Home Blog Page 26

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เปิดตัว “มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต จีที” รุ่นเริ่มต้น ชูคอนเซปต์ “ครบเกินคุ้ม ให้เกินคลาส” จัดเต็มฟังก์ชัน คุ้มค่าเกินคลาส ในราคา 1,139,000 บาท

0
มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต จีที 1

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว “มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต จีที” รถอเนกประสงค์รุ่นเริ่มต้น ในราคา 1,139,000 บาท พร้อมชูคอนเซปต์ “ครบเกินคุ้ม ให้เกินคลาส” มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพรถยนต์ที่มีฟังก์ชันการใช้งานครบครัน ในราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น ตอกย้ำความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์เรือธงที่ครองความนิยมในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ด้วยยอดขายที่ผ่านมากว่า 200,000 คัน มอบความคุ้มให้เกินคลาส ด้วยฟังก์ชันครบครัน ตอบโจทย์ทั้งสมรรถนะการขับขี่ที่แรงและประหยัด ระบบความปลอดภัยที่มั่นใจได้ และพื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวาง รวมถึงฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ที่คุ้มค่าเกินระดับอย่างแท้จริง

มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต จีที 2

มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต จีที ถือเป็นหนึ่งในรถยนต์รุ่นสำคัญเชิงกลยุทธ์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เรายังคงให้ความสำคัญสูงสุดกับเสียงของลูกค้า ตั้งใจพัฒนาเพื่อตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญทั้งในด้าน “คุณค่า” และ “สไตล์” ในการเลือกสิ่งที่สะท้อนตัวตน ความคุ้มค่า ทั้งการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน และภาพลักษณ์ ด้วยฟังก์ชันที่ครบครัน สมรรถนะดีเยี่ยม และความสะดวกสบายสูงสุดในรถระดับเดียวกัน มาพร้อมกับเทคโนโลยีความปลอดภัย และดีไซน์สปอร์ตโฉบเฉี่ยว อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของมิตซูบิชิ มุ่งมั่นมอบความมั่นใจ และความสบายใจในทุกการเดินทาง

มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต จีที 3

นอกจากการพัฒนารถให้ตอบโจทย์ลูกค้าชาวไทยเพิ่มมากขึ้นในทุกมิติแล้ว เพื่อให้ลูกค้าใช้งานได้อย่างไร้ความกังวล บริการหลังการขายจากศูนย์บริการของผู้จำหน่ายที่มีศักยภาพพร้อมให้บริการหลังการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และครอบคลุมด้วยเครือข่ายผู้จำหน่ายเกือบ 200 แห่งทั่วประเทศ” มร.อินาบะ กล่าวเพิ่ม

มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต จีที 4

หัวใจสำคัญของ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต จีที คือสมรรถนะเหนือคลาสด้วย ขุมพลังเครื่องยนต์ไฮเปอร์ พาวเวอร์ (Hyper Power) ดีเซลเทอร์โบ 2.4 ลิตร กำลังสูงสุด 184 แรงม้า และประหยัดน้ำมันถึง 15.2 กม./ลิตร (อ้างอิงจาก Eco Sticker) แรงเต็มทุกจังหวะการขับขี่ ให้ทุกเส้นทางของคุณเต็มไปด้วยความเร้าใจ ตอบสนองฉับไวทั้งช่วงออกตัวและเร่งแซง ขณะเดียวกันยังคงเอกลักษณ์ของช่วงล่างอันโดดเด่น เสถียรภาพการทรงตัวที่ดีเยี่ยม มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อม Sport Mode สามารถลุยผ่านทุกอุปสรรคการขับขี่ได้อย่างง่ายดาย

มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต จีที 5

ดีไซน์ภายนอกถ่ายทอดบุคลิกที่เป็นเอกลักษณ์อันทรงพลังในทุกรายละเอียด โดดเด่นสะดุดตาด้วยกระจังหน้าดีไซน์แบบรังผึ้ง สอดรับกับแผงกันชนหน้าและหลัง ด้วยเส้นสายที่คมชัด ให้ความรู้สึกปราดเปรียวแต่มั่นคง เพิ่มมิติความสปอร์ต โดดเด่น ด้วยล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว (ใหญ่ที่สุดเมื่อเทียบรถยนต์ในระดับเดียวกัน)

มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต จีที 5

การตกแต่งภายในห้องโดยสารพิถีพิถัน ด้วยวัสดุสีดำตกแต่งสีเงิน และเปียโนแบล็ค อีกทั้งยังมอบความสบายระดับพรีเมียม ด้วยเบาะหนังพร้อมระบบปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง ด้านคนขับ รองรับสรีระได้อย่างกระชับ และผ่อนคลายแม้เดินทางไกล ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง พื้นที่เก็บสัมภาระปรับแบนราบ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน หน้าจอระบบสัมผัส 8 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay & Android Auto พร้อมการจัดวางหน้าจออินโฟเทนเมนต์และพอร์ตเชื่อมต่อที่คำนึงถึงผู้โดยสารทุกคนให้ใช้งานง่าย ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน และโดดเด่นด้วย เทคโนโลยีความปลอดภัย Diamond Sense ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรงพร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว หรือ FCM (Forward Collision Mitigation) และระบบล็อกความเร็วบนพวงมาลัย (Cruise Control) พร้อมถุงลมคู่หน้า และระบบเบรกมือปรับด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบหน่วงแรงแบรก (Brake Auto Hold) ด้วยระบบความปลอดภัยที่คิดมาเพื่อคุณ ไม่ว่าการเดินทางจะใกล้หรือไกล ก็ตอบโจทย์ทุกเส้นทางอย่างคุ้มค่า

มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต จีที 7

เป็นเจ้าของ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต จีที ตอกย้ำนิยามความเป็นรถอเนกประสงค์ “ครบเกินคุ้ม ให้เกินคลาส” ก่อนใคร ในราคา 1,139,000 บาท โดยมีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีเทา Graphite Grey และสีขาว White Diamond (ราคาเพิ่ม 15,000 บาท) พร้อมรับข้อเสนอพิเศษ ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี* และรับประกันคุณภาพนาน 5 ปี หรือ 100,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) พร้อมฟรีค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี* ได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูมมิตซูบิชิทั่วประเทศ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และนัดหมายเพื่อทดลองขับได้ที่ เว็บไซต์ www.mitsubishi-motors.co.th หรือ มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ โทร. 02-079-9500 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง ติดตามข้อมูลข่าวสารของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทยได้ที่ www.facebook.com/MitsubishiMotorsTH

“ทีมช่างอีซูซุไทย” ยืนหนึ่งเวทีโลก คว้าแชมป์การแข่งขัน I-1 Grand Prix ที่ญี่ปุ่น

0
ทีมช่างอีซูซุไทย 1

ทีมช่างอีซูซุจากประเทศไทยคว้าแชมป์ “การแข่งขันทักษะบริการด้านเทคนิคของอีซูซุ  ระดับนานาชาติ” กลุ่มรถบรรทุกขนาดกลางและใหญ่ ประจำปี 2025 (Isuzu World Technical Competition I-1 Grand Prix 2025, CV Division) ครั้งที่ 20 ณ โยโกฮาม่า ประเทศญี่ปุ่น ความสำเร็จของทีมช่างอีซูซุประเทศไทยในครั้งนี้ คือการการันตี “ความเชื่อมั่นสูงสุด” และ     “การยกระดับการให้บริการ” ที่อีซูซุพร้อมจะดูแลและส่งมอบประสบการณ์หลังการขายที่ดีเยี่ยมให้แก่ลูกค้า ภายใต้แนวคิด “Isuzu Trusted Buddy…อีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย” ตลอดระยะเวลาเกือบ 7 ทศวรรษ ของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย

ทีมช่างอีซูซุไทย 2

มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ  บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “ผมรู้สึกดีใจ และภูมิใจอย่างยิ่งที่ทีมช่างอีซูซุไทยคว้าแชมป์การแข่งขันทักษะบริการด้านเทคนิคของอีซูซุ ระดับนานาชาติ กลุ่มรถบรรทุกขนาดกลางและใหญ่ ประจำปี 2025 ชัยชนะในครั้งนี้ถือเป็นบทพิสูจน์ของความมุ่งมั่นในการพัฒนาทักษะบุคลากรภายใต้การฝึกอบรมที่เข้มข้นและ ด้มาตรฐานระดับโลกของอีซูซุ…ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวยและการแข่งขัน       ในตลาดรถยนต์ที่รุนแรง อีซูซุยังเชื่อมั่นและยืนหยัดการดำเนินธุรกิจ ภายใต้แนวคิด Isuzu Trusted Buddy…อีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย” ตลอดระยะเวลายาวนานเกือบ 70 ปี ด้วยศักยภาพ ประสบการณ์ และความทุ่มเทของทีมช่างอีซูซุ จึงทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลรักษาที่ได้มาตรฐานสูงสุด รวมถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์และประสบการณ์บริการ อันดีเยี่ยมให้แก่ลูกค้าอย่างแท้จริง พร้อมเคียงข้างคุณในทุกสถานการณ์ทางธุรกิจ และเติบโตเคียงคู่สังคมไทยไปด้วยกันอย่างยั่งยืน”

ทีมช่างอีซูซุไทย 3

ด้านคุณญาณพัฒน์ เพลงเกษม โค้ชจาก บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวในฐานะตัวแทนของทีมว่า “การแข่งขันในเวที I-1 Grand Prix ครั้งนี้ เป็นครั้งแรกของผมในฐานะโค้ช และยังเป็นครั้งแรกการแข่งขันระดับนานาชาติของของตัวแทนช่างอีซูซุไทยทั้งสองคนด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่ท้าทายมาก และปีนี้ยังเป็นปีที่พิเศษเพราะมีผู้เข้าแข่งขันมากถึง 37 ประเทศทั่วโลก ทุกคนล้วนมีศักยภาพและประสบการณ์สูง เพราะฉะนั้นนอกจากความรู้ด้านเทคนิคต่าง ๆ เช่น ความสามารถในการวินิจฉัยปัญหาได้ถูกต้องและแม่นยำ ทักษะความชำนาญในการใช้เครื่องมือ รวมถึง      การวางแผนบริหารจัดการภายใต้เวลาที่จำกัด ที่ต้องเตรียมตัวฝึกซ้อมเป็นอย่างดีแล้ว ทีมช่างอีซูซูไทยยังต้องมีทักษะในการทำงานเป็นทีม ความเชื่อใจซึ่งกันและกัน เพื่อที่จะสามารถทำให้  ประสบความสำเร็จได้และได้รับรางวัลกลับมา…ขอให้ท่านลูกค้าอีซูซุที่นำรถเข้ามารับบริการ มั่นใจได้เลยว่ารถของท่านจะได้รับการดูแลตามมาตรฐานระดับสูงของอีซูซุอย่างแน่นอน”

ทีมช่างอีซูซุไทย 4

การแข่งขัน I-1 Grand Prix หรือการแข่งขันทักษะบริการด้านเทคนิคของอีซูซุ   ในระดับนานาชาติ เป็นเวทีที่ใช้ทดสอบความรู้และความสามารถของช่างเทคนิคของอีซูซุจากทั่วโลก โดยผู้เข้าร่วมการแข่งขันภาคปฏิบัติแบบบุคคลจะใช้ยานยนต์เสมือนบนคอมพิวเตอร์    เพื่อทำ “การวิเคราะห์ความเสียหายแบบเสมือน” ส่วนการแข่งขันภาคปฏิบัติแบบทีมจะประกอบไปด้วยการตรวจสอบ วินิจฉัย และซ่อมแซมความเสียหายบนตัวรถจริงเสมือนการทำงานจริง       ในศูนย์บริการ

ทีมช่างอีซูซุไทย 5

ทีมผู้เข้าแข่งขันแต่ละทีมประกอบด้วยสมาชิก 3 คน ได้แก่ ช่างเทคนิค 2 คน และโค้ช 1 คน สำหรับปีนี้มีทีมตัวแทนจากอีซูซุทั่วโลกเข้าร่วมแข่งขันรวมทั้งสิ้น 37 ประเทศ ในการแข่งขันปีนี้   ทีมช่างอีซูซุประเทศไทยสามารถแสดงศักยภาพด้านความรู้ ความเชี่ยวชาญ และการทำงานเป็นทีมได้อย่างยอดเยี่ยม จนสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ระดับนานาชาติ มาครองได้สำเร็จ ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นจากทีมช่างอีซูซุทั่วโลก ความสำเร็จในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของอีซูซุประเทศไทย ที่สะท้อนถึงมาตรฐานการพัฒนาบุคลากรด้านเทคนิคที่แข็งแกร่ง และมุ่งมั่นยกระดับคุณภาพการบริการให้ทัดเทียมระดับสากลอย่างต่อเนื่อง

ทีมช่างอีซูซุจากประเทศไทยนำทีมโดย คุณญาณพัฒน์ เพลงเกษม โค้ชจาก บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด และ 2 ช่างเทคนิค คุณธวัชชัย จันทร์หอม จาก หจก. ภาคอิสาณอุบล  (ตังปัก) และคุณจักรพันธุ์ รักบุรี จากบริษัท อีซูซุอันดามันเซลส์ จำกัด ซึ่งหลังผ่านการคัดเลือกสมาชิกทีมแล้ว ต้องใช้เวลาฝึกซ้อมถึง 3 เดือนเพื่อติวเข้มด้านทฤษฎีและปฏิบัติ พร้อมจำลอง   การแข่งจริงโดยสถาบันฝึกอบรมตรีเพชรอีซูซุ ส่วนรองชนะเลิศที่คะแนนรวมมาเป็นอันดับ 2 และ 3 เป็นทีมอีซูซุจากประเทศญี่ปุ่น และประเทศออสเตรเลีย ตามลำดับ

 

 

“มาสด้า” ร่วมกับกลุ่มอารีมิตรเปิดโชว์รูมแห่งใหม่จังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมส่งมอบประสบการณ์ลูกค้าอย่างเหนือระดับ

0
มาสด้า 1

มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ตอกย้ำการให้ความสำคัญกับบริการหลังการขายและผลักดันกลยุทธ์การขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ประกาศความร่วมมือกับ กลุ่มอารีมิตร เพิ่มเงินลงทุนอีกกว่า 100 ล้านบาท เปิดโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่ บนเนื้อที่ 12 ไร่ ใจกลางย่านชุมชนและเขตเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อส่งมอบบริการที่ครบวงจรให้กับลูกค้าในภาคอีสานตอนกลาง ภายใต้หลักการทำงาน “ความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า คือมาตรฐานการทำงานของเรา” อันสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลางในทุกบริบท เพื่อส่งมอบประสบการณ์ความสุขและสร้างความพึงพอใจที่น่าจดจำให้กับลูกค้ามาสด้าทุกคน จากการเปิดโชว์รูมแห่งใหม่ครั้งนี้ ส่งผลให้มาสด้าอารีมิตรสามารถให้บริการลูกค้าได้ครอบคลุมทั้ง 3 จังหวัด ทั้งใน กาฬสินธุ์ มหาสารคาม และร้อยเอ็ด

Mazda 2

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เนื่องจากมาสด้าได้เล็งเห็นถึงศักยภาพการเติบโตของภาคอีสานตอนกลาง ที่มีลูกค้ามาสด้าอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากและมีโอกาสขยายตัวทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค จึงได้ร่วมมือกับ กลุ่มอารีมิตร ผู้จำหน่ายที่มีความพร้อมและศักยภาพสูง เพื่อลงทุนเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการ รวมถึงศูนย์ซ่อมสีและตัวถังแห่งใหม่ ที่พร้อมให้บริการแบบครบวงจรเพิ่มเติมในจังหวัดร้อยเอ็ด  หลังจากมีปริมาณลูกค้ามาเข้ารับบริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในกาฬสินธุ์และมหาสารคาม เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้าในจังหวัดและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งกลุ่มอารีมิตร เป็นกลุ่มธุรกิจที่เชี่ยวชาญด้านการดำเนินธุรกิจรถยนต์มายาวนานกว่า 30 ปี มาสด้าเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า ด้วยความพร้อมของกลุ่มอารีมิตร ทั้งในด้านสิ่งอำนวยความสะดวก บุคลากร ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์การดำเนินธุรกิจที่การันตีด้วยรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมถึง 4 ปี ผมเชื่อว่าจะทำให้มาสด้า อารีมิตร สาขาร้อยเอ็ด เป็นอีกหนึ่งสาขาที่สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี”

Mazda 4

นางพิกุล อุตรนคร กรรมการผู้จัดการ บริษัท อารีมิตร มาสด้า จำกัด กล่าวว่า “กลุ่มอารีมิตร ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพการให้บริการและขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เพื่อรองรับต่อความต้องการของลูกค้าและมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้รถยนต์มาสด้า ครั้งนี้เราได้เปิดโชว์รูมและศูนย์บริการแบบครบวงจรแห่งใหม่ สาขาร้อยเอ็ด เสริมทัพจากสาขากาฬสินธุ์ และมหาสารคาม ด้วยเงินลงทุนกว่า 100 ล้านบาท โดยโชว์รูมแห่งใหม่นี้ตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพใจกลางเมืองร้อยเอ็ด รายล้อมด้วยแหล่งเศรษฐกิจสำคัญ บนถนนบายพาสทำให้เดินทางสะดวกสบาย ใกล้ห้างสรรพสินค้าโรบินสันร้อยเอ็ด โฮมโปรและไทวัสดุ สามารถรองรับทั้งลูกค้าและผู้มาเยี่ยมชมได้อย่างสะดวกครบวงจรในทุกมิติของการให้บริการ”

“บนเนื้อที่ครอบคลุม 12 ไร่ หรือ 19,200 ตารางเมตร แบ่งออกเป็นพื้นที่ส่วนโชว์รูมที่จัดแสดงรถยนต์มาสด้าได้ครบทุกรุ่น พร้อมด้วยห้องรับรองลูกค้าขนาดกว้างขวาง ที่ได้รับการตกแต่งอย่างทันสมัยและเป็นไปตามมาตรฐานมาสด้า ภายใต้แนวคิด Customer-Centric ที่ให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เพื่อส่งมอบประสบการณ์ความสุขในทุกด้านของการใช้ชีวิต และคอนเซ็ปต์ “Joy Drives Lives” ที่พร้อมให้การต้อนรับ ส่งมอบประสบการณ์การให้บริการด้วยความอบอุ่น จริงใจ และเป็นกันเองกับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ และยังพร้อมด้วยศูนย์บริการมาตรฐาน ที่สามารถส่งมอบงานบริการได้ถึง 500 งานต่อเดือน โดยช่างเทคนิคมืออาชีพที่ได้รับการฝึกอบรมตามมาตรฐาน มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ที่สำคัญมีการสำรองอะไหล่ครบถ้วน เพื่อสามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างตรงเวลาและครอบคลุม”

Mazda 5

นายณัฐพล อุตรนคร กรรมการผู้จัดการขาย บริษัท อารีมิตร มาสด้า จำกัด กล่าวว่า “มาสด้า อารีมิตร มุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในทุกขั้นตอน ทั้งด้านการขาย การบริการหลังการขาย รวมถึงศูนย์ซ่อมสีและตัวถังแบบครบวงจร โดยยึดมั่นในคุณภาพและความพึงพอใจของลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินงาน ตามปรัชญาการทำงาน “ความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า คือมาตรฐานงานบริการของเรา” ด้วยเหตุนี้ กลุ่มอารีมิตรจึงได้มุ่งมั่นยกระดับบริการหลังการขายให้ครอบคลุมกับจำนวนลูกค้าที่มาใช้บริการ ด้วยการเปิดสาขาร้อยเอ็ด ต่อจากสาขากาฬสินธุ์ และมหาสารคาม เพื่อมอบความสะดวกและรวดเร็วให้กับลูกค้ามาสด้าที่มาใช้บริการ”

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการเปิดโชว์รูมแห่งใหม่ในครั้งนี้ มาสด้า อารีมิตร จึงขอมอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าที่จองและออกรถทุกรุ่นที่ มาสด้า อารีมิตร สาขาร้อยเอ็ด ดังต่อไปนี้

  • ลูกค้าที่จองระหว่างวันที่ 1-14 ธ.ค. 68 รับฟรีบัตรน้ำมัน มูลค่า 3,000 บาท จำนวน 27 รางวัล
  • ลูกค้าที่มาร่วมงานเปิดโชว์รูมและจองรถภายในวันที่ 1-13 ธ.ค.68 จะได้รับสิทธิ์ร่วมจับรางวัลเครื่องชงกาแฟมูลค่า 15,000 บาท จำนวน 7 รางวัล
  • ลูกค้าที่จองระหว่างวันที่ 15-30 ธ.ค. 68 รับฟรีบัตรน้ำมัน มูลค่า 1,000 บาท จำนวน 14 รางวัล

“มาสด้า อารีมิตร ขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านสำหรับการสนับสนุน เราหวังว่าจะได้ให้การดูแลท่านและรถยนต์ของท่านในโอกาสถัดไป เพื่อให้รถยนต์มาสด้า เป็นส่วนหนึ่งในการส่งมอบประสบการณ์ความสุข ให้กับท่านและครอบครัวของท่านไปตลอดอายุการใช้งาน” นายณัฐพล อุตรนคร กล่าวเสริม

Mazda 8

สำหรับลูกค้ามาสด้าที่จะเข้ารับบริการที่ มาสด้า อารีมิตร สาขาร้อยเอ็ด หรือ สาขาอื่น ๆ สามารถนัดหมายเข้ารับบริการได้ตามที่อยู่และเบอร์ติดต่อ ดังต่อไปนี้

  • มาสด้า อารีมิตร สาขา ร้อยเอ็ด ตั้งอยู่ที่ 449 หมู่ที่ 16 ถ.บายพาส เหนือเมือง เมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด รหัสไปรษณีย์ 45000 โทร. 092-989-0810 Line: @areemitmazda3
  • มาสด้า อารีมิตร สาขา กาฬสินธุ์ ตั้งอยู่ที่ 9/1 ถนนสงเปลือย ตำบล กาฬสินธุ์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ 46000 โทร 043-010-252 หรือ 098-101-0030 Line: @areemitmazda
  • มาสด้า อารีมิตร สาขา มหาสารคาม ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 927 ถนนนครสวรรค์ ตำบลตลาด อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม 44000 โทร 043-010-252 หรือ 098-101-0040 Line: @areemitmazda2

“มาสด้า” เตรียมเผยโฉม THE ALL-ELECTRIC MAZDA6e รถยนต์ไฟฟ้าครั้งแรกในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ปีนี้

0
มาสด้า 1

มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ปล่อย Teaser เผยภาพยนตร์โฆษณา “The All-Electric Mazda6e” รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกจากมาสด้า ที่สะท้อนถึงก้าวแรกในการเข้าสู่ยุคใหม่ของเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย ตามคอนเซ็ปต์ “eLECTRIFY INTO THE NEW ERA” พร้อมเชิญชวนลูกค้าไปสัมผัสได้เร็ว ๆ นี้ ในงานไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2025 โดยงานแถลงข่าวเปิดบูธมาสด้าจะมีขึ้นในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 เวลา 14:45 – 14:55 น. ลูกค้าที่สนใจสามารถเข้าชมและจองรับสิทธิพิเศษเพื่อเป็นเจ้าของได้ก่อนใคร ตั้งแต่วันที่ 29 พ.ย. 68 – 10 ธ.ค. 68 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1 – 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

มาสด้า 2

The All-Electric Mazda6e มาพร้อมภาพลักษณ์ NeoFastback นิยามใหม่ของยนตรกรรม 5 ประตู ที่สะท้อนแนวคิด New Era of Design and Utility ถ่ายทอดเส้นสายทรงพลังแบบ Fastback ที่เปี่ยมด้วยความสวยงามและความลื่นไหลในการออกแบบ ตามแนวคิด Kodo-Soul of Motion ถ่ายทอดเอกลักษณ์การขับขี่และสมรรถนะของรถยนต์มาสด้าไว้ในทุกองค์ประกอบอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็น ปรัชญาการขับขี่แบบ จินบะ-อิไต ที่มอบความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างคนกับรถ ให้ความสนุกสนานในการขับขี่ (Joy of Driving) และมอบประสบการณ์ความประทับใจให้กับลูกค้าทั่วโลก

ลูกค้าชาวไทยเตรียมพบกับ The All-Electric Mazda6e พลังที่จุดประกายทุกสัมผัส​ ยกระดับตัวตนและจิตวิญญาณสู่อีกขั้น ที่หลอมรวมทุกการขับขี่ให้เป็นหนึ่งเดียวกับคุณ​ ครั้งแรกของยนตรกรรมไฟฟ้าจากมาสด้า ได้ที่งานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2025 เร็ว ๆ นี้

มาสด้าจะยังคงมุ่งมั่นส่งมอบความสุขในการขับขี่ “Joy of Driving” ภายใต้คุณค่าหลักที่ให้ความสำคัญกับมนุษย์เป็นศูนย์กลาง “Human Centric” ควบคู่กับการส่งมอบประสบการณ์ความสุขในการใช้ชีวิต “Joy of Living” ให้กับลูกค้า เพื่อให้มาสด้าเป็นแบรนด์ที่ส่งมอบความสุขและยกระดับประสบการณ์การใช้ชีวิตในทุกด้านให้กับลูกค้า อันเป็นสิ่งที่มาสด้าปรารถนาเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับสังคมและผู้คนในทุกบริบทตลอดไป

รับชม Teaser หนังโฆษณาได้ที่: https://youtu.be/ZszOr2yCpuA

หมายเหตุ:

  • รอบสื่อมวลชนและวีไอพี:              28 พ.ย. 68 เวลา 09:00-22:00 น.
  • รอบมหากุศล (บุคคลทั่วไป):          29 พ.ย. 68 เวลา 11:00-22:00 น.
  • รอบสำหรับบุคคลทั่วไป:               30 พ.ย. 68 – 10 ธ.ค. 68

วันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 12:00-22:00 น.

วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 11:00-22:00 น.

“IMC สื่อสากล” พร้อมจัดงาน MOTOR EXPO 2025 เริ่ม 29 พย. นี้

0
MOTOR EXPO 2025 1

“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” ปรับรูปแบบกิจกรรม คุมโทนในงานให้เหมาะสม ค่ายรถยนต์ 42 แบรนด์ จักรยานยนต์ 16 แบรนด์ ร่วมแสดงนวัตกรรม พร้อมจัดโปรโมชั่นมากมาย ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม นี้

MOTOR EXPO 2025 2

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42เผยว่า “ปีนี้จัดตามแนวคิด “อลังการงานแสดง-The Magnificent Motor Expo” โดยขอความร่วมมือผู้ออกงานให้คำนึงถึงความเหมาะสมในการจัดกิจกรรม และการแต่งกายของพริทที เพื่อให้ภาพรวมของงานมีความสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

MOTOR EXPO 2025 3

MOTOR EXPO 2025 มีค่ายรถยนต์เข้าร่วมงานทั้งหมด 42 แบรนด์ จาก 8 ประเทศ ได้แก่ AION, AUDI, AVATR, BMW, BYD, CARRYBOY, CHERY, DEEPAL, DENZA, DFSK, FARIZON, FORD, GAC, GEELY, GEELY RIDDARA, GWM, HONDA, HYPTEC, HYUNDAI, ISUZU, JEEP, KIA, LEAPMOTOR, LEXUS, MAXUS, MAZDA, MERCEDES-BENZ, MG, MINI, MITSUBISHI, NEX, NISSAN, OMODA & JAECOO, POCCO, PORSCHE, SUZUKI, TESLA, TOYOTA, VOLVO, WULING, XPENG และ ZEEKR รวมทั้ง ชุดแต่งจากผู้นำเข้าอิสระ M’Z SPEED

MOTOR EXPO 2025 4

รถจักรยานยนต์ 16 แบรนด์ จาก 7 ประเทศ ได้แก่ BMW MOTORRAD, DECO, DUCATI, EM MOTOR, HARLEY-DAVIDSON, HONDA, LAMBRETTA, NIU, ROYAL ALLOY, ROYALENFIELD, SLEEK EV, SUZUKI, TRIUMPH, TROMOX, YAMAHA และ ZONTES

รถมือสอง 3 แบรนด์ ได้แก่ BMW PREMIUM SELECTION, MERCEDES-BENZ CERTIFIED PRE-OWNED VEHICLES, และ VOLVO SELEKT

สำหรับกิจกรรมคืนกำไรให้ผู้ชมทั้ง ซื้อรถ…ชิงรถ / ซื้อบัตร…ชิงรถ / ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิกไบค์ / ชมงานผ่าน MOTOR EXPO APP ชิงรถ มีรายละเอียดดังนี้

  1. “ซื้อรถ…ชิงรถ” ผู้จองหรือซื้อรถยนต์ใหม่ภายในงาน มีสิทธิ์ชิงรถยนต์ AVATR 11 รุ่น STANDARD RANGE มูลค่า 2,099,000 บาท
  2. “ซื้อบัตร…ชิงรถ ผู้ซื้อบัตรชมงาน มีสิทธิ์ชิงรถยนต์ MITSUBISHI XFORCE รุ่น ULTIMATE มูลค่า 1,059,000 บาท
  3. “ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิกไบค์” ผู้จองหรือซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ในงาน มีสิทธิ์ชิงรถจักรยานยนต์ SUZUKI รุ่น GSX-8R มูลค่า 419,000 บาท
  4. “ชมงานผ่าน MOTOR EXPO APP ชิงรถ” ผู้ลงทะเบียนใน MOTOR EXPO APPLICATION พร้อมตอบแบบสอบถามครบถ้วน ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 – 31 ธันวาคม 2568 มีสิทธิ์ชิงรถยนต์ WULING BINGUO รุ่น DC ICON มูลค่า 429,000 บาท

ยิ่งกว่านั้นยังมีบริการ “MOTOR EXPO EXCLUSIVE VISITOR” เพียง 1,000 บาท รับ บัตรเข้าชมงาน ULTIMATE VIP 3 ใบ ช่องจอดรถ VIP ณ ลานจอดรถ P1 (1 คัน/1 สิทธิ์) ฟรีค่าจอด 3 ชม. พื้นที่รับรองพิเศษ EXCLUSIVE VISITOR LOUNGE บริการนำชมรถโดยพนักงานขายของแบรนด์ที่ลูกค้าสนใจ ซื้อสินค้าที่ระลึก MOTOR EXPO ลด 10% และสิทธิ์เข้าร่วมชิงโชครายการ “ซื้อบัตร ชิงรถ”

MOTOR EXPO 2025 10

นอกจากนี้ งาน MOTOR EXPO 2025 ยังมีกิจกรรมมากมาย ได้แก่ Skill Driving Experience Junior จัดอบรมปลูกฝังวินัยจราจรเด็ก / Skill Driving Experience จัดกิจกรรมขับรถแข่งเครื่อง Simulator / Spirit of the 4×4 Driving School ชมสนามรถบังคับจำลองสถานการณ์ในพื้นที่ทุรกันดาร และสนามจำลอง ให้ทดลองนั่งรถ 4×4 ที่ขับโดยผู้เชี่ยวชาญ / นิทรรศการสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย แสดงรถโบราณทรงคุณค่า หาชมยาก / มูลนิธิ “ลมหายใจไร้มลทิน” จัดกิจกรรมสำหรับเด็ก และเยาวชน / ชุมนุมรถสวย ชมรถยนต์ และบิกไบค์ รุ่นดังหลากหลายค่าย จากสมาชิกคาร์คลับทั่วประเทศ / Join Boat Platform จัดแสดงเรือสำหรับคนรักเรือ ฯลฯ

งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” จัดขึ้น ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม 2568 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล” และสามารถซื้อบัตรชมงานได้ทาง https://www.motorexpo.co.th/onlineticket/

“GWM” เตรียมส่ง Hi4 สุดยอดเทคโนโลยีไฮบริดขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะสู่ตลาดไทย ประเดิมรุ่นแรกใน GWM WEY G9 รถ MPV ระดับไฮเอนด์ พร้อม Zero Gravity Seat และระบบปฏิบัติการสุดล้ำ

0
GWM Thailand 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลกด้วยแนวคิด“ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนอง ทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด GWM (Thailand) เตรียมสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับตลาดรถยนต์ลักชัวรี่ในประเทศไทย ด้วยการเผยโฉมครั้งแรกของแบรนด์ GWM WEY (จีดับเบิ้ลยูเอ็ม เวย์) นำโดย GWM WEY G9 (จีดับเบิ้ลยูเอ็ม เวย์ จีไนน์) รถ MPV ระดับไฮเอนด์รุ่นแรก ที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำมากมาย ทั้งระบบขับเคลื่อน Hi4 Technology เทคโนโลยีไฮบริดขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ ปลอดภัยและมั่นใจในทุกเส้นทางและทุกสถานการณ์ รวมถึง Coffee Intelligence ซึ่งเป็นระบบนิเวศ AI ใหม่ที่พัฒนาโดย GWM และระบบปฏิบัติการ Coffee OS 3.3 เชื่อมต่อคนกับรถอย่างไร้ขีดจำกัด มอบประสบการณ์การขับขี่อัจฉริยะและการตอบสนองที่ถูกต้อง ฉับไว แม่นยำ และไร้รอยต่อ ที่ได้รับเสียงชื่นชมอย่างล้นหลามจากผู้ใช้ในประเทศจีน นอกจากนี้ ยังล้ำไปอีกขั้นกับสุดยอดความสะดวกสบายด้วยเบาะแถวสองที่สามารถปรับเป็นสภาวะไร้น้ำหนัก หรือ Zero-Gravity Seat โดย GWM WEY G9 คือ ยนตรกรรมระดับลักชัวรี่ที่เปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีสุดอัจฉริยะอย่างแท้จริง เตรียมเผยโฉมอย่างเป็นทางการในงาน Motor Expo 2025 วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 นี้

เทคโนโลยี Hi4: ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะครั้งแรกของโลก การันตีด้วยรางวัลอันทรงเกียรติสูงสุด

GWM WEY G9 มาพร้อม Hi4 (Hybrid Intelligent 4WD) เทคโนโลยีไฮบริดขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะครั้งแรกของโลก หลังจากที่คว้ารางวัล Grand Prize ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (S&T Award) ประจำปี 2025 จากสมาคมวิศวกรยานยนต์แห่งประเทศจีน (China SAE) ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 30 ปีที่เทคโนโลยีขับเคลื่อนไฮบริดได้รับรางวัลสูงสุดนี้ และเป็นรางวัลทรงเกียรติที่สุดในอุตสาหกรรมยานยนต์จีน สะท้อนให้เห็นถึงความก้าวล้ำของเทคโนโลยี Hi4 ทั้งด้านสมรรถนะ ความปลอดภัย และความชาญฉลาดในการขับขี่ ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งแรกของบริษัทระดับโลก เทคโนโลยี Hi4 ใช้นวัตกรรมเชิงสถาปัตยกรรม “3 แหล่งพลังงาน + 9 โหมดการทำงาน” ครอบคลุมทั้ง EV Mode, Series Range-Extending Mode, Parallel Hybrid Mode, Direct Engine Drive Mode และโหมดการฟื้นพลังงานจากทั้งเพลาหน้าและหลัง พร้อมระบบ ITVC (Intelligent Torque Vectoring Control) ที่สามารถปรับแรงบิดของล้อแต่ละข้างได้ภายในเวลาเพียง 0.01 วินาที ช่วยลดการลื่นไถลและเพิ่มการยึดเกาะบนพื้นผิวลื่น เช่น น้ำ ทราย หรือกรวด แม้แต่การเข้าโค้ง เพื่อมอบสมรรถนะการขับขี่และประสิทธิภาพที่เหนือกว่า ทั้งความเร็ว ความลื่นไหล ความเงียบ การประหยัดพลังงาน และความปลอดภัยในทุกสภาพถนน รองรับสภาพการขับขี่ที่หลากหลายในโลกแห่งการเดินทางที่ท้าทาย

นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2023 รถที่ติดตั้งเทคโนโลยี Hi4 ของ GWM มียอดขายทั่วโลกกว่า 410,000 คัน ณ สิ้นปี 2024 โดยได้ผลักดันส่วนแบ่งตลาดรถออฟโรดพลังงานใหม่ของ GWM ในจีนจาก 10% ในปี 2020 เติบโตเป็น 52% ภายใน2024 ขณะที่ในตลาดต่างประเทศ รถยนต์ที่ติดตั้ง Hi4 ได้ถูกส่งออกไปยังตลาดสำคัญ เช่น ออสเตรเลีย เม็กซิโก นิวซีแลนด์ และคาซัคสถาน

Coffee OS 3.3: ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะเพื่อการเชื่อมต่อในทุกเส้นทางแบบไร้ขีดจำกัด

นอกจาก Hi4 แล้ว GWM WEY G9 ยังมาพร้อมระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ Coffee OS 3.3 ที่เชื่อมต่อทุกฟังก์ชันในรถให้ใช้งานได้อย่างชาญฉลาด เพื่อสร้างประสบการณ์การเชื่อมต่อที่ราบรื่นระหว่างคนกับรถ โดยทำงานร่วมกับ AI ที่สามารถแสดงภาพและสถานะของรถยนต์ในรูปแบบ 3 มิติแบบเรียลไทม์บนหน้าจอแสดงผล รวมถึงสามารถสั่งงานอุปกรณ์ต่าง ๆ โดยการสั่งงานจากภาพบนหน้าจอ เช่น เปิด-ปิดฝากระโปรงท้าย นอกจากนี้ ยังโดดเด่นด้วยด้วยการรองรับการสั่งงานด้วยเสียงมากถึง 21 ภาษา และสำเนียงท้องถิ่นที่แตกต่างกัน จับเสียงได้อย่างถูกต้องและแม่นยำมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถแยกเสียงชายและหญิงได้อย่างชาญฉลาด พร้อมระบบการนำทาง Petal Maps Global Navigation อันทันสมัยที่สามารถแสดงภาพแผนที่แบบ 3 มิติและสภาพการการจราจรแบบเรียลไทม์ สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ผ่าน GWM App Store เช่น Spotify ได้อย่างง่ายดาย และยังเชื่อมต่อกับอุปกรณ์สมาร์ทโฟนอย่างไร้รอยต่อ ทำให้ผู้ใช้สามารถควบคุมฟังก์ชันต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัว GWM WEY G9 ยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยไซเบอร์ (cyber security) ที่ทันสมัย เพื่อให้ทุกข้อมูลทางธุรกิจและข้อมูลส่วนตัวได้รับการปกป้องขั้นสุด มอบความมั่นใจในทุกการเดินทาง

2nd Row Zero-Gravity Seat: เบาะแถวสองแบบสภาวะไร้น้ำหนัก ให้การเดินทางสะดวกสบายถึงขีดสุด

GWM WEY G9 มาพร้อมกับเบาะแถวสองแบบสภาวะไร้น้ำหนัก ที่ทำให้ผู้โดยสารแถวสองรู้สึกสบายเหมือนนั่งอยู่ในอวกาศที่ปราศจากแรงโน้มถ่วง โดยร่างกายของผู้โดยสารไม่ได้สัมผัสกับชิ้นส่วนหรือพื้นของรถ ด้วยการปรับมุมองศาของเบาะไปที่ “Golden Angle” ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเทคโนโลยีการบินและอวกาศของ NASA สร้างมุมที่นั่งที่สมบูรณ์แบบ 127° สําหรับลําตัว และ 132° สําหรับต้นขาและน่อง โดยจัดตําแหน่งหัวใจและหัวเข่าในระดับเดียวกันเพื่อการกระจายแรงกดทั่วที่นั่งอย่างสม่ำเสมอ เพิ่มความสบายไปอีกขั้นด้วยเบาะหุ้มหนัง Nappa สัมผัสนุ่ม หรูหรา ทนทาน ไม่ระคายเคืองผิว ระบายอากาศได้ดี และทำความสะอาดง่าย พร้อมระบบเบาะนวดไฟฟ้า 6 รูปแบบ และระบบเบาะระบายอากาศที่พนักพิงและที่นั่ง ช่วยลดความเมื่อยล้าและยกระดับความสบายไปอีกขั้น

ยิ่งไปกว่านั้น GWM WEY G9 ใช้วัสดุที่รักษาสิ่งแวดล้อม ช่วยลดการปล่อยสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (Volatile Organic Compounds หรือ VOC) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการเชื่อมพื้นผิวด้วยคลื่นเสียงอัลตร้าโซนิก ลดการใช้กาวในชิ้นส่วนภายในรถ ใช้พลาสติกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่ผ่านการอบที่อุณหภูมิ 80°C นาน 2 ชั่วโมง เพื่อลดกลิ่นและสาร VOC  GWM WEY G9 ถือเป็นรถยนต์ MPV รุ่นแรกในประเทศจีนที่ได้รับการรับรอง “การปลอดฟอร์มาลดีไฮด์ (Zero Formaldehyde)” และ “China Green Car Assessment Program (C-GCAP) ระดับห้าดาว”

GWM WEY และ GWM WEY G9 จึงเป็นมากกว่าแบรนด์ลักชัวรี่และรถยนต์ระดับไฮเอนด์ แต่เป็นแบรนด์ที่มุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีระดับโลก เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยมและเหนือความคาดหมายให้กับผู้ใช้ทั่วโลก ชูเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อการเดินทางที่เหนือระดับ ทั้งสมรรถนะ ความปลอดภัย และการเชื่อมต่อที่ตอบโจทย์ชีวิตยุคใหม่อย่างแท้จริง

เวย์น โจว์ กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวว่า “GWM มุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีอัจฉริยะอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้เหนือกว่าที่เคย โดยเฉพาะเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนและระบบปฏิบัติการที่ล้ำหน้าและทันสมัยที่สุดของ GWM ทั้ง Hi4 และ Coffee OS ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของนวัตกรรมยานยนต์ระดับโลก เราเชื่อมั่นว่าการนำเทคโนโลยีระดับสูงเหล่านี้เข้ามาให้คนไทยได้สัมผัส ไม่ว่าจะเป็นการนำแบรนด์ GWM WEY ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ก่อตั้งและสร้างสรรค์จากเกียรติยศและแรงบันดาลใจของประธาน Jack Wey รวมถึงการนำ GWM WEY G9 เข้าสู่ตลาดไทย จะแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของ GWM ในการส่งมอบยนตรกรรมระดับไฮเอนด์และประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าชาวไทย สร้างความมั่นใจในทุกการขับขี่ และตอบโจทย์ทุกการเดินทางอย่างแท้จริง”

 

“ฮอนด้า” จัดโปรแรงส่งท้ายปี! ดีลสุดคุ้ม 2 รุ่นยอดนิยม Civic e:HEV และ New HR-V e:HEV มอบสิทธิพิเศษสูงสุด 50,000 บาท พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 173,000 บาท ตั้งแต่ 1 พ.ย. – 11 ธ.ค. 2568 กับ Honda Pro OH! MY GOOOOOD PLUS+ โปรใหม่ จัดใหญ่เต็ม MAX

0
ฮอนด้า 1

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด จัดโปรแรงส่งท้ายปีกับแคมเปญ “Honda Pro OH! MY GOOOOOD PLUS+” เพิ่มเติมทางเลือกใหม่สำหรับรถยนต์สองรุ่นฮิตในไลน์อัป Honda e:HEV – The EXCITING Hybrid ทั้ง Honda Civic e:HEV และ New Honda HR-V e:HEV มอบความคุ้มค่าที่ “ตรงใจ เลือกได้เอง” ให้คุณเลือกได้ดั่งใจรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมมูลค่า 50,000 บาท หรือ เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 173,000 บาท** ให้การเป็นเจ้าของรถยนต์ทั้งสองรุ่นเป็นเรื่องง่ายกว่าที่เคย สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 – 11 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 อย่าพลาด! โปรแรงแห่งปีที่ทำให้ความฝันของคุณเป็นจริง

ฮอนด้า 1

ไฮไลต์ข้อเสนอสำหรับ Honda Civic e:HEV ราคาเริ่มต้นเพียง 1,099,000 บาท

สปอร์ตซีดานขวัญใจวัยรุ่น ดีไซน์สปอร์ตเท่ ขับมันส์เหลือล้น เร่งแรงเร้าใจ ประหยัดน้ำมันเหลือ ๆ พร้อมฟังก์ชันการใช้งานและเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกอันล้ำสมัยครบครัน ซึ่งมาพร้อมข้อเสนอพิเศษ ดังนี้

  • ทางเลือกใหม่!
    • รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมมูลค่า 50,000 บาท พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 173,000 บาท**
    • หรือเลือกรับ ดอกเบี้ย 0% พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 173,000 บาท** 

โดยมาพร้อมข้อเสนอคุ้มค่าให้ลูกค้าเป็นเจ้าของ Honda Civic e:HEV ได้ง่ายขึ้น

  • โปรแกรม ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส (Double Smile Plus) ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ
    • ฮอนด้าช่วยผ่อน 7 ปี รวมมูลค่าสูงสุด 84,000 บาท*
    • ผ่อนเบาเริ่มต้นเพียงเดือนละ 9,527 บาท* หรือเลือก ดาวน์ต่ำเพียง 10%*
    • พร้อม ฟรี! ประกันภัย 1 ปี*และฮอนด้า อัลติเมทแคร์

ไฮไลต์ข้อเสนอสำหรับ New Honda HR-V e:HEV ราคาเริ่มต้นเพียง 949,000 บาท

ไฮบริด SUV ยอดนิยม สปอร์ตพรีเมียมลงตัว สะดวกสบาย ขับง่าย ลุยได้ทุกเส้นทาง รองรับทุกการใช้งานสไตล์อเนกประสงค์ อีกทั้งประหยัดน้ำมันเกินคาด ซึ่งมาพร้อมข้อเสนอพิเศษ ดังนี้

  • ทางเลือกใหม่!
    • รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมมูลค่า 50,000 บาท พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 154,000 บาท**
    • หรือเลือกรับ ดอกเบี้ย 0% พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 154,000 บาท**

โดยมาพร้อมข้อเสนอคุ้มค่าให้ลูกค้าเป็นเจ้าของ New Honda HR-V e:HEV ได้ง่ายขึ้น

  • โปรแกรม ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส (Double Smile Plus) ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ
    • ฮอนด้าช่วยผ่อน 7 ปี รวมมูลค่าสูงสุด 84,000 บาท*
    • ผ่อนเบาเริ่มต้นเพียงเดือนละ 8,090 บาท* หรือเลือก ดาวน์ต่ำเพียง 10%*
    • พร้อม ฟรี! ประกันภัย 1 ปี*และฮอนด้า อัลติเมทแคร์

อย่ารอช้า! มาคว้าความคุ้มค่าส่งท้ายปีกับแคมเปญ Honda Pro OH! MY GOOOOOD PLUS+ โปรใหม่ จัดใหญ่เต็ม Max ได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ หรือศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง (Honda Call Center)
โทร. 0 2341 7777 หรืออ่านรายละเอียดที่ https://www.honda.co.th/promotions

  • ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Honda Civic e:HEV ดูรายละเอียดได้ที่ https://www.honda.co.th/civic
  • ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ New Honda HR-V e:HEV ดูรายละเอียดได้ที่ https://www.honda.co.th/hrvehev

อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

  • เว็บไซต์: honda.co.th
  • Facebook Official Account: Honda Thailand
  • LINE Official Account: @honda-thailand

หมายเหตุ

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

** Honda Exclusive Care ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้

ข้อมูลเพิ่มเติม

  • ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ (Honda Ultimate Care) คือ การขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • Honda Exclusive Care คือ แคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ฮอนด้าใหม่ทุกรุ่น เพื่อมอบความมั่นใจในการใช้รถฮอนด้าในระยะยาว ประกอบไปด้วย
  • ฟรีประกันภัย 1 ปี
  • ฟรีแพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง และค่าอะไหล่ตามตารางการบำรุงรักษา
  • ฟรีรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง สำหรับรถยนต์ e:HEV ทุกรุ่น
  • ฟรี Honda Ultimate Care ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่ และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง ซึ่งปกติจะได้ 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แต่ขยายเพิ่มให้อีกเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

“เรเว่”  ขอแนะนำ BYD T25 e-Mixer รถโม่ผสมคอนกรีตพลังงานไฟฟ้า ทางเลือกใหม่ เพื่อการก่อสร้างที่ยั่งยืน

0
เรเว่ 1

บริษัท เรเว่ คอมเมอร์เชียล วีฮิเคิลส์ จำกัด ผู้จัดจําหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานใหม่เพื่อการพาณิชย์ บีวายดี อย่างเป็นทางการในประเทศไทยภายใต้ กลุ่มธุรกิจเรเว่ ยกระดับมาตรฐานวงการรถขนปูนในประเทศไทย ผ่านการเสนอทางเลือกใหม่ BYD T25 e-Mixer รถโม่ผสมคอนกรีตพลังงานไฟฟ้า ที่มาพร้อมเทคโนโลยีที่ดีที่สุดจาก บีวายดี ผ่านการพัฒนาโดยคำนึงถึงทุกปัจจัย ที่จะขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความสำเร็จ ทั้งเรื่องของความปลอดภัย ความทนทาน และ ประสิทธิภาพการใช้งานสูงสุด

เรเว่  2

นายประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ กล่าวว่า “เรเว่ ขอเสนอทางเลือกใหม่ให้กับผู้ประกอบการธุรกิจก่อสร้างกับ BYD T25 e-Mixer ซึ่งมาพร้อมกับนวัตกรรมล่าสุด และดีที่สุดอย่างรอบด้าน ทั้งยังผ่านการทดสอบหลายรูปแบบรวมถึง ภายใต้สภาพการใช้งานจริงในประเทศไทย เรเว่ มั่นใจว่า BYD T25 e-Mixer จะพร้อมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อน ผู้ประกอบการและธุรกิจของท่าน สู่อีกขั้นของความสำเร็จ”

เรเว่  3

นางสาวประธานพร พรประภา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ เปิดเผยว่า “BYD T25 e-Mixer คือคำตอบสำหรับผู้ประกอบการ ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน เนื่องจากรถโม่ผสมคอนกรีตพลังงานไฟฟ้า ไม่ได้แค่มีอัตราการปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ ซึ่งนำไปสู่สิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน แต่ยังประหยัดค่าพลังงานกว่า เมื่อเทียบกับรถโม่ผสมคอนกรีตทั่วไป ที่ใช้เครื่องยนต์แบบเดิม และต้นทุนที่ลดลงนี่เอง จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน”

 

  • อัดแน่นด้วยนวัตกรรม เพื่อความปลอดภัย และประสิทธิภาพสูงสุด

 

BYD T25 e-Mixer รถโม่ผสมคอนกรีตพลังงานไฟฟ้า ขับเคลื่อนแบบ 6×4 มาพร้อม BYD Blade Battery ขนาด 188 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ซึ่งผ่านการทดสอบแล้วว่าปลอดภัยสูง ทั้งทดสอบการเจาะด้วยตะปู และมีโครงสร้างแข็งแกร่ง มั่นใจในอายุการใช้งานที่ยาวนาน ด้วยระบบระบายความร้อนประสิทธิภาพสูง ในส่วนของระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ทั้งหมดออกแบบและพัฒนาขึ้นเองโดย บีวายดี ทำงานราบรื่นไม่มีสะดุด ทั้งยังมี มอเตอร์แบบขดลวดคู่ ซึ่งทำงานแยกอิสระต่อกัน สามารถขับเคลื่อนรถต่อไปได้ แม้ขดลวดชุดใดชุดหนึ่งขัดข้อง

 

BYD T25 e-Mixer ยังมีพวงมาลัยผ่อนแรง จากมอเตอร์ไฟฟ้าและปั๊มไฮโดรลิก ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยให้ขับขี่ได้ง่ายขึ้น แต่ในกรณีฉุกเฉินที่ไม่มีพลังงาน ส่งไปยังมอเตอร์พวงมาลัย ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถต่อได้อีก 30 วินาที ในส่วนของอุปกรณ์ความปลอดภัยอื่น มีระบบเสียงสังเคราะห์เตือนเมื่อเปิดไฟเลี้ยวและถอยหลัง, ระบบช่วยออกตัวทางลาดชัน (HHC), ระบบตรวจวัดแรงดันลมยาง (TPMS) และ ระบบเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EBS) ในส่วนของการปกป้องผู้ขับขี่และผู้โดยสาร มีโครงสร้างตัวถังที่สร้างขึ้นจากเหล็กแรงดึงสูงรอบห้องโดยสาร และผ่านการทดสอบการชนรอบด้านรวมถึงการพลิกคว่ำ ตามมาตรฐานของยุโรปแบบ ECE-R29

 

  • พร้อมเคียงคู่ผู้ประกอบการ ด้วยเทคโนโลยีเพื่อความทนทาน และใช้งานง่าย

 

BYD T25 e-Mixer พร้อมเอาชนะทุกอุปสรรค เพราะผ่านการทดสอบทั้งในห้องทดสอบกว่า 200 รายการ และบนถนนจริงภายใต้สภาวะสุดขีดหลายรูปแบบ รวมเป็นระยะทางกว่า 400,000 กิโลเมตร รวมถึงผ่านการทดสอบใช้งานจริงในประเทศไทยอีกด้วย ตัวแชสซีส์เป็นรูปทรงตัวยูยึดด้วยรีเวตด้านนอก เพิ่มความเหนียวและทนทาน รองรับน้ำหนักบรรทุกสูงสุด 25 ตัน ทั้งยังเคลือบด้วยสารกันกัดกร่อนของสนิม ยืดอายุการใช้งานสูงสุด 40% โครงสร้างห้องโดยสารใช้วัสดุโลหะชุบกัลวาไนซ์ ในสัดส่วน 55% เพ่ิมความแข็งแรงและทนการต่อการกัดกร่อน

เรเว่  2

ตัวโม่ปูนของ BYD T25 e-Mixer มีขนาด 6 ลูกบาศก์เมตร (m³) ผลิตจากวัสดุที่ทนทานต่อการสึกหรอ และใช้มอเตอร์แบบต่อตรง ลดน้ำหนักลง 150 กิโลกรัม พร้อมลดการใช้พลังงาน 30% ทั้งยังออกแบบให้ลดโอกาสที่ปูนจะล้นออกมา ขณะขับขี่ขึ้นทางลาดชัน และช่วยลดปริมาณปูนตกค้างหลังการถ่ายเทด้วย นอกจากนั้น ยังมีปุ่มปรับความเร็วรอบถังผสม พร้อมหน้าจอแสดงค่ากันน้ำและฝุ่น IP68 อ่านค่าง่าย ช่วยให้ตั้งค่าได้อย่างแม่นยำ

เรเว่  6

สำหรับระบบขับเคลื่อน ใช้มอเตอร์ทรงพลัง สามารถไต่เนินชันได้สูงสุด 45% (24.2 องศา) และรองรับการชาร์จพร้อมกันสองหัว Dual CCS 2 Fast Charging กำลังสูงสุด 210 kW เพิ่มประสิทธิภาพการนำพลังงาน จากการเบรกกลับมาใช้ใหม่ ผ่านระบบ Regenerative Braking ที่ลดอัตราการใช้พลังงานลง 15%

เรเว่  6

นอกจาก BYD T25 e-Mixer รถโม่ผสมคอนกรีตพลังงานไฟฟ้าที่พึ่งเปิดตัวไป เรเว่ คอมเมอร์เชียล วีฮิเคิลส์ ยังมีรถยนต์ไฟฟ้าที่พัฒนาขึ้น เพื่อการใช้งานในเชิงพาณิชย์อีกหลากหลายรุ่น พร้อมเคียงคู่ผู้ประกอบการจากทุกวงการ และร่วมขับเคลื่อนธุรกิจ สู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน โดยมีทั้ง

  • BYD e6 รถยนต์ไฟฟ้าตัวถัง MPV สำหรับผู้ประกอบการ ห้องโดยสารกว้างขวาง มาพร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระความจุ 580 ลิตร รองรับกระเป๋าเดินทางใหญ่ถึง 4 ใบ
  • BYD T3 รถตู้ไฟฟ้าเพื่อการขนส่งที่มีขนาดกะทัดรัด แต่มากด้วยประโยชน์ใช้สอย
  • BYD eBus รถบัสไฟฟ้าที่ได้รับการยอมรับมาแล้วทั่วโลก ด้วยยอดขายสะสมกว่า 74,000 คัน
  • BYD eTruck รถบรรทุกพลังงานไฟฟ้า สานพันธุ์แกร่ง เพื่อการใช้งานที่คลอบคลุมทุกอุตสาหกรรม

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์จาก BYD ได้ที่ revercommercial.com/th และติดตามความเคลื่อนไหวล่าสุดได้ที่ Official Facebook Page: BYD RÊVER Commercial Vehicles

สมาคมรถโบราณฯ จับมือ ดุสิตธานี หัวหิน และพันธมิตร จัดงาน “เพชรบุรี-หัวหิน วินเทจ คาร์ พาเหรด ครั้งที่ 23”

0
สมาคมรถโบราณ 1

สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน และพันธมิตรในพื้นที่ ร่วมกันจัดงาน “เพชรบุรี-หัวหิน วินเทจ คาร์ พาเหรด ครั้งที่ 23” ตามแนวคิด “เสน่ห์วันวาน…สีสันเมืองทะเล” วันที่ 19 – 21 ธันวาคม 2568

สมาคมรถโบราณ 2

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เผยว่า “งานเพชรบุรี-หัวหิน วินเทจ คาร์ พาเหรด จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 23 โดยเป็นครั้งแรกที่เพิ่มจังหวัดเพชรบุรีเข้าไปในชื่องาน และจะมีการปรับรูปแบบกิจกรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ รวมทั้งสมาคมฯ ยังคงร่วมกับ โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน เป็นปีที่ 4 และได้รับการสนับสนุนอย่างดีเช่นเคยจากพันธมิตรเดิม ทั้ง หอการค้าจังหวัดเพชรบุรี เทศบาลเมืองชะอำ เทศบาลนครหัวหิน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) รวมถึงมีพันธมิตรใหม่ ฮาร์ดร็อค คาเฟ่ หัวหิน”

สมาคมรถโบราณ 3

“สมาคมฯ หวังสร้างมิตรภาพตลอดการเดินทาง กระตุ้นการท่องเที่ยว ด้วยขบวนรถโบราณ และรถคลาสสิค บนเส้นทาง กรุงเทพฯ-หัวหิน ตามแนวคิด “เสน่ห์วันวาน…สีสันเมืองทะเล – The Charm of Yesteryear…a Seaside Town with Local Colour” เพื่อให้บรรดาคนรักรถโบราณได้สัมผัสกับ หัวหินเมืองท่องเที่ยวชายทะเลที่สวยงาม สร้างเสน่ห์ และสีสันที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว

สมาคมรถโบราณ 4

พิพัฒน์ พัฒนานุสรณ์ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน กล่าวว่า “โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการจัดงานขบวนพาเหรดรถโบราณหัวหินต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ขอขอบคุณสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย ที่ให้ความไว้วางใจและเลือกโรงแรมของเราเป็นสถานที่จัดงานอันทรงคุณค่านี้

สมาคมรถโบราณ 6

ขบวนพาเหรดรถโบราณนับเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ชาวเพชรบุรี หัวหิน ตลอดจนนักท่องเที่ยวต่างรอคอยทุกปี เพราะเป็นโอกาสได้ชื่นชมความงดงามของยนตรกรรมคลาสสิกที่หาชมได้ยากในปัจจุบัน โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน มีความยินดีที่จะสนับสนุนกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเช่นนี้อย่างต่อเนื่อง โดยพร้อมเปิดพื้นที่อันกว้างขวาง รวมถึงศูนย์การประชุมที่สามารถรองรับการจัดงานและคาราวานรถโบราณได้อย่างสมบูรณ์แบบ”

สมาคมรถโบราณ 6

พิธีปล่อยขบวนรถโบราณ “เพชรบุรี-หัวหิน วินเทจ คาร์ พาเหรด ครั้งที่ 23” จะเริ่มต้นที่ พิพิธภัณฑ์คนรักรถ AUTO RENDEZVOUS MUSEUM-BANGKOK ถนนประชาอุทิศ สู่ โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน ในวันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม 2568 โดยประชาชนทั่วไปสามารถชมรถคลาสสิค และรถโบราณอันทรงคุณค่าได้อย่างใกล้ชิดตลอดเส้นทาง ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ facebook.com/VintageCarClub

“เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย” เปิดตัว” New XPENG G6 Standard Range” รุ่นย่อยใหม่ ยกระดับมาตรฐานของกลุ่ม C-SUV ด้วยเทคโนโลยีและฟังก์ชั่นระดับพรีเมียม แต่เข้าถึงง่าย และคุ้มค่ามากขึ้น พร้อมรับข้อเสนอ มอเตอร์ เอ็กซ์โป

0
New XPENG G6 Standard Range 1

เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ ภายใต้บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป
คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA เปิดตัว New XPENG G6 รุ่นย่อยใหม่ ‘Standard Range’ ภายใต้คอนเซปต์ ‘The Standard That Raises Standards’ ยกระดับมาตรฐานเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าเอสยูวีขนาดกลาง ที่มุ่งตอบโจทย์การใช้งานจริง และมีเป้าหมายเพื่อทำให้เทคโนโลยีล้ำสมัย ได้รับการปรับให้สอดคล้องกับความต้องการ พร้อมราคาที่เหมาะสมและคุ้มค่า แต่ยังคงไว้ซึ่งสมรรถนะ ความปลอดภัย พร้อมแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง มอบประสบการณ์เหนือระดับและแตกต่าง ในยุคแห่งการขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน  

New XPENG G6 Standard Range 2

อภิวันท์ สิงห์ทวีศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย กล่าวว่า “เอ็กซ์เผิง คือแบรนด์
แห่งนวัตกรรมและเทคโนโลยี ทั้ง เอ็กซ์เผิง รุ่น G6 อัลตราสมาร์ท เอสยูวี คูเป้ และ X9 รถตู้ไฟฟ้า
ทรงสปอร์ตอัจฉริยะ ขับเคลื่อนด้วย AI ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การเดินทาง วันนี้ G6 พร้อมขยายการเข้าถึงไปสู่กลุ่มผู้ใช้ที่หลากหลาย ตั้งแต่ผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าคันแรก ไปจนถึงต้องการยกระดับไลฟ์สไตล์
สู่ยุคการขับขี่อัจฉริยะ หรือให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง ที่พร้อมรองรับอนาคต
การเดินทางอย่างยั่งยืน กับ New XPENG G6 รุ่นย่อยใหม่ ‘Standard Range’ ที่ยกระดับคำว่า ‘Standard’ ให้เหนือกว่าที่เคย ด้วยเทคโนโลยี 800V SiC Platform และแบตเตอรี่แบบ 5C นับเป็นการสร้างนิยามใหม่ ที่ไม่ใช่เพียงราคาจับต้องได้ แต่เป็นมาตรฐานใหม่ของความฉลาด และคุณภาพระดับพรีเมียม ตามคอนเซปต์ The Standard That Raises Standards”

 XPENG G6 3

++New XPENG G6 Standard Range ยกระดับมาตรฐานเทคโนโลยีแบตเตอรี่ พร้อมคงระบบขับขี่อัจฉริยะ

 XPENG G6 4

โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกสุดล้ำ คงเอกลักษณ์ Robot Face ด้วยไฟ Full-width Integrated Daytime Running Light ด้านหน้า เสริมความสปอร์ตด้วยฝาท้ายดีไซน์แบบ Ducktail และกันชนท้ายแบบ C-Ring พร้อมล้ออัลลอย Five-spoke ขนาด 20 นิ้ว มาพร้อม 5C AI Battery Ultra-fast Charging แบบ LFP ขนาด 68.5 กิโลวัตต์ชั่วโมง รองรับกำลังในการชาร์จแบบกระแสตรง (DC) สูงสุด 382 กิโลวัตต์ สามารถชาร์จจาก 10-80% ในเวลาเพียง 12 นาที ชาร์จไฟเต็มวิ่งได้ไกลสุด 540 กิโลเมตร (NEDC) อัตราการสิ้นเปลืองพลังงาน 14.7 กิโลวัตต์ชั่วโมง/100 กิโลเมตร (NEDC) นับเป็นรุ่นที่ชาร์จเร็วและใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด เทียบกับรถยนต์ไฟฟ้าเอสยูวี ในระดับราคาและขนาดแบตเตอรี่ใกล้เคียงกัน

 XPENG G6 5

นอกจากนี้ New XPENG G6 Standard Range ยังรองรับการอัปเดตแบบออนไลน์ (OTA) เพื่อปรับปรุงซอฟต์แวร์ระบบความปลอดภัย และเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ทำให้ลูกค้าได้ขับรถที่มีซอฟท์แวร์ทันสมัย และใหม่ตลอดเวลา

 XPENG G6 6

++จองและออกรถ New XPENG G6 Standard Range วันนี้ รับข้อเสนอเดียวกับ มอเตอร์ เอ็กซ์โป

  • บัตรชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า มูลค่า 20,000 บาท*
  • ม่านหลังคาไฟฟ้าพร้อมติดตั้ง พร้อมอุปกรณ์ดูดฝุ่น*
  • ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พรบ. นาน 1 ปี *
  • Wallbox Charger พร้อมติดตั้ง*
  • เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบพกพา*
  • คะแนน MGC-MOBILIFE 6,000 คะแนน*

 XPENG G6 7

  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง (Premium Roadside Assistance) นาน 5 ปี*
  • รับประกันคุณภาพสินค้า 5 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร*
  • รับประกันคุณภาพแบตเตอรี่ และมอเตอร์ขับเคลื่อน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร*

 XPENG G6 8

++ มั่นใจกับเครือข่ายพาร์ทเนอร์ เพื่อส่งมอบบริการที่ดีที่สุด

เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย เดินหน้าขยายเครือข่ายพาร์ทเนอร์อย่างต่อเนื่อง ทั้งในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ตลอดจนหัวเมืองหลักในแต่ละภูมิภาค นำโดย เอ็กซ์เผิง รามคำแหง, สุขุมวิท, ประดิษฐ์มนูธรรม, แจ้งวัฒนะราชพฤกษ์, พัทยา, ขอนแก่น, อุบลราชธานี, เชียงใหม่, ภูเก็ต, วิภาวดี-รังสิต, ตลิ่งชัน, ศรีนครินทร์, สุราษร์ธานี และ เกษตร-นวมินทร์ รวมทั้งหมด 15 แห่ง โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพการบริการที่เป็นมาตรฐาน ผสานเครื่องมืออันทันสมัย และคลังเก็บอะไหล่ ‘XPENG Parts Center’ เพื่อประสิทธิภาพการให้บริการ
และความพึงพอใจของลูกค้า อย่างทั่วถึง

 XPENG G6 9

XPENG G6 Standard Range ใหม่ ราคา 1,189,000 บาท

XPENG G6 Long Range ราคา 1,349,000 บาท

XPENG G6 AWD Performance ราคา 1,489,000 บาท