Home Blog Page 199

NETA ปลื้มนโยบายภาครัฐหนุนยานยนต์ไฟฟ้าเติบโตต่อเนื่อง ยืนยันเริ่มผลิต NETA V ในไทยต้นปีหน้า

0

NETA ชื่นชมนโยบายภาครัฐของไทยกระตุ้นตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าปีนี้เติบโตกว่า 500 % เตรียมเปิดสายพานการผลิต NETA V จากโรงงานในไทยต้นปีหน้า พร้อมเชิญชวนคนไทยร่วมสัมผัสนวัตกรรมยานยนต์พลังงานไฟฟ้าภายใต้แบรนด์ NETA หลากหลายรุ่นในงาน Motor Expo ปลายปีนี้

มร.เป่า จ้วงเฟย ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผยว่ามาตรการส่งเสริมการใช้ยานยนต์พลังงานไฟฟ้าของรัฐบาลไทยเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมาตรการดังกล่าวนอกจากจะทำให้ผู้บริโภคชาวไทยสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าได้ง่ายขึ้นแล้ว ยังเป็นการสนับสนุนภาคการลงทุนที่ทำให้เกิดความหลากหลายของผลิตภัณฑ์มากยิ่งขึ้น ในขณะที่ระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศให้สามารถพัฒนาเพื่อรองรับการเติบโตของตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานีชาร์จรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ขยายให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ประกอบกับเทคโนโลยีของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว ให้ระยะทางในการขับขี่ที่รองรับกับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย และเห็นถึงความคุ้มค่าของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างเป็นรูปธรรม จึงสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ใช้งานรถยนต์พลังงานไฟฟ้าได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ยอดจดทะเบียนรวมของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในปี 2565 ที่ผ่านมามีเพียง 9,580 คัน  ในขณะยอดจดทะเบียนรวม ณ ปัจจุบันของปีนี้สูงถึง 49,997 คัน (มกราคม – กันยายน  2566)  โดย NETA  ตั้งเป้าการขายปีนี้ไว้ที่ 13,000 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งทางการตลาด 20%  จากภาพรวมของตลาดที่คาดว่าน่าจะสูงกว่า 60,000 คัน

มร.เป่า กล่าวเสริมถึงความคืบหน้าแผนงานตั้งโรงงานผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า NETA ในประเทศไทยเพื่อรองรับการเติบโตของตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเมืองไทยและอาเซียนว่ามีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 80 %  ทั้งในด้านโครงสร้างอาคาร เครื่องจักรสำหรับการไลน์การผลิต รวมไปถึงบุคลากร ในขณะที่ชิ้นส่วนการผลิตที่สำคัญของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าโดยเฉพาะแบตเตอรี่ ได้รับการรับรองคุณภาพและผ่านการอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยจะสามารถเริ่มการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าภายใต้แบรนด์ NETA  เริ่มจากรุ่น NETA V เป็นรุ่นแรกได้ในภายในต้นปี 2567 นี้

“การสร้างโรงงานประกอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของ NETA ในประเทศไทยถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของแผนงานระดับสากลของ NETA เพื่อเป็นรากฐานที่ต่อยอดไปยังการพัฒนาส่วนงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในแผนกลยุทธ์การขยายธุรกิจไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกของเรา  ซึ่งจะไม่ได้เป็นเพียงการลงทุนสร้างฐานการประกอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ทันสมัยของ NETA เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดในภูมิภาคอาเซียนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเสริมสร้างทักษะบุคลากรเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน และสนับสนุนให้ระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าของไทยในฐานะผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของโลกให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น” มร.เป่า จ้วงเฟย กล่าว

มร. เป่า จ้วงเฟย ยังได้กล่าวถึงภาพรวมของตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ว่าเป็นช่วงที่ตลาดมีการเคลื่อนไหวมากที่สุดเนื่องจากมาตรการสนับสนุนกำลังจะสิ้นสุดลง ประกอบกับงาน Motor Expo ที่กำลังจะจัดขึ้นในช่วงปลายปี ทำให้ผู้ประกอบการรถยนต์พลังงานไฟฟ้าต่างสรรหามาตรการมากระตุ้นการตัดสินใจของผู้บริโภคออกมาในหลากหลายรูปแบบ โดยในส่วนของ NETA ได้มีการมอบข้อเสนอพิเศษให้กับผู้ที่สนใจ NETA V  ซึ่งปัจจุบันมีราคาจำหน่าย 549,000 บาท  อาทิ  การมอบส่วนลดมูลค่า 50,000 บาท ฟรีเครื่องชาร์จ NETA WALLBOX และค่าติดตั้ง   พร้อมการรับประกันรถยนต์ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร  การรับประกันมอเตอร์และแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร รวมไปถึงฟรีค่าแรงและค่าอะไหล่รถยนต์เมื่อเช็คระยะ 1 ปี หรือ 10,000 กิโลเมตร  ชุดแต่งรอบคัน และอื่นๆ อีกมากมาย

NETA GT  รถยนต์พลังงานไฟฟ้าสไตล์ Sport Coupe

ทั้งนี้ในส่วนของการเข้าร่วมงาน Motor Expo ที่กำลังจะมีขึ้นในปลายปีนี้ NETA ได้เตรียมนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้าหลากหลายรุ่นมาร่วมจัดแสดงเพื่อให้คนไทยได้สัมผัสกับนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของ NETA อย่างใกล้ชิดโดยหนึ่งในไฮไลท์สำคัญคือ  NETA GT รถยนต์พลังงานไฟฟ้าสไตล์ Sport Coupe ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการจีนเมื่อกลางปีที่ผ่านมา โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมได้ที่บูธ NETA  ในงาน Thailand International Motor Expo ปลายปีนี้

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ NETA Call Center โทร. 02-023 9968 ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง หรือ ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ ของ NETA ได้ที่

  • Facebook : Neta Auto Thailand
  • Neta Line Official : @netaautothailand
  • Website                : www.neta.co.th

เกรท วอลล์ มอเตอร์ รับฟังเสียงลูกค้า นำ NEW HAVAL H6 HEV รุ่น PRO ล็อตพิเศษกลับมาเสิร์ฟ ให้แฟน ๆ ชาวไทยในราคาเปิดตัวพิเศษ 1.099 ล้านบาท เริ่มจองผ่านทาง Lazada เท่านั้น!!

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ตอบรับคำเรียกร้องของแฟน ๆ ชาวไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการรับฟังเสียงของผู้บริโภค (User-centric) ส่ง NEW HAVAL H6 HEV รุ่น PRO ล็อตพิเศษสู่ตลาดยานยนต์ไทยอีกครั้งในราคาเปิดตัวพิเศษ 1,099,000 บาท จำนวนจำกัด โดยผู้สนใจสามารถสั่งซื้อคูปองมัดจำเพื่อสั่งซื้อรถรุ่นดังกล่าวผ่านทางแพลตฟอร์มของ Lazada ในช่วงแรกของการแนะนำสู่ตลาด ได้ตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม 2566 เวลา 17.00 น. – 30 พฤศจิกายน 2566 เวลา 23.59 น.

NEW HAVAL H6 HEV รุ่น PRO ล็อตพิเศษนี้ จะมีให้เลือกใน 3 เฉดสี ได้แก่ เทา ดำ และขาว จับคู่กับภายในสีดำ สร้างความรู้สึกสปอร์ต ในราคาเปิดตัวพิเศษเพียง 1,099,000 บาทเท่านั้น สำหรับแฟน ๆ ที่สนใจสั่งซื้อ สามารถสั่งซื้อคูปองมัดจำ* ในราคา 5,000 บาท ผ่านร้าน GWM Flagship Store บนแพลตฟอร์มของ Lazada ได้ระหว่างวันที่ 26 ตุลาคม 2566 เวลา 17.00 น. – 30 พฤศจิกายน 2566 เวลา 23.59 น. โดยลูกค้าสามารถชำระเงินผ่านทางช่องทางออนไลน์ด้วยบัตรเครดิต บัตรเดบิต และโมบายแบงก์กิ้ง เสมือนหนึ่งการสั่งซื้อสินค้าจาก Lazada โดยทั่วไป หลังจากคำสั่งซื้อสำเร็จ พนักงานของ GWM รวมถึงทีมงาน iAM และ/หรือ GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ จะติดต่อกลับภายใน 48 ชั่วโมง (ไม่รวมวันหยุด) เพื่อยืนยันรายละเอียดคำสั่งซื้อ รวมถึงนัดหมายการจัดส่งรถล่วงหน้า ณ พาร์ทเนอร์ สโตร์ที่ลูกค้าสะดวก หลังจากการยืนยันสำเร็จ ลูกค้าจะได้รับอีเมลยืนยันคำสั่งซื้อสำหรับคูปองมัดจำภายใน 48 ชั่วโมง (ไม่รวมวันหยุด) เช่นเดียวกัน ซึ่งอีเมลดังกล่าวจะเป็นหลักฐานสำหรับการชำระมัดจำของลูกค้าเพื่อดำเนินการในขั้นตอนต่อไป เมื่อกระบวนการการสั่งซื้อเสร็จสิ้นสมบูรณ์และได้รับการอนุมัติจากสถาบันการเงิน (ถ้ามี) เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะทำการจัดส่งรถให้กับลูกค้าได้ในทันทีตามที่นัดหมาย (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสีของรถที่ลูกค้าเลือกและปริมาณสต๊อกสินค้าที่มีอยู่ในขณะนั้น)

NEW HAVAL H6 HEV รุ่น PRO ยังมาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ อาทิ ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% นาน 48 เดือน (เมื่อดาวน์ 25%) ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง ระยะเวลาหนึ่งปีเต็ม ฟรี ค่าอะไหล่และค่าแรงบํารุงรักษาตามระยะทาง GWM Pro Service Inclusive – GPSI** สูงสุด 10 ครั้ง ภายใน 5 ปีหรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน (ไม่รวมอะไหล่สิ้นเปลือง) ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance ) ตลอด 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 5 ปี ฟรี บริการระบบตรวจสอบและสั่งการรถผ่านอินเทอร์เน็ต* (Telematic Service) พร้อมแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตภายในรถ (Internet in Vehicle) ระยะเวลา 3 ปี สำหรับการรับประกันคุณภาพ NEW HAVAL H6 HEV รุ่น PRO มอบการรับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

NEW HAVAL H6 HEV รุ่น PRO เป็นรถยนต์ไฮบริดในเซ็กเมนต์คอมแพคเอสยูวีที่โดดเด่นด้านความคุ้มค่าคุ้มราคา ซึ่งในครั้งนี้ได้กลับมาในราคาย่อมเยายิ่งกว่าเคย แต่ยังคงเพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอย่างครบครันและเทคโนโลยีอันล้ำสมัยมากมาย สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มโมดูลาร์อัจฉริยะ GWM LEMON ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 1.5L Turbo ผสานการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าและเพลาขับเคลื่อนอิเล็กทรอนิกส์แบบ Multi-mode DHT ให้กำลังรวมสูงสุด 243 แรงม้า แรงบิดรวมสูงสุดถึง 530 นิวตันเมตร รองรับการขับขี่ที่หลากหลาย พร้อมโหมดการขับขี่ 4 โหมด ได้แก่ โหมดมาตรฐาน โหมดสปอร์ต โหมดประหยัด และโหมดพื้นหิมะ

NEW HAVAL H6 HEV รุ่น PRO ถูกออกแบบมาอย่างลงตัวตั้งแต่หน้ารถจรดท้ายรถ มาพร้อมดีไซน์ด้านหน้าแบบ Star Matrix ดูล้ำสมัย มีมิติตัวรถขนาดกว้างขวาง 1,886 x 4,683 x 1,730 มม. (กว้าง x ยาว x สูง) ใหญ่ที่สุดในรถระดับเดียวกัน ระยะฐานล้อ 2,738 มม. การออกแบบระบบกันสะเทือนหน้าแบบอิสระแมคเฟอร์สันสตรัทพร้อมเหล็กกันโคลง และระบบกันสะเทือนหลังแบบอิสระมัลติลิงก์พร้อมเหล็กกันโคลง พร้อมการปรับแต่งระบบช่วงล่างใหม่ เพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ที่มาพร้อมความสบายสำหรับผู้โดยสาร ตอบสนองความต้องการของทุกคนในครอบครัว นอกจากนี้ ยังมีระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ระบบปรับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติ และไฟส่องนำทางหลังดับเครื่องยนต์ (Follow me home) ล้ออัลลอยลายสปอร์ต ขนาด 18 นิ้ว และยางขนาด 225/60 R18 มอบภาพลักษณ์อันโฉบเฉี่ยว และการขับขี่ที่ไว้ใจได้ในทุกเส้นทาง

การออกแบบภายในโดดเด่นด้วยสไตล์ Minimalist อันเรียบง่ายแต่คงความหรูหรา เน้นความกว้างขวางและสะดวกสบาย พร้อมการตกแต่งด้วยวัสดุสีดำ ALL BLACK แฝงลายเส้นสีเงิน เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้าได้ 6 ทิศทาง พร้อมระบบดันหลังปรับด้วยระบบไฟฟ้า ช่วยลดความเหนื่อยล้าในการขับขี่ เบาะผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง และปุ่มปรับตำแหน่งเบาะผู้โดยสารด้านหน้าจากด้านคนขับ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ แยกอิสระซ้าย-ขวา และระบบกรองอากาศ PM2.5 (CN95 filter)

NEW HAVAL H6 HEV รุ่น PRO ยังมาพร้อมกับฟังก์ชันอัจฉริยะสำหรับการขับขี่อันล้ำสมัยและระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมการช่วยเข้าโค้งอัจฉริยะ (Intelligent ACC) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติที่ความเร็วต่ำ (TJA) ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติบนทางตรงและทางแยก (AEBI)  ระบบตรวจความดันลมยาง (TPMS) กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 360 องศา การสั่งงานด้วยเสียงอัจฉริยะ (Voice Command) และการควบคุม สั่งงาน และตรวจสอบสถานะของรถยนต์ (Telematic) ผ่าน GWM แอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ แม้ผู้ขับขี่จะอยู่ในระยะที่ไกลจากตัวรถ เช่น การควบคุมระบบปรับอากาศ การล็อกและปลดล็อกประตู การค้นหารถยนต์ การปิดหน้าต่าง ปิดซันรูฟ การควบคุมระบบการระบายความร้อนของเบาะ การแสดงตำแหน่งรถยนต์ การกำหนดรัศมีการใช้งานรถ และระบบตรวจสอบสถานะอื่น ๆ

เกรท วอลล์ มอเตอร์ มีความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์และส่งมอบผลิตภัณฑ์อันล้ำสมัย พร้อมสรรสร้างประสบการณ์การขับขี่รูปแบบใหม่อันเป็นเอกลักษณ์ ควบคู่ความสะดวกสบาย และความปลอดภัยในทุกเส้นทาง ตอบโจทย์ความต้องการอันหลากหลายแก่ผู้บริโภคชาวไทย ตอกย้ำจุดยืนของบริษัทฯ ในการเป็นหนึ่งในผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า (xEV Leader) และการเสริมสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยให้แข็งแกร่งทัดเทียมในระดับสากล

* ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้คูปองมัดจำ

1) คูปองมัดจำนี้ไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ และไม่สามารถโอนให้ผู้อื่นได้

2) ลูกค้าต้องใช้คูปองมัดจำเพื่อจองรถภายในระยะเวลาที่กำหนด มิฉะนั้น จะถือว่ามีผลทำให้เป็นโมฆะ

3) คูปองมัดจำสามารถใช้ได้เพื่อจองรถ NEW HAVAL H6 HEV รุ่น PRO เท่านั้น และเป็นไปตามข้อกำหนดการขายที่ระบุ ไม่สามารถใช้ได้สำหรับวัตถุประสงค์อื่น ๆ หรือคืนเงินผ่านแพลตฟอร์มของ Lazada อย่างไรก็ตามลูกค้าที่ต้องการคืนเงินมัดจำจะต้องติดต่อ GWM ตามที่ระบุในเงื่อนไขการยกเลิก และจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขการคืนเงินและการยกเลิกของ GWM

4) สินค้านี้เป็นคูปองมัดจำทางอิเล็กทรอนิกส์ โปรดอ่านและเข้าใจรายละเอียดสินค้าและเงื่อนไขในหน้านี้ก่อนที่จะซื้อเพื่อให้เข้าใจกระบวนการซื้อรถและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด สำหรับการสอบถามโปรดติดต่อศูนย์บริการโทรศัพท์ของ GWM ที่ 02-668-8888

 

**เงื่อนไขการให้บริการเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ดูรายละเอียดได้ที่ GWM Thailand – Service

“ICONSIAM VINTAGE CAR SHOW” เชิญชมรถโบราณ รถคลาสสิค เรือ

0

สมาคมรถโบราณฯ ร่วมกับ ไอคอนสยาม จัดงาน “ICONSIAM VINTAGE CAR SHOW” อวดโฉมรถโบราณทรงคุณค่า หาชมยาก ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม 27 -29 ตุลาคม 2566

ดร. อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการ สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เผยว่า “สมาคมฯ ร่วมกับ ไอคอนสยาม  จัดงาน “ICONSIAM VINTAGE CAR SHOW” ภายใต้แนวคิด “Vintage Spirits are Timeless” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว พร้อมฉลองครบรอบ 50 สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย โดยจัดแสดงรถโบราณ รถคลาสสิค และเรือหลากหลายประเภท ในบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา ระหว่างวันที่ 27–29 ตุลาคม 2566 โดยสมาคมฯ จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวให้ได้ 25 ล้านคนร่วมกับคนไทยทุกคน”

สุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า “งาน ICONSIAM VINTAGE CAR SHOW ครั้งแรกได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีเยี่ยมจากนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ ปีนี้จึงจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ตอกย้ำแนวคิดการดำเนินธุรกิจ “Collaboration to Win” ที่พร้อมร่วมมือกับพันธมิตรในทุกมิติ สร้างสรรค์กิจกรรมใหม่ ๆ เพื่อส่งมอบประสบการณ์เหนือความคาดหมายให้ลูกค้าทุกคนที่มาเยือน”

ไฮไลท์ในงาน ได้แก่ รถ BMW 503 Coupe ปี 1956 ผลิตขึ้นเพียง 412 คัน ปัจจุบันมีไม่เกิน 100 คัน และรถคันนี้เป็นคันเดียวในเอเชีย

Mercedes-Benz 300SL Gullwing ปี 1955 รถสปอร์ทที่พัฒนาจากรถแข่ง ประตูปีกนก กวาดแชมพ์รายการ CARRERA PANAMERICANA ในสหรัฐอเมริกา และ LE MANS ในยุโรป

Alfa Romeo Duetto ปี 1966 รถสปอร์ตเปิดประทุน จากประเทศอิตาลี รูปทรงเพรียวลม คล้ายเรือติดตั้งเครื่องยนต์ขนาด 1600 cc. พละกำลัง 109 แรงม้า เหมาะสำหรับขับกินลมชมวิวในยุคนั้น

Ferrari 550 Barchetta ปี 2001 รถโรดสเตอร์ ซูเปอร์คาร์ ที่พัฒนาโดย Michael Schumacher ผลิตทั้งหมดเพียง 448 คัน พวงมาลัยขวาเพียง 42 คัน และมีคันเดียวในประเทศไทย

นอกจากนี้ ยังมีรถโบราณ รถคลาสสิคที่น่าสนใจมากมาย รวมถึงเรือหลากหลายประเภท ที่ได้รับการสนับสนุนจาก พิพิธภัณฑ์คนรักรถ AUTO RENDEZVOUS MUSEUM-BANGKOK และงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40”

เชิญชมงานแสดงรถโบราณ “ICONSIAM VINTAGE CAR SHOW” และร่วมสนุกกับกิจกรรมชิงรางวัลมากมาย ระหว่างวันที่ 27–29 ตุลาคม 2566 ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 1338 หรือ Facebook: ICONSIAM และ Facebook: Vintage Car Club of Thailand

ดับบลิวเอชเอ ปิดดีลเอฟดีไอครั้งใหญ่แห่งปี! กับ ฉางอาน ออโต้ เซ้าท์อีส เอเชีย ด้วยสัญญาซื้อขายที่ดิน 250 ไร่ รุดตั้งฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแห่งแรก เพื่อส่งออกทั่วโลก

0

บริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ในเครือดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ประกาศลงนามในสัญญาซื้อขายที่ดินครั้งใหญ่กับบริษัท ฉางอาน ออโต้ เซ้าท์อีส เอเชีย จำกัด หนึ่งในกลุ่มยานยนต์ชั้นนำ 4 กลุ่มของจีน จำนวน 250 ไร่ ในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์น ซีบอร์ด 4 ของดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป บนพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เพื่อสร้างโรงงานผลิตยานยนต์ไฟฟ้า นับเป็นการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment) ครั้งสำคัญแห่งปี 2566 สะท้อนถึงศักยภาพและการบูรณาการด้านการส่งเสริมการลงทุนอันโดดเด่นของประเทศไทย และมาตรฐานการจัดการ นิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศน์อัจฉริยะ (Smart ECO Industrial Estate) ของดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ที่มีความพร้อมด้านระบบสาธารณูปโภคและการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อรองรับอุตสาหกรรมยุคใหม่ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และเป็นอีกก้าวที่ยั่งยืนในการผลักดันให้ไทย ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจรชั้นนำของโลก

ในพิธีลงนามในสัญญาครั้งสำคัญนี้ ได้รับเกียรติจาก มิสจาง เซียว เซียว (Ms. Zhang Xiaoxiao) อัครราชทูตจีน ประจำแผนกพาณิชย์ สถานทูตจีนประจำประเทศไทยร่วมเป็นสักขีพยาน โดยมีนางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ มร. เซิน ซิงหัว (Mr. Shen Xinghua) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซ้าท์อีส เอเชีย จำกัด และกรรมการผู้จัดการและประธานกรรมการ บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ลงนามในสัญญา

มร.เซิน ซิงหัว  (Mr. Shen Xinghua) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซ้าท์อีส เอเชีย จำกัด และกรรมผู้จัดการและประธานกรรมการ บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ฉางอาน ออโต้ เซ้าท์อีส เอเชีย มีความยินดีที่ได้ลงนามซื้อขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 4 ภายใต้การสนับสนุนจากบีโอไอในการลงทุนจัดตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ทั้งนี้เหตุผลสำคัญในการตัดสินใจลงทุนครั้งใหญ่นี้ เนื่องจากประเทศไทย และนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 4 เป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบ ด้วยทำเลที่ตั้งและชื่อเสียงของดับบลิวเอชเอ กรุ๊ปในฐานะผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมชั้นนำของภูมิภาค  ซึ่งนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 4  มีสิ่งที่เรามองหา ทั้งทำเลที่ตั้งอันโดดเด่นบนพื้นที่เขตส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายของอีอีซี ทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ ระบบสาธารณูปโภคและบริการระดับเวิลด์คลาส รวมไปถึงการขนส่งและโครงสร้างพื้นฐานคุณภาพสูง  นอกจากนั้นแล้ว ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ยังมีบทบาทสำคัญในการขยายคลัสเตอร์ยานยนต์ในอีอีซีด้วย  สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการลงทุนของฉางอาน ออโต้ เซ้าท์อีส เอเชีย โดยเรามีแผนใช้เงินลงทุนในเฟสแรกกว่า 8,862 ล้านบาท เพื่อตั้งฐานการผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวา ทั้งประเภท BEV, PHEV, REEV (Range Extended EV) สำหรับจำหน่ายในไทยและส่งออกสู่ภูมิภาคอาเซียน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อังกฤษ และแอฟริกาใต้ ด้วยกำลังการผลิตรถยนต์ 100,000 คันต่อปี   รวมถึงจัดตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า คาดว่าจะเริ่มผลิตรถยนต์ได้ในปี 2568 นอกจากนี้ เรายังเล็งเห็นถึงศักยภาพของไทยมากกว่าการเป็นฐานการผลิต จึงมีแผนจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนารถยนต์ในไทยในระยะต่อไปอีกด้วย”

นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ปขอขอบคุณ บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซ้าท์อีส เอเชีย จำกัด ที่ให้ความเชื่อมั่นและเลือกดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ให้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการจัดตั้งฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแห่งใหม่ในประเทศไทย การลงนามในสัญญาซื้อขายที่ดินครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่แห่งปีของความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับเอกชนในการส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต และการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย ตลอดจนเป็นสิ่งยืนยันได้ว่าประเทศไทยคือจุดหมายด้านการลงทุนอุตสาหกรรมไฮเทคจากต่างประเทศที่สำคัญของเอเชีย”

นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 4 เป็นนิคมอุตสาหกรรมลำดับที่ 9 ของดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ในประเทศไทย มีพื้นที่ทั้งหมด 2,443 ไร่ (รวมพื้นที่ส่วนขยาย) ตั้งอยู่ในทำเลยุทธศาสตร์ของอีอีซีที่เอื้อต่อการส่งออกสู่ภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก ทั้งทางบก ทางเรือ และทางอากาศ ได้รับการออกแบบให้เป็นนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศน์อัจฉริยะ (Smart ECO Industrial Estate) โดยมีโครงสร้างพื้นฐาน และระบบสาธารณูปโภคที่ได้มาตรฐานระดับโลก เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมล่าสุดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการสื่อสาร การคมนาคมขนส่ง การรักษาความปลอดภัย การควบคุมด้านสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงการผลิตและการบำบัดน้ำเสีย และมีการเชื่อมต่อกับศูนย์ควบคุมส่วนกลางของดับบลิวเอชเอ (Unified Operation Center หรือ UOC) ที่สำนักงานใหญ่ ดับบลิวเอชเอ ทาวเวอร์ ย่านบางนา ทำให้บริษัทฯ สามารถตรวจสอบสภาวะด้านสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจของดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ในการพัฒนาธุรกิจเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน The Ultimate Solution for Sustainable Growth

ทั้งนี้การเข้ามาลงทุนตั้งฐานการผลิตของผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ของโลกจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดการขยายคลัสเตอร์ยานยนต์ในอีอีซีอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยในปัจจุบันผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีนได้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยโดยมีมูลค่าการลงทุนกว่า 1.44 พันล้านดอลล่าร์ ช่วยผลักดันให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นเครื่องแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็นหนึ่งในศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้าสำคัญของโลกต่อไป โดยที่ผ่านมาบีโอไอได้อนุมัติโครงการยานยนต์ไฟฟ้าไปแล้ว 23 โครงการจาก 16 บริษัท และภายในปี 2573 รถยนต์พลังงานไฟฟ้าจะมีสัดส่วน 30% ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมดของประเทศไทย หรือ 725,000 คันต่อปี

“การตัดสินใจลงทุนในประเทศไทยของฉางอาน ออโต้ เซ้าท์อีส เอเชีย มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการส่งเสริมบทบาทของประเทศไทยในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าบนเวทีโลก เพราะนอกจากแสดงถึงความเชื่อมั่นของฉางอาน ออโต้ เซ้าท์อีส เอเชีย ที่มีต่อประเทศไทยทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ศักยภาพของตลาด นโยบายเชิงรุกในการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า รวมทั้งระบบโลจิสติกส์และซัพพลายเชนที่ครบวงจรพร้อมรองรับการผลิต ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป พร้อมสนับสนุนนโยบายรัฐบาล โดยเฉพาะแผนยุทธศาสตร์ชาติในการผลักดันให้ประเทศไทยมุ่งสู่การเป็นฐานการผลิตยานต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่สำคัญของโลก ตลอดจนการขยายเครือข่ายสถานีชาร์จ และการผลิตแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อส่งเสริมให้เกิดระบบนิเวศของยานยนต์ไฟฟ้าอย่างครบวงจร สู่การบรรลุเป้าหมายการใช้ยานยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ (Zero Emission Vehicle) ภายในปี 2573 หรือ 2030 ซึ่งสอดคล้องกับความมุ่งมั่นของดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ที่จะบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 (Net Zero Greenhouse Gas by 2050)” คุณจรีพรกล่าวทิ้งท้าย

เนต้า ออโต้ เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า “เนต้า วี” ในอินโดนีเซียและมาเลเซีย เร่งเครื่องกลยุทธ์ “Go Global”

0
[Photos of Launch Event in Indonesia]

เนต้า ออโต้ (NETA Auto) เริ่มออกเดินทางสู่สองตลาดใหม่ในสัปดาห์นี้ เพื่อเร่งผลักดันกลยุทธ์การขยายธุรกิจระดับโลก ด้วยการเปิดตัวรถยนตไฟฟ้า เนต้า วี (NETA V) ในอินโดนีเซียและมาเลเซีย ถือเป็นการนำรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะยุคใหม่มาสู่ผู้บริโภคของทั้งสองประเทศ โดยการออกแบบที่โดดเด่น เทคโนโลยีล้ำสมัย และความมุ่งมั่นในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างชาญฉลาด ทำให้เนต้าได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการดำเนินกลยุทธ์การขยายธุรกิจระดับโลกต่อไป

นับตั้งแต่สร้างความประทับใจในงานไกกินโด อินโดนีเซีย อินเตอร์เนชั่นแนล ออโต้ โชว์ 2566 (GAIKINDO Indonesia International Auto Show 2023) เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เนต้าก็ได้กลายเป็นดาวเด่นในตลาดผู้บริโภคอินโดนีเซีย และในงานเปิดตัวที่กรุงจาการ์ตาเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม เนต้าได้ประกาศเริ่มจำหน่ายรถแบบครบวงจรอย่างเป็นทางการในอินโดนีเซีย โดยเนต้าจะใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีในด้านหลัก ๆ เช่น การออกแบบเชิงนวัตกรรมและเทคโนโลยีอัจฉริยะ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวอินโดนีเซียในส่วนของการเดินทางอัจฉริยะ งานเปิดตัวครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 200 คน ซึ่งรวมถึงคุณโจว เจียง (Mr. Zhou Jiang) รองประธานบริษัทและประธานฝ่ายธุรกิจต่างประเทศของเนต้า ร่วมด้วยผู้บริหารท่านอื่น ๆ ตลอดจนพันธมิตรในอินโดนีเซียและตัวแทนสื่อมวลชน

เพื่อยึดหัวหาดในตลาดยานยนต์อินโดนีเซีย เนต้าได้กระชับความร่วมมือกับพันธมิตรในท้องถิ่นอย่างบริษัท ฮันดาล อินโดนีเซีย มอเตอร์ จำกัด (PT Handal Indonesia Motor) โดยจะเริ่มจากการผลิตรถยนต์ในอินโดนีเซียตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2567 เป็นต้นไป ขณะที่ตัวแทนจากแวดวงสื่อและธุรกิจที่เข้าร่วมงานต่างมองว่ายานยนต์ที่หลากหลายและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยจะทำให้เนต้าเป็นตัวเลือกในดวงใจของผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าในอินโดนีเซีย

นอกจากนี้ เนต้าได้ร่วมมือกับบริษัท โก ออโต้ กรุ๊ป (Go Auto Group) จัดงานเปิดตัวรถ เนต้า วี ที่เมืองปุตราจายา ประเทศมาเลเซีย ในสัปดาห์นี้เช่นเดียวกัน งานดังกล่าวจัดขึ้นที่ห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของมาเลเซียเป็นเวลา 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม โดยมีตัวแทนสื่อและพันธมิตรเกือบ 100 คนร่วมเป็นสักขีพยานในวันเปิดงาน

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบในมาเลเซียเติบโตอย่างรวดเร็ว และด้วยผลงานที่โดดเด่นทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำให้เนต้า ออโต้ เตรียมเปิดตัวรถหลายรุ่นสู่ตลาดมาเลเซีย เพื่อให้ผู้บริโภคในท้องถิ่นมีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น สำหรับงานเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นเครื่องหมายว่าเนต้า ออโต้ ได้ร่วมเป็นพลังขับเคลื่อนสีเขียวในมาเลเซียอย่างเป็นทางการ และมีส่วนช่วยส่งเสริมการเดินทางอัจฉริยะเพื่อสิ่งแวดล้อม

เนต้าเริ่มก้าวแรกอย่างมั่นคงสู่การขยายธุรกิจระดับโลก โดยเริ่มจากประเทศไทยในปี 2565 และในปีที่แล้วเนต้าก็กวาดยอดขายต่อปีทะลุ 150,000 คัน ส่งผลให้ก้าวขึ้นเป็นบริษัทแถวหน้าในด้านรถยนต์พลังงานใหม่ของจีน ต่อมาในปี 2566 เนต้าได้เริ่มดำเนินธุรกิจในต่างประเทศอย่างเต็มรูปแบบ และในเวลาเพียงปีเศษ ก็สามารถครองส่วนแบ่งตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบในประเทศไทยได้เกือบ 20% และนอกเหนือจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว เนต้าก็กำลังค่อย ๆ เจาะตลาดในตะวันออกกลาง แอฟริกาเหนือ และอเมริกาใต้ด้วยเช่นกัน

ในปี 2567 เนต้าวางแผนที่จะสร้างเครือข่ายการขายทั่วโลกให้ครอบคลุม 50 ประเทศ ประกอบด้วยศูนย์จำหน่ายและศูนย์บริการในต่างประเทศรวม 500 แห่ง เพื่อช่วยให้บรรลุเป้าหมายยอดขายในต่างประเทศ 100,000 คันในปีหน้า ถือได้ว่าเนต้ากำลังสร้างแรงกระเพื่อมอย่างแท้จริง ขณะขับเคลื่อนตัวเองสู่เวทีระดับนานาชาติ

เนต้ายึดมั่นในแนวคิด “เทคโนโลยีสำหรับทุกคน” (Tech For All) ดังนั้น การเจาะตลาดต่างประเทศจึงไม่ใช่แค่การขายรถเท่านั้น หากแต่ยังเป็นการถ่ายทอดหลักปรัชญาที่ว่า “ทุกคนควรเข้าถึงรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะคุณภาพสูงได้” และด้วยการเร่งขยายธุรกิจในตลาดต่างประเทศ ก็จะทำให้เนต้าสามารถตอบสนองความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าคุณภาพสูงทั่วโลก และมีส่วนร่วมในการส่งเสริมความก้าวหน้าของการเดินทางอย่างยั่งยืนทั่วโลก

นิสสัน ไฮเปอร์ ฟอร์ซ สุดยอดรถยนต์ต้นแบบพลังไฟฟ้าสมรรถนะสูง เปิดตัวในงาน Japan Mobility Show

0

นิสสัน มอเตอร์ ได้เปิดตัว นิสสัน ไฮเปอร์ ฟอร์ซ ที่งาน Japan Mobility Show ซึ่งเป็นรถยนต์ต้นแบบคันสุดท้ายของซีรีส์นวัตกรรมรถยนต์แนวคิด “ไฮเปอร์” ทั้งห้าคัน ที่เริ่มตั้งแต่การเปิดตัวแนวคิดของรถยนต์ไฟฟ้าทุกสัปดาห์ตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม ก่อนงานเริ่ม สะท้อนวิสัยทัศน์ของนิสสันในการมองเห็นความต้องการ และไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในอนาคตที่หลากหลาย และยกระดับชีวิตของผู้คนด้วยนวัตกรรม และความตื่นเต้นเร้าใจ

มาโกโตะ อูชิดะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นิสสัน (Makoto Uchida – CEO) กล่าวว่า “รถยนต์ต้นแบบทั้ง 5 คันที่จัดแสดงในวันนี้เป็นสัญลักษณ์ของอนาคตและรวบรวมจิตวิญญาณแห่งการก่อตั้งของเราที่ว่า กล้าที่จะทำในสิ่งที่คนอื่นไม่กล้าเราได้พัฒนานวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าให้ ก้าวไปไกลกว่าการขับเคลื่อนเพื่อสร้างโลกที่ยั่งยืนมากขึ้น รถยนต์ไฟฟ้าเป็นสัญลักษณ์แห่งอนาคตของเราในการสร้างโลกที่สะอาดขึ้น ปลอดภัยขึ้น และครอบคลุมสำหรับทุกคน โดยไม่ละทิ้งความหลงใหล และความฝัน ด้วยพลังแห่งนวัตกรรม นิสสันมุ่งมั่นสร้างอนาคตที่ทุกคนสามารถเพลิดเพลินไปกับความตื่นเต้นแห่งการเดินทาง”


นิสสัน ไฮเปอร์ ฟอร์ซ ผู้พลิกวงการรถยนต์ไฟฟ้า สมรรถนะสูง

นิสสัน ไฮเปอร์ ฟอร์ซ ได้รับการออกแบบมาเพื่อผู้ชื่นชอบการแข่งรถและนักเล่นเกมที่กระหายความตื่นเต้นจากอะดรีนาลีนในสนามแข่ง แต่ยังคำนึงถึงความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นิสสัน ไฮเปอร์ ฟอร์ซ ซุปเปอร์คาร์พลังงานไฟฟ้าสมรรถนะสูงที่มุ่งหวังที่จะมอบความพึงพอใจในการขับขี่ขั้นสูงสุด ขณะเดียวกันก็มอบประสิทธิภาพด้านสิ่งแวดล้อมในระดับสูงและความสะดวกสบายสำหรับการใช้งานในชีวิตประจําวัน

หัวใจหลักของรถยนต์รุ่นนี้คือระบบส่งกำลังไฟฟ้าทั้งหมดที่ให้พละกำลังสูง พร้อมด้วยแบตเตอรี่โซลิดสเตตที่มีความสมดุลของน้ำหนักอย่างเหมาะสม ซึ่งสามารถผลิตพลังงานได้สูงถึง 1,000 กิโลวัตต์ พร้อมอัตราเร่งที่แม่นยำและรวดเร็ว ดาวน์ฟอร์ซอันทรงพลัง ระบบควบคุมการขับเคลื่อน e-4ORCE ที่ควบคุมล้อทั้งสี่ได้อย่างแม่นยำ ตัวถังน้ำหนักเบาที่ประกอบด้วยคาร์บอนที่มีความแข็งแรงสูง ช่วยให้เข้าโค้งได้ดีขึ้นและควบคุมได้อย่างยอดเยี่ยมในสนามแข่งและถนนที่คดเคี้ยว 

การออกแบบภายนอกมีสัดส่วนที่กว้างและลงตัวเป็นการผสมผสานระหว่างส่วนโค้งเพรียวที่เข้ากันอย่างลงตัวกับรูปทรงเรขาคณิตที่โดดเด่น สะท้อนถึงสมรรถนะที่โดดเด่นของเครื่องยนต์ที่อยู่ด้านล่าง องค์ประกอบต่างๆ ที่รวมอยู่ในการออกแบบ อาทิ ไฟหน้าและไฟท้าย ถือเป็นสัญลักษณ์ของรถยนต์สมรรถนะสูงจาก นิสสัน 

รูปโฉมภายนอกตอบสนองสมรรถนะสูงจากหลักอากาศพลศาสตร์ซึ่งได้รับการพัฒนาร่วมกับทีมแข่ง NISMO เพื่อสร้างแรงกดดาวน์ฟอร์ซ (Downforce) อันทรงพลัง โครงสร้างหลักอากาศพลศาสตร์สองชั้นใต้ฝากระโปรงหน้าให้ทั้งแรงกดที่แข็งแกร่ง และประสิทธิภาพการระบายความร้อนสูง ในขณะเดียวกัน ดิฟฟิวเซอร์ด้านหลังแบบสองระดับ* จะควบคุมการไหลเวียนของอากาศได้อย่างเหมาะสม ชิ้นส่วนคานาร์ดด้านหน้า บังโคลนหน้า และปลายทั้งสองข้างของปีกหลัง มอบประสิทธิภาพเชิงอากาศพลศาสตร์ที่ยอดเยี่ยม ในขณะที่ ชิ้นส่วนแอคทูเอเตอร์พลาสม่าที่พัฒนาขึ้นใหม่จะควบคุมการไหลของอากาศเพื่อเพิ่มการยึดเกาะสูงสุดและลดการยกตัวของล้อด้านในระหว่างการเข้าโค้ง ล้อคาร์บอนลายหินอ่อนน้ำหนักเบาช่วยเสริมอากาศพลศาสตร์และการระบายความร้อนจากเบรก

รถยนต์ต้นแบบนี้มีโหมดการขับขี่สองโหมด ได้แก่ R” (Racing) และ GT” (Grand Touring) ซึ่งการแสดงผลผ่านกราฟิกที่จะเปลี่ยนสีและการแสดงผลตามโหมดที่เลือก โดยถูกออกแบบให้แสดงข้อมูลที่จำเป็นที่สุดสำหรับผู้ขับขี่ทันที ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์การขับขี่ ซึ่งกราฟิกเหล่านี้มาจากความร่วมมือกับบริษัทผู้ผลิตเกมขับรถชั้นนำ อย่าง โพลิโฟนี ดิจิทัล(Polyphony Digital Inc.) 

ในโหมด R ห้องโดยสารจะปรับแสงบรรยากาศเป็นสีแดงและสร้างพื้นขับขี่ที่ใช้งานง่ายซึ่งโฟกัสไปที่คนขับเพื่อทำให้เกิดสมาธิแผงบนแผงหน้าปัดขยายออกไปบริเวณที่นั่งเพื่อเพิ่มความรู้สึกของการขับขี่ ในขณะเดียวกัน หน้าจอแสดงผลสี่จอรอบตัวและรอบพวงมาลัยจะแสดงลมยาง และอุณหภูมิ ความดันอากาศ อุณหภูมิของจานเบรก การกระจายกำลัง และข้อมูลอื่นๆ ที่จำเป็นต่อการแข่งรถ

ในโหมด GT ห้องโดยสารจะปรับแสงสว่างเป็นสีน้ำเงินและหน้าจอที่อยู่รอบพวงมาลัยจะเคลื่อนออกไปและรวมเข้าด้วยกันมอบประสบการณ์ที่ดื่มด่ำด้วยอินเทอร์เฟซในระบบอินโฟเทนเมนต์ที่เรียบง่ายยิ่งขึ้น รวมถึงการตั้งค่าเครื่องปรับอากาศ เครื่องเสียง ระบบกันสะเทือน และระบบกันการโคลง เพื่อการขับขี่ที่สะดวกสบาย ระบบกันสะเทือนและเหล็กกันโคลงได้รับการออกแบบให้เป็นรายแรกของโลกที่สามารถสั่งการบนหน้าจอได้อย่างง่ายดายในขณะขับขี่* 

เบาะนั่งคนขับและผู้โดยสารตอนหน้าทำจากคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบาและมีความแข็งแกร่งสูง ช่วยให้ขับขี่ทางไกลได้สบาย พร้อมเข็มขัดนิรภัยแบบสี่จุด 

ความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญในสมการของรถยนต์ต้นแบบคันนี้ ด้วยระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติขั้นสูงพร้อม เทคโนโลยีระบบการหลบหลีกการชนทำงานผ่าน Hyper LIDAR – Light detection and ranging และเซ็นเซอร์ต่างๆ ที่ปรับแต่งมาสำหรับการขับขี่แบบสปอร์ต รถยนต์ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยระดับสูงทั้งบนถนนสาธารณะและในสนามแข่ง

เพื่อเป็นการยกระดับความน่าสนใจของ นิสสัน ไฮเปอร์ ฟอร์ซ คือประสบการณ์ เทคโนโลยีของโลกเสมือนผสมผสานกับโลกแห่งความจริง (Augmented Reality) และความเป็นจริงเสมือน (Virtual Reality) ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ ที่ช่วยให้การขับขี่ทั้งในโลกจริงและโลกเสมือนจริงเป็นไปอย่างราบรื่น เมื่อรถหยุด ผู้ขับขี่สามารถใช้หมวกกันน็อกแบบพิเศษที่มีกระบังหน้าสำหรับ VR ที่ช่วยให้เข้าสู่ประสบการณ์การขับขี่แบบเกม พร้อมด้วยโหมดที่ช่วยให้สามารถแข่งกับเวลาหรือนักแข่งออนไลน์ได้ การใช้กระบังหน้าแบบโครงกระดูกสำหรับ AR ช่วยให้นักแข่งสามารถต่อสู้กับผู้เล่นคนอื่นๆในโลกดิจิทัลซึ่งอาจเป็นเพื่อน หรือแม้แต่นักแข่งมืออาชีพบนสนามแข่งได้ ช่วยให้ผู้ใช้สามารถแสดงทักษะการขับรถของตนบนสนามจริงได้อย่างปลอดภัย 

นิสสัน ไฮเปอร์ ฟอร์ซ ถือเป็นการเปลี่ยนมุมมองรวมถึงกระบวนทัศน์ในกลุ่มรถยนต์สมรรถนะสูง ตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาโดยคำนึงถึงความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สมรรถนะที่ได้จากพลังงานไฟฟ้า และอุปกรณ์ความปลอดภัยที่ล้ำสมัย รถยนต์ต้นแบบคันนี้จึงเป็นวิสัยทัศน์ของนิสสันสำหรับซุปเปอร์คาร์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงรุ่นต่อไป

การจัดแสดงรถยนต์รุ่นต่างๆ ของ นิสสัน ในงาน Japan Mobility Show

นิสสัน ไฮเปอร์ ฟอร์ซ เป็นหนึ่งในนวัตกรรมของนิสสันที่ถูกจัดแสดงในงาน Japan Mobility Show 2023 ซึ่งเป็นปีที่นิสสันฉลองครบรอบ 90 ปี 

นิสสันเน้นย้ำถึงอนาคตของการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าที่เข้าถึงกลุ่มคนในวงกว้างที่มีความต้องการที่หลากหลาย โดยความชาญฉลาดของยานพาหนะและการเชื่อมต่อที่สามารถทำให้การใช้ชีวิตง่ายขึ้น สื่อสารถึงกันมากขึ้น และน่าตื่นเต้นยิ่งขึ้น นอกจากนี้ นิสสันยังจัดแสดงแนวทางที่ครอบคลุมในการสร้างระบบนิเวศของยานยนต์ไฟฟ้าที่ช่วยนำมาซึ่งสังคมที่ยั่งยืน 

ในงานนี้ นิสสันทำงานร่วมกับพันธมิตรต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนและส่งเสริมญี่ปุ่นและประเทศอื่นๆ:

* นิสสัน ไฮเปอร์ ฟอร์ซ เป็นผลจากความร่วมมือกับ โพลีโฟนี ดิจิทัล (Polyphony Digital Inc.) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ โซนี่ อินเตอร์แอคทีฟ เอนเตอร์เทนเมนต์(Sony Interactive Entertainment) และผู้ผลิตวิดีโอเกม แกรน ทูริสโม(Gran Turismo) โดยใช้จุดแข็งที่โดดเด่นของแต่ละบริษัท

* มิวสิกวิดีโอที่ถ่ายทอดสดบนช่อง YouTube ของ นิสสัน นำเสนอเพลงจากศิลปิน 6 ท่านที่ทำงานในญี่ปุ่นและต่างประเทศ ซึ่งเป็นตัวแทนของการผสมผสานระหว่างดนตรีและรถยนต์ต้นแบบ 

นิสสันยังดำเนินโครงการริเริ่มใหม่ ๆ เพื่อให้ลูกค้าทุกวัยได้รับประสบการณ์ที่หลากหลาย เช่น เกมออนไลน์ “Electrify the Worldใน Fortnite เพื่อสร้างความบันเทิง** 

Japan Mobility Show จะเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมได้ตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม ถึง 5 พฤศจิกายน บูธนิสสันจะจัดแสดงอยู่ ณ East Hall 4 

ท่านสามารถคลิกลิงก์ด้านล่างเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดแสดงและโครงการริเริ่มของนิสสันสำหรับงาน Japan Mobility Show 2023

■ Concept car information

■ Press conference

■ Livestreaming music on Nissan YouTube account

*Patent pending

**Registered trademark of Epic Games

มาสด้าเผยโฉม ‘MAZDA ICONIC SP’ รถต้นแบบสปอร์ตคอมแพ็คคาร์ ครั้งแรกในงาน Japan Mobility Show 2023

0

มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น เผยโฉมรถ MAZDA ICONIC SP หรือคอนเซ็ปต์คาร์รุ่นใหม่ล่าสุดเป็นครั้งแรกในงาน Japan Mobility Show 2023*1

MAZDA ICONIC SP

MAZDA ICONIC SP เป็นรถต้นแบบใหม่ล่าสุด ภายใต้สปอร์ตคอมแพ็คคาร์คอนเซ็ปต์ ที่ได้รับการออกแบบเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยใหม่และตอบโจทย์ลูกค้าที่ “รักในรถยนต์” และ “ปรารถนาที่จะครอบครองรถยนต์ที่สามารถถ่ายทอดความสุขในการขับขี่” โดยคอนเซ็ปต์คาร์รุ่นนี้มาพร้อมกับเครื่องยนต์โรตารี แบบ 2 โรเตอร์ พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า (Two-rotor Rotary EV System) อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะมาสด้าที่ยังคงมีขนาดกะทัดรัด จึงทำให้มีความยืดหยุ่นสูงในเรื่องการจัดวางพื้นที่ของห้องเครื่องยนต์ ซึ่งช่วยให้รถต้นแบบคันนี้มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำและให้สมรรถนะในการขับขี่ดีขึ้น โดยแบตเตอร์รี่จะถูกชาร์จด้วยพลังงานแบบย้อนกลับและจากเครื่องยนต์โรตารีแบบ 2 โรเตอร์ ที่ใช้ในการผลิตพลังงาน ซึ่งเป็นพลังงานที่ไม่ก่อให้เกิดคาร์บอน นอกจากนี้ ภายนอกของตัวรถยังมาพร้อมกับสีแดง VIOLA ซึ่งเป็นสีต้นแบบใหม่ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นจากปรัชญาของมาสด้าในการ “ยกระดับประสบการณ์ความสุขในการขับขี่และการใช้ชีวิตในทุกด้านให้กับลูกค้าทุกคน” ซึ่งเป็นความปรารถนาในการเชิดชูสีแดงอันเป็นสีเอกลักษณ์เฉพาะของมาสด้า

มร. มาซาฮิโระ โมโร่ ผู้อำนวยการตัวแทนจากมาสด้า, ประธาน และ CEO กล่าวว่า “มาสด้าจะส่งมอบรถยนต์ที่เป็นเสมือนสิ่งย้ำเตือนให้กับผู้คนอยู่เสมอว่า รถยนต์คือความสุขที่แท้จริงและเป็นส่วนสำคัญในชีวิตของพวกเขา นอกจากนี้ ในฐานะที่มาสด้าเป็นบริษัทที่รักในรถยนต์ และต้องการเสริมสร้างประสบการณ์ในการเดินทางให้กับผู้คนอย่างไม่รู้จบ เราจึงมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์อนาคตร่วมกับพันธมิตร และแฟนๆ ของเราที่มีจุดมุ่งหมายร่วมกัน เพื่อให้ทุกคนสามารถพูดได้อย่างภาคภูมิใจว่า ‘เรารักรถยนต์’ และเพื่อตอบสนองต่อความปรารถนานี้ มาสด้าจึงมุ่งมั่นที่จะยกระดับประสบการณ์ความสุขในทุกการขับขี่ และการใช้ชีวิตในทุกด้านให้กับลูกค้าทุกคน”

มาสด้าจะยังคงส่งมอบ ‘ความสุขในการขับขี่’ ต่อไป ภายใต้คุณค่าหลักในการให้ความสำคัญกับยึดมั่นปรัชญา ‘มนุษย์เป็นศูนย์กลาง’ และยังคงงมั่นที่จะส่งมอบ ‘ความสุขในการใช้ชีวิต’ ด้วยการสร้างสรรค์ประสบการณ์การขับขี่ในชีวิตประจำวันให้กับลูกค้าทุกคน

  • ข้อมูลสรุปเกี่ยวกับ MAZDA ICONIC SP
  • มาสด้าสร้าง “เฟรมเวิร์ค” ซึ่งเป็นพื้นฐานของการสร้างแบบจำลองให้ได้สัดส่วนที่มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ เพื่อให้รถรุ่นนี้มีสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม โดยแนวคิดในการติดตั้งเครื่องยนต์โรตารีที่มีน้ำหนักเบาและมีขนาดกะทัดรัดไว้ตรงกลางตัวรถนั้นช่วยส่งผลให้ได้ฝากระโปรงหน้าต่ำลง
  • เครื่องยนต์โรตารีแบบ 2 โรเตอร์ พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า (Two-rotor Rotary EV System) เป็นเครื่องยนต์โรตารีประสิทธิภาพสูงแบบ Scalable สามารถเผาไหม้เชื้อเพลิงได้หลากหลายประเภท เช่น ไฮโดรเจน และสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยเชื้อเพลิงที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน นอกจากนี้ เมื่อชาร์จแบตเตอรี่ด้วยพลังงานแบบย้อนกลับ ก็จะทำให้สามารถขับขี่ได้ในสภาวะที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน
  • พละกำลังการขับเคลื่อนที่มีประสิทธิภาพสูงเกิดจากเครื่องยนต์โรตารี แบบ 2 โรเตอร์ พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า (Two-rotor Rotary EV System) มีสัดส่วนของจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำกว่า และมีการกระจายน้ำหนักแบบ 50:50 ทำให้ได้สมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม แม้ว่าคอนเซ็ปต์คาร์รุ่นนี้จะเป็นรถสปอร์ตแต่ก็สามารถจ่ายพลังงานได้อย่างเต็มที่ ในขณะที่ผู้ขับขี่ยังคงเพลิดเพลินกับกิจกรรมกลางแจ้ง หรือแม้กระทั่งในสถานการณ์ฉุกเฉิน
  • สีภายนอก “VIOLA RED” ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นตามความปรารถนาของมาสด้าที่จะ “เชิดชูสีแดง” และสอดคล้องกับปรัชญาในการ “ยกระดับประสบการณ์ความสุขในการขับขี่ และการใช้ชีวิตในทุกด้านให้กับลูกค้าทุกคน” โดยมุ่งเน้นไปที่สีสันที่สดใส แต่ในขณะเดียวกันก็ให้เน้นให้เห็นถึงความสง่างามของมิติของตัวรถ ที่เกิดจากการตกกระทบของแสงและเงาที่ถ่ายทอดลงบนตัวรถ

ข้อมูลจำเพาะเบื้องต้นของ MAZDA ICONIC SP

ความยาว x ความกว้าง x ความสูง (mm) 4,180 × 1,850 × 1,150
ระยะฐานล้อ (mm) 2,590
อัตราส่วน แรงม้า น้ำหนัก 3.9
แรงม้าสูงสุด (PS) 370
น้ำหนัก (kg) 1,450

 

*1 Japan Mobility Show 2023 จัดขึ้นโดย สมาคมผู้ผลิตรถยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น โดยรอบสื่อมวลชนถูกจัดขึ้นในวันพุธที่ 25 ตุลาคม 2566 (08:00-18:00) และวันพฤหัสบดีที่ 26 ตุลาคม 2566 (08:00-13:00) และรอบบุคคลทั่วไป จัดขึ้นตั้งแต่วันเสาร์ที่ 28 ตุลาคม 2566 จนถึงวันอาทิตย์ที่ 5 พฤศจิกายน 2566

BRG จัดแคมเปญใหญ่ส่งท้ายหน้าฝน “BRG Octoberfest 2023” รับส่วนลดสูงสุดถึง 500,000 พร้อมของรางวัลพิเศษอีกมากมาย

0

BRG ผู้นำเข้ารถยนต์อิสระรายใหญ่ที่เปิดให้บริการมากว่า 48 ปี ขอเชิญชวนทุก ๆ ท่าน ทั้งลูกค้าใหม่ และลูกค้าเก่า ในแคมเปญใหญ่ที่สุดของปีส่งท้ายหน้าฝน “BRG Octoberfest 2023” ลดเยอะ แจกใหญ่ มีรถยนต์ Highlight กว่า10 รุ่น มาพร้อมกับ 10 โปรโมชั่น ส่วนลดสูงสุดภายในงานถึง 500,000 บาท เฉพาะเข้ามาจองในงานนี้ที่โชว์รูม BRG ศรีนครินทร์ เท่านั้น ตั้งแต่วันที่ 27 – 31 ตุลาคมนี้

อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่าความพิเศษของงานนี้ก็คือรถยนต์กว่า 10 รุ่นที่ยกทัพมาจัดโปรโมชั่นกว่า 10 โปรโมชั่น ได้แก่ Toyota Land Cruiser และ Chevrolet Corvette Stingray Generation 8 เมื่อจองภายในงานนี้รับลดทันที 500,000 บาท พร้อมประกันชั้น 1 ฟรี

หรือจะเป็นโปรเลือกได้สำหรับ Stepwgn Spada premium line ที่คุณลูกค้าสามารถเลือกเป็นส่วนลด 200,000 บาท หรือจะเลือกเป็นชุดแต่ง Kuhl หรือชุดแต่ง M’z Speed มาตรฐานระดับโลก ลิขสิทธิ์แท้จากประเทศญี่ปุ่น มูลค่า 122,222 บาท ซึ่งเป็นชุดแต่งที่มีเฉพาะที่ BRG เท่านั้น รับประกับความความหรูหราที่หาที่ไหนไม่ได้ ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ สำหรับโปรเลือกได้ เพราะ Toyota Voxy ก็สามารถเลือก ระหว่าง ส่วนลด 100,000 บาท หรือจะเลือกเป็นชุดแต่ง Kuhl หรือชุดแต่ง M’z Speed มูลค่า 122,222 บาท ได้เช่นกัน

ต่อกันด้วยกับการทั้งลดทั้งแถมไปกับ Toyota Land Cruiser Prado เมื่อจองภายในงาน ลดทันที 200,000 บาท พร้อมแถมประกันภัยชั้น 1 รถยนต์ที่เป็นที่สุดของความสมบุกสมบันเอาใจสายลุย ส่วนใครที่ชอบความหรูหรา พบกับคู่หูสุดทรงพลังอย่าง Porsche Macan และ Porsche Cayenne รถสปอร์ตยอดนิยมที่มาในราคาพิเศษสุดๆ แถมฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อมข้อเสนออีกมากมาย

ไม่จัดโปรไม่ได้สำหรับ Volkswagen ID. Buzz รถที่กระแสดีตั้งแต่เปิดตัวจนถึงเวลานี้ รถตู้ไฟฟ้า 100% ที่ผสมผสานความคลาสสิคและความเป็นอนาคตเข้าด้วยกันอย่างลงตัว มากับโปรสุดพิเศษ เมื่อจองทันที พร้อมราคาและข้อเสนอดี ๆ ที่คุณอาจจะคาดไม่ถึง

เมื่อพูดถึงรถยนต์ที่เป็นที่สุดของความหรูหราระดับผู้บริหาร พลาดไม่ได้กับ Mercedes-Benz S300L จัดเต็มกับความสะดวกสบายแบบ Full Option Carlsson มากับชุดแต่ง Carlsson จากประเทศเยอรมันสุด Luxury ในราคาพิเศษ และสุดท้ายกับรถยนต์สมรรถนะดี เหมาะสมกับทุกไลฟ์สไตล์อย่าง Lexus RX200T Crossover SUV รุ่นหายาก กับราคาพิเศษ ราคาที่ดีที่สุดในตลาดตอนนี้ พร้อมข้อเสนอดี ๆ และสิทธิพิเศษที่มีเฉพาะในงานเท่านั้น

ไม่เพียงเท่านั้นเรายังมี Used Car Premium ราคาดี ไมล์น้อย อีกมากมายที่รับรองว่าจองไปไม่ผิดหวัง รวม ๆ แล้วโปรโมชั่นเกิน 10 โปรอย่างแน่นอน ความพิเศษ และความคุ้มค่าขนาดนี้ 1 ปีมีครั้งเดียวที่ BRG เท่านั้น พลาดแล้วพลาดเลย แล้วพบกันที่โชว์รูม BRG ศรีนครินทร์

 

ทันทีที่จอง นอกจากจะได้ส่วนลดสุดยิ่งใหญ่แล้ว ยังได้ร่วมกิจกรรมจับรางวัลเพื่อลุ้นรับรางวัลพิเศษอื่น ๆ อีกมากมายไม่ว่าจะเป็น ทองคำ 1 บาท มูลค่า 3x,xxx บาท , Iphone15 (128GB) มูลค่า 32,900 บาท , กระเป๋าเดินทางไฟฟ้า Airwheel SE3S มูลค่า 32,900 บาท , Samsung TV ขนาด 55 นิ้ว มูลค่า 23,990 บาท , Ipad Gen10 (64GB) มูลค่า 17,900 บาท , กล้องพกพามูลค่า 11,990 บาท , Apple Watch SE มูลค่า 9,490 บาท , หุ่นยนต์ดูดฝุ่นถูพื้นอัจฉริยะ มูลค่า 9,490 บาท , ลำโพง Marshall Emberton Forest มูลค่า 6,990 บาท , Airpods Gen 3 มูลค่า 6,790 บาท , กระเป๋าเดินทางไฟฟ้าล้อลาก ขนาด 20นิ้ว มูลค่า 6,500 บาท , เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ มูลค่า 5,500 บาท , เครื่องฟอกอากาศ มูลค่า 4,990 บาท , กล้องโพลารอยด์ มูลค่า 3,590 บาท , กล้องติดรถยนต์ Xiaomi 2K มูลค่า 3,599 บาท , หูฟังไร้สาย SONY มูลค่า 1,990 บาท , ลำโพง JBL รุ่น Go3 มูลค่า 1,790 บาท , เครื่องทำความชื้น Xiaomi มูลค่า 1,490 บาท , บัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 1,000 บาท  จำนวน 100 ใบ , บัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 500 บาท จำนวน 100 ใบ , บัตร Starbucks มูลค่า 300 บาท จำนวน 150 ใบ และบัตร Starbucks มูลค่า 200 บาท จำนวน 150 ใบ มูลค่ารวมกว่า 4xx,xxx บาท

นอกจากนี้เรายังมีบริการดูแล บำรุง รักษารถยนต์แบบ One Stop Service อย่างครบวงจรที่ได้มาตรฐาน และมีคุณภาพดำเนินการโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ พร้อมบริการด้วยใจ และเข้าใจทุกปัญหาเรื่องรถยนต์อย่างแท้จริง ซึ่งตอนนี้มีโปรโมชั่นพิเศษกับโปรโมชั่นเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องฟรี 10 ปี **เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด (โปรโมชั่นนี้เฉพาะรถญี่ปุ่นเท่านั้น จำกัดการใช้สิทธิ์ 1 ครั้ง/ปี) One Stop Service เปิดให้บริการถึง 3 สาขา

➤ สาขาศรีนครินทร์ (088-377-6992)

➤ สาขาเเจ้งวัฒนะ (085-123-8170)

➤ สาขารามคำแหง

เงื่อนไข และข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถาม หรือติดตามได้ที่ Facebook : BRG Group , Website : www.brg.co.th , Line : @brggroup (มี@ข้างหน้า) โดยทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข และข้อกำหนดโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า และคำตัดสินของบริษัทฯ ถือเป็นอันสิ้นสุด ของแถม/โปรโมชั่นไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยืนยันไม่ปรับราคา ORA Good Cat และ ORA Good Cat GT ตอกย้ำความแข็งแกร่งนโยบาย “ONE PRICE”

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะหนึ่งในผู้นำยานยนต์พลังงานไฟฟ้า (xEV Leader) ตอบรับกระแสความต้องการใช้รถยนต์พลังงานใหม่ของแฟน ๆ GWM ในไทย ด้วยการเดินหน้าส่งมอบยานยนต์คุณภาพให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่องภายใต้ นโยบายราคาเดียว หรือ One Price Policy ตอบโจทย์การซื้อรถของผู้บริโภคที่ไม่ว่าจะซื้อที่ไหนก็ราคาเดียว ข้อเสนอเดียวกันทั่วประเทศ พร้อมมอบแคมเปญที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในช่วงโค้งสุดท้ายของนโยบายการสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าของภาครัฐ 3.0 โดยไม่ปรับลดราคา ORA Good Cat และ ORA Good Cat GT เพื่อให้ลูกค้ามีความมั่นใจในนโยบายราคา ยืนยันความสามารถในการขายและการจัดการสต๊อกที่มีประสิทธิภาพและยอดจองที่เข้ามาอย่างต่อเนื่องจากข้อเสนอที่คุ้มค่าคุ้มราคา กับแคมเปญช่วยผ่อนสุดพิเศษให้กับสาวกเจ้าเหมียวไฟฟ้าทั้ง ORA Good Cat และ ORA Good Cat GT รวมมูลค่าแคมเปญรวมสูงสุดกว่า 223,000 บาท สำหรับ ORA Good Cat และ 366,000 บาท สำหรับ ORA Good Cat GT ส่งท้ายนโยบายเงินอุดหนุนของภาครัฐจำนวน 150,000 บาท ตลอดจนถึงสิ้นปี 2566

นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “นับตั้งแต่การเปิดตัวในประเทศไทยเมื่อปี 2564 จนถึงปัจจุบัน เกรท วอลล์ มอเตอร์ มียอดขายมากกว่า 24,000 คัน โดยในยอดขายทั้งหมดนี้มี ORA Good Cat และ ORA Good Cat GT เป็นจำนวนทั้งสิ้นเกือบ 10,000 คัน จากดีไซน์อันโดดเด่นและเทคโนโลยีอันล้ำสมัย จึงทำให้ ORA Good Cat เข้ามาสร้างปรากฎการณ์ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 100% ในประเทศไทยและเข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างรวดเร็ว จากความสำเร็จดังกล่าว บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญและใส่ใจกับลูกค้าของเราเป็นอย่างมาก และขอยืนยันว่าเกรท วอลล์ มอเตอร์ จะไม่มีการประกาศลดราคาขายปลีกของ ORA Good Cat และ ORA Good Cat GT ที่เข้าร่วมนโยบายการสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าของรัฐบาล 3.0 อย่างแน่นอน เนื่องจากบริษัทฯ มีการวางแผนการขายและการบริหารจัดการสต๊อกที่มีประสิทธิภาพและมียอดจองจากลูกค้าเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ยิ่งไปกว่านั้น จากแคมเปญพิเศษที่เรามอบให้กับผู้บริโภคในช่วงโค้งสุดท้ายของนโยบายการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า 3.0 ถือเป็นข้อเสนอที่ดีที่สุดของเรา ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าผู้บริโภคชาวไทยจะได้รับสิทธิประโยชน์ที่ดีที่สุดจากรถยนต์สองรุ่นนี้อย่างแน่นอน เราอยากให้ลูกค้าทุกท่านทั้งที่ซื้อไปก่อนหน้านี้และลูกค้าใหม่เชื่อมั่นว่าราคาที่เราตั้งมาสำหรับรถยนต์ทุกรุ่น เป็นราคาที่สมเหตุสมผลและสะท้อนความคุ้มค่าคุ้มราคากับสิ่งที่ลูกค้าจะได้รับ และยังไม่มีความจำเป็นจะต้องลดราคาของผลิตภัณฑ์ลงในขณะนี้นอกจากนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังยึดถือ “นโยบายราคาเดียว หรือ ONE Price Policy” ในการขายราคาเดียว โปรโมชันเดียว และการบริการที่มีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศอย่างเคร่งครัดอีกด้วย”

สำหรับแฟน ๆ เจ้าเหมียวไฟฟ้า ORA Good Cat รุ่น 500 ULTRA และ 400 PRO เกรท วอลล์ มอเตอร์ ช่วยผ่อนรายเดือน 10,000 บาท นาน 6 เดือน รวมมูลค่าสูงสุดไม่เกิน 60,000 บาท* พร้อมดอกเบี้ยพิเศษ 1.85% เมื่อดาวน์ 25% และ ผ่อน 48 เดือน* มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 32,000 บาท และ ORA Good Cat GT ขยายเวลาช่วยผ่อนนานถึง 12 เดือน เดือนละ 10,000 บาท* รวมมูลค่าสูงสุดถึง 120,000 บาท* และดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 48 เดือน* เมื่อดาวน์ 25% มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 115,000 บาท โดยนอกเหนือจากแคมเปญสุดพิเศษนี้  ลูกค้าจะได้รับฟรีค่าจดทะเบียนรถยนต์และค่าดำเนินการ มูลค่า 3,500 บาท สำหรับรถยนต์ ORA Good Cat และ ORA Good Cat GT ที่มีการส่งมอบตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน – 31 ตุลาคม 2566 (ลูกค้าจะต้องนำเอกสารที่ใช้ในการจดทะเบียนมามอบให้กับทาง เกรท วอลล์ มอเตอร์ ให้ครบถ้วนก่อนการส่งมอบรถ โดยบริษัทฯ จะเป็นผู้ที่ดำเนินการจดทะเบียนให้กับลูกค้าภายใต้เงื่อนไขของบริษัทฯ)

โดยนอกจากข้อเสนอสุดพิเศษข้างต้นแล้ว ลูกค้ายังจะได้รับสิทธิประโยชน์สุดคุ้มจำนวนมากภายใต้แคมเปญ PREMIERE DEAL ที่มาพร้อมประกันภัยชั้นหนึ่ง ฟรี ค่าแรงและค่าอะไหล่งานบำรุงรักษาตามระยะทาง (GWM PRO Service Inclusive : GPSI) ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง และบริการระบบตรวจสอบและสั่งการรถผ่านอินเทอร์เน็ต** (Telematic Service) พร้อมแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตภายในรถ ระยะเวลา 5 ปี ข้อเสนอสุดเอ็กซ์คลูซีฟอื่น ๆ อีกมากมาย

* เนื่องจากสถานการณ์ดอกเบี้ยลอยตัวในปัจจุบัน บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ให้อัตราดอกเบี้ยพิเศษ เฉพาะเมื่อจองและส่งเอกสารทำสัญญาตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนดเท่านั้น หลังจากช่วงเวลาดังกล่าว อัตราดอกเบี้ยพิเศษจะเป็นไปตามที่บริษัทฯ และสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกำหนด

** เงื่อนไขการให้บริการเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ดูรายละเอียดได้ที่ GWM Thailand – Service

เกรท วอลล์ มอเตอร์ พร้อมเดินหน้าสร้างประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์พลังงานใหม่ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้ขับขี่ชาวไทย ให้ทุกขณะของการเป็นเจ้าของยานยนต์ GWM เต็มไปด้วยความเชื่อมั่น โปร่งใสและความสะดวกสบาย และบริษัทฯ ยังคงเดินหน้าอย่างเต็มที่เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าในไทย ไปพร้อม ๆ กับการยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานไฟฟ้าในไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ทีทีซี มอเตอร์ อุบลราชธานี รับไม้ต่อเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทยกับแนวคิดบรรทัดฐานใหม่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ Retail of the Future

0

ทีทีซี มอเตอร์ อุบลราชธานี รับไม้ต่อเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทยกับแนวคิดบรรทัดฐานใหม่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ Retail of the Future สร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้าในทุกมิติ เดินหน้าสร้างเครือข่ายพันธมิตรให้ครอบคลุมในทุกรูปแบบ และไร้รอยต่อ เริ่มทันทีในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ กับมหกรรมยานยนต์ ที่ใหญ่ที่สุดในอีสานใต้ และจัดขึ้นเป็นครั้งแรกของอีสานใต้อีกด้วย! อุบล ออโต เอ็กซ์โป 2023 วันที่ 20-29 ตุลาคมนี้ ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลอุบล

คุณนราวิช โรจนวิภาต ผู้จัดการทั่วไป  บริษัท ทีทีซี มอเตอร์ อุบลราธานี จำกัด ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ เปิดเผยว่า หลังจากบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย จำกัด ประกาศโมเดลธุรกิจ พลิกโฉมธุรกิจค้าปลีก Retail of the Future  ทีทีซี มอเตอร์ อุบลราชธานี และพัฒนาการ 45  รับลูกต่อทันที โดยที่นี่ได้ให้ความสำคัญกับส่วนงานบริการหลังการขายในทุกมิติ ทั้งการให้บริการ การจัดการ การซ่อมบำรุง การดูแลลูกค้าประดุจครอบครัว

“เราพยายามรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าที่ซื้อรถ และลูกค้าที่เข้ามารับบริการหลังการขายกับเรา โดยมัดใจให้อยู่หมัด ไม่เปลี่ยนใจไปค่ายอื่น จริง ๆ แล้วการบริการรูปแบบนี้ เป็นนโยบายหลักของทีทีซี มอเตอร์ มาเนิ่นนาน ต่อเมื่อบริษัทแม่ต้องการสร้างบรรทัดฐานใหม่ เราจำเป็นต้องหยิบยกทุกการบริการมาดึงดูดลูกค้าให้มากยิ่งขึ้น ปัจจุบันเราดูแลลูกค้าทุกคน ตั้งแต่ก้าวเข้ามาที่โชว์รูมและศูนย์บริการ อย่างดีที่สุด”

ดังจะเห็นได้จากรางวัลที่ได้รับ ที่โดดเด่นอยู่ในบริเวณห้องรับรอง คือศักยภาพในการบริการหลังการขายดีเยี่ยม และยังมีประสิทธิภาพในการพัฒนาโชว์รูมและศูนย์บริการได้เป็นอย่างดี กับ  รางวัล Mercedes-Benz Service Excellence Award South East Asia  ในปี 2016-2022 ของประเทศไทย จากผลสำรวจคะแนนความพึงพอใจของลูกค้า ซึ่งทีทีซี มอเตอร์ อุบลราชธานี ได้รับมาอย่างต่อเนื่อง

อีกหนึ่งรางวัลแห่งความภูมิใจในครั้งนี้ ได้แก่ รางวัล Most Improved Dealer Thailand  ประจำปี 2016-2018 ซึ่งเป็นรางวัลสำหรับดีลเลอร์ ที่มีการพัฒนาที่เป็นเลิศในส่วนของความพึงพอใจต่อการเข้ารับบริการ

“ในปัจจุบันเราได้เพิ่มเติมบริการที่หลากหลายให้กับลูกค้ามากยิ่งขึ้น อาทิ การเปิดให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ C-Star ,Café ,Co Working Space , Consulting Area หรือกรณีลูกค้ามีแพลนจัดงาน จัดกิจกรรม สามารถเข้ามาใช้พื้นที่ห้องจัดเลี้ยงรองรับ หรือห้องสัมมนา ในแต่ละส่วนได้”

ทีทีซี มอเตอร์ อุบลราชธานี มีความครบครัน ในทุกส่วนของการบริการ ทั้งโชว์รูม ศูนย์บริการ ศูนย์ซ่อมสีและตัวถัง ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ 2 ไร่ จากเนื้อที่รวมทั้งสิ้น 8 ไร่ ประกอบไปด้วย 4 ห้องอบสี สำหรับงานซ่อมด่วน ซ่อมเบา (Quick Repair) และ 1 ห้องอบพ่นสี สำหรับงานพ่นทั้งคัน หรือเฉพาะจุด ที่ให้บริการด้วยระบบสีสูตรน้ำมาตรฐานสากลของเมอร์เซเดส-เบนซ์แบบเต็มระบบ ซึ่งมีขีดความสามารถในการให้บริการงานซ่อมหนัก (งานดึงตัวถัง) สำหรับตัวถังรถยนต์ที่ประสบอุบัติเหตุชนหนัก รวมทั้งงานซ่อมตัวถังอะลูมิเนียม ด้วยการใช้เครื่องมือสำหรับดึงตัวถังให้กลับคืนสภาพเดิมได้ 100% ตามมาตรฐานเมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศเยอรมัน)  และสามารถให้บริการงานซ่อมสีแบบด่วนให้จบได้ภายใน 1 วัน และให้บริการได้ถึง 3-4 คันต่อวัน

รวมทั้งทีมบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ ทั้งช่างสีและช่างตัวถังนั้น บริษัทมีช่างที่ผ่านการอบรมและได้มาตรฐานงานช่างฝีมือ ตามการรับรองจากบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย  การันตีคุณภาพของการทำงานตามมาตรฐานของโรงงานผู้ผลิต ทั้งอุปกรณ์และเครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ ที่มีในศูนย์ซ่อมสีและตัวถังนั้น เป็นอุปกรณ์ที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก ของเมอร์เซเดส-เบนซ์

“ศูนย์ซ่อมสีและตัวถัง ของเราเป็นศูนย์ซ่อมรถยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน รองรับงานสีและตัวถังรถอุบัติเหตุ รถจากบริษัทประกันภัยทุกบริษัท ด้วยความพร้อมที่มีช่องซ่อมรองรับ 8 ช่องซ่อม มีเครื่องมือวิเคราะห์มาตรฐานเมอร์เซเดส-เบนซ์ ถึง 4 เครื่องมากที่สุดในภาคอีสาน และมีทีมงานช่างที่มีมาตรฐานตามโครงการทวิภาคีของบริษัทแม่ ซึ่งเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจ จนเราได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้มาครอบครองอย่างต่อเนื่อง”

ในไตรมาสสุดท้าย ซึ่งเป็นไฮซีซั่นของการขาย ทีทีซี มอเตอร์ อุบลราชธานี ร่วมออกงานมหกรรมยานยนต์ ที่ใหญ่ที่สุดในอีสานใต้ กับงานอุบล ออโต เอ็กซ์โป (Ubon Auto Expo 2023) ณ  อุบล คอนเวนชั่น ฮอล์  โรงแรมเซ็นทารา ที่ตั้งอยู่บริเวณศูนย์การค้าเซ็นทรัลอุบล

ทั้งนี้งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-29 ตุลาคมนี้ บนพื้นที่จัดงาน 2,000 ตารางเมตร พรั่งพร้อมด้วยกิจกรรม ศิลปินหลากหลาย อาทิ เจ-เจตริน , แอน-อรดี , ประกวด Cover Dance และ Lucky Draw อีกมากมาย เพื่อสร้างสีสันความบันเทิงแก่ผู้เข้าชมตลอดงาน

ในส่วนของ ทีทีซี มอเตอร์ อุบลฯ มีบูทขนาดพื้นที่ 6×14 เมตร โดยนำรถไปจัดแสดงประกอบด้วย Mercedes-AMG SL43, Mercedes-Benz GLC 350 e AMG Dynamic, EQS 500 4MATIC AMG Premium และภายในงานยังมีรถ Certified Car อาทิ  Mercedes-Benz GLA 200 AMG Dynamic , Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+,Mercedes-Benz CLS220d AMG Premium ซึ่งเป็นรถผู้บริหารป้ายแดงไมล์น้อย จอดให้ทุกท่านได้สัมผัส และยังมีรถทดลองขับหลากหลายรุ่นอีกด้วย พร้อมกันนี้ยังมีแคมเปญสตาร์ช้อยส์ ประกันภัยชั้น 1 นานสูงสุด 5 ปี,รับฟรี  MBSP ULTIMATE นานสูงสุด 5 ปี, ผ่อนดอกเบี้ยพิเศษ นานสูงสุด 5 ปี ส่วนรถ Certified Car มีข้อเสนอสุดพิเศษ ดอกเบี้ย 0% นาน 1ปี , ประกันภัย ชั้น 1 นาน 1 ปี และขับฟรี 90 วัน

ทีทีซี มอเตอร์  อุบลราชธานี โทร.045-475-222  โทร. 045-475-222 , https://www.facebook.com/TTCMOTORUBONRATCHATHANI/  TTC MOTOR ครบจบทุกเรื่องเบนซ์ ผู้จำหน่าย Mercedes-Benz , Mercedes-AMG , Mercedes-EQ , Mercedes-Maybach ,  Sprinter  อย่างเป็นทางการ  Line : @benzttcubon   IG : Benzttc_Ubonratchatani