Home Blog Page 23

“เชอรี ประเทศไทย” เปิดตัว CHERY V23 สีใหม่ “Latte Gray และ Pop Purple” ชูดีไซน์โดดเด่น ตรึงราคาจำหน่าย ตอกย้ำความเชื่อมั่นผู้บริโภค

0
เชอรี่ ประเทศไทย 1

เชอรี ประเทศไทย (Chery Thailand) ผู้นำด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลก เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่อย่างรอบด้าน ล่าสุดเปิดตัว CHERY V23 สีใหม่ “Latte Gray และ “Pop Purple (Limited Edition)” สะท้อนความโดดเด่น มีเอกลักษณ์ และตอบรับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าที่ทันสมัย พร้อมสะท้อนตัวตนผู้ขับขี่ได้อย่างชัดเจน

เชอรี่ ประเทศไทย 2

มร. จิม ลี ผู้อำนวยการบริหารแบรนด์ เชอรี ประเทศไทย กล่าวว่า “รถ CHERY V23 ประสบความสำเร็จจากกระแสตอบรับที่ยอดเยี่ยมของลูกค้า โดยเป็นรถยนต์ไฟฟ้าทรงกล่องที่มียอดจดทะเบียนสูงสุดในประเทศต่อเนื่อง 2 เดือน สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคชาวไทยมีต่อแบรนด์เชอรีอย่างชัดเจน

เราจึงยังคงเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัวสีใหม่ Latte Gray และ Pop Purple (Limited Edition) สำหรับ CHERY V23 ทั้ง 2 สีนี้เพิ่มความโดดเด่นให้กับตัวรถ พร้อมสร้างความสนุกและเพิ่มทางเลือกในการแต่งรถให้มากยิ่งขึ้น เปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถสะท้อนเอกลักษณ์และตัวตนของตนเองได้อย่างเต็มที่ ควบคู่กับสมรรถนะและเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างครบถ้วน”

CHERY V23 สีใหม่ Latte Gray และสีพิเศษ Pop Purple (Limited Edition) โดดเด่นทุกมิติ

เชอรี่ ประเทศไทย 3

CHERY V23 มาพร้อม 2 สีใหม่ Latte Gray และ Pop Purple (Limited Edition) ทันสมัย โดดเด่นด้วยดีไซน์ทรงกล่องสไตล์เรโทร (Boxy Design) ผสานความแข็งแกร่งและความคลาสสิกอย่างลงตัว พร้อมโคมไฟหน้าทรงกลมดีไซน์สะดุดตา ภายในห้องโดยสารของ CHERY V23 มีมุมมองกว้างขวาง หลังคาทรงสูง และฟังก์ชันที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งาน

เชอรี่ ประเทศไทย 4

พิเศษ สำหรับสี Pop Purple (Limited Edition) มาพร้อมภายในสีขาวทันสมัยเพิ่มบรรยากาศภายในให้ดู โปร่ง โล่งมากยิ่งขึ้น ลงตัวยิ่งขึ้นกับโทนสีม่วงภายนอกทำให้ดูมีเอกลักษณ์ สะท้อนสไตล์ที่ ทันสมัยและแตกต่าง ซุ้มล้อและบันไดข้างช่วยเสริมบุคลิกความเท่ สะท้อนตัวตนผู้ขับขี่อย่างชัดเจน ตัวรถมีความสูงใต้ท้องรถ 210 มิลลิเมตร เพิ่มความมั่นใจในทุกเส้นทาง มาพร้อมล้ออัลลอยสีดำรมควันขนาด 19 นิ้ว เติมเต็มภาพลักษณ์ความสปอร์ตและพรีเมียม

 

ด้านสมรรถนะ ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 136 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 180 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ความจุ 59.93 kWh ให้ระยะการขับขี่สูงสุด 360 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) รองรับการชาร์จกระแสตรง (DC) สูงสุด 85 kW สามารถชาร์จจาก 20% ถึง 80% ภายในเวลาประมาณ 36 นาที

ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัท และด้านหลังแบบมัลติลิงค์ ช่วยลดแรงสั่นสะเทือน เพิ่มเสถียรภาพการทรงตัว มอบทั้งความนุ่มนวลและความมั่นใจในทุกการขับขี่

เดินหน้าขยายเครือข่ายทั่วประเทศในปี 2569

สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2569 เชอรี ประเทศไทย วางกลยุทธ์การเติบโตอย่างรอบด้าน เตรียมขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายและศูนย์บริการให้ครอบคลุม 80 สาขาทั่วประเทศ ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานงานบริการหลังการขาย

บริษัทฯ ยังมีคลังจัดเก็บอะไหล่ (Spare Parts) ที่สามารถรองรับการกระจายและขนส่งชิ้นส่วนสำหรับรถทุกรุ่นในปัจจุบันรวมถึงรุ่นใหม่ในอนาคตได้อย่างเพียงพอ พร้อมเตรียมความพร้อมด้านระบบขนส่งและการบริหารจัดการชิ้นส่วนครอบคลุมทั้งภายในองค์กรและเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ

นโยบายตรึงราคา มอบสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อลูกค้าทุกท่าน

จากกรณีที่ภาครัฐมีการปรับโครงสร้างอัตราภาษีซึ่งส่งผลต่อต้นทุนในอุตสาหกรรมรถยนต์โดยรวม เชอรี ประเทศไทย ยืนยันตรึงราคาจำหน่ายรถไฟฟ้ารุ่น CHERY V23 ในช่วงนี้ เพื่อเป็นการตอบแทนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคชาวไทยและนี่คือช่วงเวลาที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าที่โดดเด่นทั้งดีไซน์ สมรรถนะ และความคุ้มค่าในคันเดียว บริษัทฯ มุ่งมั่นให้ลูกค้ายังคงสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการของเชอรีได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างความมั่นใจในทุกการตัดสินใจ

  • รถ CHERY V23 2WD PLUS สี Latte Grey ราคา 759,900 บาท
  • รถ CHERY V23 2WD PLUS สี Pop Purple (Limited Edition) ราคา 769,900 บาท

 

 

“ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย” คว้า 2 รางวัล SUV จากเวที CAR & BIKE OF THE YEAR 2026 ตอกย้ำความแข็งแกร่งรถยนต์อเนกประสงค์ทั้งขุมพลังไฮบริดและดีเซล

0
ฮุนได โมบิลิตี้ 1

บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศความสำเร็จรับต้นปี 2569 หลังคว้า 2 รางวัลอันทรงเกียรติจากเวทีประกาศรางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี “CAR & BIKE OF THE YEAR 2026” จัดโดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) สะท้อนความแข็งแกร่งของไลน์อัป SUV โดย Hyundai all-new SANTA FE Hybrid คว้ารางวัล BEST HYBRID MID-SIZE SUV UNDER 1,800 c.c. ขณะที่ Hyundai PALISADE Diesel คว้ารางวัล BEST DIESEL SUV UNDER 2,200 c.c. ตอกย้ำความแข็งแกร่งของแบรนด์ที่พร้อมมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพยอดเยี่ยมแก่ผู้บริโภคชาวไทย

ฮุนได โมบิลิตี้ 2

นายเจ กิว จอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “รางวัลจากเวที CAR & BIKE OF THE YEAR 2026 สะท้อนถึงคุณภาพและทิศทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของฮุนไดที่มุ่งสร้างยนตรกรรมที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์การใช้งานจริงของผู้บริโภคทุกกลุ่ม ปีนี้ยังถือเป็นโอกาสครบรอบ 3 ปีที่บริษัทแม่เข้ามาบริหารตลาดประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ โดยเราได้วางรากฐานสำคัญทั้งด้านเครือข่ายผู้จำหน่าย มาตรฐานบริการหลังการขาย และการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมมากขึ้น ท่ามกลางตลาดในประเทศไทยที่มีการแข่งขันสูง ฮุนไดยังคงยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง พร้อมเดินหน้าขยายไลน์อัปรถยนต์และรถยนต์พลังงานทางเลือก เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์ในประเทศไทยอย่างยั่งยืน”

เวที CAR & BIKE OF THE YEAR นับเป็นหนึ่งในรางวัลที่ได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ด้วยเกณฑ์การพิจารณาที่ครอบคลุมทั้งสมรรถนะ เทคโนโลยี ความปลอดภัย ความคุ้มค่า และการใช้งานจริง การที่ฮุนไดสามารถคว้ารางวัลได้พร้อมกันถึง 2 เซกเมนต์หลักของตลาด SUV จึงสะท้อนถึงทิศทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ชัดเจน และความสามารถในการตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคไทยได้อย่างตรงจุด ภายในงานมีผู้บริหารจากค่ายรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างคับคั่ง ตอกย้ำบทบาทของเวทีนี้ในฐานะหนึ่งในดัชนีชี้วัดมาตรฐานสำคัญของตลาดรถยนต์ไทย

ฮุนได โมบิลิตี้ 3

สำหรับ Hyundai all-new SANTA FE Hybrid ซึ่งได้รับรางวัล “BEST HYBRID MID-SIZE SUV UNDER 1,800  c.c.” คือ รถพลังงานไฮบริด 6 ที่นั่งที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ Boxy สะดุดตา และอัตราประหยัดน้ำมันที่ทำได้สูงสุด 19.6 กิโลเมตรต่อลิตร ด้วยขุมพลัง 1.6 Turbo Parallel Hybrid ให้กำลังรวมสูงสุด 232 แรงม้า แรงบิด 367 นิวตันเมตร นุ่มนวล แต่พร้อมเร่งแซงได้ทันใจโดยไม่ต้องลากรอบสูง ตอบโจทย์ทั้งการขับใช้งานในเมืองวันทำงาน ไปจนถึงทริปครอบครัวในวันหยุด ห้องโดยสารจัดเต็มความสบายด้วยเบาะ Captain Seat พื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถกว้างขวาง รองรับทุกกิจกรรมของครอบครัว พร้อมระบบความปลอดภัย Hyundai SmartSense 11 ระบบ ที่ช่วยดูแลรอบคัน เพิ่มความมั่นใจในทุกเส้นทาง

ฮุนได โมบิลิตี้ 4

ด้าน Hyundai PALISADE Diesel คว้ารางวัล “BEST DIESEL SUV UNDER 2,200 c.c.” คือ D-SUV ระดับแฟลกชิพ 7 ที่นั่ง ที่สะท้อนภาพลักษณ์ความภูมิฐานและความทรงพลังในคันเดียว เหมาะทั้งครอบครัวใหญ่และสายเดินทางไกลที่ต้องการความมั่นใจทุกระยะทาง ขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 2.2 ลิตร ให้กำลัง 197 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงถึง 440 นิวตันเมตรตั้งแต่รอบต่ำ ให้ฟีลการขับขี่นิ่ง แน่น และเร่งแซงได้อย่างมั่นใจโดยไม่ต้องเค้นรอบสูง ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะที่เปลี่ยนเกียร์ได้อย่างนุ่มนวล มีให้เลือกทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ (Exclusive) และขับเคลื่อน 4 ล้อ (Prestige AWD) ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง มาพร้อมเบาะ Captain Seat มอบความสบายระดับผู้บริหาร เสริมด้วยระบบปรับอากาศอัตโนมัติ 3 โซน พร้อมระบบเครื่องเสียงพรีเมียมจาก Infinity 12 ตำแหน่ง หน้าจอแสดงผลขนาด 12.3 นิ้ว และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน ยกระดับประสบการณ์การเดินทางให้สมฐานะ SUV เรือธงอย่างแท้จริง

ฮุนได โมบิลิตี้ 5

นายวัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การได้รับรางวัลในครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคไทยที่มีต่อแบรนด์ฮุนได และตอกย้ำความแข็งแกร่งของไลน์อัป SUV ของเราในตลาดที่มีการแข่งขันสูง โดย Hyundai all-new SANTA FE Hybrid และ Hyundai PALISADE Diesel เป็นตัวแทนของแนวคิดดังกล่าว ที่มอบทางเลือกทั้งพลังงานไฮบริดซึ่งผสานความประหยัดเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัย และขุมพลังดีเซลที่มอบพละกำลังพร้อมความมั่นใจในการใช้งานระยะยาว เรามุ่งพัฒนารถยนต์ที่ตอบโจทย์ทั้งดีไซน์ เทคโนโลยี ความปลอดภัย และความคุ้มค่า พร้อมเดินหน้าขยายเครือข่ายผู้จำหน่าย ยกระดับมาตรฐานบริการหลังการขาย และเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าชาวไทย”

ฮุนได โมบิลิตี้ 6

การคว้า 2 รางวัลจากเวที CAR & BIKE OF THE YEAR 2026 ในครั้งนี้ ไม่เพียงตอกย้ำคุณภาพของ Hyundai all-new SANTA FE Hybrid และ Hyundai PALISADE Diesel เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นและประสบการณ์ของฮุนไดในการพัฒนายานยนต์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคไทยอย่างรอบด้าน ทั้งพลังงานไฮบริดที่ผสานความประหยัดและเทคโนโลยีล้ำสมัย ควบคู่กับพลังงานดีเซลที่ให้พละกำลังและความมั่นคงในทุกการเดินทาง ผู้สนใจสามารถร่วมสัมผัสยนตรกรรมทั้งสองรุ่นอย่างใกล้ชิด พร้อมข้อเสนอพิเศษและกิจกรรมภายในบูธได้ที่งาน “บางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ 2569” ณ บูธ A12 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งฮุนไดเตรียมโปรโมชันและกิจกรรมพิเศษไว้รองรับผู้เข้าชมตลอดการจัดงาน

 

 

ตอกย้ำความเชื่อมั่น! “ฮอนด้า” คว้า 5 รางวัล Car of the Year 2026 ชูไลน์อัป e:HEV – The EXCITING Hybrid พร้อมส่งมอบยนตรกรรมที่พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

0
Honda 1

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าก้าวเข้าสู่ปี 2569 ตอกย้ำความเชื่อมั่นจากลูกค้าชาวไทย ด้วยการคว้า 5 รางวัล รถยอดเยี่ยมแห่งปี ในงาน Car of the Year 2026 จัดโดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ความสำเร็จในครั้งนี้ ถือเป็นบทพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งของไลน์อัปผลิตภัณฑ์ฟูลไฮบริด e:HEV – The EXCITING Hybrid ที่มอบประสบการณ์ขับขี่ที่สนุก เร้าใจ และอัตราประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม โดยรถยนต์ฮอนด้าที่ได้รับรางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปีครอบคลุมทั้งกลุ่มรถยนต์ซีดาน แฮทช์แบ็ก และเอสยูวี  ได้แก่

Honda 2

  • ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก รุ่น e:HEV RS ได้รับรางวัลรถยอดเยี่ยมประเภทไฮบริดแฮทช์แบ็ก เครื่องยนต์ไม่เกิน 1,500 ซีซี (Best Hybrid Hatchback under 1,500 c.c.) ได้รับรางวัลต่อเนื่อง 2 ปีซ้อน
  • ฮอนด้า ซีวิค รุ่น e:HEV RS ได้รับรางวัลรถยอดเยี่ยมประเภทไฮบริดซีดาน เครื่องยนต์ไม่เกิน
    2,000 ซีซี (Best Hybrid Sedan under 2,000 c.) ได้รับรางวัลต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน
  • ฮอนด้า แอคคอร์ด รุ่น e:HEV RS ได้รับรางวัลรถยอดเยี่ยมประเภทไฮบริดซีดานขนาดกลาง เครื่องยนต์ไม่เกิน 2,000 ซีซี (Best Mid-size Hybrid Sedan under 2,000 c.c.) ได้รับรางวัลต่อเนื่อง
    3 ปีซ้อน
  • ฮอนด้า ซีอาร์-วี รุ่น e:HEV RS ได้รับรางวัลรถยอดเยี่ยมประเภทไฮบริดเอสยูวีขนาดกลาง เครื่องยนต์ไม่เกิน 2,000 ซีซี (Best Mid-size Hybrid SUV under 2,000 c.c.) ได้รับรางวัลต่อเนื่อง
    3 ปีซ้อน
  • ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก รุ่น TURBO RS ได้รับรางวัลรถยอดเยี่ยมประเภทแฮทช์แบ็ก เครื่องยนต์
    ไม่เกิน
    1,300 ซีซี (Best Hatchback under 1,300 c.c.)

รางวัลดังกล่าวเปรียบเสมือนเครื่องพิสูจน์ความมุ่งมั่นที่ฮอนด้าตั้งใจส่งมอบให้แก่ลูกค้า ในการมุ่งมั่นสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่มีคุณภาพและมีมาตรฐานความปลอดภัย พร้อมศูนย์บริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยความสุขและความมั่นใจ

Honda 3

นอกจากนี้ ฮอนด้ายังคงตรึงราคาและจัดเต็มแคมเปญพิเศษ Honda โปรตะลึง ตรึงราคา! พลัสเพิ่มความคุ้มแบบจึ้งใจ” เมื่อจองตั้งแต่ 1 ก.พ. – 6 เม.ย. 2569 และขยายเวลารับรถไปจนถึงภายใน 30 เม.ย. 2569 พร้อมจัดเต็มสิทธิพิเศษเพิ่มเติมสูงสุด 85,000 บาท* หรือดอกเบี้ย 0% หรือผ่อนสบายเริ่มต้นเพียง 2,500 บาท นานสูงสุด 84 เดือน* สามารถร่วมสัมผัสไลน์อัปรถยนต์ฮอนด้า ได้ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ณ บูทฮอนด้า (A22) ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 และโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ หรือศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง (Honda Call Center) โทร. 0 2341 7777 หรืออ่านรายละเอียดที่ ่https://www.honda.co.th/promotions สามารถสัมผัสและทดลองขับรถยนต์ได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

  • เว็บไซต์: honda.co.th
  • Facebook Official Account: Honda Thailand
  • LINE Official Account: @honda-thailand

 

 

“MGC-ASIA” ทำสถิติกำไรสูงสุดใหม่ ผลจากระบบนิเวศ Mobility Ecosystem โครงสร้างแบรนด์พอร์ตโฟลิโอที่ลงตัว การสร้าง กลยุทธ์ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า และมาตรฐานการบริการครบวงจร ครอบคลุมทุกมิติ

0
มิลเลนเนียม กรุ๊ป 1

บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA แถลงผลการดำเนินงานปี 2568 เติบโตโดดเด่น ทำสถิติกำไรสูงสุดใหม่ สะท้อนความแข็งแกร่งของโครงสร้างธุรกิจในระบบนิเวศ Mobility Ecosystem เชื่อมโยงตั้งแต่การจำหน่ายยานยนต์พรีเมียม รถยนต์ไฟฟ้า ธุรกิจการเงิน ประกันภัย บริการหลังการขายและรถเช่า ช่วยสร้างรายได้ประจำที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บริษัทมีฐานกำไรที่แข็งแรงและเสถียรภาพสูงทั้งยอดขายยานยนต์พรีเมียม การเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า รายได้ประจำจากบริการ (Recurring Income) การฟื้นตัวของธุรกิจการเงินและประกันภัย ส่งผลให้อัตรากำไรและกระแสเงินสดของกลุ่มปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ยึดหลักการมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง โดยปีนี้เป็นการเริ่มบันทึกหน้าใหม่ เพื่อก้าวเข้าสู่การดำเนินธุรกิจยุคอนาคต

มิลเลนเนียม กรุ๊ป 2

ดร.สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ปีที่ผ่านมา เป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปี ของ MGC-ASIA จากการที่เราเติบโตมาอย่างมั่นคง ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา และทำสถิติกำไรสูงสุดใหม่ ซึ่งเป็นผลจากระบบนิเวศ Mobility Ecosystem ด้วยโครงสร้างแบรนด์พอร์ตโฟลิโอ ที่ได้ถูกจัดวางอย่างดีเพื่อเกื้อหนุนธุรกิจร่วมกัน พร้อมสร้างกลยุทธ์ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าที่นำโดยเทคโนโลยี (Technology-led Differentiation) และมาตรฐานการบริการแบบครบวงจร ครอบคลุมในทุกมิติ สร้างโอกาสทางธุรกิจ รวมถึงส่งเสริมให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน ร่วมกับพันธมิตรของเราทุกๆ ราย

มิลเลนเนียม กรุ๊ป 3

อีกทั้งกระแสรถยนต์ไฟฟ้ายังได้รับความนิยม ส่งผลให้บริษัทมีกำไรต่อเนื่อง รวมถึงความไว้วางใจจากลูกค้ามากกว่า 700,000 ราย พร้อมพันธมิตรทางธุรกิจที่ช่วยขับเคลื่อนกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ อันส่งผลให้ธุรกิจเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน”

++ แบรนด์พอร์ตโฟลิโอ จัดวางอย่างลงตัว เกื้อหนุนธุรกิจร่วมกัน

การเติบโตของ MGC-ASIA เป็นผลจากการวางกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจภายใต้ Mobility Ecosystem และ การจัดโครงสร้างแบรนด์พอร์ตโฟลิโออย่างลงตัว อาทิ บีเอ็มดับเบิลยู ซึ่งกำลังก้าวสู่ยุคเทคโนโลยีใหม่ ผ่านแพลตฟอร์ม ‘Neue Klasse’ ภายใต้ 3 เสาหลัก ได้แก่ แบตเตอรี่เจเนอเรชั่น 6 ประสิทธิภาพสูง ประสบการณ์ดิจิทัลยุคใหม่ และแนวคิดความยั่งยืน ขณะเดียวกัน MINI กำลังก้าวเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ ความสำเร็จในการทำตลาดรถยนต์พรีเมียมของกลุ่มบริษัท โดยเฉพาะ BMW i7 สะท้อนความเชี่ยวชาญในการบริหารผลิตภัณฑ์ระดับลักชัวรี่ ซึ่งเป็นฐานสำคัญต่อการเติบโตในระยะกลางและระยะยาว รวมถึงรถยนต์ ฮอนด้า ที่เพิ่งเปิดตัวรุ่น STEP WGN รถยนต์อเนกประสงค์ยอดนิยมโฉมใหม่

มิลเลนเนียม กรุ๊ป 4

++ กลยุทธ์ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า ที่นำโดยเทคโนโลยีใหม่

กลยุทธ์รถยนต์ไฟฟ้าของบริษัท มุ่งเน้นการจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าจีนระดับพรีเมียม คือ เอ็กซ์เผิง และ ซีเคอร์ โดยใช้แนวทาง Technology-led Differentiation เน้นคุณค่าจากคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์และสมาร์ทเทคโนโลยี แทนการแข่งขันด้านราคา ซึ่งทั้งสองแบรนด์ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคในประเทศไทย พร้อมเดินหน้าขยายเครือข่ายให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศ อีกทั้งมีแบรนด์ดังจากญี่ปุ่น ที่อยู่คู่คนไทยมายาวนานอย่าง ฮอนด้า ที่เปิดตัว
ยานยนต์ไฟฟ้ารุ่น e:N1 ที่มาพร้อมเทคโนโลยีและประสิทธิภาพครบครัน

มิลเลนเนียม กรุ๊ป 5

++ บริการมาตรฐานและครบวงจร ครอบคลุมทุกมิติ

กลุ่มธุรกิจบริการหลังการขาย ยังคงสร้างรายได้และกำไรอย่างต่อเนื่อง ด้วยเครือข่ายศูนย์บริการ บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ และ ฮอนด้า รวมถึง เอ็มเอ็มเอส ศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจรมาตรฐานสากล 19 สาขาทั่วประเทศ ช่วยสร้างฐานกำไรที่มั่นคงในระยะยาว

ธุรกิจรถเช่า SIXT Thailand เติบโตต่อเนื่อง โดยบริษัทเป็นผู้บุกเบิกบริการเช่ารถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมรายแรกในประเทศไทย และปี 2568 บริษัทเพิ่มรถ เอ็กซ์เผิง และ ซีเคอร์ ทั้งรูปแบบเช่าระยะยาวและระยะสั้น เปิดโอกาสให้ลูกค้าทดลองใช้เทคโนโลยี EV ก่อนตัดสินใจซื้อ สร้าง Synergy ระหว่างธุรกิจรถเช่าและธุรกิจจำหน่ายอย่างชัดเจน พร้อมบริหารอายุสินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาผลตอบแทนระยะยาว

ธุรกิจการเงินและประกันภัยกลับเข้าสู่รอบเติบโต หลังผ่านวัฏจักรเศรษฐกิจ โดยพอร์ตสินเชื่อ Alpha X ที่เน้นกลุ่ม High Net Worth ผ่าน Wealth Lending และธุรกิจประกันภัย Howden Maxi มีรายได้ค่าธรรมเนียมประกันภัยเติบโตต่อเนื่อง ครอบคลุมใบอนุญาตนายหน้าประกันภัยนิติบุคคล ครบทั้ง 3 ประเภท ได้แก่ ประกันวินาศภัย ประกันภัยต่อ และประกันชีวิต นำเสนอทางเลือกที่มีความหลากหลาย และสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ผู้ครอบครอง

ขณะที่ MGC-MOBILIFE แพลตฟอร์มลอยัลตี้โปรแกรมสำหรับลูกค้าในเครือ พร้อมมอบสิทธิประโยชน์เหนือระดับ กับของรางวัลพิเศษหลากหลายประเภท ที่ลูกค้าสามารถนำคะแนนสะสมจากการซื้อยานยนต์ หรือใช้บริการบริษัทในเครือฯ มาแลกรับสิทธิพิเศษด้านต่างๆ อาทิ เช่น สุขภาพ, การท่องเที่ยว และอื่นๆ

++ พัฒนาเพื่อยกระดับทั้งองคาพยพ

ปัจจุบัน MGC-ASIA มีเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการรวม 20 แบรนด์ในประเทศไทยและอยู่ระหว่างขยายเพิ่มตามภูมิภาค บริษัทมีเครือข่าย SIXT ใน สปป.ลาว 2 สาขาและมาเลเซีย 8 สาขา รวมทั้งหมด 130 สาขา พื้นที่ใช้สอยกว่า 290,000 ตารางเมตรพร้อมเครือข่ายบริการหลังการขาย 44 สาขาทั่วประเทศ 331 ช่องซ่อม และช่างเทคนิค
ที่ผ่านมาตรฐานจากบริษัทผู้ผลิต 324 ท่าน รวมจำนวนช่างที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน การบำรุงรักษารถยนต์ไฟฟ้า ดำเนินงานผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ (Strategic Alliance) กับพันธมิตรธุรกิจ ซึ่งช่วยขยายการดำเนินงานได้อย่างลงตัว

บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพนักงานในองค์กรให้สูงขึ้นในทุกระดับตำแหน่ง ผ่านการฝึกอบรมเชิงช่างและ soft skills รวมถึง AI ให้เหมาะสมกับการทำงานในปัจจุบัน เสมือนเป็นการติดอาวุธทางความคิดเพื่อให้พร้อมต่อการเติบโตในหน้าที่การงาน และล่าสุด มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป คว้ารางวัล SUSTAINABLE AWARDS 2025 สาขา ‘Outstanding Contribution to CO2 Reduction’
จาก บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนด้วยการลดการปล่อยคาร์บอน ผ่านการติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่ลดค่าไฟได้ 35% ปรับไฟเป็นแอลอีดี ลดการใช้ไฟฟ้า 5.4% ใช้ระบบดิจิทัลลดกระดาษ และปลูกป่า 10 ต้น ต่อรถ 1 คัน ที่ส่งมอบ

MGC-ASIA ผ่านการประเมิน SET ESG Ratings ประจำปี 2568 เป็นปีแรก ในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม โดยเป็น 1 ใน 265 บริษัทจดทะเบียนที่ได้รับการประกาศผลการประเมินจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) สะท้อนถึงศักยภาพและความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบที่พร้อมขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างสมดุลอย่างดีเยี่ยมในทุกมิติทั้งสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล

“GWM (Thailand)” เผยแผนธุรกิจปี69 เปิดรถใหม่ 7 รุ่น ผุด 4 กลยุทธ์หลัก ขยายเครือข่ายครบ 100 แห่ง ที่มากับบริการหลังการขายทันสมัย

0
GWM Thailand 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ในปี 2569 นี้ GWM (Thailand) ได้ดำเนินธุรกิจครบรอบ 5 ปีในประเทศไทย ประกาศขอบคุณลูกค้าชาวไทยและทุกภาคส่วนสำหรับการสนับสนุนที่ผ่านมา พร้อมแถลงทิศทางการดำเนินธุรกิจประจำปี 2569 ผ่าน 4 กลยุทธ์สำคัญ เพื่อเร่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในประเทศไทย ได้แก่ ด้านผลิตภัณฑ์ ด้านการตลาด ด้านการขาย และด้านบริการหลังการขาย พร้อมเผยศักยภาพนวัตกรรมระดับโลกล่าสุด กับ 5 เทคโนโลยีขุมพลังครอบคลุมทุกพลังงาน สะท้อนแนวคิดของแบรนด์ที่ทุ่มเทและลงทุนในงานวิจัยและพัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับการสัญจรแห่งอนาคตของคนไทยและทั่วโลกให้ดียิ่งขึ้น ตั้งแต่เครื่องยนต์สันดาป กลุ่มพลังงานไฮบริด พลังงานไฟฟ้า 100% พลังงานไฮโดรเจน และรถจักรยานยนต์ไฮเอนด์ ยิ่งไปกว่านั้น ในปี 2569 ยังเตรียมเปิดรถยนต์ใหม่ถึง 7 รุ่น พร้อมเร่งเครื่องมุ่งหน้าขยายเครือข่ายพาร์ทเนอร์สโตร์ให้ถึง 100 แห่ง ครอบคลุมทั่วประเทศไทย เพื่อสานต่อความไว้วางใจและเสริมแกร่งการดูแลผู้ใช้งานรถยนต์ GWM ได้อย่างใกล้ชิดและทั่วถึง 

GWM Thailand  2

GWM (Thailand) ในฐานะบริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลก (Global Intelligent Technology Company) ด้วยเม็ดเงินลงทุนสะสมในไทยแล้วกว่า 20,000 ล้านบาท และมีแผนที่จะลงทุนอีก 10,000 ล้านบาท เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจและระบบนิเวศยานยนต์ที่ครอบคลุม โดย ณ สิ้นปี 2568 GWM มียอดขายสะสมในไทยรวมทั้งสิ้น 53,619 คัน พร้อมสร้างสถิติยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปีที่ผ่านมาที่ 18,096 คัน เติบโตขึ้นถึง 146% ตอกย้ำเป้าหมายการเป็น The Most Trusted Chinese Brand in Thailand” โดยในปี 2569 GWM (Thailand) ตั้งเป้าหมายยอดขายอยู่ที่ 25,000 คัน เติบโตจากปีที่ผ่านมาประมาณ 40% พร้อมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนด้วย 4 กลยุทธ์หลัก ได้แก่

GWM Thailand 3

  1. กลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ เดินหน้าเปิดตัวรถยนต์ใหม่ในปีนี้ทั้งสิ้น 7 รุ่น ครอบคลุมทั้ง HEV, PHEV, BEV และเครื่องยนต์ดีเซล เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์แบบ User-Centric โดยมีไฮไลต์สำคัญคือ GWM ORA 5 รถยนต์ในเซกเมนต์ SUV-B ที่มาพร้อมทั้งรุ่น EV สำหรับชีวิตเมืองที่ทันสมัย และรุ่น HEV ที่ใช้เทคโนโลยีไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ มอบสมรรถนะและการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังวางแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ WEY เพิ่มขึ้นอีก 1 รุ่นในปลายปีนี้ และอีก 2 รุ่นในปี 2570 เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการทำการตลาดของรถยนต์ระดับลักซัวรี่ โดยจะมีการสร้าง WEY Exclusive Showroom ตามพื้นที่สำคัญ ๆ ทั่วประเทศ แยกเป็นอิสระจากโชว์รูมทั่วไปของ GWM
  2. กลยุทธ์ด้านการตลาด มุ่งเน้นการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้กับผู้บริโภคชาวไทย เพื่อขึ้นสู่การเป็น “The Most Trusted Chinese Brand in Thailand” โดยเราจะเร่งสร้างการรับรู้ของแบรนด์ผ่านกลยุทธ์ Omni Channel พร้อมทำงานร่วมกับสื่อมวลชนเพื่อสื่อสารอย่างตรงจุด ตอบโจทย์ความต้องการผู้ใช้ รวมถึงการสร้างชุมชนผู้ใช้ที่แข็งแกร่งและมั่นคง นอกจากนี้ GWM จะทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ทั่วประเทศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการทำการตลาดให้สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าตามภูมิภาคต่าง ๆ ได้ดีมากยิ่งขึ้น
  3. กลยุทธ์ด้านการขาย ตั้งเป้าขยายเครือข่ายพาร์ทเนอร์สโตร์ให้ครบ 100 แห่งทั่วประเทศ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าและมอบบริการได้อย่างทั่วถึง นอกจากนี้ยังเตรียมรุกตลาดรถยนต์ฟลีท (Fleet) เพื่อตอบโจทย์การใช้งานเชิงพาณิชย์ของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอย่างเต็มรูปแบบ ยิ่งไปกว่านั้น GWM จะมีการนำรูปแบบการดำเนินธุรกิจแบบใหม่เข้ามาใช้ ซึ่งเป็นการนำจุดแข็งของระบบปัจจุบัน มารวมเข้ากับข้อดีของระบบ Wholesales เพื่อให้ได้สิ่งที่สมบูรณ์แบบในการทำการตลาดในปัจจุบัน และสร้างการเติบโตต่อไปในอนาคต โดยองค์ประกอบสำคัญในรูปแบบธุรกิจใหม่นี้ คือ การกระจายสินค้าให้พร้อมต่อปริมาณความต้องการในตลาดอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว ด้วยระดับสต็อกที่เหมาะสม และการรักษานโยบาย One Price เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าและรักษาผลกำไรให้พาร์ทเนอร์ โดย GWM ได้เริ่มใช้รูปแบบการดำเนินธุรกิจแบบใหม่นี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา
  4. กลยุทธ์ด้านการบริการหลังการขาย เน้นย้ำสร้างความเชื่อมั่นและมุ่งสู่การเป็นอันดับหนึ่งในใจลูกค้า ผ่านการบริการจัดการอะไหล่ที่มีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็น แคมเปญ “รับประกันความพร้อมของอะไหล่ภายใน 7 วัน” โดยมีอัตราการมีอะไหล่ (Part Fill Rate) ไม่น้อยกว่า 95% พร้อมบริการส่งด่วนภายใน 3 ชั่วโมงในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล และการจัดส่งทั่วประเทศภายใน 2 วันทำการ ควบคู่กับการขยายศูนย์มาตรฐานซ่อมตัวถังและสี (Certified Body & Paint) จาก 14 แห่ง เป็น 40 แห่งทั่วประเทศ และเตรียมนำเทคโนโลยี AI และ Intelligent Chatbot มาช่วยวินิจฉัยปัญหาและตอบคำถามลูกค้าอย่างแม่นยำและรวดเร็ว

ภายในงาน GWM Day – 5 Years Anniversary 2026 นี้ GWM ได้นำเสนอ Technology Showcase ซึ่งรวบรวมนวัตกรรมขุมพลัง 5 รูปแบบที่ออกแบบและพัฒนาเพื่อรองรับการขับเคลื่อนแห่งอนาคต โดยประกอบด้วยกลุ่มเครื่องยนต์สันดาป (ICE) ได้แก่ V6 Powertrain ที่ทรงพลังและให้การขับขี่ราบรื่น รองรับงานหนักและออฟโรดเต็มรูปแบบ พร้อมด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 3.0T เทอร์โบที่ให้สมดุลระหว่างพละกำลังและการประหยัดเชื้อเพลิง และเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T ที่ขึ้นชื่อด้านความทนทานและแรงบิดสูง พร้อมการรับประกันคุณภาพสูงสุด 1 ล้านกิโลเมตร; กลุ่มเครื่องยนต์ไฮบริด (Hybrid) ที่ประกอบด้วย H8 Boxer Engine ช่วยลดจุดศูนย์ถ่วงเพื่อเพิ่มเสถียรภาพ ระบบ Hi4 – Chassis ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะที่ผสานทำงานร่วมกันระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์อย่างชาญฉลาดและไร้รอยต่อ และเครื่องยนต์ไฮบริด 2.0T / 1.5T เจเนอเรชันใหม่ที่เน้นการประหยัดพลังงานพร้อมสมรรถนะที่มากกว่า; กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ซึ่งมีทั้งมอเตอร์ Good Cat ที่ให้การขับขี่นุ่มนวล คล่องตัว เหมาะกับไลฟ์สไตล์ในเมือง และมอเตอร์ ORA 07 ที่มอบพละกำลังสปอร์ต พร้อมระบบจัดการพลังงานมีประสิทธิภาพสำหรับการเดินทางไกล; กลุ่มพลังงานไฮโดรเจน (Fuel Cell) ที่นำเสนอ Fuel Cell Engine เทคโนโลยีพลังงานสะอาดซึ่งเปลี่ยนไฮโดรเจนเป็นกระแสไฟฟ้าพร้อมไอเสียเป็นเพียงน้ำ และสุดท้ายคือกลุ่มรถจักรยานยนต์ระดับไฮเอนด์ นำโดย SOUO Motorcycle รถจักรยานยนต์ที่สะท้อนศักยภาพด้านวิศวกรรมของ GWM ด้วยดีไซน์พรีเมียมและเครื่องยนต์สมรรถนะสูงเพื่อประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับ

GWM Thailand 7

 

 

เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวว่า “เป้าหมายในปีนี้ของ GWM (Thailand) ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเติบโตด้านยอดขาย แต่คือการสร้างแบรนด์ที่ผู้ใช้งานชาวไทยสามารถเชื่อมั่นได้ในระยะยาว และตอกย้ำการดำเนินธุรกิจในไทยอย่างมั่นคง แข็งแกร่ง และต่อเนื่อง ผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยียานยนต์ที่ล้ำสมัย และการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใสควบคู่กับการดูแลลูกค้าอย่างใส่ใจในทุกขั้นตอน ซึ่งหนึ่งในความสำเร็จอันเป็นรูปธรรมที่สะท้อนถึงความไว้วางใจของลูกค้าที่มีต่อเรา คือความสำเร็จในการส่งมอบ GWM TANK 300 Diesel ครบ 10,000 คัน ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว เราจึงวางกลยุทธ์การดำเนินงานปี 2569 อย่างรอบด้าน ครอบคลุมทั้งการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานของคนไทยภายใต้กลยุทธ์ Multi-powertrain การขยายเครือข่ายให้ทั่วประเทศรวมถึงต่อยอดทางธุรกิจด้านต่าง ๆ ภายใต้รูปแบบการดำเนินธุรกิจแบบใหม่เป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโต และการยกระดับมาตรฐานบริการหลังการขาย เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีและความมั่นใจให้กับผู้ใช้งานชาวไทย พร้อมวางรากฐานการเติบโตที่มั่นคงให้กับ GWM ในตลาดประเทศไทย”

 

 

มาสด้าตอกย้ำความเป็นเลิศคว้า 5 รางวัล รถยนต์ยอดเยี่ยมมาครอง

0

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เข้ารับรางวัล Car of the Year 2026 หรือรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี 2569 ซึ่งจัดขึ้นโดย บริษัท กรังซ์ปรีด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ โชว์ โดยมี ดร. ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีฯ พร้อมด้วย นายอโณทัย เอี่ยมลำเนา ประธานจัดงาน Car & Bike of the Year 2026 โดยงานดังกล่าวจัดขึ้น ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อเร็ว ๆ นี้

รถยนต์มาสด้ายังคงความเป็นเลิศรอบด้าน และได้รับความเชื่อมั่นจากคณะกรรมการและผู้ทรงคุณวุฒิ การได้รับรางวัลในครั้งนี้ ตอกย้ำถึงความสำเร็จอีกหนึ่งก้าวของมาสด้า ต่อการพัฒนายนตรกรรมที่ตอบโจทย์ลูกค้า เพื่อส่งมอบประสบการณ์ความสนุกสนานในการขับขี่ให้กับลูกค้าในประเทศไทยและทั่วโลก ซึ่งรถยนต์มาสด้าทั้ง 5 รุ่น ที่ได้รับรางวัล Car of the Year 2026 มีดังต่อไปนี้

  • MAZDA2 SKYACTIV-D คว้ารางวัล          BEST DIESEL HATCHBACK UNDER 1,500c.
  • MAZDA3 SKYACTIV-G คว้ารางวัล          BEST HATCHBACK UNDER 2,000c.
  • MAZDA CX-8 SKYACTIV -G คว้ารางวัล          BEST SUV UNDER 2,500c.
  • MAZDA CX-5 SKYACTIV -D คว้ารางวัล          BEST DIESEL SUV UNDER 2,500c.
  • MAZDA BT-50 DBL 2 HI-RACER คว้ารางวัล BEST HIGH-LIFTED PICKUP UNDER 2,200 c.c.

 

มาสด้าขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้การสนับสนุนรถยนต์มาสด้ามาโดยตลอด มาสด้าจะยังคงมุ่งมั่นสานต่อแนวคิด “Joy of Driving” หรือความสุขในการขับขี่ และสร้างสรรค์รถยนต์ที่ลูกค้ารัก ภายใต้คุณค่าหลักขององค์กร “Radically Human” พร้อมทั้งตั้งเป้าในการส่งมอบ “Joy of Living” หรือความสุขในการใช้ชีวิต ด้วยการสร้างประสบการณ์การเดินทางที่น่าประทับใจให้กับชีวิตประจำวันของลูกค้าไปตลอดอายุการใช้งาน

บุคคลในภาพ (จากซ้ายสุดไปขวาสุด) คณะผู้บริหารระดับสูงจาก บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกอบด้วย มร. โชอิชิ ฮิโรตะ ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจ, นายภพนิพิฐ จิรวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและนวัตกรรมดิจิทัล, นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, นายพิเชษฐ์  ปุณณารักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย และ นายศราวุฒิ บรรยงค์กุล ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้า

“อินเตอร์มาร์ค บิสซิเนส” ลุยทำตลาดฟิล์มกรองแสงแบรนด์ระดับโลก Johnson Window Films เต็มที่ หลังบริษัทแม่จับมือ ‘เมดิโก้ อิงค์’ ผู้ผลิตฟิล์มกรองแสงรายใหญ่จากสหรัฐอเมริกา ชูนวัตกรรมฟิล์มกระจกคุณภาพสูงระดับพรีเมียมลักชัวรี ควบคู่การให้บริการผ่านเครือข่ายศูนย์บริการติดตั้งทั่วประเทศ

0
อินเตอร์มาร์ค บิสซิเนส 1

นางสาวมัณฑรพ สุริยะปฐมธนกร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อินเตอร์มาร์ค บิสซิเนส จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงสำหรับรถยนต์ “จอห์นสัน” แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยมากว่า 25 ปี เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมา Johnson Window Films, Inc. ได้ประกาศความร่วมมือกับ Madico, Inc. ซึ่งเป็นผู้ผลิตฟิล์มกรองแสงระดับโลกจากประเทศสหรัฐอเมริกา

 

ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว จะนำมาซึ่งความแข็งแกร่งในการบุกตลาดทั่วโลกร่วมกัน ทั้งในเรื่องของสายผลิตภัณฑ์ที่แข็งแกร่งและการบริการลูกค้าที่เป็นเลิศของแต่ละแบรนด์ รวมถึงศูนย์กระจายสินค้า 8 แห่งในอเมริกาเหนือ และโรงงานผลิตที่ทันสมัยขนาด 2.5 แสนตารางฟุต ซึ่งจะสามารถขยายโอกาสให้กับลูกค้าของทั้งสองบริษัทออกไปได้ทั่วโลก

 

ทั้งนี้ จอห์นสัน วินโดว์ ฟิล์มส์ อิงค์ ได้รับความไว้วางใจยาวนานกว่า 50 ปี ในการผลิตฟิล์มสำหรับกระจกคุณภาพสูง พร้อมการสนับสนุนลูกค้าในระดับยอดเยี่ยม ขณะที่ เมดิโก้ อิงค์ เป็นผู้ผลิตระดับโลกด้านฟิล์มกระจกและโซลูชันวัสดุพรีเมียม การร่วมมือกันของ 2 บริษัท จะส่งผลดีต่อการพัฒนาสินค้าและการทำตลาดฟิล์มกระจกทั่วโลก ซึ่งก็รวมถึงในประเทศไทยเช่นกัน

 

“สำหรับในประเทศไทย ฟิล์มกรองแสงจอห์นสันอยู่ภายใต้การนำเข้าและทำตลาดของอินเตอร์มาร์คบิสซิเนส ตั้งเป้าหมายที่จะเจาะกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียมลักชัวรี ที่ต้องการฟิล์มกรองแสงคุณภาพสูง พร้อมด้วยการให้บริการแบบครบวงจร ผ่านเครือข่ายศูนย์ติดตั้งและศูนย์บริการ ที่มีอยู่กว่า 260 แห่งทั่วประเทศในปัจจุบัน”

 

นางสาวมัณฑรพกล่าวถึงการทำตลาดฟิล์มกรองแสงจอห์นสันในประเทศไทยว่า ในปัจจุบันมีการทำตลาดฟิล์มกรองแสงสำหรับรถยนต์อยู่ 5 ซีรี่ส์หลัก ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าในประเทศไทยได้ ตั้งแต่ Johnson InsulatIR, Johnson Executive, Johnson Silhouette, Johnson Mirror Plus และ Johnson Vision Plus ที่แตกต่างกันไปด้านคุณสมบัติในการปกป้องรถยนต์และผู้โดยสาร

 

โดยในรุ่นท็อปอย่าง ‘อินซูเลท ไออาร์…หนึ่งเดียวที่โลกปรบมือให้’ มาพร้อมกับนวัตกรรมระดับโลก ที่สุดแห่งเทคโนโลยีเคลือบชั้นฟิล์มด้วยไทเทเนียมไนไตรด (TiN) ลิขสิทธิ์เฉพาะจากอเมริกา โดยการสังเคราะห์ชั้นโครงสร้างอณูโลหะระดับโมเลกุล ให้เรียงตัวบนแผ่นฟิล์มอย่างต่อเนื่อง ที่กันร้อนจากแสงแดดได้มากกว่าฟิล์มทั่วไปถึง 4 เท่า กันยูวีได้เกือบ 100%

 

นอกจากนี้ ยังเป็นฟิล์มหนึ่งเดียวในเมืองไทยที่มีรุ่นให้เลือกทั้งฟิล์มเข้มและใส โดยทุกรุ่นไม่รบกวนระบบสัญญาณ GPS และวิทยุผ่านดาวเทียม ผ่านการทดสอบตามมาตรฐานสากล ไม่ว่าจะเป็น ASTM E903, ASTM E308, ASTM G159 (Air Mass 1.5) และคำนวณค่าการป้องกันความร้อนจากแสงอาทิตย์โดยใช้โปรแกรม WINDOW 4.0 ตามมาตรฐาน ASHRAE และ NFRC

 

ฟิล์มกรองแสงจอห์นสันมาพร้อมนวัตกรรมขั้นสุดยอดของ CERAMIC Technology สำหรับแสงแดดเมืองไทยโดยเฉพาะ ผลิตจากนวัตกรรมขั้นสูงไร้อนุภาคโลหะ ไม่ย้อมสี ไม่มีปัญหาซีดจาง หรือเป็นสนิมอย่างเด็ดขาด เนื้อฟิล์มทนทานสูง กล้ารับประกันการใช้งานถึง 7 ปี มีเนื้อฟิล์มใส สวยงามไม่สะท้อนเป็นเงา ให้ทัศนวิสัยคมชัดทั้งกลางวัน กลางคืนอีกด้วย

 

“ที่ผ่านมา เราได้รับความมั่นใจจากผู้บริโภคในประเทศไทยเป็นอย่างดี ทั้งในเรื่องของคุณภาพของฟิล์มระดับพรีเมียมลักชัวรีภายใต้แบรนด์ระดับโลก และการให้บริการลูกค้าอย่างครบวงจร การที่บริษัทแม่เข้าร่วมกับผู้ผลิตฟิล์มระดับโลกจะส่งผลดีต่อจอห์นสัน ทั้งในเรื่องการพัฒนาสินค้า นวัตกรรมใหม่ และการให้บริการที่มีความโดดเด่นมากขึ้น ซึ่งประเทศไทยก็จะได้รับผลดีจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เช่นกัน”

 

สำหรับตลาดฟิล์มกรองแสงระดับพรีเมียมในประเทศไทย ยังมีแนวโน้มการเติบโตที่ไม่แตกต่างจากตลาดรถยนต์นัก โดยผู้บริโภคยังให้ความสำคัญกับเรื่องของเทคโนโลยี นวัตกรรมใหม่ ๆ และการให้บริการที่สามารถตอบสนองความต้องการที่หลากหลายได้ ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้มีการนำเข้าสินค้าและพัฒนาการให้บริการ เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้มากที่สุด

 

ทั้งนี้ อินเตอร์มาร์ค บิสซิเนส เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงรถยนต์ระดับพรีเมียมในประเทศไทยถึง 2 ยี่ห้อในปัจจุบัน ประกอบไปด้วย Johnson Window Films และ Xtra-Cole ซึ่งทำตลาดในประเทศไทยมายาวนานกว่า 25 ปี จึงมีความเข้าใจถึงความต้องการของผู้บริโภคในตลาดประเทศไทยเป็นอย่างดี ทั้งในเรื่องของสินค้าและการให้บริการแบบครบวงจร

“นิสสัน” เตรียมสร้างความตื่นเต้น ในงาน มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 พร้อมนำรถยนต์ยอดนิยมครบรุ่นจัดแสดงในงาน

0
นิสสัน 1

นิสสัน ประเทศไทย เตรียมสร้างความตื่นเต้นอีกครั้งในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 นำรถยนต์ยอดนิยม และรถยนต์อี-พาวเวอร์ครบรุ่นร่วมจัดแสดงในงาน พร้อมเผยโฉมนิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ สีใหม่ จำนวนจำกัด และตื่นเต้นไปอีกขั้นกับการเปิดตัวรถยนต์อี-พาวเวอร์ รุ่นใหม่ล่าสุด ที่มาพร้อมสมรรถนะการขับขี่สุดสนุก

โดยภายในงาน นิสสันยังได้จัดแคมเปญโปรโมชั่นสุดพิเศษ SAY YES! กับข้อเสนอสุดคุ้ม ทั้งดอกเบี้ยต่ำ ไปจนถึงผ่อนสบายสูงสุด 84 เดือน และพิเศษสำหรับเซเรน่า อี-พาวเวอร์ รับส่วนลดพิเศษสูงสุด 100,000 บาท

รถยนต์ครบรุ่นร่วมสร้างสีสัน

ภายในงาน บางกอก อินเตอร์ เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ครั้งที่ 47 เตรียมพบกับรถยนต์รุ่นหลัก ๆ ของนิสสัน ที่พร้อมมาสร้างสีสันให้แก่นักขับขี่ชาวไทย อาทิ

นิสสัน 2

นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ รถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่งในคอนเซ็ป “Big. Easy. Fun.” พลังอี-พาวเวอร์ ที่โดดเด่นด้วยฟีเจอร์สำหรับการขับขี่ในเมือง ทั้งความปราดเปรียว ความปลอดภัย และความสะดวกสบาย เหมาะทั้งสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวันและการเดินทางท่องเที่ยวในวันหยุด

เครื่องยนต์ อี-พาวเวอร์ ให้การตอบสนองฉับไว เร่งแรงทันใจจากมอเตอร์ไฟฟ้า โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการหาสถานีชาร์จไฟ  และยังให้การขับขี่ที่ราบรื่น เงียบ ประหยัด เหมาะสำหรับการเดินทางในสภาวะการจราจรที่หนาแน่นในเมือง

นอกจากนี้ นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ ยังช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่โดยเฉพาะในเมืองด้วยเทคโนโลยีชั้นนำ อาทิ เทคโนโลยีกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง (Intelligent Around View Monitor – IAVM) ที่ช่วยให้มองเห็นได้รอบคัน สะดวกและปลอดภัยเมื่อขับขี่บนถนนจอแจหรือซอยแคบ  เทคโนโลยีกระจกมองหลังอัจฉริยะ (Intelligent Rear View Mirror – IRVM) ที่ช่วยให้เห็นการจราจรด้านหลังแม้จะมีสัมภาระบดบังทัศนวิสัย  ปุ่ม N Hold เข้าเกียร์ว่างได้เมื่อจอดซ้อนคัน และประตูเลื่อนอัตโนมัติสองด้านที่ให้ความสะดวกในการเข้าออกจากรถเพียงใช้เท้าโบกใต้ประตู และประตูท้ายที่เปิดได้ทั้งครึ่งบานและเต็มบาน ไม่เปลืองพื้นที่แม้จอดในพื้นที่จำกัด

โดยภายในงาน สามารถร่วมเป็นเจ้าของ นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ สีใหม่ “เบจ แคชเมียร์ โกลด์ หลังคาดำ*” รุ่นพิเศษจำนวนจำกัด ที่สะท้อนความมีสไตล์และความอบอุ่น สง่างามในแบบญี่ปุ่น ผสานฟีเจอร์ความสะดวกสบายที่ตอบโจทย์ทุกการเดินทางของครอบครัว

นิสสัน 3

นิสสัน เอ็กซ์เทรล อี-พาวเวอร์ อี-ฟอร์ซ รถพรีเมียมเอสยูวี ที่ใช้เทคโนโลยีอี-พาวเวอร์ ให้การตอบสนองรวดเร็วและแรงทันใจแบบรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ผสานพลังกับอี-ฟอร์ซ ซึ่งเป็นนวัตกรรมเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนทุกล้อไฟฟ้า ที่มีมอเตอร์ไฟฟ้าแยกสำหรับล้อหน้าและล้อหลัง ให้การตอบสนองเร็ว การทรงตัวดีเยี่ยม และมั่นใจกับการขับขี่ที่ควบคุมได้ดังใจในทุกสภาพถนน  ภายในห้องโดยสารให้ความรู้สึกพรีเมี่ยมกับแผงควบคุมและหน้าจอดีไซน์ทันสมัย คอนโซลแบบลอยตัว เบาะนั่งรับสรีระหุ้มด้วยวัสดุพรีเมียม ระบบเสียงคุณภาพเยี่ยม และพาโนรามิกซันรูฟที่ให้ความรู้สึกโปร่ง โล่ง และพรีเมียมในทุการเดินทาง

นิสสัน 4

นิสสัน อัลเมร่า ซีดานที่ “แรงจริง จัดให้” กับเครื่องยนต์ 1.0 ลิตรเทอร์โบ เหมาะกับการขับขี่ประจำในเมือง พร้อมแอป NissanConnect Services ที่ให้ความสะดวกและอุ่นใจ สามารถเชื่อมต่อได้ไม่สะดุด และสั่งการรถจากระยะไกลผ่านสมาร์ทโฟน พร้อมระบบ Walk-Away Lock  และปุ่ม SOS สำหรับขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน

นิสสัน 4

นิสสัน นาวารา รถกระบะ “ทน พร้อม ลุย” โดดเด่นด้วยแชสซีเหล็กกล้าให้ทั้งความแข็งแรงและปลอดภัย ระยะความสูงใต้ท้องรถที่เพิ่มขึ้น ระบบกันสะเทือนหน้าแบบปีกนกคู่พร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง ระบบกันสะเทือนหลังแบบแหนบซ้อนพร้อมโช้คอัพ ช่วยให้ขับขี่ได้อย่างนุ่มนวลในทุกสภาพเส้นทาง รถกระบะนิสสัน นาวารา ติดตั้งเครื่องยนต์ 2.3 ลิตร ทวินเทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ผสานพละกำลังและความประหยัดน้ำมันได้อย่างลงตัว พร้อมลุยทุกการเดินทาง  จัดเต็มเทคโนโลยีความปลอดภัยด้วย Nissan 360° Safety Shield เพิ่มความปลอดภัยให้ทุกคนทั้งในการเดินทางบนทางเรียบและทุรกันดาร  ภายนอกโดดเด่น โฉบเฉี่ยว ดุดัน ภายในสปอร์ต นั่งสบาย

แคมเปญพิเศษ “SAY YES!” เป็นเจ้าของได้ง่าย

ผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของรถยนต์นิสสัน สามารถเลือกรับข้อเสนอพิเศษที่หลากหลายกับแคมเปญ “SAY YES!” ทั้งดอกเบี้ยต่ำ ดาวน์น้อย และผ่อนสบายสูงสุด 84 เดือน** นอกจากนี้ นิสสันยังมอบข้อเสนอพิเศษ สำหรับรถยนต์แต่ละรุ่น ได้แก่

  • นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ รับส่วนลดพิเศษ 100,000 บาท และฟรี ประกันภัยชั้น 1
  • นิสสัน เอ็กซ์เทรล อี-พาวเวอร์ อี-ฟอร์ซ รับดอกเบี้ย 0% พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1

ผู้ที่สนใจสามารถแวะชมบูทนิสสันได้ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ระหว่างวันที่ 5 มีนาคม – 5 เมษายนนี้ ณ อิมแพค เมืองทองธานี

* สีพิเศษ เบจ แคชเมียร์ โกลด์ หลังคาดำ ราคาเพิ่ม 20,000 บาท

** ขึ้นกับเงื่อนไขของบริษัทฯ

 

“เอ็มจี” จัดข้อเสนอพิเศษลุยงาน มอเตอร์โชว์ 2026

0
เอ็มจี 1

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ส่งข้อเสนอพิเศษเสิร์ฟความคุ้มค่าให้ลูกค้าเป็นเจ้าของยนตรกรรมคุณภาพได้ง่ายมากยิ่งขึ้นก่อนงาน บางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ที่จะเริ่มขึ้น นำโดย NEW MG IM6 ยนตรกรรมพรีเมียมอีวีอัจฉริยะ มาพร้อมข้อเสนอราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 1,299,900 บาท ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อมพ.ร.บ. นาน 2 ปี และ e-SUV รุ่นยอดนิยมอย่าง NEW MG S5 EV  ที่มาพร้อมข้อเสนอพิเศษ ในรุ่น D+ ราคาเริ่มต้นเพียง 619,900 บาท และรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ทุกรุ่นของ เอ็มจี มาพร้อมรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง  ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน (EV LIFETIME WARRANTY)  โดยไม่ต้องซื้อเพิ่ม ข้อเสนอพิเศษเริ่มตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 5 เมษายน 2569 นี้เท่านั้น

กลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้า

เอ็มจี 2

NEW MG IM6 รถ The 1st Ever Premium Intelligent e-SUV

  • ราคาพิเศษ 1,299,900 บาท จากราคาปกติ 1,399,900 บาท สำหรับรุ่น PREMIUM
  • ราคาพิเศษ 1,549,900 บาท จากราคาปกติ 1,599,900 บาท สำหรับรุ่น PREMIUM LONG RANGE
  • ราคาพิเศษ 1,749,900 บาท จากราคาปกติ 1,799,900 บาท สำหรับรุ่น PERFORMANCE
  • MG SHIELD ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 2 ปี
  • ฟรี MG HOME CHARGER พร้อมติดตั้ง
  • ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนระดับพรีเมียม นาน 5 ปี
  • ฟรี ค่าบริการระบบปฏิบัติการ i-SMART นาน 5 ปี
  • ฟรี บริการค่าจดทะเบียน กรอบป้ายทะเบียน และชุดพรมปูพื้น
  • สิทธิพิเศษ การบริการ MG PREMIUM FAST LANE
  • สิทธิพิเศษ การบริการ MG PREMIUM CALL CENTRE
  • รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุ การใช้งาน
  • รับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 5 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

NEW MG S5 EV PLUS รถ e-SUV ขวัญใจมหาชน กับข้อเสนอพิเศษเดียวกับ งาน มอเตอร์โชว์ 2026

เอ็มจี 3

  • ราคาพิเศษ 619,900 บาท จากราคาปกติ 749,900 บาท ในรุ่น D+
  • ราคาพิเศษ 729,900 บาท จากราคาปกติ 839,900 บาท ในรุ่น X+
  • ราคาพิเศษ 849,900 บาท จากราคาปกติ 959,900 บาท ในรุ่น V+
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น
  • ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนนาน 5 ปี
  • รับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุ            การใช้งาน

 

NEW MG MAXUS 7

เอ็มจี 4

  • ราคาพิเศษเริ่มต้น 1,299,000 บาท สำหรับรุ่น X จากราคาปกติ 1,769,000 บาท
  • ราคาพิเศษ 1,319,000 บาท สำหรับรุ่น 2 Tone จากราคาปกติ 1,789,000 บาท
  • รับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุ การใช้งาน
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง
  • ฟรี อุปกรณ์จ่ายกระแสไฟ V2L จำนวน 1 ชุด
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

NEW MG4 ELECTRIC โกลบอลโมเดลรุ่นยอดนิยม

เอ็มจี 5

  • ราคาพิเศษ 549,900 บาท จากราคาปกติ 709,900 บาท ในรุ่น D
  • ราคาพิเศษ 649,900 บาท จากราคาปกติ 769,900 บาท ในรุ่น D LONG RANGE
  • รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

NEW MG CYBERSTER

  • ราคาพิเศษ 2,499,000 บาท
  • รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุ การใช้งาน
  • รับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง
  • ฟรี อุปกรณ์จ่ายกระแสไฟ V2L จำนวน 1 ชุด
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น
  • ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 5 ปี

กลุ่มรถยนต์พลังงานทางเลือก

ALL NEW MG3 HYBRID+ รถไฮบริดตัวจี๊ด แรงและประหยัด

  • ราคาพิเศษ 499,900 บาท รุ่น RACING EDITION
  • ราคา 579,900 บาท สำหรับรุ่น D
  • ราคา 619,000 บาท สำหรับรุ่น X
  • หรือ ผ่อนเริ่มต้นเพียง 2,516 บาท*
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • รับประกันคุณภาพตัวรถนาน และระบบไฮบริดนาน 6 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดนาน 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

NEW MG HS PHEV

  • ราคาเริ่มต้น 819,000 บาท
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • รับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 4 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

กลุ่มรถยนต์สันดาป

NEW MG ZS

  • ราคาพิเศษสุดเริ่มต้นเพียง 599,000 บาท
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

NEW MG EXTENDER

  • รับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนดเท่านั้น 

ผู้ที่สนใจสามารถสัมผัสและทดลองขับยนตรกรรมทุกรุ่น พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษของ เอ็มจี ได้ที่โชว์รูม เอ็มจี ทั้ง 125 แห่งทั่วประเทศ และสามารถเยี่ยมชมรถทุกรุ่น ที่ บูธ เอ็มจี หมายเลข A08 ณ งานบางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม จนถึงวันที่ 5 เมษายน 2569

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจี ได้ที่

Website: www.mgcars.com

Line: @MGThailand

Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand

Twitter: @mg_thailand

Instagram: @mgthailand

Youtube: MG Thailand

TikTok: @mgthailand

Application: MG Thailand

“อีซูซุ” พร้อมเคียงข้างไทยในวิกฤตพลังงาน ประกาศสนับสนุนนโยบายรัฐ หากมีความจำเป็นในการปรับเพิ่มสัดส่วนการผสมน้ำมันไบโอดีเซล

0
อีซูซุ 1

มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “ภายใต้สถานการณ์โลกที่กำลังเผชิญกับวิกฤตพลังงาน ราคาน้ำมันโลกที่ผันผวน ส่งผลกระทบต่อภาคการขนส่งและค่าครองชีพของประชาชน อีซูซุในฐานะผู้นำตลาดรถปิกอัพและรถเพื่อการพาณิชย์ของประเทศไทย ตระหนักดีถึงบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชาติและอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ด้วยเทคโนโลยีเครื่องยนต์อีซูซุที่สามารถรองรับน้ำมันไบโอดีเซล B20 ในรถทุกรุ่น พร้อมที่จะสนับสนุนหากภาครัฐมีการเพิ่มสัดส่วนการผสมน้ำมันไบโอดีเซลจากปัจจุบัน 5% สูงสุดได้ถึง 20% เพื่อส่งเสริมการใช้น้ำมันไบโอดีเซล ที่เป็นวัตถุดิบมาจากน้ำมันปาล์มภายในประเทศ เพื่อช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ และเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรไทยอย่างเป็นรูปธรรม

อีซูซุขอยืนยันสมรรถนะของรถอีซูซุทุกรุ่น ทั้งรถปิกอัพ  “อีซูซุ ดีแมคซ์” และรถยนต์อเนกประสงค์ “อีซูซุ มิว-เอ็กซ์” รวมถึง “รถบรรทุกอีซูซุขนาดกลางและขนาดใหญ่” สามารถรองรับน้ำมันไบโอดีเซล B20 โดยรถทุกรุ่นได้ผ่านการทดสอบและพัฒนาด้านวิศวกรรมเครื่องยนต์ให้สามารถรองรับการใช้น้ำมัน
ไบโอดีเซลที่มีสัดส่วนผสมสูงสุดถึง B20 ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

การใช้น้ำมันไบโอดีเซลจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และเขม่าควันดำ ซึ่งเทคโนโลยีเครื่องยนต์ของอีซูซุที่ใช้น้ำมันไบโอดีเซล B20 ได้รับการรับรองว่าลดการปล่อยคาร์บอนได้จริง ตามแนวทางการรับรองขององค์การบริหารจัดการแก๊สเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก.

ไม่เพียงแต่การรองรับมาตรฐาน B20 ในปัจจุบัน ทีมวิศวกรอีซูซุยังคงมุ่งมั่นค้นคว้าและพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องยนต์อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับไบโอดีเซลที่สูงขึ้นกว่า B20 ในอนาคต รวมถึงพลังงานทางเลือกใหม่ ๆ เช่น น้ำมัน HVO ที่ผลิตจากน้ำมันพืชใช้แล้ว  เพื่อการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ของประเทศไทยอย่างยั่งยืน”

อีซูซุสัญญาว่าจะอยู่เคียงข้างผู้ใช้รถและสังคมไทย ภายใต้แนวทางการดำเนินธุรกิจ “Isuzu Trusted Buddy…อีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย” พร้อมปรับตัวและนำเสนอนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ทุกความท้าทาย เพื่อให้เศรษฐกิจไทยก้าวเดินต่อไปได้อย่างมั่นคงในทุกสภาวการณ์