Home Blog Page 22

ฟอร์ด เปิดตัวแคมเปญส่งท้ายปี ‘My Color, My Style’ และมอบแคมเปญช่วยผ่อนคนละครึ่งนาน 1 ปี ในงาน Motor Expo 2025

0

ฟอร์ด ประเทศไทย มอบข้อเสนอพิเศษส่งท้ายปี เปิดตัวแคมเปญสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ‘My Color, My Style’ ที่ให้ลูกค้าสามารถเลือกแร็ปฟิล์มสีกันรอยคุณภาพสูงผ่านการจองออนไลน์ที่ www.ford.co.th และมอบแคมเปญ ฟอร์ด ช่วยผ่อนคนละครึ่งนาน 1 ปี จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ลูกค้า และสอดรับกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ พร้อมลุ้นทองคำแท่งรวมมูลค่ากว่า 3,500,000 บาท สำหรับลูกค้าในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2568 ณ บูธฟอร์ด (A04) อาคารอิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี และที่ผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศ นอกจากนี้ ฟอร์ดยังได้นำฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ แชมป์รายการแข่งขันเอเชีย ครอส คันทรี่ แรลลี่ 2025 รุ่น T2A-D หรือรุ่นโปรดักชันมาตรฐานโรงงาน คันจริง มาจัดแสดงภายในงาน

“My Color, My Style เป็นข้อเสนอพิเศษของมอเตอร์ เอ็กซ์โปปีนี้ ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าสะท้อนตัวตนผ่านการแร็ปฟิล์มสีกันรอย เกรดทีพียู1 คุณภาพสูง ที่มีทั้งรูปแบบสีและฟิล์มใสกันรอยแบบด้านและแบบเงา ซึ่งเป็นแร็ปฟิล์มกันรอยคุณภาพสูง เกรดพรีเมียม หรือ พีพีเอฟ2 จาก n-SHIELD โดย นิปปอนเพนต์ โดยมีให้เลือกทั้งหมด 11 แบบ ด้วยราคาสุดพิเศษ เมื่อซื้อรถฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ พร้อมระยะการรับประกันฟิล์มนานสูงสุดถึง 7 ปี เมื่อจองออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ www.ford.co.th ซึ่งฟอร์ดเป็นแบรนด์แรกในประเทศไทยที่นำเสนอฟิล์มกันรอยคุณภาพสูง เกรดทีพียู ซึ่งทนต่อการขีดข่วน และคราบสกปรก และช่วยป้องกันไม่ให้สีรถหมองลง นอกจากนี้ เรายังมอบแคมเปญ ‘ฟอร์ด ช่วยผ่อนคนละครึ่งนาน 1 ปี’ พร้อมสิทธิ์ลุ้นรับทองคำ เพื่อให้ลูกค้าชาวไทยเป็นเจ้าของรถฟอร์ดได้ง่ายขึ้น” นายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

พร้อมทั้งกล่าวเสริมว่า “ในปีนี้ยังเป็นอีกหนึ่งปีแห่งความภาคภูมิใจของทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ที่คว้าชัยชนะทั้งในรายการเอเชีย ครอส คันทรี่ แรลลี่ รุ่น T2A-D และไทยแลนด์​ ซูเปอร์ ซีรี่ส์ สนามที่ 8 ซึ่งรถฟอร์ด เรนเจอร์ เครื่องยนต์ วี 6 และฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ที่ลงแข่งเป็นรถสเปกเดียวกับที่ลูกค้าใช้งานจริงตอกย้ำความ ‘แกร่งตั้งแต่ออกจากโรงงาน’ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของฟอร์ดในการส่งมอบทั้งเทคโนโลยีระดับแชมป์และข้อเสนอที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ให้ลูกค้าทุกท่าน”

 

รถยนต์ฟอร์ดที่นำมาจัดแสดงในงาน

ฟอร์ดขนทัพรถกระบะและรถยนต์อเนกประสงค์รุ่นยอดนิยมมาแบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็น

 

  • ฟอร์ด เรนเจอร์รถกระบะที่พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทั้งในด้านการทำงาน การพักผ่อน และชีวิตครอบครัว ด้วยสมรรถนะอันเหนือชั้น และเทคโนโลยีล้ำสมัย ตอกย้ำความ ‘แกร่งจริงทุกคัน ดุดันทุกสถานการณ์’ นำโดย ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค รถกระบะเปี่ยมสมรรถนะเพื่อไลฟ์สไตล์และการใช้งานที่ครบครัน มาพร้อมราคาพิเศษ 999,000 บาท ฟอร์ด เรนเจอร์ สตอร์มแทรค เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบ สำหรับสายกิจกรรมกลางแจ้ง ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง ฟอร์ด เรนเจอร์ สปอร์ต กระบะ 4 ประตู ตอบโจทย์ทุกการใช้งานทั้งสายลุยและการใช้งานในเมือง รับดอกเบี้ยพิเศษ 99% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง และฟอร์ด เรนเจอร์ XLS กระบะ 4 ประตูยกสูง เกียร์อัตโนมัติ ที่มาพร้อมความคุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้งานรอบด้าน กับราคาพิเศษ 799,000
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ รถกระบะสมรรถนะสูง อัดแน่นด้วยดีเอ็นเอฟอร์ด เพอร์ฟอร์มานซ์ เจ้าของฉายา ‘เกิดมาแกร่ง’ ที่พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่พิเศษพร้อมลุยทุกเส้นทาง มาพร้อมราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 1,699,000 บาท สำหรับรุ่น 0 ลิตร

  • ฟอร์ด เอเวอเรสต์ รถยนต์อเนกประสงค์สำหรับครอบครัวและคนรักการผจญภัย ครบครันด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัยมอบความสะดวกสบายและความปลอดภัยในทุกการเดินทาง นำทัพโดย ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม พร้อมขุมพลัง 3.0 ลิตร ดีเซล วี 6 ที่พัฒนามาเพื่อลูกค้าที่มองหาความเป็นเลิศในการใช้ชีวิต ขณะที่ยังรักการผจญภัย โดดเด่นและแตกต่างด้วยความหรูหราเหนือระดับ ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งและฟอร์ด เอเวอเรสต์ ไทเทเนียม พลัส ตอบโจทย์ลูกค้าที่ใส่ใจทั้งความหรูหราและสมรรถนะ พร้อมลุยได้ทุกการเดินทางอย่างมั่นใจ รับดอกเบี้ยพิเศษ 0% ฟอร์ด เอเวอเรสต์ สปอร์ต ดีไซน์สปอร์ตดุดัน ครบครันด้วยระบบความปลอดภัย รับดอกเบี้ยพิเศษ 99%และ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เทรนด์ ตัวเลือกสุดคุ้มค่าสำหรับผู้ต้องการรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง มาพร้อมราคาพิเศษเพียง 1,249,000 บาท

 

แคมเปญสุดพิเศษ

ฟอร์ดยังมอบข้อเสนอสุดพิเศษที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันของลูกค้าทุกรูปแบบ ทั้งในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป และที่ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของฟอร์ดทั่วประเทศ ตลอดระยะเวลาจัดงาน ลูกค้าสามารถเยี่ยมชมบูธฟอร์ดและรับข้อเสนอสุดคุ้มมากมายได้ ดังนี้

  • ‘My Color, My Style’ แคมเปญใหม่ที่ให้ลูกค้าสะท้อนความเป็นตัวเองผ่านการแร็ปฟิล์มสีและฟิล์มใสกันรอยแบบด้านและแบบเงา สำหรับทั้งฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ มากถึง 11 ตัวเลือก ได้แก่ เคลียร์ แมตต์ (Clear Matte), เคลียร์ กลอส (Clear Gloss), แฟนทอม เกรย์ (Phantom Grey), ซาติน โรส โกลด์ (Satin Rose Gold), ทาลค์ เกรย์ (Talc Grey), มิดไนท์ เพอร์เพิล (Midnight Purple), เอเมอรัล กรีน (Emerald Green), โอลีฟ กรีน (Olive Green), บลู แซฟไฟร์ (Blue Sapphire), แมตต์ เมทัลลิก ซิลเวอร์ (Matte Matallic Silver) และคลาวด์ อควา (Cloud Aqua) เมื่อจองออนไลน์ ผ่าน ford.co.th เพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบความแตกต่างและกล้าที่จะแสดงออกถึงความเป็นตัวเอง พร้อมราคาสุดพิเศษ ฟิล์มแบบใสด้าน และแบบใสเงา ราคา 25,000 บาท สำหรับรถฟอร์ด เรนเจอร์ และ 33,000 บาท สำหรับรถฟอร์ด เอเวอเรสต์ ฟิล์มแบบสี ราคา 35,000 บาท สำหรับรถฟอร์ด เรนเจอร์ และ 40,000 บาท สำหรับรถฟอร์ด เอเวอเรสต์ พิเศษ! จองรถยนต์ ฟอร์ดทุกรุ่น (ยกเว้นฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น Standard Cab XL และ SWB) พร้อมแร็ปฟิล์ม ผ่านช่องทางออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน ถึง 31 ธันวาคม 2568 และออกรถภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 รับฟรี ห้องพักโรงแรม INTERCONTINENTAL PATTAYA RESORT 1 คืน มูลค่า 7,500 บาท สำหรับ 100 คันแรกเท่านั้น
  • ‘ฟอร์ด ช่วยผ่อนคนละครึ่งนาน 1 ปี’ โปรโมชันสุดพิเศษที่ส่งท้ายปี เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระและ สอดรับกับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ‘คนละครึ่ง’ ของภาครัฐ สำหรับลูกค้าที่จองซื้อและรับมอบรถยนต์ฟอร์ดรุ่นที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 ธันวาคม 2568 จะได้รับการสนับสนุนช่วยผ่อนค่ารถครึ่งหนึ่งของยอดผ่อนชำระต่อเดือนเป็นระยะเวลานาน 1 ปี พร้อมลุ้นรับทองคำแท่งหนัก 10 บาท จำนวน 1 รางวัล และทองคำแท่งหนัก 1 สลึง จำนวน 200 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 3,500,000 บาท

รถฟอร์ดทุกรุ่นมาพร้อมโปรแกรม Ford Care การรับประกันคุณภาพรถใหม่จากโรงงานนาน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน และฟรีค่าแรงเช็กระยะ พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี

ผู้สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมและเงื่อนไขข้อเสนอพิเศษของแคมเปญส่งเสริมการขายจากฟอร์ดได้ที่เว็บไซต์ www.ford.co.th  และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ Call Center โทร 1383

หมายเหตุ:

1 ทีพียู คือ ฟิล์มกันรอยคุณภาพสูง เกรดเทอร์โมพลาสติกโพลียูรีเทน (Thermoplastic Polyurethane)

2 พีพีเอฟหรือ Painted Protection Film คือ การแร็ปฟิล์มสีและฟิล์มใสกันรอย n-SHIELD ด้วยวัสดุคุณภาพสูง จากบริษัทเอ็นพี ออโต รีฟินิช จำกัดในเครือนิปปอนเพนต์ ป้องกันมูลนก ฝนกรด โคลน และน้ำสกปรก ทั้งยังสามารถฟื้นฟูตัวเองได้ ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้สีรถหมองลง (อ้างอิงจาก https://nippon-nshield.com/th/)

GWM เขย่าตลาดด้วย “NEW GWM POER SAHAR DIESEL” พิเศษเริ่ม 799 แสนบาท และ “NEW GWM TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition” ที่ 1.349 ล้านบาท เพียง 300 คัน

0

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ภายใต้แนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” หลังจาก GWM (Thailand) เรียกเสียงฮือฮาในงาน Motor Expo 2025 กับการเผยโฉมและเปิดราคา WEY G9 MPV หรูเพียงหนึ่งเดียวของ GWM ล่าสุด ได้สร้างกระแสต่อเนื่องด้วยการปฏิวัติวงการรถกระบะในประเทศไทย เปิดราคาอย่างเป็นทางการของ NEW GWM POER SAHAR DIESEL รถกระบะสมรรถนะสูงขนาดใหญ่ระดับพรีเมียม เครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจเนอเรชันใหม่ล่าสุด มาพร้อม 3 รุ่นย่อย ในราคาพิเศษสำหรับช่วงเปิดตัวระหว่าง 799 – 999 แสนบาท เพียง 300 คันแรกที่ทำการส่งมอบเท่านั้น โดยการมาถึงของรถกระบะที่เปรียบเสมือนเพื่อนคู่ใจทุกการเดินทางอย่าง NEW GWM POER SAHAR DIESEL ได้เข้ามาเติมเต็มรถยนต์ตระกูล GWM DIESEL Family เพื่อเป็นทางเลือกที่หลากหลายและครอบคลุมให้แก่ผู้ใช้งานชาวไทย ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีเซอร์ไพรส์กับการเปิดตัวรถออฟโรดระดับไอคอนอย่าง NEW GWM TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition ที่ให้สายลุยได้รีบสะสมและเป็นเจ้าของในจำนวนจำกัดเพียง 300 คันเท่านั้น ในราคาเพียง 1.349 ล้านบาท

 

NEW GWM POER SAHAR DIESEL ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจเนอเรชันใหม่ ผสานระบบเทอร์โบแปรผัน (VGT) ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด (9AT) ส่งกำลังได้ต่อเนื่องและตอบสนองฉับไว รองรับทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางไกลอย่างมั่นใจ ตัวรถมีมิติยาว 5,445 มิลลิเมตร กว้าง 1,991 มิลลิเมตร สูง 1,924 มิลลิเมตร พร้อมระยะฐานล้อ 3,350 มิลลิเมตร ให้สมดุลทั้งความกว้างขวางและเสถียรภาพในการขับขี่ เสริมศักยภาพการลุยด้วยระยะความสูงใต้ท้องรถ 224 มิลลิเมตร และความสามารถลุยน้ำลึกสูงสุด 800 มิลลิเมตร ด้านดีไซน์ภายนอกเน้นความสปอร์ตดุดันด้วยกระจังหน้าสีดำ ราวหลังคาและบันไดข้างสีดำ กรอบหน้าต่างโทนดำ ไฟหน้า–ไฟท้ายรมดำ จับคู่กับล้ออัลลอยสีดำขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 265/60 R18 ที่ช่วยขับให้บุคลิกภายนอกดูลงตัวและสะดุดตายิ่งขึ้น ดีไซน์ภายในเรียบหรูพรีเมียมด้วยเบาะหนังสังเคราะห์คุณภาพดี พร้อมเบาะนั่งด้านหลังสามารถปรับเอนได้ถึง 33 องศา และเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่และความปลอดภัยสูงถึง 26 รายการ คุ้มค่าด้วยอัตราการบริโภคน้ำมันเฉลี่ย 14 กิโลเมตรต่อลิตร (ในรุ่น 2WD) และ 13.5 กิโลเมตรต่อลิตร (ในรุ่น 4WD) ตามมาตรฐาน NEDC นอกจากนี้ ยังมาพร้อมดิสก์เบรค 4 ล้อ และการปรับจูนช่วงล่างให้เหมาะกับถนนเมืองไทยและพฤติกรรมการขับขี่ของคนไทยอีกด้วย นอกจากนี้ NEW GWM POER SAHAR DIESEL ถูกออกแบบให้ทำหน้าที่เสมือน “เพื่อนคู่ใจ” ที่พร้อมยกระดับไลฟ์สไตล์ในทุกมิติ ด้วยโครงสร้างและฟังก์ชันที่รองรับการปรับแต่งได้หลากหลายรูปแบบ ใช้งานได้ทั้งในวันทำงาน ทริปท่องเที่ยวระยะไกล ไปจนถึงทริปผจญภัยสุดท้าทาย ผสานความพรีเมียมเข้ากับความอเนกประสงค์ไว้ในคันเดียว

NEW GWM POER SAHAR DIESEL มาพร้อมสีภายนอก 3 สี ได้แก่ สีขาว สีดำ และสีเทา ใน 3 รุ่นย่อย โดยมีราคาพิเศษช่วงเปิดตัว กับส่วนลด 50,000 บาท สำหรับ 300 คันแรก ดังนี้

  • NEW GWM POER SAHAR Diesel 2WD รุ่น PRO ราคา 799,000 บาท (จากราคา 849,000 บาท)
  • NEW GWM POER SAHAR Diesel 2WD รุ่น ULTRA ราคา 899,000 บาท (จากราคา 949,000 บาท)
  • NEW GWM POER SAHAR Diesel 4WD รุ่น ULTRA ราคา 999,000 บาท (จากราคา 1,049,000 บาท)

หลังจากประสบความสำเร็จอย่างมากกับ NEW GWM TANK 300 DIESEL ที่เปิดตัวในไทยช่วงปลายเดือนมีนาคม และปัจจุบันมียอดส่งมอบสะสมทะลุ 6,000 คันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อเป็นการขอบคุณแฟน ๆ ชาวไทยกับการตอบรับที่ดีเยี่ยม ล่าสุด  GWM จัดเซอร์ไพรส์พิเศษในงาน Motor Expo 2025 ด้วยการเปิดตัว NEW GWM TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition ที่มาพร้อมชุดตกแต่งพิเศษรอบคัน เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าที่มองหารถออฟโรดที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร โดยรุ่นพิเศษนี้มาพร้อมสีภายนอก Sand Beige สุดโดดเด่น ผสานกับกระจังหน้าโลโก้ TANK ขนาดใหญ่สีเดียวกับตัวรถ ชุดแต่งฝากระโปรงหน้า คิ้วกันกระแทกประตูด้านข้าง ฝาครอบล้ออะไหล่และฝาครอบไฟท้ายดีไซน์เฉพาะ รวมถึงชุดสเกิร์ตกันชนหน้า–หลังที่ช่วยเพิ่มบุคลิกดุดันและสะท้อน DNA ออฟโรดของ NEW GWM TANK 300 DIESEL ได้อย่างชัดเจน นักสะสมสายออฟโรดต้องไม่พลาดกับรุ่นพิเศษที่ผลิตขึ้นในจำนวนจำกัดเพียง 300 คันเท่านั้น โดยมีราคาจำหน่ายที่ 1,349,000 บาท

สัมผัส NEW GWM POER SAHAR DIESEL รถกระบะสมรรถนะสูงขนาดใหญ่ระดับพรีเมียม และ NEW GWM TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition ได้ ณ บูธ GWM A05 อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 ถึง 10 ธันวาคม 2568 เวลา 12.00 – 22.00 น. (วันธรรมดา) และ 11.00 – 22.00 น. (วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ GWM application และ https://www.gwm.co.th/ หรือ GWM Contact Center 02-668-8888

ยามาฮ่าเปิดบูธ “YAMAHA FEEL THE UNIQUE EXPERIENCE” ส่งบิ๊กไบค์ 3 รุ่นใหม่ พร้อมจัดเต็มโปรโมชันแรงส่งท้ายปีในงาน MOTOR EXPO 2025

0

บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ยกทัพรถจักรยานยนต์ครบไลน์อัพทั้งสแตนดาร์ดไบค์และบิ๊กไบค์ร่วมงาน “มหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 42” (THE 42ND THAILAND INTERNATIONAL MOTOR EXPO 2025) ภายใต้คอนเซ็ปต์ YAMAHA FEEL THE UNIQUE EXPERIENCE – สุดทุกทาง ต่างทุกฟีล ในทุกเส้นทางที่เป็นตัวคุณ” พร้อมเผยโฉม และเปิดราคาบิ๊กไบค์ใหม่ 3 รุ่น 3 สไตล์ และ NEW YAMAHA NMAX TECH MAX สีใหม่ พร้อมจัดเต็มโปรโมชันส่งท้ายปีภายในงาน

สำหรับบูธยามาฮ่าในปีนี้ออกแบบภายใต้แนวความคิด FEEL THE UNIQUE EXPERIENCE – สุดทุกทางต่างทุกฟีลในทุกเส้นทางที่เป็นตัวคุณ” เพื่อนำเสนอภาพลักษณ์ใหม่ของแบรนด์ที่มุ่งสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่สะท้อนตัวตนของผู้ใช้ได้อย่างแท้จริง ไม่ว่าคุณจะเป็นสายสปอร์ต สายท่องเที่ยวแอดเวนเจอร์ หรือสายเนคเกดสตรีท ยามาฮ่าพร้อมตอบโจทย์ทุกสไตล์ด้วยเทคโนโลยีและดีไซน์ที่โดดเด่นในแบบเฉพาะของยามาฮ่า

โดยในปีนี้มีไฮไลท์อยู่ที่การเปิดตัวรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าบิ๊กไบค์ด้วยกันถึง 3 รุ่น 3 สไตล์ ได้แก่ YAMAHA YZF-R9 สายพันธุ์ R-SERIES เจ้าแห่ง SUPERSPORT  รุ่นใหม่ล่าสุด, YAMAHA TENERE 700 – CHASE THE NEXT HORIZON รถแอดเวนเจอร์ตัวจริ และ MT-07 & MT-07 Y-AMT – DAWN OF A NEW DARKNESS ไฮเปอร์เนคเกค พร้อมการเปิดราคาสุดเร้าใจ

YAMAHA YZF-R9….SUPERSPORT R-WORLD รถซูเปอร์สปอร์ตดีกรีแชมป์โลก WSSP ล่าสุด ที่จะมาปฏิวัติวงการรถสปอร์ตมิเดิลคลาส ด้วยสมรรถนะสูงสุดเพื่อคนที่หลงใหลในโลกของ SUPERSPORT อย่างแท้จริง ที่พร้อมเปิดราคาที่ 495,000 บาท พร้อมโปรโมชัน ฟรี! ประกันภัยชั้น 1

YAMAHA TENERE 700…CHASE THE NEXT HORIZON ที่สุดสไตล์แอดเวนเจอร์ รถอเนกประสงค์ตอบโจทย์สายลุยตัวจริง แรงบันดาลใจจากรถแข่งแรลลี่ มาพร้อมกับราคาเปิดตัวสุดพิเศษที่ 459,000 บาท พร้อมโปรโมชัน ฟรี! ประกันภัยชั้น 1

NEW YAMAHA MT-07 และ NEW YAMAHA MT-07 Y-AMT…. DAWN OF A NEW DARKNESS ที่สุดกับ HYPER NAKED ตัวจริง โดย NEW YAMAHA MT-07 พร้อมจำหน่ายในราคา 299,000 บาท ส่วน NEW MT-07 Y-AMT จำหน่ายในราคา 305,000 บาท พร้อมฟรี! ประกันภัยชั้น 1

นอกจากนี้ ยามาฮ่าได้ยกทัพรถจักรยานยนต์ทั้งสแตนดาร์ดไบค์นำโดย NEW YAMAHA NMAX TECH MAX “THE MAX PRIDE BOOSTER” บูสต์ความเร้าใจให้เป็นหนึ่ง สีใหม่ PRESTIGE GRAY ที่เพิ่งได้รับรางวัล THAILAND MOTORCYCLE OF THE YEAR 2025 จากสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย สำหรับรถจักรยานยนต์ทั้งสแตนดาร์ดไบค์รับโปรโมชันสุดพิเศษ รับฟรี! GIFT VOUCHER มูลค่าตั้งแต่ 2,000 –76,000 บาท ภายในงาน MOTOR EXPO 2025 เท่านั้น

สำหรับโปรโมชันสุดพิเศษจากบูธ FEEL THE UNIQUE EXPERIENCE” ภายในงาน MOTOR EXPO 2025 (เฉพาะลูกค้าที่จองในงาน MOTOR EXPO 2025 ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 – วันที่ 10 ธันวาคม 2568) ซื้อรถจักรยานยนต์ขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 400 ซีซี รับ VOUCHER ส่วนลดสูงสุด 10,000 บาท พร้อมของแถม และดอกเบี้ยราคาพิเศษเฉพาะในงานนี้ ซื้อรถยามาฮ่าบิ๊กไบค์ ฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อมรับ VOUCHER ส่วนลด 10,000 – 76,000 บาท  พร้อมโปรโมชันสุดพิเศษ สำหรับเครืองแต่งกาย และผลิตภัณฑ์ YAMALUBE เครื่องแต่งกายลิขสิทธิ์แท้จากยามาฮ่า ลดสูงสุดถึง 68% อุปกรณ์ตกแต่ง และหมวกกันน็อก ลิขสิทธิ์แท้ยามาฮ่า ลดสูงสุด 20% ผลิตภัณฑ์ น้ำมันเครื่องแท้ YAMALUBE ลดสูงสุด 10%

นอกจากนั้นยังล้ำไปอีกขั้นด้วยการเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า และผลิตภัณฑ์คุณภาพจากยามาฮ่า ผ่าน “ช้อปออนไลน์กับยามาฮ่าได้แล้ววันนี้” ที่ YAMAHA ONLINE SHOP สะดวก รวดเร็ว มั่นใจ ของแท้แน่นอน อยู่บ้านก็ช้อปได้ตลอด 24 ชั่วโมง

 

สำหรับลูกค้ายามาฮ่าสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันสุดล้ำ YAMAHA SMART REWARD เพื่อรับสิทธิประโยชน์มากมายจากยามาฮ่า สมาชิกใหม่รับฟรี 5,000 คะแนน พิเศษ! สมาชิกปัจจุบันสามารถใช้ 100 คะแนน เพื่อแลกเป็นส่วนลด 200 บาท เมื่อซื้อสินค้าที่บูธ “FEEL THE UNIQUE EXPERIENCE สุดทุกทางต่างทุกฟีลในทุกเส้นทางที่เป็นตัวคุณ” พร้อมรับเงื่อนไขสุดพิเศษได้ที่งานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 42 ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ YAMAHA CALL CENTER โทร. 02- 263-9999 พร้อมติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่

ลามิน่าฟิล์ม ชี้ผู้บริโภคสับสนจากการให้ข้อมูลบิดเบือนเรื่องการกันความร้อน ยืนยันต้องใช้ค่าประสิทธิภาพการลดความร้อนจากแสงแดดรวม (TSER) ที่ 90 องศาเท่านั้น ค

0

ลามิน่าฟิล์ม ผู้นำตลาดฟิล์มกรองแสงระดับพรีเมียม อันดับหนึ่งในประเทศไทยกว่า 30 ปี ชี้ตลาดฟิล์มกรองแสงถูกบิดเบือนข้อมูลจากผู้ประกอบการหลายราย ที่ชูการกันความร้อนจากการทดสอบด้วยหลอดอินฟราเรด (IR) แทนที่จะเป็นการใช้ค่า TSER (Total Solar Energy Rejection) ซึ่งเป็นค่าที่ถูกต้องตามมาตรฐานสากลที่ใช้ว้ดประสิทธิภาพการลดความร้อนจากแสงแดดรวม

นางสาวจันทร์นภา สายสมร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทคโนเซล​​ (เฟรย์) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงรถยนต์และอาคาร “ลามิน่า” ฟิล์มกลุ่มพิเศษคุณภาพสูงและฟิล์มกันสะเก็ดหิน “ลูมาร์” โดยอีสท์แมน เพอร์ฟอร์แมนซ์ฟิล์ม สหรัฐอเมริกาแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เปิดเผยว่า การบิดเบือนข้อมูลเรื่องค่ากันร้อนของฟิล์มกรองแสงสำหรับรถยนต์เริ่มกลับมาถูกใช้ในการบิดเบือนข้อมูลไปถึงผู้บริโภคอีกครั้ง

โดยผู้ประกอบการหลายรายเริ่มกลับมาอ้างค่าการกันความร้อนของฟิล์มกรองแสง ด้วยการใช้ตัวเลขการกันความร้อนจากหลอดอินฟราเรดมาใช้ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ผิดพลาดและไม่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เหมือนกับค่าประสิทธิภาพการลดความร้อนจากแสงแดดรวม ซึ่งทางลามิน่าฟิล์มและอีสท์แมน เพอร์ฟอร์แมนซ์ฟิล์ม ผู้ผลิตฟิล์มคุณภาพสูงระดับโลกที่มีความเชี่ยวชาญกว่า 70 ปี ยึดถือในหลักเกณฑ์นี้มาตลอด

“ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 ลามิน่าเปิดแคมเปญการสื่อสารล่าสุด ที่มาพร้อมแนวคิด ‘ลามิน่า… ฟิล์มที่อยู่คู่คนทุกเจน…ด้วยความจริง’ เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดฟิล์มกรองแสงในประเทศไทย ด้วยการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง เป็นความจริง ตรวจสอบได้ และยืนหยัดในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคอย่างแท้จริง พร้อมกับการยกระดับคุณภาพสินค้าและการให้บริการอย่างครบวงจร”

ทั้งนี้ การสื่อสารดังกล่าวจะประกอบไปด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่ หนึ่ง การยืนหยัดที่จะใช้ค่า TSER ในการตรวจสอบค่ากันความร้อนของฟิล์มกรองแสงที่จำหน่าย ซึ่งมาตรฐานดังกล่าวถือเป็นมาตรฐานสากลที่ถูกต้องกำหนดโดย AIMCAL (Association of International Metallizers, Coaters, and Laminators) และ NFRC (National Fenestration Rating Council Certification) เพื่อใช้วัดการลดความร้อนจากแสงแดดรวม ประกอบด้วย แสงสว่าง 44% อินฟราเรด 53% รังสียูวี 3% รวมกัน เพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและเที่ยงตรงที่สุด

สอง คุณภาพของสินค้าที่เหมาะสมกับตลาดรถยนต์ที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะเทคโนโลยี Lamina DigitalBoost® ที่ออกแบบเพื่อรองรับระบบสัญญาณดิจิทัลภายในรถยุคใหม่ อัพเกรดเพิ่มนอกเหนือจากสัญญาณพื้นฐาน สามารถใช้งานได้ทั้งระบบ OTA, ADAS และ Infotainment Streaming ซึ่งฟิล์มลามิน่าทุกรุ่นถูกพัฒนาให้ทำงานร่วมกับระบบดิจิทัลในรถยนต์ยุคใหม่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เร็ว แรง 100%

และ สาม ความเชี่ยวชาญของบริษัทในการเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องฟิล์มกรองแสงระดับพรีเมียม ด้วยประสบการณ์ในการนำเข้าและจำหน่ายมากกว่า 30 ปี จากโรงงานอีสท์แมน เพอร์ฟอร์แมนซ์ฟิล์ม สหรัฐอเมริกา (Eastman Performance Films, LLC. USA) โรงงานผลิตฟิล์มกรองแสงอันดับ 1 ที่มีความเชี่ยวชาญมากกว่า 70 ปี และเป็นฟิล์มกรองแสงรายแรกในประเทศไทยที่กล้ารับประกันคุณภาพนาน 7 ปี

ลามิน่ามีความมั่นใจกับคุณภาพของสินค้าทุกรุ่นที่ทำตลาด รวมถึงการบริการที่ส่งต่อให้ลูกค้ามากว่า 30 ปี และยังเป็นผู้ประกอบการรายแรกในประเทศไทยที่แนะนำฟิล์มเซรามิกสู่ตลาดเมืองไทย และกล้ารับประกันคุณภาพผลิตภัณฑ์นานถึง 7 ปีหลังการติดตั้ง ด้วยมาตรฐานการติดตั้งที่เทียบเท่ามาตรฐานสากล ผ่านเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการอบรมกว่า 800 แห่งทั่วประเทศ โดยมีผู้ใช้งานฟิล์มกรองแสงลามิน่าในประเทศไทยแล้วมากกว่า 10 ล้านคนทั่วไทย

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกล่าวถึงภาพรวมของตลาดฟิล์มกรองแสงระดับพรีเมียมสำหรับรถยนต์ ว่ายังไม่เติบโตมากนัก เป็นผลจากการที่ตลาดรถยนต์ชะลอตัวในช่วงต้นปี แม้จะเริ่มเห็นการเติบโตกว่า 23% ในเดือนกันยายน แต่หากมองในภาพรวมก็ยังไม่ได้ขยายตัวมากนัก โดยมีการประเมินว่าตลาดรถยนต์ในปีนี้ น่าจะปิดที่ระดับ 6 แสนคัน ซึ่งเป็นการเติบโตเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

“สำหรับตลาดฟิล์มกรองแสงถือว่าอยู่ในภาวะทรงตัว โดยน่าจะมียอดจำหน่ายรวม 1,400-1,600 ล้านบาทในปีนี้ โดยลามิน่าตั้งเป้าหมายที่จะรักษายอดจำหน่ายให้เท่ากับปีที่ผ่านมาที่ 600 ล้านบาท หรือคิดเป็นส่วนแบ่งตลาดไม่น้อยกว่า 33% ผ่านกิจกรรมทางการตลาดที่หลากหลาย รวมถึงการเปิดตัวสินค้าใหม่ๆ ที่จะเข้ามาตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคเพิ่มเติมในอนาคต”

ทั้งนี้ ลามิน่าพร้อมแล้วสำหรับงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 หรือ Thailand International Motor Expo 2025 ที่บูธหมายเลข H04 พบกับทัพฟิล์มกรองแสงมากกว่า 100 รุ่น ที่จะมาพร้อมโปรโมชั่น ‘สยบทุกโปร…โชว์ส่งท้ายปี’ ทุกการจองรับ 3 เด้ง ลด…รับ…ลุ้น พร้อมรับของสมนาคุณสุดพรีเมียม ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 ที่อิมแพคชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี

บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ในฐานะผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงคุณภาพสูงมืออาชีพระดับเอเชียแปซิฟิค  ยังนำเข้าผลิตภัณฑ์ด้านยานยนต์ไฮเอนด์อีกมากมาย อาทิ อุปกรณ์บรรทุกสัมภาระธูเล่ (Thule) จากประเทศสวีเดน และผลิตภัณฑ์ดูแลรักษายานยนต์ครบวงจรแอลลักซ์ (LLux) คุณภาพเยี่ยมจากสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย www.laminafilms.com

Leapmotor Thailand เปิดตัวรุ่นพิเศษ C10 Limited Edition Kinetix Model ในราคา 928,000 บาท เพียง 100 คันเท่านั้น

0

บริษัท พระนครยนตรการ จำกัด (PNA) ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ Leapmotor อย่างเป็นทางการในประเทศไทย พร้อมเปิดตัว Leapmotor C10 รุ่นพิเศษ Limited Edition Kinetix Model ในราคา 928,000 บาท มีจำหน่ายเพียงแค่ 100 คันเท่านั้น มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับลูกค้าเก่าและใหม่ที่ซื้อรถกับ “พระนครยนตรการ” เพียงจองรถในงาน Motor Expo 2025 และออกรถภายในสิ้นเดือนธันวาคม 2568 นี้เท่านั้น 

คุณธวัชชัย จึงสงวนพรสุข กรรมการบริหาร บริษัท พระนครยนตรการ จำกัด (PNA) กล่าวว่า สำหรับบูธ Leapmotor ในงาน Motor Expo 2025 ปีนี้ เราได้นำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าครบทุกไลน์อัป ทั้งรุ่นที่ได้เปิดตัวไปแล้ว อาทิ C10 Design, B10 รุ่น Style และ Design รวมถึงรุ่นที่อยู่ระหว่างการพิจารณานำเข้ามาทำ

ตลาดในเร็ว ๆ นี้อย่าง C10 REEV ที่สามารถขับขี่ได้ไกลถึง 1,150 กิโลเมตร ซึ่งได้รับความร่วมมือจาก Stellantis ในการนำเข้ามาเพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสคันจริงภายในงานนี้ พระนครยนตรการ ยังคงยืนหยัดในการให้บริการหลังการขายอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยคลังอะไหล่ที่พร้อมจัดส่งภายใน 1–2 วันทำการ และโชว์รูมพร้อมให้บริการทั่วประเทศกว่า 15 แห่ง นอกจากนี้ เรายังคงมุ่งมั่นพัฒนาและอบรมช่างเทคนิคอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าทุกท่านจะได้รับบริการที่มีคุณภาพสูงสุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ พระนครยนตรการ ได้จัดเตรียมแคมเปญพิเศษมากมายสำหรับผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของรถยนต์ Leapmotor ทุกไลน์อัป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลูกค้าเก่าที่เคยออกรถยนต์จากทุกแบรนด์ภายใต้กลุ่มพระนครยนตรการ จะได้รับสิทธิพิเศษแคมเปญ โปรแกรมบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน มูลค่า 20,000 บาท เพิ่มเติมเมื่อทำการจองรถยนต์ทุกรุ่นภายในงาน Motor Expo 2025 และออกรับรถภายในเดือนธันวาคม 2568 ซึ่งสิทธิประโยชน์นี้เป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของเราที่ต้องการดูแลลูกค้าในประเทศไทยอย่างยั่งยืน สำหรับปีหน้า พระนครยนตรการยังมีแผนเปิดตัวรถรุ่นใหม่เพิ่มเติม เพื่อให้ครอบคลุมทุกไลน์อัปอย่างครบถ้วน พร้อมเดินหน้าสร้างความมั่นใจและความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าทุกท่านต่อไป” 

สำหรับบูธ Leapmotor (B04) ในงาน Motor Expo 2025 ครั้งนี้ เราได้จัดพื้นที่การนำเสนอออกเป็น 3 โซนหลัก เพื่อให้ทุกท่านได้สัมผัสยนตรกรรมของ Leapmotor อย่างครบถ้วน เริ่มจากโซน “Lifestyle” ที่นำเสนอ Leapmotor

B10 น้องใหม่ล่าสุดซึ่งเพิ่งเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยเรานำมาให้ชมกันถึง 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น Style และ รุ่น Design ให้ทุกท่านได้สัมผัสตัวจริงอย่างใกล้ชิด ถัดมาคือโซน “Creative” ที่จัดแสดงรุ่น C10

Design และ B10 Design ซึ่งได้รับการปรับโฉมด้วยชุดแต่งที่ได้ร่วมกันออกแบบและพัฒนาร่วมกับ บริษัท ฟอร์เต้ (ประเทศไทย) จำกัด (FMT) โดยใช้ชื่อรุ่นว่า Kinetix (คีเนติก) ช่วยเพิ่มเอกลักษณ์และความโดดเด่นให้กับตัวรถได้อย่างลงตัว ปิดท้ายด้วยโซน “Highlight” ที่นำเสนอ C10 REEV หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงาน ด้วยระยะทางขับขี่ได้ไกลถึง 1,150 กิโลเมตร (มาตรฐาน NEDC) ที่ทุกท่านสามารถเข้ามาสัมผัสเทคโนโลยีและสมรรถนะขั้นสูงของ Leapmotor ได้ด้วยตัวเอง

 

Award for C10 & B10

Leapmotor เดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านดีไซน์และความปลอดภัยระดับสากล โดย Leapmotor C10 สามารถคว้ารางวัลการออกแบบระดับนานาชาติได้อย่างต่อเนื่อง ทั้ง International CMF Design Award ในปี 2023 และ 2024 รวมถึงรางวัล French Design Award 2024 ซึ่งล้วนสะท้อนถึงเอกลักษณ์และความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบ Leapmotor C10 โดดเด่นด้วยแนวคิดการออกแบบที่แปลกใหม่ ผสมผสานเส้นสายแนวนอนและความโค้งมนอย่างลงตัว ไฟหน้า LED แบบ “Angel-Wing” พร้อมไฟส่องสว่างกลางวัน DRL แบบ Sequential, ระบบ Active Grille Shutter (AGS) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านแอโรไดนามิก และล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้วดีไซน์ “Trident” ที่ช่วยเสริมบุคลิกอันแข็งแกร่งและสมดุลให้กับตัวรถอย่างสมบูรณ์แบบ นอกจากด้านดีไซน์

แล้ว Leapmotor C10 ยังได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาว (5 STAR) จากสถาบัน EURO NCAP ซึ่งถือเป็นหนึ่งในมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวดที่สุดของยุโรป ยืนยันถึงความปลอดภัยรอบด้านที่ผู้ขับขี่สามารถเชื่อมั่นได้อย่างเต็มที่

 

ในขณะเดียวกัน Leapmotor B10 ก็สร้างความสำเร็จครั้งสำคัญอย่างต่อเนื่องหลังการเปิดตัวทั้งในยุโรปและประเทศไทย ด้วยการได้รับมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาวจาก EURO NCAP เช่นเดียวกัน สะท้อนถึงศักยภาพด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีความปลอดภัยของ Leapmotor ที่มุ่งมั่นพัฒนาเพื่อมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพระดับโลกแก่ผู้บริโภค ผลการทดสอบของ EURO NCAP แสดงให้เห็นถึงสมรรถนะด้านความปลอดภัยของ Leapmotor B10 ที่สามารถผ่านมาตรฐานยุโรปอันเข้มงวดได้อย่างยอดเยี่ยมในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านโครงสร้าง ความปลอดภัยของผู้โดยสาร เทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ และระบบป้องกันการชน ด้วยรางวัลระดับนานาชาติ และมาตรฐานด้านความปลอดภัยที่ได้รับการรับรองจากสถาบันชั้นนำของยุโรป Leapmotor ยังคงเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค พร้อมมุ่งมั่นพัฒนายานยนต์คุณภาพสูงเพื่อตอบโจทย์ตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง

คะแนนด้านความปลอดภัยของ Leapmotor B10 ประกอบด้วย:

  • การปกป้องผู้โดยสารผู้ใหญ่ (Adult Occupant Protection): 93%
    Leapmotor B10 ทำคะแนนได้ 3 จาก 40 คะแนน ด้วยโครงสร้างตัวถังที่แข็งแกร่งและการปกป้องผู้โดยสารยอดเยี่ยม ทั้งในกรณีชนด้านหน้าและการชนด้านข้าง
  • การปกป้องผู้โดยสารเด็ก (Child Occupant Protection): 93%
    ทำคะแนนได้ 0 จาก 49 คะแนน โดยตัวรถนั้น ให้การปกป้องหุ่นจำลองเด็กอายุ 6 และ 10 ปี ได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งจากการชนด้านหน้าและด้านข้าง พร้อมระบบ ISOFIX/i-Size และระบบตรวจจับเด็กในรถ (Child Presence Detection)
  • การปกป้องผู้ใช้ถนนที่มีความเสี่ยง (Vulnerable Road Users): 84%
    ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB) ขั้นสูงสามารถตรวจจับคนเดินถนน นักปั่นจักรยาน และผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ รวมถึงระบบป้องกันการเปิดประตูใส่นักปั่นได้อย่างดีเยี่ยม
  • ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ (Safety Assist): 85%
    ทำคะแนน 4 จาก 18 คะแนน ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ เช่น Intelligent Speed Assistance, Lane Keep Assist, Emergency Lane Keeping และระบบตรวจจับสภาพผู้ขับขี่โดยตรง เพื่อเฝ้าระวังอาการเหนื่อยล้าหรือไม่มีสมาธิ

แคมเปญและข้อเสนอสุดพิเศษ

รายละเอียดแคมเปญ LEAPMOTOR B10 (เฉพาะรุ่น Design และ Style)

แคมเปญทางเลือก ที่ 1แคมเปญทางเลือกที่ 2แคมเปญทางเลือกที่ 3
ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พรบ.
ที่ชาร์จบ้าน Zhida รุ่น G Series พร้อมติดตั้ง
บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 24 ชม. นาน 5 ปี
รับประกันคุณภาพรถ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร หรืออย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน
รับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร แล้วแต่อย่างใดจะถึงก่อน
 ดอกเบี้ย 0% ดาวน์เพียง 30% ผ่อนยาวถึง 36 งวดช่วยผ่อนนาน 6 เดือน

เดือนละ 5,000 บาท

 

สิทธิพิเศษเพิ่มเติมสำหรับลูกค้าเก่า พระนครยนตรการ

  • สิทธิพิเศษสำหรับ ลูกค้าเก่าที่เคยออกรถยนต์จากทุกแบรนด์ภายใต้กลุ่มพระนครยนตรการ เมื่อจองและออกรถ Leapmotor C10 หรือ Leapmotor B10
  • รับฟรี
  • โปรแกรมค่าบำรุงรักษาตามระยะ (Free Maintenance Program) ระยะเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่อย่างใดถึงก่อน
  • ครอบคลุมการบำรุงรักษาตามระยะทางและระยะเวลาตามตารางของรุ่น C10 และ B10
  • มูลค่ารวม 20,000 บาท

ระยะเวลาแคมเปญ

  • เพียงจอง ภายในงาน Motor Expo 2025 หรือ ที่โชว์รูม Leapmotor ใกล้บ้านท่าน
  • ตั้งแต่ 28 พฤศจิกายน 2568 ถึงวันที่ 10 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในเดือนธันวาคม 2568

รายละเอียดสีตัวถัง และสีภายใน

  • Leapmotor C10 Design มีให้เลือกสีตัวถัง 3 สี ได้แก่ Pearly White, Canopy Grey และ Metallic Black และภายในมี 2 สี ได้แก่ Criollo Brown และ Midnight Aurora
  • Leapmotor C10 Style มีให้เลือกสีตัวถัง 2 สี ได้แก่ Pearly White และ Metallic Black และภายในมี 1 สี ได้แก่ Midnight Aurora
  • Leapmotor B10 รุ่น Style และ Design มีให้เลือกสีตัวถัง 7 สี ได้แก่ Morning Dew Purple, Starry Night Blue, Tundra Grey, Lightning White, Canopy Grey, Galaxy Silver, Sky Fall Grey และ Metallic Black และภายในมี 2 สี ได้แก่ Dark Feather Black (Fabric) ในรุ่น Life และ Style ส่วน Dark Feather Black ECO Leather และ Bamboo Shadow Grey ECO Leather ในรุ่น Design

ราคาจำหน่าย

  1. Leapmotor C10 Limited Edition Kinetix Model ราคาจำหน่าย 928,000 บาท
  2. Leapmotor C10 Design ราคาจำหน่าย 898,000 บาท
  3. Leapmotor C10 Style ราคาจำหน่าย 818,000 บาท
  4. Leapmotor B10 ราคาจำหน่าย
  • รุ่น Style ราคาขายอยู่ที่ 758,000 บาท
  • รุ่น Design ราคาขายอยู่ที่ 798,000 บาท 

การขยายเครือข่ายการขาย

Leapmotor Thailand มีโชว์รูมที่เปิดให้บริการแล้ว 12 สาขา ได้แก่ สาขารัชโยธิน, สาขาลาดร้าว, สาขาอ่อนนุช, สาขานนทบุรี, สาขาชลบุรี, สาขานครราชสีมา, สาขาพิษณุโลก, สาขาเชียงราย, สาขาเชียงใหม่, สาขาอุดร, สาขาขอนแก่น และสาขาหาดใหญ่ พร้อมตั้งเป้าและพร้อมเปิดโชว์รูม Leapmotor อย่างเป็นทางการทั้ง 30 แห่ง ภายในสิ้นปี 2569 เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่สนใจรถ Leapmotor อีกด้วย

**สำหรับลูกค้า Leapmotor Thailand สามารถดูรายละเอียดขอ้มูลรถC10 หรือรายละเอียดของแคมเปญพิเศษต่างๆ ได้ที่ www.facebook.com/leapmotorthailand และ Instagram: leapmotorthailand อย่างเป็นทางการ

เรเว่ ขนทัพยานยนต์พลังงานใหม่จาก บีวายดี และ เดนซ่า เข้างาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2025 บนพื้นที่จัดแสดงรวมใหญ่สุด พร้อมอบแคมเปญที่ดีที่สุด

0

บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ภายใต้ กลุ่มธุรกิจเรเว่ ผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานใหม่ บีวายดี และ เดนซ่า อย่างเป็นทางการในประเทศไทย นำทัพรถยนต์พลังงานใหม่จาก บีวายดี และ เดนซ่า มาจัดแสดงที่ มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 โดยมีพื้นที่จัดแสดงรวมใหญ่สุดในงานขนาด 2,193 ตร.ม. แบ่งออกเป็น 1,591 ตร.ม. สำหรับ บีวายดี และ 602 ตร.ม. สำหรับ เดนซ่า ผู้เข้าชมงานจะไม่เพียงแต่ได้สัมผัสนวัตกรรมยานยนต์ ที่อัดแน่นอยู่ในรถยนต์พลังงานใหม่หลากหลายรุ่นจาก บีวายดี และ เดนซ่า รวมถึง 3 รุ่นใหม่ที่นำมาจัดแสดงที่งานนี้เป็นครั้งแรก แต่ยังมีข้อเสนอที่ดีที่สุดมากมาย ให้คุณมั่นใจว่าไม่มีช่วงเวลาใดดีกว่าช่วงเวลานี้แล้ว ในการเป็นเจ้าของรถยนต์พลังงานใหม่จาก บีวายดี และ เดนซ่า โดยหนึ่งในโปรโมชั่นแรงคือ รถยนต์คุณภาพราคาพิเศษเฉพาะช่วงเวลานี้ พร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษสุด ๆ

นอกจากนั้น มาตรการ EV 3.0 จากภาครัฐ ที่จะสิ้นสุดลงในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 จะส่งผลให้ราคาจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย จำเป็นที่จะต้องปรับขึ้นไปอยู่ในระดับที่สูงกว่าราคาในปัจจุบัน โดยในส่วนของรถยนต์ไฟฟ้า BYD ที่ผลิตในประเทศไทย ประกอบด้วย BYD DOLPHIN และ BYD ATTO 3 จะไม่ได้รับเงินสนับสนุนสูงสุดมูลค่า 150,000 บาท จากโครงการ EV 3.0 อีกต่อไป โดยจะได้รับเงินสนับสนุนสูงสุดมูลค่า 50,000 บาท จากโครงการ EV 3.5 แทน

สำหรับรถยนต์ไฟฟ้านำเข้า ประกอบด้วย BYD SEAL, BYD M6, BYD SEALION 7 และ DENZA D9 นอกจากจะไม่ได้รับทั้งเงินสนับสนุนจากภาครัฐสูงสุดมูลค่า 75,000 บาทแล้ว ยังมีการปรับอัตราการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตรเพิ่มขึ้นจากเดิมอีก 8% รวมเป็น 10% ช่วงเวลานี้จึงเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุด ในการออกรถยนต์พลังงานใหม่จาก บีวายดี ที่ผู้บริโภคชาวไทยมากกว่า 100,000 ราย ให้การยอมรับในคุณภาพและนวัตกรรมระดับชั้นนำของวงการ

นายประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ กล่าวว่า “เรเว่ ได้ครอบครองพื้นที่จัดแสดงที่ใหญ่ที่สุดในงานมหกรรมยานยนต์ระดับชาติได้อีกครั้ง เราจึงมั่นใจว่าผู้บริโภคจะได้สัมผัส และทำความรู้จักกับยานยนต์พลังงานใหม่รุ่นล่าสุดจาก บีวายดี และ เดนซ่า กันอย่างจุใจ นอกจากนั้น เรเว่ ยังมั่นใจด้วยว่าแคมเปญล่าสุดจากเรา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการ EV 3.0 จากภาครัฐ จะมอบข้อเสนอและผลประโยชน์ที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภค ทั้งยังมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยไปข้างหน้าต่อไป ในสภาวะที่มีปัจจัยท้าทายในขณะนี้”

นางสาวประธานพร พรประภา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ เปิดเผยว่า “เทคโนโลยีล่าสุดมากมายที่อยู่ในรถยนต์พลังงานใหม่จาก บีวายดี และ เดนซ่า มิได้สร้างขึ้นมาเพื่อสร้างความตื่นตาให้กับผู้บริโภคเท่านั้น แต่เพื่อส่งเสริมความยั่งยืนด้วย โดยในพื้นที่จัดแสดงของเรา เรเว่ ได้นำรถยนต์พลังงานใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังหลายแบบมาจัดแสดง ทั้ง EV และ PHEV ระดับแถวหน้าของวงการอย่าง DM-i Super Hybrid นอกจากนั้น ยังมีการนำรถยนต์ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมแห่งโลกอนาคตจาก บีวายดี มาให้ผู้เยี่ยมชมงานได้สัมผัส สะท้อนให้เห็นความมุ่งมั่นของเรา ที่จะนำเทคโนโลยีที่ดีกว่ามาให้ชาวไทยได้สัมผัส พร้อมสร้างสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนกว่าให้กับเราทุกคน”

  • รถยนต์ SUV สองรุ่นล่าสุด ที่แสดงให้เห็นถึงนวัตกรรมยานยนต์จากอนาคต
  • DENZA B5

เปิดตัวครั้งแรกของไทย – รถยนต์ SUV off-road ที่ผสานเทคโนโลยีแห่งการขับเคลื่อนล้ำสมัย เข้ากับสุนทรียศาสตร์แห่งดีไซน์ทรงเหลี่ยมแบบพรีเมียม พร้อมตอบโจทย์ทุกการใช้งานในชีวิตจริง มอบความคล่องตัวเหนือชั้นด้วยรัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 3.4 เมตร ร่วมกับเทคโนโลยี B-Style U-Turn ที่ทำให้การขับขี่ในเมืองเป็นเรื่องง่าย ขณะเดียวกันยังพร้อมลุยทุกเส้นทาง ด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ และพลังไฮบริด DMO ที่ผสานการทำงานของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ให้กำลังรวมสูงสุด 505 กิโลวัตต์ และแรงบิดรวมสูงสุด 760 นิวตัน-เมตร พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน เพื่อมอบความสุนทรียภาพตลอดการเดินทางอย่างลงตัว

  • BYD Ti7

เปิดตัวครั้งแรกของไทย – รถยนต์ Urban SUV สไตล์ Adventure ออกแบบขึ้นภายใต้แนวคิด STARSHIP Ark ผสานความดุดันเข้ากับตัวถังทรงเหลี่ยม ห้องโดยสารออกแบบสไตล์ Dual Layer Symmetry และมี BYD Intelligent Cockpit เชื่อมต่อการแสดงผลผ่านหน้าจอต่างๆ รวมถึงระบบแสดงผลบนกระจกหน้า AR-HUD ขนาด 26 นิ้ว และอุปกรณ์เสริมหน้าจอผู้โดยสารด้านหลัง BYD PAD ขนาด 13 นิ้ว เชื่อมต่อและ ควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ภายในรถยนต์ ได้โดยตรง เสมือนมีแท็บเล็ตประสิทธิภาพสูง เป็นศูนย์กลางควบคุมในรถ ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง PHEV แบบ DM 5.0 platform 4WD ผสานการทำงานของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าคู่หน้า-หลัง เข้ากับ BYD Blade Battery กำลังรวมสูงสุด 360 กิโลวัตต์ แรงบิดรวมสูงสุด 620 นิวตันเมตร ขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าอย่างเดียวได้ 155 กิโลเมตร (NEDC) และมีเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ Fi-Pilot L2+ มากถึง 20 ระบบ

  • อีกระดับของการเดินทาง DENZA D9 Phantom Edition

เปิดตัวครั้งแรกของไทย – DENZA D9 Phantom Edition เพิ่มความสง่างามจากชุดตกแต่งสเกิร์ตรอบคัน ทั้งยังพร้อมติดตั้งกระจังหน้าแบบใหม่ สเกิร์ตรอบคันดีไซน์สปอร์ต และชุดสปอยเลอร์ นอกจากนั้น ภายในติดตั้งจอเพดานระบบสัมผัส สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ขนาด 15.6 นิ้ว ให้ทุกท่านเพลิดเพลินตลอดการเดินทาง

  • DM-i Super Hybrid นวัตกรรมระบบ PHEV ที่มีให้เลือกทั้งในตัวถัง SUV และ Sedan

DM-i Super Hybrid นวัตกรรมระบบ PHEV จาก บีวายดี แตกต่างจากระบบ PHEV แบบอื่น เนื่องจากขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก จึงให้ความรู้สึกในการขับขี่เหมือนรถยนต์ไฟฟ้า EV ทั้งตอบสนองฉับไว ไร้เสียงรบกวน แต่ไม่ต้องพะวงเรื่องการชาร์จ และใช้เชื้อเพลิงเต็มประสิทธิภาพ DM-i Super Hybrid ยังมาพร้อมกับ BYD Blade Battery ซึ่งเป็นแบตเตอรี่ระดับชั้นนำของวงการ จึงมั่นใจได้ในความปลอดภัยและระยะขับขี่ด้วยไฟฟ้าอย่างเดียวได้ไกลกว่า 100 กิโลเมตร ทั้งใน BYD Seal 5 DM-i และ BYD SEALION 6 DM-i

BYD Seal 5 DM-i ซีดานขนาดกลางรุ่นแรกของไทย ที่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง PHEV สามารถขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าอย่างเดียวได้สูงสุด 120 กิโลเมตร (NEDC) และมีข้อเสนอพิเศษในรุ่นย่อย Premium ดาวน์เริ่มต้นเพียง 34,995 บาท1 หรือ เลือกรับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.88%1 ฟรี ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี และฟิล์มเซรามิก2

ในส่วนของ BYD SEALION 6 DM-i รถยนต์ SUV พรีเมียมและมีสไตล์ ที่สามารถขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าอย่างเดียวได้สูงสุด 104 กิโลเมตร (NEDC) และมีข้อเสนอพิเศษเช่นกัน โดยในรุ่นย่อย Dynamic ดาวน์เริ่มต้นเพียง 44,995 บาท1 หรือ เลือกรับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.88%1 ฟรี ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี และฟิล์มเซรามิก2

  • ทัพยนตรกรรมพลังงานใหม่จาก BYD พร้อมข้อเสนอที่ดีที่สุด

เลือกรุ่นรถยนต์ BYD ที่ใช่กับโปรที่คุณชอบ จากข้อเสนอดีๆ ที่ เรเว่ พร้อมมอบให้คุณดังนี้

  • BYD DOLPHIN – สำหรับรุ่นย่อย Standard ราคาพิเศษ 449,900 บาท1 หรือ 459,900 บาท1 พร้อมโฮมชาร์จเจอร์2 ฟรี ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี และฟิล์มเซรามิก2
  • BYD ATTO 3 – สำหรับรุ่นย่อย Premium ราคาพิเศษ 629,900 บาท1 หรือ 639,900 บาท1 พร้อมโฮมชาร์จเจอร์2 สำหรับรุ่นย่อย Extended ราคาพิเศษ 699,900 บาท1 หรือ 709,900 บาท1 พร้อมโฮมชาร์จเจอร์2 ทั้งสองรุ่นย่อย ฟรี ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี และฟิล์มเซรามิก2
  • BYD M6 – สำหรับรุ่นย่อย Dynamic ดาวน์เริ่มต้นเพียง 39,995 บาท1 หรือ เลือกรับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 88%1 ฟรี ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี และฟิล์มเซรามิก2
  • BYD SEALION 7 – สำหรับรุ่นย่อย Premium ดาวน์เริ่มต้นเพียง 57,495 บาท1 หรือ เลือกรับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 88%1 ฟรี ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี และฟิล์มเซรามิก2

ทัพยานยนต์พลังงานใหม่จาก บีวายดี และ เดนซ่า พร้อมให้ทุกท่านสัมผัสแล้วที่ มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 ที่อิมแพคเมืองทองธานี บูธหมายเลข A06 ในวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 อย่าพลาดโอกาสที่ดีที่สุด ในการครอบครองยานยนต์พลังงานใหม่ ซึ่งมาพร้อมนวัตกรรมล่าสุดและข้อเสนอที่ดีที่สุด หรือพบกับรถยนต์พลังงานใหม่จาก บีวายดี ที่โชว์รูมและศูนย์บริการ บีวายดี และ เดนซ่า ใกล้บ้านทั้ง 167 สาขาทั่วประเทศ

1 เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทฯ กําหนด

2 พร้อมบริการติดตั้ง

มาสด้าพร้อมก้าวสู่ยุคใหม่กับรถไฟฟ้า THE ALL-ELECTRIC MAZDA6e เปิดให้ลงทะเบียนจองสิทธิ์ Mazda6e Premiere Package

0

มาสด้าประกาศเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งและการเติบโตในประเทศไทยอย่างยั่งยืน ตอกย้ำความพร้อมปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์และก้าวสู่ยุคใหม่กับอนาคตที่สดใส นำเสนอรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกในประเทศไทย ภายใต้ชื่อ THE ALL-ELECTRIC MAZDA6e พร้อมแนวคิด “Electrified Perfection in Oneness” จุดประกายความสมบูรณ์แบบให้เป็นหนึ่งเดียว มั่นใจตอบโจทย์ทุกความต้องการและไขข้อกังวลของลูกค้าให้หมดสิ้นไป นี่คือผลิตภัณฑ์ที่มาสด้าพัฒนาด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจ เพื่อให้ได้รถยนต์ไฟฟ้าที่ดีที่สุดในตลาด อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีสุดอัจฉริยะ ดีไซน์สง่างามดุจงานศิลปะที่มาสด้าบรรจงสรรสร้างขึ้นอย่างพิถีพิถัน พัฒนาร่วมกันโดยทีมวิศวกรของมาสด้าประเทศญี่ปุ่นและยุโรป จนได้มาซึ่งสมรรถนะการขับขี่และเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างคนกับรถ เอกลักษณ์อันโดดเด่นของรถยนต์มาสด้า

มร. โทรุ นากาจิม่า Managing Executive Officer มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ ในการบริหารงานเกี่ยวกับตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ได้เดินทางมาร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดบูธมาสด้าในงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป พร้อมแสดงความมั่นใจต่อการนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าครั้งนี้ว่า ประเทศไทย คือตลาดหลักที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการแนะนำรถไฟฟ้า หลังจากที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงามในประเทศจีนและยุโรป ทั้งสองตลาดได้รับการตอบรับอย่างดียิ่ง ซึ่งมาสด้าจะเริ่มแนะนำรถยนต์ไฟฟ้าลงสู่ตลาดในประเทศไทย และมั่นใจอย่างยิ่งว่าจะประสบความสำเร็จอย่างงดงามด้วยเช่นกัน

The All-Electric Mazda6e ได้กำหนดนิยามใหม่ของยนตรกรรม 5 ประตู แบบ NeoFastback สะท้อนแนวคิด New Era of Design and Utility โดยถ่ายทอดเส้นสายอันทรงพลังสไตล์ Fastback ที่เปี่ยมด้วยความสวยงามและความลื่นไหลในการออกแบบตามแนวคิด Kodo-Soul of Motion ที่สำคัญยังคงเอกลักษณ์สมรรถนะในการขับขี่ของรถยนต์มาสด้าไว้ในทุกองค์ประกอบอย่างสมบูรณ์แบบ การแนะนำรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่รุ่นแรกนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของมาสด้าในการเดินหน้าสู่ยุคการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนธุรกิจในประเทศไทย เพื่อนำเสนอทางเลือกด้านพลังงานที่หลากหลายให้กับลูกค้า ควบคู่กับการรักษาคุณค่าและจิตวิญญาณที่เป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์มาสด้าไว้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น ปรัชญาการขับขี่แบบ จินบะ-อิตไต มอบความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างคนกับรถ ให้ความสนุกสนานในการขับขี่ (Joy of Driving) และส่งมอบประสบการณ์ความประทับใจให้กับลูกค้าทั่วโลก

“ด้วยความมุ่งมั่นและคำมั่นสัญญาของมาสด้าที่จะส่งมอบ “ความสุขในการขับขี่” โดยยึดหลัก “มนุษย์เป็นศูนย์กลาง” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คน และนำมาซึ่ง “ความสุขในการใช้ชีวิต” ให้กับลูกค้าทุกคน เพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมรถยนต์ มาสด้าจึงเดินหน้าตามแผนกลยุทธ์ Multi-Solution เพื่อตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ของลูกค้าทั่วโลก ด้วยทางเลือกด้านพลังงานที่หลากหลาย ทั้ง HEV, PHEV, BEV รวมถึงรถยนต์ที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการลดการปล่อยก๊าซ CO₂ เพื่อสนับสนุนการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน” มร. โทรุ นากาจิม่า กล่าวเพิ่มเติม

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “The All-Electric Mazda6e เป็นมากกว่าเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้า เพราะรถไฟฟ้าคันนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยดีเอ็นเอของมาสด้าในทุกมิติ คงไว้ด้วยเอกลักษณ์ด้านสมรรถนะความสนุกสนานในการขับขี่สไตล์มาสด้า พัฒนาโดยยึดหลักมนุษย์เป็นศูนย์กลาง มอบความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างผู้ขับขี่กับรถ ตามแนวคิด จินบะ-อิตไต มีการกระจายน้ำหนักแบบ 50:50 ให้ความสมดุลและมั่นคงในการขับขี่ ผสานความงดงามตามศิลปะแบบญี่ปุ่น Kodo-Soul of Motion ความสง่างามของการออกแบบรถไฟฟ้ายุคใหม่ โดดเด่นด้วย Flying Signature กระจังหน้าแบบ Electric เอกลักษณ์เฉพาะมาสด้า พร้อมฟังก์ชั่นแสดงสถานะการชาร์จไฟ สปอยเลอร์หลังปรับอัตโนมัติตามความเร็วรถ รถรุ่นนี้ยังมอบสมรรถนะการขับขี่ที่นุ่มนวล ตอบสนองฉับไว ราบรื่น และเป็นธรรมชาติ ด้วยระบบช่วงล่างอันลือชื่อ แบตเตอรี่ลิเทียมไอออนขนาด 77.9 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ขับขี่ได้ระยะทางไกลกว่า 654 กม.** พร้อม DC Fast Charging ชาร์จไฟจาก 30%-80% เร็วสูงสุดใน 15 นาที*** ตอบโจทย์ทุกการใช้งานในชีวิตประจำวันหรือการเดินทางท่องเที่ยวในระยะทางไกล”

อุตสาหกรรมรถยนต์ทั่วโลกกำลังเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว และพฤติกรรมของผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนแปลงไป ทุกการเปลี่ยนแปลงกลายเป็นพลังขับเคลื่อนครั้งสำคัญผลักดันให้ผู้ผลิตต่างเร่งพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคทั่วโลก ซึ่งมาสด้ากำลังเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน โดยมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีให้มีความหลากหลายของรูปแบบพลังงาน สอดรับต่อความต้องการที่แตกต่างในแต่ละภูมิภาค แต่ยังคงรักษาไว้ซึ่งเอกลักษณ์ดีเอ็นเอแบรนด์มาสด้าในทุกยนตรกรรม โดยมีเป้าหมายสูงสุด คือ รถยนต์มาสด้าทุกคัน ไม่ว่าจะขับเคลื่อนด้วยพลังงานรูปแบบใดก็ตามจะยังคงมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนาน และสะท้อนจิตวิญญาณอันเป็นเอกลักษณ์ไว้อย่างครบถัวน

“ในปัจจุบัน ลูกค้าชาวไทยให้การยอมรับและตื่นตัวอย่างมากเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม มาสด้าให้ความสำคัญกับทุกรายละเอียด จึงได้เตรียมความพร้อมมาเป็นอย่างดีที่สุด เพื่อให้ลูกค้าเกิดความสบายใจในการเลือกใช้รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของมาสด้า อาทิ โชว์รูมและศูนย์บริการที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ การบริการหลังการขายที่สะดวกรวดเร็ว ศูนย์กระจายอะไหล่และการสำรองอะไหล่ครบครัน สมรรถนะการขับขี่และระบบช่วงล่าง รูปลักษณ์การออกแบบอันสง่างาม และระยะทางในการขับขี่  ทั้งหมดนี้ เพื่อให้มั่นใจว่า มาสด้าจะสามารถส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าที่ดีที่สุด และพร้อมด้วยสมรรถนะในการขับขี่ (Driving Dynamic) ให้กับลูกค้าชาวไทยและทั่วโลก และนี่คือผลิตภัณฑ์ที่มาสด้าพัฒนาด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจ” นายธีร์ กล่าวเสริม

สำหรับในประเทศไทย วันนี้มาสด้าได้เปิดตัวรถไฟฟ้า The All-Electric Mazda6e พร้อมเปิดให้ผู้ที่สนใจ ลงทะเบียนจองสิทธิ์ Mazda6e Premiere Package* มูลค่าสูงสุด 70,000 บาท (จำนวนจำกัด) ก่อนใคร โดยจะได้รับส่วนลดพิเศษ 20,000 บาท แพ็กเกจบำรุงรักษารถ Electric Mazda Care นาน 10 ปี และร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟกับ Mazda6e Premiere Experience ทั้งการทดลองขับ “Premiere Test Drive”, การเข้าร่วมงาน “Premiere Celebration Event” และสิทธิ์รับรถล็อตแรก “Premiere Delivery” เพื่อแทนคำขอบคุณที่ให้ความสนใจและยินดีเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับครอบครัวมาสด้า

ลูกค้าที่สนใจสามารถจองรับ Mazda6e Premiere Package* ได้แล้ววันนี้ที่งาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป ณ อิมแพค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พ.ย. 68 – 10 ธ.ค. 68 หรือจองผ่านช่องทางออนไลน์ เรียนเชิญสัมผัสประสบการณ์การขายรูปแบบใหม่ผ่าน Mazda Virtual Showroom บน Mazda Official Website ซึ่งเปิดตัวเป็นครั้งแรกพร้อมกับ The All-Electric Mazda6 ลูกค้าสามารถเลือกจำลองภาพเพื่อดูรถแบบ 360 องศา ทั้งภายนอกและภายในได้ตามต้องการ

ภายในงานฯ นอกจากการแนะนำรถไฟฟ้ารุ่นแรกแล้ว มาสด้ายังได้นำรถยนต์มาสด้าทุกรุ่นมาจัดแสดงให้ลูกค้าได้สัมผัสและเป็นเจ้าของ พร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษภายใต้แคมเปญ MAZDA YEAR-END Party รับส่วนลดสูงสุด 150,000 บาท ดอกเบี้ยต่ำสุด 0%* นานสูงสุด 60 เดือน ฟรีประกันภัยชั้น 1* ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ Mazda Ultimate Service (MUS) 7 ปี* ฟรีของพรีเมี่ยมสุดพิเศษจากมาสด้า และพิเศษสุดสำหรับลูกค้า Mazda Family และครอบครัว มาสด้ายังมอบบัตรเติมน้ำมันมูลค่าอีก 50,000 บาท*

หมายเหตุ:

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด โปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.mazda.co.th

**อ้างอิงจากผลการทดสอบมาตรฐาน NEDC

***อ้างอิงจากการใช้เครื่องชาร์จเร็ว DC 200 kW ขึ้นไป ระยะเวลาการชาร์จจริงขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ณ ขณะชาร์จ เช่น สภาพแบตเตอรี่ อุณหภูมิของแบตเตอรี่และอุณหภูมิแวดล้อม

GWM เปิดตัว WEY G9 ลักชัวรี่ MPV ราคา 2.349 ล้านบาท จัดเต็มด้วยเทคโนโลยี Hi4 สุดล้ำ พร้อม WEY Exclusive Privileges เอกสิทธิ์เหนือระดับสำหรับลูกค้าคนสำคัญ

0

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ภายใต้แนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด GWM เดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ให้ตลาดรถลักชัวรี่ MPV ในประเทศไทย ด้วยการเปิดตัว WEY G9 รถ MPV ลักชัวรี่รุ่นแรกจากแบรนด์ GWM WEY ที่ถูกรังสรรค์ขึ้นด้วยแนวคิด The Crafted Masterpiece เสมือนประติมากรรมชิ้นเอก ที่มอบประสบการณ์การเดินทางเหนือระดับ ผ่านงานออกแบบที่ประณีต หรูหรา พร้อมเทคโนโลยี Hi4 อันล้ำสมัย ความสะดวกสบายและระบบความปลอดภัยระดับแฟลกชิป โดย WEY G9 รุ่น Hi4 Ultra เปิดตัวด้วยราคาเพียง 2,349,000 บาท ผู้ที่สนใจสามารถสัมผัสยนตรกรรมรุ่นใหม่ พร้อมทัพรถพลังงานใหม่ทุกรุ่นของ GWM ได้อย่างใกล้ชิด ณ บูธ GWM A05 อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 ถึง 10 ธันวาคม 2568

WEY G9 คือ ลักชัวรี่ MPV ยุคใหม่ ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ผู้บริหารระดับสูง นักธุรกิจ และข้าราชการระดับสูง รวมถึงการใช้งานของครอบครัวระดับไฮเอนด์ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางเจรจาธุรกิจ หรือแม้แต่การท่องเที่ยวพักผ่อนวันหยุดสุดสัปดาห์ ที่ต้องการทั้งสมรรถนะ ความสะดวกสบาย ความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว และภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือ โดย WEY G9 มาพร้อมสีภายนอกที่บ่งบอกถึงความเรียบหรูเหนือระดับถึง 4 สี ได้แก่ สีขาว Aurora White, สีทอง Superior Gold, สีเทา Wisdom Grey และ สีดำ Nebula Black

และเพื่อตอบโจทย์ความเป็น The Crafted Masterpiece อย่างเป็นรูปธรรม WEY G9 มาพร้อม WEY Exclusive Privileges มอบประสบการณ์สุดพิเศษและการบริการเหนือระดับให้กับลูกค้าทุกท่าน ที่มอบความสะดวกสบาย อุ่นใจและไร้กังวลในทุกการเดินทาง และในทุกช่วงเวลาของการเป็นเจ้าของ ได้แก่

  • Personal Assistant ผู้ช่วยส่วนตัวพิเศษเฉพาะลูกค้า WEY G9 เท่านั้น ที่จะช่วยดูแลในทุกที่ทุกเวลา และทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง อาทิ การแนะนำตอบคำถามด้านการใช้งานรถ ประสานงานแก้ไขกรณีมีปัญหาทางเทคนิค แจ้งเตือนและนัดหมายนำรถเข้ารับบริการ แจ้งเตือนและประสานงานต่ออายุทะเบียนรถยนต์หรือประกันอุบัติเหตุรถยนต์ประจำปี เป็นต้น
  • รถทดแทนการใช้งานรุ่น WEY G9 พร้อมบริการรับ-ส่ง ในกรณีที่รถ WEY G9 มีปัญหาทางด้านเทคนิคในระยะเวลารับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และต้องใช้ระยะเวลาในการซ่อมเกิน 2 วันทำการ GWM ขอมอบรถทดแทนการใช้งานเป็นรุ่น WEY G9 พร้อมบริการส่งและรับรถถึงมือท่าน เพื่อให้ลูกค้า WEY G9 ได้รับความสะดวกสบายอย่างต่อเนื่อง
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉินแบบเอ็กคลูซีฟ ไม่ว่ารถ WEY G9 จะไปเกิดปัญหาทางด้านเทคนิคอยู่ที่ใด ลูกค้า
    WEY G9 สามารถเลือกรับบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง) ดังต่อไปนี้

    • บริการรถลีมูซีนเพื่อรับ-ส่งลูกค้าคนพิเศษจากจุดเกิดเหตุเพื่อให้ท่านถึงที่หมายได้อย่างสะดวกและปลอดภัย (เฉพาะในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล)
    • บริการช่วยเหลือค่าเดินทางต่อจากจุดเกิดเหตุสู่จุดหมายปลายทาง
    • บริการจัดหาตั๋วเครื่องบินจากสนามบินใกล้จุดเกิดเหตุสู่จุดหมายปลายทาง
    • บริการจัดหาที่พักเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าระหว่างรอการแก้ไขปัญหาทางด้านเทคนิค
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉินแบบเอ็กคลูซีฟไม่ครอบคลุมกรณีอุบัติเหตุทุกกรณี และจำกัดมูลค่าสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาทต่อเหตุการณ์ โดยจะคำนวณจากมูลค่าที่เกิดขึ้นตามจริง ทั้งนี้การบริการดังกล่าวไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ และมีระยะเวลา 5 ปี นับจากวันรับมอบรถ
  • บริการ Pick-up & Delivery GWM ขอมอบบริการรับ-ส่งรถเพื่อเข้ารับการตรวจเช็กระยะปีละ 2 ครั้ง เป็นระยะเวลา 5 ปี มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อปี ให้กับลูกค้า WEY G9
  • การบำรุงรักษา GPSI แบบไร้กังวล มอบความอุ่นใจในทุกการเช็กระยะ ด้วยบริการฟรีค่าแรงและค่าอะไหล่จำนวน 10 ครั้ง ตลอด 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

นอกจากนี้ WEY G9 ยังมาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น  ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปีเต็ม  ฟรี ค่าแรงและค่าอะไหล่บำรุงรักษาตามระยะทาง (GPSI) 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และการรับประกันคุณภาพรถใหม่ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) การรับประกันคุณภาพแบตเตอรี่ปลั๊กอินไฮบริด 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) โดย GWM จะเริ่มส่งมอบ WEY G9 ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป

** เงื่อนไขการให้บริการเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ดูรายละเอียดได้ที่ GWM Thailand – Service

สำหรับ WEY G9 โดยโดดเด่นใน 3 มิติสำคัญ หรือ 3C ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริหารยุคใหม่อย่างแท้จริง ได้แก่

  • Confidence มั่นใจในทุกเส้นทางด้วยสมรรถนะระดับแฟลกชิป: WEY G9 มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 5 ลิตร เทอร์โบ ผสานมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ทำงานร่วมกับระบบส่งกำลังอัจฉริยะ DHT ให้กำลังรวมสูงสุด 442 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 642 นิวตันเมตร รองรับการขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วนสูงสุดถึง 170 กิโลเมตร (มาตรฐาน NEDC) พร้อมถังน้ำมัน 58 ลิตร มอบระยะทางขับขี่รวมกว่า 1,000 กิโลเมตร เหมาะสำหรับผู้บริหารที่ต้องเดินทางต่อเนื่องทั้งภายในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดโดยไม่ต้องกังวลเรื่องจุดชาร์จ หัวใจหลักของสมรรถนะอยู่ที่เทคโนโลยี Hi4 – Hybrid Intelligent 4-Wheel Drive ระบบไฮบริดขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะที่ผสาน “สามแหล่งพลังงาน + เก้าโหมดการทำงาน” สามารถปรับเปลี่ยนระบบการทำงานเพื่อรองรับทุกสภาพถนน ตั้งแต่พื้นผิวลื่นจนถึงการเข้าโค้งด้วยความเร็ว มาพร้อมระบบ ITVC ที่สามารถปรับแรงบิดแบบเรียลไทม์ภายใน 0.01 วินาที เพิ่มเสถียรภาพ ลดอาการลื่นไถล และมอบความมั่นใจสูงสุดในทุกสถานการณ์ โดยเทคโนโลยี Hi4 ได้รับรางวัลสูงสุดจาก China SAE ปี 2025 ตอกย้ำความเหนือชั้นด้านวิศวกรรมยานยนต์
  • Comfort ความสบายเหนือระดับที่สัมผัสได้จริง: ภายในห้องโดยสารถูกออกแบบให้โปร่งโล่ง เดินผ่านสะดวกด้วยช่องกลางที่กว้างถึง 170 มิลลิเมตร นอกจากนี้ เบาะยังหุ้มด้วยหนัง Nappa คุณภาพสูงที่ให้สัมผัสนุ่ม หรูหรา ระบายอากาศได้ดี เบาะแถวสองแบบ Zero Gravity Seat ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ของสภาวะไร้น้ำหนักในเทคโนโลยีอวกาศของ NASA ปรับเข้ามุม Golden Angle เพื่อให้หัวใจและหัวเข่าอยู่ระดับเดียวกัน มอบความสบายเกินพิกัด รองรับการเดินทางยาว ๆ ของผู้บริหาร เพิ่มความผ่อนคลายด้วยระบบนวดไฟฟ้า 6 โหมด ระบบระบายอากาศ พร้อมตู้เย็นภายในรถขนาดใหญ่ 5 ลิตร เปิดได้ทั้งด้านหน้า (Front Armrest) และด้านหลังแบบลิ้นชัก รองรับทั้งโหมดทำความเย็น 0–15°C และโหมดอุ่น 35–50°C มอบความสะดวกสบายขั้นสุดให้กับทุกการเดินทาง
  • Convenience ความสะดวกที่ชาญฉลาดและปลอดภัย: WEY G9 มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Coffee OS 3.3 สามารถแสดงสถานะรถในรูปแบบภาพสามมิติแบบเรียลไทม์ รองรับคำสั่งเสียงมากถึง 21 ภาษาและหลายสำเนียง ควบคุมทุกอย่างด้วยปลายนิ้ว เช่น สั่งเปิดฝาท้าย ปรับอุณหภูมิ หรือควบคุมระบบเบาะโดยไม่ต้องละสายตาจากถนน รองรับ Petal Maps Navigation แบบ 3 มิติ การเชื่อมต่อกับแอปผ่าน GWM App Store และระบบความปลอดภัยไซเบอร์ระดับองค์กรแบบ End-to-End เพิ่มความมั่นใจให้ผู้ใช้ที่ต้องจัดการข้อมูลสำคัญ ทั้งยังมีระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีอัจฉริยะมากถึง 28 รายการ ถุงลมนิรภัย 6 จุด และโครงสร้างตัวถังที่ทำจากเหล็กกล้าสัดส่วนสูงถึง 01 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงระบบปกป้องแบตเตอรี่หลายชั้น เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในทุกการเดินทาง

สัมผัส WEY G9 – The Crafted Masterpiece ที่คุณจะต้องหลงใหลในความลักชัวรี่ ความล้ำสมัย และความสะดวกสบายได้แล้ววันนี้ และเตรียมพบกับการเปิดตัว NEW GWM POER SAHAR DIESEL รถกระบะสมรรถนะสูงขนาดใหญ่ระดับพรีเมียม ที่จะมาเป็นเพื่อนคู่ใจในทุกไลฟ์สไตล์ โดยจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 ณ บูธ GWM A05 อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

อีซูซุอวดโฉมทัพยนตรกรรมใหม่ล่าสุด! ISUZU D-MAX “THE ONE & ONLY” และMU-X “THE NEXT PEAK” ในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42”

0

บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด นำทัพยนตรกรรมรุ่นใหม่ล่าสุด รวม 15 คัน ร่วมแสดงในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” (Thailand International Motor Expo 2025) อย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ JAPANESE QUALITY” ผสานทุกบริบทแห่งอัตลักษณ์ของอีซูซุในนิยามล่าสุด THE ONE & ONLY” ถ่ายทอดเป็นความประณีตแบบญี่ปุ่นในทุกรายละเอียด สะท้อนจิตวิญญาณและความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยี การออกแบบ เพื่อความคุ้มค่าที่ตอบโจทย์กความต้องการของลูกค้าชาวไทยอย่างแท้จริง

มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า “ในปีนี้   อีซูซุได้นำเสนอบูธภายใต้คอนเซ็ปต์ THE ONE & ONLY AND JAPANESE QUALITY” สะท้อนถึงความเป็นแบรนด์ญี่ปุ่นที่มีความพิถีพิถันทั้งในคุณภาพสินค้าและการดูแลลูกค้าทั้งก่อนและหลังการขายในแบบฉบับอีซูซุ ครั้งนี้เรานำยนตรกรรมมาร่วมจัดแสดงครบทุกรุ่น ทั้งรถรุ่นมาตรฐาน และรถแต่งพิเศษ นำโดย ISUZU D-MAX “THE ONE & ONLY” รถปิกอัพแห่งอนาคตที่สืบทอด DNA แห่งความเชื่อมั่นมากว่าครึ่งศตวรรษ เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซลแห่งอนาคตใหม่ล่าสุด ISUZU 2.2 Ddi MAXFORCE พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำสุด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ISUZU X-SERIES “2 HOT…2 HANDLE” ร้อนแรง…เป็นเรื่อง! และ MU-X “THE NEXT PEAK” รถยนต์นั่งอเนกประสงค์รุ่นใหม่ที่ยกระดับสู่จุดพีคใหม่ของชีวิต ด้วยช่วงล่างใหม่โช้กอัพ แบบ STIFF FLEX เพื่อมอบสมรรถนะการขับขี่ที่มั่นใจเหนือระดับ พร้อมเปิดโอกาสให้แฟน ๆ อีซูซุได้ชม TOP SECRET X ISUZU D-MAX” ครั้งแรกของโลกที่สำนักแต่งชื่อดังระดับโลกจากญี่ปุ่น TOP SECRET เลือกใช้รถปิกอัพ ISUZU    D-MAX Hi-Lander MAXFORCE ไปแต่งแบบจัดเต็มในสไตล์ของ TOP SECRET  พร้อมกันนี้เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าทุกท่านและตอกย้ำแนวคิด “ISUZU Trusted Buddy…อีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย” เพื่อเป็น “พันธมิตรที่ดี” เคียงข้างธุรกิจของลูกค้าเสมอ อีซูซุได้จัดแคมเพจ์นใหญ่   ส่งท้ายปี MAXFORCE BIG THANKS ขอบคุณจากใจ” มอบบัตรน้ำมัน PT สำหรับลูกค้าที่ซื้อและรับรถปิกอัพอีซูซุ ดีแมคซ์ ทุกรุ่น หรือรถยนต์นั่งอเนกประสงค์มิว-เอ็กซ์ทุกรุ่น ระหว่างวันที่ 25 ตุลาคม – 30 ธันวาคม 2568 มูลค่ารวมกว่า 38,700,900 บาท พร้อมสิทธิพิเศษเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่สนใจซื้อรถอีซูซุในช่วงเวลาดังกล่าว นอกจากนี้ เราขอแนะนำโปรแกรมสะสมคะแนนเพื่อเลื่อนระดับรับสิทธิประโยชน์ใหม่ ISUZU My-MEMBER” เอกสิทธิ์พิเศษอัปเกรดได้  ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าผ่านการสะสมคะแนนและรับเอกสิทธิ์พิเศษจากอีซูซุและร้านค้าชั้นนำมากมายซึ่งกำลังจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ธันวาคมนี้”

สำหรับยนตรกรรมที่อีซูซุนำมาจัดแสดงภายในงาน Thailand International Motor Expo 2025 รวม 15 คัน ดังนี้

ยนตรกรรมอีซูซุตกแต่งพิเศษแบบไลฟ์สไตล์ รวม 6 คัน ได้แก่

  • ISUZU D-MAX HI-LANDER “TOP SECRET X ISUZU D-MAX” ครั้งแรกที่สำนักแต่งรถชื่อดังระดับโลกจากญี่ปุ่น “TOP SECRET” เลือกรถปิกอัพไปแต่งแบบเต็มพิกัด ด้วยชุดแต่งคาร์บอนไฟเบอร์เกรดพรีเมียมรอบคัน เพิ่มความดุดันและมีน้ำหนักเบา แรงเต็มสูบด้วยการปรับแต่งเพิ่มความแรงเครื่องยนต์จากสำนัก ECU Shop เน้นแรงแบบไร้ควัน เพิ่มสมรรถนะช่วงล่างให้รับกับความแรง ด้วยชุดช่วงล่างจาก PROFENDER พร้อมระบบเบรก AP RACING จับคู่กับล้อยอดนิยมตลอดกาล RAYS ENGINEERING VOLK RACING รุ่น TE37 ขนาด 18 นิ้ว จากญี่ปุ่น ยาง BRIDGESTONE ALENZA 001 เสริมอารมณ์สปอร์ตให้กับการขับขี่ พร้อมชุดแต่งภายในคาร์บอนไฟเบอร์เกรดพรีเมียมของ TOP SECRET เบาะรถแข่งคู่หน้า RECARO รุ่น TOM CAT และพวงมาลัยเรซซิ่งของ SARD

 ISUZU D-MAX HI-LANDER THE ONE & ONLY” 2 Ddi MAXFORCE เกรด M สีเทาเอลบรุส โอเพค (Elbrus Gray Opaque) พร้อมชุดแต่ง Top Secret รอบคัน เสริมความสปอร์ตด้วยชุดแต่งคาร์บอนไฟเบอร์ระดับพรีเมียมรอบคันทั้งภายนอกและภายในจาก TOP SECRET เริ่มจากชุดฝากระโปรงหน้า ฝากระบะท้าย สเกิร์ตหน้า และฝาครอบกระจกมองข้าง พร้อมสติกเกอร์ภายนอกรถจาก TOP SECRET และชุดตกแต่งแผงคอนโซลหน้า คอนโซลเกียร์ และแผงสวิตช์ประตูภายใน

  • ใหม่! ISUZU D-MAX SPARK 4X4 3.0 MAXFORCE เกรด S เกียร์ธรรมดา แต่ง TJM เปลี่ยนบรรยากาศให้เป็นตัวแต่งสายลุยแบบจัดเต็ม ด้านหน้าปรับโฉมให้เป็นรถ 4×4 รุ่น ท็อปแบบ ISUZU V-CROSS 4×4 เพิ่มความอเนกประสงค์ด้วยชุดตู้ท้ายกระบะของ TJM แบบ Custom สามารถปรับให้ใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ เสริมสมรรถนะการลุยด้วยชุดแต่ง TJM รอบคันด้วยชุดช่วงล่างยกสูง โช้กอัพ XGS RUGGED พร้อมชุดสปริงหน้าและแหนบรุ่น XGS เสริมการป้องกันรอบคันด้วยกันชนหน้า รุ่น Outback Bull Bar พร้อมรอกไฟฟ้าหน้า TJM รุ่น TORQ แรงฉุดลาก 9500 ปอนด์ ปกป้องด้านข้างด้วยชุดไซด์เรลกันกระแทกด้านข้าง พร้อมบันไดข้างรุ่น Modular Side Step พร้อมกันชนหลังรุ่น RB6 เสริมความเท่แบบแกร่งด้วยล้อ LENSO รุ่น ESCOBAR ขนาด 17 นิ้ว พร้อมยาง TOYO รุ่น OPEN COUNTRY R/T ขนาด 285/70R17
  • ใหม่! ISUZU D-MAX SPARK THE ONE & ONLY 2 Ddi MAXFORCE เกรด S เกียร์อัตโนมัติ พร้อมกระบะพื้นเรียบแบบ FLAT DECK สีขาวไซบีเรียน (Siberian White) เพิ่มขีดความสามารถในการบรรทุกด้วยการใช้กระบะท้ายเป็นแบบกระบะพื้นเรียบรุ่น FLAT DECK เพิ่มพื้นที่บรรทุก เปิดฝากระบะได้ทั้ง 3 ด้าน ขนของขึ้นลงได้ง่าย สะดวกยิ่งกว่า ไม่ติดซุ้มล้อ มาพร้อมยาง BRIDGESTONE DUELER AT002 ขนาด 245/70R16

  • MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น Active 2.2 Ddi MAXFORCE สีขาวมุกโดโลไมท์ (Dolomite White Pearl) ตกแต่งพิเศษด้วยคอนเซ็ปต์ “JAPANESE SPORT-SUV” สัญลักษณ์แห่งคุณภาพแบบญี่ปุ่น เน้นคุณภาพและความเชื่อมั่นที่วางใจได้ เสริมความโดดเด่นด้วยชุดแต่งบอดี้พาร์ทรอบคันจาก AKC ใส่ชุดโหลดช่วงล่างจาก PROFENDER เสริมลุคสปอร์ตด้วยล้ออัลลอย LENSO รุ่น JAGER APOLLO พร้อมยาง YOKOHAMA ADVAN SPORT ขนาด 265/50R20 ขนาด 20 นิ้ว หยุดรถได้อย่างมั่นใจด้วยระบบเบรกหน้า CALIPER แบบ 6 POT และเบรกหลัง CALIPER แบบ 4 POT พร้อมจานเบรกขนาด 355 มิลลิเมตร จาก Run Stop

  • MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น Ultimate 2.2 Ddi MAXFORCE สีดำบาวาเรียนไมก้า (Bavarian Black Mica) มาพร้อมคอนเซ็ปต์รถครอบครัวเพื่อการท่องเที่ยว พร้อมความปลอดภัยครบครันด้วย ใหม่! กล้องรอบคัน 360° Surround View Camera พร้อมมุมมองใต้ท้องรถเพื่อความแม่นยำในการขับขี่ เพิ่มความอเนกประสงค์ในการเดินทางด้วยชุดคานบนหลังคา THULE รุ่น WINGBAR EDGE เพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บสัมภาระ ด้วยกล่อง THULE FORCE บนหลังคา เสริมความมั่นใจในการเดินทางด้วยล้อ LENSO รุ่น JAGER DYNA พร้อมยาง BRIDGESTONE DUELER AT002 ขนาด 265/50R20

 

รถอีซูซุรุ่นมาตรฐาน รวม 9 คัน ได้แก่

 ใหม่! ISUZU X-SERIES HI-LANDER 4 ประตู 2 Ddi MAXFORCE เกียร์อัตโนมัติ สีขาวมุกโดโลไมท์ (Dolomite White Pearl) ปิกอัพสปอร์ตยกสูง ครั้งแรกกับเครื่องยนต์ใหม่! 2.2 Ddi MAXFORCE 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดและโหมด Rev Tronic ใหม่! และระบบ Sequential Paddle Shift ที่พวงมาลัย เปลี่ยนเกียร์ง่ายเพียงปลายนิ้ว เสริมชุดแต่ง The X Package ดีไซน์ใหม่ ทั้งภายนอกและภายใน กระจังหน้าแบบ Multi-layer โทนเข้มตัดแดง Garnet Red ไฟหน้าดีไซน์พิเศษโฉบเฉี่ยวด้วยเส้นสาย Stylish Red Line ไฟท้าย LED แบบ CLEAR LENS กันชนหน้า – หลังสีเดียวกับตัวรถสไตล์ Integrated   Aerodynamic Sport Bar เหนือกระบะท้าย พร้อมสติกเกอร์ Uptown Vibe คาดหน้า-หลัง ล้ออัลลอยสี Gloss Black ขนาด 18 นิ้ว ภายในพรีเมียมด้วยคอนโซลหน้าหุ้มหนังสังเคราะห์สีดำ ตกแต่งด้วยสีเทาเข้ม และ Piano Black พร้อมพวงมาลัยหุ้มหนังและเบาะหนังสังเคราะห์ COOLMAX สีดำ ครบครันด้วยเทคโนโลยีทันสมัย หน้าจอสัมผัส 8 นิ้ว

 ใหม่! ISUZU X-SERIES SPEED 4 ประตู 2 Ddi MAXFORCE เกียร์ธรรมดา สีดำบาวาเรียน ไมก้า (Bavarian Black Mica) ครั้งแรกกับเครื่องยนต์ใหม่! 2.2 Ddi MAXFORCE 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร ดีไซน์ใหม่ทั้งภายนอกและภายใน ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยใหม่! ชุดแต่ง The X-Package กระจังหน้าแบบ Multi-layer โทนเข้มตัดแดง Garnet Red ไฟหน้า Bi-Beam LED Projector พร้อมเส้นสาย Stylish Red Line ไฟท้าย LED แบบ CLEAR LENS สเกิร์ตหน้า-หลัง สไตล์ Integrated ลาย Kevlar พร้อมปั๊มลาย X พร้อมสติกเกอร์ Illusion of Speed คาดหน้า-หลัง ล้ออัลลอยสี Gloss Black ขนาด 16 นิ้ว เพิ่มอารมณ์การขับแบบสปอร์ตด้วยห้องโดยสารโทนดำ-แดง เร้าใจ และเบาะนั่งผ้าพรีเมียมดีไซน์สปอร์ตทูโทนดำ-แดง พร้อมโลโก้ X หน้าจอ Infotainment 8 นิ้วรองรับระบบ Wireless Android Auto และ Wireless Apple CarPlay

  • ใหม่! ISUZU D-MAX HI-LANDER THE ONE & ONLY” 4 ประตู 2.2 Ddi MAXFORCE เกรด M เกียร์อัตโนมัติ สีขาวมุกโดโลไมท์ (Dolomite White Pearl) ปิกอัพ 4 ประตูยกสูง รุ่นใหม่ล่าสุดที่สืบทอด DNA ความเชื่อมั่นอีซูซุมากว่าครึ่งศตวรรษ เครื่องยนต์ 2 Ddi MAXFORCE 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร ที่ให้ความแรง แต่ยังคงประหยัดน้ำมันตามแบบฉบับอีซูซุ มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด และโหมด Rev Tronic ที่ให้อัตราทดต่อเนื่อง ต้นจัด ปลายไหล เปลี่ยนเกียร์ได้นิ่มนวล ขับขี่สบายยิ่งขึ้นด้วย ใหม่! พวงมาลัยไฟฟ้า EPS (Electric Power Steering) และระบบ Sequential Paddle Shift ที่พวงมาลัย เปลี่ยนเกียร์ง่ายเพียงปลายนิ้ว ล่าสุดกับกล้องรอบคัน 360° Surround View Camera พร้อมมุมมองใต้ท้องรถเพื่อความแม่นยำในการขับขี่ ครบครันกับระบบความปลอดภัย ADAS อาทิ LKAS, ACC, FCW, AEB, BSM, RCTA & B, AHB และ MCB และอื่น ๆ รวมทั้งสิ้น 17 ระบบ ปลอดภัยมั่นใจสูงสุดในทุกการเดินทาง โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกโฉบเฉี่ยวสไตล์สปอร์ตด้วยกระจังหน้าใหม่แบบ Multi-layer เท่ทุกมุมมอง พร้อมไฟหน้า Modern Line พร้อม Multifunctional Daylight และไฟท้าย LED แบบ Clear Lens และล้อ อัลลอย 18 นิ้ว สีทูโทน ภายในสะดวกสบาย ด้วยเบาะนั่งสปอร์ต COOLMAX ปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง จอ Integrated MID ขนาดใหญ่ 7 นิ้ว แสดงข้อมูลได้หลากหลายรูปแบบ เชื่อมต่อข้อมูลกับ หน้าจอระบบสัมผัส Infotainment Display ขนาด 9 นิ้ว แสดงผลได้หลากหลายฟังก์ชัน เช่น ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS และอื่นๆ พร้อมรองรับระบบ Wireless Android Auto และ Wireless Apple CarPlay* พร้อม Charging Socket แบบ USB-C ทั้งที่นั่งด้านหน้าและด้านหลัง 
  • ใหม่! ISUZU D-MAX CAB4 “THE ONE & ONLY” 2 Ddi MAXFORCE เกรด L เกียร์อัตโนมัติ สีเงินโบฮีเมียน เมทัลลิก(Bohemian Silver Metallic) ปิกอัพดีไซน์เท่ แกร่งทุกมุมมอง เครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด และโหมด Rev Tronic ภายนอกโดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบ Multi-layer สีเทาไทเทเนียม–เงินเมทัลลิก ไฟหน้า Bi-Beam LED Projector พร้อมไฟท้าย LED แบบ Clear Lens กันชนหน้า–ท้าย และกระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ ภายในทันสมัยด้วยคอนโซลหุ้มหนังสังเคราะห์สีดำตกแต่ง สีเงินเมทัลลิกและสีดำ หน้าจอสัมผัส 8 นิ้ว รองรับ Wireless Android Auto และ Apple CarPlay พร้อม Bluetooth, WiFi Mirroring ช่อง USB-C และกล้องมองหลังพร้อมเส้นกะระยะ Dynamic Guideline นั่งสบายทุกการเดินทางด้วยเบาะผ้าพรีเมียมสีดำ
  • ใหม่! ISUZU D-MAX SPACECAB “THE ONE & ONLY” 2 Ddi MAXFORCE เกรด L เกียร์ธรรมดา สีเทาเอลบรุส โอเพค (Elbrus Gray Opaque) ปิกอัพดีไซน์เท่ สมรรถนะเหนือชั้นด้วยเครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ภายนอกโดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบ Multi-layer สีเทาไทเทเนียม–เงินเมทัลลิก ไฟหน้า Bi-Beam LED Projector พร้อมไฟท้าย LED แบบ Clear Lens กันชนหน้า–ท้าย และกระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ ภายในทันสมัยด้วยคอนโซลหุ้มหนังสังเคราะห์สีดำ ตกแต่งสีเงินเมทัลลิกและสีดำ หน้าจอสัมผัส 8 นิ้ว รองรับ Wireless Android Auto และ Apple CarPlay พร้อม Bluetooth, WiFi Mirroring ช่อง USB-C และกล้องมองหลังพร้อมเส้นกะระยะ Dynamic Guideline นั่งสบายทุกการเดินทางเบาะผ้าพรีเมียม

  • ใหม่! ISUZU V-CROSS 4×4 “THE ONE & ONLY” 0 Ddi MAXFORCE เกรด M สีใหม่อินนิชมอร์ เกรย์ โอเพค (Inishmore Gray Opaque) ปิกอัพสปอร์ตออฟโรดรุ่นล่าสุดเครื่องยนต์ 3.0 Ddi MAXFORCE 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร ลุยได้ทุกที่ด้วยระบบ Terrain Command เปลี่ยนเข้าสู่ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว พร้อมระบบล็อกเฟืองท้ายด้วยไฟฟ้า E-Diff Lock และระบบ Rough Terrain Mode ที่ทำให้สามารถขับฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย ยกระดับการขับขี่ให้สะดวกสบายขึ้นด้วย ใหม่! พวงมาลัยไฟฟ้า EPS ขับง่าย สะดวกสบาย ควบคุมรถได้อย่างแม่นยำทุกสภาพถนน มั่นใจสุดกับกล้องรอบคัน 360° Surround View Camera พร้อมมุมมองใต้ท้องรถ เสริมความมั่นใจในทุกการเดินทาง ด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS เวอร์ชันล่าสุด! อาทิ LKAS, ACC, FCW, AEB, BSM, RCTA & B, AHB, MCB และอื่นๆรวมทั้งสิ้น 17 ระบบ ปรับดีไซน์ใหม่ทั้งภายนอกและภายใน ใหม่! ISUZU V-CROSS PACKAGE ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยกระจังหน้า Multi-layer ดุดันทรงพลังเกินขีดจำกัด ไฟหน้าดีไซน์พิเศษ      โฉบเฉี่ยวด้วยเส้นสาย Modern Line พร้อม Multifunctional Daylight ที่ทำหน้าที่ Daylight ไฟหรี่ และไฟเลี้ยว ไฟท้าย LED แบบ Clear Lens และล้ออัลลอย 18 นิ้ว สี Matte Black ดีไซน์ Metal Claw สปอร์ตเท่ ดุดัน ได้ใจสายลุย ภายในใหม่! เบาะนั่ง ทูโทนดีไซน์เท่ โอบกระชับทุกสรีระ พร้อมเทคโนโลยี COOLMAX พร้อมระบบปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง ในตำแหน่งที่นั่งคนขับ
  • MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น RS 4WD 3.0 Ddi MAXFORCE เกียร์อัตโนมัติ สีเทา ไอเกอร์ โอเพค (Eiger Gray Opaque) เครื่องยนต์ 0 Ddi MAXFORCE 190 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตัน-เมตร เพิ่มความมั่นใจขณะขับขี่ด้วยช่วงล่างใหม่! โช้กอัพแบบ STIFF FLEX ลดการสั่นสะเทือน และการโคลงของรถขณะขับขี่ นุ่มนวล มั่นใจทุกครั้งที่เข้าโค้ง มั่นใจในทุกสภาพถนนด้วยระบบ Terrain Command เปลี่ยนระบบขับเคลื่อนได้ง่าย พร้อมระบบ Rough Terrain Mode ที่ทำให้สามารถขับผ่านอุปสรรคต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย พร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS และกล้องหน้าคู่ 3D Imaging Stereo Camera ที่ให้ทุกการเดินทางอุ่นใจยิ่งกว่า ภายนอกโดดเด่น สง่างาม ด้วยกระจังหน้า BLACK DIAMOND GRILLE พร้อมสัญลักษณ์ RS ไฟหน้าและไฟท้าย DYNAMIC BLADE และเส้นดีไซน์ EMBRACE LINE สะท้อนความสปอร์ตล้ำยุค เสริมด้วยกันชนหน้าแบบ FIGHTER JET พร้อม AIR CURTAIN เพิ่มสมรรถนะการขับขี่ สปอร์ตยิ่งขึ้นด้วย FENDER GARNISH สีดำ, SIDE GARNISH สัญลักษณ์ RS และล้ออัลลอย RS DESIGN ขนาด 20 นิ้ว ภายในห้องโดยสารนั่งสบายรองรับสรีระตลอดการขับขี่ด้วยเบาะ COOLMAX ลดการสะสมความร้อน พร้อมตกแต่งสัญลักษณ์ RS สี LIME GREEN เพิ่มเอกลักษณ์เฉพาะตัว ครบครันด้วยเทคโนโลยีอำนวยความสะดวก หน้าจอสัมผัส 9 นิ้ว รองรับ Wireless Android Auto / Apple CarPlay* Bluetooth, WiFi Mirroring, USB-C ลำโพง 8 ตำแหน่ง ขับสะดวกสบายด้วยพวงมาลัยไฟฟ้า พร้อมกล้องมองรอบคัน 360 องศา และกล้องถอยหลังพร้อมเส้นกะระยะ Dynamic Guideline
  • MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น RS 2.2 Ddi MAXFORCE เกียร์อัตโนมัติ สีขาวมุกโดโลไมท์ (Dolomite White Pearl) เครื่องยนต์ 2 Ddi MAXFORCE 163 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตัน-เมตร เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดพร้อม Rev Tronic และระบบ Sequential Paddle Shift ที่พวงมาลัย ขับสนุกยิ่งกว่าเคย ด้วยอัตราเร่งที่ยอดเยี่ยม เปลี่ยนเกียร์นุ่มนวล เพิ่มความมั่นใจขณะขับขี่ด้วยช่วงล่างใหม่! โช้กอัพแบบ STIFF FLEX ลดการสั่นสะเทือน และการโคลงของรถขณะขับขี่ นุ่มนวล มั่นใจทุกครั้งที่เข้าโค้ง พร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS และกล้องหน้าคู่ 3D Imaging Stereo Camera ที่ให้ทุกการเดินทางอุ่นใจยิ่งกว่า ภายนอกโดดเด่น ให้อารมณ์สปอร์ต ผ่านเส้นสายที่มีความ DYNAMIC รอบคัน สง่างาม ด้วยกระจังหน้า BLACK DIAMOND GRILLE พร้อมสัญลักษณ์ RS โดดเด่นด้วยไฟหน้าและไฟท้าย DYNAMIC BLADE และเส้นดีไซน์ EMBRACE LINE สะท้อนความสปอร์ต ล้ำยุค เสริมด้วยกันชนหน้าแบบ FIGHTER JET พร้อม AIR CURTAIN เพิ่มสมรรถนะการขับขี่ สปอร์ตยิ่งขึ้นด้วย FENDER GARNISH สีดำ, SIDE GARNISH สัญลักษณ์ RS และล้ออัลลอย RS DESIGN ขนาด 20 นิ้ว ภายในห้องโดยสารนั่งสบายรองรับสรีระตลอด      การขับขี่ด้วยเบาะ COOLMAX ลดการสะสมความร้อน พร้อมตกแต่งสัญลักษณ์ RS สี LIME GREEN เพิ่มเอกลักษณ์เฉพาะตัว
  • MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น ELEGANT 2.2 Ddi MAXFORCE เกียร์อัตโนมัติ สีขาวมุกโดโลไมท์ (Dolomite White Pearl) เครื่องยนต์ 2 Ddi MAXFORCE 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร เกียร์อัตโนมัติ Rev Tronic 8 สปีด และระบบ Sequential Paddle Shift ที่พวงมาลัย มาพร้อม ใหม่! ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS กล้องหน้าคู่พร้อมเรดาร์ 2 จุด และเซนเซอร์ 8 จุดรอบคัน เพิ่มความมั่นใจขณะขับขี่ไปอีกขั้น ด้วยช่วงล่างใหม่! โช้กอัพแบบ STIFF FLEX ลดการสั่นสะเทือน และการโคลงของรถขณะขับขี่ นุ่มนวล มั่นใจทุกครั้งที่เข้าโค้ง ดีไซน์ภายนอกสปอร์ตหรู ด้วยกระจังหน้าสีเทาดำ และ Titanium Carbide กันชนสีทูโทน และล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ไฟหน้า Bi-Beam LED Projector ดีไซน์ Dynamic Blade ภายในโอ่อ่าหรูหราด้วยคอนโซลและแผงประตูตกแต่ง Titanium Gray Metallic–Piano Black เบาะหนังสังเคราะห์ COOLMAX สี TRUFFLE BROWN

นอกจากยนตรกรรมใหม่…อีซูซุยังได้มอบแคมเพจ์นพิเศษและเอกสิทธิ์สำหรับลูกค้า ดังนี้

  • แคมเพจ์นขอบคุณลูกค้าสุดยิ่งใหญ่ MAXFORCE BIG THANKS ขอบคุณจากใจ” มอบสิทธิ์ลุ้นรับบัตรน้ำมัน PT สำหรับลูกค้าที่ซื้อและรับรถปิกอัพอีซูซุ ดีแมคซ์ ทุกรุ่น หรือรถยนต์นั่งอเนกประสงค์มิว-เอ็กซ์ ทุกรุ่น ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม – 30 ธันวาคม 2568 จับรางวัลจำนวน 9 สัปดาห์  โดยมีรายละเอียดรางวัล ดังนี้
  • รางวัลบัตรน้ำมัน PT รางวัลใหญ่สุด 9 รางวัล มูลค่ารางวัลละ 175,500 บาท และรางวัลบัตรน้ำมันอื่น ๆ รวมทั้งสิ้น 1,907 รางวัล มูลค่ารวม 38,700,900 บาท
  • ลงทะเบียนผ่านทาง https://www.isuzu-tis.com/register
  • อัปเกรดใหม่! โปรแกรมสิทธิพิเศษสมาชิกอีซูซุ “ISUZU My-MEMBER”… เอกสิทธิ์พิเศษ อัปเกรดได้ โปรแกรมสะสมคะแนนเพื่อเลื่อนระดับรับสิทธิประโยชน์มากมายจากอีซูซุและร้านค้าชั้นนำโปรแกรมนี้ถูกพัฒนาเพื่อยกระดับและเพิ่มประสบการณ์ลูกค้ารถปิกอัพอีซูซุและรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ให้ดีกว่าเคย ลูกค้าสามารถรับเอกสิทธิ์พิเศษจากอีซูซุ ไม่ว่าจะเป็นส่วนลดซื้อรถใหม่ ส่วนลดเข้าศูนย์บริการ หรือเอกสิทธิ์มากมายจากร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ โดยแบ่งสมาชิกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ ระดับมาย-ซิลเวอร์ ระดับมาย-โกลด์ ระดับมาย-แพลททินั่ม และระดับมาย-ไดมอนด์ ยิ่งระดับสูง เอกสิทธิ์ยิ่งมาก! ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่แอปพลิเคชัน my-ISUZU อย่าลืมมาเช็กอิน พร้อมรับคะแนนพิเศษได้ที่บูธ   อีซูซุตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป
  • แคมเพจ์นพิเศษจากศูนย์บริการ ลูกค้ารถปิกอัพและรถยนต์นั่งอเนกประสงค์อีซูซุทุกรุ่น ที่เป็นสมาชิก ISUZU My-MEMBER รับสิทธิพิเศษกับแคมเพจ์น “Isuzu my-MEMBER ได้ทั้งลด ได้ทั้งคะแนน” น้ำมันเครื่องและไส้กรอง (เกรดกึ่งสังเคราะห์และสังเคราะห์) ลดสูงสุด 10% อะไหล่ลดสูงสุด 15% ฟรี! ตรวจเช็กสภาพรถ พร้อมกดรับคูปองส่วนลดอื่น ๆอีกมากมายผ่านแอปพลิเคชัน my-ISUZU และลูกค้ารถบรรทุกอีซูซุขนาดใหญ่ (2 ตันขึ้นไปทุกรุ่น) รับสิทธิพิเศษกับแคมเพจ์น “มั่นใจทุกเส้นทาง คุ้มยาวตลอดปี” ฟรี! ตรวจเช็กสภาพรถ กว่า 50 รายการ และส่วนลดอะไหล่สูงสุด 15% พร้อมร่วมกิจกรรมพิเศษ “บอกหน่อยทำไมถึงวางใจศูนย์บริการอีซูซุ” เพียงรีวิวศูนย์บริการผ่าน my-Circle และ Facebook พร้อมติดแฮชแท็ก #ศูนย์อีซูซุวางใจได้ และแฮชแท็กประจำศูนย์บริการก็มีสิทธิ์ลุ้นรับคูปองส่วนลดและบัตรเติมน้ำมันรวมมูลค่ากว่า 400,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569

เชิญสัมผัสและลงทะเบียนทดลองขับยนตรกรรมใหม่ล่าสุด! ISUZU D-MAX “THE ONE & ONLY” หนึ่งเดียว…เท่านั้น! และรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ MU-X “THE NEXT PEAK” สู่จุดพีคใหม่…ของชีวิต ได้ที่งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” หรือ Thailand International Motor Expo 2025 ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 ณ บูธอีซูซุ  ฮอลล์ 1 อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ร่วมติดตามและอัปเดตข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่  www.isuzu-tis.com  หรือ LINE: @isuzuthai

นิสสันเปิดตัว นิสสัน เอ็กซ์เทรล อี-พาวเวอร์ ใหม่ พร้อมเทคโนโลยี อี-ฟอร์ซ พรีเมียมเอสยูวีที่มาพร้อมเทคโนโลยีขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ ควบคุมได้ดังใจ

0

นิสสัน ประเทศไทย สร้างสีสันในตลาดเอสยูวีขนาดกลางครั้งใหม่ด้วยการเปิดตัวนิสสัน เอ็กซ์เทรล อี-พาวเวอร์ ใหม่ พร้อมเทคโนโลยี อี-ฟอร์ซในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2025 ตอกย้ำความมุ่งมั่นต่อกลยุทธ์การนำเสนอรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าในประเทศไทย พรีเมียมเอสยูวีรุ่นนี้มาพร้อมนวัตกรรมเทคโนโลยี e-4ORCE (อี-ฟอร์ซ) ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะแบบ All-Wheel Drive (AWD) ที่ทำงานผสานกับเครื่องยนต์ อี-พาวเวอร์ เพื่อสร้างประสบการณ์ในการขับขี่ที่เหนือระดับ

นิสสันได้ผสานเทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ เข้ากับระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ e-4ORCE โดยมีมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ หน้า-หลัง ทำให้ตอบสนองได้ทันที สามารถส่งกำลังไปยังแต่ละล้อได้อย่างสมดุล ให้การขับขี่ที่มั่นใจให้เสถียรภาพการทรงตัวที่เหนือกว่า บังคับควบคุมได้ง่ายบนทุกสภาพถนน สร้างประสบการณ์ประทับใจในทุกเส้นทางด้วยสมรรถนะสูง อัตราเร่งที่น่าประทับใจ และยังรื่นรมย์กับเครื่องยนต์ที่เดินเงียบ เรียบ และความพรีเมียมของตัวรถ

นิสสัน เอ็กซ์เทรล อี-พาวเวอร์ ใหม่ พร้อมเทคโนโลยี อี-ฟอร์ซ เป็นรถยนต์เจเนอเรชั่นล่าสุดในตระกูลเอ็กซ์เทรลที่ครองใจผู้ขับขี่ทั่วโลกต่อเนื่องมาถึง 25 ปี รถยนต์รุ่นใหม่นี้ยังคงรักษาจุดเด่นที่เป็นดีเอ็นเอของเอ็กซ์เทรลในด้านสมรรถนะสูง และยังได้ยกระดับความพรีเมียม ความปลอดภัย และให้ประสบการณ์ในการขับขี่ที่มั่นใจได้เต็มที่

 

โทชิฮิโระ ฟูจิคิ ประธานนิสสัน ประเทศไทย และนิสสัน อาเซียน กล่าวว่า “กว่า 73 ปีที่ผ่านมา เจตนารมณ์ของนิสสันที่มีต่อประเทศไทยยังคงไม่เปลี่ยนแปลง เราจะยังคงนำรถยนต์รุ่นใหม่ที่น่าสนใจมาเปิดตัวในประเทศไทยเพื่อทำให้แบรนด์นิสสันแข็งแกร่งมากขึ้น การเปิดตัว นิสสัน เอ็กซ์เทรล อี-พาวเวอร์ ใหม่ พร้อมเทคโนโลยี อี-ฟอร์ซ ในวันนี้จะเป็นอีกหนึ่งจุดหมายสำคัญในประวัติศาสตร์ของนิสสัน ประเทศไทย โดย นิสสัน เอ็กซ์เทรล อี-พาวเวอร์ ใหม่ พร้อมเทคโนโลยี อี-ฟอร์ซจะสร้างนิยามใหม่ให้กับรถเอสยูวี ที่ให้ประสบการณ์เหมือนการขับขี่รถยนต์ระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% ที่สรุปได้ใน 3 คำคือ ทรงพลังอย่างเหนือระดับ (Powerful) ความพรีเมียม มีระดับ (Prestige) ความสบายและปลอดภัยด้วยเทคโนโลยีรอบคัน (Effortless) พร้อมจะให้คุณขับขี่อย่างมั่นใจเมื่อ “ทุกอย่างควบคุมได้” ในทุกเส้นทาง”

รูปลักษณ์โดดเด่น พรีเมียมทุกองศา

นิสสัน เอ็กซ์เทรล อี-พาวเวอร์ ใหม่ พร้อมเทคโนโลยี อี-ฟอร์ซ ให้สมรรถนะทรงพลัง ยกระดับความพรีเมียมด้วยดีไซน์ที่สะดุดตา ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจ นั่งสบาย และเทคโนโลยีอัจฉริยะครบครัน

พรีเมียมเอสยูวีรุ่นนี้ พร้อมจะสร้างนิยามใหม่ให้กับรถเอสยูวี โดยผสานดีเอ็นเอความแกร่งที่พร้อมจะท้าทายทุกสภาพถนน เข้ากับความทันสมัย ด้วยรูปลักษณ์ที่สง่างาม สไตล์สปอร์ต สะท้อนความทรงพลัง โดดเด่นด้วยกระจังหน้าดีไซน์ ดับเบิล วี-โมชั่น (Double V-Motion) ที่สื่อถึงพลังและความมั่นใจในการขับขี่  ลวดลายกระจังหน้าแบบ 3D  การตกแต่งใต้ตัวถังด้วยโครเมียมเพิ่มความหรูมีระดับ  ไฟหน้า LED ทรงเรียวบาง ไฟท้ายทรงบูมเมอแรงที่เป็นเอกลักษณ์ กระจกมองข้างพับได้ด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยวในตัวช่วยเพิ่มความปลอดภัยขณะเลี้ยวหรือเปลี่ยนเลน เส้นสายตัวถังที่สื่อความปราดเปรียว  ราวหลังคาสะท้อนความพร้อมที่จะออกผจญภัยและดูโดดเด่นมากขึ้น

ภายในห้องโดยสารสะท้อนความพรีเมียมที่โดดเด่น การออกแบบที่สอดคล้องกับหลักสรีรศาสตร์ มีจุดเด่นที่คอนโซลกลางแบบลอยตัวที่มาพร้อมช่องวางของด้านล่าง เกียร์ระบบไฟฟ้าดีไซน์ล้ำสมัย ปุ่ม อี-เพดัล ปุ่มเลือกโหมดการขับขี่ ทำให้ใช้งานได้ง่ายสะดวกสบาย หน้าจอ TFT ขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว พร้อม Advanced Drive-Assist® Display และจอ Head-Up Display ขนาด 10.8 นิ้ว แสดงผลบนกระจกด้านหน้าในระดับสายตา ระบบ NissanConnect พร้อมระบบนำทางให้การเชื่อมต่อ และความสุนทรีย์ตลอดการเดินทาง นอกจากนี้ ยังรองรับ Android Auto และ Wireless Apple CarPlay ที่ทำให้เชื่อมต่อไม่สะดุด และสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการได้ตลอดเวลาอย่างง่ายดาย  รวมทั้งเพิ่มบรรยากาศภายในห้องโดยสารด้วยไฟ Ambient Light รวมถึงรายละเอียดอื่นๆ ที่ยกระดับความหรูหราโดยไม่ทิ้งความสะดวกในการใช้งาน

นั่งสบายตลอดการเดินทาง

นิสสัน เอ็กซ์เทรล อี-พาวเวอร์ ใหม่ พร้อมเทคโนโลยี อี-ฟอร์ซ ถูกออกแบบมาเพื่อสร้าง ความสบายในทุกการเดินทางพร้อมผสานความหรู ความสบาย และประโยชน์ใช้สอยไว้ด้วยกันในห้องโดยสารที่กว้างขวาง และออกแบบอย่างชาญฉลาด  เบาะนั่งคู่หน้าขนาดใหญ่โอบกระชับสรีระ รองรับแผ่นหลังได้ดี บุด้วยหนังคุณภาพสูง สามารถปรับด้วยระบบไฟฟ้าได้ 10 ทิศทาง ระบบปรับอากาศแยก 3 โซน สามารถปรับอุณหภูมิได้ตามความชอบจึงเพิ่มความสบายให้กับผู้โดยสารทุกที่นั่ง นอกจากนี้ เบาะแถวสองพับได้แบบ 40:20:40 ใช้งานง่าย และที่นั่งแถวสามนั่งได้ 2 คน ท้ายรถมีพื้นที่กว้างขวางจุสัมภาระได้มากถึง 485 ลิตร สามารถจุของหลายชิ้นหรือขนาดใหญ่ได้สบายๆ

ประตูหลังเปิดกว้าง 85 องศา หนึ่งเดียวในรถประเภทเดียวกัน ช่วยเพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้โดยสารใน
การเข้าและออกจากรถ ม่านบังแดดในแถวที่สองให้ความสบาย และความเป็นส่วนตัว กระจกมองหลังแบบตัดแสงสะท้อนอัตโนมัติ ช่วยให้ขับขี่กลางคืนได้อย่างปลอดภัยและสบายมากขึ้น เพิ่มความสุนทรีย์ด้วยเครื่องเสียง Premium Bose® พร้อมลำโพง 9 ตัว ให้เสียงคมชัด ตลอดจนเติมความพรีเมียมและสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบด้วยหลังคาพาโนรามิก ซันรูฟ และประตูท้ายไฟฟ้าเปิดปิดแบบแฮนด์ฟรี

เครื่องยนต์อี-พาวเวอร์ – เร่งแรง ตอบสนองทันใจ เครื่องเดินเรียบและเงียบเหมือนรถไฟฟ้า 100%

นิสสัน เอ็กซ์เทรล อี-พาวเวอร์ ใหม่ พร้อมเทคโนโลยี อี-ฟอร์ซ ติดตั้งเครื่องยนต์ KR15DDT แบบ
3 สูบเรียง 12 วาล์ว DOHC ความจุ 1.5 ลิตร เทอร์โบชาร์จ ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Variable Compression Ratio (VC) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง และให้กำลังที่ต่อเนื่องราบรื่น ให้พลังสูง 144PS ใน
ย่านความเร็วเครื่อง 4,400 – 5,000 รอบต่อนาที  และให้แรงบิด 250 นิวตันเมตรในช่วง 2,400 – 4,000 รอบต่อนาที มอเตอร์ด้านหน้ารหัส BM 46  สมรรถนะสูงให้แรงบิด 330 นิวตันเมตร ในช่วง 0 – 3,505 รอบต่อนาที และมอเตอร์ไฟฟ้าด้านหลังรหัส MM48 ให้แรงบิด 195 นิวตันเมตร ในช่วงรอบเครื่อง 0 – 4,897 รอบต่อนาที ทำงานราบรื่น เงียบเหมือนรถยนต์ขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้า 100%  พร้อมทั้งเร้าใจกับสมรรถนะ นอกจากนี้ผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดการขับขี่ได้ถึง 5 โหมด ได้แก่ Eco, Standard, Sport, Snow และ Off-Road  รวมทั้งมีระบบ Downhill Assist Control ช่วยให้การลงทางลาดชันทำได้ง่าย มั่นคงและปลอดภัย

  

e-4ORCE (อี-ฟอร์ซ) เทคโนโลยีขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ

ใครๆ ก็ขับขี่ได้แบบมือโปรใน นิสสัน เอ็กซ์เทรล อี-พาวเวอร์ ใหม่ พร้อมเทคโนโลยี อี-ฟอร์ซ ด้วยระบบขับเคลื่อนทุกล้อที่มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ หน้า-หลัง ซึ่งทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ อี-พาวเวอร์ และระบบควบคุมการทำงานของแชสซีได้อย่างราบรื่น การรวมทุกเทคโนโลยีของรถเอสยูวีที่นิสสัน เอ็กซ์เทรลพัฒนามาตลอดทำให้ นิสสัน เอ็กซ์เทรล อี-พาวเวอร์ ใหม่ พร้อมเทคโนโลยี อี-ฟอร์ซ มีการขับขี่ที่เหนือระดับ ทั้งในด้านการยึดเกาะถนน เสถียรภาพการทรงตัว ขับขี่และนั่งสบายในทุกพื้นผิวจราจร ไม่ว่าจะขับขึ้นลงเขา ทางลาดชัน ถนนขรุขระ เปียกลื่น หรือเส้นทางที่ท้าทายแบบออฟโรดก็ตาม

ระบบ e-4ORCE ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ แยกหน้า-หลัง ทำงานอย่างอิสระเพื่อคำนวณแรงขับเคลื่อนที่เหมาะสมกับการเลี้ยว การเร่ง และการเบรกตามการควบคุมของผู้ขับ พร้อมระบบควบคุมเบรกซ้าย-ขวาอย่างแม่นยำ เพื่อให้แรงขับเคลื่อนทั้ง 4 ล้อทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ e-4ORCE ให้การตอบสนองที่ดีกว่าระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบเดิมที่ใช้กำลังส่งเชิงกลและจำกัดการกระจายแรงไว้ที่ 50:50 โดย e-4ORCE สามารถปรับแรงขับเคลื่อนระหว่างล้อหน้าและหลังได้อย่างอิสระ ตั้งแต่ 100:0 ถึง 0:100 และเมื่อผสานกับระบบควบคุมเบรก ล้อซ้ายและขวาสามารถปรับแรงได้ด้วยความเร็วและความแม่นยำสูง มอบการควบคุมที่เหนือระดับในทุกเส้นทาง พร้อมทั้งลดการโคลงตัวของรถในขณะเบรกหรือลงทางลาดชัน ซึ่งให้ทั้งความสะดวกแก่ผู้ขับ และความสบายแก่ผู้โดยสาร

นิสสัน เอ็กซ์เทรล อี-พาวเวอร์ ใหม่ พร้อมเทคโนโลยี อี-ฟอร์ซ มาพร้อมระบบกันสะเทือนหน้าแบบอิสระ (Independent Front Suspension) และระบบกันสะเทือนหลังอิสระแบบมัลติลิงก์ (Independent Multi-Link Rear Suspension) ดิสก์เบรกทั้งด้านหน้าและด้านหลัง  ระบบพวงมาลัยแบบ Rack and Pinion พร้อมพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า (Electric Power Steering: EPS) และคอพวงมาลัยปรับได้ ระบบทั้งหมดนี้ทำงานสอดประสานกันให้การขับขี่ที่ราบรื่น มั่นคง ควบคุมที่แม่นยำช่วยให้ผู้ขับขี่ลุยได้ทุกสภาพถนนได้อย่างสบายๆ  สนุกกับทุกการเดินทางด้วยความมั่นใจ และได้รับประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ

 

ปลอดภัย อุ่นใจทุกเส้นทาง

นิสสันให้ความสำคัญเป็นอย่างมากในเรื่องความปลอดภัย และให้ความอุ่นใจแก่นักขับขี่  นิสสัน เอ็กซ์เทรล อี-พาวเวอร์ ใหม่ พร้อมเทคโนโลยี อี-ฟอร์ซ จึงมาพร้อมกับเทคโนโลยีความปลอดภัยเต็มพิกัด อาทิ ถุงลมนิรภัย 6 จุด ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค Anti-lock Braking System (ABS)  พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง 360˚ และเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ช่วยป้องกันและปกป้องเมื่อเกิดอุบัติเหตุมากมาย เช่น ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอัตโนมัติ Vehicle Dynamic Control (VDC) ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน Hill Start Assist (HSA) ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน Descent Control System (DCS)  ระบบช่วยเตือนก่อนการชนด้านหน้าอัจฉริยะ Intelligent Forward Collision Warning (IFCW) ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ  Intelligent Emergency Braking (IEB) ระบบเตือนเมื่อผู้ขับขี่เมื่อยล้า (Driver Attention Alert (DAA) ระบบกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง Intelligent Around View Monitor (IAVM) พร้อมระบบเตือนวัตถุเคลื่อนไหวรอบคัน Moving Object Detection (MOD)  ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ Intelligent Cruise Control (ICC)  ระบบเตือนจุดอับสายตา Blind Spot Warning System (BSW)  ระบบเตือนขณะถอยรถ Rear Cross Traffic Alert (RCTA) ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทาง Lane Departure Warning (LDW)  ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ High Beam Assist (HBA)  และระบบตรวจสอบแรงดันลมยางอัตโนมัติ Tyre Pressure Monitoring System (TPMS)

 

เกรดและสีตัวถัง

นิสสัน เอ็กซ์เทรล อี-พาวเวอร์ ใหม่ พร้อมเทคโนโลยี อี-ฟอร์ซ มี 1 รุ่นย่อย พร้อม ตัวถังภายนอก 6 สี ให้เลือก ได้แก่ สีดำ Diamond Black สีขาว Storm White* สีเทา Gun Metallic สีขาวหลังคาดำ Storm White with Black Roof* สีแชมเปญ ซิลเวอร์ หลังคาดำ Champagne Silver with Black Roof* และสีเทาหลังคาดำ Stealth Grey with Black Roof*

นอกจากนี้ ยังมีชุดตกแต่งแท้พิเศษเฉพาะช่วงเปิดตัว Signature Package สีดำ Piano Black สุดพรีเมียม   ที่ออกแบบมาเพื่อลูกค้าชาวไทยโดยเฉพาะ ได้แก่ กระจังหน้า ชุดคิ้วกระจังหน้า ชุดสเกิร์ตกันชนหน้า โลโก้ฝาท้าย X-TRAIL  ชุดสเกิร์ตกันชนหลัง และชุดชายบันไดข้าง

และเพื่อเพิ่มความอุ่นใจ นิสสันยังมอบการรับประกันตัวรถ (5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร)**  ประกันระบบ
อี-พาวเวอร์ (5 ปีหรือ 150,000 กิโลเมตร)* และรับประกันแบตเตอรี่ 10 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง*** (สำหรับแบตเตอรี่ของระบบ อี-พาวเวอร์)

*สี Storm White เพิ่ม 12,000 บาท และรุ่นสีทูโทนหลังคาดำ เพิ่ม 20,000 บาท

**แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน

***ขึ้นกับเงื่อนไขของบริษัท

รถยนต์รุ่นอื่นๆ และโปรโมชั่น

นอกจากการเปิดตัว นิสสัน เอ็กซ์เทรล อี-พาวเวอร์ ใหม่ พร้อมเทคโนโลยี อี-ฟอร์ซ แล้ว นิสสันยังได้นำรถยนต์รุ่นหลักคุณภาพสูงที่ได้รับรางวัลมาแล้วมากมาย มาแสดงในงาน ได้แก่ นิสสัน เซเรน่า และนิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์  นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ “ประสบการณ์ใหม่ คันนี้ใช่เลย”  นิสสัน นาวารา “ทน พร้อม ลุย” และนิสสัน อัลเมร่า “แรงจริง จัดให้”

ผู้ที่เข้าชมงานและสั่งจองนิสสันในงานหรือภายในเดือนธันวาคม 2568 จะได้รับข้อเสนอพิเศษที่ช่วยให้เป็นเจ้าของได้ง่าย กับแคมเปญ “SAY YES!”  ที่มาพร้อมข้อเสนอพิเศษมากมายที่จัดเฉพาะรถแต่ละรุ่น เริ่มตั้งแต่ดอกเบี้ย 0% ไปจนผ่อนสบายนานถึง 96 เดือน  พร้อมประกันภัยชั้นหนึ่งฟรี

ผู้ที่สนใจสามารถแวะชมได้ที่บูทนิสสันในงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2025 ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน –
10 ธันวาคม 2568 นี้ ที่อิมแพค เมืองทองธานี และโชว์รูมนิสสันทั่วประเทศ