Home Blog Page 278

TOYOTA “GR Supra” และ “GR 86” รับจองสิทธิ์จำนวนจำกัด ผ่านช่องทาง Online แล้ววันนี้

0

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำ Sport car ระดับตำนาน Global model ภายใต้ GR Series” กับต้นกำเนิดรถสายพันธุ์สปอร์ต “GR Supra” รุ่นปรับปรุงใหม่ ที่สืบทอดจิตวิญญาณ TOYOTA Motorsport มาอย่างยาวนาน ภายใต้ปรัชญาในการพัฒนารถยนต์ของ TOYOTA “จากสนามแข่งสู่ท้องถนน” (From Circuit To Road) พร้อมแนะนำ Sport Coupe GR Series รุ่นล่าสุด “GR 86” ใหม่ ประกอบ และนำเข้าทั้งคันจากประเทศญี่ปุ่น สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความสนุกสนานในการขับขี่จากรถสมรรถนะสูง และเอกลักษณ์ของรถสายพันธุ์ GR ที่มอบสมรรถนะการขับขี่ในแบบฉบับที่แตกต่างไม่เหมือนใคร พร้อมรับทันที GR Experience Package” สิทธิพิเศษเหนือระดับ และพิเศษยิ่งกว่า! สำหรับผู้ที่ครอบครอง “GR Supra” รุ่นปรับปรุงใหม่ และGR 86”  ใหม่จำนวน 25 คันในประเทศไทยเท่านั้น จะได้รับ GR Exclusive Box Set” พร้อมลายเซ็น “Morizo” ซึ่งเป็นชื่อในวงการแข่งขันรถยนต์ของ มร.อากิโอะ โตโยดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชัน ประเทศญี่ปุ่น เปิดรับจองสิทธิ์ผ่านช่องทาง Online อย่างเป็นทางการของ TOYOTA เท่านั้น ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2565 พิเศษสุด! สำหรับแฟนพันธุ์แท้ TOYOTA GR Series ทั้ง GR Supra GR 86 และ GR YARIS เตรียมร่วมสนุกในงาน “Bangkok GR Day” วันที่ 2 ตุลาคม 2565 ณ TOYOTA ALIVE บางนา กม.3

TOYOTA GR Supra รุ่นปรับปรุงใหม่

TOYOTA GR Supra เป็น Sport car ที่เป็น Global model ระดับตำนานของ TOYOTA ภายใต้ GR Series ที่พัฒนาขึ้นจากแรงบันดาลใจในการรังสรรค์ยนตรกรรมที่มุ่งมอบความสุขสำหรับผู้ที่ชื่นชอบสมรรถนะการขับขี่แบบสปอร์ต  ได้รับการตอบรับเป็นอย่างอย่างดีจากลูกค้าทั่วโลกด้วยยอดจำหน่ายสะสม ตั้งแต่ปี พ.ศ.2562 – กรกฎาคม 2565 กว่า 32,000 คัน

นายสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวถึงความยอดเยี่ยมของรถรุ่นนี้ว่าGR Supra รุ่นปรับปรุงใหม่ คงไว้ซึ่งความเป็นสุดยอด Sport car พันธุ์แท้ ด้วยเอกลักษณ์ของ Supra อันเป็นที่ชื่นชอบของหลายคน ขับเคลื่อนทรงพลังด้วยเครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตร 6 สูบเรียง เครื่องยนต์วางหน้าขับเคลื่อนล้อหลัง (inline-six-cylinder engine) ให้กำลังสูงสุดถึง 387 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ระบบส่งกำลังอัตโนมัติ 8 สปีด ถ่ายทอดพละกำลังของเครื่องยนต์ได้เต็มพิกัด ควบคุมสะดวกเพียงปลายนิ้วกับ Paddle Shift ช่วงล่าง Adaptive Variable Suspension ที่ผสานเทคโนโลยีชั้นสูง และมอบเสถียรภาพการทรงตัวดีเยี่ยม โครงสร้างตัวถังน้ำหนักเบา มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ทำให้แข็งแกร่ง และทนแรงบิดสูง ดีไซน์ภายนอกสปอร์ตเต็มขั้นกับล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 19 นิ้ว สีดำ Premium Titanium Dark Silver ตกแต่งคาลิปเปอร์เบรกสีแดง ไฟหน้า Adaptive LED 6 เลนส์ พร้อม LED Daytime Running Light ท่อไอเสียคู่ดีไซน์ลงตัว พร้อมทางเลือกสีภายใน ดำ-แดง และ สีดำใหม่ สไตล์สปอร์ตร้อนแรง วัสดุเบาะหนังแท้ผสม Alcantara กระชับเข้าสรีระ ระบบปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง และระบบปรับดันหลังไฟฟ้า Lumbar Support และสะดวกยิ่งขึ้นกับเครื่องเสียงจอระบบสัมผัสขนาด 8.8 นิ้ว พร้อมลำโพง JBL 12 ตำแหน่ง รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย Bluetooth พร้อมระบบนำทาง รองรับ Apple Car Play”

TOYOTA GR Supra รุ่นปรับปรุงใหม่ นำเข้าทั้งคัน สำหรับบุคคลชั้นนำผู้ชื่นขอบสุดยอดสมรรถนะของ TOYOTA Sport car ระดับตำนาน

เลือกเป็นเจ้าของได้ 8 สี (3 สีใหม่)

(ใหม่) สีขาว… MATTE AVALANCHE WHITE METALLIC.

– (ใหม่) สีเทา… VOLCANIC ASH GRAY METALLIC

– (ใหม่) สีน้ำเงิน… DAWN BLUE METALLIC

– สีแดง… PROMINENCE RED

– สีดำ… BLACK METALLIC

– สีเหลือง… LIGHTNING YELLOW

– สีเทา… MATTE STORM GRAY METALLIC

– สีขาว… WHITE METALLIC

สีภายในห้องโดยสาร 2 สี

      สีดำ-แดง และ สีดำ

ราคา 5,199,000 บาท**

**ราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน รวมเครื่องปรับอากาศ และภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว

พิเศษ! จำนวนจำกัดเพียง 10 คันเท่านั้น

TOYOTA GR 86 ใหม่

Global model รุ่นที่ 3 ในตระกูลรถ GR Sport series ระดับโลกของ TOYOTA หลังประสบความสำเร็จจากการแนะนำ GR Supra และ GR Yaris ภายใต้ความมุ่งหวังในการมอบยนตรกรรมที่ดียิ่งกว่า หรือ Ever-Better Cars” ที่สืบทอดจิตวิญญาณของ Motorsport พัฒนาขึ้นภายใต้ประสบการณ์ ผนวกกับความชำนาญของทีมวิศวกร และทีมงาน Toyota GAZOO Racing เพื่อมอบความสนุกสนานในการขับขี่แบบฉบับ Sport car อย่างแท้จริง TOYOTA ได้แนะนำ TOYOTA 86 รุ่นแรกในปี พ.ศ.2555 นับจากนั้นเป็นต้นมา รถรุ่นนี้ได้นำมาใช้เป็น Base model ในสนามแข่งขัน Motorsport ไม่ว่าจะเป็นรายการแข่งขัน Rally รายการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบแบบ One Make Race รายการแข่งขัน Gymkhana หรือในรายการแข่งขัน Dirt trial อย่างแพร่หลายทั่วโลก โดย TOYOTA 86 ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ด้วยยอดจำหน่ายสะสมทั่วโลกกว่า 200,000 คัน สะท้อนถึงการเป็น Sport car ที่สามารถไว้วางใจได้ในทุกเส้นทาง

นายสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ เปิดเผยถึงความประทับใจในรถรุ่นนี้ว่า GR 86 ใหม่ พัฒนาจากประสบการณ์การแข่งขัน Motorsport ระดับโลกหลายรายการ TOYOTA มุ่งหวังให้ Sport coupe รุ่นใหม่ล่าสุดนี้ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบรถสมรรถนะสูง ด้วยการพัฒนาเครื่องยนต์เบนซินใหม่แบบ Boxer สูบนอน ขนาด 2.4 ลิตร (รุ่นเดิมขนาด 2.0 ลิตร) 4 สูบแนวนอน DOHC 16 วาล์ว เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Shift lock ให้กำลังสูงสุด 237 แรงม้า ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง สมรรถนะดีขึ้นทั้งแรงบิด อัตราเร่ง และการตอบสนองในทุกช่วงความเร็ว โครงสร้างตัวถัง และช่วงล่างน้ำหนักเบา ด้วยการใช้หลังคา ฝากระโปรงหน้า และด้านข้างตัวถังที่ผลิตจากอลูมิเนียมอันแข็งแกร่ง ทนทาน จุดศูนย์ถ่วงต่ำลง ระบบกันสะเทือนด้านหน้า McPherson Strut พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังอิสระแบบปีกนกคู่พร้อมเหล็กกันโคลง ส่งผลให้ควบคุมรถได้อย่างมีเสถียรภาพในทุกสภาพถนน”

Design ภายนอก และภายใน สะท้อนสมรรถนะการขับขี่แบบสปอร์ต และความสวยงามในทุกองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็น กระจังหน้าสีดำแบบ G-Mesh ดีไซน์ไฟหน้า LED Projector ไฟท้ายพร้อมไฟเลี้ยวแบบ LED ท่อไอเสียคู่ตกแต่งด้วยโครเมียม ล้ออัลลอย 18 นิ้ว สีดำด้าน ขนาด 215/40 R18 เบาะนั่งคู่หน้าแบบสปอร์ตบุด้วยหนังและ Ultra suede จอแสดงผล Boxer Meter แบบสีขนาด 7 นิ้ว ปรับโหมดการแสดงผลตามโหมดการขับขี่ ระบบ Start เครื่องยนต์พร้อมสัญลักษณ์ GR กุญแจรีโมทแบบ SMART หน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมลำโพง 6 ตำแหน่ง ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ แยกอิสระซ้าย-ขวา พร้อมมอบความมั่นใจในทุกการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยที่เพียบพร้อม ทั้งระบบความปลอดภัยพื้นฐาน และระบบสำคัญ อาทิ ระบบความปลอดภัยก่อนการชน Pre-collision braking system ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน Lane departure alert ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติที่ทุกระดับความเร็ว Full speed range adaptive cruise control ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนตัว Leading vehicle notice ระบบช่วยเตือนเมื่อเหนื่อยล้าขณะขับขี่ Lane sway warning และระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ Automatic high beams นายสุรศักดิ์ กล่าวถึงความท้าทายในการขับสำหรับรถรุ่นนี้

TOYOTA GR 86 ใหม่ Sport Coupe สายพันธุ์แรงนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น จำนวนจำกัดสำหรับบุคคลชั้นนำหัวใจสปอร์ตเลือกเป็นเจ้าของได้ 7 สี

  • สีแดง IGNITION RED
  • สีน้ำเงิน SAPHIRE BLUE PEARL
  • สีขาวมุก CRYSTAL WHITE PEARL
  • สีดำ CRYSTAL BLACK SILICA
  • สีฟ้า BRIGHT BLUE
  • สีเงิน ICE SILVER METALLIC
  • สีเทา MAGNETITE GRAY METALLIC

สีภายในห้องโดยสาร 2 สี

สีดำ-แดง และ สีดำ-เงิน  

ราคา 2,949,000   บาท**

**ราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน รวมเครื่องปรับอากาศ และภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว

พิเศษ! จำนวนจำกัดเพียง 15 คัน เท่านั้น

ขั้นตอนการเป็นเจ้าของสุด Exclusive สำหรับบุคคลชั้นนำ

  1. จองสิทธิ์ Online พร้อมเลือกสีผ่าน Website ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2656

TOYOTA GR Supra รุ่นปรับปรุงใหม่ที่ https://stores.toyota.co.th/register/grsupra

และ TOYOTA GR 86 ใหม่ที่ https://stores.toyota.co.th/register/gr86

  1. ทางบริษัทฯ จะทำการตรวจสอบ และยืนยันผลการจองโดยตรงกับลูกค้า
  2. ลูกค้าทำการจ่ายเงินเพื่อเป็นเจ้าของรถอย่างเป็นทางการ
  3. นัดหมายส่งมอบรถให้กับลูกค้าอย่างประทับใจ

หมายเหตุ : ขอสงวนสิทธิ์การตัดสินการจองรถของลูกค้าเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด

 

GR Service Package สุด Exclusive เพื่อสร้างความประทับใจ

นายสุรศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมถึง Service package การบริการสุดพิเศษว่า นอกจากนี้เรายังมีความยินดีมอบสิทธิประโยชน์อีกมากมาย มูลค่ารวมกว่า 100,000 บาท ประกอบด้วย

– GR Service Package บำรุงรักษารถยนต์ตามระยะทาง ระยะเวลา 3 ปี หรือตามระยะทางที่กำหนด

GR Roadside Service บริการช่วยเหลือฉุกเฉินนาน 5 ปี

GR Experience สิทธิ์การอบรมหลักสูตร Toyota Gazoo Racing Academy Thailand พร้อมเข้าร่วมกิจกรรมลงขับในสนามแข่งระดับโลก Chang International Circuit

– พิเศษสุด สำหรับผู้ที่ครอบครอง “TOYOTA GR Supra รุ่นปรับปรุงใหม่ และ “GR 86 ใหม่      25 คันนี้ในประเทศไทยเท่านั้น จะได้รับของที่ระลึกสุดพิเศษ GR Exclusive Box Set (กล่องของที่ระลึก พร้อม Key Cover และ Apple Airtag พร้อมพวงกุญแจ) พร้อมลายเซ็น Morizo ซึ่งเป็นชื่อในวงการแข่งขันรถยนต์ของ มร.อากิโอะ โตโยดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชัน ประเทศญี่ปุ่น

หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง ยกเลิก เงื่อนไข โดยมิต้องแจ้งล่วงหน้า

เตรียมพบกับกิจกรรมสุดพิเศษ “Bangkok GR Day” รวมพลคนรัก TOYOTA GR Series

นายสุรศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมถึงกิจกรรมสุดพิเศษสำหรับแฟนพันธุ์แท้ ขอเชิญแฟนพันธุ์แท้ TOYOTA GR Series ร่วมงาน Bangkok GR Day กิจกรรมสุด Exclusive เพื่อเอาใจ Fan club ภายในงานท่านจะได้พบกับ

GR Series Car Club รวบรวม TOYOTA GR Generation ต่างๆ มาร่วมชุมนุมครั้งใหญ่

GR Performance Show Drift show สุดยอดสมรรถนะโดย Drifter ระดับโลก

GR Driving Experience โอกาสได้ทดลองขับ GR Supra และ GR 86 Version ล่าสุด

GR Model Real Time Booking ร่วมลุ้น Countdown ยอดจอง GR Supra และ GR 86

GR Special Surprise ร่วมลุ้นเป็นเจ้าของ GR Supra และ GR 86 ใหม่ ในราคาพิเศษ รุ่นละ 1 คัน 

GR Supra Auction ร่วมประมูล Display car GR Supra รุ่นปี 2020 ราคาพิเศษจำนวน 2 คัน

 

“ขอเชิญผู้ที่รักในรถสมรรถนะสูง และแฟนพันธุ์แท้ TOYOTA GR Series รวมทั้งผู้ที่ชื่นชอบ หรือสะสมรถ Limited edition ตลอดจนผู้ที่มีความสนใจ ร่วมกิจกรรมพิเศษที่เราตั้งใจจัดขึ้น และขอแนะนำช่องทาง Online Official ที่เราจัดทำขึ้นเฉพาะสำหรับรถแต่ละรุ่น เพื่อให้ท่านศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม และทำการจองสิทธิ์ โดย GR Supra พร้อมส่งมอบรถคันแรกถึงมือลูกค้าในเดือนพฤศจิกายน 2565 และสำหรับ GR 86 ใหม่ พร้อมส่งมอบรถคันแรกในเดือนมกราคม 2566 เป็นต้นไป โดยการจำหน่ายรถทั้ง 2 รุ่นผ่านช่องทาง Online อย่างเป็นทางการด้วยจำนวนจำกัด โดยลูกค้าที่ลงทะเบียนจองสิทธิ์ล่วงหน้า ทางบริษัทฯ จะทำการติดต่อเพื่อยืนยันราคา ยืนยันรับสิทธิ์ และเงื่อนไขการจองตามลำดับนายสุรศักดิ์ กล่าวปิดท้าย

เชิญสัมผัสสมรรถนะสุดเร้าใจของ TOYOTA Global Model GR series

รวมพลคนรัก TOYOTA GR Series : GR Yaris – GR Supra GR 86

สัมผัสอย่างใกล้ชิดกับ TOYOTA GR Supra และ Supra ทุก Generation

ลุ้นสิทธิ์ซื้อ GR Supra รุ่นปรับปรุงใหม่ และ GR 86 ใหม่ ราคาพิเศษ รุ่นละ 1 คัน

และร่วมประมูล Display Car GR Supra รุ่นปี 2020 ในราคาสุดพิเศษ!

ในงาน “Bangkok GR Day” วันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม 2565 TOYOTA ALIVE บางนา กม.3

โอกาสดีสำหรับสายงานอาชีพ วิทยาลัยเทคโนโลยียานยนต์โตโยต้า เปิดรับนักศึกษาใหม่

0

วิทยาลัยเทคโนโลยียานยนต์โตโยต้า เปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ เข้าศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ปีการศึกษา 2566 ภาตใต้หลักสูตรอาชีวศึกษาร่วมกับหลักสูตรการอบรมตามมาตรฐาน บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น อนาคตเมื่อจบการศึกษา จะได้รับโอกาสเป็นช่างเทคนิค ผู้บริหารงานบริการ หรือพนักงานอะไหล่ในศูนย์บริการโตโยต้า รวมทั้งศึกษาต่อระดับปริญญาตรีในโครงการความร่วมมือกับ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ประกอบธุรกิจส่วนตัวด้านยานยนต์ รวมทั้งโอกาสทำงานในบริษัทชั้นนำด้านยานยนต์

เปิดรับสมัคร 3 สาขางาน

1.สาขางานเทคนิคยานยนต์อัจฉริยะ
2.สาขางานธุรกิจการบริการยานยนต์

3.สาขางานเทคนิคซ่อมตัวถังและสีรถยนต์

คุณสมบัติผู้สมัคร
1.จบการศึกษา ระดับ ปวช. ม.6 หรือเทียบเท่าทุกสาขา
2.เกรดเฉลี่ย 2.00 ขึ้นไป

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
086-323-7683  อ.ทวีศักดิ์ ประนอมมิตร
086-323-7684  อ.วัชรีภรณ์ พงษ์ไชย
สนใจสมัครออนไลน์ได้ที่ www.toyotacollege.ac.th

ตั้งแต่วันนี้ถึง 9 มิถุนายน 2566

เบนซ์ สตาร์แฟลก มั่นใจแชมป์ยอดขาย 8 ปี ขานรับตลาดพรีเมียม SUV มาแรง รุกจัดงาน Star Flag SUV Festival ตลอดเดือนกันยายน

0

นายชยุส ยังพิชิต กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สตาร์แฟลก จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี และเมอร์เซเดส-มายบัค (Mercedes-Maybach) อย่างเป็นทางการ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ตลาดรถยนต์ที่กลับมาคึกคัก โดยเฉพาะในกลุ่ม SUV ส่งผลทำให้ตลอด 8 เดือนที่ผ่านมา เบนซ์ สตาร์แฟลก ยังคงรักษาแชมป์ยอดขายอันดับหนึ่ง โดยรถยนต์ในกลุ่มพรีเมียม SUV เป็นเซกเมนต์ที่ทำยอดจำหน่ายสูงสุด หรือประมาณ 25% ของยอดจำหน่ายทั้งหมด ขณะที่รุ่นสุดฮอตครองใจลูกค้าตลอดกาลยังคงเป็น Mercedes-Benz GLC 220d ที่มาพร้อมเทคโนโลยีเหนือระดับและระบบความปลอดภัยระดับพรีเมียม โดยเฉพาะเทคโนโลยีความปลอดภัยระบบ Blind Spot Assist ที่จะช่วยเตือนเมื่อมีรถมาข้างๆ หรือมุมอับสายตา ทำให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารอุ่นใจ ในระบบความปลอดภัยได้อย่างไร้ข้อกังวลตลอดการเดินทาง​ ซึ่งที่ เบนซ์ สตาร์แฟลก มีรถรุ่นนี้พร้อมส่งมอบให้ลูกค้าที่สนใจทันที

“เบนซ์ สตาร์แฟลก ยังคงนโยบาย Best Deal Guarantee เพื่อให้ลูกค้าได้รับความคุ้มค่า ด้วยคุณภาพมาตรฐานการให้บริการ ทั้งด้านงานขาย และบริการหลังการขาย รวมถึงการยกระดับงานบริหารลูกค้าสัมพันธ์ และงานบริหาร  สต๊อกรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี อย่างต่อเนื่อง จากสถิติยอดขาย 8 เดือนแรก ที่เรายังคงยืนหนึ่งเป็นแชมป์ในด้านยอดจำหนาย ก็เชื่อว่าในช่วง 4 เดือนสุดท้ายนี้ และยอดรวมตลอดทั้งปี เบนซ์ สตาร์แฟลก   จะสามารถสร้างประวัติศาสตร์ เป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี และเมอร์เซเดส-มายบัค (Mercedes-Maybach) ที่ครองแชมป์ยอดขายอันดับหนึ่งได้อย่างยาวนาน ต่อเนื่อง 8 ปี ซ้อน”

เพื่อตอบรับกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้า ที่ต้องการรถยนต์เอนกประสงค์ ที่มีความหรูหรา สะดวกสบาย เป็นเพื่อนแท้ เพิ่มความอุ่นใจในการเดินทางทั้งไปทำงานในเมือง และพาครอบครัวเดินทางท่องเที่ยวข้ามจังหวัดในวันหยุดได้อย่างรื่นรมย์ เบนซ์ สตาร์แฟลก ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย Star Flag SUV Festival ที่โชว์รูม ถนนวิภาวดี ตลอดเดือนกันยายน โดยนำรถพรีเมียม SUV รุ่นฮอต มาให้ลูกค้าได้สัมผัสอาทิ Mercedes-Benz GLC220 d AMG Dynamic Mercedes-Benz, GLC 300e AMG Dynamic Mercedes-AMG, GLC 43 4MATIC Coupe ภายใต้คอนเซปต์ “ตามหา SUV รุ่นที่ใช่ ไปที่ไหนก็ตอบโจทย์” พร้อมจัดโปรโมชั่นพิเศษ! จองและออกรถ SUV ทุกรุ่น ภายในวันที่ 1-30 กันยายน 2565 ลุ้นรับบัตรน้ำมันรวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท* และรับสิทธิ์ร่วมกิจกรรม Exclusive SUV Driving Event

เบนซ์ สตาร์แฟลก ยังเตรียมข้อเสนอสุดพิเศษ เพื่อมอบความคุ้มค่าให้ลูกค้าตลอดงาน อาทิ เลือกดาวน์ 0%* หรือเลือกรับดอกเบี้ย 0% นาน 6 ปี* หรือ MBSP Extra Guarantee Package นาน 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง* หรือ ประกันชั้น 1 นานสูงสุด 5 ปี* รุ่นรถและเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด* ทั้งนี้ภายใต้ความร่วมมือกับพันธมิตรทางการเงิน เบนซ์ สตาร์แฟลก สามารถช่วยให้ลูกค้าออกรถได้ง่าย อนุมัติไว โดยรู้ผลภายใน 3 นาที เท่านั้น

เบนซ์ สตาร์แฟลก มีเป้าหมายรักษาแชมป์ที่หนึ่งในใจลูกค้า จึงให้ความสำคัญกับงานขายและบริการหลังการขาย ใส่ใจทุกรายละเอียด ลูกค้าที่สนใจเป็นเจ้าของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ กับดีลสุดพิเศษ Best Deal Guarantee ติดต่อทีมที่ปรึกษาการขายของโชว์รูม เบนซ์ สตาร์แฟลก ถนนวิภาวดีรังสิต ได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.00–20.00 น. โทร 02-248-6699 รวมถึงติดต่อผ่านทางโซเซียลมีเดียได้ทุกช่องทาง www.starflag.mercedes-benz.co.th Facebook : Benz Star Flag Instagram : @BenzStarFlag Line : @Benzstarflag

ฟอร์ด มัสแตง ใหม่ นิยามอิสระแห่งการขับขี่อันเหนือชั้น ด้วยระบบควบคุมดิจิทัลอัจฉริยะ เครื่องยนต์ทรงพลัง และการออกแบบที่โดดเด่น

0
Pre-production vehicles shown.

ฟอร์ดเรียกเสียงฮือฮาจากคอรถสปอร์ตทั่วโลกอีกครั้ง ด้วยการเผยโฉม ฟอร์ด มัสแตง ใหม่ รถสปอร์ตเจเนอเรชันที่ 7 ที่โดดเด่นและเร้าใจที่สุด ตั้งแต่แผงหน้าปัดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องบินรบ และเครื่องยนต์เทอร์โบใหม่ที่ก้าวล้ำ ไปจนถึงการออกแบบภายนอกที่ล้ำสมัยยิ่งขึ้นแต่ยังคงความคลาสสิคเหนือกาลเวลาแบบฟอร์ด มัสแตง

จิม ฟาร์ลีย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี กล่าวว่า “การลงทุนเพื่อพัฒนาฟอร์ด มัสแตง ขึ้นมาอีกเจเนอเรชัน ถือเป็นการแสดงจุดยืนครั้งใหญ่ โดยเฉพาะในเวลานี้ที่คู่แข่งหลายรายกำลังทยอยเลิกผลิตรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน แต่ฟอร์ดยังมุ่งมั่นพัฒนาธุรกิจรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์แบบสันดาปภายใน ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยีการเชื่อมต่อสื่อสาร การนำเสนอรุ่นย่อยที่แตกต่าง และเพิ่มทางเลือกเครื่องยนต์ไฮบริดสำหรับรถยนต์รุ่นขายดี ซึ่งทั้งหมดอยู่ภายใต้หน่วยงานของ ‘ฟอร์ด บลู’ ควบคู่กับการลงทุน 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐอย่างต่อเนื่องจนถึงปี พ.ศ. 2569 เพื่อพัฒนายานยนต์พลังงานไฟฟ้า”

ฟอร์ด มัสแตง รุ่นล่าสุด เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของรถสปอร์ตระดับตำนาน ที่มาพร้อมรูปลักษณ์ เสียงคำราม และเสน่ห์ดึงดูดใจของรถสปอร์ตคูเป้ที่ขายดีที่สุดระดับโลกถึง 7 ปีซ้อน พร้อมทางเลือกที่หลากหลายสำหรับลูกค้าทั้งในด้านระดับราคาและสมรรถนะ ทั้งดีไซน์แบบเปิดประทุนและคูเป้ เครื่องยนต์ V8 และเทอร์โบ 4 กระบอกสูบ รวมถึงเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ

พลิกโฉมการออกแบบภายใน

ภายใต้รูปลักษณ์ภายนอกอันไร้ที่ติของฟอร์ด มัสแตง เจเนอเรชันที่ 7 คือห้องโดยสารภายในที่มีแผงหน้าปัดซึ่งใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยที่สุด และตอบโจทย์ผู้ขับขี่ที่สุดเท่าที่ฟอร์ด มัสแตงเคยมีมา ด้วยจอโค้งที่แสดงผลแบบต่อเนื่อง 2 จอ ปรับเปลี่ยนเพื่อดูข้อมูลที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากเครื่องบินรบ

แผงหน้าปัดดิจิทัลขนาด 12.4 นิ้ว ปรับการทำงานให้แสดงผลได้ตามโหมดการขับขี่ พร้อมซอฟต์แวร์ทันสมัย ทำให้เปลี่ยนรูปแบบการแสดงผลแบบอนิเมชันได้หลากหลาย

เครก แซนด์วิก ผู้จัดการทีมออกแบบการทำงานของอุปกรณ์ภายในห้องโดยสาร ฟอร์ด มัสแตง กล่าวว่า “เราใช้ทุกพิกเซลบนจอภาพให้เป็นประโยชน์ โดยรังสรรค์ให้จอภาพแสดงข้อมูลที่จำเป็นต่อการขับขี่ ในขณะเดียวกันก็เปิดให้ผู้ใช้เลือกปรับแต่งการแสดงผลได้ตามต้องการ ตั้งแต่สีของจอ การเลือกหน้าปัดแสดงผลแบบคลาสสิค หรือการเลือกหน้าจอแสดงผลแบบเรียบง่ายซึ่งจะแสดงเฉพาะข้อมูลพื้นฐานเพื่อเพิ่มสมาธิในการขับขี่”

ผู้ขับขี่ยังเลือกให้แผงควบคุมดิจิทัลแสดงผลได้แบบไร้รอยต่อ เชื่อมการทำงานกับหน้าจอ SYNC4 ขนาด 13.2 นิ้ว ตรงกลางคอนโซล โดยมุมมองของจอภาพจะหันเข้าหาผู้ขับขี่เสมือนค็อกพิตนักบิน

ริคาร์โด การ์เซีย ผู้จัดการทีมออกแบบภายในของฟอร์ด กล่าวว่า “เราเข้าใจความต้องการของลูกค้า ฟอร์ด มัสแตง ใหม่ เป็นเจเนอเรชันที่มีความดิจิทัลมากที่สุด โดยยังคงแผงหน้าปัดที่แสดงข้อมูลที่จำเป็นในการขับขี่ไว้ครบถ้วน และย้ายปุ่มควบคุมบางส่วน เช่น การปรับระดับเสียง และอุณหภูมิ เข้าไปรวมอยู่บนหน้าปัดดิจิทัล ซึ่งได้เสียงตอบรับที่ดีจากผู้ใช้รถทั้งกลุ่มมิลเลนเนียล และเจน Z รวมถึงผู้ใช้ดั้งเดิมของฟอร์ด มัสแตง”

นอกจากจอภาพ พวงมาลัยใหม่แบบครึ่งวงกลมในสไตล์รถแข่ง ยังช่วยเพิ่มพื้นที่ของคนขับให้กว้างขวางขึ้นสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเสียงคำรามของเครื่องยนต์ ฟอร์ด มัสแตง นำเสนอฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดคือ Remote Rev ที่กดเร่งเครื่องยนต์จากปุ่มบนกุญแจรีโมตของรถได้

ฟอร์ด มัสแตง รุ่นมาตรฐานมาพร้อมการตกแต่งภายในด้วยวัสดุผ้า และเบาะนั่งที่หุ้มด้วยผ้าทั้งหมด พร้อมออปชันเสริมเป็นเบาะแบบไวนิลหนังกลับ และมีเข็มขัดนิรภัยสีดำ ในขณะที่รุ่นพรีเมียมยกระดับขึ้นโดยใช้วัสดุหุ้มและการตกแต่งตัดขอบทั้งแผงหน้าปัดและบานประตูด้านใน

บริเวณคอนโซลกลางยังมีแท่นชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย และมีช่องเสียบ USB อยู่เหนือศีรษะ ซึ่งออกแบบมาให้ใช้กับกล้องวิดีโอติดรถยนต์ และอุปกรณ์อื่นๆ ได้สะดวก โดยสายไฟไม่เกะกะในห้องโดยสาร

ฟอร์ด มัสแตง ใช้ระบบเสียงภายในของ B&O ที่ปรับแต่งเพื่อรถรุ่นนี้โดยเฉพาะ และมอบประสบการณ์ภายในห้องโดยสารที่เหนือระดับ ด้วยความบันเทิงจาก Apple CarPlay และ Android Auto เพื่อฟังเพลงที่ชื่นชอบในระหว่างขับรถได้ และทั้ง 2 โปรแกรมยังรองรับการสั่งงานด้วยเสียง SYNC4 ของฟอร์ดอีกด้วย

ดีไซน์ล้ำสมัยแต่คลาสสิคเหนือกาลเวลา พร้อมอิสระในการปรับแต่งได้มากขึ้น

ฟอร์ด มัสแตง เจเนอเรชันที่ 7 เพิ่มเหลี่ยมมุมที่ทันสมัยมากขึ้นให้กับรถยนต์ระดับตำนาน เพื่อดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ มากขึ้น

กระจังหน้าด้านล่างแบบเส้นขนานอันเป็นเอกลักษณ์ของฟอร์ด มัสแตง ขับเน้นความกว้างตัวถัง กระจังหน้าได้รับอิทธิพลจากรถรุ่นดั้งเดิมในช่วงทศวรรษที่ 1960 ไฟหน้า 2 แถบ หรือ ‘ไตรบาร์’ สะท้อนความคลาสสิกของมัสแตง  ส่วนแนวหลังคาที่โฉบเฉี่ยว และซุ้มล้อที่กว้าง รวมถึงท้ายที่สั้นลง สะท้อนแรงบันดาลใจจากการออกแบบมัสแตงตั้งแต่รุ่นแรก

แนวหลังคายังได้รับการปรับปรุงเพื่อให้นักขับรถในสนามแข่งเข้าและออกจากรถได้โดยไม่ต้องถอดหมวกกันน็อค ท้ายรถติดไฟแบบ 3 แถบดีไซน์ใหม่ พร้อมดิฟฟิวเซอร์ที่ออกแบบใหม่เพื่อให้ลู่ลมกว่าเดิม

ฟอร์ด มัสแตง แต่ละรุ่นยังมีดีไซน์ด้านหน้าเป็นเอกลักษณ์ โดยฟอร์ด มัสแตง GT จะแตกต่างจากรุ่น EcoBoost โดยมีช่องตะแกรงที่ใหญ่และดุดันมากกว่าเพื่อให้อากาศไหลเวียนได้ดีขึ้น สะท้อนถึงขุมพลังและสมรรถนะที่เพิ่มขึ้น ตัวรถยังได้รับการปรับแต่งด้านอากาศพลศาสตร์ให้ดีขึ้น โดยเพิ่มช่องระบายอากาศและลิ้นหน้าที่ออกแบบใหม่

ฟอร์ด มัสแตง รุ่นเปิดประทุน ให้คุณเปิดหลังคาผ้าใบทั้งผืนเพื่อรับลมได้ง่ายๆ ด้วยการกดปุ่มเพียงครั้งเดียว  การออกแบบหลังคาให้กะทัดรัดและการใช้ระบบกันสะเทือนหลังแบบอิสระ ยังช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระในกระโปรงท้าย โดยสามารถใส่ถุงกอล์ฟได้สูงสุดถึง 2 ใบ

ฟอร์ด มัสแตง ใหม่ มาพร้อม 12 เฉดสี โดยเป็นสีใหม่ 2 สี คือ สีน้ำเงิน เวเปอร์ บลู และสีเหลือง เยลโล สแปลช พร้อมตกแต่งด้วยลายทางในสีและลวดลายใหม่ นอกจากนี้ ลูกค้ายังเลือกสีจานเบรก Brembo ได้ 3 สี คือ สีดำ สีแดง และสีน้ำเงิน แกร็บเบอร์ บลู รวมทั้งมีล้ออัลลอยรุ่นใหม่ล่าสุดให้เลือก ตั้งแต่ขนาดมาตรฐาน 17 นิ้วในรุ่นพื้นฐาน ไปจนถึงขนาด 19 นิ้วสำหรับฟอร์ด มัสแตง GT ซึ่งมีออปชันเปลี่ยนเป็นล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้วได้

ในปี พ.ศ. 2567 ฟอร์ดจะเปิดตัว ฟอร์ด มัสแตง ดีไซน์ ซีรีส์ เพื่อให้ลูกค้าเลือกปรับแต่งรถได้จากโรงงาน โดยแพคเกจ Bronze Design Series Appearance จะเพิ่มล้ออัลลอยสี “ซีนิสเตอร์ บรอนซ์” พร้อมโลโก้มัสแตงที่เปลี่ยนเป็นสีบรอนซ์ และยังมีให้เลือกทั้งในรุ่นเครื่องยนต์ EcoBoost และรุ่น GT โดยลูกค้าไม่จำเป็นต้องซื้อ Performance Pack ที่เป็นอุปกรณ์เสริมก็ได้

เครื่องยนต์ที่ล้ำสมัยและทรงพลังที่สุดของฟอร์ด มัสแตง

สามสิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญของประสบการณ์ขับขี่ฟอร์ด มัสแตง คือรูปลักษณ์ การขับขี่ และเสียงเร่งของเครื่องยนต์ ซึ่งฟอร์ด มัสแตง รุ่นใหม่ ได้ยกระดับประสบการณ์เหล่านี้ด้วยเทคโนโลยีเครื่องยนต์ใหม่ที่ก้าวล้ำ

ฟอร์ด มัสแตง GT ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ Coyote V8 ขนาด 5.0 ลิตร เจเนอเรชันที่ 4 ที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้ฟอร์ด มัสแตง GT ใหม่ขับแรงม้าลงสู่ถนนได้อย่างราบรื่นที่สุด ด้วยนวัตกรรมการออกแบบการไหลเวียนของอากาศที่ดียิ่งขึ้นเพื่อช่วยลดการสูญเสียกำลังเครื่องยนต์

ฟอร์ดยังคงรถรุ่นเกียร์ธรรมดาเอาไว้ในฟอร์ด มัสแตง เจเนอเรชันล่าสุด โดยจับคู่กับเครื่องยนต์ V8 ขนาด 5.0 ลิตร สำหรับลูกค้าที่ต้องการความสนุกในการขับขี่ และยังมีตัวเลือกเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ที่ตอบสนองอย่างดีเยี่ยมสำหรับเครื่องยนต์อันทรงพลัง

สำหรับลูกค้าที่ต้องการรถยนต์ฟอร์ด มัสแตงที่ขับสนุกและประหยัดน้ำมัน สามารถเลือกรุ่น EcoBoost ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบขนาด 2.3 ลิตร 4 สูบที่พัฒนาขึ้นใหม่ทั้งหมด

ฟอร์ด มัสแตง ใหม่ มาพร้อมโหมดการขับขี่ที่ปรับได้ถึง 6 โหมด ได้แก่ โหมดปกติ โหมดสปอร์ต โหมดถนนลื่น โหมดแข่งทางตรง (แดรก) โหมดแทร็ก และโหมดสุดท้ายที่บันทึกการตั้งค่าส่วนตัวได้ จากความสามารถในการปรับแต่งรูปแบบส่วนตัวได้ถึง 6 สไตล์

ฟอร์ด มัสแตง ยังนำเสนอนวัตกรรมใหม่ล่าสุดเป็นครั้งแรกในเซ็กเมนต์ด้วย ‘ดริฟท์เบรกแบบไฟฟ้า’ ปลดล็อกความสามารถในการดริฟท์ของรถขับเคลื่อนล้อหลังด้วยการออกแบบเบรกมือที่มีทั้งรูปลักษณ์และประโยชน์ใช้สอยแบบเดียวกับเบรกมือแบบดั้งเดิม เพื่อเป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่มาพร้อมกับ Performance Pack ในฟอร์ด มัสแตงทุกรุ่น ซึ่งออกแบบมาสำหรับทั้งผู้ขับขี่มือใหม่ที่อยากเรียนรู้และพัฒนาทักษะการดริฟท์รถ และสำหรับผู้ขับขี่ที่ชำนาญด้วยระบบที่พร้อมสำหรับลงสนามแข่ง

เพิ่มเทคโนโลยีช่วยขับขี่ชั้นสูง

ฟอร์ด มัสแตง ใหม่ มาพร้อมกับฟีเจอร์ Co-Pilot360 เจเนอเรชันใหม่ของฟอร์ด ซึ่งรวมถึงระบบจดจำป้ายจำกัดความเร็ว ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัจฉริยะพร้อมฟังก์ชันสำหรับการขับขี่ที่ต้องเบรกบ่อย ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางช่องทาง ระบบช่วยหักเลี้ยวเพื่อเลี่ยงการปะทะ และระบบช่วยเบรกขณะถอยหลัง นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์สำคัญคือ ระบบเลี่ยงการสะเทือนจากหลุมบนถนน หรือ Active Pothole Mitigation ซึ่งคอยตรวจสอบระบบกันสะเทือน ตัวถัง การบังคับเลี้ยว และการเบรกอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งปรับการตอบสนองของระบบกันสะเทือนให้สอดคล้องกัน

เจ้าของรถสามารถสั่งการรถผ่านแอปพลิเคชัน FordPass ได้หลากหลายจากระยะไกลโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เช่น การสตาร์ทและดับเครื่องยนต์ การล็อกและปลดล็อกประตู ตั้งเวลาสตาร์ทเครื่องยนต์ ระบุตำแหน่งของรถ และตรวจดูสภาพและสถานะของรถ นอกจากนี้ FordPass ยังบอกข้อมูลสำคัญอื่นๆ เกี่ยวกับรถ เช่น ระดับน้ำมันหล่อลื่นและน้ำมันเชื้อเพลิง ประวัติการเข้ารับบริการ และข้อมูลการรับประกัน

ฟอร์ด มัสแตง ใหม่ มีกำหนดวางจำหน่ายในช่วงฤดูร้อนปี พ.ศ. 2566 และจะประกอบชิ้นส่วนที่โรงงานแฟล็ต ร็อค แอสเซมบลี ในเมืองแฟลตร็อค มลรัฐมิชิแกน

มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จัดพิธีตั้งศาลพระพรหม แฟลกชิปโชว์รูม ‘บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ พัฒนาการ-ศรีนครินทร์’

0

ฤกษ์งามยามดี ดร.สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) นำทีมผู้บริหาร ร่วมพิธีตั้งศาลพระพรหม แฟลกชิปโชว์รูม พร้อมศูนย์บริการครบวงจร บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ พัฒนาการ-ศรีนครินทร์ โดยได้รับเกียรติจาก มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ร่วมในพิธี และในวันที่ 29 กันยายนนี้ จะมีพิธีเปิดโชว์รูม พร้อมศูนย์บริการครบวงจร อย่างเป็นทางการ ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘A Unique Experience Beyond Imagination’ โดยเป็นโชว์รูม บีเอ็มดับเบิลยู แห่งแรกในประเทศไทย ที่สร้างขึ้นภายใต้อัตลักษณ์องค์กรใหม่จาก บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศเยอรมนี ผ่านรูปแบบอาคารดีไซน์ทันสมัย โดดเด่นสะดุดตาพร้อมมอบประสบการณ์เหนือระดับ ผ่านการรังสรรค์โสตสัมผัสทั้ง 5 ให้กับลูกค้าแบบเฉพาะตัว

สอบถามข้อมูล โทร.1286 Millennium Auto Connect

“กลุ่มตรีเพชร” ชวนน้องๆ ประกวดแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจ ค้นหาสุดยอดไอเดีย ในโครงการ “Tri Petch Group Awakens Your Challenge 2022”

0

กลุ่มตรีเพชร โดย บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จัดประกวดโครงการ “Tri Petch Group Awakens Your Challenge 2022 เพื่อค้นหานักวางแผนกลยุทธ์มากความสามารถ ในหัวข้อ  “การประกวดแผนกลยุทธ์เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ของ “กลุ่มตรีเพชร” ให้โดนใจคนรุ่นใหม่” เชิญชวนน้องๆ นิสิต นักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรีจากสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศไทย มาแสดงไอเดียสร้างสรรค์วางแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจ ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 150,000 บาท

คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ กรรมการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า Tri Petch Group Awakens Your Challenge 2022 เป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้น้องๆ นิสิต นักศึกษารุ่นใหม่ได้แสดงออกถึงแนวคิดในการวางแผนกลยุทธ์ ด้วยการให้นำความรู้แขนงต่างๆ ทั้งความรู้ทางวิชาการและข้อมูลทางธุรกิจของกลุ่มตรีเพชร มาสร้างสรรค์เป็นสุดยอดแผนกลยุทธ์ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริง อีกทั้งยังเป็นโอกาสที่ดีในการพัฒนาศักยภาพ และมุมมองใหม่ๆ ทางธุรกิจให้กับน้องๆ อีกด้วย ภายใต้หัวข้อ “ส่งเสริมภาพลักษณ์ของ “กลุ่มตรีเพชร” ให้โดนใจคนรุ่นใหม่” (How to enhance Tri Petch Group brand image among Young Gen”)  โดยสามารถสร้างสรรค์ไอเดียผ่านช่องทางต่างๆ ได้อย่างไม่จำกัด ไม่ว่าจะเป็นแผนกลยุทธ์ Online Offline หรือ Hybrid ทีมละ 2-5 คน ไม่จำกัดสถาบัน คณะ และชั้นปี สำหรับทีมที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศจะมีสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมพิเศษของบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เพื่อเสริมสร้างความรู้ และประสบการณ์  พร้อมนำเสนอแผนต่อคณะกรรมการในรอบชิงชนะเลิศ ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 150,000 บาท”

หมดเขตการรับสมัครและส่งผลงานวันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 สามารถสมัครโดยสแกน QR Code ด้านล่าง หรือศึกษาข้อมูลและรายละเอียดของโครงการเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Tri Petch Group Awakens Your Challenge

https://bit.ly/3KP8lm9

สมัครเข้าร่วม

https://www.facebook.com/tripetchgroup.challenge

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม

 

 

 

ฮอนด้ามอเตอร์ ประกาศพัฒนารถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน วางเป้าเปิดตัวรถรุ่นใหม่ไม่น้อยกว่า 10 รุ่น ภายในปี 2025

0

ฮอนด้ามอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น ประกาศแผนงานสำหรับธุรกิจรถจักรยานยนต์ เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2022 วางเป้าหมายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ด้วยการพัฒนารถจักรยานยนต์ไฟฟ้าหลากหลายรูปแบบเพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคทั่วโลกที่มีความต้องการแตกต่างกัน เตรียมเปิดตัวรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ไม่น้อยกว่า 10 รุ่น ภายในปี 2025 พร้อมกับตั้งเป้าจำหน่ายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า 1 ล้านคันต่อปีภายใน 5 ปีข้างหน้า และยอดจำหน่าย 3.5 ล้านคันต่อปี ภายในปี 2030

ทั้งนี้ นโยบายธุรกิจรถจักรยานยนต์ของฮอนด้าถูกแบ่งออกเป็น 3 หัวข้อสำคัญ ประกอบด้วย การมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน การสร้างสรรค์ยานยนต์ไฟฟ้า และการทำให้การใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น

การมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน

  • ฮอนด้ายังคงพัฒนารถจักรยานยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในที่ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ไปพร้อมกับการพัฒนารถจักรยานยนต์ที่สามารถใช้พลังงานที่สร้างความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยในปัจจุบันได้เริ่มต้นแล้วในประเทศบราซิล

การสร้างสรรค์ยานยนต์พลังงานไฟฟ้า

  • ฮอนด้าเตรียมนำเสนอรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าไม่น้อยกว่า 10 รุ่นภายในปี 2025 พร้อมกับตั้งเป้าหมายจำหน่ายรายปี 1 ล้านคันภายใน 5 ปีข้างหน้า และ 5 ล้านคัน ภายในปี 2030 โดยจะมีทั้งรถคอมมิวเตอร์ และรถขนาดใหญ่ รวมถึงรถสำหรับเด็กด้วย

การทำให้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น

  • ฮอนด้าจะส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการชาร์จแบตเตอรี่ให้มีความแพร่หลาย รวมถึงการส่งเสริมการใช้แบตเตอรี่ร่วมกันของแบรนด์ต่างๆ
  • ร่วมกำหนดมาตรฐานแบตเตอรี่แบบสลับเปลี่ยนได้

นอกจากนี้ ฮอนด้ายังพร้อมเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุก สะดวกสบาย ผ่านการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ อีกด้วย

ทำความรู้จักหุ่นยนต์ เทคโนโลยีเสมือนจริง และการทดสอบที่ช่วยพัฒนา ฟอร์ด เรนเจอร์ และเอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ ให้ปลอดภัยจนได้ ANCAP 5 ดาว

0

ที่สนามทดสอบของฟอร์ดในประเทศออสเตรเลีย เรย์ โรซี และโรแบร์โต คือหุ่นยนต์ซึ่งเป็นสมาชิกสำคัญในทีมพัฒนาเทคโนโลยีความปลอดภัยของฟอร์ดที่มีส่วนช่วยพัฒนาระบบป้องกันการชน และเทคโนโลยีช่วยขับขี่ขั้นสูงมากมายเพื่อเสริมความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่

ระหว่างการทดสอบฟอร์ด เรนเจอร์และฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ii หุ่นยนต์ทั้ง 3 ตัว ทำงานในสภาวะเสี่ยงอันตรายและยังทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน โดยพักเพียงช่วงสั้นๆ เพื่อชาร์จแบตเตอรี แถมยังไม่ต้องพักรับประทานอาหารกลางวันด้วย

หุ่นยนต์อัจฉริยะ 3 ตัวนี้ทำหน้าที่ทดสอบเทคโนโลยีช่วยขับขี่ของฟอร์ด ทั้งระบบป้องกันการชนพร้อมระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง ระบบช่วยหักพวงมาลัยเพื่อเลี่ยงการปะทะ ระบบตรวจจับรถในจุดบอด ระบบป้องกันการชนเมื่อถอยหลังi  และอื่นๆ อีกมากมาย

หุ่นยนต์แต่ละตัวมีบทบาทแตกต่างกันในการทดสอบเทคโนโลยีช่วยการขับขี่ โดย ‘โรซี’ เป็นหุ่นยานพาหนะจำลองสำหรับทดสอบการชน (Guided Soft Target Vehicle หรือ GST) ‘เรย์’ รับหน้าที่เป็นผู้ใช้ถนนที่มีความเสี่ยงต่ออันตราย (Vulnerable Road User หรือ VRU) และ ‘โรแบร์โต’ เป็นหุ่นยนต์ขับรถ ดังนั้น หุ่นยนต์เหล่านี้จึงช่วยให้ฟอร์ดมั่นใจได้ว่าเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่ขั้นสูง (ADAS)i ของฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ จะทำงานได้ดีเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันบนท้องถนน ทั้งจากยานพาหนะ คนเดินเท้า และผู้ขับขี่จักรยาน

เชท ยาคุปิติยาจ วิศวกรด้านเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่ขั้นสูงของฟอร์ด กล่าวว่า “หุ่นยนต์ 3 ตัวนี้ช่วยให้เราทดสอบเทคโนโลยีช่วยขับขี่ขั้นสูงi ได้อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งการใช้ถนนร่วมกับรถคันอื่นๆ การจราจรบริเวณทางแยก จำลองรูปแบบคนเดินเท้า ผู้ขับขี่จักรยาน และอีกหลายสถานการณ์ อีกยังช่วยร่นเวลาทดสอบให้สั้นลง และทดสอบได้ทั้งกลางวันและกลางคืน พร้อมให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำกว่าเคย”

ในอดีตวิศวกรด้านเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่ขั้นสูงของฟอร์ด ต้องใช้รถจำลองแบบมีสายกระตุกเพื่อทดสอบและปรับแต่งระบบ เช่น ระบบป้องกันการชนพร้อมระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB) แต่ข้อผิดพลาดของคนขับและสภาพอากาศที่ไม่เป็นใจก็อาจทำให้ผลการทดสอบคลาดเคลื่อนจนต้องยืดระยะเวลาในการทดสอบออกไป แต่หุ่นยนต์ 3 ตัวนี้ทำให้การทดสอบเทคโนโลยีช่วยขับขี่ทำได้หลากหลายขึ้นทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน รวมทั้งยังปรับความแม่นยำได้ในระดับเซนติเมตร

หุ่นยนต์โรซี และเรย์ เชื่อมต่อกับรถทดสอบได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่ารถคันนั้นจะขับด้วยหุ่นยนต์โรแบร์โต หรือโดยวิศวกร เพื่อจำลองสถานการณ์ที่ซับซ้อนระหว่างการทดสอบเทคโนโลยีช่วยขับขี่ขั้นสูงi

เมื่อติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ เสร็จสมบูรณ์ โรซี หรือหุ่นยนต์ GST จะมีเรดาร์เสมือนรถยนต์จริง ทำให้ทดสอบระบบเทคโนโลยีช่วยขับขี่ขั้นสูงในสถานการณ์จริงได้หลากหลายรูปแบบ เพื่อให้แน่ใจว่าระบบต่างๆ เช่น ระบบป้องกันการชนพร้อมระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติทำงานได้อย่างเหมาะสม

ในขณะที่โรแบร์โต ซึ่งเป็นหุ่นยนต์ขับรถที่มีเทคโนโลยีควบคุมการเคลื่อนไหวอย่างซับซ้อนเพื่อผสานการทำงานอย่างแม่นยำระหว่างหุ่นยนต์โรซีและเรย์ ได้ติดตั้งไว้ในรถยนต์ทดสอบเพื่อควบคุมพวงมาลัย เบรก และคันเร่ง นอกจากนี้เพื่อความปลอดภัย วิศวกรฟอร์ดจะนั่งประจำที่นั่งคนขับเพื่อช่วยควบคุมรถทดสอบเมื่อจำเป็น ในขณะที่วิศวกรอีกคนคอยสังเกตการทำงานของโรซีและเรย์ และเข้าควบคุมแทนได้เมื่อจำเป็น

ขณะที่ เรย์ ซึ่งรับหน้าที่เป็นผู้ใช้ถนนที่อาจเสี่ยงอันตราย มาพร้อมเครื่องปล่อยตัวเพื่อสวมบทบาทเป็นคนเดินถนน เด็ก และผู้ขับขี่จักรยาน ได้ทั้งในช่วงกลางวันและกลางคืน

“บทบาทของเรย์คือการจำลองเป็นเด็กที่วิ่งผ่านหน้ารถที่จอดอยู่ ผู้ขับขี่จักรยาน หรือแม้กระทั่งคนเดินเท้าที่อาจเดินตัดหน้ารถในเวลากลางคืน เพื่อนร่วมงานของผมในประเทศอื่น ๆ ก็ใช้หุ่นยนต์แบบเดียวกันในการทดสอบ ทำให้เราแบ่งปันข้อมูลและสถานการณ์การทดสอบระหว่างกันได้ ที่ผ่านมาเรามีการทดสอบในออสเตรเลียเพื่อส่งข้อมูลให้แก่ทีมในยุโรปและอเมริกาด้วย เพื่อให้เทคโนโลยีช่วยขับขี่ของเราได้มาตรฐานตามเกณฑ์การทดสอบที่เข้มงวดของฟอร์ดและเกณฑ์ NCAP ทั่วโลก” เชท กล่าวต่อ

“หุ่นยนต์เรย์ โรซีและโรแบร์โตไม่เพียงช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำและสม่ำเสมอมากขึ้นในการทดสอบเทคโนโลยีช่วยขับขี่ที่ซับซ้อน แต่ยังช่วยให้เราจำลองสถานการณ์ได้เสมือนจริงยิ่งกว่าเดิม เพื่อให้มั่นใจว่าเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่ขั้นสูงของฟอร์ด เรนเจอร์และฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่จะรองรับทุกสถานการณ์บนท้องถนนได้แทบทุกรูปแบบ” เชท กล่าวเสริม

มุ่งส่งมอบความปลอดภัยเหนือระดับให้ผู้ใช้รถ

ทีมความปลอดภัยและทีมพัฒนาเทคโนโลยีช่วยขับขี่ของฟอร์ด ทุ่มเทใส่ใจพัฒนาฟอร์ด เรนเจอร์และฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ ให้มีความปลอดภัยที่เหนือชั้น นับตั้งแต่การทดสอบกายภาพที่ศูนย์ทดสอบการชนของฟอร์ดทั่วโลก ไปจนถึงการทดสอบชนด้วยเทคโนโลยีเสมือนจริงหลายพันชั่วโมง และการใช้หุ่นยนต์ทดสอบเทคโนโลยีช่วยขับขี่

ฟรังโก โมราส ผู้จัดการด้านความปลอดภัยรถยนต์ฟอร์ด กล่าวว่า “โครงสร้างห้องโดยสารของฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ ผลิตจากวัสดุที่มีความแข็งแรงสูง เพื่อให้ห้องโดยสารมีความปลอดภัย วัสดุที่ใช้บริเวณเสา A ด้านหน้าคนขับ และเสา B ระหว่างห้องโดยสารตอนหน้าและตอนหลัง รวมถึงเสา C บริเวณกระจกหลังรวมถึงขอบประตูด้านล่าง ทำจากเหล็กกล้าที่แข็งแรง เพื่อช่วยกระจายแรงปะทะออกจากตัวผู้โดยสาร”

วิศวกรของฟอร์ดใช้ข้อมูลทั้งจากการทดสอบเสมือนจริงและการทดสอบกายภาพ ในการวิเคราะห์เพื่อพัฒนาความปลอดภัยสูงสุด

ฟอร์ดใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เพื่องานวิศวกรรม (Computer-Aided Engineering หรือ CAE) มาสร้างและวิเคราะห์รถฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่กว่า 150 คัน โดยจำลองการชนในหลากหลายสถานการณ์ เช่น การเฉี่ยวชนด้านหน้า การกระแทกจากด้านหลังและด้านข้าง นอกจากนี้ยังจำลองสถานการณ์การชนแบบที่มีผู้โดยสารอยู่ภายในรถหลายสิบครั้ง เพื่อวิเคราะห์ความเสียหายและการซ่อมแซมชิ้นส่วนขนาดเล็ก และการปกป้องผู้โดยสารในทุกช่วงวัยทั้งเด็กและผู้ใหญ่ รวมถึงการชนด้วยความเร็วต่ำที่อาจพบบริเวณลานจอดรถ

“ก่อนที่จะสร้างรถต้นแบบขึ้นมา เราได้ทดสอบ ฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ โดยใช้เทคโนโลยีเสมือนจริงเพื่อดูการชนจนรถเสียหายทั้งคัน ซึ่งทำให้เราปรับปรุงโครงสร้างสถาปัตยกรรมของรถได้รวดเร็ว เพื่อพัฒนารถยนต์ฟอร์ดที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น” ฟรังโก กล่าว

นอกจากนี้ ทีมวิศวกรยังนำรถยนต์ฟอร์ด เจเนอเรชันใหม่ทั้งสองรุ่น ไปทดสอบการชนจริงอีกหลายสิบครั้ง โดยจำลองการชนด้วยรถเข็นซูเปอร์มาร์เก็ต ไปจนถึงหุ่นจิงโจ้จำลองที่ถูกชนในขณะรถวิ่งด้วยความเร็วสูง รวมถึงการชนกับรถอีกคัน โดยรวมแล้ว วิศวกรฟอร์ดทดสอบการชนรอบคันกว่า 100 ครั้ง และยังทดสอบการชนแบบรางเลื่อนอีกหลายร้อยครั้งเพื่อจำลองการชนตลอดทั้งคันขณะมีผู้โดยสารนั่งอยู่ภายใน และยังมีการทดสอบย่อยๆ และการทดสอบความปลอดภัยของชิ้นส่วนต่างๆ อีกหลายร้อยรายการ

“ภายในห้องโดยสารของรถฟอร์ดเต็มไปด้วยเทคโนโลยีช่วยขับขี่ใหม่ล่าสุด เพื่อมอบความปลอดภัยที่เหนือกว่าให้ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารทุกคน” ฟรังโก กล่าวเสริม

ด้วยระบบการทดสอบความปลอดภัยที่เข้มงวดของฟอร์ด และการทำงานของทีมความปลอดภัยทั้งหมด รวมถึงหุ่นยนต์เรย์ โรซี และโรแบร์โต ทำให้ฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ ได้รับรางวัลมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาวจากสถาบันทดสอบการชนประเทศออสเตรเลีย (Australian New Car Assessment Programme – ANCAP)

มาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาว

ฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ เป็นรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดที่ได้รับรางวัลมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาว จาก ANCAP นับเป็นการรักษามาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาวที่ ฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ รุ่นก่อนหน้าเคยได้รับ

ตามหลักเกณฑ์การทดสอบมาตรฐานความปลอดภัยล่าสุดของ ANCAP ในปี 2565 ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ ได้คะแนนสูงในการปกป้องผู้โดยสารผู้ใหญ่ (Adult Occupant Protection หรือ AOP)  จากการทดสอบชนแบบประสานงา การชนจากด้านข้าง และการชนจากฝั่งตรงข้ามห้องโดยสาร นอกจากนี้ ฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวเรอสต์ เจเนอเรชันใหม่ ยังได้รับคะแนนสูงสุด (ระดับ ‘ดี’) ในการปกป้องผู้โดยสารที่เป็นเด็กจากการชนทั้งด้านหน้าและด้านข้าง

คาร์ล่า ฮูร์เวก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ANCAP กล่าวว่า “การที่รถสักคันจะได้คะแนนความปลอดภัยระดับ 5 ดาวไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็มีความสำคัญอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงการใช้งานที่หลากหลายของ ฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์”

เทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะของฟอร์ด เอเวอเรสต์ และฟอร์ด เรนเจอร์  รวมถึงระบบป้องกันการชนพร้อมระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางพร้อมระบบตรวจจับขอบถนน กล้องมุมกว้างใหม่ที่ช่วยตรวจจับคนเดินถนนและยานพาหนะที่สวนทางมาใน “ทางเลี้ยว ทางแยก” ทั้งหมดได้คะแนนสูงในการทดสอบ ANCAP

“นับเป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่ใช้รถเพื่อการพาณิชย์ เป็นรถของครอบครัว หรือรถส่วนตัวเพื่อประกอบธุรกิจ รวมถึงผู้บริโภคทุกคนที่ใช้รถทั้งเพื่อการทำงานและการท่องเที่ยวพักผ่อน” ฮูร์เวก กล่าว

ทั้งนี้ ระเบียบการทดสอบล่าสุดของ ANCAP นับว่ามีความเข้มงวดที่สุดเท่าที่เคยมีมา เช่น ความเร็วของการทดสอบชนจากด้านข้างเพิ่มขึ้นเป็น 60 กม./ชม. (จาก 50 กม./ชม.) ในขณะที่น้ำหนักของรถพ่วงที่พุ่งชนเพิ่มขึ้นเป็น 1,400 กก. (จาก 1,300 กก. ) การทดสอบระบบปกป้องความปลอดภัยก่อนเกิดการชนมีมากขึ้น (เมื่อเทียบกับปี 2018) ทำให้ยากต่อการได้รับคะแนนระดับ 5 ดาว และยังมีการทดสอบประสิทธิภาพของระบบ AEB ระหว่างยานพาหนะและผู้โดยสารบริเวณทางแยก ซึ่งกล้องมุมกว้างรุ่นใหม่ของเรนเจอร์ และเอเวอเรสต์ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้รถได้คะแนนสูงในการทดสอบระบบปกป้องความปลอดภัยก่อนเกิดการชนของ ANCAP

เอียน ฟอสตัน หัวหน้าวิศวกรแพลตฟอร์ม ฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ กล่าวว่า “ฟอร์ดรู้ว่าผู้ใช้รถให้ความสำคัญกับความปลอดภัยมากเพียงใด เราอยากให้ลูกค้ามั่นใจว่าฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ พร้อมดูแลผู้ขับขี่และผู้โดยสารทุกคนในรถ”

“ในระหว่างการพัฒนาฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ เราจึงทดสอบการชนมากมายทั้งในออสเตรเลีย อเมริกาเหนือ และยุโรป เพื่อให้ครอบคลุมกฎระเบียบและข้อกำหนดของหน่วยงานสาธารณะ (เช่น NCAP) รวมถึงข้อกำหนดของเราเองที่หลายครั้งมีความเข้มงวดมากกว่ามาตรฐานที่หน่วยงานภาครัฐในหลายๆ ประเทศบังคับใช้ เพราะฟอร์ดต้องการมอบความปลอดภัยที่ดีเยี่ยมในฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์” เอียน กล่าว

“ทีมความปลอดภัยทั้งหมดของฟอร์ด รวมถึงหุ่นยนต์เรย์ โรซี และโรแบร์โต ทำงานอย่างทุ่มเทเพื่อส่งมอบเทคโนโลยีช่วยขับขี่ที่ล้ำสมัย และได้มาตรฐานตามที่ผู้ใช้รถยุคใหม่คาดหวัง” เอียน กล่าวสรุป

 

หมายเหตุ

I ระบบช่วยขับขี่ต่าง ๆ เป็นเพียงระบบช่วยเหลือเท่านั้น แต่ไม่ได้แทนที่ผู้ขับขี่ใส่ใจและตัดสินใจในการขับขี่ ระบบดังกล่าวอาจไม่ทำงานในบางสถานการณ์ ขึ้นอยู่กับอัตราความเร็วในการขับขี่ ลักษณะการขับขี่ สภาพถนน หรือสภาพอากาศ โปรดศึกษารายละเอียดและเงื่อนไขการทำงานของระบบต่างๆ ในคู่มือผู้ใช้รถ

ii อุปกรณ์มาตรฐานและคุณสมบัติอาจแตกต่างไปจากรถรุ่นที่จำหน่ายในประเทศของท่าน รายละเอียดด้านคุณสมบัติของรถจะเปิดเผยเมื่อมีการให้เปิดจองและจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ตอกย้ำความแข็งแกร่งของเครือข่ายพันธมิตรทั่วประเทศ จัดงาน GWM Partner Meeting

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ จัดงาน GWM Partner Meeting ภายใต้ธีม “GWM Together for Tomorrow” เชิญพันธมิตรทางธุรกิจหรือพาร์ทเนอร์ 74 แห่งทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 102 ท่าน ร่วมมองการณ์ไกลไปยังอนาคตสู่เป้าหมายในการใช้รถยนต์พลังงานสะอาดที่มีเทคโนโลยีอันล้ำสมัย และเข้าร่วมรับฟังความคืบหน้าการดำเนินธุรกิจในปี 2565 พร้อมแผนการดำเนินธุรกิจในด้านต่างๆ อีกทั้งยังเป็นการขอบคุณพาร์ทเนอร์ที่ไว้วางใจในการดำเนินธุรกิจและร่วมเดินทางไปกับเกรท วอลล์ มอเตอร์ ตอกย้ำความพร้อมในการการก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า (xEV Leader) ที่พร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ บริการ และประสบการณ์ขับขี่ที่ยอดเยี่ยมให้แก่ผู้บริโภค ตลอดจนสร้างระบบนิเวศทางยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเป็นรูปธรรม

เกรท วอลล์ มอเตอร์ นำทีมโดย มร. ไมเคิล ฉง ผู้จัดการทั่วไป และนายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วยทีมผู้บริหารและพนักงานจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จัดงาน GWM Partner Meeting ณ โรงแรม เดอะ แกรนด์ โฟร์วิงส์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จในช่วงเวลาที่ผ่านมา พร้อมแถลงกลยุทธ์และทิศทางการดำเนินธุรกิจ แผนการดำเนินงานทางการขายและการบริการหลังการขาย แผนการตลาดและเปิดตัวผลิตภัณฑ์ การสื่อสารแบรนด์และองค์กร รวมถึงขอบคุณพันธมิตรทางธุรกิจที่ให้การสนับสนุนและมอบความไว้วางใจอย่างดีเสมอมาอย่างอบอุ่น พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนพูดคุยในหลากหลายประเด็น เพื่อสร้างความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจให้ตอบโจทย์ความต้องการของชาวไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเกรท วอลล์ มอเตอร์ คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในปี 2565 จะมีการเติบโตจากการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังจากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 โดยจะอยู่ที่ประมาณ 850,000 คัน เติบโต 12% จากปี 2564 โดยในจำนวนนี้จะเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าประมาณ 110,000 คัน หรือประมาณ 13% ของยอดขายรวมทั้งหมด ซึ่งถือเป็นเพียงระยะเริ่มแรกของการเริ่มใช้และการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย โดยตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจะมีการเติบโตอีกมากในอนาคต ถือเป็นโอกาสอันยอดเยี่ยมสำหรับเกรท วอลล์ มอเตอร์ และพาร์ทเนอร์ในการดำเนินธุรกิจในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าที่เกรท วอลล์ มอเตอร์มีความเชี่ยวชาญและมีความพร้อมเป็นอย่างยิ่งในการขึ้นสู่การเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าของไทย สะท้อนความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมจากรถยนต์ทั้งสองรุ่น ได้แก่ All New HAVAL H6 Hybrid SUV และ ORA Good Cat ที่ยังคงความนิยมในหมู่ผู้บริโภคชาวไทยและครองตำแหน่งความเป็นผู้นำในเซ็กเมนต์รถยนต์คอมแพคเอสยูวี และรถยนต์ไฟฟ้า 100% ได้อย่างแข็งแกร่ง รวมถึงการร่วมสนับสนุนการสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า โดยการร่วมมือกับพาร์ทเนอร์และพันธมิตรทางธุรกิจต่างๆ ในการขยายสถานีชาร์จให้ครอบคลุมทั่วประเทศ 55 แห่งภายในปีนี้อีกด้วย

มร. ไมเคิล ฉง ผู้จัดการทั่วไป เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวเปิดงานพร้อมแสดงความขอบคุณพันธมิตรจากทั่วประเทศว่า “ตั้งแต่ก้าวแรกที่เรา ได้เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยจนเข้าสู่ปีที่ 2 พันธมิตรทางธุรกิจคือกำลังสำคัญที่ช่วยผลักดัน เกรท วอลล์ มอเตอร์ สู่ความสำเร็จและช่วยให้เรารักษาความเป็น “ผู้นำ” และ “ผู้บุกเบิก” ในอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยมาโดยตลอด ในโอกาสนี้ เราขอขอบคุณพันธมิตรทุกท่านตลอดจนทุกภาคส่วนสำหรับความไว้วางใจและความเชื่อมั่นทำให้เราสามารถครองใจผู้บริโภคได้อย่างเหนียวแน่น โดยเราจะยังคงมุ่งมั่นรักษาสถานะความเป็นแบรนด์ชั้นนำของตลาดรถยนต์พลังงานทางเลือกใหม่ เติมเต็มสีสันใหม่ๆ ให้กับวงการยานยนต์ พร้อมทั้งปรับปรุงฟังก์ชันการบริการในช่องทางออนไลน์ให้ดียิ่งขึ้นเพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้บริโภค รวมไปถึงเดินหน้าสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการเติบโตของเศรษฐกิจและสังคมไทยอย่างยั่งยืน”

นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เกรท วอลล์ มอเตอร์ ดำเนินกิจการภายใต้ความมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าของไทย พร้อมรับฟังเสียงของผู้บริโภคและสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภคอยู่เสมอเพื่อก้าวสู่การเป็นเบอร์หนึ่งอย่างแท้จริง เราได้เข้ามาสร้างความแตกต่างในอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยด้วยกลยุทธ์ New Energy, New Intelligence และ New Experience โดยเน้นสื่อสารกับผู้บริโภคผ่านช่องทางออนไลน์และมีหัวใจของการดำเนินธุรกิจของเราบน GWM Application เราได้นำการใช้นโยบายราคาเดียวทั่วประเทศ (Once-Price Policy) เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ยกระดับการขายและบริการหลังการขาย รวมถึงพัฒนาสินค้าและบริการโดยยึดถือผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง (User Centric) ซึ่งทั้งหมดนี้ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรทุกท่านในฐานะ ‘ผู้ให้บริการ’​ (Service Provider) ที่ได้เข้ามาผนึกความเชี่ยวชาญร่วมกับ เกรท วอลล์ มอเตอร์ เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เราขอขอบคุณความเชื่อมั่นและความไว้วางใจของพาร์ทเนอร์ทุกท่านที่มีให้กับเกรท วอลล์ มอเตอร์ และเชื่อมั่นว่าความร่วมมือของพาร์ทเนอร์ทุกท่านจะช่วยให้เราสามารถสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการยานยนต์ไฟฟ้า ส่งมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ครอบคลุมทุกมิติต่อไปได้อย่างแน่นอน”

“การก้าวเข้าสู่ปีที่สองของการดำเนินงาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ยังคงได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคอย่างท่วมท้น การันตีได้จากการส่งมอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้าออกไปโลดแล่นบนท้องถนนไทยมากกว่า 10,000 คัน ทั้ง All New HAVAL H6 Hybrid SUV, All New HAVAL JOLION Hybrid SUV และ ORA Good Cat จำนวนผู้ติดตามบน Official Social Media Platform รวมกว่า 912,000 คน และจำนวนผู้ใช้งาน GWM Application มากกว่า 100,000 คน สะท้อนให้เห็นว่า เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางและการใช้ชีวิตของผู้บริโภคชาวไทยอย่างแท้จริง พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงความสำคัญของการขยายเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจภายใต้การดำเนินงานแบบ Online-to-Offline (O2O) ที่จะอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าชาวไทยเพิ่มมากขึ้น โดยปัจจุบัน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้เปิด GWM Store ไปแล้วทั้งหมด 54 แห่งทั่วประเทศ และจะเปิด GWM Store ให้ครบ 80 แห่งภายในสิ้นปีนี้” นายณรงค์กล่าวเสริม

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการประกาศต้อนรับพันธมิตรทางธุรกิจรายใหม่เข้าสู่ครอบครัวเกรท วอลล์ มอเตอร์ อย่างเป็นทางการอีก 35 ราย เพื่อเตรียมเปิด Partner Store เพิ่มในอนาคต ตอกย้ำแนวทางการทำธุรกิจของเกรท วอลล์ มอเตอร์ที่มุ่งมั่นส่งมอบประสบการณ์รูปแบบใหม่ให้กับผู้บริโภคอยู่เสมอ (New User Experience) ควบคู่ไปกับการผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อไป

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะ “บริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีระดับโลก” (Global Intelligent Technology) มุ่งมั่นที่จะรับฟังเสียงผู้บริโภคเพื่อสร้างสรรค์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และประสบการณ์ขับขี่ที่เหนือระดับ ควบคู่ไปกับการร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจที่หลากหลาย เพื่อเดินหน้าสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์ พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าให้ก้าวต่อไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน

มาสด้า มอบรางวัลแห่งเกียรติยศผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมแห่งปี

0

มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย จัดพิธีมอบรางวัลอันทรงเกียรติให้กับผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมประจำปี 2564 หรือ Mazda Dealer of Excellence Award 2021 ภายใต้ธีม “Excellence Crafted Achievement” โดยมีผู้จำหน่ายที่มีผลงานโดดเด่นที่สุด 15 แห่ง จากทั่วประเทศ รวมทั้งมอบรางวัล Mazda Guild 2021 หรือรางวัลยอดเยี่ยมด้านการขายและการบริการหลังการขาย ให้กับทีมที่มีผลการดำเนินงานยอดเยี่ยมที่สุดในปี 2564 เพื่อยกย่องถึงความสำเร็จในการดำเนินกิจการของผู้จำหน่าย รวมถึงความมุ่งมั่นในการเดินหน้าส่งมอบประสบการณ์การบริการที่เป็นเลิศให้กับลูกค้าชาวไทย พร้อมตั้งปณิธานอย่างแน่วแน่ในการเอาใจดูแลลูกค้าให้ดีที่สุดตลอดการครอบครองรถ โดยพิธีมอบรางวัลอันทรงเกียรติในครั้งนี้ จัดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 9 กันยายน 2565 ที่ผ่านมา ณ โรงแรม วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพฯ

มร. ทาดาชิ มิอุระ ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา สิ่งที่มาสด้าให้ความสำคัญสูงสุด คือ การส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพและการบริการที่เป็นเลิศให้กับลูกค้า ควบคู่กับการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าผ่านผู้จำหน่ายมาสด้าทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการส่งมอบบริการที่ดียิ่งขึ้นภายมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งมาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ได้ร่วมมือกับผู้จำหน่าย 138 แห่ง ทั่วประเทศ ในการส่งมอบสิ่งเหล่านี้ให้กับลูกค้าและประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยม จนทำให้มาสด้ากลายเป็นแบรนด์อันดับต้นๆ ในประเทศไทยที่มีลูกค้าชื่นชอบเป็นจำนวนมาก ซึ่งสิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นความสำเร็จของการทำงานร่วมกัน เพื่อพิชิตเป้าหมายเดียวกันภายใต้การทำงาน ONE MAZDA ด้วยเหตุนี้ มาสด้าจึงต้องการที่จะยกย่องถึงความสำเร็จและสร้างขวัญกำลังใจให้กับผู้จำหน่ายที่ทำงานอย่างหนัก ในการส่งมอบความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า เพื่อร่วมผลักดันให้มาสด้าในประเทศไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน ไม่ใช่เป็นแบรนด์ที่ลูกค้ารักเท่านั้นแต่ต้องเป็นแบรนด์ที่ลูกค้าเกิดความภาคภูมิใจที่ได้ครอบครอง

สำหรับรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมประจำปี หรือ Mazda Dealer of Excellence Award 2021 เป็นรางวัลที่มาสด้าตั้งใจจัดขึ้น เพื่อเป็นกำลังให้กับผู้จำหน่ายที่มีผลการดำเนินงานที่เป็นเลิศครอบคลุมในทุกฟังก์ชั่นตลอดช่วงระยะเวลา 1 ปี ที่ผ่านมา โดยจะต้องผ่านเกณฑ์การพิจารณา และได้รับการรับรองว่าเป็นผู้จำหน่ายที่มีมาตรฐานสูงสุดในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น ด้านยอดจำหน่ายรถยนต์ ยอดจำหน่ายอะไหล่และการบริการหลังการขาย ความพร้อมของสถานที่ คุณภาพของระบบบริหารจัดการ และความสามารถในการส่งมอบความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า ทั้งด้านการขายและด้านการบริการหลังการขาย รวมถึงสามารถบริหารบุคลากรในองค์กรได้อย่างดีเยี่ยม โดยในแต่ละปีจะมีผู้จำหน่ายที่มีผลงานดีที่สุดเพียง 15 แห่ง จากทั่วประเทศเท่านั้น ที่สามารถคว้ารางวัลอันทรงเกียรตินี้ไปครอง ซึ่งแบ่งออกเป็น ระดับ Gold 5 รางวัล ระดับ Silver 5 รางวัล และ ระดับ Bronze 5 รางวัล

“มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย และ มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ขอแสดงความยินดีกับผู้จำหน่ายทุกท่านต่อความสำเร็จในครั้งนี้ และขอขอบคุณกับความพยายาม ความมุ่งมั่น และทุ่มเทของทุกภาคส่วน รวมถึงทีมงานของท่านตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา  จนสามารถพิชิตรางวัลความเป็นเลิศในปีนี้มาครองได้อย่างภาคภูมิใจ นี่คือสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงสปิริตความเป็นนักสู้ของพวกเราชาวมาสด้า ที่ไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรคใดๆ ในทางกลับกัน พวกเราทุกคนต่างช่วยกันผลักดันให้แบรนด์มาสด้าในประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืน โดยตั้งอยู่บนจุดมุ่งหมายเดียวกัน นั่นคือ ส่งมอบความสุขและการบริการที่เป็นเลิศไปยังลูกค้าของเรา ให้เกิดความจงรักภักดีตลอดไป” มร. ทาดาชิ มิอุระ กล่าวเพิ่มเติม

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด นอกจากรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมแล้ว ภายในงานฯ ยังได้มีการมอบรางวัล Mazda Guild 2021 ประเภทฝ่ายขายยอดเยี่ยม และประเภทฝ่ายบริการหลังการขายยอดเยี่ยม ให้แก่ทีมงานของผู้จำหน่ายที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมที่สุดในปีที่ผ่านมาอีกด้วย ซึ่งขอแสดงความยินดีกับผู้จำหน่ายทุกท่านที่สามารถคว้ารางวัลการดำเนินงานที่เป็นเลิศมาครองได้สำเร็จ และขอขอบคุณผู้จำหน่ายทั่วประเทศที่ทำงานอย่างเต็มความสามารถ เพื่อส่งมอบความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักสำคัญกับลูกค้า ทั้งด้านการขายและการบริการ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการเดินหน้าตามพันธกิจของมาสด้า ในการยกระดับคุณค่าของแบรนด์ ด้วยการพัฒนาประสบการณ์ลูกค้าในทุก Touchpoints เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า และเราจะยังคงมุ่งมั่นต่อไปอย่างเต็มความสามารถ เพื่อพัฒนาประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับให้ดียิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับสร้างความแข็งแกร่งของผู้จำหน่าย  ซึ่งปัจจุบัน มาสด้ามีผู้จำหน่ายทั่วประเทศทั้งหมด 138 แห่ง และตั้งเป้าที่จะขยายโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เพื่อมอบความสะดวกสบายและความเป็นมาตรฐานในการนำรถมาเข้ารับการดูแลได้อย่างครอบคลุมทั่วประเทศ

รายชื่อผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมประจำปี 2021

รางวัล ผู้จำหน่าย
ระดับ Gold บริษัท บิซ มอเตอร์ส จำกัด (กรุงเทพมหานคร)
กลุ่มบริษัท พระราม 7 กรุ๊ป จำกัด (กรุงเทพมหานคร)
กลุ่มบริษัท ออโต้ แกลเลอรี่ จำกัด (กรุงเทพมหานคร)
กลุ่มบริษัท อารีมิตร มาสด้า จำกัด (จังหวัดกาฬสินธุ์)
บริษัท มาสด้า สุรินทร์ (2002) จำกัด (จังหวัดสุรินทร์)
ระดับ Silver บริษัท ชูเกียรติยนต์ จำกัด (จังหวัดปัตตานี)
บริษัท กฤษฎา ออโต้ จำกัด (กรุงเทพมหานคร)
บริษัท มาสด้า ประจวบฯ จำกัด (จังหวัดประจวบคีรีขันธ์)
กลุ่มบริษัท 14 ออโตโมทีฟ จำกัด (จังหวัดสมุทรปราการ)
บริษัท เคพีออโต้คลองหลวง จำกัด (จังหวัดปทุมธานี)
ระดับ Bronze กลุ่มบริษัท มาสด้า ชลบุรี จำกัด (มหาชน) (กรุงเทพมหานครและจังหวัดชลบุรี)
กลุ่มบริษัท ช.เอราวัณออโตเซลส์ จำกัด (จังหวัดนครปฐม)
กลุ่มบริษัท ดำรงทรัพย์มาสด้า จำกัด (จังหวัดปทุมธานี)
บริษัท เจ เอส ออโตโมบิล จำกัด (จังหวัดกาญจนบุรี)
กลุ่มบริษัท แอลบาทรอส ออโต้ จำกัด (กรุงเทพมหานคร)