Home Blog Page 177

เดินทาง ฟรี ! ไปชมงาน MOTOR EXPO 2023

0

“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40” บริการรถโดยสารปรับอากาศ รับ-ส่ง ฟรี ! 4 เส้นทาง ตั้งแต่เวลา 11.00 – 22.30 น. รถออกทุก 30 นาที หรือเมื่อผู้โดยสารเต็ม จาก 4 จุด ดังนี้

  1. รังสิต-IMPACT-รังสิต ประตูทางออกศูนย์การค้า G12 ฝั่งร้าน AIS (ถัดจากท่ารถตู้)
  2. หลักสี่-IMPACT-หลักสี่ จุดจอดรถรับ/ส่ง BTS ใต้ชานชาลาสถานีหลักสี่ EXIT 3 และ EXIT 4
  3. หมอชิต-IMPACT-หมอชิต จุดจอดรับส่ง BTS สถานีหมอชิต EXIT 2, MRT สถานีจตุจักร EXIT 4
  4. หัวลำโพง-IMPACT-หัวลำโพง ลานจอดรถของสถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) MRT สถานีหัวลำโพง EXIT 2

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ motorexpo.co.th/shuttlebus หรือชมงานตลอด 24 ชั่วโมง ผ่าน MOTOR EXPO Application motorexpo.co.th/applications/mobile

พบกับงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40” ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี วันที่ 30 พฤศจิกายน-11 ธันวาคม 2566 ติดตามข้อมูล MOTOR EXPO ได้ทาง motorexpo.co.th, FB : MotorExpo,  IG : Motorexpoth, Youtube : IMCOnlineTH,   Line : Motorexpo และ Twitter : MotorExpoTH

บูธมาสด้าสุดคึกคักประชาชนหลั่งไหลชม Mazda6 รุ่นพิเศษ พร้อมสัมผัสรถยนต์มาสด้าครบทุกรุ่นรับโปรโมชั่นสุดคุ้มส่งท้ายปี

0

มาสด้าเปิดตัวรถยนต์นั่งสปอร์ตซีดานระดับไฮเอนด์ที่หรูหราภูมิฐาน นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นมาให้คนไทยได้สัมผัสและจองสิทธิ์เป็นเจ้าของ Mazda6 20th Anniversary Edition ที่ผลิตขึ้นเป็นพิเศษเนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปี ของมาสด้า6 โดยจะนำเข้ามาเพียง 100 คัน กำหนดส่งมอบเดือนเมษายนปีหน้า ราคาขายประมาณ 2.4 ล้านบาท  พร้อมแพ็กเกจสุดคุ้ม Mazda Ultimate Service นานสูงสุด 7 ปี ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง รวมถึงสิทธิพิเศษต่างๆ อีกมากมาย

นอกจากมาสด้าจะนำ Mazda6 20th Anniversary Edition มาแนะนำและเปิดให้จองสิทธิ์ภายในงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2023 แล้ว มาสด้ายังได้นำยนตรกรรมมาสด้าทุกรุ่นมาจัดแสดงให้ลูกค้าได้จับจองเป็นเจ้าของ พร้อมกับเซอร์ไพรส์พิเศษ ด้วยการนำรถ New Mazda2 ในแบบแฮชท์แบ็ค 5 ประตู ที่ตกแต่งด้วยชุดแต่ง Sci-Fi** มาจัดแสดงให้แฟนๆ ได้ยลโฉม นอกจากนั้นยังนำ New Mazda2 ในแบบซีดาน 4 ประตู ที่ได้รับการเนรมิตโฉมแบบใหม่ด้วยชุดอุปกรณ์ตกแต่ง Clap Pop Sedan** มาจัดแสดงให้เป็นไอเดียให้ลูกค้าที่ชอบความมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำแบบใครได้นำไปเป็นแบบอย่างในการแต่งรถอีกหนึ่งรุ่น

ที่สำคัญมาสด้ายังมอบข้อเสนอสุดพิเศษอีกมากมาย อาทิ ลูกค้า 300 ท่านแรก ที่จองขั้นต่ำ 5,000 บาท ภายในงานฯ และออกรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2566 รับฟรีของพรีเมี่ยมสุดพิเศษจากมาสด้า พร้อมมอบสิทธิพิเศษให้กับเจ้าของรถมาสด้าและครอบครัว เมื่อออกรถใหม่ รับ ฟรี บัตรน้ำมัน มูลค่า 10,000 บาท*** รวมถึงมอบข้อเสนอมากมายส่งท้ายปี อาทิ ดอกเบี้ย 0% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี ฟรีแพ็กเกจบำรุงรักษารถตามระยะ Mazda Care 5 ปี (รวมค่าแรง ค่าอะไหล่ และของเหลว) ฟรี โปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี Mazda Ultimate Service

ลูกค้าที่สนใจรถยนต์นั่ง Mazda6 20th Anniversary Edition รุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 20 ปี ที่มีให้ครอบครองเป็นเจ้าของเพียง 100 คัน ในประเทศไทย สามารถยลโฉมคันจริงได้ที่งาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2023 ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 – 11 ธันวาคม 2566 นี้ เท่านั้น สำหรับลูกค้าที่สนใจรถยนต์มาสด้าทุกรุ่น ทุกคัน รับข้อเสนอพิเศษดีๆ เช่นนี้เฉพาะช่วงปลายปี สามารถเข้าชมและจับจองได้ภายในงานฯ หรือที่โชว์รูมมาสด้าใกล้บ้านทั่วประเทศ

คณะผู้บริหารมาสด้าและผู้มีเกียรติร่วมถ่ายภาพกับ Mazda6 20th Anniversary Edition ประกอบด้วย มร. ทาดาชิ มิอุระ ประธานบริหาร, มร. คาซูทากะ โมริ รองประธานกรรมการบริหาร, นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส และ มร. ทาเคชิ มิคามิ รองประธานบริหารส่วนงานวางแผนกลยุทธ์และปฏิบัติการ พร้อมคณะผู้จัดงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40 ประกอบด้วย นายขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สื่อสากล จำกัด และประธานจัดงาน มหกรรมยานยนต์, นายประพงษ์ ไม้เจริญ รองประธานจัดงานมหกรรมยานยนต์ และนางสาวชไมพร ปภัสร์พงษ์ รองประธานจัดงานมหกรรมยานยนต์ และสื่อมวลชนกิตติมศักดิ์ ดร. ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานกรรมการบริหาร และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และประธานจัดงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์, นายจรวย ขันมณี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป จำกัด และประธานจัดงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล แกรนด์ มอเตอร์ เซลส์, นายพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ประธานบริษัท แอดวานซ์ แอคทิวิตี้ จำกัด และ ประธานจัดงาน Fast Auto Show Thailand, นายจาตุรนต์ โกมลมิศร์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฎิบัติการ สายกิจกรรมพิเศษ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)  และรองประธานจัดงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์, นายรณฤทธิ์ ซื่อวาจา รองประธานจัดงานแบงค็อก ออโต ซาลอน และกรรมการผู้จัดการ บริษัท คอร์โน แอนด์ แนช จำกัด  และนายวชิระ เรืองมาลัย นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย

‘ซูซูกิ’ ยกทัพอีโคคาร์บุกงาน Motor Expo 2023 ชูแคมเปญเด็ด “SUZUKI TRIPLE BONUS DEAL” ดอกเบี้ย 0% หรือ ช่วยผ่อนนาน 2 ปี

0

นายทาดาโอะมิ ซูซูกิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สำหรับการเข้าร่วมงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40 หรือ Thailand International Motor Expo 2023 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน -11 ธันวาคม 2566 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี  ซูซูกิ ยังคงนำรถยนต์ซูซูกิทุกรุ่นเข้าร่วมจัดแสดงภายในงาน ภายใต้แนวคิด “Energize your drive”  สื่อสารถึงยนตกรรมของซูซูกิที่เปี่ยมไปด้วยการออกแบบในสไตล์ที่โดดเด่นผสานกับเทคโนโลยีรวมถึงฟังก์ชันการใช้งาน เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าในการใช้งานได้อย่างคุ้มค่าคุ้มราคา

งานมหกรรมยานยนต์ยังคงเป็นงานที่มีส่วนสำคัญในการกระตุ้นตลาดรถยนต์ในช่วงท้ายของปี ซึ่งเรามีความมุ่งหวังว่าการเข้าร่วมงานในครั้งนี้จะมีส่วนช่วยผลักดันยอดขายรถยนต์ซูซูกิให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา (เดือนมกราคม-เดือนตุลาคม 2566) ซูซูกิมียอดจำหน่ายรวมจำนวน 10,480 คัน SUZUKI SWIFT สปอร์ตคอมแพคคาร์รุ่นยอดนิยม จำนวน 4,764 คัน SUZUKI CELERIO จำนวน 2,153 คัน SUZUKI CARRY 2,125 คัน SUZUKI XL7 จำนวน 681 คัน SUZUKI ERTIGA SMART HYBRID จำนวน 334 คัน และ SUZUKI CIAZ จำนวน 390 คัน  โดยเชื่อมั่นว่าในช่วงระยะเวลาที่เหลือจะช่วยสร้างยอดขายให้เติบโตสูงขึ้นอย่างแน่นอน

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า  สำหรับการเข้าร่วมงาน มหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 40 นี้ เพื่อให้ผู้เข้าชมงานได้สัมผัสถึงความเป็นเอกลักษณ์ของยนตกรรมจากซูซูกิ ซึ่งจะได้พบกับผลิตภัณฑ์ซูซูกิทุกรุ่น นำโดย SUZUKI SWIFT GL NEXT รถซึ่งถูกพัฒนาต่อยอดมาจาก SUZUKI SWIFT GL ที่เป็นพื้นฐานความสำเร็จของรุ่นตกแต่งพิเศษหลายเวอร์ชัน และได้รับความนิยมจนสร้างยอดขายให้ซูซูกิได้เป็นอย่างดี กับแนวคิด “NEXT to the edge ขับสนุกเต็มขั้น เร้าใจเกินพิกัด” พิเศษด้วยชุดแต่งรอบคันที่ถูกออกแบบมาเพื่อลูกค้าซูซูกิโดยเฉพาะ

SUZUKI SWIFT GL NEXT พร้อมการตกแต่งด้วยชุดแต่ง GL NEXT ชุดสเกิร์ตรอบคัน บ่งบอกถึงความพิเศษและเป็นเอกลักษณ์ด้วยชุดสติกเกอร์ GL NEXT Edition ที่จะถ่ายทอดทุกความเร้าใจให้คุณสัมผัสได้ถึงความแตกต่าง ดีไซน์ภายในการตกแต่งด้วยลายเคฟลาร์ ตรงบริเวณคอนโซลและแผงประตูด้านข้าง จอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว  เครื่องเล่นวิทยุที่สามารถรองรับการเล่นไฟล์ MP3, WMA เติมเต็มความบันเทิงในการขับขี่ พร้อมระบบเชื่อมต่อ Bluetooth และเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน ทำให้ไม่พลาดทุกการติดต่อตลอดการเดินทาง ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 582,000 บาท

SUZUKI CELERIO รถยนต์นั่งขนาดคอมแพ็คคุณภาพเกินตัว มอบความประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงกว่า 20 กิโลเมตรต่อลิตร โดดเด่นด้วยการเป็นรถยนต์นั่งขนาดเล็กที่มอบความคุ้มค่าคุ้มราคาและตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างสูงสุด ส่งผลให้ฐานลูกค้าในปัจจุบันไม่ใช่แค่เพียงแค่วัยรุ่นและวัยทำงาน แต่ยังเป็นหนึ่งในรถทางเลือกของครอบครัวขนาดเล็กอีกด้วย โดยมีทั้งในรุ่นเกียร์ธรรมดา และเกียร์อัตโนมัติ CVT ราคาเริ่มต้นที่ 338,000 บาท

สำหรับรุ่นมาจัดแสดงในงาน SUZUKI CELERIO GL UP รุ่นที่เคยสร้างกระแสความคุ้มค่า ที่มาพร้อมความโดดเด่นทุกด้าน ในสไตล์ CITY CAR ตอกย้ำความแตกต่างอย่างมีสไตล์ ด้วยชุดแต่งพิเศษ GL UP เติมเต็มความสปอร์ต ด้วยชุดสเกิร์ตรอบคัน พร้อมด้วยสปอยเลอร์หลัง และชุดสติกเกอร์ GL UP ในราคาจำหน่ายที่ 423,000 บาท และ SUZUKI CELERIO GX  มาพร้อมกับการปรับปรุงเพื่อตอบรับทุกการใช้งานที่ครบครัน ด้วยจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว พร้อมเครื่องเล่นวิทยุที่รองรับการเล่นไฟล์ MP3 และ WMA ระบบเชื่อมต่อ Bluetooth รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้ทั้งระบบ Apple Carplay และ Android Auto ราคาจำหน่าย 451,000 บาท

SUZUKI ERTIGA SMART HYBRID -The Power of Smart เต็มที่ทุกฟังก์ชัน เต็มพลังสมาร์ทไฮบริด รถอเนกประสงค์ MPV ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ SMART HYBRID ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ SHVS จากซูซูกิ ที่ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า Integrated Starter Generator หรือ ISG พร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ION  ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 17.9 กิโลเมตรต่อลิตร เสริมประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนให้รถออกตัวได้อย่างนุ่มนวล โดยมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 134 กรัม/กิโลเมตร การบำรุงรักษาง่ายไม่แตกต่างจากรถเครื่องยนต์เบนซิน ใช้งานได้อย่างไร้กังวล เพราะรับประกันอายุแบตเตอรี่นานถึง 5 ปี ราคาพิเศษหลังหักส่วนลดเริ่มต้นที่ 699,000 บาท

SUZUKI CIAZ ฉีกกฎความคุ้มค่า ด้วยสัมผัสสบายสไตล์อีโคซีดาน ที่มาพร้อมกับฟังก์ชันการใช้งานพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอย่างครบครัน พื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง สะดวกสบาย รองรับทุกการเดินทางได้อย่างลงตัว ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างคุ้มค่า คุ้มราคา จำหน่ายเริ่มต้นเพียง 528,000 บาท

SUZUKI XL7 รถยนต์ “Multi-Dynamic Crossover” ขนาด 7 ที่นั่ง รถยนต์สำหรับครอบครัว มิติรถขนาดใหญ่ที่มีความยาว 4,450 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,775 มิลลิเมตร ความสูง 1,710 มิลลิเมตร และความสูงใต้ท้องรถ 200 มิลลิเมตร มอบวิสัยทัศน์และสมรรถนะในการขับขี่ ทุกฟังก์ชันการใช้งานอย่างครบครัน ในราคาที่คุ้มค่า 814,000 บาท

SUZUKI CARRY รถกระบะบรรทุกอเนกประสงค์ ที่ถูกออกแบบมาให้มีรูปลักษณ์ที่พร้อมจะนำไปดัดแปลงและพัฒนาต่อยอดให้เข้ากับทุกแนวทางของการดำเนินชีวิต SUZUKI CARRY ไม่ได้ถูกจดจำในฐานะ “Food Truck” ธุรกิจติดล้อเพียงอย่างเดียว แต่จะกลายเป็น Goods Truck และ Service Truck ที่สามารถต่อยอดในการทำธุรกิจอื่นๆ การช่วยเหลือสังคม รวมถึงการปรับใช้ส่วนตัวเพื่อให้กลายเป็นรถขนส่งความสุขเคียงข้างทุกเส้นทางฝัน เป็นเสมือนดั่งพาร์ทเนอร์คนสำคัญ ที่พร้อมจะสนับสนุนและร่วมขับเคลื่อนอยู่เคียงข้างผู้ใช้ด้วยความจริงใจ พร้อมเดินหน้าไปสู่จุดหมายและประสบความสำเร็จไปด้วยกัน ในราคาจำหน่ายเพียง 395,000 บาท

สำหรับในโซนการจัดแสดงรถยนต์ตกแต่ง ซึ่งเป็นจุดเด่นของซูซูกิในทุกปีนั้น ซูซูกิยังคงคัดสรรรถที่ตกแต่งได้อย่างน่าสนใจ เพื่อนำเสนอเป็นแนวทางสำหรับลูกค้าของซูซูกิ ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งเพื่อความสปอร์ตเร้าใจในการขับขี่ หรือเพื่อนำไปต่อยอดใช้ประโยชน์จากรถคันโปรดของตัวเองได้อย่างแท้จริง

ไฮไลต์สำคัญ คือ การนำรถกระบะบรรทุกอเนกประสงค์ SUZUKI CARRY มาตกแต่งภายใต้แนวคิด Portable Restroom ยกระดับการออกแบบห้องน้ำเคลื่อนที่ให้มีความครบครัน ตอบโจทย์การใช้งานทุกฟังก์ชัน ทั้งห้องอาบน้ำ ห้องแต่งตัว และห้องสุขา โดยดีไซน์ให้มีความเป็นส่วนตัว สะดวกสบาย เหมาะสำหรับกลุ่มลูกค้า VIP หรือเป็นห้องน้ำ ห้องแต่งตัวส่วนตัวสำหรับศิลปิน ดารา นักแสดง ในการออกไปทำงานนอกสถานที่ สอดรับกับจุดเด่นของ SUZUKI CARRY ที่มีขนาดกะทัดรัด สามารถเข้าถึงพื้นที่จำกัดได้ จึงตอบโจทย์ทุกการใช้งานได้อย่างครอบคลุม โดยซูซูกิได้ร่วมมือกับบริษัท บุญถาวร รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านธุรกิจวัสดุตกแต่งบ้านที่ครบครันครอบคลุมหลากหลายแบรนด์ดังทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในการจัดวางสุขภัณฑ์ และอุปกรณ์ต่างๆ ในรถ SUZUKI CARRY บนพื้นฐานการใช้งานจริง  ทั้งยังมุ่งหวังให้เป็นไอเดียต้นแบบ สร้างแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจที่แตกต่าง จุดประกายแนวทางใหม่ให้ผู้ประกอบการ ตอกย้ำแนวคิด “Carry Your Dream เคียงข้างทุกเส้นทางฝัน” ได้อย่างชัดเจน ซึ่งเรามีเป้าหมายที่จะปรับเปลี่ยนรถกระบะบรรทุกให้เป็นรถขนส่งความสุขเคียงข้างทุกเส้นทางฝันทั้งในด้านธุรกิจและการใช้ชีวิตส่วนตัว รวมถึงการช่วยเหลือสังคมเหมาะสมกับการเป็นรถที่ครองใจผู้ประกอบการตัวจริง

สำหรับรุ่นยอดนิยม SUZUKI SWIFT นำมาตกแต่งในสไตล์ Camping ถูกออกแบบให้ลูกค้านำไปใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน สามารถบรรทุกสิ่งของบนแร็คหลังคาโดยรับน้ำหนักได้ถึง 50 กิโลกรัม บรรทุกสัมภาระได้สะดวกสบาย มาพร้อมการตกแต่งไฟหน้ารถ Smiley เพื่อเพิ่มแสงสว่างและทัศนวิสัยในเวลากลางคืน และอีกหนึ่งรุ่น เอาใจสายแต่งจากกลุ่มลูกค้าที่ชอบแต่งรถด้วยรูปลักษณ์โฉบเฉี่ยวทันสมัย ด้วยดีไซน์สปอร์ต ดูเท่แบบลงตัว  เพิ่มสมรรถนะการใช้งานยิ่งขึ้นด้วยยาง Dunlop 195/55/R15  พร้อมชุดแต่ง Mini BBT รอบคัน คิ้วซุ้มล้อและสปอยเลอร์หลังแบบแนบอีกด้วย

ซูซูกิ ยังเตรียมข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับลูกค้าทุกท่านให้สามารถเป็นเจ้าของรถยนต์ซูซูกิทุกรุ่นได้ง่ายยิ่งขึ้น เพียงจองรถภายในงานมหกรรมยานยนต์นี้ รับแคมเปญพิเศษ “SUZUKI TRIPLE BONUS DEAL” ดีลโดนใจ โบนัสใหญ่ 3 ต่อ ส่งท้ายปี มอบให้ลูกค้าที่จองและรับรถยนต์ซูซูกิ ตั้งแต่วันนี้ถึง วันที่ 31 ธันวาคม 2566 ซูซูกิช่วยผ่อน เดือนละ 1,500 บาท นาน 2 ปี หรือ เลือกรับส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งสูงสุด 50,000 บาท (เฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการ) หรือเลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 0% พิเศษ! ส่วนลดเพิ่มเติมอีก 15,000 บาท สำหรับข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ บุคลากรทางการแพทย์ หรือ เกษตรกรผู้ขึ้นทะเบียนเกษตรกร พร้อม ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งในปีแรกสำหรับรถยนต์ซูซูกิทุกรุ่น

ทั้งนี้ รายละเอียดและเงื่อนไขต่างๆ เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บูธรถยนต์ซูซูกิ ภายในงานมหกรรมยานยนต์ ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน -11 ธันวาคม 2566 ณ อิมแพ็คชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี  หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศใกล้บ้าน

 

ช่องทางการติดต่อ
www.suzuki.co.th 
www.facebook.com/officialsuzukimotorthailand
SUZUKI Cause We Care: 1800-600-900

TTC Motor คัดสรร Mercedes-Benz Certified สภาพเลิศ พร้อมส่วนลดพิเศษกว่า 1 ล้านบาท ในงาน Motor Expo 2023

0

คุณอัครินทร์ ตั้งทวีสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีทีซี มอเตอร์ จำกัด ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์  เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี และ เมอร์เซเดส-มายบัค อย่างเป็นทางการ เผยว่า งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40 Motor Expo 2023 ภายใต้แนวคิด Mobility : Imagination and Beyond  ทีทีซี มอเตอร์ คัดสรรความพิเศษไว้มอบแก่ลูกค้าที่มองหารถยนต์ Mercedes-Benz Certified สภาพสวย รถผู้บริหารป้ายแดง ไมล์น้อย ที่ผ่านการทำความสะอาด ดูแล และปกป้องจากผู้เชี่ยวชาญ โทพาซ ดีเทลลิ่ง (ประเทศไทย) ในรถทุกคัน พร้อมรับข้อเสนอสุดยิ่งใหญ่ แบบจัดหนัก จัดเต็ม มั่นใจได้เลยว่า TTC Motor กล้าให้คุณได้มากกว่า และคุณจะพึงพอใจสูงสุด จนไม่กล้าปฏิเสธได้ ซึ่งมีรถ Mercedes-Benz Certified ไฮไลท์มากมาย อาทิ

  • Mercedes-Benz GLC300e AMG ดำ ปี 2021
  • Mercedes-Benz E200 Coupe บรอนซ์เงิน 2021
  • Mercedes-AMG GLA35 ขาว ปี 2022
  • Mercedes-AMG GLA35 ดำ ปี 2023
  • Mercedes-Benz S580e AMG ปี 2022 รถผู้บริหาร
  • EQS 450

นอกจากนี้ TTC Motor Mercedes-Benz Certified ยังมีแคมเปญพิเศษ ส่งท้ายปลายปี ด้วยส่วนลดกว่า 1 ล้านบาท พร้อมสิทธิพิเศษมากมาย  รถเดโม ผู้บริหารไมล์น้อย รับดอกเบี้ยเหมือนรถใหม่ เริ่มต้นที่ 2.20% ผ่อนนานสูงสุด 84 เดือน

  • ได้สิทธิ์เป็นเจ้าของคนแรก
  • ออกรถวันนี้ ผ่อนอีกที ปีหน้า
  • รับประกัน 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

ภายในบูธยังมีกิจกรรม เกมและของที่ระลีกมากมาย ไว้มอบให้แก่ผู้ที่สนใจ หรือผู้ที่แวะเข้าไปที่บูธ C01 อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ ตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน – 11 ธันวาคมนี้

คุณอัครินทร์ ตั้งทวีสิทธิ์ กล่าวเสริมว่า สำหรับรถใหม่ป้ายแดง ณ โชว์รูมและศูนย์บริการ ยังคงมอบความพิเศษ เลือกรับข้อเสนอให้กับตัวคุณเอง

  • รับทันที Iphone 15
  • ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 6 ปี
  • รับฟรี ประกันภัยชั้น 1 นานสูงสุด 8 ปี
  • ออกรถตอนนี้ขับฟรีถึงหน้าบ้าน
  • ส่วนลดสุดพิเศษ สำหรับลูกค้าเก่า

นอกจากนี้ ทีทีซี มอเตอร์ ยังตอกย้ำศักยภาพและประสิทธิภาพของการขาย และบริการหลังการขายอย่างเข้มข้นตามหลักสูตรที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก จาก Mercedes-Benz Thailand

  • C-Sales พนักงานขายที่ได้รับการรับรอง
  • C-Service Advisorที่ปรึกษาฝ่ายบริการที่ได้รับการรับรอง
  • C-Diagnosis Technician ช่างวิเคราะห์ที่ได้รับการรับรอง
  • นักเรียนช่างฝึกหัด Mercedes-Benz ที่ผ่านการทดสอบศักยภาพ ตามมาตรฐาน

การศึกษาทวิภาคเยอรมัน ในสาขาวิชาแมคคาโทรนิคส์ ลูกค้า TTC Motor จึงมั่นใจได้ว่า พนักงานของเราล้วนเป็นมืออาชีพและผ่านการฝึกอบรมตามมาตรฐานพร้อมให้บริการทุกท่านด้วยความรู้  ความสามารถและหัวใจ

TTC Motor เป็นผู้จำหน่ายที่ให้ความสำคัญกับการบริการหลังการขาย เพื่อการบริการที่สมบูรณ์แบบ มีมาตรฐานและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้สูงสุด ตามนโยบาย Retial of the Future

TTC Motor 2 สาขา ได้แก่ สาขาพัฒนาการ 45 โทร. 1274 , 02-322-2222 และสาขาอุบลราชธานี โทร.045-475-222 , www.facebook.com/BenzTTC TTCMotor# ครบจบทุกเรื่องเบนซ์ ผู้จำหน่าย Mercedes-Benz , Mercedes-AMG, Mercedes-Maybach , Sprinter  อย่างเป็นทางการ   Line : https://bit.ly/LINEBENZTTC   IG : https://bit.ly/IGBENZTTC

ฮุนได สร้างปรากฏการณ์สุดยิ่งใหญ่ใน MOTOR EXPO 2023 อลังการกับธีมบูธ PIXEL CLOUD ครั้งแรกของโลก เปิดตัวรถไฟฟ้ารุ่นแรก พร้อมเสริมทัพโมเดลใหม่ ครอบคลุมตลาดกว่าที่เคย

0

ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย (HMT) เขย่าวงการยานยนต์ไทยใน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40” (Motor Expo 2023) ระเบิดความยิ่งใหญ่ด้วยธีมบูธสุดล้ำ PIXEL CLOUD” ภายใต้แนวคิด Exploring the Future” เผยโฉมในงานนี้เป็นครั้งแรกของโลก พร้อมยกขบวนโมเดลใหม่เจ้าของรางวัลมาเปิดตัวกันอย่างคับคั่ง ชูไฮไลต์ทั้งรถยนต์ไฟฟ้า IONIQ 5 และเอสยูวีอย่าง Hyundai Santa Fe รวมถึงสุดยอดยานยนต์สมรรถนะสูง Hyundai N เสริมทัพด้วยยนตรกรรมยอดนิยมครบทุก Line-up และ Segment อาทิ Staria S พร้อม Body Kit เฉพาะรุ่น, Stargazer รถ MINI-MPV ยอดนิยมซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบ 6 และ 7 ที่นั่ง รวมถึงรุ่น Stargazer X ที่เหนือกว่าด้วยอุปกรณ์พิเศษหลายรายการ, Creta รถ B-SUV อันโดดเด่นด้วยออปชั่นครบครัน และ H-1 Elite FE ลิมิเต็ดอิดิชันผลิตจำนวนจำกัด และอีกหลากหลายรุ่น ตอกย้ำวิสัยทัศน์บริษัทแม่เดินเกมรุกตลาดไทยสู่การเป็น Premium Lifestyle Brand เต็มรูปแบบ พร้อมเซอร์ไพรส์ใหญ่ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษส่งท้ายปี สำหรับลูกค้าที่สั่งจองรถยนต์ที่บูธฮุนไดหมายเลข A07 อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้ถึง 11 ธันวาคม 2566

เจ กิว จอง

นายเจ กิว จอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “เราเล็งเห็นถึงศักยภาพของไทยในการเป็นตลาดหลักของภูมิภาคเอเชีย และมุ่งมั่นมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม ปีนี้เราจึงได้นำเสนอแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าของฮุนไดอย่าง “IONIQ” ประเดิมด้วยรุ่น IONIQ 5 รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดที่คว้ารางวัลมาแล้วจากนานาประเทศ รวมถึงเวที World Car Awards สู่ตลาดเมืองไทย และอีกหนึ่งไฮไลต์อย่าง Hyundai Santa Fe เอสยูวีครอบครัว 7 ที่นั่งเจ้าของรางวัลระดับโลก เพียบพร้อมด้วยความหรูหราสะดวกสบาย และความปลอดภัยเพื่อการขับขี่ทางไกลอย่างยอดเยี่ยม นอกจากนี้ เรายังนำ SUV และ MPV หลากหลายรุ่นมานำเสนอในงาน ตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษัทในการพัฒนา “ความก้าวหน้าเพื่อมวลมนุษยชาติ (Progress for Humanity)” ซึ่งเป็นปรัชญาการออกผลิตภัณฑ์ใหม่พร้อมเทคโนโลยีอันล้ำสมัย เพื่อมอบโซลูชันของการเดินทางแห่งอนาคตที่ยั่งยืน”

เจ ฮยุน กวาง

นายเจ ฮยุน กวาง หัวหน้าทีมกลยุทธ์ของแบรนด์ N จากสำนักงานใหญ่ บริษัท ฮุนได มอเตอร์ กล่าวว่า “ปัจจุบัน นอกจากการเป็นแบรนด์รถ MPV และ SUV ชั้นนำของตลาด ฮุนไดยังมีศักยภาพในด้านนวัตกรรมยานยนต์สมรรถนะสูง ซึ่งเปิดตัวสู่ตลาดโลกแล้วภายใต้ แบรนด์ ‘N Performance’ ยานยนต์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากกีฬามอเตอร์สปอร์ต ผสานความสะดวกสบายเพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่ครอบคลุม โดยเราเลือกนำ Elantra N มาเปิดตัวในงานนี้ เป็นครั้งแรกของเมืองไทยและตลาดต่างประเทศ เพราะเป็นยานยนต์ตระกูล N ที่ทันสมัยและสมดุลที่สุด สมบูรณ์แบบทั้งการขับขี่ในชีวิตประจำวันและในสนามแข่ง ซึ่งเรายังมีแผนเปิดตัวยานยนต์สมรรถนะสูงรุ่นใหม่ สู่เมืองไทยต่อไปอย่างต่อเนื่อง”

วัลลภ เฉลิมวงศาเวช

นายวัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ในปีนี้ ฮุนไดเปิดเกมรุกตลาดยานยนต์อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ในทุกเซกเมนต์ และตอกย้ำความเชื่อมั่นแก่ลูกค้าชาวไทย หลังบริษัทแม่ของฮุนไดเข้ามาทำการตลาดในประเทศไทยด้วยตัวเอง เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยเราได้ยกระดับการนำเสนอทั้งบริการและผลิตภัณฑ์ เพื่อมอบประสบการณ์แก่ผู้ขับขี่ ด้วยนวัตกรรมและโซลูชันแบบบูรณาการใหม่ ๆ ได้อย่างครบถ้วนและยั่งยืน รวมถึงการขยายเครือข่ายดีลเลอร์ให้ครอบคลุมขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในปีนี้เพิ่มดีลเลอร์รายใหญ่อีกเกือบ 10 ราย เพื่อให้ฮุนไดสามารถมอบบริการแก่ลูกค้าชาวไทยอย่างทั่วถึงในระยะยาว รวมถึงงานในครั้งนี้ เราได้จัดเตรียมหลากหลายข้อเสนอพิเศษ จึงขอเชิญชวนสายรถยนต์ทุกท่านมาร่วมสัมผัสนวัตกรรมยานยนต์ และรับสิทธิประโยชน์มากมายจากฮุนไดได้ที่ งานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2023 ตั้งแต่วันนี้ถึง 11 ธันวาคม ครับ”

IONIQ 5 – ผสานเสน่ห์รถคลาสสิกเข้ากับนวัตกรรมรถไฟฟ้าแห่งอนาคต

IONIQ 5 รถยนต์ไฟฟ้าอีวี 100% ชูคอนเซ็ปต์การผสมผสานดีไซน์ยานยนต์คลาสสิกอย่าง Hyundai Pony เข้ากับ Parametric Pixels Design ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ พร้อมเส้นสายที่สะอาดตาและเฉียบคม เน้นเส้นเหลี่ยมสันสร้างรูปลักษณ์ที่เพรียวบาง นับเป็นการผสานความล้ำสมัยเข้ากับความคลาสสิกอย่างลงตัว ด้านหน้ารถออกแบบเป็นรูปตัว V กระจังหน้าทรงปิดทึบ ฝากระโปรงหน้าแบบ Clamshell Bonnet มือเปิดประตูด้านข้างแบบซ่อนเก็บได้ในตัว ทั้งหมดนี้เป็นฝีมือการออกแบบของ จิออเกตโต จูเจียโร่ (Giorgetto Giugiaro) นักออกแบบชื่อดังชาวอิตาลี ซึ่งกลับมาร่วมมือกับฮุนไดอีกครั้ง เพื่อปลุกตำนานอันโด่งดังให้กลับมาโลดแล่นอีกครั้งในวันนี้

IONIQ 5 สมบูรณ์แบบด้วยระบบวิศวกรรมและฟีเจอร์อัจฉริยะอันล้ำสมัย มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 2 ล้อที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า Permanent magnet พลังงานจากแบตเตอรี่ Lithium-Ion ติดตั้งระบบชาร์จเร็ว 350 kW Ultra-fast Charging สามารถชาร์จไฟจาก 10-80% ได้ภายใน 17 นาทีเท่านั้น มอบความสะดวกสบายได้มากกว่ารถไฟฟ้าแบรนด์อื่น ๆ พร้อมฟีเจอร์ไฮเทคครบครันทั้ง ระบบเครื่องเสียงชั้นนำระดับโลกจาก BOSE และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ Hyundai SmartSense ท้งยังพร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการด้วยสองทางเลือก

  • แบตเตอรี่แรงดันสูงสุด 58 กิโลวัตต์-ชั่วโมง กำลังสูงสุด 170 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 5 วินาที ความเร็วสูงสุด 185 กม./ชม. ระยะทางขับเคลื่อนไฟฟ้าสูงสุด 384 กม. ตามมาตรฐาน WLTP
  • แบตเตอรี่แรงดันสูงสุด 6 กิโลวัตต์-ชั่วโมง กำลังสูงสุด 217 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 7.4 วินาที ความเร็วสูงสุด 185 กม./ชม. ระยะทางขับเคลื่อนไฟฟ้าสูงสุด 481 กม. ตามมาตรฐาน WLTP

การันตีคุณภาพ IONIQ 5 ด้วยการคว้ารางวัลจากเวทีนานาชาติทั่วโลกรวมทั้ง World Car of the Year, World EV of the Year และ World Car Design of the Year จากเวที World Car Awards

โปรโมชัน IONIQ 5 เฉพาะในงาน MOTOR EXPO 2023

พบข้อเสนอทางการเงินสุดพิเศษและสิทธิประโยชน์อื่น ๆ อาทิ ฟรีค่าแรงเช็คระยะครั้งที่ 1-10 (นาน 10 ปี หรือ 150,000 กม.) รับประกันแบตเตอรี่ไฟฟ้าแรงดันสูง (High Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กม. รับประกันตัวรถ (Warranty) 5 ปี หรือ 150,000 กม. สิทธิประโยชน์รับบริการ V2V จำนวน 2 ครั้งต่อปี ระยะเวลา 5 ปี (ภายในกรุงเทพฯ) บริการยก/ลากไม่จำกัดจำนวนครั้งและระยะทาง ในระยะเวลา 5 ปี ฟรีโฮมชาร์จเจอร์พร้อมค่าแรงติดตั้ง และรับประกันการติดตั้ง 1 ปี

Hyundai Santa Fe –เอสยูวี 7 ที่นั่ง อีกระดับของประสิทธิภาพและความหรูหรา

Hyundai Santa Fe เอสยูวีพร้อมเบาะแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง ใน Segment D-SUV เจ้าของรางวัลรถยนต์ระดับโลกหลายเวที เปิดตัวในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2023 เป็นครั้งแรกของประเทศไทย นำเสนอยานยนต์ที่เหนือระดับของประสิทธิภาพและปรับสไตล์ใหม่หมดจด มอบความหรูหราที่แตกต่าง และตอบโจทย์การเป็นรถสำหรับครอบครัวอย่างลงตัว ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง Hybrid ที่ผสานมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์ ขนาด 1.6 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 230 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดแบบ Combined System 350 นิวตันเมตร ที่ 1,000 – 4,500 รอบต่อนาที พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Active On-demand โดยใช้ล้อ Aero type alloy ขนาด 19 นิ้ว ส่วนกระจังหน้าเป็นโครเมียมแบบ Cascade ที่สอดรับกับมือจับประตููที่ตกแต่งด้วยโครเมียมเช่นกัน หลังคาพาโนรามิกซันรูฟ โดดเด่นด้วยไฟหน้าแบบ Dual LED Projector T-design และไฟ LED ส่องสว่างเวลากลางวัน Daytime Running Lights ด้านหลังสง่างามด้วยการตกแต่งสปอยเลอร์หลังพร้อมเสริมไฟท้าย LED ด้วยไฟเบรก LED ดวงที่ 3 เพิ่มความสว่างและการมองเห็นที่ชัดเจน

ห้องโดยสารภูมิฐานสง่างาม จากการตกแต่งด้วยหนังแท้ทั้งเบาะและพวงมาลัย และใช้วัสดุอลูมิเนียมเกรดสูง สมบูรณ์แบบทั้งในแง่สุนทรียภาพแห่งความงาม เบาะนั่่งคู่หน้าเป็นระบบปรับไฟฟ้าแบบ Ventilated seat พร้อมระบบความบันเทิงครบครัน สั่งการได้ง่ายด้วยหน้าจอทัชสกรีนขนาด 8 นิ้ว ระบบเครื่องเสียงพรีเมียม Harman Kardon™ ที่มากับลำโพงคุณภาพสูงกว่า 10 ตำแหน่ง รองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สายทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto ได้อย่างสะดวกสบาย รองรับการชาร์จมือถือแบบไร้สาย Wireless Charger และไฟเรืองแสงรอบห้องโดยสาร (Ambient Mood Light) ที่เพิ่มความหรูหราแก่ห้องโดยสารในทุกตารางนิ้ว

Hyundai Santa Fe ติดตั้งเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่อันล้ำสมัย ทั้งปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์แบบ Push Start Button ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control พร้อมปุ่มเลือกโหมดการขับขี่ทั้งแบบ Eco, Sport และ Smart และแป้นเปลี่ยนเกียร์ Paddle Shifter ตลอดจนเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะครบครันที่ทำให้ Santa Fe เป็นสุดยอด D-SUV ที่ตอบโจทย์การเดินทางทุกรูปแบบทั้งการขับขี่ในเมืองใหญ่ และการขับขี่ทางไกลเพื่อพักผ่อนในวันหยุดได้อย่างสมบูรณ์แบบ ครบครันกับระบบความปลอดภัยเหนือชั้นอย่าง Hyundai SmartSense

Elantra N – ดีเอ็นเอจากสนามแข่งขันสู่ยานยนต์บนท้องถนน

Hyundai N แบรนด์รถยนต์สมรรถนะสูงล่าสุดจากฮุนได พัฒนาขึ้นด้วยความหลงใหลในสมรรถนะขั้นสูงของกีฬามอเตอร์สปอร์ตบนพื้นฐานแนวคิด “Never Just Drive” โดยรถยนต์ N ทุกรุ่น ผ่านการออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญของศูนย์วิจัยและพัฒนา Hyundai Motor Namyang R&D Center ก่อนจะส่งรถยนต์ N ไปทดสอบที่สนาม Nürburgring ในเยอรมนี ซึ่งได้รับการขนานนามเป็นหนึ่งในสนามแข่งที่โหดที่สุดในโลก จนเป็นที่มาของแบรนด์ N ซึ่งตั้งตามชื่อเมือง Namyang และสนามแข่ง Nürburgring นั่นเอง ส่วนเส้นสายของโลโก้ N นั้นได้แรงบันดาลใจมาจากโค้งสนามแข่งขันในตำนานเช่นกัน

Elantra N มอบศักยภาพแห่งการขับขี่ที่เปี่ยมพลังด้วยเครื่องยนต์ Theta-II 2.0 T-GDi เทอร์โบ กำลังสูงสุด 280 แรงม้า ที่ 5,500 – 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 392 นิวตันเมตร ที่ 2,100 – 4,700 รอบต่อนาที ใช้ระบบส่งกำลังแบบ N 8-speed Wet Dual Clutch Transmission (DCT) ทั้งยังมีระบบผู้ขับขี่เปลี่ยนเกียร์ได้เอง ขับเคลื่อนล้อคู่หน้า มาพร้อมเทคโนโลยีระบบวาล์วท่อไอเสียแบบแปรผันที่สร้างเสียง Pop-corn Sound และระบบกันสะเทือนแบบ Adaptive ใช้ระบบบังคับเลี้ยวแบบ Rack-mounted Motor Driven Power Steering (R-MDPS) และเบรกอย่างแม่นยำ ด้วยระบบดิสก์เบรกประสิทธิภาพสูงพร้อมช่องระบายความร้อนขนาด 360 x 30 มม. (ล้อหน้า) และขนาด 314 x 20 มม. (ล้อหลัง)

ทุกองค์ประกอบของ Elantra N ถือเป็นดีไซน์ใหม่ในทุกรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นกระจังหน้า สเกิร์ตข้าง สปอยเลอร์หลัง ไปจนถึงดิฟฟิวเซอร์และท่อไอเสียที่ดูโฉบเฉี่ยวด้วยดีไซน์สปอร์ตใหม่หมดจด ภายในยังมอบความหรูหราด้วยหลังคา Sunroof พร้อมกระจกกันความร้อน Solar Glass ปลุกทุกประสาทสัมผัสไปกับโหมดการขับขี่อัจฉริยะทั้ง N, N Custom 1 และ N Custom 2 พร้อมระบบเฟืองท้าย e-LSD (electronic-Limited Slip Differential) ที่ทำงานร่วมกับะบบช่วงล่างไฟฟ้า ECS (Electronically Controlled Suspension) และระบบปรับเสียงท่อไอเสียแบบ Active Variable Exhaust ที่ให้เสียงเร้าใจเสมือนโลดแล่นในสนามแข่ง นอกจากนี้ ยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยขั้นสูง ตามมาตรฐานรถยนต์ระดับพรีเมียมและ Hyundai SmartSense ที่มีทั้งระบบเตือนและเบรกฉุุกเฉินอัตโนมัติ FCA (Forward Collision-avoidance Assist), ระบบควบคุุมรถในเลน LKA (Lane Keeping Assist), ระบบเตือนและคุุมพวงมาลัยเมื่อมีรถในจุดอับสายตา BCA (Blind-spot Collision-avoidance Assist), ระบบเตือนและเบรกอัตโนมัติขณะถอยรถ RCCA (Rear Cross-traffic Collision-avoidance Assist) และอีกมากมาย

Elantra N เปิดตัวครั้งแรกในไทย นับเป็นประเทศแรกในตลาดต่างประเทศของโลกที่จำหน่ายรถยนต์รุ่นนี้ ทั้งยังเป็นยานยนต์ตระกูล N รุ่นที่ทันสมัยและสมดุลที่สุด สมบูรณ์แบบทั้งการขับขี่ใช้งานในชีวิตประจำวันและในสนามแข่ง ให้ผู้ขับสัมผัสประสบการณ์แห่งความแรงสุดเร้าใจ พร้อมฟีเจอร์ความปลอดภัยและอุปกรณ์อื่นอันเหนือชั้น Elantra N จึงเป็นสัญลักษณ์แห่งประสบการณ์กีฬามอเตอร์สปอร์ต บนท้องถนนที่แท้จริง

ผู้เยี่ยมชมบูธฮุนไดยังจะได้สัมผัสกับนวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคตรุ่นอื่นอีกมากมาย ทั้งจากแบรนด์ IONIQ อาทิ IONIQ 6 รถยนต์ไฟฟ้าที่พัฒนาต่อจาก Prophecy Concept EV สวยงามด้วยรูปทรงเพรียวบาง พร้อมติดตั้งระบบความปลอดภัยและการเชื่อมต่อเทคโนโลยีขั้นสูงครบครันด้วยนวัตกรรมอัจฉริยะ จนได้รับรางวัล 2023 World Car of the Year รวมถึงยานยนต์สมรรถนะสูงจาก N Brand ทั้งรถยนต์ต้นแบบ N Vision 74 สมดุลที่สมบูรณ์แบบระหว่างเทคโนโลยีล้ำสมัยและการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ เพื่อการขับขี่ที่รื่นรมย์, รถแข่งแรลลี่ดีกรีเจ้าสนาม I20 WRC ซึ่งคว้าตำแหน่งผู้ผลิต WRC ยอดเยี่ยมเป็นปีที่ 2 ติดกัน จากชัยชนะ 3 สนาม ทั้งมอนติคาร์โล เอสโทเนีย และซาร์ดิเนีย

พิเศษ! ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย มอบข้อพิเศษแก่ผู้จองรถยนต์รุ่นต่าง ๆ ในงาน ด้วยแคมเปญข้อเสนอพิเศษแห่งปี อาทิ ดอกเบี้ย 0% ผ่อนนานสูงสุด 48 เดือน และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี1 ทั้งยังมอบความมั่นใจในทุกการเดินทางด้วยการรับประคุณภาพรถยนต์นาน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร2 (ข้อเสนอและสิทธิประโยชน์อาจมีความแตกต่างกันตามรุ่นรถยนต์และแพ็กเกจบริการ ลูกค้าสามารถสอบถามรายละเอียดได้จากพนักงานฮุนได)

อีกหนึ่งความพิเศษนอกเหนือจากรถยนต์หลากหลายโมเดล ฮุนไดยังสร้างปรากฏการณ์ด้วยการเปิดตัวธีมบูธใหม่ล่าสุดครั้งแรกในโลก “PIXEL CLOUD” ซึ่งนำแรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ “Pixel by Pixel” แคมเปญโฆษณาที่ชูความล้ำสมัยของนวัตกรรมไฟส่องสว่าง Parametric Pixel ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มีเฉพาะในรถยนต์ไฟฟ้าของฮุนได สื่อสารผ่านเทคโนโลยี “พิกเซล” ที่เชื่อมโยงระหว่างอดีต (ระบบอนาล็อก) มาจนถึงปัจจุบัน และมุ่งสู่อนาคต (ระบบดิจิทัล) พร้อมนำเสนอปรัชญาการออกแบบรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของฮุนได นั่นคือ “การสร้างสรรค์ยานยนต์แห่งอนาคต ผ่านแรงบันดาลใจจากมรดกตกทอดอันล้ำค่าของบริษัท”

ผู้เข้าชมงานสามารถร่วมเดินทาง และสัมผัสกับประวัติศาสตร์ของการพัฒนายานยนต์ฮุนได ในทุกรายละเอียดได้ที่บูธหมายเลข A07 ทั้งยังเพลิดเพลินไปกับการเลือกชมยานยนต์ สินค้าไลฟ์สไตล์ และของที่ระลึกจากฮุนได
โมบิลิตี้ ประเทศไทย พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรมมากมาย และลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษในงาน โดยมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด นอกจากนั้น ยังสามารถแวะพักได้ที่ Staria Premium Lounge ซึ่งพร้อมต้อนรับทุกท่านอย่างอบอุ่นตลอดงาน

ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมบูธรถยนต์ฮุนไดที่บูธหมายเลข A07 งานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 40 ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 11 ธันวาคม 2566 พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษที่แตกต่างกัน สำหรับรถยนต์แต่ละรุ่นได้ตลอดงาน โดยท่านสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านเว็บไซต์  http://worldwide.hyundai.com หรือ http://globalpr.hyundai.com 

1 เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทฯ กำหนด

2 แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน

Changan Automobile เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ ส่ง Deepal L07 และ S07 จัดแสดงครั้งแรกในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40

0

Changan Automobile ผู้พัฒนายานยนต์ชั้นนำระดับโลก เผยนิยามใหม่แห่งการขับขี่พร้อมผลักดันมาตรฐานวงการยานยนต์ ประกาศเปิดตัว Deepal แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่หลายคนตั้งตารอกับ 2 รุ่นแรก Deepal L07 และ Deepal S07 เข้าสู่ตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ณ งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40 ที่ศูนย์ประชุมอิมแพค ชาเลนเจอร์

การเข้าร่วมงานมหกรรมยานยนต์ในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จอันน่าจดจำของ CHANGAN ภายใต้แนวคิด Touch the Future’ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของแบรนด์ในการก้าวข้ามขีดจำกัดด้านนวัตกรรม และตอกย้ำถึงบทบาทในการเป็นผู้นำอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลกอย่างแท้จริง

นาย เคลาส์ ซิซิโอรา รองประธานบริหาร Changan Automobile กล่าวว่า “ในอนาคต CHANGAN จะยังคงยึดมั่นในกลยุทธ์ที่ส่งเสริม ‘การพัฒนาผลิตภัณฑ์ระดับโลกเพื่อตอบโจทย์ความแตกต่างในระดับภูมิภาค’ อย่างต่อเนื่อง โดยจะใช้ความแตกต่างเหล่านั้นในการปรับแต่งกลยุทธ์ให้เหมาะสมและสร้างสรรค์ ‘global iconic models’ ซึ่ง CHANGAN คาดว่าจะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ระดับโลกอย่างน้อย 60 รุ่นภายในปี พ.ศ. 2573”

เผยโฉม Deepal L07 และ Deepal S07: สุดยอดยนตรกรรมแห่งยุค

Deepal L07 และ Deepal S07 เปิดตัวครั้งแรกในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40 พร้อมดีไซน์ทันสมัยที่ผสานระหว่างความโฉบเฉี่ยวเข้ากับการใช้งานได้อย่างลงตัว ด้วยสไตล์การออกแบบระดับนานาชาติ เสริมทัพด้วยความชำนาญของทีมออกแบบระดับนานาชาติที่ประกอบด้วยตัวแทนจาก 25 ประเทศ และ 30 สาขาความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบ ด้วยความยึดมั่นในบทบาทขององค์กรในการส่งเสริมอนาคตอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งในตลาดไทยและสากล Changan Automobile จัดตั้งศูนย์การออกแบบถึง 4 แห่งทั่วโลก ได้แก่ เมืองฉงชิ่ง ประเทศจีน ประเทศอิตาลี ประเทศญี่ปุ่น และ สหราชอาณาจักร ทั้งนี้ กระบวนการออกแบบทั้งหมดของ CHANGAN ยึดหลักปรัชญาการดีไซน์แบบ Symbiotic Aesthetics อันประกอบด้วย 3 หลักการสำคัญ ได้แก่ การอยู่ร่วมกันกับเทคโนโลยี มนุษยชาติ และธรรมชาติ

เพื่อสร้างแบรนด์ให้เป็นที่จะเป็นที่รู้จักในระดับโลก และเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ Changan Automobile เปิดตัว Deepal L07 รถยนต์ฟาสต์แบ็คไฟฟ้าดีกรีรางวัลชนะเลิศการออกแบบผลิตภัณฑ์จากงาน Red Dot Design Award (ชื่อที่ได้รับรางวัล: SL03) มาพร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหลังสำหรับมอบประสบการณ์การขับขี่ที่หลากหลาย ในราคา 1,329,000 บาท โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ล้ำสมัยกับดีไซน์กันชนหน้าแบบ grille-less และระบบไฟอัจฉริยะพร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่อย่างเต็มที่ Deepal L07 สร้างบนแพลตฟอร์ม EPA1 ช่วยให้รถมีสมรรถนะการควบคุมและการทรงตัวที่ดีเยี่ยม สามารถส่งมอบอัตราเร่งเต็มกำลังจากมอเตอร์เดี่ยวพลังขับเคลื่อนล้อหลังกำลังสูงสุด 190 kW (258 แรงม้า) และแรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 66.8 kWh มอบระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 540 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง (NEDC) วางจำหน่ายในประเทศไทยทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีขาว (Comet White) สีเขียว (Nebula Green) สีเทา (Lunar Grey) สีดำ (Eclipse Black) และ สีน้ำเงิน (Stellar Blue)

นอกจากนี้ Changan Automobile ยังเปิดตัว Deepal S07 รถยนต์ SUV พลังงานไฟฟ้าอัจฉริยะที่ผสมผสานสุนทรียศาสตร์ของความสปอร์ตเข้ากับไลฟ์สไตล์ของครอบครัว มอบความสะดวกสบายขั้นกว่ากับพื้นที่ภายในกว้างขวาง ในราคา 1,399,000 บาท Deepal S07 สร้างบนแพลตฟอร์ม EPA1 ทำให้ตัวรถมาพร้อมกับการทรงตัวและสมรรถนะการควบคุมที่ดีเยี่ยม สามารถส่งมอบอัตราเร่งเต็มกำลังจากมอเตอร์เดี่ยวพลังขับเคลื่อนล้อหลังกำลังสูงสุด 190 kW (258 แรงม้า) และแรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 66.8 kWh ให้ระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 485 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง (NEDC) วางจำหน่ายในประเทศไทยทั้งหมด 6 สี ได้แก่ สีขาว (Comet White) สีเขียว (Nebula Green) สีเทา (Lunar Grey) สีดำ (Eclipse Black) สีส้ม (Sunset Orange) และ สีเหลือง (Cosmic Yellow)

CHANGAN พร้อมมอบสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ซื้อรถยนต์ Deepal ทุกท่าน มูลค่ารวมกว่า 250,000 บาท
รายละเอียดดังนี้:

  1. ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พรบ. ระยะเวลา 1 ปี
  2. ฟรี โฮมชาร์จเจอร์ พร้อม บริการติดตั้ง
  3. ฟรี สายชาร์จเคลื่อนที่ และ สายต่อพ่วงอุปกรณ์ไฟฟ้า V2L
  4. ฟรี ค่าจดทะเบียนรถ
  5. รับประกันตัวรถ 8 ปีหรือ 160,000 กม. (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) ยกเว้น ชิ้นส่วนพิเศษ
    วัสดุสิ้นเปลือง และชิ้นส่วนที่สึกหรอ*
  6. รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 240,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  7. ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน ตลอด 24 ชั่วโมง นาน 8 ปี
  8. ฟรี การบำรุงรักษา 8 ปี หรือ 10 ครั้ง
  9. ข้อเสนอดอกเบี้ย 1.88% ดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน สำหรับแพ็คเกจมาตรฐาน

*หมายเหตุ โปรดดูรายละเอียดทางเว็บไซต์ของบริษัท

ผู้ที่สนใจสามารถร่วมสัมผัสโลกอนาคตไปกับ Deepal L07 และ Deepal S07 ได้แล้ววันนี้ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40 ที่บูธ Changan Automobile หมายเลข E02 ศูนย์ประชุมอิมแพ็ค ชาเลนเจอร์

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดตามได้ที่ https://www.changan.co.th/en/

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ชวนลูกค้าสัมผัส ออล-นิว ไทรทัน ทุกรุ่น แต่งเต็มทุกแนว พร้อมทดลองขับรถยนต์มิตซูบิชิหลากหลายรุ่น ที่งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40”

0

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ชวนลูกค้าชมโฉม ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน ครบทุกรุ่น ครั้งแรก ที่งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40” นำทัพโดย ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท และ ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ ขับเคลื่อน 4 ล้อ อัลตร้า เกียร์อัตโนมัติ  ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD II เอกลักษณ์เฉพาะมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่โดดเด่นด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อฟูลไทม์ (4H) เจ้าแรกในตลาดกระบะไทย ใหม่ล่าสุดด้วย 7 โหมดการขับขี่ และระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC)  ขับขี่คล่องตัวด้วยความปลอดภัยสูงสุดบนทุกสภาพถนน พร้อมสัมผัสกลุ่มรถกระบะออล-นิว ไทรทัน ตัวเตี้ย ครบทุกแค็บ ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ใหม่ที่ประหยัดน้ำมันกว่า แชส์ซีส์ใหม่ “เมกา เฟรม” สุดแกร่งที่ใหญ่กว่าเดิม ทั้งยังจับมือสำนักแต่งรถทุกสายทั้งแนวเรซซิ่ง แนวแคมป์ปิ้ง 4WD และเชิงพาณิชย์ จัดแสดงรถแต่งทรงต่างๆ สร้างแรงบันดาลใจ ทั้งกระบะตัวเตี้ยแต่งเต็มสไตล์เรซซิ่งสุดเท่ คอกซิ่งสุดหล่อ และติดตั้งตู้ทึบสำหรับใช้งานเชิงพาณิชย์ รวมถึงกระบะยกสูงจัดทรงสายแรลลี่ สายแคมป์ปิ้ง มอเตอร์โฮม และอื่นๆ มาให้ยลโฉมอีกด้วย 

มร. เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “นับตั้งแต่ที่เราได้เปิดตัวรถยนต์ ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน ในงานเวิลด์พรีเมียร์ที่ประเทศไทย ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา งานนี้ถือเป็นครั้งแรกของการจัดแสดงรถยนต์ ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน ครบทุกรุ่น ที่เกิดมาเพื่อปฏิวัติความเชื่อ เป็นได้มากกว่า ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้หลากหลายกลุ่ม ด้วยจุดเด่นด้านความสะดวกสบายสุดหรูของห้องโดยสารที่เทียบเคียงได้กับรถเอสยูวี ควบคู่กับสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม ด้วยเครื่องยนต์ใหม่ที่ให้พละกำลังสูงแต่ประหยัดน้ำมันกว่าเดิม พร้อมเติมเต็มไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้รถกระบะยุคใหม่ได้ดี เหมาะทั้งสำหรับใช้เป็นรถเพื่อประกอบอาชีพสร้างผลกำไร และเติมเต็มความสนุกเร้าใจในการใช้งานส่วนตัว”

บูธมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40″แบ่งการจัดแสดงรถไว้ทั้งหมด 3 โซน ประกอบด้วย เพลย์โซน (Play Zone) เวิร์คโซน (Work Zone) และ ไลฟ์สไตล์โซน (Lifestyle Zone) เพื่อสะท้อนถึงอรรถประโยชน์มากมายของรถมิตซูบิชิหลากหลายรุ่น ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าหลากหลายกลุ่ม

ไฮไลท์ของ เพลย์โซน (Play Zone) ณ บูธมิตซูบิชิ มอเตอร์ส

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ออกแบบเพลย์โซน (Play Zone) โดยมุ่งเน้นการจัดแสดงยนตรกรรมเพื่อคนรักการผจญภัย เน้นโชว์รถกระบะตัวท็อป และตัวแต่ง อาทิ ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ ไฮเปอร์พาวเวอร์ เอ็กซ์ทู (Hyper Power X2) เทอร์โบสองสเตจ ด้วยพละกำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 470 นิวตันเมตร ภายใต้การออกแบบสไตล์สปอร์ตสุดล้ำ เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้ชื่นชอบการผจญภัย พร้อมความสะดวกสบายสุดหรูของห้องโดยสาร สะกดทุกสายตาของผู้ชื่นชอบรถกระบะด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่น ด้วยแนวคิด “บีสต์ โหมด” (BEAST MODE) ที่ผสมผสานความปราดเปรียวเข้ากับการออกแบบที่แข็งแกร่งของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส เพื่อสร้างสรรค์รูปลักษณ์อันโดดเด่นสะดุดตา พร้อมสะท้อนความบึกบึนและทรงพลังในแบบฉบับรถกระบะที่แท้จริง การันตีด้วยรางวัลออกแบบยอดเยี่ยม หรือ Good Design Award 2023 ที่จัดโดยสถาบันส่งเสริมการออกแบบแห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Institute of Design Promotion)

ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท ได้หลอมรวมความเป็น “ที่สุด” แห่งดีเอ็นเอของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส (Mitsubishi Motors-ness) เหนือกว่าด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน ไดมอนด์ เซนส์ ที่มาพร้อมกับระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ (Diamond Sense with Adaptive Cruise Control) พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (Forward Collision Mitigation System: FCM) ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตา (Blind Spot Warning: BSW) ระบบสัญญาณเตือนขณะเปลี่ยนเลน (Lane Change Assist: LCA) ระบบเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด (Rear Cross Traffic Alert: RCTA) ระบบปรับระดับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติ (Auto High Beam: AHB) กล้องมองภาพรอบคัน (Multi Around Monitor: MAM)  ซึ่งเทคโนโลยีความปลอดภัยทั้งหมดนี้ สามารถตรวจจับการเคลื่อนที่ของตัวรถและสภาพแวดล้อมด้วยเซ็นเซอร์และเรดาร์ที่ควบคุมด้วยระบบ AI ได้รอบคัน พร้อมด้วยระบบพวงมาลัยเพาเวอร์แบบไฟฟ้า (Electric Power Steering: EPS)

ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ทุกรุ่นย่อย จะมาพร้อมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ “ซูเปอร์ซีเล็คต์ โฟร์วีลไดร์ฟ ทู” (Super Select 4WD II) เป็นเอกลักษณ์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส โดดเด่นด้วยโหมดขับเคลื่อน 4 ล้อฟูลไทม์ (Full-Time All Wheel Control) เจ้าแรกในตลาดกระบะไทย ซึ่งสามารถเปลี่ยนจากโหมดขับเคลื่อน 2 ล้อ (2H) เป็นขับเคลื่อน 4 ล้อแบบฟูลไทม์ (4H) ได้ทันที แม้ในขณะที่รถกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง (Shift-on-the-Fly) เสริมความปลอดภัยให้ขับขี่คล่องตัวพร้อมตะลุยทุกสภาพอากาศและทุกรูปแบบของพื้นผิว ด้วย 7 โหมดการขับขี่ ได้แก่ โหมดปกติ (Normal), โหมดประหยัดเชื้อเพลิงและรักษ์โลก (Eco), โหมดขับขี่บนทางลูกรังหรือทางฝุ่น (Gravel), โหมดขับขี่บนพื้นหิมะหรือขณะฝนตกผิวถนนเปียกลื่น (Snow), โหมดขับขี่ลุยโคลนหรือผิวทางที่เหนียวลื่น (Mud), โหมดขับขี่ตะลุยทรายหรือผิวทางที่ดินร่วน (Sand), โหมดไต่หินหรือขับขี่บนผิวทางที่เป็นหินขรุขระ (Rock) แตกต่างอย่างเหนือกว่าด้วยระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC)  ช่วยให้ขับขี่คล่องตัว ควบคุมได้ดังใจ

 

นอกจากนี้ อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เพลย์โซน (Play Zone) คือ ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ ขับเคลื่อน 4 ล้อ อัลตร้า เกียร์อัตโนมัติ และออล-นิว ไทรทัน รุ่นตัวเตี้ย ทั้งเมกะ แค็บ ตอนครึ่ง และดับเบิ้ล แค็บ สี่ประตู ตัวเตี้ย ซึ่งพร้อมส่งมอบในช่วงปักษ์แรกของเดือนธันวาคม 2566 โดยจัดแสดงแบบแต่งเต็มหล่อเข้มเต็มพิกัด จัดทรงโชว์ความเท่สไตล์เรซซิ่งบวกอารมณ์สปอร์ต ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างและผู้รักความเร็วสไตล์มอเตอร์สปอร์ต

ภายในงาน ยังมีการนำเสนอเทคโนโลยี มิตซูบิชิ คอนเนค (MITSUBISHI CONNECT) ที่เชื่อมต่อและควบคุมตัวรถได้จากระยะไกล สามารถรองรับได้ทั้งระบบ iOS และ Android ผ่านการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน My MITSUBISHI CONNECT” เพื่อความสะดวกสบายและความปลอดภัย เพิ่มความอุ่นใจในทุกมิติ  ทั้งระบบขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน SOS ผ่านตัวรถ (e-call) ระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติเมื่อเกิดการชน นอกจากนี้ยังให้ความสะดวกสบายด้วยฟังก์ชันการสั่งการจากระยะไกล ทั้งการควบคุมเครื่องปรับอากาศจากระยะไกล การล็อกและปลดล็อกประตูรถได้จากระยะไกล การควบคุมแตรรถและการเปิดปิดไฟหน้าจากระยะไกล รวมถึงการรายงานและตรวจสอบสถานะของรถยนต์ เช่น ระดับน้ำมันคงเหลือและระยะทางที่วิ่งต่อได้ ความดันลมยาง และมีฟังก์ชันความปลอดภัยอื่นๆ อาทิ การขอความช่วยเหลือบนท้องถนน (Roadside Assistance) การระบุตำแหน่งรถยนต์ และการช่วยเหลือเมื่อรถถูกโจรกรรม (Stolen Vehicle Assistance)

ไฮไลท์ของ เวิร์คโซน (Work Zone) ณ บูธมิตซูบิชิ มอเตอร์ส

การจัดแสดงรถในเวิร์คโซน (Work Zone) มุ่งฉายภาพโอกาสทางธุรกิจให้กับเจ้าของกิจการ ผู้ประกอบการ และหน่วยงานองค์กรต่างๆ ผ่านการปรับทัพรถกระบะให้ครองใจเจ้าของธุรกิจและผู้ขับขี่ได้ดีขึ้นในราคาที่จับต้องได้ ด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยมของออล-นิว ไทรทัน ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ใหม่ที่ให้พละกำลังสูงแต่ประหยัดน้ำมันกว่าเดิม แชสซีส์ใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม แข็งแกร่งทนทานยิ่งกว่า และขนาดกระบะท้ายที่ใหญ่ที่สุดในบรรดารถกระบะด้วยกัน จึงสามารถรองรับโหลดบรรทุกในแต่ละรอบได้มากขึ้น ทั้งยังบำรุงรักษาง่ายในงบประมาณที่ประหยัดกว่า พร้อมจับมือพาร์ทเนอร์ในการติดตั้งตู้ทึบ หรือเสริมคอกบรรทุกได้อย่างสะดวกรวดเร็ว และด้วยจุดเด่นด้านอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและการตกแต่งภายในที่ช่วยสวยงาม ภายใต้แนวคิด ‘มิตซูบิชิ ทัช’ โดยเฉพาะเบาะนั่งของออล-นิว ไทรทัน ที่ออกแบบเป็นพิเศษให้ช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่และผู้โดยสารเมื่อต้องเดินทางไกล รถกระบะออล-นิว ไทรทัน ที่แต่งเชิงพาณิชย์จึงเป็นได้มากกว่ารถขนส่ง โดยรุ่นที่นำมาจัดแสดง ได้แก่ ออล-นิว ไทรทัน รุ่นซิงเกิ้ล แค็บ ตัวเตี้ย รุ่นเมกะ แค็บ ตัวเตี้ย และรุ่นเมกะ แค็บ ยกสูง

นอกจากนี้ ภายใน เวิร์คโซน (Work Zone) ยังน้นโชว์สมรรถนะและฟังก์ชันความสะดวกสบายของตัวรถ รวมถึงศักยภาพการบรรทุกและการใช้งานด้านต่างๆ ของ ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับความต้องการใช้งานเชิงพาณิชย์ของลูกค้าชาวไทย จากการศึกษาตลาดของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส อย่างต่อเนื่อง ด้วยเครื่องยนต์ใหม่ 4N16  ที่ทรงพลังกว่าเดิม ด้วยกำลัง 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 330 นิวตันเมตร และเครื่องยนต์ “ไฮเปอร์พาวเวอร์” (Hyper Power) 184 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 430 นิวตันเมตร สำหรับรุ่นซิงเกิ้ล แค็บ ประหยัดน้ำมันที่ดียิ่งขึ้น มาพร้อมแชสซีส์ใหม่ “เมกา เฟรม” ที่ได้รับการออกแบบให้ใหญ่และแข็งแกร่งกว่าเดิม ตัวถังมีขนาดใหญ่ขึ้น จึงมีพื้นที่ในห้องโดยสารกว้างขึ้น และมีพื้นที่กระบะท้ายกว้างขวางมากยิ่งขึ้น ผสานช่วงล่างใหม่ ตอบรับทุกการใช้งาน มั่นใจทุกการบรรทุกได้เต็มพิกัด ด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่ดีและมีความทนทานกว่า นำไปสู่ผลกำไรที่สูงขึ้นสำหรับลูกค้าที่ใช้งานเพื่อการพาณิชย์

ภายในห้องโดยสารของ ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่น ซิงเกิ้ล แค็บ และ รุ่น เมกะ แค็บ ยังได้รับการออกแบบให้มีความพรีเมียมมากยิ่งขึ้น ตกแต่งด้วยวัสดุคุณภาพสูงให้ความนุ่มนวลทุกสัมผัส จับถนัดคล่องตัวและสะดวกสบาย เสริมด้วยเบาะนั่งดีไซน์ใหม่ที่โอบอุ้มสรีระ เน้นให้ขับขี่ทางไกลได้อย่างไม่เหนื่อยล้า ร่วมด้วย พวงมาลัยและสวิทช์ควบคุมต่าง ๆ ที่ได้รับการออกแบบเพื่อรองรับการใช้งานได้ง่ายขึ้น แม้ขณะสวมถุงมือ เพื่อให้ผู้ขับขี่มีสมาธิในการขับขี่อย่างเต็มที่ พร้อมติดตั้งชุดเครื่องเสียงและหน้าจอสัมผัสขนาด10 นิ้ว ที่ใหญ่ที่สุดเมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบที่มุ่งครองใจเจ้าของกิจการและผู้ใช้งานจริง

นอกเหนือจากสมรรถนะและความสะดวกสบายเหนือระดับแล้ว ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน ทุกรุ่น ยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยที่ครบครันที่สุด เมื่อเทียบกับรถระดับเดียวกัน โดยในรถทุกรุ่นย่อยรวมถึงรุ่นเริ่มต้น มีระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรก (ABS) ระบบกระจายแรงดันน้ำมันเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) ระบบเสริมแรงเบรก (BA) ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA)   ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ASC) ระบบป้องกันการลื่นไถล (TCL) และระบบแอคทีฟลิมิเต็ดสลิปที่เฟืองท้ายแบบควบคุมด้วยเบรก (Active LSD)

ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน ทุกรุ่น จึงเป็นเสมือนหุ้นส่วนทางธุรกิจที่ดีที่สุดสำหรับเจ้าของกิจการไทย ที่พร้อมรองรับการดัดแปลงเพื่อการใช้งานเชิงพาณิชย์ได้หลากหลาย มีความสะดวกสบายเต็มพิกัดขณะใช้งาน ทั้งยังบำรุงรักษาง่ายในงบประมาณที่ประหยัดกว่า เพื่อสนับสนุนให้ลูกค้าสามารถสร้างผลกำไรได้เร็วที่สุด

ไฮไลท์ของ ไลฟ์สไตล์โซน (Lifestyle Zone) ณ บูธมิตซูบิชิ มอเตอร์ส

สัมผัสกับรถยนต์มิตซูบิชิ มอเตอร์ส อีกหลากหลายรุ่น ใน ไลฟ์สไตล์โซน (Lifestyle Zone) ได้แก่ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต อีลีท เอดิชัน ขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่ติดตั้งเต็นท์แคมป์ปิ้ง เพื่อสะท้อนความเป็นเพื่อนคู่ใจที่ดีที่สุดบนทุกเส้นทางที่มุ่งมั่นตะลุย พร้อมด้วย มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต GT-Plus ที่โดดเด่นในสไตล์สปอร์ต

นอกจากนี้ ภายในไลฟ์สไตล์โซน (Lifestyle Zone) ยังมีการจัดแสดง มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ รถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง สไตล์หรูหราที่ตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้าได้มากกว่า และผู้ขับขี่ที่ชื่นชอบการผจญภัยยังสามารถเลือกชม มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ในสไตล์สุดหรูพร้อมลุย โดยทั้ง 2 รุ่น มาพร้อมกับระบบความปลอดภัยอันเหนือระดับ อาทิ ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC) ให้ความมั่นใจในการขับขี่ เข้าโค้งกระชับเฉียบคมบนทุกสภาพถนนและสภาพอากาศ อีกทั้งยังจัดแสดง มิตซูบิชิ แอททราจ สเปเชียล เอดิชัน รถยนต์อีโคคาร์ดีไซน์โดดเด่น คุ้มค่า เหมาะสำหรับผู้ขับขี่ที่ใช้ชีวิตในเมือง

ผู้สนใจสามารถชมโฉม ออล-นิว ไทรทัน ทุกรุ่น พร้อมทดลองขับรถยนต์มิตซูบิชิหลากหลายรุ่น ได้ที่งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40” หรือ “MOTOR EXPO 2023” ระหว่างวันที่ 30 พ.ย. – 11 ธ.ค. 2566 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ 1 – 3 เมืองทองธานี พร้อมพบกับโปรโมชั่นมากมายและข้อเสนอสุดพิเศษ อาทิ แคมเปญดอกเบี้ย 0% และข้อเสนอพิเศษกว่า 120,000 บาท สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และนัดหมายเพื่อทดลองขับได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th หรือ มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-079-9500 เปิดรับสายทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

พบกับนวัตกรรมยานยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% จากแบรนด์ “NETA” พร้อมข้อเสนอที่ดีที่สุดส่งท้ายมาตรการ EV 3.0 ที่งานมอเตอร์เอ็กซ์โป ครั้งที่ 40

0

NETA ตอกย้ำพันธกิจ “สรรสร้างนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อทุกคน” (Popularizer of Smart EV) ขนทัพยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้า 100% ร่วมงานไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์เอ็กซ์โป ครั้งที่ 40 นำโดย “NETA V (เนต้า วี) รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% สไตล์ City Car พร้อมโชว์ “NETA GT Speedster” (เนต้า จีที สปีดสเตอร์) รถต้นแบบสไตล์ Roadster เปิดประทุน NETA GT (เนต้า จีที) รถยนต์พลังงานไฟฟ้าในสไตล์สปอร์ตที่มาพร้อมอัตราเร่ง 0 ถึง 100 กม. ภายในเพียง 3.7 วินาที  “NETA X” (เนต้า เอ็กซ์) รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% สไตล์ Crossover SUV ที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และพบกับข้อเสนอที่ดีที่สุดสำหรับ City EV รุ่น NETA V พร้อมโปรโมชันต่างๆ อีกมากมายที่บูธหมายเลข B05 อาคารอิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์  เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน ถึง 11 ธันวาคม 2566 นี้

มร. หวัง เฉิงเจี่ย (Mr. Wang ChengJie) รองประธาน บริษัท โฮซอน นิว เอนเนอร์ยี่ เซลส์ จำกัด และ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ NETA เปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้าคันแรกในปี 2561 บริษัทฯ ได้สานต่อภารกิจในการสรรสร้างนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้ (Popularizer of Smart EV)  ด้วยการแนะนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นต่างๆ ที่มาพร้อมนวัตกรรมที่ทันสมัย และมียอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2565 ที่ผ่านมา NETA มียอดขายรวมต่อปีมากกว่า 150,000 คัน ก้าวขึ้นสู่ระดับแนวหน้าของผู้ประกอบการรถยนต์พลังงานใหม่ที่มีศักยภาพมากที่สุดในประเทศจีน ณ เดือนตุลาคม ปี 2566 ที่ผ่านมา NETA ได้ส่งมอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้าทั้งหมดกว่า 110,000 คัน ตอกย้ำความแข็งแกร่งของแบรนด์ NETA ด้วยยอดขายสะสมที่มากกว่า 360,000 คัน

NETA V

“NETA กำลังมุ่งขับเคลื่อนการเติบโตของแบรนด์เข้าสู่เวทีในระดับสากลด้วยการขยายสู่ตลาดต่างประเทศในภูมิภาคต่างๆ ครอบคลุมทั้ง  ตะวันออกกลาง แอฟริกาเหนือ อเมริกาใต้ และยุโรป โดยในปี 2567 NETA  มีแผนจัดตั้งเครือข่ายการจัดจำหน่ายให้ครอบคลุมกว่า 50 ประเทศทั่วโลก พร้อมตั้งเป้าการจัดจำหน่ายในตลาดต่างประเทศไว้  100,000 คัน โดยมีประเทศไทยเป็นเป้าหมายหลักภายใต้กลยุทธ์ดังกล่าว ซึ่งปัจจุบัน NETA ในประเทศไทย สามารถส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้ารุ่น NETA V ให้กับคนไทยรวมแล้วกว่า 10,000 คัน มีตัวเลขยอดจดทะเบียนของรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยเป็นอันดับที่ 2 และครองส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 20% ในขณะที่โรงงานผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า NETA ในประเทศไทยเตรียมเปิดสายพานการผลิต NETA V ในเร็วๆ นี้มร. หวัง กล่าว

มร. เป่า จ้วงเฟย (Mr. Bao Zhuangfei) ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด เผยว่าบริษัทฯ รู้สึกยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าของไทยและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องให้รุดหน้าทัดเทียมกับตลาดโลก โดยเรายังคงมุ่งมั่นสานต่อการสร้างการเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างเท่าเทียมกันสําหรับผู้บริโภคทุกคนในทั่วโลก และมีเป้าหมายขยายไลน์อัพนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า 100% ของเราในตลาดประเทศไทยให้มีความหลากหลายมากขึ้น โดยมุ่งเน้นการนำเสนอตัวเลือกที่ครอบคลุมและสามารถรองรับไลฟ์สไตล์และความต้องการด้านการใช้งานของผู้บริโภคคนไทย  ยิ่งไปว่านั้น เราจะเพิ่มโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการมาตรฐานภายในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าของเราที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเรามีเป้าหมายในการจัดตั้งตัวแทนจําหน่ายจากปัจจุบัน 43 แห่ง ให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศมากยิ่งขึ้นในปี 2567

NETA X

ในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป ครั้งที่ 40 นี้ NETA ได้นำความพิเศษต่างๆ มากมายมาจัดแสดงในบูธ โดยเราขอเชิญชวนให้ทุกท่านมาร่วมสัมผัสประสบการณ์รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% แบรนด์ NETA นำโดย NETA V’ (เนต้า วี) รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นยอดนิยมสไตล์ City Car ‘NETA KID’ (เนต้า คิด) รถยนต์พลังงานไฟฟ้าสไตล์สปอร์ตที่ถอดแบบมาจาก NETA S ซึ่งเปิดรับจองภายในงานและพร้อมส่งมอบให้กับลูกค้าในประเทศไทย ‘NETA GT’ (เนต้า จีที) รถยนต์พลังงานไฟฟ้าในสไตล์สปอร์ตแบบ 2 ประตู 4 ที่นั่ง ที่โดดเด่นด้วยสมรรถนะที่เร็ว แรง และปราดเปรียว มาพร้อมอัตราเร่ง 0 ถึง 100 กม. ภายในเพียง 3.7 วินาที ยิ่งไปกว่านั้นยังมีการจัดแสดงรถต้นแบบ NETA GT Speedster’ (เนต้า จีที สปีดสเตอร์) รถต้นแบบสไตล์ Roadster เปิดประทุนที่ผสานนวัตกรรมทางวิศวกรรมศาสตร์เข้ากับศิลป์แห่งการดีไซน์ได้อย่างลงตัว พร้อมด้วยรุ่น NETA X’ (เนต้า เอ็กซ์) รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% สไตล์ Crossover SUV ที่มาพร้อมพื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวางและฟังก์ชั่นการใช้งานที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ โดยทางบริษัทฯ พร้อมที่จะมอบข้อเสนอที่ดีที่สุดส่งท้ายมาตรการ EV 3.0 ที่จะสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม 2566 นี้ มาพร้อมโปรโมชันอีกมากมายเพื่อให้ทุกท่านเป็นเจ้าของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่น NETA V ได้อย่างง่ายดาย พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรมและรับของรางวัลภายในงานนี้ที่บูธ NETA ของเรา

NETA GT

ข้อเสนอที่ดีที่สุดส่งท้ายมาตรการ EV 3.0 พิเศษเฉพาะช่วงงานมอเตอร์เอ็กซ์โปนี้เท่านั้น

ลูกค้าที่สนใจเป็นเจ้าของ NETA V รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่มีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 549,000 บาท ในระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 11 ธันวาคม 2566 ดังนี้ :

  • ส่วนลดมูลค่า 50,000 บาท
  • ฟรี! เครื่องชาร์จ NETA WALLBOX และฟรีค่าติดตั้ง
  • ฟรี! รับประกันรถยนต์ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
  • ฟรี! รับประกันมอเตอร์และแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร
  • ฟรี! ค่าแรงและค่าอะไหล่รถยนต์เมื่อเช็คระยะ 1 ปี หรือ 10,000 กิโลเมตร
  • ฟรี! ชุดแต่งรอบคัน

พร้อมข้อเสนออื่นๆ อีกมากมาย

** เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนเปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

พบกับสุดยอดนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า 100% พร้อมข้อเสนอที่น่าสนใจมากมายจาก NETA ได้ที่บูธหมายเลข B05 อาคารอิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ เมืองทองธานี ในงานไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์เอ็กซ์โป ครั้งที่ 40 ตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 11 ธันวาคม 2566 นี้ 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ NETA CALL CENTER โทร. 02-023 9968 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง หรือติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ ของNETA ได้ที่ช่องทางต่อไปนี้:

  • Facebook : Neta Auto Thailand
  • Neta Line Official : @netaautothailand
  • Website : www.neta.co.th

เปิดไฮไลท์ บูธอาวดี้ งาน Motor Expo อัดโปรแรงสุด สร้างความคึกคัก พร้อมถล่ม 3 ดีล สุดพิเศษ ดาวน์ 0 บาท พร้อมผ่อนดอกเบี้ย 0%

0

อาวดี้ลุย Motor Expo ถล่ม 3 ดีล ส่งท้ายปี อัดโปรฯแรง ดาวน์ 0 บาท พร้อมผ่อนดอกเบี้ย 0% หรือเลือกผ่อนดอกเบี้ย 0% สูงสุด 6 ปี หรือฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 5 ปี พร้อมรับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ลูกค้าที่สนใจสามารถเข้าชมรถยนต์ Audi ได้ที่บูธ Audi (B 06) อาคารชาลเลนเจอร์ อิมแพค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 1-11 ธันวาคมนี้ หรือที่โชว์รูมอาวดี้ทั่วประเทศ

นายกฤษณะกร เศวตนันทน์ ประธานกรรมการเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด หรือ อาวดี้ ประเทศไทย เปิดเผยว่า “อาวดี้ ประเทศไทย ยังคงมุ่งมั่นในการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า และต้องขอบพระคุณลูกค้าทุกท่านที่ยังคงเชื่อมั่นในอาวดี้ จากยอดจองและยอดส่งมอบรถในทุกเซกเมนต์ ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้า 100% รถปลั๊กอินไฮบริด High Performance อย่างตระกูล RS รวมไปถึงรุ่นยอดฮิต อย่าง A5 Coupé และ Sportback TT Coupé และ Q3 ช่วงปลายปีงาน Motor Expo ถือเป็นกิจกรรมทางการตลาดที่สำคัญที่ลูกค้ารอคอย อาวดี้ได้นำรถรุ่นใหม่ล่าสุดและรุ่นยอดนิยมมาจัดแสดงในงานรวมกว่า 20 รุ่น พร้อมแคมเปญส่งเสริมการขายส่งท้ายปี 3 ทางเลือก ออกรถไม่ต้องดาวน์ ผ่อนไม่มีดอกเบี้ย หรือ ดอกเบี้ย 0% สูงสุด 6 ปี หรือเลือกรับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 5 ปี นับเป็นโอกาสดีสำหรับลูกค้าที่ชื่นชอบเครื่องยนต์สันดาป ที่จะได้ชมรถยนต์ Audi ครบทุกเซกเมนต์ พลาดไม่ได้กับรถในตระกูล RS กับเทคโนโลยีที่ดีที่สุด พร้อมขุมพลังสมรรถนะสูง ถือเป็นการพัฒนาอย่างลงตัวและสมบูรณ์แบบที่สุด ทั้งเส้นสายดีไซน์ที่สวยงาม รูปลักษณ์ที่โดดเด่น ไม่เหมือนใครตามสไตล์ของอาวดี้

ในส่วนของงานบริการ อาวดี้ ประเทศไทย ยังคงมุ่งเน้นสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าด้วยคุณภาพรถยนต์นำเข้าทุกรุ่นทุกคันมาตรฐานเยอรมัน พร้อมโปรแกรม Audi Protection รับประกันรถใหม่ 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน สำหรับรถไฟฟ้า e-tron และรถ Plug-in Hybrid TFSI e Audi ใหม่ ทุุกรุ่น รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance ทั่วประเทศ 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี ที่พร้อมจะดูแลรถทุกคันด้วยสิทธิพิเศษแบบครบวงจร”

ภายในงานลูกค้าสามารถเลือกชมรถอาวดี้หลากหลายรุ่น ผ่อนเริ่มต้นเพียง 36,000 บาท/เดือน ไม่มีดอกเบี้ยสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์คุณภาพนำเข้าทั้งคันที่เพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีเครื่องยนต์สันดาปที่ดีที่สุด ระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะ quattro มาตรฐานการประกอบรถคุณภาพสูง วัสดุที่ใช้ภายในรถที่ได้รับการคัดสรรมาอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นโมเดลยอดฮิตอย่าง A5 Coupé และ Sportback 45 หรือ TT Coupeé Icon Black ที่มาพร้อมข้อเสนอ     3 ดีลส่งท้ายปี ดาวน์ 0 บาท พร้อมผ่อนดอกเบี้ย 0% หรือเลือกผ่อนดอกเบี้ย 0% สูงสุด 6 ปี หรือฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 5 ปี

บูธ Audi ภายในงาน Motor Expo ครั้งที่ 40 อาวดี้จัดแสดงรถครอบคลุมหลากหลายเซกเมนต์ รถพลังงานไฟฟ้า 100% มีวางจำหน่าย 2 รุ่น

  • RS e-tron GT ซูเปอร์คาร์ไฟฟ้า 100% ราคาเริ่มต้น 10,190,000 บาท
  • Q8 e-tron ราคาเริ่มต้น 4,699,000 บาท

ไฮไลท์เด่นในงาน Motor Expo ปีนี้ต้องยกให้ RS Q8 ที่มาพร้อมประสบการณ์ขับขี่แบบสปอร์ตจากเครื่องยนต์ที่เหนือชั้น สมรรถนะ Supercar อันทรงพลัง เทคโนโลยีล้ำสมัยและจุดเด่นของรถในตระกูล RS ที่สร้างเสียงฮือฮาเขย่าตลาดด้วยราคาต่อแรงม้าที่คุ้มค่าที่สุด ราคาเริ่มต้น 11,900,000 บาท ถือเป็นรถในกลุ่ม High performance ที่กำลังอยู่ในกระแสร้อนแรงที่สุดของอาวดี้ พร้อมอวดโฉมกองทัพ RS Model ในราคาสุดเร้าใจ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นพิเศษ Competition Edition ที่นำมาจัดแสดงให้ชมในงาน

  • RS 5 Coupé quattro competition สปอร์ตคูเป้ตัวแรง ราคาเริ่มต้น 6,599,000 บาท
  • RS 4 Avant quattro competition ราคาเริ่มต้น 6,499,000 บาท
  • TT RS Coupé ราคา 5,449,000 บาท

พร้อมยกทัพรถ Plug-in Hybrid เทคโนโลยีไฟฟ้าล่าสุด มาแสดงอย่างครบครัน ซึ่งเป็นการผสมผสานความก้าวล้ำทางเทคโนโลยีของ Audi ด้วยการนำข้อดีของการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าและเทคโนโลยีการขับเคลื่อนแบบสันดาปมารวมกัน เทคโนโลยี PHEV ที่ลงตัวกับการใช้งานใน A7 55 TFSI e แรง ขับสนุก ขุมพลังกว่า 367 แรงม้า วิ่งได้ไกลถึง 69 กิโลเมตร ด้วยไฟฟ้าล้วน และใช้เวลาชาร์จเพียง 2 ชั่วโมง เท่านั้น พร้อม Plug-in hybrid ในตระกูล SUV ไม่ว่าจะเป็น Q5 55 TFSI e quattro SUV ขนาดที่ลงตัวกับครอบครัวยุคใหม่ Q7 60 TFSI e quattro S line Black Edition และ Q8 60 TFSI e quattro S line Black Edition

พร้อมเปิดประสบการณ์ใหม่ของการขับอาวดี้กับกิจกรรมทดลองขับตลอดงาน Motor Expo เพื่อให้แฟนอาวดี้ที่ชื่นชอบสมรรถนะได้สัมผัสกับสมรรถนะการขับขี่ที่โดดเด่นของ quattro ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ พร้อมความสะดวกสบายจากเทคโนโลยีเพื่อตอบสนองการใช้งานอันครบครัน

Audi เป็นรถยนต์นำเข้าประกอบนอกทั้งคัน คุณภาพมาตรฐานเยอรมันทุกรุ่น ลูกค้าที่ออกรถอาวดี้ทุกรุ่นได้รับการดูแลจาก Audi Protection การรับประกันรถใหม่ 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตรแล้วแต่ระยะใดถึงก่อน

รถไฟฟ้า e-tron และรถ Plug-in Hybrid TFSI e Audi ใหม่ทุุกรุ่น รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance ทั่วประเทศ 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี

ลูกค้าที่สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ Facebook / Instagram: Audi Thailand / www.audi.co.th และโชว์รูมและศูนย์บริการที่พร้อมดูแล 8 แห่งทั่วประเทศ

Audi Centre Thailand 02-765-8888

Audi New Petchburi 02-023-4888

Audi Pattaya 038-197-888

Audi Phuket 076-646-666

Audi Service Chiang Mai 052-081-188

Audi Service Ratchapruek 02-034-5888

Audi Udonthani 093-161-5588

Audi Korat 044-017-888

ฟอร์ด ฉลองขึ้นแท่นเบอร์ 4 ยอดขายสูงสุดในไทย ขนทัพรถยอดนิยม-ชุดแต่ง จัดเต็มโปรเด็ดในมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2023

0

ฟอร์ด ประเทศไทย ตอกย้ำความสำเร็จในปี 2566 กับยอดขายรวมตลอดทั้งปีสูงสุดเป็นอันดับ 4 ในประเทศไทยเป็นครั้งแรก จัดเต็มนำเสนอรถยนต์ฟอร์ดยอดนิยม นำขบวนโดยฟอร์ด เรนเจอร์ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ รวมถึงรถสปอร์ตระดับตำนานอย่าง ฟอร์ด มัสแตง และยังสร้างความแปลกใหม่ด้วยการนำรถแต่งดีไซน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่ต้องการแสดงตัวตนผ่านรถคู่ใจมาสร้างสีสันภายในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 40 หรือมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2023 พร้อมข้อเสนอสุดเร้าใจจัดเต็มส่งท้ายปีที่บูธฟอร์ด (A02) อาคารอิมแพค ชาเลนเจอร์ 1 เมืองทองธานี และที่ผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศตลอดช่วงเวลาการจัดงานตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 – 11 ธันวาคม 2566

“ฟอร์ดยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ลูกค้าชาวไทยมั่นใจในแบรนด์ฟอร์ด ด้วยนวัตกรรมอันโดดเด่นที่สร้างปรากฎการณ์ใหม่ให้ตลาดรถยนต์ไทยอยู่เสมอ รถรุ่นย่อยใหม่ที่เปิดตัวในปีนี้ยังช่วยต่อยอดให้ฟอร์ดมีกระแสแรงต่อเนื่อง ประกอบกับความไว้วางใจของลูกค้าในการใช้งานนวัตกรรมบริการต่างๆ ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ฟอร์ดมียอดขายรวมตลอดทั้งปีสูงสุดเป็นอันดับ 4 ในประเทศไทย โดยในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โปครั้งนี้ เราได้จัดแคมเปญพิเศษเพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจเป็นเจ้าของรถฟอร์ดได้ง่ายยิ่งขึ้น และเรายังเอาใจลูกค้าที่รักการแต่งรถด้วยชุดแต่งพิเศษที่พัฒนาร่วมกับพันธมิตรของเราโดยเฉพาะ” นายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

ภายในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2023 ลูกค้าจะได้พบกับรถฟอร์ดยอดนิยม นำโดย

ฟอร์ด เรนเจอร์ รถกระบะที่โดดเด่นด้วยสมรรถนะเหนือระดับ อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกครบครัน และฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การใช้งานได้ครอบคลุมทุกความต้องการ นำโดย ฟอร์ด เรนเจอร์ สตอร์มแทรค ที่มาพร้อมชุดแต่งแท้จากฟอร์ด และฟอร์ด เรนเจอร์ XLS ที่มาพร้อมชุดแต่งจาก Ford x Hamer

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ รถกระบะสมรรถนะสูง DNA ฟอร์ด เพอร์ฟอร์มานซ์ เจ้าของฉายา ‘ดุดัน ไม่เกรงใจใคร’ ที่พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่เต็มพิกัดให้กับคอออฟโรดตัวจริง

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ นำทัพโดยฟอร์ด เอเวอเรสต์ ไวลด์แทรค ที่ออกแบบมาเพื่อลูกค้าที่รักความท้าทายและการผจญภัย พร้อมฟอร์ด เอเวอเรสต์ สปอร์ต ที่ติดตั้งชุดแต่งแท้จากฟอร์ดให้ทุกการเดินทางมีสีสันมากขึ้น

ฟอร์ด มัสแตง รถสปอร์ตระดับตำนาน มาพร้อมแคมเปญสุดเร้าใจ ดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 48 เดือน ดาวน์ 25% พร้อมแพ็คเกจฟอร์ด พรีเมี่ยม แคร์ นาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 

ฟอร์ดเอาใจลูกค้าหลากหลายกลุ่มด้วยการส่งโปรโมชันสุดเร้าใจมานำเสนอที่งานมอเตอร์ เอ็กซ์โป และที่ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ ตลอดระยะเวลางาน ลูกค้าสามารถเยี่ยมชมบูธฟอร์ด พร้อมพบกับข้อเสนอมากมายได้ดังนี้

  • Ford Expo แรงดุดันไม่เกรงใจใคร เสนออัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 48 เดือน ดาวน์ 25% สำหรับ ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น XLS รุ่นสปอร์ต 4×2 เกียร์อัตโนมัติ และรุ่นไวลด์แทรค 4×4 และดอกเบี้ยพิเศษ 39% นาน 48 เดือน ดาวน์ 25% สำหรับฟอร์ด เอเวอเรสต์ รุ่นสปอร์ต
  • อุปกรณ์ตกแต่งดีไซน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกค้าพร้อมยกระดับประสบการณ์เป็นเจ้าของรถที่พิเศษยิ่งขึ้น อาทิ อุปกรณ์ตกแต่งแท้ฟอร์ด Ford x ARB และ Ford x Hamer พร้อมแคมเปญสุดคุ้มรับโชคถึง 2 ต่อ
  • โปรพิเศษสำหรับข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ ที่ซื้อรถฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ ทุกรุ่น ฟอร์ดมีแคมเปญ ดาวน์ 0% ขับฟรี 3 เดือน เมื่อจัดไฟแนนซ์ผ่านฟอร์ด ลีสซิ่ง โดยธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) 

แคมเปญสำหรับรถทุกรุ่นและอุปกรณ์ตกแต่งรถมาพร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure และโปรแกรม Ford Care รับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่จากโรงงานนาน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน

ยกระดับประสบการณ์ลูกค้าไปอีกขั้น

ฟอร์ดตอกย้ำการดูแลลูกค้าเสมือนคนในครอบครัว ผ่านกลยุทธ์ ‘สะดวก มั่นใจ ประทับใจ’ นำเทคโนโลยีมาเสริมทัพให้ลูกค้าเข้าถึงบริการของฟอร์ดได้สะดวกยิ่งขึ้น ตั้งแต่การตัดสินใจซื้อจนถึงการบริการหลังการขาย โดยนวัตกรรมบริการที่ฟอร์ดตั้งใจพัฒนาขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้ามียอดการใช้บริการเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องในช่วง 10 เดือนเรกของปีนี้ โดยฟอร์ดยังคงมุ่งมั่นพัฒนาบริการอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในการเป็นเจ้าของรถฟอร์ด

ผู้สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมและเงื่อนไขข้อเสนอพิเศษของแคมเปญส่งเสริมการขายจากฟอร์ดได้ที่เว็บไซต์ http://www.ford.co.th  และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ Call Center โทร 1383