Home Blog Page 280

ซีพี โฟตอน ย้ำกระแสเทรนอีวีมาแรงทั่วโลก เตรียมบุกตลาดรถบรรทุกไฟฟ้าในไทยเต็มสูบ

0

บริษัท ซีพี โฟตอน เซลส์ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถบรรทุกและรถบัส แบรนด์ “CP FOTON” แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เตรียมรับลูกสานต่อความเชื่อมั่นแบรนด์โฟตอนจากยุโรปสู่ไทย ตอกย้ำ Brand DNA ที่มุ่งเน้นการเป็น “The Future of Truck” ที่โดดเด่นในด้านผู้นำแห่งนวัตกรรมยานยนต์ขนส่งไฟฟ้าชั้นนำ มั่นใจไทยพร้อมเปิดรับสังคมพลังงานสะอาดในภาคการขนส่งได้ในไม่ช้า

นายกฤษณะ เศรษฐธรางกูร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี โฟตอน เซลส์ จำกัด เผยว่า “ข่าวความสำเร็จในการขยายความร่วมมือร่วมกันระหว่างพันธมิตรทางยุโรป และ โฟตอน มอเตอร์ กรุ๊ป ครั้งนี้ นับเป็นเรื่องน่ายินดีที่ส่งผลถึงผู้ประกอบธุรกิจขนส่งทั่วโลก เนื่องจากจะเป็นการเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่กลุ่มผู้ลงทุนต่างชาติในการลงทุนภาคอุตสาหกรรมแล้ว สำหรับในประเทศไทยนั้น ยังเป็นการตอกย้ำมาตรฐานแห่งความเป็นผู้นำด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์ ระดับ Best in Class ที่หลายประเทศในทวีปยุโรปให้การยอมรับได้เป็นอย่างดี โดยในปีหน้านี้ “ซีพี โฟตอน” กำลังเร่งส่งมอบรถบรรทุกไฟฟ้า รวม 3 รุ่น ได้แก่ รถบรรทุก 4 ล้อ ขนาดเล็ก TM iBlue45 ​คุ้มค่า ไม่ติดเวลา…ขนส่งได้ 24 ชั่วโมง​ รถบรรทุก 6 ล้อ ขนาดกลาง ​Aumark iBlue85 ตอบโจทย์ธุรกิจ ตอกย้ำภาพลักษณ์อย่างผู้นำ ​และ รถหัวลาก 10 ล้อ EST iBlue 280 น้ำหนักรวมบรรทุก 50.5 ตัน ตอบโจทย์การใช้งานอย่างชาญฉลาดด้วยการรองรับการ Swop แบตเตอรี่​ได้ พร้อมมีแผนเซ็นสัญญาซื้อขายรถบรรทุกไฟฟ้าแก่กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจล็อตใหญ่ที่อยู่ในระหว่างการทดลองใช้ผลิตภัณฑ์อีกหลายเจ้า โดยเฉพาะของหน่วยงานราชการทั้งใน กทม. และส่วนอื่น ๆ สำหรับงานด้านบริการหลังการขายก็ยังเป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งปัจจุบันเรามีผู้แทนจำหน่ายพร้อมให้บริการลูกค้าครอบคลุมทั่วประเทศถึง 23 แห่ง และผลักดันให้มีเพิ่มมากขึ้นถึง 30 แห่งทั่วประเทศ ในเร็ว ๆ นี้”

บูธโฟตอน ในงาน Green Logistics Expo 2022 ประเทศอิตาลี

ทั้งนี้แบรนด์โฟตอน เป็นที่จับตามองของผู้ประกอบธุรกิจขนส่งในยุโรปอย่างกว้างขวางหลังจากนำรถบรรทุกพลังงานไฟฟ้า 100% ที่พัฒนาขึ้นสำหรับตลาดยุโรปร่วมจัดแสดงในงานกรีน โลจิสติกส์ เอ็กซ์โป 2022 (Green Logistics Expo 2022) ในเมืองปาโดวา ประเทศอิตาลี เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่าน ต่อเนื่องจากที่เคยได้เปิดตัวรถบรรทุกพลังงานไฟฟ้า 100% รวม 2 รุ่น ในงานนิทรรศการ IFAT ในเมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี ซึ่งถือเป็นการเปิดประตูสู่ตลาดพลังงานรถบรรทุกไฟฟ้าในยุโรปเป็นที่เรียบร้อย ในด้านมาตรฐานผลิตภัณฑ์ “แบรนด์โฟตอน” ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานคุณภาพผลิตภัณฑ์ขั้นสูง หรือ WVTA (Whole Vehicle Type Approval) ซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากลว่าเป็นหนึ่งในระบบการรับรองที่มีคุณค่ามากที่สุดในโลก ส่งผลให้สามารถจัดจำหน่ายได้ทั่วสหภาพยุโรปโดยไม่จำเป็นต้องทำการทดสอบใด ๆ เพิ่มเติม ครบคลุมทุกไลน์ผลิตภัณฑ์ทั้ง รถบรรทุกไฟฟ้า รถตู้ และรถโดยสาร ซึ่งยานยนต์ที่ได้รับการรับรองจาก WVTA นี้ จะสามารถจำหน่ายได้ในประเทศต่าง ๆ เช่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และสิงคโปร์ ได้อีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา บริษัท โฟตอน (FOTON) กรุงปักกิ่ง ได้ลงนามขยายความร่วมมือกับบริษัทพันธมิตรในยุโรป เพื่อพัฒนายานพาหนะขนส่งสินค้าพลังงานไฟฟ้าขนาดเล็กรุ่นใหม่ โดยข้อตกลงนี้เกิดขึ้นจากแผนพัฒนายานยนต์ขนส่งพลังงานไฟฟ้าที่มีอยู่เดิมตั้งแต่เดือนกันยายน 2560  โดยมุ่งเน้นการพัฒนาและผลิตยานพาหนะขนส่งสินค้าขนาดเล็กรุ่นใหม่ ๆ ผ่านแพลตฟอร์มผลิตภัณฑ์มินิทรัคของโฟตอน สอดคล้องตามนโยบายของสหภาพยุโรป (EU) ที่จะลดการใช้ยานยนต์ใหม่ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปตั้งแต่ปี 2035 เป็นต้นไป โดยคาดการณ์ระยะเวลาจัดทำเอกสารความร่วมมือให้แล้วเสร็จภายในฤดูใบไม้ผลิ 2023 นี้

เมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ ต่อสัญญากับ เดมเลอร์ คอมเมอร์เชียล วีฮีเคิลส์ ส่งเสริมบริการทางการเงินอย่างครบวงจร

0

นายศุภวุฒิ จีรมนัสนาคร (ที่ 2 จากขวา) กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด และ มร. ราล์ฟ เครเมอร์ (ที่ 2 จากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดมเลอร์ คอมเมอร์เชียล วีฮีเคิลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมลงนามต่อสัญญาในการสนับสนุนบริการทางการเงินอย่างครบวงจรระหว่าง บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (MBLT) และ บริษัท เดมเลอร์ คอมเมอร์เชียล วีฮีเคิลส์ (ประเทศไทย) จำกัด (DCVT) ผู้จัดจำหน่ายรถเพื่อการพาณิชย์ภายใต้แบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์  และรถบรรทุกฟูโซ่ เพื่อสานต่อการทำงานร่วมกันตั้งแต่ปี 2560 เสริมสร้างความแข็งแกร่งของการบริการที่เป็นทางออกให้กับลูกค้าได้อย่างครบวงจร และเดินหน้าตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในทุกกลุ่มเป้าหมาย ตลอดจนเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายของ DCVT ได้อย่างต่อเนื่อง โดยมี มร. เซอร์จิโอ เซบาสทิอาวน์ (ขวาสุด) ประธานเจ้าหน้าที่ด้านการเงิน บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด และ นางมายรา กุซชอว์ (ซ้ายสุด) ประธานเจ้าหน้าที่ด้านการเงินบริษัท เดมเลอร์ คอมเมอร์เชียล วีฮีเคิลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมเป็นสักขีพยานในการเซ็นสัญญา ณ โรงแรมดับเบิลยู แบงค็อก เมื่อเร็ว ๆ นี้

“การเซ็นสัญญาในครั้งนี้ เราสามารถต่อยอดจากจุดแข็งที่เรามีทั้งทางด้านบริการทางการเงิน และการส่งมอบรถในปีต่อๆ ไป โดยรากฐานที่สำคัญที่สุดคือกระบวนการทำงานที่มีประสิทธิภาพตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา รวมถึงบุคลากรในของทั้งสององค์กรและพันธมิตรผู้จำหน่าย ที่มีความมุ่งมั่นในการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าของเรา” มร. ราล์ฟ เครเมอร์ กล่าว

 

อีซูซุแสดงความยินดีกับ 3 นักมวยไทยครองถ้วยพระราชทาน ในศึก THAI FIGHT 2022 รอบชิงชนะเลิศ

0

อีซูซุร่วมแสดงความยินดีกับ 3 นักมวยไทยที่สามารถครองถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เป็นผลสำเร็จ ในการแข่งขันมวยไทยระดับโลก “THAI FIGHT 2022” รอบชิงชนะเลิศ ภายใต้ชื่องาน “THAI FIGHT 100 ปี นครบาล” เนื่องในโอกาสที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ครบรอบ 100 ปี ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ จัดเต็มแสงสีเสียงสุดอลังการเอาใจคนกรุงเทพฯ ณ ลานหน้าอาคารนิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร

การแข่งขัน “THAI FIGHT 2022” รอบชิงชนะเลิศ ได้รับความสนใจจากแฟนมวยมากมาย ทั้งคนไทยและต่างชาติ เดินเรียงแถวเข้าชมกันอย่างเนืองแน่น พร้อมส่งเสียงเชียร์ดังกระหึ่ม เมื่อเสียงระฆังคู่เด่นของงานเริ่มขึ้นระหว่าง “เพชรธงชัย ที.บี.เอ็ม.ยิม” แชมป์อีซูซุคัพซูเปอร์ไฟต์ ปี 2022 ขึ้นชกแบบสวมนวม รุ่นเวลเทอร์เวท นํ้าหนัก 67 กิโลกรัม เพชรธงชัยเปิดเกมด้วยแข้งขวานำ แล้วแลกแข้งกันอย่างดุเดือดและสูสี จนมาได้คะแนนนำในยกสุดท้ายด้วยลูกเตะที่เข้าเป้าอย่างจัง ทำให้สามารถโค่น ธีรเดช ช.ห้าพยัคฆ์ นักชกชาวไทย คว้าชัยชนะด้วยคะแนนเป็นเอกฉันท์ ได้รับรางวัลถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยรถปิกอัพ อีซูซุ ดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์ 2 ประตู 1.9 Ddi รุ่น L DA เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ไปครอง

เสียงเชียร์ยังคงต่อเนื่อง เมื่อ “ป.ต.ท. ว.รุจิรวงศ์” ขึ้นชกแบบคาดเชือก รุ่นจูเนียร์มิดเดิลเวท นํ้าหนัก 70 กิโลกรัม รัวหมัดใส่ “โอมาร์ มาฮีร์” นักชกชาวเบลเยียมแบบไม่ยั้ง ทำให้ยืนเซไปหลายครั้ง จนกระทั่งล้มทั้งยืนในยกที่ 1 ส่งผลให้ ป.ต.ท. ชนะน็อกติดต่อกันเป็นครั้งที่ 8 ได้รับรางวัลถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยรถปิกอัพ อีซูซุ ดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์ 2 ประตู 1.9 Ddi รุ่น L DA เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ไปครอง

ปิดท้ายรายการด้วย แสนชัย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม (โครตมวยสารคาม) ชกแบบสวมนวม รุ่นจูเนียร์มิดเดิลเวท นํ้าหนัก 70 กิโลกรัม แสนชัย เดินหน้าออกอาวุธใส่ “เอลิต ฮอนคอง” นักชกชาวกัมพูชา แสนชัยเตะก้านคอ 2 ครั้ง ซึ่งในครั้งที่ 2 นี้ทำให้นักชกจากกัมพูชาล้มลงไปกองบนเวที ส่งให้ แสนชัย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม ชนะน็อกไปในยกที่ 2 และได้รับรางวัลถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย รถปิกอัพ อีซูซุ ดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์ 2 ประตู 1.9 Ddi รุ่น L DA เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ไปครอง

มร. ทาคาชิ  ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “อีซูซุภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมสนับสนุนการแข่งขันมวยไทยระดับโลก THAI FIGHT มาโดยตลอด และปีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งปีที่ภูมิใจอย่างมากเมื่อนักชกไทยแชมป์อีซูซุคัพซูเปอร์ไฟต์ 2022 เพชรธงชัย ที.บี.เอ็ม. ยิม ได้แสดงความสามารถอันโดดเด่นและยอดเยี่ยม คว้าถ้วยพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาให้คนไทยได้สำเร็จ ขอบคุณสำหรับแรงเชียร์และแรงสนับสนุนอีซูซุและไทยไฟท์มาโดยตลอดและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้ชมทุกท่านจะสนับสนุน “Isuzu Cup 2023” & “Thai Fight 2023″ เป็นอย่างดีต่อไป”

ผลการแข่งขัน THAI FIGHT 2022 รอบชิงชนะเลิศ มีดังนี้

  1. เต็งหนึ่ง ศิษย์เจ๊สายรุ้ง (ไทย) ชนะน็อกยก 1 เอเมอร์สัน เบนโต้ (บราซิล)
  2. กิตติ ส.ท.แมนนครระยอง (ไทย) ชนะคะแนน ใจเพชร ศิษย์เจ้าพ่อ (ไทย)
  3. เวโร ว.รุจิรวงศ์ (เมียนมา) ชนะน็อกยก 3 ฟานี่ เพลูมพี (กรีซ)
  4. ไทรโยค พุ่มพันธุ์ม่วง (ไทย) แพ้น็อกยก 3 เทิน เทียร่า (กัมพูชา)
  5. เพชรธงชัย ที.บี.เอ็ม. ยิม (ไทย) ชนะคะแนน ธีรเดช ช.ห้าพยัคฆ์ (ไทย)
  6. ป.ต.ท. ว.รุจิรวงศ์ (ไทย) ชนะน็อกยก 1 โอมาร์ มาฮีร์ (เบลเยียม)
  7. แสนชัย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม (ไทย) ) ชนะน็อกยก 2 เอลิต ฮอนคอง (กัมพูชา)

ฮอนด้า ประกาศผลผู้ชนะโครงการ “ฮอนด้า ซูเปอร์ ไอเดีย คอนเทสต์ 2022”

0

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศผลการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศโครงการ “ฮอนด้า ซูเปอร์ ไอเดีย คอนเทสต์ 2022” ครั้งที่ 18 ภายใต้แนวคิด “บรรเลงความคิด สร้างท่วงทำนองความฝัน ขับขานจินตนาการเด็กไทย ให้กังวานไกลไปทั่วโลก” โดยนวัตกรจิ๋วที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในปีนี้ ได้แก่ น้องคริส ด.ช.ปัณณทัต พันธุ์ศรีเพชร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กรุงเทพฯ กับผลงาน “แว่นตาเปลี่ยนความชัดเลนส์อัตโนมัติ” โดยได้รับโล่รางวัลพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีพร้อมทุนการศึกษา 10,000 บาท รวมทั้งเข้าร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับเยาวชนชาวญี่ปุ่น และทัศนศึกษาเพื่อเปิดประสบการณ์การเรียนรู้ ณ ประเทศญี่ปุ่น ในเดือนมีนาคม 2566 ร่วมกับน้อง ๆ นวัตกรจิ๋วที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอีก 5 รางวัล และครูที่ปรึกษา 2 ท่าน ที่ได้รับรางวัล “ครูผู้สร้างแรงบันดาลใจ”

โครงการ “ฮอนด้า ซูเปอร์ ไอเดีย คอนเทสต์ 2022” เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้เยาวชนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 ทั่วประเทศ ได้แสดงไอเดียจากความฝันและจินตนาการในการออกแบบสิ่งประดิษฐ์แห่งอนาคตที่สนุก สร้างสรรค์ และมีประโยชน์ต่อสังคม โดยในปีนี้มีเยาวชนส่งผลงานเข้าร่วมโครงการฯ มากถึง 23,958 ผลงาน โดยการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ จัดขึ้น ณ ลาน Semi-outdoor ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ ในวันที่ 17 ธันวาคม ที่ผ่านมา โดยมีเยาวชนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 ที่ผ่านเข้ารอบจำนวน 15 คน นำเสนอแบบจำลองสิ่งประดิษฐ์จากจินตนาการและตอบคำถามจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน ได้แก่ ดร.ชิต เหล่าวัฒนา ผู้ก่อตั้งและที่ปรึกษาสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (FIBO) และที่ปรึกษาพิเศษด้านพัฒนาการศึกษาบุคลากร และเทคโนโลยี โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) นายยุทธนา โรจนกมลสันต์ ผู้จัดการและหัวหน้านักออกแบบฝ่าย Automobiles Styling Design บริษัท ฮอนด้า อาร์แอนด์ดี เอเชีย แปซิฟิค จำกัด และแพทย์หญิงนรีกุล เกตุประภากร (ฟรัง) นักแสดงและยูทูบเบอร์ชื่อดัง

โดยรางวัลชนะเลิศในปีนี้ ได้แก่ ผลงาน “แว่นตาเปลี่ยนความชัดเลนส์อัตโนมัติ” จากน้องคริส ด.ช.ปัณณทัต พันธุ์ศรีเพชร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กรุงเทพฯ และรางวัลรองชนะเลิศ 5 ผลงาน ได้แก่

  • ผลงาน “เครื่องต้นไม้ Super Idea” จากน้องหนูดี ด.ญ.ณัฐพร บุญมากาศ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย จ.เชียงใหม่
  • ผลงาน “พลังงานจากการเดิน“ จากน้องมิกกี้ ด.ช.แมทธิว มีทิม ชาร์มา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กรุงเทพฯ
  • ผลงาน “กล่องอาชีพ” จากน้องใบเตย ด.ญ.กัณฐิกา แก้วกุล ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเยาวเรศวิทยา จ.สุราษฎร์ธานี
  • ผลงาน “รวงผึ้งเริงรมย์ ช่วยดับไฟในผับ” จากน้องญาญ่า ด.ญ.สรัญญา สุขสมบูรณ์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนชุมชนไมตรีอุทิศ จ.นนทบุรี
  • ผลงาน “เครื่องช่วยสื่อสาร” จากน้องต้นน้ำ ด.ญ.นันท์นภัส จตุเทน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนทรงวิทยาเทพารักษ์ กรุงเทพฯ

น้องคริส ด.ช.ปัณณทัต พันธุ์ศรีเพชร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย เจ้าของรางวัลชนะเลิศในปีนี้ กล่าวว่า “เป็นโครงการฯ ที่สนุกมาก รู้สึกดีใจที่ได้ร่วมโครงการดี ๆ แบบนี้ และภูมิใจที่สิ่งประดิษฐ์ของเราได้รับรางวัลชนะเลิศ โดยไอเดียสิ่งประดิษฐ์นี้ ได้รับแรงบันดาลใจจากปัญหาที่ตนเองและคนรอบตัวโดยเฉพาะคนที่ต้องใส่แว่นตลอดเวลาพบเจอ หากทุกคนมีแว่นที่สามารถเปลี่ยนความชัดของเลนส์ได้อัตโนมัติ ก็ไม่ต้องเสียเงินและเสียเวลาไปตัดแว่นใหม่บ่อย ๆ อีกต่อไป ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์มากทีเดียว ผมจะตั้งใจเก็บเกี่ยวประสบการณ์และความรู้ ทั้งในด้านวัฒนธรรม และแนวคิดการใช้ชีวิตของคนญี่ปุ่น จากการไปทัศนศึกษาแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม เพื่อนำมาพัฒนาตนเองต่อไป และจะพยายามสั่งสมความรู้ต่อไปเรื่อย ๆ โดยหวังว่าสักวันหนึ่ง ตนเองจะสามารถประดิษฐ์ “แว่นตาเปลี่ยนความชัดเลนส์อัตโนมัติ” เพื่อนำไปใช้งานได้จริงในอนาคต”

ดร.ชิต เหล่าวัฒนา คณะกรรมการการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ กล่าวว่า “ตลอด 18 ปีที่ผ่านมาของโครงการฯ น้อง ๆ เยาวชนได้นำความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการมาช่วยแก้ปัญหาที่พบเจอในเหตุการณ์ต่าง ๆ ซึ่งปัจจุบันเด็กรุ่นใหม่มีความคิดริเริ่มอยากให้สิ่งประดิษฐ์จากจินตนาการของพวกเขา ได้มีส่วนช่วยในปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ทั่วโลกและใส่ใจในสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีที่ต่อไปเด็ก ๆ จะนำเอาความรู้ความสามารถบวกกับเทคโนโลยีในอนาคตมาสรรค์สร้างสิ่งดี ๆ เพื่อโลกของเราอย่างทันต่อเหตุการณ์และใกล้ความจริงมากขึ้น”

แพทย์หญิงนรีกุล เกตุประภากร (ฟรัง) นักแสดงและยูทูบเบอร์ กล่าวว่า “รู้สึกประทับใจกับไอเดียของเด็ก ๆ  ที่พยายามคิดสิ่งประดิษฐ์เพื่อแก้ปัญหาที่ตนเองหรือคนใกล้ตัวพบเจอ ส่วนตัวมองว่าถ้าเรามีวิชาเรียนในโรงเรียน ที่ช่วยสอนให้เด็ก ๆ ได้รู้จักคิด และต่อยอดมาเป็นสิ่งประดิษฐ์แบบโครงการนี้ จะมีประโยชน์ทั้งกับตัวเด็กเองและประเทศชาติ ต้องขอขอบคุณฮอนด้าที่จัดโครงการนี้ขึ้นมา เพื่อเป็นพื้นที่ให้เด็ก ๆ ได้แสดงความคิดและจินตนาการ และอยากให้มีโครงการแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ เพราะจะเป็นส่วนหนึ่งในการที่จะช่วยผลิตเยาวชนคุณภาพออกมาสู่สังคมมากมาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมากค่ะ”

นายยุทธนา โรจนกมลสันต์ ผู้จัดการและหัวหน้านักออกแบบฝ่าย Automobiles Styling Design บริษัท ฮอนด้า อาร์แอนด์ดี เอเชีย แปซิฟิค จำกัด กล่าวว่า “ผลงานของน้อง ๆ ทั้ง 15 ผลงานนับว่าเป็นผลงานที่มีไอเดียและการสร้างสรรค์ที่ยอดเยี่ยม ซึ่งช่วยยืนยันว่าเด็กไทยก็มีความคิดและไอเดียที่สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ต่อสังคมไม่แพ้ต่างชาติ ขอให้น้อง ๆ ทั้ง 6 คน ที่เป็นตัวแทนเด็กไทยไปทัศนศึกษาและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับเพื่อน ๆ ชาวญี่ปุ่น ไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในครั้งนี้ให้เต็มที่และขอให้สนุกกับการใช้จินตนาการต่อไป”

นอกจากนี้ โครงการฯ ได้มอบรางวัล “ครูผู้สร้างแรงบันดาลใจ” ซึ่งมอบให้กับครูผู้กระตุ้นและผลักดันกระบวนการเรียนรู้ แนวคิด รวมทั้งส่งเสริมจินตนาการให้กับเยาวชนของโครงการฯ จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ คุณครูนรชัย พิทักษ์พรชัย โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กรุงเทพฯ และคุณครูวัฒนสิทธิ์ ชุนโอภาศ โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย จ.เชียงใหม่ ซึ่งจะได้ร่วมเดินทางกับนวัตกรจิ๋วทั้ง 6 คน เพื่อไปแลกเปลี่ยนประสบการณ์ วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์กับเยาวชนชาวญี่ปุ่น ณ ประเทศญี่ปุ่น ในเดือนมีนาคม 2566

บริดจสโตนและค็อกพิท มอบของขวัญปีใหม่ให้ลูกค้าด้วย โครงการ “พาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน Lot 22 New Year Grand Sale 2023”

0

บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จํากัด เดินหน้าขานรับนโยบายภาครัฐเพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนช่วงปีใหม่ จับมือกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เข้าร่วมโครงการ “พาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน Lot 22 New Year Grand Sale 2023” ทั้งนี้บริดจสโตนและค็อกพิทนำเสนอโปรโมชั่นส่วนลดสุดคุ้มเมื่อเปลี่ยนยางรถยนต์ครบ 4 เส้น มอบความสุขใจจัดเต็มตลอดทุกการเดินทางเพื่อเป็นของขวัญให้กับลูกค้าในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2565 – 31 มกราคม 2566

สำหรับโปรโมชั่นสุดพิเศษช่วงปีใหม่ ในโครงการ “พาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน Lot 22 New Year Grand Sale 2023” มีดังนี้ *

ต่อที่ 1: รับทันทีส่วนลด 10% เมื่อเปลี่ยนยางรุ่นที่ร่วมรายการครบ 4 เส้น ได้แก่

  • ยาง BRIDGESTONE รุ่น ECOPIA EP150, ECOPIA EP300, ECOPIA H/L001 และ TURANZA T005A
  • ยาง FIRESTONE รุ่น FIRESTONE F01 และ FIRESTONE F01X

โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2565 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2566

 

ต่อที่ 2: เมื่อเปลี่ยนยางรุ่นที่ร่วมรายการ 4 เส้น พร้อมเทิร์นยางชุดเก่ารับส่วนลดเพิ่มอีก 1,000 บาท

  • เฉพาะยาง BRIDGESTONE รุ่น ECOPIA H/L001 และ TURANZA T005A
    โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2565 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565

*หมายเหตุ:

– เงื่อนไขของโปรโมชั่นเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด โดยลูกค้าสามารถเข้ารับบริการเปลี่ยนยางรุ่นที่ร่วมรายการ
ได้ที่ค็อกพิททุกสาขาทั่วประเทศ
– สำหรับ
ผู้ที่สนใจโปรโมชั่นดังกล่าวสามารถติดตามข้อมูล และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  www.cockpit.co.th ,
www.facebook.com/CockpitTH หรือแผนกลูกค้าสัมพันธ์ โทร.1369

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ส่งเสริมการศึกษาไทย ด้วยโครงการฝึกงาน MMTh Talent Internship Program ปีที่ 4

0

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย นายเอกอธิ รัตนอารี (ที่ 4 จากซ้าย) กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานกลยุทธ์ทรัพยากรบุคคลและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย มร. มาซาฮิโระ อะวาโนะ (ที่ 1 จากซ้าย) ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานวิจัยและพัฒนา และ นายกิตติ ลีลาวัฒนานันท์ (ที่ 3 จากขวา) ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส (โรงงานแหลมฉบัง) มอบประกาศนียบัตรและรางวัลแก่นักศึกษาฝึกงาน จำนวน 7 คน ที่สำเร็จหลักสูตรฝึกงานจากโครงการ “MMTh Talent Internship Program” ประจำปี 2565 ซึ่งเปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ได้นำความรู้เชิงทฤษฎีมาปรับใช้กับการทำงานจริงที่โรงงานผลิตยานยนต์อันทันสมัยของบริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย พร้อมทั้งรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับอาชีพในอนาคต โดยมีคณบดี และผู้แทนจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (วิทยาเขตระยอง) เข้าร่วมพิธีมอบรางวัล ณ โรงงานแหลมฉบัง โรงงาน 3 มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จังหวัดชลบุรี

โครงการ “MMTh Talent Internship Program” ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2562 โดยที่ผ่านมามีนิสิต นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทยมากกว่า 75 คน ได้สำเร็จหลักสูตรฝึกงานจากโครงการนี้ และนับเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนด้านการศึกษา ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนการดำเนินงานเพื่อสังคมของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ภายใต้วิสัยทัศน์ ‘สรรค์สร้าง เคียงข้าง สังคมไทย’ และหลักสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ การศึกษา สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ

KAP จับมือ Motoring X จัดงานใหญ่ Fast Auto Show Thailand & EV Expo 2023

0

ผนึกกำลังจัดใหญ่ให้กระหึ่ม Fast Auto Show Thailand & EV Expo 2023 จัดทัพรถยนต์ใหม่ป้ายแดงชั้นนำพร้อมรถยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีด้านยานยนต์ไฟฟ้า อุปกรณ์เกี่ยวเนื่องด้านการจัดการพลังงานไฟฟ้าแบบครบวงจร และรถยนต์ใช้แล้วคุณภาพเยี่ยม ในวันที่ 5-9 กรกฎาคม นี้ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ฮอลล์ EH101-104 

นายพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ประธานจัดงาน ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ กล่าวว่า งานในปีหน้า 2566 ได้ร่วมมือกับพันธมิตร Motorting X สื่อในเครือผู้จัดการ มาเสริมการจัดงาน ภายใต้ชื่อ ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ แอนด์ อีวี เอ็กซ์โป 2023 (Fast Auto Show Thailand & EV Expo 2023) โดยนับเป็นครั้งที่ 11 ของการจัดงาน

สำหรับการจัดงาน ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ แอนด์ อีวี เอ็กซ์โป 2023 ครั้งนี้ มีการเพิ่มขนาดพื้นที่การจัดแสดงจากเดิม 3 ฮอลล์ กลายเป็น 4 ฮอลล์ใหญ่ ตั้งแต่ฮอลล์ EH101-104 รวมพื้นที่มากกว่า 20,000  ตารางเมตร โดยปีนี้จะรวมรถยนต์ใหม่ ยานยนต์ไฟฟ้า อุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง  รถยนต์ใช้แล้ว อุปกรณ์ตกแต่ง และนวัตกรรมด้านพลังงานต่างๆ มาอยู่ในพื้นที่เดียวกันทั้งหมด

“งาน ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ ถือเป็นงานแสดงรถยนต์ในช่วงกลางปีที่มีส่วนผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ให้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดการจัดงาน 10 ครั้งที่ผ่านมา ทั้งในส่วนของรถยนต์ป้ายแดงที่ค่ายรถยนต์นำรถยนต์รุ่นใหม่ๆมาจัดแสดงและแนะนำโปรโมชั่นที่น่าสนใจต่างๆมาให้กับผู้บริโภคตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ด้านรถยนต์ใช้แล้วก็มีการรับประกันคุณภาพเพื่อให้ผู้บริโภคได้เลือกได้อย่างมั่นใจ สำหรับการจัดงานครั้งที่ 11 ในปี 2566 ได้มีการเพิ่มพื้นที่การจัดงานในส่วนของ อีวี เอ็กซ์โป ที่ได้ร่วมกับเครือผู้จัดการ เพื่อตอบโจทย์ของผู้ที่สนใจรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ภายใต้ชื่อ ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ แอนด์ อีวี เอ็กซ์โป 2023” นายพัฒนเดช กล่าว

นายจิตตนาถ ลิ้มทองกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Manager Group กล่าวว่า จากกระแสความต้องการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มสูง ประกอบกับการเข้าถึงองค์ความรู้ต่างๆ ด้านยานยนต์ไฟฟ้า ยังต้องได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีความแพร่หลายสู่ประชาชนมากขึ้น ดังนั้นจึงได้ตัดสินใจร่วมมือกับ บริษัท คิง ออฟ ออโต้ โปรดักท์ จำกัด จัดงาน ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ แอนด์ อีวี เอ็กซ์โป 2023

ทั้งนี้เชื่อมั่นว่าการร่วมมือกันในส่วนของ อีวี เอ็กซ์โป จะเป็นการยกระดับงานแสดงให้มีความน่าสนใจและตอบโจทย์ให้แก่ผู้บริโภค เพื่อให้ได้รับความรู้เกี่ยวกับยานยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างครบถ้วน และสอดคล้องตามนโยบาย30@30ของรัฐบาลในการสนับสนุนให้ประชาชนชาวไทยหันมาใช้งานยานยนต์ไฟฟ้ากันมากขึ้น

“กระแสของยานยนต์ไฟฟ้ากำลังเข้ามาปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางเทคโนโลยีด้านยานยนต์ทั่วโลก ฉะนั้นงานนี้จะเป็นองค์ความรู้ที่สำคัญของประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลและสัมผัสผลิตภัณฑ์ต่างๆ เกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้าในทุกมิติ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในการเลือกซื้อและใช้งานยานยนต์ไฟฟ้า” นายจิตตนาถ กล่าว

นายชลัทชัย ปภัสร์พงษ์ รองประธานจัดงาน กล่าวว่า งาน ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ แอนด์ อีวี เอ็กซ์โป 2023 มั่นใจว่าจะมีผู้ประกอบการรถใหม่เข้าร่วมงานอย่างครบครัน ทั้งรถยนต์รุ่นใหม่ รถยนต์รุ่นพิเศษ รวมไปถึงรถยนต์ไฟฟ้า ที่กำลังได้รับความสนใจจากผู้บริโภคในขณะนี้ การจัดงานในปีหน้า อยู่ในช่วงเวลาที่เหมาะสม เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 เข้าสู่ภาวะคลี่คลายจนเกือบเป็นปกติแล้ว และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคมีการปรับตัวดีขึ้น งาน ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ แอนด์ อีวี เอ็กซ์โป 2023 จะเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นให้ตลาดรถยนต์กลับมาคึกคัก และช่วยผลักดันภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง

นายอัษฎาวุธ อาสาสรรพกิจ รองประธานจัดงาน กล่าวว่า นับเป็นครั้งที่ 11 ในการจัดงาน งาน ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ แอนด์ อีวี เอ็กซ์โป 2023 นอกจากได้ขยายพื้นที่ในส่วนของยานยนต์ไฟฟ้าเพิ่มแล้ว ยังมีส่วนของผู้ประกอบการรถยนต์มือสองที่ตอบรับเข้าร่วมงานอย่างหนาแน่นเหมือนเช่นที่ผ่านมา

ไฮไลต์ภายในงาน จะได้พบกับรถยนต์ใช้แล้วคุณภาพดีที่มีให้เลือกครบทุกเซ็กเมนท์ ทั้งรถยนต์นั่ง รถกระบะ รถหรู  รถสปอร์ตคาร์  รถใหม่ไมล์น้อย ที่จะมาพร้อมกับดอกเบี้ยพิเศษ ของแถมต่างๆ   และข้อเสนอทางการเงินสุดพิเศษ ที่สำคัญยังมีการรับประกันการซื้อคืน 100% ตามเงื่อนไข 5 ข้อ ได้แก่ 1.ไม่ไฟไหม้ 2.ไม่จมน้ำ 3.ไม่มีการตัดต่อ 4.โอนทะเบียนได้ถูกกฎหมาย 5.ไม่มีการชนหนัก ซึ่งงานฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ เป็นงานแรกที่มีการรับประกันแบบนี้และได้รับการตอบเป็นอย่างดีจากผู้บริโภคตลอดทุกครั้งที่ผ่านมา

“เราคาดว่าตลาดรถยนต์ใช้แล้ว และ รถยนต์มือสองในปีหน้าจะมีความคึกคักมากกว่าทุกปี เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันมองหารถยนต์ที่คุ้มค่าคุ้มราคา ซึ่งงานของเราตอบโจทย์ เพราะมีรถยนต์ให้เลือกมากมายจากผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้วชั้นนำที่มีความน่าเชื่อถือ มีการรับประกันสินค้าทั้งจากของผู้ประกอบการและผู้จัดงาน ซึ่งเป็นจุดแข็งที่เราทำมาตลอด และที่พิเศษสุดคือ โปรโมชั่นของแถมมากมายภายในงาน ที่จะมอบความคุ้มค่าให้กับผู้ที่มาเลือกซื้อรถกับเรา”  นายอัษฎาวุธ กล่าว

นายอโณทัย เอี่ยมลำเนา รองประธานจัดงาน กล่าว สำหรับการจัดงานในครั้งที่ 11 นี้ นอกจากส่วนของรถแข่ง รถที่ได้รับการตกแต่ง โมดิฟายด์และกิจกรรม อี- สปอร์ตที่นำมาร่วมในงานมาก่อนแล้วนั้น จะมีพื้นที่ในส่วนของรถจักรยานยนต์มาเพิ่มสีสันให้กับงานด้วย

“สิ่งสำคัญที่บริษัท กรังด์ปรีซ์ฯ มาช่วยเสริมในงาน ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ ที่ผ่านมาเป็นเรื่องของกิจกรรม อี-สปอร์ต ซึ่งได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องและรถยนต์ที่มีการตกแต่งโมดิฟายด์ได้รับความสนใจจากคนที่ชื่นชอบการแต่งรถมาให้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิด งาน ฟาสท์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ แอนด์ อีวี เอ็กซ์โป 2023 จะมีการเพิ่มความสนใจให้มากขึ้นด้วยรถจักรยานยนต์ที่จะมาเสริมให้ครอบคลุมในทุกประเภท” นายอโณทัย กล่าว

สำหรับ งาน ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ แอนด์ อีวี เอ็กซ์โป 2023 (Fast Auto Show Thailand & EV Expo 2023) ยังคงมากับสโลแกน “เลือกคันที่ชอบ ถอยคันที่ใช่” บนพื้นที่การจัดงานที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม โดยจัดระหว่างวันที่ 5-9 กรกฎาคม 2566 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ฮอลล์ EH101-104 เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

เอ็มจี ส่งมอบรถอีวีสะสมกว่า 7,000 คัน สะท้อนภาพผู้นำรถอีวีตัวจริงในไทย

0

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย สะท้อนภาพผู้บุกเบิกและผู้นำตัวจริงของตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย ด้วยการส่งมอบรถไฟฟ้าทั้งสามรุ่นถึงมือลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น MG ZS EV, MG EP และ NEW MG4 ELECTRIC สะสม 7,000 คัน พร้อมเผยความสำเร็จของโมเดลล่าสุดอย่าง NEW MG ZS EV และ NEW MG4 ELECTRIC  ที่นอกจากความครบเครื่องด้านนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ดีไซน์อันโฉบเฉี่ยวยังมอบประสบการณ์การขับขี่สุดเร้าใจ คุ้มค่าด้วยราคาที่เข้าถึงได้ง่าย และการคว้ารางวัลระดับโลกมากมาย ล่าสุดผ่านบททดสอบความปลอดภัยสูงสุดระดับ 5 ดาว จาก Euro NCAP ให้ลูกค้ามั่นใจในความปลอดภัย

ความสำเร็จของรถไฟฟ้า เอ็มจี ทั่วโลก

การมาของรถไฟฟ้า เอ็มจี สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับตลาดและการยอมรับทั่วโลก โดยเฉพาะ NEW MG4 ELECTRIC ที่ได้ยกระดับประสบการณ์การขับขี่รถไฟฟ้าที่สนุกสนาน เร้าใจ ด้วยระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (DYNAMIC REAR WHEEL DRIVE) ได้รับการยอมรับจากสื่อชั้นนำทั่วโลก อาทิ รางวัลรถยนต์คุ้มค่าแห่งปี (Bargain of the Year) จากนิตยสารและรายการสารคดีรถยนต์ชื่อดังจากอังกฤษ Top Gear รางวัลรถยนต์แห่งปี (Car of the Year 2023) จากทีมงาน Driving Electric เว็บไซต์แนะนำและรีวิวรถไฟฟ้าชื่อดังจากอังกฤษ รวมถึงยังสามารถพิชิตใจผู้ติดตามเว็บไซต์ดังกล่าวด้วยรางวัลรถยนต์อีวีขวัญใจมหาชน (Reader’s Favorite Electric Car) รางวัลรถยนต์ครอบครัวขนาดเล็กยอดเยี่ยม (Best Small Family Car) จากเว็บไซต์ผู้เชี่ยวชาญรถยนต์อีวี “Electrifying” นอกจากนี้ ยังได้รับการยกย่องจากสมาคมผู้สื่อข่าวสายยานยนต์ชาวสก็อต (The Association of Scottish Motoring Writers) หรือ ASMW ยกให้ NEW MG4 ELECTRIC เป็นสุดยอดรถยนต์อีวีในราคาต่ำกว่า 4 หมื่นปอนด์ (หรือ 1.7 ล้านบาท) อีกด้วย และล่าสุดผ่านการทดสอบด้านความปลอดภัยระดับ 5 ดาว จาก Euro NCAP (European New Car Assessment Programme) อีกทั้งการมาของนวัตกรรม NEBULA PURE ELECTRIC ที่สร้างชื่อด้วยการเป็นแพลตฟอร์มสำหรับรถไฟฟ้า ยกระดับการปกป้องแบตเตอรี่รถไฟฟ้า ให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน และการเข้ามาทำตลาดของ NEW MG4 ELECTRIC ซึ่งเป็นโกลบอลอีวีโมเดล ส่งผลให้คนไทยได้เป็นเจ้าของรถไฟฟ้ามาตรฐานเดียวกับยุโรปโดยไม่ถูกลดทอนคุณภาพในราคาเริ่มต้นเพียง 869,000 บาท    

 

ส่วน NEW MG ZS EV ถือเป็น รถพลังงานไฟฟ้า 100% ในรูปแบบ SUV ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “TRULY EASY” อีกหนึ่งรุ่นที่ได้รับความนิยมในโซนยุโรปโดยมีจุดเด่นที่การเป็นรถไฟฟ้าที่ครบถ้วนและมีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง โดยคว้ารางวัลมากมายทั้ง  ‘Best Family Electric Car’ จาก CARBUYER BEST CAR AWARD 2023 และรางวัลรถยนต์แห่งปี (Car of the Year 2022) จากทีมงาน Driving Electric ในราคาเริ่มต้นที่ 949,000 บาท

เอ็มจี ส่งมอบรถอีวีถึงมือลูกค้าสะสมกว่า 7,000 คัน

ในเรื่องของการส่งมอบรถไฟฟ้า เอ็มจี ยังคงเดินหน้าทยอยส่งมอบรถไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องให้ถึงมือลูกค้า โดยยอดส่งมอบรถไฟฟ้าของ เอ็มจี ตั้งแต่เปิดตัวรุ่นแรกในปี ค.ศ. 2019 จนถึงสิ้นปี ค.ศ. 2022  รวมกว่า 7,000 คัน เฉพาะในปี 2022 มียอดส่งมอบรวมทั้ง 3 รุ่นอยู่ที่ 4,000 คัน และในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา เอ็มจี มียอดจดทะเบียนรถไฟฟ้า ขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ยอดรวมที่ 1,211 คัน ซึ่งในส่วนของยอดค้างส่งของ MG EP และ NEW MG ZS EV รวมถึง ลูกค้า NEW MG4 ELECTRIC กลุ่มแรก ทางบริษัทฯ มีแผนทยอยส่งมอบให้ครบภายในเดือน มกราคม และกุมภาพันธ์ตามที่ได้แจ้ง

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เอ็มจี มีความมุ่งมั่นในการนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ได้มาตรฐานระดับโลกเข้ามาให้ลูกค้า เพื่อยกระดับมาตรฐานตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย โดยเราได้ประสานงานกับทางบริษัท SAIC MOTOR CORPORATION ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ เอ็มจี อย่างใกล้ชิดถึงสถานการณ์ความต้องการของลูกค้าชาวไทย เอ็มจี ยังเล็งเห็นความสำคัญของบริการหลังการขายของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเป็นสิ่งสำคัญ โดยได้วางมาตรการให้ดีลเลอร์ ของ เอ็มจี ต้องสามารถดูแลรถยนต์พลังงานไฟฟ้าได้ทุกแห่งทั่วไทย รวมถึงการขยายระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า ให้ครอบคลุมทุก 150 กิโลเมตร ด้วยสถานีชาร์จกว่า 160 แห่งทั่วประเทศ พร้อมใช้งานแล้ว 133 แห่ง เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้รถอีวีให้ง่ายมากยิ่งขึ้น และพิเศษในช่วงวันที่ 24 ธันวาคม 2565 – 31 มกราคม 2566 นี้ เรามีโปรโมชันสำหรับลูกค้า เอ็มจี ที่ใช้บริการ MG SUPER CHARGE STATION ทุกแห่ง ได้รับเครดิตเงินคืน 10% ทุกการใช้จ่ายเข้า MG Wallet ”

สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถสัมผัสและทดลองขับ MG4 ELECTRIC และ NEW MG ZS EV ยนตรกรรมไฟฟ้า  ทั้ง2 รุ่นได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานทั้ง 160 แห่ง ทั่วประเทศ

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจีได้ที่

Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand

ฟอร์ด มอบความอุ่นใจให้ลูกค้าตลอดการเดินทางช่วงปีใหม่ ด้วยบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงพร้อมรถทดแทน

0

ฟอร์ด ประเทศไทย มอบความอุ่นใจตลอดการเดินทางของลูกค้าช่วงเทศกาลปีใหม่ด้วยบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 24 ชั่วโมง (Roadside Assistance) บริการรถทดแทนระหว่างซ่อม และบริการส่งมอบรถให้แก่ลูกค้าถึงที่โดยไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับเจ้าของรถฟอร์ดที่อายุไม่เกิน 3 ปี หรือมีระยะทางการใช้งานไม่เกิน 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) และรถฟอร์ด เจเนอเรชันใหม่ ที่อายุไม่เกิน 5 ปี หรือมีระยะทางการใช้งานไม่เกิน 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) ตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยบริการจะครอบคลุมระหว่าง 24 ธันวาคม 2565 ถึง 4 มกราคม 2566

“ฟอร์ดเล็งเห็นความสำคัญของเทศกาลวันหยุดช่วงปีใหม่ที่ลูกค้าจะได้มีโอกาสเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อใช้เวลาที่มีค่ากับครอบครัว เรามุ่งมั่นที่จะมอบความอุ่นใจให้ลูกค้าตลอดการเดินทางพร้อมยกระดับประสบการณ์ในการใช้งานรถของลูกค้า ตอกย้ำความมุ่งมั่นที่จะดูแลลูกค้าเสมือนคนในครอบครัว” นายสันติ จิตพิชิตชัย ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้า ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

ทั้งนี้ บริการดังกล่าวไม่ครอบคลุมกรณีรถเกิดอุบัติเหตุหรือแบตเตอรี่หมด ลูกค้ารถฟอร์ดสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์ฟอร์ด Ford Call Center โทร. 1383 หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญและรายละเอียดด้านการบริการได้ที่เว็บไซต์ www.ford.co.th

เอช เซม มอเตอร์ ฝ่ามรสุมโควิด ผงาดขึ้นแท่นผู้นำตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า

0

บิ๊กบอส เอช เซม วันชัย ลี้นะวัฒนา สู้ยิบตา ปิดยอดปี 65 ฉลุย ขึ้นแท่นเบอร์ 1 รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า วางแผนรุกหนักปี 2566 ชูแนวคิด ESG ทั้งขยายและเพิ่มจำนวนฐานลูกค้า ศูนย์บริการ ตัวแทนจำหน่าย และสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่ พร้อมตั้งเป้าโตกว่า 200%

วันชัย ลี้นะวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอช เซม มอเตอร์ จำกัด ผู้ผลิต ผู้จำหน่าย และผู้ให้เช่ารถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เอช เซม เผยว่า “ผมและทีมงานทำงานกันหนักเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของลูกค้ากลุ่มต่างๆ ทำให้เห็นโอกาสที่สินค้าของเราจะเติบโตได้แบบไม่มีข้อจำกัด อย่างที่ทราบกันว่าสินค้าของเอช เซม มี 2 หมวด คือ หมวดรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า และ หมวดสินค้าอื่นๆ ได้แก่ รถกอล์ฟไฟฟ้า รถสามล้อไฟฟ้า และ รถสามล้อเครื่องยนต์ และในปี 2565 นี้ ผมคาดว่ารถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าจะปิดปีได้ 70% จากเป้าที่ตั้งไว้ 3,000 คัน ในขณะที่หมวดสินค้าอื่นๆ คาดว่าจะสามารถทำได้ตามเป้าหมาย 92%

ในส่วนของรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ยอดจะมาจากการขายและการเช่าซื้อ ทั้งจากตัวแทนจำหน่าย สำนักงานสาขาของ เอช เซม และการเช่าซึ่งกลุ่มรถเช่านี้จะเป็นกลุ่มที่มีจำนวนมากที่สุด สำหรับกลุ่มสินค้าอื่นๆ ยอดจะมาจากการใช้ของกลุ่มผู้ใช้ตามบ้าน (Home Use) และสนามกอล์ฟ เป็นต้น

งานบริการหลังการขาย/เช่า เอช เซม มีศูนย์บริการในกรุงเทพฯ 3 สาขา ได้แก่ สาขาบางนา สาขา CU Sport และพิเศษสำหรับสาขา RCA เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง สถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่ หรือ H SEM Power Station ติดตั้งกระจายไปตามสำนักงานสาขาของ เอช เซม ธนาคาร คอมมูนิตี้ มอลล์ สถานีบริการน้ำมัน มหาวิทยาลัย และซุปเปอร์มาร์เก็ต โดยในปัจจุบันเรามีสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่ 36 สถานี 57 ตู้

ทีมงานของเอช เซม ทำงานต่อเนื่องในการเก็บข้อมูลการใช้งานจากผู้ใช้เพื่อนำมาพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพในระดับสากล ล่าสุดเราพัฒนา H SEM MOBILA G โมเดล 2022 และ H SEM WING G  พร้อมทั้งส่งรถเข้าทดสอบกับศูนย์ทดสอบมาตรฐานระดับประเทศ

และได้รับใบรับรองมาตรฐานความปลอดภัย UN Regulation NO.136 สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ เพื่อการันตีความปลอดภัยมาตรฐานระดับนานาชาติอีกด้วย

ด้านการร่วมมือกับภาครัฐ เอช เซม ได้ลงนามกับกรมสรรพสามิต ตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ และได้รับฉลากประหยัดพลังงานเบอร์ 5 สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าจาก กฟผ. พร้อมร่วมลงนามความร่วมมือกับในส่วนของแบตเตอรี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าอีกด้วย

สำหรับปี 2566 ที่จะถึงนี้ เอช เซม วางแผนขยายฐานลูกค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้นด้วยการเพิ่มจำนวนผู้แทนจำหน่าย เพิ่มช่องทางการขาย การเช่า กระจายจำนวนจุดให้บริการ เพิ่มจำนวนสาขาใหม่ที่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เพิ่มจำนวนสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่ให้ถึง 100 ตู้ให้ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล เพื่อเป้าหมายการขายที่เติบโตเพิ่มขึ้น 200 เปอร์เซ็นต์

นอกจากนี้ เอช เซม ได้นำแนวคิด ESG (Environment / Social / Governance) ที่ให้ความใส่ใจรอบด้าน ทั้งสิ่งแวดล้อม สังคม และ ธรรมาภิบาล โดยนำมาประยุกต์ให้เหมาะสมกับการทำงานและการดำเนินธุรกิจ ให้แต่ละภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมีการพัฒนาอย่างสอดคล้องและเป็นบันไดสู่องค์กรที่มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน คุณวันชัย กล่าว