Home Blog Page 262

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เผยโฉม ORA Grand Cat ครั้งแรกในไทย และยนตรกรรมอัจฉริยะหลากหลายรุ่นในงาน มหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 39

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เดินหน้าสร้างปรากฏการณ์เขย่าวงการยานยนต์ไทยส่งท้ายปีในฐานะบริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลก (Global Intelligent Technology Company) จัดทัพยานยนต์พลังงานไฟฟ้าที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยร่วมแสดงในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39 (The 39th Thailand International Motor Expo 2022) ชูแนวคิด “GWM Light the Future” สะท้อนความเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าของไทย (xEV Leader) ด้วยไฮไลท์พิเศษมากมาย อาทิ การเผยโฉม ORA Grand Cat ครั้งแรกในไทย การเปิดตัว ORA Good Cat 500 PRO รุ่นย่อยใหม่ของเจ้าเหมียวไฟฟ้าขวัญใจมหาชนที่มาพร้อมสีใหม่ Pistachio  Green พร้อมเปิดให้จองสิทธิ ORA Good Cat ในราคาใหม่ ตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 ถึง 31 ธันวาคม 2565สำหรับการส่งมอบรถยนต์รอบใหม่จำนวน 2,000 คัน การเปิดตัว New HAVAL H6 Hybrid SUV โฉมใหม่ ที่หรูหรายิ่งขึ้น และการกลับมาปรากฏตัวอีกครั้งของรถยนต์เอสยูวีออฟโรดสุดหรูสำหรับนักขับขี่สายลุย TANK 500 HEV พร้อมด้วยการจัดแสดงทัพรถยนต์ยอดนิยมอีกหลากหลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็น All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV,  HAVAL H6 Hybrid SUV, HAVAL JOLION Hybrid SUV, ORA Good Cat และ ORA Good Cat GT รวมไปถึงเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะสุดล้ำ ข้อเสนอสุดพิเศษและสิทธิประโยชน์มากมายสำหรับลูกค้าและผู้ที่สนใจซื้อรถยนต์ ตลอดจนกิจกรรมสนุกๆ มากมายภายในบูท เกรท วอลล์ มอเตอร์

มร. เอลเลียต จาง ประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ อาเซียน กล่าวว่า “นับตั้งแต่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีที่ผ่านมา เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะผู้นำด้านยานยนต์พลังงานไฟฟ้า ยึดมั่นในกลยุทธ์หลักด้านการสร้างความแตกต่างโดยได้สร้างสรรค์และส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการคุณภาพ ประสบการณ์ใหม่ๆ รวมทั้งเทคโนโลยีล้ำสมัยให้กับผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ประสบความสำเร็จในการเปิดตัวรถยนต์พลังงานใหม่ 5 รุ่น จาก 2 แบรนด์และ 3 ซีรีส์เข้าสู่ตลาดประเทศไทย การันตีด้วยจำนวนผู้ใช้งานรถยนต์ของเรามากกว่า 13,000 คน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง HAVAL H6 Hybrid SUV และเจ้าเหมียวไฟฟ้า ORA Good Cat ที่ครองอันดับหนึ่งในแต่ละเซ็กเมนต์ได้อย่างเหนียวแน่น ไม่เพียงเท่านั้น เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังให้ความสำคัญกับการยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง (User-centric) เพื่อที่จะเป็นแบรนด์ของผู้ใช้อย่างแท้จริง โดยในประเทศไทยเราได้เปิดบริการ GWM Experience Center แห่งแรกในตลาดต่างประเทศสำหรับจัดกิจกรรมพิเศษ สร้างรอยยิ้มและความประทับใจให้กับผู้มาใช้บริการ รวมถึงจัดตั้ง GWM User Committee เพื่อแสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับการรับฟังและการเคารพต่อความต้องการของลูกค้า นอกจากนี้ เรามีผู้ใช้งาน GWM Application มากกว่า 130,000 ราย และมีผู้ติดตามข่าวสารบนโซเชียลมีเดียของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ รวมมากกว่า 1 ล้านคนอีกด้วย นับเป็นแบรนด์ที่มีจำนวนผู้ติดตามในแพลตฟอร์มออนไลน์เติบโตรวดเร็วที่สุดของวงการยานยนต์ไทยในขณะนี้”

“ทั้งนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสถานีอัดประจุไฟฟ้า G-Charge Supercharging Station และการขยายสถานีชาร์จประจุไฟฟ้าแบบชาร์จเร็วให้ได้ทั้งสิ้น 55 แห่งทั่วประเทศภายในสิ้นปีนี้ ควบคู่ไปกับการพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อเพื่อเชื่อมโยงแผนที่โครงข่ายสถานีอัดประจุไฟฟ้าสาธารณะมาอยู่ในแผนที่การชาร์จใน GWM Application ครอบคลุมไปแล้วกว่า 70% ยิ่งไปกว่านั้น เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังได้รับเกียรติในฐานะพันธมิตรด้านโมบิลิตี้และโลจิสติกส์ของการประชุมเอเปคเพื่ออำนวยความสะดวกสบายในการเดินทางให้กับคณะผู้แทนจากเขตเศรษฐกิจเอเปคตลอดระยะเวลาจัดการประชุมในประเทศไทยอีกด้วย ที่สำคัญ ในวันนี้ เรามีความยินดีที่ได้ให้การต้อนรับสมาชิกใหม่ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ อย่าง TANK 500 HEV รถยนต์รุ่นแรกจากแบรนด์ TANK ซึ่งเป็นเอสยูวีออฟโรดขนาดใหญ่ที่มาพร้อมรูปลักษณ์และดีไซน์ระดับพรีเมียม ผสมผสานความสง่างามเข้ากับห้องโดยสารที่กว้างขวาง การตกแต่งภายในที่ทันสมัยและหรูหรา และสมรรถนะอันทรงพลังไว้อย่างลงตัว พร้อมตอบโจทย์ความต้องการในทุกๆ มิติ และจะเข้ามาสร้างนิยามใหม่ให้กับตลาดรถยนต์ออฟโรดขนาดใหญ่ได้อย่างแน่นอน” มร. เอลเลียต กล่าวเสริม

ด้าน นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “​เกรท วอลล์ มอเตอร์ เดินหน้าก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมยึดแนวคิดการรับฟังเสียงผู้บริโภคและการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าเป็นหัวใจหลักของการดำเนินงาน โดยในปี 2566 เป็นต้นไป เรามีพันธกิจที่จะนำรถยนต์อีก 4 รุ่นเข้ามาสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่ปลอดภัย อัจฉริยะ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้กับตลาดเมืองไทย ซึ่งเราขอรับรองว่าจะเป็นที่ถูกตาต้องใจแฟนๆ ชาวไทยอย่างแน่นอน สำหรับวันนี้ เราได้นำผลิตภัณฑ์ยานยนต์ไฟฟ้าชั้นนำมากมายมาจัดแสดงให้คนไทยได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด ประเดิมด้วย ORA Grand Cat เจ้าเหมียวไฟฟ้าพรีเมียมคูเป้รุ่นแรกจากแบรนด์ ORA มาปรากฏโฉมเป็นครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมสะกดทุกสายตาในงานด้วยดีไซน์โดดเด่น หรูหรา ครบครันด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะและสมรรถนะเหนือระดับ ตามด้วย ORA Good Cat 500 PRO อีกหนึ่งรุ่นย่อยของเจ้าเหมียวไฟฟ้า 100% ขวัญใจมหาชน ที่ยังคงอัดแน่นด้วยนวัตกรรมสำหรับทุกการขับขี่ พร้อมเปิดตัวสีใหม่สไตล์รักษ์โลกอย่างสีเขียว Pistachio Green นอกจากนี้ สำหรับคำสั่งจอง ORA Good Cat ที่เรามีอยู่ในขณะนี้ เรามีรถอยู่ในประเทศไทยทั้งหมดแล้วและพร้อมส่งมอบให้กับลูกค้าภายในปีนี้อย่างแน่นอน และสำหรับแฟนๆ ที่รอคอยการกลับมาของ ORA Good Cat เราจะมีการเปิดให้จองสิทธิในราคาใหม่ สำหรับการส่งมอบรถยนต์รอบใหม่จำนวน 2,000 คัน ตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 ถึง 31 ธันวาคม 2565 ซึ่งเราคาดว่าจะส่งมอบรถทั้งหมดได้ภายใน 31 มีนาคม 2566 ส่วนอีกหนึ่งไฮไลท์คือ New HAVAL H6 Hybrid SUV โฉมใหม่ ที่มาพร้อมรูปลักษณ์หรูหรายิ่งกว่าที่เคย พร้อมด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยและฟังก์ชันอำนวยความสะดวกสบายมากมาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้อย่างหลากหลาย นอกจากนี้ยังมีขบวนพาเหรดรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นยอดนิยมอื่นๆ จากแบรนด์ HAVAL และ ORA ที่กวาดยอดขยายถล่มทลายในประเทศไทยมาจัดแสดงอย่างครบครัน ทั้ง All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV, HAVAL JOLION Hybrid SUV, ORA Good Cat และ ORA Good Cat GT รถยนต์ทุกรุ่นที่นำมาจัดแสดงในครั้งนี้ ไม่เพียงจะสร้างสีสันความคึกคักให้กับงาน แต่ยังตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นและการเดินหน้าเต็มกำลังของเกรท วอลล์ มอเตอร์ เพื่อขับเคลื่อนให้ประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ”

การอวดโฉมครั้งแรกในประเทศไทยของ ORA Grand Cat

ครั้งแรกในประเทศไทยกับการปรากฏโฉมอย่างเป็นทางการของ ORA Grand Cat เจ้าเหมียวพรีเมียมคูเป้ไฟฟ้า 100% รุ่นแรกจากแบรนด์ ORA ซึ่งโดดยิ่งกว่าที่เคยในทุกๆ มิติทั้งดีไซน์สปอร์ตอันโฉบเฉี่ยวเร้าใจ สมรรถนะเหนือระดับเพื่อการขับขี่ที่สนุกสนาน นวัตกรรมและเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อความปลอดภัยสูงสุด โดยมาพร้อมระบบการขับเคลื่อน 4 ล้อด้วยมอเตอร์ขับเคลื่อน 2 ตัว มอบพละกำลังสูงสุดถึง 408 แรงม้า แรงบิดรวมสูงสุด 680 นิวตันเมตร ทำความเร็วระหว่าง 0-100 กม./ชม. ภายใน 4.3 วินาที และวิ่งได้ระยะทางสูงสุดถึง 550 กิโลเมตรต่อหนึ่งการชาร์จ (ตามมาตรฐาน NEDC) รูปลักษณ์ภายนอกสง่างามสะกดทุกสายตากับความหรูหราและทันสมัยด้วยหลังคากระจก (Glass Roof) กระจังหน้าพร้อมระบบ Active Air Intake (Active Air Inlet Grille) สปอยเลอร์หลังไฟฟ้า (Electric Rear Spoiler) พร้อมเสียงท่อไอเสียสังเคราะห์เพื่อเพิ่มความสปอร์ตในการขับขี่ (Exhaust Synthetic Noise) นอกจากนี้ ORA Grand Cat ยังมาพร้อมระบบนำทางอัจฉริยะ ORA Autopilot 3.0 เซ็นเซอร์รอบคันถึง 28 จุด และเรดาร์อัลตราโซนิก 12 ตัว เพื่อยกระดับความอัจฉริยะของการขับขี่ไปอีกขั้น ภายในดูเรียบหรูด้วยจอ Multimedia Touch Screen ขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว พร้อมลำโพง Infinity 11 ตัวและแอมพลิไฟเออร์แยกอิสระ เบาะคนขับและผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า พร้อมระบบคูลลิ่งและนวดไฟฟ้า อำนวยความสะดวกสบายได้อย่างครบครัน

การเปิดลงทะเบียนสำหรับ ORA Good Cat ล็อตใหม่ การเปิดตัวรุ่นย่อย 500 PRO พร้อมเฉดสีใหม่ และการเปิดจอง ORA Good Cat GT สีขาว

หลังจากได้รับกระแสตอบรับอย่างท่วมท้น เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะเปิดให้จองสิทธิในราคาใหม่ของ ORA Good Cat สำหรับการส่งมอบรถยนต์รอบใหม่ จำนวน 2,000 คัน ตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565 ผ่าน GWM application และเว็บไซต์ WWW.GWM.CO.TH (โปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมจากช่องทางดังกล่าว) รถทั้ง 2,000 คันนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะทำการส่งมอบได้ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2566 นอกจากนี้ ยังมีการเปิดตัว ORA Good Cat 500 PRO รุ่นย่อยของเจ้าเหมียวไฟฟ้าที่มาพร้อมเฉดสีใหม่ถูกใจสายรักษ์โลก Pistachio  Green เจ้าเหมียว ORA Good Cat 500 PRO ยังมาพร้อมแบตเตอรี่ Lithium Ternary 63.1 Kwh ให้ระยะทางการขับขี่สูงถึง 500 กิโลเมตรต่อหนึ่งการชาร์จ (มาตรฐาน NEDC) รองรับระบบการขับขี่ 5 รูปแบบ (แบบมาตรฐาน/ สปอร์ต/ ECO/ ECO+/อัตโนมัติ) และระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติระดับ 2+ พร้อมกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 360 องศา และหลังคา Panoramic Sunroof รวมถึงเทคโนโลยีอันล้ำสมัยอีกมากมาย ที่จะอำนวยความสะดวกและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์อันหลากหลายได้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมการช่วยเข้าโค้งอัจฉริยะ (Intelligent ACC) ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินบนทางตรงและทางแยก (AEBI) ระบบช่วยเลี่ยงการเข้าใกล้รถใหญ่จากด้านข้าง (WDS) ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA) ระบบช่วยรักษาระยะให้อยู่กลางเลน (LCK) นอกจากนี้ สำหรับสาวกเจ้าเหมียวสายสปอร์ต ORA Good Cat GT เกรท วอลล์ มอเตอร์ เปิดให้จองสีใหม่ สีขาว Hamilton White ด้วยราคาเดิม 1,286,000 บาท ภายในงานอีกด้วย

พบกับ New HAVAL H6 Hybrid SUV โฉมใหม่ โฉบเฉี่ยวยิ่งกว่าที่เคย

เกรท วอลล์ มอเตอร์ สานต่อตำนานความสำเร็จของ HAVAL H6 ที่ครองตำแหน่งผู้นำในตลาดรถยนต์คอมแพคเอสยูวีอย่างเหนียวแน่นต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลานานถึง 10 เดือน (มกราคม – ตุลาคม 2565) ด้วยการปรับโฉมให้ดูโฉบเฉี่ยวมากยิ่งขึ้น พร้อมตอบโจทย์ด้านความสะดวกสบายขึ้นไปอีกขั้น โดย New HAVAL H6 Hybrid SUV – DARE TO BE ELITE กล้าเปลี่ยนเพื่อชีวิตที่เหนือระดับ มาพร้อมกระจังหน้าแบบ Star Matrix และยังคงอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยมากมาย ที่เป็นทั้ง Best-in-class และ First-in-class พร้อมเพิ่มระบบฝาท้ายไฟฟ้าแบบ hand-free นอกจากนี้ New HAVAL H6 Hybrid SUV โฉมใหม่ ยังโดดเด่นด้วยสมรรถนะการขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 1.5 Turbo ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังรวมสูงสุด 243 แรงม้า ให้แรงบิดรวมสูงสุด 530 นิวตันเมตร ระบบเกียร์แบบ DHT ที่รองรับระบบการขับเคลื่อนที่หลากหลายของรถยนต์ไฮบริด และสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม GWM L.E.M.O.N แพลตฟอร์มโมดูล่าร์อัจฉริยะที่สามารถปรับเปลี่ยนและรองรับเครื่องยนต์ได้หลากหลายรูปแบบ และยังสามารถอัพเกรดเฟิร์มแวร์ผ่านระบบออนไลน์อัจฉริยะ (FOTA) การสั่งงานด้วยเสียงอัจฉริยะ และการสั่งการและควบคุมรถผ่าน GWM Application พร้อมให้แฟนๆ เป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ในราคา 1,349,000 บาท

การปรากฏโฉมอีกครั้งในประเทศไทยของ TANK 500 HEV

หลังจากที่เคยปรากฏตัวสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนๆ นักขับขี่ขาลุยในไทยเป็นครั้งแรกของโลกในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ผ่านมา TANK 500 HEV กลับมาสะกดสายตาทุกคนอีกครั้งในปีนี้เพื่อตอกย้ำความร้อนแรงในเซ็กเมนต์เอสยูวีดีด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวของการผสานความหรูหราสง่างามเข้ากับสมรรถนะทรงพลังตามแบบฉบับของรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อระดับไฮเอนด์เพื่อการใช้ชีวิตอย่างไร้ขีดจำกัด ด้วยระบบส่งกำลังแบบไฮบริด 2.0T+9HAT ให้กำลังเครื่องยนต์สูงสุด 258 กิโลวัตต์ และแรงบิดสูงสุด 615 นิวตันเมตร ร่วมด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อและระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะรุ่นใหม่ล่าสุด อาทิ TANK Turn ที่ช่วยให้การเลี้ยวในที่แคบเป็นไปได้อย่างง่ายดาย พร้อมด้วยระบบล็อกเฟืองไฟฟ้าด้านหน้าและด้านหลังที่ส่งถ่ายกำลังของล้อเพื่อช่วยป้องกันการลื่นไถล และยังมีโหมดการขับชขี่แบบออฟโรดอีกมากมายซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนได้อัตโนมัติตามสภาพพื้นถนน TANK 500 HEV ยังโดดเด่นด้วยการออกแบบภายใน ลำโพงคุณภาพระดับพรีเมียม และเบาะหนังที่ให้ความรู้สึกเรียบง่ายแต่หรูหราเหนือระดับ ทั้งยังมีหน้าจอดิจิตอลขนาด 12.3 นิ้ว หน้าจอกลางแบบสัมผัสขนาด 14.6 นิ้ว พร้อมแพลตฟอร์มช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะสามารถรับรู้ฟังก์ชันต่างๆ ตามการนำทาง เช่น ระบบเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ ระบบช่วยเหลือการเปลี่ยนเลนและการเปลี่ยนฉุกเฉิน ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ และระบบช่วยหยุดรถเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง ช่วยเสริมความปลอดภัยให้ผู้ขับขี่พร้อมลุยในทุกเส้นทาง

พิเศษ! เกรท วอลล์ มอเตอร์ มอบข้อเสนอและสิทธิประโยชน์สุดคุ้มสำหรับลูกค้าและผู้ที่สนใจซื้อรถยนต์ที่เปิดตัวขายในประเทศไทยแล้ว เฉพาะในงาน มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39 ไม่ว่าจะเป็นแคมเปญ Great Wall Great Deal สำหรับรถยนต์แบรนด์ HAVAL ทั้ง 4 รุ่น และแคมเปญ PREMIERE DEAL สำหรับเจ้าเหมียวไฟฟ้าดีไซน์สปอร์ต ORA Good GT

New HAVAL H6 Hybrid SUV

รับดอกเบี้ยพิเศษ 1.89% นาน 48 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปีเต็ม แพ็กเกจบำรุงรักษา GWM PRO Service Inclusive (GPSI) 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร ฟรี น้ำมันมูลค่าสูงสุด 2,000 บาท บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 5 ปี กรอบป้ายทะเบียนและพรม GWM และสิทธิประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย รวมมูลค่ากว่า 96,000 บาท

All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV

รับดอกเบี้ยพิเศษ 1.89% นาน 48 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปีเต็ม ฟรี GWM โฮม ชาร์จ พร้อมติดตั้ง มูลค่าสูงสุด 60,000 บาท บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 5 ปี แพ็กเกจบำรุงรักษา GWM PRO Service Inclusive (GPSI) 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมบริการรับหรือส่งรถเพื่อเข้าบริการบำรุงรักษาตามระยะทาง และ/หรือ บริการเช็คระยะนอกสถานที่ (GWM Mobile Service) จำนวน 2 ครั้ง ฟรี น้ำมันมูลค่าสูงสุด 2,000 บาท รับคะแนนสะสม GWM Point 15,000 คะแนน และสิทธิประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย รวมมูลค่ากว่า 167,000 บาท

HAVAL H6 Hybrid SUV

รับดอกเบี้ยพิเศษ 0.59% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% บัตรเติมน้ำมันมูลค่าสูงสุด 15,000 บาท ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปีเต็ม แพ็กเกจบำรุงรักษา GWM PRO Service Inclusive (GPSI) 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 5 ปี และกรอบป้ายทะเบียนและพรม GWM รวมมูลค่าสูงสุดกว่า 157,000 บาท

HAVAL JOLION Hybrid SUV

รับดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% บัตรเติมน้ำมันมูลค่า 20,000 บาท ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปีเต็ม ประกันคุณภาพรถใหม่ 7 ปี รับประกันแบตเตอร์รีไฮบริด 8 ปี แพ็กเกจบำรุงรักษา GWM PRO Service Inclusive (GPSI) 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 5 ปี รับฟิล์มกรองแสงลามิน่ารอบคัน กรอบป้ายทะเบียนและพรม GWM และสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย รวมมูลค่ากว่า 172,000 บาท

ORA Good Cat GT

รับดอกเบี้ยพิเศษ 1.79% เมื่อดาวน์ 25% และผ่อน 48 เดือน มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 23,000 บาท ฟรี ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เป็นระยะเวลา 1 ปี ฟรี GWM โฮมชาร์จเจอร์พร้อมการติดตั้งในระยะสายไฟยาวไม่เกิน 20 เมตร (จากตู้เมน) จำนวน 1 ครั้ง (ไม่รวมค่าแท่นชาร์จ) ฟรี ค่าแรงและค่าอะไหล่งานบำรุงรักษาตามระยะทาง (GWM PRO Service Inclusive: GPSI) จำนวน 5 ครั้ง ตลอดระยะเวลา 5 ปี หรือ 75,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง (Roadside Assistance) เป็นระยะเวลา 5 ปี และ ฟรี กรอบป้ายทะเบียนและพรม GWM รวมมูลค่ากว่า 130,000 บาท

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเสนอและเงื่อนไขของแคมเปญ Great Wall Great Deal และ PREMIERE DEAL ได้ที่ WWW.GWM.CO.TH หรือ GWM Application หรือ Official Facebook Page : GWM Thailand

นอกจากการจัดแสดงขบวนทัพรถยนต์หลากหลายรุ่นแล้ว เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังให้ผู้ที่มาเยี่ยมชมได้เลือกซื้อสินค้าไลฟ์สไตล์และของที่ระลึก รวมถึงลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษมากมาย และพักผ่อนหย่อนใจได้ที่ GWM Bar และ Lifestyle Lounge โดยมีน้อง Intelligent Ambassador (iAM) พร้อมให้การต้อนรับทุกท่านอย่างอบอุ่นตลอดทั้งงาน

สำหรับผู้ที่สนใจทดลองขับรถยนต์ All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV รถยนต์ All New HAVAL H6 Hybrid SUV รถยนต์ All New HAVAL JOLION Hybrid รถยนต์ ORA Good Cat และ รถยนต์ ORA Good Cat GT สามารถลงทะเบียนและทดลองขับได้ที่งานเช่นกัน

สัมผัสกองทัพรถยนต์ไฟฟ้าพร้อมด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันล้ำสมัย รวมถึงกิจกรรมสนุกๆ มากมายจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39 ตั้งแต่วันที่ 1 – 12 ธันวาคม 2565 เวลา 12.00 – 22.00 น.
(วันธรรมดา) และ 11.00 – 22.00 น. (วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ) ที่บูธเกรท วอลล์ มอเตอร์ หมายเลข A11 อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

เอ็มจี ยกขบวนรถยนต์ทุกรุ่นพร้อมแคมเปญสุดคุ้ม และไฮไลท์เด็ดเปิดราคา NEW MG4 ELECTRIC ในงาน Motor Expo 2022

0

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ยกขบวนรถยนต์ครอบคลุมทุกรูปแบบการขับเคลื่อนโชว์ในงาน Thailand International Motor Expo 2022 พร้อมส่งมอบความสุขให้คนไทยก่อนสิ้นปี ด้วยข้อเสนอ ดอกเบี้ยพิเศษ 0% และโปรขับฟรี 90 วัน รวมถึงไฮไลท์แห่งปีกับการเผยโฉมและประกาศราคาอย่างเป็นทางการในประเทศไทยของ NEW MG4 ELECTRIC รถแฮทช์แบ็คขับเคลื่อนล้อหลังพลังงานไฟฟ้า 100% (EV) ภายใต้แนวคิด “ICON” พร้อมเปิดให้คนไทยสัมผัสกับประสบการณ์การขับขี่ครั้งใหม่จากยนตรกรรมคุณภาพแล้ววันนี้ ณ บูธเอ็มจี หมายเลข A13 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39 หรือ Thailand International Motor Expo 2022 ครั้งนี้ เอ็มจี ยกทัพยานยนต์ทุกรุ่นจัดแสดง และจัดแคมเปญกระตุ้นการซื้อให้คนไทยเป็นเจ้าของยนตรกรรมที่มาพร้อมเทคโนโลยี ความทันสมัย และความคุ้มค่าได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษก่อนสิ้นปี ไม่ว่าจะเป็น

  • ดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 60 เดือน ในรุ่น MG HS พร้อมขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์เป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • ดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 48 เดือน ในรุ่น MG HS PHEV พร้อมขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์เป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และ รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง พร้อมฟรี MG Home Charger และค่าติดตั้ง ในส่วนของ MG5 เลือกผ่อนเพียง เดือนละ 5,991 บาท หรือออกรถเริ่มต้นเพียง 29,250 บาท
  • พิเศษขับฟรี 90 วัน พร้อม ฟรี!! ค่าแรงเช็กระยะ 100,000 กิโลเมตร สำหรับกระบะพันธุ์ยักษ์ MG EXTENDER พร้อมดอกเบี้ยพิเศษ 0% เมื่อดาวน์เริ่มต้นที่ 25% ระยะเวลาผ่อนชาระ 48 เดือน
  • ดอกเบี้ย 89% เมื่อดาวน์เริ่มต้นที่ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน ทั้งในรุ่น MG ZS และ NEW MG VS HEV

นอกจากนี้ เอ็มจีเตรียมเปิดรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นล่าสุด พร้อมราคาจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ NEW MG4 ELECTRIC รถแฮทช์แบ็คขับเคลื่อนล้อหลังพลังงานไฟฟ้า 100% (EV) โกลบอลอีวีที่เหนือระดับ ทั้งในด้านสมรรถนะที่ขับสนุก เร้าใจ นวัตกรรมอันล้ำสมัย และความปลอดภัยมาตรฐานระดับสากล

โดย NEW MG4 ELECTRIC ถือเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) รุ่นที่ 3 ของเอ็มจี ที่แนะนำเข้าสู่ตลาดต่อจาก MG ZS EV และ MG EP ถือเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ได้รับกระแสตอบรับที่ดีและสามารถสร้างภาพจำครั้งใหม่ ซึ่งหลังจากเปิดรับจอง NEW MG4 ELECTRIC ผ่านแอพพลิเคชัน MG THAILAND ไปเมื่อกลางเดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมา สามารถสร้างสถิติกวาดยอดจองสูงถึง 1,598 คัน ภายในระยะเวลาเพียง 8 ชั่วโมงในช่วงการเปิดจอง PRE-BOOKING สำหรับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันนี้ ผู้สนใจสามารถจองและทดลองขับได้ภายในงาน และที่โชว์รูมเอ็มจีทั่วประเทศ ซึ่ง เอ็มจี จะเริ่มทยอยส่งมอบรถ NEW MG4 ELECTRIC ให้กับลูกค้าภายในเดือนธันวาคมนี้เป็นต้นไป

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การเปิดตัว NEW MG4 ELECTRIC ในวันนี้ จะสร้างมาตรฐานใหม่และยกระดับประสบการณ์การขับขี่ของคนไทยให้สนุกและเร้าใจกว่าที่เคย พร้อมปูทางให้กับตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยสู่การพัฒนาที่สามารถก้าวทันกับอุตสาหกรรมยานยนต์อีวีโลก ปัจจุบัน เอ็มจี มียอดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าสะสมรวมมากกว่า 6,000 คัน อันเป็นการตอกย้ำภาพการเป็นผู้นำอีวีในไทยของ เอ็มจี ด้วยการเป็นแบรนด์ที่ไม่หยุดนิ่งในการนำเสนอสิ่งใหม่ๆ ที่ดียิ่งขึ้นให้กับคนไทย รวมถึงงานมอเตอร์เอ็กซ์โปในครั้งนี้เราจัดแคมเปญพิเศษให้ลูกค้าได้เป็นเจ้าของรถยนต์ เอ็มจี ได้ง่ายขึ้นทุกรุ่นด้วยโปรโมชั่นผ่อน 0% หรือ ขับฟรี 90 วัน”

สัมผัสและทดลองขับยนตรกรรมคุณภาพจากเอ็มจีได้ภายในงาน Thailand International Motor Expo 2022 ระหว่างวันที่ 1 ถึง 12 ธันวาคม 2565 ณ บูธเอ็มจี หมายเลข A13 อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี และที่โชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานทั้ง 160 แห่งทั่วประเทศ

รายละเอียดรถ NEW MG4 ELECTRIC: https://www.mgcars.com/th/mg-models/new-mg4-electric/overview

รายละเอียด EV ของ MGhttps://www.mgcars.com/th/innovation/ev

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจีได้ที่

Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand

ฟอร์ด ยกทัพรถใหม่จัดแสดงครบทุกรุ่น ในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2022 พร้อมโปรโมชั่นสุดเร้าใจ

0

ฟอร์ด ประเทศไทย ยกทัพรถยนต์รุ่นใหม่ที่มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย มาจัดแสดงในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2022 นำขบวนโดยรถฟอร์ด เรนเจอร์ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ และฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์  เจเนอเรชันใหม่ รวมถึงรถสปอร์ตระดับตำนาน ฟอร์ด มัสแตง กับตัวเลือกสีใหม่ สีส้ม ไซเบอร์ ออเรนจ์ ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 1-12 ธันวาคม 2565 พร้อมมอบโปรโมชั่นสุดเร้าใจอีกมากมาย  ทั้งภายในงานและที่ผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศ ตลอดระยะเวลาการจัดงาน

“ฟอร์ดมีความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง ที่ในปีนี้ รถยนต์ฟอร์ด เจเนอเรชันใหม่ของเราได้สร้างปรากฎการณ์ความตื่นเต้นให้กับตลาดรถยนต์ในประเทศไทย ด้วยสมรรถนะอันเหนือชั้นและเทคโนโลยีล้ำสมัย ควบคู่กับการนำเสนอประสบการณ์เหนือระดับในการเป็นเจ้าของรถฟอร์ด ทำให้แบรนด์ฟอร์ดได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากผู้บริโภคชาวไทย เราเชื่อมั่นว่าข้อเสนอสุดเร้าใจ ภายในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2022 ครั้งนี้ จะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดแห่งปีที่ช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าในการตัดสินใจซื้อรถฟอร์ดที่ทุกคนชื่นชอบ” นายรัฐการ จูตะเสน รองกรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

ภายในงานลูกค้าจะได้พบกับ ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ รถกระบะที่แกร่งที่สุด สมบุกสมบันที่สุด และชาญฉลาดที่สุดในตระกูลฟอร์ด เรนเจอร์ โดดเด่นด้วยสมรรถนะเหนือระดับ ดีไซน์โฉบเฉี่ยว ดุดัน อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกครบครัน และฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การใช้งานได้ครอบคลุมความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการใช้ทำงาน ใช้ชีวิตกับครอบครัว หรือเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อน

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ รถยนต์อเนกประสงค์ที่ออกแบบและพัฒนาเพื่อตอบโจทย์คนรักการผจญภัยตัวจริง ผสานสมรรถนะอันโดดเด่นพร้อมลุยเข้ากับดีไซน์ภายนอกที่ดูล้ำสมัย แข็งแกร่ง และการออกแบบภายในที่มอบความสะดวกสบายเหนือระดับได้อย่างลงตัว อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีช่วยการขับขี่และฟีเจอร์อำนวยความสะดวกยิ่งกว่าเคย ให้คุณพร้อมพิชิตทุกการผจญภัย

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เจเนอเรชันใหม่ รถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูงที่ออกแบบและพัฒนาโดยทีมฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ ให้เป็นที่สุดแห่งรถกระบะที่มาพร้อมเทคโนโลยีที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น มาพร้อมดีไซน์ที่ดุดันยิ่งกว่าเคย โดดเด่นด้วยขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตร อีโคบู๊สต์ วี 6 เทอร์โบคู่ มอบพละกำลังสูงสุดถึง 397 PS และแรงบิด 583 นิวตันเมตร ผสานโหมดการขับขี่ 7 โหมด และระบบช่วงล่างที่ปรับแต่งใหม่ด้วยโช้คอัพ FOX แบบไลฟ์วาล์ว Internal Bypass ขนาด 2.5 นิ้ว ยกระดับสมรรถนะด้านออฟโรดให้เหนือมาตรฐานสำหรับผู้หลงใหลการขับขี่ออฟโรดตัวจริง

รถฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ ยังจัดแสดงพร้อมอุปกรณ์ตกแต่งแท้จากฟอร์ด และชุดแต่งจากแบรนด์ผู้ผลิตชั้นนำอย่าง ARB สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการแต่งรถให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการได้มากยิ่งขึ้น

ฟอร์ด มัสแตง ที่มาพร้อมกับตัวเลือกสีใหม่ สีส้ม ไซเบอร์ ออเรนจ์ และอีกหนึ่งสีใหม่ สีน้ำเงิน แอทลาส บลู พร้อมล้ออะลูมิเนียมขึ้นรูปดีไซน์ใหม่ขนาด 19 นิ้ว  ห้องโดยสารกว้างขวาง หรูหรา อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีและฟีเจอร์ล้ำสมัย และประสบการณ์การขับขี่สุดเร้าใจ โดดเด่นด้วยตัวเลือกขุมพลังเครื่องยนต์ V8 ขนาด 5.0 ลิตร และเครื่องยนต์อีโคบู๊สต์ ขนาด 2.3 ลิตร สร้างสีสันภายในงาน

 

สู่การยกระดับการบริการลูกค้าที่เหนือชั้น

นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์รถยนต์เปี่ยมคุณภาพแล้ว ฟอร์ดยังให้ความสำคัญกับการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมให้กับเจ้าของรถฟอร์ด ด้วยการนำเสนอบริการแบบ ‘พร้อมเสมอ’ หรือ ‘Always-On’ ผ่านนวัตกรรมด้านบริการที่ฟอร์ดเดินหน้าพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง  อาทิ แอปพลิเคชันฟอร์ดพาส ที่ช่วยให้ลูกค้าเชื่อมต่อสื่อสารกับรถฟอร์ดของตนเอง พร้อมเชื่อมต่อกับบริการของฟอร์ดได้ตลอดเวลาผ่านสมาร์ทโฟน และรถให้บริการเคลื่อนที่โฉมใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการลูกค้านอกสถานที่ได้หลากหลายยิ่งขึ้น เข้าถึงลูกค้าในพื้นที่ห่างไกลด้วยมาตรฐานเดียวกับศูนย์บริการ

ล่าสุด ฟอร์ดอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าไปอีกขั้นด้วยการเปิดตัว Ford online showroom บนเว็บไซต์ www.fordthonlineshowroom.com  เพื่อให้ลูกค้าชมรถฟอร์ด เจเนอเรชันใหม่ได้เสมือนไปอยู่ที่โชว์รูมฟอร์ดและยังนัดหมายให้ผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์มาแนะนำรายละเอียดรถในจุดต่างๆ ที่ลูกค้าสนใจ รวมถึงข้อเสนอพิเศษต่างๆ ได้ พิเศษเฉพาะช่วง Motor Expo ระหว่างวันที่ 1-12 ธันวาคม 2565 ลูกค้าสามารถนัดหมายผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์เพื่อนำท่านเยี่ยมชมบูธฟอร์ดในงาน Motor expo แบบออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ www.fordthonlineshowroom.com

นอกจากนี้ ฟอร์ดยังนำเสนอโปรแกรมฟอร์ดแคร์สำหรับรถยนต์ฟอร์ด เจเนอเรชันใหม่ โดดเด่นด้วยแพ็กเกจที่มีให้เลือกทั้ง โกลด์ แพ็กเกจ และไดรฟไลน์ แพ็กเกจ พร้อมสิทธิพิเศษมากมายเพื่อเพิ่มความอุ่นใจในการถือครองรถฟอร์ดในระยะยาว เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นของฟอร์ดในการดูแลลูกค้าทุกคนเสมือนคนในครอบครัว โดยเลือกแพ็กเกจให้ขยายระยะความคุ้มครองสูงสุดได้ถึง 10 ปี หรือ 250,000 ตามเงื่อนไขที่กำหนด

ข้อเสนอสุดเร้าใจภายในงาน

ฟอร์ดพร้อมมอบโปรโมชั่นและสิทธิประโยชน์สุดพิเศษมากมายภายในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป และที่ตัวแทนจำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศ ตลอดระยะเวลาการจัดงาน ดังนี้

  • ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ รุ่นโอเพนแค็บ XL+ ดาวน์เพียง 9,900 บาท หรือผ่อนเริ่มต้นเพียง 5,299 บาท รับเพิ่มบัตรน้ำมัน 20,000 บาท
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ รุ่นดับเบิลแค็บ XLT ผ่อนเริ่มต้นเพียง 7,299 บาท รับเพิ่มบัตรน้ำมัน 20,000 บาท
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ รุ่นสปอร์ต ผ่อนเริ่มต้นเพียง 7,899 บาท รับเพิ่มบัตรน้ำมัน 20,000 บาท
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นไวลด์แทรค ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ มาพร้อมข้อเสนอสุดเร้าใจ รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 99% นาน 48 เดือน
  • ฟอร์ด มัสแตง ฟรีโปรแกรม ‘Ford 5 Years Premium Care’ เพิ่มความอุ่นใจให้กับลูกค้า
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ และ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ ทุกรุ่น มาพร้อมการรับประกันคุณภาพรถใหม่จากโรงงานนานถึง 5 ปี หรือ 150,000 กม. และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งในปีแรก ตามเงื่อนไขที่กำหนด

พิเศษ เพียงจองและออกรถฟอร์ด เจเนอเรชันใหม่ ทุกรุ่น ยกเว้นฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ลุ้นรับทองคำมูลค่าสูงสุด 1,000,000 บาท 1 รางวัล และ 100,000 บาท 30 รางวัล รวมมูลค่า 4,000,000 บาท และพิเศษเฉพาะลูกค้าที่จัดไฟแนนซ์ผ่านฟอร์ดลีสซิ่ง โดยธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ หรือพนักงานรับเงินเดือนผ่านธนาคาร ดาวน์เริ่มต้นเพียง 0% โดยจองรถฟอร์ดวันนี้ รับเงื่อนไขการเช่าซื้อตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคใหม่ ทันที ไม่ต้องรอปีหน้า พิเศษอีกขั้นสำหรับลูกค้าฟอร์ดปัจจุบัน รับเพิ่มโปรแกรมบำรุงรักษารถยนต์ตามระยะ Schedule Service Plan (SSP) นาน 4 ปี หรือ โปรแกรมขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพรถใหม่เพิ่ม 1 ปี ตามเงื่อนไขที่กำหนด สามารถดูรายละเอียดเกี่ยวกับข้อเสนอพิเศษเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ฟอร์ด www.ford.co.th

มาเซราติ ประเทศไทย โชว์เทคโนโลยีไฮบริดล้ำสมัย จัดแสดง ‘เกรคาเล่ จีที’ ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 39

0

มาเซราติ ประเทศไทย ยกทัพยนตรกรรมไฮบริด 3 รุ่น จัดแสดงในบูธ มาเซราติ พร้อมเปิดตัว มาเซราติ ‘เกรคาเล่ จีที’ (Grecale GT) ยนตรกรรมสปอร์ตอเนกประสงค์รุ่นล่าสุด ออกแบบภายใต้แนวคิด ‘Everyday Exceptional’ มาพร้อมเทคโนโลยีไมลด์-ไฮบริด (Mild-Hybrid) ผสานความสง่างาม, สมรรถนะ, นวัตกรรมล้ำสมัย, ศักยภาพบนเส้นทางออฟ-โรด และสุนทรียภาพแห่งการขับขี่ ที่พัฒนาจาก Maserati Innovation Lab เมืองโมเดนา ประเทศอิตาลี ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 39 ระหว่างวันที่ 1-12 ธันวาคมนี้ บริเวณแชลเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี

มร. โบยัน เจนคูลอฟสกี้, ผู้จัดการทั่วไป มาเซราติ ออสเตรเลีย อาเซียน และอินเดีย กล่าวว่า “มาเซราติ ให้ความสำคัญกับสมรรถนะและสุนทรีภาพในการขับขี่ ควบคู่ไปกับการใช้เชื้อเพลิงอย่างคุ้มค่า และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นที่มาของการคิดค้นเทคโนโลยีไมลด์-ไฮบริด

ที่ได้รับการพัฒนามาจากสนามแข่งฟอร์มูลาวัน และนำมาใช้กับยนตรกรรมหลายรุ่น เป็นเสมือนสะพานเชื่อมสู่โลกของยนตรกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% ที่จะประเดิมด้วยการเปิดตัว

มาเซราติ ‘กรันทูริสโม โฟลกอเร’ (GranTurismo Folgore) ช่วงปีพ.ศ. 2566 ซึ่งเป็นยนตรกรรม จีที ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วน รุ่นแรกในประวัติศาสตร์ของ มาเซราติ”

ปิยะเทพ ศิวากาศ, ผู้จัดการทั่วไป, มาเซราติ ประเทศไทย เผยว่า “ปัจจุบัน มาเซราติ ประเทศไทย ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของระบบไฮบริด ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์สันดาปภายใน เพื่อการตอบสนองที่ฉับไว สร้างประสบการณ์ขับ

ที่สนุกเร้าใจในสไตล์รถสปอร์ตอิตาเลียนพันธุ์แท้ โดยงานนี้เราจัดแสดงยนตรกรรมไฮไลท์ 3 รุ่น ที่มาพร้อมขุมพลังไมลด์ไฮบริด นำโดย ‘เกรคาเล่ จีที’ (Grecale GT) ที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกภายในงาน สมทบด้วย ‘กิบลี่ ไฮบริด’ (Ghibli Hybrid) และ ‘เลวานเต้ ไฮบริด’ (Levante Hybrid) โดย มาเซราติ ทั้ง 3 รุ่น มีเอกลักษณ์การดีไซน์ที่โดดเด่นภายใต้แนวคิด ‘Master of Italian Audacity’ หรือ ความกล้าที่จะแตกต่างในสไตล์อิตาเลียน ที่พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า มาเซราติ ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก”

++ Maserati Grecale GT: Everyday Exceptional

มาเซราติ เกรคาเล่ จีที สะท้อนภาพลักษณ์การออกแบบของ มาเซราติ ยุคใหม่ ตัวถังสไตล์คูเป้ เส้นสายโค้งมน กระจังหน้าโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ตกแต่งด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ พร้อม

ไฟท้ายบูเมอแรงที่ได้แรงบันดาลใจจาก มาเซราติ Giugiaro 3200 GT ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังไมลด์ไฮบริด เบนซินเทอร์โบ 4 สูบ 2.0 ลิตร ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ 48 โวลต์ และอิเล็กทรอนิกส์ซูเปอร์ชาร์จ (e-Booster) มีกำลังสูงถึง 300 แรงม้า (hp) แรงบิด 450 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.6 วินาที ความเร็วสูงสุด 240 กม./ชม. ขณะที่ห้องโดยสารก็เปี่ยมความหรูหราและอเนกประสงค์ ด้วยพื้นที่ใช้สอยมากที่สุดในรถกลุ่มเดียวกัน

++ Maserati Ghibli Hybrid: You’re not like everyone else

มาเซราติ กิบลี ไฮบริด สุดยอดยนตรกรรม แกรนด์ ทัวร์ริง รูปลักษณ์ดูแตกต่างอย่างโดดเด่น สะท้อนตัวตนของผู้ครอบครอง นับเป็นยนตรกรรมที่กำเนิดขึ้น เพื่อการขับทางไกลโดยใช้ความเร็วสูง แต่ยังคงความสะดวกสบายไว้อย่างครบครัน และเป็นผลงานแรกของเครื่องยนต์ยุคอนาคต ที่ผสมผสานสมรรถนะ, ความประหยัด และสุนทรียะแห่งการขับได้อย่างลงตัว

++ Maserati Levante Hybrid: The Maserati of SUVs

เอสยูวีรุ่นแรกในประวัติศาสตร์ของค่ายตรีศูล ที่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังไมลด์-ไฮบริด มาพร้อมความแรง, รักษ์โลก และใช้เชื้อเพลิงคุ้มค่าเป็นเสมือนก้าวที่สองของการเข้าสู่ยุคแห่งยนตรกรรมไฟฟ้าในอนาคตของ มาเซราติ ตามหลังรุ่นพี่อย่าง ‘กิบลี่ ไฮบริด’ ที่เปิดตัวช่วงปีพ.ศ. 2563

เลวานเต้ ไฮบริด เป็นรถที่ขับสนุก มีประสิทธิภาพรอบด้าน พร้อมสุ้มเสียงกระหึ่มเร้าใจ ซึ่งเป็นผลจากการนำเทคโนโลยีไฮบริดมาใช้ ทำให้เครื่องยนต์บล็อกนี้ ตอบสนองดีตั้งแต่รอบต่ำไม่ต่างจากเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ แต่ให้ความประหยัดสูง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้น

มาเซราติ เกรคาเล่ จีที ราคาเริ่มต้น 6.49 ล้านบาท*

มาเซราติ กิบลี่ ไฮบริด ราคาเริ่มต้น 6.99 ล้านบาท*

มาเซราติ เลวานเต้ ไฮบริด ราคาเริ่มต้น 7.99 ล้านบาท*

สัมผัสเทคโนโลยีไมลด์-ไฮบริดกับยนตรกรรมอิตาเลียนพันธุ์แท้ ได้ที่บูธ มาเซราติ ประเทศไทย (B09) ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 39 ระหว่างวันที่ 1-12 ธันวาคม 2565 ณ แชลเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

ครั้งแรกในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 39 จากกระแสการตอบรับ BYD ATTO 3 ที่ลูกค้าต่อแถวจองอย่างล้มหลาม เพื่อเป็นการตอกย้ำ ท่านสามารถมาสัมผัสและทดลองขับได้ที่ ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39 อีกทั้งพร้อมสร้างประสบการณ์ใหม่ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39 อีกครั้ง โดยยกทัพขบวนพาเหรดรถยนต์พลังงานทางเลือกใหม่ (NEV) ที่ทาง BYD มีจำหน่ายในตลาดโลก (Global) ครอบคลุมเชกเมนท์หลักๆ ซึ่งลูกค้าจะได้พบกับเทคโนโลยียนตรกรรมพลังงานไฟฟ้าขั้นสูงอันเป็นเอกลักษณ์ของ BYD เป็นครั้งแรกในประเทศไทย และ ไม่ได้แค่มาโชว์ให้ผู้สนใจชื่นชมแค่ภายนอกเท่านั้น แต่ผู้สนใจท่านสามารถเปิดประตู สามารถเข้าไปลองนั่ง สัมผัสเนื้อวัสดุพรีเมียม ได้ทุกคัน ด้วยความสำเร็จในการบุกตลาดไทย ทำให้ เรเว่ เป็นแนวทางต้นแบบให้กับผู้จัดจำหน่าย BYD ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เข้ามาศึกษาดูงานในครั้งนี้ นายประธานวงศ์ พรประภา ประธานกรรมการเจ้าหน้าที่บริหาร บ. เรเวอร์ ออโตโมทีฟ จำกัด (เรเว่) กล่าวย้ำว่า “ผมขอขอบคุณ กระแสตอบรับ BYD ATTO 3 จากลูกค้าชาวไทยทั่วประเทศ ด้วยยอดจองทะลุ 5,000 คัน ตามโควต้าที่ทางเราได้มาครั้งแรก จนกระทั่งเราต้องขอเพิ่มโควต้าจากทาง BYD มาเพิ่มอีกในเดือน ม.ค. อีก 5,000 คัน และในงานผมก็ยังได้นำรถยานยนต์พลังงานทางเลือกใหม่ด้านไฟฟ้าของ BYD ทุกเชกเมนต์อันแสดงถึง เทคโนโลยีอันเป็นเอกลักษณ์ มาให้ลูกค้าชาวไทยได้มั่นใจว่า BYD เรายังมีผลิตภัณฑ์อีกหลายโมเดลที่น่าสนใจ พร้อมเปิดมุมมองประสบการณ์ให้เข้าใจในยนตกรรมเทคโนโลยีด้านพลังงานทางเลือกใหม่ให้กับผู้ใช้รถคนไทยได้สัมผัสเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งผมก็ยังขอยืนยันความตั้งใจปลุกคนไทยทุกคนให้ตระหนักว่า การใช้พลังงานใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นั้น สามารถสร้างชีวิตที่ดีกว่าเดิมได้อย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเรา แต่หมายถึงทุกสิ่งรอบตัวเราจะดีขึ้น” และคุณประธานพร พรประภา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Rêver Automotive จำกัด ยังกล่าวเน้นย้ำเรื่องงานบริการ “เรายังคงมุ่งเน้นสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลูกค้า BYD ATTO 3 ไม่ว่าจะเป็นลูกค้ารุ่น Standard Range และรุ่น Extend Range ซึ่งยังคงโปรแกรม Rêver Care ที่จะ ดูแล รถทุกคัน ด้วยสิทธิพิเศษแบบเต็มที่ คุ้มค่าด้วย ดอกเบี้ยพิเศษในอัตรา 1.68% นาน 48 เดือน พร้อมฟรี ค่าบริการบำรุงรักษา ค่าแรง ค่าอะไหล่ นาน 8 ปี อุ่นใจด้วยบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 8 ปี และ Home Charger พร้อมติดตั้ง มั่นใจไปกับการรับประกันคุณภาพตัวรถและแบตเตอรี่นาน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร สามารถพบกับโชว์รูมและศูนย์บริการ ที่พร้อมดูแลคุณ 32 แห่งทั่วประเทศ และในวันที่ 12 เดือน 12 ทางบริษัทฯ จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการกับ Application BYD เพื่อให้ความสะดวกกับลูกค้า เต็มรูปแบบอย่างเป็นทางการ ในโอกาสดีที่ได้รับการตอบรับจากลูกค้าชาวไทยตั้งแต่การเปิดรับจองเป็นต้นมา ทำให้ เรเว่ ได้รับเกียรติ จาก คุณเสวียเลี่ยง หลิว ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขายประจาภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บีวายดี นำคณะผู้จัดจำหน่ายจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟุค เพื่อเข้าร่วมศึกษางานของบีวายดี เรเว่ ในประเทศไทย ในครั้งนี้ด้วย” ภายในบูธงาน มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39 มีรุ่นที่จัดจำหน่าย BYD ATTO 3 มีวางจำหน่าย 2 รุ่น • BYD ATTO 3 Extend Range ราคา 1,199,900 บาท • BYD ATTO 3 Standard Range ราคา 1,099,900 บาท ทัพยานยนต์ไฟฟ้าที่นำมาจัดโชว์และให้สัมผัส ภายในบูธ A12 ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39 มี 6 รุ่น (สามารถดูรายละเอียดแนบเพิ่มเติมจากเอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์) • BYD Seal EV • BYD HAN EV • BYD TANG EV • BYD Dolphin EV • BYD QIN PLUS DMi • BYD SONG PLUS DMi พร้อมสร้างปรากฎการณ์ จัดทัพยานยนต์พลังงานทางเลือกใหม่ 7 รุ่น

0

จากกระแสการตอบรับ BYD ATTO 3  ที่ลูกค้าต่อแถวจองอย่างล้มหลาม เพื่อเป็นการตอกย้ำ ท่านสามารถมาสัมผัสและทดลองขับได้ที่ ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39 อีกทั้งพร้อมสร้างประสบการณ์ใหม่ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39 อีกครั้ง โดยยกทัพขบวนพาเหรดรถยนต์พลังงานทางเลือกใหม่ (NEV)  ที่ทาง BYD มีจำหน่ายในตลาดโลก (Global) ครอบคลุมเชกเมนท์หลักๆ  ซึ่งลูกค้าจะได้พบกับเทคโนโลยียนตรกรรมพลังงานไฟฟ้าขั้นสูงอันเป็นเอกลักษณ์ของ BYD เป็นครั้งแรกในประเทศไทย และ ไม่ได้แค่มาโชว์ให้ผู้สนใจชื่นชมแค่ภายนอกเท่านั้น  แต่ผู้สนใจท่านสามารถเปิดประตู สามารถเข้าไปลองนั่ง สัมผัสเนื้อวัสดุพรีเมียม ได้ทุกคัน ด้วยความสำเร็จในการบุกตลาดไทย ทำให้ เรเว่ เป็นแนวทางต้นแบบให้กับผู้จัดจำหน่าย BYD ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เข้ามาศึกษาดูงานในครั้งนี้

 

นายประธานวงศ์ พรประภา  ประธานกรรมการเจ้าหน้าที่บริหาร บ. เรเวอร์ ออโตโมทีฟ จำกัด (เรเว่) กล่าวย้ำว่า  “ผมขอขอบคุณ กระแสตอบรับ BYD ATTO 3  จากลูกค้าชาวไทยทั่วประเทศ ด้วยยอดจองทะลุ 5,000 คัน ตามโควต้าที่ทางเราได้มาครั้งแรก จนกระทั่งเราต้องขอเพิ่มโควต้าจากทาง BYD มาเพิ่มอีกในเดือน ม.ค. อีก 5,000 คัน และในงานผมก็ยังได้นำรถยานยนต์พลังงานทางเลือกใหม่ด้านไฟฟ้าของ BYD ทุกเชกเมนต์อันแสดงถึง เทคโนโลยีอันเป็นเอกลักษณ์ มาให้ลูกค้าชาวไทยได้มั่นใจว่า BYD เรายังมีผลิตภัณฑ์อีกหลายโมเดลที่น่าสนใจ พร้อมเปิดมุมมองประสบการณ์ให้เข้าใจในยนตกรรมเทคโนโลยีด้านพลังงานทางเลือกใหม่ให้กับผู้ใช้รถคนไทยได้สัมผัสเป็นครั้งแรกในประเทศไทย  ซึ่งผมก็ยังขอยืนยันความตั้งใจปลุกคนไทยทุกคนให้ตระหนักว่า การใช้พลังงานใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นั้น สามารถสร้างชีวิตที่ดีกว่าเดิมได้อย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเรา แต่หมายถึงทุกสิ่งรอบตัวเราจะดีขึ้น 

และคุณประธานพร พรประภา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Rêver Automotive จำกัด ยังกล่าวเน้นย้ำเรื่องงานบริการ เรายังคงมุ่งเน้นสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลูกค้า BYD ATTO 3 ไม่ว่าจะเป็นลูกค้ารุ่น Standard Range และรุ่น Extend Range  ซึ่งยังคงโปรแกรม Rêver Care ที่จะ ดูแล รถทุกคัน ด้วยสิทธิพิเศษแบบเต็มที่  คุ้มค่าด้วย ดอกเบี้ยพิเศษในอัตรา 1.68% นาน 48 เดือน พร้อมฟรี ค่าบริการบำรุงรักษา ค่าแรง ค่าอะไหล่ นาน 8 ปี อุ่นใจด้วยบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 8 ปี และ Home Charger พร้อมติดตั้ง มั่นใจไปกับการรับประกันคุณภาพตัวรถและแบตเตอรี่นาน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร สามารถพบกับโชว์รูมและศูนย์บริการ ที่พร้อมดูแลคุณ 32 แห่งทั่วประเทศ  และในวันที่ 12 เดือน 12 ทางบริษัทฯ จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการกับ Application BYD เพื่อให้ความสะดวกกับลูกค้า เต็มรูปแบบอย่างเป็นทางการ ในโอกาสดีที่ได้รับการตอบรับจากลูกค้าชาวไทยตั้งแต่การเปิดรับจองเป็นต้นมา ทำให้ เรเว่ ได้รับเกียรติ จาก คุณเสวียเลี่ยง หลิว ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขายประจาภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บีวายดี นำคณะผู้จัดจำหน่ายจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟุค เพื่อเข้าร่วมศึกษางานของบีวายดี เรเว่ ในประเทศไทย ในครั้งนี้ด้วย”

ภายในบูธงาน มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39 มีรุ่นที่จัดจำหน่าย

BYD ATTO 3 มีวางจำหน่าย 2 รุ่น

  • BYD ATTO 3 Extend Range ราคา 1,199,900  บาท
  • BYD ATTO 3 Standard Range ราคา 1,099,900 บาท

ทัพยานยนต์ไฟฟ้าที่นำมาจัดโชว์และให้สัมผัส ภายในบูธ A12 ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39 มี 6 รุ่น  (สามารถดูรายละเอียดแนบเพิ่มเติมจากเอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์)

  • BYD Seal EV
  • BYD HAN EV
  • BYD TANG EV
  • BYD Dolphin EV
  • BYD QIN PLUS DMi
  • BYD SONG PLUS DMi

อีซูซุ พร้อม! ทะยานต่อให้โลกตาม ส่งรถปิกอัพและรถอเนกประสงค์รุ่นใหม่ครบทุกไลน์อัพ ร่วมงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39” รับยอดขายพุ่งมิดไมล์ส่งท้ายปี

0

กลุ่มอีซูซุเดินหน้าพร้อมทะยานต่อ ให้โลกตาม นำรถรุ่นใหม่ล่าสุดครบทุกไลน์อัพมาต่อยอดกระแสความร้อนแรงในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39” หลังสร้างปรากฏการณ์ครั้งแรกในเมืองไทยอีกครั้งกับมาตรฐานใหม่ในวงการปิกอัพ ด้วยนวัตกรรมความปลอดภัยขั้นสูง ADAS (Advanced Driver Assistance Systems) พร้อมกล้องหน้าคู่ 3D Imaging Stereo Camera ใน “ใหม่! อีซูซุ ดีแมคซ์ MAGIC EYEsทะยานต่อ ให้โลกตาม” ทั้งในรุ่น วี-ครอส และไฮแลนเดอร์ พร้อมไลฟ์สไตล์ปิกอัพ “ใหม่! อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์”…INFINITE X-LIFE มันส์! มิดไมล์” และ “เดอะนิว มิว-เอ็กซ์” be UNCHARTED…หมุดหมายใหม่ไม่สิ้นสุด” รถอเนกประสงค์ระดับ Top Class ดีไซน์ใหม่ พร้อมไฮไลท์พิเศษรถแต่งสุดเท่ 2 คัน เติมเต็มความสนุกและแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต รวมทั้งสิ้น 15 คัน โดยมาพร้อมกิจกรรมและโปรโมชันสุดคุ้มให้เลือกสรรอย่างครบถ้วนภายในงาน ตั้งแต่วันที่ 1-12 ธันวาคม ศกนี้ ณ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ เมืองทองธานี

กลุ่มตรีเพชร โดย มร.ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา อีซูซุได้เปิดตัวรถใหม่ล่าสุดทั้งรถปิกอัพ และรถอเนกประสงค์ระดับหรูใหม่ครบทุกไลน์อัพ โดยยืนหยัดพัฒนายนตรกรรมให้พร้อมตอบสนองความต้องการของผู้ใช้รถในเมืองไทยอย่างแท้จริง โดยได้เติมเต็มระบบความปลอดภัยเพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดในทุกการเดินทาง และเป็นปรากฏการณ์ครั้งแรกในรถปิกอัพเมืองไทย ที่มาพร้อมกับระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ ADAS ด้วยนวัตกรรมกล้องหน้าคู่ 3D Imaging Stereo Camera ทำหน้าที่เสมือนดวงตาคู่อัจฉริยะ MAGIC EYEs” จึงเป็นที่มาของการจัดเต็มขบวนรถใหม่ในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39” นำโดย “ใหม่! อีซูซุ ดีแมคซ์ MAGIC EYEs…ทะยานต่อ ให้โลกตาม” และยังตอกย้ำ 12 ปีแห่งความสำเร็จของการถือกำเนิดไลฟ์สไตล์ปิกอัพ ด้วย “ใหม่! อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์…INFINITE X-LIFE มันส์! มิดไมล์” สะกดทุกสายตากับสีเทาใหม่! Islay Gray Opaque โดยยังคงเอกลักษณ์ความเท่ตามแบบฉบับโทนสีแดง-ดำ เพื่อสื่อถึงความสนุกเร้าใจของการผจญภัยใหม่ ๆ ที่ไร้ขีดจำกัดไปกับรถอีซูซุ และนอกจากรถปิกอัพหลากหลายรุ่นแล้ว ยังมี “เดอะนิว มิว-เอ็กซ์” be UNCHARTED…หมุดหมายใหม่ไม่สิ้นสุด” ที่ไม่ได้พัฒนาเพียงเพื่อให้เป็นรถอเนกประสงค์ระดับหรู แต่ถือกำเนิดจากรสนิยมและการใช้ชีวิตของผู้ที่กำหนดความสำเร็จในแบบของตัวเอง หมุดหมายใหม่จึงมาพร้อมดีไซน์และสีใหม่! น้ำเงิน กลาเซียร์ ไมก้า (Glacier Blue Mica) และความสะดวกสบายด้วยฝาท้าย Smart Tailgate แบบ Step Sensor เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยอันชาญฉลาด ให้ความรู้สึกเหนือระดับอย่างไม่สิ้นสุด นอกจากนี้อีซูซุยังได้จัดเตรียมรถแต่งพิเศษสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการโมดิฟายและแต่งรถให้โดดเด่นมีเอกลักษณ์ รวมทั้งโปรโมชันสุดคุ้ม รถทดลองขับ และกิจกรรมภายในบูธให้ร่วมสนุกลุ้นรับของรางวัลตลอดทั้ง 12 วัน”  

ขบวนรถอีซูซุรุ่นใหม่ที่นำมาจัดแสดงภายในบูธให้เลือกชมในครั้งนี้ ได้แก่

“ใหม่! อีซูซุ ดีแมคซ์ MAGIC EYEs…ทะยานต่อ ให้โลกตาม” สู่ทุกเส้นทางอย่างมั่นใจ ปิกอัพรุ่นล่าสุดที่มาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำแห่งความปลอดภัยกับระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS (Advanced Driver Assistance Systems) พร้อมนวัตกรรมกล้องหน้าคู่ 3D Imaging Stereo Camera ครั้งแรกของรถปิกอัพเมืองไทย ทำหน้าที่เสมือนดวงตาคู่อัจฉริยะ คอยตรวจจับวัตถุด้านหน้าแบบ Real Time ชัดเจน และแม่นยำกว่าระบบกล้องหน้าเดี่ยว (Mono Camera) ในรุ่น ใหม่! อีซูซุ วี-ครอส 4×4 MAGIC EYEs รุ่น 4 ประตู เกรด M 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ สีเทา! Islay Gray Opaque ปิกอัพสปอร์ตออฟโรด เท่ ดุดัน พร้อมชุดแต่งสีเทาดำรอบคัน ออกแบบภายในด้วยดีไซน์ High-Class & Sporty หรูหรา โอ่อ่า สะดวกสบาย และในรุ่น ใหม่! อีซูซุ ดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์ MAGIC EYEs รุ่น 4 ประตู เกรด M เท่ พรีเมี่ยม เต็มอารมณ์สปอร์ต โดยนำมาทั้งรุ่น 1.9 และ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ ทั้งสีขาวมุก Dolomite Pearl White สีดำ Bavarian Black และสีเทา Islay Gray โดยอีซูซุ วี-ครอส ราคาเริ่มต้นที่ 882,000 บาท และอีซูซุ ดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์ ราคาเริ่มต้นที่ 733,000 บาท

“ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ แค็บโฟร์”  สีขาว Siberian White และ “ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ สเปซแค็บ” เกรด S-DA สีเงิน Bohemian Silver Metallic ตอบสนองความคุ้มค่าด้วย Option ที่เหนือกว่า ใหม่! หน้าจอระบบสัมผัส Infotainment Display ขนาด 7 นิ้ว รองรับระบบ Android Auto และ Wireless Apple CarPlay คมชัดระดับ HD ใช้งานง่าย พร้อมกล้องมองภาพด้านหลังขณะถอยจอด โดยรุ่นแค็บโฟร์ ราคาเริ่มต้นที่ 716,000 บาท ส่วนรุ่นสเปซแค็บ ราคาเริ่มต้นที่ 635,000 บาท

“ใหม่! อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์…INFINITE X-LIFE มันส์! มิดไมล์” ปิกอัพสปอร์ตเรซซิ่งพรีเมี่ยมสุดเท่ ความเร้าใจใหม่ล่าสุด ครั้งแรกกับสีเทาใหม่! Islay Gray Opaque โดดเด่นกระแทกใจด้วยสติกเกอร์คาดหน้า-หลัง เท่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมสัญลักษณ์ X ที่ด้านหน้า ภายในยกระดับความโฉบเฉี่ยวด้วย X-Stylish Package ดีไซน์ใหม่ล่าสุด ปลุกเร้าทุกอารมณ์การขับขี่ ด้วยขุมพลัง 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ Gen 2 ให้แรงสะใจ มันส์! มิดไมล์อย่างที่ต้องการ

  • ใหม่! อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ รุ่น SPEED มีมาให้ชมถึง 2 คัน ได้แก่ รุ่น 2 ประตู สีดำ Bavarian Black Mica และรุ่น 4 ประตู สีเทาใหม่! Islay Gray Opaque เติมเต็มอารมณ์สปอร์ตเรซซิ่ง ด้วยใหม่! สเกิร์ตหน้าลายเคฟลาร์ มาพร้อมชุดแต่งรอบคัน โดดเด่น สะดุดตา และใหม่! ดีไซน์เบาะนั่งทูโทนสีดำแดง ทรงสปอร์ต โอบกระชับ พร้อมสัญลักษณ์ X สีแดงสุดเท่ที่เบาะคู่หน้า ราคาเริ่มต้นที่ 733,000 บาท
  • ใหม่! อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ รุ่น HI-LANDER รุ่น 4 ประตู สีขาว Dolomite White Pearl ใหม่! สเกิร์ตกันชนหน้าดีไซน์เท่รับกับกระจังหน้า ให้อารมณ์สปอร์ตพรีเมียม และใหม่! เบาะนั่งดีไซน์สปอร์ต โอบกระชับ นั่งสบาย มาพร้อมเทคโนโลยี COOLMAX ช่วยลดการสะสมความร้อน และสัญลักษณ์ X ปักด้ายแดงสุดเท่ที่เบาะคู่หน้า ราคาเริ่มต้นที่ 853,000 บาท

“เดอะนิว มิว-เอ็กซ์” be UNCHARTED…หมุดหมายใหม่ไม่สิ้นสุด รถอเนกประสงค์ระดับหรูที่ยกระดับดีไซน์ไปอีกขั้น หนักแน่นปราดเปรียวสไตล์ Sport SUV กับภายนอกที่เข้มเต็มอารมณ์สปอร์ต โดดเด่นด้วย ใหม่! กระจังหน้าแบบ Black Chrome โฉบเฉี่ยวด้วยเฉดสี Magnetite Gray รอบคัน โทนเทาดำดุดัน ภายในกว้างโอ่อ่า ใหม่! โทนสี Macchiato Brown สีน้ำตาลเทาสลับสีน้ำตาลเข้มให้อารมณ์นุ่มลึก เพิ่มอารมณ์หรูด้วยวัสดุ Piano Black และ Chrome ประณีตดุจงาน Craftmanship เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีให้คอนเน็คทุกช่วงชีวิตกับโลกยุคใหม่ และเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย ISUZU MATRIX SAFETY INTELLIGENCE เหนือกว่าด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS แบบมีกล้องหน้าคู่ 3D Imaging Stereo Camera สะดวกสบายยิ่งกว่าด้วยใหม่! ฝาท้าย Smart Tailgate แบบ Step Sensor โดยมาครบทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ ทั้งรุ่นเครื่องยนต์ 1.9 และ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ ราคาเริ่มต้นที่ 1,154,000 บาท

และสำหรับผู้ที่ชื่นชอบในการโมดิฟายและตกแต่งรถให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อีซูซุได้จัดรถแต่งพิเศษในสไตล์ที่แตกต่าง จำนวน 2 คัน ได้แก่

  • ใหม่! อีซูซุ วี-ครอส 4×4 MAGIC EYEs รุ่น 4 ประตู 0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ สีดำ Bavarian Black Mica สปอร์ตออฟโรดคันแกร่งสำหรับผู้ที่รักการผจญภัยและพร้อมลุยทุกสถานการณ์ แต่งเติมเพิ่มความเท่ ทรงพลัง สะกดทุกสายตา ด้วยกันชนหน้า ARB Summit Sahara Bar พร้อมขาอะลูมิเนียมซ่อนไฟ LED ด้านใน เสริมไฟสปอร์ตไลท์หน้า ARB Solis ขนาด 9 นิ้ว และหูลากสีแดง Recovery Point บันไดข้าง ARB พร้อมหัวปิดบันได กันชนท้าย ARB พร้อมท่อเสริมด้านล่างซ้าย-ขวา อัพเกรดสมรรถนะการขับขี่ให้นุ่มสบายและนิ่งหนึบยิ่งขึ้นด้วยชุดช่วงล่างตัวท็อป OLD MAN EMU BP-51 จาก ARB พร้อมชุดยกแหนบ 2 นิ้ว ติดตั้งชุดตะแกรงหลังคา ARB Base Rack พร้อมไฟสปอร์ตไลท์เพื่อเพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย ล้อแม็กซ์ KMC KM544 ขนาด 9×20 นิ้ว มาคู่กับยาง Toyo Tires R/T ขนาด 305/55R20 รวมมูลค่าอุปกรณ์ตกแต่ง 460,000 บาท
  • เดอะนิว มิว-เอ็กซ์ 9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ รุ่น Active สีขาวมุก (Dolomite White Pearl) เสริมเอกลักษณ์ในสไตล์รถสปอร์ตหรูที่โดนใจคนรุ่นใหม่ ด้วยเทคโนโลยีคาร์บอนไฟเบอร์สุดฮิต ฝากระโปรงหน้า Carbon Composite รุ่น M3 และครอบกระจกมองข้างลาย F1 จาก Monza Factory พร้อมล้อแต่งหล่อ ๆ จากแบรนด์ Rays รุ่น TE37 ProGressive II ก้านโค้งรุ่นใหม่ล่าสุดขนาด 9×18 นิ้ว มาคู่กับยาง Toyo Tires รุ่น Proxes ST ขนาด 265/60R18 ปรับแต่งช่วงล่างให้ขับสนุกและนุ่มนวลยิ่งขึ้น ด้วยโช๊คอัพ Explorer รุ่น RACE Series พร้อมสปริงโหลด 2 นิ้ว เร่งแรงแซงเหนือ สปีดด้วยชุดคันเร่งไฟฟ้า 50 ระดับ ALPHATECH รุ่น Spark 3 และกล่องพ่วงเพิ่มสมรรถนะเครื่องยนต์ ALPHATECH รุ่น Super Storm พร้อม Plug & Play เพิ่มแรงม้าแรงบิดให้มันส์สะใจ คอนโซลหน้าติดตั้งชุดเกจ์มิเตอร์พร้อมขาจับสุดเท่ ชุดแผ่นสแตนเลสดักเข้ากรองอากาศ ชุดล็อกขาตั้งฝากระโปรงหน้า ชุดโลโก้กระจังหน้าสแตนเลส รวมมูลค่าอุปกรณ์ตกแต่งกว่า 250,000 บาท

ขอเชิญชวนร่วมสนุกกับกิจกรรมความบันเทิงต่าง ๆ ภายในบูธอีซูซุ

  • พบกับโปรโมชันสุดคุ้ม “โปร MAGIC EYEs ปลายปี ดีเวอร์” สำหรับรถปิกอัพอีซูซุ ดีแมคซ์เลือกผ่อนขั้นต่ำในอัตราเริ่มต้นเพียง 4,xxx บาท/เดือน หรือขับก่อนผ่อนทีหลัง ฟรี 90 วัน หรือเลือกรับดอกเบี้ยสุดพิเศษ (ในรุ่นรถและรายละเอียดที่บริษัทฯ กำหนด)
  • กิจกรรม “MASTER ROUTE ท้าตัวจริงสายลุยพิชิตภารกิจทั่วไทย” ยกมาไว้ที่บูธอีซูซุเป็นพิเศษ! สำหรับผู้ร่วมงานให้เช็กอิน และถ่ายภาพ พิชิตเส้นทางสุด UNSEEN 17 สถานที่ใน 6 ภาคของ MASTER ROUTE ที่กำหนดให้ และอัปโหลดภาพมาที่ลิงก์ https://bit.ly/3SPHRUP หรือ isuzumasterofallroads.com ตั้งแต่วันนี้ – 31 มกราคม 2566 ผู้ที่พิชิตเส้นทางได้มากที่สุดและเร็วที่สุดจะได้รับรางวัล Poler Camping Set และรางวัลอื่น ๆ มูลค่ารวมกว่า 90,000 บาท
  • กิจกรรม “ISUZU MAGIC EYEs SNAP” เพียงแค่คุณถ่ายรูปกับ “New! ISUZU D-MAX Magic EYEs” คันที่ติดสติ๊กเกอร์ “MAGIC EYEs CHALLENGE by ISUZU” ภายในบูธ โพสต์ลง Social Media พร้อมติดแฮชแท็ก #isuzumagiceyessnap และตั้งค่าเป็นสาธารณะ รับทันที! ของที่ระลึกสุดชิคจากอีซูซุ (รับของที่ระลึกได้ที่โซน MASTER ROUTE CHECK-IN)

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมทดลองขับเพื่อสัมผัสสมรรถนะอันโดดเด่นของรถอีซูซุ สามารถลงชื่อได้ที่บูธอีซูซุ ในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39” (Thailand International Motor Expo 2022) ระหว่างวันที่ 1-12 ธันวาคม นี้ ณ ฮอลล์ 1 อิมแพค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com  หรือ LINE: @isuzuthai

ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ท พร้อมไทรทัน แรลลี่คาร์ คว้าแชมป์ “เอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ 2022”

0

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น (มิตซูบิชิ มอเตอร์ส) ประกาศชัยชนะ ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ท ภายใต้การสนับสนุนด้านเทคนิคจาก มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คว้าแชมป์รายการ เอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ 2022 ซึ่งทำการแข่งขันระหว่างวันที่ 21 ถึง 26 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ในประเทศไทยและกัมพูชา ระยะทางรวม 1,524 กิโลเมตร ด้วยรถมิตซูบิชิ ไทรทัน แรลลี่คาร์ รุ่น T1 (รถแข่งแบบครอสคันทรี รุ่นโปรโตไทพ์) โดยนักแข่งชยพล โยธา จากประเทศไทย เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 ด้วยเวลารวม 8 ชั่วโมง 22 นาที 42 วินาที ร่วมด้วยนักแข่ง ริฟัต ซุงการ์ จากอินโดนีเซีย) เข้าเส้นชัยเป็นผู้นำกลุ่มในอันดับที่ 5 ตามหลังผู้นำที่ 17 นาที 14 วินาที

หลังจากเว้นการแข่งขันไปนาน 3 ปี เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รายการ เอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ หรือ เอเอ็กซ์ซีอาร์ ได้กลับมาอีกครั้งในปีนี้ โดยเริ่มต้นการแข่งขัน และพิธีปล่อยตัวตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน ณ จังหวัดบุรีรัมย์ ทางภาคตะวันออกเฉียเหนือของประเทศไทย ก่อนเริ่มการแข่งขัน Leg 1 อย่างเป็นทางการในวันที่ 22 พฤศจิกายน บนเส้นทางในจังหวัดบุรีรัมย์เรื่อยไปจนถึง Leg 3 ในวันที่ 24 พฤศจิกายน หลังจากนั้นจึงเข้าสู่การแข่งขัน Leg 4 ในวันที่ 25 พฤศจิกายน บนเส้นทางใกล้พรมแดนไทย-กัมพูชา ก่อนข้ามพรมแดนมุ่งหน้าสู่ประเทศกัมพูชาใน Leg 5 ในวันที่ 26 พฤศจิกายน และสิ้นสุดที่เส้นชัย ใกล้ๆ กับปราสาทนครวัด ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

การแข่งขันครึ่งแรกที่เริ่มต้นจากประเทศไทย เริ่มด้วยเส้นทางที่ต้องใช้ความเร็วสูง ด้วยสภาพถนนที่ขรุขระและแห้งเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่การแข่งขันในครึ่งหลังมีอุปสรรคที่ท้าทายมากยิ่งขึ้น ด้วยเส้นทางที่มีแอ่งน้ำลึกขนาดใหญ่กระจายอยู่บนถนนที่เต็มไปด้วยดินโคลน เนื่องจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก และสภาพสนามที่ท้าทายยิ่งขึ้น

ชยพล โยธา รถหมายเลข 105 สร้างผลงานที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยเข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 5 จากการแข่งขัน SS1 ในวันแรก และสามารถทำเวลาได้ดีที่สุด และเป็นคนแรกที่เข้าเส้นชัยจากการแข่งขัน SS2 ซึ่งเป็นเส้นทางที่ยาวและยากที่สุดของการแข่งขัน ที่ระยะทาง 203.50 กิโลเมตร ทำให้สามารถขึ้นครองอันดับ 1 ของการแข่งขันโดยรวมได้อย่างสวยงาม พร้อมแสดงศักยภาพ ร่วมกับรถมิตซูบิชิ ไทรทัน แรลลี่คาร์ ที่ให้การขับขี่ที่มั่นคงและรวดเร็ว เข้าเส้นชัยจากการแข่งขัน SS3 ในอันดับที่ 7 การแข่งขัน SS4 ในอันดับที่ 6 การแข่งขัน SS5 ในอันดับที่ 5 และ SS6 ในอันดับที่ 5 โดยสามารถรักษาตำแหน่งอันดับ 1 ของการแข่งขันโดยรวมได้จนจบการแข่งขัน และคว้าแชมป์รายการมาได้ในที่สุด

ชยพล โยธา แชมป์การแข่งขันในครั้งนี้ กล่าวว่า “ตลอด 6 วัน ถือเป็นการต่อสู้ที่ทรหดมาก ผมมีความสุขมากที่คว้าแชมป์มาได้สำเร็จ เพื่อที่จะเอาชนะคู่แข่งที่มีเครื่องยนต์ขนาดใหญ่กว่า ผมจึงให้ความสำคัญกับการควบคุมรถอย่างรอบคอบระมัดระวัง เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดความผิดพลาด ชัยชนะในครั้งนี้ ยังเป็นผลมาจากสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมของรถไทรทัน ที่ตอบสนองการขับขี่ของผมได้ในทุกสภาพพื้นผิวถนน ไม่ว่าจะเป็นถนนลาดยาง ลูกรัง หรือดินโคลน”

ขณะที่ ริฟัต ซุงการ์ รถหมายเลข 118 ทำผลงานเข้าเส้นชัยอันดับที่ 6 จากการแข่งขัน SS1 และคาดหวังอันดับที่สูงขึ้น แต่ด้วยปัญหายางแบนและความเสียหายของแชสซีที่ตามมา ทำให้ตำแหน่งการแข่งขัน SS2 ตกลงไปอยู่ที่อันดับ 8 ก่อนจะได้รับการแก้ไขซ่อมแซมจากทีมให้รถกลับมามีสภาพสมบูรณ์ และสามารถจบ SS3 ในอันดับที่ 4 SS4 ในอันดับที่ 5 SS5 ในอันดับที่ 4 และ SS6 ในอันดับที่ 7 สามารถเข้าเส้นชัยเป็นผู้นำกลุ่มในอันดับที่ 5 ของการแข่งขันโดยรวมพร้อมกับการแสดงสมรรถนะอันแข็งแกร่งของรถมิตซูบิชิ ไทรทัน

ริฟัต ซุงการ์ ผู้ชนะอันดับที่ 5 กล่าวว่า “ผมรู้สึกสนุกกับการเข้าร่วมการแข่งขันแรลลี่ข้ามประเทศเป็นครั้งแรก และโล่งใจที่สามารถผ่านด่านทั้งหมดได้อย่างปลอดภัย ประสบการณ์ในครั้งนี้ ทำให้ผมจะกลับไปปรับปรุงพัฒนาสำหรับการแข่งขันอื่นๆ ต่อไป และนี่เป็นอีกครั้งที่ผมรู้สึกว่ารถไทรทัน เป็นรถที่แข็งแกร่ง ทนทาน และไว้ใจได้ น่าทึ่งมากที่เราสามารถฝ่าฟันการแข่งขันแรลลี่ด้วยรถที่เทียบเคียงกับที่จำหน่ายในท้องตลาด”

เป็นที่น่าเสียดาย สำหรับ ศักดิ์ชัย ห่านตระกูล นักขับหมายเลข 119 ของทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ท ที่ ตรวจพบเชื้อโควิด 19 หลังจากลงแข่งขัน SS1 ในวันที่ 21 พ.ย. จึงไม่สามารถร่วมการแข่งขันต่อได้

ฮิโรชิ มาซูโอกะ ผู้อำนวยการทีมมิตซูบิชิแรลลี่อาร์ท กล่าวว่า “สำหรับการแข่งขัน เอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ ในปีนี้ เราได้ร่วมกันปลุกตำนานแรลลี่อาร์ท พร้อมแสดงถึงสมรรถนะที่แข็งแกร่งและน่าเชื่อถือของรถไทรทัน ด้วยการใช้รถไทรทันรุ่นเดียวกับที่จำหน่ายอยู่ในท้องตลาดมาปรับแต่งเพียงเล็กน้อย เทียบเคียงกับรถที่ลูกค้าใช้งานจริง ซึ่งรถไทรทัน แรลลี่คาร์ ที่ได้ลงสนามแข่งจริงก็สามารถพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าช่วยตอบสนองการขับขี่ได้อย่างดีเยี่ยม ขณะที่ทีมนักแข่งก็สามารถนำเอาสมรรถนะของรถไทรทันออกมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด และร่วมกันนำไปสู่อันดับการแข่งขันในระดับผู้นำกลุ่มได้ รวมถึงทีมช่างและวิศวกรที่ต่างช่วยกันทำให้รถไทรทันมีความพร้อมลงสนามแข่งได้อย่างสมบูรณ์แบบในทุกวัน ตลอดจนเจ้าหน้าที่พนักงานที่เกี่ยวข้องทุกคน ที่การสนับสนุนและถ่ายทอดความรู้ความชำนาญที่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้สั่งสมมาตลอดหลายปี และที่สำคัญที่สุดคือ ผู้ให้การสนับสนุนและแฟนๆ จากทั่วโลกที่ส่งข้อความและกำลังใจมาให้เรา ทั้งนี้ เราจะนำความรู้และประสบการณ์จากการเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ กลับไปพัฒนารถที่จัดจำหน่านในท้องตลาด ให้รถยนต์มิตซูบิชิของเรา เต็มไปด้วยความแข็งแกร่งและทรงพลังมากยิ่งขึ้น”

ผลการแข่งขันเอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ 2022 อย่างเป็นทางการ

อันดับที่ 1        ชยพล โยธา               รถมิตซูบิชิ ไทรทัน                 เวลาการแข่งขัน          8:22:42

อันดับที่ 2        จรัส แจ้งกมลกุลชัย       รถโตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่            เวลาการแข่งขัน           8:28:29

อันดับที่ 3        Ikuo Hanawa             รถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์                     เวลาการแข่งขัน 8:28:34

อันดับที่ 4        Takuma Aoki             รถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์                     เวลาการแข่งขัน 8:38:26

อันดับที่ 5        ริฟัต ซุงการ์               รถมิตซูบิชิ ไทรทัน                 เวลาการแข่งขัน           8:39:56

อันดับที่ 6        ทวี แน่นหนา              รถอีซูซุ ดีแมกซ์                     เวลาการแข่งขัน           8:51:24

 

รายงานผลงานการแข่งขันประจำวัน บนเว็บไซต์เฉพาะกิจ เอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่

การแข่งขันแรลลี่ เริ่มต้นวันแรกในวันที่ 21 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 26 พฤศจิกายน เป็นวันสุดท้าย โดย มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้รายงานผลการแข่งขันทุกวันในหน้าเพจเฉพาะกิจ เอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ

https://www.mitsubishi-motors.com/en/innovation/motorsports/axcr2022/

การจัดแสดงรถไทรทัน แรลลี่คาร์ ที่โชว์รูมสำนักงานใหญ่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส

รถไทรทัน แรลลี่คาร์ ที่ถอดแบบจากรถแข่งเอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ 2022 ถูกนำไปจัดแสดงที่โชว์รูมสำนักงานใหญ่ของบริษัทฯ ในเขตทามาชิ กรุงโตเกียว ในวันแรกของการแข่งขันเอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ 2022 หรือวันที่ 21 พฤศจิกายน เป็นต้นไป

เริ่มแล้ว MOTOR EXPO 2022 เทคโนโลยีอนาคต รถต้นแบบ รถล่าสุด เพียบ!

0

“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39” เปิดฉากยิ่งใหญ่ ระดมค่ายรถยนต์ 35 แบรนด์ จักรยานยนต์ 17 แบรนด์ อวดโฉมรถต้นแบบ รถรุ่นล่าสุด ชมได้ตั้งแต่ 1-12 ธันวาคม นี้ พร้อมลุ้นชิงรถฟรี 4 คัน

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39” เปิดเผยว่า ปีนี้จัดงานภายใต้แนวคิด “ได้เวลา…สัมผัสอนาคต – It’s TIME…Come Touch the FUTURE” มีรถยนต์ร่วมแสดงจำนวน 35 แบรนด์ จาก 10 ประเทศ รถจักรยานยนต์ 17 แบรนด์ จาก 8 ประเทศ คาดจะช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้เติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 20 %

ไฮไลท์ในงาน ได้แก่ รถต้นแบบ HONDA SUV E:PROTOTYPE รถพลังงานไฟฟ้า 100 % รูปทรงคล้ายกับ HONDA HR-V ไฮบริด กันชนหน้าปิดทึบดีไซจ์นใหม่ ชุดไฟหน้า LED เชื่อมต่อกัน 2 ฝั่ง เช่นเดียวกับแนวไฟท้าย พร้อมโลโก H เรืองแสง

MINI STRIP คันเดียวในโลก ผลงานออกแบบร่วมกันของ MINI และ PAUL SMITH ดีไซเนอร์แถวหน้าของอังกฤษ ภายใต้แนวคิด “ความเรียบง่าย ความโปร่งใส ความยั่งยืน”

รถที่เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย ได้แก่ HONDA CIVIC TYPE R, LEXUS RX นอกจากนี้ ยังมีรถรุ่นใหม่ให้ชม ทดลองขับ และจับจองมากมาย อาทิ AUDI Q5 SPORTBACK 55 TFSI E, BENTLEY HYBRID, BMW 3 SERIES, FORD RANGER, HAVAL H6 PLUG-IN HYBRID, HYUNDAI STARGAZER, ISUZU V-CROSS 4×4 MAGIC EYES, JEEP GLADIATOR RUBICON, KIA CARNIVAL, LAMBORGHINI URUS PERFORMANTE, MASERATI GRECALE, MAZDA CARBON EDITION, MITSUBISHI PAJERO SPORT, MOKE, NISSAN KICKS E-POWER, PEUGEOT 2008 SUV, PORSCHE PANAMERA PLATINUM EDITION, SUBARU FORESTER, SUZUKI ERTIGA HYBRID ฯลฯ

ส่วนรถไฟฟ้า 100 % ได้แก่ BYD ATTO 3, MERCEDES-EQS 500 4MATIC AMG PREMIUM,  MG4, MINE EV MINI TRUCK MT30, MINI COOPER SE, NETA V, ORA GRAND CAT, POCCO, TOYOTA BZ4X, VOLT CITY EV, VOLVO C40 RECHARGE PURE ELECTRIC

ผู้จอง / ซื้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และสินค้าในงาน  มีสิทธิ์ลุ้นชิงรถยนต์ 3 คัน และรถจักรยานยนต์ 1 คัน ในรายการ ซื้อรถ…ชิง MG ZS EV รุ่น X / ซื้อบัตร…ชิง VOLT CITY EV / ซื้อสินค้า…ชิง MITSUBISHI MIRAGE รุ่น 1.2 ACTIVE CVT A/T / ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิกไบค์ YAMAHA รุ่น MT-09 / ชม MOTOR EXPO ONLINE PLATFORM ผ่านลิงค์ https://op.motorexpo.co.th ลุ้น NEW APPLE WATCH SERIES 8 รุ่น GPS จำนวน 5 รางวัล

บริการพิเศษ MOTOR EXPO EXCLUSIVE VISITOR แพคเกจชมงานแบบวีไอพี เพียง 500 บาท รับสิทธิพิเศษ ที่จอดรถ ฟรีค่าจอด 3 ชม. พื้นที่รับรองพิเศษ บัตรเข้าชมงาน ULTIMATE VIP 2 ใบ บริการนำชมรถโดยพนักงานขายของแบรนด์ที่ลูกค้าสนใจ

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจ ภายในอาคาร ได้แก่

PHOTO SHOOTING จุดถ่ายภาพกับ THEME CONCEPT ของงาน

SKILL DRIVING EXPERIENCE พื้นที่เล่นเกม และทดสอบทักษะการขับขี่ 3 สถานี 1. วัด REACTION TIME 2. ฝึกทักษะการหักหลบ 3. แก้ไขรถหมุน หรือรถแหกโค้ง

นิทรรศการสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย จัดแสดงรถโบราณ และรถคลาสสิค พร้อมเปิดให้ร่วมโหวทรางวัล PEOPLE’S CHOICE AWARD

มุมมอเตอร์สปอร์ท จัดแสดงรถแข่งหลากหลายรูปแบบ รวมถึงรถตกแต่งหลากหลายสไตล์

JOIN BOAT 2022 จัดแสดงเรือแม่น้ำ สปีดโบท สกูเตอร์

ลานทดลองนั่งรถยนต์ไฟฟ้า มีผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ขับ พร้อมให้ความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า

กิจกรรมภายนอกอาคาร ได้แก่

ลานทดลองขับ พื้นที่ทดลองขับรถรุ่นที่ผู้ชมสนใจ

TEST TRACK FOR AUTOMATED DRIVER ASSIST SYSTEM พื้นที่สำหรับทดลองใช้งานระบบช่วยเหลือ ที่ติดตั้งมากับรถ เช่น ระบบถอยจอดอัตโนมัติ ระบบเบรคอัตโนมัติ ฯลฯ

SPIRIT OF THE 4×4 DRIVING SCHOOL โรงเรียนพัฒนาทักษะการขับขี่รถขับเคลื่อน 4 ล้อ พบกับทีมครูฝึกมากประสบการณ์ ที่จะแนะนำหลักสูตรสำหรับรถขับเคลื่อน 4 ล้อ รวมทั้งมีสนามจำลองสถานการณ์ต่างๆ ให้ทดลองนั่งรถ 4×4 ที่ขับโดยผู้เชี่ยวชาญ

ชุมนุมรถสวย ชมรถยนต์รุ่นดัง หลากหลายค่าย จากสมาชิกคาร์คลับทั่วประเทศ

กิจกรรมเพื่อเยาวชน ได้แก่

นิทรรศการศิลปินน้อย MOTOR EXPO ชมนิทรรศการภาพวาดของเยาวชนที่เป็นสมาชิกชมรม “ศิลปินน้อย MOTOR EXPO”

SKILL DRIVING EXPERIENCE JUNIOR เปิดโอกาสให้เด็กอายุ 3-8 ปี ความสูงไม่เกิน 120 ซม. น้ำหนักไม่เกิน 20 กก. ได้เรียนรู้กฎจราจรเบื้องต้น ปลูกฝังจิตสำนึกด้านความปลอดภัยผ่านการชมวีดีทัศน์จราจร และการขับรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับเด็ก ในถนนจำลอง

F1 IN SCHOOLS ชมนิทรรศการ และผลงานของนักแข่งทีมไทยที่ไปแข่งขันในต่างประเทศ รวมถึงเรียนรู้ และฝึกทักษะการขับรถ F1 แบบง่ายๆ

มูลนิธิ “ลมหายใจไร้มลทิน” ชมและร่วมกิจกรรม เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริตสำหรับเยาวชน

HOT WHEELS 2022 ตระการตากับ “HOT WHEELS BASIC CARS” หลากหลายรุ่นมากที่สุดในเมืองไทย

โครงการนวัตกรรมยานยนต์ ชมผลงานสร้างสรรค์นวัตกรรม และสิ่งประดิษฐ์เกี่ยวกับยานยนต์ ของเยาวชนระดับอุดมศึกษา

การเดินทางไปชมงานมีบริการ รถรับ-ส่ง ฟรี ! 4 เส้นทาง ดังนี้

  1. หมอชิต-IMPACT-หมอชิต MRT สถานี BTS EXIT 2, MRT EXIT 4
  2. หลักสี่-IMPACT-หลักสี่ จุดจอดรถรับ/ส่ง BTS รถไฟฟ้าสายสีเเดง สถานีหลักสี่ EXIT 3
  3. สีลม-IMPACT-สีลม MRT สถานี BTS EXIT 5, MRT EXIT 1
  4. รังสิต-IMPACT-รังสิต บริเวณ ลานจอดรถตู้ ฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต

“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39” จัดขึ้น ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 1-12 ธันวาคม 2565 มีการถ่ายทอดสดงานทาง ททบ. 5 วันเสาร์ที่ 3 ธันวาคม 2565 เวลา 14.35-15.35 น. ไทยรัฐ TV วันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม 2565 เวลา 14.00-15.00 น. และชมรีวิวรถที่แสดงในงาน พร้อมรับสิทธิพิเศษมากมายผ่าน “MOTOR EXPO ONLINE PLATFORM” งานคู่ขนานในสื่อดิจิทอล ครบวงจร ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.motorexpo.co.th

ลามิน่าฟิล์ม ส่งสินค้าเอาใจลูกค้ารถยนต์ยุคใหม่ Lamina Digital EVS Boost ฟิล์มดิจิทัลบูสต์รุ่นใหม่ล่าสุด ตอบสนองความต้องการลูกค้ากลุ่มยานยนต์พลังงานทดแทนทุกรูปแบบ

0

นางสาวจันทร์นภา สายสมร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงรถยนต์และอาคาร “ลามิน่า” ฟิล์มกลุ่มพิเศษ “ลูมาร์” คุณภาพสูง ผลิตโดย อีสท์แมน เพอร์ฟอร์แมนซ์ฟิล์ม สหรัฐอเมริกา และอุปกรณ์บรรทุกสัมภาระธูเล่ จากประเทศสวีเดน รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ดูแลรักษารถยนต์ครบวงจร “แอลลักซ์” คุณภาพเยี่ยมจากสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย

เปิดเผยว่า แนวโน้มการเติบโตของรถยนต์พลังงานทดแทนรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นยานยนต์พลังงานลูกผสม (ไฮบริด) หรือยานยนต์พลังงานไฟฟ้า (อีวี) ต่างก็เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยประเทศไทย ถือเป็นหนึ่งในตลาดหลักสำหรับยานยนต์พลังงานใหม่ในภูมิภาคอาเซียนและตลาดโลก รวมถึงภาครัฐเองก็มีการส่งเสริมด้วยมาตรการทางภาษี ทำให้ตลาดรถยนต์รูปแบบดังกล่าวได้รับการตอบรับมากขึ้นเรื่อย ๆ

อย่างไรก็ตาม การมาถึงของยานยนต์พลังงานรูปแบบใหม่ ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงแค่ในส่วนของพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ขับเคลื่อนรถยนต์เท่านั้น รถยนต์กลุ่มนี้มักจะมาพร้อมเทคโนโลยีภายในตัวรถที่มากกว่ารถยนต์ทั่วไป เช่น เทคโนโลยีด้านความปลอดภัย ADAS หรือเทคโนโลยีด้านความสะดวกสบายอย่างระบบอินโฟเทนเมนต์ หรือระบบนำทาง เป็นต้น ทำให้ผู้ประกอบการสินค้าเกี่ยวเนื่องต้องปรับตัวตามให้ทัน

“ในส่วนของลามิน่าฟิล์มเอง เรามีการแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดมาโดยตลอด ซึ่งเป็นการปรับตัวให้เข้ากับนโยบายภาครัฐและความต้องการของผู้บริโภค จากการเปลี่ยนแปลงของตลาดรถยนต์ เราเชื่้อว่าความต้องการของฟิล์มกรองแสงสมรรถนะสูงสำหรับรถยนต์กลุ่มนี้จะเติบโตเพิ่มขึ้น ทำให้เราตัดสินใจแนะนำ ลามิน่า ดิจิทัล อีวีเอส บูสต์ รุ่นใหม่ล่าสุดเข้าสู่ตลาดประเทศไทย”

ลามิน่า ดิจิทัล อีวีเอส บูสต์ (Lamina Digital EVS Boost) เป็นนวัตกรรมฟิล์มกรองแสงในกลุ่มดิจิทัล ซีรีส์ ลำดับที่ 6 ที่พัฒนาขึ้นมาโดย Eastman Performance LLC ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อรองรับความต้องการของกลุ่มยานยนต์พลังงานไฟฟ้ารูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะ ด้วยเนื้อฟิล์มที่ผลิตจากเทคโนโลยี Nano CM-Charcoal Multiplex ที่เรียงสานเป็นอณูตาข่ายดิจิทัลซ้อนทับกันหลายสิบชั้นบนแผ่นฟิล์ม จนได้เนื้อฟิล์มพิเศษที่กันความร้อนดีเยี่ยม

ด้วยคุณสมบัติพิเศษของเทคโนโลยี DigitalBoost ช่วยบูสต์สัญญาณดิจิทัลทุกชนิด ช่วยให้รถยนต์ที่ติดตั้งฟิล์มกรองแสงดังกล่าวสามารถใช้งานสัญญาณดิจิทัลภายในรถยนต์ได้ทุกรูปแบบ ทำให้สามารถใช้งานฟังก์ชั่นต่าง ๆ ภายในรถยนต์ได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งระบบความบันเทิง ระบบการสื่อสาร รวมไปถึงระบบความปลอดภัยรูปแบบต่าง ๆ ที่ติดตั้งมาในรถยนต์ ทำให้ไม่สะดุดหรือพลาดต่อการใช้งานรถในทุกช่วงจังหวะ

“นอกจากนี้ ลามิน่า ดิจิทัล อีวีเอส บูสต์ ยังให้ความสวยงามของเนื้อฟิล์มที่ยอดเยี่ยม มีความสวยเข้มของฟิล์มภายนอก และให้วิสัยทัศน์ที่เคลียร์ชัดจากภายในทั้งกลางวันและกลางคืน โดยที่ไม่ทิ้งคุณสมบัติการกันความร้อนจากแสงแดดและกันรังสียูวีที่ยอดเยี่ยม ผู้ใช้งานสามารถเลือกความเข้มได้ตามความต้องการ 3 ระดับ ซึ่งคุณสมบัติทั้งหมดนี้ สามารถมองหาได้จากลามิน่าฟิล์ม เพียงผู้เดียวเท่านั้นในท้องตลาด”

ลามิน่า ดิจิทัล อีวีเอส บูสต์ จะเข้ามาเสริมทัพฟิล์มกรองแสงดิจิทัลที่ลามิน่าฟิล์มเป็นผู้นำตลาดอยู่ในปัจจุบัน จากการมีสินค้าทำตลาดแล้ว 5 ซีรีส์ ประกอบไปด้วย Lamina Digital EV Boost, Lamina Digital Ceramatrix, Lamina Digital CM Icon และ Lamina Digital CM One ฟิล์มเพื่อผู้ใช้รถยุค 5G ใหม่ป้ายแดง และ Lamina Digital Mystery ฟิล์มถนอมดวงตาเพื่อสุขภาพ

นางสาวจันทร์นภากล่าวถึงภาพรวมของตลาดรถยนต์ในประเทศไทยในปีนี้ ว่ามีการขยายตัวเหนือกว่าการคาดการณ์ เป็นผลของการฟื้นตัวจากเศรษฐกิจที่เร็วกว่าที่คาดหมาย และการส่งเสริมของภาครัฐบาลในส่วนของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ทำให้มีการประเมินว่าตลาดรถยนต์ในปีนี้จะเติบโตที่ 11% หรือมียอดขาย 8.8 แสนคัน โดยจะเป็นตลาดรถยนต์พลังงานใหม่กว่า 68,000 คัน และในกลุ่มนี้คาดว่าจะเป็นยานยนต์ไฟฟ้า (บีอีวี) ประมาณ 10,000 คัน

ทั้งนี้ การเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยก็จะส่งผลดีต่อการขยายตัวของธุรกิจฟิล์มกรองแสงรถยนต์เช่นเดียวกัน โดยลามิน่าประเมินว่าตลาดฟิล์มกรองแสงรถยนต์จะขยายตัวที่ 8% โดยการขยายตัวหลัก ๆ จะมาจากฟิล์มกรองแสงระดับพรีเมียม เนื่องจากความต้องการของลูกค้าเติบโตขึ้น และบริษัทตั้งเป้าหมายการเติบโตที่ 11% หรือคิดเป็นยอดขาย 745 ล้านบาท  เป็นผลจากการแนะนำสินค้าใหม่และการดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

“ไม่ใช่แค่เพียงเรื่องของสินค้าและโปรโมชั่นเท่านั้น ลามิน่าฟิล์มยังยึดมั่นในการให้บริการลูกค้าอย่างดีที่สุด ด้วยประสบการณ์กว่า 27 ปี และเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายกว่า 770 แห่งทั่วประเทศ การรับประกันคุณภาพสินค้านาน 7 ปี พร้อมบริการให้คำปรึกษาออนไลน์ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคว่าจะได้รับบริการที่ดีที่สุดเหนือใคร” นางสาวจันทร์นภากล่าวสรุป

เตรียมพบกับ “NETA S” รถยนต์พลังงานไฟฟ้าในสไตล์ Sporty Smart Coupe ได้ที่บูธ NETA ในงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป

0

NETA S รถยนต์พลังงานไฟฟ้าในสไตล์ Sporty Smart Coupe ที่มาพร้อมระบบช่วยในการขับขี่อัจฉริยะ โดยรุ่น Special Version ให้พละกำลังสูงสุดถึง 462 แรงม้า ขับเคลื่อน 4 ล้อ มีอัตราเร่งจาก  0-100 เพียง 3.9 วินาที และระยะทางในการขับขี่ไกลถึง 650 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็ม

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ NETA S

สมรรถนะ NETA S รุ่น Special Version

  • กำลังสูงสุด 340 kW / 462 แรงม้า
  • แรงบิดสูงสุด 620 นิวตัน-เมตร
  • ระบบส่งกำลัง มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ชุด
  • ระบบขับเคลื่อน AWD
  • แบตเตอรี่ Lithium-ion
  • ขนาดแบตเตอรี่ 91 kWh
  • ระยะทาง 650 กม./ชาร์จหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน CLTC
  • อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 9 วินาที

เทคโนโลยี

  • ภายนอกดีไซน์สปอร์ตคูเป้ ล้ำสมัย พร้อมประตูคู่หน้าแบบปีกนก
  • ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED
  • ไฟเลี้ยว LED แบบ Sequential
  • Panoramic Sunroof ขนาด 9 ตารางเมตร
  • ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว
  • SMART Cockpit System
    • Smart Screens 4 ตำแหน่ง :
      • หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 3 นิ้ว
      • หน้าจอ Infotainment แบบ Ultra thin ขนาด 6 นิ้ว
      • หน้าจอสำหรับผู้โดยสารด้านหน้าขนาด 3 นิ้ว
      • AR-HUD augmented reality head-up display system
    • ชิปประมวลผล Snapdragon Chip เจเนอเรชั่นที่ 3 (Qualcomm Snapdragon 8155)
    • รองรับการสื่อสารสัญญาณ 5G
    • ระบบสั่งการด้วยเสียง ตอบสนองภายใน 8 วินาที
    • ลำโพง 21 จุด พร้อมระบบเสียงรอบทิศทาง 720° Nezha Surround Sound
  • สำหรับ NETA S รุ่น Lidar Version จะมาพร้อม NETA Pilot 4.0 : เทียบเท่าระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ Autonomous Driving L4
    • ระบบประมวลผล Huawei MDC610 High performance Computing Platform
    • ระบบช่วยเหลือในการขับขี่สำหรับขับขี่ในเมือง NCP Nezha City Pilot assistance
    • ระบบช่วยเหลือในการขับขี่เมื่อความเร็วสูง NHP Nezha High-speed Pilot assistance
    • ระบบจดจำที่จอดรถ NMP Nezha Memory Parking
    • ระบบเรียกรถอัตโนมัติ NMS Nezha Magic Summon
    • ระบบช่วยเหลือในการขับขี่ 30 ตำแหน่งประกอบด้วย LIDAR 2 ตำแหน่ง, กล้องรอบคัน 11 ตำแหน่ง, เรดาร์แบบ Millimeter wave radar 5 ตำแหน่ง และเรดาร์แบบอัลตราโซนิค 12 ตำแหน่ง

 

 

 

Neta S

Lidar Version

Neta S

Special Version

จุดเด่น Autonomous Driving Technology Sport Performance
มิติตัวรถ    
ความยาว x ความกว้าง x ความสูง  (มม.) 4,980 x 1,980 x 1,450
ฐานล้อ (มม.) 2,980
ช่วงล่างด้านหน้า Double wishbone independent suspension system
ช่วงล่างด้านหลัง Five-link independent suspension system
สมรรถนะ    
กำลังสูงสุด (กิโลวัตต์/แรงม้า) 170 kW / 231 แรงม้า 340 kW / 462 แรงม้า
แรงบิดสูงสุด (นิวตัน-เมตร) 310 620
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 6.9 3.9
ระบบส่งกำลัง มอเตอร์ไฟฟ้า  1 ชุด มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ชุด
ระยะทางวิ่งสูงสุด (CLTC Mode)  (กม.) 715 650
ขนาดแบตเตอรี่ (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) 85.11 91
แบตเตอรี่ Lithium- ion Lithium-ion
ระบบขับเคลื่อน 2WD (ขับเคลื่อนล้อหลัง) AWD (ขับเคลื่อน 4 ล้อ)
อุปกรณ์ภายนอก    
ภายนอกดีไซน์สปอร์ตคูเป้ O O
ประตูคู่หน้าแบบปีกนก O
ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED O O
ไฟเลี้ยว LED แบบ Sequential O O
Panoramic Sunroof O O
ล้ออัลลอย 19 นิ้ว O O
Smart cockpit    
หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ ขนาด 13.3 นิ้ว O O
หน้าจอ Infotainment แบบ Ultra thin ขนาด 17.6 นิ้ว O O
หน้าจอสำหรับผู้โดยสารด้านหน้าขนาด 12.3 นิ้ว O O
AR-HUD augmented reality head-up display system O O
ระบบประมวลผล Smart Cockpit Platform Snapdragon Chip Snapdragon Chip
รองรับการสื่อสารสัญญาณ 5G O O
ลำโพง 21 จุด O O
ระบบสั่งการด้วยเสียง O O
ระบบช่วยเหลือในการขับขี่    
NETA Pilot NETA Pilot 4.0 NETA Pilot 3.0
ระบบประมวลผล Huawei MDC610 Dual TDA4
ระบบช่วยเหลือในการขับขี่สำหรับขับขี่ในเมือง NCP Nezha City Pilot assistance O
ระบบช่วยเหลือในการขับขี่เมื่อความเร็วสูง

NHP Nezha High-speed Pilot assistance

O O
ระบบจดจำที่จอดรถ

NMP Nezha Memory Parking

O O
ระบบเรียกรถอัตโนมัติ

NMS Nezha Magic Summom

O O
LIDAR 2
กล้องรอบคัน 11 11
เรดาร์แบบ Millimeter wave radar 5 5
เรดาร์แบบอัลตราโซนิค 12 12

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ NETA Call Center โทร. 02-039-5751 ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง หรือ ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ ของ NETA ได้ที่;

  • Facebook : Neta Auto Thailand
  • Neta Line Official : @netaautothailand
  • Website : www.neta.co.th