Home Blog Page 208

HYUNDAI Happy Choice เลือกโปรในแบบที่ใช่ และพบกับโรดโชว์ทั่วประเทศ ให้คุณสัมผัสรถยนต์ฮุนไดได้สะดวกกว่าเคย

0
ฮุนได โมบิลิตี้ ภาพเปิด

ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) ขอมอบแคมเปญ HYUNDIA Happy Choice ให้ลูกค้าคนสำคัญเป็นเจ้าของรถยนต์ฮุนไดได้ง่ายขึ้น ด้วยทางเลือกข้อเสนอที่ใช่และโปรโมชั่นที่ชอบ เมื่อตัดสินใจออกรถยนต์ ฮุนได สตาร์เรีย, สตาร์เกเซอร์ และ เครต้า ตลอดเดือนกันยายน – ตุลาคมนี้ นอกจากนั้น เพื่อให้การสัมผัสรถยนต์ฮุนไดคันจริงเป็นไปอย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น บริษัทฯ ได้ร่วมมือกับผู้แทนจำหน่ายในการจัดกิจกรรมโรดโชว์ ณ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ

“เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของลูกค้าฮุนได บริษัทฯ ไม่เพียงแต่มีรถยนต์หลายรุ่นให้เลือกเท่านั้น แต่ยังมีข้อเสนอพิเศษ HYUNDIA Happy Choice ที่ลูกค้าสามารถเลือกแคมเปญที่เหมาะกับตัวเองได้ พร้อมกันนั้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าที่สนใจชมรถยนต์คันจริง ฮุนได โมบิลิตี้ ได้ร่วมมือกับผู้แทนจำหน่ายเพื่อจัดกิจกรรมโรดโชว์นำทัพยนตรกรรมฮุนได ไปจัดแสดงในหลายจุด ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และทุกภูมิภาคของไทย” นายวัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

ข้อเสนอ HYUNDIA Happy Choice สำหรับลูกค้า ฮุนได สตาร์เรีย เลือกรับ
ทางเลือกที่ 1
•ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อมพรบ. 3 ปี1
•ฟรี แพคเกจบำรุงรักษาตามระยะ 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร2
ทางเลือกที่ 2
•ดอกเบี้ยพิเศษ 1.19% เงื่อนไขดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน
•ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อมพรบ. 1 ปี1
•ฟรี แพคเกจบำรุงรักษาตามระยะ 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร

 

 

ข้อเสนอ HYUNDIA Happy Choice สำหรับลูกค้า ฮุนได สตาร์เกเซอร์ เลือกรับ
ทางเลือกที่ 1
•ดอกเบี้ยพิเศษ 1.59% เงื่อนไขดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน1
•ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อมพรบ. 1 ปี1
•ฟรี ค่าแรงเช็คระยะ 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร2
ทางเลือกที่ 2
•ดาวน์เริ่มต้น 28,499 บาท1
•ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อมพรบ. 1 ปี1
•ฟรี ค่าแรงเช็คระยะ 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร2

ฮุนได โมบิลิตี้ 1

ข้อเสนอ HYUNDIA Happy Choice สำหรับลูกค้า ฮุนได เครต้า เลือกรับ
ทางเลือกที่ 1
•ดอกเบี้ยพิเศษ 1.59% เงื่อนไขดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน1
•ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อมพรบ. 1 ปี1
•ฟรี ค่าแรงเช็คระยะ 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร2
ทางเลือกที่ 2
•ดาวน์เริ่มต้น 32,499 บาท1
•ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อมพรบ. 1 ปี1
•ฟรี ค่าแรงเช็คระยะ 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร

ฮุนได โมบิลิตี้  7

ข้อเสนอพิเศษ สำหรับลูกค้า ฮุนได เอชวัน

•ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อมพรบ. 1 ปี1

ข้อเสนอสำหรับลูกค้าฮุนไดในปัจจุบัน รับส่วนลดพิเศษเพิ่มสำหรับลูกค้าที่เป็นเจ้าของรถยนต์ฮุนไดในปัจจุบัน รับส่วนลดเพิ่มทันที เมื่อจองรถยนต์ฮุนไดคันใหม่
•เมื่อจอง ฮุนได สตาร์เรีย รับส่วนลดเพิ่มมูลค่า 20,000 บาท
•เมื่อจอง ฮุนได สตาร์เกเซอร์ รับส่วนลดเพิ่มมูลค่า 10,000 บาท
•เมื่อจอง ฮุนได เอชวัน / เครต้า รับส่วนลดเพิ่มมูลค่า 5,000 บาท

ฮุนได โมบิลิตี้  6

กิจกรรมโรดโชว์ โดยผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ฮุนไดทั่วประเทศ ประจำเดือนกันยายน

วี-สแควร์ นครสวรรค์ นครสวรรค์ 5 – 11 ก.ย. 66
โรบินสัน สุรินทร์ สุรินทร์ 5 – 11 ก.ย. 66
ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ปทุมธานี 5 – 11 ก.ย. 66
โรบินสัน ศรีสมาน นนทบุรี 6 – 12 ก.ย. 66
โลตัส แม่สอด ตาก 6 – 10 ก.ย. 66
เซ็นทรัล พระราม 2 กรุงเทพมหานคร 7 – 13 ก.ย. 66
บิ๊กซี ลําปาง 8 – 17 ก.ย. 66
เซ็นทรัล หาดใหญ่ สงขลา 12 – 18 ก.ย. 66
ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์  12 – 18 ก.ย. 66
เดอะมอลล์ โคราช นครราชสีมา 13 – 19 ก.ย. 66
เสริมไทย คอมเพล็กซ์ มหาสารคาม15 – 17 ก.ย. 66
ซี สตาร์ แอนด์ ฟอร์เรส รีสอร์ท สกลนคร 16 – 17 ก.ย. 66
วิชโก้นครราชสีมา 18 – 24 ก.ย. 66
เซ็นทรัล เวสเกต นนทบุรี 19 – 25 ก.ย. 66
เซ็นทรัล แอร์พอร์ต เชียงใหม่ 20 – 24 ก.ย. 66
โรบินสัน ลพบุรี ลพบุรี 21 – 30 ก.ย. 66
บีลีฟ คาเฟ่ หนองบัวลําภู 22 – 23 ก.ย. 66
บิ๊กซี ตาก 24 – 30 ก.ย. 66

หน้าฝนมั่นใจ ควิกเลนเผยวิธีเอาตัวรอดเมื่อรถดับกลางน้ำท่วม

0

ช่วงนี้หลายภูมิภาคของประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายพื้นที่เผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันที่ส่งผลกระทบต่อผู้ขับขี่รถยนต์บนท้องถนน ในแต่ละปี มีรายงานข่าวเกี่ยวกับรถยนต์เสียหายจากน้ำท่วมเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ดับขณะขับฝ่าน้ำท่วมท่ามกลางฝนตกหนัก หรือส่วนอื่นของรถยนต์เสียหาย ทำให้ผู้ใช้รถตกอยู่ในภาวะอันตราย และต้องเสียค่าใช้จ่ายเพื่อซ่อมแซมรถให้กลับมาใช้งานได้ดังเดิม ควิกเลน ศูนย์บริการยางและรถยนต์ประเภทเร่งด่วนมาตรฐานระดับโลก จึงขอแนะนำ 5 วิธีเอาตัวรอดเมื่อรถดับกลางน้ำท่วมให้ทุกคนขับขี่หน้าฝนแบบมั่นใจ หนักแค่ไหนก็เอาอยู่ พร้อมส่งโปรโมชันยาง “Tyres of the Month” ซื้อ 3 เส้น แถมฟรี 1 เส้น ผ่อน 0 % นานสูงสุด 15 เดือน ให้ลูกค้าอุ่นใจปลอดภัยตลอดการเดินทางในฤดูฝนตั้งแต่วันนี้ถึง 30 กันยายน 2566

  1. ห้ามสตาร์ทรถยนต์เด็ดขาด การสตาร์ทรถเมื่อรถดับขณะลุยน้ำอาจทำให้น้ำเข้าเครื่องยนต์ ทำให้รถเสียหายมากขึ้นกว่าเดิม หรือเกิดไฟฟ้าลัดวงจรได้ เพราะยังไม่ทราบสาเหตุที่ทำให้เครื่องยนต์ดับ ยิ่งไปกว่านั้น การสตาร์ทรถอาจทำให้เกิดอาการ ‘ไฮโดรล็อก’ จนเครื่องยนต์ไม่ทำงาน หากยิ่งสตาร์ทรถซ้ำก็ยิ่งทำให้เครื่องยนต์เสียหายหรือพังมากกว่าเดิม
  2. เปิดสัญญาณไฟฉุกเฉิน การเปิดสัญญาณไฟฉุกเฉินเมื่อรถเสียหรือดับกลางน้ำท่วมเป็นการเตือนให้รถคันอื่นทราบว่ารถของคุณมีปัญหา เพื่อให้ผู้ขับขี่ร่วมถนนเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่น รวมถึงช่วยลดปัญหารถติด และช่วยป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนน
  3. นำรถออกจากพื้นที่น้ำท่วม ผู้ขับขี่ควรออกจากรถและโทรติดต่อบริษัทประกัน หรือศูนย์บริการรถยก-รถลาก ให้นำรถออกจากพื้นที่น้ำท่วมโดยเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้กีดขวางการจราจร และป้องกันไม่ให้รถยนต์เกิดความเสียหายมากขึ้น
  4. เปิดฝากระโปรงรถเพื่อตรวจสอบเบื้องต้น เมื่อเคลื่อนย้ายรถยนต์ออกจากพื้นที่น้ำท่วมได้แล้ว ควรเปิดฝากระโปรงรถ เปิดประตูรถทุกบาน และถอดขั้วแบตเตอรี่เพื่อตัดระบบจ่ายไฟไม่ให้น้ำเข้าไปในเครื่องยนต์ รวมถึงการเช็กไส้กรองอากาศ ถ้าไส้กรองอากาศแห้งแสดงว่ารถดับเพราะระบบไฟฟ้าช็อต แต่ถ้าไส้กรองอากาศเปียกแสดงว่าเกิดจากน้ำที่เข้าไปยังระบบกรองอากาศ
  5. รีบนำรถเข้าศูนย์บริการ หากคุณไม่มั่นใจ หรือไม่รู้จักอุปกรณ์หรือชิ้นส่วนต่างๆ ของรถยนต์ ควรรีบนำรถเข้าศูนย์บริการ ให้ช่างตรวจสอบหาสาเหตุและความเสียหายเพื่อให้รถกลับมาใช้งานได้ดังเดิม

ควิกเลน พร้อมให้คำแนะนำและบริการในมาตรฐานระดับสากลที่ “สะดวกกว่า วางใจได้จริง” และนำเสนอ “โปรดี โปรแรงแซงหน้าฝน” พบกับ โปรโมชันยาง “Tyres of The Month” ยางรถยนต์คุณภาพสำหรับ รถเก๋ง รถกระบะ และรถเอสยูวี 3 เส้น แถมฟรี 1 เส้น ผ่อน 0% นานสูงสุด 15 เดือน ราคาเริ่มต้นเส้นละ 1,238 บาท อุ่นใจปลอดภัยตลอดทางตั้งแต่วันนี้ถึง 30 กันยายน 2566

นอกจากนี้ ลูกค้าที่ต้องการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ หรือเปลี่ยนชิ้นส่วนต่างๆ ช่างเทคนิคที่มีประสบการณ์ของควิกเลน ยังพร้อมมอบบริการตรวจเช็กสภาพเบื้องต้นฟรี 30 รายการ และพิเศษสำหรับหน้าฝนนี้ ลูกค้าสามารถเปลี่ยนอะไหล่ทดแทนเปี่ยมคุณภาพแบรนด์ออมนิคราฟต์ (Omnicraft) ที่มาพร้อมการรับประกันยาวนานสูงสุดถึง 2 ปี ฟรีค่าแรง ได้แก่

  • โปรโมชันโช้คอัพ
    • ราคาเริ่มต้นเพียง 2,080 บาทต่อคู่
  • โปรโมชันผ้าเบรก
    • ราคาเริ่มต้นเพียง 1,145 บาทต่อคู่

ยิ่งกว่านั้น ควิกเลนยังต่อยอดข้อเสนอพิเศษประจำเดือนกันยายน เพื่อดูแลลูกค้าให้ได้รับความพึงพอใจสูงสุดในทุกสาขาทั่วประเทศ ได้แก่

แพ็คเกจชุดน้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 5W-30 Super Save ราคาเริ่มต้น 772 บาท  

  • ประหยัดสูงสุด 18% สำหรับแพ็คเกจ 2 ครั้ง และ 3 ครั้ง

โปรโมชันผ่อนยาง 0% สูงสุด 15 เดือน 

  • ทุกรุ่นทุกขนาด ยกเว้นยาง “Tyres of the Month”

โปรโมชันบำรุงรักษารถยนต์

  • ล้างตู้แอร์พร้อมอบโอโซน เหลือเพียง 1,199 บาท (ปกติ 1,890 บาท)
  • เปลี่ยนถ่ายและฟลัชชิ่งน้ำมันเกียร์อัตโนมัติ เหลือเพียง 1,999 บาท (ปกติ 2,675 บาท)

ควิกเลนทั้ง 7 สาขา ในกรุงเทพและปริมณฑล และอีก 12 สาขาในต่างจังหวัด รวมทั้งสิ้น 19 สาขาทั่วประเทศไทย นำเสนอบริการบำรุงรักษารถยนต์ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ ครอบคลุมลักษณะงานกว่า 14 กลุ่ม ด้วยมาตรฐานระดับโลกที่สะดวกรวดเร็ว จำหน่ายยางรถยนต์คุณภาพมาตรฐานระดับโลก พร้อมบริการอื่น ๆ อีกมากมาย โดยมีช่างเทคนิคและทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการอบรมครบตามมาตรฐานระดับสากล ควิกเลนทั้ง 19 สาขาเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-20.00 น. ไม่มีวันหยุด ลูกค้าสามารถเข้ารับบริการได้โดยไม่จำเป็นต้องนัดล่วงหน้า ผู้ที่สนใจเข้ารับบริการสามารถสอบถามข้อมูลสินค้า ราคา และโปรโมชั่น ได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์ควิกเลน ที่หมายเลข 02-039-5798 หรือที่ https://www.facebook.com/QuickLaneThailand

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ทุบสถิติการขายในตลาดต่างประเทศในเดือนสิงหาคม กวาดยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 30,741 คันทั่วโลก และยอดขายในประเทศไทย 1,071 คัน

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ รายงานยอดขายรถยนต์ทั่วโลกภายในเดือนสิงหาคมด้วยยอดสูงถึง 114,096 คัน โดยเฉพาะยอดขายในตลาดต่างประเทศ (ตลาดนอกประเทศจีน) ที่สามารถทุบสถิติใหม่สูงเป็นประวัติการณ์ถึง 30,741 คัน หรือเทียบเท่ากับ 27% ของยอดขายทั้งหมด และมีอัตราการเติบโตเมื่อเทียบกับเดือนสิงหาคม 2565 ถึง 99.5%
โดยภายในเดือนสิงหาคมนี้ รถยนต์พลังงานใหม่ (NEVs) ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังมียอดขายสูงถึง 26,301 คัน สะท้อนถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งจากปีที่ผ่านมาถึง 119.83% สำหรับตลาดประเทศไทย เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังคงสร้างยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง เป็นจำนวนทั้งสิ้น 1,071 คัน เติบโต 32% เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า (xEV) พร้อมเดินหน้าเติมเต็มระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า และยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างยั่งยืน

สำหรับผลประกอบการที่โดดเด่นของตลาดต่างประเทศในเดือนสิงหาคมนี้ เป็นผลมาจากความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระดับโลกกับพันธมิตรทางธุรกิจที่หลากหลาย อย่าง Inchcape Group และ โครงการต่าง ๆ ในประเทศอุซเบกิสถาน รวมถึงจากการที่บริษัทฯ ได้ประสบความสำเร็จในการขยายตัวสู่ตลาดในประเทศเม็กซิโก และการตอบรับอย่างท่วมท้นของ GWM TANK 500 ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งล้วนเป็นส่วนที่ทำให้ยอดขายทั่วโลกสูงขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ

ยิ่งไปกว่านั้น เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังได้สร้างผลงานที่น่าประทับใจไว้ในตลาดแอฟริกาใต้ ด้วยการครองตำแหน่งบริษัทรถยนต์จากประเทศจีนที่มียอดขายสูงที่สุดในเดือนสิงหาคมและรักษาตำแหน่ง 10 อันดับแรกของแบรนด์รถยนต์ในอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไว้ได้อย่างมั่นคง รวมถึงสามารถเชื่อมต่อกับกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายผ่านการเข้าร่วมงานสำคัญอย่างมหกรรม NAMPO Harvest Day หนึ่งในงานมหกรรมด้านเกษตรกรรมที่สำคัญที่สุดของประเทศ และเป็นผู้ให้บริการยานพาหนะอย่างเป็นทางการ (Official Vehicle Provider) ภายในงานประชุมสุดยอด BRICS ประจำปี 2566  อีกครั้ง หลังจากเป็นผู้ให้บริการอย่างเป็นทางการในปี 2561 แสดงให้เห็นถึงบทบาทและความสำคัญของบริษัทฯ ที่มีต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ภายในประเทศแอฟริกาใต้อย่างแท้จริง

สำหรับรถยนต์พลังงานใหม่ (NEVs) เกรท วอลล์ มอเตอร์ สร้างความสำเร็จได้อย่างงดงาม โดยเฉพาะในตลาดยุโรป อเมริกาใต้ และอาเซียน สามารถสร้างยอดขายได้สูงถึง 26,031 คัน หรือคิดเป็นอัตราการเติบโต 119.39% เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการสร้างการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้รถยนต์พลังงานใหม่ โดยยอดขายในส่วนนี้ถือเป็นผู้นำในตลาดเฉพาะทางและเป็นส่วนสำคัญสำหรับการสร้างการเติบโตของยอดขายในภาพรวม

ในตลาดยุโรป เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ขยายการดำเนินการธุรกิจผ่านการเปิดตัวแทนจำหน่ายแห่งใหม่ในประเทศสวีเดน เช่นเดียวกับรักษาผลประกอบการไว้ได้อย่างดีเยี่ยม ด้วยยอดขายที่สูงเป็นประวัติการณ์ของรถยนต์ภายใต้แบรนด์ ORA กว่า 2,211 คัน ในประเทศเยอรมนี ซึ่งแบรนด์ ORA มีผลประกอบการที่โดดเด่นอย่างต่อเนื่องและได้รับคำชื่นชมจากสื่อท้องถิ่น โดยเฉพาะรุ่น ORA 03 ที่ได้รับคะแนนการทดสอบความปลอดภัยมาตรฐาน Euro NCAP (European New Car Assessment Programme) ระดับ 5 ดาว ในประเภท “รถยนต์ครอบครัวขนาดเล็ก”

สำหรับตลาดอเมริกาใต้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังคงครองตำแหน่งแบรนด์ยานยนต์จากประเทศจีนที่มียอดขายสูงสุดติดต่อกันใน 7 เดือนแรกของปี 2566 ในประเทศชิลี และสามารถขยายเครือข่ายดีลเลอร์ได้ถึง 50 แห่งในครึ่งปีแรกในประเทศบราซิล และมีแผนจะเปิดตัวโรงงานผลิตรถยนต์ NEV ภายในครึ่งปีแรกของปี 2567 รวมถึงยังเปิดตัวรถยนต์พลังงานใหม่หลากหลายรุ่น อาทิ HAVAL H6 PHEV/HEV และ HAVAL H6 GT PHEV ที่มอบประสบการณ์การขับขี่รูปแบบใหม่ให้กับผู้บริโภคในประเทศบราซิล โดยตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคมที่ผ่านมา HAVAL H6 ยังสามารถครองตำแหน่งผู้นำของตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ ด้วยส่วนแบ่งการตลาดที่มากกว่า 10% อีกด้วย

ด้านตลาดอาเซียน เกรท วอลล์ มอเตอร์ เดินหน้าอย่างต่อเนื่องในการขยายตลาดและประสบความสำเร็จในการเปิดตัวแบรนด์และผลิตภัณฑ์ในอีก 3 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และเวียดนามที่เพิ่งเปิดตัวล่าสุดเมื่อวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้บริษัทฯ มีการดำเนินธุรกิจครอบคลุม 9 ประเทศหลักในภูมิภาคอาเซียน ได้แก่ ไทย พม่า ลาว มาเลเซีย บรูไน ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และเวียดนาม ได้อย่างเต็มรูปแบบ

ในส่วนของความสำเร็จของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) นั้น มียอดขายประจำเดือนสิงหาคมอยู่ที่ 1,071 คัน นำโดย ORA Good Cat เจ้าเหมียวไฟฟ้าที่ครองใจแฟน ๆ ชาวไทยได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยยอดขายกว่า 629 คัน ตามมาด้วย New HAVAL H6 SUV และ HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV ที่มียอดขายรวมกันถึง 284 คัน และเจ้าสิงโตอารมณ์ดี New HAVAL JOLION Hybrid SUV กับยอดขาย 158 คัน

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้เดินหน้าเติมเต็มไลน์อัปผลิตภัณฑ์ตาม Mission 9 in 3 หรือการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า 9 รุ่นภายใน 3 ปี ซึ่งปัจจุบัน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้เปิดตัวรถยนต์ไปแล้วทั้งสิ้น 6 รุ่น และเตรียมเปิดตัวอีก 3 รุ่นได้แก่ All New GWM TANK 500 Hybrid SUV รถยนต์เอสยูวีออฟโรดพรีเมียม All New GWM TANK 300 Hybrid SUV รถยนต์เอสยูวีออฟโรดสำหรับไลฟ์สไตล์อันโดดเด่น และ ORA 07 (ORA Grand Cat) รถไฟฟ้าสปอร์ตคูเป้สมรรถนะสูงภายในปีนี้ พร้อมขยายช่องทางการจัดจำหน่ายเพื่อให้ลูกค้าทั่วประเทศไทยสามารถเข้าถึงยานยนต์คุณภาพ โดยตั้งเป้าหมายขยายเครือข่ายการจัดจำหน่ายรวมทั้งสิ้น 80 แห่ง ภายในปี 2566 เพิ่มเติมจากปัจจุบันที่เปิดให้บริการไปแล้ว 61 แห่งทั่วประเทศ รวมทั้งเดินหน้าเติมเต็มระบบนิเวศด้านยานยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องด้วยการขยายเครือข่ายสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบเร็ว (DC Fast Charge) ครอบคลุม 22 แห่งทั่วประเทศ  และจะขยายให้ครบทั้งสิ้น 55 แห่งภายในปี 2566 สำหรับการบริการหลังการขาย เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังเดินหน้ายกระดับประสบการณ์หลังการขายด้วย GWM Smart Service ผ่านการนำเทคโนโลยีเข้ามาเชื่อมต่อแพลตฟอร์มต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกันเพื่อมอบประสบการณ์ การเข้ารับบริการที่สะดวก ฉับไว โปร่งใส และเป็นธรรม

ด้วยความพยายามที่ไม่เคยหยุดยั้งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ส่งผลให้บริษัทฯ มียอดขายที่โดดเด่นไปทั่วโลก ความสำเร็จในครั้งนี้เกิดจากการให้ความสำคัญในการมุ่งหน้าพัฒนายานยนต์พลังงานใหม่ ผลิตภัณฑ์ และบริการ รวมไปถึงความมุ่งมั่นในการส่งมอบยานยนต์ที่อัดแน่นไปด้วยคุณภาพเทคโนโลยีล้ำสมัย บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และดำเนินการตามวิสัยทัศน์ในการพัฒนาเทคโนโลยีขับเคลื่อนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและส่งมอบยานยนต์คุณภาพสู่ผู้บริโภทั่วโลก

AION เปิดตัว “AION Y Plus” อย่างยิ่งใหญ่ในประเทศไทยในงาน “Y so AMAZING”

0
Aion Pic Open

AION เปิดตัว AION Y Plus รถยนต์ SUV พลังงานไฟฟ้าในตลาดประเทศไทย ภายใต้ธีม “Y so Amazing” ชูจุดเด่นด้านฟังค์ชั่นการใช้งานที่ทันสมัย ชาร์จไฟ 1 ครั้งใช้งานได้ไกล เปิดตัว 2 รุ่น ในราคา 1,069,900 – 1,299,900 บาท

งานแถลงข่าวครั้งยิ่งใหญ่ได้รับเกียรติจาก คุณกู่ ฮุ่ยหนาน (Gu Hui Nan) กรรมการผู้จัดการของ GAC AION New Energy Automotive Co., Ltd. และ คุณโอเชียน หม่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอออน ออโตโมบิล แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอออน ออโตโมบิล เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัดเข้าร่วมงานแถลงข่าว คุณนริศ เทิดสตีระสุข เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOl), ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการสำนักงานเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก, คุณธีรยุทธ วังยศ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม, คุณหลี่ หยง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท จีเอซี เทรดดิ้ง จำกัด

Aion 1

ภายในงานได้มีการประกาศราคาอย่างเป็นทางการของ AION Y Plus โดยรุ่น 490 Elite ราคา 1,069,900 บาท และรุ่น 550 Ultra ราคา 1,299,900 บาท นอกจากนี้ยังได้เตรียม 4 เซอร์ไพรส์พิเศษให้ลูกค้าชาวไทย ได้แก่ การรับประกันสุดพิเศษ, สินเชื่อสุดพิเศษ, ฟรี! แท่นชาร์จสำหรับติดตั้งที่บ้าน และแพ็กเกจซุปเปอร์กิฟต์

Aion  2

สิทธิพิเศษเหล่านี้มอบประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟให้แก่ลูกค้า AION งานเปิดตัวนี้ไม่เพียงแต่นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ที่น่าตื่นเต้นสู่ตลาดไทยเท่านั้น แต่ยังตอกย้ำความสำเร็จอันน่าทึ่งของ GAC ในฐานะผู้เล่นที่โดดเด่นในอุตสาหกรรมยานยนต์ของจีน และคุณกู่ ฮุ่ยหนาน ยังได้เน้นย้ำถึงความเป็นผู้นำระดับโลกในด้านพลังงานอัจฉริยะ

คุณกู่ ฮุ่ยหนาน (Gu Hui Nan) กรรมการผู้จัดการของ GAC AION New Energy Automotive Co., Ltd. กล่าวว่า “GAC Group เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ชั้นนำในอุตสาหกรรมยานยนต์ของจีนที่มีระบบนิเวศยานยนต์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด โดยอยู่ในอันดับที่ 165 ของ Fortune Global 500 โดยมีการผลิตและยอดขายต่อปีมากกว่า 2.4 ล้านคัน และมีรายได้จากการดำเนินงานมากกว่า 5 แสนล้านหยวน ในฐานะองค์กรพลังงานอัจฉริยะภายใต้ GAC Group ทาง AION มุ่งเน้นไปที่การวิจัยนวัตกรรม โดยมีมูลค่าการผลิตมากกว่า 1 แสนล้านหยวน โดยครองอันดับหนึ่งในสามรถยนต์ขายดีในระดับโลกอย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงให้แก่วงการยานยนต์”

Aion  3

คุณกู่ ฮุ่ยหนาน กล่าวถึงความสำเร็จในการเข้าสู่ตลาดประเทศไทยว่า “AION ตั้งใจนำผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยมมาสู่คนไทย ทั้งยังเดินหน้าสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่มาตรฐานระดับโลกร่วมกับประเทศไทยด้วย เราคาดการณ์ว่าภายในปี 2568 เราจะบรรลุผลสำเร็จในการพัฒนาศักยภาพการผลิต รวมถึงการวิจัยและพัฒนาภายในประเทศ ซึ่งจะช่วยเร่งขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเรามุ่งมั่นที่จะสร้างชีวิตที่ดีขึ้นที่ขับเคลื่อนด้วย AI ร่วมกับชาวไทย”

คุณกู่ ฮุ่ยหนาน เน้นย้ำถึงความเป็นผู้นำตลาดในอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ และความมุ่งมั่นของบริษัทในการสร้างความสำเร็จที่แข็งแกร่งในตลาดไทย ขณะเดียวกันก็ขับเคลื่อนกลยุทธ์การขยายธุรกิจไปทั่วโลก หลังจากนั้น คุณโอเชียน หม่า (Ocean Ma) ได้แนะนำผลิตภัณฑ์แรกสู่ตลาดไทยอย่าง AION Y Plus ซึ่งเป็นรถเอสยูวีไฟฟ้าแฟนซีรุ่นใหม่ (Fancy Electric SUV) แก่แขกและสื่อทุกคนภายในงาน

Aion 4

คุณโอเชียน หม่า กล่าวว่า “AION กำลังเร่งดำเนินแผนการขยายเครือข่ายช่องทางจำหน่ายอย่างรวดเร็วตามหัวเมืองใหญ่ของประเทศไทย รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมต่างๆ ในเวลานี้ได้จัดตั้งโชว์รูมแล้ว 30 แห่ง โดยอยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล 25 แห่ง ตั้งเป้าว่าจะสร้างโชว์รูมและศูนย์บริการ 50 แห่งแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ เพื่อมอบประสบการณ์การบริการยานยนต์คุณภาพสูงยิ่งขึ้นแก่ผู้บริโภคชาวไทย”

Aion 6

คุณโอเชียน หม่า กล่าวว่า “รถยนต์รุ่น Y Plus เป็นรถรุ่นไฮไลต์ยอดนิยมซึ่งได้รับความสนใจอย่างมากนับตั้งแต่การเปิดตัว และเพียงภายในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาก็ได้ทำยอดขายไปแล้วกว่า 26,000 คัน ตอกย้ำความเป็นรถยนต์ SUV พลังงานไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในประเทศจีน โดย AION Y Plus ประกอบด้วย 2 รุ่นย่อย ได้แก่  490 Elite Edition และ 550 Ultra Edition

AION Y Plus โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแพลตฟอร์มไฟฟ้าบริสุทธิ์ AEP ชั้นนำของอุตสาหกรรม แพลตฟอร์มนี้รับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนาน ความปลอดภัยสูง ยังมีพื้นที่ภายในที่กว้างขวาง ความชาญฉลาดขั้นสูง และความสวยงามที่น่าดึงดูด

Aion  8
ดีไซน์เอกลักษณ์ ไฟหน้าแบบ Angel Wing มาพร้อมกับกระจังหน้าไดนามิก เหมาะกับการขับขี่ในกรุงเทพมหานคร เมืองอันสุดแสนงดงามและคึกคัก ด้วยไฟ LED ตัวเลือกสีภายนอก 7 สีให้เลือก บอดี้ทูโทน 3 สไตล์ ธีมการออกแบบภายใน 5 แบบ และการตั้งค่าความสว่างที่ปรับได้ 32 แบบ ควบคู่ไปกับแสงไฟแอมเบียนต์โดยรอบที่ซิงโครไนซ์กับจังหวะดนตรี นำเสนอการผสมผสานดีไซน์ที่แตกต่างกันถึง 35 แบบเพื่อความสวยงามที่โดดเด่นสะดุดตาทั้งภายในและภายนอก ทำให้รุ่นนี้เป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ สำหรับผู้ที่ใส่ใจในดีไซน์

Aion  9

ด้วยขนาดตัวรถที่ยาวเป็นพิเศษ ระยะฐานล้อที่ยาวถึง 2,750 มิลลิเมตร ที่มาพร้อมกับระนาบพื้นที่เรียบไปทั้งห้องโดยสาร เบาะโดยสารด้านหน้าสามารถพับราบได้เต็มที่ เปลี่ยนเป็นเตียงคู่ขนาด 1.8 เมตร ได้อย่างง่ายดาย ไม่เพียงเท่านั้น ผู้โดยสารด้านหลังยังสามารถสบายไปกับพื้นที่วางขาขนาดกว้างพิเศษเทียบกับคลาสเดียวกัน ซึ่งกว้างถึง 1,022 มิลลิเมตร ประตูหลังที่มีมุมเปิดกว้างเกือบ 90 องศา ทำให้การเข้าออกรถสะดวกยิ่งขึ้น เพิ่มความสะดวกสบายทั้งการขับขี่และประสบการณ์การขับขี่ให้กับผู้ใช้

AION Y Plus มีเทคโนโลยีความปลอดภัยด้วยการใช้แบตเตอรี่แบบแม็กกาซีนรายแรกของโลก โดยได้ทำการทดสอบที่ออกแบบเป็นพิเศษด้วยการยิงด้วยปืน เพื่อให้แน่ใจว่าแบตเตอรี่จะไม่ติดไฟเมื่อถูกกระแทกอย่างรุนแรง เมื่อเปรียบเทียบกับการทดสอบการเจาะด้วยแบบทั่วไป การทดสอบกระสุนปืนมีความเร็วในการเจาะทะลุแรงกว่า 980,000 เท่า และมีเส้นผ่านศูนย์กลางของรอยใหญ่กว่า 7-8 เท่า แม้จะมีการเจาะที่รุนแรงเช่นนี้ แบตเตอรี่แม็กกาซีนก็ยังปลอดภัย โดยไม่เกิดประกายไฟหรือการระเบิด

Aion 11

เซลล์แบตเตอรี่ใช้การออกแบบซ้อนกันอย่างเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งทำให้ขับขี่ได้ระยะทางที่มากถึง 550 กิโลเมตร นับเป็นการวิ่งด้วยไฟฟ้าระดับชั้นนำของอุตสาหกรรม ขนาดของแบตเตอรี่มีให้เลือกสองรุ่น: รุ่นสำหรับระยะทาง 490 กม. ที่มีความจุ 63.2 กิโลวัตต์ และรุ่นสำหรับระยะทาง 550 กม. ที่มีความจุ 68.3 กิโลวัตต์ชั่วโมง ประสิทธิภาพการขับขี่ที่น่าประทับใจถึง 92% และอัตราการสิ้นเปลืองพลังงานน้อยที่สุดเพียง 13.9 กิโลวัตต์ต่อ 100 กม. ช่วยให้การเดินทางระยะไกลเป็นเรื่องง่าย ช่วยให้การเดินทางไป-กลับในระยะทางกว่า 400 กิโลเมตรจากกรุงเทพฯ ไปพัทยา โดยไม่ต้องชาร์จไฟระหว่างการเดินทาง นอกจากนี้ยังรองรับโหมดการขับขี่แบบแป้นเดียว i-pedal ซึ่งช่วยเพิ่มระยะการขับขี่สูงสุดถึง 23% และมอบความสะดวกสบายเพิ่มเติมในระหว่างการเดินทาง

มาพร้อมกับคอนโซลอัจฉริยะ ADiGO SPACE ภายในห้องโดยสาร ที่คอยช่วยแสดงข้อมูลสำหรับทุกการขับขี่ พร้อมระบบนำทาง และฟังก์ชันที่อัจฉริยะ เพื่อประสบการณ์การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่ง่ายดาย

Aion  12

AION Y Plus เป็นผู้นำในการขับขี่อัจฉริยะโดยมีระบบส่งกำลังควบคุมความเร็วคงที่อัจฉริยะแบบเอกสิทธิ์เฉพาะ ระบบช่วยขับขี่ ระบบเบรกอัตโนมัติ ฟังก์ชันติดตามรถด้านหน้า และยังรวมถึงการจอดรถอัจฉริยะและระบบกล้องพาโนรามา 360 องศา มอบความสะดวกสบายที่เหนือระดับให้กับผู้ขับขี่ เทคโนโลยีขั้นสูงเหล่านี้ช่วยลดความยุ่งยากในการขับขี่ท่ามกลางการจราจรที่ติดขัด ในขณะเดียวกันก็ลดความเสี่ยงของการชนได้อย่างมาก ช่วยให้ผู้ขับขี่ได้รับประสบการณ์การขับขี่ที่สบายและดียิ่งขึ้น

ระบบเสียงอัจฉริยะใหม่ที่รองรับการใช้งานสองภาษา ไทย-อังกฤษ ในรุ่นท็อป ทำให้สะดวกยิ่งขึ้นสำหรับผู้ใช้ชาวไทย

AION มุ่งมั่นที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์พลังงานใหม่ระดับโลกแก่ผู้บริโภคชาวไทย ส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงของประเทศไทยไปสู่วิถีชีวิตพลังงานใหม่ และยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งมีส่วนช่วยในการพัฒนาสังคมไทยให้ก้าวหน้า ในอนาคตบริษัทจะยังคงรุกตลาดไปยังตลาดทั่วประเทศไทย ส่งเสริมการผลิต และแนะนำผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ๆ มากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของคนไทย

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เผยโฉม บีเอ็มดับเบิลยู XM 50e ใหม่ รถสปอร์ตอเนกประสงค์ SAV ปลั๊กอินไฮบริดทรงพลังรุ่นล่าสุดในตระกูล XM พร้อมดีไซน์สุดโฉบเฉี่ยว

0
บีเอ็มดับเบิลยู XM 50e Pic Open

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เตรียมเปิดตัวสมาชิกใหม่รุ่นที่สองแห่งตระกูล XM กับ บีเอ็มดับเบิลยู XM 50e ใหม่ ที่ยังคงรูปลักษณ์ที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร ความสะดวกสบายอันหรูหรา และขุมพลังที่เหนือกว่า ตามแบบฉบับซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของตระกูล XM และตามรอยรุ่นก่อนหน้าอย่างบีเอ็มดับเบิลยู XM ใหม่ ที่เปิดตัวในประเทศไทยไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา บีเอ็มดับเบิลยู XM 50e ใหม่ มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนปลั๊กอินไฮบริดอันทรงพลัง ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ เทคโนโลยี M TwinPower Turbo ซึ่งมอบไดนามิกสุดเร้าใจพร้อมกับสมรรถนะอันน่าทึ่ง รถยนต์สปอร์ตอเนกประสงค์ Sports Activity Vehicle สายพันธุ์ M รุ่นนี้จะสามารถมอบความเร้าใจที่เป็นเจ้าของได้ง่ายยิ่งขึ้น พร้อมตัวเลือกเพิ่มเติมกับออปชันเสริมซึ่งสามารถปรับแต่งได้หลากหลายให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าอีกด้วย

รูปลักษณ์ภายนอกของบีเอ็มดับเบิลยู XM 50e ใหม่ บ่งบอกถึงความพิเศษ ตัวตนที่โดดเด่น และสมรรถนะที่ไม่เหมือนใครเช่นเดียวกับรถในตระกูล XM รุ่นก่อนหน้า ด้วยการผสมผสานความเป็นรถยนต์สปอร์ตอเนกประสงค์ หรือ Sport Activity Vehicle (SAV) อันทันสมัย รูปลักษณ์ที่ทรงพลัง สัดส่วนไดนามิกที่แข็งแกร่ง การออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์สไตล์ M และรูปโฉมหน้ารถที่ได้รับการออกแบบใหม่สำหรับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูในกลุ่มลักชัวรี่ พร้อมองค์ประกอบอันเป็นเอกลักษณ์อื่น ๆ ทำให้บีเอ็มดับเบิลยู XM 50e ใหม่ เปี่ยมไปด้วยออร่าแห่งความพิเศษและความชัดเจนในตัวตนที่ไม่ซ้ำใคร

บีเอ็มดับเบิลยู XM 50e 1

บีเอ็มดับเบิลยู XM 50e 2

การออกแบบในสไตล์ M ยังช่วยเน้นย้ำถึงความดุดันและความมั่นใจของดีไซน์รถยนต์รุ่นนี้ เสริมความโดดเด่นด้วยไฟหน้าสองชั้น และกระจังหน้าทรงไตคู่แบบ ‘Iconic Glow’ ที่มาพร้อมกรอบไฟส่องสว่างล้อมรอบกระจังหน้าทั้งคู่ แถบสีด้านข้างรถที่ชวนให้นึกถึงบีเอ็มดับเบิลยู M1 ยังช่วยยกระดับดีไซน์ด้านข้างของบอดี้ให้สะกดทุกสายตา นอกจากนั้น การออกแบบของบีเอ็มดับเบิลยู XM ยังรวมเอาองค์ประกอบต่าง ๆ ที่ชวนให้นึกถึงอดีต อาทิ โลโก้ BMW ที่สลักไว้ที่กระจกหลังและไฟท้าย รวมถึงชิ้นส่วนอื่น ๆ ในสีดำเงาและการตกแต่งรายละเอียดเส้นสายในสีดำดุดันช่วยขับให้บุคลิกของรถรุ่นนี้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น

บีเอ็มดับเบิลยู XM 50e 3

บีเอ็มดับเบิลยู XM 50e 4

บีเอ็มดับเบิลยู XM 50e ใหม่ พร้อมส่งมอบขุมพลังที่อัดแน่นตั้งแต่วินาทีแรกที่เหยียบคันเร่ง ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ เทคโนโลยี M TwinPower Turbo และระบบขับเคลื่อน M Hybrid ซึ่งให้กําลังรวมสูงสุด 350 กิโลวัตต์ / 476 แรงม้า ที่แรงบิด 700 นิวตันเมตร ให้ได้สัมผัสถึงสมรรถนะการขับขี่อันทรงพลังตั้งแต่ออกตัว โดยรถรุ่นนี้สามารถทำความเร็วตั้งแต่ 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในเวลาเพียง 5.1 วินาทีเท่านั้น

ปุ่ม M Hybrid ที่วางอยู่บริเวณคอนโซลกลางยังให้ผู้ขับสามารถเลือกโหมดการขับได้ถึงสามโหมด ซึ่งรวมถึงโหมด ELECTRIC สำหรับการขับขี่ด้วยไฟฟ้าโดยที่ไม่ปลดปล่อยมลพิษ มอบกำลังสูงสุดที่ 145 กิโลวัตต์ / 197 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดที่ 280 นิวตันเมตร ให้ความเร็วสูงสุดถึง 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยใช้พลังงานจากลิเธียม-ไอออนแบตเตอรี่ขนาด 29.5 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ที่ติดตั้งอยู่ด้านใต้ท้องรถ

บีเอ็มดับเบิลยู XM 50e 6

เทคโนโลยี M xDrive ได้รับการออกแบบมาเพื่อรับประกันการส่งกำลังการขับขี่สู่ท้องถนนอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่แบบไดนามิก นอกจากนี้ ช่วงล่าง Adaptive M Suspension Professional ยังให้การควบคุมแบบสปอร์ตโดยไม่กระทบต่อความสบายของผู้ขับขี่

ระบบช่วยการขับขี่ รุ่น Professional พร้อมควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ยังมาพร้อมฟังก์ชั่น Stop&Go ไม่เพียงแต่ช่วยรักษาความเร็วของรถในระดับที่ต้องการและคงระยะห่างจากรถคันหน้าให้สม่ำเสมอเท่านั้น แต่ยังช่วยให้รถยนต์อยู่ในเส้นทางอย่างคงที่ด้วยระบบบังคับพวงมาลัย และเพื่อความสะดวกสบายที่เหนือกว่า ระบบช่วยนำรถเข้าที่จอดอัตโนมัติ รุ่น Plus ยังช่วยให้การจอดรถและการบังคับรถทำได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

ภายในของบีเอ็มดับเบิลยู XM 50e ใหม่ ยังแตกต่างด้วยดีไซน์อันโดดเด่น มอบความสะดวกสบายขั้นสุด ห้องโดยสารตกแต่งดีไซน์ M ด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ พวงมาลัยหุ้มหนังดีไซน์ M และเข็มขัดนิรภัยดีไซน์ M ให้ความรู้สึกสปอร์ตและโฉบเฉี่ยวในการขับขี่ ผ้าบุหลังคายังเป็นเสมือนงานประติมากรรม 3 มิติ ลวดลายแบบปริซึมและเมื่อเปิดหลังคาก็จะพบกับหลอดไฟ LED กว่า 100 ดวงบนหลังคาที่ส่องสว่างอย่างงดงามยามค่ำคืน

บีเอ็มดับเบิลยู XM 50e 6

บีเอ็มดับเบิลยู XM 50e 9

คอนโซลด้านบนยังบุด้วยหนังแบบ BMW Individual ทำให้การตกแต่งภายในสะดุดตาและหรูหราไปอีกขั้น นอกจากนี้ ยังมีชุดไฟตกแต่งภายใน ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 4 โซน ระบบระบายอากาศและฟังก์ชันนวดผ่อนคลายสําหรับเบาะนั่งตอนหน้าที่ติดตั้งมาเป็นมาตรฐานในรถยนต์รุ่นนี้ด้วย

บีเอ็มดับเบิลยู XM 50e 8
บีเอ็มดับเบิลยู XM 50e ใหม่ ยังได้รับการพัฒนาด้านระบบความบันเทิงและการสื่อสารให้ล้ำสมัยยิ่งขึ้น ด้วยหน้าจอ BMW Head-up Display และระบบ BMW Live Cockpit Professional แสดงผลบนจอ Control Display ขนาด 12.3 นิ้ว ทำงานบนระบบปฎิบัติการ BMW Operating System รุ่นใหม่ล่าสุด ที่สามารถปรับแต่งให้ตรงตามความต้องการของผู้ใช้ได้มากยิ่งขึ้น

ระบบจำลองเสียงเครื่องยนต์ IconicSounds Electric ให้เสียงขับที่กระตุ้นความตื่นเต้นแม้ในโหมดการขับขี่แบบไร้มลพิษ คุณลักษณะเด่นอีกประการของรถยนต์รุ่นนี้คือ ระบบเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน ช่วยให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์พกพาของตนกับรถยนต์แบบไร้สายผ่าน Apple CarPlay หรือ Android Auto นอกจากนี้ ผู้ขับขี่ยังจะได้รับประโยชน์จาก Connected Package Professional ช่วยให้มั่นใจว่าจะได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนและข้อมูลการจราจรอัปเดตล่าสุดเมื่ออยู่บนท้องถนน

เตรียมพบกับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ บีเอ็มดับเบิลยู XM 50e ใหม่ ได้ที่ www.bmw.co.th หรือเฟซบุ๊กแฟนเพจ BMW Thailand

โลตัสคาร์เตรียมเปิดตัว LOTUS EMEYA

0

โลตัสคาร์เตรียมเปิดตัวรถยนต์ซีดานสุดหรู Lotus Emeya “The Fully Electric Hyper-GT” วันที่ 7 กันยายนนี้ ซึ่งเป็นรุ่นที่เคยรู้จักกันในชื่อ Type 133 มาพร้อมไฟหน้า LED ที่โดดเด่น ออกแบบในสไตล์คูเป้ 4 ประตู พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นการเปิดตัวรถยนต์ซีดานไฟฟ้ารุ่นเรือธงในรอบหลายทศวรรษ ซึ่งเป็นคูเป้ 4 ประตู ที่หรูหราที่สุดของแบรนด์ คาดว่าจะได้รับความนิยมอย่างมากในหลายประเทศ

ฟอร์ด ชวนลูกค้าเรียนรู้การใช้งานรถฟอร์ด เรนเจอร์และฟอร์ด เอเวอเรสต์ ผ่านโปรแกรม ‘รอบรู้รถฟอร์ด’

0

การซื้อรถคันใหม่เป็นเรื่องน่าตื่นเต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณกำลังจะเป็นเจ้าของรถที่อัดแน่นด้วยฟีเจอร์ที่หลากหลายอย่างฟอร์ด เรนเจอร์ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ หรือฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ อย่างไรก็ตาม อาจเกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับวิธีใช้งานของรถคันใหม่นี้ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

ด้วยเหตุนี้เอง ฟอร์ดจึงมีโปรแกรม ‘รอบรู้รถฟอร์ด’ หรือ Discover Your Ford ที่เป็นเสมือนคลังข้อมูลด้านการใช้งานฟังก์ชันต่างๆ ของตัวรถ ทั้งรูปแบบวิดีโอและสาธิตขั้นตอนการใช้งานเพื่อให้คุณได้ชาร์จพลังความรู้พร้อมๆ กับช่วยสร้างความมั่นใจให้คุณสามารถใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ ของรถได้อย่างง่ายดาย ซึ่งคำแนะนำและเคล็ดลับการใช้งานเหล่านี้รังสรรค์ขึ้นโดยผู้เชี่ยวชาญและวิศวกรของฟอร์ด

“ผู้ใช้งานทุกวันนี้นิยมหาคำตอบเรื่องต่างๆ จากอินเทอร์เน็ต เราจึงร่วมมือกับวิศวกรที่พัฒนารถฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ สร้างสรรค์เนื้อหาคู่มือที่เป็นประโยชน์จริงต่อผู้ใช้งาน น่าเชื่อถือ เข้าถึงได้จากทุกที่ทุกเวลา ตลอดจนใช้งานได้อย่างสะดวกสบายตามความต้องการของลูกค้า” จอร์จ โธมัส ผู้จัดการฝ่ายประสบการณ์ลูกค้า กลุ่มตลาดนานาชาติของฟอร์ด กล่าว

โธมัส กล่าวต่อว่า ‘โปรแกรม ‘รอบรู้รถฟอร์ด’ ยังเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ตอกย้ำความมุ่งมั่นของฟอร์ดในการทำให้ลูกค้าของเราได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด และรู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวของเรา”

ข้อมูลต่างๆ ในโปรแกรม ‘รอบรู้รถฟอร์ด’ มีทั้งเนื้อหาที่เป็นตัวหนังสือและเนื้อหาวิดีโอ ซึ่งได้รับการเปิดตัวแล้วบนเว็บไซต์ของฟอร์ดในประเทศต่างๆ ที่เข้าร่วม ปัจจุบันมีศูนย์ข้อมูลที่เปิดให้บริการแล้วในประเทศไทยแอฟริกาใต้ ออสเตรเลีย และเวียดนาม โดยฟอร์ดกำลังจะมีการเปิดตัวโปรแกรมดังกล่าวเพิ่มเติมในประเทศอื่นๆ อีกเร็วๆ นี้

คลังข้อมูลเนื้อหาเหล่านี้ช่วยให้เจ้าของฟอร์ด เรนเจอร์ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ รวมถึงผู้ที่กำลังตัดสินใจซื้อรถฟอร์ดได้รู้จักกับคุณสมบัติต่างๆ ตั้งแต่การเชื่อมต่อกับโทรศัพท์ ไปจนถึงการใช้งานโหมดเงียบจากระบบควบคุมวาล์วท่อไอเสียของฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ตลอดถึงเคล็ดลับการใช้งานโหมดลากจูง คำแนะนำการขับขี่แบบออฟโรด และอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ ยังมีเนื้อหาที่หลากหลายทั้งแบบคอนเทนต์สั้นๆ ย่อยง่าย บทความแบบยาว และวิดีโอให้ผู้ใช้งานได้เรียนรู้เพิ่มเติมอีกด้วย

“เรามีเนื้อหาบทความและวิดีโอแนะนำการใช้งานมากมายที่ครอบคลุมทั้งฟอร์ด เรนเจอร์ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ ควบคู่ไปกับการเดินหน้าพัฒนารถยนต์ด้วยฟีเจอร์ใหม่ๆ ไปพร้อมกันเพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งานให้ดีที่สุด” โธมัส กล่าว

ลูกค้าฟอร์ดสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับรถฟอร์ดได้ที่ https://www.ford.co.th/support/discover-your-ford

สมหวัง เงินสั่งได้ ร่วมกับ ไทยฮอนด้า และ วิริยะประกันภัย ท้านักบิดฝึกทักษะการขับขี่ ลุ้นรับประกันอุบัติเหตุฟรี

0

สมหวังเงินสั่งได้ จับมือ ไทยฮอนด้า และ วิริยะประกันภัย สร้างเครือข่ายแนวร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ท้านักบิดฝึกฝนทักษะคาดการณ์อุบัติเหตุพร้อมเรียนรู้หลักการขับขี่ปลอดภัย ในโครงการ “ฮอนด้า ขับขี่ปลอดภัย คุ้มครองอุ่นใจ กับสมหวัง” ด้วยโปรแกรมจำลองสถานการณ์การขับขี่จริงจาก Honda APT (Accident Prediction Training) ผ่านแพลตฟอร์ม LINE Official: @somwang พร้อมลุ้นรับรางวัล 2 ต่อ ต่อที่ 1 กรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล มูลค่าความคุ้มครอง 100,000 บาท นาน 1 ปี จำนวน 27,000 กรมธรรม์ ต่อที่ 2 เสื้อแจ็กเกตสุดเท่ สำหรับผู้พิชิต  10 ด่าน จำกัดเพียง 3,000 ท่านแรกเท่านั้น สามารถร่วมวัดทักษะขับขี่ปลอดภัยได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ธ.ค.66

นายศุภชัย บุญศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไฮเวย์ จำกัด ผู้ให้บริการสินเชื่อรถจักรยานยนต์ สินเชื่อจำนำทะเบียนรถทุกประเภท และนายหน้าประกันภัย ภายใต้แบรนด์ “สมหวัง เงินสั่งได้” ในกลุ่มธนาคารทิสโก้ กล่าวว่า การลดอุบัติเหตุบนท้องถนนต้องเริ่มต้นที่การเปลี่ยนพฤติกรรมของคนใช้ถนน สมหวังฯ จึงร่วมกับ บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ลงนามความร่วมมือจัดตั้งโครงการ “ฮอนด้า ขับขี่ปลอดภัย คุ้มครองอุ่นใจ กับสมหวัง” ขึ้น และขยายช่องทางพร้อมทั้งจัดกิจกรรมเพื่อรณรงค์การขับขี่อย่างมีสติ ด้วยการเชิญชวนผู้ใช้รถจักรยานยนต์ร่วมเรียนรู้ทักษะคาดการณ์อุบัติเหตุผ่าน LINE @somwang เพื่อลุ้นรับรางวัล 2 ต่อ ซึ่งกิจกรรมนี้ยังมีบริษัทประกันภัยชั้นนำของไทยอย่าง บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมให้การสนับสนุน

โดยกิจกรรมในครั้งนี้มีกติกาง่าย ๆ เพียงเพิ่มเพื่อนใน LINE Official: @somwang และเข้าไปเรียนรู้และฝึกทักษะคาดการณ์อุบัติเหตุในโปรแกรม Honda APT (Accident Prediction Training) เพื่อลุ้นรับของรางวัล

  • ต่อที่ 1 เพียงฝึกทักษะคาดการณ์อุบัติเหตุครบ 3 เคส จะได้รับกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล คุ้มครองกรณีการเสียชีวิตมูลค่า 100,000 บาท นาน 1 ปี จำนวน 27,000 กรมธรรม์ สนับสนุนโดย บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน)
  • ต่อที่ 2 หากฝึกคาดการณ์อย่างต่อเนื่องครบ 10 เคส จะได้รับเสื้อแจ็กเกตขับขี่ปลอดภัยไปกับสมหวังเงินสั่งได้ 1 ตัว ต่อ 1 ผู้เล่น โดยจำกัดเพียง 3,000 ท่านแรกเท่านั้น

ดร.อารักษ์ พรประภา ประธาน บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า ฮอนด้าขอขอบคุณ สมหวัง เงินสั่งได้ ในกลุ่มธนาคารทิสโก้ ที่ได้นำ “โปรแกรมฝึกทักษะคาดการณ์อุบัติเหตุ Honda APT (Accident Prediction Training) ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นจากการรวบรวมสถิติอุบัติเหตุบนท้องถนนที่เกิดขึ้นจริงกว่า 1,000 เคส ไปช่วยต่อยอดขยายช่องทางการเข้าถึงมากขึ้น และขอขอบคุณ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยเช่นกัน ที่เข้ามาช่วยสนับสนุนและดูแลชีวิตของผู้ขับขี่ให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นด้วย

นางสาวกานดา วัฒนายิ่งสมสุข ที่ปรึกษาฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า วิริยะประกันภัย ให้คำปรึกษาและบริการด้านประกันภัยมาอย่างยาวนาน พบว่าแม้ที่ผ่านมาทุกภาคส่วนจะร่วมกันรณรงค์ลดอุบัติเหตุบนท้องถนนในรูปแบบต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง แต่อัตราการเสียชีวิตและบาดเจ็บบนท้องถนนก็ยังอยู่ในระดับสูง จากรายงานของศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุทางถนน (ThaiRSC) ระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2566 มีคนไทยเสียชีวิตสะสมจากอุบัติเหตุบนท้องถนนมากถึง 9,571 เฉลี่ยวันละ 40 คน หรือสูงถึง 1.7 คนต่อชั่วโมง และในจำนวนนี้กว่า 80% เป็นอุบัติเหตุที่เกิดกับรถจักรยานยนต์ (ข้อมูล ณ วันที่ 1 ก.ย.2566 เวลา 9.00 น.)

“ทุกอุบัติเหตุไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เพราะจะมีผลเกี่ยวเนื่องต่อชีวิตและทรัพย์สิน แต่หากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น วิริยะประกันภัย ก็ขอเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลและเตรียมความพร้อมให้คนไทย และขอชื่นชมโครงการฮอนด้าขับขี่ปลอดภัยไปกับสมหวัง เงินสั่งได้ ที่ช่วยส่งเสริมความรู้ขับขี่ปลอดภัยที่เกิดขึ้นได้จริงให้แก่ผู้ขับขี่ เป็นการวางฐานตั้งแต่เริ่มต้นที่ดีและเห็นภาพชัดเจน”

ติดตามรายละเอียดกิจกรรมได้ที่ สมหวัง เงินสั่งได้ www.somwang.co.th / LINE Official: @Somwang / แฟนเพจเฟซบุ๊ก www.facebook.com/somwangfanpage หรือ Call Center โทร 02-123- 4000 และผู้ที่สนใจเรียนรู้ฝึกทักษะคาดการณ์อุบัติเหตุ เพื่อช่วยการตัดสินใจอย่างแม่นยำขณะใช้รถ ใช้ถนน ดูรายละเอียดได้ที่ www.hondasafetyAPT.com / แฟนเพจเฟซบุ๊ก : facebook.com/HondaSafetyThailand และเว็บไซต์ : hondasafety.thaihonda.co.th / หรือสอบถามรายละเอียดการคุ้มครองกรมธรรม์ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) สายด่วน 1557 กด 3 หรือ 02-129-8888

กลุ่มอีซูซุสนับสนุนกองทุนวิจัยวิศวกรรมศาสตร์จุฬาฯ-อีซูซุต่อเนื่องเป็นปีที่ 15

0

มร.ทาคาชิ ฮาตะ ประธานกรรมการมูลนิธิกลุ่มอีซูซุ และกรรมการผู้จัดการบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด พร้อมด้วยคณะผู้บริหารอีซูซุ มอบเงิน 200,000 บาท ให้แก่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 15 เพื่อสนับสนุนกองทุนวิจัยวิศวกรรมศาสตร์จุฬาฯ-อีซูซุ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความเป็นเลิศทางวิชาการและการพัฒนาความรู้ผ่านกระบวนการวิจัยด้านเทคโนโลยียานยนต์ โดยมีศ. ดร.สุพจน์ เตชวรสินสกุล คณบดี เป็นผู้รับมอบ เมื่อวันที่ 5 กันยายน ที่ผ่านมา

“เบนซ์ไพรม์มัส” ฉลองเปิดโชว์รูม “พัทยา” แห่งใหม่ ชูศูนย์กลางซ่อมสี-ตัวถัง ทันสมัยสุดในภาคตะวันออก

0

“เบนซ์ไพรม์มัส” ฉลองเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการ Mercedes-Benz สาขาพัทยา เฟส1 แห่งใหม่ บนสุขุมวิท-นาจอมเทียน เดินหน้ายกระดับมาตรฐานใหม่ ด้วยศูนย์ซ่อมสี-ตัวถัง ใหญ่และทันสมัยสุดในภาคตะวันออก พร้อมอวดโฉม 2 รุ่นใหม่ The New A-Class และ The New GLC พิเศษ! จองวันนี้ รับฟรี Wallbox หรือเลือก MBSP นานสุด 8 ปี ทุกการใช้จ่าย รับร่มกันแดด Limited Edition เริ่มวันนี้ ถึง 30 ก.ย.ศกนี้ เฉพาะที่ “เบนซ์ไพรม์มัส” เลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา และพัทยา

นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์จำกัด เปิดเผยว่า “เบนซ์ไพรม์มัส” ฉลองเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการ Mercedes-Benz สาขาพัทยา เฟส 1 ด้วยพื้นที่กว่า 3 ไร่ บนถนนสุขุมวิท-นาจอมเทียน โดยรับรองการให้บริการแบบครบวงจรทั้งด้านการขายและการบริการหลังการขาย สำหรับพื้นที่ในเขตพัทยา จ.ชลบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง

สำหรับโชว์รูมและศูนย์บริการ Mercedes-Benz สาขาพัทยา เฟส 1 ได้จัดสรรพื้นที่เป็นโซนจัดแสดงและจำหน่ายรถยนต์ใหม่ ได้แก่ Mercedes-Benz, Mercedes-AMG และ Mercedes-EQ และโซน Certified Used Car จัดแสดงรถผู้บริหารใช้แล้ว คุณภาพดี เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์ระดับลักชัวรี่ ได้เลือกชมและเป็นเจ้าของรถยนต์ได้อย่างสะดวกสบาย

พร้อมโซนรับรองลูกค้า ที่มีบริการอาหารว่างและเครื่องดื่มที่คัดสรรเป็นพิเศษโดยเฉพาะ กับโซนส่งมอบรถยนต์ ที่ร่วมสร้างความประทับใจในการเป็นครอบครัวเดียวกันกับ “เบนซ์ไพรม์มัส พัทยา”

ส่วนอาคารด้านหลัง เป็นศูนย์บริการมาตรฐานครบวงจร โดยรองรับการบริการซ่อมแซม การบำรุง และการดูแลรักษารถยนต์ Mercedes-Benz ทุกซัพแบรนด์ และทุกรุ่น ด้วยบริการที่มีเปี่ยมประสิทธิภาพ และบุคลากรที่มีคุณภาพ และความชำนาญ โดยผ่านมาตรฐานการฝึกอบรมหลักสูตรระดับสูงของ Mercedes-Benz พร้อมเครื่องมืออุปกรณ์ทันสมัย สำหรับรองรับทุกงานบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง

ศูนย์บริการซ่อมสีและตัวถังที่ครบวงจร และทันสมัยสุดในภาคตะวันออก ด้วยเทคโนโลยีการอบพ่นสีใหม่ล่าสุดจากอิตาลี โดยใช้แขนกลอินฟราเรดที่ควบคุมการทำงานอัตโนมัติ ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ สะดวก รวดเร็ว และเลือกตำแหน่งการอบ พ่น ได้ตามต้องการ

ภายในห้องพ่นอบสีที่มีอุณหภูมิคงที่ พร้อมเลือกผลิตภัณฑ์สีน้ำ คุณภาพมาตรฐานระดับนานาชาติ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รองรับงานซ่อมสี และตัวถัง เดือนละ 150 คัน ให้บริการทั้งการซ่อมงานหนักและงานเบา พร้อมรับงานซ่อมจากบริษัทประกันทุกแห่ง ด้วยทีมงานระดับมืออาชีพที่มีความรู้และความชำนาญด้านงานสีและตัวถังกว่า 20 ปี ทั้งผ่านมาตรการการฝึกอบรมจาก Mercedes-Benz ในระดับสูง ทำให้มั่นใจว่า ทุกงานซ่อมสีและตัวถังจะได้มาตรฐานและคุณภาพที่สร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าทุกท่านอย่างแน่นอน

“เบนซ์ไพรม์มัส พัทยา” ดำเนินการภายใต้การบริหารงานของ “ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์” ตามแนวคิด MAR 2020 ของบริษัทแม่ “เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)” โดยผสมผสานเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ควบคู่กับการบริการที่มีประสิทธิภาพ ในรูปแบบ Online และ Offline เพื่อมอบอรรถประโยชน์สูงสุดให้แก่ลูกค้าทุกการบริการ  และรองรับความต้องการของลูกค้าแบบลักชัวรี่ในทุกมิติ

ด้านการดำเนินการก่อสร้างโชว์รูมและศูนย์บริการ Mercedes-Benz ของ “เบนซ์ไพรม์มัส พัทยา” มีทั้งหมด 2 เฟส คือ เฟสแรก ที่สุขุมวิท-นาจอมเทียน ได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อย และเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันนี้ ส่วนเฟส 2 ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท-พัทยาใต้ พื้นที่ขนาด 3 ไร่ ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปลายปี 2566

“การเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการ “เบนซ์ไพรม์มัส พัทยา” ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการสร้างความแข็งแกร่งและการเติบโตอย่างมั่นคงให้แก่ธุรกิจผู้จำหน่ายรถยนต์ระดับลักชัวรี่ของเรา ทั้งเป็นการตอกย้ำศักยภาพและความมุ่งมั่นในการส่งมอบประสบการณ์ใหม่ เพื่อความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าทุกคน ซึ่งถือเป็นแนวคิดหลักของ “เบนซ์ไพรม์มัส” ที่ช่วยส่งเสริมให้เราสามารถก้าวสู่การเติบโตและประสบ-3-ความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว ในระยะเวลาเพียงแค่ 3 ปีกว่าๆ เท่านั้น

ทั้งยังสามารถตำแหน่งครองใจลูกค้ารถยนต์ Mercedes-Benz ด้วยการได้รับรางวัล CSI สูงสุดอันดับ 1 ทั้งประเภทบุคคล-องค์กร และรางวัลศูนย์บริการยอดเยี่ยม ประจำปี 2022 นอกจากนี้ ยังประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจด้านการจำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Benz โดยได้รับรางวัลชนะเลิศการแข่งขันด้านการจำหน่ายรถยนต์ Certified Used Car และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ด้านการจำหน่ายรถยนต์ Fleet ประจำปี 2022 อีกด้วย” นายจิระพล กล่าว

ในโอกาสพิเศษนี้  “เบนซ์ไพรม์มัส พัทยา” ได้นำรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด The new GLC และ  The New A-Class รุ่น A 200 AMG Dynamic อวดโฉมเป็นครั้งแรก เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้สัมผัสและเลือกเป็นเจ้าของได้อย่างสะดวกและง่ายดาย ด้วยข้อเสนอสุพิเศษต่าง ๆ มากมาย อาทิ ฟรี! Mercedes-Benz Wallbox 2.0 มูลค่า 50,500 บาท หรือเลือก ฟรี! MBSP นานสุด 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง หรือ ดอกเบี้ย 0% นาน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี

พิเศษ! รับฟรี! ร่มกันแดด Limited Edition ทันที เมื่อเข้ารับบริการและมีค่าใช้จ่าย เริ่มวันนี้ ถึง 30 ก.ย.2566 เฉพาะที่ “เบนซ์ไพรม์มัส” สาขาเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา โทร 02 095 5555 และ “เบนซไพรม์มัส” สาขาพัทยา โทร. 038 051 555