Home Blog Page 25

“BYD SEAL 5 DM-i SUPER PHEV” น้ำมัน 1 ถัง ชาร์จไฟครั้งเดียว ขับไกลกว่า 1,200 กิโลเมตร ในชาลเลนจ์ที่ไม่ใช่รูปแบบขับประหยัด

0
BYD SEAL 5 DM-i SUPER PHEV 1

บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วย บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ผู้จัดจําหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานใหม่ BYD และ DENZA อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายใต้กลุ่มธุรกิจเรเว่ พิสูจน์ประสิทธิภาพของขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด หรือ DM-i SUPER PHEV ใน BYD SEAL 5 DM-i SUPER PHEV ด้วยการจัดทริปทดลองขับทางไกล สำหรับสื่อมวลชนบนเส้นทางเชียงราย – กรุงเทพฯ ครอบคลุมระยะทางกว่า 1,100 กิโลเมตร โดยมีสื่อมวลชนชั้นนำ 88 ราย ร่วมพิสูจน์ในคาราวานรถยนต์ทดสอบ BYD SEAL 5 DM-i SUPER PHEV รุ่นย่อย Standard จำนวน 39 คัน

การเดินทางไกลกว่า 1,100 กิโลเมตร ในสภาวะการใช้งานจริงกับทัพ BYD SEAL 5 DM-i SUPER PHEV

BYD SEAL 5 DM-i SUPER PHEV 3

สำหรับเส้นทางการทดสอบ ครอบคลุมการใช้งานจริง ทั้งสภาพการจราจรติดขัดในเมือง, ทางหลวงที่ใช้ความเร็วสูง และ ทางลาดชันพร้อมโค้งคดเคี้ยวบนภูเขา พร้อมให้สื่อมวลชนได้ทดสอบคุณสมบัติเหนือชั้นของ BYD SEAL 5 DM-i SUPER PHEV ที่มากกว่าความประหยัด เพราะขุมพลัง DM-i SUPER PHEV มอบอัตราเร่งและการตอบสนองทันใจ ในแบบฉบับของรถยนต์ไฟฟ้าให้ผู้ขับขี่ พร้อมช่วงล่างเปี่ยมประสิทธิภาพ ขับสนุกในทุกสภาพถนน และยังมอบความสะดวกสบายให้ผู้โดยสารทุกที่นั่ง ด้วยพื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวาง จากระยะฐานล้อยาวสุดในรถยนต์กลุ่มเดียวกัน และ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน

บีวายดี 5

รถยนต์ทดสอบ BYD SEAL 5 DM-i SUPER PHEV ทุกคัน ผ่านการเติมน้ำมันและชาร์จไฟครั้งเดียว พร้อมซีลสติกเกอร์ปิดฝาถังน้ำมันและช่องชาร์จไฟ โดยมีสื่อมวลชนร่วมเป็นสักขีพยานในจุดปล่อยตัว ทั้งยังมีจุดตรวจสอบระยะทางที่ขับและเชื้อเพลิงคงเหลือ รวมถึงสติกเกอร์ปิดฝาทั้งสองจุด โดยทีมงานตลอดเส้นทาง เพื่อความโปร่งใสและเท่าเทียมของผู้ร่วมกิจกรรม ในตอนท้ายของกิจกรรม BYD SEAL 5 DM-i SUPER PHEV ทุกคัน ขับถึงจุดตรวจสอบสุดท้ายได้ โดยที่ไม่ต้องเติมเชื้อเพลิงหรือชาร์จไฟเพิ่ม การันตีว่าการเติมน้ำมันและชาร์จไฟครั้งเดียว สามารถใช้งานจริงได้ไกลกว่า 1,100 กิโลเมตร ไม่เพียงแค่นั้น ยังมีหลายคันที่สามารถขับได้ไกลกว่า 1,200 กิโลเมตร โดยที่เชื้อเพลิงยังเหลือ

บีวายดี 8

ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) แบบ DM-i SUPER PHEV

บีวายดี 9

BYD SEAL 5 DM-i SUPER PHEV ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) แบบ DM-i SUPER PHEV หรือ Dual Mode-intelligent ใช้เชื้อเพลิงเต็มประสิทธิภาพ เพราะเน้นการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก ตอบสนองฉับไวและไร้เสียงรบกวนจากเครื่องยนต์ เช่นเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้า แต่รองรับทั้งการชาร์จไฟและเติมเชื้อเพลิง ด้วยการผสานการทำงานของเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร 4 สูบ ที่พัฒนาขึ้นสำหรับขุมพลัง PHEV โดยเฉพาะ เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง กำลังรวมสูงสุด 160 กิโลวัตต์ แรงบิดรวมสูงสุด 300 นิวตันเมตร มาพร้อม BYD Blade Battery ขนาด 13.08 กิโลวัตต์-ชั่วโมง เอกสิทธิ์เฉพาะของ BYD ที่โดดเด่นเรื่องความปลอดภัย ทนทาน และ ประสิทธิภาพสูง แม้ความสามารถในการขับขี่ด้วยไฟฟ้าอย่างเดียว เป็นระยะทาง 85 กิโลเมตร* แต่ใช้เชื้อเพลิงเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยอัตราสิ้นเปลือง 28.6 กิโลเมตรต่อลิตร* แม้ขณะแบตเตอรี่ต่ำ

บีวายดี 11

BYD SEAL 5 DM-i SUPER PHEV รุ่นย่อยใหม่ Standard และ Dynamic ในราคาที่เป็นเจ้าของง่ายขึ้น

บีวายดี 13

BYD SEAL 5 DM-i SUPER PHEV สองรุ่นย่อยใหม่ล่าสุด พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของแล้ววันนี้ ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 599,900 บาท ในรุ่น Standard และ 659,900 บาท ในรุ่น Dynamic พร้อมแคมเปญพิเศษ ที่มอบสิทธิประโยชน์มากมาย สำหรับลูกค้าที่ตัดสินใจออกรถ ภายในวันที่ 5 เมษายน 2569 โดยข้อเสนอพิเศษจำนวนจำกัดมีทั้ง

บีวายดี 18

ดาวน์เริ่มต้น 29,995 บาท สำหรับรุ่น Standard** และ 32,995 บาท สำหรับรุ่น Dynamic**

หรือ อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.88% (สำหรับเงินดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน)**

สิทธิซื้อโฮมชาร์จเจอร์ยี่ห้อ ชิดะ (ZHIDA) พร้อมติดตั้ง ในราคาพิเศษ 10,000 บาท จากมูลค่า 25,000 บาท**

ประกันภัยชั้น 1 พร้อมพ.ร.บ. ระยะเวลา 1 ปี**

 

สัมผัส BYD SEAL 5 DM-i SUPER PHEV ทั้งสองรุ่นย่อยใหม่ด้วยตัวท่านเอง พร้อมสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์และแคมเปญได้ที่ โชว์รูมและศูนย์บริการ BYD ใกล้บ้านท่านทั้ง 162 สาขาทั่วประเทศ ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมของรถยนต์ทุกรุ่นได้ที่ reverautomotive.com สำหรับรถยนต์ BYD พร้อมติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวได้ที่ Official Facebook Page: BYD RÊVER Thailand และ DENZA RÊVER Thailand

 

 

“เมอร์เซเดส-เบนซ์” เปิดประสบการณ์ City Run ชวนลูกค้าพิชิตเส้นทางวิ่ง 5K ใจกลางสาทร กับกิจกรรม The Urban Performance Presented by The all-new electric CLA

0
เมอร์เซเดส-เบนซ์ 1

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย เดินหน้ามอบประสบการณ์เชิงไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์เทรนด์การวิ่ง ในเมืองของกลุ่มคนเจเนอเรชันใหม่ ผ่านแคมเปญ “The Urban Performance Presented by The all-new electric CLA” ชวนลูกค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์ ร่วมกิจกรรมการวิ่งแบบ City Run กับระยะทางรวม 5.6 กิโลเมตร (5K) ในเส้นทางย่านสาทร – ถนนจันทน์ พร้อมนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นล่าสุด “The all-new electric CLA” มาร่วมนำขบวนในงาน เพื่อตอกย้ำการสร้าง CLA Community ร่วมกับลูกค้าชาวไทยทุกคน โดยจะมีการจัดแคมเปญอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ครอบคลุมมิติไลฟ์สไตล์ทั้งในด้านกีฬา ดนตรี และแฟชั่น

เมอร์เซเดส-เบนซ์ 2
กิจกรรม City Run ในสไตล์ The all-new electric CLA จัดขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ณ โครงการวนิลามูน (Vanilla Moon) โดยมีคณะผู้บริหารจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย คุณพุทธิ ตุลยธัญ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการฝ่ายบริการลูกค้า บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด และคุณอัชฌ์ บุณยประสิทธิ์ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการตลาดและสื่อสารองค์กร ที่เดินทางมาต้อนรับลูกค้าทุกคน พร้อมร่วมเปิดงานอย่างเป็นทางการ ก่อนที่นักวิ่งทุกคนจะเริ่มวอร์มอัพและเตรียมปล่อยตัวจากจุดสตาร์ท โดยแบ่งกลุ่มนักวิ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ซึ่งแต่ละกลุ่มจะมีเหล่าเพซเซอร์ (Pacer) ที่เป็นนักวิ่งอาชีพมานำการวิ่งและดูแลความปลอดภัยของนักวิ่งทุกคนตลอดเส้นทาง

เมอร์เซเดส-เบนซ์ 3

โดยเส้นทางการวิ่งในระยะทางรวม 5.6 กิโลเมตร จากบริเวณถนนจันทน์ นักวิ่งทุกคนจะได้พบกับบรรยากาศของชุมชนกลางเมืองกรุงเทพมหานคร พร้อมเห็นมุมมองของวิถีไลฟ์สไตล์ผ่านการออกกำลังกายยามเช้าในวันที่ไม่เร่งรีบ โดยมุ่งหน้าสู่แลนด์มาร์คสำคัญอย่างสกายวอล์กช่องนนทรี (Chong Nonsi Skywalk) ที่เชื่อมต่อกับสวนสาธารณะลอยฟ้าที่อยู่กลางถนนนราธิวาสราชนครินทร์ และวิ่งผ่านเส้นทางในซอยสาทร 11 (เซนต์หลุยส์ 3) กลับมาเข้าเส้นชัยที่จุดรวมตัวบริเวณโครงการวนิลามูน เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษ “The Fastest Lap” การแข่งวิ่งระยะสั้นแบบ Sprint Challenge ในระยะทาง 300 เมตร เพื่อหาผู้ชนะที่จะได้รับรางวัลพิเศษจาก The all-new electric CLA ก่อนจบกิจกรรมด้วย Networking Party ที่ให้ทุกคนร่วมเฉลิมฉลองไลฟ์สไตล์ในแบบฉบับของ CLA Community ไปด้วยกัน

เมอร์เซเดส-เบนซ์ 4

“The Urban Performance Presented by The all-new electric CLA” เป็นหนึ่งในกิจกรรมด้านไลฟ์สไตล์จากเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ที่จัดขึ้นเพื่อเติมเต็มประสบการณ์ให้กับลูกค้าที่ สนใจเป็นเจ้าของ The all-new electric CLA รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่ล้ำสมัยที่สุดของเมอร์เซเดส-เบนซ์ และยังสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ในการพัฒนาและนำเสนอยนตรกรรมแห่งอนาคตอย่างต่อเนื่อง โดยรถยนต์รุ่นดังกล่าวจะเปิดตัวและประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคมนี้ ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47
เมอร์เซเดส-เบนซ์ 7
ลูกค้าที่สนใจรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั้ง 31 แห่ง ทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.mercedes-benz.co.th หรือโทร 1250 และติดตามข่าวสารอัพเดทผ่านทาง Facebook: Mercedes-Benz Thailand IG: @MercedesBenzThailand และ LINE: @mercedesbenzth

“ฮุนได” มอเตอร์ เอเชียแปซิฟิก ประกาศแต่งตั้ง ยุคนธร วิเศษโกสิน ดำรงตำแหน่ง ประธานอาเซียน

0
ฮุนได มอเตอร์ เอเซียแปซิฟิก 1

ฮุนได มอเตอร์ เอเชียแปซิฟิก ประกาศแต่งตั้ง นางสาวยุคนธร วิเศษโกสิน (วิกกี้) ดำรงตำแหน่ง ประธานอาเซียน  (ASEAN President) โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2026 เป็นต้นไป ทั้งนี้ เธอจะรับผิดชอบการบริหารการดำเนินงานแบบบูรณาการของฮุนไดในภูมิภาคอาเซียน ครอบคลุม อินโดนีเซีย ไทย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และเวียดนาม พร้อมรายงานตรงต่อ มร.ดอน โรมาโน ประธาน ฮุนได มอเตอร์ เอเชีย แปซิฟิก

ในบทบาทใหม่นี้ คุณวิกกี้จะทำหน้าที่เป็นผู้นำองค์กรอาเซียนแบบบูรณาการของฮุนไดอาเซียน โดยรับผิดชอบการถ่ายทอดทิศทางและกลยุทธ์จากสำนักงานใหญ่เอเชียแปซิฟิกสู่การดำเนินงานในระดับภูมิภาคอย่างเป็นเอกภาพ ขับเคลื่อนการทำงานให้เชื่อมโยงและสอดคล้องกันในทุกประเทศ พร้อมผลักดันการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาวทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียน

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญตลาดอาเซียนที่มีความเข้าใจเชิงลึกจากประสบการณ์จริง ด้วยประสบการณ์ผู้นำระดับอาวุโสกว่า 20 ปี ในอุตสาหกรรมยานยนต์และธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค ล่าสุดในตำแหน่ง President, ASEAN Markets และ Asia Pacific Distributor Markets ที่ Ford เธอมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการขยายธุรกิจในหลายประเทศ เสริมความแข็งแกร่งของเครือข่ายการดำเนินงาน และสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดที่มีการแข่งขันสูงทั่วทั้งภูมิภาค

มร. ดอน โรมาโน ประธาน ฮุนได มอเตอร์ เอเชีย แปซิฟิก กล่าวว่า “ความเชี่ยวชาญในระดับภูมิภาค ศักยภาพความเป็นผู้นำที่แข็งแกร่ง และความเข้าใจตลาดอาเซียนอย่างลึกซึ้งของวิกกี้ ทำให้เธอมีความเหมาะสมอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนฮุนไดสู่การเติบโตในระยะถัดไปของภูมิภาคนี้ การแต่งตั้งครั้งนี้ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการยกระดับและสนับสนุนบทบาทผู้นำสตรีในระดับโลกของฮุนได ควบคู่กับการเสริมสร้างความแข็งแกร่งขององค์กรเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว”

นางสาวยุคนธร วิเศษโกสิน กล่าวว่า “ดิฉันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับ ฮุนได มอเตอร์ เอเชียแปซิฟิก และตื่นเต้นที่จะได้ทำงานร่วมกับทีมงานทั่วทั้งอาเซียน เราจะร่วมกันยกระดับความแข็งแกร่งของการดำเนินงานในระดับภูมิภาค เดินหน้าเร่งการเปลี่ยนผ่านองค์กรให้สอดรับกับทิศทางอุตสาหกรรม และสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนในระยะยาวให้แก่ลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจของเรา”

การแต่งตั้งครั้งนี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ ฮุนได มอเตอร์ เอเชีย แปซิฟิก ในการยกระดับองค์กรอาเซียนให้ทำงานอย่างบูรณาการมากยิ่งขึ้น เพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการ และเสริมความพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต เพื่อวางรากฐานการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของฮุนไดในภูมิภาคในระยะยาว

 

 

“PTG” ประกาศ! ตรึงราคาน้ำมันดีเซลตามนโยบายรัฐ

0
พีทีจี 1

บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG ยืนยันตรึงราคาน้ำมันดีเซลตามนโยบายภาครัฐ ตอกย้ำ! ไม่มีการขึ้นราคาในช่วงนี้แม้ราคาน้ำมันในตลาดโลกจะปรับตัวสูงขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง  เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน

นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) (PTG) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางที่       ทวีความตึงเครียด ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นในระยะนี้ และอาจกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงาน ซึ่ง PTG ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนและผู้ใช้บริการ โดย PTG จะยังคงไม่ปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลในระดับปัจจุบันจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนและผู้ใช้พลังงานเป็นสำคัญ

พร้อมกันนี้จะบริหารจัดการด้านการจัดหาและต้นทุนอย่างรอบคอบ เพื่อดูแลลูกค้าและสังคมท่ามกลางความผันผวนของตลาดพลังงาน และเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ตลาดโลกอย่างใกล้ชิด ควบคู่กับการประสานกับหน่วยงานของภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับภาพรวมของประเทศ ทั้งนี้การพิจารณาด้านราคาจะดำเนินการอย่างเหมาะสมตามภาวะต้นทุนและสถานการณ์ตลาด

บริษัทฯ ขอความร่วมมือผู้ใช้พลังงานไม่ตื่นตระหนกหรือกักตุน เนื่องจากปริมาณสำรองน้ำมันและระบบขนส่งภายในประเทศยังคงดำเนินการได้ตามปกติ แม้สถานการณ์ระหว่างประเทศยังมีความไม่แน่นอน

 

 

“อีซูซุ” เอาใจสายลุย เพิ่มเครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE  ใน New! ISUZU V-CROSS 4×4 “THE ONE & ONLY” และ MU-X “THE NEXT PEAK” 4WD

0
อีซูซุ 1

บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เดินหน้ากลยุทธ์เชิงรุกในตลาดรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ เปิดตัวไลน์อัพใหม่ครั้งแรก! กับ New! ISUZU V-CROSS 4×4 “THE ONE & ONLY” และ MU-X “THE NEXT PEAK” 4WD ครั้งแรกของเครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE ในระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ชูจุดเด่นด้านสมรรถนะที่เร้าใจ ควบคู่ความประหยัดและเทคโนโลยีครบครัน มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด รองรับทั้งการใช้งานและไลฟ์สไตล์ท่องเที่ยว เพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภค ขยายฐานลูกค้า และตอกย้ำความเป็นผู้นำในการบุกเบิกตลาดรถ 4×4 ของอีซูซุอย่างต่อเนื่อง

อีซูซุ 1

มร.ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เปิดเผยว่า “เครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การเปิดตัวไปเมื่อปลายปี 2567  จึงมีการเพิ่มเครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE สำหรับรุ่น 4×4 ในรถปิกอัพ New! ISUZU V-CROSS 4×4 “THE ONE & ONLY” และรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ซึ่งนับเป็นการเสริมความแข็งแกร่งของผลิตภัณฑ์กลุ่มขับเคลื่อนสี่ล้ออีซูซุ และเพื่อตอบโจทย์ ผู้บริโภคที่มองหายานยนต์สมรรถนะสูง ใช้งานได้หลากหลายพร้อมลุยทุกสถานการณ์ เติมเต็มอรรถรสการขับขี่ให้ทั้งสนุกและมั่นใจในการขับขี่มากยิ่งขึ้น รวมทั้งยังคงความประหยัดน้ำมันตามแบบฉบับอีซูซุ โดยเครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE และเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ได้รับการพัฒนาให้สมดุลทั้งพละกำลัง อัตราเร่ง และความประหยัดน้ำมัน จึงช่วยเพิ่มทางเลือกใหม่ให้กับผู้ใช้ทั้งกลุ่มเชิงพาณิชย์และกลุ่มไลฟ์สไตล์ท่องเที่ยวเชิงผจญภัย พร้อมเสริมศักยภาพการแข่งขันของอีซูซุ ในตลาดรถขับเคลื่อน 4 ล้อของไทยได้เป็นอย่างดี”

อีซูซุ 4

ทั้งนี้เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์ออฟโรดที่ดีที่สุด อีซูซุจึงจัดกิจกรรมพิเศษ “ISUZU 4×4 Beyond Experience”  งานรวมกลุ่มคนรัก 4×4  ณ สนาม “ISUZU 4X4 Experience” ที่สมบูรณ์แบบและยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียในวันเสาร์ที่ 14 มีนาคมนี้ ผู้เข้าร่วมงานจะได้เป็นลูกค้ากลุ่มแรกในการทดสอบสมรรถนะทั้งในรุ่น New! ISUZU V-CROSS 4×4 “THE ONE & ONLY” และ MU-X “THE NEXT PEAK” ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE และเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อมพูดคุยประสบการณ์การขับขี่ออฟโรดกับกูรูชื่อดัง รวมถึงกิจกรรมจากแบรนด์พันธมิตรของอีซูซุ และรับชมคอนเสิร์ตจากศิลปินวง Lipta ที่จะมาสร้างความบันเทิงภายในงาน

อีซูซุ 4

NEW! ISUZU V-CROSS 4×4 “THE ONE & ONLY” เครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE 4 ประตู ในราคาเริ่มต้น 1,066,000 บาท เปิดมิติใหม่สายออฟโรดด้วยขุมพลังดีเซลเจเนอเรชันล่าสุด ให้การตอบสนองฉับไว ส่งกำลังต่อเนื่องผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดแบบ REV TRONIC  ขับสนุก  คล่องตัว และประหยัดน้ำมัน รองรับทั้งงานหนักและไลฟ์สไตล์ผจญภัย ต่อยอด DNA ความแกร่งทนทานของอีซูซุกว่า 50 ปี มาพร้อมดีไซน์ดุดัน แบบฉบับ V-CROSS กระจังหน้า Multi-layer ไฟหน้า–ท้าย LED ล้ออัลลอย 18 นิ้ว และสีใหม่ Inishmore Gray Opaque  ห้องโดยสารยกระดับความสบายแบบ FIRST CLASS ด้วยเบาะ COOLMAX สีดำ จออินโฟเทนเมนต์รองรับ Wireless Apple CarPlay และ Android Auto ลำโพงแบบ Dynamic Surround Sound 8 ทิศทางรอบคัน เสริมความมั่นใจด้วย ระบบ Professional 4×4 ทั้ง Terrain Command, Rough Terrain mode และ Electronic Diff-Lock ลุยน้ำลึกได้ 800 มม. ตอกย้ำภาพลักษณ์สปอร์ตออฟโรดสมรรถนะสูงที่พร้อมลุยทุกเส้นทาง

อีซูซุ 5

นอกจากนี้เพื่อเพิ่มความพิเศษอีซูซุได้ร่วมมือกับ WILD ผู้ผลิตชิ้นส่วนชื่อดังของไทยในการออกแบบอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษรอบคันโดยเฉพาะสำหรับ ISUZU V-CROSS 4X4 เครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ผู้จำหน่ายอีซูซุ ทั่วประเทศ

อีซูซุ 8

MU-X “THE NEXT PEAK” 4WD เครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE ในรุ่นย่อย RS และ Ultimate ในราคาเริ่มต้น 1,654,000 บาท ยกระดับสู่ตัวตนใหม่ที่เหนือกว่าในทุกด้าน ภายใต้แนวคิด “สู่จุดพีคใหม่ของชีวิต” ที่ให้สมรรถนะเร้าใจควบคู่ความประหยัดน้ำมัน ครั้งแรก! กับระบบขับเคลื่อน 4WD ในเครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE ที่มอบพละกำลังสูงสุด 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร ตอบสนองฉับไวทั้งทางเรียบและเส้นทางออฟโรด โช้กอัพใหม่! แบบ STIFF FLEX มอบประสบการณ์ขับขี่ที่นุ่มนวลและมั่นใจได้ยิ่งกว่าในทุกครั้งที่เข้าโค้ง ขับสนุกด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด แบบ REV TRONIC เปลี่ยนเกียร์นุ่มนวลต่อเนื่อง พร้อม Sequential Paddle Shift และพวงมาลัยไฟฟ้า EPS ให้ผู้ขับขี่ควบคุมจังหวะการเร่งแซงได้ดั่งใจ เพิ่มอารมณ์สปอร์ต และความมั่นใจในทุกสถานการณ์ขับขี่ ด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS เจเนอเรชันล่าสุด และกล้องรอบคัน 360 องศา

ผู้สนใจสามารถสัมผัสและทดลองขับ ISUZU V-CROSS 4×4 “THE ONE & ONLY” และ

MU-X “THE NEXT PEAK” 4WD เครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE ได้ที่โชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม 2569 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com และ LINE: @isuzuthai

 

 

GWM ปักธงส่ง GWM ORA 5 ใน 2 ขุมพลัง ทั้งไฟฟ้าและไฮบริด เปิดตัวครั้งแรกบนเวทีโลกที่ประเทศไทย ในวันที่ 12 มีนาคม!

0
GWM ORA 5 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุด GWM เตรียมเขย่าตลาด SUV-B ในไทย กับการมาถึงของ GWM ORA 5 ที่ต่อยอดความสำเร็จจาก GWM ORA Good Cat รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นสำคัญที่คนไทยให้ความไว้วางใจมากว่า 4 ปี พร้อมตอกย้ำกลยุทธ์ Multi-powertrain กับการเปิดตัวรถยนต์รุ่นไฮไลต์แห่งปีอย่าง GWM ORA 5 ใน 2 ทางเลือกขุมพลัง ทั้ง BEV และ HEV สะท้อนแนวคิดการพัฒนารถยนต์ที่มุ่งตอบโจทย์การใช้งานจริงของผู้บริโภคชาวไทยในทุกมิติ ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นและการจัดเต็มด้านเทคโนโลยี ควบคู่กับการมอบความปลอดภัยและความสะดวกสบายขั้นสุด ตอบโจทย์ทั้งผู้ที่ต้องการประสบการณ์การขับขี่ล้ำสมัยแบบรถยนต์ไฟฟ้าล้วน (BEV) และผู้ที่มองหาความยืดหยุ่นในการใช้งานด้วยระบบไฮบริด (HEV) โดยยังคงมอบสมรรถนะ ความคล่องตัว และความมั่นใจในทุกการเดินทาง โดย GWM ORA 5 เตรียมเปิดตัวในวันที่ 12 มีนาคม ณ UOB Live, Emsphere

การเปิดตัว GWM ORA 5 ในประเทศไทย ถือเป็นก้าวสำคัญของ GWM ในระดับโลก โดยประเทศไทยถือเป็นประเทศที่สองของโลกในการเปิดตัวรุ่น BEV ต่อจากประเทศจีน และเป็นประเทศแรกของโลกในการเปิดตัวรุ่น HEV ซึ่ง GWM (Thailand) ได้ศึกษาถึงโครงสร้างตลาดรถยนต์ในประเทศไทยและเล็งเห็นถึงความชื่นชอบของผู้บริโภคชาวไทยที่มีต่อรถยนต์ไฮบริด ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการตัดสินใจนำ GWM ORA 5 รุ่น HEV เข้ามาให้คนไทยได้สัมผัส ซึ่ง GWM มั่นใจว่ารถยนต์คันนี้จะเป็นทางเลือกที่คุ้มค่า ตอบโจทย์ความต้องการของคนไทย ในการยกระดับประสบการณ์ในทุกมิติไปอีกขั้น

เบื้องหลังกลยุทธ์ Multi-powertrain และความยืดหยุ่นด้านขุมพลังของ GWM ORA 5 คือแนวคิดการพัฒนาแพลตฟอร์มระดับโลกล่าสุดของ GWM ซึ่งยึดหลัก “First Principles” หรือการกลับไปสู่แก่นแท้ของการสร้างรถยนต์ เพื่อลดความซับซ้อน และออกแบบโครงสร้างที่รองรับความต้องการที่หลากหลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ แนวคิด “หนึ่งรุ่น หลายขุมพลัง” จึงกลายเป็นคำตอบสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคสามารถเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของตนเองได้ โดยยังคงมาตรฐานคุณภาพและประสบการณ์การใช้งานในระดับเดียวกัน

เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวว่า “การวางตำแหน่ง GWM ORA 5 ในเซกเมนต์ SUV-B พร้อมทางเลือกใน 2 ขุมพลัง ทั้ง BEV และ HEV ไม่เพียงสะท้อนทิศทางของ GWM ในการพัฒนาแพลตฟอร์มอัจฉริยะที่ยืดหยุ่นเท่านั้น แต่ยังตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญของภูมิภาค และเรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นเจ้าภาพการเปิดตัว GWM ORA 5 HEV ครั้งแรกของโลกในกรุงเทพฯ โดย GWM ORA 5 ถูกวางให้เป็นอีกหนึ่งรุ่นหลักที่มีศักยภาพสร้างแรงกระเพื่อมให้ทั้งตลาด BEV และ HEV ในประเทศ การเดินหน้าครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ แต่เป็นอีกก้าวสำคัญของ GWM (Thailand) ในการขยายทางเลือกด้านพลังงานให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น พร้อมส่งมอบความมั่นใจให้ผู้บริโภคไทยเลือกใช้ได้อย่างตรงใจและใช้ชีวิตได้อย่างลงตัวในทุกไลฟ์สไตล์”

 

 

 

 

“เอเอเอสฯ” สะท้อนความเชื่อมั่นถึงบริการหลังการขายที่ได้รับความไว้วางมากว่า 30 ปี ขอเชิญเจ้าของรถยนต์ปอร์เช่ พานาเมร่า (Panamera) รับบริการตรวจเช็คสภาพในแคมเปญ “Porsche Service Clinic Panamera Trust & Performance Check 2026”

0
เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส 1

เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการแห่งแรกในประเทศไทย ด้วยมาตรฐานศูนย์บริการระดับโลกจากโรงงานปอร์เช่ ประเทศเยอรมนี ผสานความเชี่ยวชาญของทีมช่างผู้ผ่านการรับรอง ขอเชิญเจ้าของรถยนต์ปอร์เช่รุ่นปอร์เช่ พานาเมร่า (Panamera) เข้าร่วมแคมเปญสุดพิเศษ “Porsche Service Clinic Panamera Trust & Performance Check 2026 ระหว่างวันที่ 4 – 14 มีนาคม 2569 ณ Porsche Centre Bangkok และ Porsche Centre Pattanakarn

เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส 2

พร้อมดูแลรถยนต์คู่ใจด้วยประสบการณ์ที่ได้รับความไว้วางใจมากว่า 30 ปี เอเอเอสฯ ดูแลรถทุกคันโดยทีมช่างผู้ผ่านการรับรองและได้รับรางวัลเหรียญทองตามมาตรฐานเดียวกับโรงงานผู้ผลิตจากประเทศเยอรมนี พร้อมเครื่องมือเฉพาะทางที่ทันสมัย เพื่อให้รถของท่านคงไว้ซึ่งสมรรถนะ ความปลอดภัย และความสมบูรณ์แบบในทุกการขับขี่ โดยลูกค้าที่เข้าร่วมแคมเปญจะได้รับสิทธิประโยชน์พิเศษ ดังนี้

เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส 3

ลูกค้าที่นำรถเข้ารับบริการในแคมเปญนี้จะได้รับสิทธิพิเศษดังต่อไปนี้

  • ฟรี บริการตรวจเช็กรถยนต์ 111 จุด
  • น้ำมันเครื่อง Mobil 1 ฟรี 1 ลิตร เมื่อทำการนัดหมายผ่านระบบออนไลน์
  • รับส่วนลดเพิ่ม 5% สำหรับ Fast Check ครอบคลุมการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ไส้กรองต่าง ๆ น้ำมันเบรก และอุปกรณ์สิ้นเปลืองสำคัญ
  • รับส่วนลดพิเศษสูงสุด 40% สำหรับสินค้า Tequipment (เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ)
  • รับส่วนลดพิเศษสูงสุด 25% สำหรับสินค้า Porsche Lifestyle
  • เมื่อมียอดใช้จ่ายมากกว่า 30,000 บาท รับฟรี ร่ม Mobil 1 และแก้วน้ำ Mobil Tumbler
  • สัมผัสประสบการณ์ Test Drive ยนตรกรรมจากปอร์เช่หลากหลายรุ่นภายในงาน

โดยสามารถนัดหมายเข้ารับบริการได้ที่:

Porsche Centre Bangkok โทร. 02-522-6655

Porsche Centre Pattanakarn โทร. 02-369-1111

เอเอเอสฯ เชื่อมั่นว่าการดูแลที่ดีเริ่มต้นจากความใส่ใจในรายละเอียด และการบริการที่ครบถ้วนในทุกขั้นตอน เพื่อให้รถปอร์เช่คู่ใจของท่านพร้อมถ่ายทอดพลังแห่งสมรรถนะและความภาคภูมิใจได้อย่างเต็มที่ในทุกเส้นทางเพราะความไว้วางใจที่ลูกค้ามอบให้ตลอด 3 ทศวรรษ คือแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้เอเอเอสฯ ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาการบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูแลรถทุกคันให้ดีที่สุดเสมอมา และตลอดไป

 

 

“ฮอนด้า” แจ้งสถานการณ์การส่งมอบรถยนต์ล่าช้า พร้อมดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

0
ฮอนด้า 1

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านเป็นอย่างสูงสำหรับความไว้วางใจและความเชื่อมั่นที่มีต่อฮอนด้าและผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ มาโดยตลอด เนื่องจากบริษัทฯ ได้รับผลกระทบจากชิ้นส่วนบางรายการที่จำเป็นต่อกระบวนการผลิต ส่งผลให้บริษัทฯ ส่งมอบรถยนต์ล่าช้า

ทั้งนี้ ฮอนด้าได้ตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากสถานการณ์ดังกล่าว และอยู่ระหว่างเร่งดำเนินมาตรการแก้ไขเพื่อให้สามารถกลับมาดำเนินการผลิตและส่งมอบรถยนต์ได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด สำหรับลูกค้าที่ได้ทำการจองรถภายใต้แคมเปญพิเศษ “Honda โปรตะลึง ตรึงราคา! พลัสเพิ่มความคุ้มแบบจึ้งใจ” ซึ่งมีเงื่อนไขการจองตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงวันที่ 6 เมษายน 2569 และกำหนดการรับรถภายในวันที่ 10 เมษายน 2569 โดยบริษัทฯ ขอแจ้งว่าลูกค้าจะยังคงได้รับสิทธิประโยชน์ตามแคมเปญดังกล่าว และได้ขยายระยะเวลาการรับรถออกไปจนถึงวันที่ 30 เมษายน 2569 พร้อมจะบริหารจัดการกระบวนการส่งมอบรถยนต์ให้แก่ลูกค้าอย่างเหมาะสม

ฮอนด้าขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้นมา ณ โอกาสนี้ และยังคงให้ความสำคัญกับการดูแลลูกค้า โดยมุ่งมั่นที่จะพัฒนาและบริหารจัดการกระบวนการส่งมอบผลิตภัณฑ์และการให้บริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าทุกท่าน

 

 

  “MG Primus” สร้างประวัติการณ์ใหม่! กวาด No.1 รางวัล MG Dealer Award 2025 ครบทุกมิติ ครองแชมป์ผู้นำดีลเลอร์ MG คุณภาพสูง สะท้อนมาตรฐานที่เหนือระดับและความเชื่อมั่นของลูกค้าไทย

0
MG Primus 1

นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน กลุ่มบริษัทในเครือ Primus Group และ MG Primus เปิดเผยว่า ในปี 2025 ที่ผ่านมา ทาง MG Primus ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง โดยได้รับรางวัลผลงานยอดเยี่ยมอันดับ 1 ด้านต่างๆ รวมทั้งสิ้น 6 รางวัลใหญ่ ในพิธีมอบรางวัล “MG Dealer Award 2025”  ที่ได้รับเกียรติจาก มร.ต๋า เซินเซิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด เป็นผู้มอบรางวัล ภายในงานประชุมผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ MG ทั่วประเทศ ภายใต้ชื่อ “MG Dealer Award 2025” ที่จัดขึ้น โดยบริษัท เอ็มจี เซลล์ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด

เอ็มจี ไพร์มัส 2

สำหรับรางวัล MG Dealer Award 2025 ที่ MG Primus ได้รับรวมทั้งหมด 6 รางวัล ได้แก่

  1. 1. Excellence Award : รางวัลอันดับ 1 กลุ่มผู้จำหน่ายที่มีประสิทธิภาพครอบคลุมทุกด้าน
  2. 2. Best Sales Performance : รางวัลอันดับ 1 กลุ่มผู้จำหน่ายที่มียอดขายปลีกสูงสุดในประเทศ
  3. 3. Best Sales Volume of MG IM6 Group: รางวัลอันดับ 1 กลุ่มผู้จำหน่ายที่มียอดขายรถยนต์ MG IM6 สูงสุดในประเทศ
  4. 4. Best Sales Volume (EV) : รางวัลอันดับ 1 กลุ่มผู้จำหน่ายที่มียอดขายรถยนต์ไฟฟ้าสูงสุดในประเทศ

5.Best Sales Volume (ICE) : รางวัลอันดับ 1 กลุ่มผู้จำหน่ายที่มียอดขายรถยนต์สันดาปสูงสุดในระดับประเทศ

  1. 6. Best Dealer Star : รางวัลอันดับ 1 ประเภทผู้จำหน่ายที่มีคะแนนมาตรฐานบริการลูกค้า เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 90% โดย MG Primus สาขาพัทยา เป็นได้รับรางวัลดังกล่าว

เอ็มจี ไพร์มัส 3

นอกจากนี้ MG Primus ยังได้รับรางวัล 5 Stars Award  สำหรับผู้จำหน่ายที่สามารถรักษามาตรฐานการดำเนินงานและคุณภาพการบริการได้อย่างต่อเนื่องตลอดปี สะท้อนการบริหารที่มีคุณภาพ สม่ำเสมอ และให้ความสำคัญกับประสบการณ์แก่ลูกค้าในทุกด้านเป็นอย่างดี

เอ็มจี ไพร์มัส 4

พร้อมสร้างสถิติใหม่ด้านการจำหน่ายรถยนต์ ในเดือนธันวาคม 2568 โดยทำยอดจำหน่ายสูงสุดในรอบ 12 ปี สะท้อนความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อมาตรฐานการบริการโดยรวมของ MG Primus

เอ็มจี ไพร์มัส 5

นายณัฏฐวุฒิ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จครั้งนี้ ตอกย้ำบทบาทของ MG Primus ในฐานะกำลังสำคัญของเครือข่ายผู้จำหน่าย MG ประเทศไทย ที่จะร่วมขับเคลื่อนการเติบโตธุรกิจควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานการบริการให้แก่ลูกค้าให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น

เอ็มจี ไพร์มัส 6

ทั้งเป็นบทพิสูจน์ทิศทางและนโยบายของ Primus Group ที่กำหนดได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม สอดรับกับสถานการณ์ด้านการตลาดและอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในปัจจุบัน ด้วยการมุ่งพัฒนาเครือข่าย บุคลากร การบริหารงานและการบริการที่ส่งมอบประสบการณ์ตรงให้แก่ลูกค้าอย่างครบวงจร เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดและสร้างมาตรฐานการบริการที่ดีและเหนือระดับ ในฐานะผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ระดับชั้นแนวหน้าของไทย

เอ็มจี ไพร์มัส ิ10

นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท Primus Group กล่าวเพิ่มเติมว่า “การได้รับรางวัล MG Dealer Award 2025 ครบทั้ง 6 รางวัลหลัก ถือเป็นความสำเร็จที่สะท้อนถึงความแข็งแกร่งขององค์กรในภาพรวม ที่มุ่งตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุมในทุกด้าน และ MG Primus ยังคงเดินหน้าในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและยกระดับระบบการบริหารงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้า และรักษามาตรฐานให้มีคุณภาพดีขึ้นเป็นลำดับต่อไป”

เอ็มจี ไพร์มัส 11

 

 

“มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย” มอบระบบไฟฟ้าจากโซล่าร์เซลล์ ให้แก่ โรงพยาบาลลอง จังหวัดแพร่ เดินหน้าสนับสนุนความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายใต้โครงการ ‘Solar for Lives: พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า’

0
Mitsubishi 1

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด สานต่อ โครงการ ‘Solar for Lives: พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า’ ส่งมอบระบบไฟฟ้าจากโซล่าร์เซลล์ ขนาด 50 กิโลวัตต์ ให้แก่ โรงพยาบาลลอง จังหวัดแพร่ มูลค่าทั้งสิ้น 1,353,550 บาท ซึ่งเป็นโรงพยาบาลแห่งที่ 13 ตามเป้าหมายการติดตั้งระบบไฟฟ้าจากโซล่าร์เซลล์ ให้แก่โรงพยาบาลชุมชน 40 แห่งทั่วประเทศ ภายในระยะเวลา 10 ปี เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดลดภาระค่าใช้จ่ายภายในโรงพยาบาล รวมถึงลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม มุ่งสู่การร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยปัจจุบันติดตั้งรวมกำลังการผลิตแล้วกว่า 650 กิโลวัตต์

Mitsubishi 2

นายสาโรจน์ มะอาจเลิศ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานขาย บริการหลังการขาย และประสบการณ์ลูกค้าบริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “โครงการ ‘Solar for Lives: พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อชีวิตที่ดีกว่า’ เป็นมากกว่าการติดตั้งระบบพลังงานสะอาด แต่คือการสนับสนุนโรงพยาบาลในเขตชุมชน โดยเปลี่ยน ‘ต้นทุนพลังงาน’ ให้กลายเป็น ‘โอกาสทางการแพทย์’ เมื่อภาระค่าไฟฟ้าลดลง โรงพยาบาลจะสามารถนำงบประมาณไปจัดสรรในด้านต่าง ๆ เช่น เครื่องมือแพทย์ เทคโนโลยีการรักษา และการดูแลผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน โครงการนี้ยังช่วยยกระดับการใช้พลังงานหมุนเวียนในภาคสาธารณสุข และสร้างต้นแบบการบริหารจัดการพลังงานที่ยั่งยืนในระดับชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม สำหรับ โรงพยาบาลลอง จังหวัดแพร่ เราคาดว่าจะช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าได้มากถึง 300,000 บาทต่อปี สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการตอบแทนสังคมและชุมชน”

Mitsubishi 3

นายแพทย์วราวุทธ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลลอง กล่าวว่า “เราขอขอบคุณ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย และหน่วยงานพันธมิตร ทุกท่าน ที่ให้ความสำคัญกับ โรงพยาบาลลอง จังหวัดแพร่ โครงการนี้ถือเป็นการสนับสนุนที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง สำหรับโรงพยาบาลขนาดเล็กซึ่งมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ การได้รับมอบระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์จะช่วยให้เราสามารถลดภาระค่าใช้จ่าย และเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาคุณภาพการรักษาพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ การได้ใช้พลังงานทางเลือกยังเป็นก้าวสำคัญของโรงพยาบาลชุมชนในการปรับตัวสู่การบริหารจัดการที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม อันนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้คนในท้องถิ่นอีกด้วย”

Mitsubishi 5

นอกจากนี้ ภายในพิธีมอบระบบไฟฟ้าจากโซล่าร์เซลล์ บริษัท แพร่ยนตรการ มิตซู จำกัด ยังได้นำรถยนต์มิตซูบิชิ
มาจัดแสดงหลากหลายรุ่น พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้ทดลองขับ เพื่อสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ของรถยนต์มิตซูบิชิอย่างใกล้ชิด อาทิ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี และ มิตซูบิชิ ไทรทันเมกะ แค็บ

Mitsubishi  7\

โครงการ ‘Solar for Lives: พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า’ เป็นหนึ่งในแผนการดำเนินงานเพื่อสังคมของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ซึ่งครอบคลุม 3 ด้านหลัก ได้แก่ การศึกษา สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ ภายใต้ความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ปัจจุบันมีการส่งมอบและติดตั้งระบบไฟฟ้าจากโซล่าร์เซลล์ให้แก่โรงพยาบาลชุมชนแล้ว 13 แห่ง ประกอบด้วย

  • โรงพยาบาลน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น
  • โรงพยาบาลพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย
  • โรงพยาบาลเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง
  • โรงพยาบาลวิภาวดี จังหวัดสุราษฎร์ธานี
  • โรงพยาบาลปง จังหวัดพะเยา
  • โรงพยาบาลชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญ
  • โรงพยาบาลด่านมะขามเตี้ย จังหวัดกาญจนบุรี
  • โรงพยาบาลบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี
  • โรงพยาบาลนาดี จังหวัดปราจีนบุรี
  • โรงพยาบาลนายายอาม จังหวัดจันทบุรี
  • โรงพยาบาลพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ
  • โรงพยาบาลสระใคร จังหวัดหนองคาย
  • โรงพยาบาลลอง จังหวัดแพร่