Home Blog Page 258

TTC Motor จัดอีเว้นท์ TTC EXPO “FUTURE IS HERE” คู่ขนาน MOTOR EXPO’2022

0

TTC Motor จัดอีเว้นท์ TTC EXPO “FUTURE IS HERE” ยกขบวนรถใหม่ป้ายแดง และ Mercedes-Benz Certified รถทดลองขับ เลขไมล์น้อย ดอกเบี้ยเหมือนรถใหม่ และรถมือสองคัดพิเศษ การันตีคุณภาพผ่านการตรวจเช็คกว่า 150 รายการตามมาตรฐาน Mercedes-Benz พร้อมรับซื้อรถคุณ ในราคาที่คุณพอใจและรับข้อเสนอพิเศษสุด พร้อมรับบัตรชมคอนเสิร์ตระเบิดความมันส์ “THE STAR LIGHT PHENOMENON” นำทีมโดยเจ เจตริน , ซานิ & ตั๊ม วราวุธ และดีเจชั้นนำ 12.12.2022 ที่ TTC Motor สาขาพัฒนาการ 45

คุณอัครินทร์ ตั้งทวีสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีทีซี มอเตอร์ จำกัด ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ ,เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี,เมอร์เซเดส-มายบัค และเมอร์เซเดส-อีคิว (Mercedes-Benz / Mercedes-AMG/ Mercedes-Maybach / Mercedes-EQ) อย่างเป็นทางการ เผยว่า TTC Motor พร้อมตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าหลากหลายทางเลือกและเปิดให้สัมผัสยนตรรมทุกซับแบรนด์ที่บริษัทจำหน่าย ที่โชว์รูมและงาน MOTOR EXPO’ 2022 ที่เมืองทองธานี

“ที่โชว์รูมพัฒนาการ 45 จัดงานในรูปแบบ  TTC EXPO “FUTURE IS HERE” เลือกชมรถในบรรยากาศสบายๆ พร้อมอาหาร เครื่องดื่ม ไม่ต้องเดินทางไกล รถติด หรือเบียดเสียดกับใคร สายใจ เพราะที่นี่เราให้คุณมากกว่าด้วยข้อเสนอพิเศษสุดแบบไม่เคยมีมาก่อน”

สำหรับบูธ Mercedes-Benz Certified โดย TTC Motor ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39  (Motor Expo’2022) ระหว่างวันที่ 1- 12 ธันวาคมนี้ บริษัทฯจัดรูปแบบการนำเสนอไปในทิศทางเดียวกับผู้จัดงานคือ It’s TIME Come Touch the FUTURE  ได้เวลา…สัมผัสอนาคต  นอกจากนี้ TTC ยังมอบข้อเสนอดีๆผ่านเฟสบุ๊คไลฟ์ Facebook Live อีกด้วย

ทั้งนี้รถที่นำมาจัดแสดงนั้น เป็น Certified รถทดลองขับ ป้ายแดง เลขไมล์น้อย ดอกเบี้ยเหมือนรถใหม่ และรถมือสองคัดพิเศษ การันตีคุณภาพผ่านการตรวจเช็คกว่า 150 รายการตามาตรฐาน Mercedes-Benz พร้อมรับซื้อรถของคุณ ในราคาที่คุณพอใจและรับข้อเสนอพิเศษมากแบบไม่เคยมีมาก่อน

TTC  พร้อมมอบดอกเบี้ยติดลบ* ดาวน์ + ผ่อน = ถูกกว่าราคาเต็มที่แรก  ที่เดียว  จองรถในงานรับทันที ! กระเป๋า Pounch bag จาก Mercedes-Benz Protection และที่พิเศษสุดๆไปอีก! ลูกค้าสามารถรับบัตร VIP x 2 ใบTTC Motor “The Star light Phenomenon”ปรากฎการณ์คอนเสิร์ตระเบิดความสนุกไปกับ เจ เจตริน, ซานิ & ตั้ม และดีเจชั้นนำ ที่โชว์รูม TTC Motor พัฒนาการ 45 วันที่ 12 ธันวาคม 2565

“ส่วนของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์เด่นๆ ที่เรานำจำหน่ายในครั้งนี้ อาทิ Mercedes-Benz E 300 e AMG  Dynamic ราคา 3,459,000 บาท , Mercedes-Benz GLC 220 d AMG Dynamic  ราคา 3,390,000 บาท , Mercedes-Benz S 350 d Exclusive 6,020,000 บาท , Mercedes-Benz C 250 Coupe AMG Dynamic ราคา 2,290,000 บาท , Mercedes-Benz A 200 AMG Dynamic  ราคา 2,170,000 บาท , Mercedes-Benz C 220d Avantgarde ราคา 2,349,000 บาท และยังมีอีกหลากหลายรุ่นให้เลือกสรร ในราคาที่พิเศษและแคมเปญที่กล่าวในข้างต้น”

ผู้ที่สนใจ สามารถชมและทดลองขับรถยนต์ Mercedes-Benz / Mercedes-AMG /Mercedes-Maybach /Mercedes-EQ ได้ที่ บริษัท ทีทีซี มอเตอร์ จำกัด ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ และ Mercedes Certified  ที่บูธ C01  Challenger Hall 3 เมืองทองธานี หรือสาขาพัฒนาการ 45โทร.1274, 02-322-2222, 083-545-6456  สาขาอุบลราชธานี โทร.045-475-222  วันที่ 1-12 ธันวาคม 2565*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ฉลองยิ่งใหญ่ ส่งออกรถยนต์รวม 5 ล้านคัน

0

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด จัดพิธีฉลองชัยอย่างยิ่งใหญ่ในโอกาสที่มียอดส่งออกรถยนต์สะสมรวมถึง 5 ล้านคัน ณ ท่าเทียบเรือ เอ็น วาย เค เทอร์มินอล เอ วัน (A1) ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ย้ำความสำเร็จของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในฐานะศูนย์กลางการผลิตรถยนต์มิตซูบิชิที่ใหญ่ที่สุดในโลกนอกประเทศญี่ปุ่น

มร. เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “การที่ประเทศไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญแห่งอุตสาหกรรมยานยนต์ ช่วยผลักดันให้มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เติบโตขึ้นเป็นศูนย์กลางการผลิตเพื่อส่งออกที่สำคัญของเครือมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก โดยมีโรงงานประกอบรถยนต์ 3 แห่ง โรงงานผลิตเครื่องยนต์ 1 แห่ง โรงงานพ่นสี 1 แห่ง รวมถึงสนามทดสอบรถยนต์เพื่อส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาแห่งแรกของโลกที่ตั้งอยู่นอกประเทศญี่ปุ่น อีกทั้งยังมีสถาบันการศึกษาและฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทักษะพนักงานและผู้จำหน่ายรถยนต์มิตซูบิชิที่ครอบคลุมทั่วไทย ทั้งนี้ ศูนย์การผลิตรถยนต์มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่แหลมฉบัง เป็นศูนย์กลางการผลิตที่ใหญ่ที่สุดในโลกนอกประเทศญี่ปุ่น ซึ่งส่งออกรถยนต์มิตซูบิชิจากไทยไปยังประเทศต่าง ๆ กว่า 120 ประเทศทั่วโลก โดยตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่าการผลิตของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มีการจ้างงานมากกว่า 400,000 ตำแหน่ง จึงนับเป็นฟันเฟืองที่สำคัญในการสร้างงานสร้างอาชีพให้กับคนไทย เสริมรากฐานการเติบโตและร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย”

“เรายังคงมุ่งมั่นที่จะลงทุนเพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต ควบคู่ไปกับการสนับสนุนให้ประเทศไทยก้าวสู่สังคมคาร์บอนเป็นกลางอย่างยั่งยืน เรามีแผนการลงทุนเพื่อพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่เข้าสู่ตลาด เสริมประสิทธิภาพการผลิตรถยนต์ ตลอดจนยกระดับศูนย์ปฏิบัติการของบริษัทฯ ให้มีการนำพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานหมุนเวียนมาใช้ เรามุ่งเติบโตอย่างแข็งแกร่งเคียงข้างการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสังคมไทย โดยดำเนินโครงการสนับสนุนการลดคาร์บอนในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ และริเริ่มปูทางสู่ความยั่งยืนแห่งอนาคตด้วยการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้า ด้วยเจตนารมณ์ที่ชัดเจนและแน่วแน่ในการมุ่งสู่สังคมคาร์บอนเป็นกลาง” มร. โคอิโตะ กล่าว

พิธีฉลองเนื่องในโอกาสที่มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มียอดส่งออกรถยนต์สะสมรวมถึง 5 ล้านคัน ครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมเป็นประธานในพิธีและกล่าวแสดงความยินดีต่อก้าวสำคัญของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ด้วยความร่วมมืออย่างสร้างสรรค์จากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน

“ในฐานะที่มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เป็นหนึ่งในบริษัทรถยนต์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดซึ่งมีการส่งออกรถยนต์มากเป็นอันดับต้นๆ ความสำเร็จของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในวันนี้ ก็ถือเป็นความสำเร็จร่วมกันของประเทศไทยและประชาชนคนไทย นับเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ให้ขยายตัวอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ ขยายผลสู่ความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจไทยในภาพรวม ผมขอบคุณในความมุ่งมั่นของ     มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่พัฒนาธุรกิจอย่างไม่หยุดนิ่งและเติบโตเคียงข้างสังคมไทยมาโดยตลอด” นายสุริยะ กล่าว

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เริ่มดำเนินธุรกิจในประเทศไทยในปี 2504 และเริ่มเปิดสายการผลิตในประเทศไทยเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2535 ณ โรงงานผลิตรถยนต์มิตซูบิชิ มอเตอร์ส แห่งแรกในนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง ต่อมาในปี 2539 จึงได้ขยายสู่โรงงานแหลมฉบัง 2 ขณะที่โรงงานแหลมฉบัง 3 เปิดทำการในปี 2550 ส่งผลให้บริษัทฯ มีศักยภาพในการผลิตรถยนต์และรถกระบะขนาด 1 ตันที่มีคุณภาพระดับโลก เพื่อการจำหน่ายในประเทศไทยและส่งออกสู่นานาชาติ โดยในปัจจุบันมีรถยนต์ที่ผลิตจากโรงงานแหลมฉบังในประเทศไทย ทั้งหมด 5 รุ่น ประกอบด้วย มิตซูบิชิ ไทรทัน มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต มิตซูบิชิ มิราจ มิตซูบิชิ แอททราจ และมิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี

ตลอดระยะเวลากว่า 61 ปีที่ผ่านมา มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มีความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมการพัฒนาเพื่อการเติบโตของประเทศไทยผ่าน 7 แกนหลักสำคัญ ประกอบด้วย การลงทุน สิ่งแวดล้อม การถ่ายทอดเทคโนโลยี การช่วยเหลือสังคม การพัฒนาด้านทรัพยากรมนุษย์ การจ้างงาน และการส่งออก

ทั้งนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เป็นบริษัทรถยนต์รายแรกของไทยที่ส่งออกรถยนต์ที่ผลิตโดยคนไทยสู่ต่างประเทศ โดยรถยนต์รุ่นแรกที่บริษัทฯ ส่งออกคือ มิตซูบิชิ แลนเซอร์ แชมป์ ซึ่งส่งไปยังประเทศแคนาดาในปี 2531 หลังจากนั้น มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ดำเนินธุรกิจส่งออกรถยนต์อย่างต่อเนื่อง จนมียอดส่งออกรถยนต์สะสมรวม 1 ล้านคัน ในปี 2550 และมียอดส่งออกรถยนต์สะสมรวมเป็นลำดับ ดังนี้

ปี 2556: มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มียอดส่งออกรถยนต์สะสมรวม 2 ล้านคัน

ปี 2559: มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มียอดส่งออกรถยนต์สะสมรวม 3 ล้านคัน

ปี 2562: มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มียอดส่งออกรถยนต์สะสมรวม 4 ล้านคัน

ปัจจุบัน โรงงานผลิตรถยนต์มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง นับเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์มิตซูบิชิที่ใหญ่ที่สุดนอกประเทศญี่ปุ่น มีกำลังการผลิตรถยนต์มากกว่า 400,000 คันต่อปี และส่งออกไปยัง 120 ประเทศทั่วโลก โดยนับตั้งแต่เดือนมกราคมปี 2562 ถึงเดือนตุลาคม 2565 บริษัทฯ มีการส่งออกยานยนต์ไปยังประเทศออสเตรเลียมากเป็นอันดับ 1 ตามด้วยประเทศเยอรมนี สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก ฟิลิปปินส์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อินโดนีเซีย เวียดนาม ชิลี และซาอุดิอาระเบีย โดยมีโมเดลสำคัญคือ รถกระบะ มิตซูบิชิ ไทรทัน เป็นรุ่นยอดนิยมที่ส่งออกมากที่สุดด้วยสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 50 ของปริมาณการส่งออกทั้งหมด ตามด้วยมิตซูบิชิ มิราจ มิตซูบิชิ แอททราจ และ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต สำหรับรถยนต์รุ่นหลักที่ส่งออกไปยังต่างประเทศในวาระที่มียอดส่งออกสะสมรวม 5 ล้านคัน คือ “มิตซูบิชิ ไทรทัน”

ก้าวสำคัญของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในวาระที่มียอดส่งออกรถยนต์สะสมรวม 5 ล้านคันครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งหลักชัยแห่งความสำเร็จ โดยก่อนหน้านี้ ในช่วงต้นปี 2565 บริษัทฯ ได้เปิดทำการโรงงานพ่นสีระดับโลกแห่งใหม่ ซึ่งใช้นวัตกรรมด้านการพ่นสีด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สะท้อนความมุ่งมั่นของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในการยกระดับคุณภาพและศักยภาพการผลิต เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าทั้งในตลาดรถยนต์ภายในและต่างประเทศ

กลุ่มอีซูซุสนับสนุนกองทุนวิจัยวิศวกรรมศาสตร์จุฬาฯ-อีซูซุต่อเนื่องเป็นปีที่ 14

0

มร.ทาคาชิ ฮาตะ ประธานกรรมการมูลนิธิกลุ่มอีซูซุ และกรรมการผู้จัดการบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด พร้อมด้วยคณะผู้บริหารอีซูซุ มอบเงิน 200,000 บาท ให้แก่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 14 เพื่อสนับสนุนกองทุนวิจัยวิศวกรรมศาสตร์จุฬาฯ-อีซูซุ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความเป็นเลิศทางวิชาการและการพัฒนาความรู้ผ่านกระบวนการวิจัยด้านเทคโนโลยียานยนต์ โดยมีศ. ดร.สุพจน์ เตชวรสินสกุล คณบดี เป็นผู้รับมอบ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ที่ผ่านมา

ฟอร์ด รับโล่รางวัลองค์กรผู้สนับสนุนคนพิการดีเด่นต่อเนื่องเป็นปีที่ 7

0

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ มอบโล่ประกาศเกียรติคุณ “องค์กรที่สนับสนุนงานด้านคนพิการ ระดับดีเยี่ยม” แก่บริษัทฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ โรงงานเอฟทีเอ็ม ในงานวันคนพิการสากล ประจำปี 2565 ซึ่งปีนี้ฟอร์ดได้รับรางวัลระดับดีเยี่ยม จากการเป็นองค์กรที่สนับสนุนงานคนพิการอย่างต่อเนื่องมาตลอด 7 ปี โดยมีนายธรรมศักดิ์ อภิบาลวรกุล ผู้จัดการฝ่ายทรัพยาบุคคล  เข้ารับโล่รางวัลจากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในพิธีที่จัดขึ้น เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2565 ณ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิด การปฏิรูปสู่การพัฒนาเพื่อคนทั้งมวล : พลังนวัตกรรมสู่โลกที่เข้าถึงได้และเป็นธรรม

นายธรรมศักดิ์ อภิบาลวรกุล ผู้จัดการฝ่ายทรัพยาบุคคล  กล่าว่า “ฟอร์ด มุ่งมั่นที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง โดยรางวัล “องค์กรที่สนับสนุนงานด้านคนพิการ ระดับดีเยี่ยม” ถือเป็นเครื่องสะท้อนเจตนารมณ์ของเราในการสร้างโอกาสทางสังคมให้แก่คนพิการผ่านการจ้างงาน การจัดให้มีการออก ร้านขายสินค้าของครอบครัวผู้สนับสนุนคนพิการทุกสัปดาห์ และกิจกรรมเพื่อชุมชนอื่นๆ ที่ฟอร์ดได้ร่วมมือกับศูนย์การเรียนรู้ฟอร์ดเพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานที่ไม่แสวงผลกำไรอื่นๆ”

ครึ่งทาง “MOTOR EXPO 2022” ยอดจองรถแรงเกินคาด

0

“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39” สุดคึกคัก ขายรถกระฉูด ผู้ชมล้นทุกช่องทาง

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39” เปิดเผยว่า “ขณะนี้ผ่านครึ่งทางการจัดงานแล้ว พบว่ายอดจองรถยนต์ในงานผ่านกิจกรรม ซื้อรถ…ชิงรถ สูงกว่าปีก่อนประมาณ 15-20% โดยรถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) ได้รับความนิยมสูงสุด ตามด้วยรถเก๋ง และกระบะ ส่วนรถพลังงานทางเลือก อย่างรถยนต์ไฟฟ้า (EV) หลายแบรนด์ได้รับความสนใจจากผู้ชมอย่างมาก ขณะที่ยอดจองรถจักรยานยนต์กลับมาเพิ่มขึ้นตามที่คาดไว้ก่อนหน้า”

สรุปยอดจองรถยนต์ในงาน ตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 ซึ่งเป็นวันสำหรับสื่อมวลชน และแขกรับเชิญ ถึงวันที่ 6 ธันวาคม 2565 (ครึ่งทางการจัดงาน) จำนวนรวม 13,521 คัน ส่วนรถจักรยานยนต์ มียอดจองรวม 2,650 คัน ยอดผู้ชมงานจำนวน 748,021 คน และมีผู้ชมผ่าน MOTOR EXPO ONLINE PLATFORM แล้วกว่า 98,347 คน

สำหรับผู้ชมผ่าน MOTOR EXPO ONLINE PLATFORM นอกจากจะได้ชมรีวิวรถที่จัดแสดงในงานทุกแบรนด์แล้ว หากจองรถยนต์ผ่านช่องทางนี้ จะได้รับสิทธิ์ร่วมกิจกรรม ซื้อรถ…ชิง NEW MG ZS EV รุ่น X มูลค่า 1,269,000 บาท จำนวน 1 รางวัล เช่นเดียวกับผู้จองรถในงาน

ขวัญชัย เผยต่อว่า “หลังจากนี้จะมีวันหยุดอีก 3 วัน ระหว่างวันที่ 10-12 ธันวาคม 2565 ซึ่งตามสถิติที่ผ่านมาจะมีการซื้อขายรถในงานมากกว่าวันธรรมดา ดังนั้น จึงคาดว่ายอดจองรถในงานจะเติบโต ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้”

เชิญชมงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39” ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 12 ธันวาคม 2565 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ motorexpo.co.th

TOYOTA PRETTY 2023 “สวย สมาร์ท สตาร์ททุกความเป็นไปได้” เปิดรับสมัครแล้ววันนี้!

0

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ประกาศรับสมัครสาวสวยมากความสามารถมาร่วมเป็น ICON ใหม่ของทุกความเป็นไปได้ กับบทบาทของตัวแทนในการนำเสนอยนตรกรรม และ ONLINE INFLUENCER ในนาม TOYOTA PRETTY 2023 รับค่าตอบแทน และสิทธิประโยชน์มากมายกว่า 1,000,000 บาท เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ผ่านช่องทางออนไลน์ www.toyotapretty2023.com หมดเขตรับสมัคร 8 มกราคม 2566

 

เพียงคุณมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

  • เพศหญิง อายุระหว่าง 18-25 ปี (อายุต้องไม่ถึง 26 ปี ในวันตัดสิน 27 มกราคม 2566)
  • ส่วนสูงไม่ต่ำกว่า 165 เซนติเมตร
  • สถานภาพโสด
  • บุคลิกภาพดี มีความมั่นใจในตัวเอง และมนุษย์สัมพันธ์ดี
  • กำลังศึกษา หรือ จบการศึกษาในระดับปริญญาตรีขึ้นไป
  • มีความสามารถในการนำเสนองานได้ดี (Presentation Skill)
  • สามารถเดินทางไปปฏิบัติงานต่างจังหวัดได้
  • สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ และมีความสามารถพิเศษอื่นๆ จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ
  • ไม่เคยประกอบอาชีพ หรือมีความประพฤติเสื่อมเสีย ที่ส่งผลต่อองค์กร และขัดต่อศีลธรรม หรือจารีตประเพณีอันดีงาม
  • ไม่เคยมีประสบการณ์ทำงานเกี่ยวข้องกับค่ายรถยนต์แบรนด์อื่นมาก่อน

รับผลตอบแทน และสิทธิประโยชน์ต่างๆ มากมาย รวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท

  1. รายได้กว่า 600,000 บาท ตลอดอายุสัญญา 13 เดือน
  2. รถยนต์โตโยต้าใช้ฟรี! ตลอดอายุสัญญาจ้าง
  3. คอร์สอบรมพัฒนาบุคลิกภาพ และพัฒนาการเป็น Content creator
  4. ชุด Uniform TOYOTA PRETTY
  5. ประกันอุบัติเหตุ และประกันสุขภาพพนักงานตลอดอายุสัญญาจ้าง
  6. อุปกรณ์ในการทำ VDO Clip และค่าตอบแทนพิเศษในการผลิต Content clip
  7. โอกาสอื่น ๆ ในการร่วมงานกับ โตโยต้า

เอกสารประกอบการสมัคร

1.รูปถ่ายสีแบบเต็มตัว ครึ่งตัวหน้าตรง และ ครึ่งตัวด้านข้าง อย่างละ 1 รูป (ห้ามใช้รูปปรับแต่ง หรือ Retouch และต้องเป็นไฟล์สกุล JPG ขนาดไม่ต่ำกว่า 1MB และต้องเป็นรูปที่ถ่ายมาไม่เกิน 6 เดือน)

2.สำเนาบัตรประชาชน พร้อมลงรายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง (ใช้เพื่อสมัครเข้าร่วม TOYOTA PRETTY 2023 ไฟล์ JPG หรือ PDF ขนาดไม่ต่ำกว่า 1MB)

  1. VDO Clip แนะนำตัวเองสำหรับการสมัคร TOYOTA PRETTY 2023 ความยาวไม่เกิน 1 นาที Upload clipบน Social Media หรือ Drive แล้ว Share link พร้อมเปิดสาธารณะ และอนุญาตให้เข้าถึง จำนวน 1 คลิป

ขั้นตอนการคัดเลือก

รอบที่ 1 : วันที่ 9 – 12 มกราคม 2566

คณะกรรมการคัดเลือกผู้สมัครจากใบสมัคร เข้าสู่รอบที่ 2 จำนวน 100 คน

รอบที่ 2 : วันที่ 18 มกราคม 2566

ผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือกจากรอบที่ 1 จะได้รับเชิญเข้ารับการคัดเลือกในรอบ 20 คนสุดท้าย

โดยผู้สมัครจะต้องเข้าร่วมการคัดเลือกที่ TOYOTA ALIVE SPACE

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด  

753 ถนนเทพรัตน แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260

เอกสารที่ต้องนำมาในการคัดเลือก รอบที่ 2

  1. บัตรประชาชนตัวจริง พร้อมสำเนา
  2. สำเนาประวัติการศึกษา (Transcript)
  3. Portfolio

 รอบตัดสิน : วันที่ 27 มกราคม 2566

ผู้บริหารระดับสูงของ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จะคัดเลือกผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือกรอบที่ 2 จาก 20 คน เหลือ 6 คน และประกาศผลผู้ที่จะได้เป็น TOYOTA PRETTY 2023 โดยผู้สมัครจะต้องมาเข้าร่วมการคัดเลือกที่ TOYOTA ALIVE SPACE ตามวัน และเวลาที่กำหนด (วันที่ในการคัดเลือกในแต่ละรอบ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้)

 

เชิญร่วมเป็น ICON ใหม่ของทุกความเป็นไปได้…

TOYOTA PRETTY 2023 “สวย สมาร์ท สตาร์ททุกความเป็นไปได้”

รับผลตอบแทน และสิทธิประโยชน์รวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท

พร้อมโอกาสร่วมงานกับบริษัทรถยนต์อันดับ 1

สมัครเลยวันนี้ที่ www.toyotapretty2023.com

“ลามิน่า” คว้ารางวัล Product of The Year 2022 ฟิล์มกรองแสงดิจิทัลบูสต์รุ่นล่าสุดสำหรับรถ EV และสมาร์ทคาร์

0

นางสาวจันทร์นภา สายสมร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงรถยนต์และอาคาร “ลามิน่า” ผลิตโดยอีสท์แมน เพอร์ฟอร์แมนซ์ฟิล์ม สหรัฐอเมริกา แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย รับรางวัล Business+ Product of The Year Awards 2022 : สุดยอดสินค้าและบริการแห่งปี 2565 ในกลุ่มธุรกิจยานยนต์ยอดเยี่ยม ด้วยผลิตภัณฑ์ “ลามิน่า ดิจิทัล อีวี บูสต์” จาก ฯพณฯ นุรักษ์ มาประณีต องคมนตรี ณ โรงแรมสวิสโฮเต็ล กรุงเทพฯ

จัดโดยนิตยสารบิสซิเนสพลัส บริษัท ไออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ร่วมกับวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ทำการวิจัยจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ อีกทั้งผ่านการสำรวจและการคัดเลือกจากคะแนนโหวตผู้บริโภคให้แก่สินค้าและบริการแห่งปี ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคเป็นหลัก ทำให้สินค้าและบริการนั้นๆ เป็นที่ยอมรับและก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้บริโภค

รางวัลสุดยอดสินค้าและบริการแห่งปี 2565 ในครั้งนี้จัดมอบรางวัลให้กับกลุ่มสินค้าและบริการ 10 ประเภท จำนวน 38 รางวัล ประกอบด้วย กลุ่มการท่องเที่ยวและสันทนาการ กลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ กลุ่มของใช้ในครัวเรือน-เครื่องใช้ไฟฟ้า กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มประกันภัย กลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค กลุ่มยานยนต์ กลุ่มวัสดุก่อสร้าง-อสังหาริมทรัพย์ กลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม

ถือเป็นความภาคภูมิใจที่วันนี้ “ลามิน่า ดิจิทัล อีวี บูสต์” (Lamina Digital EV Boost) ประสบความสำเร็จและได้รับการตอบรับจากผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า ไฮบริด/อีวี และสมาร์ทคาร์ อย่างล้นหลาม ฟิล์มรุ่นนี้ตอบโจทย์กระแสยานยนต์ไฟฟ้ายุคดิจิทัลได้อย่างลงตัว ผลิตจากโรงงานอีสท์แมน เพอร์ฟอร์แมนซ์ฟิล์ม สหรัฐอเมริกาโดยตรง ผนึกเทคโนโลยีอนาคตดิจิทัลบูสต์ไว้ในเนื้อฟิล์ม เพื่อรองรับระบบสมองกลดิจิทัล AI ของรถยนต์ยุคใหม่ให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เร็ว แรง ลื่น เสถียร ทุกสถานการณ์การขับขี่

นอกจากนั้น ลามิน่า ดิจิทัล อีวี บูสต์ ยังคงประสิทธิภาพการช่วยลดความร้อนจากแสงแดดดีเยี่ยม ป้องกันรังสี UV เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ช่วยลดภาระการใช้พลังงานไฟฟ้าในรถ ส่งผลต่อการประหยัดพลังงานและช่วยยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ ซึ่งนับเป็นความภาคภูมิใจที่ลามิน่าได้ส่งมอบนวัตกรรมที่ยอดเยี่ยม ในฐานะผู้นำฟิล์มกรองแสงคุณภาพระดับโลกสู่ผู้ใช้รถเมืองไทยอย่างต่อเนื่องยาวนานมากว่า 27 ปี

นอกจากนี้บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ในฐานะผู้จัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงคุณภาพสูงมืออาชีพระดับเอเชียแปซิฟิค ยังนำเข้าผลิตภัณฑ์ด้านยานยนต์อีกมากมาย อาทิ อุปกรณ์บรรทุกสัมภาระธูเล่ (Thule) จากประเทศสวีเดน ผลิตภัณฑ์ฟิล์มนิรภัยปกป้องสีรถลูมาร์ (LLumar) จากสหรัฐอเมริกา และผลิตภัณฑ์ดูแลรักษายานยนต์ครบวงจรแอลลักซ์ (LLux) คุณภาพเยี่ยมจากสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ส่งมอบทัพยานยนต์อัจฉริยะ HAVAL H6 และ HAVAL JOLION สนับสนุนการจัดการแข่งขัน เอชเอสบีซี บีดับเบิ้ลยูเอฟ เวิลด์ ทัวร์ ไฟนอลส์ 2022

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะผู้สนับสนุนหลักของการแข่งขันแบดมินตันระดับโลก เอชเอสบีซี บีดับเบิ้ลยูเอฟ เวิลด์ ทัวร์ ไฟนอลส์ 2022 เดินหน้าส่งมอบทัพรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมล้ำสมัย HAVAL H6 Hybrid SUV และ HAVAL JOLION Hybrid SUV เพื่อใช้อำนวยความสะดวกในการเดินทางให้แก่คณะผู้จัดงานและนักกีฬาจากทั่วทุกมุมโลก สานต่อพันธกิจในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า (xEV Leader) ที่มุ่งมั่นให้ความร่วมมือกับทุกภาคส่วน รวมไปถึงขับเคลื่อนวงการกีฬาลูกขนไก่เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นบนเวทีการแข่งขันกีฬาระดับโลก

พิธีการส่งมอบยานพาหนะเพื่อสนับสนุนการแข่งขัน เอชเอสบีซี บีดับเบิ้ลยูเอฟ เวิลด์ ทัวร์ ไฟนอลส์ 2022 ได้รับเกียรติจาก มร. โธมัส ลุนด์ เลขาธิการสหพันธ์แบดมินตันโลก เป็นผู้รับมอบรถยนต์ HAVAL H6 Hybrid SUV และ HAVAL JOLION Hybrid SUV รวมทั้งสิ้น 15 คัน จาก มร. ปาร์คเกอร์ ฉี รองประธานฝ่ายปฏิบัติการตลาดต่างประเทศ เกรท วอลล์ มอเตอร์ พร้อมด้วย มร. ไมเคิล ฉง ผู้จัดการทั่วไป และ มร. ไมเคิล จาง ผู้อำนวยการฝ่ายแบรนด์และสื่อสารองค์กร เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ณ อาคารนิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ

มร. ปาร์คเกอร์ ฉี รองประธานฝ่ายปฏิบัติการตลาดต่างประเทศ เกรท วอลล์ มอเตอร์ กล่าวว่า “ในโอกาสที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน เอชเอสบีซี บีดับเบิ้ลยูเอฟ เวิลด์ ทัวร์ ไฟนอลส์ 2022 ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งเวทีที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสถานภาพความพร้อมของประเทศในช่วงเวลาแห่งการฟื้นตัวของโลกหลังวิกฤตโควิด-19 เกรท วอลล์ มอเตอร์ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมพัฒนาวงการกีฬาแบดมินตันซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของแฟนๆ ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ควบคู่ไปกับการนำเสนอนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ที่มาพร้อมเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ความสะดวกสบาย ความบันเทิง และความปลอดภัยเหนือระดับให้คณะผู้จัดงานและนักกีฬาแบดมินตันชั้นนำจากทั่วโลกได้สัมผัส โดยเกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้นำรถยนต์ยอดนิยมทั้ง 2 รุ่น ได้แก่ HAVAL H6 Hybrid SUV รถยนต์รุ่นแรกที่เกรท วอลล์ มอเตอร์ นำเข้ามาทำตลาดในไทยและได้รับความนิยมอย่างท่วมท้นจากผู้บริโภคชาวไทย จนสามารถครองตำแหน่งผู้นำในกลุ่มคอมแพคเอสยูวีได้นานถึง 11 เดือนซ้อนในปีนี้ (มกราคม – พฤศจิกายน 2565) และ HAVAL JOLION Hybrid SUV เจ้าสิงโตอารมณ์ดีที่มาพร้อมกับนวัตกรรมล้ำสมัย สมรรถนะทรงพลัง และเทคโนโลยีอัจฉริยะที่สามารถตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว เราเชื่อมั่นว่ายนตรกรรมทั้ง 15 คันจากแบรนด์ HAVAL จะมอบประสบการณ์การโดยสารอันน่าประทับใจตลอดทุกการเดินทาง พร้อมทั้งช่วยตอกย้ำความมุ่งมั่นของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในการผลักดันให้ประเทศไทยเดินหน้าไปสู่การเป็นสังคมแห่งยานยนต์พลังงานไฟฟ้าที่สะอาด ปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตามนโยบายของภาครัฐได้อย่างเป็นรูปธรรม”

สำหรับ HAVAL H6 Hybrid SUV โดดเด่นด้วยสมรรถนะการขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 1.5L Turbo ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังรวมสูงสุด 243 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 530 นิวตันเมตร อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะมากมาย ผสานการการออกแบบที่สวยงาม พร้อมห้องโดยสารที่กว้างขวางและสิ่งอำนวยความสะดวกอีกมากมาย โดยนับตั้งแต่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเมื่อเดือนมิถุนายน 2564 จนถึงเดือนพฤศจิกายน 2565 เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ส่งมอบ HAVAL H6 Hybrid SUV ให้กับลูกค้าไปแล้ว 6,307 คัน

ขณะที่ HAVAL JOLION Hybrid SUV ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ 1.5L ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังรวมสูงสุด 190 แรงม้า ให้แรงบิดรวมสูงสุด 375 นิวตันเมตร โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ภายนอกอันโฉบเฉี่ยวสะท้อนถึงสุนทรียภาพแห่งอนาคต มาพร้อมเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะ ผสานกับการออกแบบภายในแบบ 360 องศา ด้วยพื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขวาง และอัดแน่นไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่หลากหลายและครบครัน โดยนับตั้งแต่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2564 จนถึงเดือนพฤศจิกายน 2565 เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ส่งมอบ HAVAL JOLION Hybrid SUV ให้กับลูกค้าไปแล้ว 3,218 คัน

ทั้งนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังจัดกิจกรรมพิเศษสำหรับแฟนๆ กีฬาแบดมินตันที่ GWM Partner Store ทุกสาขารวมถึงกิจกรรมชิงของรางวัลบนช่องทางออนไลน์ อาทิ บัตรเข้าชมการแข่งขัน GWM point และรางวัลอื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่บูธ เกรท วอลล์ ณ งานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 39 หรือ มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2022 (Motor Expo 2022) และผู้เข้าร่วมกิจกรรมผ่าน GWM application ยังมีสิทธิ์ลุ้นรับบัตรเข้าชมการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศจำนวน 75 ใบ โดยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊กแฟนเพจ GWM Thailand และ GWM Application ตั้งแต่วันที่ 1 – 11 ธันวาคม 2565 โดยการแข่งขัน เอชเอสบีซี บีดับเบิ้ลยูเอฟ เวิลด์ ทัวร์ ไฟนอลส์ 2022 จะจัดขึ้นที่อาคารนิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 7- 11 ธันวาคม 2565 นี้

ในฐานะ “ผู้ให้บริการเทคโนโลยีระดับโลก”​ (Global Intelligent Technology) เกรท วอลล์ มอเตอร์ มุ่งมั่นที่จะเติบโตเคียงข้างผู้บริโภค พันธมิตรทางธุรกิจ และสังคม โดยยังคงมุ่งสร้างสรรค์และนำเสนอสิ่งใหม่ๆ ในทุกมิติ ผ่านการรับฟังเสียงผู้บริโภคทั้งในออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อให้สามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการตลอดจนประสบการณ์ต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการดำเนินกิจการที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางเพื่อส่งมอบประสบการณ์เหนือชั้นที่ไม่เพียงตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคแต่ยังยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยและอาเซียนให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

MOTOR EXPO EXCLUSIVE VISITOR ซื้อรถในงาน แบบลูกค้าคนพิเศษ

0

บริการเพิ่มความสะดวกให้ผู้ต้องการซื้อรถในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39” ได้รับความนิยมสูงเกินคาด

ชไมพร ปภัสร์พงษ์ ผู้ควบคุมงานด้านการตลาดสัมพันธ์ งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39” เผยว่า ปีนี้ผู้สนใจสมัคร MOTOR EXPO EXCLUSIVE VISITOR ตั้งแต่เริ่มงาน ถึงวันที่ 6 ธันวาคม 2565 มีจำนวนเพิ่มขึ้นจากปีก่อน คิดเป็นสัดส่วนเติบโตมากกว่า 40 %

ผู้สนใจสมัคร MOTOR EXPO EXCLUSIVE VISITOR ได้ที่แอดไลน์ Motor Expo Official Account หรือกดลิงค์ https://lin.ee/cjXz8uq ราคาเพียง 500 บาท รับสิทธิพิเศษมากมาย ทั้งการบริการนำชมรถ โดยพนักงานของแบรนด์ที่สนใจ ช่องจอดรถ VIP ณ ลานจอดรถ P1 (1 คัน/1 สิทธิ์) ฟรีค่าจอด 3 ชม. พื้นที่รับรองพิเศษ Exclusive Visitor Lounge บัตร Ultimate VIP 2 ใบ ใช้เข้าชมงานได้ทุกวัน และบัตรส่วนลด 10 % ซื้อสินค้าของที่ระลึก MOTOR EXPO ในบูธโครม

เชิญชมงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39” ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้ถึง 12 ธันวาคม 2565 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.motorexpo.co.th

ฮอนด้าจัดแคมเปญต้อนรับปีใหม่ 2566 “ฮอนด้ามอบโปรดี ฉลองปีใหม่ไปกับคุณ” ตั้งแต่ 1 ธ.ค. 2565 – 31 ม.ค. 2566

0

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับกรมการขนส่งทางบกจัดแคมเปญส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับเทศกาลปีใหม่ 2566 กับแคมเปญ ฮอนด้ามอบโปรดี ฉลองปีใหม่ไปกับคุณชวนลูกค้าฮอนด้าเพิ่มความอุ่นใจและปลอดภัยทุกการเดินทาง ด้วยบริการตรวจสภาพรถยนต์ฟรี 25 รายการ มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ อาทิ ส่วนลด 15% โปรแกรมอัลติเมทแคร์ ส่วนลดสูงสุด 300 บาท สำหรับฮอนด้า เพย์เซฟ ส่วนลดอะไหล่ 15% ผลิตภัณฑ์บำรุงรักษาเครื่องยนต์ ส่วนลด 10% นํ้ายาล้างระบบปรับอากาศ และแคมเปญยางรถยนต์หลากหลายยี่ห้อ พร้อมบริการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อภายในรถยนต์ฟรี โดยสามารถเลือกผ่อนชำระค่าใช้จ่ายงานบริการนานสูงสุด 6 เดือน และยางรถยนต์นานสูงสุดถึง 10 เดือน  เมื่อนำรถยนต์เข้ารับบริการที่ศูนย์บริการฮอนด้า ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2565 – 31 มกราคม 2566

สิทธิประโยชน์สำหรับลูกค้าฮอนด้าในแคมเปญ “ฮอนด้ามอบโปรดี ฉลองปีใหม่ไปกับคุณ
รายการที่ 1      บริการตรวจสภาพรถยนต์ฟรี 25 รายการ (ตามรายการที่กำหนด*)
รายการที่ 2      ฟรี บริการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคภายในห้องโดยสารรถยนต์
รายการที่ 3      ส่วนลด 15% โปรแกรมอัลติเมทแคร์ 1,2,3
รายการที่ 4      ส่วนลดอะไหล่ 15% ผลิตภัณฑ์บำรุงรักษาเครื่องยนต์ (Engine Oil Treatment)
รายการที่ 5      ส่วนลดอะไหล่ 10% นํ้ายาล้างระบบปรับอากาศ (Evaporator Cleaner)
รายการที่ 6      ส่วนลดสำหรับลูกค้าฮอนด้า ที่มีรถยนต์อายุระหว่าง 7-9 ปี และเกิน 10 ปีขึ้นไป และมีเลขไมล์ไม่เกิน 300,000 กิโลเมตรเท่านั้น ดังนี้
– ส่วนลด 300 บาท ฮอนด้า เพย์เซฟ ทั้งแบบ 2 และ 4 ระยะ สำหรับรถยนต์รุ่นตั้งแต่ปี 2012  ลงไป
– ส่วนลด 200 บาท ฮอนด้า เพย์เซฟ ทั้งแบบ 2 และ 4 ระยะ สำหรับรถยนต์รุ่นระหว่างปี 2013-2015
รายการที่ 7      ส่วนลด 150 บาท แบตเตอรี่คุณภาพสูง แบบพร้อมใช้งานไม่ต้องดูแลน้ำกลั่น
รายการที่ 8      โปรโมชันพิเศษสำหรับยางรถยนต์ (ตามเงื่อนไขของบริษัทฯ**)

–   ซื้อยางบริดจสโตน (Bridgestone) ครบ 4 เส้น รับฟรี บัตรเติมน้ำมัน 1,000 บาท สำหรับลูกค้า
ที่ใช้รถยนต์ฮอนด้า ซิตี้ แจ๊ซ โมบิลิโอ บีอาร์-วี เอชอาร์-วี ซีวิค แอคคอร์ด และซีอาร์-วี

–   ซื้อยางมิชลิน (Michelin) ครบ 4 เส้น รับฟรี กระเป๋าอเนกประสงค์หรือกระเป๋าเดินทาง 20 นิ้วสำหรับลูกค้าที่ใช้รถยนต์ฮอนด้า ซิตี้ แจ๊ซ โมบิลิโอ บีอาร์-วี เอชอาร์-วี ซีวิค แอคคอร์ด และ
ซีอาร์-วี

สำหรับขนาดยาง 14-17 นิ้ว รับฟรี กระเป๋าอเนกประสงค์

สำหรับขนาดยาง 18 นิ้วขึ้นไป รับฟรี กระเป๋าเดินทาง 20 นิ้ว

–   ซื้อยางโยโกฮาม่า (Yokohama) 3 เส้น รับฟรี 1 เส้น สำหรับลูกค้าที่ใช้รถยนต์ฮอนด้า ซิตี้ แจ๊ซ เอชอาร์-วี ซีวิค และแอคคอร์ด

–   ซื้อยางดันลอป (Dunlop) ครบ 4 เส้น รับส่วนลดสูงสุด 2,000 บาท สำหรับลูกค้าที่ใช้รถยนต์        ฮอนด้า โมบิลิโอ บีอาร์-วี เอชอาร์-วี ซีวิค และซีอาร์-วี

–   ซื้อยางกู๊ดเยียร์ (Goodyear) รับส่วนลดสูงสุด 400 บาท/เส้น ไม่จำกัดจำนวนเส้น และเมื่อซื้อครบ 4 เส้น สำหรับลูกค้าที่ใช้รถยนต์ฮอนด้า ซิตี้ แจ๊ซ และเอชอาร์-วี

สำหรับขนาด 16 นิ้ว รับฟรี บัตรโลตัส มูลค่า 200 บาท

สำหรับขนาด 17 นิ้วขึ้นไป รับฟรี บัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 500 บาท

–  ซื้อยางกู๊ดเยียร์ (Goodyear) ครบ 4 เส้น สำหรับลูกค้าที่ใช้รถยนต์ฮอนด้า บีอาร์-วี เอชอาร์-วี ซีวิค แอคคอร์ด และซีอาร์-วี

สำหรับขนาด 16 นิ้ว รับฟรี บัตรโลตัส มูลค่า 200 บาท

สำหรับขนาด 17 นิ้วขึ้นไป รับฟรี บัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 500 บาท

รายการที่ 9      ผ่อนชำระค่าใช้จ่ายงานบริการ 0% นานสูงสุด 6 เดือน ยอดใช้จ่าย 3,000 บาทขึ้นไป***

รายการที่ 10    ผ่อนชำระค่าใช้จ่ายสำหรับยางรถยนต์ 0% นานสูงสุด 10 เดือน ยอดใช้จ่าย 5,000 บาท
ขึ้นไป****

นอกจากนี้ ฮอนด้ายังเน้นย้ำด้านความปลอดภัยในการขับขี่บนท้องถนนให้แก่ลูกค้า จึงขอเชิญลูกค้าเจ้าของรถที่อยู่ในข่ายต้องเข้ารับการตรวจสอบการเปลี่ยนชิ้นส่วนในชุดถุงลม ในรถยนต์รุ่นปี ค.ศ. 1998 – 2014 (พ.ศ. 2541 – 2557) ได้แก่

  • บริโอ้ รุ่นปี ค.ศ. 2012 -2014 (พ.ศ. 2555 – 2557)
  • บริโอ้ อเมซ รุ่นปี ค.ศ. 2014 (พ.ศ. 2557)
  • ซิตี้ รุ่นปี ค.ศ. 1998 – 1999 (พ.ศ. 2541 – 2542) รุ่นปี ค.ศ. 2003 – 2013 (พ.ศ. 2546 – 2556)
  • แจ๊ซ รุ่นปี ค.ศ. 2004 – 2006 (พ.ศ. 2547 – 2549) รุ่นปี ค.ศ. 2009 – 2013 (พ.ศ. 2552 – 2556)
  • ซีวิค รุ่นปี ค.ศ. 2001 – 2014 (พ.ศ. 2544 – 2557)
  • แอคคอร์ด รุ่นปี ค.ศ. 1998 – 2000 (พ.ศ. 2541 – 2543) รุ่นปี ค.ศ. 2003 – 2012 (พ.ศ. 2546 – 2555)
  • ซีอาร์-วี รุ่นปี ค.ศ. 1998 – 2000 (พ.ศ. 2541 – 2543) รุ่นปี ค.ศ. 2002 – 2011 (พ.ศ. 2545 – 2554) รุ่นปี ค.ศ. 2013 (พ.ศ. 2556)
  • สตรีม รุ่นปี ค.ศ. 2002 – 2004 (พ.ศ. 2545 – 2547)
  • ฟรีด รุ่นปี ค.ศ. 2009 – 2013 (พ.ศ. 2552 – 2556)
  • โอดิสซีย์ รุ่นปี ค.ศ. 1998 – 1999 (พ.ศ. 2541 – 2542) รุ่นปี ค.ศ. 2004 – 2006 (พ.ศ. 2547 – 2549)

ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถตรวจสอบรถยนต์ฮอนด้าที่อยู่ในข่ายต้องเปลี่ยนชิ้นส่วนในถุงลม ด้วยการกรอกหมายเลขตัวถังรถยนต์ ได้ที่ https://vinsearch.honda.co.th/ หรือนำรถเข้ารับการตรวจสอบได้ที่ศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

นอกจากนี้ ฮอนด้ายังร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ กลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
ในโครงการ “คลินิกรถ” เชิญชวนลูกค้าที่มีรถยนต์ฮอนด้าอายุ 15 ปีขึ้นไป เข้ารับการตรวจเช็กสภาพเครื่องยนต์ เพื่อแก้ปัญหามลพิษฝุ่น PM 2.5 ด้วยบริการตรวจสภาพรถยนต์ฟรี 25 รายการ พร้อมรับสิทธิพิเศษส่วนลด 20% กรองนํ้ามันเครื่อง และส่วนลด 10% กรองอากาศ เมื่อนำรถยนต์เข้ารับบริการที่ศูนย์บริการฮอนด้า ตั้งแต่วันที่
1 ธันวาคม 2565 – 28 กุมภาพันธ์ 2566

สิทธิประโยชน์สำหรับลูกค้าฮอนด้าที่มีรถยนต์อายุ 15 ปีขึ้นไปในโครงการคลินิกรถ”
รายการที่ 1        บริการตรวจสภาพรถยนต์ฟรี 25 รายการ (ตามรายการที่กำหนด*)
รายการที่ 2        ส่วนลด 20% กรองนํ้ามันเครื่อง
รายการที่ 3        ส่วนลด 10% กรองอากาศ

และสำหรับลูกค้ารถยนต์ฮอนด้ามือสอง รับสิทธิพิเศษ “Welcome Pack” อาทิ ส่วนลด 200 บาท สำหรับการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเมื่อใช้บริการครั้งแรก พร้อมอัปเดตข้อมูลเจ้าของรถยนต์ เพียงนำหลักฐานสำเนาทะเบียนรถและบัตรประชาชน มาอัปเดตข้อมูล ณ ศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมของแคมเปญฯ ได้ที่ www.honda.co.th/promotions/detail/usedcar-promotions

ทั้งนี้ ลูกค้าฮอนด้าสามารถจองคิวเข้ารับบริการล่วงหน้าผ่านบริการ “Online Service Booking” ที่ https://servicebooking.honda.co.th หรือทาง LINE Honda Thailand Official Account (@Honda-Thailand)

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมของแคมเปญฯ ที่ www.honda.co.th/promotions/detail/servicecampaign2022-winter หรือสอบถามรายละเอียดที่โชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ หรือศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง (Honda Call Center) โทร. 0 2341 7777