิดและเทรนด์การตลาดใหม่ ๆ มาประยุกต์ใช้ เพื่อให้การสื่อสารแบรนด์และผลิตภัณฑ์มีความหลากหลาย เข้าถึงง่าย และสะท้อนไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมเล่าจุดเด่นของตัวรถในหลายแง่มุมอย่างสร้างสรรค์ โดยจุดเริ่มต้นของแคมเปญ เกิดจากการตั้งคำถามว่า “ปัญหาที่ลูกค้าเจอในชีวิตประจำวันคืออะไร” ก่อนที่ เอ็มจี จะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาเหล่านั้น เพื่อสร้างและส่งมอบประสบการณ์การเดินทางที่ตอบโจทย์ได้อย่างรอบด้าน ความสำเร็จของแคมเปญนี้ คือ การที่ เอ็มจี ได้นำผลิตภัณฑ์เข้าถึงคนไทยในวงกว้างมากยิ่งขึ้น ด้วยวิธีการใหม่ ๆ ที่ เอ็มจี ยังไม่เคยทำมาก่อน ทุกแคมเปญที่ เอ็มจี ลงมือทำ จึงไม่เพียงสะท้อนความเป็นสากล แต่ยังต้องตอบโจทย์วิถีชีวิตและความต้องการเฉพาะตัวของคนไทย เพราะ เอ็มจี ต้องการทำให้เห็นว่ารถทุกรุ่นของ เอ็มจี คือ แรงบันดาลใจและส่วนหนึ่งของชีวิต ที่พร้อมเติมเต็มทุกช่วงเวลาให้กับลูกค้าทุกคน”