Home Blog Page 30

“ตรีเพชรอีซูซุเซลส์” เปลี่ยนกรรมการผู้จัดการใหม่

0
ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ 1
บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถอีซูซุในประเทศไทย และรถอีซูซุขนาดเล็ก ในประเทศลาวและกัมพูชา รวมทั้งการให้บริการหลังการขายและอะไหล่ ประกาศแต่งตั้ง มร. ฮิโรยาสุ ซาโต้ (Mr. Hiroyasu Sato) เป็นกรรมการผู้จัดการ (President) คนใหม่ ต่อจาก มร. ทาคาชิ ฮาตะ (Mr. Takashi Hata) โดยกรรมการผู้จัดการคนใหม่จะรับตำแหน่งปลายเดือนมีนาคม 2569 นี้   
ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ 3
มร. ทาคาชิ ฮาตะ ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2565 ถึงเดือนมีนาคม 2569 ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญของการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกและไทย ที่ชะลอตัว หนี้ครัวเรือนระดับสูง และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน ตลอดระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง มร. ทาคาชิ ฮาตะ ได้เสริมสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์ “อีซูซุ” เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะตั้งรับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วและเพื่อรักษาความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ไว้ให้ได้อย่างมั่นคง โดยมีนโยบายที่โดดเด่น อาทิ
 
•การประกาศนโยบายและนำธุรกิจอีซูซุในประเทศไทยเข้าสู่ “ความเป็นกลางทางคาร์บอน” ผ่าน “โซลูชั่นส์อันหลากหลายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน” (Multi-pathways to Carbon Neutrality) ทั้งด้านผลิตภัณฑ์
การพัฒนาพลังงานสะอาดรูปแบบใหม่ รวมถึงระบบการจัดการ และกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ของอีซูซุ โดยคำนึงถึงความต้องการที่แตกต่างกัน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ใช้รถ ควบคู่ไปกับการส่งมอบความสุขที่ยั่งยืนในการเข้าสู่สังคมความเป็น กลางทางคาร์บอน
 
•การนำแนวคิด “Isuzu Trusted Buddy” (อีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย) เพื่อสร้างความแตกต่างอย่างชัดเจนของแบรนด์อีซูซุ โดยการยกระดับแบรนด์อีซูซุ ที่ไม่เพียงเป็นแบรนด์ที่ลูกค้าชาวไทยให้ความไว้วางใจมาอย่างยาวนาน แต่ยังเป็นแบรนด์ที่มีคุณค่าสูงต่อสังคมไทย เริ่มจากการสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงตามมาตรฐานญี่ปุ่น และมีความเหมาะสมกับการใช้งานอย่างแท้จริง พร้อมทั้งบริการหลังการขายที่มีประสิทธิภาพสูง การสร้างความสัมพันธ์ในระยะยาวกับผู้ใช้รถผ่านการส่งเสริมให้ผู้ใช้สามารถใช้รถได้อย่างมีประสิทธิภาพ และคุ้มค่าเงินสูงสุด อีซูซุยังยึดมั่นในการสร้างคุณค่าทางสังคม (Social Value) นอกจากการเป็นนิติบุคคลที่ดีของไทย และการสนับสนุนสังคมไทยผ่านกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ต่าง ๆ แล้ว อีซูซุยังมีแนวทางที่ชัดเจนในการสร้างความเจริญเติบโตของไทยไปด้วยกัน เช่น
การผลิตรถที่ใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Contents) ในสัดส่วนที่สูง เช่น กว่า 90% ในรถปิกอัพ เป็นต้น
 
•การเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับ “กลุ่มตรีเพชร” ในฐานะกลุ่มธุรกิจ
ยานยนต์ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ ตลอดระยะเวลายาวนานกว่า 69 ปี พร้อมวางรากฐานการเติบโตในอนาคต ผ่านการขยายการลงทุนหลากหลายโครงการในธุรกิจและเทคโนโลยีใหม่ เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบใหญ่อย่างยั่งยืน
 
มร. ทาคาชิ ฮาตะ จะครบวาระการทำงานในประเทศไทยและเดินทางกลับไปยังประเทศญี่ปุ่นในช่วงปลายเดือนมีนาคม
 
มร. ฮิโรยาสุ ซาโต้ เริ่มทำงานที่บริษัท มิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศญี่ปุ่น) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ ตั้งแต่เดือนเมษายน 2536 หลังจากสำเร็จการศึกษาจาก คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเคโอ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยมีประสบการณ์การทำงานดังนี้
 
•เมษายน 2536: ฝ่ายธุรกิจยานยนต์ บริษัท มิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่น
(ประเทศญี่ปุ่น)
 
•กรกฎาคม 2549: ผู้จัดการฝ่ายขาย บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด
 
•มีนาคม 2555: หัวหน้าทีมแผนกอีซูซุ ภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลาง อเมริกา และโอเชียเนีย (ทีมอเมริกา) ฝ่ายธุรกิจอีซูซุ บริษัท มิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศญี่ปุ่น)
 
•สิงหาคม 2556: รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจียงซี อีซูซุ มอเตอร์ส จำกัด (ประเทศจีน)
 
•กุมภาพันธ์ 2559: รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด
 
•ธันวาคม 2560: ผู้จัดการทั่วไป แผนกอีซูซุ ภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลาง อเมริกา และโอเชียเนีย ฝ่ายธุรกิจอีซูซุ บริษัท มิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศญี่ปุ่น)
 
•เมษายน 2562: กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีซูซุ ยูท ออสเตรเลีย จำกัด
 
•เมษายน 2566: กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตซูบิชิ (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท ไทย-เอ็มซี จำกัด
 
•มีนาคม 2569: กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด
ด้วยประสบการณ์การทำงานในประเทศไทยยาวนานถึง 3 วาระ ควบคู่กับการความรู้ความสามารถจากการทำงานในหลากหลายประเทศ ทำให้ มร. ฮิโรยาสุ ซาโต้ มีความพร้อมอย่างยิ่งสำหรับการรับภารกิจสำคัญในบทบาท กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด มร. ฮิโรยาสุซาโต้ จะขับเคลื่อนธุรกิจของอีซูซุ และกลุ่มตรีเพชรให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน พร้อมก้าวสู่ความสำเร็จที่มากยิ่งขึ้นนับตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป
 
#ตรีเพชรอีซูซุเซลส์
#MotorExpoSpecial
 

“Isuzu V-Cross by New Gen 2026” ชวนกลุ่มนิสิต นักศึกษา โชว์ไอเดียสุดปัง “ถ้า ISUZU V-CROSS เป็นคน จะเป็นคนแบบไหน”

0
อีซูซุ 1

อีซูซุชวนน้อง ๆ นิสิต นักศึกษา นำเสนอไอเดียสุดครีเอทีฟผ่านการแข่งขันการทำคลิปวิดีโอแนวตั้ง ความยาวไม่เกิน 2 นาที ผ่านโครงการ Isuzu V-Cross by New Gen 2026 ภายใต้หัวข้อรอบคัดเลือก “ถ้า ISUZU V-CROSS เป็นคน จะเป็นคนแบบไหน” ผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมการแข่งขัน ได้ทั้งในรูปแบบรายบุคคล หรือแบบทีม ทีมละไม่เกิน 5 คน โดยไม่จำกัดสถาบัน คณะ หรือชั้นปีการศึกษา พิเศษสำหรับผู้เข้ารอบ 10 ทีมสุดท้าย จะได้ร่วมสัมผัสสมรรถนะปิกอัพสปอร์ตออฟโรด ISUZU V-CROSS 4×4 “THE ONE & ONLY” พร้อมเรียนรู้เทคนิคการทำคอนเทนต์แบบมืออาชีพกับคุณฤกษ์อรุณ เจียมสวัสดิ์ เจ้าของเพจ “Kayab” เพื่อเพิ่มประสบการณ์ด้านการสร้างสรรค์คอนเทนต์ให้แก่ ทีมที่ผ่านเข้ารอบ ก่อนเข้าสู่การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ณ สนามทดสอบรถ Isuzu 4×4 Experience จังหวัดปทุมธานี ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 140,000 บาท

สำหรับน้อง ๆ นิสิต นักศึกษาที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมและศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Openlink : Isuzu V-Cross by New Gen 2026 Facebook: Tri Petch Isuzu Sales Career และ TikTok: Tri Petch Group Official

รายละเอียดเพิ่มเติม: https://www.openlink.co/tisnewgen

 

“Benz Primus” ครองยอดขายอันดับ 1 ตอกย้ำ Primus Group ผู้นำตลาดรถพรีเมี่ยม 

0
Benz Primus 2

Primus Group ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในธุรกิจยานยนต์ระดับพรีเมี่ยม หลัง Benz Primus ได้รับรางวัลอันดับ 1 ยอดจำหน่ายรถยนต์ MercedesBenz ในประเทศไทย จากเวที  ARPC 2026  สะท้อนความเป็นผู้นำด้านคุณภาพ การบริการและความเชื่อมั่นจากลูกค้า 

Benz Primus 3

ในโอกาสนี้  “ณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ” ประธาน กลุ่มบริษัทในเครือ Primus Group และ TOAVH ขึ้นรับมอบรางวัลผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ MercedesBenz ยอดเยี่ยม อันดับ 1 ในระดับองค์กร เขตพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูง “มาร์ติน ชเวงค์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ในงานประชุมผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ MercedesBenz ประจำปี 2026 ภายใต้ชื่องาน Annual Retail Partner Conference 2026 (ARPC 2026) จัดขึ้นโดย บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ณ โรงแรมลาบาริส เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา 

Benz Primus 3 สำหรับรางวัลทรงเกียรติสูงสุด ที่ได้รับมีทั้งหมด 4 รางวัล แบ่งเป็นระดับองค์กร 2 รางวัล และระดับบุคคล 2 รางวัล ได้แก่   

Benz Primus 4 

1.PrimusAutohaus: รางวัลอันดับ 1  Star Pilot Showroom Performance 2025 (Bangkok) 

2.PrimusPattaya: รางวัลอันดับ1  Star Pilot Showroom Performance 2025 (Up Country) 

Benz Primus 5

3.ชนม์สิตา สร้อยสิงห์คำ (ปุ้ย)จาก Primus Autohaus : รางวัล Best of CClass (ยอดจำหน่าย CClass สูงสุด) จากงาน Motor Expo 2025 

Benz Primus6

4.สาวิตรี พุ่มเกื้อ (อุ๊)จาก Primus Autohaus : รางวัล The Winner of Smile Award – Excellence in Sales Customer Satisfaction 2025 

 “ความสำเร็จในครั้งนี้ สะท้อนความแข็งแกร่งการเป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ในเครือ Primus Group ทุกมิติ ทั้งด้านการบริหารเครือข่าย การให้บริการลูกค้า และการพัฒนาศักยภาพของทีมงานที่มีระบบและประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Primus Group ก้าวเป็นผู้นำในธุรกิจผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ในระดับพรีเมี่ยม ของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ในระยะเวลาอันรวดเร็ว” นายณัฏฐวุฒิ กล่าว 

Benz Primus 7

จิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทในเครือ Primus Group เปิดเผยว่า ด้วยนโยบายหลักของ Primus Group ที่ให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric) ในการพัฒนาศักยภาพการดำเนินงานของเครือข่ายธุรกิจผู้แทนจำหน่ายรถยนต์อย่างรอบด้าน ตั้งแต่การให้คำปรึกษา การขาย การส่งมอบรถยนต์ จวบจนการบริการหลังการขาย ส่งผลทำให้ Benz Primus ได้รับความไว้วางใจและเชื่อมั่นจากลูกค้าด้านการขายและบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง  

Benz Primus 8

ขณะเดียวกัน บริษัทแม่ เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ได้ให้การสนับสนุนและส่งเสริมการดำเนินงานด้านต่างๆ เป็นอย่างดี ทำให้ Benz Primus สร้างผลงานได้อย่างโดดเด่นและก้าวขึ้นครองตำแหน่งผู้แทนจำหน่าย MercedesBenz ที่มียอดจำหน่ายสูงสุด ในระดับองค์กร และระดับบุคคล ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวมถึงรางวัลการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าอีกด้วย  

Benz Primus 10

Primus Group พร้อมเดินหน้าพัฒนาและยกระดับการบริหารงาน ในการดูแลลูกค้าให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น เพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ที่เหนือระดับ และสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าอย่างครบถ้วนในทุกมิติ”    จิระพล กล่าวทิ้งท้าย  

 

* 

“เกีย เซลส์ (ประเทศไทย)” สานต่อแคมเปญระดับโลก “Inspiration Connects Us All”  ตอกย้ำพลังความเป็นหนึ่งเดียวของผู้คนทั่วโลกผ่านมหกรรมกีฬาระดับโลกในงาน FIFA World Cup™ Trophy Tour by Coca-Cola ในฐานะ Mobility Partner กับ FIFA

0
เกีย 1

“เกีย” เป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (Fédération Internationale de Football Association: FIFA) โดยได้รับการแต่งตั้งให้เป็น Official Mobility Partner ผู้สนับสนุนด้านการเดินทาง เทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติ และโซลูชันการเดินทางแห่งอนาคตสำหรับกิจกรรมและการแข่งขันระดับโลกของ FIFA อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2007 จนถึงปี 2030 ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว Kia Corporation ได้เปิดตัวแคมเปญระดับโลกสำหรับ FIFA World Cup 2026™ ภายใต้แนวคิด ‘Inspiration Connects Us All’ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ     แบรนด์ในการส่งเสริมความเป็นหนึ่งเดียว ไม่เพียงระหว่างเกียและลูกค้าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้คนทั่วโลก โดยล่าสุด    เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้เข้าร่วมเป็น Mobility Partner ในงาน ‘FIFA World Cup™ Trophy Tour by Coca-Cola’ เพื่อร่วมส่งต่อแรงบันดาลใจสร้างความเป็นหนึ่งเดียวของผู้คนทั่วโลกผ่านมหกรรมกีฬาระดับโลก ณ ไอคอนสยาม เมื่อเร็วๆ นี้

เกีย 2

นายฌ็อง–ดาวิด คริสติญอง อาเรล รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์และการตลาด บริษัท เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) จํากัด กล่าวว่า บริษัท เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของเกีย คอร์ปอเรชัน ดำเนินธุรกิจภายใต้ปรัชญาเดียวกันทั่วโลก คือ “Movement that inspires” ที่เราเชื่อว่าพลังของการเดินทางจะสร้างแรงบันดาลใจและสามารถเปลี่ยนแปลงมุมมองและชีวิตผู้คน เพื่อสานต่อปรัชญาของแบรนด์ และแคมเปญระดับโลกของเกีย คอร์ปอเรชัน บริษัทฯ จึงได้ร่วมสนับสนุนกิจกรรม “FIFA World Cup™ Trophy Tour by Coca-Cola” ในฐานะ Mobility Partner ในโอกาสที่ถ้วย FIFA World Cup™ Original Trophy เดินทางถึงประเทศไทย โดยมี The Kia EV9 รถเอสยูวี 6 ที่นั่ง ไฟฟ้า 100% , The Kia Sorento PHEV AWD เอสยูวีพลังงานไฟฟ้าระดับพรีเมียมแบบ 3 แถว 6 ที่นั่ง และ รถเอ็มพีวีรุ่นเรือธง The new Kia Carnival HEV 7-seater เป็นพาหนะสำหรับกิจกรรมดังกล่าวตลอดระยะเวลาที่จัดกิจกรรมในประเทศไทยเพื่อสื่อถึงการเดินทางของแรงบันดาลใจและความเป็นหนึ่งเดียวที่ฟุตบอลมอบให้กับแฟนบอลทั่วโลกพร้อมจัดแสดงรถยนต์ The Kia EV9 เพื่อให้แฟนบอลได้สัมผัสและใกล้ชิดกับรถยนต์เกียภายในงาน “FIFA World Cup™ Trophy Tour by Coca-Cola” ที่จัดขึ้น ณ ไอคอนสยาม

“ฟุตบอลคือกีฬาที่อยู่ในหัวใจของแฟนบอลชาวไทย และเป็นพลังที่เชื่อมโยงผู้คนจากหลากหลายวัฒนธรรม สอดคล้องกับแนวคิด ‘Inspiration Connects Us All’ ของเกีย การมีส่วนร่วมในกิจกรรมครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการสร้างการรับรู้ของแบรนด์ แต่เป็นการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของช่วงเวลาที่มีความหมายต่อผู้บริโภค สะท้อนความมุ่งมั่นของเกียในการสนับสนุนกีฬาฟุตบอล และเชื่อมโยงแบรนด์กับแฟนบอลชาวไทยอย่างเป็นรูปธรรม” นายฌ็อง–ดาวิด คริสติญอง อาเรล กล่าวทิ้งท้าย

เกีย 5

 

“ฮอนด้า”ประกาศไม่ปรับขึ้นราคารถยนต์ทุกรุ่น! ยังคงราคาเดิมถึงวันที่ 6 เม.ย. 2569 พร้อมรับภาษีสรรพสามิตใหม่สำหรับรถยนต์ปี 2569

0
ฮอนด้า 1

การปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่สำหรับรถยนต์ปี 2569 ส่งผลให้ต้นทุนทางภาษีขยับตัวสูงขึ้นในหลายเซกเมนต์ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศ ไม่ปรับขึ้นราคาจำหน่ายรถยนต์ทุกรุ่นถึงวันที่ 6 เมษายน 2569 พร้อมมอบแคมเปญพิเศษ “Honda โปรตะลึง ตรึงราคา! พลัสเพิ่มความคุ้มแบบจึ้งใจ” จัดเต็มสิทธิพิเศษเพิ่มเติมสูงสุด 85,000 บาท* ดอกเบี้ย 0% หรือผ่อนสบายเริ่มต้นเพียง 2,500 บาท นานสูงสุด 84 เดือน* เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงวันที่ 6 เมษายน 2569 และรับรถภายใน 10 เมษายน 2569 เพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าได้ง่ายขึ้น

ฮอนด้า 2

เจาะลึกการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่สำหรับรถยนต์ปี 2569 

การปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่สำหรับรถยนต์มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป เป็นการจัดเก็บภาษีรูปแบบใหม่ที่จะพิจารณาสัดส่วนการจัดเก็บภาษี โดยพิจารณาจากปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) การส่งเสริมการผลิตและการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ รวมถึงการส่งเสริมความปลอดภัยของตัวรถยนต์ การปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ในครั้งนี้ ส่งผลต่อต้นทุนทางภาษีที่เพิ่มขึ้นของรถยนต์ในหลายเซกเมนต์

  • สำหรับรถยนต์รุ่นที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) ไม่เกิน 100 กรัม/กม.

จากเดิมในปี 2568 จัดเก็บภาษีที่ 4% ในปี 2569 จัดเก็บภาษีที่ 6% (เพิ่มขึ้น 2%) สำหรับรถไฮบริด (HEV)

  • สำหรับรถยนต์รุ่นที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) 100 กรัม/กม.

จากเดิมในปี 2568 จัดเก็บภาษีที่ 12% ในปี 2569 จัดเก็บภาษีที่ 13% (เพิ่มขึ้น 1%) สำหรับรถยนต์สันดาปภายใน (ICE)

  • สำหรับรถยนต์รุ่นที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) ตั้งแต่ 101 กรัม/กม. ถึง 120 กรัม/กม.

จากเดิมในปี 2568 จัดเก็บภาษีที่ 8% ในปี 2569 จัดเก็บภาษีที่ 9% (เพิ่มขึ้น 1%) สำหรับรถไฮบริด (HEV)

  • สำหรับรถยนต์รุ่นที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) ตั้งแต่ 121 กรัม/กม. ถึง 150 กรัม/กม.

จากเดิมในปี 2568 จัดเก็บภาษีที่ 8% ในปี 2569 จัดเก็บภาษีที่ 14% (เพิ่มขึ้น 6%) สำหรับรถไฮบริด (HEV)

โครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่สำหรับรถยนต์ปี 2569 และราคาขายรถยนต์ฮอนด้าถึงวันที่ 6 เม.ย. 2569

ฮอนด้านำเสนอไลน์อัป Honda e:HEV – The EXCITING Hybrid พร้อมมอบประสบการณ์ความแรงเร้าใจควบคู่ไปกับความนุ่มนวลอย่างเหนือความคาดหมาย และประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม รวมถึงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยฮอนด้ายืนยันคงราคาขายเดิมถึงวันที่ 6 เมษายน 2569

เพิ่มความคุ้มค่ายิ่งขึ้น ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษ “Honda โปรตะลึง ตรึงราคา! พลัสเพิ่มความคุ้มแบบจึ้งใจจัดเต็มสิทธิพิเศษเพิ่มเติมสูงสุด 85,000 บาท* ดอกเบี้ย 0% หรือผ่อนสบายเริ่มต้นเพียง 2,500 บาท นานสูงสุด 84 เดือน*

ไฮไลต์ข้อเสนอสำหรับ Honda City และ Honda City Hatchback รุ่น TURBO ราคาเริ่มต้นเพียง
599,000 บาท

  • ใหม่! สำหรับรุ่น TURBO มาพร้อมทางเลือก
    • รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมมูลค่า 85,000 บาท* ฟรีประกันภัย 1 ปี พร้อมฮอนด้า อัลติเมท แคร์
    • หรือเลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 0%* พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปีมูลค่าสูงสุด
      69,000 บาท**
  • โปรแกรม ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส (Double Smile Plus) ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ
    • สำหรับ Honda City Hatchback (เกรด S+) ฮอนด้าช่วยผ่อน 7 ปี รวมมูลค่าสูงสุด 105,204 บาท*
    • ผ่อนเบาเริ่มต้นเพียงเดือนละ 2,500 บาท* หรือเลือก ดาวน์ต่ำเพียง 10%*
    • ฟรีประกันภัย 1 ปี* และฮอนด้า อัลติเมทแคร์
  • รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมรวมมูลค่า 30,000 บาท
    • สำหรับนิสิต นักศึกษา ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับอุดมศึกษา หรือวิทยาลัยอาชีวศึกษาต่าง ๆ รวมถึง นักเรียนนักศึกษาจบใหม่ ฯลฯ  ที่มีอายุไม่เกิน 27 ปี  รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมมูลค่า 10,000 บาท*
    • Happy Trade-in รับสิทธิพิเศษมูลค่า 15,000 บาท เมื่อนำรถยนต์คันเดิมมาขายและออกรถยนต์ฮอนด้ารถยนต์ Honda City หรือ Honda City Hatchback คันใหม่*
    • สำหรับเจ้าของรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รับสิทธิพิเศษเพิ่มมูลค่า 5,000 บาท*

ไฮไลต์ข้อเสนอสำหรับ Honda City e:HEV และ City Hatchback e:HEV ราคาเริ่มต้น 729,000 บาท

  • ใหม่! สำหรับรุ่น e:HEV มาพร้อมทางเลือก
    • รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมมูลค่า 65,000 บาท* ฟรีประกันภัย 1 ปี พร้อมฮอนด้า อัลติเมท แคร์
    • หรือเลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 0%* พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปีมูลค่าสูงสุด
      145,000 บาท**
  • โปรแกรม ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส (Double Smile Plus) ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ
    • สำหรับ Honda City e:HEV (เกรด e:HEV SV) ฮอนด้าช่วยผ่อน 7 ปี รวมมูลค่าสูงสุด
      67,716 บาท*
    • ผ่อนเบาเริ่มต้นเพียงเดือนละ 4,800 บาท* หรือเลือก ดาวน์ต่ำเพียง 10%*
    • ฟรีประกันภัย 1 ปี* และฮอนด้า อัลติเมทแคร์
    • รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*
  • รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมรวมมูลค่า 30,000 บาท
    • สำหรับนิสิต นักศึกษา ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับอุดมศึกษา หรือวิทยาลัยอาชีวศึกษาต่าง ๆ รับสิทธิรวมถึง นักเรียนนักศึกษาจบใหม่  ฯลฯ  ที่มีอายุไม่เกิน 27 ปี  พิเศษเพิ่มเติมมูลค่า 10,000 บาท*
    • Happy Trade-in รับสิทธิพิเศษมูลค่า 15,000 บาท เมื่อนำรถยนต์คันเดิมมาขายและออกรถยนต์ฮอนด้ารถยนต์ Honda City e:HEV และ City Hatchback e:HEV คันใหม่*
    • สำหรับเจ้าของรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รับสิทธิพิเศษเพิ่มมูลค่า 5,000 บาท*

ไฮไลต์ข้อเสนอสำหรับ Honda Civic e:HEV ราคาเริ่มต้นเพียง 1,099,000 บาท

สปอร์ตซีดานขวัญใจวัยรุ่น ดีไซน์สปอร์ตเท่ ขับมันส์เหลือล้น เร่งแรงเร้าใจ ประหยัดน้ำมันเหลือ ๆ พร้อมฟังก์ชันการใช้งานและเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกอันล้ำสมัยครบครัน ซึ่งมาพร้อมข้อเสนอพิเศษ ดังนี้

  • สำหรับ Honda Civic e:HEV มาพร้อมทางเลือก
    • รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมมูลค่า 60,000 บาท* ฟรีประกันภัย 1 ปี พร้อมรับดอกเบี้ยพิเศษ 0.99%
    • หรือเลือกรับ ดอกเบี้ย 0% พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 173,000 บาท**
  • โปรแกรม ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส (Double Smile Plus) ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ
    • ฮอนด้าช่วยผ่อน 7 ปี รวมมูลค่าสูงสุด 84,000 บาท*
    • ผ่อนเบาเริ่มต้นเพียงเดือนละ 9,527 บาท* หรือเลือก ดาวน์ต่ำเพียง 10%*
    • ฟรีประกันภัย 1 ปี* และฮอนด้า อัลติเมทแคร์
    • รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*
  • เพิ่มเติม! Happy Trade-in สำหรับ Honda Civic e:HEV เมื่อนำรถยนต์คันเดิมมาขายและออกรถยนต์ Honda Civic e:HEV คันใหม่ที่โชว์รูมฮอนด้า รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมมูลค่า 20,000 บาท*

ไฮไลต์ข้อเสนอสำหรับ New Honda HR-V e:HEV ราคาเริ่มต้นเพียง 949,000 บาท

ไฮบริด SUV ยอดนิยม สปอร์ตพรีเมียมลงตัว สะดวกสบาย ขับง่าย ลุยได้ทุกเส้นทาง รองรับทุกการใช้งานสไตล์อเนกประสงค์ อีกทั้งประหยัดน้ำมันเกินคาด ซึ่งมาพร้อมข้อเสนอพิเศษ ดังนี้

  • สำหรับ New Honda HR-V e:HEV มาพร้อมทางเลือก
    • รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมมูลค่า 60,000 บาท* ฟรีประกันภัย 1 ปี พร้อมรับดอกเบี้ยพิเศษ 0.99%
    • หรือเลือกรับ ดอกเบี้ย 0% พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 154,000 บาท**
  • โปรแกรม ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส (Double Smile Plus) ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ
    • ฮอนด้าช่วยผ่อน 7 ปี รวมมูลค่าสูงสุด 84,000 บาท*
    • ผ่อนเบาเริ่มต้นเพียงเดือนละ 8,090 บาท* หรือเลือก ดาวน์ต่ำเพียง 10%*
    • ฟรีประกันภัย 1 ปี* และฮอนด้า อัลติเมทแคร์
    • รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*
  • เพิ่มเติม! Happy Trade-in สำหรับ New Honda HR-V e:HEV เมื่อนำรถยนต์คันเดิมมาขายและออกรถยนต์ New Honda HR-V e:HEV คันใหม่ที่โชว์รูมฮอนด้า รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมมูลค่า 20,000 บาท*

ไฮไลต์ข้อเสนอสำหรับ New Honda Accord e:HEV ราคาเริ่มต้น 1,479,000 บาท

รถซีดานครอบครัว พรีเมียม ห้องโดยสารกว้างขวาง มอบประสบการณ์ความสะดวกสบายเหนือระดับ พร้อมหลากหลายเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกอันล้ำสมัยและเทคโนโลยีการขับขี่อื่น ๆ ที่ครบครัน ซึ่งมาพร้อมข้อเสนอพิเศษ ดังนี้

  • สำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) เลือกรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม ดังนี้
  • ดอกเบี้ยพิเศษ 0.84%* ฟรีประกันภัย 1 ปี เมื่อออกรถยนต์ New Honda Accord e:HEV
  • หรือเลือกรับดอกเบี้ย 1.84%* พร้อมแพ็กเกจ Honda Exclusive Care 5 ปี**
  • สำหรับลูกค้าทั่วไป เลือกรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม ดังนี้
  • ดอกเบี้ย 0.99%* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี*
  • หรือเลือกรับดอกเบี้ย 1.99% พร้อมแพ็กเกจ Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 204,000 บาท**
  • โปรแกรม ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส (Double Smile Plus) ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ
    • ค่างวดเริ่มต้นเพียง 15,346 บาท* หรือ เลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%*
    • ฟรีประกันภัย 1 ปี*
    • รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*
  • เพิ่มเติม! Happy Trade-in สำหรับ New Honda Accord e:HEV เมื่อนำรถยนต์คันเดิมมาขายและออกรถยนต์ New Honda Accord e:HEV ที่โชว์รูมฮอนด้า รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมมูลค่า 40,000 บาท*

ไฮไลต์ข้อเสนอสำหรับ New Honda CR-V e:HEV ราคาเริ่มต้น 1,399,000 บาท

New Honda CR-V e:HEV ที่มาพร้อมการปรับไลน์อัปเป็นฟูลไฮบริด e:HEV ในทุกรุ่นย่อย ให้ลูกค้าได้สัมผัสกับ SUV ไฮบริดสำหรับครอบครัวที่ครบและคุ้มค่าในราคาที่เข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น

  • สำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) เลือกรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม ดังนี้
  • ดอกเบี้ยพิเศษ 0.69%* ฟรีประกันภัย 1 ปี เมื่อออกรถยนต์ New Honda CR-V e:HEV
  • หรือเลือกรับดอกเบี้ย 1.69%* พร้อมแพ็กเกจ Honda Exclusive Care 5 ปี** มูลค่าสูงสุด 204,000 บาท**
  • สำหรับลูกค้าทั่วไป เลือกรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม ดังนี้
  • ดอกเบี้ย 0.99%* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี*
  • หรือเลือกรับดอกเบี้ย 1.99% พร้อมแพ็กเกจ Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 204,000 บาท**
  • โปรแกรม ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส (Double Smile Plus) ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ
    • ค่างวดเริ่มต้นเพียง 14,516 บาท* หรือ เลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%*
    • พร้อม ฮอนด้า อัลติเมท แคร์
    • รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*

ลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือ
www.honda.co.th หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777

อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

  • เว็บไซต์: honda.co.th
  • Facebook Official Account: Honda Thailand
  • LINE Official Account: @honda-thailand

“ซูซูกิ” รุกตลาดปี 2569 ยกระดับรถยนต์อเนกประสงค์ รุ่น XL7 BLACK EDITION โดดเด่นด้วยชุดแต่งสีดำรอบคัน มั่นใจทุกการขับขี่ ราคาเริ่มต้น 835,000 บาท

0
ซูซูกิ 1

บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าพัฒนาคุณภาพสินค้าเพื่อผู้บริโภคชาวไทย แนะนำ SUZUKI XL7 BLACK EDITION ในแนวคิด EXPRESS YOUR OTHER SIDE เผยอีกด้านของตัวตนให้พร้อมลุยในทุกเส้นทางด้วยดีไซน์โทนสีดำ สไตล์ Multi-Dynamic Crossover ชูรูปลักษณ์ใหม่ที่มาพร้อมกับความสปอร์ตดุดันด้วยชุดตกแต่งรอบคันแบบ BLACK EDITION ครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก และอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย และความคุ้มค่า ในราคาเริ่มต้นเพียง 835,000 บาท

ซูซูกิ 2

นายทาดาโอะมิ ซูซูกิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวแนะนำ SUZUKI XL7 BLACK EDITION รถยนต์ Multi-Dynamic Crossover รุ่นล่าสุด ซึ่งเป็นรถยนต์ที่ปรับโฉมให้มีความโดดเด่นและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการและสไตล์ชีวิตที่หลากหลายของผู้บริโภคชาวไทยในปัจจุบัน  ซึ่งตัวรถจะมาพร้อมกับดีไซน์รูปลักษณ์ที่ได้รับการออกแบบให้มีความสปอร์ตและดุดันมากยิ่งขึ้น สะท้อนถึงความแข็งแกร่งและคล่องตัว เหมาะสำหรับการใช้งานในทุกกิจกรรมและหลากหลายเส้นทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับโฉมในรูปแบบ “BLACK EDITION” ที่เน้นการใช้โทนสีดำ ซึ่งจะช่วยเสริมภาพลักษณ์ของผู้ขับขี่ให้มีความ โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ซูซูกิ 4

SUZUKI XL7 BLACK EDITION ยนตรกรรมที่ถูกออกแบบมาเพื่อสะท้อนความสปอร์ตและความเร้าใจ โดยเน้นบุคลิกที่ดุดันและแตกต่างจากรุ่นมาตรฐานอย่างชัดเจน หัวใจหลักคือการสร้างสรรค์รูปลักษณ์ใหม่ผ่านการดีไซน์เน้นโทนสีดำสู่ความเข้มขรึมที่ลงตัว ซึ่งช่วยเสริมให้ตัวรถยนต์ดูทรงพลัง แข็งแกร่ง และมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร ประกอบด้วย

ไฟหน้า LED และ Day Time Running Light ตกแต่งสีดำ มอบความรู้สึกสปอร์ตและดุดัน มีความโฉบเฉี่ยวเข้ากับแนวคิดอย่างลงตัว

ซูซูกิ 5

กระจังหน้าสีดำ มอบความรู้สึกสปอร์ตและดุดัน มีความโฉบเฉี่ยวเข้ากับแนวคิดอย่างลงตัว

ซูซูกิ 6

ชุดตกแต่งกันชนด้านหน้าและด้านหลังสีดำ เพิ่มมิติความเข้มดุดันและทำให้ไฟหน้าของรถดูคมชัดเฉียบคมยิ่งขึ้นในทุกมุมมอง

ซูซูกิ 7

ชุดตกแต่งสเกิร์ตด้านข้างสีดำ ดีไซน์ที่เสริมความสปอร์ตทำให้ตัวรถดูโดดเด่นและมีมิติมากยิ่งขึ้น

ซูซูกิ 8

ล้ออะลูมิเนียมอัลลอยสีดำ ยกระดับความโดดเด่นให้ตัวรถดูภูมิฐานและทรงพลัง สะท้อนเอกลักษณ์ของรถยนต์อเนกประสงค์ที่พร้อมตอบโจทย์ทุกการใช้งาน

ซูซูกิ 9

มือจับประตูด้านนอกสีดำ เข้ากับโทนสีดำเงาของตัวรถอย่างลงตัว ช่วยสร้างความกลมกลืนในทุกรายละเอียด

ซูซูกิ 10

ไฟท้าย LED แบบ Light Guides ตกแต่งสีดำ เพิ่มความเข้มและสร้างความโดดเด่นสะดุดตาในยามค่ำคืน

ซูซูกิ 11

วัสดุตกแต่งประตูท้ายสีดำ เชื่อมต่อไฟท้ายทั้งสองข้างให้ดูเป็นมิติเดียวกันและเพิ่มความน่าค้นหาให้กับส่วนท้ายของรถ

ซูซูกิ 12

ราวหลังคาสีดำ ฟังก์ชันการใช้งานในสไตล์ Multi-Dynamic Crossover ให้พร้อมสำหรับในทุกการเดินทาง

ซูซูกิ 13

SUZUKI XL7 BLACK EDITION: นิยามของความคุ้มค่าและดีไซน์ที่โดดเด่น

ดีไซน์ภายในกว้างขวาง ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ SUZUKI XL7 BLACK EDITION ตอกย้ำความเป็นรถ Multi-Dynamic Crossover ด้วยห้องโดยสารที่ออกแบบมาเพื่อความสะดวกสบายรองรับผู้โดยสารด้วยเบาะนั่ง 3 แถว 7 ที่นั่ง โดยเบาะนั่งแถวที่ 2 สามารถแยกพับอิสระแบบ 60:40 และปรับเลื่อนเพื่อเพิ่มพื้นที่ได้อย่างคล่องตัว ส่วนเบาะนั่งแถวที่ 3 พับอิสระแบบ 50:50 ซึ่งเมื่อพับเบาะทั้งสองแถวราบกับพื้น จะสามารถเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระได้สูงสุดถึง 803 ลิตร พร้อมรองรับทุกกิจกรรมของสมาชิกทุกคนในครอบครัว

ภายในห้องโดยสารสะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยคอนโซลดีไซน์ที่โดดเด่น ให้ความรู้สึกสุขุมนุ่มลึก ผสานอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ด้วยมาตรวัดพร้อมจอ LCD แสดงข้อมูลการขับขี่อย่างครบครัน ทั้ง Driving G-Force และอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง มอบความบันเทิงผ่านหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 10 นิ้ว รองรับทุกการเชื่อมต่ออย่างไร้ขีดจำกัด สะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยแท่นชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันทรง D-Shape พร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและสั่งการโทรศัพท์ รวมถึงระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเพื่อให้ทุกการเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย

เทคโนโลยี Smart Hybrid Vehicle จากซูซูกิ (SHVS) ประสิทธิภาพสูงและประหยัดพลังงาน ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร ผสานการทำงานกับเทคโนโลยี Smart Hybrid Vehicle โดยมีระบบ ISG (Integrated Starter Generator) เข้ามาช่วยเสริมแรงบิดในช่วงออกตัวและเร่งแซง ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ซึ่งถูกติดตั้งในตำแหน่งสูงเพื่อความปลอดภัยเมื่อขับขี่ในสภาพถนนที่มีน้ำท่วมขัง เทคโนโลยีนี้ช่วยเพิ่มกำลังการทำงานของเครื่องยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้ประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

มั่นใจในทุกเส้นทางด้วยแพลตฟอร์ม HEARTECT เอกสิทธิ์เฉพาะของซูซูกิที่ช่วยเพิ่มทั้งสมรรถนะและความปลอดภัย ตัวถังใช้เหล็กกล้า High-Tensile และโครงสร้าง TECT เหล็กกล้าน้ำหนักเบามีความแข็งแรงทนทาน พร้อมระบบ NVH ช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอกและแรงสั่นสะเทือนขณะขับขี่ เสริมด้วยเหล็กกันโคลงด้านหน้า ให้การทรงตัวที่ดีเยี่ยม เข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ ผสานกับระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบแม็คเฟอร์สัน สตรัท และด้านหลังแบบทอร์ชั่นบีม เพื่อรองรับสภาพถนนทั้งในเมือง และนอกเมืองก็สามารถทำได้อย่างมั่นใจ

ความปลอดภัยและการบำรุงรักษาที่คุ้มค่า SUZUKI XL7 BLACK EDITION มาพร้อมระบบความปลอดภัยครบครัน อาทิ ระบบเบรก ABS/EBD/BA, ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน, และกล้องมองภาพขณะถอยจอดพร้อมเซนเซอร์กะระยะ นอกจากความปลอดภัยที่วางใจได้แล้ว ซูซูกิยังให้ความสำคัญกับการบำรุงรักษาที่ง่ายและค่าใช้จ่ายที่สมเหตุสมผล ตอกย้ำภาพลักษณ์ของรถยนต์ที่สร้างความคุ้มค่าสูงสุดในระยะยาวให้กับผู้บริโภค

SUZUKI XL7 BLACK EDITION พร้อมวางจำหน่าย โดยมีสีและราคาจำหน่ายดังนี้

สีรถ ราคาจำหน่าย (บาท)
Cool Black Metallic 835,000
Savana Ivory Metallic/Cool Black Metallic 845,000
Pearl Snow White/Cool Black Metallic 850,000

โดยมีแคมเปญพิเศษรับข้อเสนอผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 8,304 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรกและบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงระยะเวลา 3 ปี โดยผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ

นายทาดาโอะมิ ซูซูกิ กล่าวเพิ่มเติมว่า SUZUKI XL7 คือหนึ่งในรถยนต์อเนกประสงค์ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภค ด้วยความครบครัน ทั้งด้านความกว้างขวางภายในห้องโดยสาร อุปกรณ์อำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัยครบครัน รวมถึงสมรรถนะการขับขี่อันโดดเด่นที่พร้อมพาคุณไปพบกับประสบการณ์ใหม่ๆ ในทุกเส้นทาง ซึ่งการแนะนำ SUZUKI XL7 BLACK EDITION ในครั้งนี้ คาดว่าจะเข้ามาเพิ่มตัวเลขยอดขายให้เติบโตขึ้นมากกว่าเดิมอย่างแน่นอน”

 

 

“GWM” ยุติการจำหน่าย “ORA Good Cat” เตรียมเปิดบทใหม่สู่ “GWM ORA 5 SUV”

0
เกรทวอลล์ มอเตอร ื 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุก ประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุดและอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการ หลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุด GWM (Thailand) ประกาศหยุดจำหน่าย GWM ORA Good Cat และขอขอบคุณลูกค้าชาวไทยทุกคนที่ให้การสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าคันนี้ที่สร้างเรื่องราวอันน่าจดจำมากมายตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ด้วยยอดขายสะสมกว่า 20,827 คัน และเตรียมนำ GWM ORA 5 SUV และรถยนต์รุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดอย่างน้อย 5 รุ่นในปี 2569 รวมถึงตั้งเป้าเดินหน้าขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายเป็นกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ

เกรทวอลล์ มอเตอร ื 2

ตลอดเส้นทางความสำเร็จในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา GWM ORA Good Cat ได้สร้างปรากฏการณ์อันยิ่งใหญ่ให้กับวงการยานยนต์ไทยในหลากหลายมิติอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น

  • เป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกที่จุดกระแสรถยนต์ไฟฟ้า หรือ “BEV Phenomenon” ให้เกิดขึ้นในประเทศไทยและได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อเดือนตุลาคม 2564 จนเกิดเป็น “Good Cat Fever” จากดีไซน์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ และเทคโนโลยีที่ทันสมัย
  • สร้างความสำเร็จจากกระแสความนิยม ด้วยการครองตำแหน่งรถยนต์ไฟฟ้ายอดขายอันดับ 1 ของไทยในปี 2565 สะท้อนความเป็นผู้นำที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทย
  • เป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกที่ผลิตจากโรงงานในประเทศไทยเพื่อส่งมอบให้กับลูกค้าชาวไทย
  • เป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกที่ส่งออกจากประเทศไทยไปยังตลาดสำคัญ ๆ ระดับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งออสเตรเลียและบราซิล

เกรทวอลล์ มอเตอร ื 3

นอกจากการสร้างคุณค่าให้กับอุตสาหกรรมยายนต์ไทยในภาพใหญ่ GWM ORA Good Cat ยังสร้างเรื่องราวอันน่าจดจำมากมายในใจผู้บริโภคชาวไทย ด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ ไม่ว่าระยะเวลาจะผ่านไปนานกี่ปี รถคันนี้ก็ยังคงโดดเด่นท่ามกลางรถยนต์คันอื่น ๆ และดึงดูสายตาของผู้คนเสมือนได้ขับรถใหม่ในทุกวัน ยิ่งไปกว่านั้น ช่วงระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา GWM ORA Good Cat ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงคุณภาพ ความแช็งแกร่ง และความปลอดภัย ผ่านเหตุการณ์จริงที่เป็นที่กล่าวขวัญถึงมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เหตุรถตกน้ำ เหตุไฟไหม้ อุบัติเหตุการชนหนัก เจ้าเหมียวไฟฟ้าก็สามารถปกป้องชีวิตและทรัพย์สินได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากโครงสร้างตัวถังที่ทำจากเหล็กกล้าความแข็งแรงสูง ระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่ทันสมัย พร้อมความปลอดภัยขั้นสูงของแบตเตอรี่แรงดันสูง ยืนยันด้วยรางวัลมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาวจากเวทีระดับโลก ทั้ง EURO NCAP (2022) และ ANCAP (2022)

เกรทวอลล์ มอเตอร ื 4

ถึงแม้ในช่วงปลายปี 2568 GWM ได้ประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่าได้ทำการผลิตและจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าตามมาตรการ EV 3.0 อย่างครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว แต่ GWM ORA Good Cat ยังคงครองใจแฟน ๆ ชาวไทยและได้รับการเรียกร้องอย่างต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้ อย่างไรก็ตาม GWM ได้เตรียมยุติการทำตลาดรถยนต์รุ่นนี้ เพื่อเปิดทางสู่บทใหม่ของตระกูล GWM ORA ในประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ โดยเตรียมนำ GWM ORA 5 SUV เข้ามายกระดับประสบการณ์ผู้ใช้ในทุกมิติ พร้อมเดินหน้ารุกตลาดด้วยรถยนต์รุ่นใหม่รวมอย่างน้อย 5 รุ่นภายในปีนี้ และมีแผนเดินหน้าขยายเครืองข่ายพาร์ทเนอร์ สโตร์ให้ครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศรวมกว่า 100 แห่ง เพื่อขยายการมอบการบริการให้กับลูกค้าชาวไทยอย่างเต็มรูปแบบ ตอกย้ำพันธกิจของ GWM ในการขึ้นสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขาย

 

เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวว่า “ผมขอขอบคุณลูกค้าชาวไทยทุกคนที่ได้ให้การสนับสนุน GWM ORA Good Cat มาตลอดระยะเวลา 4 ปี รถยนต์รุ่นนี้คือไอคอนของรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยและเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจสูงสุดของเรา ความสำเร็จตลอด 4 ปีที่ผ่านมาไม่ได้วัดแค่ยอดขาย แต่คือความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีให้กับแบรนด์และผลิตภัณฑ์ของเรา GWM ORA Good Cat ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทย และผลักดันให้ GWM เดินหน้ายกระดับนวัตกรรมและประสบการณ์การใช้งานให้ก้าวไกลยิ่งกว่าเดิม เรายืนยันว่าจะยังคงดูแลลูกค้า GWM ORA Good Cat ทุกท่านด้วยบริการหลังการขายที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความมั่นใจตลอดอายุการใช้งาน ล่าสุด GWM ได้เปิดตัวแคมเปญ “GWM รับประกันความพร้อมของอะไหล่ภายใน 7 วัน” เพื่อยกระดับความมั่นใจให้กับลูกค้า โดยรับประกันการจัดหาอะไหล่ภายในระยะเวลา 7 วันนับจากวันที่มีการยืนยันคำสั่งซ่อมของลูกค้า หากไม่สามารถจัดหาอะไหล่ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ลูกค้าจะได้รับ GWM Points จำนวน 4,500 คะแนน เป็นการชดเชย เพื่อสร้างความอุ่นใจและความมั่นใจสูงสุดตลอดการใช้งานรถยนต์ของลูกค้า นอกจากนี้ เราจะมีการนำ GWM ORA 5 SUV รถยนต์รุ่นเรือธงของเราอีกรุ่นหนึ่งที่ได้รับการพัฒนามาอย่างเต็มรูปแบบมาเซอร์ไพรส์ชาวไทยเร็ว ๆ นี้”

 

 

“YSS” เปิดตัวโช้คอัพรุ่นใหม่ “DTG7” และ “GRIP” สำหรับรถ PPV และรถยนต์นั่ง มุ่งยกระดับสมรรถนะและความสบายในการขับขี่

0
YSS 1

บริษัท วาย.เอส.เอส. (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายโช้คอัพสำหรับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีจากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญยาวนานกว่า 40 ปี จัดงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด “YSS DTG7” และ “YSS GRIP” อย่างเป็นทางการ นำโดยคุณภิญโญ พานิชเกษม ประธานกรรมการบริหาร พร้อมด้วยตัวแทนจำหน่ายร่วมเข้าร่วมกิจกรรมทดสอบสมรรถนะ ณ สนามมอเตอร์สปอร์ตพาร์คสุวรรณภูมิ เพื่อสัมผัสเทคโนโลยีและการพัฒนาใหม่ล่าสุดของ YSS ภายใต้สถานีทดสอบที่ครอบคลุมทุกสถานการณ์ขับขี่ไม่ว่าจะเป็น ทดสอบความนุ่มนวล ทดสอบการยึดเกาะ ทดสอบการคควบคุม และทดสอบทางขรุขระที่เป็นทางลูกรัง ด้วยรถทดสอบมากถึง 15 คัน

YSS 2

สำหรับ YSS DTG7 เป็นโช้คอัพซีรีส์ใหม่ล่าสุดที่พัฒนาต่อยอดจากตระกูล DTG (Double Tube Gas Shock) โดยมุ่งเน้นความนุ่มนวลและความสบายในการใช้งานประจำวัน พร้อมยกระดับประสิทธิภาพให้โดดเด่นในกลุ่มโช้คอัพกระบอกสองชั้น (Double Tube Gas Shock) ด้วยการออกแบบระบบวาล์วและการเซ็ตติ้งใหม่ ช่วยเพิ่มความนุ่มนวลมากขึ้นถึง 30% รองรับสภาพถนนหลากหลายรูปแบบ อาทิ หลุมบ่อ และระนาดชะลอความเร็ว นอกจากนี้ การปรับเซ็ตติ้งใหม่ยังช่วยให้ช่วงการใช้งานเมื่อเทียบกับรุ่น DTG PLUS ดีขึ้นอย่างมากอีกด้วยYSS 3

จุดเด่นของ YSS DTG7

YSS 4

  1. ลดแรงต้าน และแรงเสียดทาน มุ่งเน้นความนุ่มนวลสูงสุด โดยการออกแบบที่เหมาะสมช่วยให้การทำงานของโช้คอัพมีความนุ่มนวลเป็นพิเศษ
  2. ชุดวาล์วและการเซ็ตติ้งใหม่ เพิ่มการตอบสนองการขับขี่เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานขอโช้คอัพได้อย่างยอดเยี่ยม ช่วยดูดซับแรงกระแทกและลดแรงสั่นสะเทือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผู้ขับขี่เมื่อยล้าน้อยลง และเพิ่มความสบายตลอดการเดินทาง
  1. การเซ็ตตัวนิ่งขึ้น 15% พร้อมระบบวาล์วแปรผันอัจฉริยะ จัดการแรงสั่นสะเทือนจากหลุม รอยต่อถนน รอยต่อสะพาน ฯลฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้โช้คอัพทำงานสม่ำเสมอ เพิ่มเสถียรภาพในการควบคุม ส่งผลให้ขับขี่มั่นใจ และเข้าโค้งแม่นยำมากขึ้น

4.ช่วงการปรับเซ็ตกว้างขึ้น พร้อมตัวเลขบอกระดับ

รองรับการปรับ Compression มากขึ้นเป็น 8 ระดับ สามารถปรับละเอียดตามสไตล์การขับขี่ ปุ่มปรับอลูมิเนียมดีไซน์ใหม่ หมุนง่าย พร้อมตัวเลขกำกับเพื่อความสะดวกในการใช้งาน

YSS 4

สำหรับ YSS DTG7 เปิดราคาจำหน่าย เฉพาะโช้ค 1 Set (4 ต้น) 15,800 บาท สำหรับ PPV / PICKUP

ราคาพร้อมสปริง 29,600 บาท สำหรับ PPV และ 22,700  บาท สำหรับ PICKUP

สำหรับโช้คอัพ DTG7 ในเบื้องต้นรองรับรุ่นรถดังต่อไปนี้.

TOYOTA FORTUNER 15>
FORTUNER 08-15
REVO PRERUNNER 15>
REVO 08>
VIGO PRERUNNER 06-15
VIGO 4×4 06-15
VIGO 08>
INNOVA 08>
NNOVA-CRYSTA 15-22
INNOVA ZENIX 23>
COMMUTER 08-19
COMMUTER 20>
MAJESTY 19>
VENTURY 08-19
HIACE 08-19
MITSUBISHI PAJERO SPORT 11>
TRITON 19>
TRITON PLUS 4×4 05-19
NISSAN NAVARA NP300 4X4 2.5L 19-21
ISUZU D-MAX 02-19
D-MAX 20>
D-MAX HI-LANDER 4×2 (TORSION BAR) 05-11
MU-7 (TORSION BAR) 05-11
MU-X 12>
V-CROSS 12-19
V-CROSS 20>
V-CROSS HI-LANDER 12-19
V-CROSS HI-LANDER 20>
CHEVROLET COLORADO 02>
COLORADO Z71 12>
TRAILBLAZER 12>
HYUNDAI H 1 08>

และในส่วนของ YSS GRIP-R Real Performance Shock Absorber โช้คอัพสำหรับรถเก๋ง เปิดตัวครั้งแรกในกลุ่มรถเก๋งของ YSS

YSS 6

เป็นโช้คอัพสำหรับรถยนต์นั่งที่ออกแบบมาเพื่อแก้ไขข้อจำกัดของการขับขี่ได้อย่างลงตัว โดยมุ่งสร้างสมดุลระหว่างความมั่นใจในการควบคุมและความนุ่มนวลในการใช้งานเป็นพิเศษ โดยเปลี่ยนแค่โช้คอัพก็เหมือนได้เปลี่ยนรถของคุณเป็นรถแข่งที่ให้ความมั่นใจสูงสุด

YSS 7

จุดเด่นของ YSS GRIP-R Real Performance Shock Absorber

  1. การยึดเกาะที่ยอดเยี่ยม – เทคโนโลยีการออกแบบเฉพาะของ YSS ให้การยึดเกาะที่ยอดเยี่ยม สำหรับโช้คอัพแบบไม่มีซับแท็งก์แยก ช่วยให้การทำงานของโช้คอัพมีความนุ่มนวล โดยเฉพาะจังหวะการยุบตัวเมื่อเกิดแรงกระแทก ซึ่งทำได้ดีเป็นพิเศษ ส่งผลต่อความสบายในการขับขี่โดยตรง
  2. รองรับการปรับ Rebound ได้ถึง 18 ระดับ มีช่วงการใช้งานกว้าง รองรับทุกย่านความเร็ว สามารถปรับตั้งให้เหมาะสมกับสไตล์การขับขี่ของผู้ใช้งาน เพิ่มการยึดเกาะที่ยอดเยี่ยม

3.สามารถโหลดความสูงของตัวรถได้ 0.5 นิ้ว – 2 นิ้ว ตามสไตล์ของผู้ขับขี่

YSS 9

สำหรับ GRIP-R จำหน่ายแบบ Full Set ราคาอยู่ที่ 29,900 บาท

เริ่มวางจำหน่ายในเบื้องต้นรองรับรถรุ่นรถดังต่อไปนี้

HONDA CIVIC 16> LOWER 0.5-2 INCH
TOYOTA Collora Cross  2021 STD-LOWER 1.5 INCH
HONDA CITY 22> LOWER 0.5-2 INCH
TOYOTA YARIS ATIV Gen 4 LOWER 0.5-2 INCH
HONDA JAZZ 15> LOWER 0.5-2 INCH
HONDA HR-V 22> STD-LOWER 1.5 INCH
TOYOTA VIOS ta LOWER 0.5-2 INCH
TOYOTA  Alphard  2025-now STD-LOWER 1.5 INCH
TOYOTA  AVANZA VELOZ  2021-now STD-UP 1 INCH
TOYOTA  Innova Zenix  2023-now STD-LOWER 50 MM.
HONDA BRIO 2018-NOW STD-LOWER 2.5 INCH
 Denza  D9  2024-now STD-LOWER 1.5 INCH

 

โช้คอัพทั้ง 2 รุ่นได้รับการออกแบบแบบ Model by Model เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานของรถแต่ละรุ่นโดยเฉพาะ ผ่านการทดสอบในห้องปฏิบัติการและการทดสอบความทนทานแบบ Endurance Test เพื่อยืนยันประสิทธิภาพที่สม่ำเสมอและความทนทานในการใช้งานจริง อีกทั้งสามารถติดตั้งได้โดยไม่ต้องดัดแปลงชิ้นส่วนใดของตัวรถ ตามแนวคิด Plug-and-Play Fitment ช่วยให้ติดตั้งสะดวก และลดความเสี่ยงต่อความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการติดตั้ง นอกจากนี้ ยังรองรับการบำรุงรักษาในราคาประหยัดด้วยชุด Repair Kit ที่รองรับตลอดอายุการใช้งาน

ทั้งนี้ รุ่นอื่นๆ จะทยอยเพิ่มเติมในลำดับต่อไป ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: YSS-THAILAND หรือ Line: @YSSTHAILAND

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย เผยกลยุทธ์ในปี 2569 เฉลิมฉลอง 140 ปี แห่งนวัตกรรมยานยนต์ พร้อมสะท้อนอนาคตของรถยนต์พลังงานไฟฟ้ายุคใหม่ด้วย The all-new electric CLA

0
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย 1

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย แถลงข่าวผลการดำเนินงานปี 2568 ที่ผ่านมา โดยมียอดจดทะเบียนรถยนต์ทั้งหมด 8,378 คัน ซึ่งในจำนวนดังกล่าวมีรถแวนรวมกว่า 299 คัน ชูความสำเร็จของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่มียอดขายเติบโตขึ้นถึง 110% ในขณะที่รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดที่นำโดย The new E-Class มีส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับ 1 ด้วยสัดส่วนกว่า 37% และรถยนต์ในกลุ่ม Top-End Luxury มียอดขายเติบโตขึ้น 15% มีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 1 ในเซกเมนต์เดียวกัน ด้วยสัดส่วนกว่า 40% พร้อมเผยทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2569 โดยประเดิมการเฉลิมฉลอง 140 ปี แห่งนวัตกรรมยานยนต์ (140 Years of Innovation) ตั้งแต่การสร้างรถยนต์คันแรกเมื่อปี 2429 และเดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศไทย โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% กับโมเดลสำคัญของปีอย่าง “The all-new electric CLA” ที่เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Motor Show 2026 ช่วงเดือนมีนาคมนี้ และยังมีรถยนต์รุ่นใหม่อีกกว่า 7 รุ่น เตรียมเปิดตัวตลอดทั้งปี 2569

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย 3
ในโอกาสเดียวกัน เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ได้จัดพิธีส่งมอบตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ (CEO Handover Ceremony) เพื่อสะท้อนการเปลี่ยนผ่านผู้นำขององค์กร โดยประกาศแต่งตั้ง มร. คริสเตียน เชลล์ (Christian Schell) เข้ารับตำแหน่งต่อจาก มร. มาร์ทิน ชเวงค์ โดยมีผลตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย 2

มร. มาร์ทิน ชเวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดสเบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในช่วงที่ผ่านมา เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ได้มีการปรับเปลี่ยนแผนการดำเนินธุรกิจในหลายมิติ ทั้งการปรับใช้โมเดลธุรกิจ Retail of the Future รวมถึงการสร้างกลยุทธ์และกิจกรรมทางการตลาดเพื่อยกระดับประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับผู้บริโภคชาวไทย

โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา ถือเป็นปีที่สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างชัดเจน อ้างอิงจากการเติบโตของยอดขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดของแบรนด์ โดยในส่วนของรถยนต์ระดับ Top-End Luxury (TEV+) มีการเปิดตัวเพิ่มเติมถึง 4 รุ่น ได้แก่ Mercedes-AMG SL 55, Mercedes-AMG GT 63, Mercedes-AMG G 63 และ G 450 d Edition STRONGER THAN THE 1980s ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์การเติบโตในระดับโลกของแบรนด์ Mercedes-AMG และโมเดลระดับตำนานอย่าง G-Class

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย 4

และสำหรับโมเดลธุรกิจ Retail of the Future ที่เริ่มปรับใช้เป็นปีที่ 2 หลังจากการประกาศอย่างเป็นทางการในปี 2567 สะท้อนให้เห็นถึงผลดีต่อลูกค้าชาวไทยในด้านความโปร่งใสของราคาจำหน่ายที่เท่าเทียมกัน และสามารถเข้าถึงคลังสินค้าส่วนกลางที่เชื่อมต่อกันทั่วประเทศ ในด้านของตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ ก็จะไม่ต้องแบกรับต้นทุนของรถยนต์และการจัดการคลังสินค้า ทำให้สามารถยกระดับการบริการและประสบการณ์ของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น โดยในปี 2568 เมอร์เซเดส-เบนซ์ ขึ้นแท่นแบรนด์ที่ได้รับความพึงพอใจจากลูกค้ามากที่สุดในแบรนด์รถยนต์ระดับลักชัวรี จากการสำรวจของ NielsenIQ ด้วยคะแนนถึง 89.1% โดยโมเดลธุรกิจ Retail of the Future ถือเป็นส่วนสำคัญของแผนการดำเนินงานระยะยาวที่จะเข้ามายกระดับอุตสาหกรรมค้าปลีกระดับลักชัวรีในประเทศไทย”

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย 5

ในปัจจุบัน เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย มีการเปิดตัวและจำหน่ายรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% รวมกว่า 8 รุ่น ประกอบไปด้วย EQB 250, EQE Sedan, EQE 350 4MATIC SUV, Mercedes-AMG EQE 53, EQS Sedan, EQS 450 4MATIC SUV, Mercedes-Maybach EQS 680 SUV, G 580 with EQ Technology และกำลังจะเปิดตัวรุ่นที่ 9 อย่าง The all-new electric CLA ซึ่งเป็นโมเดลที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากการเผยโฉมครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา โดยจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการและประกาศราคาจำหน่ายในงาน Motor Show 2026 ในช่วงเดือนมีนาคม

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย 6

มร. คริสเตียน เชลล์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดสเบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในฐานะผู้นำคนใหม่ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะสานต่อวิสัยทัศน์ของคุณมาร์ทิน ชเวงค์ ที่เป็นผู้บุกเบิกโมเดลธุรกิจ Retail of the Future ในประเทศไทย และแนะนำรถยนต์และเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้กับลูกค้าชาวไทยอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย จะเดินหน้าตอกย้ำประวัติศาสตร์อันยาวนานของแบรนด์ ผ่านการเฉลิมฉลอง 140 ปี แห่งนวัตกรรมยานยนต์ และต่อยอดเทคโนโลยยานยนต์แห่งอนาคตด้วย The all-new electric CLA ที่มาพร้อมเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ล้ำสมัยที่สุดในปัจจุบัน การันตีด้วยรางวัล Car of the Year 2026 โดยการเปิดตัวในประเทศไทยที่จะถึงนี้จะมาพร้อมแคมเปญการตลาดที่ผสานทุกมิติของไลฟ์สไตล์ เพื่อสร้าง CLA Community ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย และทำให้แบรนด์สามารถสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้าในกลุ่มต่างๆ  โดยเฉพาะคนเจเนอเรชันใหม่ ที่มีความต้องการและไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย 9

 

 

นอกจากนี้ สำหรับกลุ่มลูกค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่เป็นนักสะสมและชื่นชอบรถยนต์คลาสสิกของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ เรามีแผนที่จะสร้างพื้นที่ศูนย์กลางที่จะให้ผู้คนมารวมตัวกัน และตอกย้ำให้เห็นถึงคุณค่าที่เหนือกาลเวลาและประวัติศาสตร์ของรถยนต์รุ่นต่างๆ ผ่านการเปิดตัว Mercedes-Benz Classic Car Center แห่งแรกในทวีปเอเชีย ซึ่งจะมาเป็นแพลตฟอร์มที่จะให้ผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์คลาสสิกของเมอร์เซเดส-เบนซ์ มาช่วยตรวจสอบรถยนต์คลาสสิกทุกรุ่น และออกใบรับรองอย่างเป็นทางการให้กับรถยนต์ที่ผ่านมาตรฐานรถยนต์คลาสสิกระดับโลกของเมอร์เซเดส-เบนซ์”

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย 10

นายพุทธิ ตุลยธัญ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการฝ่ายบริการลูกค้า บริษัท
เมอร์เซเดส
-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้กล่าวถึงความสำเร็จและวิสัยทัศน์ด้านบริการลูกค้าว่า
“ในปี 2568 ที่ผ่านมา ฝ่ายบริการลูกค้าประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่น โดยคว้าอันดับที่ 2 ในการรักษาลูกค้าของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในระดับภูมิภาค และได้รับคะแนนความพึงพอใจของลูกค้า (5 Star Rater) สูงถึง 4.90 คะแนน โดยมีการเปิดตัวบริการใหม่ อาทิ Mercedes-Benz In-Car Store ในเดือนธันวาคม เพื่อให้ลูกค้าสามารถอัปเกรดหรือต่ออายุแพ็กเกจ Digital Extras ได้อย่างง่ายดายผ่านหน้าจอรถยนต์รุ่นที่รองรับ* รวมถึงการนำเสนอโปรแกรม Service Select ทางเลือกใหม่สำหรับการบำรุงรักษารถยนต์ที่มีอายุ 7 ปีขึ้นไป* พร้อมเสริมพอร์ตโฟลิโออะไหล่แท้เมอร์เซเดส-เบนซ์ ด้วย StarParts ซึ่งเป็นอะไหล่กลุ่มบำรุงรักษาที่คุ้มค่าสำหรับรถยนต์อายุ 5 ปีขึ้นไปโดยเฉพาะ และการแนะนำระบบ XENTRY Workshop เพื่อยกระดับประสบการณ์ดิจิทัลของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น

M8

สำหรับปี 2569 นี้ ฝ่ายบริการลูกค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์ มีแผนที่จะเดินหน้าพัฒนาบริการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองทั้งลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ อาทิ โปรแกรมบำรุงรักษา MBSP Extra Guarantee Lite ที่ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ครอบคลุมอะไหล่เครื่องยนต์และเกียร์ ในช่วงอายุรถยนต์ปีที่ 6-10 แบบไม่จำกัดระยะทาง การทำแคมเปญสำหรับโปรแกรม Service Select อย่างต่อเนื่อง และยกระดับบริการ Mobile Service ในรูปแบบใหม่ ที่ไม่เพียงแค่รับ-ส่งรถ แต่ยังสามารถให้บริการพื้นฐานอย่าง Service A/B ได้ถึงบ้านลูกค้าหรือนอกสถานที่ นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอพิเศษสำหรับยางรถยนต์ MB Tires และสินค้าจาก MB Collection เช่น Mercedes-Benz Wallbox 3.0 และกล้อง Mercedes-Benz Drive Recorder 360 รวมถึงเตรียมเปิดตัวโปรแกรมการดูแลที่ครอบคลุมเมื่อรถยนต์เกิดความเสียหายจากอุบัติเหตุหรืออุทกภัย และการบริการด้านดิจิทัลผ่านระบบ XENTRY และ XENTRY Vehicle Detector ที่จะผสานเทคโนโลยีเข้ามาช่วยตรวจสอบรถยนต์ของลูกค้า ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยเสริมสร้างมิติการบริการลูกค้าให้ครอบคลุมและเหนือระดับยิ่งขึ้น ด้วยมาตรฐานการบริการของเมอร์เซเดส-เบนซ์”

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย 17

ลูกค้าที่สนใจรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั้ง 31 แห่ง ทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.mercedes-benz.co.th หรือโทร 1250 และติดตามข่าวสารอัพเดทผ่านทาง Facebook: Mercedes-Benz Thailand IG: @MercedesBenzThailand และ LINE: @mercedesbenzth

 

 

“บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย” และ “แอนดาซ วัน แบงค็อก” ยกระดับการเดินทางสุดหรูในเมืองด้วยบีเอ็มดับเบิลยู 520d M Sport

0
บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย 1

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย และแอนดาซ วัน แบงค็อก ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญที่ผสานรวมนวัตกรรมยานยนต์อันล้ำสมัยของบีเอ็มดับเบิลยู เข้ากับพันธกิจของแอนดาซ วัน แบงค็อก มอบประสบการณ์เฉพาะตัวได้อย่าง ไร้รอยต่อและเหนือระดับให้กับแขกผู้เข้าพัก ด้วยรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู 520d M Sport เพื่อการเดินทางที่สะดวกสบายและมีสไตล์ นับตั้งแต่ช่วงเวลาแรกที่เดินทางมาถึงและเดินทางกลับ

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย 2

มร. เรเน่ แกร์ฮาร์ด ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “เราตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ แอนดาซ วัน แบงค็อก ซึ่งมีความโดดเด่นด้านการผสมผสานแรงบันดาลใจจากศิลปะกับวัฒนธรรมท้องถิ่นอันแสนประณีต เข้ากับการออกแบบอันล้ำสมัย เพื่อมอบประสบการณ์การบริการที่ไม่เหมือนใครและเหนือกว่า ความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นการผสานกันอย่างแข็งแกร่งระหว่างแนวคิดของแอนดาซ วัน แบงค็อก ในการนำเสนอไลฟ์สไตล์ที่หรูหรา และความทุ่มเท ของบีเอ็มดับเบิลยูในการมอบประสบการณ์การเดินทางระดับพรีเมียม ทุกช่วงเวลาของแขกที่เข้าพักในโรงแรมแห่งนี้”

แอนดาซ วัน แบงค็อก ถือเป็นโรงแรมไลฟ์สไตล์ใหม่ที่โดดเด่นในหมู่นักเดินทางที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ ตั้งอยู่ภายในโครงการวัน แบงค็อก อันเป็นแลนด์มาร์คสำคัญและอยู่ไม่ไกลจากสวนลุมพินี ด้วยทำเลที่ตั้งอันสมบูรณ์แบบนี้ แขกผู้เข้าพักจึงสามารถเชื่อมโยงสู่สถานที่สำคัญและแหล่งท่องเที่ยวของกรุงเทพฯ ได้อย่างสะดวก สบาย โรงแรมแห่งนี้ยังสะท้อนเอกลักษณ์ของย่านถนนวิทยุ ด้วยการออกแบบที่ผสานสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากสถาปัตยกรรมยุคกลางศตวรรษของไทยและกลิ่นอายของชีวิตคนเมือง ด้วยแนวคิด ‘Vertical Neighborhood’ ที่สะท้อนแง่มุมอันหลากหลายของกรุงเทพฯ ด้วยห้องพัก 244 ห้อง รวมถึงห้องสวีท 22 ห้อง พร้อมมอบประสบการณ์อาหารอันเป็นเลิศ เช่น แอนดาซ เทอร์เรซ แบบอัลเฟรสโก ห้องอาหารจีนจิง ที่เต็มเปี่ยมด้วยรสชาติต้นตำรับ และห้องอาหารเมดิเตอร์เรเนียน พีสคารี บนชั้น 23 มอบประสบการณ์อันหรูหราแบบร่วมสมัยอย่างแท้จริง การนำเสนอบริการรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู 520d M Sport ที่หรูหราเหนือระดับไปอีกขั้น จะช่วยเติมเต็มประสบการณ์การเดินทางให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย 3

รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู 520d M Sport โดดเด่นในฐานะรถยนต์ที่ผสมผสานสมรรถนะอันทรงพลังเข้ากับความหรูหราและดีไซน์ที่ประณีตได้อย่างลงตัว และประสิทธิภาพการประหยัดเชื้อเพลิงที่น่าประทับใจ มอบการเดินทางที่เหนือระดับด้วยความสะดวกสบายและมีสไตล์ พร้อมกับเทคโนโลยีอันล้ำสมัยและการตกแต่งภายในอันหรูหรา ให้บรรยากาศที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัว สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ของบีเอ็มดับเบิลยูต่อนวัตกรรมยานยนต์และการเดินทางระดับพรีเมียม แขกผู้เข้าพักจะได้สัมผัสทั้งความมีชีวิตชีวาของเมืองและการเดินทางเพื่อผ่อนคลายอย่างแท้จริง

มร. รอส คูเปอร์ ผู้จัดการทั่วไป แอนดาซ วัน แบงค็อก กล่าวว่า “ที่แอนดาซ วัน แบงค็อก เรามุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์ประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ที่โดดเด่น ซึ่งมีรากฐานมาจากแรงบันดาลใจในศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่นอันประณีต และแนวคิด ‘Vertical Neighborhood’ ของเรา ความร่วมมือกับบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ในการให้บริการรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู 520d M Sport ช่วยให้เราส่งมอบประสบการณ์เหนือระดับแก่ผู้เข้าพักได้อย่างต่อเนื่องตลอดเส้นทางการเดินทาง ตั้งแต่ก้าวแรกที่มาถึงไปจนถึงการออกสำรวจย่านถนนวิทยุอันมีชีวิตชีวาของกรุงเทพฯ และพื้นที่โดยรอบ ความร่วมมือครั้งนี้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของเราในการให้บริการแบบเฉพาะตัว และมั่นใจได้ว่าทุกช่วงเวลารวมถึงการเดินทางของแขกผู้เข้าพักจะได้รับการรังสรรค์ขึ้นเพื่อสะท้อนการออกแบบที่เป็นนวัตกรรมและการบริการระดับโลกของแอนดาซ”

แอนดาซ วัน แบงค็อก พร้อมที่จะเป็นหมุดหมายสำคัญสำหรับการบริการไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัยในเมือง การให้บริการด้วยรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู 520d M Sport ไม่เพียงแต่เพิ่มทางเลือกด้านบริการรถลีมูซีนระดับพรีเมียมเท่านั้น แต่ยังตอกย้ำถึงเอกลักษณ์และมาตรฐานของโรงแรมอีกด้วย ความร่วมมือระหว่างบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย และ แอนดาซ วัน แบงค็อก ย้ำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นร่วมกันสู่ความเป็นเลิศและความใส่ใจในรายละเอียด ซึ่งถือเป็นการกำหนดมาตรฐานใหม่สำหรับการเดินทางในเมืองระดับไฮเอนด์ใจกลางกรุงเทพฯ