Home Blog Page 23

มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ใหม่ เผยโฉมเป็นที่แรก! พร้อมรถยนต์รุ่นอื่น ๆ ครบไลน์อัพ ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42

0

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ชวนลูกค้าสัมผัสสุดยอดยนตรกรรมล้ำสมัยครบทุกไลน์อัพ พร้อมเดินหน้าเร่งเครื่องแรง ชูแคมเปญเด็ด ดอกเบี้ยพิเศษ 0% ส่งท้ายปี ภายใน งานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 42 นำโดย ออลนิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี รถยนต์คอมแพกต์เอสยูวีไฮบริดรุ่นล่าสุด พร้อมเผยโฉมรถใหม่ 3 โมเดล มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ใหม่  รถครอบครัวอเนกประสงค์ 7 ที่นั่งมิตซูบิชิ ไทรทัน สตรีท ใหม่ กระบะเมกะ แค็บ ตัวเตี้ยโฉมใหม่ และ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต จีที รุ่นย่อยใหม่ที่ใส่ฟีเจอร์มาแบบจัดเต็ม

มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในปัจจุบัน อุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย กำลังก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ ท่ามกลางกระแสความใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้รถยนต์ไฮบริด (HEV) เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นเทรนด์ที่สะท้อนให้เห็นการขับเคลื่อนสังคมไปสู่ยุคของพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน เนื่องจากเป็นระบบที่มีความยืดหยุ่นมากกว่า เฉพาะอย่างยิ่งในการเดินทางไกล ให้ลูกค้ามีความสะดวกและไร้กังวล ในขณะเดียวกันรถประเภทนี้ยังมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ดีขึ้นมาก และก่อมลพิษลดน้อยลงอีกด้วย การพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยลดการปล่อยมลพิษจึงไม่ใช่เพียงโอกาสทางธุรกิจแต่เป็นความรับผิดชอบต่ออนาคตของโลกอย่างแท้จริง

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส มุ่งมั่นพัฒนาและสร้างสรรค์ยนตรกรรมคุณภาพสูงอย่างต่อเนื่อง โดยยึดหัวใจสำคัญคือ ‘การรับฟังเสียงของลูกค้า’ ทุกโมเดลของเราจึงให้ความสำคัญทั้งด้านสมรรถนะ ความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยในทุกขั้นตอน เราควบคุมคุณภาพการผลิตอย่างเข้มงวด ณ โรงงานผลิตรถยนต์มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง ซึ่งเป็นฐานการผลิตหลักของภูมิภาค เพื่อให้ลูกค้าทุกท่านมั่นใจว่าทุกการเดินทางจะเปี่ยมไปด้วยความหมายและความปลอดภัยอย่างแท้จริง

บูธของเราในปีนี้มาในแนวคิด “SO, INSPIRE. DRIVE EVERYWHERE” เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจ และความมั่นใจในทุกวันของการเดินทางให้กับทุกท่าน ขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมสัมผัสรถยนต์มิตซูบิชิรุ่นต่าง ๆ พร้อมรับข้อเสนอดีที่สุดแห่งปีอีกมากมาย ที่เราตั้งใจนำเสนอมาให้ลูกค้าทุกท่านโดยเฉพาะ”

ไฮไลต์สำคัญภายในงาน นำโดย “ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี”  ที่ได้รับกระแสตอบรับที่ยอดเยี่ยม กวาดยอดขายไปแล้วเกือบ 7,000 คัน นับตั้งแต่การเปิดตัวเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา พร้อมพ่วงรางวัลการันตีความสำเร็จด้วยรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2568 (Thailand Car of The Year 2025) จากสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) อีกด้วย ตอกย้ำความเป็นผู้นำในกลุ่มยานยนต์ไฮบริดอย่างแท้จริง โดดเด่นด้วยแนวคิด “Xperience the Force” มอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุก เร้าใจ และมั่นใจได้ในทุกเส้นทาง แบบฉบับ MITSUBISHI e:MOTION ที่ผสาน 3 เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุดของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ได้แก่ ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ (7 Drive Mode) และระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control – AYC) พร้อม ช่วงล่างและระบบกันสะเทือน ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ ให้เหมาะกับทุกสภาพถนนในประเทศไทย จากการทดสอบจริงบนถนนของเมืองไทยกว่า 100,000 กิโลเมตร

นอกจากนี้ยังมีรถใหม่ทั้ง 3 โมเดล ที่เพิ่งเปิดตัวไป อวดโฉมเป็นที่แรก เริ่มจาก มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ และ
เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ใหม่รถครอบครัวอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ซึ่งครองส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 1
ของเซกเมนต์ และยังคว้ารางวัลอันดับ 1 “รถใหม่คุณภาพสูง” จากผลการสำรวจความคิดเห็นด้านคุณภาพของผู้ซื้อรถยนต์ใหม่ในประเทศไทย ปี 2568 โดย เจ.ดี. พาวเวอร์ (J.D. Power 2025 Thailand Initial Quality StudySM (IQS)) ในกลุ่ม รถยนต์อเนกประสงค์ (MPV) ตอกย้ำในคุณภาพและความเชื่อมั่นในมาตรฐานการผลิต โดยในรุ่นปี 2026 นี้ มาพร้อมสโลแกน “พื้นที่ใหญ่ ใส่ให้เต็มที่” อัพลุค ดีไซน์สปอร์ตพรีเมียมใหม่ โดดเด่นกว่าเดิม ปรับแต่งดีไซน์ภายนอกด้วยกระจังหน้าทันสมัย โฉบเฉี่ยวมากยิ่งขึ้น พร้อมไฟท้าย LED สี Smoke ให้อารมณ์ความสปอร์ต ภายในโทนสีใหม่เพิ่มความรู้สึกเรียบหรู พรีเมียม พร้อมวัสดุหุ้มเบาะแบบ สะท้อนความร้อน (Heat Guard) พื้นที่ห้องโดยสารขนาดใหญ่ กว้างขวาง สะดวกสบาย เบาะนั่งปรับพับได้หลากหลายรูปแบบ เพิ่มเติมถุงลม 6 ตำแหน่ง และเทคโนโลยีความปลอดภัย Diamond Sense ครอบคลุม 360 องศา มาอย่างครบครัน อาทิ ระบบเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด(Rear Cross Traffic Alert) ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตา พร้อมระบบเตือนขณะเปลี่ยนเลน (Blind Spot Warning with Lane Change Assist – BSW with LCA) และระบบเตือนการออกนอกเลน (Lane Departure Warning) และยังได้เพิ่มกล้องมองภาพรอบคัน (Multi Around Monitor) ในรุ่นเอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ใหม่ อีกด้วย เพื่ออำนวยความสะดวกในการขับขี่มากยิ่งขึ้น ตอบสนองไลฟ์ไตล์สุดแอ็กทีฟของครอบครัวยุคใหม่ ที่พร้อมออกไปสนุกกับการใช้ชีวิตและกิจกรรมร่วมกัน

เสริมทัพสำหรับสายใช้งานด้วย มิตซูบิชิ ไทรทัน สตรีท ใหม่ กระบะเมกะ แค็บ ตัวเตี้ยโฉมใหม่ ภายใต้คอนเซปต์“เท่ทุกถนน ทนทุกงาน” เสริมลุคหล่อ ด้วยชุดตกแต่งกระจังหน้าดีไซน์สปอร์ต โฉบเฉี่ยว มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ให้ลุยได้เต็มที่ ตอบโจทย์การใช้งานในทุกสภาพถนน ด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่ตอบสนองได้อย่างมั่นใจ และยังประหยัดน้ำมัน พร้อมเสริมความมั่นใจกว่าด้วย ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรงพร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว และระบบตรวจจับคนเดินถนน (Forward Collision Mitigation System with Pedestrian Detection — FCM) ครบทั้งความเท่ และอัดแน่นด้วยสมรรถนะ ให้ความคุ้มค่าในหนึ่งเดียว

 

ปิดท้ายด้วย “มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต จีที” รถอเนกประสงค์ รุ่นย่อยใหม่ที่ใส่ฟีเจอร์มาแบบจัดเต็ม ในราคาเพียง 1,139,000 บาท พร้อมชูคอนเซปต์ “ครบเกินคุ้ม ให้เกินคลาส” หนึ่งในผลิตภัณฑ์เรือธงที่ครองความนิยมในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน หัวใจสำคัญของ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต จีที คือสมรรถนะที่เหนือคลาส ด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ไฮเปอร์พาวเวอร์ (Hyper Power) ดีเซลเทอร์โบ 2.4 ลิตร กำลังสูงสุด 184 แรงม้า และประหยัดน้ำมันถึง 15.2 กม./ลิตร (อ้างอิงจาก Eco Sticker) ตอบโจทย์ทั้งสมรรถนะการขับขี่ที่แรงและประหยัด โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกที่ถ่ายทอดบุคลิกที่เป็นเอกลักษณ์อันทรงพลังในทุกรายละเอียด ทั้งยังสะดุดตาด้วยกระจังหน้าดีไซน์แบบรังผึ้ง สอดรับกับแผงกันชนหน้าและหลัง ด้วยเส้นสายที่คมชัด มอบความรู้สึกปราดเปรียวแต่มั่นคง นำเสนออีกขั้นของมิติความสปอร์ตที่โดดเด่นด้วยล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว (ใหญ่ที่สุดเมื่อเทียบรถยนต์ในระดับเดียวกัน) รวมถึงฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ เบาะหนังพร้อมระบบปรับไฟฟ้า 8 ทิศทางด้านคนขับ และเทคโนโลยีความปลอดภัย Diamond Sense
ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรงพร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว หรือ FCM (Forward Collision Mitigation) และ
ระบบล็อกความเร็วบนพวงมาลัย (Cruise Control) เหมาะสำหรับผู้ใช้รถยุคใหม่ที่มองหาคุณค่าและสไตล์ในคันเดียว ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ที่คุ้มค่าเหนือระดับอย่างแท้จริง

ภายในบูธดีไซน์ให้เป็น Lifestyle Hub ที่สะท้อนไลฟ์สไตล์ ความสนุก และประสบการณ์ที่แตกต่างในแบบมิตซูบิชิอย่างแท้จริง และมีการจัดแสดงรถยนต์ตกแต่งพิเศษที่สะท้อนหลากหลายไลฟ์สไตล์ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับลูกค้า อาทิ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี ใหม่ ที่ดัดแปลงเป็นร้านค้าเปิดท้ายขนาดย่อม ในการต่อยอดธุรกิจ หรือการใช้งานเชิงพาณิชย์ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ใหม่ ตกแต่งแนวผจญภัย เอาใจสายแคมป์ปิ้ง ติดตั้งฟังก์ชันอเนกประสงค์สำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง และอีกหนึ่งไฮไลต์ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ในเวอร์ชันตกแต่งพิเศษสไตล์รถแข่ง AXCR ถ่ายทอดจิตวิญญาณแรลลี่ เพื่อฉลองชัยชนะของทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต ที่คว้าแชมป์โอเวอร์ออลมาครองได้ในปีนี้ ให้ทุกท่านได้สัมผัสภายในงานอย่างใกล้ชิด

 

พลาดไม่ได้ กับดีลเด็ด โปรแรง ส่งท้ายปี ดอกเบี้ยพิเศษ 0% ที่มาพร้อมกับข้อเสนอสุดคุ้มอื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ สำหรับลูกค้าที่จองซื้อรถ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี จะได้รับบัตรของขวัญที่พักโรงแรมและรีสอร์ตในเครือเซ็นทารา มูลค่า 10,000 บาท เพิ่มเติมอีกด้วย ผู้ที่สนใจสามารถมาสัมผัสทัพยนตรกรรมล้ำสมัยจากมิตซูบิชิหลากหลายรุ่น ได้ที่บูธมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย (A17) ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 42 ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 เมืองทองธานี หรือที่โชว์รูมมิตซูบิชิกว่า 190 แห่ง
ทั่วประเทศ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และนัดหมายทดลองขับรถยนต์มิตซูบิชิได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th หรือ มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ โทร. 02-079-9500 ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ที่ www.facebook.com/MitsubishiMotorsTH

ธนบุรีนอยสเติร์น เปิดตัว GEELY EX2 ซิตี้คาร์เพื่อคนรุ่นใหม่ พร้อมเผยโฉม GEELY STARRAY EM-i ครั้งแรกในไทย ณ งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42

0

บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด ผู้นำเข้าและผู้แทนจำหน่ายรถยนต์แบรนด์ จีลี่ (GEELY) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย สร้างมาตรฐานใหม่ในอุตสาหกรรมยานยนต์อีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว GEELY EX2 ซิตี้คาร์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่ตอบโจทย์ทุกการขับขี่ในเมือง ล้ำหน้าด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ และฟังก์ชันการใช้งาน พร้อมการจัดแสดง GEELY STARRAY EM-i รถยนต์อเนกประสงค์ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริดสุดล้ำครั้งแรกในประเทศไทย รวมทั้ง GEELY EX5 รถอเนกประสงค์อัจฉริยะดีไซน์โดดเด่นที่ลูกค้าให้การตอบรับอย่างดีเยี่ยม และรถ GEELY ตกแต่งสไตล์พิเศษเพื่อสร้างสีสัน ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 พร้อมมอบข้อเสนอและสิทธิพิเศษสุดเร้าใจมากมายภายในงาน

นายณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด กล่าวว่า “ตลอดปีแรกในประเทศไทย GEELY ได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลก ด้วยความสำเร็จของ GEELY EX5 ผลิตภัณฑ์เบอร์หนึ่งของเราที่ได้รับกระแสตอบรับจากลูกค้าชาวไทยอย่างดีเยี่ยม สะท้อนความไว้วางใจในคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการระดับพรีเมียม สำหรับงานมหกรรมยานยนต์ปีนี้ เราเดินหน้าต่อยอดความสำเร็จด้วยการเปิดตัว GEELY EX2 รถรุ่นที่ขายดีที่สุดในจีน ด้วยยอดขายกว่า 400,000 คันทั่วโลกในเวลาเพียง 12 เดือน เพื่อเติมเต็มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ ตามเป้าหมายที่จะนำเสนอรถรุ่นใหม่ให้กับลูกค้าชาวไทยอย่างน้อย 1 รุ่นทุกปี ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเราที่จะก้าวสู่การเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย ด้วยการชูจุดแข็งในศักยภาพของ GEELY ควบคู่ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์กว่า 85 ปีของกลุ่มธนบุรี”

GEELY EX2 ซิตี้คาร์พลังงานไฟฟ้า 100% ของคนรุ่นใหม่

ภายใต้แนวคิด “EXTRA IN ORDINARY เปลี่ยนทุกวันธรรมดา…ให้พิเศษ มากกว่าเดิม” GEELY EX2 ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์คนเมืองยุคใหม่ โดดเด่นด้วยดีไซน์เรียบง่ายทันสมัย มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ ปลอดภัย และมั่นใจด้วย Global Intelligent Electric Architecture (GEA) แพลตฟอร์มเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าขั้นสูง ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี 11-in-1 Intelligent Electric ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) และช่วงล่างแบบ Multi-link ที่ช่วยซับแรงสั่นสะเทือนให้ขับขี่อย่างมั่นคงและนุ่มนวลในทุกเส้นทาง มอบกำลังสูงสุด 85 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตร ทำความเร็วสูงสุด 130 กิโลเมตร/ชั่วโมง มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต LFP ขนาด 39.4 kWh วิ่งได้ไกล 395 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC หรือ 325 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP รองรับการชาร์จแบบเร็ว DC จาก 30-80% ภายใน 25 นาที พร้อมฟังก์ชัน V2L (Vehicle-to-Load) สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าให้สามารถใช้งานได้ถึง 3.3 kW

GEELY EX2 มาพร้อมฟังก์ชันดีที่สุดในกลุ่มรถระดับเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นรัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 4.95 เมตร เพื่อความคล่องตัวสูงสุดในทุกสภาพจราจร พื้นที่เก็บของทางด้านหน้าขนาดใหญ่ ความจุถึง 70 ลิตร และช่องเก็บของมากถึง 36 ช่อง มอบประโยชน์ใช้สอยได้เต็มพิกัด อีกทั้งยังมาพร้อมระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ Flyme Auto ที่รองรับคำสั่งเสียงและระบบความบันเทิงครบครัน สะท้อนตัวตนของคนเมืองยุคใหม่ที่ต้องการทั้งความสะดวกสบาย เทคโนโลยีล้ำสมัย และไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนทุกวันธรรมดาให้พิเศษยิ่งขึ้น โดยเปิดตัวในประเทศไทย 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น PRO และ MAX

  • GEELY EX2 รุ่น PRO เปิดราคาจำหน่ายที่ 429,990 บาท สำหรับรุ่น PRO จะมีสีภายในเฉพาะสีเทา Horizon Gray และมีสีภายนอกให้เลือก 4 เฉดสี ได้แก่ สีเบจ (Nebula Beige) สีเทา (Comet Gray) สีเงิน (Star Silver) และสีขาว (Moon White)
  • GEELY EX2 รุ่น MAX เปิดราคาจำหน่ายที่ 459,990 บาท สำหรับสีภายในสีขาว (Skyline White) จะมีสีภายนอกให้เลือก 2 เฉดสี ได้แก่ สีเขียว/หลังคาดำ (Aurora Green with Black Roof) และ สีเบจ/หลังคาดำ (Nebula Beige with Black Roof) และสำหรับสีภายในสีเทา Horizon Gray จะมีสีภายนอกให้เลือก 4 เฉดสี ได้แก่ สีเบจ/หลังคาดำ (Nebula Beige with Black Roof) สีเทา/หลังคาดำ (Comet Gray with Black Roof) สีเงิน/หลังคาดำ (Star Silver with Black Roof) สีขาว/หลังคาดำ (Moon White with Black Roof)

โปรโมชันพิเศษเฉพาะงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42

ภายในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 42 ธนบุรีนอยสเติร์น มอบข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของ GEELY EX2 ทั้งรุ่น PRO และ MAX ด้วยแพ็กเกจคุ้มค่าแบบจัดเต็ม ด้วยแคมเปญ Value Package ครบชุด

  • รับประกันตัวรถยาวนาน 6 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
  • รับประกันแบตเตอรี่นานถึง 8 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
  • ประกันภัยชั้น 1 เป็นระยะเวลา 1 ปี
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงนานถึง 5 ปี
  • Portable Charger
  • Wall Charger พร้อมบริการติดตั้ง

หรือเลือกรับแคมเปญ Basic Package พร้อมส่วนลดมูลค่า 30,000 บาท เฉพาะลูกค้าที่จอง GEELY EX2 ในช่วงงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 จำนวน 2,000 สิทธิ์แรก

  • รุ่น PRO ในราคาพิเศษ 399,990 บาท
  • รุ่น MAX ในราคาพิเศษ 429,990 บาท
  • พร้อมรับสิทธิพิเศษ Basic Package ครบชุด
    • รับประกันตัวรถยาวนาน 6 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
    • รับประกันแบตเตอรี่นานถึง 8 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
    • ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงนาน 5 ปี
    • Portable Charger

จัดแสดง GEELY STARRAY EM-i สุดยอดนวัตกรรมปลั๊กอินไฮบริด

เพื่อสร้างสีสันให้กับบูธ GEELY ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 นี้ ธนบุรีนอยสเติร์นได้นำยนตรกรรมรุ่นพิเศษ GEELY STARRAY EM-i มาจัดแสดงเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ตอกย้ำจุดแข็งในศักยภาพของ GEELY ด้านนวัตกรรมยานยนต์อัจฉริยะ ที่สอดรับกับทิศทางการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทยที่กำลังก้าวสู่ยุคเปลี่ยนผ่านพลังงาน

GEELY STARRAY EM-i พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของเทคโนโลยีแพลตฟอร์มอัจฉริยะ GEA (Global Intelligent Electric Architecture) เช่นเดียวกับ GEELY EX5 โดดเด่นด้วยขุมพลังขับเคลื่อนรุ่นใหม่ EM-i (E-Motive Intelligence) PHEV Super Hybrid ที่ให้ประสิทธิภาพด้านการประหยัดพลังงานขั้นสูง มอบสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้น และยังสามารถขับขี่ระยะไกลได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการชาร์จไฟ มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 160 กิโลวัตต์ และแรงบิด 320 นิวตันเมตร ผสานการทำงานกับเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร แบบ 4 สูบ ให้กำลังสูงสุด 73 กิโลวัตต์ แรงบิด 125 นิวตันเมตร สามารถขับขี่ด้วยไฟฟ้า 100% ระยะไกลสุด 83 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP และให้ระยะทางการขับขี่รวมสูงสุดต่อการชาร์จแบตเตอรี่เต็มหนึ่งครั้งและเติมน้ำมันเต็มถัง มากถึง 943 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTC ซึ่ง EM-I Super Hybrid ถือเป็นเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดสุดล้ำ ที่ออกแบบมาเพื่อการขับเคลื่อนแห่งอนาคตอย่างแท้จริง

มร. เออร์วิน เย่ รองประธานกรรมการ บริษัท จีลี่ ออโต้ อินเตอร์เนชั่นแนล คอร์ปอเรชั่น กล่าวเสริมว่า “ในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2568 Geely Auto ประสบความสำเร็จด้วยยอดขายทั่วโลกกว่า 2.47 ล้านคัน โดยเป็นรถยนต์พลังงานใหม่ถึง 1.34 ล้านคัน ซึ่งเติบโตเป็น 2 เท่าของช่วงเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา ตอกย้ำทิศทางการเติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดระดับโลก ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญ เรามั่นใจว่าความร่วมมือที่แข็งแกร่งระหว่าง GEELY และ ธนบุรีนอยสเติร์น ซึ่งผสานเทคโนโลยีระดับโลกเข้ากับความเข้าใจตลาดไทยจากประสบการณ์กว่า 85 ปีของกลุ่มธนบุรี จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้เราขยายการเติบโตอย่างยั่งยืน เรามั่นใจว่าการเปิดตัว GEELY EX2 รวมถึงการเผยโฉมครั้งแรกของ GEELY STARRAY EM-i จะเป็นก้าวสำคัญของการสร้างการเติบโตของ GEELY ในประเทศไทยอย่างมั่นคง”

ข้อเสนอพิเศษสำหรับ GEELY EX5

เพื่อเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากเสียงตอบรับที่ดีเยี่ยมของ GEELY EX5 ยานยนต์ที่โดดเด่นครบครันทั้งด้านเทคโนโลยีอัจฉริยะ ประสิทธิภาพในการขับขี่ ฟังก์ชันความสะดวกสบายและความปลอดภัย พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ ธนบุรีนอยสเติร์น ยังมอบข้อเสนอพิเศษสำหรับ GEELY EX5 รุ่น MAX ในราคาพิเศษ 849,000 บาท จากราคาปกติ 899,000 บาท หรือ เลือกรับข้อเสนอช่วยผ่อน 5,000 บาท นาน 10 เดือน อีกทั้งยังมอบความคุ้มค่าแบบจัดเต็ม ด้วยสิทธิพิเศษเพิ่มเติมดังนี้

  • ฟรี รับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี 180,000 กม.
  • ฟรี รับประกันคุณภาพตัวรถ 6 ปี 160,000 กม.
  • ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชม. นาน 5 ปี
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 และ พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • ฟรี Portable Charger
  • ฟรี Wall Charger พร้อมบริการติดตั้งสายไฟยาว 10 ม.
  • ฟรี ค่าจดทะเบียน
  • ฟรี พรม กรอบป้าย

พิเศษยิ่งขึ้น ทุกการจองตั้งแต่ 3,999 บาทภายในงาน ลูกค้าจะได้รับกระเป๋าผ้าใบดีไซน์พิเศษจาก GEELY มูลค่า 1,290 บาท พร้อมสิทธิ์แลกซื้อแพ็กเกจอุปกรณ์ตกแต่ง GEELY EX2 ในราคาพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น

  • ชุดอุปกรณ์ A ที่รวมกล่องเก็บของใต้เบาะผู้โดยสารตอนหลัง กล้องติดรถยนต์หน้า–หลัง พรมปูพื้น พรมปู Frunk และพรมปูท้ายรถ ในราคาเพียง 8,999* บาท (จากราคาปกติ 13,487.49* บาท)
  • ฟิล์มกรองแสงลามินา ราคาพิเศษ 8,999* บาท (จากราคาปกติ 15,675* บาท)
  • ชุดอุปกรณ์ B ที่ประกอบด้วยกล่องเก็บของใต้ที่นั่งผู้โดยสารตอนหลัง และกล้องติดรถยนต์หน้า–หลัง ในราคาเพียง 4,999* บาท (จากราคาปกติ 6,681.82* บาท)

“การเปิดตัวโมเดลใหม่ ต้องมาพร้อมกับการบริการหลังการขายที่ครบครันเพื่อสร้างความเชื่อมั่นระยะยาวให้ลูกค้าคนไทย โดยภายในสิ้นปีนี้เราพร้อมขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการครบ 40 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งมากกว่าที่ตั้งเป้าไว้ถึง 10 แห่ง เพื่อให้ลูกค้าทั่วทุกภูมิภาคได้รับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถ GEELY ที่ดีที่สุด ทั้งในด้านคุณภาพ การซ่อมบำรุง และการดูแลลูกค้าอย่างครบวงจร และในปี 2569 เราตั้งเป้าขยายเครือข่ายสู่ 65 แห่ง เพื่อยกระดับประสบการณ์และสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าชาวไทยอย่างสมบูรณ์แบบตามมาตรฐานระดับโลกของ GEELY” นายณรงค์ กล่าวเสริม

 

สำหรับลูกค้าที่สนใจ สามารถเข้าเยี่ยมชมและสัมผัสกับนวัตกรรมยานยนต์สุดล้ำสมัยของ GEELYได้ที่บูธ GEELY (A15) ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 นี้ ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพค เมืองทองธานี

สะดวก ประหยัด นั่ง Shuttle Bus ฟรี ! ไปเที่ยวงาน MOTOR EXPO 2025

0

“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” อำนวยความสะดวก ให้ผู้สนใจไปเที่ยวงาน ด้วยบริการ Shuttle Bus รับ-ส่ง ฟรี 2 เส้นทาง ดังนี้

  1. หมอชิต-IMPACT-หมอชิต BTS สถานีหมอชิต EXIT 2, MRT สถานีจตุจักร EXIT 4

รอบแรกจากหมอชิต 11.00 น. และรอบสุดท้ายจาก IMPACT 22.30 น.

  1. รังสิต-IMPACT-รังสิต บริเวณด้านหน้า Big C

รอบแรกจากรังสิต 11.00 น. และรอบสุดท้ายจาก IMPACT 22.30 น.

รถออกทุก 30 นาที หรือออกเมื่อผู้โดยสารเต็ม เวลาเดินรถอาจเปลี่ยนแปลงตามสภาพจราจร

นอกจากนี้ ยังมีบริการ  SHUTTLE BUS รับ-ส่งระยะใกล้ จากลานจอดรถริมทะเลสาบ-ชาลเลนเจอร์ 3 สำหรับผู้ขับรถไปชมงานที่ไม่อยากเสียเวลาวนหาที่จอดในอาคาร

เชิญเที่ยวงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม 2568 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล”

เมอร์เซเดส-เบนซ์ เผยโฉม The new CLA ครั้งแรกในงาน Motor Expo 2025 พร้อมมอบข้อเสนอแห่งปี “THE 333 OFFER”

0

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย เปิดบูธต้อนรับลูกค้าทุกคนที่มาร่วมงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 (Thailand International Motor Expo 2025) นำทัพด้วยรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% อย่าง “The new CLA” ที่มาจัดแสดงเป็นครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปี 2569 ต่อเนื่องด้วยโมเดลระดับตำนาน “G 450 d Edition STRONGER THAN THE 1980s” และเอสยูวีรุ่นพิเศษ “GLA 200 Night Edition” รวมถึงรถยนต์อีกหลากหลายรุ่นพร้อมข้อเสนอแห่งปี “THE 333 OFFER” และของสมนาคุณสุดเอ็กซ์คลูซีฟอีกหลายรายการ พบกับเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในงาน Motor Expo 2025 ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 ณ บูธหมายเลข A02 อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 เมืองทองธานี

มร. มาร์ทิน ชเวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดสเบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “นับตั้งแต่ที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ สร้างรถยนต์คันแรกของโลกเมื่อปี 2429 และในทุกยุคสมัยที่ผ่านมาของแบรนด์ หัวใจสำคัญในการพัฒนารถยนต์ของเราคือการสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์โลกอยู่เสมอ หรือที่เราเรียกว่า “DEFINING CLASS” ซึ่งในวันนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้เผยโฉม The new CLA ที่สื่อสารผ่านคอนเซปต์ “CLASS OF ITS OWN.” เพื่อสะท้อนถึงการเป็นยนตรกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และเป็นโมเดลที่เข้ามากำหนดมาตรฐานให้กับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ยุคใหม่ ซึ่งหลังจากการเปิดตัวแบบ World Premiere เมื่อต้นปีที่ผ่านมา The new CLA ได้รับการยอมรับจากสื่อมวลชนชั้นนำและกลุ่มลูกค้าทั่วโลก และในประเทศไทย เรามีแผนที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปี 2569 โดยในวันนี้ทางเมอร์เซเดส-เบนซ์ ขอเชิญชวนคนไทยทุกคนเข้ามาสัมผัส The new CLA ที่งาน Motor Expo 2025 และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “CLA Community” ที่พร้อมมอบประสบการณ์ผ่านกิจกรรมที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้าทุกคน ตลอดปี 2569”

G 450 d Edition STRONGER THAN THE 1980s

ภายในบูธเมอร์เซเดส-เบนซ์ ลูกค้าทุกคนจะได้พบกับยนตรกรรมใหม่ล่าสุดอีก 3 รุ่น ที่นำมาจัดแสดงเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เริ่มด้วย The new CLA รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกที่มาพร้อมแพลตฟอร์ม MMA (Mercedes-Benz Modular Architecture) และแบตเตอรี่ 800V ขนาด 85 kWh ซึ่งมอบระยะทางการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าสูงสุดถึง 792 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน WLTP โดยจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการพร้อมประกาศราคาจำหน่าย ในช่วงต้นปี 2569 ตามด้วย G 450 d Edition STRONGER THAN THE 1980s โมเดลพิเศษที่พัฒนาขึ้นโดยมีแรงบันดาลใจมาจาก W460 ในยุค 80 นำเข้ามาในประเทศไทยจำนวน 3 คัน จาก 460 คันทั่วโลก วางจำหน่ายในราคา 14,180,000 บาท ปิดท้ายด้วยอีกหนึ่งโมเดลเอสยูวียอดนิยมที่มาพร้อมรุ่นพิเศษกับ GLA 200 Night Edition ที่เสริมลุคความสปอร์ตด้วยชุดแต่ง AMG Line และ Night Package รอบคัน และสีตัวถังแบบ MANUFAKTUR alpine grey solid วางจำหน่ายในราคา 2,580,000 บาท

ในช่วงของงาน Motor Expo 2025 เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้แนะนำแคมเปญ “THE 333 OFFER” ที่ต้องการให้ทุกคนจดจำตัวเลข “3” ซึ่งมาจากการกลับตัวอักษร “E” ของโมเดล E-Class หนึ่งในโมเดลที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานและทำให้แบรนด์ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ซึ่งในปัจจุบัน E-Class มีสัดส่วนทางการตลาดสูงถึง 50% ของกลุ่มรถยนต์ในเซกเมนต์เดียวกัน โดยแคมเปญดังกล่าวครอบคลุมข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด 3 รุ่น ได้แก่ E 350 e AMG Dynamic, GLC 350 e 4MATIC AMG Dynamic และ C 350 e AMG Dynamic ซึ่งจะมอบความคุ้มค่าแบบ 3-3-3 ประกอบไปด้วย ค่างวดเริ่มต้นเพียง 33,000 ต่อเดือน* โปรแกรมครอบคลุมการบำรุงรักษา MBSP Easy Care ฟรี 3 ปี* และส่วนลดพิเศษ 3% On-top ของราคาแนะนำรถยนต์ เพื่อใช้สำหรับเงินชำระครั้งแรก** นอกจากนี้ยังมีส่วนลดพิเศษของแต่ละรุ่น โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • A 200 AMG Dynamic ส่วนลดสูงสุด 330,000 บาท
  • C 220 d AMG Line ส่วนลดสูงสุด 250,000 บาท
  • C 350 e AMG Dynamic ส่วนลดสูงสุด 400,000 บาท
  • E 350 e Exclusive ส่วนลดสูงสุด 75,000 บาท
  • E 220 d AMG Line ส่วนลดสูงสุด 160,000 บาท
  • E 350 e AMG Dynamic ส่วนลดสูงสุด 290,000 บาท
  • GLA 200 AMG Dynamic ส่วนลดสูงสุด 260,000 บาท
  • GLC 220 d 4MATIC Avantgarde ส่วนลดสูงสุด 180,000 บาท
  • GLC 350 e 4MATIC AMG Dynamic ส่วนลดสูงสุด 490,000 บาท
  • GLC 350 e 4MATIC Coupe AMG Dynamic ส่วนลดสูงสุด 150,000 บาท

และสำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ในงาน*** จะได้รับกล้อง Mercedes-Benz Drive Recorder 360° มูลค่า 16,500 บาท* และของสมนาคุณสุดพิเศษ Tumbler Limited Edition ที่ออกแบบโดยศิลปินรุ่นใหม่ทั้ง 3 ท่าน ได้แก่ “Jeff Aphisit” “Bomfha” และ “MR.HALFMAN”

GLA 200 Night Edition

สามารถรับข้อเสนอพิเศษเดียวกันกับงาน Motor Expo 2025 ได้ที่ตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั้ง 31 แห่ง ทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.mercedes-benz.co.th หรือโทร 1250 และติดตามข่าวสารอัพเดทผ่านทาง Facebook: Mercedes-Benz Thailand IG: @MercedesBenzThailand และ LINE: @mercedesbenzth

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กำหนด เฉพาะรุ่นรถที่ร่วมรายการ

**ส่วนลด 3% On-top สำหรับลูกค้าเก่าหรือลูกค้าปัจจุบัน บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด ที่เข้าเงื่อนไขเท่านั้น • ลูกค้า/ผู้เช่าควรพิจารณาขอสินเชื่อในอัตราเท่าที่จำเป็น และสามารถชำระคืนไหว • อัตราดอกเบี้ยตลอดสัญญาอยู่ระหว่าง 3.58-6.55% ต่อปี
***เฉพาะรุ่นรถที่ร่วมรายการ  สำหรับลูกค้าที่จองรถตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม – 10 ธันวาคม 2568 และรับมอบรถภายในวันที่ 29 ธันาวาคม 2568 เท่านั้น

 

เอ็มจี เผยโฉม NEW MG IM5 และ NEW MG ETERRON 9 ครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมข้อเสนอพิเศษครบทุกรุ่น ในงาน Motor Expo 2025

0

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ชูวิสัยทัศน์ GLOCAL Strategy ผสานเทคโนโลยี และองค์ความรู้ระดับโลกมาประยุกต์ให้เข้ากับความต้องการของผู้บริโภคชาวไทย ชูยนตรกรรรมไฮไลท์ NEW MG IM5 รถ Premium Intelligent e-Sedan ที่จะเข้ามาเติมเต็มพอร์ตโฟลิโอในกลุ่มพรีเมียมอีวีต้นปีหน้า และการจัดแสดงกระบะอีวี NEW MG ETERRON 9 ครั้งแรกในภูมิภาคอาเซียน ชูการบริการหลังการขายที่ครบวงจร และมีความพร้อมในทุกมิติ และจุดเด่นที่แตกต่างอย่าง EV LIFETIME WARRANTY รับประกันแบตเตอแรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน โดยไม่จำกัดระยะทางและผู้ครอบครองรถ พร้อมมอบหลากข้อเสนอพิเศษส่งท้ายปีครบทุกรุ่น เพื่อให้ผู้บริโภคชาวไทยได้เป็นเจ้าของยนตรกรรม เอ็มจี ได้ง่ายและคุ้มค่ากว่าที่เคย

ในทศวรรษที่ 2 เอ็มจี มุ่งขับเคลื่อนองค์กรภายใต้วิสัยทัศน์ GLOCAL Strategy” (Global + Local) ที่ผสานเทคโนโลยีระดับโลกเข้ากับพฤติกรรมของผู้บริโภคไทย เพื่อมุ่งมั่นพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเทียบชั้นยานยนต์โลก ควบคู่กับการพัฒนาการบริการ แนวทางการทำการตลาด รวมถึงกิจกรรมต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง สำหรับในงาน Motor Expo 2025 นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งงานใหญ่แห่งปีที่ เอ็มจี พร้อมส่งมอบความพึงพอใจสูงสุดให้กับผู้บริโภคในช่วงสุดท้ายก่อนสิ้นปี

นาย ซู๋ว์ หยิ่น กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด และรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด กล่าวว่า “งาน Motor Expo 2025 เอ็มจี มาพร้อมคอนเซ็ปต์ SMART HUMAN FORWARD’ สะท้อนแนวคิดการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อมนุษย์ และการก้าวไปข้างหน้าสู่อนาคตแห่งการเดินทางที่ยั่งยืน เพราะเทคโนโลยีไม่ใช่แค่สิ่งที่ล้ำหน้า แต่เป็นสิ่งที่ช่วยให้ชีวิตของผู้คนง่ายขึ้น ปลอดภัยขึ้น และเต็มไปด้วยความสบายใจในทุกเส้นทาง ภายในงานนี้ เอ็มจี ได้นำเสนอยานยนต์ที่มากด้วยนวัตกรรมครอบคลุมทุกระบบขับเคลื่อน นำโดย 2 รุ่นไฮไลท์อย่าง NEW MG IM5 ซึ่งเป็นรถ Premium Intelligent e-Sedan มีขนาดตัวรถยาวเกือบ 5 เมตร พร้อมตัวถังที่ออกแบบด้วยเทคโนโลยี IM Digital Chassis ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของระบบช่วงล่างและพวงมาลัย ระบบเลี้ยวสี่ล้อ ทำให้ NEW MG IM5 มีการควบคุมที่นิ่ง คล่องแคล่ว มั่นใจในทุกสถานการณ์การขับขี่ ที่มากไปกว่านั้น คือมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาวจาก Euro NCAP ซึ่งยนตรกรรมรุ่นนี้พร้อมเข้ามาเติมเต็มพอร์ตโฟลิโอในกลุ่มรถพรีเมียมอีวีช่วงต้นปีหน้า รวมถึงการจัดแสดงครั้งแรกในอาเซียนของ NEW MG ETERRON 9 รถกระบะไฟฟ้าที่โดดเด่นด้วยสมรรถนะการขับขี่ให้กำลัง 436 แรงม้า จับคู่กับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟตขนาด 102 kWh สามารถวิ่งไกลถึง 430 กิโลเมตร สะดวกสบายด้วยระบบ ห้องโดยสารที่กว้างขวาง พร้อมมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาวจาก Euro NCAP”

ในงานนี้ เอ็มจี ยังได้นำยนตรกรรมคุณภาพครบทุกระบบขับเคลื่อนมาจัดแสดงและจำหน่าย นำโดย NEW MG S5 EV รถไฟฟ้า B-SUV ยนตรกรรมแห่งความภาคภูมิใจของ เอ็มจี ที่สามารถคว้ารางวัล THAILAND EV OF THE YEAR 2025 ที่จัดขึ้นโดยสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) นับเป็นปีที่ 3 ของ เอ็มจีที่คว้ารางวัลติดต่อกัน ต่อจาก NEW MG4 ELECTRIC ที่ได้รับรางวัลนี้ในปี 2023 และ ALL NEW MG3 HYBRID+ ที่ได้รับรางวัล THAILAND CAR OF THE YEAR ในปี 2024 ซึ่งล้วนเป็นรางวัลที่ได้รับการโหวตและยอมรับจากสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย สะท้อนถึงคุณภาพและความเชื่อมั่นที่มีต่อแบรนด์ เอ็มจี มาอย่างต่อเนื่อง

มากไปกว่านั้น เอ็มจี ยังให้ความสำคัญกับการดูแลลูกค้าในระยะยาว โดยให้ความสำคัญกับศูนย์บริการและระบบ หลังการขายครบวงจร ทั้งการบริหารจัดการอะไหล่ทีมช่างผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมดูแลลูกค้าทั่วประเทศ และจุดเด่นที่แตกต่างกับการเป็นแบรนด์ที่มอบ EV LIFETIME WARRANTY” รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูงชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน โดยไม่จำกัดระยะทางและผู้ครอบครองรถ การันตีด้วยรางวัล แคมเปญยอดเยี่ยมแห่งปี ในฐานะแบรนด์ที่มีแคมเปญยอดเยี่ยมแห่งปีด้วย EV LIFETIME WARRANTY จากสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย ซึ่งล้วนสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ เอ็มจี ในการยกระดับมาตรฐานรถยนต์ไฟฟ้าและบริการหลังการขายอย่างไม่หยุดยั้ง พร้อมสร้างความมั่นใจสูงสุดให้กับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า เอ็มจี และเข้าถึงความต้องการของผู้บริโภคชาวไทย

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถเยี่ยมชมรถยนต์ เอ็มจี และรับข้อเสนอสุดพิเศษได้ที่บูธ เอ็มจี หมายเลข A07 อาคาร ชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี รวมถึงโชว์รูมเอ็มจีทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 10 ธันวาคม 2568 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ mgcars.com

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจี ได้ที่

Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand

เปิดฉากอลังการ MOTOR EXPO 2025 รวมนวัตกรรมยานยนต์ พร้อมโปรแรงส่งท้ายปี

0

เริ่มแล้ว “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” ชมรถยนต์รุ่นล่าสุด 42 แบรนด์ จักรยานยนต์ 16 แบรนด์ รับโปรโมชั่นเร้าใจ ตั้งแต่ 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม 2568

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” เปิดเผยว่า ปีนี้จัดงานภายใต้แนวคิด “อลังการงานแสดง-The Magnificent Motor Expo” จัดแสดงรถยนต์ 42 แบรนด์ รถจักรยานยนต์ 16 แบรนด์ โดยคาดว่า งานนี้จะสร้างยอดขาย กระตุ้นตลาด และอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ได้เป็นอย่างดี พร้อมกันนี้ ได้ขอความร่วมมือทุกฝ่ายให้คำนึงถึงความเหมาะสมในการจัดกิจกรรม และการแต่งกายของพริทที เพื่อให้ภาพรวมของงานมีความสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

ไฮไลท์ของงาน ได้แก่ GAC GOVY AIRCAB รถบินได้ พลังไฟฟ้า 100 % หรือที่เรียกว่า eVTOL พัฒนาโดย eVTOL ของ GAC GROUP เป็นแบบ 2 ที่นั่ง ติดตั้งใบพัด 6 แกน 12 ใบ บนหลังคา ประตูแบบปีกนก ระยะทางบิน 20-30 กม. ความเร็วสูงสุด (ขณะบิน) 120 กม./ชม. ชาร์จเร็วเต็มได้ใน 25 นาที แพลทฟอร์มขับเคลื่อนอัตโนมัติระดับ L4 มีเครือข่ายดิจิทอลไร้คนขับ 3 มิติ ช่วยสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยของการปฏิบัติการแบบไดนามิคได้อย่างเต็มที่

CHERY QQ3 EV เป็นรุ่นใหม่ที่ใหญ่ และทันสมัยกว่า QQ ICE CREAM มาก เปิดตัวครั้งแรกในงาน 2025 CHENGDU AUTO SHOW สร้างบนแพลทฟอร์ม T12 ของ CHERY มีความยาวกว่า 4,200 มม. และฐานล้อกว้างกว่า 2,700 มม. ภายในหรูหรา เทคโนโลยีสูง จอแสดงผลดิจิทอล และจอควบคุมส่วนกลางขนาดใหญ่ถึง 15.6 นิ้ว ใช้ชิพ QUALCOMM SNAPDRAGON 8155 มอเตอร์ไฟฟ้าหลัง ให้กำลัง 90 กิโลวัตต์/121 แรงม้า

HONDA STEP WGN e:HEV รุ่น SPADA ใหม่ เอมพีวี 7 ที่นั่ง ประตูสไลด์ มิติตัวรถ 4,830 มม. กว้าง 1,750 มม. สูง 1,845 มม. ฐานล้อ 2,890 มม. ขับเคลื่อนระบบฟูลล์ไฮบริด e:HEV เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 184 แรงม้า มอเตอร์แรงบิด 315 นิวทันเมตร อัตราสิ้นเปลือง 19.5-20 กม./ลิตร

HYUNDAI XRT CONCEPT รถยนต์แนวคิดที่เน้นการลุยทางวิบาก โดยใช้พื้นฐานจาก HYUNDAI SANTA FE มาออกแบบรูปทรงเหลี่ยมใหม่ บึกบึน เน้นการใช้งานจริงนอกถนน ยางแบบ ALL-TERRAIN ดอกยางใหญ่ ช่วงล่างยกสูง

OMODA 4 ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวีรุ่นล่าสุดจาก CHERY ส่งออกในนาม OMODA รุ่นนี้เพิ่งเปิดตัวไปไม่นานนี้ เป็นเอสยูวีที่มีขนาดเล็กที่สุด ในตระกูล OMODA โดยวางตำแหน่งไว้ต่ำกว่า OMODA 5 เดิมทีเคยใช้ชื่อว่า OMODA 3 แต่ได้เปลี่ยนมาเป็น OMODA 4

WULING STARLIGHT เอมพีวีไฟฟ้าประตูสไลด์ 7 ที่นั่ง เผยโฉมเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ระยะวิ่งไกลถึง 540 กม. ที่นั่งเรียงแถวแบบ CAPTAIN SEAT เจาะกลุ่มเป้าหมายครอบครัวขนาดกลาง ที่มีเด็ก และผู้สูงวัย รวมถึงตลาดรถลีมูซีน VIP TAXI และกลุ่ม RIDE HAILING ที่ต้องการรถหรูหราที่กว้างขวาง และสะดวกสบาย

ZEEKR MIX จากบริษัทแม่ GEELY มิติตัวถังยาว 4,688 มม. กว้าง 1,995 มม. สูง 1,755 มม. ฐานล้อ 3,008 มม. ออกแบบไร้เสากลาง เมื่อเปิดประตู เบาะนั่งคู่หน้าหมุนได้ 270 องศา แบทเตอรีพัฒนาร่วมกับ CATL มีความจุกระแสไฟ 86 กิโลวัตต์ชั่วโมง เหมือนกับ 001 ขนาด 800 โวลท์ รับกระแสชาร์จได้ถึง 360 กิโลวัตต์ชั่วโมง ระยะทางสูงสุด 702 กม. (CLTC)

_cuva

นอกจากนี้ มีรถยนต์เปิดตัวครั้งแรกในโลก ได้แก่ TOYOTA HILUX TRAVO

เปิดตัวครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ AVATR 07, BYD Ti7, DENZA B5, GEELY EX2, LEXUS LX 500D

เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย ได้แก่ BMW iX LCI, DFSK E5 PLUS, GWM WEY G9 Hi4, MAXUS eDELIVER 5, MG IM5, NEX CARGO VANTASTIC, NISSAN X-TRAIL e-POWER e-4ORCE และ VOLVO XC60

สำหรับผู้ชมงาน มีสิทธิ์ลุ้นรับฟรีรถยนต์ 3 คัน และรถจักรยานยนต์ 1 คัน ในรายการ ซื้อรถ…ชิง AVATR 11 รุ่น STANDARD RANGE / ซื้อบัตร…ชิง MITSUBISHI XFORCE รุ่น ULTIMATE / ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิง SUZUKI รุ่น GSX-8R / ชมงานผ่าน MOTOR EXPO APP ชิง WULING BINGUO รุ่น DC ICON

ยิ่งกว่านั้น สามารถชมงานผ่าน MOTOR EXPO APPLICATION อัดแน่นข้อมูลของงาน ทั้งรีวิวรถยนต์ รถจักรยานยนต์ จาก Influencer ชื่อดัง พร้อมฟีเจอร์ให้ใช้งานหลากหลาย อาทิ ข้อมูลเปรียบเทียบคันต่อคัน  โปรโมชั่น แคมเปญพิเศษ ช่วยในการเลือกซื้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ดาวน์โหลดโบรชัวร์ จำหน่ายบัตรชมงานทั่วไป และบัตรชมงานแบบวีไอพี MOTOR EXPO EXCLUSIVE VISITOR ฯลฯ

การเดินทางไปชมงานมีบริการ รถรับ-ส่ง ฟรี ! 2 เส้นทาง ดังนี้

  1. หมอชิต-IMPACT-หมอชิต BTS สถานีหมอชิต EXIT 2, MRT สถานีจตุจักร EXIT 4
  2. รังสิต-IMPACT-รังสิต บริเวณด้านหน้า Big C

ส่วนผู้ต้องการมาเที่ยวงาน MOTOR EXPO 2025 แบบไม่ต้องวนหาที่จอดในอาคาร เรามีบริการ  SHUTTLE BUS รับ-ส่งระยะใกล้ จากลานจอดรถริมทะเลสาบ-ชาลเลนเจอร์ 3

งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” จัดขึ้น ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม 2568 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล”

Mitsubishi, MG และ Yamaha คว้ารางวัลรถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ยอดเยี่ยม 2025

0

สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย หรือ สรยท. ประกาศผลการตัดสินรางวัลรถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ยอดเยี่ยม ประจำปี 2025 จากรถที่ผ่านการคัดเลือกเข้ารอบ Final List จำนวน 23 รุ่น ซึ่งมีการให้คะแนนรอบสุดท้าย ณ ศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ หรือ ATTRIC จ.ฉะเชิงเทรา โดยได้รับความอนุเคราะห์สถานที่จัดการทดสอบจากสถาบันยานยนต์ กระทรวงอุตสาหกรรม โดยงานมอบรางวัล Thailand Car EV & Motorcycle of The Year 2025 มีขึ้นเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 ที่ The Halls วิภาวดีรังสิต และได้รับเกียรติจากทาง ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานในพิธี

สำหรับรางวัลรถยอดเยี่ยม ประจำปี 2025 มีดังนี้

รางวัลรถยอดเยี่ยมประจำปี 2025 หรือ Thailand Car of The Year 2025

– All-New Mitsubishi XFORCE HEV

รางวัลรถยนต์ไฟฟ้ายอดเยี่ยมประจำปี 2025 หรือ Thailand EV of The Year 2025

– New MG S5 EV

รางวัลรถจักรยานยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2025 หรือ Thailand Motorcycle of The Year 2025

– All New Yamaha NMax Tech MAX

 

นายสุรศักดิ์ จรินทร์ทอง นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) กล่าวว่า “ขอแสดงความยินดีกับ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ที่คว้ารางวัลรถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ยอดเยี่ยมประจำปีนี้ไปครองได้สำเร็จ

ที่ผ่านมา สรยท.ได้ดำเนินการจัดงานมอบรางวัลรถยอดเยี่ยมประจำปีต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 11 รอบแรกเป็นการคัดเลือกรถที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ โดยจะต้องเป็นรถยนต์และรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ที่เปิดตัวและประกาศราคาจำหน่าย ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 ถึง 30 กันยายน 2568 ซึ่งสมาชิกจะลงคะแนนคัดเลือกรอบแรก จากนั้นจึงนำรถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ที่ผ่านการคัดเลือกทั้งหมด 23 รุ่น ไปขับทดสอบและลงคะแนนรอบสุดท้ายที่ศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ หรือ ATTRIC จ.ฉะเชิงเทรา ก่อนที่จะปิดหีบลงคะแนน และเปิดหีบนับคะแนนก่อนการประกาศรางวัลภายในงานฯ โดยกรรมการผู้ลงคะแนน ใช้หลักเกณฑ์ในการให้คะแนนตามหัวข้อต่างๆ ที่สมาคมฯ กำหนดไว้ ซึ่งเป็นไปตามกฎกติกาสากล เช่น รูปทรงการออกแบบ ประโยชน์ใช้สอย ระบบความปลอดภัย สมรรถนะเครื่องยนต์ เทคโนโลยี และระบบช่วงล่าง นอกจากนั้นต้องพิจารณาถึงพัฒนาการของรถยนต์รุ่นนั้น ความมั่นคงในเรื่องแบรนด์ และบริการหลังการขายประกอบการพิจารณาอีกด้วย

สำหรับปีนี้มีรถที่ผ่านเข้ารอบ Final List ในกลุ่มรถยนต์ 10 รุ่น คือ BYD Seal 5 DMI, Ford Ranger
MS-RT, Isuzu D-Max 2.2 Maxforce, Isuzu MU-X 2.2 Maxforce, Mazda BT-50 2.2, . Mitsubishi XForce HEV , Nissan Serena S Hybrid , Suzuki Fronx , Toyota Yaris Ativ HEV GR Sport  และ Toyota Camry HEV

กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า จำนวน 7 รุ่น คือ BMW iX1L eDrive20L M Sport,  BYD Sealion 7, Jaecoo 5EV, Mercedes-Benz G580 EV, MG S5 EV, MG IM6 และToyota BZ4X

ส่วนกลุ่มรถจักรยานยนต์ จำนวน 6 รุ่น คือ  BMW R1300GSA, Harley-Davidson Street BOB, Honda Wave 125, Honda PCX160, Yamaha New Aerox  และ All New Yamaha NMax Tech MAX

ทั้งนี้ รถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ทุกรุ่นที่ผ่านเกณฑ์คัดเลือกถือว่ามีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย รวมทั้งในภูมิภาคอาเซียน เช่นเดียวกันกับการปรับปรุงกฎเกณฑ์ในการคัดเลือกรถยอดเยี่ยมให้ทันต่อสถานการณ์และสร้างมาตรฐานให้เหมาะสมกับอุตสาหกรรมยานยนต์ในยุคปัจจุบันด้วยเช่นกัน”

นอกจากนี้ ภายในงานฯ ยังมีการมอบรางวัล Thailand Car & Motorcycle  Marketing Award 2025 ให้กับค่ายผู้ผลิตและผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ซึ่งมอบรางวัลจากผลการดำเนินงานที่โดดเด่นในทั้งยอดขาย การผลิต และกลยุทธ์การตลาด ในปี 2024-2025 จำนวน 20 บริษัท ดังนี้

  1. รางวัลยอดจำหน่ายรถยนต์รวมสูงสุด ประจำปี 2567

– บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จากยอดจำหน่ายรวมจำนวน 220,356 คันในปี 2567

  1. รางวัลแบรนด์รถยนต์ที่มียอดขายสูงสุดในกลุ่ม C-Segment ประจำปี 2567

– บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด จากยอดขายของรถยนต์นั่ง Civic และ CR-V จำนวน 19,000 คัน

  1. รางวัลรถยนต์ต้นแบบที่โดดเด่นแห่งปี 2568

– บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด จากรถกระบะต้นแบบ ISUZU DRAGON MAX ที่มีความโดดเด่นในการผสมผสานความคลาสสิคและนวัตกรรมล้ำสมัยเข้าด้วยกันอย่างลงตัว

  1. รางวัลแบรนด์รถยนต์พรีเมี่ยมที่มียอดขายสูงสุดประจำปี 2567

– บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู (ประเทศไทย) จำกัด ด้วยยอดจำหน่ายรวมจำนวน 13,659 คัน ในปี 2567

  1. รางวัลผู้นำด้านผลิตภัณฑ์ที่สร้างความน่าตื่นตาตื่นใจในตลาดปิกอัพไทย

– บริษัท ฟอร์ด เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด โดย Ford Ranger Line-up ซึ่งมีความหลากหลายทั้งในการใช้งานเชิงพาณิชย์อย่าง Super Duty ตามด้วยรุ่นปกติ ไปจนถึงตัวแรงอย่าง Ranger Raptor และ Ranger MS-RT

  1. รางวัลรถยนต์อเนกประสงค์ MPV ขนาดกลางที่เปี่ยมด้วยความคุ้มค่า

– บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กับรถยนต์ Nissan Serena e-Power ซึ่งเปิดตัวในตลาดเมืองไทยในราคาที่สามารถสัมผัสได้กับความอเนกประสงค์ คุณภาพการผลิตจากญี่ปุ่น และขุมพลัง
e-Power ที่ตอบสนองต่อการขับขี่ได้อย่างลงตัว

  1. รางวัลผู้บุกเบิกและวางรากฐานด้านการส่งออกยานยนต์ไทย

– บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นแบรนด์แรกที่ประกอบรถยนต์จากโรงงานไทยส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศโดย เริ่มเมื่อปี 2531 ปัจจุบันมียอดส่งออกสะสมมากกว่า 5.5 ล้านคัน

  1. รางวัลแบรนด์ผู้มีส่วนร่วมในการเติบโต SME ไทย

– บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด มอบให้ Suzuki Carry รถยนต์ที่ตอบโจทย์กับการใช้งานของกลุ่ม SME อย่างลงตัว อีกทั้งยังออกแบบแคมเปญด้านการตลาดต่างๆ เพื่อให้กลุ่มธุรกิจขนาดเล็กสามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวกและง่ายขึ้น

  1. รางวัลการยกระดับบริการหลังการขายที่โดดเด่นแห่งปี 2568

– บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Audi ในประเทศไทย ซึ่งได้ลงทุนกว่า 100 ล้านบาท ในการสร้าง Audi Body & Paint Center สำหรับรองรับการให้บริการลูกค้าชาวไทย และสร้างความมั่นใจในการใช้งานรถยนต์ Audi มากยิ่งขึ้น

  1. รางวัลแคมเปญยอดเยี่ยมแห่งปี 2568

– บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กับแคมเปญ EV Lifetime Warranty ของ MG รับประกันแบตเตอรี่ตลอดอายุการใช้งาน ที่มีความโดดเด่นและสร้างความเชื่อมั่นในการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า

  1. รางวัลผู้สร้างมาตรฐานใหม่แห่งการรับประกันในตลาดรถยนต์

– บริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ในการรับประกันเครื่องยนต์ดีเซล 1 ล้านกิโลเมตร หรือ 8 ปี ของ GWM Tank 300 และ Tank 500 นับเป็นการรับประกันที่สามารถสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี

  1. รางวัลผู้จำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้ารวมสูงสุดประจำปี 2567

– บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ซึ่งมียอดขายรถยนต์ไฟฟ้าจำนวน 38,210 คัน

  1. รางวัลแบรนด์รถไฟฟ้าที่มีการเติบโตรวดเร็วที่สุดประจำปี 2568

– บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) จำกัด นอกจากยอดขายที่ประสบความสำเร็จจากรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นต่างๆ ที่เปิดตัวตลอดทั้งปี 2567 และ 2568 แล้ว ทางแบรนด์ยังลงทุนในเรื่องคลังอะไหล่เพื่อรองรับกับการเติบโตในด้านยอดขายอีกด้วย

14.รางวัลรถยนต์ไฟฟ้าเอสยูวีพรีเมียมขนาดกลางยอดเยี่ยมด้านสมรรถนะและนวัตกรรม

– บริษัท ซีเคอาร์ อินเทลลิเจนท์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด โดย ZEEKR 7X รถยนต์พลังไฟฟ้าที่มาพร้อมกับกำลังขับเคลื่อนถึง 416-637 แรงม้า บวกกับความเพียบพร้อมในด้านอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและความทันสมัยของอุปกรณ์ที่ครบครัน

  1. รางวัลผู้นำด้านยานยนต์พลังไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ของไทย

– บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ หลากหลายทางเลือกทั้งรถบัสและหัวลาก ในการรองรับกับการใช้งานของภาคเอกชนและหน่วยงานภาครัฐ อีกทั้งยังเป็นผู้ผลิตรถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์รายแรกในไทยที่ใช้ฝีมือคนไทย

  1. รางวัลบริษัทประกันภัยรถยนต์ ที่มียอดรายได้จากกรมธรรม์สูงสุด ประจำปี 2568

– บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยยอดขายกรรมธรรม์รวม 36,380 ล้านบาท แสดงถึงการได้รับการยอมรับจากลูกค้าชาวไทยอย่างต่อเนื่อง

  1. รางวัลแบรนด์ฟิล์มกรองแสงที่ได้รับความเชื่อมั่นสูงสุดจากผู้บริโภคชาวไทย

– บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ตัวแทนจำหน่าย ลามิน่า แบรนด์ฟิล์มกรองแสงที่มียอดขายสูงสุด และได้รับความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคชาวไทย

  1. รางวัลผู้นำในด้านนวัตกรรมแห่งการขับขี่ขั้นสูงสุดในโลกมอเตอร์ไซค์

– บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย นวัตกรรมคุณภาพด้านความปลอดภัยและเทคโนโลยีที่เชื่อมต่อกับผู้ขับขี่ รวมทั้งระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง

  1. รางวัลแคมเปญยอดเยี่ยมด้านความปลอดภัยประจำปี 2568

– บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กับแคมเปญการมอบหมวกกันน็อคจำนวน 60,000 ใบมูลค่า 60 ล้านบาท ในโอกาสครบรอบ 60 ปี ของบริษัท เพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัยและสร้างจิตสำนึกให้กับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ในไทย

  1. รางวัลผู้นำด้านนวัตกรรมการผลิตเพื่อสิ่งแวดล้อม

– บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เพื่อยกย่องโรงงานผลิตที่มีนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม การใช้เทคโนโลยีสะอาด การรีไซเคิลทรัพยากร รวมทั้งระบบจัดการของเสียที่ลดผลกระทบต่อธรรมชาติ

โดยรางวัลทั้งหมดนี้ เป็นความตั้งใจที่ สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย หรือ สรยท. รวมทั้งสมาชิกสมาคม พร้อมช่วยผลักดันให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เติบโตอย่างต่อเนื่องและมั่นคง รวมทั้งเป็นศูนย์กลางข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง สนับสนุนวิชาชีพผู้สื่อข่าว และเป็นสื่อกลางระหว่างค่ายผู้ผลิตกับผู้บริโภคเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องร่วมกันอีกด้วย

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เผยโฉมทัพยานยนต์ไฟฟ้าและสมรรถนะระดับตำนาน ก่อนมุ่งสู่งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42

0

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เตรียมจุดประกายความร้อนแรงบนในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2568 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี ภายใต้แนวคิด “อลังการงานแสดง” ด้วยทัพยนตรกรรมรุ่นล่าสุดที่ผสมผสานสุนทรียภาพจากงานออกแบบเข้ากับสมรรถนะแห่งอนาคตอย่างลงตัว

ไฮไลท์สำคัญในปีนี้ ครบครันทั้งบีเอ็มดับเบิลยู iX xDrive45 M Sport ใหม่ ที่มาพร้อมพละกำลังและระยะทางขับขี่ที่เพิ่มขึ้น บีเอ็มดับเบิลยู iX1 eDrive20L M Sport ใหม่ รุ่นฐานล้อยาว กับความอเนกประสงค์และสะดวกสบายเหนือใคร ตามมาด้วยเสน่ห์ที่เหนือกาลเวลาของมินิ คูเปอร์ เอสอี และ เอซแมน เอสอี ใหม่ ในชุดแต่งรุ่นคลาสสิก เคียงคู่กับ
รุ่นพิเศษที่เฉลิมฉลองเอกลักษณ์เฉพาะตัวของมินิ และปิดท้ายด้วยที่สุดแห่งสมรรถนะทัวริ่งสองล้อ กับบีเอ็มดับเบิลยู
R 1300 RT ใหม่

มร. เรเน่ แกร์ฮาร์ด ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “ที่บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป เราไม่มีคำว่าหยุดนิ่ง เป้าหมายของเราคือสร้างนิยามใหม่ให้กับวงการยานยนต์ระดับพรีเมียม โดยผสมผสานทั้งความยั่งยืน งานออกแบบ และความเพลิดเพลินบนท้องถนน เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในทุกโอกาส สำหรับปีนี้ เราได้นำเป้าหมายนี้มาถ่ายทอดเป็นไลน์อัพรถยนต์และมอเตอร์ไซค์รุ่นล่าสุดที่เปี่ยมด้วยคุณภาพและความหลากหลาย
ตอบโจทย์ของนักขับทั่วไทยแบบรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในชีวิตประจำวัน นักบิดสายผจญภัย ไปจนถึงผู้ที่
ชื่นชอบความเร็วในสนามแข่ง”

“บีเอ็มดับเบิลยู iX xDrive45 M Sport และ iX1 eDrive20L M Sport ใหม่ สะท้อนความมุ่งมั่นของเราในการสร้างมาตรฐานใหม่ในด้านความสะดวกสบาย เทคโนโลยีล้ำสมัย และรูปลักษณ์ที่สง่างามบนท้องถนน ในขณะเดียวกัน มินิ
ก็ร่วมเฉลิมฉลองมรดกและสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ด้วยชุดแต่งรุ่นคลาสสิก สำหรับ มินิ คูเปอร์ เอสอี และ
เอซแมน เอสอี รวมถึงแพ็คเกจอุปกรณ์เสริมสุดพิเศษสำหรับอีกหลายรุ่น ซึ่งล้วนมอบความรู้สึก ‘Go-Kart Feeling’
ที่ไม่เหมือนใคร ทางด้านบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด มาร่วมทัพด้วยบีเอ็มดับเบิลยู R 1300 RT ใหม่ มอบประสบการณ์
ทัวริ่งสุดเหนือชั้น ผสานสมรรถนะเข้ากับความหรูหราในการเดินทางระยะไกล”

 

ข้อเสนอพิเศษจากบีเอ็มดับเบิลยูในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42

ลูกค้าที่จองรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูรุ่นที่ร่วมรายการ และมีกำหนดรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 จะได้รับข้อเสนอ
สุดพิเศษ* พร้อมด้วยทางเลือกแพ็คเกจโปรโมชั่นที่ตอบโจทย์ที่สุดในหลายรุ่น โดยมีรายละเอียดดังนี้

รุ่นแพ็คเกจที่ 1แพ็คเกจที่ 2
บีเอ็มดับเบิลยู X1•     ผ่อนเริ่มต้น 9,999 บาท/เดือน

•     การันตีมูลค่าในอนาคต (Guaranteed Future Value) ที่ 60% ของราคารถ

•     แพ็คเกจ BMW Service Inclusive Ultimate นาน 5 ปี

•      อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.79%

•      แพ็คเกจ BMW Service Inclusive Ultimate นาน 5 ปี

บีเอ็มดับเบิลยู iX1•     ผ่อนเริ่มต้น 9,999 บาท/เดือน

•     การันตีมูลค่าในอนาคต (Guaranteed Future Value) ที่ 60% ของราคารถ

•     ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect นาน
1 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรมเช่าซื้อแบบมีบอลลูน หรือสัญญาเช่าทางการเงิน หรือ BMW Freedom Choice

•      อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.79% และฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect นาน 1 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase Flat Rate
บีเอ็มดับเบิลยู 220i M Sport•     ผ่อนเริ่มต้น 12,999 บาท/เดือน

•     การันตีมูลค่าในอนาคต (Guaranteed Future Value) ที่ 60% ของราคารถ

•     แพ็คเกจ BMW Service Inclusive Ultimate นาน 5 ปี

•      อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.79%

•      แพ็คเกจ BMW Service Inclusive Ultimate นาน 5 ปี

บีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive20d

บีเอ็มดับเบิลยู X3 M50

•     แพ็คเกจ BMW Service Inclusive Ultimate นาน 5 ปี และฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect นาน 1 ปี สำหรับลูกค้าที่
ทำสัญญาในโปรแกรมเช่าซื้อแบบมีบอลลูน หรือสัญญาเช่าทางการเงิน หรือ BMW Freedom Choice
บีเอ็มดับเบิลยู 320d M Sport•     แพ็คเกจ BMW Service Inclusive Ultimate นาน 5 ปี และฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect นาน 2 ปี สำหรับลูกค้าที่
ทำสัญญาในโปรแกรมเช่าซื้อแบบมีบอลลูน หรือสัญญาเช่าทางการเงิน หรือ BMW Freedom Choice
•      อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99 % และฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect นาน 2 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม
การผ่อนชำระต่อเดือนคงที่ (Hire Purchase Flat Rate)
บีเอ็มดับเบิลยู
330e M Sport
•     อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% และฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect นาน 1 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม
การผ่อนชำระต่อเดือนคงที่ (Hire Purchase Flat Rate)
•      แพ็คเกจ BMW Service Inclusive Ultimate นาน 5 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรมเช่าซื้อแบบมีบอลลูน หรือสัญญาเช่าทางการเงิน หรือ BMW Freedom Choice
บีเอ็มดับเบิลยู 530e M Sport

บีเอ็มดับเบิลยู 530e Inspiring

•     แพ็คเกจ BMW Service Inclusive Ultimate นาน 5 ปี และฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect นาน 2 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรมเช่าซื้อแบบมีบอลลูน หรือสัญญาเช่าทางการเงิน หรือ BMW Freedom Choice•      อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% และฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect นาน 1 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม
การผ่อนชำระต่อเดือนคงที่ (Hire Purchase Flat Rate)
บีเอ็มดับเบิลยู 520d M Sport Pro•     แพ็คเกจ BMW Service Inclusive Ultimate นาน 5 ปี และฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect นาน 2 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรมเช่าซื้อแบบมีบอลลูน หรือสัญญาเช่าทางการเงิน หรือ BMW Freedom Choice•      อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรมการผ่อนชำระต่อเดือนคงที่ (Hire Purchase Flat Rate)
บีเอ็มดับเบิลยู X4 xDrive20d M Sport•     ชุดแต่งและอุปกรณ์เสริมจากบีเอ็มดับเบิลยู มูลค่าสูงสุด 250,000 บาท

•     แพ็คเกจ BMW Service Inclusive Ultimate นาน 5 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรมเช่าซื้อแบบมีบอลลูน หรือสัญญาเช่าทางการเงิน หรือ BMW Freedom Choice

บีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive50e M Sport•     ชุดแต่งและอุปกรณ์เสริมจากบีเอ็มดับเบิลยู มูลค่าสูงสุด 300,000 บาท

•     แพ็คเกจ BMW Service Inclusive Ultimate นาน 5 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรมเช่าซื้อแบบมีบอลลูน หรือสัญญาเช่าทางการเงิน หรือ BMW Freedom Choice

•     ชุดแต่งและอุปกรณ์เสริมจากบีเอ็มดับเบิลยู มูลค่าสูงสุด 300,000 บาท

•     ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect นาน
1 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม การผ่อนชำระต่อเดือนคงที่ (Hire Purchase Flat Rate)

บีเอ็มดับเบิลยู X6 xDrive40i M Sport•     ชุดแต่งและอุปกรณ์เสริมจากบีเอ็มดับเบิลยู มูลค่าสูงสุด 250,000 บาท

•     แพ็คเกจ BMW Service Inclusive Ultimate นาน 5 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรมเช่าซื้อแบบมีบอลลูน หรือสัญญาเช่าทางการเงิน หรือ BMW Freedom Choice

บีเอ็มดับเบิลยู X7 xDrive40d M Sport•     แพ็คเกจ BMW Service Inclusive Ultimate นาน 5 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรมเช่าซื้อแบบมีบอลลูน หรือสัญญาเช่าทางการเงิน หรือ BMW Freedom Choice
บีเอ็มดับเบิลยู 750e M Sport

บีเอ็มดับเบิลยู M760e M Sport

บีเอ็มดับเบิลยู
XM 50e

•     แพ็คเกจ BMW Service Inclusive Ultimate นาน 5 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรมเช่าซื้อแบบมีบอลลูน หรือสัญญาเช่าทางการเงิน หรือ BMW Freedom Choice•      ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect นาน
1 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม การผ่อนชำระต่อเดือนคงที่ (Hire Purchase Flat Rate)
บีเอ็มดับเบิลยู 740d M Sport•     แพ็คเกจ BMW Service Inclusive Ultimate นาน 5 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรมเช่าซื้อแบบมีบอลลูน หรือสัญญาเช่าทางการเงิน หรือ BMW Freedom Choice
บีเอ็มดับเบิลยู iX3·        ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect นาน 3 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม เช่าซื้อแบบมีบอลลูน หรือสัญญาเช่าทางการเงิน หรือ BMW Freedom Choice•      ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect นาน
1 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม การผ่อนชำระต่อเดือนคงที่ (Hire Purchase Flat Rate)
บีเอ็มดับเบิลยู i5·        อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0%

·        ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect
นาน 3 ปี

* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

“มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย” เร่งเครื่องแรง ส่งท้ายปี! เปิด 2 โมเดล ปรับโฉมใหม่ รุ่นปี 2026 พร้อมอวดโฉมคันจริงที่งาน Motor Expo 2025

0
มิตซูบิชิ 1

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้ารุกตลาดส่งท้ายปี เปิดตัวรถยนต์ใหม่ 2 โมเดล นำโดยคู่หูขุมพลังฟูลไฮบริด รถครอบครัวอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง อันดับ 1 ในเซกเมนต์ “มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ใหม่ รุ่นปี 2026” อัพลุคดีไซน์สปอร์ตพรีเมียมใหม่ โดดเด่นกว่าเดิม มาพร้อมสโลแกน “พื้นที่ใหญ่ ใส่ให้เต็มที่” ปรับแต่งดีไซน์ภายนอกด้วยกระจังหน้า และไฟท้ายดีไซน์ใหม่ ทันสมัย ผสานความประณีตอย่างลงตัว ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ในแบบ Mitsubishi e:MOTION ที่ผสาน 3 สุดยอดเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุดของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส เพิ่มเติมระบบความปลอดภัย Diamond Sense ตอบสนองไลฟ์สไตล์สุดแอ็กทีฟของครอบครัวยุคใหม่ ที่พร้อมออกไปสนุกกับการใช้ชีวิตและกิจกรรมร่วมกัน

มิตซูบิชิ 2

เสริมทัพด้วย มิตซูบิชิ ไทรทัน สตรีท ใหม่ ภายใต้คอนเซปต์ “เท่บนถนน ทนทุกงาน” กระบะเมกะ แค็บ ตัวเตี้ยโฉมใหม่ เสริมลุคหล่อ ด้วยชุดตกแต่งกระจังหน้าดีไซน์สปอร์ต โฉบเฉี่ยว ที่มีสมรรถนะการขับขี่ที่ตอบสนองได้อย่างมั่นใจตอบโจทย์การใช้งานในทุกสภาพถนน พร้อมเสริมความมั่นใจกว่าด้วย ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็วและระบบตรวจจับคนเดินถนน (Forward Collision Mitigation System with Pedestrian Detection – FCM) ครบทั้งความเท่ และอัดแน่นด้วยสมรรถนะ ให้ความคุ้มค่าในหนึ่งเดียว

มิตซูบิชิ 3

มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “รถยนต์รุ่นใหม่ทั้ง 2 โมเดลนี้ สะท้อนวิสัยทัศน์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่มุ่งมั่นขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่ออนาคตของการขับขี่เราได้ปรับแต่ง มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ใหม่ ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของครอบครัวยุคใหม่อย่างรอบด้าน พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน มิตซูบิชิ ไทรทัน สตรีท ใหม่ยังคงสะท้อนจิตวิญญาณแห่งความแข็งแกร่ง พร้อมลุยทุกความท้าทาย ด้วยสมรรถนะการขับขี่ ความปลอดภัย และความทนทาน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของรถกระบะมิตซูบิชิ พร้อมรองรับทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและการผจญภัยในทุกเส้นทาง อีกทั้ง ยังประหยัดน้ำมันอีกด้วย ทั้งหมดนี้คือการตอกย้ำความมุ่งมั่นของเราที่จะพัฒนายนตรกรรมให้ตอบสนองการใช้ชีวิตของทุกคนได้อย่างครอบคลุมในทุกมิติ”

มิตซูบิชิ 4

มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ปรับโฉมใหม่ รุ่นปี 2026 

มิตซูบิชิ 7

“มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ปรับโฉมใหม่” ถ่ายทอดภาพลักษณ์สปอร์ตพรีเมียมยิ่งขึ้น ดีไซน์ภายนอกใหม่ ทันสมัย ผสานความประณีตอย่างลงตัว โดดเด่นเหนือชั้นด้วยกระจังหน้าและกันชนดีไซน์ใหม่ โฉบเฉี่ยว ยิ่งกว่าเดิมด้วย Dynamic Shield สีดำ พร้อมกรอบตกแต่งไฟหน้ารมดำ เพิ่มลุคเท่ ไฟตัดหมอก LED และไฟท้าย LED สี Smoke และล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ ให้อารมณ์ความสปอร์ต เพิ่มความพรีเมียมอีกขั้นด้วย การตกแต่งภายในโทนสีใหม่ สำหรับ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี ตกแต่งโทนสีดำ
ให้ความรู้สึกเรียบหรู ส่วนในรุ่น เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ใหม่ ตกแต่งโทนสีน้ำตาล – ดำ เติมความหรูหราและให้ความรู้สึกอบอุ่น แบบรถระดับไฮเอนด์ ด้วยเบาะนั่งสีใหม่ พร้อมคุณสมบัติสะท้อนความร้อน (Heat Guard) พื้นที่ห้องโดยสารขนาดใหญ่ 7 ที่นั่ง กว้างขวางสะดวกสบายปรับพับได้หลายรูปแบบ

พร้อมเพิ่มเติม ถุงลม 6 ตำแหน่งและเทคโนโลยีความปลอดภัย Diamond Sense ครอบคลุม 360 องศา มาอย่างครบครัน อาทิ ระบบเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด (Rear Cross Traffic Alert) ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตา พร้อมระบบเตือนขณะเปลี่ยนเลน (Blind Spot Warning with Lane Change Assist (BSW with LCA))และระบบเตือนการออกนอกเลน (Lane Departure Warning)โดย เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ใหม่ ยังได้เพิ่ม กล้องมองภาพรอบคัน(Multi Around Monitor) เพื่ออำนวยความสะดวกในการขับขี่มากยิ่งขึ้นอีกด้วย

มิตซูบิชิ 8

นอกจากดีไซน์และระบบความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น ลูกค้าทุกท่านยังเพลิดเพลินกับสิ่งอำนวยความสะดวกภายใน
ห้องโดยสาร เครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 10 นิ้ว พร้อมระบบ​ Apple CarPlay & Android Auto แบบไร้สายให้การเชื่อมต่อง่ายดายมากยิ่งขึ้น ตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มองหารถที่มีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง โหมดการขับขี่ที่หลากหลาย และให้ความสำคัญทางด้านความปลอดภัย และไลฟ์ไตล์ครอบครัวยุคใหม่สุดแอคทีฟได้เป็นอย่างดี

มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี ใหม่ ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 939,000 บาท โดยมีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีเงิน (Blade Silver)สีเทา (Graphite Grey) และสีขาวหลังคาดำ (White Diamond with Black Roof) (ราคาเพิ่ม 15,000 บาท) และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ใหม่ มีราคาจำหน่าย 969,000 บาท โดยมีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีเทา (Graphite Grey)สีดำ (Jet Black Mica) สีขาวหลังคาดำ (White Diamond with Black Roof) และสีเขียวหลังคาดำ (Green Bronze with Black Roof) (โดยรุ่นหลังคาดำ ราคาเพิ่ม 15,000 บาท)

มิตซูบิชิ ไทรทัน สตรีท ใหม่ (เมกะ แค็บ ตัวเตี้ย)

มิตซูบิชิ 9

สำหรับ มิตซูบิชิ ไทรทัน สตรีท ใหม่ (เมกะ แค็บ ตัวเตี้ย) เท่จัดไม่เหมือนใคร ในลุคสปอร์ตเข้มและโฉบเฉี่ยว สะท้อนความแข็งแกร่งในสมรรถนะการขับขี่ ความทนทานด้านการใช้งานและความคล่องตัวในทุกเส้นทาง โดดเด่นด้วยการปรับลุคภายนอกใหม่ให้มีสไตล์มากยิ่งขึ้นด้วย การตกแต่งกระจังหน้าดีไซน์สปอร์ต และล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว พร้อมลุยทุกความท้าทายด้วยแชสซีส์ MEGA FRAME ขนาดใหญ่ แข็งแรง แต่น้ำหนักเบา ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซลประหยัดน้ำมัน ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 330 นิวตันเมตร ตอบสนองทันใจทั้งการขับขี่ในเมืองและทางไกล ภายในห้องโดยสารตกแต่งโทนดำเท่ มาพร้อมหน้าจออินโฟเทนเมนต์ ขนาด 10 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay & Android Auto และยกระดับความปลอดภัยเหนือชั้นด้วย ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรงพร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว และระบบตรวจจับคนเดินถนน (Forward Collision Mitigation System with Pedestrian Detection — FCM) มอบความมั่นใจในทุกสภาพถนน และการใช้งานจริงทั้งวันทำงานและวันพักผ่อน

นอกจากนี้ มิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่นปี 2026 ยังให้ความสำคัญในด้านความปลอดภัย มุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อตอบสนองการใช้งานจริงอย่างต่อเนื่อง โดยการเพิ่ม ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว และ ระบบตรวจจับคนเดินถนน (Forward Collision Mitigation with Pedestrian Detection — FCM) ในไลน์อัพของ มิตซูบิชิ ไทรทัน ทุกรุ่น อีกด้วย

มิตซูบิชิ 11

มิตซูบิชิ ไทรทัน สตรีท ใหม่ ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 649,000 บาท โดยมีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีขาว (Solid White)สีเงิน (Blade Silver) และสีเทา (Graphite Grey) (สีเงิน และสีเทา ราคาเพิ่ม 7,000 บาท)

ราคาขาย มิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่นปี 2026

รุ่นรถยนต์ มิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่นปี 2026ราคาขาย (บาท)หมายเหตุ
SINGLE CAB2.4 PRO614,000สี Metallic เพิ่ม 7,000 บาท
2.4 PRO 4WD714,000
2.4 PRO 4WD AT764,000
MEGA CAB2.4 STREET649,000สี Metallic เพิ่ม 7,000 บาท
PLUS 2.4 PRO754,000สี White Diamond เพิ่ม 10,000 บาท
PLUS 2.4 PRO AT804,000
DOUBLE CAB2.4 PRO727,000สี Metallic เพิ่ม 7,000 บาท
PLUS 2.4 PRIME924,000สี White Diamond เพิ่ม 10,000 บาท
PLUS 2.4 PRIME AT969,000
PLUS 2.4 ULTRA AT1,059,000
2.4 PRIME 4WD1,049,000
2.4 ATHLETE 4WD AT1,299,000สี White Diamond เพิ่ม 10,000 บาท

 

สัมผัสยนตรกรรมทั้ง 2 โมเดลใหม่ และรุ่นอื่น ๆ พร้อมรับข้อเสนอพิเศษสุดคุ้มอีกมากมาย ได้ที่บูธมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย (A17) ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 42 หรือ Thailand International Motor Expo 2025 ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 เมืองทองธานี

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และนัดหมายทดลองขับรถยนต์มิตซูบิชิได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th หรือ มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ โทร. 02-079-9500 ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ที่ www.facebook.com/MitsubishiMotorsTH

นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ คว้ารางวัลรถยนต์อเนกประสงค์ MPV ขนาดกลางที่เปี่ยมด้วยความคุ้มค่า

0
นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ ใหม่ 1

เมื่อเร็วๆ นี้ นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ ใหม่ คว้ารางวัลรถยนต์อเนกประสงค์ MPV ขนาดกลางที่เปี่ยมด้วยความคุ้มค่า (Best Value Midsized MPV) จากงานประกาศรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2568 (THAILAND CAR OF THE YEAR 2025) ที่จัดขึ้นโดยสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) ณ เดอะ ฮอลล์ กรุงเทพมหานคร

ทาคาอากิ ยานางิ รองประธานอาวุโส นิสสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “รางวัลนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของนิสสันในการนำเสนอนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ทั้งด้านความคุ้มค่า ความสะดวกสบาย และเทคโนโลยี เราภูมิใจที่ นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ ได้รับการยอมรับจากสื่อมวลชน และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย”

นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ รถยนต์อเนกประสงค์ MPV 7 ที่นั่งที่โดดเด่นด้วยห้องโดยสารที่กว้างขวางนั่งสบาย เบาะนั่งที่ปรับได้ถึง 13 รูปแบบ กระจกรอบคันมีขนาดใหญ่ให้ความรู้สึกโปร่งโล่ง ประตูท้ายที่สามารถเปิดได้ทั้งแบบครึ่งบาน และเต็มบานให้ความสะดวกในการใช้งาน ป้องกันไม่ให้ของท้ายรถหล่นออกมาขณะเปิดท้าย และยังเปิดท้ายได้สะดวกแม้ต้องจอดในที่ที่มีพื้นที่ด้านหลังจำกัด ประตูเลื่อนอัตโนมัติไฟฟ้าให้การเข้าออกที่ง่าย สะดวกในทุกการใช้งาน เหมาะสำหรับการเดินทางที่สร้างความทรงจำ และประสบการณ์สุดพิเศษกับครอบครัว หรือเพื่อนฝูง

นอกจากนี้ เทคโนโลยีอี-พาวเวอร์ ในนิสสัน เซเรน่า ยังให้การขับขี่ที่ราบรื่น เงียบ ตอบสนองได้ดังใจ เช่นเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้า แต่ไม่ต้องกังวลกับการชาร์จไฟฟ้าที่สถานีแม้จะเป็นการใช้งานเพื่อเดินทางไกล