Home Blog Page 286

“ซีพี โฟตอน” ฉลองเปิดโชว์รูมแห่งใหม่ “ซี.เค.แอนด์ซันส์ มอเตอร์ส” จังหวัดบุรีรัมย์

0
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

บริษัท ซีพี โฟตอน เซลส์ จำกัด สร้างความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าขยายเครือข่ายโชว์รูม และศูนย์บริการ แห่งใหม่ที่อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ภายใต้ชื่อ บริษัท ซี.เค. แอนด์ ซันส์ มอเตอร์ส จำกัด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขยายฐานลูกค้าในต่างจังหวัดให้มากขึ้น รวมถึงเป็นการมอบบริการและความพึงพอใจที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดใกล้เคียง

กฤษณะ เศรษฐธรางกูร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี โฟตอน เซลส์ จำกัด กล่าวว่า “นอกจากที่ ซีพี โฟตอน จะมุ่งเน้น และพัฒนาในเรื่องของผลิตภัณฑ์ รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ ให้มีคุณภาพ และประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้ตอบโจทย์ลูกค้า และเพื่อให้ลูกค้าของเราได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุด ทาง ซีพี โฟตอน ยังให้ความใส่ใจในเรื่องเครือข่ายผู้แทนจำหน่าย หรือ Dealer Network เป็นสำคัญอีกด้วย โดยปัจจุบันนี้ เรามีผู้แทนจำหน่าย อยู่ 23 แห่งที่ให้บริการลูกค้าครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ โดยในปีนี้ (2565) เรามุ่งเน้นในการพัฒนา ให้มีคามแข็งแกร่ง ทั้งในด้านงานขาย และงานบริการหลังการขาย เพื่อให้ลูกค้าของ ซีพี โฟตอน ได้รับประสบการณ์การใช้รถเพื่อการพาณิชย์ที่มีคุณภาพระดับเบสอินคลาสอย่างแท้จริง”

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ชูศักดิ์  รัตนวนิชย์โรจน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซี.เค.แอนด์ ซันส์ มอเตอร์ส จำกัด กล่าวว่า “ซี.เค.แอนด์ซันส์ มอเตอร์ มีความยินดี และภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์รถเพื่อการพาณิชย์ระดับเวิลด์คลาส อย่าง ซีพี โฟตอน ที่จะมอบประสบการณ์ ทั้งในด้านงานขาย และงานบริการหลังการขาย ให้แก่ลูกค้าในเขตจังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดใกล้เคียง โดยเรามีความพร้อมในทุกๆ ด้าน ทั้งในส่วนของการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับงานขาย การแนะนำผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า และโดยเฉพาะงานบริการหลังการขาย ที่ทางเรามีทีมช่าง ที่มีประสบการณ์ พร้อมช่างเทคนิค พร้อมทั้งคลังอะไหล่ ที่คอยบริการลูกค้า ซีพี โฟตอน อย่างเต็มที่”

บริษัท ซี.เค.แอนด์ ซันส์ มอเตอร์ส จำกัด ก่อตั้งเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2558 ด้วยทุนจดทะเบียน 40,000,000  ล้านบาท โดยมีบริษัทในเครือถือหุ้นด้วยคือ บริษัท ซี.เค.แอนด์ ซันส์  โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากบริษัท ซีพี โฟตอน เซลส์ จำกัด อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2563 ให้เป็นผู้แทนจำหน่ายรถบรรทุกขนาดมากกว่า 1 ตันและรถบัส อีกทั้งเป็นผู้แทนจำหน่ายอะไหล่และเป็นศูนย์บริการของซีพีโฟตอน

ปัจจุบัน บริษัท ซี.เค.แอนด์ ซันส์ มอเตอร์ส จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 321 หมู่ 10 ตำบลอิสาณ อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ กม.ที่ 2 ถนนเส้นบุรีรัมย์-นางรอง เยื้องๆ โฮมโปรบุรีรัมย์ ติดกับปั้มเอสโซ่ โดยมีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 3 ไร่ 12 ตารางวา แบ่งเป็น

  • โซนพื้นที่โชว์รถภายในโชว์รูม สามารถจอดรถได้ 4 – 7 คัน
  • โซนด้านหน้าโชว์รูมลานกลางแจ้ง สามารถจอดได้อีก 5 – 8 คัน
  • โซนห้องรับรองลูกค้า ซึ่งมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ขนม เครื่องดื่มร้อน/เย็น โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ และ FREE WIFI เป็นต้น
  • โซนศูนย์บริการมาตรฐาน และศูนย์ซ่อม ที่มีช่องลิฟท์สำหรับจอดซ่อมทั้งหมด 3 ช่องลิฟท์ และช่องสำหรับจอดซ่อม 5 ช่องซ่อม รวมจะมีพื้นที่บริการซ่อมทั้งสิ้น 8  ช่อง ซึ่งสามารถรองรับการซ่อมรถของ ซีพี โฟตอน ได้ทุกประเภท
  • โซนคลังอะไหล่ ที่มีอะไหล่เพียบพร้อม และเพียงพอสำหรับการให้บริการซ่อมบำรุง
  • โซนออฟฟิศ
  • โซนพื้นที่จอดสต็อกรถยนต์ใหม่เพื่อขาย
  • และโซนที่จอดรถพนักงาน

แผนที่ บริษัท ซี.เค.แอนด์ ซันส์ มอเตอร์ส จำกัด : https://goo.gl/maps/mowSdk1DcQVHeZGr9

ติดต่อสอบถาม รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณเลิศวุฒิ เหล่านิยมไทย ผู้จัดการสื่อสารการตลาด และประชาสัมพันธ์ โทร 091 164 5177 , lertwoot.lao@cpfoton.co.th

NEW MG VS HEV เอสยูวีขุมพลังไฮบริด เทคโนโลยีเหนือระดับ ราคาจำหน่ายไม่ถึงล้านบาท

0
NEW MG VS HEV Pic Open

NEW MG VS HEV สปอร์ต ไฮบริดรุ่นแรกของเอ็มจี ที่มาเติมเต็มโมเดลในเซกเมนต์เอสยูวีของแบรนด์ได้อย่างลงตัว ทั้งรูปลักษณ์โฉบเฉี่ยว ทันสมัยกับเทคโนโลยีที่จัดมาแบบไม่มีกั๊ก พร้อมขุมพลังไฮบริด ให้กำลังสูงสุด 177 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ในเวลาเพียง 9 วินาที กับอัตราบริโภคเชื้อเพลิงที่ให้ความประหยัดสูงถึง 24.4 กม./ลิตร เปิดตัวพร้อมจำหน่าย 2 รุ่น ในราคารุ่นท๊อปที่ไม่ถึง 1 ล้านบาท ก่อนที่จะทดลองขับแล้วมาเล่า ดูรายละเอียดของน้องใหม่จาก MG กันก่อนครับ

New MG VS HEV 1

New MG VS HEV รถยนต์ในคลาส B-SUV รุ่นล่าสุดที่ เอ็มจี เซลส์ ประเทศ ไทย จำกัด ได้ส่งเข้าสู่ตลาดรถยนต์ในเมืองไทยภายใต้ แนวคิด “ABSOLUTE” เป็นตัวตนขั้นสุด หลุดจากทุกมิติเดิมๆ ฉีกภาพจำของรถเอสยูวีด้วยดีไซน์และประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกเร้าใจภายใต้แนวคิด BRIT DYNAMIC มากับมิติตัวถัง 4,370 x 1,809 x 1,653 มิลลิเมตร (ยาว x กว้าง x สูง) ระยะความยาวฐานล้อ 2,585 มิลลิเมตร

NEW MG VS HEV 2

มิติใหม่ของดีไซน์รถยนต์ไฮบริด ที่แฝงความเป็นสปอร์ตจากกระจังหน้ารูปแบบใหม่ Electrified Matrix Grille เพิ่มการตกแต่งโดยใช้สีฟ้าบริเวณกระจัง และกันชนหน้า

NEW MG VS HEV 3

ไฟหน้าแบบ LED Projector เปิด-ปิดอัตโนมัติที่มาพร้อมไฟส่องสว่างสำหรับขับขี่เวลากลางวัน (DAYTIME RUNNING LIGHT)

NEW MG VS HEV 4

ไฟท้ายก็เป็นแบบ LED เช่นกัน ส่วนล้ออัลลอยด์ดีไซน์ใหม่ขนาด 17 นิ้ว พร้อม AERO WHEEL COVER ช่วยลดแรงต้านลม และแน่นอนว่ารถแบรนด์นี้ต้องมากับหลังคากระจกขนาดใหญ่

NEW MG VS HEV 5

NEW MG VS HEV 6

ห้องโดยสารยังคงสอดแทรกการตกแต่งโดยใช้สีฟ้า กับสีภายในห้องโดยสาร 2 ทางเลือก คือ สีทูโทน ดำ-ขาว และสีดำ เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง และเบาะผู้โดยสารด้านหน้าปรับ 4 ทิศทาง พร้อมที่พักแขนด้านหน้า

NEW MG VS HEV 7

ครั้งแรกของรถในกลุ่ม B-SUV ที่มาพร้อมกับ Dual Widescreen Cockpit เสริมความสะดวกสบายให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้วยจอคู่ HD ขนาดใหญ่ ที่ประกอบด้วย หน้าจอแสดงผลอัจฉริยะแบบ Full Virtual Dashboard ขนาด 12.3 นิ้ว และหน้าจอ Touch Screen ขนาดเดียวกันซึ่งรองรับระบบเชื่อมต่อมัลติมีเดีย Apple CarPlay และสมาร์ทโฟนระบบ Android และควบคุมการทำงานผ่าน Illuminated Touch Panel

NEW MG VS HEV 7

ออกแบบคอนโซลสไตล์ Double Layer ด้านบนตกแต่งด้วยวัสดุ PIANO BLACK พวงมาลัยหุ้มหนังและคันเกียร์ตกแต่งลวดลาย LASER PATTERN ให้ความสำคัญกับทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารทุกตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็น Wireless Charger และ ช่องเชื่อมต่อ USB TYPE A และ C รวมถึงช่องปรับอากาศตอนหลัง

NEW MG VS HEV 8

ขุมพลังไฮบริดมาจากเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 109 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 142 นิวตัน-เมตร ที่ 4,500 รอบต่อนาที ในส่วนมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุด 95 แรงม้า แรงบิด 200 นิวตัน-เมตร รวมพละกำลังสูงสุดที่ 177 แรงม้า ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ E-CVT

NEW MG VS HEV 10

แบตเตอรี่ Lithium-Ion แรงดันสูง ขนาด 2.13 kWh มาพร้อมตัวช่วยชาร์จกำลังไฟอย่าง ระบบ KERS (Kinetic Energy Recovery System) 3 ระดับ ได้แก่ มาก ปานกลาง และน้อย ทำอัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ในเวลาน้อยกว่า 9 วินาที และมีอัตราการบริโภคเชื้อเพลิงอยู่ที่ 24.4 กม./ลิตร

โหมดขับขี่มีให้เลือก 3 รูปแบบ ได้แก่ Eco, Comfort และ Sport มาพร้อมช่วงล่างแบบ EURO TUNING SUSPENSION จากช่วงล่างหน้า MacPherson Strut พร้อมเหล็กกันโคลง และระบบช่วงล่างหลังแบบ Torsion Beam

NEW MG VS HEV 12

ระบบความปลอดภัยเรียกได้ว่าเต็มขั้น ใช้โครงสร้างตัวถังนิรภัย FSF (Full Space Frame) มั่นใจในการขับขี่ด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM 12 ระบบ ได้แก่
•ระบบป้องกันการไหลของรถ AVH (Auto Vehicle Hold)
•ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรกฉุกเฉิน ABS (Anti-lock Brake System) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake force Distribution)
•ระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA (Electronic Brake Assist)
•ระบบควบคุมการทรงตัว SCS (Stability Control System)
•ระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้ง CBC (Curve Brake Control)
•ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System)
•ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAS (Hill Start Assist System)
•ระบบควบคุมความเร็วรถขณะลงทางลาดชัน HDC (Hill Descent Control System)
•ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitor System)
•ระบบสัญญาณไฟแจ้งเตือน เมื่อมีการเบรกฉุกเฉิน ESS (Emergency Stop Signal)
•ระบบจำกัดความเร็ว ASL (Active Speed Limit)

NEW MG VS HEV 17

นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB (Electronic Parking Brake) กล้องมองภาพรอบทิศทางแบบ High Definition พร้อมสัญญาณเตือนระยะถอยหลัง ถุงลมนิรภัย คู่หน้า ด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัย เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับพร้อมผ่อนแรงอัตโนมัติ ไฟส่องนำทางหลังจากดับเครื่องยนต์ (Follow Me Home Light) จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX และระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer

NEW MG VS HEV 13

NEW MG VS HEV เชื่อมต่อไลฟ์สไตล์ในยุคดิจิทัลเข้ากับฟังก์ชันอันเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์เอ็มจีด้วยระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART มาพร้อมกับ Digital Key Technology รับ – ส่งกุญแจดิจิทัลผ่านสมาร์ทโฟนได้

สำหรับ Smart Command หรือ ระบบสั่งการอัจฉริยะ ประกอบไปด้วย
•กุญแจดิจิทัล
•ระบบสั่งการผ่านคำสั่งเสียงภาษาไทย
•ควบคุมการทำงานของระบบปรับอากาศผ่านทางสมาร์ทโฟน
•ค้นหาข้อมูลจุดท่องเที่ยวน่าสนใจ และวางแผนการเดินทาง Travel Plan จากสมาร์ทโฟนส่งเข้าหน้าจอทัชสกรีนของรถได้
•โทรออก – รับสายจากจอทัชสกรีน
•ระบบโทรอัตโนมัติกรณีฉุกเฉิน เมื่อถุงลมนิรภัยทำงาน (Emergency Call)
•ระบบเลขาส่วนตัว MG Call Centre ในการสอบถามข้อมูล ด้วยปุ่มลัดบนพวงมาลัย

Smart Connect หรือ ระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะ ประกอบไปด้วย
•เล่นเพลงทั้งรูปแบบออนไลน์และแบบสตรีมมิ่ง
•ค้นหาร้านอาหาร ที่พัก และสถานที่ท่องเที่ยวบนแผนที่นำทาง
•ระบบนำทาง navigation พร้อมรายงานการจราจรแบบ Real Time
•เรียกดูข้อมูลข่าวสารเหตุการณ์ปัจจุบัน และข้อมูลพยากรณ์สภาพอากาศ
•อัพเกรดระบบต่าง ๆ ผ่านออนไลน์ (FOTA)

NEW MG VS HEV 14

Smart Check หรือ ระบบตรวจเช็กอัจฉริยะ ประกอบไปด้วย
•ตรวจสอบสถานะรถยนต์
•ตรวจสอบตำแหน่งของรถ พร้อมบอกเส้นทางไปยังรถยนต์ผ่านฟังก์ชั่น FIND MY CAR
โดยกำหนดให้รถเปิดไฟหน้า ไฟท้าย หรือใช้เสียงแตรผ่านการตั้งค่า
•ตรวจสอบความผิดปกติ และแจ้งสถานะการทำงานของรถ เช่น เครื่องยนต์ ลมยาง และถุงลมนิรภัย
•ระบบช่วยค้นหาศูนย์บริการ นัดหมาย และบันทึกการดูแลรักษารถยนต์ตามระยะ
•ระบบแจ้งเตือนเมื่อความผิดปกติเกิดขึ้นกับระบบการทำงาน หรืออุปกรณ์ของรถ
•กำหนดขอบเขตการใช้รถได้ตั้งแต่ 500 ม. ถึง 10 กม. โดยระบบจะแจ้งเตือนเมื่อรถเข้า – ออก ในขอบเขตที่กำหนดไว้

NEW MG VS HEV มีให้เลือกทั้งหมด 2 รุ่นย่อย แบ่งออกเป็น รุ่น D และรุ่น X โดยรุ่น D จะมีสีภายในเป็นสีดำล้วน มีสีตัวถังให้เลือก 3 สี คือ สีขาว (Arctic White) สีดำ (Black Knight) และสีแดง (Scarlet Red)

รุ่น X มีสีให้เลือกทั้งแบบโมโนโทนและทูโทน แบบโมโนโทนมีสีภายในเป็นสีดำล้วน มีสีตัวถังให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีขาว (Arctic White) สีดำ (Black Knight) และสีแดง (Scarlet Red)

รุ่นทูโทนหลังคาสีดำและมีสีภายในเป็นแบบทูโทนขาวสลับดำ มีสีตัวถังให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีเขียว (Mineral Green) สีเทา (Metal Ash Grey) และสีขาว (Arctic White)

NEW MG VS HEV 16

สำหรับราคาจำหน่าย New MG VS HEV รุ่น D อยู่ที่ 859,000 บาท และ รุ่น X ราคา 919,000 บาท

เห็นเพียงข้อมูลก็ว๊าวสุด กับน้องใหม่แบรนด์ MG สำหรับผู้ที่สนใจรุ่นนี้อยู่ เร็วๆนี้ เราจะไปทดสอบสมรรถนะเพื่อมานำเสนอให้อีกครั้งครับ

เปิดตัวครั้งแรกของโลก ALL NEW TOYOTA YARIS ATIV พร้อม Package การขายที่ให้มากกว่าการเป็นเจ้าของรถยนต์

0

มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด มร.ฮิเดยูกิ คามิโนะ Executive chief engineer, Emerging market compact car บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น  พร้อมด้วย นายสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และนายรัฐพล ชุมสมุทร หัวหน้าวิศวกรระดับภูมิภาค ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวรถยนต์ Subcompact sedan รุ่นใหม่ล่าสุด เป็นครั้งแรกของโลกกับ ALL NEW TOYOTA YARIS ATIV  เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2565 TOYOTA ALIVE บางนา กม.3

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำรถยนต์ Compact sedan รุ่นใหม่ล่าสุด ภายใต้ปรัชญาPeople beloved car”  หรือ “รถยนต์ที่เป็นที่ชื่นชอบของทุกคน” อันเป็นผลสำเร็จจากการศึกษาความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริงในทุกด้าน ทำให้ได้รถยนต์ที่จะเป็นที่ชื่นชอบของทุกคน ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง พร้อมด้วย Package การขายที่จะทำให้ผู้ที่ครอบครองเป็นเจ้าของ ALL NEW YARIS ATIV ได้รับมากกว่ารถยนต์ ด้วยประสบการณ์ที่ดีที่สุด ทำให้ลูกค้าได้รับความคุ้มค่า สะดวกสบาย พร้อมความพึงพอใจสูงสุดในการเป็นเจ้าของ 

มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวแถลงข่าวอย่างเป็นทางการว่า YARIS ATIV เปิดตัวครังแรกในปี พ.ศ.2560 โดยมีจุดมุ่งหมายในการนำเสนอรถยนต์ในราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่าย ประหยัดน้ำมัน และเชื่อถือได้ในคุณภาพ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าชาวไทย เช่น กลุ่มคนที่เพิ่งเริ่มทำงาน และคนรุ่นใหม่ รถรุ่นนี้ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากลูกค้าชาวไทย และมียอดขายเป็นอันดับ 1 ในตลาด Subcompact sedan ด้วยยอดขายรวม 133,000 คัน นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกจนถึงปัจจุบัน โดยเราได้ทำการสำรวจเจาะลึกถึงพฤติกรรม และความต้องการของลูกค้าชาวไทย ที่มีความแตกต่าง จากข้อมูลที่ได้รับทำให้เราตัดสินใจพัฒนารถยนต์เพื่อตอบโจทย์ความต้องการอันหลากหลายของคนไทย และสอดรับกับวิถีชีวิตของพวกเขา โดยไม่จำกัดเพศ และอาชีพ นั่นหมายความว่าเราต้องการจะพัฒนารถยนต์ที่สามารถเรียกได้เต็มปากว่าเป็น รถยนต์ที่เป็นที่ชื่นชอบของคนไทย ผมขอแนะนำ TOYOTA YARIS ATIV ใหม่ นี่คือรถยนต์ที่ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้ในราคาที่จับต้องได้ และสามารถเป็นเพื่อนร่วมทางไปกับทุกคนได้ในทุกที่ รถคันนี้เพียบพร้อมไปด้วยแนวคิดหลัก 3 ประการ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุด ประสบการณ์ที่ดีที่สุด และการขับเคลื่อนที่ดีที่สุด”

แนวคิดหลักในการสร้างสรรค์รถยนต์ ที่จะเป็นที่ชื่นชอบของคนไทย (Beloved car)

  1. ผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุด YARIS ATIV ใหม่ ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิดในการพัฒนา ดังต่อไปนี้
  • ความภาคภูมิใจ (Proudful) ด้วยการออกแบบภายนอกสไตล์ Fastback พร้อมการออกแบบภายในที่หรูหรา
  • ความสะดวกสบาย (Comfortable) ด้วยภายในห้องโดยสารที่กว้างขวาง พร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม
  • ราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่าย (Affordable) ด้วยองค์ประกอบที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีขั้นสูงเหนือระดับ และความคุ้มค่า
  1. ประสบการณ์ที่ดีที่สุด ด้วย Package สินเชื่อรถยนต์รูปแบบใหม่ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น เช่น Package ประกันภัย PHYD : Pay How Your Drive ที่ลดอัตราดอกเบี้ยประกันภัยสำหรับลูกค้าที่ขับขี่อย่างปลอดภัย และ TFSR : Toyota Connected Frequent Service Reward เพื่อตอบแทนลูกค้าที่นำรถเข้าศูนย์เพื่อรับบริการตรงตามเวลาที่กำหนด
  2. การขับเคลื่อนที่ดีที่สุด ด้วยบริการ T-Connect ที่จะคอยดูแลผู้ขับขี่ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านระบบต่างๆ เช่น ระบบติดตามรถหาย (Theft Track) การแจ้งเตือนการบำรุงรักษาผ่านระบบดิจิทัล (Digital Maintenance Reminder) การจองผ่านระบบดิจิทัล (Digital booking) ระบบช่วยเหลือฉุกเฉิน SOS และบริการผู้ช่วยส่วนตัว (Concierge service) 

มร.ยามาชิตะ กล่าวต่อไปว่า “ด้วยคุณค่าที่เหนือระดับทั้งหมดนี้ ผมเชื่อว่า YARIS ATIV ใหม่ จะขึ้นเป็นรถยนต์ที่ชื่นชอบของคนไทยได้ไม่ยาก และผมเชื่อมั่นว่ารถยนต์รุ่นนี้จะเป็นผู้นำในตลาด Compact sedan ด้วยเป้าหมายการขายที่ 3,500 คันต่อเดือน และที่สำคัญเราภูมิใจที่จะประกาศว่า ได้ทุ่มเงินลงทุนถึง 5.2 พันล้านบาทเพื่อโครงการนี้ โดยรถรุ่นนี้จะทำการประกอบที่โรงงานผลิตรถยนต์ โตโยต้าเกตเวย์ จ.ฉะเชิงเทรา โดยใช้ระบบการผลิตแบบควบ 2 กะ พร้อมพนักงานกว่า 10,000 คน ที่จะมีส่วนร่วมในกระบวนการที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ยิ่งไปกว่านั้นยังทำการผลิตเพื่อส่งออกไปจำหน่ายยังกว่า 35 ประเทศทั่วโลก นี่ไม่ใช่เพียงแค่รถยนต์ที่ดีกว่าที่เราเคยมีมาเท่านั้น แต่ยังมอบคุณค่าที่เหนือกว่าให้กับลูกค้าคนสำคัญของเรา” มร.ยามาชิตะ กล่าวเปิดตัวรถรุ่นใหม่ด้วยความมั่นใจ 

มร. ฮิเดยูกิ คามิโนะ Executive chief engineer, Emerging market compact car บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น กล่าวถึงการพัฒนารถรุ่นนี้ว่า “นับตั้งแต่การเปิดตัว Generation แรกในปี พ.ศ.2545 ปริมาณรถที่ขายได้โดยรวมทั้งหมดอยู่ที่ 3.5 ล้านคันทั่วโลก ต่อมาในปี พ.ศ.2550 ได้มีการเปิดตัว Generation ที่ 2 โดยเพิ่มเติมองค์ประกอบต่างๆ เพื่อยกระดับการใช้งาน และความคุ้มค่าให้เหนือชั้นยิ่งขึ้น พร้อมตอกย้ำคุณภาพในรูปแบบรถ Sedan 4 ประตู หลังจากนั้นได้เปิดตัว Generation ที่ 3 โดยมีจุดเด่นที่เหนือระดับ เมื่อเทียบกับรถรุ่นอื่นๆ ในระดับเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นภายในห้องโดยสาร และพื้นที่เก็บสัมภาระที่กว้างขวาง เบาะนั่งของผู้โดยสารด้านหลังที่สะดวกสบาย และการออกแบบที่สะท้อนความคล่องแคล่ว ทรงพลัง ด้วยเหตุนี้ YARIS ATIV จึงได้สร้างฐานลูกค้าที่ชื่นชอบกับรถรุ่นนี้อย่างเหนียวแน่น และนอกจากความตั้งใจในการส่งมอบคุณภาพ ความทนทาน และความน่าเชื่อถือเป็นอย่างดีแล้ว เรายังตั้งใจให้รถรุ่นนี้เป็นรถที่ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของได้ไม่ยาก และที่คือรถยนต์ที่มีวิวัฒนาการตามกาลเวลา และครองใจลูกค้ามากมายนับไม่ถ้วน” 

มร.คามิโนะ กล่าวในรายละเอียดว่า “สำหรับในประเทศไทย กลุ่มลูกค้า YARIS ATIV ของเราประกอบด้วยลูกค้าหลักคือ ผู้ซื้อรถคันแรก โดยมีช่วงอายุประมาณ 30 ต้นๆ รวมทั้งกลุ่มผู้หญิงที่อาศัยอยู่กับครอบครัว หรือเพิ่งมีครอบครัว พร้อมด้วยลูก สำหรับกลยุทธ์ในการพัฒนา ตลอดจนแนวคิดด้านผลิตภัณฑ์ และการออกแบบ รวมทั้งจุดขายหลักของ YARIS ATIV ใหม่ ได้แก่ ความภาคภูมิใจ ความสะดวกสบาย ในราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่าย” 

เริ่มต้นจากความภาคภูมิใจ เป็นสิ่งที่กลุ่มลูกค้าที่อยู่ในวัยหนุ่มสาวมองหา ซึ่งใม่ใช่แค่รถยนต์ที่ใช้งานได้จริง แต่ยังต้องเป็นรถยนต์ที่สะท้อน Lifestyle และตัวตนได้อีกด้วย แนวทางการออกแบบของ YARIS ATIV ใหม่ คือ การออกแบบให้เป็นรถ Fastback ที่ทรงพลัง และสง่างาม โดยติดตั้งไฟเลี้ยว Sequential และไฟหน้าแบบ LED ซึ่งรถในสไตล์ที่มีเสน่ห์นี้ถือได้ว่าเป็น Hi-light ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถยุโรป ในขณะเดียวกันยังคงไว้ซึ่งพื้นที่ภายในห้องโดยสาร และพื้นที่เก็บสัมภาระอันกว้างขวาง ซุ้มล้อที่กว้าง และยางที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ช่วยเน้นการออกแบบตัวถังในรูปแบบสปอร์ตให้ดูมีพลังยิ่งขึ้น นอกจากนี้เรายังยกระดับสมรรถนะพื้นฐานต่างๆ ครั้งใหญ่ ไมว่าจะเป็นประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน และประสิทธิภาพในการควบคุมพวงมาลัย ทั้งหมดนี้ทำให้มั่นใจได้ว่า รถคันนี้คือยนตรกรรมที่เพียบพร้อมไปด้วย Design อันล้ำสมัย และอุปกรณ์ความปลอดภัยขั้นสูง ที่จะมอบความมั่นใจในการขับให้กับลูกค้าได้อย่างแน่นอน นอกจากนี้พื้นที่ภายในห้องโดยสารยังสะท้อนถึงความภาคภูมิใจในการเป็นเจ้าของด้วยบรรยากาศแห่งความเรียบง่าย แต่หรูหราได้อย่างลงตัว ด้วยการใช้วัสดุที่ให้สัมผัสอันอ่อนนุ่มสบายมือ พร้อมเบรคมือไฟฟ้า และหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ ซึ่งมอบสัมผัสแห่งคุณภาพสูง และความรู้สึกล้ำสมัย นอกจากนี้ยังสามารถปรับเลือกสีไฟเพื่อสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารตามความต้องการได้อีกด้วย” 

ความสะดวกสบาย สำหรับรถยนต์ในระดับเริ่มต้นปัจจัยสำคัญคือการขับขี่ที่ง่าย พร้อม Platform ที่ได้พัฒนาขึ้นใหม่นี้ จะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สะดวกสบาย ด้วยการยกระดับสมรรถนะขั้นพื้นฐาน มอบทัศนวิสัยที่ชัดเจน กว้างไกล และความคล่องแคล่วในการเลี้ยว และควบคุมทิศทางของรถในพื้นที่แคบ สำหรับเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหลัง เราเน้นการออกแบบพื้นที่ให้กว้างขวาง และผ่อนคลาย โดยมีเบาะนั่งที่นั่งสบาย เพื่อรองรับคนสำคัญอย่างพ่อแม่ และเพื่อนฝูง ให้ร่วมเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย และด้วย Platform ใหม่ที่มีน้ำหนักเบา ช่วยให้ผู้ขับสามารถบังคับควบคุมคุมพวงมาลัยได้ดั่งใจ พร้อมเพลิดเพลินไปกับการขับขี่ที่มั่นคง สะดวกสบาย จึงอาจกล่าวได้ว่า YARIS ATIV ใหม่คันนี้  เป็นรถที่มีสมรรถนะเหนือระดับกว่ารถรุ่นอื่นๆ ในกลุ่ม Compact sedan” 

ราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่าย ทุกสิ่งที่ผมกล่าวมาข้างต้น ได้ถูกรวบรวมอยู่ในรถคันนี้ พร้อมด้วยราคาที่ง่ายในการเป็นเจ้าของ สำหรับรถในระดับนี้นั้น ปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อไม่ได้อยู่แค่การออกแบบ และองค์ประกอบต่างๆ ของรถยนต์เท่านั้น แต่ยังต้องมีราคาที่ง่ายต่อการเป็นเจ้าของ ด้วยเหตุนี้ผมจึงพัฒนา YARIS ATIV ใหม่ ให้เป็นมากกว่าแค่ผลิตภัณฑ์หนึ่งเท่านั้น แต่ยังมุ่งให้เป็นรถยนต์ที่ส่งเสริมให้ลูกค้าชาวไทยได้ภาคภูมิใจในการเป็นเจ้าของรถรุ่นนี้ และสัมผัสประสบการณ์การใช้งานที่ยอดเยี่ยม เหนือระดับ” มร.คามิโนะ กล่าวถึงผลงานการออกแบบด้วยความภาคภูมิใจ

สเป็คพิเศษ สำหรับประเทศไทย

จากการศึกษาความต้องการของลูกค้าชาวไทยอย่างลึกซึ้ง จึงนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้กับคนไทยเป็นพิเศษ ผ่านองค์ประกอบต่างๆ ได้แก่

  1. ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร (Ambient light) 64 เฉดสี แนวเส้นไฟส่องสว่างได้รับการออกแบบติดตั้งอยู่บริเวณแผงหน้าปัด เพื่อเพิ่มความรู้สึกหรูหรา ล้ำสมัย ให้กับพื้นที่ภายในห้องโดยสาร
  2. เบาะหนังสีแดง เพื่อมอบความรู้สึกพึงพอใจเหนือระดับให้กับลูกค้าที่มองหาความหรูหราภายในห้องโดยสาร
  3. ชิ้นส่วนตกแต่งภายนอกสีเทเมทัลลิก ช่วยเน้นความโดดเด่นให้กับรูปลักษณ์ทรงสปอร์ต และช่วยเสริมบุคลิกอันโฉบเฉี่ยวให้กับรถคันนี้
  4. ลำโพงระดับ Premium เนื่องจากความสะดวกสบายภายในห้องโดยสารเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญมากยิ่งขึ้นในตลาดรถยนต์ปัจจุบัน ดังนั้นเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดนี้ จึงติดตั้งระบบเสียงที่มีคุณภาพสูง มอบเสียงเพลงอันไพเราะ ทรงพลัง เพื่อให้ลูกค้าเพลิดเพลินยิ่งขึ้นในระหว่างการขับขี่ 

นายสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวถึงแผนการตลาดว่า “สำหรับตลาดรถยนต์นั่ง ECO Car มีสัดส่วนการขายถึง 56% ซึ่งในจำนวนนี้เป็นรถ Sedan ถึง 50% หรือมากถึงเกือบ 100,000 คันต่อปี จากข้อมูลการขายพบว่า YARIS ATIV เป็นรถที่ได้รับความนิยมจากลูกค้าในทุก Segment ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้ซื้อรถคันแรก First jobber พนักงานบริษัท เจ้าของกิจการค้าขาย รวมทั้งข้าราชการ นอกจากนี้ผลการวิจัยยังระบุว่าในสภาะการแบบ New normal ทำให้ทุกคนอยากมีรถส่วนตัวไว้สักคัน เพื่อการเดินทางอย่างมั่นใจ และปลอดภัย เราจึงพัฒนา All New TOYOTA YARIS ATIV ให้เป็น Beloved People’s Car หรือรถที่เป็นที่ชื่นชอบของทุกคน โดยเรามุ่งมั่นที่จะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าทุกกลุ่มใน 3 ด้านด้วยกัน ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุด ประสบการณ์ที่ดีที่สุด และการสนับสนุนการเดินทางด้วยเทคโนโลยีล่าสุด” 

นายสุรศักดิ์ กล่าวรายละเอียดเพิ่มเติมว่า “เริ่มต้นจากผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุด หรือ “The Best Product” YARIS ATIV ใหม่ มีความหลากหลายด้วยดีไซน์ที่สวยงาม สเป็คที่เหนือกว่า จัดเต็ม โดยหลายฟังก์ชั่นจะเป็น First-in-class และยังยึดมาตรฐาน QDR อันเป็นเอกลักษณ์ของโตโยต้า พร้อมด้วยจุดเด่นมากมาย นับได้ถึง 30 จุด  

 

จุดเด่นผลิตภัณฑ์

  • ตัวถังสไตล์ ”Fastback style” ซึ่งปัจจุบันเป็นที่นิยมในรถยุโรปหลายรุ่น หรูหรามากขึ้น และยังส่งผล

ให้ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศต่ำเพียงแค่ 0.284 นอกจากนี้ YARIS ATIV ใหม่ ทุกรุ่นจะมาพร้อมไฟหน้าแบบ Full LED ล้ออัลลอยด์ Two tone ขนาด 16 นิ้ว และยังมีไฟท้ายแบบ Full LED Light-guiding    ไฟเลี้ยว Sequential ใหม่ การออกแบบรถสามารถต่อยอดการตกแต่งได้หลากหลาย ครอบคลุมความชอบของลูกค้าหลายๆ กลุ่ม

  • ดีไซน์ภายใน ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ และยกระดับคุณภาพของรถยนต์นั่งขนาด

เล็ก ด้วยการเลือกใช้วัสดุตกแต่งภายในที่มีคุณภาพ ดีไซน์เรียบหรู และเพิ่มความล้ำสมัยเหนือระดับด้วยการเป็น Brand แรกที่มีเบรคมือไฟฟ้า EPB รวมทั้งไฟ “Ambient light” สร้างบรรยากาศในห้องโดยสาร สามารถปรับได้ถึง 64 เฉดสี รวมถึงและหน้าปัด Full digital รวมทั้งมีภายในสีแดงให้เลือกที่โดดเด่น ไม่เหมือนใคร

  • อุปกรณ์ความปลอดภัย จัดเต็มด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยมาตรฐานทุกรุ่น เช่น Airbag 6

ตำแหน่ง ระบบ ABS / EBD / BA / VSC / TRC และยังมีเทคโนโลยีความปลอดภัย Toyota Safety Sense ครบครัน ดีที่สุดในคลาส และยังมีสเป็คที่ติดตั้งมาเป็น Brand แรกอีกด้วย เช่น

  • ระบบความปลอดภัยก่อนการชน PCS (Pre-Collision System)
  • ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลนพร้อมพวงมาลัยดึงกลับอัตโนมัติ LDA (Lane Departure Alert)
  • ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนตัว (Front Departure Alert)
  • ระบบป้องกันการเหยียบคันเร่งแบบผิดวิธี (Pedal Misoperation Control)
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High Beam)
  • รวมถึงระบบช่วยเตือนความปลอดภัยอื่นๆ เช่น BSM, RCTA, Panoramic View Monitor และสัญญาณกะระยะรอบคัน
  • อุปกรณ์อำนวยความสะดวก จัดเต็มมากมายที่สุดในคลาส
  • Push start / Smart entry และวิทยุหน้าจอสัมผัสรองรับ Apple Car Play, Android auto ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น
  • ระบบ T-Connect เป็นมาตรฐานทุกรุ่น

                                   สเปคเด็ดๆ จัดเต็มอีกหลายรายการ เช่น

  • Adaptive cruise control แบบ All-Speed
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมระบบตรวจวัด และกรองฝุ่น PM5 พร้อมช่องแอร์ด้านหลัง
  • เบรคมือไฟฟ้า EPB และระบบหน่วงเบรคอัตโนมัติ ABH
  • ลำโพง Pioneer Premium Speaker 6 ตำแหน่ง
  • เครื่องเสียงขนาดหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว ช่องต่อ USB ด้านหลัง กล้องบันทึกเหตุการณ์หน้ารถ
  • การออกแบบที่คำนึงถึงการใช้งานจริง สามารถตอบโจทย์ลูกค้าคนไทยในแบบที่ไม่มีใครทำได้มาก่อน เช่น
  • ตำแหน่งที่วางแก้วน้ำ แก้วกาแฟ รับกับขนาดแก้วกาแฟของเมืองไทย มีถึง 4 ตำแหน่งรอบคัน
  • กระจกแต่งหน้าขนาดใหญ่พิเศษ พร้อมไฟ LED สีขาว สำหรับกลุ่มลูกค้าผู้หญิง
  • ที่เก็บของบริเวณต่างๆ ในรถ เพียงพอ และใช้งานได้จริง
  • สมรรถนะการขับขี่ เน้นการพัฒนาสมรรถนะการขับขี่ให้เป็นรถยนต์คันแรกที่คนขับจะรัก เพราะขับง่าย ควบคุมง่าย และมั่นใจ และหากเป็นคนนั่งก็จะรู้สึกสบาย เงียบ และนุ่มนวล
  • แพลตฟอร์มและ เกียร์ CVT ใหม่ พร้อมกับการปรับจูนเครื่องยนต์ ที่ส่งผลให้ รถควบคุมได้ง่ายขึ้น ทรงตัวได้ดี นุ่มนวล และตอบสนองขณะออกตัว และขับขี่ในเมืองได้ดีขึ้น พวงมาลัยมีน้ำหนักเบาขึ้นในความเร็วต่ำ โดยรวมขับง่าย คล่องตัวขึ้น
  • ห้องโดยสารที่เคยเงียบ จะเงียบขึ้นกว่ารุ่นปัจจุบัน และเงียบกว่าคู่แข่งหลัก ด้วยการ “เพิ่มเพื่อลด” เพิ่ม จุดเชื่อมตามตำแหน่งต่างๆ เพื่อ ลดเสียงรบกวนจากห้องเครื่องยนต์ ลดเสียงลมภายนอก และลดแรงสั่นสะเทือน และโตโยต้าเป็นเจ้าเดียวในคลาสที่ให้ดิสก์เบรก 4 ล้อ ช่วยเบรกได้อย่างนุ่มนวล มั่นใจ และระยะเบรกสั้นกว่าคู่แข่งหลัก 

สรุปสเป็คเด่นของแต่ละรุ่น

  • รุ่นเริ่มต้น SPORT ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ลูกค้าจะได้สัมผัสทั้งฟังก์ชั่น และความใหม่ที่มาเหนือกว่ารถรุ่นปัจจุบัน เช่น
    • Push start / Smart entry
    • ชุดไฟหน้า Full LED / ล้ออัลลอยด์ Two tone ขนาด 16 นิ้ว / พวงมาลัยปรับได้ 4 ทิศทาง พร้อมปุ่มเลือกโหมดการขับขี่ ECO / Normal / Power บนพวงมาลัย
    • วิทยุหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับ Apple Car Play และ Android Auto
    • ที่วางแก้วน้ำ 4 ตำแหน่ง
    • คอนโซลหน้าบุนุ่ม
    • ระบบความปลอดภัยมาตรฐาน ABS / EBD / BA / VSC / TRC / HAC / EBS
  • รุ่น SMART เพิ่มฟังก์ชั่นต่างๆ มากมาย ตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มที่เน้นความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น แต่ราคาง่ายต่อการเป็นเจ้าของในแบบที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน โดยเพิ่มเติม
  • ชุดไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED Light Guiding
  • มาตรวัดแบบ Full digital
  • วิทยุหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว รองรับ Apple Car Play และ Android auto
  • ช่องต่อ USB 4 ช่อง บริเวณคอนโซลด้านหน้า และด้านหลัง
  • เบาะหนังสังเคราะห์ และผ้า
  • เสาอากาศแบบครีบฉลาม
  • ระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense : ระบบความปลอดภัยก่อนการชน (Pre-Collision System) ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (Lane Departure Alert) พร้อมพวงมาลัยดึงกลับ ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนต้ว (Front Departure Alert) ระบบป้องกันการเหยียบคันเร่งผิดวิธี (Pedal Misoperation Control) พร้อมเพิ่มความมั่นใจด้วยกล้องบันทึกภาพหน้ารถ และกล้องมองหลัง
  • รุ่น PREMIUM ตอบสนองลูกค้ากลุ่มที่ต้องการความสวย เนี๊ยบ มีระดับ และความมั่นใจในการขับขี่ที่เหนือกว่ารถในระดับเดียวกัน
  • ระบบไฟส่องสว่างหลังจากดับเครื่องยนต์ Follow Me Home
  • ไฟท้ายแบบ Full LED พร้อมไฟเลี้ยวแบบ Sequential
  • ภายในตกแต่งด้วย Ambient light ปรับได้ 64 เฉดสี บริเวณคอนโซลกลาง
  • ระบบกรองฝุ่น PM 2.5 พร้อมจอแสดงสถานะ
  • ระบบเบรคมือไฟฟฟ้า EPB พร้อมระบบหน่วงเบรคอัตโนมัติ ABH
  • ยกระดับความปลอดภัยครบครันจากรุ่น SMART ด้วยกล้องมองรอบคัน (Panoramic View Monitor) สัญญาณเตือนกะระยะรอบคัน 6 ตำแหน่ง ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกข้าง (Blind Spot Monitor) ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ (Rear Cross Traffic Alert) ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ(Automatic High Beam) และดิสก์เบรก 4 ล้อที่ช่วยให้เบรกได้อย่างนุ่มนวล มั่นใจ ระยะเบรคสั้น
  • และ รุ่น Premium Luxury ซึ่งเป็นรุ่นแห่งความสมบูรณ์แบบ หรูถูกใจ Lifestyle คนเมือง ตอบสนองความ ต้องการของ Young Management ที่มองหาความสมบูรณ์แบบ ฟังก์ชั่นครบครันทุกความต้องการ คุ้มค่า และแตกต่าง ด้วย Feature แบบจัดเต็ม เช่น
    • ภายในตกแต่งด้วยสีแดง ทั้งบริเวณคอนโซลหน้าและเบาะหนังแท้
    • Ambient light 64 เฉดสี เพิ่มตำแหน่งที่คอนโซลหน้า คอนโซลกลาง และแผงประตูด้านหน้า
    • Pioneer Premium Speaker 6 ตำแหน่ง

นายสุรศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมถึงการตกแต่งรถรุ่นนี้ว่า เพื่อให้ YARIS ATIV ใหม่ เป็น Beloved People Car ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย เราได้เตรียม Package ชุดตกแต่งพิเศษ เพื่อเสริมความมั่นใจ และตัวตนของลูกค้าแต่ละกลุ่มได้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน  นอกจากนี้เพื่อตอบสนองความต้องการที่โดดเด่น และแตกต่าง สะท้อนภาพลักษณ์ที่เป็นตัวคุณเองอย่างมั่นใจ ชุดอุปกรณ์ตกแต่งหลากหลาย Package ได้ถูกออกแบบมาเฉพาะสำหรับ YARIS ATIV ใหม่”

 

ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง All New YARIS ATIV  

  1. ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง LUSSO (ลูสโซ่)

เพิ่มความโดดเด่น เสริมภาพลักษณ์ให้ดูดี มีระดับ และเปลี่ยนคาแร็คเตอร์ของรถให้ดูทันสมัยมากยิ่งขึ้น ด้วยชุดสเกิร์ตรอบคัน และสปอยเลอร์ฝาท้าย โดดเด่นสะดุดตาด้วยสีทูโทน (สีเดียวกับตัวรถตัดด้วยสีดำ Glossy black)

ราคาจำหน่ายแนะนำ  :  19,990 บาท (รวม VAT)

  1. ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง CHIARO (เคียโร่)

เพิ่มความหรูหรา สะดุดตา เสริมภาพลักษณ์ให้สง่างาม และโดดเด่น ด้วยการตกแต่งรายละเอียด ด้วยชิ้นส่วนโครเมี่ยมเกรดคุณภาพในส่วนต่างๆ รอบคัน

ราคาจำหน่ายแนะนำ  :  8,690 บาท (รวม VAT)

  1. ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง PRESTO (เพรสโต้)

ด้วยแรงบันดาลใจจากสนามแข่ง นำมาสู่การออกแบบชุดแต่ง PRESTO ที่สร้างความตื่นเต้นเร้าใจ ในทุกมุมมอง โดดเด่นด้วยเส้นสายที่เฉียบคม พุ่งทะยานไปข้างหน้า เพิ่มความดุดันด้วยสีทูโทน      (สีเดียวกับตัวรถตัดกับสีดำ) และเพิ่มความสปอร์ตด้วยสติกเกอร์คาดฝากระโปรง หลังคา และฝาท้าย สีดำแดง

ราคาจำหน่ายแนะนำ  :  17,500 บาท (รวม VAT)

นายสุรศักดิ์ ได้กล่าวถึง Package การขายสำหรับรถรุ่นนี้อีกด้วยว่า สิ่งที่ดีที่สุดต่อไปคือ ประสบการณ์ที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็น…

ประสบการณ์การซื้อ

“ด้วยราคาที่ทำให้ลูกค้าเป็นเจ้าของได้ง่าย รวมถึง Package ทางการเงินรูปแบบใหม่ เราจะทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ ประกอบด้วย Package ทางการเงินหลากหลายแบบซึ่งพร้อมให้ลูกค้าเลือกใช้ เราตระหนักถึงความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม จึงได้ร่วมมือกับพันธมิตรพร้อมพัฒนาเทคโนโลยีดิจิตอล    ทำให้สามารถเสนอบริการได้หลากหลาย”

  • CAL [Connected Auto Loan] การอนุมัติสินเชื่อรถยนต์ที่ทำให้เป็นเจ้าของรถได้ง่ายขึ้น
  • Toyota Smart Buy ลูกค้าสามารถเช็ควงเงินสินเชื่อล่วงหน้าได้สะดวก รวดเร็ว
  • Low Installment “ผ่อนยาวเป็นพิเศษ 96 งวด ราคาผ่อนต่องวด 6,900 บาท/เดือน
  • Sabuy:D แบบ 7 ปี ให้ลูกค้าผ่อนสบาย พร้อมทางเลือกในงวดที่ 84 ราคาผ่อนต่องวด 5,900 บาท/เดือน
  • Flexible Payment สำหรับพนักงานเงินเดือน ที่สามารถเลือกจ่ายเพิ่ม หรือลดได้ตามช่วงเวลาที่ต้องการ
  • No Down Payment [Asset] โดยใช้เอกสารแสดงความเป็นเจ้าของทรัพย์สิน หรือ ที่อยู่อาศัยมาใช้เป็นหลักประกัน แทนเงินดาวน์
  • Alive X ลูกค้าสามารถนำคะแนน The 1 มาใช้ในการดาวน์รถได้
  • KINTO Long Term 5 Yrs / Rent to Own
  • Reverse Mortgage “บ้านเพิ่มรถ”สำหรับกลุ่มผู้เกษียณอายุ ที่ต้องการเปลี่ยนบ้านเป็นเงินใช้จ่ายประจำเดือน และการซื้อรถ 

ประสบการณ์การใช้งาน

เรามอบความสุขให้ลูกค้า ด้วยค่าใช้จ่ายในการเป็นเจ้าของต่ำที่สุด (Lowest Cost of Ownership)”

  • ประกันภัยแบบ PHYD ที่ทำให้เบี้ยประกันถูกลงกว่าประกันภัยชั้น 1 ทั่วไป 10%
  • บริการใหม่ Toyota Connected Frequent Service Reward โดยปกติ warranty จะมีที่ 3 ปี แต่ด้วยการทำงานร่วมกับระบบ T-Connect เราจะติดตามลูกค้าให้เข้ามาเช็คระยะได้อย่างแม่นยำ อุปกรณ์ยืดการใช้ได้นานขึ้น ถ้าลูกค้ารับบริการทุกช่วงระยะต่อเนื่อง เราจะมอบ Warranty เพิ่มให้อีก ในปีที่ 4 และ ปีที่ 5 โดยลูกค้าไม่ต้องจ่ายเงินซื้อ ระยะเวลาสูงสุด 2 ปี
  • บริการ Pick & Drop สำหรับลูกค้าที่ไม่สะดวกนำรถเข้าศูนย์บริการ
  • Alive X การสะสมและใช้คะแนน The 1 ที่ศูนย์บริการโตโยต้า และร้านค้าชั้นนำที่ร่วมรายการ

Best Mobility Support

“ส่งเสริมการเดินทางอย่างไร้ขีดจำกัด ให้กับลูกค้า โดยการใช้ Connected technology ในการอำนวยความสะดวก”

  • ครั้งแรกกับ Technology T-Connect สร้างความสุข และ worry-free ให้กับลูกค้า เช่น Theft Track ที่สามารถติดตามรถที่หาย ที่สำคัญ ยังมี Toyota Alive-X และ ผู้ช่วยส่วนตัว ที่คอยให้บริการด้านต่างๆ ในทุกรุ่น
  • บริการใหม่จาก T-Connect, Reminder & Booking พร้อมตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มนี้ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าทั่วไป หรือกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ 

ALL NEW TOYOTA YARIS ATIV

Our Beloved นี่แหละ…รถของเรา”

 

OUR EXCITEMENT…สมรรถนะการขับขี่ดีเยี่ยม

เครื่องยนต์ขับขี่มั่นใจเต็มสมรรถนะ พร้อมพาไปสู่ทุกจุดหมาย

  • เครื่องยนต์ Dual VVT-iE ขนาด2 ลิตร 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว
  • กำลังสูงสุด 94 แรงม้า (69 กิโลวัตต์) ที่ 6,000 รอบ/นาที
  • แรงบิดสูงสุด 110 นิวตัน-เมตร (11.2 กก.- เมตร) ที่ 4,400 รอบต่อนาที
  • ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 3 กิโลเมตร/ ลิตร
  • ผ่านการรับรองมาตรฐาน มลพิษ EURO 5
  • ระบบส่งกำลัง เกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i พร้อม Sequential Shift
  • ระบบช่วงล่างด้านหน้า แม็คเฟอร์สันสตรัทพร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังแบบทอร์ชั่นบีมและคอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง
  • สวิตซ์ปรับโหมดการขับขี่บนพวงมาลัยได้ถึง 3 แบบ ECO / NORMAL /SPORT
  • พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EPS
  • ดิสก์เบรก 4 ล้อ 

OUR IDENTITY…ดีไซน์ภายนอก

  • Fastback Design สะท้อนความสปอร์ตสไตล์พรีเมียม โฉบเฉี่ยวด้วยหลังคาด้านท้าย ลาดเอนมีเอกลักษณ์
  • ไฟท้ายแบบ LED Light Guiding พร้อมไฟเลี้ยว LED แบบ Sequential
  • ไฟหน้าพร้อมไฟเลี้ยวแบบ LED และไฟส่องสว่างแบบ LED Light Guiding
  • Vortex Generator ดีไซน์ช่องลมพิเศษ ช่วยให้รถทรงตัวนิ่งในทุกช่วงความเร็ว
  • กระจังหน้าสีดำเงาดีไซน์ใหม่ พร้อมล้ออัลลอยปัดเงาสีทูโทนขนาด 16 นิ้ว อัพไซส์ความมั่นใจ อีกระดับของความพรีเมียม

OUR PASSION…ดีไซน์ภายใน

  • เบาะหนังสังเคราะห์สีแดงทรงสปอร์ต พร้อมตกแต่งด้วยด้ายสีแดง
  • คอนโซลหน้าหุ้มหนังสังเคราะห์สีแดงแบบ Premium Soft Touch พร้อมตกแต่งด้วยแถบสีเงินเมทัลลิก
  • ไฟ Ambient Light ภายในห้องโดยสาร บริเวณคอนโซลกลาง / ด้านบน / แผงประตูด้านหน้า ปรับได้ 64 เฉดสี
  • ช่องปรับอากาศตกแต่งด้วยวัสดุโครเมียม สะท้อนความพรีเมียมให้ห้องโดยสาร 

OUR CONVENIENCE…ฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลาย

มากมายหลายฟังก์ชัน…ครบครันทั้งความบันเทิง และความสะดวกสบาย

  • หน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto
  • ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ ดีไซน์ปุ่มสะท้อนความพรีเมียม
  • ช่องต่ออุปกรณไฟฟ้า 12V บริเวณคอนโซลด้านหน้า
  • ช่องต่อ USB 4 ช่อง บริเวณคอนโซลด้านหน้า และด้านหลังคอนโซลกลาง
  • ระบบกรองฝุ่น 5 พร้อมสถานะแจ้งเตือนระดับฝุ่นภายในห้องโดยสาร
  • พวงมาลัยหุ้มหนังนุ่มพิเศษตกแต่งด้วยด้ายสีเทา และแถบสีเงินเมทัลลิก
  • ระบบเบรกมือไฟฟ้า พร้อมระบบหน่วงเบรกอัตโนมัติ
  • ระบบ Push Start
  • ช่องปรับอากาศ สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง
  • มาตรวัดแบบ Digital พร้อมจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบสี TFT ขนาด 7 นิ้ว
  • พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้าย พร้อมแผ่นกั้นห้องและช่องเก็บของอเนกประสงค์ 

OUR CONFIDENCE…ระบบความปลอดภัย

 Toyota Safety Sense

  • Automatic High Beams ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ
  • Lane Departure Alert ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน พร้อมพวงมาลัยดึงกลับอัตโนมัติ
  • Pre-Collision System ระบบความปลอดภัยก่อนการชน
  • Pedal Misoperation Control ระบบป้องกันการเหยียบคันเร่งแบบผิดวิธี
  • Front Departure Alert ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนตัว
  • All-Speed Adaptive Cruise Control ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบ All-Speed

ACTIVE SAFETY

  • ระบบป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-lock Brake System)
  • ระบบควบคุมการทรงตัว VSC (Vehicle-Stability Control)
  • ระบบกระจายแรงเบรค EBD (Electronic Brake-force Distribution)
  • ระบบเสริมแรงเบรก BA (Brake Assist)
  • กล้องมองรอบคัน (Panoramic View Monitor)
  • ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Monitor)
  • ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ (Rear Cross Traffic Alert)
  • สัญญาณเตือนกะระยะ ด้านหน้า 2 ตำแหน่ง และด้านหลัง 4 ตำแหน่ง
  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (Hill-start Assist Control)
  • ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัย สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง
  • ระบบไฟส่องสว่างหลังจากดับเครื่องยนต์ (Follow-Me-Home)
  • กุญแจรีโมท พร้อมระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer และระบบเตือนการโจรกรรม TDS
  • ระบบล็อกประตูอัตโนมัติเมื่อถึงความเร็วที่กำหนด (Speed Auto Lock)
  • กล้องบันทึกภาพหน้ารถ 

PASSIVE SAFETY

  • ถุงลมเสริมความปลอดภัย SRS 6 ตำแหน่ง (คู่หน้า / ด้านข้าง / ม่านด้านข้าง)
  • โครงสร้างตัวถังนิรภัย GOA
  • ชุดซ่อมยางฉุกเฉิน

นายสุรศักดิ์ กล่าวถึงกลยุทธ์การเปิดตัวรถครั้งสำคัญนี้ว่าเพื่อให้ผลิตภัณฑ์ของเราเป็นรถยนต์ยอดนิยมของคนไทย และนี่คือที่มาของ Slogan ALL NEW Toyota Yaris Ativ …. Our Beloved นี่แหละ…รถของเรา ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร รถคันนี้ก็สามารถตอบสนองความต้องการของคุณ และจะเป็นรถที่ทุกคนรัก และอยากได้ เพื่อเป็นการตอกย้ำถึงภาพลักษณ์ของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ผมขอแนะนำ Presenter คนล่าสุด ที่ทุกท่านอาจได้รับชมผ่าน Teaser ไปแล้ว ซึ่งเป็นคนไทยที่มีชื่อเสียงในระดับโลก เป็นที่รู้จักในหลากหลายกลุ่ม สามารถสะท้อนภาพลักษณ์ ที่บ่งบอกถึงความ Premium ทันสมัย และส่งต่อความ Proud to own ไปสู่ผลิตภัณฑ์ของเราได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น  และหลังจากนี้เราจะจัดกิจกรรมเปิดตัวที่โชว์รูมผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 19-21 สิงหาคม เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสและทดลองขับ พร้อมกันนี้ ลูกค้าที่ซื้อรถ All New Toyota Yaris Ativ ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 31 ธันวาคม เตรียมพบกับกิจกรรมสุด Exclusive กับ Presenter ของเรา BAMBAM ในช่วงปีหน้า อย่างไรก็ตาม ขอให้ติดตามรายละเอียดกิจกรรม ที่ทาง Toyota จะแจ้งให้ทราบอีกครั้งนะครับ” นายสุรศักดิ์ กล่าวเชิญชวนด้วยความภาคภูมิใจ 

เลือกเป็นเจ้าของ ALL NEW TOYOTA YARIS ATIV” ได้ 7 รุ่น 7 สี

  • ใหม่ สีส้ม SPICY SCARLET** สีขาว Super White                          
  • สีเงิน Metal Stream สีเทา Urban Metal
  • สีแดง Red Mica Metallic สีดำ Attitude Black Mica
  • สีขาวมุก Platinum White Pearl**

**สีพิเศษเพิ่ม 7,000 บาท 

เลือกรถที่ใช่ สไตล์คุณ กับราคา และข้อเสนอที่คุ้มค่าสูงสุด

  • PREMIUM LUXURY  ราคา    689,000 บาท
  • PREMIUM ราคา 659,000 บาท
  • SMART ราคา    584,000 บาท
  • SPORT ราคา    539,000 บาท   

ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงานเท่านั้น

 

นายสุรศักดิ์ ได้กล่าวถึง Campaign ส่งเสริมการขายสำหรับรถรุ่นนี้ว่า “นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอสุดพิเศษ 3 ทางเลือก ได้แก่…

  • ไม่ต้องดาวน์ หรือ
  • ผ่อนเริ่มต้นเพียง 5,499 บาทต่อเดือน (ดาวน์ 25% 84 เดือน) พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 โตโยต้าแคร์ “ขับดีลดให้” PHYD หรือ
  • รับดอกเบี้ยต่ำสุด 75% (ดาวน์ 25% 48 เดือน) พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 โตโยต้าแคร์ “ขับดีลดให้” PHYD

ข้อเสนอพิเศษเพิ่มเติม สำหรับลูกค้าเฉพาะกลุ่ม

  • “Payroll” พนักงานเงินเดือนรับข้อเสนอสุดพิเศษ “ไม่ต้องดาวน์ ไม่ต้องมีผู้ค้ำ” พร้อมส่วนลดดอกเบี้ยสูงสุด 40% มูลค่ากว่า 14,000 บาท”
  • “Graduate” นักศึกษาจบใหม่ รับข้อเสนอพิเศษ ส่วนลดดอกเบี้ยสูงสุด 40% มูลค่ากว่า 14,000 บาท

*หมายเหตุ รายละเอียดข้อเสนอขึ้นอยู่กับสถาบันการเงินที่เข้าร่วม 

 

สัมผัส และทดลองขับ ALL NEW TOYOTA YARIS ATIV ในงาน BIG Motor Sale ระหว่างวันที่ 19 – 28 สิงหาคม นี้ ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา กรุงเทพฯ และพบกิจกรรมพิเศษที่ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 19 – 21 สิงหาคม ศกนี้ 

ติดตามข้อมูลผลิตภัณฑ์และกิจกรรมการตลาดเพิ่มเติมได้ที่

https://www.toyota.co.th/

Facebook: Toyota Motor Thailand

LINE ID: @ToyotaThailand

“60 ปี โตโยต้า ร่วมขับเคลื่อนอนาคต”

 

TTC Motor ชวนร่วมสัมผัสประสบการณ์มหัศจรรย์ Ultimate Fantastic Deal ตลอดเดือนสิงหาคม

0

TTC Motor เชิญลูกค้าร่วมสัมผัสประสบการณ์มหัศจรรย์สุดพิเศษ ตลอดเดือนสิงหาคม ด้วยแคมเปญ  Ultimate Fantastic Deal ให้คุณจะได้ตื่นตา ตื่นใจกับแคมเปญ พร้อมกิจกรรมสุดพิเศษสำหรับคุณแม่ๆ ในหลากหลายกิจกรรม พร้อมการตกแต่งโชว์รูม ที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งคุณจะประทับใจอย่างไม่รู้ลืมและจะต้องเข้ามาที่โชว์รูม TTC สาขาพัฒนาการ 45 ตลอดเดือนสิงหาคมนี้

นายอัครินทร์ ตั้งทวีสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีทีซี มอเตอร์ จำกัด ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์, เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี, เมอร์เซเดส-มายบัคและเมอร์เซเดส-อีคิว อย่างเป็นทางการ เผยว่า สำหรับเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นเดือนพิเศษของคุณแม่ทั้งประเทศ TTC Motor เตรียมแคมเปญดีๆไว้มอบให้คุณลูกค้าทุกท่าน ได้ร่วมสัมผัสประสบการณ์กับดีลสุดพิเศษกับประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร ในแคมเปญ Ultimate Fantastic Deal  วันนี้ถึง 31 สิงหาคมนี้

สำหรับความพิเศษในส่วนของโปรโมชั่นได้แก่

ดอกเบี้ย 0.88%

ดาวน์เริ่มต้น 88,000 บาท

ผ่อนเริ่มต้น 19,900 บาทกับโปรแกรม mySTAR*

MBSP 5 ปี

ประกันภัย 5 ปี

ผ่อนดาวน์ผ่านบัตรเครดิต 0% นาน 6 เดือน

ส่วนกิจกรรมที่พิเศษสุด ซึ่ง TTC Motor เตรียมไว้ร่วมบอกรักแม่กับลูกค้าคนพิเศษ ในวันที่ 12 สิงหาคมนี้ ด้วยคลาสการเรียนจัดดอกไม้เพื่อแม่  พร้อมด้วยมินิคอนเสิร์ต ศิลปินลิปตา โฟโต้บูท กิ๊ฟเซ็ท Cookie Climex! จาก the Rolling Pinn

นายอัครินทร์กล่าวเสริมว่า “ในวันอื่นๆตลอดเดือน เราได้เตรียมความตื่นตา ตื่นใจ ในส่วนของกิจกรรมไว้เสิร์ฟลูกค้าทุกท่าน ที่เข้ามาใช้บริการในโชว์รูม ท่านจะได้สัมผัสถึงความประทับใจ

ทั้งด้านการตกแต่งโชว์รูม เพื่อสร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้า สามารถเช็คอิน อวดมุมสวยๆ ผ่านออนไลน์ ได้อย่างไม่จำเจ  เรียกว่ามาแล้วมาอีกได้ หากคุณพลาดมุมพิเศษในสไตล์ไหนไป สามารถกลับมาเช็คอินที่ โชว์รูมทีทีซี มอเตอร์ พัฒนาการ 45 ทั้งนี้เรายังมีอาหารต้นตำรับสุดพิเศษจาก Water Library เพื่อบริการให้ลูกค้าทุกท่านอีกด้วย”

 

สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่

พัฒนาการ 45 โทร. 1274, 083-545-6456

อุบลราชธานี โทร. 045-475-222

Line: @benzttc

FB,IG: @BenzTTC

การเผยโฉมครั้งแรกของปอร์เช่ 911 GT3 R เจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุด

0

รถแข่งปอร์เช่ 911 GT3 R ใหม่ จะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการต่อสาธารณะชนในปีนี้ และในตลอดระยะเวลาของการแข่งขัน Spa-Francorchamps 24 ชั่วโมง บรรดาทีมแข่งอิสระของปอร์เช่จะสามารถนำรถแข่งคันใหม่เข้าร่วมการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตในรายการต่างๆ ได้ทุกสนามทั่วโลก ภายใต้กฎข้อบังคับรุ่น GT3 โดยจะเริ่มต้นตั้งแต่ฤดูกาล 2023 เป็นต้นไป สำหรับตัวรถแข่งได้รับการพัฒนาขึ้นจากพื้นฐานของรถปอร์เช่ 911 รุ่นตัวถัง 992 เจอเนอเรชั่นล่าสุด และเมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นก่อนหน้า รถแข่งปอร์เช่ 911 GT R ใหม่ ประจำการด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ให้พละกำลังสูงสุด 565 แรงม้า (416 กิโลวัตต์) ระบบอากาศพลศาสตร์ที่มีเสถียรภาพยิ่งขึ้น และสมดุลของตัวรถเหนือระดับอย่างไร้ขีดจำกัด    

สตุ๊ทการ์ท. การมาถึงของรถแข่งปอร์เช่ 911 GT3 R เจเนอเรชั่นล่าสุด ทำให้ปอร์เช่พร้อมส่งรถแข่งคันใหม่ให้กับทีมแข่งอิสระถือเป็นผู้ท้าทายรายใหม่ที่จะลงแข่งในสนามความเร็วทั่วโลกในรายการแข่งขันในรุ่น GT3  สำหรับรุ่นนี้มีพื้นฐานมาจากรถสปอร์ตปอร์เช่ตัวถัง 992 รุ่นปัจจุบัน ซึ่งจะถูกส่งลงสู้ศึกตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของฤดูกาล 2023 โดยกระบวนการพัฒนาได้เกิดขึ้นเมื่อปี 2019 โดยมุ่งเน้นไปที่การยกระดับการขับขี่สำหรับนักแข่งมืออาชีพ หรือที่เรียกกันว่า gentleman drivers รวมทั้งเสริมประสิทธิภาพตัวรถให้มีความยืดหยุ่นสามารถรองรับ Balance of Performance (BoP) ที่แตกต่างกันไปในแต่ละรุ่นเพื่อการแข่งขันที่มีประสิทธิภาพได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนั้นยังเน้นไปที่ความปราดเปรียวในการบังคับควบคุม และลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาให้แก่ทีมแข่ง

Michael Dreiser ผู้อำนวยการของแผนก Porsche Motorsport กล่าวว่า “รถแข่งปอร์เช่ 911 GT3 R ใหม่ ต้องเข้ามารับบทบาทอันยิ่งใหญ่ครั้งนี้ ซึ่งในโมเดลรุ่นพี่ได้เคยเอาชนะได้เกือบทุกการแข่งขันที่มีในระดับของ GT3 ตลอด 4 ฤดูกาลที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2019 โดยความสำเร็จอันโดดเด่นนั้นได้รวมเอาชัยชนะ overall ไว้ในการแข่งขันระยะยาว 24 ชั่วโมง ทั้งที่สนาม Nürburgring และสนาม Spa-Francorchamps จากฝีมือของเหล่าทีมแข่งอิสระของเรา โดยรถแข่งรุ่นก่อนหน้ามีคะแนนสะสมเป็นอันดับ 1 ของรุ่นในรายการ Daytona 24 ชั่วโมง และ Sebring 12 ชั่วโมง รถแข่งรุ่นใหม่ต้องพร้อมรับมือกับภารกิจที่หนักหน่วงของทีมแข่งอิสระทั้งหลาย”

หลังจากมีการการประกาศให้การแข่งขันในรุ่น GT3 เป็นอีกหนึ่ง professional category ของการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ North American IMSA series รายการ FIA WEC World Endurance Championship ก็ได้มีการประกาศให้การรับรองตามมาติด ๆ ว่าตั้งแต่ฤดูกาล 2024 เป็นต้นไป รถแข่งในรุ่น GT3 อาทิเช่น ปอร์เช่ 911 GT3 R ใหม่ จะสามารถเข้าร่วมการแข่งขันในรายการระดับตำนาน Le Mans 24 ชั่วโมง ได้เป็นครั้งแรก

Sebastian Golz ผู้จัดการโครงการ 911 GT3 R ของแผนก Porsche Motorsport กล่าวย้ำว่า “เราบรรลุวัตถุประสงค์ ด้วยความสำเร็จที่เหนือธรรมดาของรถแข่งรุ่นก่อนหน้า ด้วยเหตุนี้ บรรทัดฐานสำหรับรุ่นถัดมาถือจึงถูกกำหนดมาตรฐานไว้สูงมาก โดยงานของเราไม่ได้เน้นหนักที่การทำให้รถแข่งปอร์เช่ 911 GT3 R คันใหม่วิ่งได้เร็วขึ้น ภายใต้กรอบข้อจำกัดด้านสมรรถนะของรุ่นการแข่งขันนี้ถูกกำหนดเอาไว้ด้วย BoP (Balance of Perfomance) ซึ่งทำลายข้อได้เปรียบดังกล่าวลงโดยสิ้นเชิง สำหรับเราความสำคัญอันดับแรกคือการที่ทีมแข่งจะต้องขับรถได้ด้วยความเร็วเป็นระยะเวลาที่นานกว่าเดิม สิ่งนี้ต้องอาศัยประสิทธภาพความทนทาน และนั่นจึงเป็นเหตุผลที่เรามุ่งเน้นไปที่การพัฒนาประสิทธิภาพการขับขี่เป็นหลัก สะท้อนให้เห็นจากเครื่องยนต์ขนาดความจุ 4.2 ลิตรบล็อกใหม่ ที่รองรับการทำงานในรอบเครื่องยนต์กว้างขึ้น มีความมั่นคง และมีเสถียรภาพของระบบอากาศพลศาสตร์ยิ่งขึ้น รวมทั้งลดน้ำหนักที่เป็นภาระของยางหลังให้น้อยลง ทั้งหมดนี้มีส่วนช่วยให้รถมีศักยภาพวิ่งได้ยาวนานยิ่งขึ้น”

หัวใจของรถแข่งคันใหม่ คือขุมพลังที่ใกล้เคียงกับเครื่องยนต์มาตรฐานของรถสปอร์ตปอร์เช่ 911 เจเนอเรชั่น 992 เช่นเดียวกับรุ่นก่อนหน้า นั่นคือเครื่องยนต์ 6 สูบนอน ระบายความร้อนด้วยน้ำ มาพร้อมเทคโนโลยี 4 วาล์วต่อสูบ และระบบจ่ายเชื้อเพลิงตรงเข้าห้องเผาไหม้ direct fuel injection ในส่วนของการปรับปรุงหลักคือความจุของกระบอกสูบ เช่นเดียวกับรถแข่งปอร์เช่ 911 RSR และขนาดเครื่องยนต์ของรถแข่งปอร์เช่ 911 GT3 R ใหม่ ได้รับการขยายขนาดเพิ่มขึ้น 5 เปอร์เซ็นต์ จาก 3,997 cc. เป็น 4,194 cc. ยกระดับความแรงสูงสุดกว่า 565 แรงม้า (416 กิโลวัตต์) อย่างไรก็ตาม ปอร์เช่ยังคงปรับแต่งเครื่องยนต์ให้มีแรงบิด และกำลังสำรองเพียงพอตลอดทุกรอบความเร็ว ทั้งหมดนี้ส่งผลให้ขุมพลัง 6 สูบ ขนาด 4.2 ลิตร สามารถสนองตอบการขับขี่สไตล์ gentleman drivers ได้อย่างเหมาะสมที่สุด

เครื่องยนต์ 6 สูบรอบจัด ทำงานโดยปราศจากระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จ วางตำแหน่งท้ายรถในรูปแบบดั้งเดิมสุดคลาสสิค ถ่ายทอดกำลังขับเคลื่อน และตอบสนองต่อการเบรกได้เป็นอย่างดี เครื่องยนต์ได้รับการขยับเอียงตัวขึ้นอีก 5.5 องศา สอดรับกับอุปกรณ์จัดเรียงกระแสอากาศใต้ท้องรถ underbody diffuser มากยิ่งขึ้น อุปกรณ์ส่วนควบต่าง ๆ อาทิ    อัลเทอร์เนเตอร์ และคอมเพรสเซอร์ของระบบปรับอากาศ ถูกย้ายตำแหน่งไปด้านหน้า และเยื้องต่ำลงไปบริเวณพื้นที่ด้านหน้าเครื่องยนต์และชุดส่งกำลัง ซึ่งส่งผลเชิงบวกในแง่ของการสมดุลน้ำหนักของรถแข่งปอร์เช่ 911 GT3 R รวมไปถึงระบบเกียร์ sequential 6 จังหวะเพื่อสำหรับการแข่งขัน ยกมาจากรถแข่งปอร์เช่ 911 GT3 Cup รุ่นปัจจุบัน แท่นเปลี่ยนเกียร์ Shift paddles control และ electronic shift drum actuator รับหน้าที่ควบคุมจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ด้วยความรวดเร็ว และแม่นยำ

ระบบช่วงล่างของรถแข่งปอร์เช่ 911 GT3 R ใหม่ ผ่านการปรับแต่งอย่างละเอียดในหลายจุดเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการขับขี่  โดยมีวัตถุประสงค์ในการเสริมความเฉียบคมให้การบังคับควบคุมพวงมาลัย ลดภาระที่จะส่งผลกระทบต่อการสึกหรอของยางหลัง รวมทั้งลดระยะเวลาที่ใช้ในการเปลี่ยนแปลง set ups ตัวรถ ส่วนประกอบ และแนวทางการแก้ไขด้านวิศวกรรมจำนวนมาก ถูกถ่ายทอดมาจากรถแข่งปอร์เช่ 911 RSR สำหรับช่วงล่างด้านหน้าปีกนกคู่ double wishbone ระดับ state-of-the-art ช่วงล่างด้านหลังแบบ multi-link ออกแบบเพื่อเน้นการขับขี่สไตล์สปอร์ตเต็มพิกัด โช๊คอัพ KW ที่พัฒนาขึ้นใหม่ พร้อมปรับการทำงานได้ถึง 5 ระดับ ด้วยวิธีการโมดิฟายด์ที่รู้จักกันดีในชื่อของการรองแผ่น shims โดยขั้นตอนการติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าวสามารถทำได้ด้วยความแม่นยำ และไม่จำเป็นต้องใช้เวลาในการปรับตั้งมุมล้อใด ๆ ทั้งสิ้น

 

มีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งของจุดติดตั้ง central pivot ของล้อคู่หน้าให้เหลือพื้นที่มากขึ้นสำหรับแนวคิดด้านอากาศพลศาสตร์ “race underfloor” เฉกเช่นเดียวกับรถแข่งปอร์เช่ 911 RSR นับเป็นการจัดระเบียบการไหลของกระแสอากาศใต้ท้องรถไปจนถึงชุด diffuser ท้ายและยังช่วยลดการยกตัวของรถแข่งได้อีกด้วย ตัวอย่างเช่น อาการท้ายปัดที่เกิดขึ้นในขณะเบรก ล้อคู่หลังถูกขยับไปด้านท้ายอีกเล็กน้อย ซึ่งเป็นการยืดระยะฐานล้อจาก 2,459 มิลลิเมตร เพิ่มขึ้นเป็น 2,507 มิลลิเมตร ผลที่เกิดขึ้นนอกจากจะช่วยลดภาระที่เกิดขึ้นกับยางหลัง ยังมีส่วนช่วยรักษาประสิทธิภาพในการยึดเกาะของยางให้ยาวนานยิ่งขึ้น

เสริมด้วยคาลิเปอร์เบรก 6 ลูกสูบ aluminium monobloc สำหรับการแข่งขัน จานเบรกของรถแข่งปอร์เช่ 911 GT3 R ใหม่ ได้รับการสนับสนุนโดย AP ผู้ผลิตระบบเบรกที่มีความเชี่ยวชาญ จานเบรกคู่หน้าเซาะร่องระบายความร้อนขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 390 มิลลิเมตร ระบบเบรกหลังคาลิเปอร์ 4 ลูกสูบ จานเบรกขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 370 มิลลิเมตร ควบคุมการทำงานด้วย software application อันชาญฉลาด racing ABS เจเนอเรชั่นที่ 5 ลดการสึกหรอของหน้ายางขณะชะลอความเร็ว นอกจากนี้ระบบ traction control ของปอร์เช่ ยังได้รับการพัฒนาเพิ่มเติมเช่นเดียวกัน

รถแข่งปอร์เช่ 911 GT3 R ใหม่ เป็นรถแข่งสายสนามคันที่ 2 ของแผนก Porsche Motorsport หลังการเปิดตัวรถแข่งปอร์เช่ 911 GT3 Cup ซึ่งพัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของรถสปอร์ตปอร์เช่ 911 รุ่นตัวถัง 992 อันเป็นเจเนอเรชั่นปัจจุบัน ด้วยโครงสร้างน้ำหนักเบา ผลิตจากวัสดุ aluminium-steel composite สุดไฮเทค ดัดแปลงเป็นพิเศษเพื่อใช้กับรถแข่งปอร์เช่ 911 GT3 R ภายใต้งานดีไซน์ของรถจากสายการผลิตปกติ ชิ้นส่วนตัวถังเกือบทั้งหมดผลิตจากวัสดุคาร์บอนน้ำหนักเบา ไม่ว่าจะเป็นฝากระโปรงหน้า และหลัง ประตู สเกิร์ตข้าง ปีกหลัง รวมทั้งหลังคารถ  ในส่วนของซุ้มล้อผลิตจาก aramid fibres

ถึงแม้รถแข่งปอร์เช่ 911 GT3 R ใหม่ จะให้ความสำคัญกับฟังก์ชั่นการใช้งานเป็นอันดับแรก แต่กระนั้น  Grant Larson จากแผนก Style Porsche ยังคงประสบความสำเร็จอีกครั้งในการสร้างสรรค์ความน่าประทับใจ ของรูปทรงที่โค้งมนลื่นไหลลงตัวตลอดหัวจรดท้าย ทีมงานตอกย้ำอัตลักษณ์เฉพาะตัวอันโดดเด่นของปอร์เช่ 911 ผสมผสานกับประสิทธิภาพการทำงานสุดยอดเยี่ยม ความน่าอัศจรรย์ทั้งหมดสะท้อนผ่านหลักอากาศพลศาสตร์ของตัวรถ ส่วนสำคัญคือชิ้นส่วนใต้ท้องรถบริเวณด้านหน้าของล้อ นับเป็นครั้งแรกที่มีการติดตั้งแผ่นปิดใต้ท้องแบบเรียบ และชุด diffuser หลัง การทำงานร่วมกันของทั้งคู่ช่วยเพิ่มแรงกดให้แก่ตัวรถโดยไม่ส่งผลต่อแรงต้านทานอากาศ ปีกหลังติดตั้งด้วยจุดยึดแบบ swan-neck มั่นใจได้ว่ากระแสอากาศจะวิ่งผ่านใต้ปีกอย่างเป็นระเบียบ อันเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์

ความปลอดภัยคือสิ่งที่รถแข่งปอร์เช่ 911 GT3 R ใหม่ ให้ความสำคัญโดยไม่มีการลดหย่อนแม้แต่น้อย เบาะนั่งได้รับการปรับเลื่อนตำแหน่งเข้าใกล้ศูนย์กลางตัวรถยิ่งขึ้น ช่วยให้ปอร์เช่ดัดแปลงตัวเบาะให้รองรับหลักสรีระศาสตร์ได้มากขึ้น รวมทั้งมีการปรับปรุงโครงสร้างนิรภัย roll cage และคานนิรภัยด้านข้าง side impact protection ตามกฎข้อบังคับล่าสุดของ FIA เช่นเดียวกับตัวแข่งรุ่นพี่ พวงมาลัย และแป้นเหยียบต่าง ๆ สามารถปรับระยะเพื่อให้เหมาะสมกับนักแข่ง ผู้เชี่ยวชาญจากปอร์เช่ใส่ใจในการดูแลความปลอดภัยของจุดเชื่อมต่อสายไฟทั้ง 6 ตำแหน่ง ตัวเบาะเลื่อนเข้าล๊อคด้วยความรวดเร็วกว่าเดิมผ่านรางแบบพิเศษ ให้ความปลอดภัยในเสี้ยววินาทีที่รถแข่งเข้า pit stops เพื่อเปลี่ยนตัวนักแข่ง ส่งต่อด้วยงานออกแบบพวงมาลัยที่มาพร้อมการ upgrades ฟังก์ชั่นจากรถแข่งรุ่นก่อนหน้า ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอแสดงผลขนาด 10.3 นิ้ว หรือ multi-switch ซึ่งได้รับการพิสูจน์ประสิทธิภาพจากความสำเร็จในรายการ one-make cup  และชัยชนะในรายการ Le Mans ของรถแข่งปอร์เช่ 911 GT3 Cup และ 911 RSR

ไฟหน้า LED สมรรถนะสูง ของรถแข่งปอร์เช่ 911 GT3 R ใช้เทคโนโลยี collimator ซึ่งปอร์เช่พัฒนาขึ้นสำหรับรถต้นแบบ LMDh 963 prototype ทำงานในลักษณะเดียวกับกระจก magnifying glass แต่เป็นการสะท้อนแบบย้อนกลับ ให้แสงสว่างเป็นบริเวณกว้าง ครอบคลุมพื้นที่ของเส้นทางในสนามแข่ง และได้รับการปรับปรุงเพิ่มขึ้นอย่างมากจากรุ่นก่อนหน้า ที่ได้รับการยอมรับถึงประสิทธิภาพในระดับหัวแถว

 

ติดตามข้อมูลโดยละเอียดของรถแข่งปอร์เช่ 911 GT3 R ใหม่ ได้ที่ Porsche website คลิ๊ก link.

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มุ่งยกระดับบริการชาร์จที่สะดวกง่ายดายและปลอดภัย

0

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด หนึ่งในผู้นำยานยนต์พลังงานทางเลือกในประเทศไทย ต่อยอดความร่วมมือกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ด้วยการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) ระยะเวลา 2 ปี เพื่อส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมใหม่ที่มุ่งยกระดับความสะดวกสบายและปลอดภัยในการใช้งานให้แก่ผู้ขับขี่รถยนต์มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ที่ใช้ระบบหัวชาร์จ CHAdeMO ให้สามารถเชื่อมต่อได้ผ่านฟีเจอร์ PEA Volta AUTOCHARGE ภายใต้ PEA’s mobile application ทั้งนี้ บันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ ยังมุ่งแสวงหาโอกาสและศึกษาแนวทางการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี V2X อีกด้วย 

มร. เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับที่สองกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งสะท้อนความมุ่งมั่นของเราที่มีต่อแผนการพัฒนาระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าของรัฐบาลไทย เรามั่นใจว่า บันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในครั้งนี้ จะเสริมให้กลยุทธ์ความร่วมมือกับพันธมิตรของเรา มีความแข็งแกร่งและเอื้อประโยชน์ ไม่เพียงแค่ช่วยเร่งสนับสนุนการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย  แต่ยังช่วยส่งมอบความสะดวกสบายและความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี จากการชาร์จที่สถานี PEA Volta ทั่วประเทศ ขณะเดียวกัน บันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้ ยังเปิดโอกาสให้เราและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้ทำการศึกษาการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี V2X เพิ่มเติม ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวนี้ เกิดขึ้นจากการใช้งาน ผ่านระบบหัวชาร์จ CHAdeMO เท่านั้น ซึ่งหัวชาร์จดังกล่าว มีติดตั้งอยู่ในรถยนต์ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ซึ่งการศึกษาเทคโนโลยี V2X ร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนทิศทางการดำเนินงานของเราที่มุ่งรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Plan Package) ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น”

ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันในการสนับสนุนการใช้นวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการบริการสถานีชาร์จและ PEA’s mobile application เพื่อส่งเสริมการแบ่งปันข้อมูลด้านการชาร์จและจัดระบบการปฏิบัติงาน เพื่อสร้างเครือข่ายที่เป็นหนึ่งเดียวกัน ขณะเดียวกัน มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จะสนับสนุนการปรับใช้ PEA’s mobile application

ฟีเจอร์ใหม่ในแอปพลิเคชันมือถือของ PEA ที่มีชื่อว่า “PEA VOLTA AUTOCHARGE” ช่วยให้ผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงเจ้าของรถยนต์ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี สามารถชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าของตนเองได้อย่างรวดเร็วที่สถานีชาร์จ โดยข้อมูลของระบบหัวชาร์จ CHAdeMO จะถูกเก็บไว้บนระบบคลาวด์ หลังจากระบุตัวตนในแอปพลิเคชันเสร็จสมบูรณ์ การชาร์จไฟจะเริ่มต้นได้ในทันที สำหรับการชาร์จครั้งต่อไป เพื่อความสะดวกสบายจำเป็นต้องระบุตัวตน และความปลอดภัยของข้อมูลของผู้ชาร์จไฟ

ปัจจุบัน สถานีประจุไฟฟ้า PEA VOLTA มีอยู่ทั้งหมด 73 แห่ง โดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาควางแผนเปิดสถานีประจุไฟฟ้าทั้งหมด 263 แห่ง ภายในปี 2566 โดยจะเป็นสถานีที่รองรับหัวชาร์จแบบ CHAdemo จำนวน 163 สถานี  สำหรับผู้ขับขี่รถยนต์ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี โดยหัวชาร์จแบบ CHAdeMO เป็นระบบหัวชาร์จเร็วที่มีศักยภาพชาร์จไฟฟ้าเข้าสู่แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าได้ถึงระดับ 80% ภายในเวลา 25 นาที

นายศุภชัย เอกอุ่น ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) กล่าวย้ำว่า “ความสะดวกสบายในการเข้าถึงสถานีชาร์จคือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศของเรา ดังนั้น เพื่อสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าให้มากขึ้น เป้าหมายหลักของเราคือการขยายจำนวนสถานีชาร์จทั่วประเทศ การเพิ่มจำนวนสถานีชาร์จต้องทำควบคู่ไปกับการพัฒนา PEA’s mobile application เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น พร้อมมอบประสบการณ์ที่ดีและมั่นใจเมื่อใช้งานแอปพลิเคชันมือถือ การเป็นพันธมิตรกับ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศ จะช่วยให้ระบบหัวชาร์จ CHAdemo ของ รถยนต์เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี จะสามารถรองรับเทคโนโลยี AUTOCHARGE ของเราได้ในอีกไม่ช้า เรามั่นใจว่า ลูกค้า รถยนต์  เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี จะได้รับประโยชน์จากสถานีชาร์จ PEA Volta ของเราทั้งหมด 73 แห่งทั่วประเทศอย่างแน่นอน”

เมื่อเดือนธันวาคม 2563 มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เพื่อเดินหน้าสนับสนุนการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า สถานีชาร์จ และ PEA’s mobile application สำหรับการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า บันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าวมุ่งเสริมสร้างความร่วมมือและแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับการใช้รถยนต์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย และตำแหน่งที่ตั้งสถานีชาร์จของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย และ เดลต้า รวมถึงยกระดับประสบการณ์ใช้งานของผู้ขับขี่รถยนต์ชาวไทยผ่านการใช้งาน PEA’s mobile application ให้ผู้ใช้สามารถค้นหาตำแหน่งที่ตั้งของสถานีชาร์จที่ครอบคลุมทั่วไทยได้อย่างสะดวกสบาย

มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี เป็นรถเอสยูวีปลั๊กอินไฮบริดรุ่นแรกของโลก และเป็นรถปลั๊กอินไฮบริดสัญชาติญี่ปุ่นรุ่นแรกที่ผลิตขึ้นในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2563 ผู้ขับขี่สามารถเพลิดเพลินกับการขับขี่ที่นุ่มนวลและเงียบสงบ พร้อมสัมผัสความสะดวกสบายและสมรรถนะของ “พลังงานสองระบบ” ทั้งไฟฟ้าและเชื้อเพลิง ถือเป็นรถยนต์รุ่นเรือธงที่แสดงถึงความเชี่ยวชาญในการพัฒนาระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า รถเอสยูวี และเทคโนโลยีขับเคลื่อน 4 ล้อของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส

นอกจากนี้ เนื่องด้วยมิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี สามารถใช้งานแบบรถยนต์ไฮบริด รถยนต์รุ่นดังกล่าวจึงสามารถรองรับทั้งสำหรับการเดินทางไกลและการขับขี่แบบรถยนต์ไฟฟ้า 100% สำหรับการสัญจรในชีวิตประจำวัน ผู้ขับขี่จึงสามารถสนุกกับการเดินทางได้โดยปราศจากความกังวลด้านระยะทางขับขี่ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกับเทคโนโลยีในปัจจุบัน และตอบโจทย์กับสถานการณ์โครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการใช้รถไฟฟ้าของประเทศ รถยนต์ไฟฟ้า ประเภทปลั๊กอินไฮบริด ยังปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำที่สุด ในแง่มุมวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ (Life Cycle Assessment – LCA) อีกด้วย

20th Anniversary The Magnificent Ten ศึกแห่งศักดิ์ศรี “Toyota Hilux Revo 10 เซียนประจัญบาน 2022”

0

10 เซียนประจัญบาน ตำนานการต่อสู้ของนักแข่งรถยนต์ออฟโรด ชิงตำแหน่ง สุดยอดนักแข่งที่ยิ่งใหญ่ ที่จัดต่อเนื่องมายาวนานถึง 20 ปี ที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองไทย 

การแข่งขัน “10 เซียนประจัญบาน” ดำเนินการจัดการแข่งขันโดย Grand Prix Motor Park ในเครือ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ถือเป็นการแข่งขันรายการใหญ่ที่สุดของวงการออฟโรดเมืองไทย ที่รวบรวมเหล่าบรรดานักแข่งระดับประเทศ จากทั่วสารทิศในทุกรุ่นของการแข่งขันมาร่วมประชันฝีมือออฟโรด โดยจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2003 กระทั่งปี 2006 ได้พัฒนาการแข่งขันเรื่อยมา และได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น Toyota Hilux Revo 10 เซียนประจัญบาน ในปัจจุบัน โดย บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ

ปี 2022 นี้ ถือว่าเป็นปีที่ 20 ของการแข่งขันรายการนี้ คณะผู้จัดได้พัฒนารูปแบบการแข่งขันใหม่ มุ่งเน้นทักษะ ฝีมือ ความสามารถในเชิงออฟโรด โดยใช้สนาม Grand Prix Motor Park อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี เป็นสังเวียนในการดวลวงล้อของนักแข่ง ทั้งนี้การเปิดรับสมัครนักแข่ง และทีมแข่งจากทั่วประเทศ ได้รับผลตอบรับจากนักแข่ง และทีมแข่ง เข้าร่วมในปีนี้อย่างล้นหลาม ตอกย้ำความยิ่งใหญ่ในปีนี้ด้วยการเข้าร่วมการแข่งขันของนักแข่งจากประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ มาเลเซีย, กัมพูชา และ สปป.ลาว ที่จะเดินทางมาร่วมทำการแข่งขันอีกประมาณ 30 กว่าคัน ทำให้ปีนี้มีนักแข่งลงทำการแข่งขันมากกว่า 160 คัน โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 4 รุ่น คือ

1.รุ่น Toyota Hilux Revo 10 เซียนประจัญบาน 2022   

2.รุ่น Super Open 10 เซียนประจัญบาน 2022 

3.รุ่นเที่ยวป่า Open 10 เซียนประจัญบาน 2022             

4.รุ่น Off Road Club Team 10 เซียนประจัญบาน 2022 

ผู้ชมสามารถมาชมการแข่งขันสุดมันส์ได้ที่สนามฯ ชมมินิคอนเสิร์ต พร้อมอาหารเครื่องดื่มช่วงเย็นกับบรรยากาศธรรมชาติอันสวยงาม หรือติดตามชมการถ่ายทอดสดแบบติดขอบสนาม ผ่านทางทีวีดิจิตอล และทาง Live Streaming ตลอดทั้ง 4 วันทาง Facebook : GRAND PRIX MOTOR PARK , OFF ROAD MAGAZINE และ XO-Autosport รวมทั้งจากช่องทางจากยูทูปเปอร์และสื่อ Online ต่างๆ ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ชมมากกว่า 4 ล้านคน

20 th Anniversary The Magnificent:Ten 2022 ปีนี้ใคร…จะก้าวขึ้นเป็นนักแข่งมือหนึ่งของเมืองไทย ร่วมพิสูจน์ความแกร่ง ได้ในการแข่งขัน Toyota  Hilux Revo 10 เซียนประจัญบาน2022  ในระหว่างวันที่ 25-28 สิงหาคม 2565 นี้ ณ สนาม Grand Prix Motor Park อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี 

ฮอนด้า พร้อมดูแลด้วยใจผ่านแคมเปญ “เปลี่ยนมือ ไม่ปล่อยมือ” เชิญชวนลูกค้ารถยนต์ฮอนด้ามือสองเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ

0

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ขอเชิญชวนลูกค้าเจ้าของรถยนต์ฮอนด้ามือสอง ทั้งกลุ่ม Honda Certified Used Car* และกลุ่มรถยนต์ฮอนด้ามือสองทั่วไป เพียงนำรถยนต์กลับเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ พร้อมนำเอกสารหลักฐานการเปลี่ยนเจ้าของรถยนต์ (สำเนาทะเบียนรถและบัตรประชาชน) เพื่อปรับปรุงข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ฮอนด้า ผ่านแคมเปญ เปลี่ยนมือ ไม่ปล่อยมือ** แคมเปญพิเศษเพื่อแทนคำขอบคุณลูกค้ารถยนต์ฮอนด้ามือสอง โดยมอบสิทธิประโยชน์พิเศษ “Welcome Pack” ฟรี 3 ต่อ ได้แก่ บริการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ 25 รายการ โดยช่างผู้เชี่ยวชาญด้วยงานบริการที่ได้มาตรฐาน ฟรีบริการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อภายในห้องโดยสาร เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในสถานการณ์โควิด-19 ฟรีบริการล้างรถและทำความสะอาดภายในรถ อีกทั้งรับส่วนลดพิเศษ 200 บาท สำหรับการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง เมื่อลงทะเบียนรับสิทธิ์ผ่าน Line: @honda-thailand

แคมเปญฯ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2565 – 30 กันยายน 2565 โดยลูกค้าที่ทำการนัดหมายเข้ารับบริการล่วงหน้าในระยะเวลาดังกล่าว ยังได้รับสิทธิ์ลุ้นรางวัล Shopee e-coupon มูลค่า 500 บาท และ 300 บาท รวม 400 รางวัล และสามารถเลือกผ่อนชำระค่าใช้จ่ายทุกงานบริการ และค่าใช้จ่ายยางรถยนต์ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 10 เดือน**

สิทธิประโยชน์ “Welcome Pack” สำหรับลูกค้ารถยนต์ฮอนด้ามือสอง
ในแคมเปญ “เปลี่ยนมือ ไม่ปล่อยมือ”

รายการที่ 1      ฟรี  บริการตรวจสภาพรถยนต์ฟรี 25 รายการ

รายการที่ 2      ฟรี บริการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคภายในห้องโดยสารรถยนต์ทุกรุ่น

รายการที่ 3      ฟรี บริการล้างรถและทำความสะอาดภายใน

รายการที่ 4      ส่วนลด 200 บาท สำหรับงานบริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง

สิทธิประโยชน์เพิ่มเติม อาทิ

รายการที่ 5      ผ่อนชำระค่าใช้จ่ายงานบริการ ดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือน สำหรับการเข้ารับบริการในงานตรวจเช็กตามระยะทาง งานซ่อมทั่วไป งานซ่อมตัวถังและสี (ประเภทลูกค้าเป็นผู้ชำระเงิน) งานติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ของฮอนด้า รวมถึงลูกค้าที่ซื้อโปรแกรมอัลติเมทแคร์และแพ็กเกจเช็กระยะฮอนด้าเพย์เซฟ โดยมียอดค่าใช้จ่าย 3,000 บาทขึ้นไป

รายการที่ 6      ผ่อนชำระค่าใช้จ่ายยางรถยนต์ ดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือน หรือ 10 เดือน โดยมียอดค่าใช้จ่าย 5,000 บาทขึ้นไป

 

ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถนัดหมายนำรถยนต์เข้ารับบริการล่วงหน้า ผ่านบริการ Online Service Booking” ที่

https://servicebooking.honda.co.th หรือทาง LINE Honda Thailand Official Account (@Honda

Thailand) สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ หรือ

ศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง (Honda Call Center) โทร. 0 2341 7777 หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่

https://www.honda.co.th/promotions/detail/usedcar-promotions

เปิดแล้ว! โชว์รูม ‘จี๊ป’ ใหม่ พร้อมศูนย์บริการครบวงจร ชวนนำรถเข้าเช็กสภาพโดยทีมช่างมืออาชีพ ตามมาตรฐาน จี๊ป

0

จี๊ป ประเทศไทย ภายใต้การบริหารงานโดยบริษัท เบลฟอร์ต ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ จี๊ป (Jeep®) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เปิดโชว์รูมรถยนต์ แห่งแรก พร้อมศูนย์บริการมาตรฐานครบวงจร บนถนนสุขุมวิท รองรับผู้ที่ชื่นชอบยนตรกรรมสายพันธุ์แกร่ง เชิญชวนเจ้าของรถ จี๊ป นำรถเข้าเช็กสภาพ พร้อมจัดแคมเปญพิเศษ เช็กรถฟรี 39 รายการ สำหรับลูกค้าที่ลงทะเบียนไว้ล่วงหน้า

สุนทรพันธุ์ เดชะเทศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เบลฟอร์ต ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า “จี๊ป เป็นแบรนด์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ผสมผสานความอิสระเสรี, การผจญภัย, ตัวตนที่ชัดเจน และความหลงใหล เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ถึงเวลาแล้วที่เราจะเปิดตัวโชว์รูม จี๊ป แห่งแรกภายใต้การบริหารของไลอ้อน ออโตโมบิล บนถนนสุขุมวิท ระหว่างซอย 58 กับ 60 โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกและภายในที่ทันสมัย ตื่นตากับการจัดแสดงรถ จี๊ป โดยเฉพาะรุ่นยอดนิยม อย่าง Wrangler Rubicon เพื่อให้ผู้ชื่นชอบรถยนต์สายพันธุ์แกร่ง พร้อมลุยไปทุกที่ ได้มาสัมผัส และทดลองขับ รวมถึงบริการหลังการขายพร้อมสรรพโดยทีมช่างผู้ชำนาญงาน ซึ่งผ่านการอบรมความรู้ด้านเทคนิคโดยตรงจาก จี๊ป พร้อมเครื่องมืออันทันสมัย นอกจากนี้ยังมีบริการอะไหล่คุณภาพมาตรฐานอเมริกัน และอัดแน่นด้วยชุดแต่ง Mopar ผู้ผลิตอุปกรณ์ตกแต่งสัญชาติอเมริกัน ให้ได้เลือกสรรจุใจ”

โอกาสนี้ ขอเชิญชวนท่านเจ้าของรถ จี๊ป ที่ได้ลงทะเบียนไว้ ที่ www.jeep.co.th/th/owners-registry  ภายในวันที่ 31 พฤษภาคม นำรถมาเข้ารับบริการตรวจเช็กฟรี 39 รายการ* พร้อมรับของที่ระลึกสุดพิเศษ ที่โชว์รูม จี๊ป ไลอ้อน ออโตโมบิล สาขาสุขุมวิท ผู้จำหน่ายรถ จี๊ป อย่างเป็นทางการ ได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 กันยายน 2565

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือนัดหมายเข้ารับบริการ ติดต่อโชว์รูม จี๊ป ไลอ้อน ออโตโมบิล สาขาสุขุมวิท
โทร. 02-022-1900 และเตรียมพบกับโชว์รูม จี๊ป ไลอ้อน ออโตโมบิล พร้อมศูนย์บริการมาตรฐาน สาขา
วงเวียนพระราม 5-ราชพฤกษ์ เร็วๆ นี้

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

“นิสสัน อัลเมร่า สปอร์ตเทค-เอ็กซ์” ยกระดับความสปอร์ตพรีเมียม เข้ม เร้าใจทุกมุมมอง

0

นิสสันฉลอง 10 ปี นิสสัน อัลเมร่า ซีดานรุ่นยอดนิยมด้วยการสร้างสีสันใหม่ เปิดตัว “นิสสัน อัลเมร่า สปอร์ตเทค-เอ็กซ์” ที่ยังคงรักษาดีเอ็นเอของเทคโนโลยีขั้นสูง ความสะดวกสบาย พร้อมยกระดับความสปอร์ตไปอีกขั้นกับการตกแต่งใหม่ที่สะท้อนจิตวิญญาณความสปอร์ตที่มาพร้อมสมรรถนะ

อิซาโอะ เซคิกุจิ ประธาน นิสสัน ประเทศไทย เปิดเผยว่า “ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา นิสสัน อัลเมร่าเป็นหนึ่งในรถยนต์ซีดานที่ได้รับความนิยมสูงสุดรุ่นหนึ่ง  โดยมียอดจำหน่ายไปแล้วกว่า 240,000 คัน  เพราะเป็นรถยนต์ซีดานสำหรับคนเมือง ที่สามารถตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ได้ทุกรูปแบบของการใช้ชีวิต ด้วยขนาดรถยนต์แบบคอมแพ็คที่คล่องตัวสำหรับใช้งานในเมือง มาพร้อมพื้นที่ในห้องโดยสารที่กว้างขวาง  นั่งสบาย ขับง่ายสะดวก และสำหรับรถยนต์นิสสัน อัลเมร่า สปอร์ตเทค-เอ็กซ์ รุ่นพิเศษนี้ นิสสันพร้อมจะมอบประสบการณ์ใหม่ ด้วยการยกระดับความพรีเมียม และความสปอร์ตไปอีกขั้นหนึ่ง” 

นิสสัน อัลเมร่า สปอร์ตเทค-เอ็กซ์ ถูกดีไซน์ให้มีรูปโฉมสะดุดตา โฉบเฉี่ยวมากขึ้นกับกระจังหน้าใหม่สีดำเงา ไฟหน้าพร้อมไฟส่องสว่างในเวลากลางวัน หรือ Day Time Running Light (DTRL) ล้ออัลลอย 16 นิ้วดีไซน์สปอร์ต  ปลายท่อไอเสียแบบโครมเพิ่มความสปอร์ต สติ๊กเกอร์โลโก้ Sportech-X สุดเท่ที่ข้างประตู และบริเวณท้ายรถ โฉบเฉี่ยวด้วยสีแบบทูโทน คือ ตัวถังภายนอกสีขาวสตอร์มไวท์ ตัดกับสีดำเงาที่ หลังคา เสา A/B/C กระจกมองข้างและสปอยเลอร์หลัง

ดีไซน์ภายใน ยังคงมีความสปอร์ตและพรีเมี่ยมสอดคล้องกับรูปลักษณ์ภายนอก  ด้วยเบาะนั่งพรีเมียมสีดำเดินด้ายสีเบอร์กันดี “Quole Modure” ที่ไม่สะสมความร้อน ให้ความรู้สึกที่นั่งสบายตลอดการเดินทาง และมาพร้อม โลโก้ Sportech-X ในจุดต่างๆ ภายในห้องโดยสาร เช่น เบาะหน้า ฐานคันเกียร์ พรมปูพื้น และแป้นเหยียบแบบสปอร์ต ยกระดับความเท่ สปอร์ตไปอีกขั้น นอกจากนี้ นิสสันยังได้เพิ่มไฟ Ambient Light เป็นอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษที่เติมเต็มอารมณ์สปอร์ตพรีเมียม

ด้านความสะดวกสบายและสุนทรีย์ทุกเส้นทางถูกเติมเต็มด้วยระบบอินโฟเทนเมนต์ NissanConnect ที่สามารถรองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่าน Android Auto* และ Apple CarPlay เพื่อใช้งานแอปพลิเคชันในมือถือผ่านจอเครื่องเสียงรถยนต์ระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว (สำหรับรุ่น V ขึ้นไป) และระบบเชื่อมต่อ Bluetooth, USB และ AUX-IN พร้อมระบบนำทาง (Navigation System) ผ่าน Google Map และระบบสั่งงานด้วยเสียงอัจฉริยะ (Voice Recognition) 

ขณะที่ขุมพลังของ รุ่น สปอร์ตเทค-เอ็กซ์ ยังมาพร้อมสมรรถนะที่โดดเด่นแต่ยังให้การประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม ให้การขับขี่ที่สนุก จากเครื่องยนต์ HRA0 ขนาด 1.0 ลิตร เทอร์โบ ที่มีกำลังสูงสุด 100 แรงม้า (Ps) แรงบิดสูงสุด 152 นิวตันเมตร (Nm) ให้อัตราเร่งที่แรง และรวดเร็ว จากแรงบิดแบบต่อเนื่อง (flat torque) พร้อมระบบส่งกำลังแบบ XTRONIC CVT ที่เสริมอารมณ์ของการขับขี่ด้วย D-Step Logic ที่ให้การเปลี่ยนเกียร์นุ่มนวล แต่ให้อัตราเร่งต่อเนื่องทันใจ ตอบสนองการเร่งแซงที่ดีขึ้น ช่วยให้การขับขี่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

อัลเมร่า สปอร์ตเทค-เอ็กซ์ ให้ความมั่นใจเต็มพิกัดด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน (360-degree Safety Shield) ไม่ว่าจะเป็น ระบบช่วยเตือนก่อนการชนด้านหน้าอัจฉริยะ (Intelligent Forward Collision Warning – IFCW)  ระบบช่วยเบรกอัจฉริยะ (Intelligent Emergency Braking – IEB) ระบบเตือนจุดอับสายตา (Blind Spot Warning – BSW)  ระบบเตือนขณะถอย (Rear Cross Traffic Alert – RCTA)  ระบบกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง (Intelligent Around View Monitor – IAVM) และระบบตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนวัตถุและบุคคลที่เคลื่อนไหวจากกล้องรอบคัน (Moving Object Detection – MOD) รวมทั้งความปลอดภัยมาตรฐาน  อาทิ ถุงลมนิรภัย 6 ใบ ที่ด้านหน้า ด้านข้าง และม่านนิรภัย 

นอกจากนี้ อัลเมร่าทุกคันยังให้ความอุ่นใจกับการรับประกัน 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงฟรี 3 ปี

นิสสัน อัลเมร่า สปอร์ตเทค-เอ็กซ์ มีจำนวนจำกัดเพียง 300 คัน โดยมีราคาจำหน่ายที่ 695,000 บาท  และเพื่อช่วยให้ลูกค้าเป็นเจ้าของซีดานยอดนิยมรุ่นพิเศษได้ง่ายขึ้น นิสสันมอบข้อเสนอพิเศษ ดอกเบี้ยต่ำ 1.59% นาน 48 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection และ ฟรีค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี หรือ 70,000 กิโลเมตร** 

ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่โชว์รูมนิสสันทั่วประเทศหรือเว็บไซต์ https://en.nissan.co.th 

* เฉพาะสมาร์ทโฟนรุ่นที่รองรับการใช้งาน

** เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด