Home Blog Page 261

ฮอนด้า เซอร์ไพรส์ท้ายปี งาน Motor Expo 2022 จัดแสดง Honda SUV e:Prototype รถไฟฟ้าต้นแบบ

0

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด จัดเซอร์ไพรส์ส่งท้ายปีจัดแสดงยนตรกรรมพิเศษ 2 รุ่น ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 39 นำโดย Honda SUV e:Prototype รถต้นแบบพลังงานไฟฟ้า 100% และฮอนด้า ซีวิค ไทป์ อาร์ (Civic Type R) ที่สุดแห่งยนตรกรรมความสปอร์ตของฮอนด้า เป็นครั้งแรกในประเทศไทย เสริมทัพด้วยยนตรกรรมยอดนิยมหลากหลายรุ่น ทั้งไลน์อัป e:HEV ที่มาพร้อมขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV และเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ในทุกรุ่นย่อย ครอบคลุม 4 เซกเมนต์ยอดนิยม ทั้งในกลุ่มซิตี้คาร์ ได้แก่ ซิตี้ อี:เอชอีวี และ ซิตี้ แฮทช์แบ็ก อี:เอชอีวี กลุ่มคอมแพคท์คาร์ ได้แก่ ซีวิค อี:เอชอีวี ใหม่ กลุ่มเอสยูวี ได้แก่ เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี และกลุ่ม D-segment ได้แก่ แอคคอร์ด อี:เอชอีวี และไลน์อัปยนตรกรรมเทอร์โบ ได้แก่ ซิตี้, ซิตี้ แฮทช์แบ็ก, ซีวิค และ แอคคอร์ด และยนตรกรรมเอสยูวี บีอาร์-วี ใหม่ ยนตรกรรมอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง และ ซีอาร์-วี พร้อมด้วยแคมเปญพิเศษส่งท้ายปี “ฮอนด้า ดีลได้ใจ…ใช่ทุกโปร” ให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มซิตี้คาร์ยอดนิยม “ซิตี้ ซีรีส์” ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.99%* พร้อมฟรีบัตรน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท ณ บูทฮอนด้า (A14) อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 1 – 12 ธันวาคม 2565 และรับข้อเสนอพิเศษเดียวกันนี้สำหรับรุ่นอื่น ๆ ได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ เมื่อจองและรับรถยนต์รุ่นที่ร่วมรายการตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 – 31 ธันวาคม 2565

นายโนริยุกิ ทาคาคุระ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “จากความสำเร็จของการเปิดตัวยนตรกรรมฟูลไฮบริด e:HEV รุ่นต่าง ๆ ของฮอนด้าในประเทศไทยที่ผ่านมา ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า e:HEV เป็นเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การขับขี่ในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ในขณะเดียวกันยังเป็นเทคโนโลยีในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคแห่งพลังงานไฟฟ้า วันนี้เราได้นำ Honda SUV e:HEV Prototype รถต้นแบบพลังงานไฟฟ้า 100% มาจัดแสดง และแสดงเจตนารมณ์ในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการสนับสนุนการใช้และการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของภาครัฐ อีกทั้งตอบสนองความต้องการของลูกค้าชาวไทย

“อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ได้นำมาจัดแสดงในปีนี้มาพร้อมจิตวิญญาณความสปอร์ตของฮอนด้า ได้แก่ ฮอนด้า ซีวิค ไทป์ อาร์ (Civic Type R) ที่สุดแห่งยนตรกรรมความสปอร์ต เสริมทัพด้วยยนตรกรรมในกลุ่มฟูลไฮบริด อี:เอชอีวี และกลุ่มเทอร์โบ พร้อมด้วยยนตรกรรมยอดนิยมหลากหลายรุ่น” นายโนริยุกิ กล่าวเสริม

ภายในบูทฮอนด้า ลูกค้าชาวไทยจะได้สัมผัสพลังแห่งการขับเคลื่อนสู่อนาคต Honda SUV e:Prototype รถต้นแบบพลังงานไฟฟ้า 100% ที่พร้อมนำเสนอคุณค่าด้านการขับขี่ที่ล้ำสมัย ด้วยดีไซน์การออกแบบภายนอกที่เรียบหรู การออกแบบไฟด้านหน้าเน้นเส้นสายในแนวยาวที่โฉบเฉี่ยว ภายในห้องโดยสารโปร่งโล่ง มาพร้อมหน้าจอ infotainment แบบสัมผัส Advanced Touch และหน้าจอแสดงผลการขับขี่ขนาดใหญ่ พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING และฮอนด้า ซีวิค ไทป์ อาร์ (Civic Type R) ที่สุดแห่งยนตรกรรมความสปอร์ต เป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยคันที่นำมาจัดแสดงมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร VTEC TURBO ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว สามารถปรับโหมดการขับขี่ได้ 4 รูปแบบ ได้แก่ โหมด Comfort, Sport, +R และเพิ่มโหมด Individual เป็นครั้งแรกในรุ่นนี้ พร้อมทั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING และระบบเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (BSI) สุดเอ็กซ์คลูซีฟกับ Type R Serial Number Plate

นอกจากนี้ สำหรับรถเพื่อการจำหน่าย ฮอนด้ายังจัดเต็มทัพยนตรกรรมรวม 11 รุ่น เพื่อให้ลูกค้าเลือกเป็นเจ้าของตามไลฟ์สไตล์ นำโดยยนตรกรรมไฮไลต์ ดังนี้

ไลน์อัปยนตรกรรมฟูลไฮบริด e:HEV ได้แก่

    • ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ผสานการทำงานอันทรงพลังของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว กับเครื่องยนต์ขนาด 5 ลิตร Atkinson Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ตอบสนองได้ทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร ที่ 0 – 3,000 รอบต่อนาที ให้อัตราการประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 27.8 กิโลเมตร/ลิตร มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง สะดวกสบาย ครบครันด้วยเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยและฟังก์ชันการใช้งานระดับพรีเมียม มาพร้อมข้อเสนอพิเศษดอกเบี้ย 1.85%* และรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี* หรือลูกค้าสามารถเลือกรับดอกเบี้ย 2.79%* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี* ฟรีค่าแรงในการเช็กระยะตามตารางการบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) รวมทั้งรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี เมื่อจองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 – 31 ธันวาคม 2565
    • ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก อี:เอชอีวี ยนตรกรรมซิตี้คาร์แฮทช์แบ็กฟูลไฮบริด e:HEV ที่ผสานการทำงานอันทรงพลังของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว กับเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร Atkinson Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว ตอบสนองทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร ให้อัตราการประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 27 กิโลเมตร/ลิตร มั่นใจในทุกการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING พร้อมด้วยเบาะนั่ง อัลตราซีท (ULTR) ครบครันด้วยเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยและฟังก์ชันการใช้งานระดับพรีเมียม มาพร้อมข้อเสนอพิเศษดอกเบี้ย 1.85%* และรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี หรือลูกค้าสามารถเลือกรับดอกเบี้ย 79%* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี* และฟรีค่าแรงในการเช็กระยะตามตารางการบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) รวมทั้งรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี เมื่อจองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 – 31 ธันวาคม 2565
    • ฮอนด้า ซีวิค อี:เอชอีวี ใหม่ ยนตรกรรมสปอร์ตพรีเมียมซีดานไอคอนที่ตอบสนองการขับขี่ในชีวิตประจำวันด้วยเทคโนโลยีการขับเคลื่อนขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV ที่ผสานการทำงานอันทรงพลังร่วมกันของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว กับเครื่องยนต์ใหม่ ขนาด 2.0 ลิตร Direct Injection Atkinson-Cycle DOHC มอบแรงบิดมอเตอร์สูงสุด 315 นิวตัน-เมตร ให้อัตราประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 25 กิโลเมตร/ลิตร และเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายด้วยเบาะนั่งด้านหลังแยกพับแบบ 60:40 เพิ่มพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์ พร้อมช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ครบครันด้วยเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบาย และเทคโนโลยีความปลอดภัยอันล้ำสมัย มาพร้อมข้อเสนอพิเศษดอกเบี้ย 79%* ฟรีประกันภัย 1 ปี* และฟรีค่าแรงในการเช็กระยะตามตารางการบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) รวมทั้งรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี เมื่อจองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 – 31 ธันวาคม 2565
    • ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี สปอร์ตพรีเมียมเอสยูวีที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV ที่ผสานการทำงานอันทรงพลังร่วมกันของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว กับเครื่องยนต์ขนาด 5 ลิตร Atkinson-Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว ตอบสนองทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร และประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 25.6 กม./ลิตร และเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ในทุกรุ่นย่อย มาพร้อมสวิตช์ที่เลือกโหมดการขับขี่ได้ถึง 3 โหมด ตอบโจทย์ทุกการใช้งานกับเบาะนั่งด้านหลังแบบอเนกประสงค์ที่ปรับพับได้หลากหลายรูปแบบ ครบครันด้วยฟังก์ชันการใช้งานระดับพรีเมียม อีกทั้งเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยและเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่อันล้ำสมัย มาพร้อมข้อเสนอพิเศษดอกเบี้ย 2.79%* ฟรีประกันภัย 1 ปี* ฟรีค่าแรงในการเช็กระยะตามตารางการบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) รวมทั้งรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี เมื่อจองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 – 31 ธันวาคม 2565

ไลน์อัปยนตรกรรมเทอร์โบ ได้แก่

    • ฮอนด้า ซิตี้ ขุมพลังเทอร์โบ เครื่องยนต์ 0 ลิตร DOHC VTEC TURBO ที่ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า และอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมสูงถึง 23.8 กิโลเมตร/ลิตร อีกทั้งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 99 กรัม/กิโลเมตร เพิ่มความมั่นใจในทุกการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยล้ำสมัย และฮอนด้า คอนเนค (Honda CONNECT) มาพร้อมข้อเสนอพิเศษดอกเบี้ย 0.99%* ฟรีบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท หรือลูกค้าสามารถเลือกรับดอกเบี้ย 1.85%* พร้อมประกันภัยฟรี 1 ปี* พร้อมรับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท เมื่อจองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 – 31 ธันวาคม 2565
    • ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ยนตรกรรมซิตี้คาร์ในสไตล์สปอร์ตแฮทช์แบ็ก 5 ประตู กับเบาะนั่ง อัลตราซีท (ULTR) แยกพับแบบ 60:40 ที่ปรับเปลี่ยนเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์ได้ถึง 4 โหมด พร้อมห้องสัมภาระท้ายขนาดใหญ่ ขับขี่สนุกกับขุมพลังเทอร์โบ เครื่องยนต์ 1.0 ลิตร DOHC VTEC TURBO ให้สมรรถนะการขับขี่สูงถึง 122 แรงม้า แรงบิด 173 นิวตัน-เมตร และประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมถึง 23.3 กิโลเมตร/ลิตร ครบครันด้วยฟังก์ชันที่พร้อมตอบรับทุกไลฟ์สไตล์การใช้งานระดับพรีเมียม และ Honda CONNECT พร้อมด้วยมาตรฐานความปลอดภัย มาพร้อมข้อเสนอพิเศษดอกเบี้ย 59%* ฟรีบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท หรือลูกค้าสามารถเลือกรับดอกเบี้ย 2.39%* พร้อมประกันภัยฟรี 1 ปี* พร้อมรับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท เมื่อจองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 – 31 ธันวาคม 2565เมื่อจองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 – 31 ธันวาคม 2565
    • พร้อมด้วย ฮอนด้า ซีวิค ยนตรกรรมสปอร์ตพรีเมียมซีดานไอคอนยอดนิยม โดยทุกรุ่นย่อยขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ VTEC TURBO 1.5 ลิตร ใหม่ พร้อมระบบเกียร์ CVT ให้กำลังสูงสุด 178 แรงม้า และมาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING มาพร้อมข้อเสนอพิเศษดอกเบี้ย 79%* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี* เมื่อจองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 – 31 ธันวาคม 2565

ลูกค้าที่สนใจสามารถเยี่ยมชมบูทรถยนต์ฮอนด้า (A14) ภายในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 39 ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 1 – 12 ธันวาคม 2565 พร้อมพบกับแคมเปญ “ฮอนด้า ดีลได้ใจ…ใช่ทุกโปร” เมื่อจองและรับรถยนต์รุ่นที่ร่วมรายการตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 – 31 ธันวาคม 2565 และข้อเสนอสุดพิเศษที่แตกต่างกันสำหรับรถยนต์แต่ละรุ่นได้ทั้งในงานและโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมหรือแชทกับที่ปรึกษาการขายทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.honda.co.th ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถทดลองขับได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ โดยลูกค้าที่ลงทะเบียนเพื่อร่วมกิจกรรมทดลองขับทาง www.honda.co.th/testdrive ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2565 – 31 มกราคม 2566 จะได้รับฟรีบัตรของขวัญโลตัสมูลค่า 200 บาท*

หมายเหตุ

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

ฮุนได จัดแสดง สตาร์เกเซอร์ และ ไอออนิค 6 ในงานมหกรรมยานยนต์ 2022

0

บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด เชิญสื่อมวลชนทุกท่านค้นหายนตรกรรมที่ไม่มีใครเหมือน ณ บูธรถยนต์ฮุนได ในงานมหกรรมยานยนต์ 2565 เชิญพบกับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ล้ำสมัย รถยนต์เพื่อครอบครัวที่พร้อมให้ท่านได้สัมผัสและจับจองเป็นเจ้าของ

งานมหกรรมยานยนต์ ที่จัดขึ้นในปีนี้ จัดขึ้น ภายใต้ แนวคิด “ได้เวลา…สัมผัสอนาคต” ที่มีแบรนด์รถยนต์ชั้นนำเข้าร่วมจัดแสดง พร้อมข้อเสนอที่น่าสนใจ ตั้งแต่วันที่ 1 – 12 ธันวาคม 2565 ณ อาคาร ชาเลนจ์เจอร์ ฮอลล์ เมืองทองธานี

สำหรับในงานในครั้งนี้ บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด ได้นำรถยนต์หลากหลายรุ่นที่น่าสนใจ ทั้งยนตรกรรมที่ล้ำหน้าได้รับรางวัลชนะเลิศมาจากทั่วโลก รถยนต์อเนกประสงค์ที่ได้รับความนิยมและรถอเนกประสงค์ที่มีสไตล์

“ฮุนไดได้ลงทุน เพื่อสร้างศูนย์การผลิตรถยนต์ในภูมิภาคอาเซียนในประเทศอินโดนีเซีย นับเป็นก้าวแรกของการแสดงให้เห็นถึงการเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์ฮุนได ในภูมิภาคนี้” มร. จุน แฮง เฮอว์ รองประธานฝ่ายขาย ฮุนได มอเตอร์ เอเชีย แปซิฟิค กล่าว

“การสร้างโรงงานแห่งในที่ประเทศอินโดนีเซีย นับเป็นกลยุทธ์สำคัญของเราต่อภูมิภาคอาเซียน เพราะโรงงานแห่งนี้จะเป็นศูนย์กลางการผลิตเพื่อป้อนเข้าสู่ตลาดในหลายๆ ประเทศ โรงงานแห่งนี้เริ่มสร้างในปี พ.ศ 2562 และรถยนต์รุ่นแรกที่ ออกจากสายการผลิตคือ รุ่น เครต้า ในปี 2565 ” มร. เฮอว์ กล่าวเสริม

“ปีนี้นับเป็นปีที่ 15 ของฮุนได ไทยแลนด์ ที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เราภาคภูมิใจในการเป็นผู้นำในกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์เป็นเวลาต่อเนื่องติดต่อกันหลายปี” มร. ฮิโตชิ คาเนะโกะ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าว

รถยนต์อเนกประสงค์รุ่นล่าสุด สตาร์เกเซอร์ ที่นำมาจัดแสดง และจะเปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในอีกไม่นานนี้ ลูกค้าชาวไทยสามารถคาดหวังได้กับนวัตกรรมที่ล้าหน้าของแบรนด์ ความสะดวกสบายและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่พร้อมสรรพ ตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้าได้ทุกรูปแบบ

สตาร์เกเซอร์ มีรูปลักษณ์ที่ดูคล่องตัวและดีไซน์แบบโค้งมน ความสูงที่ทำให้ห้องโดยสารดูโปร่ง ขณะเดียวกันทำให้รถดูสูง ภายในดูกว้าง พื้นที่ใช้สอยในห้องโดยสารมาก เหมาะกับการเดินทางเพื่อธุรกิจหรือในแบบครอบครัว

นอกจากนี้ดีไซน์ภายนอก ไฟด้านหน้าที่คาดเป็นแนวขวางผ่านตัวกระโปรงรถ และด้านหลังที่ออกแบบเป็นสัญลักษณ์ตัว H ทำให้รถยนต์รุ่นนี้โดดเด่นมากเมื่อวิ่งแล่นอยู่บนท้องถนน

สตาร์เกเซอร์ พร้อมเปิดให้ลูกค้าคนไทยได้เป็นเจ้าของในอีกไม่ช้า

พร้อมกันในงานนี้ คือ การเผยโฉมเป็นครั้งแรกในอาเซียน รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ไอออนิค 6

ฮุนได ไอออนิค 6 สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม  E-GMP ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อผลิตรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ ไอออนิค 6 มาพร้อมกับเทคโนโลยีสุดล้ำ ที่คิดค้นจากด้วยการคำนึงถึงลูกค้าเป็นสำคัญ ห้องโดยสารที่กว้างขวาง นอกจากนี้ ระยะทางขับขี่ยังมากถึง 614 กิโลเมตรต่อหนึ่งการชาร์จไฟ สร้างนิยามใหม่ของยานยนต์พลังงานไฟฟ้า

ระยะทางการขับขี่ที่มาก เป็นผลจากรูปลักษณ์ที่ได้รับการออกแบบให้มีค่าอากาศพลศาสตร์เพียง 0.21 และบริเวณกระจังหน้าที่ต่ำ และการลดช่องห่างระหว่างซุ้มล้อ ช่วยให้ลู่ลม

ภายในของ ไอออนิค 6 ได้รับการออกแบบให้มีลักษณะโอบอุ้มเสมือนรังไหม มอบความสะดวกสบายและพื้นที่ส่วนตัว ให้พื้นที่ห้องโดยสารล้นเหลือ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ปรับรูปแบบการใช้งานได้หลากหลาย ผลิตจากวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มอบประสบการณ์ของยนตรกรรมที่บ่งบอกไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งาน

นอกจาก ไอออนิค  6 ภายในบูธยังได้นำ ไอออนิค 5 มาจัดแสดงคู่กัน โดยทั้งสองรุ่นแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกลยุทธ์ที่จะขึ้นสู่การเป็นผู้นำของยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้า

นับตั้งแต่รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ไอออนิค 5 เปิดตัว รถยนต์รุ่นนี้ ได้รับรางวัลมากมายจากหลากหลายเวทีระดับโลก  อาทิ รางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมระดับโลก หรือ World Car of the Year 2022

“สิ่งที่ทุกท่านได้เห็น ณ บูธฮุนได ภายในงานนี้ เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่นาน” มร. คาเนะโกะ กล่าว “เราขอให้ทุกท่านโปรดติดตามพื้นที่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และนวัตกรรมที่ได้รับการพัฒนาในผลิตภัณฑ์ สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับผู้อื่นได้ติดตาม”

ภายในงานนี้ ฮุนได ยังมาพร้อมกับข้อเสนอและกิจกรรมพิเศษสำหรับลูกค้าทุกท่าน โดยเฉพาะ ลูกค้าที่จองรถยนต์ฮุนได เครต้า ทุกรุ่น ระหว่างวันที่ 1-12 ธันวาคม ทั้งการจองภายในงานหรือที่โชว์รูมทั่วประเทศ จะได้รับสิทธิ์ร่วมชิงรางวัลทองคำหนัก 5 บาท และโทรศัพท์ ซัมซุง กาแลคซี่ ซี โฟลด์ มูลค่ารางวัลทั้งสิ้นมากกว่า 3.8 ล้านบาท กติกาและเงื่อนไข สามารถตรวจสอบได้ที่ฮุนได เว็บไซต์ หรือ เจ้าหน้าที่ที่ปรึกษาผลิตภัณฑ์ภายในงาน

สำหรับฮุนได สตาร์เรีย รุ่นปี 2023 ที่มีออฟชั่นใหม่ ระบบควบคุมเสถียรภาพเมื่อมีลมปะทะข้างตัวรถ หรือ Cross Wind Stability Control ที่ช่วยให้ทุกการเดินทางมั่นใจได้มากขึ้น ได้จัดโปรโมชั่นพิเศษในงานนี้ คือ เมื่อลูกค้าจองสตาร์เรียรุ่น SEL หรือ S จะได้รับ ประกันภัยชั้นหนึ่งนาน  1 ปี รับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 60 เดือน หรือ 150,000 กิโลเมตร ช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงนาน 60 เดือน และคูปองน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท

นอกจากนี้ลูกค้าเก่าฮุนได  รับเพิ่มส่วนลดมูลค่า 10,000 บาทเมื่อจองรถยนต์ฮุนได รุ่นใดก็ได้  ผู้สนใจทดลองขับรถยนต์ฮุนได สามารถติดต่อได้ที่บูธฮุนได หรือ โชว์รูมฮุนได ทั่วประเทศ

นิสสัน เปิดตัวรถยนต์รุ่นฉลอง 70 ปี ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39 พร้อมนำเสนอนวัตกรรม “ก้าวล้ำ เพื่อคุณ”

0

นิสสันส่งท้ายปีแห่งการฉลองครบ 7 ทศวรรษในประเทศไทยเปิดตัวรถยนต์รุ่นฉลอง 70 ปี พร้อมเปิดข้อเสนอพิเศษ ทั้งด้านการขาย และบริการหลังการขาย เพิ่มความอุ่นใจให้ลูกค้า ในงานงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39 ระหว่างวันที่ 1 – 12 ธันวาคม นี้ ที่อิมแพค  ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี

อิซาโอะ เซคิกุจิ ประธาน นิสสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “นิสสันขอขอบคุณลูกค้าชาวไทยที่ให้การสนับสนุนเราเป็นอย่างดีมาตลอด 70 ปีเต็ม โดยนิสสันยังคงมุ่งมั่นนำเสนอเทคโนโลยียานยนต์ “ก้าวล้ำ เพื่อคุณ” ที่น่าเชื่อถือ วางใจได้ และทนทาน ให้แก่ลูกค้าชาวไทยอย่างต่อเนื่อง”

“นิสสันนำรถยนต์รุ่นพิเศษฉลอง 70 ปี พร้อมแพ็คเกจส่งเสริมการขาย และบริการหลังการขายที่โดนใจ มามอบให้ลูกค้าภายในงาน และรวมถึงที่โชว์รูม 174 แห่งทั่วประเทศ  เราเชื่อมั่นว่าลูกค้าของนิสสัน จะตื่นเต้น กับนวัตกรรมยานยนต์จากนิสสัน และได้รับประสบการณ์น่าประทับใจ” อิซาโอะ เซคิกุจิ กล่าวเสริม

 

ไฮไลต์รถยนต์รุ่นพิเศษฉลอง 70 ปี

รถยนต์รุ่นพิเศษนี้ผลิตขึ้นในจำนวนจำกัดสำหรับ 4 รุ่นหลัก ได้แก่ นิสสัน อัลเมร่า,  นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์, นิสสัน นาวารา และ นิสสัน เทอร์ร่า  โดยจะมีแถบสติกเกอร์ตกแต่งพิเศษที่สะท้อนความภูมิใจของนิสสัน ตกแต่งทั้งทางกระโปรงหน้า และกระจกมองข้าง โลโก้ 70 ปีด้านท้ายรถ และชุดพรมพร้อมยางปูพื้น  นิสสันผลิตรุ่นพิเศษฉลอง 70 ปีนี้ ในจำนวนจำกัด เพื่อขอบคุณ และเปิดให้ลูกค้าได้มีส่วนร่วมในการฉลองโอกาสพิเศษ และความผูกพันระหว่างนิสสัน และลูกค้าชาวไทยตลอด 7 ทศวรรษที่ผ่านมา

ราคา

นิสสัน อัลเมร่า รุ่นพิเศษฉลอง 70 ปี                      685,000           บาท

นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ รุ่นพิเศษฉลอง 70 ปี         909,000           บาท

นิสสัน นาวารา รุ่นพิเศษฉลอง 70 ปี                      944,000           บาท

นิสสัน เทอร์ร่า รุ่นพิเศษฉลอง 70 ปี                      1,565,000        บาท

นิสสัน นาวารา

นิสสันเปิดตัวนิสสัน นาวารา แบล็ค อิดิชั่นรุ่นล่าสุด ในโฉมใหม่กับสีเทา สเตลท์ เกรย์ สุดเท่ เพิ่มความสปอร์ต เน้นความบึกบึนทนทาน นาวารา แบล็ค อิดิชั่น มีในรุ่นยกสูง (คิงแค็บ คาลิเบอร์) และ รุ่นสี่ประตูยกสูง (ดับเบิ้ลแค็บ คาลิเบอร์)   นิสสัน นาวารา เป็นกระบะที่มีสมรรถนะดีเยี่ยม แข็งแกร่ง ดีไซน์ทันสมัยถูกใจคนรุ่นใหม่ที่ค้นหาประสบการณ์ที่ “ใช้ชีวิตแบบที่ไม่มีใครกล้าคิด”

นอกจากนี้ นิสสันยังนำนาวาราครบทุกรุ่นย่อยมาโชว์ในงาน  พร้อมจะช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้ชีวิตแบบที่ไม่มีใครกล้าคิดด้วยเครื่องยนต์ทรงพลัง YS23DDTT แบบ 4 สูบ DOHC เทอร์โบคู่ ความจุ 2.3 ลิตร  ที่ให้กำลังสูงสุด 190 hp (Ps) และแรงบิดสูงสุดถึง 450 นิวตันเมตร (Nm)  มาพร้อมเกียร์ออโตเมติก 7 สปีด ที่เปิดให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดการขับขี่แบบธรรมดา (M mode) ได้เพื่อความสนุกสนานในการขับขี่ที่ควบคุมได้ดังใจ เครื่องยนต์มีอัตราการประหยัดเชื้อเพลิงที่โดดเด่น พร้อมระบบความปลอดภัยจากเทคโนโลยีขั้นสูงรอบคัน รวมทั้งรองรับน้ำมันดีเซลทุกแบบทั้ง B7, B10 และ B20   เต็มที่กับการบรรทุกหนักและการใช้งานที่ต้องความแข็งแกร่งด้วยโครงสร้างโมโนเฟรมแชสซีทำจากเหล็กกล้าชิ้นเดียวตลอดคัน (Fully Boxed Frame) ที่มีชื่อเสียงของนิสสัน และมีพื้นที่บรรทุกของได้อย่างจุใจ รวมทั้งยังมีคุณสมบัติอื่นๆ ในด้านประโยชน์การใช้งาน และความสะดวก เช่น บันไดที่กันชนหลังซึ่งทำให้เข้าออกและขนของที่กระบะได้สะดวก รวมถึงการการปรับตำแหน่งตะขอยึดใหม่ เพื่อตอบโจทย์การบรรทุกสัมภาระทั้งขนาดใหญ่และเล็ก

นิสสันคิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ เป็นรถยนต์ B-SUV รุ่นเดียวในตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า และเทคโนโลยีอี-พาวเวอร์ที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะจากนิสสัน ช่วยให้ผู้ขับขี่ขับสนุกทุกการเดินทางและมอบประสบการณ์การขับขี่เฉกเช่นเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้า 100% ได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่ ไม่ต้องกังวลเรื่องการหาสถานีชาร์จ  ในระบบขับเคลื่อนอี-พาวเวอร์ เจเนอเรชั่น 2 นี้ นิสสันได้เพิ่มขนาดแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออนเป็น 2.06 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น ให้กำลังสูงสุด 136 แรงม้า (PS) และแรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร (Nm) ให้อัตราเร่งที่นุ่มนวล ตอบสนองได้อย่างทันใจ ขับขี่ได้สนุก และมั่นใจ นอกจากนี้ยังมี อี-เพดดัล สเต็ป นวัตกรรมจากนิสสันที่ทำให้การขับขี่ง่าย และราบรื่นมากยิ่งขึ้นเมื่อผู้ขับขี่อยู่ในโหมด สปอร์ต & อีโค จะสามารถเพิ่มหรือลดความเร็วได้ด้วยการใช้แป้นคันเร่งเพียงแป้นเดียว  เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น รวมถึงในเส้นทางที่คดเคี้ยว รวมทั้งยังประหยัดเชื้อเพลิงสูงสุด โดยเชื้อเพลิง 1 ลิตรสามารถขับขี่ได้ไกลถึง 26.3 กิโลเมตรในการใช้งานในเมือง และเฉลี่ย 23.8 กิโลเมตรต่อลิตรสำหรับการขับขี่เฉลี่ยทุกโหมด*  นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ ยังมาพร้อมรุ่นออเทค (AUTECH) ที่เสริมความสปอร์ตพรีเมี่ยมมากยิ่งขึ้น

นิสสัน อัลเมร่า เป็นหนึ่งในรถยนต์ที่ขายดีที่สุดของนิสสันตลอด 10 ปีที่ผ่านมา และได้รับรางวัลประเภทรถยนต์คอมแพคซีดานมาแล้วมากมาย ให้พลังแรง ประหยัดน้ำมัน ปลอดภัย และมีระบบเชื่อมต่อที่โดดเด่น เครื่องยนต์ HRA0 ขนาด 1.0 ลิตร เทอร์โบ ที่มีกำลังสูงสุด 100 แรงม้า (Ps) แรงบิดสูงสุด 152 นิวตันเมตร (Nm) ให้อัตราเร่งที่แรง และรวดเร็ว จากแรงบิดแบบต่อเนื่อง (flat torque)   นอกจากนี้ยังประหยัดน้ำมัน และขับขี่ได้สนุกทุกเส้นทาง พร้อมทั้งมั่นใจเต็มพิกัดด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน (360-degree Safety Shield)  ระบบอินโฟเทนเมนต์ NissanConnect สามารถรองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่าน Android Auto** และ Apple CarPlay เพื่อใช้งานแอปพลิเคชันในมือถือผ่านจอเครื่องเสียงรถยนต์ระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว และระบบเชื่อมต่อ Bluetooth, USB และ AUX-IN พร้อมระบบนำทาง (Navigation System) ผ่าน Google Map และระบบสั่งงานด้วยเสียงอัจฉริยะ (Voice Recognition) ให้ความสะดวกสบายและความสุนทรีย์ตลอดเส้นทาง  นิสสัน อัลเมร่า มาพร้อมพื้นที่ในห้องโดยสารที่กว้างขวาง  นั่งสบาย ขับง่ายสะดวก ด้วยเบาะนั่งพรีเมียม “Quole Modure” ที่ไม่สะสมความร้อน ให้ความรู้สึกที่นั่งสบายตลอดการเดินทาง

นิสสัน เทอร์ร่า

นิสสัน เทอร์ร่า รถยนต์อเนกประสงค์ระดับพรีเมี่ยมสำหรับทุกคนในครอบครัว โดดเด่นด้วยดีไซน์มีระดับ มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยและความบันเทิงครบครัน ทำให้เป็นเอสยูวีที่เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว  มีพื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวางนั่งสบายทั้งครอบครัวตลอดการเดินทางทั้งใกล้ไกล  เครื่องยนต์ 2.3L เทอร์โบคู่ แรงม้าสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร พร้อมเกียร์อัตโนมัติแบบ 7 สปีด และโหมดแมนนวลรองรับน้ำมันดีเซลได้ทั้ง B7, B10 และ B20 และยังประหยัดเชื้อเพลิงได้อย่างน่าประทับใจ นอกจากนี้ ยังมีโหมดการขับขี่แบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD) ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถเดินทางไปได้ทุกที่  และปลอดภัยด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน 360° Safety Shield พร้อมพาครอบครัวเดินทางสู่จุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย และยังเพลิดเพลินตลอดการเดินทาง ด้วยระบบเครื่องเสียง BOSE ที่ติดตั้ง 8 ตำแหน่งรอบคัน  ทั้งนี้ ผู้โดยสารด้านหลังยังรับชมความบันเทิงออนไลน์ได้ตามต้องการผ่านหน้าจอขนาด 11 นิ้ว พร้อมการเชื่อมต่อ HDMI หรือสมาร์ททีวี

เทคโนโลยีที่มากกว่าแค่การเดินทาง

ในฐานะผู้นำเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า นิสสันจะนำ นิสสัน ลีฟ รถยนต์ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า 100% มาสาธิตให้เห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าสามารถสร้างประโยชน์ได้มากกว่าเป็นยานพาหนะเพื่อการเดินทาง ตามแนวคิด Energy Share ของนิสสัน   ในโซนเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า นิสสันจัดแสดงนิสสัน ลีฟ และการใช้งานระบบชาร์จไฟสองทาง (Bi-directional charge) ในการจ่ายกระแสไฟฟ้าจากรถยนต์สู่ระบบไฟฟ้าในบ้าน (vehicle-to-home หรือ V2H) และสู่ระบบจ่ายกระแสไฟฟ้า (vehicle-to-grid หรือ V2G)  เพื่อให้ผู้เข้าชมงานได้เห็นประโยชน์จากการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในรูปแบบอื่น    เมื่อเร็วๆ นี้ นิสสันได้ร่วมมือกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตในการศึกษาโครงการแปลงพลังงานไฟฟ้าจากรถยนต์ไฟฟ้าสู่ระบบโครงข่ายไฟฟ้า ผลการศึกษานี้จะเป็นประโยขน์ต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนในสังคมในอนาคต  ซึ่งเป็นครั้งแรกของรถยนต์ไฟฟ้าแบบ BEV  โดยการใช้กำลังไฟจากแบตเตอรี่ขนาด 40kWh ในรถยนต์ไฟฟ้า รวมทั้งเป็นครั้งแรกที่มีการใช้เทคโนโลยีการชาร์จไฟแบบสองทาง (Bidirectional charge) ของนิสสัน ลีฟมาใช้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย

โปรโมชั่นพิเศษฉลอง 70 ปี

เพื่อให้ลูกค้าได้มีโอกาสเป็นเจ้าของรถยนต์นิสสันทุกรุ่นได้ง่ายขึ้น ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 31 ธันวาคม 2565     นิสสันเปิดตัวโปรโมชั่นพิเศษที่หลากหลาย อาทิ ดอกเบี้ย 0% หรือผ่อนนานถึง 84 เดือน (แล้วแต่เงื่อนไขของแต่ละรุ่น)   ลูกค้าใหม่และลูกค้าเดิมของนิสสันจะมีโอกาสรับสิทธิพิเศษต่อที่สองคือ ส่วนลดเงินสดสูงสุด 100,000 บาทต่อคัน รวมมูลค่า 2.8 ล้านบาทสำหรับผู้ที่ซื้อรถระหว่าง 1 พฤศจิกายน – 22 มกราคม 2566***

โปรโมชั่นพิเศษสำหรับบริการหลังการขาย

เพื่อร่วมฉลอง 70 ปีของนิสสันในประเทศไทย  นิสสันได้มอบแพ็คเกจพิเศษสำหรับบริการหลังการขาย เพื่อช่วยเพิ่มความอุ่นใจและความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า  ข้อเสนอพิเศษนี้จะเริ่มตั้งแต่เดือนธันวาคม 2565 ไปจนถึงกุมภาพันธ์ 2566 เพื่อช่วยให้ลูกค้ามั่นใจและอุ่นใจตลอดการเดินทางในช่วงเทศกาล  โดยลูกค้าสามารถนำรถเข้าเช็คระยะฟรี 28 รายการ ล้างรถ ดูดฝุ่น พร้อมรับส่วนลด 1,000 บาทเมื่อเปลี่ยนยาง 4 เส้นในราคาพิเศษ

นอกจากนี้นิสสันยังจะมอบส่วนลด 15-44% เมื่อซื้อแพ็คเกจ Save Safe สำหรับการเช็คระยะและเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง  รับดอกเบี้ย 0% หรือผ่อนนาน 10 เดือนสำหรับค่าบริการ 5,000 บาทต่อใบเสร็จ (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) หรือผ่อนนาน 6 เดือนสำหรับค่าบริการ 3,000 บาทขึ้นไป (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)  เปลี่ยนไส้กรองอากาศในราคา 700 บาท จากราคาปกติ 1,125 บาท ส่วนลด 200 บาทสำหรับบริการทำความสะอาดแอร์  ส่วนลด 20-50% สำหรับไส้กรองอากาศ ผลิตภัณฑ์น้ำยาต่างๆ เช่น น้ำยาทำความสะอาดเครื่องยนต์ และหัวเชื้อน้ำมันเครื่องสำหรับรถที่มีอายุ 10 ปีชึ้นไป ****

* สำหรับการขับขี่ในเมือง / ตามมาตรฐาน NEDC หรือ ป้ายข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล (ECO sticker) ซึ่งแต่ละรุ่นจะมีข้อมูลแตกต่างกันไป

** สำหรับสมาร์ทโฟนรุ่นที่รองรับ

*** เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

**** เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

ปอร์เช่ ประเทศไทย เผยโฉมอย่างเป็นทางการที่แรกของ ปอร์เช่ 718 เคย์แมน จีทีโฟร์ อาร์เอส (Cayman GT4 RS) ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 39

0

ปอร์เช่ 718 เคย์แมน จีทีโฟร์ อาร์เอส (718 Cayman GT4 RS) ใหม่ เรือธงประจำตระกูล 718 เผยโฉมเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ณ งานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 39th (The 39th Thailand International Motor Expo 2022)

ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย เอเอเอส กรุ๊ป ระดมขนทัพรถสปอร์ตสมรรถนะสูงพร้อมหน้าครบทุกโมเดล จัดแสดงรถสปอร์ตปอร์เช่ครบครันทุกรุ่นถึง 11 คัน ภายในพื้นที่จัดแสดงงานมหกรรมยานยนต์ระดับพรีเมียมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยจัดขึ้นระหว่างวันพุธที่ 30 พฤศจิกายน (วันรอบสื่อมวลชนและบุคคลสำคัญ) ถึงวันจันทร์ที่ 12 ธันวาคม 2565 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี กรุงเทพมหานคร

Mr. Peter Rohwer กรรมการผู้จัดการ ของปอร์เช่ ประเทศไทย กล่าวว่า “ปี 2022 เป็นช่วงเวลาที่ปอร์เช่ ประเทศไทย เติบโตอย่างแข็งแกร่งไปอีกขั้น แน่นอนว่าปอร์เช่คือแบรนด์รถยนต์ในฝันของใครหลาย ๆ คน และพวกเรายังคงมุ่งมั่นสร้างและพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ให้มีประสิทธิภาพและตอบโจทย์สำหรับลูกค้าทุกท่าน มากไปกว่านั้นพวกเรายังคงมุ่งมั่นสร้างความเป็นหนึ่งเดียวสำหรับผู้ที่ชื่นชอบในรถยนต์ปอร์เช่ไม่เพียงแต่ในประเทศไทยแต่ยังรวมไปถึงทั่วทั้งภูมิภาค ขณะที่โลกเริ่มกลับเข้าสู่สภาพปกติอีกครั้งในปี 2022 เราก้าวเข้าสู่ปีนี้ด้วยงานกิจกรรมสุดยิ่งใหญ่ที่รวมพลรถยนต์ปอร์เช่ทั่วทั้งภูมิภาคมาไว้ด้วยกัน นั่นคืองานรวมพลคนรักปอร์เช่ Das Treffen  เรายังคงเดินหน้าจัดแสดงรถยนต์สุดอลังการกับกิจกรรมที่ได้รับการกล่าวถึงอย่างต่อเนื่อง เช่น งานเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปี ของ Porsche Design และเรายังคงให้ความสำคัญในยานยนต์พลังงานไฟฟ้า ด้วยการเปิดตัวสถานีชาร์จเพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบในรถยนต์พลังงานไฟฟ้า โดยมีการเพิ่ม Charging Network ทั่วประเทศ พร้อมเปิดเส้นทางปลอดมลภาวะ Superhighway เชื่อมต่อการเดินทางระหว่างประเทศ ที่มีระยะทางไกลที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และที่สำคัญของงานในครั้งนี้คือการนำเสนอยนตรกรรมสปอร์ตจากปอร์เช่ถึง 11 คัน ซึ่งทุกคันสามารถตอบรับกับบุคลิกภาพ และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยนำทัพด้วย นำทัพมาด้วยที่สุดแห่งยนตกรรมสปอร์ตสายพันธุ์ 718 ปอร์เช่ 718 เคย์แมน จีทีโฟร์ อาร์เอส (718 Cayman GT4 RS) สปอร์ตตัวแรงสายพันธ์รถแข่ง ให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาผู้หลงใหลรถสปอร์ตปอร์เช่ทั่วโลก เหมาะสำหรับบรรดานักขับผู้แสวงหาความเร้าใจแบบเต็มพิกัด”

ปอร์เช่ 718 เคย์แมน จีทีโฟร์ อาร์เอส (718 Cayman GT4 RS) เพชฌฆาตสุดปราดเปรียวบนสนามความเร็ว

ย้อนไปเมื่อ 50 ปีที่แล้ว ปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า 2.7 อาร์เอส (Carrera 2.7 RS) สร้างความตื่นตะลึงในทันทีที่ได้รับการเปิดตัว และนับแต่นั้นเป็นต้นมา สมญานาม RS จึงถูกสงวนไว้สำหรับรถสปอร์ตสายพันธ์แท้ที่ผู้ผลิตรถสปอร์ตสัญชาติเยอรมันบรรจงสร้างขึ้นเท่านั้น ปอร์เช่ 718 เคย์แมน จีทีโฟร์ อาร์เอส (718 Cayman GT4 RS) ใหม่ เปรียบเสมือนตัวแทนของการมุ่งมั่นเสาะแสวงหาสมรรถนะสุดยอดบนสนามความเร็ว ด้วยวัสดุอุปกรณ์ และวิศวกรรมยานยนต์ที่เหนือชั้นที่สุดจากประสบการณ์ของปอร์เช่ในวงการมอเตอร์สปอร์ต

ด้าน Mr. Tim Walkowiak, Head of Region Thailand ของ Porsche Asia Pacific กล่าวว่า “หากจะให้นิยามปอร์เช่ 718 เคย์แมน จีทีโฟร์ อาร์เอส (718 Cayman GT4 RS) ตัวอักษร RS ยังมีอีกความหมายนั่นคือ ‘race-bred superlatives’ นี่คือนักล่าแห่งทางโค้ง และขุนเขา ยกระดับประสบการณ์แห่งเสียงคำราม และการขับขี่ที่ไม่เคยปรากฏที่ใดมาก่อน ส่งมอบขีดสุดของความประทับใจจากความคล่องแคล่วปราดเปรียวของรถสปอร์ตเครื่องยนต์วางกลางตามสไตล์ของ    ปอร์เช่ เคย์แมน (Cayman) เรามีความยินดีที่ได้เปิดตัวยนตกรรมสปอร์ตคันล่าสุดคันนี้ ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 39th Thailand International Motor Expo 2022”

สิ่งที่วางอยู่กลางตัวถังของปอร์เช่ 718 เคย์แมน จีทีโฟร์ อาร์เอส (718 Cayman GT4 RS) คือขุมพลังหกสูบนอนระดับ 500 แรงม้า ไร้ระบบอัดอากาศ จากปอร์เช่ 911 จีทีทรี (GT3) รุ่นตัวถัง 992 ใหม่ล่าสุด รอบการทำงานที่สูงกว่า 9,000 รอบต่อนาที ให้เสียงคำรามกึกก้อง เร้าใจ ปลุกเร้าทุกโสตประสาทจากด้านหลังของห้องโดยสาร ไม่มีสำเนียงใดจะระทึกใจได้เสมอเหมือน

ตามธรรมเนียมปฏิบัติของรถสปอร์ตในสายพันธ์ RS ระบบอากาศพลศาสตร์ที่เหนือชั้น และโครงสร้างตัวถังน้ำหนักเบา คือหัวใจหลักในการออกแบบดีไซน์ปอร์เช่ 718 เคย์แมน จีทีโฟร์ อาร์เอส (718 Cayman GT4 RS) สปอร์ต 2 ที่นั่งคันนี้ มีน้ำหนักตัวเพียง 1,415 กิโลกรัม ต้องยกประโยชน์ให้การประยุกต์ใช้วัสดุน้ำหนักเบาในหลายจุด เพื่อลดน้ำหนักที่ไม่จำเป็นลงให้เหลือน้อยที่สุด ด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้รถสปอร์ตเรือธงของตระกูล 718 พร้อมสยบทุกทางโค้งด้วยความแม่นยำ ไม่ว่าจะโค้งแคบ ทางลาดชันบนหุบเขา หรือแม้แต่ลงสนามประลองความเร็ว

ปีกหลังใหม่แบบ fixed ขายึด swan-neck และชิ้นส่วนอลูมิเนียมที่ได้รับการนำมาใช้ในหลากหลายจุดของงานออกแบบตัวถังภายนอก หลักการทำงานที่เน้นประสิทธิภาพชั้นเลิศถูกถ่ายทอดมาจากรถแข่งปอร์เช่ 911 RSR GT เจ้าของชัยชนะในรุ่น GTE รายการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบระยะยาวระดับตำนาน เลอ มังส์ 24 ชั่วโมง ในฤดูกาล 2022

ปอร์เช่ 718 เคย์แมน จีทีโฟร์ อาร์เอส (718 Cayman GT4 RS) ใหม่ คือที่สุดของสมรรถนะ ความปราดเปรียว เฉียบคม จากสปอร์ตเครื่องยนต์วางกลาง หนึ่งเดียวของสปอร์ตบริสุทธิ์ และแน่นอนว่าไม่เหมาะกับคนใจไม่กล้าพอ

ปอร์เช่ พานาเมร่า โฟร์ อี-ไฮบริด (Panamera 4 E-Hybrid) Platinum Edition หรูหราสง่างาม เหนือกว่าความพิเศษ

เคียงข้างกับปอร์เช่ 718 เคย์แมน จีทีโฟร์ อาร์เอส (718 Cayman GT4 RS) ปอร์เช่ ประเทศไทย จัดแสดงรถสปอร์ตอีก 10 คัน ครบสมบูรณ์ทุกรุ่น ภายในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 39 (Thailand International Motor Expo 2022) ซึ่งรวมถึงปอร์เช่ พานาเมร่า โฟร์ อี-ไฮบริด แพลทตินั่ม อิดิชัน (Panamera 4 E-Hybrid Platinum Edition) สปอร์ตซีดานที่ถึงพร้อมทั้งความหรูหรา และพิเศษเหนือใคร

ยนตกรรมสปอร์ตซาลูน Special edition ระดับหรูหราจากปอร์เช่ ผสมผสานงานดีไซน์จากชิ้นงานตกแต่ง Satin Gloss Platinum รอบคัน อัดแน่นด้วยอุปกรณ์มาตรฐานสุดล้ำมากมาย หลายรายการที่บรรจุลงใน Platinum Edition คืออุปกรณ์พิเศษที่ต้องติดตั้งเพิ่มเติมสำหรับรุ่นมาตรฐาน อาทิ ระบบช่วงล่างถุงลมปรับระดับอัตโนมัติ Adaptive air suspension ที่มาพร้อมระบบควบคุมการทรงตัว Porsche Active Suspension Management (PASM) และไฟหน้า LED พร้อมระบบ Porsche Dynamic Light System Plus (PDLS Plus)

ดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ในทุกรายละเอียด สร้างความแตกต่างเพียงแรกสายตาสัมผัส อาทิ ล้ออัลลอยด์ Exclusive Design Sport ขนาด 21 นิ้ว สี Platinum ปลายท่อไอเสียสปอร์ตสีดำ กรอบกระจกประตูสีดำเงา High-Gloss Black และไฟท้ายดีไซน์สุด Exclusive เน้นย้ำความสปอร์ตและหรูหรา

ปอร์เช่ ไทคานน์ Soul, Electrified จุดประกายสปอร์ตพลังไฟฟ้าในงาน TIME 2022 

เพื่อแสดงให้เห็นถึงคำมั่นสัญญาในการส่งเสริมการใช้ยานพาหนะพลังงานไฟฟ้า ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย เอเอเอส กรุ๊ป จัดแสดงปอร์เช่ ไทคานน์ (Taycan) รถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าถึง 2 รุ่นด้วยกัน

โดยปอร์เช่ ไทคานน์ (Taycan) รุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง นำเสนอทางเลือกด้วยแบตเตอรี่ขับเคลื่อน 2 ขนาดความจุ Standard Performance Battery แบบใหม่ ให้กำลังสูงสุด 408 แรงม้า (300 กิโลวัตต์) เมื่อทำงานในโหมด Overboost พร้อมระบบ Launch Control เสริมด้วยอุปกรณ์พิเศษ Performance Battery Plus ให้กำลังสูงสุดเพิ่มขึ้นเป็น 476 แรงม้า (350 กิโลวัตต์)

หลังจากประกาศอัพเกรดระบบล่าสุด MY ‘P‘ เมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2022 ชุดมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหน้าของปอร์เช่ ไทคานน์ (Taycan) สามารถตัดต่อกำลังได้ด้วยระบบควบคุมอันชาญฉลาด รวมทั้งอัพเกรดการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นในหลายฟังก์ชั่น ส่งผลให้พิสัยการเดินทางสูงสุดเพิ่มขึ้นเป็นระยะทางถึง 512 กิโลเมตร (ทดสอบตามมาตรฐาน WLTP)

รุ่นตัวถังอเนกประสงค์ ปอร์เช่ ไทคานน์ โฟร์เอส ครอส ทัวริสโม (Taycan 4S Cross Turismo) ติดตั้งระบบช่วงล่างสุด High-tech ใหม่ล่าสุด ประกบกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ all-wheel drive และช่วงล่างถุงลมปรับระดับอัตโนมัติ Adaptive air suspension มั่นใจได้ในการบุกตะลุยแม้บนเส้นทางทุรกันดารสไตล์ออฟโรด (off-road) พื้นที่เหนือศรีษะภายในห้องโดยสารตอนหลังเพิ่มขึ้นถึง 47 มิลลิเมตร และความจุของห้องเก็บสัมภาระเพิ่มขึ้นมากกว่า 1,200 ลิตร จากการขยายขนาดของบานฝาท้าย ทั้งหมดนี้คืออรรถประโยชน์ที่เพียบพร้อมสมบูรณ์ของปอร์เช่ ไทคานน์ โฟร์เอส ครอส ทัวริสโม (Taycan 4S Cross Turismo)

ทั้งปอร์เช่ ไทคานน์ สปอร์ต ซาลูน (Taycan sports saloon) และ ไทคานน์ ครอส ทัวริสโม (Taycan Cross Turismo) ล้วนได้รับการติดตั้งนวัตกรรมระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าแรงดัน 800 โวลท์ อันยอดเยี่ยมเหนือระดับ

ปอร์เช่ คาเยนน์ จีทีเอส (Cayenne GTS) ‘Sweet Spot’ รถสปอร์ตในร่าง SUV

รหัสต่อท้าย GTS จากปอร์เช่ คือตัวแทนของ ‘sweet spot’ หรือความกลมกล่อมลงตัว ระหว่างสมรรถนะการขับขี่ และอรรถประโยชน์ในการใช้งาน และสำหรับปอร์เช่ คาเยนน์ จีทีเอส (Cayenne GTS) ความหมายดังกล่าวยิ่งปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน นี่คือรถยนต์สปอร์ตอเนกประสงค์จากปอร์เช่  ที่ทรงพลานุภาพจากขุมพลังเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ ประจำการอยู่ใต้ฝากระโปรงหน้า

ด้วยพละกำลังสูงสุด 460 แรงม้า  (338 กิโลวัตต์) และแรงบิดมหาศาลกว่า 620 นิวตันเมตร ปอร์เช่ คาเยนน์ จีทีเอส (Cayenne GTS) มีอัตราเร่งออกตัวจาก 0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในระยะเวลาเพียง 4.5 วินาที เมื่อติดตั้งชุดแต่งเพิ่มสมรรถนะ Sport Chrono package

ช่วงล่างของ ปอร์เช่ คาเยนน์ จีทีเอส (Cayenne GTS) ได้รับการปรับแต่งใหม่เป็นพิเศษ เพื่อรองรับการขับขี่สไตล์สปอร์ต ช่วงล่างมาตรฐาน Standard steel-spring suspension ลดระดับความสูงลง 20 มิลลิเมตร ทำงานร่วมกับระบบควบคุมการทรงตัว Porsche Active Suspension Management (PASM) เพื่อเสถียรภาพสูงสุดในการขับขี่ พร้อมติดตั้งระบบ Porsche Torque Vectoring Plus (PTV Plus) เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

ยนตรกรรมสปอร์ตพันธุ์แท้  ปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า เอส (Carrera S) 

ด้วยระยะเวลาเกือบ 60 ปี กับการเดินทางมาถึงเจเนอเรชั่นที่ 8 ปอร์เช่ 911 คือยนตกรรมผู้กำหนดบรรทัดฐานให้แก่วงการรถสปอร์ตทั่วโลก ปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า เอส (Carrera S) รหัสตัวถัง 992 ยังคงรับหน้าที่สืบสานตำนานความยิ่งใหญ่ต่อไป พร้อมยกระดับความเร้าใจ ประสิทธิภาพ และเทคโนโลยีดิจิทัล ขณะที่ยังคงรักษาตัวตนของสปอร์ตสายพันธ์แท้ที่เคยมีมาในอดีตเอาไว้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์

ขุมพลังเครื่องยนต์ เทอร์โบชาร์จเจอร์ 6 สูบนอน ของปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า เอส (Carrera S) ให้พละกำลังสูงสุด 450 แรงม้า (331 กิโลวัตต์) อัตราเร่งออกตัวจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 3.7 วินาที ทะยานทะลุความเร็วสูงสุดที่ 308 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สมรรถนะการขับขี่ได้รับการยกระดับให้เหนือชั้นยิ่งขึ้น ด้วยการปรับปรุงระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง และตำแหน่งการติดตั้งเทอร์โบชาร์จเจอร์ รวมทั้งระบบ Charge air cooling

ถ่ายทอดพละกำลังมหาศาล ผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ 8 จังหวะ ใหม่ล่าสุด เสริมระบบช่วยเหลือการขับขี่อันเป็น highlights รวมไปถึงระบบ Porsche Wet mode ขับขี่อย่างมั่นใจแม้บนเส้นทางที่เปียกลื่น

มุ่งมั่นสืบสานตำนานรถสปอร์ตแห่งความฝันในประเทศไทย 

ด้วยการมาถึงของปอร์เช่ 718 เคย์แมน จีทีโฟร์ อาร์เอส (Cayman GT4 RS) ปอร์เช่ ประเทศไทย มั่นใจว่าผู้เข้าชมงานทุกท่านจะได้รับมอบประสบการณ์สุดเร้าใจ ภายในงานมหกรรมยานยนต์ Thailand International Motor Expo 2022 อย่างแน่นอน

มหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 39th (Thailand International Motor Expo 2022) จัดขึ้นระหว่างวันพุธที่ 30 พฤศจิกายน (วันรอบสื่อมวลชนและบุคคลสำคัญ) ถึงวันจันทร์ที่ 12 ธันวาคม 2565 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี กรุงเทพมหานคร

เปิดให้เข้าชมงานตั้งแต่ 1-12 ธันวาคม 2565 เวลา  12.00 – 22.00 น.วันธรรมดา  และ ​เวลา 11.00 – 22.00 น. วันเสาร์ -อาทิตย์ และวันหยุดราชการ ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมพื้นที่จัดแสดงรถยนต์ปอร์เช่ได้ที่บูธรถยนต์ปอร์เช่ A10

อาวดี้ ครบเครื่อง โชว์ยนตรกรรมหรูสุดเร้าใจ พร้อม e-Rickshaw concept รถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า ต้อนรับงาน Motor Expo ยกทัพจัดเต็ม

0

นายกฤษณะกร เศวตนันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อาวดี้ ประเทศไทย เผยกลยุทธ์การตลาดของอาวดี้ ตลอดปี 2565 ที่ส่งผลให้อาวดี้ก้าวขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ทางเลือกของลูกค้าในกลุ่มแบรนด์รถหรู จากแนวคิด “Customer Centric” ลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญในการบริหารแบรนด์ Audi ในประเทศไทย ผสมผสานกับการปรับ   กลยุทธ์เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ใหม่ การปรับตัวขององค์กร พลิกสถานการณ์ 360 องศา และรุกนำหน้าตลาดเสมอ ที่สำคัญยังได้แรงสนับสนุน ความร่วมมืออย่างเต็มที่จากบริษัทแม่ AUDI AG พร้อมก้าวเข้าสู่ปีที่ 7 กับการเติบโตอย่างยั่งยืนในปี 2566

“ส่งท้ายปี 2565 กับงาน Thailand International Motor Expo ครั้งที่ 39 ทั้งนี้อาวดี้ เราได้คัดสรรรถยนต์ต้นแบบ รุ่นยอดฮิตหลากหลายรุ่นมาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกค้าแต่ละเซกเมนต์ โดยนำมาจัดแสดงในงาน Motor Expo และที่สำคัญที่จะขาดไม่ได้ คือ แคมเปญพิเศษที่อาวดี้จัดมาเพียบ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าให้ตรงความต้องการมากที่สุด ภายใต้พื้นที่บูธขนาด 800 ตารางเมตร ในงาน Motor Expo และแนวคิด “Brand Integration” ของ Audi และ Ducati เรายังคงตอกย้ำที่จะส่งมอบประสบการณ์สุดพิเศษที่ไม่เหมือนใครให้กับลูกค้า ด้วยการรวมสุดยอดเทคโนโลยีแห่งโลกยนตรกรรม จัดแสดงรถยนต์และรถจักรยานยนต์ภายในพื้นที่เดียวกัน เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความสนใจของลูกค้าทั้งสองแบรนด์ ตอกย้ำภาพลักษณ์พรีเมียมแบรนด์คุณภาพระดับโลก ที่ Audi ต่างมุ่งมั่นพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้พื้นที่บูธของอาวดี้ ยังเต็มไปด้วยความคึกคักสุดๆ โดยมีการนำยนตรกรรมมาจัดแสดงทั้งหมด 16 รุ่น”

สำหรับไฮไลท์เด่นของบูธอาวดี้ ที่ห้ามพลาดในปีนี้ คือ

  • ครั้งแรกในเอเชียกับ TukTuk ต้นแบบ “e-Rickshaw” โดยเป็นการดัดแปลงการใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ของรถไฟฟ้า 100% อย่าง Audi e-tron ที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว นำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ ภายใต้แนวคิด “Second – life Batteries” ซึ่งตัวรถจะเป็นรถตุ๊กตุ๊กที่มาจากประเทศไทย มีอายุถึง 30 ปี ผ่านการปรับโฉมให้ดูทันสมัยขึ้น ที่โรงงานในเมือง Neckarsulm ประเทศเยอรมนี โดยแบตเตอรี่ไฟฟ้าของ Audi e-tron นั้น เป็นแบบ high-energy density ซึ่งมีประสิทธิภาพสูง ถึงแม้ว่าแบตเตอรี่ดังกล่าวจะเคยถูกใช้มาแล้วในรถทดสอบ Audi e-tron ก็ตาม แต่ยังมีกำลังไฟที่เพียงพอ สำหรับการนำไปปรับใช้ในรถตุ๊กตุ๊กที่มีมอเตอร์ไฟฟ้าที่กำลังน้อยกว่าได้เป็นอย่างดี ถือเป็นการพิสูจน์ในคุณภาพของแบตเตอรี่ใช้แล้วของ Audi e-tron ว่ายังสามารถนำไปใช้ต่อได้ สะท้อนวิสัยทัศน์ “The mobility of the future” การขับเคลื่อนแห่งอนาคตของอาวดี้ ที่มุ่งมั่นจะเป็นแรงผลักดันสำคัญในการสร้างโลกแห่งอนาคตที่น่าอยู่อย่างยั่งยืน ด้วยการนำเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า มีความคิดสร้างสรรค์ และความกระตือรือร้นที่จะสร้างสังคมที่น่าอยู่ ตัวรถสามารถผลิตกำลังได้สูงสุด6 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 34.6 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 2 จังหวะ สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 48 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • ถ้าพูดถึงความหรูหราพรีเมียม ต้องยกให้รถผู้บริหารระดับสูง แฟลกชิปโมเดลแห่งปี ของ Audi ที่ใหญ่ที่สุด The new Audi A8 L โอ่อ่ากว้างขวางมากยิ่งขึ้น ด้วยมิติตัวรถที่เปลี่ยนแปลงจากเดิม ที่สุดแห่งเทคโนโลยีเครื่องยนต์สันดาป Mild Hybrid แห่งอนาคต ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ quattro ทำงานควบคู่กับช่วงล่างระบบถุงลม ช่วยให้ทุกการเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นและนุ่มนวล ความโดดเด่นที่นอกเหนือจากดีไซน์ที่ถูกปรับปรุงใหม่ ยังคงไว้ซึ่งความหรูหราสง่างาม และความสปอร์ต อันเป็นเอกลักษณ์ของ Audi ไฟหน้าแบบ HD matrix LED และไฟเลี้ยวแบบ dynamic ที่เป็นจุดเด่นของการออกแบบของ Audi การดีไซน์ของไฟแบบใหม่นี้ สวยสะดุดตาไม่ว่าจะพบเห็นในช่วงกลางวันหรือกลางคืน ซึ่งไฟแบบ HD matrix LED ให้ความคมชัดมากขึ้นและสามารถส่องสว่างได้อย่างเที่ยงตรงมากขึ้นกว่าไฟแบบ matrix LED แบบธรรมดา มาพร้อมดีไซน์ภายในสุดหรู ระดับ First Class Lounge ให้ความสะดวกสบายที่สุด โดยเฉพาะผู้โดยสารตอนหลังและยังคงให้ความสำคัญต่อสมรรถนะการขับขี่ ตำนานความสำเร็จของ Audi A8 เกิดขึ้นครั้งแรกในปี 1994 โดย A8 ถูกพัฒนาต่อมาจาก Audi รุ่น V8 ซึ่งเป็นรถรุ่นที่มีความก้าวหน้าทางนวัตกรรมมากที่สุดในตลาดรถยนต์กลุ่มลักซ์ชัวรี่ซีดานในขณะนั้น และต่อมา Audi A8 ก็ยังคงเป็นผู้บุกเบิกทางด้านนวัตกรรมใหม่ให้กับแบรนด์มาจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้เจเนอเรชั่นที่ 4 นับเป็นเจเนอเรชั่นล่าสุด และเป็นที่ยอมรับในอุสาหกรรมรถยนต์ ความสะดวกสบายโดยเฉพาะพื้นที่เบาะนั่งด้านหลังที่เรียบหรูนั่งสบายดั่ง First class lounge ทำให้ Audi A8 L มีความสะดวกสบายที่เป็นเอกลักษณ์ตามคอนเซ็ปความ พรีเมียมของรถยนต์ Audi และยังคงให้ประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจเมื่อต้องการขับขี่แบบสปอร์ตอีกด้วย

  • ตอกย้ำความเป็นผู้นำเทคโนโลยีด้านพลังงานไฟฟ้าด้วยการนำทัพด้วย Audi e-tron GT และขบวนรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดเจเนอเรชั่นล่าสุด ครบ 3 รุ่น ไม่ว่าจะเป็น Q8 60 TFSI e quattro S line Black Edition, Audi Q7 60 TFSI e quattro Plug-in Hybrid พร้อมโชว์โฉม The New Audi Q5 Sportback 55 TFSI e และ Audi Q5 55 TFSI e ทางเลือกที่ลงตัวตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ด้วยระยะการวิ่งด้วยไฟฟ้าที่เหมาะกับการใช้งานในเมือง สอดคล้องกับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย ที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่รถไฟฟ้า 100% อย่างเต็มรูปแบบ
  • แฟนอาวดี้ สาย Performance ห้ามพลาด กระหึ่มวงการทุกรอบกับ DNA แห่ง Racing Sport ยกขบวน TT RS Coupé, RS Q3 Sportback และ RS 3 Sportback มาให้ชมที่งานนี้ด้วยเช่นกัน
  • สำหรับรุ่นฮิตของอาวดี้ ไม่ว่าจะเป็น A5 40 TFSI, A6 40 TFSI, Q3 ทุกรุ่น และ TT Coupé มาพร้อมแคมเปญพิเศษ Motor Expo ที่เรียกว่าเป็นดีลร้อนแรงที่สุดส่งท้ายปี 2565 นั่นคือ โปรโมชั่น ดอกเบี้ย 0% นาน 5 ปี* ไม่มีบอลลูน ไม่ต้องรอลดต้นลดดอก พร้อมยืนราคาเก่าถึงสิ้นปี 2565 เท่านั้น (เฉพาะลูกค้าที่จองและส่งมอบภายใน 30 ธันวาคม 2565 เท่านั้น)

ข้อเสนอรายรุ่นสำหรับแคมเปญดอกเบี้ย 0% นาน 5 ปี* สำหรับรถที่จองและส่งมอบภายใน 30 ธันวาคมนี้

  • A5 Coupé และ A5 Sportback 40 TFSI S line ดาวน์  999,900 บาท      ผ่อน 29,900 บาท/เดือน
  • Q3 35 TFSI S line ดาวน์  765,000 บาท      ผ่อน 29,750 บาท/เดือน
  • Q3 40 TFSI quattro S line Black Edition ดาวน์  999,900 บาท      ผ่อน 29,900 บาท/เดือน
  • Q3 SB 40 TFSI quattro S line Black Edition ดาวน์  1,499,500 บาท   ผ่อน 24,990 บาท/เดือน
  • TT Coupé 45 TFSI quattro S line ดาวน์  1,164,992 บาท   ผ่อน 38,900 บาท/เดือน
  • A6 40 TFSI S line ดาวน์ 1,158,974 บาท    ผ่อน 39,000 บาท/เดือน

พร้อมแคมเปญพิเศษมากมายสำหรับลูกค้าบัตรเครดิตให้เลือกได้ตามความต้องการ อาทิเช่น บัตรกสิกรไทย  สามารถผ่อนดาวน์ 0% นาน 6 เดือน (ยอดสูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท) เมื่อจัดไฟแนนซ์กับ K-Leasing

ปัจจุบันอาวดี้มีรถยนต์ให้เลือกสรรครอบคลุมทุกเซกเมนต์ มากถึง 38 variants 20 bodytype ตอบโจทย์ลูกค้าทุกไลฟ์สไตล์ โดยทุกรุ่นมาพร้อมสมรรถนะอันทรงพลัง ดีไซน์โดดเด่นไม่เหมือนใคร และออฟชั่นจัดเต็มคุ้มค่ากับราคา

รถยนต์อาวดี้ ทุกคันเป็นรถยนต์ประกอบนอกและนำเข้าทั้งคันมาตรฐานเยอรมัน ลูกค้าอาวดี้ที่จองรถใหม่จะได้รับการดูแลจาก  Audi Protection ด้วยการรับประกันรถใหม่ 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร และการให้บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance ทั่วประเทศ 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี

“ซูซูกิ” เปิดตัว “NEW SUZUKI ERTIGA SMART HYBRID” พร้อมนำทัพรถยนต์ซูซูกิ บุกงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 39

0

บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด สร้างปรากฏการณ์ให้กับตลาดรถยนต์อีกครั้ง ประกาศเปิดตัว NEW SUZUKI ERTIGA SMART HYBRID อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ชูแนวคิด “The Power of Smart เต็มที่ทุกฟังก์ชัน เต็มพลังสมาร์ทไฮบริด” เติมเต็มความต้องการของลูกค้า ด้วยเทคโนโลยี Smart Hybrid Vehicle (SHVS) ระบบสมาร์ทไฮบริดแบบใหม่ล่าสุดของซูซูกิ พร้อมขนกองทัพรถยนต์ซูซูกิเข้าร่วมจัดแสดงภายในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39 อย่างคับคั่ง โดยยังมุ่งเน้นที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพดีเพื่อตอบรับไลฟ์สไตล์อันโดดเด่นของลูกค้า

นายมิโนรุ อามาโนะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สำหรับงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-12 ธันวาคม 2565 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี นับเป็นงานแสดงรถยนต์ที่จัดขึ้นในช่วงท้ายปี ที่มีส่วนช่วยกระตุ้นยอดขายรถยนต์และร่วมผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยมาโดยตลอด

งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39 ถูกจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ได้เวลา…สัมผัสอนาคต-It’s TIME…Come Touch the FUTURE” สื่อสารถึงความเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นในโลกยานยนต์ ด้วยการก้าวผ่านจากเครื่องยนต์สันดาปภายในไปสู่รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า เป็นแนวคิดที่สอดคล้องกับทิศทางการดำเนินธุรกิจของซูซูกิในอนาคตอันใกล้ ซึ่งไม่ใช่แค่เพียงการนำเสนอสินค้าคุณภาพดี มีความคุ้มค่า แต่มาพร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะสมบูรณ์แบบ พาคุณไปพบกับอิสระแห่งการเดินทางได้มากกว่าที่เคย

สำหรับการเข้าร่วมงานในครั้งนี้ ซูซูกิมีความภาคภูมิใจในการแนะนำ “NEW SUZUKI ERTIGA SMART HYBRID-The Power of Smart เต็มที่ทุกฟังก์ชัน เต็มพลังสมาร์ทไฮบริด” ครั้งแรกในประเทศไทยกับเทคโนโลยี SMART HYBRID ที่ติดตั้งมาในรถยนต์อเนกประสงค์ขนาด 7 ที่นั่ง  ซึ่งถูกออกแบบมาให้พร้อมตอบโจทย์ในการใช้งาน ยกระดับชีวิตสู่ความสมาร์ทในทุกเส้นทาง ด้วยเทคโนโลยี SHVS เทคโลยีระบบสมาร์ทไฮบริดแบบใหม่ของซูซูกิ ที่มีมอเตอร์ไฟฟ้า (Integrated Starter Generator หรือ ISG) พร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ION  เพื่อช่วยเสริมกำลังการทำงานของเครื่องยนต์ มีผลทำให้ลดอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ดีขึ้น และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยสมรรถนะและฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน มอบอิสระแห่งการเดินทางสุดสมาร์ทเพื่อให้ทุกการขับขี่เป็นไปได้อย่างสมบูรณ์แบบ

การนำเสนอผลิตภัณฑ์ล่าสุดอย่าง “NEW SUZUKI ERTIGA SMART HYBRID” เรามีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าจะสร้างปรากฎการณ์ให้กับตลาดรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ของไทยให้คึกคักมายิ่งขึ้นนับจากนี้  ทั้งยังจะมีส่วนช่วยในการส่งเสริมให้ตัวเลขยอดขายรถยนต์ของซูซูกิในปี 2565 มีอัตราการเติบโตสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา

ถึงแม้สถานการณ์ตลาดอุตสาหกรรมยานยนต์โดยรวมจะมีแนวโน้มที่ยากลำบากแต่ยอดขายรถยนต์ในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมาซูซูกิมีอัตราการเติบโตสูงขึ้น 2.49% ที่ตัวเลขยอดขายจำนวน 17,180 คัน ด้วยกลยุทธ์สำคัญคือ การนำเสนอสินค้าและบริการที่เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าให้สามารถเข้าถึงและเป็นเจ้าของได้โดยง่าย ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้ปลอดภัยได้อย่างมีความสุข โดยจากการเข้าร่วมงานมหกรรม

ยานยนต์ ครั้งที่ 39 ด้วยสถานการณ์หลายอย่างเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น รวมถึงบรรยากาศที่มีส่วนช่วยกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจซื้อรถในช่วงนี้ ซูซูกิคาดการณ์ว่าจะสามารถสร้างยอดจองภายในงานได้ถึง 2,400 คัน

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “NEW SUZUKI ERTIGA SMART HYBRID -The Power of Smart เต็มที่ทุกฟังก์ชัน เต็มพลังสมาร์ทไฮบริด” นับเป็นอีกปรากฎการณ์ของรถอเนกประสงค์ประเภท MPV ในประเทศไทย ที่มาพร้อมดีไซน์ที่จะพาคุณไปพบอิสระแห่งการเดินทางสุดสมาร์ท ด้วยเครื่องยนต์ SMART HYBRID ใหม่ เต็มที่ทุกฟังก์ชัน ตอบโจทย์ในทุกการใช้งาน ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ SHVS จากซูซูกิ ที่ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า Integrated Starter Generator หรือ ISG พร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ION  เพื่อเสริมการขับเคลื่อนให้เครื่องยนต์ไม่ต้องทำงานหนัก และชาร์จกระแสไฟ (Regenerative) เข้าไปเก็บในแบตเตอรี่  มีส่วนสำคัญในการลดการปล่อยมลพิษออกจากเครื่องยนต์ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

“จุดเด่นของเทคโนโลยีของเครื่องยนต์ SMART HYBRID ที่จะพาทุกคนไปพบกับทุกความสมาร์ทในการเดินทาง ให้เราสามารถเลือกใช้ชีวิตได้อย่างชาญฉลาด ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ มีขนาดมิติความยาว 4,395 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,735 และความสูง 1,690 มิลลิเมตร นอกจากจะประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 17.9 กิโลเมตรต่อลิตร ยังเสริมประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนให้รถออกตัวได้อย่างนุ่มนวล โดยมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 134 กรัม/กิโลเมตร การบำรุงรักษาง่ายไม่แตกต่างจากรถเครื่องยนต์เบนซิน ใช้งานได้อย่างไร้กังวล เพราะรับประกันอายุแบตเตอรี่นานถึง 5 ปี”

“NEW SUZUKI ERTIGA SMART HYBRID ”ยังโดดเด่นด้วยดีไซน์ทั้งภายนอกและภายใน กระจังหน้าโครเมียมดีไซน์ใหม่ ผสมผสานด้วยไฟหน้าโปรเจคเตอร์ พร้อมระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติพร้อมฟังก์ชัน GuideMe (Automatic turn-on/off headlight with guide me functionality)  สะดวกแม้ยามค่ำคืน ไฟท้ายแบบ LED แบบ Light Guides และสัญลักษณ์ Hybrid ที่บริเวณประตูด้านท้าย กระจกมองข้างพับออโต้ (Auto Retractable Outside Mirror) เสาอากาศแบบใหม่ ล้ออะลูมิเนียมอัลลอยแบบทูโทน ขนาด 15 นิ้ว

การออกแบบภายในบริเวณคอนโซลด้านหน้าและแผงประตูสีดำตกแต่งลายไม้สีเทา มาพร้อมกับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่รองรับการใช้งานอย่างครบครัน มาตรวัดพร้อมจอ LCD แสดงพลังงานแบตเตอรี่ และสถานะข้อมูลสำคัญของตัวรถ อาทิข้อมูลการขับขี่ Driving G-Force พร้อมอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง เชื่อมต่อกับความบันเทิงในทุกเส้นทางด้วยจอแสดงผลระบบสัมผัส ขนาด 10 นิ้ว ฟังก์ชันเอนเตอร์เทนเมนท์ครบครัน ด้วยเครื่องเล่นวิทยุ MP3 และ WMA พร้อมระบบเชื่อมต่อ Bluetooth และระบบเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน สามารถรองรับการใช้งาน USB และ HDMI

พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันทรง D-Shape พร้อมปุ่มควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control ปุ่มควบคุมเครื่องเสียง และปุ่มควบคุมระบบสั่งการโทรศัพท์บนพวงมาลัย สะดวกสบายทุกการขับขี่ ด้วย Keyless entry และ Keyless Push Start พร้อมแท่นชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย และช่องจ่ายไฟสำรอง 12V มากถึง 2 ตำแหน่ง ทั้งยังสะดวกสบายด้วยช่องวางเครื่องดื่ม 8 ตำแหน่ง พร้อมช่องเป่าลมเย็นบริเวณคอนโซลกลาง และเย็นสบายอย่างทั่วถึงด้วยระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารด้านหลังสะดวกสบายตลอดการเดินทาง

ภายในห้องโดยสารกว้างขวางและสะดวกสบาย ด้วยที่นั่ง 3 แถว 7 ที่นั่ง  พร้อมฟังก์ชันการปรับพับเบาะที่เหมาะกับทุกไลฟ์ไสต์   เบาะนั่งแถวที่สองปรับพับแยกเบาะแบบ 60:40  แถวที่สามแบบ 50:50 สามารถเลื่อนสไลด์ได้ 240 มิลลิเมตร จัดสรรสัมภาระได้อย่างลงตัวกับพื้นที่เก็บของอเนกประสงค์บริเวณใต้ห้องเก็บสัมภาระ เปิด-ปิด ได้อย่างอิสระ 50:50

แพลตฟอร์ม HEARTECT เทคโนโลยีอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของซูซูกิซึ่งช่วยเสริมสมรรถนะในการขับเคลื่อนเป็นไปอย่างคล่องตัว ปลอดภัย และประหยัดน้ำมัน ด้านความปลอดภัยมาพร้อมกับระบบถุงลมนิรภัย SRS คู่หน้า ระบบเบรก ABS ช่วยป้องกันล้อล็อกขณะเบรกกระทันหัน พร้อมระบบ EBD ช่วยกระจายแรงเบรกได้อย่างสมดุล เสริมด้วยระบบควบคุมเสถียรภาพในการทรงตัว ESP และการปรับแต่ง module ยังเหมาะกับการขับในเมืองด้วยระบบ Idling Stop ที่ช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำมันขณะรถหยุดนิ่ง ขับขี่อย่างมั่นใจในทุกเส้นทางด้วยระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Hold Control),จุดยึดเบาะสำหรับเด็ก ISOFIX และ Top tether,  กล้องมองภาพพร้อมเซ็นเซอร์ที่กะระยะในขณะถอยหลังได้อย่างแม่นยำ ปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยการป้องกันการโจรกรรมด้วยระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer

สำหรับ “NEW SUZUKI ERTIGA SMART HYBRID” แบ่งเป็น 2 รุ่น คือ GL และ GX เกียร์อัตโนมัติ มีสีทั้งหมด 4 สีได้แก่ สีแดง (สีใหม่) Mellow Deep Red, สีขาว (Pearl Snow White) สีเทา (Metallic Magna Gray) และสีดำ (Cool Black Metallic)

ฟีเจอร์ใหม่ NEW SUZUKI ERTIGA SMART HYBRID รุ่น GL

รายละเอียด ERTIGA 2018 NEW SUZUKI ERTIGA SMART HYBRID
CO2 (g/km) 146 134
Fuel consumption (km/l)

–             สภาวะขับขี่โดยรวม (Combine)

–             สภาวะขับขี่ในเมือง (Urban)

–             สภาวะขับขี่นอกเมือง (Extra Urban)

 

15.9

12.7

18.5

 

17.9

15.9

19.2

จอระบบสัมผัส ขนาด 7 นิ้ว เครื่องเล่นวิทยุ MP3 และ WMA พร้อมระบบเชื่อมต่อ Bluetooth และระบบเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน รวมไปถึงแสดงฟังก์ชัน ข้อมูลรถขณะขับขี่ (Driving display) อัตราสิ้นเปลือง,ความเร็วเฉลี่ย,การทำงานของระบบสมาร์ทไฮบริด เป็นต้น มี
จอแสดงข้อมูลการขับชี่ LCD แสดงพลังงานแบตเตอรี่ และ Driving G Force มี

 

ฟีเจอร์ใหม่ NEW SUZUKI ERTIGA SMART HYBRID รุ่น GX

รายละเอียด ERTIGA 2018 NEW SUZUKI ERTIGA SMART HYBRID
CO2 (g/km) 146 134
Fuel consumption (km/l)

–             สภาวะขับขี่โดยรวม (Combine)

–             สภาวะขับขี่ในเมือง (Urban)

–             สภาวะขับขี่นอกเมือง (Extra Urban)

 

15.9

12.7

18.5

 

17.9

15.9

19.2

ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) มี
จอแสดงข้อมูลการขับชี่ LCD แสดงพลังงานแบตเตอรี่ และ Driving G Force มี
Wireless Charger มี
ระบบไฟหน้าเปิด-ปิดอัตโนมัติพร้อมฟังก์ชัน GuideMe

(Auto on-off lighting with guide me functionality)

มี
กระจกมองข้างพับออโต้

(Auto Retractable Outside Mirror)

มี

 

นอกจากนั้น ภายในบูธรถยนต์ซูซูกิ ยังคับคั่งไปด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพรุ่นยอดนิยมจากซูซูกิ ประกอบไปด้วย SUZUKI SWIFT สปอร์ตแฮทช์แบ็กยอดนิยม สร้างยอดขายเป็นอันดับหนึ่งของซูซูกิมาอย่างต่อเนื่อง ดีไซน์อันโดดเด่น เครื่องยนต์รหัส K12M ขนาด 1.2 ลิตร หัวฉีดคู่ DUALJET ช่วยลดมลพิษและประหยัดน้ำมันถึง 23 กิโลเมตรต่อลิตร ในราคาเริ่มต้นเพียง 567,000 บาท

SUZUKI CIAZ อีโคคาร์ซีดาน อีกหนึ่งรุ่นที่สามารถตอบโจทย์ความคุ้มค่าด้านการใช้งาน การบำรุงรักษา และรวมถึงราคาที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันได้เป็นอย่างดีที่มีชนิดเกียร์ให้เลือกทั้งแบบเกียร์ธรรมดา และแบบเกียร์อัตโนมัติ ราคาจำหน่ายเริ่มต้นเพียง 528,000 บาท

SUZUKI CELERIO รถยนต์นั่งขนาดคอมแพ็คคุณภาพเกินตัว และได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดีมาโดยตลอด โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์โควิด-19 รถยนต์รุ่นนี้สามารถทำยอดขายได้ดีเกินคาด ส่วนหนึ่งมาจากสมรรถนะการขับที่ดี ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงกว่า 20 กิโลเมตรต่อลิตร เป็นเจ้าของได้ง่าย ด้วยราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 338,000 บาท

SUZUKI XL7  “Multi-Dynamic Crossover” รถยนต์ครอสโอเวอร์ขนาด 7 ที่นั่ง รถยนต์สำหรับครอบครัว ที่มีมิติรถขนาดใหญ่ที่มีความยาว 4,450 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,775 มิลลิเมตร ความสูง 1,710 มิลลิเมตร และความสูงใต้ท้องรถ 200 มิลลิเมตร มอบวิสัยทัศน์และสมรรถนะในการขับขี่ทุกฟังก์ชันการใช้งานอย่างครบครัน ในราคาที่คุ้มค่า 814,000 บาท

SUZUKI CARRY รถกระบะบรรทุกอเนกประสงค์ ที่ถูกออกแบบมาให้มีรูปลักษณ์ที่พร้อมจะนำไปดัดแปลงและพัฒนาต่อยอดให้เข้ากับทุกแนวทางของการดำเนินชีวิต โดยนับจากนี้ SUZUKI CARRY จะไม่ได้ถูกจดจำในฐานะ “Food Truck” ธุรกิจติดล้อเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่จะกลายเป็น Goods Truck ที่สามารถต่อยอดในการช่วยเหลือสังคม รวมถึงการปรับใช้ส่วนตัว เพื่อให้กลายเป็นรถขนส่งความสุขเคียงข้างทุกเส้นทางฝัน เป็นเสมือนดั่งพาร์ทเนอร์คนสำคัญ ที่พร้อมจะสนับสนุนและร่วมขับเคลื่อนอยู่เคียงข้างด้วยความจริงใจ พร้อมเดินหน้าไปสู่จุดหมายและประสบความสำเร็จไปด้วยกัน ราคาจำหน่ายเพียง 395,000 บาท

ในโซน Customized ทางซูซูกิยังคงนำรถหลากหลายรุ่นมาร่วมจัดแสดงภายในงาน เพื่อเป็นแนวทางสำหรับลูกค้าที่ชื่นชอบการตกแต่งรถที่ไม่เหมือนใคร ในครั้งนี้ซูซูกิจึงเสนอการนำ SUZUKI CARRY รถกระบะบรรทุกอเนกประสงค์มาตกแต่งในแนวคิด “Dream Carrier บรรทุกฝันเพื่อวันสำเร็จ” ไม่ว่าความฝันของคุณคืออะไร SUZUKI CARRY พร้อมช่วยต่อยอดความฝันให้ทุกคนได้เสมอ และด้วยสังคมการใช้ชีวิตของผู้คนในปัจจุบันนี้เปลี่ยนแปลงไป หลากหลายอาชีพที่เราเคยคุ้นตาถูกหลงลืมและหายไป ในอดีตเราเคยเห็นอาชีพช่างซ่อมเสื้อผ้าและรองเท้าดำเนินอยู่ตามร้านเล็กๆ หรือตามหัวมุมบาทวิถี โดยมีช่างผู้ชำนาญการประจำการพร้อมเครื่องมือหาเลี้ยงชีพ อาทิ จักรเย็บผ้าและอุปกรณ์ตัดเย็บต่างๆ หรือลังไม้ที่บรรจุอุปกรณ์ในการซ่อมรองเท้า วันนี้ SUZUKI CARRY มาต่อยอดความฝันขับเคลื่อนอาชีพช่างซ่อมเสื้อผ้าและรองเท้าให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งบนรถกระบะบรรทุกฝัน เพื่อจะได้ขับออกไปให้บริการลูกค้าตามสถานที่ชุมชนต่างๆ ได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยออกแบบพื้นที่ใช้สอยภายในรถ ให้สามารถทำงานไปได้ในเวลาเดียวกัน สะดวกทั้งเจ้าของธุรกิจและลูกค้าที่มาใช้บริการ นี่คืออีกครั้งหนึ่งที่ SUZUKI CARRY ตอกย้ำแนวคิด Carry Your Dream เคียงข้างทุกเส้นทางฝัน” ได้อย่างชัดเจน ซึ่งเรามีเป้าหมายที่จะปรับเปลี่ยนรถกระบะบรรทุกให้เป็นรถขนส่งความสุขเคียงข้างทุกเส้นทางฝันทั้งในด้านธุรกิจและส่วนตัว รวมถึงการช่วยเหลือสังคมเหมาะสมกับการเป็นรถที่ครองใจผู้ประกอบการตัวจริง

นายวัลลภ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากความพร้อมทางด้านผลิตภัณฑ์ที่จะนำไปจัดแสดงแล้ว ซูซูกิยังได้ร่วมมือกับสถาบันการเงินชั้นนำเข้ามาร่วมเป็นพันธมิตรพร้อมทีมงานคอยให้คำปรึกษาทางด้านสินเชื่อแก่ลูกค้า ซึ่งจะทำให้มีความหลากหลายในด้านของสินเชื่อต่างๆ มากขึ้นและเป็นทางเลือกที่ดีในการเป็นเจ้าของรถยนต์ซูซูกิได้ง่ายยิ่งขึ้น ด้วยแคมเปญพิเศษในชื่อโครงการว่า “SUZUKI SUPER FLASH DEAL” ที่จะมอบให้เป็นของขวัญปีใหม่สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ซูซูกิทุกท่าน รายละเอียดและเงื่อนไขต่างๆ เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บูธรถยนต์ซูซูกิ ภายในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-12 ธันวาคม 2565 ณ อาคารอิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศใกล้บ้านท่าน

 

ช่องทางการติดต่อ
www.suzuki.co.th 
www.facebook.com/officialsuzukimotorthailand
SUZUKI Cause We Care: 1800-600-900

 

 

โตโยต้า ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน xEV ขับเคลื่อนสู่อนาคต พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษส่งท้ายปี! ในงาน “มหกรรมยานยนต์” ครั้งที่ 39 และที่โชว์รูมโตโยต้า

0

นายสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แถลงข่าวเปิดบูธโตโยต้าภายใต้แนวคิด “ขับเคลื่อนสู่อนาคตไปพร้อมกับโตโยต้าผู้นำด้าน xEV” (DRIVE TO THE FUTURE TOGETHER WITH TOYOTA , LEADER OF xEV) ในโอกาสครบรอบ 60 ปี ของ โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่นที่จะมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ความสุขให้กับคนไทยผ่านผลิตภัณฑ์ บริการด้านการขับเคลื่อน และยานยนต์ไฟฟ้าทุกประเภท

เริ่มจาก ในฐานะผู้นำด้าน xEV  ได้แนะนำ “TOYOTA bZ4X” รถไฟฟ้าคันแรกของโตโยต้า พร้อมเปิดตัว “Corolla CROSS 1.8 Sport Plus ใหม่”  กับอีกหนึ่งไฮไลท์ ที่นำมาเพื่อตอบสนองกระแสเรียกร้องของแฟนพันธุ์แท้ได้ร่วมสัมผัสกับ Sport Hatchback สายพันธุ์แชมป์ “GR Corolla” และท่านลูกค้ายังสามารถสั่งจองเป็นเจ้าของรถยนต์ยอดนิยมอีกหลายรุ่น อาทิ รถยนต์สายพันธุ์สปอร์ต GR Series และรถยนต์รุ่นตกแต่งพิเศษ Modellista พร้อมรถยนต์ที่มีความคุ้มค่าสูงสุดของโตโยต้า

สัมผัสประสบการณ์การซื้อรูปแบบใหม่ (New Buying Experience) และประสบการณ์การใช้งานรูปแบบใหม่ (New Usage Experience) พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษ “โตโยต้าฉลองครบรอบ 60 ปี แจกอลัง 600 รางวัล” ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39 ระหว่างวันที่ 1 -12 ธันวาคม 2565 ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี และที่โชว์รูมโตโยต้าทั่วประเทศ

นายสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวในการแถลงข่าวเปิดบูธว่า “ปีนี้ เป็นปีครบรอบ 60 ปีของ โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เรามุ่งมั่นที่จะมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ความสุข ให้กับคนไทยมากยิ่งขึ้น ผ่านผลิตภัณฑ์ และบริการด้านการขับเคลื่อนของเรา รวมทั้งรถยนต์ไฟฟ้าทุกประเภทในฐานะผู้นำด้าน xEV  โดยในปัจจุบันเรากำลังอยู่ในโลกที่ความต้องการความหลากหลาย และเป็นยุคสมัยที่ยากต่อการคาดเดาอนาคต  โตโยต้าจึงเลือกที่จะสร้างทางเลือกที่หลากหลายเพื่อเดินหน้าสู่ความเป็นกลางของคาร์บอนด้วยเทคโนโลยีต่างๆ เช่น HEV, PHEV, BEV, FCEV ตลอดจน เครื่องยนต์สันดาปภายในไฮโดรเจน ตามวิสัยทัศน์ “Mobility for All” หรือ “การขับเคลื่อนสำหรับทุกคน” โตโยต้าจึงอยากมอบทางเลือก ให้กับลูกค้าของเราให้ได้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้”

นายสุรศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า “เพื่อตอกย้ำสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ORC ROOKIE Racing จากประเทศญี่ปุ่น จะร่วมลงแข่งในรายการ IDEMITSU 1500 SUPER ENDURANCE 2022 การแข่งขัน Endurance 25 ชั่วโมงครั้งแรกในเอเชีย ซึ่งจะจัดขึ้นที่บุรีรัมย์ ในเดือนธันวาคมด้วยรถต้นแบบ “ORC ROOKIE GR Corolla H2”  ซึ่งใช้รถแข่งเครื่องยนต์สันดาปภายในพลังงานไฮโดรเจน และ “ORC ROOKIE GR86 CNF” ซึ่งใช้ e-fuel เป็นเชื้อเพลิง นอกจากนี้ Toyota Gazoo Racing Team Thailand ก็จะร่วมลงแข่งด้วยรถต้นแบบ “ORC ROOKIE GR86 CNF” พร้อมกันด้วย”

ในปี 2565 ที่ผ่านมา โตโยต้าได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ มากมายสู่ตลาดรถยนต์เมืองไทย และได้รับเสียงตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี เช่น bZ4X รถยนต์แบตเตอรี่คันแรกของโตโยต้า ประสบความสำเร็จด้วยยอดจอง 3,356 คัน ภายใน 24 ชม. ก่อนปิดการรับจอง

รถยอดนิยมขวัญใจคนไทยอย่างแท้จริง TOYOTA “Yaris ATIV ใหม่ รถของเรา” ที่มียอดจองตั้งแต่เปิดตัว จนถึงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2565 ที่ 45,802 คัน ทั้งยังการันตีความยอดเยี่ยมด้วย “รางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2565”  (2022 THAILAND CAR OF THE YEAR) จากสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (TAJA) และเพื่อแสดงความขอบคุณสำหรับลูกค้าที่จอง หรือ ออกรถ ALL NEW TOYOTA YARIS ATIV “Our beloved Car” ตั้งแต่วันที่ 9 ส.ค. ถึง 31 ธ.ค. 65  นี้ เตรียมลุ้นสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมสุด Exclusive กับ BamBam Our Beloved Presenter Meet & Greet,

สำหรับรถกระบะ TOYOTA Hilux REVO-D ได้รับการตอบรับ และคำชื่นชมในระบบช่วงล่าง อันยอดเยี่ยม ด้วยยอดจองเติบโตถึง 49% เมื่อเทียบกับยอดขายก่อนปรับปรุง นอกจากนี้ ยังมีรถที่ได้รับความนิยมอย่าง Corolla CROSS กับยอดขายอันดับ 1 ในกลุ่ม C Segment SUV ณ ขณะนี้ รวมถึง TOYOTA VELOZ  กับยอดขายสูงสุดในกลุ่ม MINI MPV นับตั้งแต่เริ่มส่งมอบตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา และเราขอขอบคุณแฟนพันธุ์แท้ทุกท่าน ที่ติดตามเป็นเจ้าของรุ่น Limited อย่าง TOYOTA GR 86, TOYOTA GR Supra และล่าสุดรุ่น TOYOTA GR Corolla ใหม่ ที่เราได้นำมาจัดแสดง ภายในงานนี้”

 

รถยนต์ที่จัดแสดงในงาน มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39

GR Corolla

Sport hatchback ตัวแรงรุ่นล่าสุดใน GR Series สายพันธุ์ World Rally Championship” สมรรถนะสูงจากสนามแข่ง กับอีกหนึ่งตำนานแห่งประวัติศาสตร์ของโตโยต้า ด้วยการคว้าแชมป์ในรายการแข่งขันรถยนต์ระดับโลก โดยตลอดระยะเวลากว่า 6 ทศวรรษ COROLLA ได้รับการบ่มเพาะด้วยประสบการณ์อันโชกโชน และความเชี่ยวชาญของทีมบุคลากร ร่วมกันพัฒนาจนเป็นยนตรกรรมที่ดีสุดรุ่นหนึ่งของโตโยต้า โดดเด่นด้วยสมรรถนะการขับขี่เหนือระดับ และเพียบพร้อมด้วย TOYOTA DNA ทั้งคุณภาพ : Quality ความทนทาน : Durability และความน่าเชื่อถือ : Reliability อันเป็นที่ยอมรับจากลูกค้าทั่วโลก ทำให้ COROLLA เป็นชื่อของรุ่นรถที่วางจำหน่ายยาวนานที่สุดของ โตโยต้า ทั้งยังครองตำแหน่งยอดขายสะสมทั่วโลกสูงสุดเป็นอันดับหนึ่ง นำเข้ามาจำนวนจำกัดตามคำเรียกร้องของแฟนพันธุ์แท้ TOYOTA GR Series เผยโฉมครั้งแรกในงานนี้

Leader of xEV Zone

รถยนต์นั่งขับเคลื่อนด้วยพลังงานแบตเตอรี่ไฟฟ้า (BEV) รุ่นแรกภายใต้แบรนด์โตโยต้ากับ TOYOTA bZ4X สู่ตลาดประเทศไทย เพื่อมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่ายานยนต์ไฟฟ้า

ยนตรกรรมที่มาจาก TOYOTA DNA (Beyond Electric Experience, Toyota DNA) ซึ่งได้รับการยอมรับจากลูกค้ามาอย่างยาวนาน ภายใต้ปรัชญาในการพัฒนารถด้วยองค์ประกอบของ QDR ได้แก่ Quality : คุณภาพ Durability : ความทนทาน และ Reliability : ความน่าเชื่อถือ ทำให้มั่นใจได้ว่าผู้ที่ครอบครองรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่โดดเด่นเหนือระดับรุ่นนี้ จะได้รับสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่า ขับสนุก (Fun-to-Drive) ตอบสนองฉับไว แม่นยำในการขับเคลื่อน ด้วยโครงสร้าง e-TNGA ซึ่งเป็น Platform ใหม่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าของโตโยต้าโดยเฉพาะ

GR Zone

นำเสนอรถยนต์ GR Series ในรุ่นต่างๆ  ซึ่งเป็นรถที่ได้รับการพัฒนา และ DNA จากทีมรถแข่งมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกของโตโยต้า Toyota Gazoo Racing Team ที่ถ่ายทอดประสบการณ์ในการเข้าร่วมการแข่งขันกีฬามอเตอร์สปอร์ตทั่วโลก และออกแบบเป็นรถยนต์ที่สามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้ภายใต้แนวคิด “จากสนามแข่ง สู่ท้องถนน”  หรือ “From Circuit to Road”

Hilux REVO-D

Hilux REVO-D 4 ประตู Z-Edition (Lo-Floor) ตอบโจทย์การใช้งานของกลุ่มลูกค้าวัยรุ่น และคนทำงานกลุ่มอุตสาหกรรม ซึ่งเน้นการใช้รถในชีวิตประจำวัน เช่น การเดินทางมาทำงาน และการใช้ชีวิตสันทนาการหลังเลิกงาน เพื่อเพิ่มความสนุกสนาน เกาะถนนหนึบ นุ่มนวล และความสบายในการขับขี่มากยิ่งขึ้น จึงได้เพิ่มชุดช่วงล่างใหม่ที่เกิดขึ้นจากปรัชญาการพัฒนารถแข่งระดับโลก Gazoo Racing นั่นคือ “GR-Sport” ที่ลดความสูงของช่วงล่างลง 23 มิลลิเมตร พร้อมปรับขนาดล้ออัลลอยด์จากเดิม     16 เป็น 17 นิ้ว และเพิ่มความนุ่มนวล เกาะถนน ด้วยการใช้ยาง Radial สมรรถนะสูงขนาด 215/55R17 ทำให้สามารถควบคุมพวงมาลัยได้ดั่งใจ และสนุกสนานในการขับขี่มากยิ่งขึ้น โดยได้รับการยอมรับและพิสูจน์จากลูกค้าจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศไทย ที่เข้าร่วมการแข่งขัน Slalom

MODELLISTA Zone

สัมผัสรถยนต์ที่ได้รับการตกแต่งด้วยชุดแต่ง Modellista ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเมือง TOKYO ประเทศญี่ปุ่นหนึ่งในมหานครแห่งความทันสมัย เพิ่มสีสันให้กับรถ และไลฟ์สไตล์ของคุณให้มีความพรีเมียม หรูหรามากยิ่งขึ้น ภายใต้แนวคิด ” Trend Leader on the Road” สะท้อนภาพลักษณ์อันหรูหรา โดดเด่น ของอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ TOYOTA ภายใต้ Brand MODELLISTA ซึ่งปัจจุบัน มีทั้งสิ้น 5 รุ่น ได้แก่ TOYOTA Camry, Corolla Cross, และใหม่ ในรุ่น Yaris ATIV, HILUX REVO, และFORTUNER

ชุดแต่ง MODELLISTA ใหม่

Yaris ATIV MODELLISTA

ประกอบด้วย สเกิร์ตกันชนหน้า – สเกิร์ตกันชนหลัง – ชุดสเกิร์ตข้าง – สปอยเลอร์หลัง – ล้ออัลลอย 17 นิ้ว พร้อมยางขนาด 205/50 R17 และสัญลักษณ์ MODELLISTA ท้ายรถ สามารถติดตั้งได้กับ YARIS ATIV ทุกรุ่น รับประกันสูงสุดในระยะเวลา 36 เดือน หรือระยะ 100,000 กิโลเมตร

ราคาพิเศษเพียง 48,500 บาท  

HILUX REVO D MODELLISTA

ประกอบด้วย สเกิร์ตกันชนหน้า – ล้ออัลลอย 20 นิ้ว พร้อมยางขนาด 265/50 R20 และสัญลักษณ์ MODELLISTA

ราคาพิเศษเพียง 59,500 บาท  

FORTUNER MODELLISTA

ประกอบด้วย HOOD EMBLEM – สัญลักษณ์ MODELLISTA สี PIANO BLACK – สปอยเลอร์กันชนหลัง สปอยเลอร์กันชนหน้า –  ล้ออัลลอย 20 นิ้ว ลายใหม่ พร้อมยางขนาด 265/50 R20 เฉพาะรุ่น Leader – ชุดตกแต่งกระจังหน้า และสัญลักษณ์ MODELLISTA

ราคาพิเศษเพียง 59,500 บาท  สำหรับ FORTUNER Legender

ราคาพิเศษเพียง 69,500 บาท สำหรับ FORTUNER Leader

 

พบ Line up ใหม่ของ Corolla CROSS 1.8 Sport Plus

พัฒนาขึ้นเพื่อตอบรับความต้องการของลูกค้า ด้วยการปรับปรุงดีไซน์ภายนอก เช่น กระจังหน้าสีดำเงา ด้วยสี Gun Metallic ไฟตัดหมอก ไฟหน้าโปรเจคเตอร์แบบ LED ไฟเลี้ยว ไฟวิ่งกลางวัน และไฟท้าย LED คิ้วกระจกมองข้างโครเมียม

ราคาพิเศษเพียง 999,000 บาท (สีขาวมุก White Pearl เพิ่ม 10,000 บาท) 

นอกจากนี้ นายสุรศักดิ์ กล่าวถึงแคมเปญต่างๆ ภายในงานว่า “สำหรับผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์รุ่น Limited ผมขอเสนอโอกาสสุดท้าย เพื่อให้ท่านได้ร่วมสะสมและครอบครองรถยนต์โตโยต้ารุ่นฉลองครบรอบ 60 ปี ที่มีเหลือเพียง 500 คันเท่านั้น ซึ่งลูกค้ายังได้ร่วมสิทธิ์ลุ้นรับ TOYOTA GR86  ฟรี!”

ข้อเสนอพิเศษในงาน มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39

Corolla CROSS 1.8 Sport Plus

  • แคมเปญทางเลือกที่ 1 ดอกเบี้ย 85% (ดาวน์ 25% 48 เดือน)
  • หรือทางเลือกที่ 2 ดอกเบี้ย 39% (ดาวน์ 25% 48 เดือน) ฟรีประกันภัยชั้น 1 โตโยต้าแคร์
  • พร้อมโปรแกรมขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพ จาก 3 ปีเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กม. ฟรีค่าแรงเช็คระยะจนถึง 100,000 กม. (มูลค่า 35,000 บาท)
  • KINTO : บริการ Online เช่ารถยนต์ระยะยาวสำหรับบุคคลทั่วไป คุ้มค่า สะดวกสบาย ได้รถใหม่แบบไม่ต้องใช้เงินดาวน์ ครอบคลุมทุกค่าใช้จ่ายที่จำเป็น หมดกังวลเรื่องราคาขายต่อ พร้อมรถใช้ระหว่างซ่อม ที่เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย
  • ประกันภัยในรูปแบบ Pay How You Drive (PHYD) “ขับดี ลดให้”

Yaris ATIV

  • ทางเลือกที่ 1 : ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 5,242 บาท (ดาวน์ 25% 84 เดือน) พร้อมประกันภัยชั้น 1 Toyota Care (หมายเหตุ : คำนวนจากรุ่น Entry ราคา 549,000 บาท ที่ดาวน์ 25%, ผ่อน 84 เดือน เฉพาะลิสซิ่งไอซีบีซี)
  • ทางเลือกที่ 2 : ดาวน์เริ่มต้น 0 บาท พร้อมประกันภัยชั้น 1 Toyota Care (คำนวนจากรถ Yaris รุ่น Entry ราคา 549,000 บาท) จากส่วนลดเงินดาวน์ 27,450 บาท ที่ดาวน์ 5%
  • ทางเลือกที่ 3 : ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0% (ดาวน์ 15%, 48 เดือน) พร้อมประกันภัยชั้น 1 Toyota Care (เฉพาะธนาคารทหารไทยธนชาต) สถาบันการเงินที่เข้าร่วม : โตโยต้า ลีสซิ่ง, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารทหารไทยธนชาต, ธนาคารเกียรตินาคินภัทร, ลีสซิ่งไอซีบีซี, ธนาคารไทยพาณิชย์ และ บริษัทลีสซิ่งกสิกรไทย

พิเศษสุด! สำหรับลูกค้าที่จอง และออกรถ

 ALL NEW TOYOTA YARIS ATIV “Our beloved Car”

ตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคม ถึง 31 ธันวาคม นี้ ลุ้นสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมสุด Exclusive

กับ BamBam “Our beloved Presenter”

Hilux REVO-D

  • ข้อเสนอดอกเบี้ย 1.49% จากดอกเบี้ยมาตรฐานสถาบันการเงินที่เข้าร่วม : โตโยต้า ลีสซิ่งธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารไทยพาณิชย์, ลีสซิ่งไอซีบีซี, ธนาคารเกียรตินาคินฯ, ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต, ลีสซิ่งกสิกรไทย
  • ขับฟรี 90 วัน และขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพ จาก 3 ปีเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร พร้อมทั้งฟรีค่าแรงเช็กระยะจนถึง 100,000 กม.

โตโยต้าขยายประกันภัยรูปแบบใหม่ ภายใต้ประกันภัยชั้น 1 Toyota CARE 

ขับดี ลดให้ “PHYD-Pay How You Drive” 

ภายใต้เทคโนโลยีคอนเนคเต็ด “Connected Technology”  ที่ทำการวิเคราะห์ข้อมูลและพฤติกรรมการขับขี่ คำนวณเป็นคะแนนการขับขี่ ซึ่งลูกค้าจะได้รับส่วนลดพิเศษสูงสุด 20% – 40% ในปีถัดไป ตามคะแนนการขับขี่ของแต่ละบุคคล โดยทางโตโยต้าร่วมมือกับ บริษัท ไอโออิ กรุงเทพ ประกันภัย จำกัด (มหาชน)ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์Toyota Care PHYD ตั้งแต่เปิดตัวในเดือนมิถุนายน 2563 ถึง  ปัจจุบัน โดยมีผู้ตอบรับใช้บริการมากกว่า 170,000  ราย ซึ่งสูงสุดในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากความสำเร็จของการตอบรับดังกล่าว ทางโตโยต้าได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำเทคโนโลยีการบริการประกันภัยรูปแบบใหม่ และสร้างความมั่นใจให้ผู้ใช้รถยนต์โตโยต้า โดยขยายผลิตภัณฑ์ไปยัง บริษัทประกันภัยชั้นนำ ในเดือนธันวาคม 2565 เพื่อให้ผู้ใช้รถยนต์โตโยต้าสามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ได้มากยิ่งขึ้น  ได้แก่

▪ บริษัท วิริยะประกันภัย จํากัด (มหาชน)

▪ บริษัท นวกิจประกันภัย จํากัด (มหาชน)

▪ บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน)

▪ บริษัท คุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด

ลูกค้าโตโยต้าสามารถสอบถามและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ประกันภัย PHYD ผ่านทางผู้แทนจำหน่ายฯ โตโยต้าทั่วประเทศ

หมายเหตุ : ประกันภัยชั้น 1 Toyota CARE ขับดี ลดให้ “PHYD-Pay How You Drive” ครอบคลุมรถยนต์โตโยต้ารุ่น Hilux Revo / Fortuner / Corolla Cross / C-HR / Camry/Yaris Ativ

 

ร่วมส่งความสุขท้ายปีกับกิจกรรม

“โตโยต้าฉลองครบรอบ 60 ปี แจกอลัง 600 รางวัล” สำหรับลูกค้าที่จองซื้อรถยนต์โตโยต้าทุกรุ่น ภายในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39 และที่ผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ จะได้รับสิทธิ์ลุ้นรับของรางวัล (Lucky Draw) โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

  • รางวัลที่ 1 แพ็กเกจที่พัก 3 วัน 2 คืน โรงแรม Inter-Continental Phuket Resort พร้อมบัตรสวนน้ำ Andamanda สำหรับ 2 ท่าน มูลค่า 20,000 บาท (50 รางวัล)
  • รางวัลที่ 2 คะแนน Toyota Alive-X The 1 Point 200,000 คะแนน มูลค่า 20,000 บาท (100 รางวัล)
  • รางวัลที่ 3 บัตรกำนัลเพื่อใช้เป็นส่วนลดสำหรับแลกซื้อรถยนต์ ซื้ออุปกรณ์ บริการตกแต่งรถยนต์หรือเข้าศูนย์บริการ มูลค่า 15,000 บาท (150 รางวัล)
  • รางวัลที่ 4 บัตรกำนัลเพื่อใช้เป็นส่วนลดสำหรับแลกซื้อรถยนต์ ซื้ออุปกรณ์ บริการตกแต่งรถยนต์หรือเข้าศูนย์บริการ มูลค่า 5,000 บาท (300 รางวัล)

รวมของรางวัลตลอดรายการจำนวน 600 รางวัล มูลค่าทั้งสิ้น 6,750,000 บาท

*เงื่อนไขและรายละเอียดเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

*บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า

ติดตามรับชมรถที่จัดแสดงภายในบูธโตโยต้า ผ่านการ LIVE FACEBOOK ทุกวันได้ที่ https://www.facebook.com/toyotamotor.th/ 

เชิญสัมผัสประสบการณ์การซื้อรูปแบบใหม่ และยนตรกรรมหลากหลายรุ่น พร้อมข้อเสนอพิเศษมากมาย ได้ในงาน มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39 ระหว่างวันที่ 1 -12  ธันวาคม 2565 ณ ศูนย์แสดงสินค้า และการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี

เมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ จัดโปรโมชันสุดพิเศษพร้อมสิทธิประโยชน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ สำหรับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์หลากรุ่นรับมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39 ยาวถึง 31 ธันวาคมนี้

0

เมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) เตรียมโปรโมชันสุดพิเศษสำหรับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ หลากหลายรุ่น พร้อมสิทธิประโยชน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟมากมาย ได้ที่งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39 ซึ่งจะจัดขึ้นที่อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 1-12 ธันวาคม 2565 และสอบถามสิทธิประโยชน์พิเศษต่างๆ ได้ที่โชว์รูมของผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั่วประเทศถึงวันที่ 31 ธันวาคมนี้

นายศุภวุฒิ จีรมนัสนาคร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ช่วงเวลาของงานมหกรรมยานยนต์ช่วงปลายปีคือช่วงเวลาแห่งการส่งมอบความสุขให้กับลูกค้า ซึ่งในปีนี้ทางเมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) ได้จัดเตรียมโปรโมชันพิเศษ สำหรับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์หลากหลายรุ่น พร้อมสิทธิประโยชน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟให้ลูกค้าได้เลือกสรรกันตลอดช่วงงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39 นี้ โดยลูกค้าสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่งานมหกรรมยานยนต์ และที่ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ”

สำหรับโปรโมชันพิเศษของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์หลากหลายรุ่นที่ลูกค้าสามารถมาพบได้ทั้งที่งานมหกรรมยานยนต์ และที่ศูนย์บริการของผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ ได้แก่

รุ่น GLC ลูกค้าสามารถเลือกระหว่าง

  • ฟรี โปรแกรมขยายเวลาการรับประกันคุณภาพรถยนต์ (MBSP Extra Guarantee) นานสูงสุด 8 ปี ‘ไม่จำกัดระยะทาง’* หรือ
  • ฟรี โปรแกรมขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ และบำรุงรักษาตามระยะทาง (MBSP Ultimate) นาน 4 ปี ‘ไม่จำกัดระยะทาง’*

พิเศษ ค่างวดเริ่มต้นเพียง 33,000 บาท/เดือน พร้อมรับเพิ่มฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mercedes-Benz Protection 1 ปี เมื่อทำสัญญามายสตาร์

รุ่น E-Class ลูกค้าสามารถเลือกระหว่าง

  • ฟรี โปรแกรมขยายเวลาการรับประกันคุณภาพรถยนต์ (MBSP Extra Guarantee) นาน 5 ปี ‘ไม่จำกัดระยะทาง’* หรือ
  • ฟรี โปรแกรมบำรุงรักษาตามระยะทาง (MBSP Easy care) นาน 3 ปี ‘ไม่จำกัดระยะทาง’ พร้อมประกันภัยชั้นหนึ่ง Mercedes-Benz Protection 1 ปี*

พิเศษ ค่างวดเริ่มต้นเพียง 33,100 บาท/เดือน พร้อมรับเพิ่มฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mercedes-Benz Protection 1 ปี เมื่อทำสัญญามายสตาร์

รุ่น C-Class Coupé และ GLC Coupé ลูกค้าสามารถเลือกระหว่าง

  • ฟรี โปรแกรมขยายเวลาการรับประกันคุณภาพรถยนต์ (MBSP Extra Guarantee) นาน 5 ปี ‘ไม่จำกัดระยะทาง’* หรือ
  • ฟรี โปรแกรมบำรุงรักษาตามระยะทาง (MBSP Easy care) นาน 3 ปี ‘ไม่จำกัดระยะทาง’ พร้อมประกันภัยชั้นหนึ่ง Mercedes-Benz Protection 1 ปี*

พิเศษ ค่างวดเริ่มต้นเพียง 35,400 บาท/เดือน พร้อมรับเพิ่มฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mercedes-Benz Protection 1 ปี เมื่อทำสัญญามายสตาร์*

 

รุ่น A 200 AMG Dynamic และ GLB ลูกค้าสามารถเลือกระหว่าง

  • ฟรี โปรแกรมขยายเวลาการรับประกันคุณภาพรถยนต์ (MBSP Extra Guarantee) นาน 5 ปี ‘ไม่จำกัดระยะทาง’* หรือ
  • ฟรี โปรแกรมบำรุงรักษาตามระยะทาง (MBSP Easy care) นาน 3 ปี ‘ไม่จำกัดระยะทาง’*

พิเศษ ค่างวดเริ่มต้นเพียง 21,500 บาท/เดือน พร้อมรับเพิ่มฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mercedes-Benz Protection 1 ปี เมื่อทำสัญญามายสตาร์*

พิเศษ!! สำหรับรถยนต์รุ่นที่ร่วมรายการ รับเพิ่ม กระเป๋าเดินทาง Mercedes-Benz Suitcase HORIZN STUDIOS ขนาด 33 ลิตร มูลค่า 29,340 บาท ฟรี เมื่อทำสัญญาทางการเงินกับเมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ (ของกำนัลมีจำนวนจำกัด)*

สำหรับลูกค้าทำสัญญาทางการเงิน “สตาร์ช้อยส์” รับข้อเสนอพิเศษ เติมน้ำมันฟรี 1 ปี! รับบัตรน้ำมันมูลค่าสูงสุด 50,000 บาท พร้อมข้อเสนอ ชำระเพิ่มเพียง 1% ของค่าเช่าต่องวด เพื่ออัปเกรดระยะทางการใช้งานจาก 20,000 เป็น 30,000 กิโลเมตร/ปี*

*ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2565 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ หรือ www.mercedes-benz.co.th/promotions

เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด กรณีมีข้อโต้แย้ง การตัดสินและคำชี้ขาดของบริษัทฯ ถือเป็นข้อยุติ และบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

 

 

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย และทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ท ฉลองชัย พร้อมเปิดตัว “มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่” ณ มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39

0

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ฉลองความสำเร็จแห่งจิตวิญญาณที่มุ่งมั่นสู่ชัยชนะ ด้วยดีเอ็นเอสายเลือดแชมป์แรลลี่ของทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ท และรถไทรทัน แรลลี่คาร์ ที่ชนะการแข่งขันรายการ เอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ 2022 ณ งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39  พร้อมเผยโฉมรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่! ซึ่งมาพร้อมกับฟีเจอร์และเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดเพื่อความสะดวกสบายและปลอดภัยสูงสุด ควรค่าแก่นิยาม “รางวัลแห่งความสำเร็จ” ร่วมด้วยการเปิดตัวแคมเปญพิเศษ เดนโด ไดร์ฟ เฮ้าส์หรือ ดีดีเอช นวัตกรรมระบบนิเวศของพลังงานสะอาดรูปแบบใหม่ สำหรับลูกค้า มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี เพื่อส่งเสริมให้คนไทยปรับตัวสู่ไลฟ์สไตล์สังคมคาร์บอนเป็นกลางแห่งยุคอนาคต เชิญเยี่ยมชมบูธ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ณ งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39 เพื่อค้นหาแรงบันดาลใจในการขับเคลื่อนความมุ่งมั่นสู่เป้าหมาย ด้วยรถมิตซูบิชิ หลากหลายรุ่น ที่ได้รับการแต่งพิเศษ เพื่อสะท้อนตัวตนและตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง ทั้งการขับขี่ในเมือง ท่องเที่ยวชมธรรมชาติด้วยความใส่ใจในสิ่งแวดล้อม และผู้รักความเร็วสไตล์มอเตอร์สปอร์ต

มร. เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า  “รถมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ทุกรุ่นของเราล้วนได้รับการสร้างสรรค์และผสานจิตวิญญาณนักแข่งแรลลี่ ดีเอ็นเอแชมป์ โดยทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งทีมมิตซูบิิิชิ แรลลี่อาร์ท และ รถไทรทัน แรลลี่คาร์ได้ร่วมพิสูจน์ให้เราได้เห็นอีกครั้งถึงจิตวิญญาณที่มุ่งมั่นสู่ชัยชนะด้วยการกลับมาทวงบัลลังก์แชมป์ได้อย่างสมศักดิ์ศรี ด้วยสายเลือดแชมป์มอเตอร์สปอร์ตของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส อันประกอบด้วย เครื่องยนต์ที่ทรงพลัง สมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม และความสะดวกสบายเหนือระดับทุกจุดในห้องโดยสาร ทะยานฝ่าการแข่งขันหฤโหดมาได้อย่างสวยงาม

รถไทรทัน แรลลี่คาร์ คันแชมเปี้ยนที่เพิ่งชนะการแข่งขันเอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ 2022 ที่จัดแสดงในงานนี้ สร้างขึ้นจากรถกระบะ มิตซูบิชิ ไทรทัน ที่ผลิตในไทย รุ่นเดียวกับที่จำหน่ายอยู่ในท้องตลาด โดยยังคงใช้เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.4 ลิตร อันทรงพลัง พร้อมด้วยระบบช่วงล่างที่แข็งแกร่งของไทรทัน ที่ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม มีการปรับแต่งน้อยมาก เพียงลดน้ำหนักของตัวรก และเพิ่มอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยให้เหมาะสมกับการตะลุยสนามแข่ง จึงเรียกได้ว่า รถมิตซูบิชิ ไทรทันที่เราใช้กันอยู่ทั่วไป ก็มีสมรรถนะแข็งแกร่งทรงพลัง คล้ายคลึงกับ ไทรทัน แรลลี่คาร์ คันแชมป์เปี้ยนนี้” มร. เออิอิชิ กล่าว

นอกจากนี้ เพื่อต่อยอดจิตวิญญาณนักแข่ง ทางมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังประกาศความพร้อมสนับสนุนการแข่งขันบนเวทีทางเรียบในไทยอย่างเช่น ทีม “TT Motorsport” ซึ่งจะลงแข่งขันในรายการ Thailand Super Series ปีหน้าอีกด้วย

เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่แตกต่างหลากหลายและไม่หยุดนิ่ง มิตซูบิชิ มอเตอร์ส จึงได้สร้างสรรค์และพัฒนายนตกรรมและนวัตกรรมที่ล้ำสมัย โดยในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39 นี้ ยังได้เผยโฉม รถมิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต รุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งจัดเป็นรถอเนกประสงค์ที่หรูหราและแตกต่าง พรั่งพร้อมด้วยสมรรถนะเครื่องยนต์ที่ทรงพลัง เทคโนโลยีด้านความปลอดภัยที่ล้ำสมัย และความสบายสูงสุดของห้องโดยสาร

ในงานนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ยังเปิดตัวรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่! ได้รับการยกระดับไปอีกขั้นด้วยเทคโนโลยีระบบฟอกอากาศ ที่ชื่อว่า “นาโนอีเอ็กซ์” (nanoeX) ซึ่งจะช่วยสร้างอากาศที่สะอาดและสดชื่นที่สุดภายในห้องโดยสาร เพื่อทุกคนที่คุณรัก พร้อมด้วยเบาะรองนั่งปรับไฟฟ้า ที่ออกแบบมาเพื่อให้เกิดความสบายสูงสุดสำหรับคนขับ รองรับทุกสรีระขณะขับขี่ ร่วมด้วยระบบเครื่องเสียงไดนามิคแบบพรีเมี่ยม 8 ลำโพง ที่จะทำให้คุณเพลิดเพลินไปตลอดทุกเส้นทาง มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่! เป็นรถอเนกประสงค์ SUV ที่โดดเด่นที่สุดทั้งในด้านความหรูหรา สมรรถนะ เทคโนโลยีด้านความปลอดภัยและความสะดวกสบายในห้องโดยสาร ขับเคลื่อนเต็มพลังด้วยเครื่องยนต์ MIVEC ดีเซล 4 สูบ DOHC ขนาด 2.4 ลิตร 181 แรงม้า ขับขี่มั่นใจในทุกสภาพถนนด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD II อันเป็นเอกลักษณ์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส และระบบเกียร์อัจฉริยะ 8 จังหวะ พร้อม Sport Mode และโหมดประหยัดเชื้อเพลิง

พร้อมกันนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ยังเปิดตัวแคมเปญพิเศษ ‘เดนโด ไดร์ฟ เฮ้าส์’ สำหรับลูกค้า มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ด้วยเทคโนโลยี ‘เดนโด ไดร์ฟ เฮ้าส์’ หรือ ดีดีเอช ที่สามารถกักเก็บพลังงานแสงอาทิตย์ไว้ในรูปของกระแสไฟฟ้า เป็นพลังงานหมุนเวียนผ่านรถยนต์ Outlander PHEV เพื่อส่งเสริมให้คนไทยให้ปรับตัวสู่ไลฟ์สไตล์สังคมคาร์บอนเป็นกลางแห่งยุคอนาคต 

“การพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าเพื่อช่วยรักษาสภาพแวดล้อมถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เราให้ความสำคัญ เราจึงทุ่มเทสร้างสรรค์ยานยนต์ที่ใช้งานง่ายไร้ความกังวลให้กับลูกค้า ด้วยการนำเสนอรถมิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ที่ขับเคลื่อน 4 ล้อ ด้วยระบบมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ตอบโจทย์การใช้งานจริงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพที่สุด เพื่อก้าวสู่สังคมคาร์บอนเป็นกลางอย่างยั่งยืน” มร. เออิอิชิ กล่าว

ลูกค้าที่ซื้อรถมิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ภายในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป และขอสินเชื่อกับ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด  จะได้รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.95% ดาวน์เพียง 25% พร้อมรับฟรีเครื่องอัดและจ่ายประจุไฟฟ้า (bi-directional charger) ยี่ห้อ Quasar มูลค่า 290,000 บาท นอกจากนี้ ยังจะได้รับ ข้อเสนอพิเศษดอกเบี้ย 0% นาน 3 เดือน จากธนาคารกสิกรไทย เมื่อขอวงเงินกู้เพื่อติดตั้งโซลาร์รูฟ พร้อมรับเพิ่มส่วนลดแผงโซลาร์สูงสุด 70,000 บาท จาก เอสซีจี รูฟฟิ่ง ผู้ผลิตหลังคาชั้นนำในประเทศไทย

เทคโนโลยีเดนโด ไดร์ฟ เฮ้าส์ พัฒนาโดยมิตซูบิชิ มอเตอร์ส คือ นวัตกรรมบริหารจัดการระบบนิเวศของพลังงานไฟฟ้าด้วยการผลิต-จัดเก็บ-และแบ่งปันพลังงานไฟฟ้าโดยเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์มาเป็นกระแสไฟฟ้าผ่านแผงโซลาร์ ระบบนี้ประกอบด้วยรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (พีเอชอีวี) เครื่องชาร์จไฟสองทิศทาง แผงโซลาร์ และแบตเตอรี่สำรองสำหรับใช้ภายในบ้าน (Energy Storage System หรือ ESS) เทคโนโลยีนี้ช่วยให้ผู้ขับขี่ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี สามารถชาร์จรถยนต์ของตนเองด้วยการใช้ไฟจากระบบไฟฟ้าและจ่ายไฟฟ้าจากรถยนต์กลับสู่บ้านได้ นอกจากช่วยประหยัดค่าน้ำมันแล้ว “เดนโด ไดร์ฟ เฮ้าส์” ยังช่วยให้เจ้าของบ้านประหยัดค่าไฟฟ้าด้วยการใช้ไฟฟ้าที่เหลืออยู่ในแบตเตอรี่สำรองสำหรับใช้ภายในบ้านหรือแบตเตอรี่ของรถยนต์ อีกทั้งยังเป็นแหล่งพลังงานสำรองที่ไว้วางใจได้ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินหรือเมื่อเกิดไฟดับ

สำหรับลูกค้าที่สนใจแคมเปญ เดนโด ไดร์ฟ เฮ้าส์ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี คอลเซ็นเตอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-079-9600 เปิดบริการทุกวันในเวลา 8.30-17.00 น. สามารถติดตามข้อมูลผ่านลิงก์ https://www.mitsubishi-motors.co.th/th/dendodrivehousecampaign

ร่วมค้นหาแรงบันดาลใจในการขับเคลื่อนความมุ่งมั่นสู่เป้าหมายด้วยรถมิตซูบิชิ มอเตอร์ส หลากหลายรุ่น ที่ได้รับการแต่งพิเศษ เพื่อสะท้อนตัวตนและตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง ทั้งการขับขี่ในเมือง ท่องเที่ยวชมธรรมชาติด้วยความใส่ใจในสิ่งแวดล้อม และผู้รักความเร็วสไตล์มอเตอร์สปอร์ต ณ งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39 ระหว่างวันที่ 1 – 12 ธันวาคมนี้ 

“ผมขอเชิญชวนทุกท่านร่วมสัมผัสดีเอ็นเอสายเลือดแชมป์ ในรถยนต์มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ทุกคัน ณ ศูนย์ผู้จำหน่ายรถยนต์มิตซูบิชิ ทั่วประเทศ พร้อมสัมผัสบริการหลังการขายระดับมืออาชีพด้านบริการอันดับ 1 ด้านความพึงพอใจของลูกค้า การันตีด้วยรางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยมประจำปี TAQA Awards 2 ปีซ้อน นับตั้งแต่ปี 2020 และ 2021 ซึ่งเรามี ศูนย์บริการมิตซูบิชิ มอเตอร์ส 230 แห่งครอบคลุมทั่วไทย พร้อมที่จะส่งมอบรถยนต์และบริการที่มีคุณภาพที่ดีที่สุดสู่ลูกค้า” มร. เออิอิชิ กล่าวปิดท้าย

มาสด้า เผยโฉมครั้งแรก CX-30 Carbon Edition สีเทา แมชชีน เกรย์ ออกรถมาสด้าวันนี้รับประกัน 5 ปี ฟรีค่าแรง ฟรีค่าอะไหล่ ฟรีประกันชั้นหนึ่ง

0

มร. ทาดาชิ มิอุระ ประธานบริหาร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจาก มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ให้การต้อนรับ นายขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธาน บริษัท สื่อสากล จำกัด และประธานจัดงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2022 พร้อมด้วยคณะผู้จัดงานฯ และคณะสื่อมวลชนกิตติมศักดิ์ ที่ให้เกียรติเข้าร่วมพิธีเปิดบูธแสดงรถยนต์มาสด้า โดยครั้งนี้ มาสด้าได้นำรถยนต์รุ่นพิเศษ Mazda CX-30 Carbon Edition สีเทา แมชชีน เกรย์ มาจัดแสดงเป็นไฮไลท์ให้แฟนๆ ได้ยลโฉมเป็นครั้งแรก พร้อมรถยนต์มาสด้ารุ่นพิเศษ Carbon Edition ในรุ่น Mazda2, Mazda3 และ Mazda CX-3 ทั้งสีเทา โพลีเมทัล เกรย์ และสีเทา แมชชีน เกรย์ รวมถึงทัพรถยนต์มาสด้าทุกรุ่นภายใต้เทคโนโลยีสกายแอคทีฟและการออกแบบอันสง่างามจาก โคโดะ ดีไซน์ มาจัดแสดงในงานฯ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-12 ธันวาคม 2565 ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี หรือเพียง 12 วัน เท่านั้น

มร. ทาดาชิ มิอุระ ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปีนี้นับว่ามีความสำคัญยิ่งสำหรับมาสด้า เพราะเรากำลังจะก้าวไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ โดยมาสด้าได้เนรมิตรบูธจัดแสดงที่ถูกออกแบบใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Less is More คือการลดทอนส่วนที่ไม่จำเป็นออกไปคงไว้ซึ่งความสง่างาม เพื่อถ่ายทอดสุนทรียศาสตร์สไตล์ญี่ปุ่นเฉกเช่นผลงานศิลปะอันเลอค่า “Car as Art” ผนวกเข้ากับความสง่างามของการจัดแสดงรถยนต์รุ่นพิเศษ Mazda Carbon Edition ที่นำมาให้ลูกค้าสัมผัสถึง 4 โมเดล 6 รุ่นย่อย รวมถึงการเตรียมความพร้อมรองรับลูกค้าในทุกมิติ โดยมุ่งมั่นในการแสวงหาทุกวิถีทางเพื่อให้ลูกค้ามีความสุข All for Customer และที่สำคัญ คือ ต้องเอาใจใส่ดูแลลูกค้าของเราด้วยการบริการที่เหนือความคาดหวังของลูกค้า งานปีนี้เราไม่ได้ตั้งเป้ายอดขาย หรือ ยอดจองให้ได้มากที่สุด แต่เราอยากให้คนไทยได้เป็นเจ้าของรถยนต์ที่ดีที่สุด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และรักษาโลกของเราให้คงความสวยงามเพื่อลูกหลานของเราในอนาคต

และในโอกาสนี้ มาสด้าขอเชิญชวนลูกค้าและแฟนๆ ที่สนใจเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้าเข้ามาสัมผัสความสง่างามของยนตรกรรมหลากหลายรุ่น พร้อมรับข้อเสนอพิเศษมากมากมาย อาทิ ดาวน์เริ่มต้น 29,900 บาท* ดอกเบี้ย 2.09%* ฟรีประกันภัยชั้น 1 Mazda Premium Insurance* ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร* และขอมอบการดูแลลูกค้าแบบครบครันตั้งแต่วันแรกที่ออกรถจนถึงบริการหลังการขายตลอดระยะเวลา 5 ปี ด้วยโปรแกรม MAZDA ULTIMATE SERVICE (MUS)* ที่ครอบคลุมทั้ง การรับประกันคุณภาพ ฟรีค่าบำรุงรักษาตามระยะ ฟรีค่าแรง ฟรีค่าอะไหล่ และผลิตภัณฑ์ของเหลว พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง รวมมูลค่าสุดสุด 62,568 บาท* ไม่เพียงเท่านี้ มาสด้ายังได้เตรียมเครื่องชงกาแฟ Nescafe Dolce Gusto มูลค่า 2,490 บาท* เพื่อมอบให้กับลูกค้าที่จองซื้อรถมาสด้าทุกรุ่นภายในงานฯ อีกด้วย ลูกค้าที่สนใจสามารถพบกับข้อเสนอต่างๆ นี้ ได้ที่งาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2022 หรือรับข้อเสนอเดียวกันนี้ได้ที่โชว์รูมมาสด้าใกล้บ้านทั่วประเทศ