Home Blog Page 237

‘ซูซูกิ’อวดโฉมรถรุ่นพิเศษในงานมอเตอร์โชว์ 2023 “SUZUKI SWIFT GL NEXT” และ “SUZUKI CELERIO GL UP” แคมเปญเด็ด จองรถทุกรุ่น ดอกเบี้ย 0% หรือ ช่วยผ่อนนาน 10 เดือน

0

นายมิโนรุ อามาโนะ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยเริ่มกลับมาคึกคักและเริ่มกลับเข้าสู่สถานการณ์ปกติ หลังจากผ่านวิกฤติในหลายด้านตลอดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44 ที่กำลังจะถูกจัดขึ้นในช่วงวันที่ 22 มีนาคม – 2 เมษายน 2566 ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี จะเป็นอีกหนึ่งงานสำคัญที่เข้ามาช่วยกระตุ้นให้ตลาดรถยนต์ของประเทศไทยกลับมามีบรรยากาศการซื้อ-ขายที่ดีและมีการเติบโตขึ้นอีกครั้ง

ในปีนี้ งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44 ถูกจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “COLORFUL EXPERIENCE ประสบการณ์ครบทุกสีสัน” สื่อสารถึงการสร้างประสบการณ์อันหลากหลาย ผ่านเทคโนโลยีแห่งโลกยานยนต์ที่ยังคงพัฒนาอย่างไม่มีวันสิ้นสุด สอดคล้องกับแนวคิดของซูซูกิที่ต้องการนำเสนอความหลากหลายและแตกต่าง ผ่านตัวผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ได้รับการพัฒนาและปรับปรุงให้มีความสดใหม่เป็นทางเลือกให้แก่ผู้บริโภคที่จะเข้าร่วมชมงาน

ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ยังคงนำรถยนต์ซูซูกิทุกรุ่นเข้าร่วมแสดงโดยต้องการสื่อสารให้ผู้เข้าร่วมชมงานได้สัมผัสและเข้าถึง DNA อันโดดเด่นของซูซูกิ ผลิตภัณฑ์ที่มอบดีไซน์โดดเด่น มาพร้อมสมรรถนะการขับขี่ได้อย่างคล่องตัวในสไตล์ CITY CAR สะท้อนตัวตนและไลฟ์สไตล์ของคนเมืองไม่ว่าจะขับแบบเดิมๆ หรือนำไปตกแต่งเพื่อสร้างความแตกต่าง ได้อย่างมีสไตล์ในทุกรุ่นทุกคัน

สำหรับการเข้าร่วมงานในครั้งนี้ บริษัทฯ นำกองทัพยนตรกรรมของซูซูกิทุกรุ่นเข้าร่วมจัดแสดงอย่างคับคั่ง ไฮไลต์สำคัญ นำโดยรถยนต์ 2 รุ่นยอดนิยม ซึ่งถูกอัพเกรดความโดดเด่น ด้วยชุดแต่งพิเศษรอบคัน คือ “SUZUKI SWIFT GL NEXT – NEXT to the edge ขับสนุกเต็มขั้น เร้าใจเกินพิกัด” มุ่งตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการความสนุกเร้าใจในการขับขี่แบบเต็มพิกัด และ “SUZUKI CELERIO GL UP สนุกอย่างมีสไตล์ สบายกับความคุ้มค่า” รถยนต์นั่งขนาดเล็กที่มากไปด้วยความคุ้มค่าอย่างครบครัน ตอบรับไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง พร้อมด้วยรถยนต์รุ่นอื่นๆ อีกมากมาย

นายอามาโนะ กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้สถานการณ์ตลาดอุตสาหกรรมยานยนต์ในปีที่ผ่านมาโดยรวมจะมีแนวโน้มที่ยากลำบาก แต่ด้วยกลยุทธ์สำคัญคือ การนำเสนอรถยนต์ที่เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าให้สามารถเข้าถึงและเป็นเจ้าของได้โดยง่าย ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้ปลอดภัยได้อย่างมีความสุข แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการนำเสนอสินค้าและบริการที่ตอบรับต่อการดำเนินชีวิตของลูกค้า ซึ่งในปี 2565 ซูซูกิมียอดขายตัวเลขอยู่ที่ 20,083 คัน โดยการเข้าร่วมงาน บางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44 ด้วยสถานการณ์หลายอย่างเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น รวมถึงบรรยากาศที่มีส่วนช่วยกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจซื้อรถในช่วงนี้ จะมีส่วนช่วยผลักดันเพื่อบรรลุเป้าหมายยอดขายรวมของซูซูกิในปีนี้ที่ 27,000 คัน

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สำหรับการเข้าร่วมงาน งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44 ผู้เข้าชมงานทุกท่านจะได้พบกับรถยนต์ของซูซูกิทุกรุ่น พร้อมด้วยการสร้างเซอร์ไพรซ์ กับการเปิดจองรถยนต์รุ่นพิเศษภายในงาน

ไฮไลต์สำคัญ คือ การแนะนำ “SUZUKI SWIFT GL NEXT” รถซึ่งถูกพัฒนาต่อยอดมาจาก SUZUKI SWIFT GL ที่เป็นพื้นฐานความสำเร็จของรุ่นตกแต่งพิเศษหลายเวอร์ชั่น และได้รับความนิยมจนสร้างยอดขายให้ซูซูกิได้เป็นอย่างดี กับแนวคิด “NEXT to the edge ขับสนุกเต็มขั้น เร้าใจเกินพิกัด” พิเศษด้วยชุดแต่งรอบคันที่ถูกออกแบบมาเพื่อลูกค้าซูซูกิโดยเฉพาะ

SUZUKI SWIFT GL NEXT – NEXT to the edge ขับสนุกเต็มขั้น เร้าใจเกินพิกัด” ตกแต่งด้วยชุดแต่ง GL NEXT ดีไซน์ใหม่ ชุดสเกิร์ตรอบคัน บ่งบอกถึงความพิเศษและเป็นเอกลักษณ์ด้วยชุดสติกเกอร์ลายใหม่ GL NEXT Sticker Set ที่จะถ่ายทอดทุกความเร้าใจให้คุณสัมผัสได้ถึงความแตกต่าง

ดีไซน์ภายในการตกแต่งใหม่ด้วยลายเคฟลาร์ ตรงบริเวณคอนโซลและแผงประตูด้านข้าง พร้อมปรับใหม่ จอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว  เครื่องเล่นวิทยุที่สามารถรองรับการเล่นไฟล์ MP3, WMA เติมเต็มความบันเทิงในการขับขี่ พร้อมระบบเชื่อมต่อ Bluetooh และเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน ทำให้คุณไม่พลาดทุกการติดต่อตลอดการเดินทาง โดยจะมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 582,000 บาท

“SUZUKI CELERIO GL UP สนุกอย่างมีสไตล์ สบายกับความคุ้มค่า” คือ อีกหนึ่งรุ่นที่จะกลับมาสร้างกระแสความคุ้มค่าอีกครั้ง กับความโดดเด่นทุกด้านในสไตล์ CITY CAR จึงพร้อมนำเสนอรถยนต์นั่งขนาดเล็กคุณภาพเกินตัวคันนี้ให้ผู้บริโภคเข้าถึงการใช้งานที่แสนคุ้มค่า และตอกย้ำความแตกต่างอย่างมีสไตล์ ด้วยชุดแต่งพิเศษ​ GL UP เติมเต็มความสปอร์ต ด้วยชุดสเกิร์ตรอบคัน พร้อมด้วยสปอยเลอร์หลัง และชุดสติกเกอร์ GL UP โดยจะมีราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 423,000 บาท

ด้วยความเป็นรถยนต์นั่งขนาดเล็กที่มอบความคุ้มค่าคุ้มราคาและตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างสูงสุด ส่งผลให้ฐานลูกค้าในปัจจุบันไม่ใช่แค่เพียงแค่วัยรุ่นและวัยทำงาน แต่ยังเป็นหนึ่งในรถทางเลือกของครอบครัวขนาดเล็ก สำหรับดีไซน์ภายในจึงปรับปรุงใหม่ให้ตอบรับกับการใช้งานที่ครบครันมากยิ่งขึ้น ใน SUZUKI CELERIO GX ด้วยจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว พร้อมเครื่องเล่นวิทยุที่รองรับการเล่นไฟล์ MP3 และ WMA ระบบเชื่อมต่อ Bluetooth รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้ทั้งระบบ Apple Carplay และ Android Auto ราคาจำหน่าย 451,000 บาท

SUZUKI CELERIO รถยนต์นั่งขนาดคอมแพ็คคุณภาพเกินตัวให้กำลังและความคล่องตัวสูง มีสมรรถนะการขับที่ดี ในขณะที่มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงต่ำ ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงกว่า 20 กิโลเมตรต่อลิตร และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีสีที่จำหน่ายเป็น สีขาว สีแดง สีเทาและสีดำ

นอกจากนั้น ยังคับคั่งไปด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพรุ่นยอดนิยมจากซูซูกิ ประกอบไปด้วย “SUZUKI ERTIGA SMART HYBRID -The Power of Smart เต็มที่ทุกฟังก์ชัน เต็มพลังสมาร์ทไฮบริด” รถอเนกประสงค์ MPV ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ SMART HYBRID ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ SHVS จากซูซูกิ ที่ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า Integrated Starter Generator หรือ ISG พร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ION  ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 17.9 กิโลเมตรต่อลิตร เสริมประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนให้รถออกตัวได้อย่างนุ่มนวล โดยมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 134 กรัม/กิโลเมตร การบำรุงรักษาง่ายไม่แตกต่างจากรถเครื่องยนต์เบนซิน ใช้งานได้อย่างไร้กังวล เพราะรับประกันอายุแบตเตอรี่นานถึง 5 ปี ราคาจำหน่ายเริ่มต้น 783,000 บาท

SUZUKI CIAZ พรีเมียมอีโคคาร์ซีดานที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยนับเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการปรับปรุงให้มีความสดใหม่ ชูความสปอร์ตเร้าใจและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกภายในที่เหนือระดับมากยิ่งขึ้น วางราคาจำหน่ายเริ่มต้นเพียง 528,000 บาท

SUZUKI XL7 รถยนต์ครอสโอเวอร์ขนาด 7 ที่นั่ง รถยนต์สำหรับครอบครัว ที่มีมิติรถขนาดใหญ่ที่มีความยาว 4,450 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,775 มิลลิเมตร ความสูง 1,710 มิลลิเมตร และความสูงใต้ท้องรถ 200 มิลลิเมตร มอบวิสัยทัศน์และสมรรถนะในการขับขี่ ทุกฟังก์ชันการใช้งานอย่างครบครัน ในราคาที่คุ้มค่า 814,000 บาท

SUZUKI CARRY รถกระบะบรรทุกอเนกประสงค์ ที่ถูกออกแบบมาให้มีรูปลักษณ์ที่พร้อมจะนำไปดัดแปลงและพัฒนาต่อยอดให้เข้ากับทุกแนวทางของการดำเนินชีวิต โดยนับจากนี้ SUZUKI CARRY จะไม่ได้ถูกจดจำในฐานะ “Food Truck” ธุรกิจติดล้อเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่จะกลายเป็น Goods Truck ที่สามารถต่อยอดในการช่วยเหลือสังคม รวมถึงการปรับใช้ส่วนตัวเพื่อให้กลายเป็นถขนส่งความสุขเคียงข้างทุกเส้นทางฝัน เป็นเสมือนดั่งพาร์ทเนอร์คนสำคัญ ที่พร้อมจะสนับสนุนและร่วมขับเคลื่อนอยู่เคียงข้างด้วยความจริงใจ พร้อมเดินหน้าไปสู่จุดหมายและประสบความสำเร็จไปด้วยกัน ราคาจำหน่ายเพียง 395,000 บาท

โซน Customized ทางซูซูกิยังคงนำรถหลากหลายรุ่นมาร่วมจัดแสดงภายในงาน เพื่อเป็นแนวทางสำหรับลูกค้าที่ชื่นชอบการตกแต่งรถที่ไม่เหมือนใคร ในครั้งนี้ซูซูกิภูมิใจเสนอ การนำ SUZUKI CARRY รถกระบะบรรทุกอเนกประสงค์มาตกแต่ง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการคนมีฝันโดยจุดประกายทางใหม่ให้อาชีพร้านขายผลไม้ ด้วยการยกร้านขึ้นรถ ขับเคลื่อนความสด อร่อย พร้อมรับประทาน ไปสู่ผู้บริโภคได้ในทุกที่ จึงออกแบบตัวรถให้มีพื้นที่บรรทุกผลไม้สด และมีพื้นที่สำหรับจัดวางผลไม้พร้อมรับประทานที่ยังคงความสดใหม่เหมือนจากสวนส่งตรงถึงมือลูกค้าได้ทันที สามารถขับเคลื่อนไปเสิร์ฟความอร่อยตามสถานที่ต่างๆ หรือตลาดนัดได้สะดวกยิ่งขึ้น

นี่คืออีกครั้งหนึ่งที่ SUZUKI CARRY ฉายให้เห็นภาพการต่อยอดทุกๆ ความฝันให้เป็นไปได้ ตอกย้ำแนวคิด “Carry Your Dream เคียงข้างทุกเส้นทางฝัน” ได้อย่างชัดเจน ซึ่งเรามีเป้าหมายที่จะปรับเปลี่ยนรถกระบะบรรทุกให้เป็นรถขนส่งความสุขเคียงข้างทุกเส้นทางฝันทั้งในด้านธุรกิจและส่วนตัว รวมถึงการช่วยเหลือสังคมเหมาะสมกับการเป็นรถที่ครองใจผู้ประกอบการตัวจริง

ความพิเศษในงานครั้งนี้ ยังสร้างเซอร์ไพรซ์ให้กับผู้ที่รอคอยอีกครั้ง หลังจากการเปิดตัว “SUZUKI JIMNY” อย่างเป็นทางการ ไปในช่วงเดือนมีนาคม 2562 ที่ผ่านมา พร้อมสร้างปรากฎการณ์ “จิมนี่ ฟีเวอร์!”  ด้วยการเปิดจองรถผ่านช่องทางออนไลน์ และมีลูกค้าแสดงความจำนงค์เพื่อจับจองรถยนต์รุ่นนี้จนเต็มโควต้าการขายล็อตแรกในประเทศไทยจำนวน 90 คัน ภายในเวลา 6 วัน

ล่าสุด ซูซูกิยังกลับมาสร้างปรากฎการณ์ จิมนี่ ฟีเวอร์! รถยนต์สไตล์ออฟโรดขนาดเล็กอีกครั้ง ด้วยการเปิดจำหน่ายรถยนต์ SUZUKI JIMNY อย่างเป็นทางการในวันนี้ ซึ่งมีจำนวนจำกัดเพียง 50 คัน ในราคาเริ่มต้นเพียง 1,760,000 บาท และคาดว่าจะมีผู้ให้ความสนใจซื้อเกินกว่าจำนวนโควต้าที่บริษัทฯ ได้รับ ดังนั้น บริษัทฯ จึงเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจ ลงทะเบียนจองเพื่อลุ้นรับสิทธิ์ซื้อรถยนต์ SUZUKI JIMNY ตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม 2566 เวลา 16.30 น. เป็นต้นไป ถึงวันที่ 2 เมษายน 2566 เวลา 22.00 น. โดยผู้ลงทะเบียนยังไม่ต้องชำระเงินจองให้กับซูซูกิ ในกรณีที่มีผู้สนใจลงทะเบียนจองเกิน 50 คัน บริษัทฯ จะทำการรวบรวมรายชื่อที่ลงทะเบียนตรงตามเงื่อนไขตามวันและเวลาที่กำหนด นำไปจับฉลากเพื่อคัดเลือกผู้ได้รับสิทธิ์ในการซื้อรถยนต์ SUZUKI JIMNY จำนวน 50 ท่าน พร้อมประกาศผลในวันที่ 5 เมษายน 2566 ผ่านเว็บไซต์  www.suzuki.co.th  ทั้งนี้ทุกท่านสามารถสอบถามรายละเอียดได้ทั้งที่ในงานนี้ และที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ

ซูซูกิ ยังเตรียมข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับลูกค้าทุกท่านเพื่อให้สามารถเป็นเจ้าของรถยนต์ซูซูกิทุกรุ่นได้ง่ายยิ่งขึ้น! ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44 กับมอบแคมเปญพิเศษ “SUZUKI SMART DEAL ดีลสุดสมาร์ทที่พลาดไม่ได้”   โดยลูกค้าทุกท่านที่จองและรับรถยนต์ซูซูกิทุกรุ่น ฟรี ! ประกันภัยชั้น 1 เป็นระยะเวลา 1 ปี เลือกรับดอกเบี้ย 0% หรือข้อเสนอซูซูกิช่วยผ่อน นานสูงสุด 10 เดือน  พิเศษสุดสำหรับลูกค้า SUZUKI CELERIO  ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 1,999 บาท

 

นายวัลลภ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ผลิตภัณฑ์ของซูซูกิทุกรุ่นตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคได้อย่างตรงใจและหลากหลาย เรามีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาทั้งตัวสินค้าและงานบริการในทุกด้านให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งเรายังมีผู้จำหน่ายที่เข้มแข็งพร้อมจะพัฒนาและเดินเคียงคู่ไปด้วยกัน รวมไปจนถึงการมีพันธมิตรเป็นสถาบันการเงินชั้นนำของประเทศเข้ามาร่วมเป็นเอ็กซ์คลูซีฟลีสซิ่ง ช่วยเรื่องการอนุมัติสินเชื่อให้มีความหลากหลายและช่วยให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถยนต์ซูซูกิได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยสถาบันการเงินที่เป็นพันธมิตรกับซูซูกิ ได้แก่ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)

อย่างไรก็ตาม ซูซูกิมีความต้องการให้ผู้บริโภคทุกคนเข้าถึงสินค้าที่มีคุณภาพและการบริการที่ดีทั้งก่อนและหลังการขาย เราจึงไม่ได้มุ่งหวังแค่จะสร้างยอดขายให้เติบโตเพียงเท่านั้น แต่เราต้องการที่จะสร้างให้ซูซูกิเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคให้ความเชื่อถือและไว้วางใจคู่เคียงข้างคนไทยอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับโครงการ “SUZUKI Cause We Care – เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ”

 

ช่องทางการติดต่อ
www.suzuki.co.th 
www.facebook.com/officialsuzukimotorthailand
SUZUKI Cause We Care: 1800-600-900

ฮอนด้า ชูไฮไลต์ 3 รุ่น ในงาน Motor Show 2023 ฮอนด้า ดับเบิลยูอาร์-วี ใหม่ ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ และเปิดราคา ฮอนด้า ซีวิค ไทป์ อาร์

0

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ชูไฮไลต์ 3 รุ่น ประจำบูทในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2023 นำโดยฮอนด้า ดับเบิลยูอาร์-วี ใหม่ ยนตรกรรมอเนกประสงค์5 ที่นั่ง และฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ เจเนอเรชันที่ 6 ที่สุดแห่งยนตรกรรมพรีเมียมเอสยูวี ที่มาเสริมความแข็งแกร่งให้กับไลน์อัปยนตรกรรมเอสยูวีของฮอนด้าและพร้อมตอบรับทุกไลฟ์สไตล์ รวมทั้งการประกาศราคา ฮอนด้า ซีวิค ไทป์ อาร์ (Civic Type R) ที่สุดแห่งยนตรกรรมความสปอร์ต ที่เปิดรับจองสิทธิ์จำนวนจำกัดอย่างเป็นทางการผ่านทาง www.honda.co.th ตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม 2566 เวลา 10:00 น. เป็นต้นไป พร้อมกันนี้ยังจัดแสดงยนตรกรรมฮอนด้าหลากหลายรุ่นในไลน์อัปฟูลไฮบริด e:HEV และขุมพลังเทอร์โบ มาพร้อมแคมเปญ Honda Summer Deal เพื่อช่วยให้เป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าได้ง่ายขึ้น ณ บูทฮอนด้า (A9) อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม – 2 เมษายน 2566 และยังได้รับข้อเสนอพิเศษเดียวกันนี้ได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ เมื่อจองรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566 – 2 เมษายน 2566 และรับรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566 – 30 เมษายน 2566

นางสาวมนวรา เพชรพลากร ผู้จัดการทั่วไปส่วนการตลาด บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในช่วงเดือนมีนาคมนี้ ฮอนด้าได้เปิดตัวรถเอสยูวีรุ่นใหม่ถึง 2 รุ่น เติมเต็มไลน์อัปเอสยูวีของฮอนด้าเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในตลาดเอสยูวีที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยได้นำมาจัดแสดงเป็นไฮไลต์ในงานมอเตอร์โชว์ 2023 ได้แก่ ฮอนด้า ดับเบิลยูอาร์-วี ใหม่  ยนตรกรรมอเนกประสงค์ 5 ที่นั่ง และฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ เจเนอเรชันที่ 6 ที่สุดแห่งยนตรกรรมพรีเมียมเอสยูวีขนาดใหญ่ มาพร้อมดีไซน์สปอร์ตแข็งแกร่งทุกมิติ กับ 2 ขุมพลังการขับเคลื่อน ครั้งแรกกับระบบฟูลไฮบริด e:HEV อันทรงพลังในซีอาร์-วี และขุมพลังเบนซินเทอร์โบ มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ในทุกรุ่นย่อย พร้อมทั้งอีกหนึ่งไฮไลต์ที่แฟน ๆ ฮอนด้ารอคอยกับฮอนด้า ซีวิค ไทป์ อาร์ (Civic Type R) ที่สุดแห่งยนตรกรรมความสปอร์ต สุดเอกซ์คลูซีฟ ที่ได้นำมาจัดแสดงในงานนี้และเปิดรับจองสิทธิ์จำนวนจำกัดอย่างเป็นทางการในวันที่ 22 มีนาคม 2566 เวลา 10:00 น. เป็นต้นไป”

สำหรับยนตรกรรมไฮไลต์ที่จัดแสดงภายในงาน ได้แก่

  • ฮอนด้า ดับเบิลยูอาร์-วี ใหม่ ยนตรกรรมสปอร์ตเอสยูวี 5 ที่นั่ง ที่ได้รับการพัฒนาเพื่อเติมเต็มความต้องการ
    ที่หลากหลายและสร้างคุณค่าใหม่ให้ตลาดเอสยูวีอีกครั้ง โดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ตสุดเท่ มีสไตล์ แข็งแกร่ง และให้ความรู้สึกพรีเมียม ทันสมัย ห้องโดยสารกว้างขวาง พร้อมเบาะนั่งด้านหลังแถว 2 ปรับพับได้ เพิ่มพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์ แรงได้สุดสนุกได้ทุกเส้นทางด้วยเครื่องยนต์ขนาด 5 ลิตร DOHC i-VTEC ผสานเกียร์อัตโนมัติ CVT ให้กำลังสูงสุด 121 แรงม้า ให้อัตราประหยัดน้ำมันที่ดี 16.7 กม./ลิตร รองรับพลังงานทางเลือก E20 ขับขี่ปลอดภัยมั่นใจด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) ในทุกรุ่นย่อย และเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบายและความปลอดภัยอื่น ๆ* มีให้เลือกทั้งหมด 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น RS ราคา 869,000 บาท และรุ่น SV ราคา 799,000 บาท พร้อมข้อเสนอพิเศษ
    ฟรีประกันภัย 1 ปี** ดอกเบี้ย 2.29%** และฟรี Modulo Sport Collection มูลค่า 2,285 บาท** เมื่อจองและรับรถยนต์ ตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม 2566 ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2566**

  • ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ ยนตรกรรมพรีเมียมเอสยูวีขนาดใหญ่ มาพร้อมดีไซน์ภายนอกที่สปอร์ตพรีเมียม แข็งแกร่งในทุกมิติ ครั้งแรกกับขุมพลังการขับเคลื่อนระบบฟูลไฮบริด e:HEV อันทรงพลังใน ซีอาร์-วี ใหม่ ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 0 ลิตร Direct Injection Atkinson Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนประสิทธิภาพสูง ตอบสนองได้ทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 335 นิวตัน-เมตร มอบอัตราการประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมสูงสุดถึง 20.8 กม./ลิตร* (รุ่น e:HEV ES) และขุมพลังเทอร์โบ เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร Direct Injection DOHC VTEC TURBO มอบกำลังสูงสุด 190 แรงม้า ผสานการทำงานกับเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง (CVT) และมีอัตราการประหยัดน้ำมันสูงสุด 14.3 กม./ลิตร* (รุ่น E) และรองรับน้ำมัน E85 มีให้เลือกทั้งแบบระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติ (Real Time(TM) AWD with E-DPS) ห้องโดยสารกว้างขวาง สะดวกสบาย พร้อมรองรับทุกไลฟ์สไตล์กับเบาะโดยสารแบบ 5 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง มั่นใจทุกเส้นทางด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) ในทุกรุ่นย่อย ครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกระดับพรีเมียมและเทคโนโลยีอันล้ำสมัยที่หลากหลาย มีให้เลือกทั้งหมด 5 รุ่นย่อย กับ 2 ขุมพลังทางเลือก ได้แก่ เครื่องยนต์เทอร์โบและระบบฟูลไฮบริด e:HEV ด้วยราคาเริ่มต้น 1,419,000 บาท มาพร้อมข้อเสนอพิเศษ ฟรีประกันภัย 1 ปี รับดอกเบี้ย 2.29%** พร้อมฟรีโปรแกรมการให้บริการพิเศษด้านคุณภาพรถยนต์ ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ (Honda Ultimate Care) ขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่โดยเพิ่มระยะเวลาอีก 2 ปี หรือระยะทาง 40,000 กิโลเมตร เสริมความมั่นใจยิ่งขึ้นในรุ่น e:HEV ด้วยการรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปีและรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปีไม่จำกัดระยะทาง รวมทั้งฟรีค่าแรงในการเช็กระยะเป็นเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) เมื่อจองและรับรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2566 – 31 พฤษภาคม 2566

  • ฮอนด้า ซีวิค ไทป์ อาร์ ที่สุดแห่งยนตรกรรมความสปอร์ต มาพร้อมดีไซน์ความสปอร์ตที่สะท้อน
    จิตวิญญาณแห่งความท้าทาย อีกทั้งคำนึงถึงการขับขี่ที่ดีเยี่ยมทั้งในด้านความเร็วและการทรงตัว

ภายนอก

  • Gloss Black Rear Spoiler

รูปทรงและมุมของสปอยเลอร์ผ่านการทดสอบอย่างละเอียด เพื่อให้ได้สมรรถนะทางอากาศพลศาสตร์ที่ดีเยี่ยม ฐานยึดเป็นอะลูมิเนียมหล่อขึ้นรูปน้ำหนักเบา ไม่เพียงให้ลุคสปอร์ต แต่ยังสร้างแรงกด Downforce ที่ทรงพลัง และช่วยลดแรงต้านอากาศ  (Drag) ให้ต่ำลง เพื่อให้รถพุ่งทะยานไปข้างหน้าได้ดีขึ้น

  • Front Fender Outlet

บังโคลนหน้าดีไซน์ให้มีช่องระบายอากาศ ช่วยระบายแรงดันออกทางด้านข้าง

  • Gloss Black Front Spoiler

ขอบของสปอยเลอร์หน้า ทั้งด้านซ้ายและขวา ได้รับการออกแบบมาให้ควบคุมการไหลของลม เพื่อช่วยเสริมแรงกด Downforce และกระจังหน้าส่วนล่างที่ออกแบบเป็นตาข่าย ยังช่วยดึงลมเข้าสู่จุดศูนย์กลางและช่วยลดค่าแรงเสียดทานอีกด้วย

  • Gloss Black Rear Diffuser

ด้านล่างของ Rear Diffuser ได้รับการออกแบบให้ลาดลึกลงไปถึงล้อหลัง เพื่อช่วยสร้างแรงกด Downforce รวมทั้งรูปทรงและตำแหน่งของครีบยังช่วยเรื่องการทรงตัว และรูปทรงของ Diffuser ในส่วนที่อยู่ใกล้กับล้อ ช่วยลดแรงดันที่เกิดขึ้นภายในซุ้มล้อหลัง

  • Gloss Black Side Sill Garnish

ส่วนปลายของชายสเกิร์ตด้านข้าง มีการออกแบบให้ช่วยควบคุมการไหลของลมในบริเวณด้านหน้าของล้อหลัง

  • ไฟหน้าและไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED
  • ไฟตัดหมอกหลัง
  • ไฟท้ายแบบ LED
  • ชุดท่อไอเสียแบบ Center Triple พร้อมปลอกท่อไอเสีย
  • ล้ออัลลอย 19 นิ้ว

ภายใน

  • ตอกย้ำความสปอร์ตด้วยสีภายใน แดง/ดำ
  • เบาะนั่งสปอร์ตแบบ Type R
  • พวงมาลัยหุ้มหนังกลับแบบ Type R
  • คอนโซลกลางและหัวเกียร์ตกแต่งด้วยอะลูมิเนียม
  • สะท้อนความภาคภูมิใจของผู้ครอบครองด้วย Serial Number Plate หมายเลขที่มีเพียงหนึ่งเดียวบนป้าย
    Type R

มอบความสะดวกสบายอันเหนือระดับด้วยพรีเมียมฟังก์ชันและเทคโนโลยี อาทิ

  • มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 2 นิ้ว
  • ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสแบบ Advanced Touch ขนาด 9 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay แบบไร้สาย และ Android Auto พร้อมรองรับการเชื่อมต่อ Smartphone และรองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย/ขวา
  • ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ (Honda Smart Key System) พร้อม Honda Smart Key Card
  • ระบบเชื่อมต่อ Honda LogR
  • ระบบนำทางเนวิเกเตอร์
  • อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger)
  • เบาะนั่งด้านหลังแยกพับแบบ 60:40

ขับเคลื่อนด้วยที่สุดแห่งขุมพลังเทอร์โบ สะท้อนพลังและจิตวิญญาณความสปอร์ต

มอบประสบการณ์ขับขี่ที่สนุก เร้าใจ ด้วยเครื่องยนต์ Direct Injection DOHC VTEC TURBO ขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว ที่ได้รับการพัฒนามาสำหรับ ฮอนด้า ซีวิค ไทป์ อาร์ โดยเฉพาะ มอบกำลังสูงสุด 320 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 420 นิวตัน-เมตร ที่ทำงานร่วมกับเกียร์ธรรมดาแบบ 6 สปีด สัมผัสความรู้สึกของอัตราเร่งได้ทันที และให้อัตราเร่งต่อเนื่องไปจนถึงช่วงความเร็วรอบสูง

เติมความสนุกในทุกสถานการณ์การขับขี่ เพียงเลือก Drive mode เพื่อปรับเปลี่ยนระบบการขับขี่ได้ทันที นอกเหนือจาก 3 โหมดมาตรฐานแล้ว ยังมีโหมด Individual ที่ผู้ขับสามารถตั้งค่าการขับขี่ต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความเร้าใจในสไตล์ของตนเอง 

  • + R MODE
  • SPORT MODE
  • COMFORT MODE
  • INDIVIDUAL MODE

มั่นใจในทุกการขับขี่ มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING)ทำงานผ่านกล้องมุมมองกว้างด้านหน้า ช่วยตรวจจับรถยนต์ รถจักรยานยนต์ จักรยาน และคนเดินถนน
ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีฟังก์ชันการทำงานหลัก ๆ ดังนี้

  • ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control: ACC)
  • ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)
  • ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification System: LCDN)

ครบครันด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอันล้ำสมัย อาทิ

  • ระบบช่วยเตือนความเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (Driver Attention Monitor)
  • กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ (Multi-Angle Rearview Camera)
  • เซนเซอร์กะระยะหน้า 4 จุด หลัง 4 จุด
  • ถุงลมคู่หน้า (Dual SRS)
  • ถุงลมด้านข้างคู่หน้า (Side Airbags)
  • ม่านถุงลมด้านข้าง (Side Curtain Airbags)
  • ถุงลมหัวเข่าคู่หน้า (Dual Knee Airbags)
  • ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารด้านหน้าพร้อมเตือนผู้โดยสารด้านหลัง
  • ไฟเตือนเบาะนั่งด้านหลัง (Rear Seat Reminder)
  • ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock) 

ฮอนด้า ซีวิค ไทป์ อาร์ พร้อมจำหน่ายในราคา 3,990,000 บาท เปิดรับจองสิทธิ์จำนวนจำกัดอย่างเป็นทางการผ่านทาง www.honda.co.th ตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม 2566 เวลา 10:00 น. เป็นต้นไป โดยมีให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีดำคริสตัล (มุก)  สีเทาโซนิค (มุก)  สีแดงแรลลี่  พร้อมสีใหม่ สีขาวแชมเปียนชิป และสีน้ำเงินเรซซิง (มุก)

นอกจากนี้ ฮอนด้ายังจัดเต็มทัพยนตรกรรมในหลากหลายเซกเมนต์ เพื่อให้ลูกค้าเลือกเป็นเจ้าของได้ตามไลฟ์สไตล์
นำโดยไลน์อัปยนตรกรรมฟูลไฮบริด e:HEV ได้แก่ ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี  ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก อี:เอชอีวี ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี  ฮอนด้า ซีวิค อี:เอชอีวี  และฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี และไลน์อัปยนตรกรรมเทอร์โบ ได้แก่ ฮอนด้า ซิตี้  ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก  และฮอนด้า ซีวิค พร้อมด้วยรถยนต์รุ่นอื่น ๆ ที่พร้อมตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่หลากหลายนำโดยฮอนด้า บีอาร์-วี ใหม่

ลูกค้าที่สนใจสามารถเยี่ยมชมบูทฮอนด้า (A9) ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ครั้งที่ 44 หรือ Motor Show 2023 ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 22 มีนาคม – 2 เมษายน 2566 มาพร้อมแคมเปญ Honda Summer Deal** เมื่อจองรถยนต์ตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ 2566 – 2 เมษายน 2566 และรับรถยนต์ตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ 2566 – 30 เมษายน 2566 และข้อเสนอสุดพิเศษที่แตกต่างกันสำหรับรถยนต์แต่ละรุ่นได้ทั้งในงานฯ และโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมหรือแชทกับที่ปรึกษาการขายทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.honda.co.th ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถทดลองขับได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ โดยลูกค้าที่ลงทะเบียนและร่วมกิจกรรมทดลองขับทาง www.honda.co.th/testdrive ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566 – 31 มีนาคม 2566 จะได้รับของที่ระลึกจากฮอนด้า**

นิสสันส่ง คิกส์ อี-พาวเวอร์ รุ่นปี 2023 – เทอร์ร่า สปอร์ต สร้างสีสันในมอเตอร์โชว์ นำทัพรถยนต์ครบทุกรุ่น พร้อมแคมเปญหลากหลายช่วยลูกค้าออกรถใหม่ได้ทันใจ

0

นิสสัน เผยโฉม 2 ดาวเด่น นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ รุ่นปี 2023 และเทอร์ร่า สปอร์ต พร้อมทัพรถยนต์ครบทุกรุ่นที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของทุกกลุ่มลูกค้า ด้วยประสบการณ์ที่ประทับใจของการขับขี่ และเทคโนโลยีระดับโลก รวมถึงโปรโมชั่นหลากหลายที่ให้ลูกค้าเลือกข้อเสนอที่เหมาะกับความต้องการ ช่วยให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถยนต์รุ่นยอดนิยมต่างๆ ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2023 ที่อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพค เมืองทองธานี ระหว่าง 22 มีนาคม – 2 เมษายน 2566 นี้

อิซาโอะ เซคิกุจิ ประธาน นิสสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “รถยนต์นิสสันทุกรุ่น ล้วนมาพร้อมเทคโนโลยีระดับโลก ที่เต็มไปด้วยสมรรถนะของการขับขี่ มาตรฐาน และเทคโนยีความปลอดภัยขั้นสูง และรวมถึงอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายแบบพรีเมียม เสริมด้วยโปรโมชั่นส่งเสริมการขายพิเศษในงาน ล้วนแต่เป็นความตั้งใจที่นิสสันจะขอบคุณคนไทย ที่ได้ให้การสนับสนุนเราเป็นอย่างดีมาตลอด และเป็นการยืนยันความมุ่งมั่นของนิสสัน ที่จะยังคงสร้างสรรค์นวัตกรรมยานยนต์คุณภาพสูง เพื่อยกระดับการใช้ชีวิตของผู้คน และการขับขี่ด้วยประสบการณ์ในการเดินทาง และการใช้ชีวิตที่สะดวกสบาย น่าประทับใจมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็น   ดีเอ็นเอของนิสสัน”

นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ รุ่นปี 2023 เสริมความพรีเมียม และความสะดวกสบาย เติมเต็มประสบการณ์ใหม่คันนี้ ใช่เลย

ในงานนี้ นิสสันแนะนำ นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ รุ่นปี 2023 ต่อยอดจากนิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ที่ได้รับความนิยมในฐานะที่เป็น B-SUV ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าจากเทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ อันเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะจากนิสสัน ช่วยให้ผู้ขับขี่ขับสนุก และมอบประสบการณ์การขับขี่เช่นเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้า 100% โดยไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่ ไม่ต้องกังวลเรื่องการหาสถานีชาร์จ

นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ รุ่นปี 2023 ยังคงโดดเด่นในลุคสุดโฉบเฉี่ยว สปอร์ตพรีเมียม ทั้งภายใน และภายนอก เพิ่มความสบายด้วยพวงมาลัยบุวัสดุนุ่มจับกระชับมือ พร้อมสมรรถนะด้วยกำลังสูงสุด 136 แรงม้า (PS) และแรงบิดสูงสุดถึง 280 นิวตันเมตร (Nm) ด้วยระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า ที่มีแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออนขนาด 2.06 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ให้ประสิทธิภาพและกำลังมากขึ้น แต่ยังประหยัดอย่างน่าประทับใจด้วยอัตราประหยัดน้ำมันเมื่อขับขี่ในเมืองสูงสุด 26.3 กิโลเมตร/ลิตร*  เสริมความสนุก และความง่ายของการใช้งานจากเทคโนโลยีคันเร่งอัจฉริยะ อี-เพดัล สเต็ป (e-Pedal Step) ที่สามารถเร่ง และชะลอได้ในคันเร่งเดียว  และยังมั่นใจทุกการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงรอบคัน 360 Safety Shield  เพิ่มความสุนทรีย์ของการเชื่อมต่อด้วย NissanConnect เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้ทั้ง Android Auto** และ Apple CarPlay พร้อมเติมความสะดวกสบาย และเอาใจลูกค้ายุคดิจิทัลด้วย Wireless Charger*** ที่ให้ความสะดวกยิ่งขึ้น

นอกจากนี้   นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ยังมีรุ่นพิเศษ AUTECH  ที่เพิ่มความพรีเมี่ยม และสปอร์ตมากยิ่งขึ้น กับการตกแต่งที่สะดุดตา โฉบเฉี่ยว ปราดเปรียวมากขึ้น  ทำให้นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากนับตั้งแต่เปิดตัว โดยสำหรับ นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ รุ่นปี 2023 มีราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ รุ่น E 779,900 บาท รุ่น V 849,900 บาท รุ่น VL พร้อม Wireless Charger 920,000 บาท และ รุ่น AUTECH พร้อม Wireless Charger 980,000 บาท

นิสสัน เทอร์ร่า สปอร์ต รถเอสยูวี 7 ที่นั่ง ที่ตอบความต้องการแบบ “คันเดียวจบ ครบเกินคุ้ม”

นิสสัน เทอร์ร่า สปอร์ต รถยนต์อเนกประสงค์ระดับพรีเมียมรุ่นใหม่ล่าสุด ด้วยรูปลักษณ์ภายนอก และภายในที่สปอร์ตโฉบเฉี่ยวมากยิ่งขึ้น เพิ่มความเข้ม โดดเด่นด้วยชุดตกแต่งสไตล์สปอร์ตสีดำ สัญลักษณ์ Sport ด้านหลัง เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมเบาะที่นั่ง และการตกแต่งภายในโทนสีดำ สะท้อนความ  พรีเมียมในแบบคุณ สะดวกสบายสำหรับคนที่รักการเดินทาง และเพิ่มความสุขกับการใช้เวลาทุกนาทีกับครอบครัว เพื่อนฝูง สมาชิกคนสำคัญ รวมถึงสัตว์เลี้ยง ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล YS23DDTT ขนาด 2.3 ลิตร ทวินเทอร์โบ กำลังสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร และเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด ให้การขับขี่นุ่มนวลแต่ทรงพลัง ประหยัดน้ำมัน ทั้งยังสามารถรองรับน้ำมันดีเซลได้ทุกชนิดทั้ง B7, B10 และ B20  ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่ไปได้ทุกเส้นทาง สามารถเปลี่ยนโหมดขับเคลื่อนจากสองล้อ (2H) เป็นโหมดขับเคลื่อนสี่ล้อได้ง่ายดาย ระบบช่วงล่างด้านหลังแบบ 5 ลิงค์ (5-Link) ที่นุ่มนวล และลดความโคลงของ   ตัวรถขณะเข้าโค้ง

เทอร์ร่า ยังรวบรวมอุปกรณ์ความปลอดภัยครบครันและความสะดวกสบายในคันเดียวที่จบ ครบเกินคุ้ม ระบบความบันเทิงสุดพรีเมียมจาก Bose Premium Audio System ในห้องโดยสารที่เงียบจากกระจก       บังลมตอนหน้าและกระจกที่ประตูคู่หน้าแบบ Acoustic Glass ระบบเอนเตอร์เทนเม้นต์จากหน้าจอสัมผัส Display Audio ขนาด 9 นิ้ว ในตอนหน้า ด้วยเทคโนโลยี NissanConnect ที่รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่าน Apple CarPlay แบบไร้สาย และรองรับการเชื่อมต่อผ่าน Android Auto** ทำให้ผู้ขับขี่สามารถเข้าถึงแอปพลิเคชันระบบนำทาง (Navigation System) และแอปพลิเคชันความบันเทิงต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย ขณะที่ผู้โดยสารในแถวสอง และสาม ยังสามารถรับชมความบันเทิงผ่านหน้าจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ 11 นิ้ว ที่สามารถเชื่อมต่อกับโลกแห่งความบันเทิงออนไลน์ได้อย่างง่ายดาย ผ่านช่อง HDMI หรือการเชื่อมต่อแบบสมาร์ททีวี นอกจากนี้ยังมีช่องเชื่อมต่ออุปกรณ์ และชาร์จไฟแบบ USB (Type A และ Type C) ถึง 5 จุด เพียงพอกับผู้โดยสารทุกคนบนรถที่สามารถชาร์จอุปกรณ์ได้หลายเครื่องในเวลาเดียวกัน และมาพร้อมเทคโนโลยีชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger) บริเวณคอนโซลหน้า

นิสสัน เทอร์ร่า สปอร์ต ใหม่ ราคาจำหน่าย 1,555,000 บาท มาพร้อมสีภายนอกให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีเทา สเตลท์ เกรย์ สีขาว ไวท์ เพิร์ล**** และสีดำ แบล็ค สตาร์

นิสสัน อัลเมร่า คอมแพ็คซีดานที่ให้ครบทุกฟังก์ชั่นในคันเดียว

นิสสัน อัลเมร่า หนึ่งในรถยนต์ยอดนิยมที่สุดของนิสสันตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เจ้าของรางวัล รถยนต์ประเภท       ซีดาน เครื่องยนต์ไม่เกิน 1,000 ซีซี (Best Sedan Under 1,000 cc) มาพร้อมเครื่องยนต์ ขนาด 1.0 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 100 แรงม้า (Ps) แรงบิดสูงสุด 152 นิวตันเมตร (Nm) ให้สมรรถนะด้วยอัตราเร่งแรงจากแรงบิดแบบต่อเนื่อง (flat torque) ประหยัดน้ำมัน และขับขี่ได้สนุกทุกเส้นทาง มั่นใจด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน (360 Safety Shield)  ระบบอินโฟเทนเมนต์ NissanConnect รองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่าน Android Auto** และ Apple CarPlay เพื่อใช้งานแอปพลิเคชันในมือถือผ่านจอเครื่องเสียงรถยนต์ระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว และระบบเชื่อมต่อ Bluetooth, ที่ผู้ขับขี่สามารถเข้าถึงแอพพลิเคชันระบบนำทาง (Navigation System) และระบบสั่งงานด้วยเสียงอัจฉริยะ (Voice Recognition) นิสสัน     อัลเมร่า ยังคงเอกลักษณ์เรื่องการมีพื้นที่ใช้สอยในห้องโดยสารที่กว้างขวาง หรูหราด้วยเบาะนั่งวัสดุ Quole Modure ที่ไม่สะสมความร้อน นั่งสบายตลอดทุกการขับขี่

นาวารา กระบะพันธุ์แท้ กับ DNA ความทนทานที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น  

นิสสัน นาวารา รถกระบะที่ทุกรุ่นทนถึงใจ ที่ลูกค้าให้ความไว้วางใจมากว่า 70 ปี มาพร้อมการออกแบบดีไซน์ที่ทันสมัย ห้องโดยสารกว้างขวางนั่งสบาย เต็มสมรรถนะแต่ยังคงความประหยัดด้วยเครื่องยนต์ทรงพลัง YS23DDTT แบบ 4 สูบ DOHC เทอร์โบคู่ ความจุ 2.3 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 190 hp (Ps) และแรงบิดสูงสุดถึง 450 นิวตันเมตร (Nm) เกียร์ออโตเมติก 7 สปีด ที่ผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดการขับขี่แบบธรรมดา (M mode) ได้เพื่อความสนุกสนานในการขับขี่ที่ควบคุมได้ดังใจ กระบะนิสสันทุกรุ่นใช้โครงสร้างโมโนเฟรมแชสซีทำจากเหล็กกล้าชิ้นเดียวตลอดคัน (Fully Boxed Frame) ที่มีชื่อเสียง พร้อมรองรับทุกการบรรทุกหนัก ที่มีพื้นที่บรรทุกของได้อย่างจุใจ รวมทั้งยังมีคุณสมบัติอื่นๆ ในด้านประโยชน์การใช้งาน และความสะดวก เช่น บันไดที่กันชนหลังซึ่งทำให้เข้าออกและขนของที่กระบะได้สะดวก รวมถึงการการปรับตำแหน่งตะขอยึดใหม่ เพื่อตอบโจทย์การบรรทุกสัมภาระทั้งขนาดใหญ่และเล็ก

ก้าวล้ำกับเทคโนโลยีของยานยนต์ไฟฟ้าที่เป็นได้มากกว่าการเคลื่อนที่

ในฐานะผู้นำเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าระดับโลก นิสสันนำ นิสสัน ลีฟ รถยนต์ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า 100% มาสาธิตให้เห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าสามารถสร้างประโยชน์ได้มากกว่าเป็นยานพาหนะเพื่อการเดินทาง ตามแนวคิด Energy Share ของนิสสัน ในโซนเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า นิสสันจัดแสดงนิสสัน ลีฟ และการใช้งานระบบชาร์จไฟสองทาง (Bi-directional charge) ในการจ่ายกระแสไฟฟ้าจากรถยนต์สู่ระบบไฟฟ้าในบ้าน (vehicle-to-home หรือ V2H) และสู่ระบบจ่ายกระแสไฟฟ้า (vehicle-to-grid หรือ V2G)  เพื่อให้ผู้เข้าชมงานได้เห็นประโยชน์จากการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในรูปแบบอื่น โดยผ่านตัวอย่างจากลูกค้านิสสัน ลีฟ ที่ได้ร่วมโครงการการศึกษานี้ ซึ่งที่ผ่านมานิสสันได้ร่วมมือกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตในการศึกษาโครงการแปลงพลังงานไฟฟ้าจากรถยนต์ไฟฟ้าสู่ระบบโครงข่ายไฟฟ้า โดยผลการศึกษานี้จะเป็นประโยขน์ต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนในสังคมในอนาคต  ซึ่งเป็นครั้งแรกของรถยนต์ไฟฟ้าแบบ BEV

โปรโมชั่นพิเศษ  “ฉลอง 70 ปี นิสสัน ก้าวล้ำ เพื่อคุณ” พร้อมแคมเปญหลากหลายช่วยลูกค้าออกรถใหม่ได้ทันใจ*****

เพื่อขอบคุณลูกค้าชาวไทยที่ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดีมาโดยตลอด และช่วยให้ลูกค้ามีโอกาสเป็นเจ้าของรถยนต์คุณภาพสูงมาตรฐานญี่ปุ่นได้ง่าย นิสสันได้เตรียมโปรโมชั่นพิเศษได้แก่

  • นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ รุ่นปี 2023: ดอกเบี้ยอัตราพิเศษเริ่มต้น 99% พร้อมรับฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี โปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์นิสสัน พรีเมี่ยม วารันตี  Roadside Service Assistance บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง  ฟรี ค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี/100,000 กิโลเมตร  ฟรีไส้กรองแอร์แบบพรีเมียมป้องกันฝุ่น PM2.5 Nissan Premium Air-con Filter และชุดแต่งพิเศษ Stylish Package (เฉพาะ รุ่น V, VL และ AUTECH)
  • นิสสัน เทอร์ร่า
    • รุ่น E: ดาวน์เริ่มต้นเพียง 59,950 บาท ฟรี ประกันภัยชั้น 1 Nissan Premium Protection นาน 1 ปี
    • รุ่น VL , รุ่น VL 4WD, และ VL 4WD SPORT: รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.79% ฟรี ประกันภัยชั้น 1 Nissan Premium Protection นาน 1 ปี และรับฟรีอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ
    • ทุกรุ่นรับข้อเสนอพิเศษต่อที่สอง โปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์นิสสัน พรีเมี่ยม วารันตี, ฟรี Roadside Service Assistance บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง     (5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร) และ ขับฟรีสูงสุด  90 วัน

นอกจากนี้ สำหรับรถยนต์รุ่นอื่นๆ นิสสัน ยังมอบข้อเสนอพิเศษมากมาย อาทิ ดอกเบี้ยอัตราพิเศษเริ่มต้น 0% หรือผ่อนนานสูงสุด 84 เดือน พร้อมสิทธิประโยชน์ต่างๆ มากมาย   โดยลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลรถยนต์รุ่นต่างพร้อมแคมเปญส่งเสริมการขายได้ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44 รวมถึงโชว์รูมนิสสันใกล้บ้านท่านใน 77 จังหวัด ทั่วประเทศ หรือติดต่อสอบถามเพิ่มเติมที่ศูนย์บริการลูกค้านิสสัน โทร. 02 401 9600 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ นิสสัน ประเทศไทย

* สำหรับการขับขี่ในเมือง / ตามมาตรฐาน NEDC หรือ ป้ายข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล (ECO sticker) ซึ่งแต่ละรุ่นจะมีข้อมูลแตกต่างกันไป

** เฉพาะสมาร์ทโฟนรุ่นที่รองรับ

*** อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สายเป็นอุปกรณ์ตกแต่งแท้นิสสัน เฉพาะสมาร์ทโฟนรุ่นที่รองรับการใช้งาน ลูกค้าเลือกติดตั้งเพิ่มได้ในรุ่น VL และ AUTECH

**** สีขาว ไวท์ เพิร์ล เพิ่ม 12,000 บาท

***** เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

มาสด้า โชว์เทคโนโลยีแห่งอนาคตครั้งแรกที่งานมอเตอร์โชว์ ลูกค้าปลื้มเตรียมรับข้อเสนอสุดพิเศษทุกรุ่น ดาวน์ต่ำ ดอกเบี้ย 0%

0

มร. ทาดาชิ มิอุระ ประธานบริหาร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจากมาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ให้เกียรติต้อนรับ ดร. ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และประธานจัดงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ โชว์ พร้อมด้วยสื่อมวลชนกิตติมศักดิ์ เนื่องในพิธีเปิดบูธมาสด้าในงานมอเตอร์โชว์ 2023 โดยคณะฯ ได้ยลโฉม Mazda MX-30 ที่มาพร้อมเทคโนโลยีแห่งอนาคต Multi-solution Technology พร้อมทัพรถยนต์ภายใต้เทคโนโลยีสกายแอคทีฟและการออกแบบ โคโดะ ดีไซน์ อันสง่างามทุกรุ่น ที่มาสด้านำมาจัดแสดงและให้ลูกค้าเลือกเป็นเจ้าของ พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษที่ไม่ควรพลาดแห่งปีสำหรับคนอยากเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้าทุกรุ่น อาทิ ดอกเบี้ยต่ำสุด 0%, ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี และฟรีของพรีเมี่ยมสุดพิเศษจากมาสด้า ระหว่างวันที่ 22 มี.ค. 66 – 2 เม.ย. 66 ในงาน มอเตอร์โชว์ หรือที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ และมีรถพร้อมส่งมอบให้ลูกค้าได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าถึงไฮไลต์ของบูธมาสด้าในงานมอเตอร์โชว์ว่า มาสด้านำนวัตกรรมรถยนต์ไฟฟ้า Mazda MX-30 BEV มาจัดแสดงสู่สาธารณชนเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในยนตรกรรมหลากหลายทางเลือกตามแนวทาง Multi-solution Technology ที่ตอบสนองความต้องการทุกรูปแบบมาจัดแสดงให้ผู้ที่สนใจได้รับชม ถือเป็นผลิตภัณฑ์ต้นแบบตามแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีในอนาคตของมาสด้า และเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น เพื่อตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการส่งมอบเทคโนโลยียานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ตามวิสัยทัศน์ระยะกลาง Sustainable Zoom-Zoom 2030 ที่มาสด้ามุ่งมั่นเพื่อสร้างสรรค์โลกของเราให้คงความสวยงาม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน และสร้างสังคมที่ยั่งยืน เพื่อผู้คนในเจเนอเนชั่นต่อไป

ในช่วงที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าอุตสาหกรรมรถยนต์ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เนื่องมาจากการเกิดขึ้นของเทคโนโลยีดิจิทัลและแบรนด์ใหม่ๆ ทำให้ผลิตภัณฑ์รถยนต์มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น และส่งผลให้การมองหาคุณค่าจากยานพาหนะของผู้คนเปลี่ยนแปลงไป แม้ว่านวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลจะนำมาซึ่งความสะดวกสบาย แต่สิ่งเหล่านี้กลับส่งผลกระทบต่อโลกและสิ่งแวดล้อมด้วยเช่นกัน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญยิ่ง ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของผู้ผลิตรถยนต์ ซึ่งรวมถึงมาสด้าที่จะต้องดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืนของโลก สังคม และเพื่อผู้คนในเจเนอเรชั่นถัดไป ด้วยการส่งมอบเทคโนโลยียานยนต์ที่ไม่เพียงแค่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้ายิ่งขึ้นเท่านั้น แต่ต้องช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต และช่วยรักษาโลกของเราให้ยังคงสวยงามน่าอยู่

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มาสด้าได้ตระหนักในเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งมั่นพัฒนาและนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มอบความสนุกสนานในการขับขี่ ตามแนวทางที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลางในการพัฒนา เพื่อยกระดับและเติมพลังให้กับผู้คนผ่านประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับ ควบคู่กับการมีส่วนช่วยแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมด้วยผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยียานยนต์ ตามวิสัยทัศน์ของมาสด้าต่อแผนการดำเนินธุรกิจระยะกลาง และ Sustainable Zoom-Zoom 2030

ซึ่งในช่วงของการเปลี่ยนแปลงผลิตภัณฑ์ไปเป็นพลังงานไฟฟ้าหลังจากนี้ เราจะทำการส่งมอบทางเลือกที่หลากหลายให้ลูกค้า ซึ่งรวมถึงเครื่องยนต์สันดาปภายใน เทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้า และพลังงานทางเลือกอื่นๆ ที่เหมาะสมสำหรับในแต่ละภูมิภาคตามแนวทาง Building Block ซึ่งจะเห็นได้จากผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัวไปแล้วบางรุ่นในต่างประเทศ อาทิ Mazda CX-60 PHEV ในยุโรปและออสเตรเลีย, Mazda MX-30 e-Skyactiv R-EV ในยุโรป และ Mazda CX-90 PHEV ในอเมริกาและออสเตรเลีย เป็นต้น โดยผลิตภัณฑ์เหล่านี้อยู่ในช่วงเฟส 1 ตามแผนการยกระดับการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์และการผลิต ระหว่างปี 2022-2024

ในช่วงเฟสที่ 2 ระหว่างปี 2025-2027 คือช่วงของการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานไฟฟ้า โดยพัฒนา “Unique ASEAN Product” หรือยนตรกรรมที่ตอบสนองลูกค้าในตลาดอาเซียนโดยเฉพาะ เพื่อให้เหมาะสมกับรูปแบบพลังงานของแต่ละประเทศ หลังจากนั้นจนถึงปี 2030 มาสด้าจะแนะนำรถรุ่นอื่นๆ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและให้สมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม รวมถึงพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับรถพลังงานไฟฟ้า 100% อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน คาดว่าภายในปี 2030 เราจะมีสัดส่วนการจำหน่ายรถยนต์ที่เป็นพลังงานไฟฟ้าในทั่วโลก อยู่ที่ประมาณ 25% ถึง 40%

นี่คือการเดินทางสู่อนาคตของมาสด้า ที่มุ่งมั่นเพื่อมอบความสนุกสนานในการขับขี่ และเติมเต็มชีวิตให้กับผู้คนด้วยยนตรกรรมที่หลากหลาย นี่คือแนวทางที่มาสด้าให้ความสำคัญ ควบคู่กับการสร้างสรรค์สังคมให้เติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อให้ผู้คนชื่นชอบและเชื่อมั่นในแบรนด์มาสด้าตลอดไป

สำหรับลูกค้าที่กำลังเดินทางมาชมบูธมาสด้าในงาน มอเตอร์ โชว์ จะได้ยลโฉมและสัมผัสรถไฟฟ้า MAZDA MX-30 ที่นำมาจัดแสดงแล้ว มาสด้าขอเชิญชวนลูกค้าที่สนใจเข้ามาจับจองเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้า มาร่วมสัมผัสความสง่างามของยนตรกรรมภายใต้เทคโนโลยีสกายแอคทีฟทุกรุ่น ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์นั่ง Mazda2 และ Mazda3 รถ ครอสโอเวอร์เอสยูวี CX-Series รถปิกอัพ Mazda BT-50 และรุ่นพิเศษ Mazda Carbon Edition พร้อมรับข้อเสนอพิเศษมากมายภายใต้แคมเปญ Mazda Motor Show 2023 ด้วยดอกเบี้ยต่ำสุด 0%*, ฟรีประกันภัยชั้น 1 Mazda Premium Insurance*, ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี Mazda Ultimate Service (MUS)* และเมื่อจองในงาน 5,000 บาท และรับรถภายใน 30 เม.ย. 66 รับฟรีเครื่องฟอกอากาศ SHARP รุ่น FP-F30TA-A มูลค่า 2,990 บาท* (จำนวนจำกัด) ตั้งแต่วันที่ 22 มี.ค 66 – 2 เม.ย. 66 ที่งาน มอเตอร์ โชว์ หรือรับข้อเสนอเดียวกันนี้ที่โชว์รูมมาสด้าใกล้บ้านทั่วประเทศ

หมายเหตุ:

*เงื่อนไขต่างๆ เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ www.mazda.co.th

ฟอร์ด สร้างตำนานใหม่ให้ตลาดรถยนต์ไทยอีกครั้ง เปิดตัวฟอร์ด เจเนอเรชันใหม่ รุ่นย่อยล่าสุด ในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44

0

ฟอร์ด สร้างตำนานบทใหม่ให้วงการยานยนต์ไทยอีกครั้ง เปิดตัวรุ่นย่อยล่าสุดของรถฟอร์ด เรนเจอร์ และเอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ ต่อยอดความเป็นผู้นำไปอีกขั้นด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ไม่เคยมีมาก่อนในรถกระบะ เพื่อยกระดับการตอบสนองไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตและการทำงานที่หลากหลายและครอบคลุมยิ่งขึ้นในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44 พร้อมจัดทัพรถยนต์ฟอร์ด เจเนอเรชันใหม่ทุกรุ่น พร้อมโปรโมชั่นสุดเร้าใจภายในงานและผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม – 2 เมษายน 2566

“ในปีนี้ ฟอร์ดต่อยอดความสำเร็จของฟอร์ด เจอเนอเรชันใหม่ สร้างตำนานบทใหม่ของฟอร์ดในประเทศไทยกับการเปิดตัวรุ่นย่อยล่าสุดที่โดดเด่นและแตกต่างด้วยอีกขั้นของนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่ลูกค้าต้องการทั้งในกลุ่มรถกระบะและรถยนต์นั่งอเนกประสงค์” นายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

 

ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ รุ่นสตอร์มแทรค

ฟอร์ดสร้างตำนานครั้งใหม่ด้วยฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ รุ่นสตอร์มแทรค รุ่นท็อปใหม่ล่าสุดของเรนเจอร์ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สุดท้าทายไปอีกขั้นด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ไม่เคยมีมาก่อนในรถกระบะ ฟอร์ดได้ติดตั้งราวหลังคาและสปอร์ตบาร์แบบปรับได้ (Flexible Rack System) ขึ้นเป็นครั้งแรกเพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่ปรับรูปแบบสปอร์ตบาร์ได้มากถึง 5 ตำแหน่งด้วยมือเดียว ทั้งยังรองรับการติดตั้งหรือขนย้ายอุปกรณ์เพื่อการผจญภัยและการทำงานได้หลากหลายรูปแบบมากขึ้น พร้อมรองรับน้ำหนักสูงสุดถึง 80 กก. ขณะขับและ 250 กก. ขณะจอด

ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ รุ่นสตอร์มแทรค ติดตั้งขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ที่มาพร้อมตัวเลือกระบบขับเคลื่อนแบบ 4×4 และ 4×2 ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด แบบ E-Shifter มีเทคโนโลยีระบบช่วยจอดอัจฉริยะ (Fully Automated Park Assist) เป็นครั้งแรกในตลาดรถกระบะ (นอกเหนือจากฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ซึ่งเป็นรถกระบะในตระกูลฟอร์ดเพอร์ฟอร์มานซ์)

ทีมวิศวกรยังเพิ่มความดุดันยิ่งขึ้นทั้งภายในและภายนอก ด้วยกระจังหน้าดีไซน์เฉพาะรุ่นสตอร์มแทรค สติ๊กเกอร์ตกแต่งใหม่รอบคันที่เป็นเอกลักษณ์ บ่งบอกตัวตนของคนที่มีใจรักในความสมบุกสมบัน พร้อมติดไฟ AUX Lamp เพื่อช่วยเพิ่มทัศนวิสัยให้ดีขึ้นในทุกสภาพอากาศ และเพิ่มความปลอดภัยในการขับเวลากลางคืน ภายในห้องโดยสารออกแบบมาให้หรูหราด้วยเบาะหนังและหนังสังเคราะห์สีดำ-แดงพรีเมียมสไตล์สตอร์มแทรค

ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ รุ่นสตอร์มแทรค เปิดตัวในราคา 1,264,000 บาท สำหรับรุ่น 4×2 และราคา 1,399,000 บาท สำหรับรุ่น 4×4 พร้อมตัวเลือกสีรถ ได้แก่ สีขาวอาร์กติก ไวท์, สีเทา เมทิเออร์ เกรย์, สีดำ แอบโซลูท แบล็ก และสีส้ม เซโดนา ออเรนจ์  (สีพิเศษ เพิ่มเงิน 10,000 บาท)

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เจเนอเรชันใหม่ เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่

รถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูงอันทรงพลัง อัดแน่นด้วยดีเอ็นเอฟอร์ด เพอร์ฟอร์มานซ์ มาพร้อมตัวเลือกเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ให้ลูกค้าคอออฟโรดตัวจริงมีอิสระในการได้สัมผัสสุดยอดรถกระบะที่โดดเด่นทั้งในด้านการออกแบบที่ดุดันและอุปกรณ์เทคโนโลยีทันสมัย ไม่ว่จะเป็นระบบเกียร์ไฟฟ้า (E-Shifter) กล้องมองรอบคัน 360 องศา เบรกมือไฟฟ้า เทคโนโลยีช่วยการขับขี่ขั้นสูง ไฟหน้าแบบเมทริก แอลอีดี ไฟท้ายแอลอีดี หน้าจอแสดงผลบนหน้าปัดขนาด 12.4 นิ้ว หน้าจอควบคุมการสั่งงานแบบสัมผัสขนาด 12 นิ้ว แท่นชาร์จแบบไร้สาย และระบบเชื่อมต่อการสื่อสารผ่าน FordPass เปิดตัวในราคาเพียง 1,769,000 บาท

ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ รุ่น XLS

รถกระบะรุ่นรถกระบะยกสูงเกียร์อัตโนมัติราคาคุ้มค่า ในตระกูลฟอร์ด เรนเจอร์ ที่ตอบโจทย์การใช้งานแบบอเนกประสงค์สำหรับกลุ่มลูกค้าเจ้าของธุรกิจขนาดย่อม มาพร้อมความแข็งแกร่งของตัวถังและช่วงล่าง ผสานเทคโนโลยีทันสมัย และระบบความปลอดภัยครบครัน โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่ดุดัน สมรรถนะที่ทรงพลังและเปี่ยมประสิทธิภาพ

ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ รุ่น XLS มาพร้อมตัวเลือกทั้งแบบ 4 ประตู และแบบตอนครึ่ง ติดตั้งขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบเดี่ยว และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และเพิ่มคุณสมบัติด้วยอุปกรณ์ต่างๆ ที่อัดแน่นเต็มคันเพื่อตอบโจทย์การเป็นรถกระบะเพื่อการทำงานอย่างตรงจุด อาทิ

  • ไฟหน้าแบบแอลอีดี มัลติรีเฟลกเตอร์ พร้อมไฟวิ่งกลางวันแบบแอลอีดี มอบความอุ่นใจในการขับขี่มากยิ่งขึ้น
  • บันไดเหยียบข้างกระบะท้าย ให้ขึ้นท้ายกระบะได้สะดวกยิ่งขึ้น
  • กล้องมองหลังขณะถอยจอด แสดงภาพด้านหลังรถผ่านหน้าจอแสดงผลบนคอนโซลกลาง เพื่อการถอยจอดแบบเข้าซองอย่างปลอดภัย
  • แผงหน้าปัดดิจิทัล ประกอบด้วยหน้าจอแสดงผลจอสีแบบสัมผัส Multi-Touch ขนาด 1 นิ้ว ควบคุมฟีเจอร์ความสะดวกสบายต่างๆ ภายในรถได้อย่างง่ายดายและทันสมัย
  • พวงมาลัยไฟฟ้า ช่วยผ่อนแรงในการขับขี่ มอบความสะดวกสบายในการเดินทางทั้งใกล้-ไกล

ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ รุ่น XLS เปิดตัวในราคาสุดเร้าใจที่ 794,000 บาทสำหรับกระบะแบบตอนครึ่ง และ 879,000 บาท สำหรับรุ่นกระบะ 4 ประตู พร้อมตัวเลือกสีรถมากถึง 5 สี ได้แก่ สีเงิน อลูมิเนียม เมทัลลิก, สีขาวอาร์กติก ไวท์, สีเทา เมทิเออร์ เกรย์, สีดำ แอบโซลูท แบล็ก และสีน้ำเงิน บลู ไลท์นิ่ง

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ รุ่นไวลด์แทรค

รถยนต์รุ่นย่อยใหม่ล่าสุดของรถนั่งอเนกประสงค์สำหรับครอบครัวที่ผสานสมรรถนะเพื่อการผจญภัยเข้ากับความสะดวกสบายอันเหนือระดับ ต่อยอดสมรรถนะและเทคโนโลยีที่เหนือชั้นด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์แบบไวลด์แทรค และครบครันทั้งความเท่ แข็งแกร่ง และขับสนุกในทุกการเดินทาง

ด้านระบบส่งกำลังและแรงบิด ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ รุ่นไวลด์แทรค มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด แบบ E- Shifter อันทรงประสิทธิภาพ มาพร้อมระบบขับเคลื่อนแบบ 4×4 ที่มีตัวเลือกโหมดการขับขี่มากถึง 6 โหมดการขับขี่ ประกอบด้วย โหมดปกติ โหมดประหยัด  โหมดลากจูงและบรรทุก โหมดถนนลื่น โหมดโคลน และโหมดทราย เพื่อสมรรถนะสูงสุดสำหรับการเดินทางบนทุกสภาพพื้นผิว

ห้องโดยสารได้รับการออกแบบโฉมใหม่ด้วยสีดำทั้งหมด รวมทั้งเบาะหนังและหนังสังเคราะห์สีดำพร้อมเดินด้ายสีส้ม และโลโก้ซิกเนเจอร์ ‘Wildtrak’ ที่เบาะคู่หน้า ให้มีความดุดันเป็นเอกลักษณ์สไตล์ไวลด์แทรค และด้วยรูปลักษณ์ที่แตกต่างแบบเดียวกับฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค ผสมผสานดีไซน์กระจังหน้าอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของฟอร์ด เอเวอเรสต์ รุ่นไวลด์แทรค พร้อมตัวอักษร WILDTRAK สีดำบนฝากระโปรงหน้า ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ รุ่นไวลด์แทรค จึงสะท้อนสไตล์ของนักผจญภัยอย่างแท้จริง

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ รุ่นไวลด์แทรค เปิดตัวในราคา 1,899,000 บาท พร้อมตัวเลือกสีรถมากถึง 6 สี ได้แก่ สีมาตรฐาน สีเงิน อลูมิเนียม เมทัลลิก, สีเทา เมทิเออร์, เกรย์ สีดำ แอบโซลูท แบล็ก และสีพิเศษ สีขาวมุก สโนว์เฟลก ไวท์ เพิร์ล, สีเหลือง ลักซ์ เยลโลว์ และสีส้ม เซโดนา ออเรนจ์ (เพิ่มเงิน 12,000 บาท)

“ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นที่จะยกระดับธุรกิจในด้านความแข็งแกร่งของผลิตภัณฑ์ซึ่งเป็นจุดแข็งของเรา พร้อมขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ให้ตรงความต้องการของลูกค้า และพัฒนานวัตกรรมการบริการให้เกิดผลอันน่าพึงพอใจยิ่งขึ้น ตามคำมั่นสัญญาของฟอร์ดที่มุ่งมั่นในการดูแลลูกค้าเสมือนคนในครอบครัว” นายรัฐการ กล่าวเสริม

ฟอร์ดเตรียมเปิดให้ลูกค้าที่สนใจสั่งจองรถฟอร์ด เจเนอเรชันใหม่ เฉพาะรุ่นได้ทั้งผ่านช่องทางออนไลน์ บนเว็บไซต์ www.ford.co.th รวมถึงที่งานมอเตอร์โชว์ และที่ผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศ

 

ข้อเสนอสุดเร้าใจมากมายภายในงานมอเตอร์โชว์ ฟอร์ดมอบข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับรถยนต์ 4 รุ่นใหม่ ดังนี้

  • ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ รุ่น XLS โอเพนแค็บ ผ่อนเริ่มต้น 5,599 บาท ดับเบิลแค็บ ผ่อนเริ่มต้น 7,199 บาท
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ รุ่นสตอร์มแทรค และฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เจเนอเรชันใหม่ เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่ มาพร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%
  • ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ รุ่นไวลด์แทรค มอบอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.89%

และฟอร์ดยังมีข้อเสนอสุดเร้าใจสำหรับรถฟอร์ด เจเนอเรชันใหม่ รุ่นอื่นๆ ได้แก่

  • ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ รุ่นโอเพ่นแค็บ XL+ จำหน่ายในราคาพิเศษ 599,000 บาท จากราคาปกติ 709,000 บาท
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ รุ่นดับเบิ้ลแค็บ XLT ผ่อนเริ่มต้น 6,999 บาท
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ รุ่นไวลด์แทรค ผ่อนเริ่มต้นเพียง 9,999 บาท พร้อมรับบัตรน้ำมัน 10,000 บาท เมื่อจองและออกรถภายในวันที่ 31 มีนาคม 2566
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ รุ่นสปอร์ต ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เจเนอเรชันใหม่ เครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตร และฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ มาพร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% ผ่อนนาน 48 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง
  • รถฟอร์ด เจเนอเรชันใหม่ ทุกรุ่นมาพร้อมโปรแกรม Ford Care รับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่จากโรงงาน นาน 5 ปี /150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)

พิเศษ เมื่อลูกค้าฟอร์ด และครอบครัวที่เป็นเจ้าของรถฟอร์ดอยู่แล้ว ออกรถฟอร์ด เจเนอเรชันใหม่ ทุกรุ่น ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 มีนาคม 2566 รับฟรีโปรแกรม Ford Care+ มูลค่าสูงสุด 27,290 บาท เพิ่มความอุ่นใจในการขับขี่ตลอดระยะเวลา 5 ปี ครอบคลุมตั้งแต่การรับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่จากโรงงาน การบำรุงรักษารถยนต์ตามระยะ รวมค่าแรงและค่าอะไหล่ ไปจนถึงบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ลูกค้าเดิมที่ซื้อฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ รุ่นไวลด์แทรค รับบัตรน้ำมันเพิ่มเป็น 20,000 บาท ลูกค้าที่สนใจดูข้อมูลและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.ford.co.th

ฟอร์ดยังคงสานต่อความมุ่งมั่นในการดูแลลูกค้าเสมือนคนในครอบครัว และการมอบบริการแบบ ‘พร้อมเสมอ’ หรือ ‘Always-On’ ให้กับลูกค้า โดยยกระดับการพัฒนาบุคลากรฟอร์ด และนวัตกรรมการบริการลูกค้าเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าในทุกมิติ โดยมีการเปิดศูนย์การเรียนรู้และฝึกอบรมบุคลากรฟอร์ดอย่างเป็นทางการ เพื่อเสริมให้พนักงานฟอร์ดสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุด และรับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถที่น่าพึงพอใจสูงสุด

ติดตามข้อมูลเกี่ยวกับรถฟอร์ดรุ่นย่อยใหม่ได้จากแฮชแท็ก #FordNextLevel #FordRangerStormtrak #FordRangerRaptorDiesel #FordRangerXLS และ #FordEverestWildTrak

อีซูซุนำขบวนยนตรกรรม รถปิกอัพ และรถอเนกประสงค์ครบรุ่น พร้อมทะยานต่อ ให้โลกตาม ลุยงาน “มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44”

0

อีซูซุ พร้อมลุยตลาดรถยนต์ปี 2566 นำยนตรกรรมมาตรฐานใหม่ในวงการปิกอัพที่มาพร้อมกับนวัตกรรมความปลอดภัยขั้นสูง ADAS (Advanced Driver Assistance Systems) พร้อมกล้องหน้าคู่ 3D Imaging Stereo Camera ใน “ใหม่! อีซูซุ ดีแมคซ์ MAGIC EYEs…ทะยานต่อ ให้โลกตาม” ทั้งในรุ่น “วี-ครอส” และ “ไฮแลนเดอร์” เพิ่มความมันอย่างไม่มีที่สิ้นสุดไปกับไลฟ์สไตล์ปิกอัพ “ใหม่! อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์”…INFINITE X-LIFE มันส์! มิดไมล์” พร้อมรถอเนกประสงค์ “เดอะนิว มิว-เอ็กซ์” be UNCHARTED…หมุดหมายใหม่ไม่สิ้นสุด” และเสริมความสปอร์ตหรูกับ “เดอะนิว มิว-เอ็กซ์ รุ่นพิเศษ! “PHANTOM COLLECTION” … SOUL, UNCHARTED” พร้อมพบความท้าทายครั้งใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม กับ โปรเจกต์พิเศษ “Isuzu V-Cross 4×4 Master of All Roads…ลุย! ท้าโลก” ซีซั่น 2 ที่บูธอีซูซุในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44

กลุ่มตรีเพชร โดย มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “หลังจากที่อีซูซุได้เปิดตัวรถใหม่ล่าสุดทั้งรถอเนกประสงค์ระดับหรูและรถปิกอัพทุกไลน์อัพ ที่มาพร้อมกับระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ ADAS ด้วยนวัตกรรมกล้องหน้าคู่ เติมเต็มระบบความปลอดภัยเพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดทุกการเดินทาง ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ครั้งแรกในรถปิกอัพเมืองไทยเมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมานั้น ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ใช้รถ สำหรับงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ในครั้งนี้อีซูซุได้ยกขบวนยนตรกรรมล่าสุด รวม 14 คัน มาตอกย้ำความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง นำโดย “ใหม่! อีซูซุ ดีแมคซ์ MAGIC EYEs…ทะยานต่อ ให้โลกตาม” “ใหม่! อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์…INFINITE X-LIFE มันส์! มิดไมล์”  ไลฟ์สไตล์ปิกอัพที่มาพร้อมกับเอกลักษณ์ความเท่กับโทนสีแดง-ดำ เพื่อสื่อถึงความสนุกเร้าใจของการผจญภัยใหม่ ๆ ที่ไร้ขีดจำกัด และนอกจากรถปิกอัพหลากรุ่น หลายสไตล์แล้ว ยังมี “เดอะนิว มิว-เอ็กซ์” be UNCHARTED…หมุดหมายใหม่ไม่สิ้นสุด” และ “เดอะนิว มิว-เอ็กซ์ รุ่นพิเศษ! PHANTOM COLLECTION…สะท้อนอินเนอร์คุณกับหมุดหมายที่แตกต่าง” ที่มาพร้อมกับสีใหม่ สะดวกสบายด้วยฝาท้าย Smart Tailgate แบบ Step Sensor เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยอันชาญฉลาด ให้ความรู้สึกเหนือระดับอย่างไม่สิ้นสุด นอกจากนี้อีซูซุยังได้จัดเตรียมรถแต่งพิเศษสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการแต่งรถให้โดดเด่นมีเอกลักษณ์ รวมทั้งโปรโมชันสุดคุ้ม รถทดลองขับ และกิจกรรมภายในบูธให้ร่วมสนุกมากมาย และจากความสำเร็จจากการทำการตลาดภายใต้คอนเซ็ปต์ “Isuzu V-Cross 4×4 Master of All Roads…ตัวจริงทุกเส้นทาง” อย่างต่อเนื่องในปีที่ผ่านมา อีซูซุจึงได้ต่อยอดด้วยการนำเสนอ “Isuzu V-Cross 4×4 Master of All Roads…ลุย! ท้าโลก” ซีซั่นที่ 2 ซึ่งถ่ายทำในเส้นทางที่อันตรายที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ณ ประเทศนิวซีแลนด์”

ยนตรกรรมอีซูซุที่ยกขบวนมาโชว์ในงาน มีดังนี้

“ใหม่! อีซูซุ ดีแมคซ์ MAGIC EYEs…ทะยานต่อ ให้โลกตาม” สู่ทุกเส้นทางอย่างมั่นใจ ปิกอัพรุ่นล่าสุดที่มาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำแห่งความปลอดภัยกับระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS (Advanced Driver Assistance Systems) พร้อมนวัตกรรมกล้องหน้าคู่ 3D Imaging Stereo Camera ซึ่งเป็นครั้งแรกของรถปิกอัพเมืองไทย ทำหน้าที่เสมือนดวงตาคู่อัจฉริยะ คอยตรวจจับวัตถุด้านหน้าแบบ Real Time ชัดเจน และแม่นยำกว่าระบบกล้องหน้าเดี่ยว (Mono Camera) ในรถปิกอัพ “ใหม่! อีซูซุ วี-ครอส 4×4” และ “ใหม่! อีซูซุ ดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์ รุ่น 4 ประตู” เกรด M

  • ใหม่! อีซูซุ วี-ครอส 4×4 MAGIC EYEs รุ่น 4 ประตู 0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ เกรด M สี Islay Gray Opaque มาพร้อมกับล้ออัลลอย 18 นิ้ว สปอร์ตออฟโรด ดีไซน์ดุดัน เท่ แกร่ง ทรงพลัง สะกดทุกสายตา สะท้อนตัวตนที่เหนือกว่า มาพร้อมกระจังหน้าแบบ Double Dimensions ดีไซน์แบบทูโทน สีเทาดำ และ Black Chrome Front Bumper Guard สีทูโทน กันชนท้ายแบบ Integrated Bumper ดีไซน์สวยเป็นหนึ่งเดียวกับตัวรถ ระบบไฟหน้า Isuzu Vision Bi-LED ส่องสว่างได้ไกล และกว้าง พร้อมระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ และไฟส่องสว่างเวลากลางวัน Multifunctional Daylight แบบ Built-in พร้อมเป็นไฟหรี่ในเวลากลางคืน ไฟท้าย Dual-Sonic LED แบบ Clear Lens ให้ความสว่าง เท่ เต็มอารมณ์สปอร์ต สำหรับผู้ที่รักการผจญภัย ยังมีระบบ Terrain Command และ Electronic Diff-Lock ที่ช่วยให้ลุยได้ทุกสถานการณ์
  • ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์ รุ่น 2 ประตู เกรด L-DA เกียร์ AT สี Bohemian Silver

รถปิกอัพยกสูงยอดนิยม มาพร้อมกับความคุ้มค่า ด้วยเครื่องยนต์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ ประหยัดน้ำมันขั้นสุด โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ภายนอกระดับรุ่นท็อป ภายในหรูหรา มาพร้อมกับความสะดวกสบายด้วยหน้าจอระบบสัมผัส Infotainment Display ขนาด 7 นิ้ว รองรับระบบ Android Auto และ Wireless Apple Car Play และกล้องมองภาพขณะถอยจอด ปลอดภัยทุกการเดินทางด้วยระบบเบรก ABS พร้อม EBD และ BA และถุงลมนิรภัยคู่หน้า Dual SRS

  • ใหม่! อีซูซุ ดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์ รุ่น 4 ประตู เกรด M สี Islay Gray Opaque ยนตรกรรมปิกอัพระดับ Top Class มาพร้อมกับกระจังหน้าแบบ Double Dimensions ดีไซน์แบบทูโทน สี Chrome และ Dark Gray Metallic พร้อมไฟท้ายดีไซน์โทนสีเข้ม เท่ เต็มอารมณ์สปอร์ต และกันชนท้าย    Integrated Bumper ดีไซน์สวยงามเป็นหนึ่งเดียวกับตัวรถ ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ดีไซน์แบบ Robust Radius ภายในห้องโดยสารหรูหราด้วย Piano Black และ Satin Chrome ดีไซน์คอนโซลหน้าแบบ Sharp Horizontal Layers เล่นระดับกับแผงข้างประตู พร้อมเบาะนั่งดีไซน์โอบกระชับเทคโนโลยี COOL MAX ช่วยลดการสะสมความร้อนและเบาะนั่งคู่หน้าเทคโนโลยี AVEC
    ซับแรงสั่นสะเทือนลดความเมื่อยล้า ประหยัดน้ำมันขั้นสุด ด้วยเครื่องยนต์อีซูซุ 9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ Gen 2 และเครื่องยนต์อีซูซุ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์
  • ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ แค็บโฟร์ สีขาว Siberian White เกรด L-DA เกียร์ A/T ตอบสนองความคุ้มค่าด้วย Option ที่เหนือกว่า ใหม่! หน้าจอระบบสัมผัส Infotainment Display ขนาด 7 นิ้ว รองรับระบบ Android Auto และ Wireless Apple CarPlay คมชัดระดับ HD ใช้งานง่าย พร้อมกล้องมองภาพด้านหลังขณะถอยจอด เพิ่มความปลอดภัย และสะดวกสบาย

ใหม่! อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์…INFINITE X-LIFE มันส์! มิดไมล์ ความเร้าใจใหม่ล่าสุด พร้อมหยุดทุกสายตากับปิกอัพสปอร์ตเรซซิ่ง ที่มาพร้อมกับดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวเหนือทุกนิยาม ปลุกเร้าทุกอารมณ์การขับขี่ ด้วยขุมพลัง 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ Gen 2 ให้ความแรงสะใจ มันส์! มิดไมล์อย่างที่ต้องการ

  • ใหม่! อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ รุ่น SPEED 4 ประตู สีเทาใหม่ Islay Gray Opaque โดดเด่นกระแทกใจ เติมเต็มอารมณ์สปอร์ตเรซซิ่ง ด้วยใหม่! สเกิร์ตหน้าลายเคฟลาร์ มาพร้อมชุดแต่งรอบคัน โดดเด่น สะดุดตา และใหม่! ดีไซน์เบาะนั่งทูโทนสีดำแดง ทรงสปอร์ต โอบกระชับ พร้อมสัญลักษณ์ X สีแดงสุดเท่ที่เบาะคู่หน้า
  • ใหม่! อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ รุ่น HI-LANDER 4 ประตู สีขาว Dolomite White Pearl เท่ ยกระดับอีกขั้นไปกับความมีสไตล์ ใหม่! สเกิร์ตกันชนหน้าดีไซน์เท่รับกับกระจังหน้า ให้อารมณ์สปอร์ตพรีเมียม และใหม่! เบาะนั่งดีไซน์สปอร์ต โอบกระชับ นั่งสบาย มาพร้อมเทคโนโลยี COOLMAX ช่วยลดการสะสมความร้อน และสัญลักษณ์ X ปักด้ายแดงสุดเท่ที่เบาะคู่หน้า มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด กับจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ที่นุ่มนวล ราบรื่น อีกทั้งสามารถเลือกเปลี่ยนโหมดการขับขี่แบบสปอร์ต Rev Tronic ให้เป็นการเปลี่ยนเกียร์แบบธรรมดา แม่นยำและตอบสนองได้รวดเร็ว
  • เดอะนิว มิว-เอ็กซ์ be UNCHARTED…หมุดหมายใหม่ไม่สิ้นสุด รถอเนกประสงค์ระดับหรูที่ยกระดับดีไซน์ไปอีกขั้น ปราดเปรียวสไตล์ Sport SUV กับภายนอกที่หรูหรา เข้มเต็มอารมณ์สปอร์ต โดดเด่นด้วย ใหม่! กระจังหน้าแบบ Black Chrome โฉบเฉี่ยวด้วยเฉดสี Magnetite Gray รอบคัน โทนเทาดำดุดัน ภายในกว้างโอ่อ่า ใหม่! โทนสี Macchiato Brown สีน้ำตาลเทาสลับสีน้ำตาลเข้มให้อารมณ์นุ่มลึก เพิ่มอารมณ์หรูด้วยวัสดุ Piano Black และ Chrome ประณีตดุจงาน Craftmanship เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีให้คอนเน็คทุกช่วงชีวิตกับโลกยุคใหม่ และเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย ISUZU MATRIX SAFETY INTELLIGENCE เหนือกว่าด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS แบบมีกล้องหน้าคู่ 3D Imaging Stereo Camera สะดวกสบายยิ่งกว่าด้วยใหม่! ฝาท้าย Smart Tailgate แบบ Step Sensor และ เดอะนิว มิว-เอ็กซ์ รุ่นพิเศษ! “PHANTOM COLLECTION” … SOUL, UNCHARTED ที่มาในคอนเซ็ปต์ “สะท้อนอินเนอร์คุณ…กับหมุดหมายที่แตกต่าง” พร้อมสีใหม่เทา Islay Gray Opaque และสีขาวมุก Dolomite White Pearl เสริมความสปอร์ตหรูอย่างลงตัวด้วยภายในโทนสีดำ และภายนอกเร้าใจกับล้ออัลลอย Gloss Black ขนาด 20 นิ้ว พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ไร้ขีดจำกัด โดย เดอะนิว มิว-เอ็กซ์ มีมาโชว์ครบทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ ทั้งรุ่นเครื่องยนต์ 9 และ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ รวม 4 คัน

พิเศษสุด! สำหรับผู้ที่ชื่นชอบรถโมดิฟาย และรักการตกแต่งรถให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อีซูซุขอแนะนำรถตกแต่งพิเศษ รวม 4 คัน ดังนี้

  • ใหม่! อีซูซุ วี-ครอส 4×4 รุ่น 4 ประตู 0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ ตกแต่งด้วยคอนเซ็ปต์ “Master of All Roads” เช่นเดียวกับรถที่ใช้ในการถ่ายทำ “Isuzu V-Cross 4×4 Master of All Roads…ลุย! ท้าโลก” ดุดัน แกร่ง ทรงพลัง ปิกอัพสปอร์ตออฟโรด แต่งพิเศษเพื่อสาย Adventure มาพร้อมกับชุดแต่งพิเศษ Nudge Bar กันชนหน้าแบบเหล็ก เสริมการปกป้องด้านหน้า และเสริมสมรรถนะช่วงล่างด้วยชุดโช้คอัพสปริงและแหนบ ยกความสูง 2 นิ้ว ล้ออัลลอย ขนาด 9 x 18 นิ้ว พร้อมยาง Toyo Tires รุ่น R/T (Rough Terrain)
  • ใหม่! อีซูซุ วี-ครอส 4×4 รุ่น 4 ประตู 0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ เกรด M สี Islay Grey Opaque แต่งพิเศษสำหรับสายแคมป์ปิ้ง ให้ลุคสปอร์ต ดุดัน พร้อมชุดแต่งจากอีซูซุ อาทิ กันชนหน้าแบบ Bull Bar, สน็อคเกิ้ล, ชุดลากจูง Tow Bar, และบันไดข้าง ซึ่งเป็นการเปิดตัวชุดแต่ง อีซูซุครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมติดตั้งชุดช่วงล่างจาก PROFENDER  ล้ออัลลอย ขนาด 9 x 18 นิ้ว ยาง Toyo Tires R/T ขนาด 265/60 R18 เต็นท์ติดหลังคารถรุ่น ARB Flinders ชุดตะแกรง ARB Base Rack พร้อมขาจับหลังคา และไฟสปอร์ตไลท์ส่องสว่างบนตะแกรง ARB ขนาด 40 นิ้ว
  • ใหม่! อีซูซุ ดีแมคซ์ สเปซแค็บ เกรด S-DA สีเงิน Bohemian Silver Metallic จัดทรงแต่งซิ่งเอาใจวัยรุ่นด้วยล้ออัลลอย ขนาด 5 x 18 นิ้ว ยาง Nitto 420SD ขนาด 245/45 R18 เท่ลงตัวด้วยชุดโหลดช่วงล่าง Explorer รุ่น Running X-Series พร้อมสตรัทปรับเกลียว คอยล์สปริง ฝากระโปรงหน้าคาร์บอนคอมโพซิทจาก Monza Factory รุ่น M-Dynamic Series 3 แรงขึ้นกับกล่องเพิ่มสมรรถนะเครื่องยนต์ Alpha Tech รุ่น Super Storm แบบปลั๊กตรงรุ่น ชุดคันเร่งไฟฟ้า Alpha Tech รุ่น Spark 3 และชุดมาตรวัดเกจ์ Defi พร้อมขายึด
  • ใหม่! อีซูซุ มิว-เอ็กซ์ 9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ รุ่น Active ขับเคลื่อน 2 ล้อ สี Dolomite White Pearl ถูกใจสายสปอร์ต เสริมความเรียบหรูด้วยล้ออัลลอย ขนาด 9 x 18 นิ้ว คู่กับยางสปอร์ต Toyo Tires รุ่น ST-3 ขนาด 265/60 R18 และชุดโหลดช่วงล่าง Explorer รุ่น Race Series แบบสตรัทปรับเกลียว พร้อมคอยล์สปริง

สำหรับโปรเจกต์ Isuzu V-Cross 4×4 Master of All Roads Season 2 ลุย! ท้าโลก คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ กรรมการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า “โปรเจกต์ Master of All Roads…ลุย! ท้าโลก ในครั้งนี้อีซูซุได้เลือก “คุณพีท-สุวัฒน์ ลิ้มจิรภิญญา” นักแข่งรถมืออาชีพ และเป็นผู้ที่ใช้รถอีซูซุทั้งในชีวิตจริงและการแข่งขัน ให้เป็นผู้ที่นำรถ Isuzu V-Cross 4×4 ฝ่าฟันอุปสรรค และพิชิตภารกิจในครั้งนี้ ยิ่งไปกว่านั้นเรายังต้องการที่จะเพิ่มความตื่นเต้นเร้าใจ ด้วยเส้นทางและภารกิจที่ท้าทายและเข้มข้นมากขึ้น โดยเส้นทางในครั้งนี้เป็นบริเวณเมืองควีนส์ทาวน์ ประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งกิจกรรมผจญภัย Outdoor ของโลก และยังขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามของธรรมชาติ มีเส้นทางที่ท้าทายความสามารถของรถและคนอยู่มากมาย โดยจะนำเสนอเป็น 2 ตอน แบ่งเป็น 2 ภารกิจ ใน 2 สถานที่ โดยสถานที่แห่งแรกคือ Nevis Road ซึ่งเป็นเส้นทางที่สูงที่สุดจากระดับน้ำทะเลในประเทศนิวซีแลนด์ และอีกแห่งคือ Skippers Road ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในเส้นทางที่อันตรายที่สุดของโลก นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมให้ร่วมเล่นพร้อมลุ้นของรางวัลในแต่ละ EP ซึ่งทุกท่านสามารถติดตาม รับชมภารกิจและร่วมกิจกรรมได้พร้อมกันทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน (EP1) และ ตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน (EP2) ผ่านช่องทาง http://www.isuzu-tis.com/masterofallroads , Facebook: All-New Isuzu D-Max, YouTube: Isuzu Thailand Official และ Instagram: isuzuthailandofficial”

ผู้ที่สนใจสามารถร่วมสัมผัส และทดลองขับยนตรกรรมคุณภาพระดับพรีเมี่ยมได้ที่บูธอีซูซุ ในงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44” (Bangkok International Motor Show 2023) ระหว่างวันที่ 22 มีนาคม – 2 เมษายน นี้ ณ ฮอลล์ 2 อิมแพค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี

ติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai

จี๊ป ประเทศไทย ยกทัพบุกงานมอเตอร์โชว์ 2566 แปลงโฉมรุ่นฮิต Jeep® Wrangler Rubicon 2 สไตล์ ‘Monster-Urban Edition‘ ลุยภารกิจผจญภัยสู่โลกกว้าง

0

จี๊ป ประเทศไทย ภายใต้การบริหารโดยบริษัท เบลฟอร์ต ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถ จี๊ป ราชาออฟ-โรดสัญชาติอเมริกัน อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ยกทัพ จี๊ป รุ่นยอดนิยมบุกงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44 ภายใต้แนวคิด ‘Outdoor Adventure Awaits’ ชูไฮไลท์เด่น จี๊ป ‘แรงเลอร์ รูบิคอน’ (Wrangler Rubicon®) สเปเชียล อิดิชั่นส์ จัดเต็มชุดแต่ง Mopar 2 สไตล์ ‘Monster Edition‘ และ ‘Urban Edition’ เผยโฉมพร้อมกันภายในงาน ระหว่างวันที่ 22 มีนาคม-2 เมษายน 2566 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี

แดเนียล กอนซาเลส, ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ตลาดอาเซียน และผู้จัดจำหน่ายทั่วไป, สเตลแลนทิส กล่าวว่า “ขอแสดงความยินดีกับ เบลฟอร์ต ออโตโมบิล ประเทศไทย ในโอกาสครบรอบหนึ่งปี ผู้จัดจำหน่ายแบรนด์รถ จี๊ป อย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายอย่างต่อเนื่อง นับเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์และด้านการบริการ ซึ่งการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจอันแนบแน่นระหว่าง สเตลแลนทิส กับ เบลฟอร์ต ออโตโมบิล ประเทศไทย ได้ช่วยเสริมสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ผ่านผลิตภัณฑ์คุณภาพ พร้อมบริการหลังการขายที่ประทับใจ สำหรับ จี๊ป สองรุ่นพิเศษ แรงเลอร์ รูบิคอน Monster Edition และ Urban Edition ที่นำมาอวดโฉมครั้งนี้ เป็นยนตรกรรมที่สามารถลุยไปได้ทุกที่ และทำได้ทุกสิ่ง แสดงออกถึงคุณลักษณะที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน จึงมั่นใจว่าผู้ชื่นชอบรถ จี๊ป ในประเทศไทย จะเพลิดเพลินกับสิ่งเหล่านี้ พร้อมเลือกสรรรุ่นที่ใช่ เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองอย่างแท้จริง”

สุนทรพันธ์ เดชะเทศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เบลฟอร์ต ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า “ ในโอกาสฉลองครบรอบ 1 ปี ที่ จี๊ป ประเทศไทย ได้รับการแต่งตั้งจากบริษัทแม่ สเตลแลนทิส ให้เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565 พร้อมการเข้าร่วมงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ เป็นครั้งที่ 2 จึงตั้งใจจัดทัพรถ จี๊ป ชุดใหญ่มาในธีม ‘Outdoor Adventure Awaits’ รวม 5 คัน เตรียมพร้อมออกไปผจญภัยสู่โลกกว้าง โดยเฉพาะรุ่นพิเศษแต่งครบอย่าง แรงเลอร์ รูบิคอน 4 ประตู Monster Edition สีน้ำเงิน Hydro Blue และ แรงเลอร์ รูบิคอน 4 ประตู Urban Edition สีเทา Sting Grey ที่เป็นไฮไลท์ของงาน รวมถึงรุ่น แรงเลอร์ รูบิคอน 4 ประตู สีเขียว Sarge Green, แรงเลอร์ รูบิคอน 2 ประตู สีดำ และ กลาดิเอเตอร์ รูบิคอน สีเงิน Sliver Zynith สำหรับแฟนๆ ที่ตั้งตารอ ขอเชิญชวนมาสัมผัส จี๊ป รถยนต์สายพันธุ์แกร่ง บุกไปทุกที่ ทำได้ทุกสิ่งแบบไร้ขีดจำกัด จับจองรุ่นที่ชื่นชอบภายในงาน พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษมากมาย”

++ เปิดตัวไฮไลท์เด่น 2 สไตล์ จัดเต็มชุดแต่ง Mopar ลิขสิทธิ์แท้ รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท

มอเตอร์โชว์ครั้งนี้ จี๊ป จัดไฮไลท์เพื่อแฟนรถยนต์พันธุ์แกร่ง กับ แรงเลอร์ รูบิคอน 4 ประตู 2 รุ่นพิเศษ ที่มาพร้อมชุดแต่ง Mopar ลิขสิทธิ์แท้จากสหรัฐอเมริกา รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท สูงที่สุดเท่าที่เคยทำตลาดในเมืองไทย เริ่มจาก แรงเลอร์ รูบิคอน 4 ประตู สีน้ำเงิน Hydro Blue แต่งดุสไตล์ Monster Edition ติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่งระดับไฮเอ็นด์จากแบรนด์ Mopar ลิขสิทธิ์แท้ทั้งคัน รูปลักษณ์ดุดัน แข็งแกร่ง สำหรับการใช้รถแบบออฟ-โรดตัวจริง พร้อมลุยข้ามทุกขีดจำกัดตามคอนเซ็ปต์ ‘Go Anywhere. Do Anything’ อาทิ กันชนหน้าเหล็กกล้าออฟ-โรด แบบ 3 ชิ้น, สปอตไลท์กันชนหน้าออฟ-โรด แอลอีดี ขนาด 7 นิ้ว พร้อมโรลบาร์, รอกไฟฟ้า Jeep Performance Parts ออกแบบพิเศษสำหรับ แรงเลอร์ รูบิคอน, ท่ออากาศออฟ-โรด, ประตูผู้โดยสารแบบโรลบาร์ (Tube-Doors) พร้อมมือจับด้านบน, โช้กอัพ FOX ยกสูง 2 นิ้ว, ล้อแม็กขอบ 17 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ Extreme Recon XR Beadlock Capable Bronze, จับคู่กับยาง All-Terrain 35 นิ้ว, ป้ายสัญลักษณ์ Monster Edition และอื่นๆ
รวมทั้งหมดกว่า 25 รายการ

ส่วน แรงเลอร์ รูบิคอน 4 ประตู สีเทา Sting Grey สไตล์ Urban Edition ออกแบบมาเพื่อลูกค้าที่มีความเป็น Urban Adventurer ให้สามารถใช้รถรุ่น Wrangler Rubicon สำหรับชีวิตในเมืองได้สมบูรณ์แบบมากขึ้น โดยติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่งอย่างเหมาะสม อาทิ บันไดข้าง, ชุดกันลมขอบประตู, แร็คหลังคา, ถาดเก็บสัมภาระ, โต๊ะฝาท้าย (Tailgate Table), ที่ครอบล้ออะไหล่, ล้อแม็กขอบ 17 นิ้ว ดีไซน์ใหม่, ยาง Highway-terrain 32 นิ้ว สำหรับการขับในเมืองและถนนไฮเวย์, ป้ายสัญลักษณ์ Urban Edition เป็นต้น

++ จี๊ป ทุกรุ่นรับข้อเสนอเกินห้ามใจ พร้อมสิทธิ์รับเพิ่มอีกเมื่อจองรถภายในงานมอเตอร์โชว์

จี๊ป ทุกรุ่นมาพร้อมการรับประกันคุณภาพ 3 ปี หรือ 100,000 กม. (ขึ้นกับอย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)* Jeep® Service Roadside Assistance นาน 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และ Jeep® Service Care 3 ปี หรือ 55,000 กม. และเพิ่มความพิเศษขึ้นอีก กับข้อเสนอสำหรับงานมอเตอร์โชว์ เมื่อจอง แรงเลอร์ รูบิคอน หรือ กลาดิเอเตอร์ รูบิคอน ตั้งแต่ 21 มีนาคม-3 เมษายน 2566 ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง* เมื่อรับรถภายใน 30 เมษายน 2566 (เฉพาะรุ่นมาตรฐาน)

++ มั่นใจด้วยเครือข่ายผู้จำหน่ายรถ จี๊ป พร้อมศูนย์บริการมาตรฐานครบวงจร อย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบัน จี๊ป ประเทศไทย ได้แต่งตั้งผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ ทั้งหมด 4 แห่ง และอีก 1 สตูดิโอ พร้อมบริการลูกค้าและผู้สนใจรถ จี๊ป ทั่วประเทศไทย ได้แก่ โชว์รูมสุขุมวิท โดยไลอ้อน ออโตโมบิล พร้อมศูนย์บริการมาตรฐานครบวงจร, โชว์รูมวงเวียนพระราม 5 -ราชพฤกษ์ โดยไลอ้อน ออโตโมบิล พร้อมศูนย์บริการที่จะเปิดให้บริการเร็วๆ นี้, โชว์รูมพัทยา โดยสเตลล่า มอเตอร์ พร้อมศูนย์บริการมาตรฐานครบวงจร และโชว์รูมนิมิตใหม่ โดยพีแอนด์เอส จี๊ป พร้อมศูนย์บริการมาตรฐานครบวงจรที่เปิดทำการแล้ววันนี้ รวมถึงสตูดิโอจัดแสดงรถ จี๊ป ที่ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

Monster Edition

Urban Edition

สัมผัสยนตรกรรมพันธุ์แกร่งสัญชาติอเมริกัน ที่มาพร้อมดีไซน์และสมรรถนะเหนือชั้น ได้ที่บูธ จี๊ป ประเทศไทย (A05) ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2023 ระหว่างวันที่ 22 มีนาคม-2 เมษายน ณ แชลเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. ‘1488 ALWAYS CONNECTED’  

LINE: @jeepthailand
FACEBOOK: JeepThailand
WEBSITE: www.jeep.co.th

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

 

มอเตอร์โชว์เปิดแล้ว รถยนต์และรถจักรยานยนต์กว่า 40 แบรนด์ดัง พร้อมอุปกรณ์ตกแต่งอีกเพียบ

0

เปิดงานมอเตอร์โชว์ 2023 สุดคึกคัก 40 แบรนด์ รถยนต์และจักรยานยนต์ชั้นนำจาก 9 ประเทศ ร่วมนำยนตรกรรมรุ่นใหม่ โดยเฉพาะยานยนต์พลังงานไฟฟ้าและพลังงานผสมผสานหรือไฮบริดมาประชันจัดแสดงภายในงานภายใต้ธีม “วิถีชีวิตแห่งการเดินทางในยุคใหม่มาสู่ทุกคน” ด้านค่ายรถหรู โรลส์-รอยซ์ ประเดิมเปิดงานด้วยการขายรถรุ่น เรธ แบล็ก แบดจ์ หนึ่งในสุดยอดยนตรกรรม รถหรูพร้อมตกแต่ง รวมมูลค่า 43 ล้านบาท

ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 21 มี.ค.บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เปิดงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44 ภายใต้แนวคิด “COLORFUL EXPERIENCE ประสบการณ์ครบทุกสีสัน” เพื่อสื่อถึงการสร้างประสบการณ์อันหลากหลาย ผ่านเทคโนโลยีแห่งโลกยานยนต์ที่ยังคงพัฒนาอย่างไม่มีวันสิ้นสุด โดยเฉพาะกับรถพลังงานไฟฟ้าที่กำลังจะนำพาวิถีชีวิตแห่งการเดินทางในยุคใหม่มาสู่ทุกคน ในปีนี้มีแบรนด์รถยนต์และจักรยานยนต์ชั้นนำทั้งหมด 40 แบรนด์ จาก 9 ประเทศ ทั้ง สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี สวีเดน อิตาลี จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ นำยนตรกรรมรุ่นใหม่เข้าร่วมจัดแสดงภายในงาน โดยเฉพาะยานยนต์พลังงานไฟฟ้า และใช้พลังงานผสมผสานแบบไฮบริด อาทิ BMW XM, All NEW Peugeot 408, Peugeot 2008 EV, MERCEDES EQB 250 AMG Line, MERCEDES EQS 500 AMG, MAZDA MX-30, NEW MG ES, Lexus RZ 450e, BENTLY The flying spur Mulliner Hybrid, Porsche Cayenne E-Hybrid Coupe, Toyota Hilux Revo BEV ฯลฯ ได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงานเป็นจำนวนมาก

ส่วนในกลุ่มรถซุปเปอร์คาร์ รถหรู อย่าง โรลส์-รอยซ์ ปอร์เช่ เบนท์ลีย์ มาเซราติ บีเอ็มดับเบิ้ลยู แอสตัน มาติน และเมอร์เซเดส-เบนซ์ ต่างนำสุดยอดรถหรูเรือธงและซุปเปอร์คาร์รุ่นใหม่มาโชว์ก็ได้รับความสนใจจากเหล่าเศรษฐีกระเป๋าหนัก สำหรับรถซุปเปอร์คาร์ก็นำตัวท็อปมาโชว์ ไม่แพ้กัน อาทิ มาเซราติ ‘เอ็มซี 20 เซียโล’ ซุปเปอร์คาร์รุ่นแรกในประวัติศาสตร์ของมาเซราติ ที่มาพร้อมกับขุมกำลัง เบนซิน วี 6 สูบ ทวินเทอร์โบ 630 แรงม้า, แอสตัน มาร์ติน ‘แวนเทจ โรดสเตอร์’, แอสตัน มาร์ติน ‘ดีบีเอ็กซ์ 707’ หนึ่งในที่สุดแห่งซุปเปอร์เอสยูวี, BENTLY The flying spur Mulliner Hybrid, MERCEDES-Maybach S 580 4 MATIC Premium, MERCEDES-AMG G63 โฉมใหม่ รถเอสยูวีที่ถูกกล่าวขานว่าเป็นราชันแห่งเส้นทางออฟโรด รวมถึง โรลส์-รอยซ์ รุ่น เรธ แบล็ก แบดจ์ หนึ่งในสุดยอดยนตรกรรมรถหรู จากค่ายโรลส์-รอยซ์ ที่มีเศรษฐีกระเป๋าหนักสั่งซื้อพร้อมตกแต่งในมูลค่า 43 ล้านบาท

นายปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ประธานจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44 กล่าวว่า งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแล มอเตอร์โชว์ ยังคงเป็นงานจัดแสดงยานยนต์ที่บริษัทผู้ผลิต ผู้จำหน่ายรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และผู้ผลิตชิ้นส่วนในอุตสาหกรรมยานยนต์ นำผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีต่างๆ เข้าร่วมจัดแสดงมาอย่างยาวนาน โดยในการจัดงานประจำปี 2566 ค่ายรถยนต์-รถจักรยานยนต์ชั้นนำแสดงความจำนงเข้าร่วมงานมากกว่า 40 แบรนด์ เต็มพื้นที่การจัดงานกว่า 170,960 ตารางเมตร แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นและความสำคัญของงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแล มอเตอร์โชว์ ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำในการจัดงานเอ็กซิบิชั่นด้านยานยนต์ชั้นนำของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งผู้บริโภคให้ความไว้วางใจมายาวนานกว่า 44 ปี

นายปราจินกล่าวอีกว่า สำหรับภาพรวมทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทยในปี 2566 เริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติ โดยเฉพาะกับตลาดรถพลังงานไฟฟ้าที่คาดว่าจะมีตัวเลขการเติบโตมากกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มมีความรู้ความเข้าใจมากขึ้นกับเทคโนโลยีแห่งการขับเคลื่อนวิถีใหม่ที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการขับขี่และการเดินทาง ประกอบกับการสนับสนุนจากภาครัฐในหลายด้าน ทั้งการส่งเสริมมาตรการทางภาษี ส่งผลให้มีราคาจำหน่ายที่ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ไปจนถึงการสนับสนุนการผลิตเพื่อใช้งานภายในประเทศ และการผลิตเพื่อส่งออกสู่ทั่วโลกในอนาคต จึงเป็นอีกครั้งที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ด้วยการนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าและรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าหลากหลายรุ่นภายในงานนี้

ทั้งนี้ งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44 เป็นความร่วมมือระหว่างบริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย สมาคมวิศวกรรมยานยนต์ไทย สมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย สมาคมระบบขนส่งการจราจรอัจฉริยะ และราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศ ไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (ร.ย.ส.ท.) และบริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น เมเนจเม้นท์ จำกัด โดยเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชม ระหว่างวันที่ 22 มีนาคม-2 เมษายน 2566 เวลา 12.00-22.00 น. ที่ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ราคาบัตรเข้าชมงาน 100 บาท โดยผู้ที่ซื้อบัตรเข้าร่วมชมงานและจองรถยนต์ทุกรุ่นภายในงาน มีสิทธิลุ้นรับรางวัลรถยนต์และรถจักรยานยนต์ อาทิ รถยนต์ MG4 Electric รถยนต์ไฟฟ้า NETA รถจักรยานยนต์ Kawasaki KLX230 รถจักรยานยนต์ Yamaha Fazzio รถจักรยานยนต์ Honda Scoopy Urban รถจักรยานยนต์ Suzuki Address 125 และรถจักรยานยนต์ Royal Enfield Classic 350 รวมมูลค่ากว่า 1.8 ล้านบาท

“ไทยยามาฮ่า” จัดทัพใหญ่เขย่าเวที “มอเตอร์โชว์ครั้งที่ 44” ครบครันด้วยยนตกรรมอันทันสมัยภายใต้แนวคิด YAMAHA Community of PRIDE จัดเต็มโปรโมชัน พร้อมอวดโฉมรถต้นแบบ ตอกย้ำแนวทางสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน

0

บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด จัดทัพยนตกรรมอันทันสมัยตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ครบครันในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44 ภายใต้แนวคิด YAMAHA Community of PRIDE – คอมมิวนิตี้ที่สะท้อนความภาคภูมิใจในเอกลักษณ์แห่งตัวตนของลูกค้า ยามาฮ่า พร้อมโชว์ยานยนต์ต้นแบบสุดล้ำรวมถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่ ตอกย้ำทิศทางสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน มาพร้อมแคมเปญพิเศษระหว่างวันที่ 22 มีนาคม – 2 เมษายน นี้ ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1 – 3 อิมแพค เมืองทองธานี

มร.ทัตสึยะ โนซากิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด กล่าวถึงแนวความคิดของบูธยามาฮ่าในปีนี้ว่า “สำหรับการออกแบบบูธและการนำเสนอของยามาฮ่าในปีนี้มีชื่อคอนเซ็ปต์ว่า “YAMAHA Community of PRIDE” ซึ่งเป็นคอมมิวนิตี้ที่สะท้อนความภาคภูมิใจในเอกลักษณ์แห่งตัวตนของลูกค้ายามาฮ่า ผสมผสานนวัตกรรมที่พร้อมก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืน เสริมสร้างแบรนด์ตามปรัชญา “คันโด” และ “5 Unique Styles” วิถีอันเป็นเอกลักษณ์ของยามาฮ่า และต่อยอดทิศทางของแบรนด์คอนเซ็ปต์ในปีนี้ คือ “Restart & Revs Up” เพื่อให้ลูกค้าได้เริ่มต้นใช้ชีวิต และสร้างประสบการณ์ใหม่ที่เร้าใจให้เกิดขึ้นอีกครั้ง หลังจากสถานการณ์โควิดได้คลี่คลายลง ซึ่งยามาฮ่ายังคงมุ่งเน้นที่จะพัฒนานวัตกรรมอันทันสมัยและส่งต่อคุณค่าแห่งสินค้ามาให้กับลูกค้าทุกท่าน โดยเราได้นำยนตกรรมต้นแบบที่ถูกพัฒนาและพร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อผลิตเป็นสินค้าในอนาคตมาโชว์ที่โซน Zero Carbon Community ตามวิสัยทัศน์ของ บริษัท ยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ได้ให้ความสำคัญ และดำเนินการเกี่ยวกับ Carbon Neutrality การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ ก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ และโซนอื่นๆ ที่ยามาฮ่านำเสนอสินค้าและบริการ ที่ส่งมอบทั้งความมั่นใจ และสร้างประสบการณ์ความตื่นเต้นเร้าใจ และตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าอย่างแน่นอนครับ”

มร.เคนจิ โคมัสซึ Chief General Manager of Technical Research & Development Center บริษัท ยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด กล่าวถึง Zero Carbon Community Zone ว่า“ยามาฮ่ามอเตอร์ กำลังดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งการซึ่งความเป็นกลางทางก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ภายในปี 2050 ซึ่งเราเชื่อว่ามีหลากหลายวิธีการที่จะทำให้เกิดขึ้นได้ ที่สำนักงานใหญ่ ยามาฮ่ามอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น เราได้ทำการติดตั้งอุปกรณ์แบบใหม่เพิ่มขึ้นหลายอย่าง ซึ่งรวมไปถึงอุปกรณ์ตรวจวัดและทดสอบมอเตอร์ไฟฟ้า, อุปกรณ์จ่ายก๊าซไฮโดเจน และถังเก็บเชื้อเพลิง Carbon-Neutral โดยทั้งหมดได้ทำการติดตั้งเสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยไปเมื่อปีที่แล้วและเมื่อทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์แล้ว โรงงานแห่งนี้จะมีบทบาทที่สำคัญในการดำเนินกิจการตามมาตรฐานทางด้านเทคโนโลยีสีเขียวสำหรับผลิตภัณฑ์ของยามาฮ่าที่ส่งออกไปทั่วโลก โดยในขณะนี้เราได้ทำการวิจัยเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งและทำการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายเกี่ยวกับในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ อาทิ การพัฒนามอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์ไฮโดรเจน ในวันนี้ เมื่อความร่วมมือกันระหว่างสายการผลิตในปัจจุบัน และเทคโนโลยี Blue Core ที่มีอยู่ในรถจักรยานยนต์ขนาดเล็กของยามาฮ่า ทำให้วันนี้เราจะได้เห็น Product Concept อย่างเช่น เครื่องยนต์พลังงานไฮโดรเจน และแบตเตอรี่ EV ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกท่านจะได้รับความสนุกสนานจากผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีใหม่จาก บูธรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าภายในงานวันนี้ ขอบคุณครับ”

นายพงศธร เอื้อมงคลชัย รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด กล่าวถึงการจัดงานในครั้งนี้ว่า“สำหรับบูธรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าในปีนี้ เราออกแบบและดีไซน์ภายใต้คอนเซ็ปต์ “YAMAHA Community of PRIDE” คอมมิวนิตี้ที่สะท้อนความภาคภูมิใจในเอกลักษณ์แห่งตัวตนของลูกค้ายามาฮ่า ที่ผสมผสานนวัตกรรมที่พร้อมก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืน เพื่อลูกค้ายามาฮ่า ซึ่งเราก็ได้แบ่งโซนต่างๆ ถึง 7 โซนดังนี้

1.Zero Carbon Community Zone ตามที่ มร.โคมัสซึ ได้กล่าวไปก่อนหน้านี้ โดยในปีนี้ทางยามาฮ่ามอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่นได้ให้ความสำคัญกับ “Carbon neutrality” หรือ ความเป็นกลางทางคาร์บอน ที่ยามาฮ่ามีเจตนารมย์ในการบรรลุเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นศูนย์ภายในปี 2050 โดยในปีที่ผ่านมายามาฮ่าได้คิดค้นและพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ อย่างเป็นรูปธรรม เช่น ผลิตภัณฑ์ที่นำมาจัดแสดงในวันนี้ เราได้นำรถคอนเซ็ปต์ ROV หรือเรียกว่า (Recreational Off-Highway Vehicles) รถต้นแบบที่ใช้พลังไฮโดรเจนขับเคลื่อน ซึ่งเป็นความร่วมมือในการสร้างนวัตกรรมร่วมกันระหว่าง LEXUS International ถือเป็นครั้งแรกของโลก ในการนำมาจัดแสดงนอกประเทศญี่ปุ่น พร้อมทั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานไฮโดรเจน 100% ซึ่งเริ่มต้นพัฒนามาตั้งแต่ปี 2015 นอกจากนี้ ยังมีรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าอย่าง E01 และ NEO’s ที่จำหน่ายและได้รับความนิยมในยุโรป รวมถึงรถจักรยานเสือภูเขาแบบใช้แบตเตอรี่อย่าง YPJ-MT Pro และ Tri town scooter ไฟฟ้าส่วนบุคคลที่ใช้เทคโนโลยี LMW มาจัดแสดงในโซนนวัตกรรมด้วย จะเห็นได้ว่า ทางยามาฮ่ามอเตอร์มีความมุ่งมั่นอย่างยิ่งในการบรรลุเป้าหมาย carbon neutrality ให้สำเร็จและยั่งยืน

2.Commuter Community Zone สังคมของผู้ที่ชื่นชอบรถจักรยานยนต์ที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันที่เป็นรุ่นยอดนิยม อย่าง Grand Filano Hybrid Connected, AEROX, FAZZIO และ FINN ซึ่งเป็นรถครอบครัวรุ่นเดียวที่กล้ารับประกัน 5 ปีไม่จำกัดระยะทาง พร้อมด้วยยามาฮ่า EXCITER สีใหม่ Ride the Next Level ตอกย้ำบทบาทผู้นำรถออโตเมติกและรถครอบครัว

3.MAX SERIES Community Zone เป็นโซนของรถออโตเมติกยอดนิยมในตระกูล MAX-SERIES อย่าง TMAX Sport Scooter ที่ประสบความสำเร็จและขายดีที่สุดในยุโรป รวมถึง XMAX Connected ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่งในหลากหลายประเทศและโมเดลที่ประสบความสำเร็จ อย่างยิ่งในประเทศไทย โดยมียอดจำหน่ายเป็นอันดับ 1 ของโลก พร้อมด้วยรถในตระกูล MAX SERIES อย่าง NMAX Connected ขนาด 155 ซีซี ที่มาพร้อมสีใหม่ Dull Blue

4.R-SERIES Community Zone ครบครันด้วยรถในตระกูล R-SERIES นำโดยรุ่นใหญ่อย่าง YZF-R1M รถจักรยานยนต์สไตล์สปอร์ตที่ครองใจชาวสปอร์ตมาอย่างยาวนาน รวมถึง YZF-R7 ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ของ R-Series ออกแบบสำหรับผู้ที่ชื่นชอบรถมอเตอร์ไซค์ทรงสปอร์ตที่เน้นขับขี่ในชีวิตประจำวัน รวมถึง New R15 Connected และ R15M Connected-ABS ท๊อปคลาสรถสปอร์ต พิกัด 155 ซีซี 5.Adventure Touring & Sprot Heritage Community Zone นำโดย Tenere700 ที่พัฒนา ต่อยอดเทคโนโลยีจากสังเวียนหฤโหดดาการ์ แรลลี่ พร้อมด้วย Tracer9 GT บิ๊กไบค์สาย Adventure และ กลุ่มรถ Sport Heritage นำโดย XSR900, XSR700, XSR155 ผสมผสานดีไซน์คลาสสิกกับสมรรถนะและเทคโนโลยีของ Sport Naked ซึ่ง XSR155 มาพร้อมกับสีใหม่ล่าสุด และรุ่นพิเศษแต่งในสไตล์ Yard Built by K-Speed จำนวนจำกัดเพียง 200 คันในประเทศไทย6.MT-SERIES Community Zone รถจักรยานยนต์ในตระกูล MT-SERIES Master of Torque ที่สร้างชื่อเสียงให้ยามาฮ่าไปทั่วโลก ในคอนเซ็ปต์ torque & agile ภายใต้แคมเปญ The Darkside of Japan นำโดย MT-09 และ MT-15 พร้อมด้วย MT-07 สีใหม่ สไตล์ Hyper Naked ที่มาพร้อมกับเรือนไมล์ TFT สีเต็มรูปแบบ ขนาด 5 นิ้ว สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน ตอกย้ำความนิยมในทวีปยุโรปด้วยยอดจำหน่ายมากกว่า 160,000 คัน 7.Leisure Community Zone นำโดย YAMAHA WaveRunner รุ่น SuperJet ยานยนต์ที่จะสร้างความเร้าใจให้กับลูกค้าที่ชื่นชอบกีฬาทางน้ำ รวมถึงเครื่องยนต์ติดท้ายเรือและรถกอล์ฟมาให้แฟนๆ ยามาฮ่าได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด เติมเต็มบรรยากาศให้กับบูธยามาฮ่า ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์

และที่ขาดไม่ได้ในครั้งนี้ ยามาฮ่าได้จัดโปรโมชั่นสุดพิเศษ สำหรับรถจักรยานยนต์ขนาด 115 – 155 ซีซี รับ Gift Voucher สูงสุด 15,000 บาท และรถจักรยานยนต์ขนาด 400 – 1,000 ซีซี รับ Gift Voucher สูงสุด 40,500 พร้อมประกันภัยชั้น 1

โปรโมชันพิเศษสำหรับรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าภายในงานเท่านั้น!

รถจักรยานยนต์ยามาฮ่าขนาด 115 – 155 ซีซี

YAMAHA XSR155 รับฟรี Gift Voucher มูลค่า 8,000 บาท

New R15 Connected รับฟรี Gift Voucher มูลค่า 8,000 บาท

R15M Connected-ABS รับฟรี Gift Voucher มูลค่า 8,000 บาท

YAMAHA MT-15 รับฟรี Gift Voucher มูลค่า 15,000 บาท

YAMAHA WR155R รับฟรี Gift Voucher มูลค่า 10,000 บาท

YAMAHA FINO รับฟรี Fino Duo Set (Jacket + หมวกกันน๊อก)

พร้อม Gift Voucher รวมมูลค่า 2,000 บาท

YAMAHA FAZZIO HYBRID CONNECTED รับฟรี Gift Voucher มูลค่า 2,000 บาท

YAMAHA FINN รับฟรี! ตะกร้าหน้า กันลาย ตะแกรงหลัง และ บัตรน้ำมัน

รวมมูลค่ากว่า 1,500 บาท

โปรโมชั่นพิเศษสำหรับรถยามาฮ่าขนาด 400 – 1,000 ซีซี
Super Sport

YZF-R1M รับฟรี! ประกันภัยชั้น 1

YZF-R7 รับฟรี! Gift Voucher 26,000 บาท พร้อมประกันภัยชั้น 1

MT-09SP รับฟรี! Gift Voucher 20,000 บาท พร้อมประกันภัยชั้น 1

MT-09 รับฟรี! Gift Voucher 40,000 บาท พร้อมประกันภัยชั้น 1

New MT-07 รับฟรี! Gift Voucher 40,500 บาท พร้อมประกันภัยชั้น 1

Tracer9 GT รับฟรี! Gift Voucher 30,000 บาท พร้อมประกันภัยชั้น 1

Tenere700 รับฟรี! Gift Voucher 28,000 บาท พร้อมประกันภัยชั้น 1

XSR900 รับฟรี! Gift Voucher 20,000 บาท พร้อมประกันภัยชั้น 1

XSR700 รับฟรี! Gift Voucher 20,000 บาท พร้อมประกันภัยชั้น 1
SR400 รับฟรี! Gift Voucher 10,000 บาท

TMAX 560 และ TMAX 560 Techmax รับฟรี! ประกันภัยชั้น 1

โปรโมชันพิเศษสำหรับผลิตภัณฑ์ YAMALUBE และ เครื่องแต่งกาย และอะไหล่ตกแต่ง

YAMAHA APPAREL รับส่วนลดสูงสุด 20%
YAMAHA ACCESSORIES รับส่วนลดสูงสุด 20%
ผลิตภัณฑ์ YAMALUBE รับส่วนลดสูงสุด 10%

พิเศษสุดเมื่อซื้ออุปกรณ์ตกแต่งและยามาลู้ปครบ 1,000 บาท รับฟรี! ทันที กระเป๋าเป้ มูลค่า 200 บาท
พิเศษสุดเมื่อซื้ออุปกรณ์ตกแต่งและยามาลู้ปครบ 2,000 บาท รับฟรี! ทันที กระเป๋ากันน้ำ มูลค่า 500 บาท จำกัด 1 ใบ / 1 ออเดอร์ / 1 ใบเสร็จ โปรโมชั่นนี้เฉพาะในงานมอเตอร์โชว์ ระหว่างวันที่ 22 มีนาคม ถึง 2 เมษายน 2566 เท่านั้น

55 ล้าน!!! ค่าตัว Prodrive P25 แพงที่สุดในงานมอเตอร์โชว์

0

รถอัลตร้า แรร์ ไอเท็ม ที่ได้โควต้านำมาจำหน่าย เพียงคันเดียวในเมืองไทย จาก สายพานการผลิตแค่ 25 คันในโลก พร้อมโชว์โฉมแล้ววันนี้ที่บูท “บราบัส” บาย ทาเก็จ คาร์ เซนเตอร์ ภายในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44 ปี 2566 ที่จะเริ่มเปิดให้ผู้ชมทั่วไปเริ่มเข้าชมงานตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม ถึง 2 เมษายน ศก นี้

ตำนานกำลังมา!!!! Prodrive P25 การกลับมาอีกครั้งของ Subaru Impreza 22B ในตำนาน เพียงคันเดียวในไทย!!!

Prodrive ถือเป็นไอคอนสำคัญและเป็นการกลับมาอีกครั้งในรูปแบบที่ทันสมัยของ Subaru Impreza 22B ซึ่งเป็นรถยนต์ในตำนานของตระกูล Impreza ที่เปิดตัวในปี 1998 เพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะของ Subaru ใน WRC ด้วยรถแข่งแรลลี่ที่ Prodrive พัฒนาขึ้น

Subaru ได้ผลิต Impreza 22B จำนวน 424 คัน ซึ่งตอนนี้ก็ยังมีความต้องการอย่างมากในตลาดรถยนต์มือสอง แต่ Prodrive กลับคิดต่างจากนั้นและได้สร้างขึ้นมาใหม่ทั้งหมดเพียง 25 คันเท่านั้น ซึ่งหนึ่งในนั้นกำลังถูกส่งมายังประเทศไทย

P25 แต่ละคันจะมีพื้นฐานมาจาก WRX รุ่น 2 ประตูแบบดั้งเดิม (ไม่ใช่ 22B แบบดั้งเดิม) ซึ่งแผงตัวถังทั้งหมดสร้างจากคาร์บอนไฟเบอร์ที่ออกแบบโดย Peter Stevens ผู้รับผิดชอบรูปลักษณ์ของรถแข่งแรลลี่ดั้งเดิมของ 22B และผู้ที่โด่งดังที่สุดจากทีม McLaren F1 นอกจากนี้ยังมีการใช้วัสดุคอมโพสิตสำหรับฝากระโปรงหน้า หลังคา ซุ้มล้อหน้าและหลัง กระจกมองข้าง สปอยเลอร์หลังและกันชนรอบคัน ซึ่งช่วยตัดน้ำหนักตัวรถให้เหลือเพียง 1,200 กก. เทียบกับ 1,245 กก. จาก 22B ส่วนการลดน้ำหนักอื่นๆ ได่แก่ การติดตั้งแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนและเบาะนั่งแบบคาร์บอนไฟเบอร์

ไฮไลท์ที่รองลงมาของ P25 คือ เฟืองท้ายแบบแอ็คทีฟ ชุดช่วงล่างจาก Bilstein แบบปรับได้และระบบเบรกจาก AP Racing พร้อมจานเบรกด้านหน้าขนาด 380 มม. และคาลิปเปอร์เบรก 6 ลูกสูบ ขณะที่จานเบรกด้านหลังจะมีขนาด 350 มม. พร้อมคาลิปเปอร์เบรก 4 ลูกสูบ

จุดเด่นอีกอย่างของ P25 คือการรวมกันของเครื่องยนต์และกระปุกเกียร์ ด้วยการใช้เครื่องยนต์ขนาด 2.5 รุ่นล่าสุดของ Subaru แต่ได้รับการออกแบบใหม่อย่างครอบคลุม ด้วยลูกสูบ ก้านสูบและชุดวาล์วใหม่ พร้อมหายใจผ่านเทอร์โบชาร์จจาก Garrett อินเตอร์คูลเลอร์ประสิทธิภาพสูงและระบบไอเสียไทเทเนียมจาก Akropovic เพื่อมอบกำลังที่ 400 แรงม้าและแรงบิด 600 นิวตันเมตร ซึ่งทำให้ P25 มีกำลังเพิ่มขึ้นกว่า 30% เมื่อเทียบกับ 22B

กำลังทั้งหมดถูกส่งไปยังถนนด้วยเกียร์ Sequential 6 จังหวะ ที่มีความสามารถในการเปลี่ยนเกียร์ได้ในระดับ 80 มิลลิวินาที มอบอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาน้อยกว่า 3.5 วินาที ซึ่งเร็วกว่า 22B ประมาณ 1 วินาที

สำหรับแฟนๆ Subaru ที่กำลังรอคอยรถยนต์ในตำนานและไม่เหมือนใครอย่างแน่นอนบนท้องถนนแบบ Ultra Rare!!! ก็สามารถสัมผัสคันจริงได้ที่บูธ Target Car Center (Thailand) ใน งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2023 โดยค่าตัวของรถคันนี้อยู่ที่ 55 ล้านบาท นำเข้าโดย Target Car Center (Thailand)ผูแทนจำหน่าย รถยนต์ บราบัสแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย

🔸 ผู้นำเข้าและจำหน่าย Super Car หายาก!!จากทุกค่ายทั่วโลก
🔸 One-stop-service
🔸 ศูนย์บริการมาตรฐาน ครบวงจร
🔸 ประสบการณ์มากกว่า 20 ปี