Home Blog Page 30

ฟอร์ดมอบรางวัลผู้โชคดี คว้าคะแนน ALL Member 29 ล้านคะแนน จากแคมเปญฉลองครบรอบ 29 ปี

0
ฟอร์ด 1

ฟอร์ด ประเทศไทย มอบรางวัลแก่ผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลที่ 1 จากแคมเปญฉลองครบรอบ 29 ปี รับคะแนน ALL Member 29 ล้านคะแนน ได้แก่ คุณสุขใจ สุดดี ลูกค้าที่ซื้อรถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร

เนื่องในโอกาสพิเศษฉลองครบรอบ 29 ปี ฟอร์ด ประเทศไทย ฟอร์ด ประกาศความร่วมมือกับซีพี ออลล์ ผู้นำค้าปลีกของไทย มอบสิทธิประโยชน์สุดพิเศษให้กับลูกค้าเจ้าของรถยนต์ฟอร์ด และลูกค้าใหม่ทั่วประเทศ เสริมความแข็งแกร่งในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และสร้างประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยลูกค้าจะได้รับสิทธิประโยชน์มากมาย รวมถึงลุ้นรับคะแนน ALL Member รวม 129,000,000 คะแนน โดยแบ่งเป็น 29 ล้านคะแนน จำนวน 1 รางวัล และ 1 ล้านคะแนน จำนวน 100 รางวัล

ฟอร์ดขอแสดงความยินดีและขอขอบคุณลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวฟอร์ดเสมอมา ติดตามแคมเปญดี ๆ และข้อเสนอสุดพิเศษจากฟอร์ดได้ทางเว็บไซต์ www.ford.co.th หรือเฟซบุ๊ก ฟอร์ด

รถสร้างอาชีพตัวจริง! SUZUKI CARRY ตอกย้ำภาพลักษณ์รถคู่คิด SME พร้อมหนุนคนไทย ‘Carry Your Dream’ ฉลองยอดขายสะสมเกิน 50,000 คัน ด้วยดอกเบี้ย 1.99% หรือ ผ่อนเริ่มต้นวันละ 222 บาท

0
ซูซูกิ 1

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตั้งแต่แนะนำ SUZUKI CARRY ออกสู่ตลาดประเทศไทย นับเป็นรถกระบะเพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็ก ที่ได้รับการตอบและความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคและกลุ่มธุรกิจ SME ว่าสามารถตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลาย คุ้มค่า คุ้มราคา เพราะเป็นรถที่ถูกออกแบบมาให้มีความยืดหยุ่นในการใช้งานสูง พร้อมสำหรับการดัดแปลงและพัฒนาต่อยอดให้เข้ากับทุกแนวทางของชีวิตและทุกรูปแบบธุรกิจ ความอเนกประสงค์และความคุ้มค่าในการลงทุน ทำให้ SUZUKI CARRY เป็นทางเลือกที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจด้วยเงินลงทุนไม่มาก ด้วยอัตราการผ่อนชำระที่เข้าถึงได้ง่าย ผู้ประกอบการทั้งรายย่อยและรายใหญ่จึงสามารถเป็นเจ้าของธุรกิจได้ทันที

“SUZUKI CARRY ยังคงเติบโตด้วยแนวคิด “Carry Your Dream เคียงข้างทุกเส้นทางฝัน ”เรามีเป้าหมายที่จะปรับเปลี่ยนรถกระบะบรรทุกให้เป็นรถขนส่งความสุขเคียงข้างทุกเส้นทางฝันทั้งในด้านธุรกิจและการใช้ชีวิตส่วนตัว รวมถึงการช่วยเหลือสังคมเหมาะสมกับการเป็นรถที่ครองใจผู้ประกอบการตัวจริง ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วจากหลากหลายธุรกิจที่นำไปตกแต่งและพัฒนาต่อยอดเป็น รถขายอาหาร (Food Truck)  ร้านตัดผม  ร้านซักรีดเสื้อผ้า ร้านอาบน้ำสัตว์เลี้ยงสุนัขและแมว, ร้านตรวจและตัดแว่นสายตา หรือแม้แต่การบรรทุกสินค้าและบริการอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่ไร้ขีดจำกัดของรถกระบะคันนี้ ส่งผลให้ปัจจุบันมียอดขายสะสมในประเทศจำนวนมากถึง 51,452 คัน”

ซูซูกิ 4

SUZUKI CARRY รถกระบะบรรทุกอเนกประสงค์ที่ถูกออกแบบมาให้มีรูปลักษณ์ที่พร้อมจะนำไปดัดแปลงและพัฒนาต่อยอดให้เข้ากับทุกแนวทางของการดำเนินชีวิต จนกลายเป็นโมเดลต้นแบบของรถประกอบธุรกิจในทุกรูปแบบ จนถูกเรียกว่า Goods Truck และ Service Truck สามารถต่อยอดในการทำธุรกิจอื่นๆ เสมือนดั่งพาร์ทเนอร์คนสำคัญ ที่พร้อมจะสนับสนุนและร่วมขับเคลื่อนอยู่เคียงข้างผู้ใช้ด้วยความจริงใจ พร้อมเดินหน้าไปได้อย่างแข็งแกร่งสู่จุดหมายและประสบความสำเร็จไปด้วยกัน ราคาจำหน่ายเพียง 395,000 บาท

ซูซูกิ 2

โดยได้นำเสนอแคมเปญพิเศษเพื่อเป็นการส่งเสริมการดำเนินธุรกิจขนาดย่อมที่กำลังเติบโต แก่ผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของ SUZUKI CARRY สามารถเลือกรับข้อเสนอสุดคุ้ม ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่ง มูลค่ารวมสูงสุด 20,000 บาท หรือ เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษเริ่ม 1.99% นาน 60 เดือน หรือ รับข้อเสนอผ่อนเริ่มต้นวันละ 222 บาท พร้อม ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก

ซูซูกิ 7

อย่างไรก็ตาม ซูซูกิยังคงเดินหน้ากิจกรรมเพื่อสังคม “Carry Your Dream Carry Your Life” ตอกย้ำเจตนารมณ์ของซูซูกิในการนำศักยภาพของรถกระบะอเนกประสงค์ SUZUKI CARRY ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะ “Good Truck” มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคม โดยเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ได้ร่วมมือกับผู้ประกอบการที่เป็นพันธมิตรและผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิ ทำการดัดแปลงรถกระบะเพื่อการพาณิชย์อเนกประสงค์ SUZUKI CARRY ให้กลายเป็นร้านตัดผมเคลื่อนที่ Suzuki Carry Barber Truck พร้อมด้วย Food Truck เพื่อนำไปให้บริการ  ณ มูลนิธิคนตาบอดแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร พร้อมทั้งจัดกิจกรรมสันทนาการต่างๆ เพื่อมอบความสุขให้แก่ผู้พิการทางสายตาและผู้ที่อยู่ในความดูแลของมูลนิธิฯ ดังกล่าว นอกจากนี้ ยังได้มีการมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็นให้แก่ทางมูลนิธิฯ ไว้ใช้ประโยชน์ โดยมี ดร.ประสงค์ สุบรรณพงษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนสอนคนตาบอด เป็นผู้รับมอบในโอกาสนี้

ซูซูกิ 8

นายวัลลภ กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งที่เรามุ่งมั่นจะทำเพื่อเป็นการดูแลและตอบแทนลูกค้าทุกท่านในยามที่ต้องเผชิญกับวิกฤตต่างๆ เราดำเนินการภายใต้แนวคิด “SUZUKI Cause We Care – เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ” เราพร้อมจะเดินหน้าเพื่อเข้าไปช่วยแบ่งเบาและบรรเทาปัญหาของสังคมด้วยการปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีแก่พนักงานและมีส่วนร่วมในกิจกรรมหรือโครงการต่างๆ ด้วยความมุ่งหวังให้องค์กรและชุมชนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน

ไอคอนสยาม จับมือ สมาคมรถโบราณฯ จัดงาน “VINTAGE CAR SHOW at ICONSIAM” อวดโฉม “ดารารถ” จากหนังดัง ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

0

สมาคมรถโบราณฯ ร่วมกับ ไอคอนสยาม จัดงานแสดงรถโบราณสุดยิ่งใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา “VINTAGE CAR SHOW at  ICONSIAM” รวมรถโบราณ รถหาชมยาก ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม วันที่ 24 -26 ตุลาคม 2568

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เผยว่า “สมาคมฯ ร่วมกับ ไอคอนสยาม จัดงาน “VINTAGE CAR SHOW at ICONSIAM” ภายใต้แนวคิด “รถ…ที่โลดแล่นบนแผ่นฟิล์ม – Famous Cars that Starred in Films” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย โดยนำ “ดารารถ” ดาวเด่น จากหนังในอดีต มาให้ชมอย่างใกล้ชิด ในบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา”

อนนต์ อัตถวิบูลย์  ผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า “ไอคอนสยามให้ความสำคัญกับการเป็น ‘Experiential Destination’ ที่มอบประสบการณ์หลากหลายมิติ การจัดแสดงรถโบราณริมน้ำเจ้าพระยาครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าแค่การโชว์รถ แต่เป็นการนำเสนอศิลปะ วัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์แบบย้อนยุค ผสมผสานกับทัศนียภาพที่สวยงามที่สุด เพื่อสร้างความทรงจำร่วมกันที่น่าประทับใจ”

ไฮไลต์ในงานปีนี้ ได้แก่ VOLVO P1800 ปี 1971 รถสัญชาติสวีเดน รถรุ่นนี้กลายเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ในฐานะคู่ใจของ Simon Templar พระเอกในเรื่อง The Saint (ออกอากาศระหว่างปี 1962-1969) รับบทโดย Roger Moore ก่อนที่เขาจะกลายเป็น James Bond สายลับรหัส 007 ผู้โด่งดังในโลกภาพยนตร์

MERCEDES-BENZ 300 SL GULLWING ปี 1955 รถสปอร์ทระดับตำนาน ที่เป็นแรงบันดาลใจให้แฟรนไชส์เกมชื่อดัง GRAND THEFT AUTO (GTA) นำดีไซจ์นไปใช้เป็นต้นแบบของรถสปอร์ทคลาสสิคหลายรุ่นในเกม เช่น “STIRLING GT” ทำให้ผู้เล่นทั่วโลกได้สัมผัสเสน่ห์ของสปอร์ทประตูปีกนกคันนี้

FORD MUSTANG CONVERTIBLE ปี 1967 รถสปอร์ทสัญชาติอเมริกันในยุครุ่งเรืองของ MUSCLE CAR ตัวถังแบบเปิดประทุน ได้ปรากฏตัวในมิวสิควีดีโอเพลง “DREAM” ของ LISA (BLACKPINK) feat. KENTARO SAKAGUCHI เพื่อสื่อถึงอารมณ์อิสระ และโรแมนทิคในบรรยากาศย้อนยุค

นอกจากนี้ ยังมีรถโบราณ รถคลาสสิคที่น่าสนใจอีกมากมาย ในงานยังมี มินิคอนเสิร์ตจาก สมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งทั้งหมดนี้ ได้รับการสนับสนุนจาก พิพิธภัณฑ์คนรักรถ AUTO RENDEZVOUS MUSEUM-BANGKOK, JOIN BOAT PLATFORM, บริษัท เมกไกวส์ (ไทยแลนด์) จำกัด และ งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42”

ร่วมชมดารารถโบราณในงาน “VINTAGE CAR SHOW at  ICONSIAM” ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม ระหว่างวันที่ 24 -26 ตุลาคม 2568 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Vintage Car Club of Thailand

“Leapmotor Thailand” จับมือกับ “SUB A CAR” เสริมทางเลือกรถเช่าพลังงานไฟฟ้า เพิ่มรถ Leapmotor C10 Design ให้ลูกค้าที่สนใจเช่าทดลองขับเป็นที่แรก

0
Leapmotor Thailand 1

บริษัท พระนครยนตรการ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า Leapmotor  ร่วมมือกับ SUB A CAR ธุรกิจรถยนต์เช่ารายบุคคล ในเครือบริษัท อาคเนย์แคปปิตอล จำกัด หรือ SECAP เป็นครั้งแรก เพื่อขยายทางเลือกรถยนต์เช่าอย่างต่อเนื่อง ตอบรับแนวโน้มที่สูงขึ้นในการเช่ารถเพื่อทดลองขับก่อนตัดสินใจซื้อจริง ซึ่งปี 2567 ที่ผ่านมา มีลูกค้าถึง 18% จองรถเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าว โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ไฮบริด นอกจากนี้ยังมียอดลูกค้าแสดงความสนใจซื้อรถยนต์ผ่านแพลตฟอร์มมากกว่า 700 ครั้ง ทั้งนี้ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า SUB A CAR จึงได้จับมือกับ Leapmotor ค่ายรถยนต์ไฟฟ้าสตาร์ทอัพในประเทศจีนที่มียอดขายสูงสุด พร้อมเปิดประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้าเช่าขับรถยนต์ไฟฟ้า Leapmotor C10 Design ก่อนตัดสินใจซื้อได้ก่อนใคร พร้อมเพิ่มสะดวกยิ่งขึ้นด้วยบริการส่งรถถึงหน้าบ้าน เพียงกดจองผ่านแอปพลิเคชัน SUB A CAR

ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกในตลาดที่ลูกค้าจะสามารถเช่าทดลองขับรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่น Leapmotor C10 Design ภายใต้แคมเปญ Test Drive & Rent สัมผัสรถ EV ก่อนตัดสินใจ” พร้อมสร้างประสบการณ์การก่อนตัดสินใจซื้อ ด้วยการเปิดโอกาสให้ทดลองใช้งานจริงในชีวิตประจำวันซึ่งนานกว่าการทดลองขับรูปแบบเดิม เพื่อสัมผัสถึงสมรรถนะและฟังก์ชันต่าง ๆ ของรถยนต์อย่างเต็มที่ โดยรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่น Leapmotor C10 Design นับเป็นหนึ่งในสุดยอดยนตรกรรมอัจฉริยะเพื่อชีวิตที่สมบูรณ์แบบ ลูกค้าจะได้สัมผัสกับรถที่พัฒนาบนเทคโนโลยี Cell-to-Chassis ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง และช่วงล่างที่ได้รับพัฒนาร่วมกับวิศวกรจาก Stellantis เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่และความปลอดภัยในระดับมาตรฐานของรถในยุโรป หลังคาพาโนรามิครูฟ ห้องโดยสารกว้าง นั่งสบายคุณภาพระดับพรีเมียม การันตีด้วยรางวัล CMF Design Award ด้านการออกแบบวัสดุ สี และพื้นผิว มั่นใจได้ในความปลอดภัยและเป็นมิตรกับทุกคนในครอบครัว ด้วยเบาะนั่งปราศจากสารอันตรายกับเด็กและยังได้รับการรับรองมาตรฐานสากลจาก Oeko-Tex และอีกหนึ่งฟังก์ชัน Nap Mode ที่จะเปลี่ยนรถให้เป็นพื้นที่พักผ่อนส่วนตัวด้วยการปรับเอนเบาะอัตโนมัติ พร้อมระบบ Ambient Light ที่สามารถเปลี่ยนสีได้ถึง 64 สี และระบบกรองฝุ่น PM 2.5 เพียบพร้อมไปด้วยระบบ ADAS และระบบช่วยในการขับขี่อีกด้วย

ผู้สนใจสามารถเช่ารถ Leapmotor C10 Design เพื่อทดลองขับได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ตั้งแต่วันนี้ ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านแอปพลิเคชัน “SUB A CAR” จบครบในแอปเดียว (ทั้งระบบ IOS และ Android) หากประทับใจในประสบการณ์การขับขี่ ลูกค้าสามารถสั่งซื้อรถยนต์ได้ภายในแอปพลิเคชัน โดยเจ้าหน้าที่จาก Leapmotor Thailand จะเป็นผู้ติดต่อกลับเพื่ออำนวยความสะดวกกับลูกค้าโดยตรง หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line: @subacar โทร. 0-2266-2995 หรือเว็บไซต์ www.subacar.co.th

“คาราวานชานกรุง 2025” นำขบวนรถโบราณ ชื่นชมงานศิลป์อยุธยา

0
คาราวานชานกรุง 2025 1

สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย ร่วมกับ เซ็นทรัลพัฒนา จัดกิจกรรมท่องเที่ยวด้วยรถโบราณ และรถคลาสสิค เยือนถิ่นศิลปวัฒนธรรมไทย บนเส้นทางกรุงเทพฯ-พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ที่ผ่านมา

คาราวานชานกรุง 2025 2

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เผยว่า งาน “คาราวานชานกรุง 2025” จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ชมศิลป์แผ่นดิน…เยือนถิ่นพระราม” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีรถโบราณ และรถคลาสสิคทรงคุณค่าเข้าร่วมงานกว่า 30 คัน

คาราวานชานกรุง 2025 3

ด้านผู้บริหาร บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เผยว่า ศูนย์การค้าเซ็นทรัล อยุธยา เป็นโครงการมิกซ์ยูสสปอตไลท์ระดับโลก แลนด์มาร์คของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่เน้นสถาปัตยกรรมการตกแต่งตามแนวคิด “อัศจรรย์อยุธยา” โดยเฉพาะฟาซาดสีขาว และสีทอง ที่สะท้อนอัตลักษณ์อันโดดเด่นของจังหวัด พร้อมใช้เป็นสถานที่จัดแสดงรถโบราณ และรถคลาสสิค ให้ลูกค้าและนักท่องเที่ยวได้ชื่นชมเสน่ห์ของยานยนต์ที่ทรงคุณค่า

คาราวานชานกรุง 2025 7

ขบวนคาราวานรถโบราณ เริ่มเดินทางจากศูนย์การค้าเซ็นทรัลอีสต์วิลล์ มุ่งหน้าสู่ พิพิธภัณฑ์โขน ภายในศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ชมเรื่องราวความเป็นมาของโขน การออกแบบเครื่องแต่งกาย หัวโขน ฉากประกอบการแสดง รวมถึงประติมากรรมขนาดใหญ่ หนุมานอมพลับพลา

คาราวานชานกรุง 2025 8หลังจากทานอาหารกลางวันที่พิพิธภัณฑ์แล้ว ช่วงบ่าย เคลื่อนขบวนไปยัง ศูนย์การค้าเซ็นทรัล อยุธยา อวดโฉมรถโบราณ และรถคลาสสิค ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด ก่อนไปเที่ยวชมความงามของ บึงพระราม ในเขตอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา พร้อมถ่ายภาพร่วมกันในบรรยากาศยามเย็น และรับมอบเกียรติบัตรขอบคุณที่เข้าร่วมงานครั้งนี้

คาราวานชานกรุง 2025 9

ผู้สนใจสามารถติดตามกิจกรรมของสมาคมรถโบราณฯ ได้ที่ vintagecarclub.or.th และ facebook.com/vintagecarclub

 

“เอ็มจี” ชวนลูกค้า MG3 HYBRID+ และ MG4 ELECTRIC ลุ้นร่วมทริปล่าสมบัติ #MGSAVESAVERALLY  

0
เอ็มจี 1

เอ็มจี ชวนลูกค้า MG3 HYBRID+ และ MG4 ELECTRIC ร่วมสนุกลุ้นเป็นหนึ่งใน 20 คัน ที่จะออกเดินทางตามล่าหาสมบัติไปกับกิจกรรม “#MGSAVESAVERALLY” บนเส้นทางกรุงเทพฯ – นครปฐม – กาญจนบุรี พบกับหนุ่มมาดเข้ม “Cokey P” จากเพจ CokeyP รับบทผู้นำทีมขุมพลังไฮบริด #TEAMMG3HybridPlus และสองสาว “คุณปัง และคุณอาย” จากเพจ EV Girls เป็นผู้นำทีมขุมพลังไฟฟ้า 100% #TEAMMG4 ซึ่งกิจกรรมฯ จะจัดขึ้นในวันที่ 15 – 16 พฤศจิกายน 2568 คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: https://www.mgcars.com/th/news/MGSAVESAVERally สามารถร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม 2568 – 31 ตุลาคม 2568 ภายในเวลา 17:00 น. เท่านั้น! โดยจะประกาศรายชื่อสมาชิกผู้ล่าสมบัติในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 ทาง https://www.facebook.com/MGcarsThailand

เอ็มจี 3

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนดเท่านั้น

 

 

 

 

 

 

 

“GWM” เดินหน้าต่อไม่พัก ร่วมกับกลุ่ม HAVAL JOLION Sport Club Thailand รวมพลคนรัก ‘เจ้าสิงโตอารมณ์ดี’ ออกเดินทางสู่จังหวัดจันทบุรี

0
GWM Thailand 1

ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด GWM (Thailand) เดินหน้าสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด “อยู่ในท้องถิ่น เพื่อตลาดท้องถิ่น และบูรณาการกับชุมชนท้องถิ่น” (Being in the Local Market, For the Local Market, and Integrating into the Local Community) ผสานความร่วมมือกับกลุ่ม HAVAL JOLION Sport Club Thailand จัดกิจกรรม “HAVAL JOLION Sport Club Meeting ครั้งที่ 3” ระหว่างวันที่ 11 – 13 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ณ จังหวัดจันทบุรี เพื่อรวมพลผู้ใช้รถยนต์ GWM HAVAL JOLION HEV จากทั่วประเทศ พร้อมสร้างประสบการณ์การเดินทางที่เหนือกว่า และสะท้อนพลังของคอมมูนิตี้ผู้ใช้รถยนต์ GWM ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

GWM Thailand 2

กิจกรรมครั้งนี้ได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากผู้ใช้งาน GWM HAVAL JOLION HEV ทั้งรุ่น Sport และ Ultra กว่า 18 คัน รวมแล้วกว่า 45 คน ร่วมด้วย น.ส.ศุภรางศุ์ อนุชปรีดา ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร GWM (Thailand) และทีมงาน เพื่อร่วมเดินทางไปยังจุดหมายสำคัญของจังหวัดจันทบุรี ภายใต้บรรยากาศแห่งมิตรภาพ และความอบอุ่นของครอบครัว “GWM Family” โดยครอบครัวสมาชิกเจ้าสิงโตอารมณ์ดีได้สัมผัสสมรรถนะของ HAVAL JOLION อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งอัตราเร่ง ความสะดวกสบายในการเดินทาง และเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะที่ช่วยให้การเดินทางท่องเที่ยวในทริปพิเศษนี้เป็นไปอย่างราบรื่นและน่าประทับใจ รวมถึงดีไซน์ทั้งภายนอกและภายในที่ลงตัว ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่คล่องตัวทั้งวันทำงานและวันหยุด

GWM Thailand 3

สำหรับทริปในครั้งนี้ สมาชิกได้ร่วมออกเดินทางสัมผัสมนต์เสน่ห์ของจังหวัดจันทบุรี ผ่านจุดท่องเที่ยวสำคัญ อาทิ วัดโยธานิมิต วัดสำคัญเก่าแก่ของเมืองจันทบุรี ที่มีสถาปัตยกรรมโบราณที่สะท้อนรากเหง้าแห่งความศรัทธา สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 ภายในวัดมีพระคู่บ้านคู่เมือง หรือหลวงพ่อใหญ่ที่เป็นที่เคารพสักการะ ต่อด้วยการเรียนรู้ประวัติศาสตร์การพาณิชย์นาวีของไทย และความรุ่งเรืองทางการค้าทางทะเลที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี และเข้าชมความงดงามที่อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล โบสถ์คริสต์สไตล์โกธิคที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและมีอายุกว่า 100 ปี ภายในมีรูปปั้นพระแม่มารีอา ที่ประดับพลอยกว่า 200,000 เม็ด หนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของภาคตะวันออก และจุดสุดท้ายกับการแวะถ่ายภาพและชมวิวสุดตระการตา ณ จุดชมวิวเนินนางพญา อีกหนึ่งแลนด์มาร์กยอดนิยมที่มอบทัศนียภาพของทะเลจันท์สุดลูกหูลูกตา ตลอดเส้นทาง ครอบครัวเจ้าสิงโตอารมณ์ดีได้ร่วมทำกิจกรรมสันทนาการมากมายเพื่อกระชับความสัมพันธ์  เช่น การรับประทานอาหารค่ำแบบอบอุ่น การจับฉลากของรางวัล และการแนะนำสมาชิกใหม่ของคลับ สะท้อนให้เห็นถึงความแน่นแฟ้นและจิตวิญญาณของ “GWM Family” โดย GWM (Thailand) ได้มีส่วนร่วมสนับสนุนครอบครัวเจ้าสิงโตอารมณ์ดีและรับฟังพร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากทุกสมาชิก เพื่อนำไปพัฒนาทั้งผลิตภัณฑ์และการให้บริการต่อไป

GWM Thailand 4

กิจกรรม HAVAL JOLION Sport Club Meeting ครั้งที่ 3 ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ GWM (Thailand) ในการสร้าง “คอมมูนิตี้แห่งการเดินทาง” ที่รวมผู้ใช้รถยนต์ไว้ด้วยความผูกพัน ความภาคภูมิใจ และความเป็นครอบครัวเดียวกัน GWM จะยังคงเดินหน้าสนับสนุนกิจกรรมของแฟนคลับในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อสานต่อความสัมพันธ์กับลูกค้า และส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ “มากกว่า” ทั้งในด้านเทคโนโลยี การบริการ และความอบอุ่นในทุกเส้นทาง

 

 

“อีซูซุ” จัดเต็มทุกไลน์อัพ! เปิดรถปิกอัพใหม่! ISUZU D-MAX “THE ONE & ONLY” และ ใหม่! ISUZU X-SERIES “2 HOT…2 HANDLE” พร้อมสุดยอดรถอเนกประสงค์ MU-X “THE NEXT PEAK”

0
ISUZU 1

อีซูซุเดินหน้าเปิดตัวรถปิกอัพแห่งอนาคต ครบทุกไลน์อัพ ใหม่! ISUZU D-MAX “THE ONE & ONLY” หนึ่งเดียว…เท่านั้น! รถปิกอัพที่สืบทอด DNA แห่งความเชื่อมั่นมากว่าครึ่งศตวรรษ นำทีมโดย ใหม่! ISUZU V-CROSS 4×4 “THE ONE & ONLY” รถปิกอัพสปอร์ตออฟโรด ดีไซน์ใหม่! ทั้งภายนอกและภายใน กับสีใหม่! อินนิชมอร์ เกรย์ โอเพค (Inishmore Gray Opaque) พร้อมฟังก์ชัน ใหม่! EPS พวงมาลัยไฟฟ้า ใหม่! กล้องรอบคัน 360° Surround View Camera พร้อมมุมมองใต้ท้องรถ และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS เวอร์ชันล่าสุด!

อีซูซุ 4

 

เสริมทัพด้วย ใหม่! ISUZU X-SERIES “2 HOT…2 HANDLE” ร้อนแรง…เป็นเรื่อง! ครั้งแรกกับเครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด มาพร้อม ชุดแต่งใหม่! The X Package และสุดยอดรถอเนกประสงค์ MU-X “THE NEXT PEAK” สู่จุดพีคใหม่…ของชีวิต ที่มาพร้อมกับช่วงล่างใหม่! โช้กอัพแบบ STIFF FLEX

นอกจากนี้อีกหนึ่งไฮไลท์ที่อีซูซุภูมิใจนำเสนอ คือ การพลิกโฉมสนามทดสอบรถขับเคลื่อนสี่ล้อ “ISUZU 4×4 LAND” สู่สนาม “ISUZU 4×4 EXPERIENCE” โดยการร่วมมือกับ nendo ดีไซน์สตูดิโอระดับโลก จากประเทศญี่ปุ่น

อีซูซุ 2

มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด  เผยว่า “หลังจากที่เราเปิดตัวเครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE ซึ่งเป็นเทคโนโลยีดีเซลแห่งอนาคตไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ได้รับความนิยมและความไว้วางใจจากผู้ใช้รถยนต์ชาวไทยอย่างดีเยี่ยม ด้วยชื่อเสียงและความเชี่ยวชาญในการผลิตรถเพื่อการพาณิชย์ ในวันนี้เรายังคงมุ่งมั่นที่จะนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้รถชาวไทย ด้วยการเปิดตัวรถปิกอัพรุ่นใหม่! ISUZU D-MAX “THE ONE & ONLY” หนึ่งเดียว…เท่านั้น! ด้วย DNA หนึ่งเดียวที่สืบทอดความเชื่อมั่นของอีซูซุมากว่าครึ่งศตวรรษ ตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้อย่างเต็มที่ นำโดย “ใหม่! ISUZU V-CROSS 4×4” “THE ONE & ONLY” ปิกอัพสปอร์ตออฟโรด รุ่นใหม่ล่าสุด! กับสีใหม่! “อินนิชมอร์ เกรย์ โอเพค” (Inishmore Gray Opaque) ปรับเปลี่ยนดีไซน์ใหม่! ทั้งภายนอกและภายใน ยกระดับการขับขี่ให้สะดวกสบายขึ้นด้วย ใหม่! EPS พวงมาลัยไฟฟ้า ขับง่ายสบายทุกสภาพถนน และเพิ่มความแม่นยำปลอดภัยด้วย ใหม่! กล้องรอบคัน 360° Surround View Camera พร้อมมุมมองใต้ท้องรถ และ ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS เวอร์ชันล่าสุด! กล้องหน้าคู่ พร้อมเรดาร์ 2 จุด และเซ็นเซอร์ 8 จุดรอบคัน

อีซูซุ 5

เสริมทัพด้วย ใหม่! ISUZU X-SERIES “2 HOT…2 HANDLE” ร้อนแรง…เป็นเรื่อง! ครั้งแรกกับเครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดใหม่! แบบสปอร์ต REV TRONIC และ Sequential Paddle Shift ที่พวงมาลัย ออกแบบเพื่อเครื่องยนต์ 2.2 โดยเฉพาะ แรงจัดจ้าน เต็มสไตล์สปอร์ต มาพร้อมชุดแต่งใหม่! The X Package ทั้งภายนอกและภายใน และยังส่งสุดยอดรถอเนกประสงค์ MU-X “THE NEXT PEAK” สู่จุดพีคใหม่…ของชีวิต เพิ่มความมั่นใจขณะขับขี่ ที่มาพร้อมกับช่วงล่างใหม่! โช้กอัพแบบ STIFF FLEX ลดการสั่นสะเทือน และการโคลงของรถขณะขับขี่ นุ่มนวล มั่นใจทุกครั้งที่เข้าโค้ง

อีซูซุ 6

นอกจากรถรุ่นใหม่แล้ว อีซุซุจัดงบประมาณกว่า 100 ล้านบาท เพื่อยกระดับสนามทดสอบรถขับเคลื่อนสี่ล้อ “ISUZU 4×4 LAND” สู่ “ISUZU 4×4 EXPERIENCE” สนามทดสอบที่จะสร้างประสบการณ์ที่หาที่อื่นไม่ได้ โดยการร่วมมือกับ nendo ดีไซน์สตูดิโอระดับโลก จากประเทศญี่ปุ่น ผู้ออกแบบ Japan Pavilion อันเลื่องชื่อในงาน Osaka World Expo 2025 ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์มากกว่าการ “ทดลองขับ” แต่เป็นการสร้างประสบการณ์ให้ได้เข้ามาสัมผัสสมรรถนะอันโดดเด่นของรถ ISUZU 4×4 อย่างเต็มที่และ น่าตื่นเต้น เราใช้เทคนิคการสร้างประสบการณ์ให้เป็นภาษาภาพ โดยการใช้เสา และโทนสีแบบ Full Spectrum ภายใต้องค์ประกอบ 3 ประการ คือ

อีซูซุ 7

อีซูซุ 8

อีซูซุ 9

เอียง (TILT) สูงชัน (HIGH) และพลัง (POWER) และ 2 สถานีใหม่! “Haunted Tunnel” (ลุยฝ่า อุโมงค์หลอน) และ “MYSTERY ROAD” (พิลึก ทางพิศวง) ให้คุณท้าทายขีดจำกัดของตัวเอง สถานีทดสอบสุดเร้าใจที่ได้จำลองสภาพแวดล้อมและอุปสรรคตามธรรมชาติอย่างสมบูรณ์รวม 9 สถานี จะเปลี่ยนอุปสรรคสุดท้าทาย ให้กลายเป็นความสนุกที่ควบคุมได้ ด้วย ใหม่! ISUZU V-CROSS 4×4 “THE ONE & ONLY” ยนตรกรรมปิกอัพ สปอร์ตออฟโรด และ MU-X “THE NEXT PEAK” 4WD ที่เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีขับเคลื่อน 4 ล้อ บนพื้นที่กว่า 30 ไร่ ณ อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี”

อีซูซุ 10

ร่วมสัมผัสรถปิกอัพรุ่นใหม่! “THE ONE & ONLY” หนึ่งเดียว…เท่านั้น!  ใหม่! ISUZU X-SERIES “2 HOT…2 HANDLE!” ร้อนแรง…เป็นเรื่อง! รวมถึง MU-X “THE NEXT PEAK” สู่จุดพีคใหม่…ของชีวิต ได้ที่โชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป พร้อมสิทธิพิเศษแห่งปี “MAXFORCE BIG THANKS ขอบคุณจากใจให้ร้อยล้าน” ฉลองความสำเร็จของเครื่องยนต์ Ddi MAXFORCE ลุ้นขับฟรีสูงสุด 100,000 กิโลเมตร และสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า    อีซูซุ มูลค่ารวมกว่า 100 ล้านบาท พร้อมร่วมกิจกรรมพิเศษ “สัปดาห์พิเศษแนะนำรถรุ่นใหม่” ด้วย สามารถติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai

 

สรยท. จับมือ เน็กซ์ พอยท์ เปิดประสบการณ์ชมสายการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่

0

สรยท. จับมือ เน็กซ์ พอยท์ นำสื่อมวลชนสมาชิกสมาคมฯ เยี่ยมชมโรงงานประกอบรถยนต์ไฟฟ้า และโรงงานผลิตแบตเตอรี่ ภายใต้กิจกรรม “TAJA : Nex Point Exclusive Open House” ชมสายการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์และสายพานการผลิตแบตเตอรี่เพื่อใช้กับรถยนต์ไฟฟ้าอย่างใกล้ชิดเป็นกลุ่มแรก

นายสุรศักดิ์ จรินทร์ทอง นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) หรือ Thai Automotive Journalists Association (TAJA) เปิดเผยว่า สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) ร่วมมือกับบริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) (Nex Point) จัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัญจร “TAJA : Nex Point Exclusive Open House” นำสมาชิกของสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย ซึ่งประกอบด้วยสื่อมวลชนสายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เข้าเยี่ยมชมโรงงานสายการผลิตรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ และโรงงานผลิตแบตเตอรี่ ที่ใช้กับรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งผลิตด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ และวัสดุที่มีความปลอดภัยสูงในการผลิตเซลล์แบตเตอรี่ ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ทั้งนี้เพื่อให้สมาชิกได้รับความรู้และมีประสบการณ์ตรงกับกระบวนการผลิตรถยนต์เพื่อการพาณิชย์พลังไฟฟ้าและกระบวนการผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อนำความรู้และประสบการณ์ไปเผยแพร่สู่สาธารณะได้อย่างถูกต้องทั้งด้านสมรรถนะ คุณภาพ และความปลอดภัยในการใช้งาน

“สำหรับการเยี่ยมชมโรงงานในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ทาง เน็กซ์ พอยท์ ได้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้เดินทางมาสัมผัสความยิ่งใหญ่ของโรงงานทั้ง 2 แห่ง คือ โรงงานผลิตรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ที่ดำเนินการโดยบริษัท แอ๊บโซลูท แอสเซมบลี จํากัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) (EA) และบริษัท เน็กซ์ พอยต์ จำกัด (มหาชน) ถือเป็นโรงงานผลิตยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แบบครบวงจรแห่งแรกของคนไทย และโรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนอมิตา (Amita) ดำเนินการโดยบริษัท อมิตา เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) (EA)” นายสุรศักดิ์ กล่าว

ด้านนายวีรพัฒน์ พิณพาทย์ รักษาการ ผู้จัดการแผนกบริหารจัดการเครื่องจักร อาคารและสถานที่ บริษัท แอ๊บโซลูท แอสเซมบลี จำกัด ผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ กล่าวว่า โรงงานแห่งนี้ก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 80 ไร่ ในเขตการค้าเสรีที่อำเภอบ้านโพธิ์ ภายใต้การสนับสนุนด้านการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และดำเนินธุรกิจผลิตยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์โดยมีกําลังการผลิตสูงสุด 9,000 คันต่อปี โดยกระบวนการผลิตบนพื้นที่ภายในโรงงานจะประกอบไปด้วย ส่วนของโรงงานประกอบ, โรงงานเชื่อมตัวถัง, โรงงานพ่นสี และสนามทดสอบ

“โรงงานแห่งนี้จะผลิตรถยนต์โดยสารไฟฟ้า เช่น รถโดยสารประจำทาง (City Bus) รถตู้โดยสาร, รถมินิบัส, รถหัวลาก และรถบรรทุกต่างๆ ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้า BEV หรือ ไฟฟ้า 100% ทั้งหมด รวมไปถึงเป็นศูนย์ซ่อมบำรุง และตรวจเช็คสภาพรถยนต์ทุกรุ่นที่ผลิตจากโรงงานแห่งนี้อีกด้วย”

สรยท.ประกาศ 17 รถยนต์และ 6 รถจักรยานยนต์ เข้าชิงดำ “รถยอดเยี่ยมประจำปี 2568”

0
สรยท. 1

สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) ประกาศรายชื่อ 23 รถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า
และรถจักรยานยนต์ เข้ารอบสุดท้ายที่ได้รับการโหวตในรอบแรก โดยสมาชิกสามัญของสมาคมฯ เพื่อเข้าชิงรางวัล THAILAND CAR OF THE YEAR, THAILAND EV OF THE YEAR และ THAILAND MOTORCYCLE OF THE YEAR 2025 และนำรถที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายไปทดสอบก่อนลงคะแนนอีกครั้งที่ศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ หรือ ATTRIC จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งปีนี้ถือเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันที่ทางสรยท.ได้รับความอนุเคราะห์จากสถาบันยานยนต์ ให้ใช้สนามทดสอบภายในศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ ซึ่งเป็นสนามทดสอบยานยนต์มาตรฐานระดับเอเชีย ทั้งนี้เพื่อยกระดับมาตรฐานการทดสอบและลงคะแนนในรอบสุดท้ายของรางวัลรถยอดเยี่ยมประจำปี (THAILAND CAR, EV & MOTORCYCLE OF THE YEAR) ที่จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) ให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล

นายสุรศักดิ์ จรินทร์ทอง นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) หรือ Thai Automotive Journalists Association (TAJA) กล่าวว่า “ในปีนี้มีรถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาตามกรอบกติกาใหม่ ทั้ง 3 รางวัล รวมแล้ว 45 รุ่น โดยแบ่งออกเป็น THAILAND CAR OF THE YEAR จำนวน 20 รุ่น THAILAND EV OF THE YEAR จำนวน 14 รุ่น และ THAILAND MOTORCYCLE OF THE YEAR จำนวน 11 รุ่น และได้เปิดให้สมาชิกสามัญได้โหวตในช่วงระหว่างวันที่ 7-15 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ก่อนที่จะนำคะแนนทั้งหมดมานับโดยมีนายพินิต ทองสุข ประธานที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการคัดเลือกและตัดสินรางวัลรถยอดเยี่ยมประจำปี 2568, นายวชิระ เรืองมาลัย, นายวัชระ ธรรมศรี อดีตนายกสมาคมฯ, นายสุรศักดิ์ จรินทร์ทอง นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทยและเลขานุการคณะอนุกรรมการฯ และคณะอนุกรรมกรรมการการคัดเลือกและตัดสินรางวัลรถยอดเยี่ยมประจำปี 2568 ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ร่วมเป็นสักขีพยานในการนับคะแนน”

สรยท. 2

สำหรับรถที่ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้าย หรือ Finalist Car ในทั้ง 3 รางวัล รวม 23 รุ่น ประกอบด้วย

  1. รถยนต์เข้ารอบสุดท้ายรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2568 (THAILAND CAR OF THE YEAR 2025) จำนวน 10 รุ่น ประกอบด้วย BYD Seal 5 Dmi, Ford Ranger MS-RT, Isuzu D-Max 2.2 MaxForce, Isuzu Mu-X 2.2 MaxForce, Mazda BT-50 2.2, Mitsubishi XForce HEV, Nissan Serena S Hybrid, Suzuki Fronx, Toyota Yaris Ativ HEV GR Sport, Toyota Camry HEV

สรยท. 3

สรยท. 2

สรยท. 3

สรยท. 6

  1. รถยนต์ไฟฟ้าเข้ารอบสุดท้ายรางวัลรถยนต์ไฟฟ้ายอดเยี่ยมแห่งปี 2568 (THAILAND EV OF THE YEAR 2025) จำนวน 7 รุ่น ประกอบด้วย BMW iX1L eDrive20L M Sport, BYD Sealion 7, Jaecoo 5EV, Mercedes-Benz G580 EV, MG S5 EV, MG IM6, Toyota BZ4X

สรยท. 7

สรยท. 9

สรยท. 10

  1. รถจักรยานยนต์เข้ารอบสุดท้ายรางวัลรถจักรยานยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2568 (THAILAND MOTORCYCLE OF THE YEAR 2025) จำนวน 6 รุ่น ประกอบด้วย BMW R1300GSA, Harley-Davidson Street BOB, Honda Wave 125, Honda PCX160, Yamaha New Aerox, Yamaha All New N Max Techmax

สรยท. 11

สรยท. 13

สรยท. 14

สำหรับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ทั้ง 23 รุ่น คณะอนุกรรมการคัดเลือกและตัดสินรางวัลรถยอดเยี่ยมประจำปี 2568 จะจัดให้มีการทดสอบก่อนที่จะให้คะแนนครั้งสุดท้ายในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568
โดยผู้ทำหน้าที่ทดสอบและให้คะแนนในรอบสุดท้าย คณะอนุกรรมการฯ จะคัดเลือกจากสมาชิกผู้สื่อข่าวสายยานยนต์และรถจักรยานยนต์ที่มีประสบการณ์สูงในการทดสอบรถยนต์ และได้ร่วมโหวตในรอบแรก เป็นผู้ดำเนินการทดสอบและโหวต โดยมีหลักเกณฑ์การให้คะแนน ตามมาตรฐานสากลที่ทั่วโลกใช้ในการพิจารณาลงคะแนนกับรางวัล THAILAND CAR OF THE YEAR ที่ได้ดำเนินการมาตลอด 9 ปี ซึ่งได้ดำเนินการบนหลักการและกฎกติกาที่มีความยุติธรรมตามมาตรฐานสากล สำหรับรถยนต์ที่มีความแตกต่างทั้งเครื่องยนต์ ระดับราคา จากหลากหลายเซ็กเมนท์ทางการตลาด

การให้คะแนนในรอบสุดท้าย จะคำนึงถึงคุณสมบัติต่างๆ ของรถยนต์ที่เข้ารอบ ทั้งเรื่องรูปลักษณ์การออกแบบภายนอกภายใน สมรรถนะของเครื่องยนต์ วัสดุตกแต่งทั้งภายนอกและภายใน อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง ความสะดวกสบายในการใช้งาน และความคุ้มค่ากับราคาที่ตั้งจำหน่ายในตลาดประเทศไทยอีกด้วย

สำหรับปีนี้ ทางคณะอนุกรรมการฯ ได้เลือกใช้ศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ (ATTRIC) ตั้งอยู่ที่อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นสนามทดสอบ ทั้งนี้เพื่อยกระดับสร้างมาตรฐานใหม่ในระดับสากลกับรางวัล THAILAND CAR OF THE YEAR, THAILAND EV OF THE YEAR และ THAILAND MOTORCYCLE OF THE YEAR โดยได้รับความอนุเคราะห์จาก ดร.เกรียงศักดิ์ วงศ์พร้อมรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ กระทรวงอุตสาหกรรม ให้ใช้เป็นสถานที่ทดสอบภาคสนาม พร้อมเชิญผู้แทนจากสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ร่วมสังเกตการณ์อีกด้วย

ทั้งนี้ หลังจากการโหวตลงคะแนนหลังจากทดสอบภาคสนามในรอบสุดท้ายเป็นที่เรียบร้อย หีบบัตรลงคะแนนคณะกรรมการสมาคมฯ จะนำมาเก็บไว้เป็นความลับ และจะมีการเปิดนับคะแนนต่อหน้าคณะกรรมการ สักขีพยานเพื่อนับคะแนน และจัดพิธีมอบรางวัล THAILAND CAR OF THE YEAR, THAILAND EV OF THE YEAR และ THAILAND MOTORCYCLE OF THE YEAR 2025 ในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 ศกนี้ ณ THE HALLS BANGKOK ถนนวิภาวดี-รังสิต กรุงเทพมหานคร