Home Blog Page 220

เผยโฉม ‘มาเซราติ จีที2’ ก่อนประเดิมสนามแรกในรายการ ฟานาเทค จีที2 ยูโรเปียน ซีรีส์ 2023

0

มาเซราติ เผยโฉมซูเปอร์คาร์ทรงพลังตัวแข่งรุ่นล่าสุด ‘มาเซราติ จีที2’ (Maserati GT2) เป็นครั้งแรกที่รายการเอ็นดูรานซ์ สปา 24 ชั่วโมง (24 Hours of Spa) หนึ่งในการแข่งรถยนต์สุดเร้าใจในฤดูกาลมอเตอร์สปอร์ตระดับนานาชาติ

หลังการปรับแต่งและวิ่งทดสอบช่วงต้นเดือนมีนาคม ค่ายครีศูลก็พร้อมเผยโฉมสุดยอดเทคโนโลยีที่จะเป็นเพชรประดับวงการด้วยสมรรถนะโดดเด่น และจะนำพาแบรนด์มาเซราติกลับสู่บัลลังก์การแข่งรถยนต์จีทีอีกครั้ง หลังจากที่ มาเซราติ เอ็มซี 12 (Maserati MC12) ครองตำแหน่งจ้าวสังเวียนระหว่างปี 2005-2010 มาแล้ว

มาเซราติ จีที2 เกิดจากการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ด้วยการพัฒนาขึ้นจากจุดเด่นของรุ่น เอ็มซี 12 การสะท้อนศักยภาพแห่งความเร็วของซูเปอร์คาร์ มาเซราติ เอ็มซี 20 (Maserati MC20) ด้วยการนำขุมพลัง เน็ททูโน วี 6 (Nettuno V6) 621 แรงม้า มาปรับแต่งจนถึงขีดสุด พร้อมเปิดตำนานบทใหม่ของค่ายตรีศูลในวงการมอเตอร์สปอร์ต

มาเซราติ จีที2 ถูกออกแบบและสร้างขึ้นเป็นพิเศษสำหรับทีมแข่งอิสระ เป็นการรวมความเป็นที่สุดจากอดีต นวัตกรรมล้ำสมัย ความสปอร์ต และจุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ทั้งในสนามแข่งและบนท้องถนนทั่วไปของรถยนต์จากค่ายตรีศูล โดยจะลงแข่งในคลาสจีที2 และจะประเดิมสนามแรกในช่วงท้ายของฤดูกาลแข่ง ฟานาเทค จีที ยูโรเปียน ซีรีส์ 2023 (2023 Fanatec GT European Series) และจะลงแข่งตลอดฤดูกาล 2024

ดาวิด กราซโซ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มาเซราติ กล่าวว่า “ดีเอ็นเอและจิตวิญญาณของ มาเซราติ คือ การแข่งรถยนต์ เราเริ่มต้นจากสนามแข่งก่อนจะมาสู่ท้องถนน การตัดสินใจที่จะหวนคืนสู่สนามแข่ง ต้องอาศัยการวางกลยุทธ์ที่ดี ปีนี้เราเปิดตัวด้วยการลงแข่งฟอร์มูลา อี (Formula E) และจะหวนคืนสนามจีทีอีกครั้ง วันนี้เรามีความพร้อมที่จะปลุกจิตวิญญาณและความมุ่งมั่นแห่งการแข่งรถ ซึ่งเป็นเสมือนตัวตนที่ช่วยผลักดันให้เราก้าวไปสู่ความสำเร็จ”

ค่ายตรีศูลเฉลิมฉลองการหวนคืนสู่สังเวียน จีที ด้วยสุดยอดยนตรกรรมที่เกิดจากความร่วมมือด้านความสร้างสรรค์ผสานการออกแบบของศูนย์นวัตกรรมมาเซราติ (Maserati Innovation Lab) เดอะ เซนโทรสไตล์ มาเซราติ (The Centro Stile Maserati) และความเป็นเลิศทางเทคโนโลยีของไดนามิค ซิมูเลเตอร์

ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย เสริมความแข็งแกร่งทีมผู้บริหาร แต่งตั้ง วัลลภ เฉลิมวงศาเวช ในตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ

0

ฮุนได เดินหน้ารุกวงการยานยนต์ไทย เสริมความแข็งแกร่งในการดำเนินงาน ด้วยการแต่งตั้ง นายวัลลภ เฉลิมวงศาเวช ให้ดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการของ ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) โดยมีผลตั้งแต่วันที่ กรกฎาคม 2566 นับเป็นหนึ่งในทีมผู้บริหารชาวไทยที่จะมาผนึกกำลังร่วมกับ ทีมผู้บริหารมากฝีมือจากเกาหลีใต้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันฮุนได สู่การบรรลุเป้าหมายในการพัฒนาและสร้างประสบการณ์ใหม่จากแบรนด์ฮุนได

นายวัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับความไว้วางใจจาก ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) ให้เป็นส่วนหนึ่งของทีมผู้บริหารระดับสูง โดยผมพร้อมนำความรู้และความ สามารถที่สะสมจากการทำงาน ในวงการรถยนต์อย่างต่อเนื่องมาปรับใช้ เพื่อร่วมขับเคลื่อนแบรนด์ฮุนไดสู่การเติบโตอย่างต่อ เนื่องและยั่งยืนในตลาดแห่งนี้

ผมมั่นใจในศักยภาพของรถยนต์ฮุนไดว่า จะครองใจผู้บริโภคชาวไทยได้ไม่ยาก เพราะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์อันหลากหลายด้วยคุณภาพสมรรถนะ และเทคโนโลยีขั้นสูงระดับแนวหน้าของวงการ ที่สำคัญ ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) มี ฮุนได มอเตอร์  คอมพานี เป็นบริษัทแม่โดยตรงจากเกาหลีใต้ ซึ่งประสบความสำเร็จในการทำตลาดมาแล้วทั่วโลก พิสูจน์ได้จากยอดขายรถยนต์ระดับแนวหน้าในหลายประเทศ ไม่ใช่เพียงแค่ในประเทศบ้านเกิดเท่านั้น” นายวัลลภ กล่าว 

นายวัลลภ มีประสบการณ์การทำงานในอุตสาหกรรมรถยนต์ของประเทศไทยมานานกว่า 20 ปี โดยได้รับความไว้วางใจจากบริษัทรถยนต์ชั้นนำให้บริหารงานมาแล้วในหลากหลายด้าน ทั้งยังมีผลงานสำเร็จเป็นที่ประจักษ์มากมาย พิสูจน์ให้เห็นถึงความ สามารถและความเข้าในวงการรถยนต์ไทยเป็นอย่างดี โดย ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) มั่นใจว่าการแต่งตั้ง นายวัลลภ จะเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญของการสร้างความสำเร็จให้กับบริษัทฯ

วิริยะประกันภัย ร่วมกับ สตช. และภาคีเครือข่าย มอบรางวัลพลเมืองดี “อาสาตาจราจร” ประจำเดือน พฤษภาคม 2566

0

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย นางสาวกานดา วัฒนายิ่งสมสุข ที่ปรึกษาฝ่ายสื่อสารองค์กร ผู้แทนจาก บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) นายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ ภาคีเครือข่าย จส.100 และสวพ.91 ร่วมแถลงผลการมอบรางวัลและเกียรติบัตร โครงการอาสาตาจราจร ประจำเดือน พฤษภาคม 2566 ให้แก่เจ้าของคลิปที่ได้รับคัดเลือก จำนวน 20 รางวัล ณ ห้องสารสิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

สำหรับโครงการอาสาตาจราจร เป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) มูลนิธิเมาไม่ขับ และภาคีเครือข่าย เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมกันเป็นพลเมืองดี “อาสาตาจราจร” มุ่งหวังให้ผู้ใช้รถใช้ถนนตระหนักรู้และลดพฤติกรรมเสี่ยงนำไปสู่การขับขี่ปลอดภัย พร้อมเคารพและปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัดไม่สร้างความเดือดร้อนและมีน้ำใจให้กับเพื่อนร่วมทาง ทั้งนี้ประชาชนที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม สามารถส่งคลิปการกระทำความผิดทางจราจร ผ่านหลากหลายช่องทาง ได้แก่ เพจตำรวจทางหลวง, เพจกองบังคับการตำรวจจราจร, มูลนิธิเมาไม่ขับ, ศูนย์โซเชี่ยลมีเดีย ศปก.ตร., จส.100 และสวพ.91 โดยในแต่ละเดือนจะพิจารณาคัดเลือกคลิปที่เป็นการกระทำผิดกฎหมายจราจรสำคัญหรือคดีอุบัติเหตุจราจร และคลิปนั้นใช้เป็นหลักฐานดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดได้ตามกฏหมาย เดือนละ 10 รางวัล รางวัลที่ 1 จำนวน 20,000 บาท รางวัลที่ 2 จำนวน 10,000 บาท รางวัลที่ 3 จำนวน 6,000 บาท และรางวัลชมเชย 7 รางวัลๆ ละ 2,000 บาท รวม 50,000 บาทต่อเดือน ซึ่งวิริยะประกันภัย เป็นผู้สนับสนุนเงินรางวัลดังกล่าว

“ลมหายใจไร้มลทิน” จับมือ “ดย.” ชวนเด็ก และเยาวชนส่งผลงานประกวด ชิงทุนการศึกษาปี 2566

0

มูลนิธิลมหายใจไร้มลทิน ร่วมกับ กรมกิจการเด็กและเยาวชน ชวนเด็ก และเยาวชน ส่งผลงานร่วมรณรงค์สร้างค่านิยมซื่อสัตย์สุจริต กับการประกวด 4 ประเภท ได้แก่ เรียงความ ร้องเพลง วาดภาพ และ VDO Clip ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ตุลาคม 2566

มูลนิธิลมหายใจไร้มลทิน ก่อตั้งเมื่อปี 2550 โดยบริษัท สื่อสากล จำกัด ผู้จัดงาน “มหกรรมยานยนต์” และได้รับการสนับสนุนจาก กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมรณรงค์ปลูกฝังค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริตให้แก่เด็กและเยาวชน อย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

ปีนี้จึงขอเชิญชวนเด็ก และเยาวชนที่กำลังศึกษา ตั้งแต่ระดับปฐมวัย ถึงอุดมศึกษา ส่งผลงานเข้าร่วมการประกวด ภายใต้แนวคิดหลักของโครงการ “จะคิด ทำ สอนอย่างไร” เพื่อเสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต และชิงทุนการศึกษามูลค่ารวมกว่า 300,000 บาท พร้อมประกาศนียบัตร โดยการประกวดแบ่งเป็น 4 ประเภท ได้แก่

  1. ประกวดเรียงความเสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต หัวข้อ “ถ้าประเทศไทยปราศจากคอร์รัปชัน”
  2. ประกวดร้องเพลงประกอบดนตรี เพลง “คิดดี ทำดี” และเพลง “ด้วยลมหายใจที่ไร้มลทิน”
  3. ประกวดวาดภาพศิลปะสะท้อนค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต หัวข้อ “สังคมเข้มแข็ง ลมหายใจยั่งยืน”
  4. ประกวด VDO Clip สะท้อนค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต หัวข้อ “ซื่อสัตย์สุจริต ชีวิต New Normal”

เด็ก และเยาวชน ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดรายละเอียดกิจกรรมพร้อมสมัคร ตั้งแต่วันนี้ถึงวันอังคารที่ 31 ตุลาคม 2566 สอบถามรายละเอียดที่ lomhaijai.org หรือ www.dcy.go.th โทรศัพท์      0-2055-8444 ต่อ 316, 318

“ซีพี โฟตอน” เชิญชวนสัมผัสจริง! รถบรรทุกไฟฟ้า TM iBlue 45 ณ โซน EV Test Drive ในงาน FAST Auto Show & EV Expo 2023

0

บริษัท ซีพี โฟตอน เซลส์ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถบรรทุกและรถบัส แบรนด์ “FOTON” แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยร่วมกับ FAST Auto Show & EV Expo 2023 นำสุดยอดนวัตกรรมรถบรรทุกไฟฟ้า ขนาด 4 ล้อ รุ่น “TM iBlue 45” ร่วมเป็นไฮไลท์พิเศษ ให้ผู้ที่เข้าชมงานได้ทดลองขับอย่างใกล้ชิด  ณ ฮอลล์ 102 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ระหว่างวันที่ 5-9 กรกฎาคม 2566 นี้

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

นายกฤษณะ เศรษฐธรางกูร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี โฟตอน เซลส์ จำกัด เผยว่า “จากกระแสเติบโตของเทรนรถอีวีในกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจ ที่มุ่งเน้นการหาโซลูชั่นเพื่อเพิ่มความคุ้มค่าในการควบคุมต้นทุนและส่งเสริมภาพลักษณ์การเป็นผู้ประกอบการชั้นนำ ทำให้แบรนด์โฟตอน ในฐานะเป็น The Future of Truck แห่งยุค ได้รับความสนใจเป็นอันดับต้น ๆ ของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรุ่น TM iBlue 45 รถบรรทุกไฟฟ้า 4 ล้อ อัจฉริยะงานขนส่งขนาดกลาง – เล็ก ถือเป็นอีกหนึ่งโปรดักส์เรือธงที่ ซีพี โฟตอน มุ่งมั่นทำตลาดในปีนี้ บริษัทฯ จึงได้ร่วมกับ ผู้จัดงาน FAST Auto Show & EV Expo 2023 นำ รถบรรทุกไฟฟ้า 4 ล้อ “TM iBlue 45” มาร่วมเป็นยานยนต์ทดลองขับ จุใจตลอด 5 วันของการจัดงาน  ณ  โซน EV Test Drive ฮอลล์ 102 ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนทดลองขับได้ที่จุดลงทะเบียนทดลองขับฟรี! และพิเศษ! สำหรับท่านที่ร่วมทดลองขับ 50 ท่านแรก ลุ้นรับ…ปลอกแขนกันแดด มูลค่า 200 บาท เป็นของที่ระลึกอีกด้วย”

สนใจสอบถามรายละเอียดผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ผู้แทนจำหน่ายยานยนต์เพื่อการพาณิชย์แบรนด์ “โฟตอน” ทั่วประเทศ หรือเสิร์จหาข้อมูลได้ที่ www.cpfoton.co.th หรือโทร Hotline : 02-826-9880 ได้ตลอด   24 ชั่วโมง

“ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย” เดินหน้าสร้างแบรนด์ พร้อมเปิดตัว เครต้ารุ่นพิเศษ ผลิตจำนวนจำกัด ในราคา 789,000 – 959,000 บาท

0
ฮุนได เครต้า ภาพเปิด

ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) ดำเนินธุรกิจอย่างเป็นทางการในประเทศไทย เข้าสู่เดือนที่ 3 โดยยังมุ่งมั่นที่จะสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่า บริษัทฯ พร้อมให้การดูแลลูกค้าเป็นอย่างดีด้วยมาตรฐานที่สูงตามความคาดหวัง ทั้งในด้านของบริการฝ่ายขายและหลังการขาย

นอกจากนั้น ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) ยังมีจุดประสงค์ที่จะสร้างแบรนด์ ที่สร้างประสบการณ์ใหม่ตามความต้องการและไลฟ์สไตล์ของลูกค้าแต่ละราย หลังบริษัทเดินหน้าการปรับเปลี่ยนรูปแบบกิจการ จากการเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์สู่การเป็นผู้นำในด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี ซึ่งเป็นสิ่งที่ฮุนไดมีชื่อเสียงในตลาดอื่นรวมถึงประเทศไทย

นายเจ กิว จอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว“ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย มุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ใหม่ และเป็นเพื่อนที่ตอบโจทย์ด้านไลฟ์สไตล์ให้กับลูกค้าของบริษัท”

ฮุนได เครต้า 1

เพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ดังกล่าว บริษัทได้เปิดตัวสตาร์เกเซอร์ รถยนต์เอ็มพีวี 6 ที่นั่งคันแรกในกลุ่ม ซึ่งมาพร้อมกับการออกแบบอันมีเอกลักษณ์ ทั้งยังมีห้องโดยสารกว้างขวาง และอัดแน่นด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก รวมถึงระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่หลายรายการ ทำให้รถยนต์คันนี้เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์อย่างแท้จริง

ในวันนี้ บริษัทเดินหน้าเปิดตัว เครต้า “แบล็ก อิดิชั่น” รุ่นใหม่ พร้อมเครต้าในรุ่นสีทูโทน โดยมีให้เลือกทั้งหมด 4 รุ่นย่อย ซึ่งผ่านการปรับปรุงเพิ่มอุปกรณ์และความสดใหม่ ทั้งยังมีราคาที่น่าเป็นเจ้าของ เพื่อสานต่อความสำเร็จของเครต้า ที่เปิดตัวไปได้ไม่นานและได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี จากลูกค้าในหลายประเทศรวมถึงภูมิภาคเอเชีย ด้วยดีไซน์โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์, สมรรถนะการขับขี่, ทางเลือกในการตกแต่ง และประโยชน์ใช้สอย

ฮุนได เครต้า 2

นายจอง กล่าว “ฮุนไดพร้อมเดินหน้าเปิดตัวนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ใหม่ และเติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ ส่วนเครต้ารุ่นใหม่นั้น จะมาเสริมทัพทางเลือกผลิตภัณฑ์ของเราให้มีความหลากหลายยิ่งขึ้น และตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าได้มากกว่าที่เคย”

ด้วยแท็กไลน์ล่าสุด “สตาร์ท ให้ชีวิตสมาร์ท” [Start Your Smart Life] บริษัทต้องการนำเสนอรถยนต์ฮุนไดหลากหลายรุ่น ที่มีคุณลักษณะเพียบพร้อมด้วยสมรรถนะ, ประโยชน์ใช้สอย, ความสะดวกสบาย และความปลอดภัย ทั้งหมดนี้ยังอยู่ในราคาที่คุณเป็นเจ้าของได้

ฮุนได เครต้า “แบล็ก อิดิชั่น” รุ่นใหม่ ออกแบบขึ้นอย่างแตกต่าง เพื่อผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ซึ่งสื่อถึงอิสระและความเป็นเอกลักษณ์ โดยมากับการตกแต่งในโทนสีดำทั้งหมด พร้อมด้วยอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้ขับขี่หลายรายการ เพื่อยกระดับความมั่นใจในการขับขี่

ฮุนได เครต้า 3

ตกแต่งพิเศษด้วยกระจังหน้าสีดำ พร้อมไฟดีอาร์แอลแบบ hidden-type, โลโก้กระจังหน้าสีโมโนโครม, ช่องลมกันชนหน้าและซี่กระจังหน้าสีดำ และราวหลังคาสีดำ ด้านข้างเสริมความเข้มด้วยคิ้วหลังคา C-pillar พร้อมล้อขนาด 17 นิ้ว สีดำ และที่พิเศษสุดคือ สีดำ มิดไนท์ แบล็ก เพิร์ล ซึ่งมีให้เลือกในรุ่น ฮุนได เครต้า “แบล็ก อิดิชั่น” เท่านั้น ไม่เพียงแค่นั้น ยังมีการติดตั้งเครื่องเสียง BOSE มาเป็นพิเศษอีกด้วย

ฮุนได เครต้า 5

นอกจาก “แบล็ก อิดิชั่น” แล้ว ฮุนได เครต้า ยังมีรุ่นสีตัวถังทูโทนให้เลือก สงวนสิทธิ์เฉพาะรุ่นย่อย สมาร์ท, สไตล์ และ สไตล์ พลัส เท่านั้น โดยผสานหลังคาสีดำเข้ากับสีตัวถังที่มีให้เลือกอย่างลงตัว ประกอบด้วย สีขาว ครีมมี่ ไวท์ เพิร์ล, สีเงิน แม็กเนติก ซิลเวอร์ และ สีแดง ดรากอน เรด เพิร์ล ในขณะที่รุ่นย่อย เทรนด์ จะมีสีตัวถังให้เลือกเพียงสีเดียวกับ สีขาว ออพติก ไวท์

โดดเด่นไม่เหมือนใครด้วยการผสานเส้นสายตัวถังเฉียบคม เข้ากับกราฟฟิกอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งแฝงอยู่ในแต่ละองค์ประกอบ ทั้งยังมีแนวหลังคาเรียบและเสาหลังคา C-pillar ขนาดใหญ่ เสริมความมั่นคง ส่วนห้องโดยสารออกแบบมาโดยเน้นความพรีเมี่ยมและทันสมัย เติมเต็มรถยนต์เอสยูวีคันนี้ให้สมบูรณ์จากทุกมุมมอง

ฮุนได เครต้า 6

ฮุนได เครต้า มาพร้อมกับกระจังหน้าแบบ พาราเมทริก เจเวล กริล อันเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์การออกแบบจากฮุนได แบบ พาราเมทริก ไดนามิกส์ ซึ่งผสานกระจังหน้าและโคมไฟเข้าเป็นชิ้นส่วนเดียวกันอย่างแนบเนียน จนแยกส่วนกันไม่ออกเมื่อดับไฟหน้า ส่วนไฟท้ายมาในรูปทรงของบูมเมอแรง และไฟเบรกแบบ HMSL

อีกหนึ่งอัตลักษณ์ดีไซน์ของ ฮุนได เครต้า คือกระจกบานหน้าที่ดีไซน์มาให้โอบล้อมห้องโดยสาร มอบทัศนวิสัยกว้างขวาง และให้ความรู้สึกปกป้องผู้โดยสารในเวลาเดียวกัน ปิดท้ายด้วยล้อขนาด 17 นิ้ว สีไดมอนด์คัท เสริมภาพลักษณ์สปอร์ต

ห้องโดยสารมาพร้อมกับความพรีเมี่ยม โดยด้านหน้าจัดวางให้แดชบอร์ดทอดตัวยาวถึงแผงประตูในลักษณะเดียวกับรูปทรงของปีกนก เสริมภาพลักษณ์หนักแน่นและเต็มไปด้วยพลัง ทั้งยังให้ความรู้สึกปกป้องผู้โดยสารที่ดีกว่า ส่วนหน้าจอสัมผัสมีขนาด 8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อผ่าน แอนดรอยด์ ออโต้ และ แอปเปิ้ล คาร์เพลย์ นอกจากนั้น ฮุนได เครต้า ยังมีองค์ประกอบการออกแบบอื่นที่เป็นเอกลักษณ์อีกหลายส่วนทั้ง ช่องลำโพงแบบสามมิติ, หัวเกียร์ตกแต่งสีเงิน, ไฟส่องสว่าง แอมเบียนไลท์ และ หลังคาพาโนรามิคซันรูฟควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า ยกระดับความหรูสู่อีกขั้น

ฮุนได เครต้า 8

ฮุนได เครต้า 9

สำหรับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากับระบบ พุช สตาร์ท, มาตรวัดดิจิตอล ขนาด 10.25 นิ้ว, ระบบแจ้งแรงดันลมยางอัตโนมัติ, เบรกมือไฟฟ้าพร้อมระบบ Auto Hold, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ และแท่นชาร์จไร้สาย นอกจากนั้น ยังมีระบบสตาร์ทเครื่องยนต์จากรีโมท

ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 115 แรงม้า ที่ 6,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 144 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติแบบไอวีที ตอบโจทย์ทั้งสมรรถนะการขับขี่และความประหยัดเชื้อเพลิง ฮุนได เครต้า ยังสามารถปรับรูปแบบการขับขี่ได้ 4 แบบ ประกอบด้วย นอร์มอล, อีโค, สปอร์ต และ สมาร์ท อีกทั้งยังมีระบบป้องกันล้อหมุนฟรี Traction Control

ฮุนได เครต้า 10

ช่วงล่างด้านหน้าแบบแม็คเฟอร์สันสตรัท ส่วนช่วงล่างด้านหลังเป็นแบบทอร์ชั่นบีม ส่งผลให้เครต้าขับขี่ได้อย่างมั่นคงและมั่นใจ บนทุกสภาพถนน

ฮุนได เครต้า มาพร้อมกับระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง ADAS ซึ่งควบรวมเทคโนโลยีล้ำยุคเอาไว้หลายรายการใน ฮุนได สมาร์ทเซนส์ ซึ่งมีทั้งระบบช่วยเตือนและเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ FCA, ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตา BCW, กล้องมองภาพด้านหลัง, ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LKA, ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน LFA, ระบบช่วยเตือนและเบรกอัตโนมัติขณะถอยหลัง RCCA, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA, ระบบปรับระดับไฟสูงอัตโนมัติ, ระบบป้องกันการเปิดประตูเมื่อมีรถวิ่งมาด้านข้าง SEW และ ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้า DAW

มั่นใจในการปกป้องเพราะติดตั้งถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง และได้รับคะแนนความปลอดภัยระดับ 5 ดาว จากมาตรฐานทดสอบการชน ASEAN NCAP

ฮุนได เครต้า “แบล็ก อิดิชั่น” จำนวนจำกัดเพียง 50 คัน โดยฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) คาดว่าจะได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี และจำหน่ายหมดอย่างรวดเร็ว รุ่นสีทูโทนจะพร้อมให้ลูกค้าสัมผัสและทดลองขับ ผ่านเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทาง การทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม 2566 สำหรับราคาจำหน่ายของอยู่ระหว่าง 789,000 – 899,000 บาท โดยราคาของรุ่น “แบล็ก อิดิชั่น” จะอยู่ที่ 959,000 บาท

ฮุนได เครต้า 12

เพื่อให้คุณเป็นเจ้าของ ฮุนได เครต้า ได้ง่ายขึ้น บริษัทฯ ขอมอบข้อเสนอสุดพิเศษทั้ง ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี, ฟรีค่าแรงเช็คระยะ 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร* และ ฟรีการรับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร* นอกจากนั้น ยังมีข้อเสนอการเงินให้คุณเลือกในแบบที่ใช่ ทั้งดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.49%** หรือ เงินดาวน์เริ่มต้นที่ 74,999 บาท***

** ดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.49% ภายใต้เงื่อนไข เงินดาวน์ 25% และผ่อนชำระเป็นเวลา 48 เดือน
*** เงินดาวน์เริ่มต้น 74,999 บาท ภายใต้เงื่อนไข ผ่อนชำระเป็นเวลา 84 เดือน

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถศึกษาได้จากเวปไซต์ hyundai.com/th/th ทั้งยังมีบริการจองรถยนต์ฮุนไดผ่านช่องทางออนไลน์ Cl!ck to Buy ซึ่งพร้อมให้บริการท่านแล้ววันนี้ที่ buyonline.hyundai.com

 

 

 

 

 

 

“อีซูซุ” นำ “เดอะนิว มิว-เอ็กซ์ รุ่นพิเศษ! Phantom Collection” และ “อีซูซุ ดีแมคซ์ MAGIC EYEs” ร่วมงาน “Fast Auto Show Thailand & EV Expo 2023

0
ISUZU in Fast Auto Show 2023 Pic Open

บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ส่งทัพยนตรกรรม ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ จัดแสดงเต็ม รวมทั้งสิ้น 7 คัน ทั้งเดอะนิว มิว-เอ็กซ์ รุ่นพิเศษ! Phantom Collection และ อีซูซุ ดีแมคซ์ MAGIC EYEsพร้อมรถโชว์แต่งพิเศษ “เดอะนิว อีซูซุ มิว-เอ็กซ์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ รุ่น Active แต่งสไตล์สปอร์ต และ “ใหม่! อีซูซุ วี-ครอส 4×4” ปิกอัพ สปอร์ตออฟโรด ตกแต่งด้วยคอนเซ็ปต์จากภาพยนตร์โฆษณา “Isuzu V-Cross 4×4 Master of All Roads season 2…ลุย! ท้าโลก” ในงาน FAST Auto Show Thailand & EV Expo 2023 ระหว่างวันที่ 5 – 9 กรกฎาคมนี้ ณ บูธอีซูซุ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

กลุ่มตรีเพชร โดย นายวิชัย สินอนันต์พัฒน์ กรรมการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า “อีซูซุได้ขนทัพยนตรกรรมครบรุ่น รวมทั้งสิ้น 7 คัน มาร่วมโชว์ในงานฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ แอนด์ อีวี เอ็กซ์โป 2023 นำโดย“เดอะนิว มิว-เอ็กซ์ รุ่นพิเศษ! Phantom Collection” และ “อีซูซุดีแมคซ์ MAGIC EYEs” พร้อมรถโชว์แต่งพิเศษ เดอะนิว มิว-เอ็กซ์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ รุ่น Active ขับเคลื่อน 2 ล้อ สี Dolomite White Pearl ตกแต่งสไตล์สปอร์ต และใหม่! อีซูซุ วี-ครอส 4×4” ปิกอัพ สปอร์ตออฟโรด แต่งด้วยคอนเซ็ปต์เดียวกับภาพยนตร์โฆษณา “Isuzu V-Cross 4×4 Master of All Roads season 2…ลุย! ท้าโลก” เรียกได้ว่าตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต โดยผู้ที่สนใจสามารถสัมผัสรถยนต์อีซูซุได้อย่างใกล้ชิด พร้อมทดลองขับได้ในงาน รวมถึงรับข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับผู้ที่จองรถอีซูซุในงานนี้อีกด้วย”

Isuzu in Fast auto show 2023 1
โดย รถยนต์อีซูซุที่นำมาจัดแสดงในงาน FAST Auto Show Thailand & EV Expo 2023 รวมทั้งสิ้น 7 คัน มีดังนี้

รถโชว์แต่งพิเศษ
-เดอะนิว อีซูซุ มิว-เอ็กซ์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ รุ่น Active ขับเคลื่อน 2 ล้อ สี Dolomite White Pearl แต่งเอาใจสายสปอร์ตหรูด้วยล้ออัลลอย Vegas Wheel ขนาด 9×18 นิ้ว คู่กับยางสปอร์ต Toyo Tires รุ่น ST-3 ขนาด 265/60 R18 เสริมความมั่นใจทุกการขับขี่ด้วยชุดโหลดช่วงล่าง Explorer รุ่น Race Series แบบสตรัทปรับเกลียว พร้อมคอยล์สปริง ตามสไตล์สปอร์ตหรู

Isuzu in Fast auto show 2023 6
-ใหม่! อีซูซุ วี-ครอส 4×4 รุ่น 4 ประตู 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ “Master of All Roads” เช่นเดียวกับรถที่ใช้ในการถ่ายทำ “Isuzu V-Cross 4×4 Master of All Roads Season 2…ลุย! ท้าโลก” แต่งพิเศษเพื่อสาย Adventure มาพร้อมกับ Nudge Bar กันชนหน้าแบบเหล็ก เสริมการปกป้องด้านหน้า ช่วงล่างเสริมสมรรถนะด้วยชุดโช้คอัพสปริงและแหนบ ยกความสูง 2 นิ้ว ล้ออัลลอย MKD 4 ขนาด 9×18 นิ้ว พร้อมยาง Toyo Tires รุ่น R/T (Rough Terrain) ขนาด 265/60 R18

Isuzu in Fast auto show 2023 2

รุ่นมาตรฐานโรงงาน
-ใหม่! อีซูซุ ดีแมคซ์ MAGIC EYEs รุ่นไฮแลนเดอร์ 4 ประตู 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ เกรด M สีเทา Islay Gray Opaque รถปิกอัพยกสูงยอดนิยม มาพร้อมกับความคุ้มค่า ประหยัดน้ำมันขั้นสุด โดดเด่นกับกระจังหน้าแบบ Double Dimensions พร้อมไฟท้ายดีไซน์โทนสีเข้ม เท่ เต็มอารมณ์สปอร์ต และกันชนท้าย Integrated Bumper ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ภายในห้องโดยสารหรูหรา มาพร้อมกับระบบความบันเทิง ISUZU Ultimate Entertainment รองรับระบบ Android Auto และ Wireless Apple CarPlay* และเบาะนั่งดีไซน์โอบกระชับ พร้อมเทคโนโลยี COOL MAX ช่วยลดการสะสมความร้อน และเบาะนั่งคู่หน้าเทคโนโลยี AVEC ซับแรงสั่นสะเทือนลดความเมื่อยล้า มั่นใจยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยีเพื่อระบบความปลอดภัย ADAS (Advanced Driver Assistance Systems) ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมกล้องหน้าคู่ 3D Imaging Stereo Camera ที่ทำหน้าที่เสมือนดวงตาคู่อัจฉริยะ คอยตรวจจับวัตถุด้านหน้าแบบ Real Time ได้อย่างชัดเจน ครั้งแรกของวงการรถปิกอัพเมืองไทย พร้อมเรดาร์ 2 จุด และเซ็นเซอร์ 8 จุดรอบคัน เปลี่ยนทุกเส้นทางการผจญภัย ให้เป็นเส้นแห่งทางความปลอดภัยที่ผู้ใช้รถอีซูซุจะมั่นใจได้สูงสุด

Isuzu in Fast auto show 2023 4

-ใหม่! อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ รุ่น SPEED 2 ประตู 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ สีดำ Bavarian Black Mica โดดเด่นกระแทกใจ เติมเต็มอารมณ์สปอร์ตเรซซิ่งด้วย ใหม่! สเกิร์ตหน้าลายเคฟลาร์ มาพร้อมชุดแต่งรอบคัน โดดเด่น สะดุดตา ดีไซน์เบาะนั่ง ทูโทนสีดำแดง ทรงสปอร์ต โอบกระชับ พร้อมสัญลักษณ์ X สีแดงสุดเท่ที่ เบาะคู่หน้า
-ใหม่! อีซูซุ ดีแมคซ์ รุ่นแค็บโฟร์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ เกรด L-DA เกียร์ AT สีขาว Siberian White ตอบสนองความคุ้มค่าด้วย Option ที่เหนือกว่า ด้วยหน้าจอระบบสัมผัส Infotainment Display ขนาด 7 นิ้ว รองรับระบบ Android Auto และ Wireless Apple CarPlay คมชัดระดับ HD ใช้งานง่าย พร้อมกล้องมองภาพด้านหลังขณะถอยจอด เพิ่มความปลอดภัย และสะดวกสบาย
-เดอะนิว มิว-เอ็กซ์ รุ่นพิเศษ! “PHANTOM COLLECTION” 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ รุ่น Ultimate สีใหม่ Islay Gray Opaque มาในคอนเซ็ปต์ “สะท้อนอินเนอร์คุณ…กับหมุดหมายที่แตกต่าง” เสริมความสปอร์ตหรูอย่างลงตัวด้วยภายในโทนสีดำ และภายนอกเร้าใจกับล้ออัลลอย Gloss Black ขนาด 20 นิ้ว พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ไร้ขีดจำกัด

-เดอะนิว มิว-เอ็กซ์ รุ่น Ultimate 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ ขับเคลื่อน 4 ล้อ สี Glacier Blue Mica ภายในกว้างขวางในโทนสี Macchiato Brown สีน้ำตาลเทาสลับสีน้ำตาลเข้มให้อารมณ์นุ่มลึก เพิ่มอารมณ์หรูด้วยวัสดุ Piano Black และ Chrome เต็มเปี่ยมด้วยเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย ADAS แบบมีกล้องหน้าคู่ 3D Imaging Stereo Camera พร้อมเรดาร์ 2 จุด และเซ็นเซอร์ 8 จุดรอบคัน สะดวกสบายยิ่งกว่าด้วย ฝาท้าย Smart Tailgate แบบ Step Sensor สนุกกับการใช้ชีวิตที่หลากหลายควบคู่ไปกับการใช้งานอเนกประสงค์ระดับหรูหรา โดดเด่น เข้ม เต็มอารมณ์สปอร์ต แตกต่างจากรถอเนกประสงค์ที่คุณเคยสัมผัสอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

พร้อมกันนี้อีซูซุยังได้เตรียมข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับผู้ที่สนใจเลือกซื้อรถ ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บูธอีซูซุในงาน FAST Auto Show Thailand & EV Expo 2023 ระหว่างวันที่ 5 – 9 กรกฎาคมนี้ หรือ ที่โชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศ ติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ http://www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai

ฮอนด้า เปิดตัว “ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่” ซิตี้คาร์ยอดนิยม ยกระดับความสปอร์ตพรีเมียม เพิ่มรุ่นย่อยใหม่ e:HEV SV พร้อม Honda SENSING ในทุกรุ่น

0
ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ ภาพเปิด

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ ซิตี้คาร์ยอดนิยม คำตอบของความสมบูรณ์แบบในวันนี้ ยกระดับความสปอร์ตยิ่งขึ้นด้วยดีไซน์ใหม่รอบคัน โฉบเฉี่ยวในทุกมุมมอง พร้อมฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ กับขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV ที่ผสานการทำงานอันทรงพลังร่วมกันของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว กับเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ที่มีประสิทธิภาพสูง ทรงพลัง และให้อัตราการประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม 27.8 กิโลเมตร/ลิตร และขุมพลัง VTEC TURBO 1.0 ลิตร ที่มอบกำลังสูงสุด 122 แรงม้า ขับสนุกพร้อมตอบสนองทุกการเดินทาง และประหยัดน้ำมันสูงถึง 23.8 กิโลเมตร/ลิตร มั่นใจทุกการขับขี่กับเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) ที่ติดตั้งในทุกรุ่นย่อย และเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบายและความปลอดภัยอื่น ๆ* ที่พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ให้คุณเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้นด้วยข้อเสนอพิเศษ ดอกเบี้ย 2.09%** พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี** และเฉพาะรุ่น e:HEV เพิ่มการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดเป็น 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง** เมื่อจองและรับรถตั้งแต่ 5 กรกฎาคม 2566 – 30 กันยายน 2566** ลูกค้าที่สนใจสามารถพบกับ “ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่” ในงานฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ แอนด์ อีวี เอ็กซ์โป 2023 ตั้งแต่วันที่ 5 – 9 กรกฎาคม 2566 หรือสัมผัสและทดลองขับได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม 2566 เป็นต้นไป

นายฮิเดโอะ คาวาซากะ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เป็นเวลาเกือบ 3 ทศวรรษที่ ฮอนด้า ซิตี้ ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับซิตี้คาร์ในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง และได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากลูกค้ามาโดยตลอด ด้วยยอดขายสะสมเกือบ 800,000 คัน นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย ทำให้ ฮอนด้า ซิตี้ เป็นแบรนด์ยอดนิยมที่อยู่ในใจลูกค้าเสมอมา ในวันนี้ผมเชื่อมั่นว่า ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ ได้ปรับโฉมใหม่ ด้วยดีไซน์ภายนอกที่เสริมความสปอร์ตพรีเมียมยิ่งขึ้น และภายในที่กว้างขวาง สะดวกสบายในทุกที่นั่ง โดยรุ่น e:HEV จะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยมในชีวิตประจำวันให้กับลูกค้าได้อย่างไร้กังวล และยังให้อัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม และรุ่น TURBO ที่พร้อมตอบโจทย์ การใช้งานด้วยการขับขี่ที่แรง เร้าใจ และสะดวกสบายเกินคลาส โดยทุกรุ่นย่อยยังมาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ซึ่งเมื่อลูกค้าได้สัมผัส ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ จะต้องประทับใจในความครบครันของรถซิตี้คาร์รุ่นนี้อย่างแน่นอน”

Honda City 2023 1

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ ที่สุดของยนตรกรรมซิตี้คาร์ ที่จะทำให้ทุกวันของคุณสมบูรณ์แบบมาพร้อมคุณค่าที่ยกระดับซิตี้คาร์ไปอีกขั้น กับ 2 ขุมพลังทางเลือก เพื่อตอบโจทย์การขับขี่ที่ลงตัวกับทุกไลฟ์สไตล์อีกทั้งยังขับสนุกและประหยัดน้ำมัน ที่มาพร้อม Honda SENSING ในทุกรุ่นย่อย

Honda City 2023 2

เพิ่มเติมฟังก์ชันใหม่ ด้วยระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (with Low-Speed Follow: with LSF) มีเฉพาะในรุ่น e:HEV SV และ e:HEV RS ครบครันด้วยความปลอดภัย อาทิ ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch)* ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)* ถุงลม 6 ตำแหน่ง* กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ (Multi-Angle Rearview Camera) และไฟเตือนเบาะนั่งด้านหลัง (Rear Seat Reminder) เป็นต้น โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกที่สปอร์ตพรีเมียมรอบคัน เช่น

Honda City 2023 4

กันชนหน้า กันชนหลัง สเกิร์ตข้าง สปอยเลอร์หลัง และกระจังหน้าสไตล์สปอร์ตแบบ RS* ดีไซน์ภายในกว้างขวาง โปร่งโล่ง เสริมลุคสปอร์ตพรีเมียมใหม่กับเส้นสายสีแดงภายใน มาพร้อมระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สายที่เชื่อมต่อง่ายในไม่กี่ขั้นตอน ระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมช่องปรับอากาศตอนหลัง ช่องเชื่อมต่อ USB ด้านหลังแบบ Type-C 2 ตำแหน่ง ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Remote Engine Start)

Honda City 2023 5

Honda City 2023 6

ประสบการณ์สุดเร้าใจและท้าทายทุกการขับขี่ ด้วย 2 ขุมพลังการขับเคลื่อน

•ขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV ที่ผสานการทำงานอันทรงพลังร่วมกันของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว กับเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร Atkinson Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และ แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน มอบแรงบิดมอเตอร์สูงสุดที่ 253 นิวตัน-เมตร ที่ 0 – 3,000 รอบต่อนาที และยังให้อัตราการประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 27.8 กิโลเมตร/ลิตร มีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 83 กรัม/กิโลเมตร รองรับพลังงานทางเลือก E20 ทั้งนี้ ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV จะปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ให้โดยอัตโนมัติตามความเหมาะสม ประกอบด้วย 3 โหมด ได้แก่ โหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode) โหมดการขับขี่ด้วยระบบไฮบริด (Hybrid Drive Mode) และโหมดการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ (Engine Drive Mode)

Honda City 2023 8

•ขุมพลัง TURBO กับเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.0 ลิตร DOHC VTEC TURBO 3 สูบ 12 วาล์ว ที่มาพร้อม Turbo Charger มอบกำลังสูงสุด 122 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที ตอบสนองได้ทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 173 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 – 4,500 รอบต่อนาที ผสานการทำงานกับระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง (CVT) ให้อัตราเร่งและอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมสูงถึง 23.8 กิโลเมตร/ลิตร มีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ 99 กรัม/กิโลเมตร และสามารถรองรับพลังงานทางเลือก E20

Honda City 2023 6

ทุกรุ่นย่อยมาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) ทำงานผ่านกล้องมุมมองกว้างด้านหน้า ช่วยตรวจจับรถยนต์ คนเดินถนน จักรยาน และจักรยานยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบไปด้วย 6 ฟังก์ชันการทำงานหลัก ๆ ดังนี้

•ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
•ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
•ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)
•ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)
•ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control: ACC) (รุ่น V, SV และ RS)
พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (with Low-Speed Follow: with LSF)
(รุ่น e:HEV SV และ e:HEV RS)
•ใหม่ ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification System: LCDN)
ลุคใหม่ กับความสปอร์ตพรีเมียมรอบคัน

Honda City 2023 9

ภายนอก โดดเด่นเหนือระดับในทุกรายละเอียด

•กันชนหน้าและกันชนหลังดีไซน์ใหม่
•กระจังหน้าโครเมียม
•ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED และไฟท้ายแบบ LED
•ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
•มือจับประตูด้านนอกโครเมียม (รุ่น SV และ e:HEV SV)
•กระจกมองข้างปรับและพับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยวในตัว
•ฝาครอบกระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ
•เสาอากาศแบบครีบฉลามสีเดียวกับตัวรถ
•ล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว (รุ่น V) แบบทูโทน (รุ่น SV) และแบบทูโทนขนาด 16 นิ้ว (รุ่น e:HEV SV)

เสริมความสปอร์ตรอบคันยิ่งขึ้นและโฉบเฉี่ยวในทุกมุมมอง กับรุ่น RS และ รุ่น e:HEV RS

•กระจังหน้าสีดำเงาดีไซน์ใหม่ เสริมความสปอร์ตแบบ RS
•กันชนหน้า กันชนหลัง สเกิร์ตข้าง ดีไซน์ใหม่ เสริมความสปอร์ตแบบ RS
•สปอยเลอร์หลังดีไซน์สปอร์ตแบบ RS
•ไฟหน้าแบบ LED พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED และไฟท้ายแบบ LED
•มือจับประตูด้านนอกสีเดียวกับตัวรถ (รุ่น RS และ e:HEV RS)
•ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED
•ฝาครอบกระจกมองข้างสีดำเงา
•ระบบปัดน้ำฝนแบบหน่วงเวลาพร้อมระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ (รุ่น e:HEV RS)
•เสาอากาศแบบครีบฉลามสีดำเงา
•ล้ออัลลอยแบบทูโทนสไตล์สปอร์ตขนาด 16 นิ้ว

Honda City 2023 10

ภายใน
•วัสดุตกแต่งคอนโซลหน้าสีเงิน (เฉพาะรุ่น V) และสีดำ Piano Black (เฉพาะรุ่น SV และ e:HEV SV)
•วัสดุหุ้มเบาะผ้า (เฉพาะรุ่น V) และวัสดุหุ้มเบาะหนังแท้และหนังสังเคราะห์สีดำ (เฉพาะรุ่น SV และ e:HEV SV)
•มือจับเปิดประตูด้านในตกแต่งโครเมียม

Honda City 2023 11

ยกระดับความสปอร์ตพรีเมียมยิ่งขึ้นกับรุ่น RS และรุ่น e:HEV RS

•วัสดุตกแต่งคอนโซลหน้าสีแดงเมทัลลิก
•วัสดุหุ้มเบาะหนังแท้และหนังสังเคราะห์สีดำตกแต่งด้วยด้ายสีแดง

Honda City 2023 12

ครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์* อาทิ

•มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว (รุ่น e:HEV SV และ e:HEV RS)
•ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย (รุ่น SV, RS, e:HEV SV และ e:HEV RS)
•ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย Bluetooth
•พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน พร้อมปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียงและปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์
•พวงมาลัยปรับระดับ 4 ทิศทาง
•ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Paddle Shift) (รุ่น RS และ e:HEV RS)
•ระบบช่วยชะลอความเร็วรถที่พวงมาลัย (Deceleration Paddle Selectors) (รุ่น e:HEV SV และ e:HEV RS)
•ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมช่องปรับอากาศตอนหลัง (รุ่น e:HEV SV และ e:HEV RS)
•ปุ่ม ECON
•ช่องเชื่อมต่อ USB ด้านหน้า 2 ตำแหน่ง ด้านหลังแบบ Type-C 2 ตำแหน่ง (รุ่น e:HEV SV และ e:HEV RS)
•ลำโพง 8 ตำแหน่ง (รุ่น RS และ e:HEV RS)
•กระจกมองหลังแบบตัดแสง
•แผงบังแดดคู่หน้าพร้อมกระจกแต่งหน้าแบบมีฝาปิดด้านคนขับและผู้โดยสารด้านหน้า (รุ่น RS และ e:HEV RS)
•ไฟอ่านแผนที่และไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสาร
•ไฟส่องสว่างห้องสัมภาระท้าย
•พนักเท้าแขนด้านหน้า
•พนักเท้าแขนด้านหลังพร้อมที่วางแก้ว (รุ่น RS และ e:HEV RS)
•ช่องเก็บของหลังเบาะนั่งคนขับและหลังเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้า พร้อมช่องเก็บของขนาดเล็ก (รุ่น e:HEV SV และ e:HEV RS)
•ระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT (รุ่น RS และ e:HEV RS)
•ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์แบบอัจฉริยะ (One Push Ignition System)
•ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ (Honda Smart Key System)

Honda City 2023 13

พร้อมด้วยเทคโนโลยีและความปลอดภัยครบครัน* อาทิ

•ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) (รุ่น e:HEV RS)
•กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ (Multi-Angle Rearview Camera) (รุ่น SV, RS, e:HEV SV และ e:HEV RS)
•ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) (รุ่น e:HEV SV และ e:HEV RS)
•ระบบ Auto Brake Hold (รุ่น e:HEV SV และ e:HEV RS)
•ถุงลมคู่หน้า
•ถุงลมด้านข้างคู่หน้า
•ม่านถุงลมด้านข้าง (รุ่น RS และ e:HEV RS)
•ระบบล็อกประตูรถอัตโนมัติ (Auto Door Lock by Speed)
•ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)
•ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Remote Engine Start)
•ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารด้านหน้า
•ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก (EBD)
•เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงกลับอัตโนมัติ
•เข็มขัดนิรภัยด้านหน้าและหลังแบบ 3 จุด 2 ตำแหน่ง
•ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer พร้อมระบบสัญญาณกันขโมย
•ไฟเตือนเบาะนั่งด้านหลัง (Rear Seat Reminder)
•จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก (ISOFIX & Child Anchor)
•ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (VSA)
•ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA)
•สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS)

Honda City 2023 14

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ มีให้เลือก 2 ขุมพลังขับเคลื่อน รวม 5 รุ่นย่อย แบ่งเป็น

•ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 2 รุ่นย่อย
รุ่น e:HEV RS ราคา 839,000 บาท
รุ่น e:HEV SV ราคา 769,000 บาท
•ฮอนด้า ซิตี้ เทอร์โบ ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อย
รุ่น RS ราคา 749,000 บาท
รุ่น SV ราคา 679,000 บาท
รุ่น V ราคา 629,000 บาท

สีภายนอกมีให้เลือกทั้งหมด 7 สี ได้แก่ สีน้ำเงินออบซิเดียน (มุก) (เฉพาะรุ่น e:HEV SV และ e:HEV RS)
สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก) (เฉพาะรุ่น RS และ e:HEV RS) สีขาวแพลทินัม (มุก) (เฉพาะรุ่น SV, RS, e:HEV SV, และ e:HEV RS) สีดำคริสตัล (มุก) สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) สีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก) และสีขาวทาฟเฟต้า (เฉพาะรุ่น V)

มาพร้อมข้อเสนอพิเศษ ดอกเบี้ย 2.09%** พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี** และเฉพาะรุ่น e:HEV เพิ่มการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง** เมื่อจองและรับรถตั้งแต่ 5 กรกฎาคม 2566 – 30 กันยายน 2566**

ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง

เสริมความพรีเมียมด้วยชุดอุปกรณ์ตกแต่งโมดูโล (Modulo) รอบคัน ที่มาพร้อมกับแนวคิด “More Stage Up Booster” โดยมีไอเท็มอุปกรณ์ตกแต่งให้เลือก เช่น ล้ออัลลอย ขนาด 16 นิ้ว* ราคา 15,600 บาท คิ้วตกแต่งซุ้มล้อด้านหน้า ราคา 1,700 บาท คิ้วบันไดสเตนเลส LED ราคา 4,400 บาท รวมทั้งอุปกรณ์เพิ่มอรรถประโยชน์ใช้สอยในห้องเก็บสัมภาระท้ายรถ เช่น กระบะใส่ของท้ายรถ สำหรับรุ่น TURBO ราคา 1,100 บาท, สำหรับรุ่น e:HEV ราคา 1,250 บาท

Honda City 2023 14

นอกจากนี้ ยังมีให้เลือกในรูปแบบแพ็กเกจชุดแต่งรอบคัน ได้แก่ Modulo Aero Package ราคา 15,500 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า แบบ 2 ชิ้น สเกิร์ตข้าง และสเกิร์ตหลัง แบบ 2 ชิ้น ลูกค้าที่สนใจสามารถสัมผัส ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ ได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือภายในงานฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ แอนด์ อีวี เอ็กซ์โป 2023 ตั้งแต่วันที่ 5 – 9 กรกฎาคม 2566 ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลจากที่ปรึกษาการขายได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือแชทกับที่ปรึกษาการขายทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.honda.co.th หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777 หรืออ่านรายละเอียดทาง www.honda.co.th/city โดยลูกค้าที่ลงทะเบียนและร่วมกิจกรรมทดลองขับผ่าน www.honda.co.th/testdrive ตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม 2566 ถึง 30 กันยายน 2566 จะได้รับฟรี ขวดน้ำพับได้ มูลค่า 250 บาท**

ในงานฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ แอนด์ อีวี เอ็กซ์โป 2023 ฮอนด้ายังจัดแสดงยนตรกรรมไฮไลต์
รุ่นอื่น ๆ ในหลากหลายเซกเมนต์ เพื่อให้ลูกค้าเลือกเป็นเจ้าของได้ตามไลฟ์สไตล์ นำโดยไลน์อัปยนตรกรรมฟูลไฮบริด e:HEV ได้แก่ ซีอาร์-วี ใหม่ เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี และ ซิตี้ แฮทช์แบ็ก อี:เอชอีวี และไลน์อัปยนตรกรรมเทอร์โบ ได้แก่ ซีอาร์-วี ใหม่ และ ซีวิค พร้อมด้วยรุ่นอื่น ๆ ที่พร้อมตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่หลากหลายนำโดยดับเบิลยูอาร์-วี ใหม่ และ บีอาร์-วี ใหม่

 

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จัดแสดงรถต้นแบบ “ออล-นิว ไทรทัน” พร้อมแคมเปญสุดพิเศษ ให้คนไทยเป็นเจ้าของก่อนใคร

0
Mitsubishi in Fast Auto Show 2023 Pic Open

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ขนทัพสุดยอดยนตรกรรมล้ำสมัย นำโดย มิตซูบิชิ เอ็กซ์อาร์ที คอนเซ็ปต์ รถต้นแบบของรถกระบะ “ออล-นิว ไทรทัน” จัดแสดงที่งาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ แอนด์ อีวี เอ็กซ์โป 2023” (Fast Auto Show Thailand & EV Expo 2023) ตลอดวันที่ 5-9 กรกฎาคมนี้ ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ร่วมด้วย มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ที่ตอบโจทย์ครบทุกความต้องการของครอบครัวยุคใหม่ และผู้ที่รักการผจญภัยและออกทริปเอาท์ดอร์ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต 2.4D 4WD Elite Edition ขับสนุก ลุยได้ทุกเส้นทาง มิตซูบิชิ ไทรทัน เมกะ แค็บ 2WD 2.5 GLX 5MT ดีไซน์โฉบเฉี่ยวเต็มอารมณ์สปอร์ต และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์อาร์ที คอนเซ็ปต์ รถต้นแบบที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งรถกระบะรุ่นใหม่ “ออล-นิว ไทรทัน” อัดแน่นด้วยขุมพลังความแกร่งเข้มเต็มพิกัดในทุกมุมมอง

มร. เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงกระแสตอบรับจากลูกค้าที่ต่างรอคอยการเปิดตัวรถกระบะโฉมใหม่ “ออล-นิว ไทรทัน” ว่า “มิตซูบิชิ ไทรทัน เป็นรถรุ่นที่ขายดีที่สุดที่แตกต่างและโดดเด่น และมีความสำคัญในเชิงกลยุทธ์ระดับโลกของแบรนด์มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่วางจำหน่ายในประเทศไทยและส่งออกไปยังกว่า 100 ประเทศทั่วโลก โดยภายในงานนี้ จะมีการจัดแสดง มิตซูบิชิ เอ็กซ์อาร์ที คอนเซ็ปต์ รถต้นแบบของรถกระบะ “ออล-นิว ไทรทัน” เพื่อตอบรับกระแสที่หลายคนกำลังรอคอยการเปิดตัว “ออล-นิว ไทรทัน” อย่างเป็นทางการในวันที่ 26 กรกฎาคมนี้อีกด้วย”

Mitsubishi in Fast Auto Show 2023 5

“ออล-นิว ไทรทัน ที่ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งคันเป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปี จะมาพร้อมเครื่องยนต์ที่พัฒนาขึ้นใหม่ ให้สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้น แรงเต็มขั้น ด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส พร้อมด้วยแชสซีส์ใหม่ยกชุดที่จัดเต็มความแข็งแกร่งทนทาน ยกระดับสู่อีกขั้นของการขับขี่ที่นุ่มนวลแต่ทรงพลัง ควบคุมง่ายคล่องตัว สะดวกสบายและปลอดภัยกว่า เหมาะกับทั้งการขับขี่ในเมืองและบนเส้นทางออฟโรด ภายในห้องโดยสารมีขนาดกว้างขวาง ตกแต่งด้วยวัสดุคุณภาพสูง ให้ความสะดวกสบายเหนือระดับ และยังมีพื้นที่สัมภาระท้ายที่กว้างขึ้น ตอบโจทย์การใช้งานตามไลฟ์สไตล์ทุกรูปแบบและการบรรทุกเชิงพาณิชย์” มร. โคอิโตะ กล่าว

ผู้เข้าร่วมงาน ‘ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ แอนด์ อีวี เอ็กซ์โป 2023’ สามารถลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษจากแคมเปญ “ออล-นิว ไทรทัน ขับมันส์ ก่อนใคร !” (ALL-NEW TRITON REV UP & WIN) เพื่อเป็นเจ้าของรถกระบะรุ่นใหม่ล่าสุดในโลกก่อนใคร พร้อมรับ 3 ข้อเสนอพิเศษสุดเร้าใจจากมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ทั้งชุดแต่งแท้รอบคัน เสริมพลังหล่อเข้มเต็มพิกัด และชุดของขวัญรุ่นลิมิเต็ด ‘ออล-นิว ไทรทัน ลิมิเต็ด บ็อกซ์เซ็ต’ พร้อมลุ้นรางวัลใหญ่ ทริปเที่ยวญี่ปุ่นอย่างจุใจ รวมทั้งหมดคิดเป็นมูลค่ากว่า 240,000 บาท โดยลูกค้าที่สนใจ สามารถดูข้อมูลรายละเอียด และเงื่อนไขเพิ่มเติม ได้ที่เว็บไซต์ www.allnewmitsubishitriton.com

 

ภายในงาน ยังมีการจัดแสดงสุดยอดยนตรกรรมจากมิตซูบิชิ มอเตอร์ส รุ่นต่างๆ ประกอบด้วย มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ใหม่ ตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่ที่ชื่นชอบการผจญภัยและมีไลฟ์สไตล์หลากหลาย ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นและฟังก์ชั่นที่ครบครันผสมผสานความเป็น “เอสยูวี และ ครอสโอเวอร์” ไว้อย่างลงตัว พร้อมด้วยการออกแบบรูปลักษณ์ภายนอกใหม่ โฉบเฉี่ยว โดดเด่นทันสมัย สะท้อนความหรูหราผสานดีไซน์สปอร์ตทั้งภายนอกและภายใน พร้อมวัสดุคุณภาพสูงระดับพรีเมี่ยม เสริมความปลอดภัยในการขับขี่ด้วย “ระบบควบคุมการขับเคลื่อน และสมดุลขณะเข้าโค้ง” (Active Yaw Control: AYC) ที่ช่วยควบคุมการทำงานของล้อด้านในและด้านนอกระหว่างเข้าโค้ง เพิ่มความปลอดภัยและเสถียรภาพในการขับขี่ ให้ผู้ขับขี่มั่นใจได้มากกว่าเดิม อีกทั้งยังมาพร้อมกับฟังก์ชั่นที่หลากหลายรองรับการใช้งานในทุกรูปแบบของครอบครัวยุคใหม่ ที่รักการผจญภัยและชื่นชอบกิจกรรมเอาท์ดอร์

Mitsubishi in Fast Auto Show 2023 1

อีกหนึ่งไฮไลท์ภายในงาน คือ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต 2.4D 4WD Elite Edition ที่มาพร้อมด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD ll และเทคโนโลยีขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Full-Time All Wheel Control เอกลักษณ์เฉพาะของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ขับสนุก ลุยได้ทุกเส้นทาง ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อม Sport Mode และ Paddle Shift เทคโนโลยีครบครันด้วยระบบปรับอากาศ nanoeTMX มอบอากาศสะอาดและสดชื่นภายในห้องโดยสาร ชุดเครื่องเสียงพรีเมี่ยม Mitsubishi Power Sound System (MPSS) ลำโพง 8 ตำแหน่ง สะดวกสบายขั้นสุดด้วยเบาะปรับไฟฟ้าคู่หน้า พร้อมระบบดันหลังปรับด้วยไฟฟ้าด้านผู้ขับขี่ รองรับทุกสรีระ และเบาะหนังสังเคราะห์ คุณสมบัติสะท้อนความร้อน QUOLE MODURE

Mitsubishi in Fast Auto Show 2023 2

ตามด้วย มิตซูบิชิ ไทรทัน เมกะ แค็บ 2WD 2.5 GLX 5MT ดีไซน์โฉบเฉี่ยวเต็มอารมณ์สปอร์ต พร้อมช่วงล่างที่ดีเยี่ยมเพื่อสมรรถนะการขับขี่และการควบคุมได้ดั่งใจพร้อมสำหรับการบรรทุกหนัก พร้อมด้วยไฟท้ายและไฟเบรก LED พร้อมไฟตัดหมอก ระบบความปลอดภัยครบครัน ทำให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารรู้สึกมั่นใจและปลอดภัยด้วยถุงลมนิรภัยคู่หน้า ระบบเบรก ABS และ EBD รัศมีวงเลี้ยวที่แคบและความสูงใต้ท้องรถที่สูง ทำให้รถกระบะรุ่นนี้รองรับการใช้งานอย่างอเนกประสงค์ มีความคล่องตัวสูง ดีไซน์ที่มีสไตล์ โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นปกติหรือนำไปตกแต่งให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของลูกค้า

Mitsubishi in Fast Auto Show 2023 4

ลูกค้าที่สนใจสามารถเยี่ยมชมบูธ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย (B03) ได้ที่งาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ แอนด์ อีวี เอ็กซ์โป 2023” (Fast Auto Show Thailand & EV Expo 2023) ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 11 ตั้งแต่วันที่ 5 – 9 กรกฎาคม 2566 ที่ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ฮอลล์ EH101-104 และสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม ผ่านทางเว็บไซต์ www.mitsubishi-motors.co.th หรือติดต่อ สอบถามข้อมูลผ่าน มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-079-9500 เปิดให้บริการทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

 

MG ยกขบวนยนตรกรรมทุกรุ่นบุกงาน Fast Auto Show & EV Expo 2023 ชูแคมเปญฉลอง 10 ปี มูลค่าสูงสุดกว่า 230,000 บาท

0
MG in Fast Auto Show 2023 Pic Open

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ประเดิมครึ่งปีหลังด้วยการเป็นแบรนด์รถยนต์หนึ่งเดียว ในไทยที่มีรถครบทุกรูปแบบการขับเคลื่อนในงาน Fast Auto Show & EV Expo 2023 กับทัพยนตรกรรมครบทุกรุ่น ในราคาสุดคุ้ม ภายใต้แคมเปญฉลองครบรอบ 10 ปี ที่ให้ข้อเสนอแบบ “จัดเต็ม” เพื่อเปิดโอกาสในการเป็นเจ้าของ ยนตรกรรมมาตรฐานระดับโลกได้ง่ายยิ่งขึ้น นำโดย MG HS ที่มาพร้อมข้อเสนอพิเศษรวมมูลค่าสูงสุดกว่า 230,000 บาท รวมถึงรุ่นอื่นๆ ที่มอบข้อเสนอสุดพิเศษ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทคบางนา ระหว่างวันที่ 5 – 9 กรกฎาคมนี้

MG in Fast Auto Show 2023 1

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เอ็มจี ขอขอบคุณในทุกความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทย กับยอดขายในช่วง 6 เดิอนแรก รวมกว่า 12,962 คัน โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า ที่ในปีนี้ มียอดขายรวมคิดเป็น 45% ของยอดขายทั้งหมด จากความหลากหลาย ของรูปแบบรถไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคและความเชื่อมั่นในศักยภาพและความเอาจริงเอาจัง ในการเดินหน้าขยายความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าของ เอ็มจี โดยเฉพาะในส่วนของสถานีชาร์จ ที่เพิ่มจำนวนอย่างต่อเนื่องและเปิดให้บริการสำหรับผู้ใช้รถอีวีของเอ็มจีได้อย่างครอบคลุม ทั้งนี้ ในส่วนของแผนงานครึ่งปีหลัง เอ็มจี ประเดิมด้วยกิจกรรมใหญ่ที่เน้นนำเสนอ ความครบครันของยนตรกรรมภายใต้แบรนด์ เอ็มจี ในทุกรูปแบบการขับเคลื่อน ที่นำมาจัดแสดงและจัดจำหน่าย ในงาน Fast Auto Show & EV Expo 2023 ภายใต้แคมเปญพิเศษฉลองครบรอบ 10 ปี ในกลุ่มผลิตภัณฑ์รถยนต์ไฟฟ้าที่พร้อมส่งมอบรถในทันที ด้วยดอกเบี้ย ต่ำสุด 1.79% นาน 48 เดือน ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี พร้อม MG Home Charger และค่าติดตั้ง รับประกันแบตเตอรี่สูงสุด 8 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร พร้อมต่อยอดความคุ้มค่าในกลุ่มผลิตภัณฑ์อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มรถยนต์สันดาปภายใน นำโดย MG HS ที่มาพร้อมข้อเสนอพิเศษรวมมูลค่าสูงสุดกว่า 230,000 บาท กลุ่มรถยนต์พลังงานทางเลือกอย่าง MG HS PHEV มอบข้อเสนอพิเศษสูงถึงกว่า 176,000 บาท และ MG VS HEV ข้อเสนอมูลค่า 132,000 บาท เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับประสบการณ์การขับขี่ครั้งใหม่กับ ยนตรกรรมคุณภาพที่มาพร้อมกับความคุ้มค่า”

MG in Fast Auto Show 2023 2

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถร่วมสัมผัสและทดลองขับยนตรกรรมรุ่นต่างๆ ของ เอ็มจี ได้ในงาน Fast Auto Show & EV Expo 2023 ระหว่างวันที่ 5 – 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2566 ณ บูธ MG หมายเลข B1 ฮอลล์ EH 104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา หรือ ที่โชว์รูมเอ็มจีทั้ง 160 แห่งทั่วประเทศ โดยรายละเอียดแคมเปญและข้อเสนอพิเศษ “Surprise Deal” สำหรับผู้ที่จองภายในวันที่ 5 กรกฎาคม จนถึง 31 กรกฎาคมนี้ มีดังนี้

กลุ่มผลิตภัณฑ์รถยนต์ไฟฟ้า
NEW MG4 ELECTRIC รถแฮทช์แบคไฟฟ้า 100% ที่มีระบบขับเคลื่อนล้อหลัง
-รับดอกเบี้ยพิเศษ 1.79% นาน 48 เดือน
-ฟรี! MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง
-ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
-พิเศษ! เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
-ฟรี! ชุดพรมปูพื้น

MG in Fast Auto Show 2023 3

NEW MG ZS EV รถเอสยูวีพลังงานไฟฟ้า 100% ยนตรกรรมที่เป็นตัวจุดประกายกระแส “อีวี” ในประเทศไทย กับข้อเสนอพิเศษ
-รับดอกเบี้ยพิเศษ 1.79% นาน 48 เดือน
-ฟรี! MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง
-ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
-ฟรี! สาย V2L จำนวน 1 ชุด
-พิเศษ! เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

 

MG EP และ NEW MG ES รถสเตชันวากอนพลังงานไฟฟ้ารุ่นยอดนิยม กับข้อเสนอพิเศษ
-รับดอกเบี้ยพิเศษ 1.79% นาน 48 เดือน
-ฟรี! MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง
-ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
-พิเศษ! เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
-ฟรี! สาย V2L จำนวน 1 ชุด เฉพาะรุ่น NEW MG ES

NEW MG MAXUS 9 รถลักชัวรี่ MPV แบบ 7 ที่นั่ง ขุมพลังไฟฟ้า 100% รุ่นแรกที่เปิดน่านน้ำใหม่ ให้กับตลาดรถไฟฟ้าในไทย กับข้อเสนอพิเศษมูลค่ารวมกว่า 120,000 บาท
-รับดอกเบี้ยพิเศษ 1.79% นาน 48 เดือน
-ฟรี! MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง
-ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
-ฟรี! บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน บริการรถยกไม่จำกัดจำนวนครั้ง และไม่จำกัดระยะทาง พร้อม Limousine service กรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน ตลอด 5 ปี
-พิเศษ! การรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
-พิเศษ! เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

กลุ่มผลิตภัณฑ์รถยนต์สันดาปภายใน
NEW MG HS อีกระดับของพรีเมียมเอสยูวี กับข้อเสนอพิเศษมูลค่าสูงสุดถึงกว่า 230,000 บาท
-รับดอกเบี้ยพิเศษ 0% ผ่อนนาน 84 เดือน หรือ ผ่อนเริ่มต้นเพียง 9,724 บาทต่อเดือน
-ฟรี! ค่าบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
-ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
-ฟรี! คูปองน้ำมัน มูลค่า 25,000 บาท

MG in Fast Auto Show 2023 5

NEW MG EXTENDER กระบะพันธุ์ยักษ์ที่ให้มากกว่าความแกร่ง
-ดอกเบี้ยพิเศษ 0% ผ่อนนาน 48 เดือน หรือ ผ่อนเริ่มต้นเพียง 6,722 บาทต่อเดือน
-ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
-ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
-ฟรี! ค่าแรงเช็กระยะ 85,000 กิโลเมตร

NEW MG ZS สมาร์ทเอสยูวีที่เหมาะกับชีวิตสมาร์ทของทุกคน กับข้อเสนอพิเศษมูลค่ารวมกว่า 76,000 บาท
-รับดอกเบี้ยพิเศษ 0% ผ่อนนาน 48 เดือน หรือ ผ่อนเริ่มต้นเพียง 7,009 บาทต่อเดือน
-ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
-ฟรี! ชุดพรมปูพื้น

NEW MG5 สปอร์ตคูเป้ซีดานกับการออกแบบที่โฉบเฉี่ยวและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมฟังก์ชั่นและเทคโนโลยี ที่ล้ำสมัย กับข้อเสนอพิเศษมูลค่ารวมกว่า 72,000 บาท
-รับดอกเบี้ยพิเศษ 0% ผ่อนนาน 48 เดือน หรือ ผ่อนเริ่มต้นเพียง 5,991 บาทต่อเดือน
-ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
-ฟรี! ชุดพรมปูพื้น

MG in Fast Auto Show 2023 6

กลุ่มผลิตภัณฑ์รถยนต์พลังงานทางเลือก
MG HS PHEV สปอร์ตพรีเมี่ยมเอสยูวีปลั๊กอินไฮบริดที่มาพร้อมกับความครบเครื่อง กับข้อเสนอพิเศษมูลค่ารวมกว่า 176,000 บาท
-รับดอกเบี้ยพิเศษ 0% ผ่อนนาน 48 เดือน
-ฟรี! MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง
-ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
-พิเศษ! ขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
-พิเศษ! เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
-ฟรี! ชุดพรมปูพื้น

NEW MG VS HEV รถยนต์สปอร์ตไฮบริดเอสยูวีที่ขับสนุกและเร้าใจ กับข้อเสนอพิเศษมูลค่ารวมกว่า 132,000 บาท
-รับดอกเบี้ยพิเศษ 0% ผ่อนชำระนาน 48 เดือน มูลค่า 63,136 บาท
-ฟรี! ค่าบำรุงรักษาตามระยะ มูลค่า 50,000 บาท
-ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครองนาน 1 ปี มูลค่า 18,724 บาท
-พิเศษ! การรับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
-พิเศษ! เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
-ฟรี! ชุดพรมปูพื้น