Home Blog Page 257

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ขอบคุณทุกการสนับสนุนอย่างท่วมท้นด้วยยอดจองทั้งสิ้น 1,995 คัน ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ขอบคุณผู้บริโภคชาวไทยสำหรับความสำเร็จจากการจัดแสดงทัพรถยนต์พลังงานไฟฟ้าภายในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39 (The 39th Thailand International Motor Expo 2022) ซึ่งตลอดระยะเวลา 2 สัปดาห์ของการจัดงาน มีผู้ให้ความสนใจเข้าเยี่ยมชมบูธของเกรท วอลล์ มอเตอร์ อย่างคับคั่ง โดยเกรท วอลล์ มอเตอร์กวาดยอดจองจากรถยนต์ทุกรุ่นที่มีจำหน่ายในประเทศไทยไปได้รวมทั้งสิ้น 1,995 คัน นำทัพด้วยยอดจองของเจ้าเหมียวไฟฟ้า ORA Good Cat และ ORA Good Cat GT ถึง 1,212 คัน มียอดดาวน์โหลด GWM Fun App เพื่อร่วมกิจกรรมภายในบูธถึง 1,668 คน มีผู้สนใจทดลองขับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าทั้ง 5 รุ่น (รถยนต์ All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV รถยนต์ HAVAL H6 Hybrid SUV รถยนต์ HAVAL JOLION Hybrid รถยนต์ ORA Good Cat และ รถยนต์ ORA Good Cat GT) รวมทั้งสิ้น 1,166 ครั้ง ไม่เพียงเท่านี้ ตอกย้ำความโดดเด่นด้านเทคโนโลยี สมรรถภาพ และประสบการณ์การขับขี่ที่ชนะใจผู้บริโภคชาวไทย พร้อมก้าวสู่ผู้นำด้านยานยนต์พลังงานไฟฟ้า (xEV Leader) อย่างเต็มรูปแบบ

เกรท วอลล์ มอเตอร์ สร้างสีสันสะกดสายตาผู้เข้าชมงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39 ด้วยบูธจัดแสดงภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘GWM Light the Future’ ที่รวบรวมนวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคตมาให้ผู้บริโภคชาวไทยได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด นำทัพโดยเจ้าเหมียวคูเป้ไฟฟ้า ORA Grand Cat ที่มาเผยโฉมในประเทศไทยเป็นครั้งแรก พร้อมด้วย เจ้าเหมียวไฟฟ้าสไตล์สปอร์ตสุดหรู ORA Good Cat GT ที่กลับมาเปิดให้จับจองเป็นเจ้าของได้อีกครั้งกับสีขาว Hamilton White รวมไปถึง New HAVAL H6 Hybrid SUV โฉมใหม่ที่หรูหรายิ่งขึ้น และการกลับมาปรากฏตัวอีกครั้งของรถยนต์เอสยูวีออฟโรดสุดฮอตที่เคยเป็นที่ฮือฮาอย่างมากในหมู่นักขับขี่สายลุย TANK 500 HEV ตามด้วยขบวนพาเหรดรถยนต์เอสยูวียอดนิยมหลากหลายรุ่นที่มีวางจำหน่ายแล้วในประเทศไทย ทั้ง HAVAL H6 Hybrid SUV เจ้าตลาดที่ครองความเป็นผู้นำในกลุ่มรถยนต์คอมแพคเอสยูวีมาตลอดทั้งปี All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV รถยนต์เอสยูวีพลังงานไฟฟ้าแบบเสียบปลั๊กรุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และ HAVAL JOLION Hybrid SUV เจ้าสิงโตอารมณ์ดีที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงเท่านี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมสนุกๆ รวมไปถึงข้อเสนอสุดพิเศษและสิทธิประโยชน์มากมายสำหรับลูกค้าและผู้ที่สนใจซื้อรถยนต์ ส่งผลให้บรรยากาศภายในบูธของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ เป็นไปอย่างคึกคักและได้รับเสียงตอบรับที่ดีอย่างท่วมท้นจากผู้เข้าชมงาน สะท้อนความสำเร็จอีกขั้นในการสร้างสรรค์และส่งมอบประสบการณ์ใหม่ๆ ควบคู่ไปกับการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการคุณภาพให้กับชาวไทย ตอกย้ำความพร้อมสู่การก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าของไทย

ภายในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39 เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ให้การต้อนรับผู้เข้าเยี่ยมชมบูธอย่างคึกคัก ไม่ว่าจะเป็นคณะผู้จัดงาน ทีมผู้บริหาร เกรท วอลล์ มอเตอร์ และพันธมิตรทั้งจากไทยและทั่วโลกที่เดินทางมาร่วมงาน GWM Global Dealer Conference คู่ค้า ลูกค้า สื่อมวลชน และผู้บริโภคชาวไทยที่ต่างตบเท้ากันเข้ามาสอบถามข้อมูล ลงทะเบียนทดลองขับและสั่งจองผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ตลอดการจัดงาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ สามารถสร้างยอดจองรถยนต์ได้รวมทั้งสิ้น 1,995 คัน ซึ่งแบ่งเป็น HAVAL H6 Hybrid SUV จำนวน 269 คัน HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV จำนวน 126 คัน HAVAL JOLION Hybrid SUV จำนวน 388 คัน และรถยนต์ไฟฟ้า 100% ORA Good Cat และ ORA Good Cat GT จำนวน 1,212 คัน ซึ่งเกรท วอลล์ มอเตอร์มีการเปิดให้จองสิทธิ์เพื่อซื้อ ORA Good Cat อีกครั้งหนึ่งในราคาใหม่เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำอันแข็งแกร่งของ ORA Good Cat และความนิยมอย่างต่อเนื่องของแฟนๆ ชาวไทย โดยตลอดทั้งสองสัปดาห์ของการจัดงาน มียอดดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน GWM Fun เพื่อร่วมกิจกรรมภายในบูธถึง 1,668 ครั้ง ขณะเดียวกัน GWM Application ซึ่งเป็นช่องทางดำเนินกิจกรรมทางดิจิทัลช่องทางหลักของแบรนด์ มียอดดาวน์โหลดเพิ่มขึ้น 6,303 ครั้ง ส่งผลให้จำนวนผู้ใช้งานใน GWM Application ในปัจจุบันทะยานขึ้นเป็น 125,110 คน ไม่เพียงเท่านี้ กิจกรรม test-drive ที่เปิดให้ผู้สนใจได้ลงทะเบียนทดลองขับรถยนต์ 5 รุ่นยอดนิยมที่จำหน่ายในประเทศไทยได้ที่งาน ยังได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม โดยมียอดการทดลองขับรวมทั้งสิ้น 1,166 ครั้ง โดยรถยนต์ All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV มีผู้สนใจทดลองขับมากที่สุด อยู่ที่ 344 ครั้ง ตามมาด้วยรถยนต์ HAVAL JOLION Hybrid SUV ที่ 333 ครั้ง และรถยนต์ ORA Good Cat GT ที่ 225 ครั้ง ตามลำดับ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในประสิทธิภาพทางด้านเทคโนโลยี สมรรถภาพทางการขับขี่ ประสบการณ์ และการบริการหลังการขายที่ผู้บริโภคชาวไทยมีต่อแบรนด์ เกรท วอลล์ มอเตอร์

นอกจากนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของผู้เข้าเยี่ยมชมบูธ จำนวน 1,715 คน เพื่อนำข้อมูลมาพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ รวมถึงออกแบบการส่งมอบประสบการณ์ให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยได้ดียิ่งขึ้น พบว่ารถยนต์ที่ผู้บริโภคชื่นชอบมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ORA Good Cat, HAVAL H6 Hybrid SUV และ ORA Good Cat GT ขณะที่ผู้เข้าชมงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39 มองว่า TANK 500 HEV ซึ่งกลับมาโชว์ตัวอีกครั้งให้แฟนๆ หายคิดถึง และเจ้าเหมียวคูเป้ไฟฟ้า ORA Grand Cat ซึ่งมาปรากฏตัวที่ประเทศไทยเป็นครั้งแรก ได้รับความสนใจอย่างท่วมท้นเพราะดีไซน์ที่โดดเด่นสะดุดตาทั้งภายในและภายนอก ทั้งนี้ ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อรถยนต์แบรนด์ HAVAL ทั้ง 3 รุ่น ไม่ว่าจะเป็น All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV, HAVAL H6 Hybrid SUV และ HAVAL JOLION Hybrid SUV ประกอบด้วย 1) ราคาที่จับต้องได้ 2) รูปลักษณ์ที่สวยงาม 3) สเปก เทคโนโลยี และสมรรถนะ และ 4) การรับประกันคุณภาพที่ครอบคลุม ตามลำดับ

นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “เกรท วอลล์ มอเตอร์ มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสจัดทัพรถยนต์พลังงานไฟฟ้าและนวัตกรรมการขับขี่อัจฉริยะมาให้แฟนๆ ชาวไทยได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดอีกครั้งในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39 ซึ่งคอนเซ็ปต์ของผู้จัดงานในปีนี้คือ “ได้เวลา… สัมผัสอนาคต” (It’s TIME… Come Touch the Future) เกรท วอลล์ มอเตอร์ จึงได้ออกแบบและสร้างสรรค์พื้นที่ภายในบูธของเราให้สอดคล้องกับแนวคิดดังกล่าว นำมาสู่การจัดแสดงทัพรถยนต์ในธีม ‘GWM Light the Future’ ที่ไม่เพียงฉายภาพอนาคตแห่งยานยนต์ของประเทศไทยให้ผู้บริโภคได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดและเป็นรูปธรรม แต่ยังสะท้อนถึงความตั้งใจของเราในการรับฟังเสียงของแฟนๆ ชาวไทยตลอดระยะเวลาเกือบสองปีที่ผ่านมา เพื่อเนรมิตพื้นที่และกิจกรรมต่างๆ ให้สามารถส่งมอบประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ผู้เข้าชมงานได้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการคัดเลือกรถยนต์มาจัดแสดงภายในงาน กิจกรรมสนุกๆ แบบเอ็กซ์คูซีฟ กับน้องๆ Intelligent Ambassador (iAM) สินค้าไลฟ์สไตล์และของที่ระลึกที่จำหน่ายในโซน Lifestyle Store อาหารเครื่องดื่มและพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจในบริเวณ GWM Bar และ Lifestyle Lounge รวมไปถึงกิจกรรมทดลองขับรถยนต์ยอดนิยมรุ่นต่างๆ ทั้งหมดนี้ เพื่อให้ทุกคนได้มีโอกาสทำความรู้จักและใกล้ชิดกับแบรนด์ของเรามากขึ้น และพร้อมก้าวไปสู่อนาคตแห่งยานยนต์ร่วมกันกับเรา ผมขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจ เชื่อมั่น และสนับสนุนเกรท วอลล์ มอเตอร์ เป็นอย่างดีเสมอมา ทำให้งานครั้งนี้สำเร็จลุล่วงอย่างสวยงามอีกครั้ง เกรท วอลล์ มอเตอร์ ขอยืนยันว่าเราจะยังคงเดินหน้าส่งมอบผลิตภัณฑ์ บริการ และประสบการณ์การขับขี่ที่ดียิ่งขึ้นให้กับผู้บริโภคชาวไทย เพื่อให้สังคมไทยได้ก้าวสู่สังคมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างมั่นคงและสมบูรณ์”

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะ “บริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีระดับโลก” (Global Intelligent Technology) มุ่งมั่นรับฟังเสียงผู้บริโภคเพื่อนำมาสร้างสรรค์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และประสบการณ์เหนือระดับ เพื่อตอบสนองความต้องการและไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างหลากหลายของผู้บริโภค ควบคู่ไปกับการเดินหน้าสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์ พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าให้ก้าวต่อไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ตอกย้ำความเชื่อมั่นในคุณภาพและความคุ้มค่า ซูซูกิกวาดยอดจองมอเตอร์ เอ็กซ์โปร์ ทะลุเป้า 2,464 คัน

0

มร. มิโนรุ อามาโนะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สำหรับงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39 หรือ Thailand International Motor Expo 2022 นับว่าเป็นงานจัดแสดงรถยนต์ที่สร้างบรรยากาศการซื้อ-ขาย ระหว่างผู้บริโภคและผู้จำหน่ายได้เป็นอย่างดี เพราะมีผู้เข้าร่วมชมงานอย่างคับคั่ง ส่งผลให้ยอดจองรถยนต์ซูซูกิภายในงานครั้งนี้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย โดยมียอดจองรวมอยู่ที่ 2,464 คัน จากกระแสตอบรับที่ดีจากลูกค้าที่มอบความไว้วางใจและเลือกเป็นเจ้าของรถยนต์ซูซูกิ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง SUZUKI SWIFT สปอร์ตแฮทช์แบ็กยังเป็นรถยนต์นั่งขนาดเล็กที่เข้าไปอยู่ในใจคนไทยและได้รับการยอมรับอย่างต่อเนื่อง พิสูจน์ได้จากการที่เป็นรถที่มียอดจองสูงที่สุดของซูซูกิ และถูกเติมเต็มความต้องการที่หลากหลายและแตกต่างของผู้บริโภคด้วยการแนะนำ NEW SUZUKI ERTIGA SMART HYBRID ด้วยเครื่องยนต์ SMART HYBRID เต็มที่ทุกฟังก์ชัน ตอบโจทย์ในทุกการใช้งาน ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ SHVS จากซูซูกิ ที่ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า Integrated Starter Generator หรือ ISG พร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ION  เพื่อเสริมการขับเคลื่อนให้เครื่องยนต์ไม่ต้องทำงานหนัก และชาร์จกระแสไฟ (Regenerative) เข้าไปเก็บในแบตเตอรี่  มีส่วนสำคัญในการลดการปล่อยมลพิษออกจากเครื่องยนต์ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

โดยยอดการจองในแต่ละรุ่นแบ่งเป็นดังนี้

ชื่อรุ่น จำนวนการจอง (คัน)
SUZUKI SWIFT 1,003
NEW SUZUKI ERTIGA SMART HYBRID 310
SUZUKI CELERIO 381
SUZUKI CARRY 326
SUZUKI XL7 295
SUZUKI CIAZ 93
SUZUKI ERTIGA 56
รวม 2,464

 

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า งานมหกรรมยานยนต์เป็นหนึ่งในงานจัดแสดงรถยนต์ที่ยิ่งใหญ่มากงานหนึ่งของประเทศไทย สำหรับซูซูกิก็ให้ความสำคัญในการเข้าร่วมงานมาอย่างต่อเนื่อง โดยทุกครั้งจะมุ่งมั่นนำเสนอความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุมกลุ่มรถยนต์นั่งทุกเซกเมนต์ในตลาด อีกทั้งภายในงาน ซูซูกิยังนำเสนอแคมเปญพิเศษ  “SUZUKI SUPER FLASH DEAL”  ที่สร้างโอกาสให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์ซูซูกิ ช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค แม้ในตลาดจะมีการแข่งขันที่สูงมาก แต่ด้วยแนวทางการทำตลาดของซูซูกิ ที่มุ่งเน้นการเข้าถึงผู้บริโภคทั้งเรื่องงานขายและงานบริการ รวมไปจนถึงการแนะนำผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ๆ ออกสู่ตลาด สามารถสร้างอัตราเติบโตให้กับแบรนด์ได้เป็นอย่างดีเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา

นายวัลลภ กล่าวเพิ่มเติมว่า การแนะนำ “NEW SUZUKI ERTIGA SMART HYBRID-The Power of Smart เต็มที่ทุกฟังก์ชัน เต็มพลังสมาร์ทไฮบริด” ออกมาในช่วงปลายปีนี้ มีส่วนช่วยสำคัญในการสร้างยอดขายให้เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งซูซูกิยังคงคำนึงถึงความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า ที่จะได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดีและมีคุ้มค่า รวมไปถึงซูซูกิมีความมุ่งมั่นทุ่มเทในการพัฒนาในการยกระดับงานด้านบริการหลังการขายด้วยกลยุทธ์ในการดูแล และเข้าถึงลูกค้าด้วยความจริงใจและใส่ใจที่จะมอบบริการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า ภายใต้แนวคิด “SUZUKI Cause We Care – เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ”

ช่องทางการติดต่อ
www.suzuki.co.th
www.facebook.com/officialsuzukimotorthailand
SUZUKI Cause We Care: 1800-600-900

 

เบนซ์ สตาร์แฟลก อัดโปรแรง ฉลองเทศกาลแห่งความสุข “Christmas ไม่ต้องคิดมาก” ซื้อเบนซ์ที่นี่ ดีลดีที่สุด แจก iPhone 14 กว่า 100 เครื่อง

0

นายชยุส ยังพิชิต กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สตาร์แฟลก จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี และเมอร์เซเดส-มายบัค (Mercedes-Maybach) อย่างเป็นทางการ เปิดเผยว่า “ตลอดเทศกาลเฉลิมฉลองความสุขสิ้นปีนี้ เบนซ์ สตาร์แฟลก ได้จัดโปรโมชั่นพิเศษส่งท้ายปี “Christmas ไม่ต้องคิดมาก” ซื้อ เบนซ์ที่นี่ ดีลดีที่สุด เพื่อให้ลูกค้าได้มีความสุขกับการเป็นเจ้าของยนตรกรรมรุ่นต่างๆ โดยเฉพาะลูกค้าที่จองและออกรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ SUV GLC ทุกรุ่นภายในเดือนธันวาคมนี้ รับทันที iPhone 14 โดยดีลนี้จัดเต็มให้ลูกค้า กว่า 100 เครื่อง ยิ่งไปกว่านั้นลูกค้ายังสามารถเลือกแคมเปญ ขับฟรี 90 วัน หรือ ดาวน์ 0%* หรือโปรแกรมดอกเบี้ย 0% นาน 6 ปี* หรือ ฟรี MBSP Extra Guarantee นาน 8 ปี* หรือ ประกันชั้น 1 นาน 2 ปี* สำหรับลูกค้าที่จองรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในรุ่น E-Class ภายในเดือนธันวาคมนี้เท่านั้น ยังจะได้รับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า10,000 บาท และ iPhone 14 ฟรี ทันทีด้วยเช่นกัน”

หนึ่งในปัจจัยความสำเร็จของ เบนซ์ สตาร์แฟลก ตลอดเกือบ  10 ปีที่ผ่านมา คือ เข้าใจความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าที่นอกเหนือจากดีลดีที่สุดแล้ว กิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่รังสรรค์ขึ้นให้ลูกค้าเป็นพิเศษอย่างต่อเนื่อง ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลูกค้ามีความสุข มีความผูกพันและพร้อมบอกต่อความมั่นใจ ซึ่งในเดือนธันวาคมนี้ เบนซ์ สตาร์แฟลก ยังได้เพิ่มดีกรีความสุขให้ลูกค้า กับ Star Flag “Lucky Star” ด้วยการเชิญสองซินแสสุดฮอต หมอช้าง  ทศพร ศรีตุลา และซินแสเป็นหนึ่ง วงษ์ภูดร มาพูดคุยและเช็คดวงชะตาปีกระต่าย ให้ลูกค้าได้เตรียมพร้อมรับดวงดีดวงปัง ระหว่างวันที่ 17-18 ธันวาคมศกนี้ เวลา 14.00-17.00 น.

กิจกรรมสุดพิเศษนี้ จัดให้ลูกค้าที่ลงทะเบียนล่วงหน้า โดยจำกัดเพียงวันละ 10 คน ลูกค้าที่สนใจพบกับหมอช้างทศพร ศรีตุลา ซึ่งให้เกียรติมาพูดคุยเช็คดวงชะตาปีกระต่าย 2566 กับลูกค้า เบนซ์ สตาร์แฟลก ก่อนใคร ในวันที่ 17 ธันวาคม 2565 และเช็คดวงกับซินแสเป็นหนึ่ง แบบตัวต่อตัว ในวันที่ 18 ธันวาคม 2565 พร้อมร่วมกิจกรรมร้อยหินมงคล “The Auspicious Stone of Life”

และเพื่อให้ลูกค้าได้มีความสุข สนุกสนานและมีความมั่นใจ ในการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงปลายปี ทาง เบนซ์ สตาร์แฟลก ยังจัดแคมเปญบริการหลังการขายให้ลูกค้าสามารถนำรถเข้าตรวจเช็คฟรี 74 รายการ ครอบคลุมระบบเบรค ระบบช่วงล่าง และระบบไฟฟ้า บริการอบโอโซนฟรี ก่อนส่งรถคืน รวมถึงจัดโปรแกรมให้ลูกค้าผ่อน   ค่าซ่อมสบายๆ 0% ได้นานสูงสุดถึง 6 เดือน* และให้ร่วมลุ้นรับส่วนลดสูงสุด 20% และน้ำมันเครื่อง MB 2 ลิตรฟรี เมื่อมียอดใช้จ่ายเกิน 20,000 บาทขึ้นไป ขณะลูกค้าที่ต้องการนำรถเข้ารับบริการซ่อมบำรุง เบนซ์ สตาร์-แฟลก ยังให้ความอุ่นใจ ด้วยบริการรถทดแทนให้ลูกค้าใช้ฟรี ระหว่างซ่อม* อีกทั้งมีบริการรับรถ-ส่งรถ ถึงหน้าบ้าน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้า* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

เบนซ์ สตาร์แฟลก มุ่งสร้างความพึงพอใจและความประทับใจสูงสุดให้ลูกค้า ซึ่งหนึ่งในกิจกรรมเอ็กซ์คลูซีฟที่จัดให้ลูกค้าและได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี คือ Star flag x AMG Thailand Driving Experience เพื่อยกระดับทักษะ ประสบการณ์ในการขับขี่ สามารถเข้าถึงสมรรถนะและเทคโนโลยีล้ำสมัยในรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ โดยเมื่อวันที่ 3-4 ธันวาคมที่ผ่านมา นายชยุส ยังพิชิต กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สตาร์แฟลก จำกัด ได้พาลูกค้าไปสัมผัสประสบการณ์การทดลองขับแบบเอ็กซ์คลูซีฟสุดๆ กันที่ สนามพีระ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต พัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี โดยได้รับความร่วมมือจากทีม Instructor ของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) มาให้รายละเอียด ตลอดจนให้คำแนะนำเรื่องเทคนิคในการขับขี่อย่างปลอดภัย ในสถานการณ์บนสนามแข่งรถ ซึ่งลูกค้าที่ไปร่วมกิจกรรม ต่างประทับใจในสมรรถนะของรถทุกรุ่นที่ได้ลองขับ อาทิ รุ่น AMG C43 4MATIC, GLC220d 4MATIC Coupe, E200 Coupe

เบนซ์ สตาร์แฟลก มีเป้าหมายรักษาแชมป์ที่หนึ่งในใจลูกค้า จึงให้ความสำคัญกับงานขายและบริการหลังการขาย ใส่ใจทุกรายละเอียด ลูกค้าที่สนใจเป็นเจ้าของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ กับดีลสุดพิเศษ Best Deal Guarantee ติดต่อทีมที่ปรึกษาการขายของโชว์รูม เบนซ์ สตาร์แฟลก ถนนวิภาวดีรังสิต ได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.00–20.00 น. โทร. 02-248-6699 รวมถึงติดต่อผ่านทางโซเซียลมีเดียได้ทุกช่องทาง www.starflag.mercedes-benz.co.th Facebook : Benz Star Flag Instagram : @BenzStarFlag Line : @Benzstarflag

เรเว่ ออโตโมทีฟ สร้างสรรค์ BYD และ Rever Application ไลฟ์สไตส์ที่ง่ายขึ้นกับการใช้รถพลังงานไฟฟ้า

0

บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ผู้จัดจำหน่าย และ ให้บริการ หลัง การขายรถยนต์ BYD ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการได้สร้างสรรค์ Application เครื่องมือเอกสิทธิ์บนมือถือ สำหรับลูกค้า BYD โดยเฉพาะเพื่อความสะดวกสบายในการใช้รถ และไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันเพียงการ ควบคุมแค่ปลายนิ้วสัมผัส ผ่านสมาร์ทโฟนของท่านเจ้าของรถ

ทุกวันนี้การใช้งานผ่านแอปพลิเคชั่นต่างๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันไปแล้ว ทางบริษัท เรเว่ ได้ คำนึงถึงความสะดวกสบายของลูกค้า BYD เป็นสำคัญ จึงได้พัฒนาแอปพลิเคชั่นขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวก สบายในการขับขี่และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ให้กับท่านเจ้าของรถ ซึ่งประกอบไปด้วย BYD Application และ Rever Application โดยแอปพลิเคชั่นทั้งสองจะแบ่งแยกการทำงานอย่างชัดเจน เพื่อความอุ่นใจในทุกการเดินทาง

BYD Application จะช่วยควบคุมรถในฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้นและให้ ทราบถึงสถานะด้านต่างๆ ของรถ อาทิเช่น

  • ล็อค/ปลดล็อคประตู
  • ควบคุมเครื่องปรับอากาศ
  • ควบคุมการเลื่อนกระจก
  • ค้นหารถ (แฟลช/บีบแตร)
  • แสดงเปอร์เซ็นต์ของแบตเตอรี่ และระยะทางที่สามารถขับขี่
  • แสดงผลการล็อคประตูและปิดกระจก
  • แสดงผลแรงดันลมยาง

Rever Application จะอำนวยความสะดวกให้กับท่านเจ้าของรถเสมือนเลขาส่วนตัวตลอดการเดินทาง อาทิเช่น

  • ค้นหาผู้จำหน่าย
  • จองคิว Test drive
  • ขอเงื่อนไขการจองรถ
  • หาตำแหน่งสถานีชาร์จ
  • ติดต่อประกันภัยผ่านแอปพลิเคชั่น กรณีเกิดอุบัติเหตุ โดยไม่ต้องแจ้งเลขกรมธรรม์
  • ติดต่อ Roadside Assistance กรณีที่มีเหตุฉุกเฉินต้องการความช่วยเหลือได้ตลอด 24 ชั่วโมง
  • จองนัดหมายเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการ
  • Carbon Offset สะสมระยะทางการใช้รถ

สำหรับท่านที่เป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า BYD เพียงโหลด Application ผ่านโทรศัพท์มือถือ ท่านก็จะสามารถ เปลี่ยนการใช้รถยนต์ที่ยุ่งยากให้เป็นเรื่องง่ายสะดวกสบาย รวมถึงครอบคลุมไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันของท่าน เพียงกรอกข้อมูลลงทะเบียนโดยใช้หมายเลข VIN no. พร้อมทั้งระบุหมายเลขโทรศัพท์มือถือเพื่อแสดงความเป็น เจ้าของรถท่านก็จะสามารถดูสถานะต่างๆ ของตัวรถคันที่ท่านระบุเป็นเจ้าของ ได้

คุณประธานพร พรประภา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด กล่าวทางเรเว่ เราได้พยายามหาเครื่องมือที่สามารถอำนวยสะดวกตลอดการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า BYD   และสร้างสรรค์ ไลฟ์สไตล์ของชีวิตสังคมยุคใหม่ ให้ตอบโจทย์ลูกค้าของเราให้ได้มากที่สุดมาโดยตลอด และตอนนี้เราได้สร้าง   Application บนมือถือ ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์ของ BYD และ Rever เท่านั้น และเรายังไม่หยุดที่จะพัฒนา application นี้ในอนาคตเราวางแผนที่จะเพิ่มฟังก์ชั่น ที่ให้ประโยชน์กับเจ้าของรถ BYD เราได้ร่วมมือกับ SHARGE เพื่อมอบประสบการณ์การชาร์จไฟฟ้าที่ดีให้กับลูกค้า โดยลูกค้า สามารถค้นหา สถานีชาร์จ จองเวลาชาร์จ ดูสถานะการชาร์จ ตลอดจนชำระค่าบริการผ่านแอปพลิเคชั่นได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น SHARGE เป็นหนึ่งในพันธมิตรหลักของเราที่มีเครือข่ายสถานีชาร์จไฟฟ้า AC และ DC ที่แข็งแกร่งทั่วกรุงเทพฯ และมีแผนที่จะขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมมากกว่า 1,000 สถานีทั่วประเทศภายในปี 2566 ด้วยแผนการทางธุรกิจที่แข็งแกร่งนี้ บวกกับการผสานรวมอย่างเต็มรูปแบบของ Rever Application และ SHARGE ในช่วงไตรมาสที่ 1- ไตรมาสที่ 2 เรามั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ในการเดินทางอย่างไร้รอยต่อ นอกเหนือจากความร่วมมือกับคู่ค้าที่แข็งแกร่งอย่าง SHARGE แล้วนั้น เราก็ได้ร่วมมือกับ EVme ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพันธมิตรของเราที่มีความแข็งแกร่งในการให้บริการเช่ารถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำในตลาด เพื่อยกระดับประสบการณ์และอำนวยความสะดวกในการเช่ารถ EV ในกรณีที่ลูกค้าต้องการเช่ารถไฟฟ้าด้วยประสบการณ์อันพิเศษผ่านแอปเรา  และแน่นอน ดิฉันขอเชิญชวนให้ทุกท่านโหลด BYD Application  และ  Rever Application  เพื่อมาเป็นครอบครัว BYD ด้วยกันค่ะ” เรเว่ อยากรณรงค์ให้ลูกค้าของเราเห็นความสำคัญนี้ ทั้งในด้านการลดการปล่อยก๊าซ และผลประโยชน์ในเชิงการเก็บสะสม carbon credit เพื่อขายในอนาคต ซึ่งในปัจจุบันยังไม่มีใครริเริ่มในตลาด

สำหรับ feature Reducing Emission ในระยะแรก ลูกค้าสามารถใช้ฟีเจอร์นี้เพื่อคำนวณดูว่า การเดินทางในแต่ทริปของลูกค้านั้น ช่วยลดปริมาณการก่อให้เกิดก๊าซไปได้ประมาณเท่าใดในระยะที่เป็น full phase และด้วยความร่วมมือของหน่วยงานขององค์กรและภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เรเว่จะดำเนินการให้ลูกค้าสามารถเก็บสะสม และซื้อขาย carbon credit ในตลาด

คุณประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด กล่าว “ก่อนอื่นขอขอบคุณพี่ๆ สื่อมวลชนที่ได้สนับสนุนเร่เว่ อย่างดีตลอดมา จากกระแสตอบรับที่ได้รับทราบกันไปแล้ว มีคำถามจากลูกค้าเรื่องการส่งมอบรถต่างๆ ว่าทางเราจะส่งได้ตามจำนวนตามกำหนดเวลาที่เราประกาศไปทันไหมนั้น  อย่างที่ผมได้คุยกับพี่ๆ สื่อมวลชนไปก่อนหน้านี้แล้วว่า เราจะเปิดรับจองเท่ากับจำนวนที่เรามีอยู่ในมือเท่านั้น  ซึ่ง ณ ตอนนี้ ทางเราก็มียอดจองกว่า 10,000 คัน  ซึ่งผมคิดว่าตอนนี้เราต้องหันมาโฟกัสและให้ความสำคัญเรื่องการส่งมอบอย่างไรให้ทันกับความต้องการของลูกค้าที่ตัดสินใจเลือกใช้รถ ATTO 3 เราได้สั่งรถ 10,000 คันเข้ามาถึงประเทศไทย และเริ่มทยอยส่งมอบรถตั้งแต่เดือน พ.ย. คาดว่าจะครบภายใน ก.พ. 2566 ได้ครบตามที่กำหนด เพื่อให้ผู้จำหน่ายได้มุ่งเน้นเรื่องการเตรียมรถก่อนส่งมอบให้ดีที่สุดก่อนถึงมือลูกค้า เราไม่อยากที่จะมุ่งแต่รับจองเพื่อเอายอดมาก่อน แต่ถึงเวลาส่งมอบแล้วไม่สามารถส่งรถได้ตามที่แจ้งกับลูกค้า จึงขอแจ้งปิดรับจอง ATTO 3 เป็นการชั่วคราวก่อนในวันที่ 12.12 วันนี้เป็นวันสุดท้าย

หากลูกค้าที่สนใจอยากสัมผัสและได้ประสบการณ์การขับขี่ ATTO 3 ก็ยังสามารถทดลองขับได้ที่โชว์รูม BYD ของเราทั่วประเทศ ทุกโชว์รูมเปิดต้อนรับลูกค้าทุกวัน และถ้าท่านใดที่ประสงค์สนใจที่จะเป็นเจ้าของรถ ATTO 3 สามารถลงชื่อแสดงความประสงค์สนใจในการจองรถ และเมื่อพร้อมเปิดรับจองอีกครั้งทางโชว์รูมจะติดต่อท่านกลับไป หรือเมื่อเราพร้อมที่รับจอง เราจะประกาศอย่างเป็นทางการให้ทุกท่านได้ทราบอีกครั้ง บริษัทฯ ขอขอบคุณคุณลูกค้าอีกครั้ง และรอพบกันในการเปิดรับจองและรับรถอีกครั้งครับ”

ทีมแข่ง ROOKIE Racing และ โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชัน ประกาศร่วมแข่งขันรายการ Endurance 25 ชม.ในประเทศไทย

0

บริษัท ROOKIE Racing (ทีมแข่ง ROOKIE Racing) และ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชัน จำกัด (โตโยต้า) ประกาศร่วมศึกการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบรูปแบบ Endurance ต่อเนื่อง 25 ชั่วโมงครั้งแรกของประเทศไทย และทวีปเอเชีย ในรายการ IDEMITSU 1500 SUPER ENDURANCE 2022 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 17-18 ธันวาคมนี้ โดยจะเป็นผู้ขับคนแรกและช่วงท้ายของรายการ ที่สำคัญ ครั้งนี้ยังเป็นรายการแข่งขันครั้งแรกนอกประเทศญี่ปุ่นของรถต้นแบบรุ่นพิเศษ 2 รุ่น นั่นคือ รถต้นแบบ ORC ROOKIE GR Corolla H2 concept ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฮโดรเจน*1 และรถต้นแบบ ORC ROOKIE GR86 CNF Concept ที่ใช้เชื้อเพลิงซึ่งมีความเป็นกลางทางคาร์บอน*2

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีอีกหนึ่งไฮไลท์จากทีม Toyota Gazoo Racing Team Thailand ที่จะลงแข่งด้วยรถที่ใช้เชื้อเพลิงซึ่งมีความเป็นกลางทางคาร์บอนจำนวนหนึ่งคัน แสดงถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับ และเร่งพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในภูมิภาคเอเชียด้วยกีฬามอเตอร์สปอร์ต ผ่านจุดเริ่มต้นของการประกาศเข้าร่วมศึกการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบแบบ Endurance 25 ชั่วโมง ที่จะจัดขึ้นในประเทศไทย

ความท้าทายของทีมแข่ง ROOKIE Racing ในรายการ Super Taikyu series ของประเทศญี่ปุ่น

ทีมแข่ง ROOKIE Racing และโตโยต้าได้เข้าร่วมแข่งขันในรายการ Super Taikyu series*3 ที่จัดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น โดยในช่วงครึ่งหลังของรายการแข่งขันประจำฤดูกาลปี 2564 ได้ส่งรถแข่งโตโยต้า โคโรลล่า ที่ใช้พลังงานไฮโดรเจนเป็นเชื้อเพลิงเข้าร่วมการแข่งขัน และแสดงความมุ่งมั่น เพื่อขยายความร่วมมือไปยังกลุ่มพันธมิตรทางธุรกิจทั้งภายใน และภายนอกภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีจุดยืนเช่นเดียวกัน ทั้งยังมีส่วนเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันตลอดทั้งกระบวนการ นับตั้งแต่ขั้นตอนของ “การผลิต” “การขนส่ง” และ “การใช้” พลังงานไฮโดรเจน เพื่อเร่งผลักดันให้เกิดสังคมที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอนอย่างแท้จริง สำหรับการแข่งขันประจำฤดูกาล พ.ศ. 2565 นอกจากรถแข่ง GR Corolla ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฮโดรเจนแล้ว จะส่งรถแข่งรุ่น GR86 ซึ่งขับเคลื่อนด้วยพลังงานเชื้อเพลิงสังเคราะห์ที่ยั่งยืนจากชีวมวลเข้าร่วมแข่งขันด้วย สะท้อนความท้าทายเพื่อนำเสนออีกหนึ่งพลังงานทางเลือกที่สะอาด และยั่งยืน ซึ่งมาจากเครื่องยนต์สันดาปภายใน

มร.อากิโอะ โตโยดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชัน ประเทศญี่ปุ่น ผู้ก่อตั้ง และเจ้าของทีม ROOKIE Racing เข้าร่วมการแข่งขันด้วยตนเองโดยใช้นามว่า “Morizo”

การขยายผล ผ่านกีฬามอเตอร์สปอร์ตในทวีปเอเชีย

เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ทีมแข่ง ROOKIE Racing และโตโยต้า ได้สาธิตการทดลองวิ่งรถรุ่น GR Yaris H2 พลังงานไฮโดรเจน ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนา ในการแข่งขันรอบที่ 9 ของรายการ World Rally Championship (WRC) ณ เมืองอีเปอร์ (Ypres) ประเทศเบลเยี่ยม และในรอบที่ 13 ของรายการ WRC ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่น    เพื่อสาธิตศักยภาพของพลังงานไฮโดรเจน ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความยากลำบากอย่างในสนามแข่งรถ ว่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกซึ่งนำไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนได้ นอกจากนั้น นักแข่งอย่าง Morizo ยังได้ขับพิสูจน์ด้วยตนเอง เพื่อเสริมความมั่นใจในด้านความปลอดภัย และสมรรถนะการขับขี่ของรถที่ใช้พลังงานไฮโดรเจนอีกด้วย

 และนี่เป็นช่วงเวลาที่พร้อมแล้วของรถพลังงานไฮเดรเจน ในการมาสาธิตให้เห็นถึงศักยภาพภายในภูมิภาคเอเชีย ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ที่เป็นสนามแข่งรถหลักมาตรฐานระดับโลกของประเทศไทย ซึ่งได้รับเกียรติจัดรายการแข่งขันระดับสากลหลายรายการด้วยกัน รวมถึงรายการแข่งขันมอเตอร์ไซด์ซึ่งได้รับเกียรติสูงสุดในประเทศไทยอย่างรายการ Thailand MotoGP โดยนับตั้งแต่การเปิดสนามแห่งนี้  เมื่อพ.ศ. 2557 บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้ประกาศเข้าร่วมเป็นผู้สนับสนุนหลัก  ตลอดจนร่วมส่งเสริมการพัฒนาของวงการมอเตอร์สปอร์ตในประเทศไทย ด้วยการจัดรายการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบในสนามแห่งนี้ โดยในพ.ศ. 2562 ทีมแข่ง ROOKIE Racing ได้เข้าร่วมการแข่งขันที่สนามแห่งนี้เป็นครั้งแรก และสามารถคว้าแชมป์จากการแข่งขันรถยนต์แบบ Endurance ต่อเนื่อง 10 ชั่วโมงในรายการ “IDEMITSU 600 SUPER ENDURANCE 2019″ สำหรับปี 2565 นี้ ทีมแข่ง ROOKIE Racing และโตโยต้า ได้หวนคืนสู่สังเวียนศึกอีกครั้ง หลังจากที่ห่างหายไปนาน 3 ปี โดยจะส่งรถเข้าร่วมแข่งขันภายใต้สภาวะที่แตกต่างจากในประเทศญี่ปุ่น เพื่อเร่งขยายทางเลือกด้านเทคโนโลยี ที่จะช่วยนำไปสู่สังคมที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอนทั่วโลก

 

ชื่อทีม Class Vehicle หมายเลขรถ
ORC ROOKIE Racing division3 รถต้นแบบรุ่น GR86 ที่ใช้เชื้อเพลิงซึ่งเป็นกลางทางคาร์บอน

(ORC ROOKIE
GR86 CNF Concept)

328
division2 รถต้นแบบรุ่น GR Corolla ที่ใช้พลังงานไฮโดรเจน

(ORC ROOKIE
GR Corolla H2 Concept)

232

 

จุดยืนของโตโยต้าเพื่อมุ่งสู่สังคมแห่งความเป็นกลางทางคาร์บอนในทวีปเอเชียผ่านทางเลือกหลากหลายในด้านเทคโนโลยี

โตโยต้ามุ่งบรรลุพันธกิจด้านความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี 2050 (พ.ศ. 2593) ด้วยวิธีการที่ทำได้จริง และยั่งยืน เพื่อมุ่งสร้าง “การขับเคลื่อนสำหรับทุกคน” รวมทั้ง โตโยต้าในทวีปเอเชียด้วยเช่นกัน

โตโยต้ามุ่งพัฒนา และนำเสนอทางเลือกของเทคโนโลยีในยานยนต์ไฟฟ้าทุกประเภท สู่ตลาดรถยนต์ในภูมิภาคเอเชีย เพื่อขยายความพยายามในการสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอน และนำเสนอทางเลือกเพื่อช่วยลดการปล่อยคาร์บอนให้กับลูกค้า โดยมีทางเลือกด้านเทคโนโลยีอันหลากหลาย นับตั้งแต่รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าแบบระบบไฮบริด เทคโนโลยีไฟฟ้าแบบปลั๊กอินไฮบริด  รถยนต์ขับเคลื่อนระบบแบตเตอรี่ไฟฟ้า และรถพลังงานเซลล์เชื้อเพลิงพลังงานไฮโดนเจน ซึ่งทางเลือกเหล่านี้ช่วยตอบสนองความหลากหลาย ทั้งปัจจัยทางด้านภาวะเศรษฐกิจของลูกค้า ความพร้อมของแหล่งพลังงานที่มีอยู่ ความพร้อมด้านโครงสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน นโยบายด้านอุตสาหกรรม และความต้องการด้านรูปแบบการขับเคลื่อนของลูกค้าที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ

วิธีการดำเนินงานดังกล่าว จะช่วยให้การเข้าถึงเทคโนโลยีขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าเป็นไปอย่างเหมาะสม และรวดเร็ว ทั้งยังส่งเสริมเป้าหมายหลักสำคัญระดับชาติของแต่ละประเทศ ตลอดจนร่วมส่งเสริมความเป็นกลางทางคาร์บอน ช่วยส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพของอากาศ ช่วยลดการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง และยังก่อให้เกิดการพัฒนาด้านอุตสาหกรรม และสร้างความยั่งยืนด้านการจ้างงาน ควบคู่ไปกับการเสนอทางเลือกด้านการขับเคลื่อนที่ทำได้จริง โดยโตโยต้ามุ่งสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอนบนพื้นฐานที่ว่าจะสร้าง “การขับเคลื่อนสำหรับทุกคน”​ ควบคู่ไปกับเป้าหมายที่จะ “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง – Leave No One Behind

การเข้าร่วมรายการแข่งขัน ที่จะจัดขึ้นในจังหวัดบุรีรัมย์ของทีมแข่ง ROOKIE Racing และโตโยต้า จะแสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของเครื่องยนต์พลังงานไฮโดรเจนและพลังงานเชื้อเพลิงสังเคราะห์ที่ยั่งยืนจากชีวมวลในภูมิภาคเอเชีย นอกจากนี้ยังตอกย้ำความมุ่งมั่นของโตโยต้าที่จะขยาย และเร่งพัฒนาทางเลือกของเทคโนโลยีด้านการขับเคลื่อน ที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอนสู่ทวีปเอเชียผ่านกีฬามอเตอร์สปอร์ตอีกด้วย

“MOTOR EXPO 2022” ปิดฉากหรู ยอดรถขายพุ่ง กระตุ้นเศรษฐกิจกว่า 5 หมื่นล้าน

0
Motor Expo 2022 Pic Open

“Motor Expo 2022” ประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่ รถยนต์ขายดีกว่า 3 หมื่นคัน SUV และ EV คึกคัก จักรยานยนต์ขายเกิน 6 พันคัน ผู้ชมทะลุ 1 ล้าน อัดฉีดเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจมากกว่า 5 หมื่นล้าน

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “Motor Expo 2022” เปิดเผยว่า “งานปีนี้ประสบความสำเร็จอย่างสูง ซึ่งผู้จัดต้องขอบคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ผู้อุปถัมภ์ ผู้สนับสนุน ค่ายรถยนต์ รถจักรยานยนต์ อุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน รวมถึงผู้เข้าชมงานจำนวนมหาศาล”

Motor Expo 2022 1

สำหรับยอดจองรถในงาน รวมทั้งหมด 42,768 คัน แบ่งเป็นรถยนต์ 36,679 คัน จักรยานยนต์ 6,089 คัน และจากข้อมูลผู้ร่วมกิจกรรม “ซื้อรถ…ชิงรถ” พบว่า รถยนต์ที่ผู้ซื้อเข้าร่วมกิจกรรมสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ HONDA, FORD และ BYD โดยรถกิจกรรมกลางแจ้ง (CROSSOVER SUV) ได้รับความสนใจสูงสุด สัดส่วน 53.9 % รถเก๋ง สัดส่วน 30.3 % รถกระบะ สัดส่วน 11.8 % และอื่นๆ 4.0 %

ด้านรถจักรยานยนต์ที่ผู้ซื้อเข้าร่วมกิจกรรม “ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิกไบค์” สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ LAMBRETTA, YAMAHA และ HONDA

ยิ่งกว่านั้น ข้อมูลอื่นๆ ที่น่าสนใจจากกิจกรรม “ซื้อรถ…ชิงรถ” รถหรูที่มียอดจองสูงสุด ได้ BMW, MERCEDES-BENZ และ VOLVO รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่มียอดจองสูงสุด ได้แก่ BYD, NETA และ MG

ราคาเฉลี่ยของรถที่ขายได้ในงาน 1,349,742 บาท รถจักรยานยนต์เฉลี่ย 253,699 บาท เงินหมุนเวียนในงานราว 5.1 หมื่นล้านบาท ผู้เข้าชมงาน 1,335,573 คน แพคเกจ MOTOR EXPO EXCLUSIVE VISITOR ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นจากปีก่อนมากกว่า 58 % และมีผู้ชมงานผ่าน MOTOR EXPO ONLINE PLATFORM 141,442 คน

Motor Expo 2022 2

ส่วนบูธ JOIN BOAT PLATFORM สร้างยอดเงินสะพัดจากธุรกิจเรือ และกิจกรรมทางน้ำรวมมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท

พบกันใหม่ในงาน “Motor Expo 2023” ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ motorexpo.co.th และทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล

มาสด้า เผยยอดจองในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป พุ่งกว่า 2,300 คัน พร้อมขยายแคมเปญพิเศษถึงสิ้นปีที่โชว์รูมทั่วประเทศ

0

มาสด้า เผยตัวเลขยอดจองหลังจบงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป ปีนี้ด้วยจำนวน 2,295 คัน ตอกย้ำถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์และกระแสความนิยมรถยนต์มาสด้าภายใต้เทคโนโลยีสกายแอคทีฟและการออกแบบอันสง่างามจากแนวคิด โคโดะ ดีไซน์ ที่ยังคงได้รับความนิยมในกลุ่มลูกค้าและแฟนๆ ชาวไทยมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งรุ่นพิเศษ Mazda Carbon Edition ทั้ง 4 รุ่น ไม่ว่าจะเป็น มาสด้า2 มาสด้า3 มาสด้า CX-3 และมาสด้า CX-30 ที่นำมาจัดแสดงภายในงานฯ เป็นครั้งแรก ต่างได้รับความสนใจและมีแฟนๆ มาสด้าเดินทางเข้ามาชมและจับจองเป็นเจ้าของจำนวนมาก และเมื่อผนวกกับโปรแกรมบริการหลังการขายที่ช่วยดูแลลูกค้าในระยะยาวที่มาสด้ามอบให้ จึงทำให้รถยนต์มาสด้ากลายเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ความต้องการในยุคนี้ได้อย่างลงตัว ไม่เพียงเท่านี้ ลูกค้าที่จองไม่ทันมาสด้าได้ประกาศขยายข้อเสนอพิเศษเดียวกันนี้ออกไปจนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 65 เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่และแทนคำขอบคุณลูกค้าที่ให้การตอบรับมาสด้าเป็นอย่างดีที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ปีนี้ นับว่ายังคงคึกคักเช่นเคย และมีลูกค้าเดินทางเข้ามาชมยนตรกรรมที่บูธมาสด้าอย่างไม่ขาดสายตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะรถยนต์รุ่นพิเศษ Mazda Carbon Edition ทั้ง 4 รุ่น ที่ได้รับความสนใจจากลูกค้าเป็นจำนวนมาก และรถยนต์รุ่นอื่นๆ ก็มีผู้ให้ความสนใจไม่แพ้กัน อาทิ มาสด้า2 มาสด้า CX-3 มาสด้า CX-30 รวมถึงรถยนต์ครอสโอเวอร์เอสยูวีทุกรุ่น โดยเฉพาะครั้งนี้มาสด้าได้จัดโปรแกรมพิเศษ MAZDA ULTIMATE SERVICE (MUS) เพื่อช่วยดูแลบริการหลังการขาย ซึ่งครอบคลุมทั้งการรับประกันคุณภาพ ฟรีค่าบำรุงรักษาตามระยะ ฟรีค่าแรง ฟรีค่าอะไหล่ และผลิตภัณฑ์ของเหลว ตลอดระยะเวลา 5 ปี ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่กำลังมองรถยนต์ที่ให้ความสะดวกสบายต่อการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน โดยไม่ทำให้เกิดภาระด้านค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จึงทำให้ลูกค้าตัดสินใจเข้ามาจับจองเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้าภายในงานฯ กันอย่างต่อเนื่องทั้ง 12 วัน

รถยนต์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของมาสด้ายังคงเป็นรถยนต์นั่งมาสด้า2 ด้วยจำนวน 827 คัน ตามมาด้วย มาสด้า CX-30 จำนวน 596 คัน มาสด้า CX-3 จำนวน 322 คัน มาสด้า CX-8 จำนวน 230 คัน มาสด้า3 จำนวน 189 คัน มาสด้า CX-5 จำนวน 69 คัน รถปิกอัพ มาสด้า บีที-50 จำนวน 59 คัน และรถสปอร์ต มาสด้า MX-5 อีกจำนวน 3 คัน ตามลำดับ ส่งผลทำให้ยอดจองในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2022 มีจำนวนทั้งหมด 2,295 คัน ซึ่งมาสด้าขอขอบคุณลูกค้าที่ให้ความสนใจ เชื่อมั่น และตัดสินใจเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับครอบครัวมาสด้า ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นกำลังใจที่ผลักดันให้เรามุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์อันเป็นแรงปรารถนาให้กับลูกค้าทุกคนต่อไป ควบคู่ไปกับการแสวงหาทุกวิถีทางเพื่อให้การดูแลรถยนต์ของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้นไป เพื่อความสุขของลูกค้าตลอดอายุการใช้งาน

นายธีร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ยอดจองในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์มาสด้าที่มีฐานลูกค้าที่ชื่นชอบอยู่ในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก เมื่อผนวกกับการที่เรามอบโปรโมชั่นที่น่าดึงดูดใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการบริการหลังการขายที่ช่วยดูแลลูกค้าในระยะยาว จึงทำให้ลูกค้าตัดสินใจจองซื้อได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของมาสด้าในการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในยุคปัจุบันได้อย่างแท้จริง เพราะนอกจากรถยนต์จะต้องมีสมรรถนะการขับขี่ที่ดี มีความสะดวกสบาย มีรูปลักษณ์ที่สง่างาม คัดสรรด้วยวัสดุคุณภาพสูง อัดแน่นด้วยเทคโนโลยี และมีความปลอดภัยระดับโลกแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องมอบการบริการที่ดีเลิศ และช่วยดูแลแบ่งเบาภาระของลูกค้าอย่างเท้จริง หลังจากนี้ มาสด้าจะเดินหน้าด้วยด้วยแนวทางนี้ เพื่อนำเสนอรถยนต์และการบริการที่ตอบโจทย์ เพื่อให้ลูกค้ามาสด้ารู้สึกภาคภูมิใจที่เลือกมาสด้าเป็นพาหนะคู่ใจไปตลอดอายุการใช้งาน”

สำหรับลูกค้าที่พลาดงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป สามารถเข้าชมยนตรกรรมทุกรุ่นได้ที่โชว์รูมมาสด้าใกล้บ้านทั่วประเทศ พร้อมรับข้อเสนอพิเศษเดียวกับภายในงานฯ ไม่ว่าจะเป็น ดาวน์เริ่มต้น 29,900 บาท* ดอกเบี้ย 2.09%* ฟรีประกันภัยชั้น 1 Mazda Premium Insurance 1 ปี* ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร* รวมทั้งขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งเพื่อมอบการดูแลลูกค้าให้ดีที่สุดตั้งแต่วันแรกที่ออกรถ จนถึงบริการหลังการขายตลอดระยะเวลา 5 ปี ด้วยโปรแกรม MAZDA ULTIMATE SERVICE (MUS) รวมมูลค่าสุดสุด 62,568 บาท* ที่ครอบคลุมทั้ง การรับประกันคุณภาพ ฟรีค่าบำรุงรักษาตามระยะ ฟรีค่าแรง ฟรีค่าอะไหล่ และผลิตภัณฑ์ของเหลว พร้อมฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 65 ที่โชว์รูมมาสด้าใกล้บ้านทั่วประเทศ

นอกจากนี้ มาสด้ายังได้เพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าที่ต้องการเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้ามือสองคุณภาพดีทุกรุ่น ด้วยแคมเปญ MAZDA CPO YEAR-END SALE มหกรรมรถมือสองคัดคุณภาพ กับข้อเสนอ ออกรถ 0 บาท* ขับฟรี 90 วัน* ฟรีประกันภัยชั้น 1 Mazda Premium Insurance* รับประกันตัวรถ 1 ปี* และสำหรับลูกค้า 300 ท่านแรก ที่จองรถในงาน 5,000 บาท และออกรถภายในวันที่ 31 ธ.ค. 65 รับฟรี Sony Portable Wireless Speaker มูลค่า 1,990 บาท* ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 65 ที่โชว์รูม MAZDA CERTIFIED PRE-OWNED ทั่วประเทศ

*เงื่อนไขต่างๆ เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด โปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.mazda.co.th

สมาคมรถโบราณฯ มอบรางวัล People’s Choice Award 2022

0

สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย มอบรางวัล People’s Choice Award 2022 แก่รถโบราณ ที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุดจากผู้ชมงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39” ในบูธของสมาคมฯ  ดังนี้

รางวัลสำหรับเจ้าของรถ

อันดับ 1 ได้แก่ Datsun Fairlady 240Z ปี 1973 ล่องลม บุนนาค รับรางวัล Thule Crossover 2 Backpack 30L Forest Night มูลค่า 6,900 บาท

อันดับ 2 ได้แก่ Chevrolet 3100 ปี 1955 Mr. Dean Giliard รับรางวัล Thule Crossover 2 Backpack 20L Forest Night มูลค่า 5,900 บาท

อันดับ 3 ได้แก่ Morris Mini Cooper S MK1 ปี 1965 มงคล กระจ่างถ้อย รับรางวัล Thule EnRoute Backpack 14L Black มูลค่า 3,995 บาท

รางวัลสำหรับผู้โหวตรถที่ชนะรางวัล

อันดับ 1 ได้แก่ กิตติพัฒน์ สมหมื่นสวัส รับรางวัล น้ำมันเครื่อง Idemitsu SN SAE 0W-20 Fully Synthetic มูลค่า 1,720 บาท

อันดับ 2 ได้แก่ อัฏฐวัฒน์ เลี่ยวบุ้นกิม รับรางวัล น้ำมันเครื่อง Idemitsu SN SAE 0W-20 Fully Synthetic มูลค่า 1,720 บาท

อันดับ 3 ได้แก่ ทศเทพ ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม รับรางวัล น้ำมันเครื่อง Idemitsu SN SAE 0W-20 Fully Synthetic มูลค่า 1,720 บาท

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://peoplechoices.motorexpo.co.th

ฟอร์ด เปิด ‘ศูนย์การเรียนรู้และฝึกอบรมบุคลากรฟอร์ด’ โฉมใหม่

0

ฟอร์ด ประเทศไทย ลงทุนกว่า 224 ล้านบาทในการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้และฝึกอบรมบุคลากรฟอร์ด (Ford Learning Center) เพื่อเป็นศูนย์กลางในการจัดฝึกอบรมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรของฟอร์ดและผู้จำหน่ายให้มีความพร้อมในการดูแลลูกค้าด้วยมาตรฐานระดับโลก ตอกย้ำแนวทางการดำเนินงานเพื่อสร้างความทันสมัยในทุกมิติ และดูแลลูกค้าเสมือนคนในครอบครัว

“ฟอร์ดให้ความสำคัญอย่างสูงกับการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร โดยเฉพาะบุคลากรของผู้จำหน่ายที่เป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้า เราภูมิใจอย่างยิ่งที่ศูนย์การเรียนรู้และฝึกอบรมบุคลากรฟอร์ดแห่งใหม่นี้ จะเป็นศูนย์กลางในการเสริมศักยภาพและสร้างความมั่นใจให้กับทีมงานฝ่ายขายและฝ่ายบริการของเราทุกคน เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจว่าจะได้รับบริการที่เป็นมาตรฐาน และอุ่นใจในการเป็นเจ้าของรถยนต์ฟอร์ดตลอดการใช้งาน” นายวิชิต ว่องวัฒนาการ กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

ศูนย์การเรียนรู้และฝึกอบรมบุคลากรฟอร์ดแห่งใหม่ ได้รับการออกแบบอย่างทันสมัยโดยยึดแนวทางการจัดสรรพื้นที่ตามมาตรฐานระดับโลกของฟอร์ด แลนด์ ที่เน้นผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง (Human-Centered Workspace) สร้างบรรยากาศการมีส่วนร่วมของทั้งพนักงานประจำและผู้มาเยือน เพียบพร้อมด้วยเครื่องมือและอุปกรณ์ในการฝึกอบรมที่ครบครันทันสมัย เอื้อให้บุคลากรทุกฝ่ายทำงานร่วมกันได้อย่างสะดวก และส่งมอบงานบริการให้แก่ลูกค้าได้เต็มศักยภาพ โดยคอนเซ็ปต์ในการออกแบบ ยังสะท้อนผ่านการเลือกสรรวัสดุและการตกแต่งภายในตัวอาคารที่มีทั้งโครงสร้างลายไม้และผนังต้นไม้ขนาดใหญ่บริเวณโชว์รูมที่ให้ความรู้สึกเป็นมิตร เข้าถึงง่าย และให้สุนทรียภาพของความผ่อนคลาย นอกจากนี้ ในส่วนของพื้นที่ทำงาน และห้องเวิร์กช็อปยังใช้กระจกบานใหญ่เพื่อมอบความโปร่งสบายภายในตัวอาคาร

ศูนย์การเรียนรู้และฝึกอบรมบุคคลากรฟอร์ด เป็นอาคาร 2 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอยรวม 3,361 ตารางเมตร เป็นศูนย์กลางของการพัฒนาบุคลากรด้านงานบริการลูกค้า แบ่งตามฝ่ายต่างๆ ประกอบด้วย

  • ฝ่ายบริการและเทคนิค ซึ่งเป็นส่วนที่รวมทีมงานฝึกอบรมช่างเทคนิค ทีมวิศวกรภาคสนาม และทีมวิศวกรบริการ มีห้องปฏิบัติการสำหรับการเรียนรู้จำนวน 6 ห้อง แบ่งเป็น ห้องเรียนภาคทฤษฏีและภาคปฏิบัติที่เชื่อมต่อเข้ากับห้องเวิร์กช็อป 4 ห้อง ห้องเรียนเกี่ยวกับระบบไฟฟ้า 1 ห้อง และห้องเรียนภาคปฏิบัติสำหรับงานเครื่องยนต์และเกียร์โดยเฉพาะอีก 1 ห้อง ซึ่งแต่ละห้องรองรับช่างเทคนิคได้ 12 คน ต่อรอบการฝึกอบรม นอกจากนี้ ยังมีรถฟอร์ด เจเนอเรชันใหม่ ครบทุกรุ่น เตรียมพร้อมให้ทีมงานใช้ในการฝึกทักษะและเป็นพาหนะในการเรียนรู้ ทั้งนี้ ฟอร์ดได้ตั้งเป้าที่จะฝึกอบรมช่างเทคนิคแต่ละระดับและวิชาให้ได้ 165 คน ต่อเดือน โดยมีเนื้อหารวม 26 หลักสูตร ครอบคลุมตั้งแต่พื้นฐานรถยนต์ การบำรุงรักษาและบริการรถยนต์ การฝึกการซ่อมแซมและวิเคราะห์ปัญหารถยนต์ และการวิเคราะห์ปัญหาที่ซับซ้อน และเทคนิคการสอนงานในศูนย์บริการ
  • ฝ่ายขาย บริเวณโชว์รูม ชั้น 1 มีพื้นที่จำลองสถานการณ์ บรรยากาศเสมือนจริง เพื่อให้พนักงานได้ฝึกทักษะการขาย และการให้บริการหลังการขายได้อย่างสมจริง
  • ฝ่ายบริการข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์ (Ford Call Center) และทีมงานผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์ (Ford Product Expert) ชั้น 2 มีพื้นที่ทำงานกว้างขวาง พร้อมอุปกรณ์ติดต่อสื่อสารกับลูกค้าเต็มรูปแบบ ตอบโจทย์การทำงานของพนักงานลูกค้าสัมพันธ์ที่ต้องแข่งกับเวลาและอาศัยทักษะในการจัดการที่หลากหลาย อาทิ การใช้งานหน้าจอมอนิเตอร์ 3 จอต่อคนตามมาตรฐานระดับโลกของฟอร์ด นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่ส่วนกลาง สนับสนุนการทำงานร่วมกัน และมีมุมต่างๆ เพิ่มมากขึ้นตามวัตถุประสงค์การทำงาน ช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยศูนย์ฯ แห่งใหม่นี้ รองรับพนักงานคอลเซ็นเตอร์ที่ให้บริการลูกค้าในประเทศไทย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม รวม 70 คน นอกจากนี้ พื้นที่ทำงานชั้น 2 ยังมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์ (Ford Product Expert) 6 คน ที่พร้อมให้ข้อมูลลูกค้าเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ แอปพลิเคชันฟอร์ดพาส ระบบเชื่อมต่อการสื่อสาร และการขายผ่านช่องทางออนไลน์ (E-Commerce)

ศูนย์การเรียนรู้และฝึกอบรมบุคคลากรฟอร์ดแห่งใหม่ พร้อมเปิดให้บุคลากรของผู้จำหน่ายเข้ารับการฝึกฝนทักษะการทำงานอย่างเข้มข้น ทั้งเทคนิคการขาย เทคนิคการให้บริการ และทักษะอื่นๆ ที่จำเป็น เพื่อส่งต่อความรู้ด้านผลิตภัณฑ์ รวมทั้งส่งมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้แก่ลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าใช้รถฟอร์ดด้วยความมั่นใจ สบายใจ และได้รับความพึงพอใจสูงสุด ตอกย้ำนโยบายแบบ ‘พร้อมเสมอ’ หรือ ‘Always-On’ ที่ฟอร์ดมุ่งมั่นที่จะดูแลลูกค้าให้เหมือนคนในครอบครัว

MOTOR EXPO ต้อนรับ JMA

0

คณะผู้จัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39” นำโดย ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงานฯ (ที่ 3 จากซ้าย) ให้การต้อนรับ Mr. Masami Nakamura, Chairman (ที่ 4 จากซ้าย), Mr. Morikazu Chokki, Counselor (ที่ 2 จากซ้าย) และ Mr. Taro Komiya, Senior Managing Director (ที่ 1 จากขวา) คณะผู้บริหารจาก Japan Management Association: JMA ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมงาน ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2565