พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี เป็นประธานเปิดงานพระนครคีรี-เมืองเพชร ครั้งที่ 36 ประจำปี 2566 ภายใต้ชื่องาน “เยือนถิ่นเมืองพริบพรี สดุดีจอมราชัน แดนสร้างสรรค์อาหารไทย” โดยมี ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย และกรรมการฯ จัดขบวนพาเหรดรถโบราณ และรถคลาสสิค เข้าร่วมงาน ณ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี (เขาวัง) จังหวัดเพชรบุรี ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 26 มีนาคม 2566
มาสเตอร์ฯ ยกทัพรถมือสอง สภาพดี ขับฟรี 90 วัน ดาวน์ 0% ดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.39% รวมกว่า 100 คัน ที่งาน The 14th Bangkok Used Car Show 2023
มาสเตอร์ เซอร์ทิฟายด์ ยูสด์คาร์ ศูนย์รวมรถยนต์มือสองครบวงจร ภายใต้กลุ่มบริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) บุกงานมหกรรมรถยนต์มือสอง ครั้งที่ 14 ยกทัพรถยนต์มือสอง สภาพดี พร้อมราคาและข้อเสนอพิเศษ มาให้ลูกค้าได้เลือกสรรมากกว่า 100 คัน วันนี้ ถึง 2 เมษายน พ.ศ. 2566 บริเวณลานอเนกประสงค์ ด้านหลัง ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพค เมืองทองธานี

สมชาย ตระกูลภิรมย์, รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท มาสเตอร์ เซอร์ทิฟาย ยูสด์คาร์ จำกัด กล่าวว่า “งานมหกรรมรถยนต์มือสอง ครั้งที่ 14 เราจัดเต็มเพื่อความคุ้มค่าสูงสุดสำหรับลูกค้า โดยนำรถยนต์มือสองหลากรุ่น หลายแบรนด์ รวมกว่า 100 คัน มาให้เลือกสรร โดยรถทุกคันที่เราจำหน่าย มีการรับประกันคุณภาพนาน 1 ปี หรือ 25,000 กิโลเมตร พร้อมข้อเสนอที่ต้องบอกว่าสุดพิเศษจริงๆ ครับ”
++ รถมือสอง สภาพดี ขับฟรี 90 วัน ดอกเบี้ยเริ่ม 2.39% พร้อมข้อเสนอสุดคุ้มค่าอีกเพียบ
มาสเตอร์ เซอร์ทิฟายด์ ยูสด์คาร์ หยิบยื่นข้อเสนอสุดพิเศษ ภายในงานมหกรรมรถยนต์มือสอง
ครั้งที่ 14 ไม่ว่าแบรนด์ไหน ก็คุ้มค่าสุดๆ

BMW & BENZ
- ดาวน์ 0%*
- ผ่อนเริ่มต้นเพียง 15,077 บาทต่อเดือน*
- ออกรถวันนี้ รับทองคำ ฟรี!*
BMW X1 1.8d sDrive xLine ผ่อน 15,077 บาทต่อเดือน*
BMW 330e Luxury Lci ผ่อน 16,552 บาทต่อเดือน*
BMW 220i Gran Coupe M Sport ผ่อน 22,840 บาทต่อเดือน*
BMW 530e Highline ผ่อน 25,021 บาทต่อเดือน*
BENZ E350e (AV) ปี 2018 ราคา 1,590,000 บาท*
BENZ CLA250 AMG ปี 2016 ราคา 1,230,000 บาท*
BENZ C200 STYLE ปี 2013 ราคา 749,000 บาท*
BENZ GLA250 AMG DYNAMIC ปี 2018 ราคา 1,579,000 บาท*

MASTER CERTIFIED USED CAR
- ขับฟรี 90 วัน*
- ฟรี! ค่าโอน*
- ฟรี! แพ็คเกจเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง*
Toyota Fortuner 2.8V Sigma4 (4WD) ปี 2019 ราคา 1,195,000 บาท*
Toyota Camry Hybrid 2.5 ปี 2019 ราคา 1,150,000 บาท*
Ford Everest 3.2 Titanium Plus (4WD) ปี 2018 ราคา 888,000 บาท*
Toyota Altis Hybrid 1.8 High ปี 2019 ราคา 755,000 บาท*
Toyota Sienta 1.5 V ปี 2016 ราคา 545,000 บาท*
Toyota Vios 1.5 E ปี 2012 ราคา 279,000 บาท*
JEEP
Jeep Gladiator 4 Door Rubicon 3.6 ปี 2020 ราคา 4,990,000 บาท*
รับฟรี! อุปกรณ์ตกแต่ง Mopar หรือ Jeep Lifestyle มูลค่า 150,000 บาท*

HONDA
- ฟรี! ประกันภัย*
- ออกรถวันนี้ มีสิทธิ์ลุ้นชิงรางวัลรวมมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท*
Honda Accord ปี 2019 ราคา 1,169,000 บาท*
Honda Brio ปี 2018 ราคา 319,000 บาท*
Honda City 1.5 RS ปี 2020 ราคา 729,000 บาท*
Honda CR-V ปี 2019 ราคา 869,000 บาท*
Honda Jazz ปี 2015 ราคา 479,000 บาท*
Honda Civic 1.5 Turbo ปี 2019 ราคา 825,000 บาท*
พบสุดยอดยนตรกรรมมือสอง สภาพดี การันตีคุณภาพจาก มาสเตอร์ เซอร์ทิฟายด์ ยูสด์คาร์ ได้ที่บูธ U7 ภายในงานมหกรรมรถยนต์มือสอง ครั้งที่ 14 ได้แล้ววันนี้ ถึง 2 เมษายน พ.ศ. 2566 ณ ลานอเนกประสงค์ ด้านหลังชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพค เมืองทองธานี
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
โทร. 094-678-2888
www.masterusedcar.com
www.facebook.com/masterusedcar.mcu
LINE Official Account: @masterusedcar (https://lin.ee/cX9A5Vg)
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
NETA นำเข้า “NETA V” ล็อตใหญ่ 3,600 คัน รองรับการเติบโตของตลาดยานยนต์ไฟฟ้าเมืองไทย
บริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด นำเข้า NETA V รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% สไตล์ City Car จำนวน 3,600 คัน รองรับการเติบโตของตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย ตั้งเป้าทยอยส่งมอบให้กับลูกค้าได้ตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป
มร. เป่า จ้วงเฟย ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผยว่า “ตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ในขณะที่แบรนด์ NETA ก็เป็นที่สนใจจากลูกค้าในประเทศเป็นอย่างมากและมียอดการสั่งจองเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้การนำเข้า NETA V เป็นชิปเม้นต์ล็อตใหญ่จำนวนกว่า 3,600 คัน มาจากท่าเรือกวางโจวในครั้งนี้เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่จองรถพลังงานไฟฟ้าของเราไว้ก่อนหน้านี้และในช่วงของงานมอเตอร์โชว์ ซึ่งจะเริ่มส่งมอบได้ตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคมนี้” มร.เป่า จ้วงเฟยกล่าว

NETA ทุ่มเทในการสรรสร้างนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้ (Popularizer of Smart EV) สอดคล้องกับภารกิจระดับโลกในการสร้างการเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างเท่าเทียมกันสําหรับทุกคน โดย NETA ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงจากการแนะนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่มีนวัตกรรมล้ำสมัยที่ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้อย่างแท้จริงในตลาดจีนและเป็นแบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่ที่มีศักยภาพมากที่สุดในประเทศจีนด้วยยอดขายสะสมรวมกว่า 260,000 คัน ทั้งนี้ในปีที่ผ่านมา NETA ได้เริ่มต้นเส้นทางธุรกิจในตลาดต่างประเทศโดยมีประเทศไทยเป็นเป้าหมายแรกเพื่อเป็นฐานในการเข้าถึงประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียน รวมทั้งตอบสนองความต้องการรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นของผู้ใช้ทั่วโลก การส่งออกรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% จำนวนกว่า 3,600 คัน สู่ตลาดเมืองไทยในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการส่งออกรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตโดยบริษัทสตาร์ทอัพของจีนในจำนวนที่สูงที่สุดแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าไปอีกขั้นของแผนการดำเนินงานระดับสากลของ NETA ได้เป็นอย่างดี
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ NETA Call Center โทร. 02-039-5751 ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง หรือ ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ ของ NETA ได้ที่
- Facebook : Neta Auto Thailand
- Neta Line Official : @netaautothailand
- Website : www.neta.co.th
เพ็นทินั่ม อีเล็กทรอนิกส์ เผยโฉม “LYVA” รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าใหม่ 2 รุ่น ในงานมอเตอร์โชว์ 2023
บริษัท เพ็นทินั่ม อีเล็กทรอนิกส์ จำกัด หรือ Pentinum E ผู้จัดจำหน่ายและผู้ประกอบรถมอเตอร์ไซค์ ไฟฟ้า “LYVA” (ไลวา) แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เผยโฉมรถรุ่นใหม่ภายใต้แบรนด์ “LYVA ประเทศไทย” พร้อมกัน 2 รุ่น ได้แก่ LYVA S30 Plus และ LYVA MB5 ที่ดีและเหมาะกับการใช้งานในเมืองไทย จากความร่วมมือของลู่หยวน (LUYUAN) ผู้นำด้านรถมอเตอร์ไซค์ ไฟฟ้าจากแดนมังกร และการสร้างสรรค์คุณภาพของ Pentinum E ด้วยการควบคุมคุณภาพการประกอบจากทีมตรวจสอบ และทีมทดสอบที่มากประสบการณ์ ตลอดจนเครือข่ายผู้จำหน่ายและบริการหลังการขายที่วางแผนให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานและสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ขับขี่ในประเทศไทยครบถ้วน ทั้งในด้านคุณภาพ สมรรถนะ ความปลอดภัยและคุ้มค่าเงินสูงสุดสำหรับไรเดอร์ผู้รักษ์โลก พร้อมเปิดตัวครั้งแรก! ด้วยราคาที่ดีที่สุด ส่วนลด 28,000 บาท โอกาสทองครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว เฉพาะในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44 ณ บูธ LYVA โซน C อาคารชาเลนเจอร์ 1 อิมแพค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 22 มีนาคม – 2 เมษายนนี้เท่านั้น

นพ.ธณัฐ จิรบันดาลสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพ็นทินั่ม อีเล็กทรอนิกส์ จำกัด หรือ Pentinum E เผยว่า “LYVA เป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพของลู่หยวน ซึ่งเป็นบริษัทที่มีการผลิตและจำหน่ายรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ามานานกว่า 25 ปี หรือมากกว่า 20 ล้านคันทั่วโลก และมียอดจำหน่ายติดอันดับ Top 5 ของจีน จึงทำให้ Pentinum E มั่นใจให้ LYVA เป็นรถธงในการรุกตลาดยานยนต์ไฟฟ้าในเมืองไทย ภายใต้แบรนด์ “LYVA ประเทศไทย” โดย 2 รุ่นแรกที่เปิดตัว คือ LYVA S30 Plus และ LYVA MB5 โดยเป็นการนำเข้าชิ้นส่วน แบบ CKD และประกอบเป็นตัวรถที่โรงงานของบริษัทฯ ที่ จ.นนทบุรี ทั้งนี้ “LYVA ประเทศไทย” ให้ความสำคัญ ในการคัดสรรชิ้นส่วนทุกชิ้นที่มาประกอบเป็นตัวรถ โดยคำนึงถึงคุณภาพ มากกว่าต้นทุน และเน้นด้านความปลอดภัยเป็นเรื่องหลัก ดังนั้นหลังจากผ่านกระบวนการปรับปรุงและพัฒนาด้วยการเก็บสถิติการใช้งานตลอด 1 ปีก่อนการเปิดตัวร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ ทำให้เรามั่นใจว่า “LYVA ประเทศไทย” จะมีความเหนือชั้นกว่า LYVA เพราะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ขับขี่ในเมืองไทยได้ ครบถ้วน เนื่องจาก Pentinum E ไม่ได้มุ่งหวังแค่เพียงโอกาสทางธุรกิจ แต่ต้องการทำธุรกิจที่สร้างความยั่งยืนให้กับสังคมสิ่งแวดล้อมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้ขับขี่และผู้ใช้รถใช้ถนนในประเทศไทย โดยตั้งเป้ายอดขายทั้งแบบ B2B และ B2C ในปี 2566 ไว้ที่ 5,000 คัน”
รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าแห่งอนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจาก LYVA ประเทศไทย ทั้ง 2 รุ่น ประกอบด้วย

- “LYVA S30 Plus” โดดเด่นด้วยรูปทรงโค้งมน น้ำหนัก 92 กก. มาพร้อมไฟหน้าแบบ LED และจอ แสดงผลขนาดใหญ่ LCD SOC Control Core มอเตอร์ขนาด 2000 วัตต์ พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยสารเหลวลดอุณหภูมิขณะใช้งาน สิทธิบัตรเฉพาะของลู่หยวน ทำให้ขับขี่ทางไกลได้อย่างเสถียรและต่อเนื่องโดยที่มอเตอร์ไม่ร้อน ปรับโหมดความเร็วได้ 3 ระดับ ทำความเร็วได้สูงสุด 85 กม.ต่อชั่วโมง นุ่มเงียบด้วยโช้คอัพหน้าขนาดใหญ่ โช้คหลังคู่แกนใหญ่รับน้ำหนักได้ดี หยุดปลอดภัยด้วยระบบดิสก์เบรกเหน้า-หลัง พิเศษมากกว่านั้นด้วยการขับขี่ขึ้นทางชันได้อย่างดี ทำให้ทุกการเดินทางไม่มีสะดุด วิ่งไกลด้วยแบตเตอรี่ลิเธียมขนาด 72V30AH ใช้เวลาในการชาร์จ 3 ชั่วโมง คิดเป็นค่าไฟครั้งละ 12 บาท (คำนวณจากค่าไฟหน่วยละ 4 บาท) สามารถวิ่งได้ ระยะทาง 80-100 กม. สัญญาณกันขโมยควบคุมด้วยรีโมท รับประกันมอเตอร์และแบตเตอรี่ 2 ปี มีสีให้เลือก
6 สี ได้แก่ Ocean Blue, Crystal White, Shadow Grey, Digital Green, Obsidian Black และ Forest Green ราคาจำหน่ายปกติ 81,000 บาท พิเศษ! เฉพาะในงานมอเตอร์โชว์ 53,000 บาท

- “LYVA MB5” รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ารูปทรงกะทัดรัด น้ำหนัก 78 กก. จิ๋วแต่แจ๋วด้วยความสามารถบรรทุกน้ำหนักได้ถึง 150 กก. และจอ LCD แสดงผลขนาดใหญ่ มาพร้อมขุมพลังจากแบตเตอรี่ลิเธียมขนาด 60V 40AH ทำงานควบคู่กับมอเตอร์ขนาด 1200 วัตต์ พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยสารเหลว ล้อหน้าเป็นดิสก์เบรก ล้อหลังเป็นดรัมเบรกเซรามิก ทำความเร็วได้สูงสุด 50 กม.ต่อชั่วโมง ใช้เวลาในการชาร์จ 3 ชั่วโมง คิดเป็นค่าไฟครั้งละ 9 บาท (คำนวณจากค่าไฟหน่วยละ 4 บาท) สามารถวิ่งได้ระยะทาง 100-120 กม. สัญญาณกันขโมยควบคุมด้วยรีโมท รับประกันมอเตอร์และแบตเตอรี่ 2 ปี มีสีให้เลือก 6 สี ได้แก่ Sparkle Green, Scarlet Red, Pure White, Urban Black, Arctic Blue และ Stone Gray ราคาจำหน่ายปกติ 77,000 บาท พิเศษ! เฉพาะในงานมอเตอร์โชว์ 49,000 บาท

ทพ.ธนิศร์ จิรบันดาลสุข ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ บริษัท เพ็นทินั่ม อีเล็กทรอนิกส์ จำกัด หรือ Pentinum E ได้กล่าวว่า เทคโนโลยีหลัก ๆ ที่สำคัญในรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า คือ มอเตอร์ คอนโทรลเลอร์ และแบตเตอรี่ ซึ่งปัจจุบันมีผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าไม่กี่บริษัทที่สามารถคิดค้นเทคโนโลยี รวมทั้งผลิตมอเตอร์และคอนโทรลเลอร์ได้เอง แต่ลู่หยวน (LUYUAN) คือหนึ่งในผู้ผลิตที่สามารถคิดค้นเทคโนโลยีหลัก ๆ ของรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าได้ทั้งหมด นอกจากนี้ ยังได้มีการจดสิทธิบัตรเป็นทรัพย์สินทางปัญญารวม 608 รายการ ทั้งนี้ เทคโนโลยีเพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัยต่าง ๆ และนวัตกรรมไฮไลท์ที่มาพร้อมกับรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า LYVA ได้แก่
- Liquid Cooling Motor มอเตอร์ระบายความร้อนด้วยของเหลว ช่วยลดอุณหภูมิของมอเตอร์ขณะใช้งานได้ 30 องศาเซลเซียส ทำให้แรงบิด (Torque) ของมอเตอร์คงที่ ขับขี่ได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้ยังมีความสามารถในการลุยน้ำ เพราะมีคุณสมบัติในการป้องกันฝุ่นและน้ำในระดับมาตรฐาน IP67 (International Protection Standard) ทำให้การขับขี่มีความเสถียรสูง ที่สำคัญคือ ช่วยให้มอเตอร์มีความคงทนมากขึ้น โดย LYVA รับประกันรถนานเป็นพิเศษถึง 2 ปี
- Solid-state Controller สมองกลควบคุมตัวรถด้วยเทคโนโลยีสิทธิบัตรเฉพาะของลู่หยวน พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยอากาศ (Air Cooler) ช่วยควบคุมการประสานการทำงานระหว่างแบตเตอรี่ไปจนถึงมอเตอร์ที่ใช้ในการขับเคลื่อน มั่นใจได้ทุกเส้นทางในการขับขี่
- Ceramic Brake เป็นระบบเบรกที่ใช้ในรถระดับซูเปอร์คาร์ ซึ่งจากผลการวิจัยพบว่า ช่วยลดระยะทางในการเบรกได้ 1 เมตร ยืดอายุการใช้งาน 5 เท่า เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้ขับขี่ ไร้ความกังวลกับทุกสถานการณ์
- Intelligent Charger คลายความกังวลในการชาร์จแบตเตอรี่ ด้วยการมีเซนเซอร์ตรวจจับวัดอุณหภูมิขณะชาร์จและปรับโวลท์เทจ (Voltage) ให้เหมาะสมกับอุณหภูมิในขณะชาร์จไม่ให้สูง มีระบบตัดไฟไม่ให้เกิดการลัดวงจร เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดระยะเวลาในการชาร์จไฟให้เร็วขึ้น พร้อมการรับประกัน 2 ปี

หลังจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์คุณภาพ ภายใต้แบรนด์ “LYVA ประเทศไทย” ครั้งแรกในงานมอเตอร์โชว์ 2023 ด้วยราคาที่ดีที่สุด ส่วนลด 28,000 บาทต่อคันแล้ว Pentinum E ยังพร้อมต่อยอดด้านความเชื่อมั่นด้วยบริการ หลังการขาย ซึ่งปัจจุบัน LYVA มีศูนย์บริการอยู่ที่สำนักงานใหญ่ LYVA ประเทศไทย จ.นนทบุรี และยังมีหน่วย บริการเคลื่อนที่ 15 แห่งทั่วประเทศเพื่อให้บริการดูแลลูกค้าแบบออนไซต์ (On-site) เพื่อความสะดวกในการเข้า ถึงผลิตภัณฑ์และใช้บริการของผู้บริโภค ภายในปี พ.ศ. 2566 นี้ Pentinum E มีแผนขยายและแต่งตั้งผู้แทน จำหน่าย LYVA ทั้งในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านรวม 50 ราย รวมทั้งจะขยายการให้บริการหลังการ ขายจากทีมดูแล LYVA Attendant ด้วยการตั้ง Service Station 100 จุดทั่วประเทศไทย
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า LYVA www.lyvathailand.com
มาเซราติ ประเทศไทย เปิดตัว ‘MC20 CIELO’ ครั้งแรกในไทย และเอเชีย-แปซิฟิก พลิกเกมซูเปอร์คาร์ ใน มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44
มาเซราติ ประเทศไทย สะกดทุกสายตากับความเป็น ‘Italian Audacity’ ที่งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44 เปิดตัว ‘เอ็มซี20 เซียโล’ (MC20 CIELO) ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นเปิดหลังคาของรุ่น ‘เอ็มซี20’ (MC20) ซูเปอร์คาร์รุ่นแรกในประวัติศาสตร์ของ มาเซราติ เป็นครั้งแรกในประเทศไทยและเอเชีย-แปซิฟิก พร้อมจัดแสดงยนตรกรรมอีกหลายรุ่น ระหว่างวันที่ 22 มีนาคม ถึง 2 เมษายน พ.ศ. 2566 ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44 ณ แชลเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพค เมืองทองธานี
ปิยะเทพ ศิวากาศ, ผู้จัดการทั่วไป, มาเซราติ ประเทศไทย เผยว่า “มาเซราติ ‘เอ็มซี20 เซียโล’ คือ ซูเปอร์คาร์ที่ถ่ายทอดสมรรถนะของสุดยอดรถสปอร์ตพันธุ์แท้ ผสานสุนทรียภาพของการขับขี่ ในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน พร้อมดีกรีความเร้าใจที่เพิ่มขึ้น จากการเป็นรถที่สามารถเปิดหลังคา เพื่อมอบประสบการณ์ขับสุดพิเศษ ในแบบ ‘Italian Audacity’ ที่มีให้สัมผัสในยนตรกรรมจาก มาเซราติ เท่านั้น”

++ MC20 CIELO เปิดหลังคา ท้าสายลม ผสมผสานสุนทรียภาพและความเร้าใจ
มาเซราติ ‘เอ็มซี20 เซียโล’ อักษร MC ย่อจากคำว่า Maserati Corse ตัวเลข 20 สื่อถึงปี ค.ศ. 2020 ซึ่งเป็นการก้าวสู่ยุคใหม่ของแบรนด์ ขณะที่ชื่อรุ่น เซียโล (CIELO) หมายถึง ‘ท้องฟ้า’ ในภาษาอิตาเลียน สอดคล้องกับการเป็นยนตรกรรมที่สามารถเปิดหลังคา เพื่อโอบรับความกว้างขวางของท้องฟ้าแบบไร้ขีดจำกัด สะกดทุกสายตา ด้วยความงามสง่าและดูเป็นสปอร์ต ประตูปีกผีเสื้อ ช่วยอำนวยความสะดวกในการเข้า-ออกห้องโดยสาร โครงสร้างตัวถังผลิตจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ ที่เบาแต่แข็งแกร่ง

ขุมพลัง ‘เน็ททูโน’ (Nettuno) เบนซิน วี6 สูบ ทวินเทอร์โบ 630 แรงม้า (HP) แรงบิด 730 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 2.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 325 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง ผสานความหรูหราแบบไม่ซ้ำใคร กับนวัตกรรมหลังคากระจกพับเก็บได้ ใช้เวลาเพียง 12 วินาที ให้ผู้ขับได้รู้สึกถึงความปลอดโปร่งของท้องฟ้าแบบไร้ขีดจำกัด ความพิเศษอยู่ที่กระจก electrochromic (smart glass) ที่ใช้เทคโนโลยี Polymer-Dispersed Liquid Crystal (PDLC) สามารถปรับให้ใสหรือทึบแสงได้อัตโนมัติผ่านการกดปุ่ม เพิ่มสุนทรียภาพแห่งการขับขี่ ด้วยชุดเครื่องเสียงจาก Sonus faber พร้อมลำโพง 12 ตำแหน่ง เป็นหนึ่งในออปชั่นที่น่าสนใจ การันตีด้วยรางวัล EISA ในสาขาเครื่องเสียงรถยนต์ พร้อมติดตั้งในตำแหน่งที่เหมาะสม ให้มิติเสียงที่แตกต่างอย่างเป็นธรรมชาติ

นอกจากนั้น ก็ยังจัดแสดง มาเซราติ อีกหลายรุ่น อาทิ เกรคาเล่ จีที (Gracale GT), เลวานเต้ จีที ไฮบริด (Levante GT Hybrid), กิบลี่ จีที ไฮบริด (Ghibli GT Hybrid) และ ควอตโตรปอร์เต้ (Quattroporte)
สัมผัสความเร้าใจ ในแบบ ‘Italian Audacity’ ได้ที่บูธ มาเซราติ ประเทศไทย (A5) ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44 ระหว่างวันที่ 22 มีนาคม ถึง 2 เมษายนนี้ ที่แชลเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี
ซื้อรถอาวดี้ ไม่มีดอกเบี้ย 0% ทุกรุ่นฮิต ยกขบวนรถไฟฟ้า 100% จัดมาเต็ม พร้อมเปิด Icon Black Edition
นายกฤษณะกร เศวตนันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด หรือ อาวดี้ ประเทศไทยกล่าวว่า “หลังจากที่ อาวดี้ ประเทศไทย เปิดตัว e-tron GT พร้อมกัน 3 รุ่น และได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าในประเทศไทย เพื่อตอกย้ำจุดยืนในการเป็นผู้นำตลาดรถพรีเมียมไฟฟ้า 100% ได้นำซุปเปอร์คาร์พลังงานไฟฟ้า 100% Audi RS e-tron GT สเปคไทย ซึ่งถือเป็นไฮไลท์เด่น นำมาจัดแสดงให้แฟน Audi ได้สัมผัสอย่างเป็นทางการครั้งแรกในงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 44 และเปิดโอกาสให้จองทั้ง RS e-tron GT และ e-tron GT Performance Edition ล็อตพิเศษเพียง 20 คันเท่านั้น พร้อมแคมเปญพิเศษต้อนรับ Motor Show ออกรถอาวดี้ไม่มีดอกเบี้ย ยกขบวนไม่ว่าจะเป็น e-tron GT, Q5 Plug-in hybrid ไปจนถึงรุ่นยอดฮิตอย่าง TT Coupe Final Icon Black และ A5 ทั้ง Coupe และ Sportback หรือเลือกรับดอกเบี้ยพิเศษผ่อนสบายสูงสุด 84 เดือน”

เผยโฉม Supercar ไฟฟ้า 100% RS e-tron GT quattro อย่างเป็นทางการ
ก้าวเข้าสู่ยุคของยานยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% อย่างเต็มขั้น เผยโฉม RS e-tron GT quattro อย่างเป็นทางการครั้งแรกในงาน Motor Show 2023 เมื่อ Design language อันเป็นเอกลักษณ์ของอาวดี้ เส้นสายตัวรถที่มีความพริ้วไหว ดีไซน์เฉียบคมกริบกับรูปทรงรถที่ลู่ลม เทคโนโลยีอากาศพลศาสตร์ผสานดีไซน์ Grand Turismo (GT) คูเป้สี่ประตูสมรรถนะสปอร์ตพันธุ์แท้ เร้าใจกับประสบการณ์ขับขี่สปอร์ตที่สมบูรณ์แบบ ไดนามิคแรงเต็มขั้นกับ RS e-tron GT สมรรถนะซุปเปอร์คาร์ ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า พละกำลัง 646 แรงม้า ทำงานควบคู่กับ electric quattro ทำให้การออกตัวและเร่งแซงมีประสิทธิภาพ โดยมีอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพียง 3.3 วินาทีใน boost mode ทำความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความจุแบตเตอรี่ไฟฟ้าแรงสูงลิเธียมไอออนขนาด 93.4 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง ขับได้ระยะทางไกลกว่า 500 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ใช้เวลาเพียง 22.5 นาที ในการชาร์จพลังงานจากสถานี DC Fast Charge มาทรงลุคสปอร์ตกับ RS Design Package ทั้งภายนอกและภายใน ห้องโดยสารครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ผสมผสานดีไซน์ฟังก์ชันและความสปอร์ตมาอย่างลงตัว ห้องโดยสารตกแต่งภายในด้วยลาย Matte Carbon Twill เบาะนั่งคู่หน้าแบบสปอร์ต พร้อมฟังก์ชั่นนวด จอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ Virtual cockpit ขนาด 12.3 นิ้ว ระบบเบรกแบบ RS Ceramic brake ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษสำหรับรถที่มีสมรรถนะสูง มาพร้อมคาลิปเปอร์เบรกสีแดงสวยงามเคลือบทังสเตนคาร์ไบด์ ช่วยระบายความร้อนได้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง สามารถยืดอายุการใช้งานได้ยาวนานกว่าเบรกแบบสตีล วัสดุคุณภาพสูงไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีไฟหน้าแบบ Matrix LED สว่างคมชัดและช่วยลดการกระจายแสงรบกวนแก่เพื่อนร่วมทาง มี Laser light สามารถส่องสว่างได้ไกลเกือบสองเท่า สร้างความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง
อาวดี้ ประเทศไทย ได้นำรถอีก 2 รุ่นมาเปิดตัวในงาน Motor Show 2023 ลูกค้าที่ชื่นชอบดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของอาวดี้ คอมแพคซีดานนำเข้า 100% ทั้งคัน คุณภาพมาตรฐานยุโรปอย่าง Audi A4 40 TFSI S line Icon Black และ A4 Avant 45 TFSI quattro S line Icon Black 2 ทางเลือกที่ลงตัว สำหรับแฟนพันธุ์แท้ที่ถูกใจดีไซน์สปอร์ต ตอบโจทย์การใช้งานของครอบครัวยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี

Audi A4 40 TFSI S line Icon Black
สะท้อนจิตวิญญาณ DNA ของ Audi 80 รุ่นต้นกำเนิด ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 50 ปี ผลิตตั้งแต่ปี 1966 จนถึงรุ่นปัจจุบันเป็น Generation ที่ 5 ในปี 2016 ได้รับความนิยม และรางวัลระดับโลกมากมาย ทั้งด้านดีไซน์และเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็น What car? Car of The year, Red dot award คอมแพคซีดานนำเข้า 100% ทั้งคัน คุณภาพมาตรฐานเยอรมัน พรีเมียมเหนือชั้น เครื่องยนต์เบนซิน mild hybrid MHEV 4 สูบ ชุดตกแต่งภายนอกแบบสปอร์ต S line และ Black Edition รอบคัน ดีไซน์เน้นความเรียบหรู โฉบเฉี่ยว ลายล้อใหม่เสริมลุคสปอร์ตมากยิ่งขึ้น มาพร้อมไฟหน้า Matrix LED สร้างความปลอดภัยให้ทั้งผู้ขับขี่และรถคันอื่นๆ เท่ทั้งภายนอกและภายใน อุปกรณ์อำนวยความสะดวกถูกอัพเกรดให้รองรับการใช้งานมากยิ่งขึ้น ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยโทนสี Silver Aluminium Ellipse มาพร้อมหน้าจอ Virtual cockpit ขนาด 12.3 นิ้ว A4 40 TFSI S line Icon Black มีให้เลือก 4 สี อาทิ Glacier white, Mythos black, Chronos grey และอัพเกรดสีใหม่ District Green สียอดฮิต วางจำหน่ายในราคา 2,699,000 บาท

A4 Avant 45 TFSI quattro S line Icon Black
อีกเซกเมนต์ที่ อาวดี้ ได้รับความนิยมอย่างสูงจากลูกค้าในแถบยุโรป และได้รับการตอบรับจากแฟนๆ อาวดี้ ชาวไทยที่หลงใหลรถในสไตล์ Avant ถึงเวลาของครอบครัวสายซิ่ง กับ Avant Sport เต็มขั้นหนึ่งเดียวในเซกเมนต์ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ quattro with ultra-technology ถูกออกแบบมาให้ประหยัดน้ำมันโดยเฉพาะ ออกตัวด้วยการขับ 4 ล้อ และเปลี่ยนมาขับ 2 ล้อเมื่อไม่มีความจำเป็น เท่ไม่เหมือนใครไปอีกขั้นกับล้อขนาด 19 นิ้ว ลายใหม่ และ Caliper brake สีแดง ลายเดียวกับ RS 4 Avant ตัวตำนานของพ่อบ้านสายซิ่งอีกด้วย
ดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ ทั้งด้านรูปทรงและรูปลักษณ์ของ Audi A4 Avant 45 TFSI quattro S line Icon Black ที่มีสไตล์เฉพาะตัวของอาวดี้ ถูกอัพเกรดให้ด้านหน้าดูสปอร์ตขึ้นเต็มขั้น เส้นนำสายตา shoulder line ของตัวเฉียบคมมัดกล้ามสวยงาม shoulder line สปอร์ตเต็มขั้น ที่สวยสะดุดตา รูปทรงดูไดนามิค ด้วยชุดแต่งภายนอกแบบ S line และ Black Edition ไฟหน้าแบบ Matrix LED ดีไซน์เฉี่ยวดุดัน เสริมให้ด้านหน้าของตัวรถดูสปอร์ตมากขึ้น ล้อลายใหม่ขนาด 19 นิ้ว ดูแข็งแกร่งดุดัน และชุดแต่งแบบสปอร์ต S line Black Edition ถือเป็นความลงตัวระหว่างความสปอร์ตกับการใช้งานในชีวิตประจำวันในสไตล์อาวดี้
Audi A4 Avant 45 TFSI quattro S line Icon Black มีให้เลือก 4 สี อาทิ Glacier white, Mythos black, Chronos grey และอัพเกรดสีใหม่ District Green ยอดฮิต ราคา 3,499,000 บาท

“ภายใต้พื้นที่กว่า 1,000 ตารางเมตร ของบูธ อาวดี้ ประเทศไทย ในครั้งนี้ ได้จัดแสดงรถถึง 20 รุ่น เพื่อเป็นทางเลือกให้ครอบคลุมหลากหลายเซกเมนต์ สำหรับรถในตระกูล High Performance อย่าง RS Family ที่มียอดขายเติบโตอย่างก้าวกระโดด เราเสริมทัพด้วย RS Performance Edition 2 รุ่นรวด เปิดให้สั่งจองได้ทั้ง RS 7 Sportback Performance และ RS 6 Avant Performance ราคาจำหน่าย 11,280,000 บาท มั่นใจได้ว่าลูกค้าที่ชื่นชอบรถในตระกูล Performance คุณภาพนำเข้า 100% ทั้งคัน มาพร้อมสมรรถนะแบบ Supercar และที่สำคัญสามารถใช้งานได้อย่างลงตัวในชีวิตประจำวัน จะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อาวดี้ ประเทศไทย กล่าวปิดท้าย

ซื้อรถอาวดี้ ไม่มีดอกเบี้ย
- A4 40 TFSI S line Icon Black ดอกเบี้ย 0% 5 ปี หรือเลือกผ่อนสบาย 29,000 บาท/เดือน
- A5 Coupe และ A5 Sportback 40 TFSI S line ดอกเบี้ย 0% 5 ปี หรือเลือกผ่อนสบาย 30,370 บาท/เดือน
- A8 L 55 TFSI quattro Premium ดอกเบี้ย 0% 5 ปี หรือเลือกผ่อนสบาย 75,900 บาท/เดือน
- TT Coupe Final Icon Black ดอกเบี้ย 0% 4 ปี หรือเลือกผ่อนสบาย 39,000 บาท/เดือน
- A3 Sportback 35 TFSI S line ดอกเบี้ย 0% 4 ปี หรือเลือกผ่อนสบาย 26,500 บาท/เดือน
- A6 40 TFSI S line ดอกเบี้ย 0% 4 ปี หรือเลือกผ่อนสบาย 38,500 บาท/เดือน
- Q3 35 TFSI S line ดอกเบี้ย 0% 4 ปี หรือเลือกผ่อนสบาย 26,500 บาท/เดือน
- Q3 40 TFSI quattro S line Black Edition ดอกเบี้ย 0% 4 ปี หรือเลือกผ่อนสบาย 30,900 บาท/เดือน
- A4 Avant 45 TFSI quattro S line Icon Black ดอกเบี้ย 0% 4 ปี หรือเลือกผ่อนสบาย 37,900 บาท/เดือน
- e-tron 55 quattro ดอกเบี้ย 0% 4 ปี หรือเลือกผ่อนสบาย 57,400 บาท/เดือน
- A5 Coupe และ A5 Sportback 45 TFSI quattro S line Black Edition ดอกเบี้ย 0% 4 ปี หรือเลือกผ่อนสบาย 40,000 บาท/เดือน
- Q5 55 TFSI e quattro S line ดอกเบี้ย 0% 3 ปี หรือเลือกผ่อนสบาย 40,100 บาท/เดือน
- Q5 55 TFSI e quattro S line Black Eiditon ดอกเบี้ย 0% 3 ปี หรือเลือกผ่อนสบาย 42,800 บาท/เดือน
- Q5 Sportback 55 TFSI e quattro S line Black Eiditon ดอกเบี้ย 0% 3 ปี หรือเลือกผ่อนสบาย 45,400 บาท/เดือน
- e-tron GT quattro Performance ดอกเบี้ย 0% 3 ปี หรือเลือกผ่อนสบาย 78,600 บาท/เดือน
- RS e-tron GT quattro ดอกเบี้ย 0% 3 ปี

ลูกค้าที่สนใจสามารถเข้าชมรถทุกรุ่นได้ที่บูธ Audi ได้ที่งาน Motor Show 2023 ได้ตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม จนถึงวันที่ 2 เมษายน 2566 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านทาง Facebook ของ Audi ทุกสาขาทั่วประเทศไทย
Audi เป็นรถยนต์นำเข้าทั้งคันคุณภาพมาตรฐานเยอรมันทุกรุ่น ลูกค้าที่ออกรถใหม่จะได้รับการดูแลจาก Audi Protection การรับประกันรถใหม่ 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน รถ Plug-in Hybrid TFSI e ใหม่ ทุกรุ่นรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance ทั่วประเทศ 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี ลูกค้าอาวดี้สามารถมั่นใจกับงานบริการหลังการขาย ซึ่งมีมาตรฐานคุณภาพเดียวกันทุกสาขา เปิดบริการในวันจันทร์ถึงวันเสาร์ เวลา 08.00-20.00 น. วันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00-18.00 น. หรือโทรนัดหมายได้ที่
| Audi Centre Thailand | 02-765-8888 |
| Audi New Petchburi | 02-023-4888 |
| Audi Pattaya | 038-197-888 |
| Audi Phuket | 076-646-666 |
| Audi Service Chiang Mai | 052-081-188 |
| Audi Service Ratchapruek | 02-034-5888 |
| Audi Udonthani | 093-161-5588 |
เปอโยต์ ประเทศไทย ปรับภาพลักษณ์แบรนด์ใหม่ พร้อมบุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ประเดิม 3 รุ่นเด่น ในงานมอเตอร์โชว์ 2566
เปอโยต์ ประเทศไทย ภายใต้การบริหารโดยบริษัท เบลฟอร์ต ออโตโมบิล ประเทศไทย จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ เปอโยต์ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ยกขบวนเปิดตัวยนตรกรรมไฟฟ้า 2 รุ่น พร้อมโชว์รถยนต์ต้นแบบ และรุ่นพิเศษ ลิมิเต็ด อิดิชั่น นำโดย The New Peugeot 408 PHEV, e-2008, 2008 Sport Concept และ 2008 Sport Plus ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44 ระหว่างวันที่ 22 มีนาคม-2 เมษายน 2566 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี
แดเนียล กอนซาเลส, ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ตลาดอาเซียน และผู้จัดจำหน่ายทั่วไป, สเตลแลนทิส กล่าวว่า “ขอชื่นชม เบลฟอร์ต ออโตโมบิล ประเทศไทย ที่ได้ทำงานด้วยความมุ่งมั่น เพื่อการเข้าสู่ยุคสมัยแห่งการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างแท้จริง รถยนต์ เปอโยต์ สองรุ่นใหม่ e-2008 และ 408 PHEV นับเป็นยนตรกรรมไฟฟ้ารุ่นล่าสุดที่แบรนด์ เปอโยต์ ภูมิใจนำเสนอในประเทศไทย หัวใจสำคัญ คือการขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และช่วยให้เราสามารถนำนวัตกรรมที่เป็นเอกลักษณ์นี้ ไปสู่ลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ”

สุนทรพันธ์ เดชะเทศ, ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปอโยต์ ประเทศไทย เผยว่า “แบรนด์ เปอโยต์ได้การตอบรับจากผู้ใช้รถในไทยอย่างอบอุ่น ตั้งแต่กลับมาทำตลาดในประเทศไทยเมื่อสามปีที่แล้ว ด้วยเอกลักษณ์ที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ในเรื่องของการออกแบบ รวมถึงการประกอบที่ประณีต และใส่ใจทุกรายละเอียดตามสไตล์ฝรั่งเศส ในปีนี้ทางบริษัทแม่ได้มีการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ ของแบรนด์ใหม่ทั่วโลก ภายใต้แนวคิดที่ว่า ‘The world is better with Allure’ หรือปรัชญาในการสร้างสรรค์ยนตรกรรม ที่มีมนต์เสน่ห์ทั้งในด้านการออกแบบ เทคโนโลยี และสมรรถนะที่ดี ตามแบบฉบับของ เปอโยต์ อย่างต่อเนื่อง เพื่อนำเสนอยนตรกรรม เปอโยต์ รุ่นใหม่ๆ ที่เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ที่แตกต่างในทุกการเดินทาง”
“โดยไฮไลท์เด่นปีนี้ เปอโยต์ ซึ่งดำเนินการภายใต้บริษัท เบลฟอร์ต ออโตโมบิล ประเทศไทย ได้นำรถยนต์ไฟฟ้า 2 รุ่น จากประเทศฝรั่งเศสมาเปิดตัว พร้อมกับรถยนต์ต้นแบบ, ลิมิเต็ด อิดิชั่น และเอสยูวี ทั้ง 3 รุ่น คือ 2008, 3008 และ 5008 เอสยูวี 7 ที่นั่ง ซึ่งปัจจุบันได้รับความนิยมจากผู้ใช้รถในไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงขอเชิญชวนทุกท่าน ที่มองหารถยนต์ที่มีเอกลักษณ์พิเศษ มาตรฐานยุโรป แวะเข้ามาเยี่ยมชมกันที่บูธ เปอโยต์ ของเรา”

++ เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่น e-2008 และ The New Peugeot 408 PHEV
เปอโยต์ ประเทศไทย เพิ่มดีกรีความร้อนแรง ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44 ด้วยการเปิดตัวยนตรกรรมไฟฟ้า ทั้งแบบไฟฟ้า 100% และ Plug-in hybrid กับ เปอโยต์ ‘e-2008’ และ 408 PHEV โดยรุ่น e-2008 เป็นเอสยูวีที่เปี่ยมด้วยความอเนกประสงค์ ไฟหน้า-ไฟท้ายแบบฟูลแอลอีดี พร้อมเดย์ไทม์รันนิงไลท์แนวตั้ง คล้ายเขี้ยวสิงโต กระจังหน้าไร้กรอบ พร้อมเพิ่มไฟตัดหมอกด้านหน้า ตัวถังด้านข้างเน้นเหลี่ยมสัน เพิ่มความโฉบเฉี่ยวด้วยลูกเล่นบริเวณเส้นข้างประตู ดูบึกบึนและสะดุดตายิ่งขึ้น ขณะที่ไฟท้ายสะท้อนกรงเล็บสิงโต (Lion Claws) ตัดกับคิ้วสีดำเงา ปิดท้ายด้วยล้อแม็กขอบ 18 นิ้ว
ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% ความจุแบตเตอรี่ 50kWh ให้กำลัง 136 แรงม้า แรงบิด 260 นิวตันเมตร วิ่งได้ระยะทางสูงสุด 340 กิโลเมตร (WLTP) ชาร์จไฟบ้านเต็มในเวลา 7.5 ชั่วโมง หรือ DC charge 80% ใน 30 นาที อุ่นใจกับ warranty 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร

ขณะที่ ‘The New Peugeot 408 Plug-in Hybrid’ คือ มนต์เสน่ห์แห่งการดีไซน์สไตล์ฝรั่งเศส ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘The Language of Attraction’ รูปลักษณ์สไตล์ฟาสแบ็ค (Fastback) ผสานเดย์ไทม์รันนิงไลท์ทรงเขี้ยวสิงห์ พร้อมกระจังหน้าแบบไร้กรอบ ด้านหลังติดตั้งไฟท้ายกรงเล็บสิงห์ 3 ขีด พร้อมล้อแม็กขอบ 19 นิ้ว ช่วงล่างระยะห่างจากพื้นถนนมากขึ้น แต่ยังคงความโฉบเฉี่ยวของตัวถังผสานห้องโดยสาร ‘Peugeot i-Cockpit’ เจเนอเรชั่นล่าสุด โดยรวมเป็นรถที่ดูสวยแบบแฮตช์แบ็ค แต่ให้ความสะดวกสบายแบบเอสยูวี
ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังปลั๊ก-อินไฮบริด เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.6 ลิตร ผสานมอเตอร์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ความจุ 12.4 kWh ชาร์จไฟบ้านเต็มในเวลา 3.4 ชั่วโมง ให้กำลังรวม 225 แรงม้า (HP) แรงบิด 360 นิวตันเมตร ส่งกำลังสู่ล้อคู่หน้า ผ่านเกียร์อัตโนมัติ ‘e-EAT8’ 8 จังหวะ ขับเคลื่อนด้วยด้วยไฟฟ้าล้วน ได้ระยะทางสูงสุด 63 กิโลเมตร (WLTP) อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 7.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 233 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ห้องโดยสารล้ำสมัยด้วยเทคโนโลยี ‘Peugeot i-Cockpit’ เจเนอเรชั่นล่าสุด ติดตั้งมาตรวัด 3 มิติ ขนาด 10 นิ้ว บริเวณด้านหน้าผู้ขับ ขณะที่กลางแดชบอร์ดติดตั้งทัชสกรีนอเนกประสงค์ขนาด 10 นิ้ว เอียงเข้าหาผู้ขับ เพื่อความสะดวกสบายสูงสุด มาพร้อม warranty 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร

++ โดนใจสายแต่งรถ กับ 2008 Sport Concept และ 2008 Sport Plus
2008 Sport Concept ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก PEUGEOT 9×8 Hypercar รถแข่งในรายการ World Endurance Championship ปี 2022 ซึ่งเป็นรถยนต์ไฮบริดที่ออกแบบพิเศษ และไม่เหมือนใคร ขณะที่ 2008 Sport Plus เป็นการพัฒนาต่อยอดมาจาก 2008 Sport Concept ที่มาพร้อมชุดแต่ง รอบคัน

++ เดินหน้าพัฒนางานบริการหลังการขาย พร้อมขยายอีก 5 สาขาครอบคลุมทั่วประเทศ
เพิ่มศักยภาพงานบริการหลังการขาย เสริมทัพ Call center ‘1488 ALWAYS CONNECTED’ พร้อมบริการด้านข้อมูลสินค้า ข้อเสนอพิเศษ อีกทั้งสามารถเชื่อมต่อโดยตรงไปที่ผู้จำหน่าย รองรับทั้งงานขาย บริการหลังการขาย และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง และเตรียมขยายเครือข่ายอีก 5 สาขา ครอบคลุมพื้นที่ในกรุงเทพฯ และหัวเมืองหลัก อาทิ เชียงใหม่ ขอนแก่น นครราชสีมา เป็นต้น

++ นำเสนอแคมเปญสุดพิเศษ สำหรับงานมอเตอร์โชว์
ข้อเสนอสุดพิเศษ สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ เปอโยต์ รุ่น 2008, 3008 และ 5008 เอสยูวี 7 ที่นั่ง ภายในงาน รับฟรี! ประกันภัย 1 ปี*, คูปองน้ำมัน 5,000 บาท*, ค่าบำรุงรักษา PG value care 1 ปี หรือ 20,000 กม. สำหรับรุ่น 3008, 5008 เอสยูวี 7 ที่นั่ง และ ค่าบำรุงรักษา PG value care 3 ปี หรือ 60,000 กม. สำหรับรุ่น 2008 (แล้วแต่อย่างหนึ่งอย่างใดถึงก่อน)* เมื่อจองรถตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม-2 เมษายน และรับรถภายในเดือนเมษายน 2566*
สัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งยนตรกรรมที่ขายดีที่สุดในฝรั่งเศส ที่มาพร้อมดีไซน์และสมรรถนะอันโดดเด่น ได้ที่บูธ เปอโยต์ ประเทศไทย (A05) ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44 ระหว่างวันที่ 22 มีนาคม-2 เมษายน ณ แชลเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี
สอบถามข้อมูลติดต่อ เปอโยต์ ประเทศไทย โทร. 02-931-8400
LINE: @peugeotthailand
FACEBOOK: Peugeot Thailand
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
BYD แรงไม่หยุด! เปิดตัว DOLPHIN EV พวงมาลัยขวา ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44
ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า BYD หลังจากเปิดตัวรุ่น ATTO 3 อย่างเป็นทางการไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา สำหรับงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44 ในปีนี้ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด (Rêver Automotive) ในฐานะผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายกลุ่มรถยนต์พลังงานใหม่ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ (Thailand Authorized Distributor) ได้ตอบรับกระแสความนิยมอีกครั้งด้วยการเปิดตัว BYD DOLPHIN EV พวงมาลัยขวา รุ่นเล็กกะทัดรัดที่ทุกคนรอคอย พร้อมเปิดให้จองรุ่น Standard Range ในราคาคาดการณ์จำหน่าย 799,999 บาท!

คุณประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด กล่าวว่า “ขอขอบคุณทุกการตอบรับและความไว้วางใจที่มอบให้รถยนต์ไฟฟ้า BYD อย่างเกินความคาดหมายจนต้องปิดรับจองในปีที่ผ่านมา และในขณะนี้เราได้ส่งมอบรถยนต์ BYD ATTO 3 ไปแล้วทั้งสิ้น 10,000 คัน ครบตามเป้าหมายและตามคำมั่นสัญญาที่เราได้ให้ไว้กับทุกท่านตั้งแต่วันจองรถ ซึ่ง BYD และเรเว่ (Rêver) ยังคงมุ่งมั่นที่จะนำสิ่งที่ดีที่สุดมาให้คนไทยได้สัมผัส และไม่หยุดที่จะพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค รวมถึงเรื่องที่เราย้ำอยู่เสมอในด้านการสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดเพื่อสิ่งแวดล้อม ซึ่ง BYD เป็นรถไฟฟ้า 100% ที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษบนท้องถนน แต่จัดเต็มด้วยสมรรถนะและความสะดวกสบายในการใช้งาน
ในงานมอเตอร์โชว์ครั้งที่ 44 ในวันนี้นอกจากเราจะนำยานยนต์พลังงานทางเลือกใหม่ (NEV) มาให้สัมผัสอย่างใกล้ชิดแล้ว ยังเป็นโอกาสอันดีที่เราจะแนะนำให้ทุกท่านได้สัมผัสกับ BYD DOLPHIN EV พวงมาลัยขวา ในรุ่น Standard Range 2 สี ได้แก่ Coastal Cream และ Flora Purple พร้อมข่าวดีสำหรับผู้ที่รอเป็นเจ้าของ BYD DOLPHIN เราจะเปิดรับจองรถยนต์ไฟฟ้า BYD DOLPHIN ขับเคลื่อนด้วยพวงมาลัยขวาเป็นประเทศแรกในโลก ด้วยราคาคาดการณ์จำหน่ายที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ 799,999 บาท พร้อมกันทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคมเป็นต้นไป และพร้อมส่งมอบรถตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมนี้ด้วยเช่นกัน”
ทางด้าน คุณประธานพร พรประภา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด กล่าวเสริมว่า “สำหรับทุกท่านที่เข้ามาเป็นครอบครัว BYD DOLPHIN เรายินดีที่จะมอบสิทธิพิเศษ Rêver Care เพื่อดูแลและเพิ่มความมั่นใจให้กับลูกค้า มูลค่ารวมกว่า 150,000 บาท ประกอบด้วย ออกรถง่ายๆ ด้วยเงินเริ่มต้นเพียง 39,999 บาท* ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พรบ. ระยะเวลา 1 ปี* มั่นใจไปกับการรับประกันคุณภาพตัวรถและแบตเตอรี่นาน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร* อุ่นใจด้วยบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 8 ปี* บริการบำรุงรักษา ค่าแรง ค่าอะไหล่ นาน 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร* เพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์จำเป็น อย่าง Home Charger พร้อมฟรีค่าติดตั้ง* สายต่อพ่วงอุปกรณ์ไฟฟ้า Vtol สายชาร์จเคลื่อนที่ Portable Charger ค่าจดทะเบียน พรมเข้ารูป กรอบป้ายทะเบียน และฟิล์มหน้าจอ

ภายในบูธ BYD (A16) งานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44 มีรุ่นที่จัดจำหน่าย ดังนี้
BYD DOLPHIN
- BYD DOLPHIN Standard Range ราคาคาดการณ์จำหน่าย 799,999 บาท
BYD ATTO 3 มีวางจำหน่าย 2 รุ่น
- BYD ATTO 3 Extended Range ราคา 1,199,900 บาท
- BYD ATTO 3 Standard Range ราคา 1,099,900 บาท
นอกจากนี้ ยังจัดทัพ BYD อีก 6 รุ่น มาจัดโชว์และให้ผู้ที่สนใจได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด
- BYD DENZA D9
- BYD FRIGATE07
- BYD SEAL EV
- BYD HAN EV
- BYD TANG EV
- BYD SONG PLUS DMi
*ภายใต้เงื่อนไขของบริษัทฯ
Mercedes-Benz โชว์วิสัยทัศน์ “Ambition to Lead” พร้อมเผยโฉมยนตรกรรมระดับลักชัวรี่ครบทุกรุ่น ที่บูธ A19 ในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44
บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ก้าวสู่ยุคใหม่ด้วยวิสัยทัศน์ “Ambition to Lead” ยกทัพยนตรกรรมระดับลักชัวรีลุยงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44” ระหว่างวันที่ 22 มีนาคม ถึง 2 เมษายน 2566 ที่บูธหมายเลข A19 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 เมืองทองธานี โดยไฮไลท์สำคัญของเมอร์เซเดส-เบนซ์ในปีนี้ คือการเผยโฉมรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ภายใต้แบรนด์ Mercedes-EQ รุ่นล่าสุด อย่าง “EQB 250 AMG Line” รถเอสยูวีไฟฟ้า 5 ที่นั่ง ที่ผสานความหรูหราและความสะดวกสบายในทุกมิติ ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าพร้อมแบตเตอรี่แรงดันสูง วิ่งได้ไกลถึง 460 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP ผลิตและนำเข้าแบบ CBU พร้อมเปิดราคาจำหน่ายที่ 3,020,000 บาท
ภายในบูธ ยังมีการจัดแสดงยนตรกรรมเหนือชั้นอีกมากมาย อาทิ “EQS 500 4MATIC AMG Premium” รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่วิ่งได้ไกลถึง 702 กิโลเมตร “Mercedes-AMG G 63” รถเอสยูวีพี่ใหญ่ของแบรนด์ที่ถูกกล่าวขานว่าเป็นราชันแห่งเส้นทางออฟโรด “Mercedes-AMG SL 43” รถสปอร์ตโรดสเตอร์ในตำนาน รวมถึงยนตรกรรมระดับ Top-End อย่าง “Mercedes-Maybach S 580 4MATIC Premium” และรถยนต์อีกกว่า 20 รุ่น ที่พร้อมให้ทุกคนได้มาสัมผัสกับยนตรกรรมและประสบการณ์ที่เหนือระดับของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในงานมอเตอร์โชว์

มร. มาร์ทิน ชเวงค์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในปีนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย มาพร้อมวิสัยทัศน์ “Ambition to Lead” ด้วยความมุ่งมั่นที่จะยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยผ่านแผนการดำเนินธุรกิจที่ครอบคลุมในทุกๆ ด้าน ทั้งการให้ความสำคัญเกี่ยวกับแผนงานด้านความยั่งยืน (Sustainability) การนำเสนอรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า (Electrification) การนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรม (Technology and Innovation) รวมถึงการมอบประสบการณ์แบบลักชัวรี่ (Luxury Experience) โดยเราได้นำวิสัยทัศน์ดังกล่าวมาต่อยอดเป็นแนวคิดหลักในการจัดแสดงรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่บูธหมายเลข A19 ในงานมอเตอร์โชว์ ซึ่งสะท้อนผ่านทุกองค์ประกอบทั้งในด้านของการออกแบบบูธ ที่ผสานความยั่งยืนและความล้ำสมัยในยุค Digital โดยเน้นการประยุกต์ใช้จอ LED ขนาดใหญ่มาติดตั้งที่รอบตัวบูธในรูปแบบ 360 องศา ควบคู่ไปกับการจัดแสดงยนตรกรรมทุกรุ่นของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่มีมากกว่า 20 รุ่น โดยมีรุ่นไฮไลท์อย่าง EQB 250 AMG Premium รถพลังงานไฟฟ้า 100% ในรูปแบบเอสยูวีที่จะถูกจัดแสดงเป็นครั้งแรกในประเทศไทย และทุกคนจะได้ตื่นตาตื่นใจไปกับ EQS 500 4MATIC AMG Premium / Mercedes-AMG G 63 และ Mercedes-AMG SL 43 รวมถึงรถในกลุ่ม Mercedes-Maybach และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดอย่าง C 350 e AMG Dynamic นอกจากนี้ ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมทุกคนจะได้รับประสบการณ์แบบลักชัวรี่ที่บูธเมอร์เซเดส-เบนซ์ ภายในงานหรือที่ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ ทั่วประเทศไทย ตลอดช่วงเวลาของการจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44″

พบกับ EQB 250 AMG Line เป็นครั้งแรกในประเทศไทย
EQB 250 AMG Line รถพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่ล่าสุด ภายใต้แบรนด์ Mercedes-EQ ผลิตและนำเข้าทั้งคันแบบ CBU มาพร้อมตัวถังในรูปแบบเอสยูวีที่ใช้แพลตฟอร์มเดียวกับรถ Compact SUV ของแบรนด์อย่าง GLB รองรับผู้โดยสาร 5 ที่นั่ง ใช้ระบบขับเคลื่อนด้วยขุมพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ PSM ให้พละกำลังสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 385 นิวตันเมตร และแบตเตอรี่แรงดันสูงความจุ 66.5 kWh มีระยะทางการขับขี่สูงสุด 460 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน WLTP รองรับการชาร์จแบบ DC สูงสุด 100 kW ใช้เวลาชาร์จไฟฟ้าจาก 10 – 80% เพียง 32 นาที สำหรับการชาร์จแบบ AC รองรับสูงสุด 11 kW ใช้เวลาชาร์จไฟฟ้าจาก 0 – 100% ประมาณ 6 ชั่วโมง 50 นาที โดยนอกจากความโดดเด่นจากการเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ในรูปแบบเอสยูวีแล้ว EQB 250 AMG Line ยังมีการออกแบบในสไตล์ AMG ทั้งภายนอก และภายใน พร้อมติดตั้งฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครอบคลุมทั้งความบันเทิงและความสะดวกสบายภายในรถ ระบบความปลอดภัยขั้นสูงรวมถึงระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่หลายรายการ ตอบโจทย์ผู้ที่มองหาเอสยูวีพลังงานไฟฟ้าในระดับลักชัวรี่ ที่มีทั้งความหรูหรา ความสปอร์ต ตามแบบฉบับของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในราคาที่เหมาะสม
*EQB 250 AMG Line วางจำหน่ายในราคา 3,020,000 บาท
สัมผัสคันจริงกับราชันแห่ง Off-Road “Mercedes-AMG G 63”
Mercedes-AMG G 63 ยนตรกรรมสุดคลาสสิคในรูปแบบเอสยูวีขนาดใหญ่ ภายใต้แบรนด์ Mercedes-AMG โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ดุดันในสไตล์ G-Class พร้อมสมรรถนะที่ทรงพลังจากเครื่องยนต์เบนซิน V8 4.0 ลิตร 3,982 ซีซี Bi-Turbo ให้กำลังสูงสุด 585 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 850 นิวตันเมตร ติดตั้งเกียร์ AMG SPEEDSHIFT TCT อัตโนมัติแบบ 9 จังหวะ มีอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. เพียง 4.5 วินาที ความเร็วสูงสุด 220 กม./ชม. พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AMG PERFORMANCE 4MATIC all-wheel drive ที่ทำให้รถยนต์คันนี้เป็นสุดยอดยนตรกรรมสำหรับการตะลุยเส้นทางแบบออฟโรดได้อย่างไร้ที่ติ
*Mercedes-AMG G 63 วางจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 17,920,000 บาท
พบกับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% จากแบรนด์ “NETA” ได้ที่งานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44
บริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด มุ่งยกระดับมาตรฐานของยนตรกรรมขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ย้ำจุดยืน“สรรสร้างนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อทุกคน” (Popularizer of Smart EV) เปิดประสบการณ์รถยนต์พลังงานไฟฟ้าของ NETA ครั้งใหม่ ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44 ที่สะท้อนความสปอร์ต (Sporty) สำหรับคนรุ่นใหม่ (Young) และมีความทันสมัย (Fashion) ไปกับ “NETA V” (เนต้า วี) รถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นยอดนิยมสไตล์ City Car และ “NETA S” (เนต้า เอส) รถยนต์พลังงานไฟฟ้าสไตล์ Sporty Smart Coupé รวมทั้ง NETA Kid รถยนต์พลังงานไฟฟ้าสำหรับเด็ก พร้อม “Mini Commercial EV” ต้นแบบรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็ก ได้ที่บูธหมายเลข A20 อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 22 มีนาคม – 2 เมษายน 2566 นี้

มร. หวัง เฉิงเจี่ย (Mr. Wang ChengJie) รองประธาน บริษัท โฮซอน นิว เอนเนอร์ยี่ เซลส์ จำกัด และ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า “นับตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจ เราได้ทุ่มเทในการสรรสร้างนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้ (Popularizer of Smart EV) สอดคล้องกับภารกิจระดับโลกในการสร้างการเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างเท่าเทียมกันสําหรับทุกคน ซึ่งในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้เริ่มต้นเส้นทางธุรกิจในตลาดต่างประเทศของเรา โดยมีประเทศไทยเป็นเป้าหมายแรก เพื่อเป็นฐานในการเข้าถึงประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน รวมทั้งตอบสนองความต้องการรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นของผู้ใช้ทั่วโลก ภายหลังจาก NETA ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงจากการแนะนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่มีนวัตกรรมล้ำสมัยที่ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้อย่างแท้จริงในตลาดจีน และเป็นแบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่ที่มีศักยภาพมากที่สุดในประเทศจีน อีกทั้งบริษัทฯ ยังได้รับการคัดเลือกให้อยู่ใน 20 อันดับแรกของบริษัทรถยนต์โดยสารพลังงานใหม่ระดับโลก และอันดับหนึ่งในกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ที่มีความโดดเด่นในอุตสาหกรรม โดยทั้ง 2 การจัดลำดับมาจากผลงานด้านยอดขาย โดยมียอดขายสะสมรวมกว่า 260,000 คัน”
“สำหรับในประเทศไทย เมื่อเร็วๆ นี้ NETA ได้ร่วมมือกับ บริษัท บางชันเยนเนอเรลเอเซมบลี จำกัด หรือ BGAC จัดพิธีลงเสาเอกโรงงานประกอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในต่างประเทศแห่งแรกของ NETA ในประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่ภายในนิคมอุตสาหกรรมบางชัน กรุงเทพมหานคร โดยได้ตั้งเป้าหมายเป็น ศูนย์กลางในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าพวงมาลัยขวาสําหรับประเทศต่างๆ ในอาเซียน ซึ่งจะสามารถเปิดสายพานการผลิตได้ภายในปี 2024 ในขณะที่ NETA V มียอดจดทะเบียนที่ครองส่วนแบ่งการตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอยู่ที่ 21% พร้อมทั้งการันตีความสำเร็จกับรางวัล “Best Hatchback EV” จากงาน Thailand Car of The Year ประจำปี 2023 อีกด้วย” มร. หวัง เฉิงเจี่ย กล่าวเสริม

มร. เป่า จ้วงเฟย (Mr. Bao Zhuangfei) ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด เผยว่า “บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นความสำคัญ 3 ด้านในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ได้แก่ การนำเสนอความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ การมีช่องทางการจัดจำหน่ายที่ครอบคลุม และการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าประทับใจ เรามุ่งมั่นทุ่มเทในทุกด้านเพื่อให้ลูกค้าชาวไทยสามารถเข้าถึงนวัตกรรม และ เทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งเรามุ่งมั่นส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานไฟฟ้า และระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยให้สามารถเติบโตรุดหน้าทัดเทียมกับกับตลาดโลก”

“ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44 นี้ เราได้นำความพิเศษต่างๆ มากมายมาจัดแสดงในบูธ โดยเชิญชวนทุกท่านเข้ามาสัมผัสประสบการณ์รถยนต์พลังงานไฟฟ้าของ NETA โดยเฉพาะ NETA V (เนต้า วี) รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นยอดนิยมในสไตล์ City Car ที่มาพร้อมการตกแต่งพิเศษในหลากหลายสไตล์ สะท้อนตัวตนของแบรนด์ NETA ที่มีทั้งความเป็น Fashion ความ Sporty และความ Young ในหนึ่งเดียว โดยเรามีแผนนำเสนอสีใหม่ในโทนสีเขียว Moonlight Green ที่จะส่งมอบให้กับลูกค้าได้ตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคมนี้ และ NETA S รถยนต์พลังงานไฟฟ้าในรูปแบบ Sporty Smart Coupé ที่ให้พละกำลังสูงสุดถึง 462 แรงม้า รวมทั้ง NETA Kid รถยนต์พลังงานไฟฟ้าสำหรับเด็กที่ถอดแบบมาจาก NETA S นอกจากนี้ ยังได้จัดแสดง Mini Commercial EV ต้นแบบรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็ก ที่มอบความสะดวก ใช้งานง่าย คล่องตัว และประหยัดค่าใช้จ่าย เหมาะสำหรับการขนของหรือจัดส่งสินค้าในตรอก ซอย หรือบริเวณที่มีพื้นที่จำกัด พร้อมด้วยข้อเสนอและของรางวัลมากมายเมื่อจองรถยนต์ NETA V และร่วมสนุกกับกิจกรรมภายในงานนี้ที่บูธ NETA ของเรา”

ข้อเสนอพิเศษในงานมอเตอร์โชว์
ข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าที่จอง NETA V รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ภายในงานระหว่างวันที่ 22 มีนาคม ถึงวันที่ 2 เมษายน 2566 ดังนี้:
- ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
- ฟรี! เครื่องชาร์จ NETA WALLBOX พร้อมค่าติดตั้ง จำนวน 1 ชุด
- ฟรี! รับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 150,000 ก.ม.(แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
- ฟรี! รับประกันมอเตอร์และแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
- รับฟรี Viu Premium Code รวมความบันเทิงระดับเอเชีย ชมซีรีส์ดังๆ โดนๆ นาน 3 เดือน*
* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนเปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

พบกับสุดยอดนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า 100% พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษมากมายจากเนต้า ออโต้ ได้ที่บูธหมายเลข A20 อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 เมืองทองธานี ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44 ตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม ถึงวันที่ 2 เมษายน 2566 นี้
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ NETA CALL CENTER โทร. 02-039-5751 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง หรือติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ ของเนต้าได้ที่ช่องทางต่อไปนี้:
- Facebook : Neta Auto Thailand
- Neta Line Official : @netaautothailand
- Website : www.neta.co.th













