Home Blog Page 258

ปอร์เช่คว้า 2 รางวัลการันตีคุณภาพในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44

0

นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของ เอเอเอส กรุ๊ป ที่ได้สร้างสรรค์ผลงานคุณภาพและได้รับรางวัลการันตีจากผู้จัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44 โดยเมื่อวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา ทางผู้จัดงานฯ ได้มีการมอบรางวัลพิเศษให้กับพันธมิตรผู้ร่วมออกบูธ ที่จัดแสดงยนตกรรมภายในงานฯ แสดงออกถึงความทุ่มเทในการออกแบบ ความคิดสร้างสรรค์ รวมไปถึงการนำนวัตกรรมล้ำสมัยมาจัดแสดง โดยในครั้งนี้ปอร์เช่ ประเทศไทย ได้ขึ้นรับรางวัลการันตีผลงานคุณภาพถึง 2 รางวัล ได้แก่

  • รางวัล “The Best Highlight Car” สำหรับปอร์เช่ 911 Carrera GTS– 30 Years Porsche Thailand Edition
  • รางวัลการออกแบบชุดแต่งกายพรีเซนเตอร์ยอดเยี่ยม “The Most Gorgeous Costume Design”

ทั้ง 2 รางวัลอันภาคภูมิใจนี้ได้รับการพิจารณาและตัดสินจากคณะกรรมการจัดงานฯ ผู้ทรงคุณวุฒิ โดยได้รับเกียรติจาก ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ และคุณจาตุรนต์ โกมลมิศร์ รองประธานจัดงานฯ เป็นผู้มอบรางวัล

คุณปวราภา ดุพัสกูล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ กล่าวว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งและขอขอบคุณผู้จัดงานฯ สำหรับทั้ง 2 รางวัลที่มอบให้ ปอร์เช่ยังคงมุ่งมั่นนำเสนอนวัตกรรมพรีเมี่ยมที่ล้ำสมัยและมีคุณภาพให้แก่ผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่อง โดยปอร์เช่ 911 Carrera GTS– 30 Years Porsche Thailand Edition ที่คว้ารางวัล “The Best Highlight Car” ในครั้งนี้ เป็นยนตกรรมรุ่นพิเศษแห่งการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 30 ปี และเป็นหนึ่งเดียวในโลกที่ได้รับการตกแต่งด้วยสีบนตัวถังทั้งเจ็ดเฉดสี ตามขนบธรรมเนียมสีประจำวันของคนไทย และโดดเด่นด้วยตราสัญลักษณ์แผนที่ประเทศไทยพร้อมด้วยตัวเลข 30 โดยผู้เชี่ยวชาญจาก Porsche Exclusive Manufaktur ของโรงงานปอร์เช่ประเทศเยอรมนี ซึ่งได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากและเป็นการสร้างสีสันให้กับบูธเราด้วย  สำหรับรางวัลการออกแบบชุดแต่งกายพรีเซนเตอร์ยอดเยี่ยม “The Most Gorgeous Costume Design” เรามอบความคิดสร้างสรรค์และความพิถีพิถันในการออกแบบเครื่องแต่งกายพรีเซนเตอร์ ให้เข้ากับคอนเซปต์ Dreams in Colours พร้อมกลิ่นอายความเป็นไทยที่มีความทันสมัย เรียบหรู ให้เข้ากับความเป็นแบรนด์พรีเมี่ยม และเหมาะสมลงตัวกับธีมของผู้จัดงาน “Colourful Experience” ทั้งนี้เพื่อมอบบรรยากาศที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าที่เข้าเยี่ยมชมบูธ ได้สัมผัสนวัตกรรมที่ล้ำสมัยและเพลิดเพลินกับรถปอร์เช่ครบครันทุกรุ่น ที่เราคัดสรรมาให้ทุกท่าน”

เอ็มจี ขึ้นแท่นแบรนด์ EV ที่ครองใจคนไทย และยอดจองอันดับ 1 รถยนต์ไฟฟ้า ในมอเตอร์โชว์

0

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ยังคงเป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่ครองใจคนไทย หลังคว้ารางวัล 2023 Thailand’s Most Admired Brand ในหมวดยานยนต์ กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จากผลการสำรวจความพึงพอใจของผู้บริโภคทั่วประเทศ ซึ่งจัดขึ้นโดยนิตยสาร BrandAge พร้อมเผยความสำเร็จในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44 กระแสตอบรับดีเกินคาด กวาดยอดจองมากถึง 3,929 คัน โดยกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้ากินสัดส่วนเกินครึ่ง กว่า 2,840 คัน ย้ำชัดคนไทยมีความเชื่อมั่นในรถไฟฟ้าแบรนด์ เอ็มจี

เอ็มจี แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่ครองใจคนไทย

จากผลงานวิจัยที่นำไปสู่การมอบรางวัลอย่าง 2022-2023 Thailand’s Most Admired Company & 2023 Thailand’s Most Admired Brand ที่จัดสำรวจโดยนิตยสาร BrandAge ซึ่งในปีนี้ เอ็มจี ได้รับรางวัล 2023 Thailand’s Most Admired Brand ในหมวดยานยนต์ กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 พร้อมกันนี้ เอ็มจี ยังได้รับรางวัล Innovation Brand Award 2023 อันเป็นภาพสะท้อนให้เห็นถึงการรับรู้ของคนไทยที่มีต่อแบรนด์ ความสำเร็จของการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อยกระดับ และสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ปัจจุบัน เอ็มจี มีรถยนต์ไฟฟ้าให้เลือกมากถึง 5 รุ่น 5 สไตล์ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานของผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุม อีกทั้งยังเดินหน้าขยาย และเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) อย่างเป็นรูปธรรมในทุกมิติ เพื่อสร้างความมั่นใจในการใช้งานรถไฟฟ้าในทุกพื้นที่ โดย เอ็มจี ยังคงเป็นแบรนด์ที่มีจำนวนสถานีชาร์จเร็วมากที่สุดกว่า 150 แห่งทั่วประเทศ และเดินหน้าตามเป้าหมายให้ทุกๆ 150 กิโลเมตร จะมีสถานีชาร์จอย่างน้อย 1 แห่ง พร้อมให้บริการกับผู้ใช้รถไฟฟ้า

ความสำเร็จยอดจองจากงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44

อีกหนึ่งความสำเร็จที่เกิดขึ้นในงาน มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44 ที่ผ่านมา กับกระแสตอบรับรถยนต์ไฟฟ้าที่ท่วมท้น ส่งผลให้ เอ็มจี กวาดยอดจองภายในงานฯ ขึ้นแท่นท็อป 3 ด้วยยอดจองรวมทุกรุ่นกว่า 3,929 คัน ตอกย้ำความเป็นผู้นำรถยนต์ไฟฟ้าเมืองไทยด้วยยอดจองมากเป็นอันดับหนึ่งกับตัวเลข 2,840 คัน โดยมีรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่อย่าง NEW MG MAXUS9 และ NEW MG ES เป็น 2 โมเดลที่ได้รับความสนใจจากลูกค้าเป็นอย่างมาก โดยมียอดจองรถไฟฟ้าแต่ละรุ่น ดังนี้ NEW MG MAXUS9 จำนวน 1,159 คัน NEW MG ES จำนวน 855 คัน NEW MG 4 ELECTRIC จำนวน 559 คัน และ NEW MG ZS EV จำนวน 267 คัน

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงแผนการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าทุกรุ่นของ เอ็มจี ทางบริษัทฯ ยังคงทยอยส่งมอบรถไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องในไตรมาสที่ 2 และสำหรับ 2 โมเดลใหม่อย่าง NEW MG MAXUS9 และ NEW MG ES มีแผนส่งมอบจำนวนรุ่นละ 1,000 คัน ภายในเดือนมิถุนายน 2566 และจำนวนอีก 500 คัน สำหรับ NEW MG MAXUS9 ในเดือนกรกฎาคม 2566 โดยเอ็มจีเตรียมประกาศราคาอย่างเป็นทางการ NEW MG MAXUS9 ในเดือนพฤษภาคม 2566  ซึ่งลูกค้าที่สนใจรถยนต์ไฟฟ้าทุกรุ่น ยังคงสามารถจองผ่านผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จำหน่ายรถยนต์พลังงานไฟฟ้าทั่วประเทศ (EV Authorized Dealer) และผ่านช่องทางเว็บไซต์ที่ https://onlinebooking.mgcars.com/ หรือจองผ่านแอพพลิเคชัน MG THAILAND

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจีได้ที่
Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand

OKLS สบช่องจัดอบรมพร้อมศึกษาดูงานการซ่อมรถ BEV ระยะสั้นที่จีน หลังตลาดรถไฟฟ้าในไทยโตพุ่งแบบก้าวกระโดด

0

OKLS ตอบรับกระแสการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้า (Battery Electric Vehicle : BEV) ในไทย สบช่องนำความเชี่ยวชาญด้านภาษาจีนต่อยอดจัดโปรแกรมการฝึกอบรมและศึกษาดูงานเกี่ยวกับการบำรุงรักษารถ BEV ระยะสั้น ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีอาชีวศึกษาและอุตสาหกรรมเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน มุ่งเป้ากลุ่มช่าง อาจารย์ช่างยานยนต์ และผู้ที่สนใจงานซ่อมบำรุงยานยนต์ไฟฟ้า ที่ต้องการเพิ่มศักยภาพด้านความรู้เพื่อรองรับธุรกิจบริการหลังการขายหลังเทรนด์รถ BEV ในไทยมาแรง โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดมีโอกาสเติบโตแตะ 5 หมื่นคันในปี 2566 และ 85% เป็นแบรนด์รถไฟฟ้าจีน 

นายประทีป โลจนาทร กรรมการผู้จัดการ OKLS โรงเรียนสอนภาษาจีนและภาษาญี่ปุ่น เผยว่า ปัจจุบันมียานยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ต่าง ๆ ตบเท้าเข้าสู่ตลาดรถยนต์เมืองไทยเพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคมากขึ้น รวมทั้งยังมีแผนการลงทุนโรงงานผลิตรถยนต์ เพื่อทดแทนการนำเข้ารถยนต์ตามข้อตกลงร่วมกับรัฐบาลไทย นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคาดการณ์ภาพรวมตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในปี 2566 ว่ามีโอกาสที่จะมีตัวเลขแตะระดับ 50,000 คัน หรือเพิ่มขึ้น 270% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2565 ที่อยู่ที่ 13,454 คัน โดยรถไฟฟ้าจากจีน ซึ่งเป็นเบอร์ 1 ในตลาดรถ BEV โลกจะเข้ามีส่วนแบ่งทางการตลาดที่ 85% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่อยู่ที่ 78%

แม้ว่าปัจจุบันรถยนต์เทคโนโลยีใหม่อย่าง BEV ยังมีสัดส่วนเพียง 5.8% ของภาพรวมตลาดรถยนต์ในประเทศไทยที่คาดว่าจะอยู่ที่ 8.65-8.95 แสนคัน แต่ด้วยปัจจัยสนับสนุนทั้งเทรนด์ในประเทศและทั่วโลกในการใช้พลังงานสะอาด มาตรการภาครัฐที่สนับสนุนผ่านส่วนลดภาษีและเงินอุดหนุน ทำให้ตลาดยานยนต์ไฟฟ้าไทยมีศักยภาพที่จะเติบโตอย่างก้าวกระโดดเร็วกว่าหลายประเทศในภูมิภาค ทำให้การเตรียมพร้อมด้านบริการหลังการขายจึงเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้นการลงทุนด้านบุคลากรฝ่ายช่างซ่อมบำรุงที่มีคุณภาพและมีทักษะความสามารถจึงมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคชาวไทย รวมทั้งเป็นการรองรับการเติบโตของตลาด EV เตรียมความพร้อมการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคพลังงานไฟฟ้าในอนาคตอันใกล้นี้

“จากภาพรวมตลาดดังกล่าว OKLS ในฐานะที่อยู่ในแวดวงการศึกษาและมีความเชี่ยวชาญด้านภาษาจีน จึงได้จัดโปรแกรมการฝึกอบรมและศึกษาดูงานเกี่ยวกับการบำรุงรักษารถ BEV ร่วมกับวิทยาลัยเทคโนโลยีอาชีวศึกษาและอุตสาหกรรมเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นศูนย์ฝึกอบรมช่างช่อมรถยนต์ไฟฟ้าให้กับ  จี๋ลี่ กรุ๊ป (Geely Group) ผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำของจีน อาทิ จี๋ลี่ ออโต วอลโว โพลสตาร์ และโลตัส นอกจากนี้ ยังรวมถึง เมอร์เซเดส-เบนซ์ และฮุนได ซึ่งจะเจาะลึกเนื้อหาด้านการซ่อมบำรุง เพื่อเพิ่มศักยภาพความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติครบถ้วน ให้กลับมาทำงานได้ทันที เหมาะสำหรับช่าง ครูหรืออาจารย์ช่างยานยนต์ ตลอดจนผู้ที่สนใจในงานซ่อมบำรุงยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมทริปเยี่ยมชมโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ดังระดับโลก โดยมีล่ามไทย-จีนจาก OKLS พร้อมวิศวกรพี่เลี้ยงตลอดการเรียนการสอน” นายประทีปกล่าวเสริม

โครงการฯ รับจำนวนจำกัดเพียง 20 คน พร้อมส่วนลด 5% เมื่อหน่วยงานเดียวกันสมัครตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป สมัครได้แล้ววันนี้ – 15 เม.ย. 2566 นี้ ระยะเวลาเดินทาง 1-15 มิถุนายน 2566 รวม 15 วัน และจะได้รับประกาศนียบัตรเมื่อจบการอบรมและผ่านเกณฑ์ โดยค่าใช้จ่ายในโครงการฯ รวมค่าเดินทางโดยสายการบินไทย ค่าฝึกอบรม ค่าอาหาร  ค่าที่พัก ค่าท่องเที่ยวและเยี่ยมชมโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ค่าวีซ่า ค่าล่ามและวิศวกรพี่เลี้ยงตลอดการเรียนการสอน และค่าประกันการเดินทาง

ติดต่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับโปรแกรมการฝึกอบรมและศึกษาดูงานที่จีนเพิ่มเติมที่ OKLS ได้ที่ https://www.innotech.okls.net
https://www.facebook.com/InnotechbyOKLS
โทร. 086-341-4840 / 086-368-622
Line: @OKLS

รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า “LYVA” เผยยอดจองรวม 355 คัน ในงานมอเตอร์โชว์ 2023 เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์ “LYVA ประเทศไทย”

0

เพ็นทินั่ม อี (Pentinum E) ปลื้มกระแสตอบรับดีในหมู่นักขี่ผู้รักษ์โลกต่อการเปิดตัวครั้งแรกของรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า “LYVA” (ไลวา) ภายใต้แบรนด์ “LYVA ประเทศไทย” ในงานมอเตอร์โชว์ 2023 ด้วยยอดจองรวม 355 คัน เป็นอันดับ 1 ในกลุ่มรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เพราะตอบโจทย์เรื่องสมรรถนะ ขับสนุก คุ้มค่า ปลอดภัย และประหยัดค่าใช้จ่าย    ชี้ชัดโอกาสเติบโตของมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าพลังงาน สะอาดยังเปิดกว้าง เฟ้นหาพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อขยายเครือข่ายผู้จำหน่าย และบริการหลังการขายให้ครอบคลุมทุกพื้นที่  พร้อมเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นด้วยยนตรกรรมคุณภาพหลากรุ่นในอนาคตอันใกล้

บริษัท เพ็นทินั่ม อีเล็กทรอนิกส์ จำกัด หรือ Pentinum E ผู้จัดจำหน่ายและผู้ประกอบรถมอเตอร์ไซค์ ไฟฟ้า “LYVA” แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย โดย ทพ. ธนิศร์ จิรบันดาลสุข ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ กล่าวว่า ขอขอบคุณผู้ให้ความสนใจและเจ้าของยอดจองทั้ง 355 คันในงานบางกอก อินเตอร์    เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44 ที่ร่วมสนับสนุนและเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนการขนส่งด้วยพลังงานสะอาดไปด้วยกันกับ LYVA ประเทศไทย ตามพันธกิจ Let’s Make A Change ของบริษัทฯ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงโอกาสการเติบโตที่เปิดกว้างของตลาดยานยนต์ไฟฟ้าของไทย โดยเฉพาะในกลุ่มรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ยืนยันได้จากสถิติยอดจดทะเบียนใหม่ 7,302 คันในปี 2565 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดกว่า 100% จากปี 2564 ที่มียอดเพียง 3,477 คัน และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องจากนี้ไปจากปัจจัยสนับสนุนต่าง ๆ อาทิ การเติบโตของธุรกิจขนส่งอาหารและพัสดุ รวมถึงแนวโน้มการขยายตัวไปยังธุรกิจบริการด้านอื่น ๆ การให้เงินอุดหนุน 18,000 บาทจากภาครัฐ เพื่อให้ราคาของมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าจูงใจผู้บริโภคตามมาตรการสนับสนุน และส่งเสริมให้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นเมกะเทรนด์ของความร่วมมือกันทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก เพื่อให้บรรลุสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2573 ด้วยการเพิ่มการใช้พลังงานสะอาดช่วยลดโลกร้อนและสร้างความยั่งยืน นอกจากนี้ในส่วนของผู้ขับขี่ยังสามารถเทิร์นค่าน้ำมันต่อเดือนมาเป็นค่าผ่อนรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่มีค่าชาร์จไฟต่อครั้งเพียง 9-15 บาทสำหรับใช้งานในระยะทาง 100-140 กม. ช่วยประหยัดทำให้มีเงินคงเหลือสำหรับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้

“Pentinum E มีความตั้งใจที่จะสร้างแบรนด์ “LYVA ประเทศไทย” ให้มีความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องด้วยบริการแบบครบวงจร เริ่มจากผลิตภัณฑ์คุณภาพซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างลู่หยวน และ Pentinum E โดยนำรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า LYVA ที่ได้รับความนิยมสูงในจีนมาพัฒนาปรับแต่งให้เหมาะสมกับการใช้งาน ในประเทศไทยจากโรงงานของบริษัทฯ เพื่อให้ตอบโจทย์ทั้งในเรื่องสมรรถนะ ความปลอดภัย และประหยัด ค่าใช้จ่าย โดยมีกำลังการผลิตช่วงแรกเดือนละ 1,000 คัน พร้อมจัดเตรียมทีม LYVA Attendant ที่มีความ เชี่ยวชาญมาดูแลงานบริการหลังการขายตลอดการใช้งาน รวมถึงความพร้อมเรื่องสต๊อกอะไหล่ สำหรับแผน ขยายงานเพื่อให้บริการเข้าถึงลูกค้าได้ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น บริษัทฯ กำลังเฟ้นหาและเปิดรับพันธมิตร ทางธุรกิจที่เหมาะสมกับการเป็นผู้แทนจำหน่ายรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า LYVA เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการเดินทางด้วยพลังงานสะอาดที่เป็นมิตรต่ออากาศและสิ่งแวดล้อม บำรุงรักษาง่าย ค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตรต่ำ แบตเตอรี่คงทน ใช้ระยะเวลาสั้นในการชาร์จไฟ โดยมีเป้าหมายแต่งตั้ง 50  ผู้แทนจำหน่าย และจัดตั้ง LYVA Service Station ให้ครบ 100 จุดทั่วประเทศไทย ภายในปี 2566” ทพ. ธนิศร์ กล่าว

สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจร่วมเติบโตในธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าร่วมกับ Pentinum E ติดต่อสอบถามขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  โทร.088-646-6556, www.lyvathailand.com หรือ Line : @ lyvathailand

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า “LYVA” www.lyvathailand.com

ฟอร์ดแนะนำ 5 ฟีเจอร์ช่วยขับขี่ปลอดภัย พร้อมแคมเปญดูแลลูกค้าช่วงสงกรานต์

0

เทศกาลสงกรานต์หรือปีใหม่ไทยในเดือนเมษายนนี้ เป็นช่วงที่หลายๆ คนวางแผนเดินทางท่องเที่ยวและกลับภูมิลำเนาเพื่อพักผ่อนและใช้เวลาที่มีค่ากับครอบครัว ข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยประเมินสถานการณ์ในปีนี้ว่า คนไทยราว 17-20 ล้านคน[1] จะเดินทางท่องเที่ยวในประเทศช่วงสงกรานต์

ฟอร์ด ประเทศไทย ทราบดีว่าช่วงเวลาดังกล่าวเป็นเวลาที่สำคัญของลูกค้าครอบครัวฟอร์ด จึงขอแนะนำฟีเจอร์และเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยในรถยนต์ฟอร์ด เจเนอเรชันใหม่ ที่เป็นประโยชน์ในการขับขี่รถทางไกลเพื่อเพิ่มความอุ่นใจให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนน และลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ

  1. ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ พร้อมระบบ Stop&Go และระบบควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง ระบบควบคุมความเร็วอัจฉริยะของฟอร์ดมาพร้อมระบบ Stop&Go ที่ช่วยรักษาความเร็วและระยะห่างจากรถคันหน้า รวมถึงการบังคับรถหยุดหากจำเป็น ส่วนระบบควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Centering) ได้รับการพัฒนาให้สามารถตรวจจับเส้นถนนที่ไม่ชัดเจน รวมถึงไหล่ทางที่เป็นพื้นกรวดและหญ้า พร้อมช่วยหักพวงมาลัยเล็กน้อย เมื่อพบว่ารถเริ่มออกนอกเส้นถนน เพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ท่ามกลางสภาพการจราจรติดขัดและการเดินทางระยะไกลในช่วงวันหยุดยาว อีกทั้งยังช่วยคลายความตึงเครียดของผู้ขับว่ารถจะเข้าใกล้รถคันหน้ามากเกินไป หรือต้องชะลอความเร็วตามคันหน้า 
  1. ไฟ AUX Lamp หนึ่งในเทคโนโลยีที่โดดเด่นในฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ รุ่นสตอร์มแทรค ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยให้ดีขึ้นในทุกสภาพอากาศ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในที่ที่มีหมอกลง หรือมีฝนตกหนัก และเพิ่มความปลอดภัยเมื่อเปิดไฟสูงขณะขับ ช่วยให้ผู้ใช้รถใช้ถนนยามค่ำคืนกะระยะหรือมองเห็นรอบด้านได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ทุกคนเดินทางถึงจุดหมายปลายทางได้อย่างปลอดภัย

  1. ไฟหน้าแบบเมทริกซ์ แอลอีดี บ่อยครั้งที่อุบัติเหตุบนท้องถนนตอนกลางคืนเกิดจากการเปิดไฟสูงใส่รถที่กำลังขับมาในเลนตรงข้าม หรือรถที่วิ่งอยู่ข้างหน้า ทำให้เพื่อนร่วมถนนมองไม่เห็น แต่ไฟหน้าแบบเมทริกซ์ แอลอีดี จะมอบทัศนวิสัยที่ดียิ่งขึ้นด้วยคุณสมบัติการปรับมุมลำแสงไฟอัตโนมัติ ระบบป้องกันไฟแยงตา และระบบเปิดปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ช่วยให้แสงจากไฟหน้ารถไม่แยงตายานพาหนะที่สวนทาง โดยผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องควบคุมองศาของไฟด้วยตนเอง เสริมความปลอดภัยให้แก่ผู้ขับขี่และไม่รบกวนผู้ใช้ถนนคนอื่น ช่วยให้คุณและสมาชิกในครอบครัวผจญภัยได้อย่างราบรื่นในทุกเส้นทาง 
  1. ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ (Active Park Assist 2.0) เทคโนโลยีที่จะช่วยให้ผู้ขับขี่นำรถถอยเข้าช่องจอดได้ง่ายเพียงแค่กดปุ่มเดียว หมดปัญหาทั้งการจอดแบบเทียบข้างและการจอดแบบถอยเข้าซอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่สถานที่หรือแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ มักแน่นขนัดไปด้วยผู้คน ยานพาหนะ และสิ่งกีดขวางจำนวนมาก โดยระบบช่วยจอดอัจฉริยะทำงานร่วมกับกล้องมองรอบคัน 360 องศา กล้องหลัง และเซ็นเซอร์หน้า-หลัง ช่วยให้จอดรถได้อย่างปลอดภัยและลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ

  1. ถุงลมนิรภัย 7 จุด ฟอร์ดให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยแก่ผู้ขับขี่และผู้ร่วมเดินทาง พร้อมปกป้องทุกชีวิตให้ปลอดภัย การติดตั้งถุงลมนิรภัยรอบคันมากถึง 7 จุด ช่วยป้องกันแรงกระแทกได้จากทุกทิศทาง เพิ่มความอุ่นใจและความปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นบนท้องถนนในช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ที่มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุสูง

นอกเหนือไปจากเทคโนโลยีความปลอดภัยข้างต้นแล้ว ฟอร์ดยังมุ่งมั่นที่จะมอบความอุ่นใจตลอดการเดินทางในช่วงเทศกาลหยุดยาวให้ลูกค้าผู้ขับขี่รถฟอร์ดอุ่นใจยิ่งกว่าเดิมด้วยแคมเปญบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 24 ชั่วโมง (Roadside Assistance) พร้อมบริการรถทดแทนระหว่างซ่อม และบริการส่งมอบรถให้แก่ลูกค้าถึงที่โดยไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับเจ้าของรถฟอร์ดที่อายุไม่เกิน 3 ปี หรือมีระยะทางการใช้งานไม่เกิน 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) และลูกค้ารถยนต์ฟอร์ด เจเนอเรชันใหม่ ที่อายุไม่เกิน 5 ปี หรือมีระยะทางการใช้งานไม่เกิน 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) ตั้งแต่วันที่ 7-16 เมษายน 2566 ตอกย้ำความมุ่งมั่นที่จะดูแลลูกค้าเหมือนคนในครอบครัว

ทั้งนี้ แคมเปญดังกล่าวไม่ครอบคลุมกรณีรถเกิดอุบัติเหตุ หรือแบตเตอรี่หมด ลูกค้ารถฟอร์ดสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์ฟอร์ด Ford Call Center โทร. 1383 หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเงื่อนไขแคมเปญและรายละเอียดด้านการบริการได้ที่เว็บไซต์ www.ford.co.th

[1] https://news.ch7.com/detail/631416

‘มิลเลนเนียม กรุ๊ปฯ MGC-ASIA’ แสดงวิสัยทัศน์ผู้นำธุรกิจค้าปลีกยานยนต์ Lifestyle Mobility Ecosystem เตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

0

บมจ.มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) หรือ ‘มิลเลนเนียม กรุ๊ปฯ MGC-ASIA’ แสดงวิสัยทัศน์ผู้นำธุรกิจค้าปลีกยานยนต์ Lifestyle Mobility Ecosystem วางกลยุทธ์ขับเคลื่อนธุรกิจ พัฒนาระบบนิเวศทางธุรกิจภายใต้กลุ่ม MGC-ASIA สู่ธุรกิจที่มีศักยภาพเติบโตสูงในอนาคต เพื่อให้ครอบคลุมทุกวงจรการใช้บริการของลูกค้า และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน เตรียมพร้อมเดินหน้าเสนอขาย IPO เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ดร.สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) เผยว่า “มิลเลนเนียม กรุ๊ปฯ MGC-ASIA เป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีกยานยนต์ ‘Lifestyle Mobility Ecosystem’ ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจมายาวนานกว่า 20 ปี ภายใต้วิสัยทัศน์ ‘หนึ่งในผู้นำธุรกิจไลฟ์สไตล์โมบิลิตี้ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม โดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง’ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กลุ่มบริษัทฯ มุ่งพัฒนาระบบนิเวศทางธุรกิจ ภายใต้ชื่อ ‘MGC-ASIA Ecosystem’ สร้างการเติบโตอย่างมั่นคงให้แก่กลุ่มธุรกิจหลัก โดยการขยายสินค้าและบริการอย่างต่อเนื่อง ให้ครอบคลุมทุกวงจรการใช้บริการของลูกค้า และการแสวงหาโอกาสในการสร้างธุรกิจใหม่ ทั้งจากการร่วมมือภายในกลุ่มบริษัทฯ และพันธมิตรชั้นแนวหน้าในหลากหลายกลุ่มธุรกิจ สร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนในระยะยาว”

ภายใต้ระบบนิเวศทางธุรกิจของกลุ่ม MGC-ASIA มีสินค้าและบริการที่หลากหลาย ตอบสนองความต้องการให้ลูกค้า
ได้อย่างครอบคลุม ประกอบด้วย ธุรกิจจำหน่ายรถยนต์และบิ๊กไบค์ระดับโลก ได้แก่ Rolls-Royce, BMW, MINI, Honda, BMW Motorrad และ Harley-Davidson ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเรือยอชท์ Azimut รายเดียวในประเทศไทย และผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเรือแม่น้ำ Chris-Craft แต่เพียงผู้เดียวในไทยและอาเซียน รวมถึงรถยนต์มือสองพร้อมการรับประกัน ธุรกิจจัดหาลูกค้าสำหรับบริการให้เช่าเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว VistaJet และตัวแทนจำหน่ายบัตรโดยสารสายการบินชั้นนำ ธุรกิจบริการหลังการขายและซ่อมบำรุงรถยนต์อิสระ ธุรกิจบริการเช่ารถยนต์ ทั้งระยะสั้นและระยะยาวพร้อมพนักงานขับ รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องและช่วยเสริมสร้างรายได้ระยะยาว อาทิ บริการทางการเงินครบวงจร สำหรับยานยนต์หรูและมารีน (Alpha X) นายหน้าประกันภัย (Howden Maxi) บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) และศูนย์ปฏิบัติการข้อมูล เป็นต้น

กลุ่มบริษัทฯ ได้พัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างจุดแข็งและความแตกต่างจากผู้ประกอบการรายอื่นในอุตสาหกรรม ดังนี้
1) การดำเนินธุรกิจอย่างครบวงจร ภายใต้ MGC-ASIA Ecosystem ที่แข็งแกร่ง มีผลิตภัณฑ์และบริการที่ครอบคลุมทุกกลุ่มลูกค้า และมีธุรกิจสนับสนุนอื่นๆ ที่ช่วยส่งเสริมธุรกิจหลักของกลุ่มบริษัทฯ

2) เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการรายใหญ่ของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย มีความน่าเชื่อถือ และมีตำแหน่งทางการตลาดที่โดดเด่น

3) เป็นผู้นำในธุรกิจการให้บริการหลังการขาย และซ่อมบำรุงรถยนต์ที่มีคุณภาพสูงสุด ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทุกกลุ่ม

4) ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของผู้บริหาร มีวิสัยทัศน์ในการนำพาธุรกิจเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
บนพื้นฐานคุณค่าและความซื่อสัตย์

ทั้งนี้ มิลเลนเนียม กรุ๊ปฯ MGC-ASIA กำหนดยุทธศาสตร์เพื่อสร้างการเติบโต และเสริมสร้างความแข็งแกร่ง ด้วยการขยายระบบนิเวศทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ผ่านกลยุทธ์หลักในการขับเคลื่อนธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ ได้แก่

1) สร้างความแข็งแกร่งให้ MGC-ASIA Ecosystem เพิ่มความหลากหลายของสินค้าและบริการ สร้างความแตกต่างและโดดเด่น ด้วยโมเดล Lifestyle Mobility Ecosystem

2) มุ่งสู่การเป็นผู้นำธุรกิจจำหน่ายและให้บริการด้านยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ผ่านการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน และการพัฒนาบุคลากร เพื่อรองรับบริการหลังการขายและซ่อมบำรุงยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจะเป็นปัจจัยหลักในการสร้างรายได้ประจำ รวมถึงผลตอบแทนให้กับกลุ่มบริษัทฯ ได้ในระยะยาว

3) เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง บริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้ทรัพยากรร่วมกันภายในระบบนิเวศทางธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการทำกำไรของกลุ่มบริษัทฯ

4) ยกระดับการให้บริการ โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจ (Digitalization)
เตรียมความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงสู่ Digi-Tech Lifestyle Mobility บนแพลตฟอร์มออนไลน์และออฟไลน์

มิลเลนเนียม กรุ๊ปฯ MGC-ASIA วางเป้าหมายการเติบโต ผ่านการดำเนินงานตามกลยุทธ์หลัก และขยายพอร์ตไปสู่กลุ่มธุรกิจใหม่ๆ ที่มีศักยภาพเติบโตสูง ผสานความร่วมมือกับพันธมิตรที่แข็งแกร่ง โดยใช้ประโยชน์จากฐานลูกค้าภายในระบบนิเวศทางธุรกิจ และขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ เพื่อบริหารความเสี่ยงจากความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจ รวมทั้งมุ่งขยายฐานสินค้าและบริการให้ครอบคลุมทุกมิติ

กลุ่มบริษัทฯ ได้ร่วมทุนกับบริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) จัดตั้ง บริษัท อัลฟา เอกซ์ จำกัด เพื่อให้บริการทางการเงินอย่างครบวงจร ครอบคลุมสินเชื่อเช่าซื้อ ลีสซิ่ง และสินเชื่อรีไฟแนนซ์ สำหรับยานยนต์ระดับลักชัวรี่และมารีน เจาะกลุ่มลูกค้าพรีเมียม-ลักชัวรี่ พร้อมเล็งเห็นความต้องการด้านประกันภัยจากกลุ่มลูกค้าของกลุ่มบริษัทฯ จึงขยายการลงทุนสู่ธุรกิจนายหน้าประกันภัย ผ่านการร่วมมือกับ ฮาวเด้น กรุ๊ป ซึ่งเป็นหนึ่งในโบรกเกอร์รายใหญ่ที่สุดในยุโรปและมีชื่อเสียงระดับโลก เพื่อขยายระบบนิเวศทางธุรกิจตามยุทธศาสตร์ของกลุ่มบริษัทฯ และสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

แม้ภาพรวมเศรษฐกิจทั่วโลกได้รับผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อและสถานการณ์แพร่ระบาดของ โควิด-19 แต่ตลาดลักชัวรี่เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบน้อยกว่าเซกเมนต์อื่นๆ และในบางภูมิภาคสามารถเติบโตสวนกระแสจากการขยายตัวของฐานลูกค้าที่มีอายุเฉลี่ยต่ำลงและมีความต้องการเพิ่มต่อเนื่อง ขณะที่ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์แม้ได้รับผลกระทบจากปัญหาชิ้นส่วนขาดแคลน แต่ตลาดรถยนต์ระดับลักชัวรี่ยังเป็นที่ต้องการสูง สะท้อนจากยานยนต์แบรนด์ชั้นนำระดับโลกที่สร้างยอดขายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งบริษัทฯ ได้รับประโยชน์จากการมีพอร์ตธุรกิจที่หลากหลาย ครอบคลุมลูกค้าทุกเซกเมนต์ ทำให้ภาพรวมรายได้และกำไรของกลุ่มบริษัทฯ ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน ด้วยประสบการณ์ความเชี่ยวชาญในการบริหารความเสี่ยงและการปรับตัวทางกลยุทธ์ ทำให้กลุ่มบริษัทฯ
มีผลประกอบการเติบโตอย่างมั่นคง โดยสะท้อนจากผลประกอบการในปี 2563 2564 และ 2565 กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้รวม 20,275.3 ล้านบาท 21,350.3 ล้านบาท และ 23,076.2 ล้านบาท ตามลำดับ เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 6.7% ต่อปี เนื่องจากเศรษฐกิจที่ทยอยฟื้นตัวจากวิกฤต โควิด-19 ที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

กลุ่มบริษัทฯ มีกำไรสุทธิปี 2563 2564 และ 2565 อยู่ที่ 188.8 ล้านบาท 295.5 ล้านบาท และ 595.6 ล้านบาท ตามลำดับ จากการเพิ่มของรายได้จากการขายและบริการ การเพิ่มของอัตรากำไรขั้นต้น ขณะที่สัดส่วนต้นทุนการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อรายได้รวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ตอกย้ำถึงความสามารถในการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย

ทั้งนี้ มิลเลนเนียม กรุ๊ป MGC-ASIA มีวัตถุประสงค์การระดมทุน เพื่อนำไปลงทุนในบริษัท อัลฟา เอกซ์ จำกัด
บริษัท มาสเตอร์ มอเตอร์ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด รวมถึงชำระเงินกู้จากสถาบันการเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของกลุ่มบริษัทฯ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจ รองรับการเติบโตในอนาคต

ล่าสุด กลุ่มบริษัทฯ ได้รับอนุญาตให้เสนอขายหลักทรัพย์ จากสำนักงาน ก.ล.ต. แล้ว และอยู่ระหว่างพิจารณากำหนดช่วงเวลาและราคาที่จะเสนอขายหุ้นสามัญแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก โดยจะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) รวมไม่เกิน 280,000,000 หุ้น หรือคิดเป็นไม่เกินร้อยละ 25.0 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญในครั้งนี้

อีซูซุคว้า 2 รางวัลเกียรติยศ “แบรนด์น่าเชื่อถือสูงสุดแห่งปี” (Thailand’s Most Admired Brand) และรางวัลพิเศษ “Innovation Brand Award”

0

คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ กรรมการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด รับมอบรางวัล “แบรนด์รถปิกอัพที่น่าเชื่อถือสูงสุดประจำปี 2566” (2023 Thailand’s Most Admired Brand) ซึ่งเป็นผลจากการสำรวจและวิจัยความน่าเชื่อถือของแบรนด์ รวมถึงปัจจัยที่ทำให้เกิดการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคทั่วประเทศ โดยนิตยสาร BrandAge ซึ่ง “แบรนด์อีซูซุ” ได้รับคะแนนความน่าเชื่อถือเป็นอันดับ 1 ในหมวดยานยนต์ กลุ่มรถกระบะบรรทุก 1 ตัน นอกจากนี้ยังได้รับการพิจารณาคัดเลือกให้ได้รับ รางวัลพิเศษ “Innovation Brand Award” ซึ่งเป็นการคัดเลือกแบรนด์ที่มีความโดดเด่นมากเป็นพิเศษด้านนวัตกรรม จากการดำเนินกิจกรรมทางการตลาดและการส่งเสริมการตลาด ณ โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ กรุงเทพฯ

ร่วมติดตามและอัพเดทข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่  www.isuzu-tis.com  หรือ LINE: @isuzuthai

เปิดตัว ACE ศูนย์บริการซ่อมตัวถังและสีรถยนต์มาตรฐาน และงานซ่อมครบวงจร ชูเครื่องมือทันสมัย ภายใต้มาตรฐานการซ่อมของผู้ผลิตรถยนต์ทุกยี่ห้อ

0

เปิดตัว ACE ศูนย์บริการซ่อมตัวถังและสีรถยนต์มาตรฐาน และงานซ่อมครบวงจร ทุ่ม 50 ล้าน ปักธงสาขาแรกที่ขอนแก่น ก่อนขยายสู่กรุงเทพและหัวเมืองใหญ่อีก 5 แห่งภายในปี 2567 ชูเครื่องมือทันสมัยระดับโลก ภายใต้มาตรฐานการซ่อมของผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่น ยุโรป และ อเมริกา                

    

นายกมลพงศ์ สงวนตระกูล ประธานกรรมการ บริษัท เค คอนซัลติ้ง แอนด์ ซัพพลาย จำกัด เปิดเผยว่า จากประสบการณ์ในการให้บริการด้านรถยนต์มากว่า 65 ปี ซึ่งมีเจตนารมณ์อันแรงกล้าในการยกระดับมาตรฐานการซ่อมรถยนต์  บริษัทฯ จึงได้ทุ่มงบประมาณกว่า 50 ล้านบาท เปิดตัวศูนย์บริการซ่อมตัวถังและสี และงานซ่อมครบวงจร ด้วยเครื่องมือและเทคโนโลยีที่ทันสมัยระดับโลก ภายใต้ชื่อ ACE (Automotive Center of Excellence) ขนาด 3,000 ตารางเมตร ตั้งอยู่บนถนนมิตรภาพ จังหวัดขอนแก่น มีพันธสัญญาในการดูแลและส่งมอบรถยนต์ที่ลูกค้ารักด้วยความเข้าใจและไว้วางใจ ภายใต้สโลแกน Ace Care for Your Loved Car นอกจากการให้บริการลูกค้า บริษัทยังมุ่งมั่นในการพัฒนาช่างฝีมือในประเทศไทยให้เป็นที่ยอมรับและสามารถแข่งขันได้กับนานาประเทศ ผ่านการส่งเสริมทักษะอาชีพจาก K-CNS Training Center มาแล้วกว่า 7 ปี ผลิตช่างฝีมือไปแล้วกว่า 500 คน และได้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขัน WorldSkills ระดับโลกในสาขา Automotive Technology, Body Repair, Car Painting และ Mechatronics ในปี 2022 ที่ผ่านมา

นายกมลพงศ์ กล่าวว่า ACEมีความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาด้านรถยนต์ให้กับลูกค้า นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่มีความคุ้มค่าสูงสุดในตลาด พร้อมทางเลือกหลากหลาย ทั้งด้านการซ่อม ด้านอะไหล่ และด้านประกันภัย เราเริ่มจากขอนแก่นและพร้อมร่วมมือกับคู่ค้าในการขยายการดูแลลูกค้าไปสู่ทุกภูมิภาคในประเทศไทย และร่วมสร้างแรงงานฝีมือของไทยให้ก้าวไปสู่ระดับสากลด้วยกัน”

ด้านนายสัจจวัชร ศรีสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เค คอนซัลติ้ง แอนด์ ซัพพลาย จำกัด กล่าวว่า กลุ่มเป้าหมายของศูนย์บริการ ACE คือกลุ่มคนรักรถที่มุ่งเน้นคุณภาพและมาตรฐานของงานซ่อมที่เชื่อถือได้ พร้อมดูแลลูกค้าที่มีประกันเบี้ยซ่อมห้างและประกันเบี้ยซ่อมอู่จากทุกบริษัทประกัน มีความสะดวกสบายในการนัดหมายและติดตามสถานะงานซ่อมได้จาก Application พร้อมแจ้งเตือนเมื่อรถซ่อมเสร็จ ลูกค้าสามารถเรียกดู ประวัติงานซ่อมของรถตัวเอง เพื่อดูรายละเอียดการเข้ารับบริการครั้งที่ผ่านมาได้ และยังสามารถชำระเงิน online ผ่านทาง Application ได้อีกด้วย แผนผังของศูนย์บริการ ACE มีการออกแบบมาโดยเฉพาะ เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างลื่นไหลอย่างต่อเนื่อง โดยแบ่งพื้นที่การทำงานเป็น 3 ส่วน

คือ พื้นที่ซ่อมเบา พื้นที่ซ่อมปานกลาง และพื้นที่ซ่อมหนัก ปัจจุบันศูนย์บริการ ACE สามารถรองรับงานซ่อมทั่วไปประมาณ 15 คันต่อวัน และงานซ่อมตัวถังและสี 200 คันต่อเดือน พร้อมนำเสนอราคาที่คุ้มค่า ถูกกว่าการซ่อมในศูนย์บริการโดยทั่วไป ภายใต้คุณภาพและมาตรฐานที่มากกว่าหรือเทียบเท่า โดยที่ลูกค้าไม่ต้องเสียเวลาในการซ่อมรถหลายแห่ง สามารถซ่อมได้ครบวงจร ในที่เดียว นอกจากนี้ลูกค้ายังสามารถมั่นใจได้ว่ารถทุกคันจะกลับมาอยู่ในสภาพใกล้เคียงกับมาตรฐานการประกอบจากโรงงานมากที่สุด พร้อมรับประกัน 2 ปีสำหรับงานซ่อมตัวถังและสี และ 1 ปี สำหรับงานซ่อมทั่วไป

“ปัจจุบันเทคโนโลยีในการผลิตรถยนต์มีการพัฒนาขึ้นอย่างมากทั้งในด้านโครงสร้างตัวถังและวัสดุ ซึ่ง ACE มีความพร้อมด้านเครื่องมือและช่างฝีมือที่มีความเชี่ยวชาญสูงในการวิเคราะห์วิธีในการเชื่อมและการใช้เครื่องมือที่แตกต่างกันระหว่างรถยนต์สันดาปภายในและรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบา เช่น อลูมินัม คาร์บอน และ แมกนีเซียม คุณภาพงานซ่อมและความไว้วางใจของเจ้าของรถเป็นเรื่องสำคัญอันดับ 1 ของ ACE  เพราะงานซ่อมที่ดีนั้น นอกจากจะทำให้รถอยู่ในสภาพดีแล้ว ยังช่วยให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดเมื่อเกิดอุบัติเหตุซ้ำอีกครั้ง เราเชื่อมั่นว่าศูนย์บริการ ACE จะเป็นตัวเลือกอันดับแรกที่ลูกค้าเลือกใช้บริการ” ซึ่ง หลังจากที่ได้ทำการเปิดสาขาแรกที่ขอนแก่นแล้ว ACE ยังมีแผนที่จะขยายไปอีก ในกรุงเทพมหานคร และหัวเมืองใหญ่อีก 5 แห่งทั่วประเทศภายในปี 2567  นายสัจจวัชร กล่าวในตอนท้าย

สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม, มุมนักลงทุนสัมพันธ์ และนัดหมายการเข้าใช้บริการของ ACE ได้ที่ https://www.ace-autoservice.com Line : @ace-autoservice โทร. 095-956-9555

 

สาวกเหมียวไฟฟ้าสายสปอร์ตมีเฮ! เกรท วอลล์ มอเตอร์ มอบดีลสุดพิเศษ ช่วยผ่อน ORA Good Cat GT นานสูงสุด 10 เดือน รวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท!

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะบริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลก (Global Intelligent Technology Company) และผู้นำด้านยานยนต์พลังงานไฟฟ้า (xEV Leader) เอาใจแฟน ๆ น้องเหมียวอย่างต่อเนื่อง กับข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับ ORA Good Cat GT ช่วยผ่อนนานสูงสุด 10 เดือน เดือนละ 10,000 บาท รวมมูลค่าสูงสุดถึง 100,000 บาท และ ORA Good Cat รุ่น 400 PRO และ 500 ULTRA ที่ช่วยผ่อนนานสูงสุด 6 เดือน เดือนละ 5,000 บาท รวมมูลค่าสูงสุด 30,000 บาท พร้อมยืนยันความสามารถในการส่งมอบรถด้วยจำนวนรถมากถึง 3,000 คันที่พร้อมเสิร์ฟให้กับแฟน ๆ ตั้งแต่เดือนเมษายนนี้เป็นต้นไป โดยข้อเสนอข้างต้นยังมาพร้อมกับเอกสิทธิ์เหนือระดับ ไม่ว่าจะเป็น ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 แพ็กเกจการบำรุงรักษาตามระยะทาง และอื่น ๆ อีกมากมาย  ข้อเสนอสุดพิเศษนี้สำหรับผู้ที่สั่งจองตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2566 เวลา 00.01 น. ถึงวันที่ 30 เมษายน 2566 เวลา 23.59 น. เท่านั้น โดยมีรายละเอียดของสิทธิประโยชน์ดังกล่าวดังต่อไปนี้

  • ORA Good Cat GT เกรท วอลล์ มอเตอร์ ช่วยผ่อน 10,000 บาทต่อเดือน นานสูงสุด 10 เดือน รวมมูลค่า 100,000 บาท ผ่อนเริ่มต้น 10,568 บาทต่อเดือน*
  • สำหรับ ORA Good Cat รุ่น 400 PRO และ 500 ULTRA เกรท วอลล์ มอเตอร์ ช่วยผ่อน 5,000 บาทต่อเดือน นานสูงสุด 6 เดือน รวมมูลค่า 30,000 บาท ผ่อนเริ่มต้นเพียง 8,904 บาทต่อเดือน** (สำหรับรุ่น 400 PRO) และ 11,094 บาทต่อเดือน** (สำหรับรุ่น 500 ULTRA)

* อัตราผ่อนเริ่มต้นในงวดที่ 1-10 เมื่อดาวน์ 25% และ ผ่อน 48 เดือน ตั้งแต่งวดที่ 11 จะมีมูลค่าตามสัญญาเดิม สำหรับผู้ที่ผ่อนในเงื่อนไขอื่น โปรดดูรายละเอียดการผ่อนเริ่มต้นเพิ่มเติม เงื่อนไขเป็นไปตามที่สถาบันการเงินและบริษัทฯ กำหนด

** อัตราผ่อนเริ่มต้นในงวดที่ 1-6 เมื่อดาวน์ 25% และ ผ่อน 48 เดือน ตั้งแต่งวดที่ 7 จะมีมูลค่าตามสัญญาเดิม สำหรับผู้ที่ผ่อนในเงื่อนไขอื่น โปรดดูรายละเอียดการผ่อนเริ่มต้นเพิ่มเติม เงื่อนไขเป็นไปตามที่สถาบันการเงินและบริษัทฯ กำหนด

ผู้ที่สนใจสามารถเป็นเจ้าของและรับข้อเสนอสุดพิเศษดังกล่าวได้ที่ GWM Store ทั่วประเทศ รวมถึงช่องทาง GWM application และเว็บไซต์ www.gwm.co.th ตั้งแต่ วันที่ 3 เมษายน 2566 เวลา 00.01 น. ถึงวันที่ 30 เมษายน 2566 เวลา 23.59 น. เท่านั้น (ขอสงวนสิทธิ์สำหรับผู้ที่สั่งจองและรับส่งมอบรถภายในวันที่ 30 เมษายน 2566 เท่านั้น)

สำหรับลูกค้าที่ได้ทำการสั่งจอง ORA Good Cat ทั้ง 3 รุ่นและยังไม่ได้รับส่งมอบรถ จะได้รับสิทธิพิเศษการช่วยผ่อนดังกล่าวด้วยเช่นเดียวกันเพื่อตอบสนองต่อความต้องการและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคชาวไทย เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะมีรถยนต์ ORA Good Cat จำนวนมากถึง 3,000 คันในเดือนเมษายนนี้ และเริ่มส่งมอบให้กับเหล่าทาสน้องแมวไฟฟ้าที่กำลังรอรถอย่างใจจดใจจ่อ ตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นไป นอกจากนี้ บริษัทฯ จะมีจำนวนรถรวมทั้งสิ้นกว่า 6,000 คันภายในเดือนมิถุนายน โดยจากจำนวนรถที่จะนำเข้าดังกล่าว เกรท วอลล์ มอเตอร์คาดว่าจะสามารถส่งมอบรถให้กับลูกค้าภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือนหลังจากการสั่งจองและดำเนินการด้านเอกสารต่าง ๆ ครบถ้วนและเสร็จสิ้นสมบูรณ์

นอกจากข้อเสนอสุดพิเศษในการช่วยผ่อนนาน 10 เดือน สูงสุดถึง 100,000 บาทแล้วนั้น ORA Good Cat ทั้ง 3 รุ่น ยังมาพร้อมสิทธิประโยชน์อื่น ๆ อีกมากมาย อาทิ

  • ดอกเบี้ย พิเศษ59% เมื่อดาวน์ 25% และ ผ่อน 48 เดือน มูลค่าสูงสุด 92,000 บาท สำหรับ ORA Good Cat GT และดอกเบี้ยพิเศษ 1.85% เมื่อดาวน์ 25% และผ่อน 48 เดือน มูลค่าสูงสุด 32,000 บาท สำหรับ ORA Good Cat รุ่น 400 PRO และ 500 ULTRA (ข้อเสนอก่อนสิทธิประโยชน์การช่วยผ่อนมูลค่า 60,000 บาท สำหรับ ORA Good Cat GT และ 30,000 บาท สำหรับ ORA Good Cat รุ่น 400 PRO และ 500 ULTRA)
  • ฟรี ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 โดย บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท คุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด(มหาชน) เป็นระยะเวลา 1 ปี มูลค่าสูงสุด 25,000 บาท ข้อกำหนดและเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
  • ฟรี GWM โฮมชาร์จเจอร์พร้อมการติดตั้งในระยะสายไฟยาวไม่เกิน 20 เมตร (จากตู้เมน) จำนวน 1 ครั้ง (ไม่รวมค่าแท่นชาร์จ) มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 60,000 บาท
  • ฟรี ค่าแรงและค่าอะไหล่งานบำรุงรักษาตามระยะทาง (GWM PRO Service Inclusive : GPSI) จำนวน 5 ครั้ง ตลอดระยะเวลา 5 ปี หรือ 75,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 11,000 บาท
  • ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง (Roadside Assistance) เป็นระยะเวลา 5 ปี มูลค่า 10,000 บาท
  • ฟรี กรอบป้ายทะเบียนและพรม GWM มูลค่ารวม 1,650 บาท

ORA Good Cat เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่เข้ามาสร้างมาตรฐานใหม่และปลุกกระแสความนิยมให้กับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย มาพร้อมกับความครบครันทั้งด้านฟังก์ชันล้ำสมัยและดีไซน์ที่สวยงาม ภายใต้คอนเซ็ปต์ Retro Futuristic สะท้อนตัวตนอันเป็นเอกลักษณ์เมื่ออยู่บนท้องถนน พร้อมด้วยอุปกรณ์เทคโนโลยี ที่อัดแน่นเปี่ยมประสิทธิภาพ พร้อมด้วยสมรรถนะอันเร้าใจโดยเฉพาะรุ่น ORA Good Cat GT ที่โดดเด่นไปด้วยดีไซน์ล้ำสมัยสำหรับคนยุคใหม่

ORA Good Cat ทั้ง 3 รุ่น ยังมาพร้อมกับสีสันสุดพิเศษโดดเด่นไม่เหมือนใคร เพื่อให้เหล่าแฟน ๆ ได้ปลดปล่อยความเป็นตัวเองผ่านตัวน้องเหมียวได้อย่างน่ารักและโดดเด่น โดย ORA Good Cat GT มาพร้อมสีเทา (Aqua Gray) และสีขาว (Hamilton White) จับคู่กับภายในสีดำ-แดง ORA Good Cat 400 PRO มาพร้อม 3 สี ได้แก่ ตัวรถสีขาวพร้อมหลังคาสีดำ (Hamilton White with Black Roof), สีขาว (Hamilton White), สีฟ้า (Coral Blue) และ ORA Good Cat 500 ULTRA มาพร้อมกับ 6 สีสุดพิเศษประกอบด้วย ตัวรถสีเขียวพร้อมหลังคาสีขาว (Verdant Green with Hamilton White Roof) จับคู่กับภายในสีเขียว-เทา, ตัวรถสีเบจพร้อมหลังคาสีน้ำตาล (Hazel Wood Beige with Wisdom Brown Roof) จับคู่กับภายในสีเบจ-น้ำตาล, ตัวรถสีขาวพร้อมหลังคาสีดำ (Hamilton White with Black Roof), สีขาว (Hamilton White), สีฟ้า (Coral Blue) โดยทั้งสามสีนี้มาพร้อมกับภายในสีดำสุดคลาสสิก และสีใหม่ล่าสุดอย่างสีเขียว Pistachio Green ที่จับคู่อย่างลงตัวกับภายในสีเขียว-เบจ โดดเด่นอย่างมีสไตล์และเพิ่มความสดใสอันเป็นเอกลักษณ์ของน้องเหมียวไฟฟ้าไปอีกขั้น

ซีพี โตโยต้า และ CJPT ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อความร่วมมือในการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนในประเทศไทย

0

ซีพี โตโยต้า และ CJPT ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อความร่วมมือในการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนในประเทศไทย เริ่มต้นดำเนินการใน 3 ด้าน ได้แก่ ด้านพลังงาน ด้านการเดินทาง และด้านการใช้ข้อมูล เพื่อสร้างความสุขให้กับคนไทยทุกคน

โดยความร่วมมือในครั้งนี้ ทรู ลีสซิ่ง ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ซีพี ที่ให้บริการด้านการขนส่ง จะมีส่วนร่วมกับ CJPT ซึ่งประกอบด้วย อีซูซุ มอเตอร์ จำกัด ซูซูกิ มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ไดฮัทสุ มอเตอร์ และ โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ที่จะเร่งส่งเสริมประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์และการใช้พลังงานไฟฟ้า โดยอยู่ระหว่างการเตรียมการในการก่อตั้งบริษัทใหม่ “CJPT-Asia” (ชื่ออย่างไม่เป็นทางการ) ในประเทศไทย เพื่อส่งเสริมกิจกรรมด้านความเป็นกลางทางคาร์บอนในเอเชีย รวมถึงความร่วมมือในครั้งนี้ด้วย ทั้งนี้ ความพยายามของ CJPT ในเอเชีย จะรวมถึงการมีส่วนร่วมของ ฮีโน่ มอเตอร์ จำกัด เนื่องจากความเป็นกลางทางคาร์บอนควรได้รับความร่วมมือของทุกอุตสาหกรรม และทุกคน ทั้งสามบริษัทจึงต้องการทำงานร่วมกัน โดยเริ่มจากสิ่งที่เราทำได้ตอนนี้ ร่วมกับพันธมิตรที่มีเป้าหมายเดียวกัน