Home Blog Page 29

“ซูซูกิ” ฉลองความสำเร็จ SUZUKI JIMNY ! ยอดขายทะลุ 220 คัน นับตั้งแต่เปิดตัว จัดแคมเปญ “Legendary Deal of the Year” ราคาพิเศษจำนวนจำกัด  50 คัน

0
SUZUKI JIMNY 1

บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศแคมเปญสุดพิเศษ “Legendary Deal of the Year” ฉลองยอดขาย SUZUKI JIMNY ในประเทศไทยนับตั้งแต่เปิดตัวทะลุ 220 คัน เพื่อขอบคุณลูกค้าที่ให้การตอบรับอย่างดี จนทำให้ SUZUKI JIMNY กลายเป็นรถยนต์ออฟโรดไอคอนิกที่ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในตลาด

SUZUKI JIMNY 2

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า นับตั้งแต่เปิดตัวในประเทศไทยครั้งแรกเมื่อปี 2562 ด้วยการสร้างปรากฎการณ์ “จิมนี่ ฟีเวอร์!” พร้อมปลุกกระแสรถออฟโรดขนาดเล็กในประเทศไทยให้มีความคึกคักและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น และยังถูกขนานนามเป็นรถยนต์ออฟโรดในตำนานที่หลายคนต้องการเป็นเจ้าของ ปัจจุบัน SUZUKI JINMY สามารถสร้างยอดขายรวมกันได้ถึง 220 คัน (ยอดขายนับจนถึงเดือนกันยายน 2568)

SUZUKI JIMNY 3

เรามีความเชื่อมั่นว่า SUZUKI JIMNY คือ รถยนต์ในฝันของใครหลายคน และยังเป็นสัญลักษณ์ของการผจญภัยที่ไม่มีวันสิ้นสุด     ซูซูกิจึงเตรียมฉลองความสำเร็จด้วยการจัดแคมเปญพิเศษ Legendary Deal of the Year” ด้วยการมอบราคาพิเศษแบบจำนวนจำกัดเพียง 50 คัน ให้กับลูกค้าที่สนใจการเป็นเจ้าของรถยนต์ที่เป็นตำนานรุ่นนี้ อีกทั้งยังมอบความคุ้มค่าและความภาคภูมิใจสูงสุดด้วยแพ็คเกจ SUZUKI WORRY FREE PROGRAM ให้กับผู้ที่พร้อมจะเริ่มต้นตำนานบทใหม่ไปกับ SUZUKI JIMNY

SUZUKI JIMNY 4

ราคาจำหน่าย SUZUKI JIMNY Legendary Deal of the Year จำนวนจำกัด 50 คัน

SUZUKI JIMNYราคาปัจจุบัน (บาท)ราคาพิเศษ (บาท)
รุ่นเกียร์อัตโนมัติ สี MONO TONE1,760,0001,450,000
รุ่นเกียร์อัตโนมัติ สี TWO TONE1,790,0001,480,000

 

SUZUKI JIMNY มีสีให้เลือกทั้งหมด 7 สี แบ่งออกเป็น

สีโมโนโทน จำนวน 4 สี ได้แก่ สี Solid Jungle Green, สี Pearl Bluish Black, สี Solid Medium Gray และ สี White

สีทูโทน สี Solid Kinetic Yellow with Pearl Bluish Black สี Metallic Brisk Blue with Pearl Bluish Black และ สี Metallic Chiffon Ivory with Pearl Bluish Black

พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 7 ปี

SUZUKI JIMNY 5

SUZUKI JIMNY ถูกพัฒนาและออกแบบภายใต้ JIMNY DNA ที่มีเอกลักษณ์และความโดดเด่นเฉพาะตัวต่อเนื่องยาวนานมากว่า 50 ปี  เป็นรถยนต์สไตล์ออฟโรดขนาดเล็ก ที่มอบความโดดเด่น ทั้งในเรื่องของดีไซน์และสมรรถนะการขับขี่แบบ Authentic 4WD พร้อมใช้งานในทุกสภาพการขับขี่และภูมิประเทศที่หลากหลายตอบโจทย์การใช้งาน ‘อย่างมืออาชีพ’ ตอบสนองความต้องการของคนที่ชื่นชอบรถยนต์ประเภทขับเคลื่อน 4 ล้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบรถยนต์สไตล์ออฟโรดของซูซูกิ มาพร้อมขุมพลัง เครื่องยนต์เบนซิน รหัส K15B แบบ 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 102 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 130 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ  พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ALLGRIP PRO และ Low Transfer Gear ที่สามารถปรับการทำงานระหว่างระบบขับเคลื่อน 4 ล้อและ 2 ล้อได้อย่างง่ายดาย มาพร้อมกับระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control  และยังขับขี่คล่องตัวด้วยรัศมีวงเลี้ยว 4.9 เมตร

SUZUKI JIMNY 6

ดีไซน์ภายนอก โดดเด่นสะดุดตาด้วยกระจังหน้าเข้ากับฝากระโปรงหน้าทรงเหลี่ยมสไตล์ออฟโรด  ไฟหน้า LED ทรงกลมพร้อมระบบทำความสะอาดไฟหน้า  ไฟท้ายแบบ LED  ซุ้มล้อสีดำรอบคัน  กระจกมองข้างดีไซน์พิเศษปรับพับอัตโนมัติ ภายในใช้วัสดุคุณภาพสูงและทนทาน  ทันสมัยด้วยจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ Segment Display แสดงข้อมูลชัดเจน  พร้อม Suzuki Smart Connect จอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับความบันเทิงได้หลากหลาย พร้อมระบบนำทางอัจฉริยะ และฟังก์ชันการเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่าน Bluetooth พร้อม Apple CarPlay  มีระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมจอ LCD ง่ายต่อการใช้งาน ห้องโดยสารกว้างขวาง ให้ความรู้สึกสะดวกสบายทุกการเดินทาง เบาะนั่งปรับได้อเนกประสงค์ รองรับการใช้งานได้หลากหลาย  พื้นที่เก็บของด้านหลังกว้างและสูงขึ้น  พร้อมช่องเก็บอุปกรณ์และสัมภาระขนาดใหญ่  ช่องเก็บเครื่องมือและช่องเก็บของอเนกประสงค์  และช่องจ่ายไฟสำรอง 2 จุดทั้งคอนโซลหน้าด้านล่างและห้องเก็บสัมภาระด้านหลัง  ปลอดภัยด้วยถุงลมนิรภัยคู่หน้า SRS  ระบบเบรก ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรกอิเล็กทรอนิกส์ EBD  ระบบควบคุมเสถียรภาพขณะขับบนถนนลื่นหรือทางโค้ง ESP  ระบบช่วยป้องกันรถไหลพร้อมช่วยออกตัวและชะลอความเร็วขณะอยู่บนทางลาดชัน Hill Hold Control และ ระบบ Hill Descent Control ช่วยชะลอความเร็วขณะลงทางลาดชัน  ระบบ Traction Control System ช่วยป้องกันล้อหมุนฟรีและช่วยควบคุมรถให้มีเสถียรภาพขณะขับบนถนนลื่นหรือทางโค้ง  โครงสร้างตัวถัง TECT ออกแบบจากเหล็กกล้า ทนทานต่อการสึกหรอเป็นพิเศษ พร้อมระบบกันการสั่นสะเทือน

SUZUKI JIMNY 7

SUZUKI JIMNY 8

ทั้งนี้ ข้อเสนอพิเศษ “Legendary Deal of the Year” สำหรับ SUZUKI JIMNY มีจำนวนจำกัดเพียง 50 คันเท่านั้น โดยเป็นไปตามเงื่อนไขสีและรุ่นที่กำหนด บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการมอบข้อเสนอนี้จนกว่าสินค้าจะหมด  ผู้สนใจสามารถติดต่อและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิทั้ง 86 แห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

“ฟอร์ด เรนเจอร์” คว้าแชมป์ สนามปิดฤดูกาล “ไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรี่ส์ 2025” ยืน 2 โพเดียมอย่างน่าประทับใจ

0
ฟอร์ด เรนเจอร์ 2

รถแข่งกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ หมายเลข 3 ภายใต้การสนับสนุนโดย ฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง หรือ FTR ขับโดย แซนดี้ เคราแก้ว สตูวิค กวาดชัยชนะอันดับหนึ่งได้ถึง 2 ถ้วยรางวัล ปิดฉากการแข่งขันรายการไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรี่ส์ ประจำปี 2025 ได้อย่างสวยงามท่ามกลางเสียงเชียร์สุดคับคั่งจากพนักงาน ลูกค้า และพันธมิตรฟอร์ดร่วม 100 คน ที่ร่วมเป็นกำลังใจ ณ สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างการแข่งขันเมื่อวันที่ 1-2 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

ฟอร์ด เรนเจอร์ 1

 

ในการแข่งขันสนามสุดท้ายของรายการไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรี่ส์ 2025 รุ่นไทยแลนด์ ซูเปอร์ ปิคอัพ แซนดี้ เคราแก้ว สตูวิค พารถแข่งฟอร์ด เรนเจอร์ หมายเลข 3 ในนามทีมออโรร่า ฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ออกตัวจากกริดอันดับที่ 14 โชว์ทักษะความชำนาญเฉพาะตัวในการแซงทางโค้ง ไล่แซงคู่แข่งได้อย่างเฉียบคม พลิกสถานการณ์เรียกเสียงฮือฮาจากผู้ชมได้ถึง 2 โค้ง ก่อนจะรักษาความเร็ว ป้องกันคู่แข่ง และควบคุมเกมการแข่งขันอย่างมั่นใจ จนทะยานเข้าเส้นชัยเป็นคันแรก คว้ารางวัลชนะเลิศทั้งในคลาสเอ และรางวัลชนะเลิศ Overall ยืนสองโพเดียมได้อย่างสมศักดิ์ศรี ถึง 2 รางวัล สร้างความตื่นตาตื่นใจ และภาคภูมิใจให้กับทีมวิศวกรผู้พัฒนารถ และพนักงานฟอร์ดที่มาร่วมเป็นสักขีพยานร่วม 100 คน

ฟอร์ด เรนเจอร์ 3

“ฟอร์ด ประเทศไทยขอแสดงความยินดีเป็นอย่างยิ่งแก่ ฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง แซนดี้ สตูวิค ตลอดจนทีมวิศวกรฟอร์ดและทีมพัฒนารถทุกคนที่มีส่วนสำคัญในชัยชนะครั้งนี้ การแข่งขันในสนามสุดท้ายนี้สร้างความตื่นเต้นให้กับฟอร์ดเป็นอย่างมาก ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราได้เห็นความทุ่มเทพัฒนารถที่ไม่หยุดยั้งของทีมงาน การฝึกฝนร่างกายและไหวพริบของนักแข่ง รวมถึงการเรียนรู้จากทุกสนามเพื่อยกระดับสมรรถนะรถในสนามถัดไป ชัยชนะในครั้งนี้ จึงสะท้อนให้เห็นถึงสปิริต ความมุ่งมั่น และศักยภาพของทีมพัฒนารถแข่ง และยังส่งต่อความภาคภูมิใจให้กับเจ้าของรถฟอร์ดเพราะดีเอ็นเอของเครื่องยนต์ วี6 ที่พารถแข่งขึ้นสู่โพเดียม คือ ดีเอ็นเอเดียวกับที่อยู่ในรถฟอร์ด ที่ลูกค้าใช้ในชีวิตประจำวัน ขอขอบคุณสำหรับทุกแรงเชียร์และความไว้วางใจจากลูกค้าฟอร์ดทุกคนและหวังว่าทุกท่านจะรู้สึกภูมิใจเหมือนได้ยืนอยู่บนโพเดียมเคียงข้างเรา” นายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ดประเทศไทย กล่าว

ฟอร์ด เรนเจอร์ 4

สำหรับการแข่งขันในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ฟอร์ด ประเทศไทย ได้จัดกิจกรรมพิเศษ นำพนักงานฟอร์ดจากสำนักงานกรุงเทพมหานครและโรงงานทั้งสองแห่งในจังหวัดระยอง รวมถึงลูกค้ารถยนต์ฟอร์ด และพันธมิตร ร่วม 100 คน ร่วมเดินทางชมการแข่งรายการไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรี่ส์ รุ่นไทยแลนด์ ซูเปอร์ ปิคอัพ แบบติดขอบสนาม พร้อมเปิดโอกาสให้ได้เยี่ยมชมบรรยากาศระหว่างการเตรียมรถแข่งฟอร์ด เรนเจอร์ พูดคุยกับนักแข่ง แซนดี้ สตูวิค และแจ็ค เลมวาร์ด อย่างเป็นกันเอง และร่วมลุ้นเป็น 25 ผู้โชคดีที่ได้ร่วมกิจกรรม Hot Laps สุดเร้าใจ สัมผัสประสบการณ์เสมือนแข่งรถในสนาม

ฟอร์ด เรนเจอร์ 5

“GWM” ชูจุดยืน “ปกป้องลูกค้า รักษาแบรนด์” ย้ำ! ไม่ลดราคา เน้นดูแลลูกค้า ผ่านแคมเปญ “Good Cat Good Will” พร้อมการันตีเงื่อนไขเดียวกับ Motor Expo 2025 ทั่วประเทศ

0
GWM Thailand 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด GWM ได้ตอกย้ำกลยุทธ์ระยะยาวในการยืนหยัดดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างมั่นคงควบคู่ไปกับผู้บริโภคไทย เปิดตัวแคมเปญ “Good Cat Good Will” สำหรับ GWM ORA Good Cat ชูจุดยืน “ปกป้องลูกค้า รักษาแบรนด์” สร้างความเชื่อมั่นให้ทั้งลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ ด้วยการประกาศชัดไม่ลดราคา พร้อมยืนยันการทำธุรกิจที่มุ่งเน้นการสร้างคุณค่าแบบรอบด้านเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ใช้งานชาวไทย ผ่านสิทธิประโยชน์ด้านการลดภาระการผ่อน และการสร้างความอุ่นใจผ่านการดูแลหลังการขายที่ครอบคลุมในระยะยาว

GWM Thailand 2

แคมเปญ Good Cat Good Will เป็นข้อเสนอสุดพิเศษกับโอกาสสุดท้ายในการเป็นเจ้าของ GWM ORA Good Cat ภายใต้มาตรการสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าหรือ EV 3.0 สำหรับลูกค้าที่จองและออกรถตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 โดย GWM จะการันตีข้อเสนอเดียวกับงาน Motor Expo กับสิทธิประโยชน์สูงสุดในช่วงเวลาดังกล่าวโดยไม่ต้องรอถึงงาน Motor Expo 2025 และหากในงาน Motor Expo 2025 มีการมอบสิทธิพิเศษเพิ่มเติม GWM จะขยายสิทธิประโยชน์นั้นให้กับลูกค้าที่ซื้อก่อนหน้านั้นโดยอัตโนมัติ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าทั่วประเทศ ไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงและตัดความกังวลขอลูกค้าด้านการทำสงครามราคาออกไป ลูกค้าที่สนใจสามารถทำการจอง GWM ORA Good Cat ได้ทันที โดยไม่ต้องรอให้ถึงงาน Motor Expo เพื่อความรวดเร็วในการดำเนินการด้านเอกสารและการส่งมอบรถยนต์

GWM Thailand 3

แคมเปญ Good Cat Good Will นี้ GWM ขอมอบ 3 สิทธิประโยชน์** ที่ถูกออกแบบมาเพื่อลดภาระระยะสั้น และสร้างความสบายใจระยะยาว ดังนี้

GWM Thailand 4

  • ช่วยผ่อน 1 ปีเต็ม: GWM สนับสนุนภาระการผ่อนรายเดือน จำนวนเดือนละ 5,000 บาท เป็นเวลา 12 เดือน รวมมูลค่า 60,000 บาท (สำหรับรุ่น PRO และ ULTRA) และจำนวน 7,500 บาท เป็นเวลา 12 เดือน (สำหรับรุ่น GT) เพื่อให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของเจ้าเหมียวไฟฟ้าได้ง่ายขึ้นในช่วงปีแรกของการใช้งาน โดยเฉพาะในช่วงภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทายผู้บริโภค
  • ช่วยคุ้มครอง 2 ปีเต็ม: มอบฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง 2 ปีเต็ม ทั้งปีแรกและปีที่สอง เพื่อให้ลูกค้าขับขี่ได้อย่างมั่นใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน เช่น อุบัติเหตุหนักหรือเกิดความเสียหายของแบตเตอรี่แรงดันสูงในปีแรก ที่ทำให้ยากต่อการหาบริษัทประกันในปีที่ 2 สิทธิประโยชน์นี้ จะช่วยให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าลูกค้าไม่ได้อยู่เพียงลำพังและจะมี GWM อยู่เคียงข้างเสมอ
  • ช่วยดูแล 5 ปีเต็ม: แพ็กเกจบำรุงรักษาตามระยะทาง (GPSI) ระยะเวลา 5 ปี ครอบคลุมค่าแรงและค่าอะไหล่ จำนวนสูงสุด 5 ครั้ง หรือ 75,000 กิโลเมตร โดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญและมาตรฐานบริการของ GWM ช่วยลดทั้งค่าใช้จ่ายและความกังวลเรื่องการซ่อมบำรุงในระยะยาว โดยลูกค้าไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายตามรอบเช็กระยะ และมั่นใจได้ว่ารถได้รับการดูแลด้วยอะไหล่แท้และกระบวนการที่ได้มาตรฐานเดียวกันทั่ว GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ ทั้งประเทศ

GWM Thailand 5

GWM ORA Good Cat มีด้วยกัน 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น PRO, ULTRA และ GT โดยรุ่น PRO และ ULTRA มีสีให้เลือก 5 สีได้แก่ สีเขียว Pistachio Green สีเบจหลังคาสีน้ำตาล และสีเขียวหลังคาสีขาว และสีใหม่ 2 เฉดสี ได้แก่ สีใหม่ สีขาวหลังคาสีดำ พร้อมชุดแต่ง Black Package และสีฟ้า So Blue สำหรับรุ่น GT มาในสีเทา และสีดำ พร้อมชุดแต่งสปอร์ตสีเหลือง โดยมีราคาของแต่ละรุ่น ดังต่อไปนี้

  • GWM ORA Good Cat รุ่น PRO ราคาเพียง 599,000 บาท*
  • GWM ORA Good Cat รุ่น ULTRA ราคาเพียง 699,000 บาท*
  • GWM ORA Good Cat รุ่น GT ราคาเพียง 829,000 บาท*

GWM Thailand 6

*ราคาหลังหักส่วนลด 200,000 บาท ในรุ่น PRO และ ULTRA และราคาหลังหักส่วนลด 270,000 บาทในรุ่น GT

**เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ดูรายละเอียดเพิ่มเติมของ GWM ORA GOOD CAT ได้ที่ https://www.gwm.co.th/th/models/ora-good-cat

GWM Thailand 10

เวยน์ โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวว่า “แคมเปญ ‘Good Cat Good Will’ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ GWM ในการดำเนินธุรกิจอย่างสร้างสรรค์ โปร่งใส และยั่งยืนในประเทศไทย เราเชื่อมั่นว่าการลดราคาไม่ใช่คำตอบของการทำธุรกิจอย่างยั่งยืน GWM เชื่อมั่นในสร้างคุณค่าให้กับลูกค้าอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การบริการหลังการขาย คือหัวใจสำคัญของการเติบโตไปพร้อมกับสังคมไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืน ด้วยข้อเสนอพิเศษใน Good Cat Good Will ที่ออกแบบมาเพื่อลดภาระและเพิ่มความมั่นใจให้กับลูกค้า เราต้องการให้ทุกคนมั่นใจว่าการเป็นเจ้าของ GWM ORA Good Cat ไม่เพียงแต่เป็นการเลือกใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ล้ำสมัย แต่ยังเป็นการเลือกแบรนด์ที่พร้อมดูแลและเคียงข้างลูกค้าในทุกช่วงของการใช้งานอย่างโปร่งใสและจริงใจอย่างแท้จริง”

 

 

กลุ่มธุรกิจเรเว่ เสริมความแกร่งในการดำเนินงานเชิงกลยุทธ์ ประกาศแต่งตั้งสองผู้บริหาร

0
กลุ่มธุรกิจเรเว่ 1

กลุ่มธุรกิจเรเว่ ผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานใหม่ บีวายดี และ เดนซ่า อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ประกาศแต่งตั้งสองผู้บริหาร เพื่อเสริมศักยภาพในการดำเนินงานเชิงกลยุทธ์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่อีกขั้นของการเป็นผู้นำวงการธุรกิจยานยนต์ไทย สำหรับการแต่งตั้งผู้บริหารในครั้งนี้ จะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 โดยมอบหมายให้ นายวิศิษฎ์ พิทยะวิริยากุล ขึ้นดำรงตำแหน่ง กรรมการบริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ และ นายจิรศักดิ์ ชื่นอารมย์ ขึ้นดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด

นายวิศิษฎ์ พิทยะวิริยากุล มีประสบการณ์ในการร่วมงานกับ บริษัทรถยนต์ชั้นนำของไทยมานานกว่า 20 ปี จึงมีความเชี่ยวชาญในการวางกลยุทธ์ ให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค ทั้งยังเป็นหนึ่งในทีมผู้บริหารยุคบุกเบิกของ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด และมีส่วนสำคัญในการร่วมขับเคลื่อนให้ กลุ่มธุรกิจเรเว่ ก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำวงการรถยนต์พลังงานใหม่ของไทย พิสูจน์จาก บีวายดี และ เดนซ่า มียอดจดทะเบียนรถยนต์ใหม่รวมสูงเป็นอันดับ 1 ติดต่อกันในกลุ่มรถยนต์พลังงานใหม่ พร้อมสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค ผ่านการขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการ บีวายดี และ เดนซ่า จนมี 167 สาขาทั่วประเทศในปัจจุบัน

กลุ่มธุรกิจเรเว่ 2

นายจิรศักดิ์ ชื่นอารมย์ จบการศึกษาด้านวิศวกรรมจากสถาบันชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ มีประสบการณ์ในวงการยานยนต์ไทยกว่า 20 ปี รวมถึงงานบริหารในหลายสาขา จึงมีความเข้าใจเชิงลึกในตัวผลิตภัณฑ์ และการส่งสารถึงกลุ่มเป้าหมาย นอกจากนั้น ยังมีส่วนสำคัญในการนำรถยนต์พลังงานใหม่ บีวายดี มาทำตลาดในประเทศไทย รวมไปถึง BYD SEALION 6 DM-i รถยนต์ SUV พรีเมี่ยมขุมพลัง PHEV แบบ DM-i Super Hybrid การันตีความสำเร็จด้วยยอดจดทะเบียนรถยนต์สะสม สูงเป็นอันดับ 1 ของกลุ่มตลาดรถยนต์ขุมพลัง PHEV และ BYD SEAL 5 DM-i รถยนต์ซีดานขนาดกลางรุ่นแรกของไทย ที่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง PHEV

นายประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ กล่าวว่า “ด้วยสภาพเศรษฐกิจและปัจจัยภายนอก ที่มีความผันผวนต่อการดำเนินธุรกิจ เรเว่ พร้อมเผชิญและก้าวข้ามทุกความท้าทาย ผ่านการปรับทีมผู้บริหารที่มีความเชี่ยวชาญในการวางกลยุทธ์ ซึ่งมีผลงานเป็นที่ประจักษ์จากการดำเนินงานที่ผ่านมา เรเว่ มั่นใจว่าผู้บริหารทั้งสองท่านนี้ จะมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อน เรเว่ สู่อีกระดับของการเป็นผู้นำในวงการธุรกิจไทย”

นางสาวประธานพร พรประภา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ เปิดเผยว่า “หนึ่งในพันธกิจที่สำคัญที่สุดของ เรเว่ คือความยั่งยืน ซึ่งนั่นมิใช่แค่เรื่องการร่วมสร้างอากาศที่สะอาดกว่า ผ่านการนำยานยนต์พลังงานใหม่มาให้ผู้บริโภคชาวไทยได้สัมผัส แต่ยังรวมไปถึงการเติบโตไปด้วยกันระหว่างองค์กร และทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่า นำไปสู่การปรับตำแหน่งบุคลากรที่มีศักยภาพ เพื่อเปิดโอกาสให้ได้แสดงความสามารถได้มากกว่า ผ่านตำแหน่งงานที่มีความสำคัญมากขึ้น และนั่นจะนำไปสู่การสร้างความสำเร็จบทใหม่ไปด้วยกัน”

ด้วยความสามารถในการบริหารงานจนบรรลุเป้าหมายที่ผ่านมา พร้อมด้วยความเชี่ยวชาญจากประสบการณ์ที่ยาวนานในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และทัศนคติที่สอดคล้องกับพันธกิจขององค์กร กลุ่มธุรกิจเรเว่ มั่นใจว่าทั้งสองจะมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร สู่การเติบโตไปอีกขั้นอย่างยั่งยืนต่อไป

“มาสด้า” เผยโฉมยนตรกรรมต้นแบบ Vision Models 2 รุ่น ครั้งแรกของโลก ในงาน Japan Mobility Show 2025

0
มาสด้า 1

มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น เผยโฉมยนตรกรรมยานยนต์ต้นแบบ Vision Model 2 รุ่น ได้แก่ MAZDA VISION X-COUPE (มาสด้า วิชั่น ครอส-คูเป้) และ MAZDA VISION X-COMPACT (มาสด้า วิชั่น ครอส-คอมแพ็ก) ในการแถลงข่าวรอบสื่อมวลชนในงาน Japan Mobility Show 2025*1 ซึ่งยานยนต์ต้นแบบทั้งสองรุ่นได้รับการถ่ายทอดแนวคิด  “The Joy of Driving Fuels a Sustainable Tomorrow” เพื่อมุ่งสู่อนาคตปี 2035 และสอดคล้องกับธีมของการจัดแสดงรถยนต์มาสด้าในปีนี้

มาสด้า 2

มาสด้า 1

คอนเซ็ปต์คาร์ MAZDA VISION X-COUPE (มาสด้า วิชั่น ครอส-คูเป้) คือยนตรกรรมสปอร์ตคูเป้ ที่ถ่ายทอดแนวทางการออกแบบตามแนวคิด KODO-Soul of Motion ที่ได้รับการยกระดับขึ้นไปอีกขั้น โดยมาพร้อมระบบ ปลั๊ก-อิน ไฮบริด ที่ผสานกับเครื่องยนต์โรตารี่เทอร์โบแบบ 2 โรเตอร์ เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ รถยนต์รุ่นนี้ให้พละกำลังสูงสุด 510 แรงม้า (PS) และมีระยะทางการขับขี่ที่ 160 กิโลเมตร เมื่อขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว แต่เมื่อทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ จะทำให้รถรุ่นนี้มีระยะทางการขับขี่ได้ไกลสูงสุดถึง 800 กิโลเมตร ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อผสานกับพลังงานเชื้อเพลิงที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอนที่ได้จากสาหร่ายขนาดเล็ก (Microalgae) และ เทคโนโลยีการดักจับ CO2 ของมาสด้าในชั้นบรรยากาศ ที่เรียกว่า “Mazda Mobile Carbon Capture” จะทำให้ยิ่งขับมากขึ้น จะยิ่งเป็นการช่วยลดปริมาณ CO2 ในชั้นบรรยากาศได้อีกด้วย

MAZDA VISION X-COUPE (มาสด้า วิชั่น ครอส-คูเป้)

และอีกหนึ่งรุ่น คือรถต้นแบบ MAZDA VISION X-COMPACT (มาสด้า วิชั่น ครอส-คอมแพ็ก) เป็นยนตรกรรมที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อยกระดับความรู้สึกเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวกันยิ่งขึ้นระหว่างคนกับรถ ด้วยการผสมผสานระหว่างโมเดลดิจิทัลที่จำลองระบบการรับรู้ของมนุษย์ กับ AI เข้าไว้ด้วยกัน เปรียบเสมือนเป็นเพื่อนที่รู้ใจ สามารถสื่อสารกับผู้ขับขี่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ และยังช่วยแนะนำเส้นทางให้กับผู้ขับขี่ สิ่งเหล่านี้ แสดงถึงความมุ่งพัฒนาระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะแห่งโลกอนาคตของมาสด้า ที่รถยนต์และผู้ขับขี่สอดประสานเชื่อมโยงกันทางด้านอารมณ์ความรู้สึก เสมือนกับความสัมพันธ์ที่อบอุ่นและจริงใจ

มาสด้า 4

มาสด้า 5

มาสด้า 6

MAZDA VISION X-COMPACT (มาสด้า วิชั่น ครอส-คอมแพ็ก)

ยิ่งไปกว่านั้น มาสด้ายังได้นำยนตรกรรม ALL-NEW MAZDA CX-5 (รุ่นสเปกยุโรป)*2 มาจัดแสดงเป็นครั้งแรกด้วยเช่นกัน โดยมาพร้อมห้องโดยสารที่กว้างขวางสะดวกสบาย ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด โคโดะ ดีไซน์ และปรัชญาการขับขี่ จินบะ-อิไต (ความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างคนกับรถ) เอกลักษณ์ด้านสมรรถนะการขับขี่ของมาสด้าที่ได้รับการยกระดับไปอีกขั้น โดยรถยนต์รุ่นนี้แสดงออกถึงวิวัฒนาการของรถยนต์ที่ขายดีที่สุดกว่า 4.5 ล้านคัน*3 ทั่วโลก ในแต่ละภูมิภาค กว่า 100 ประเทศ รถรุ่นใหม่ล่าสุดที่นำมาจัดแสดงนี้ได้รับการออกแบบด้วย MAZDA E/E ARCHITECTURE+ ซึ่งเป็นระบบไฟฟ้าแบบใหม่ และแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic architecture) เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ก้าวล้ำไปอีกขั้น

มาสด้า 9

มาสด้า 10

 

มาสด้า 8

มร. มาซาฮิโร โมโร ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ธีม “The Joy of Driving Fuels a Sustainable Tomorrow” ไม่ได้ถ่ายทอดเพียงแค่สปริตของมาสด้าเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความท้าทายในการมุ่งสู่อนาคต เพราะมาสด้าเชื่อว่า ความสุขในการขับขี่จะเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีต่อสังคมและโลกของเรา เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนอันเป็นพันธกิจที่เรามีร่วมกัน มาสด้าจะยังคงตอบสนองต่อความปรารถนาของผู้คนที่รักในรถยนต์ และชื่นชอบในการขับขี่ให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”

มาสด้าจะยังคงส่งมอบ “ความสุขในการขับขี่” ผ่านคุณค่าหลักของเราในการให้ความสำคัญกับ “มนุษย์เป็นศูนย์กลาง” เพื่อส่งมอบ “ความสุขในการใช้ชีวิต” ด้วยประสบการณ์การขับขี่ที่น่าจดจำให้กับชีวิตประจำวันของลูกค้ามาสด้าทุกคน

  • ข้อมูลเกี่ยวกับ MAZDA VISION X-COUPE และ MAZDA VISION X-COMPACT

 

รุ่นMAZDA VISION X-COUPEMAZDA VISION X-COMPACT
ความยาว5,050 มิลลิเมตร3,825 มิลลิเมตร
ความกว้าง1,995 มิลลิเมตร1,795 มิลลิเมตร
ความสูง1,480 มิลลิเมตร1,470 มิลลิเมตร
ระยะฐานล้อ3,080 มิลลิเมตร2,515 มิลลิเมตร

 

นิสสัน เปิดตัว นวัตกรรมยานยนต์ ที่เป็นรุ่นสัญลักษณ์ และยานยนต์ ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าในงาน Japan Mobility Show 2025

0
นิสสัน 1

นิสสัน ได้เปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ที่ได้คัดเลือกมาเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับตลาดภายในประเทศญี่ปุ่น ประกอบด้วย Elgrand รุ่นใหม่, Patrol เอสยูวีพันธุ์แกร่ง ที่เตรียมวางขายในญี่ปุ่น และ Ariya รุ่นปรับโฉมใหม่ ซึ่งแต่ละรุ่นล้วนสะท้อนถึงแนวคิดอัจฉริยะของการเดินทาง และนวัตกรรมของนิสสัน

นิสสัน 2

รถยนต์รุ่นใหม่ที่น่าตื่นเต้นเหล่านี้ถือเป็นก้าวสำคัญของนิสสัน ตอกย้ำกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ภายใต้แผนฟื้นฟูธุรกิจ Re:Nissan ร่วมกับรถยนต์ ลีฟ รุ่นใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัว รถยนต์แบบ Kei อย่าง Roox และรถยนต์ซีดานสกายไลน์ ปี 2026 รุ่นปรับปรุงใหม่แล้ว โดยรถยนต์รุ่นใหม่เหล่านี้พร้อมสร้างความแข็งแกร่งให้กับนิสสันในญี่ปุ่น รวมถึงมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจในอนาคต

ปฏิบัติการภายใต้แผนฟื้นฟูธุรกิจ Re:Nissan

นิสสันมุ่งสร้างสรรค์อนาคตแห่งการขับเคลื่อน ผ่านแผนฟื้นฟูธุรกิจ Re:Nissan ที่มุ่งเน้นการนำเสนอผลิตภัณฑ์ด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยีอัจฉริยะ และประสบการณ์ของลูกค้า แนวทางใหม่นี้จะสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการสร้างนวัตกรรม ความพึงพอใจของลูกค้า รวมถึงการเติบโตระยะยาวในตลาดญี่ปุ่นและตลาดอื่นๆ

ในญี่ปุ่น สิ่งเหล่านี้หมายถึงการปรับปรุงรถยนต์รุ่นหลัก การขยายสู่เซกเมนต์ใหม่ๆ และการเปิดตัวรถยนต์ รุ่นที่สร้างความตื่นเต้น อันเป็นเอกลักษณ์ที่สะท้อนอารมณ์ความรู้สึกของลูกค้า ที่ได้รวบรวมนวัตกรรม และมรดกที่ดีที่สุดของบริษัทไว้ด้วยกัน วิสัยทัศน์แห่งอนาคตของนิสสันจะขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงที่สร้างขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ มุ่งเน้นไปที่การสร้างสรรค์รถยนต์อัจฉริยะที่สะท้อนอารมณ์ความรู้สึก ซึ่งผสมผสานมรดกทางวัฒนธรรมเข้ากับนวัตกรรมได้อย่างลงตัว ไปจนถึงสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนทั้งในประเทศญี่ปุ่น และทั่วโลก

นวัตกรรม และระบบอัจฉริยะคือหัวใจสำคัญสำหรับอนาคตของนิสสัน

อีวาน เอสปิโนซา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของนิสสัน (Ivan Espinosa Nissan CEO) ยืนยันความมุ่งมั่นเพื่อยกระดับประสิทธิภาพในตลาดหลัก โดยกล่าวว่า “ตลาดญี่ปุ่นที่แข็งแกร่ง และคึกคักเป็นสิ่งสำคัญต่อความสำเร็จระดับโลกของนิสสัน เรามุ่งมั่นที่จะจุดประกายจิตวิญญาณนั้นอีกครั้งด้วยการเชิดชูมรดก และความยิ่งใหญ่ที่มีมาของนิสสัน ไม่ว่าจะเป็น การเปิดตัว Patrol ในฐานะรถยนต์หลักรุ่นใหม่สำหรับตลาดญี่ปุ่น การยกระดับความยิ่งใหญ่ของ Elgrand ผ่านการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า และระบบขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง รวมถึงขยายขอบเขตของเทคโนโลยีผ่านรถยนต์ไฟฟ้าของเรา เป้าหมายของเราคือการนำเสนอรถยนต์ที่หลากหลาย ตั้งแต่ Roox รถยนต์แบบ Kei ขนาดเล็ก ไปจนถึงรุ่นหลักของเรา ซึ่งไม่เพียงแต่ตอบสนองความต้องการในชีวิตประจำวันเท่านั้น แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจด้านอารมณ์ และความภาคภูมิใจให้กับลูกค้าอีกด้วย”

Elgrand ใหม่ พร้อมมอบความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และความสุขให้กับการเดินทางของครอบครัว

นิสสัน 3

นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 1997 Elgrand ได้ช่วยบุกเบิกกลุ่ม “รถมินิแวนระดับพรีเมียม” ของญี่ปุ่น สร้างชื่อเสียงในด้านการตกแต่งภายในที่กว้างขวาง หรูหรา และมีสมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจ รถยนต์เจเนอเรชั่นที่ 4 นี้ ต่อยอดจากความสำเร็จ และความยอดเยี่ยมของรถยนต์รุ่นนี้ที่ผ่านมา โดยผสานรวมเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าล่าสุดของนิสสัน เข้ากับดีไซน์อันล้ำสมัยที่พร้อมยกระดับความเพลิดเพลินในการขับขี่ และความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารทุกคนบนรถ โดย Elgrand ใหม่ มีกำหนดเปิดตัวในญี่ปุ่นในช่วงฤดูร้อนปี 2026 พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวล เงียบ เหนือระดับ ที่พร้อมปลุกเร้าความตื่นเต้นเร้าใจ

การออกแบบที่เชิดชูวัฒนธรรมญี่ปุ่น

นิสสัน 4

การออกแบบภายนอกของ Elgrand สะท้อนถึงภาษาการออกแบบ “Timeless Japanese Futurism” หรือ แนวคิดการออกแบบที่ผสมผสานความงามแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมเข้ากับวิสัยทัศน์แห่งอนาคตของนิสสัน ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากงานฝีมือ และสุนทรียศาสตร์ของญี่ปุ่น นำมารังสรรค์ใหม่ด้วยเทคนิค วัสดุ และเทคโนโลยีล่าสุดต่างๆ

Elgrand โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ที่สะดุดตา กระจังหน้าได้รับแรงบันดาลใจจากลวดลายแบบคุมิโกะ (Kumiko) ของญี่ปุ่น ผสานเข้ากับเอกลักษณ์ของไฟหน้าอย่างลงตัว โดยมีสีภายนอกใหม่อาทิ สี Fuji Dawn เฉดสีที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแสงอรุณรุ่งเหนือภูเขาไฟฟูจิ และ สี Shigoku สีแดงม่วงเข้มที่สื่อถึงความสง่างาม

ขณะที่ภายในห้องโดยสารมอบบรรยากาศระดับพรีเมียมแบบเลานจ์ ผู้โดยสารแถวสองจะได้ดื่มด่ำกับความสบายของเบาะ captain seat แบบ zero gravity รวมถึงการใข้ TailorFit™ ซึ่งเป็นวัสดุสังเคราะห์ชนิดใหม่ที่มีความทนทานสูง และให้สัมผัสคล้ายกับหนังแนปปา พร้อมการตกแต่งด้วยหนัง และลายไม้ พร้อมลวดลายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากคุมิโกะบนแผงประตู และเบาะนั่ง เสริมความสมบูรณ์แบบด้วยจอแสดงผลคู่ขนาดใหญ่ 14.3 นิ้ว รุ่นแรกในเซกเมนต์ ที่ผสานข้อมูลผู้ขับขี่ และระบบอินโฟเทนเมนต์เข้าด้วยกัน นอกจ่ากนี้ยังเสริมความหรูหราด้วยระบบเสียงระดับพรีเมียมจาก Bose® พร้อมลำโพง 22 ตัว และไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสารที่ปรับได้ถึง 64 สี ยกระดับประสบการณ์การเดินทางไปอีกขั้น

นิสสัน 5

สมรรถนะ และพละกำลัง ความสะดวกสบาย และเทคโนโลยีขั้นสูง

Elgrand ใหม่ ขับเคลื่อนด้วยระบบ อี-พาวเวอร์ (e-POWER) เจเนอเรชั่นที่ 3 ของนิสสัน โดดเด่นด้วยเครื่องยนต์ที่พัฒนาขึ้นใหม่ และระบบขับเคลื่อนกำลังไฟฟ้าเป็นโมดูลาร์แบบ 5-in-1 เพื่อสมรรถนะที่เหนือกว่า ให้การทำงานที่เงียบยิ่งขึ้น และประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น

Elgrand จะเป็นรถยนต์รุ่นแรกในไลน์ผลิตภัณฑ์ระดับโลกของบริษัทที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อไฟฟ้า อี-ฟอร์ซ (e-4ORCE) รุ่นปรับปรุงใหม่ล่าสุดของนิสสัน ซึ่งออกแบบมาเพื่อมอบการควบคุม และให้เสถียรภาพในการขับขี่ที่น่าประทับใจยิ่งขึ้นในทุกสภาพถนน แรงบิดของมอเตอร์ไฟฟ้าด้านหลังช่วยลดการส่ายของรถขณะเร่ง และลดความเร็ว มอบการขับขี่ที่นุ่มนวล และสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสาร รวมถึงลดโอกาสการเกิดอาการเมารถของผู้โดยสาร

นิสสัน 6

สำหรับผู้ขับขี่ ระบบจะใช้ประโยชน์จากแรงบิดของมอเตอร์ด้านหลังขณะเข้าโค้ง เพื่อมอบประสบการณ์ที่สนุกสนาน และเร้าใจยิ่งขึ้น ระบบช่วงล่างอัจฉริยะแบบไดนามิก หรือ Intelligent Dynamic Suspension สามารถช่วยลดการโคลงของตัวถัง และรักษาตำแหน่งการทรงตัวให้คงที่ เสริมให้การขับขี่นุ่มนวล

Elgrand ใหม่ จะมาพร้อมกับระบบ ProPILOT* รุ่นล่าสุดของนิสสัน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่รองรับการควบคุมรถโดยไม่ต้องใช้มือเมื่อความเร็วต่ำกว่า 50 กม./ชม. นอกจากนี้ ยังมีระบบ ProPILOT 2.0 ที่มาพร้อมระบบช่วยขับขี่บนทางหลวงแบบแฮนด์ฟรี และระบบช่วยเปลี่ยนช่องจราจร ช่วยให้การเดินทางระยะไกลสะดวกสบาย และเพลิดเพลินยิ่งขึ้น

Nissan Patrol จะเปิดตัวในตลาดญี่ปุ่น

นอกจาก Elgrand รุ่นใหม่แล้ว นิสสันยังเตรียมเปิดตัวรถยนต์ระดับตำนานอย่าง Patrol ในญี่ปุ่นในช่วงครึ่งแรกของปีงบประมาณ 2027 รถเอสยูวี พันธุ์แกร่งสุดทรหดที่พร้อมลุยทุกสภาพถนน ถือเป็นการกลับมาสู่ตลาดในเซกเมนต์นี้อีกครั้ง หลังจากที่บริษัทไม่ได้ทำตลาดในกลุ่มนี้ นับตั้งแต่การผลิต รถยนต์รุ่น Safari สิ้นสุดลงในปี 2007

นิสสัน 7

Patrol ถือเป็น “รถยนต์ที่เปี่ยมด้วยพลัง” อย่างแท้จริงของบริษัท ที่ตอกย้ำความมุ่งมั่นของนิสสัน ในการนำเสนอรถยนต์ที่เปี่ยมด้วยความแข็งแกร่ง ทนทาน และมาพร้อมเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งสามารถพิชิตภูมิประเทศอันหลากหลายของญี่ปุ่น และตอบสนองจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยของผู้ขับขี่อย่างแท้จริง

นอกจากการขยายไปสู่เซกเมนต์ใหม่ๆ การเปิดตัว Patrol ยังตอกย้ำความเป็นผู้นำของนิสสัน ในฐานะผู้นำของตลาดรถแบบเอสยูวี ด้วยความมุ่งมั่นในการนำเสนอรถยนต์ที่สร้างความมั่นใจ และความตื่นเต้น ตลอดจนความอเนกประสงค์ในการผจญภัยแบบออฟโรด และการขับขี่ในเมืองเมื่อใช้ในชีวิตประจำวัน

Ariya ปรับโฉมใหม่: สไตล์ ด้วยการเชื่อมต่อ และความสะดวกสบาย

Ariya EV crossover รุ่นปรับโฉมใหม่ เตรียมเปิดตัวในญี่ปุ่นปลายปีงบประมาณนี้ โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่หรูหรามากยิ่งขึ้น ระบบอินโฟเทนเมนต์ที่ขับเคลื่อนด้วย Google** มีฟังก์ชัน Vehicle-to-Load (V2L) และถูกอัพเกรดช่วงล่างที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่มากยิ่งขึ้น การปรับเปลี่ยนเหล่านี้มุ่งมอบประสบการณ์การขับขี่ด้วยไฟฟ้าที่สามารถเชื่อมต่อ มีสไตล์ ​​และสะดวกสบายยิ่งขึ้น ออกแบบมาเพื่อผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นโดยเฉพาะ

เช่นเดียวกับ รถยนต์ LEAF รุ่นใหม่ Ariya รุ่นปรับโฉมใหม่นี้ผสานรวมฟีเจอร์ต่างๆ ที่สนับสนุนวิสัยทัศน์ของนิสสันเกี่ยวกับการเดินทางอัจฉริยะ ช่วยส่งเสริมระบบนิเวศทางพลังงานไฟฟ้าให้กว้างขึ้น รถยนต์ไฟฟ้าของนิสสันมีบทบาทสำคัญในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น ด้วยโครงการริเริ่มของ Nissan Energy จะแสดงให้เห็นถึงวิธีที่รถยนต์เหล่านี้สนับสนุนการจัดการพลังงาน ลดการพึ่งพาจากโครงข่ายไฟฟ้า และส่งเสริมไลฟ์สไตล์ที่แอคทีฟของผู้บริโภค ถือเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษัทในการพัฒนาอย่างยั่งยืน

‘* ProPILOT จะช่วยให้ผู้ขับขี่สมามารถละมือจากพวงมาลัยได้เมื่อมีการจราจรติดขัด¹ (ภายใต้ความเร็วสูงสุดไม่เกิน 50 กม./ชม.) และมีระบบช่วยเปลี่ยนช่องจราจรหลังจากผู้ขับขี่เปิดไฟเลี้ยว ทำงานร่วมกับระบบนำทาง navigation link

‘** Google, Google Play และ Google Maps เป็นเครื่องหมายการค้าของ Google LLC

###

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ การบริการ และความมุ่งมั่นในการนำเสนอยานยนต์เพื่อความยั่งยืน สามารถติดตามได้ที่ nissan-global.com, Facebook, Instagram, Twitter, LinkedIn และรับชมวีดีโอล่าสุดที่ YouTube

 

“HONDA Super-ONE” ต้นแบบรถยนต์ไฟฟ้าขนาดคอมแพค เผยโฉมในงาน Japan Mobility Show 2025 เริ่มผลิตจริงปีหน้า วางขายแถบเอเชีย และสหราชอาณาจักร…ไทยมีลุ้น

0
HONDA Super-ONE 1

ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด เผยโฉม Super-ONE รถยนต์ Compact EV ต้นแบบ เป็นครั้งแรกในโลก ในงาน Japan Mobility Show 2025  ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด “e: Dash BOOSTER” โดยสร้างสรรค์ให้เป็นรถไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด ที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับการเดินทางในชีวิตประจำวัน ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่สนุกสนาน น่าตื่นเต้น มาพร้อมหลากหลายฟังก์ชันการใช้งานที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับความสุขภายในห้องโดยสารและการขับขี่ โดยชื่อ Super-ONE สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของฮอนด้าที่จะสร้างยนตรกรรมที่ก้าวข้ามขีดจำกัดและมาตรฐานแบบเดิม ๆ (“super”) พร้อมส่งมอบคุณค่าอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะจากฮอนด้า (“one and only”) ให้กับลูกค้า

HONDA Super-ONE 2

นอกจากสมรรถนะด้านสิ่งแวดล้อมที่ยอดเยี่ยม และความสะดวกในการใช้งานในชีวิตประจำวัน Super-ONE รถยนต์ Compact EV ต้นแบบ ยังมุ่งเน้นการส่งมอบประสบการณ์ “ความสนุกในการขับขี่” (fun of driving)
อันเป็นเอกลักษณ์ของฮอนด้า โดยยังมาพร้อมฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้ง 5
เพื่อมอบ “ความสนุกในการขับขี่” (joy of driving) ให้ความรู้สึกสปอร์ตที่รถยนต์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัดจะสามารถทำได้ ทำให้รถยนต์ต้นแบบ Super-ONE สามารถมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นเต้นและเร้าใจให้แก่ผู้ใช้
อย่างแท้จริง

 

Super-ONE รถยนต์ Compact EV ต้นแบบ มาพร้อมแพลตฟอร์มน้ำหนักเบาที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดจาก
รถในกลุ่ม N Series มอบการขับขี่ที่คล่องตัวและสปอร์ตอย่างแท้จริง อีกทั้ง ช่วงล่างที่กว้างและระยะฐานล้อที่ขยายออกไป มาพร้อมซุ้มล้อโป่งนูน ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับรุ่นนี้ ช่วยให้รถมีเสถียรภาพและมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ทรงพลัง เร้าใจในทุกเส้นทาง

นอกจากนี้ Boost Mode ที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษสำหรับรุ่นนี้โดยเฉพาะ จะช่วยเพิ่มกำลังขับเคลื่อนให้เครื่องยนต์สามารถมอบสมรรถนะได้อย่างเต็มกำลัง พร้อมผสานการทำงานกับระบบจำลองเกียร์ 7 สปีด และระบบ Active Sound Control เพื่อสร้างเสียงเครื่องยนต์ที่ทรงพลังและความรู้สึกในการเปลี่ยนเกียร์ที่เฉียบคม เสมือนกำลังขับรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปที่มีระบบเกียร์หลายจังหวะแบบดั้งเดิม

 

ทั้งนี้ การขับขี่ใน Boost Mode จะช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัสของผู้ขับขี่ ทั้งการมองเห็น การได้ยิน รวมถึงความรู้สึกด้านสัมผัสจากการเร่งความเร็วและการสั่นสะเทือน เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าที่ตื่นเต้น เร้าใจ
ในรูปแบบใหม่

HONDA Super-ONE 3

Super-ONE รถยนต์ Compact EV ต้นแบบ ได้ผ่านการทดสอบบนพื้นผิวถนนที่หลากหลายอย่างครอบคลุม ภายใต้สภาพอากาศที่แตกต่างกัน ทั้งในประเทศญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และประเทศอื่น ๆ ทั่วทวีปเอเชีย
เพื่อพัฒนาสมรรถนะการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น โดยในเดือนกรกฎาคม 2568 รถยนต์ต้นแบบ Super EV Concept ซึ่งเป็นโมเดลแนวคิดต้นกำเนิดของรถยนต์ต้นแบบ Super-ONE  ได้ถูกนำไปจัดแสดงและร่วมการขับขี่เชิงไดนามิก
บนสนามแข่งไต่เขาอันโด่งดังในงาน Goodwood Festival of Speed 2025 ณ เวสต์ซัสเซกซ์ สหราชอาณาจักร
ด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง Super EV Concept ได้แสดงให้โลกได้เห็นถึงมิติใหม่ของ “ความสนุกใน
การขับขี่” ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของรถยนต์ไฟฟ้าฮอนด้า

ฮอนด้ามีแผนเปิดตัวรถยนต์รุ่นผลิตจริง ที่พัฒนาต่อยอดจากรถยนต์ต้นแบบ Super-ONE ในประเทศญี่ปุ่นในปี พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป ตามด้วยภูมิภาคอื่น ๆ ที่มีความต้องการต่อรถยนต์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด เช่น สหราชอาณาจักร และประเทศต่าง ๆ ในเอเชีย*

สำหรับรถรุ่นผลิตจริง จะเปิดตัวภายใต้ชื่อที่แตกต่างกันไปตามแต่ละภูมิภาค โดยในประเทศญี่ปุ่นและภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย จะใช้ชื่อว่า ‘Super-ONE’ ขณะที่บางประเทศในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย จะใช้ชื่อว่า ‘Honda Super-ONE’ และในสหราชอาณาจักรจะเปิดตัวภายใต้ชื่อ ‘Super-N’

การออกแบบภายนอก ได้รับการออกแบบมาเพื่อถ่ายทอดอารมณ์และให้ทุกคนได้สัมผัสความตื่นเต้นและประสบการณ์การขับขี่ที่แท้จริง ด้วยซุ้มล้อแบบลิสเตอร์ที่โดดเด่นโอบล้อขนาดใหญ่ไว้อย่างลงตัว ส่งผลให้ตัวรถมีลักษณะเตี้ยและกว้าง สื่อถึงความเร้าใจในการขับขี่อย่างชัดเจน

ทั้งนี้ ได้มีการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์โดยเฉพาะสำหรับรุ่นนี้ มาพร้อมช่องระบายอากาศด้านหน้าและด้านหลัง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการไหลเวียนของอากาศ และระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดีไซน์ภายนอกนับเป็นการผสมผสานระหว่างฟังก์ชันที่รองรับสมรรถนะการขับขี่ระดับสูงให้เข้ากับความงามที่มาพร้อมกับฟังก์ชันการใช้งานที่ลงตัว สะท้อนถึงประสบการณ์การขับขี่ที่รถคันนี้พร้อมมอบให้

HONDA Super-ONE 5

ห้องโดยสารได้รับการออกแบบมาเพื่อสร้างบรรยากาศที่กระตุ้นความรู้สึกตื่นเต้นและประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยม พร้อมทั้งช่วยให้ผู้ขับสามารถดื่มด่ำกับทุกช่วงเวลาของการขับขี่ได้อย่างเต็มที่

เบาะนั่งสไตล์สปอร์ตได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับรถยนต์รุ่นนี้ โดยจะโอบกระชับลำตัวของผู้ขับขี่อย่างมั่นคง เพื่อให้ได้ตำแหน่งและท่าทางการขับขี่ที่นิ่งและมั่นใจได้ตลอดการขับขี่ ทั้งนี้ การเลือกวัสดุพื้นผิวสีฟ้าและออกในลักษณะ Asymmetric Layout ยังช่วยเพิ่มลูกเล่นที่สนุกสนานให้ห้องโดยสารอย่างมีสไตล์ รวมถึงการออกแบบแผงหน้าปัดในแนวระนาบ ยังช่วยลดสิ่งรบกวนสายตา มอบทัศนวิสัยที่ชัดเจน ช่วยให้ผู้ขับขี่มีสมาธิมากยิ่งขึ้น

HONDA Super-ONE 4  

Super-ONE รถยนต์ Compact EV ต้นแบบ มาพร้อมกับโหมดการขับขี่ “Boost Mode” ซึ่งพัฒนาขึ้นพิเศษโดยเฉพาะสำหรับรุ่นนี้ เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้ตื่นเต้น เร้าใจยิ่งขึ้น โดย Boost Mode จะช่วยเพิ่มกำลังขับเคลื่อนให้เครื่องยนต์สามารถปลดปล่อยสมรรถนะได้อย่างเต็มที่ เพื่อให้ได้อัตราเร่งที่ทรงพลังและเฉียบคม

ระบบจะผสานการทำงานระบบเกียร์จำลองแบบ 7 สปีด ซึ่งจะถ่ายทอดความรู้สึกในการเปลี่ยนเกียร์เสมือนรถยนต์ที่ใช้ระบบเกียร์หลายจังหวะแบบดั้งเดิม เข้ากับระบบ Active Sound Control ที่สร้างเสียงเครื่องยนต์เสมือนจริงภายในห้องโดยสารตามการเหยียบคันเร่งและเบรก มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจราวกับอยู่หลังพวงมาลัยของรถสปอร์ตที่ใช้เครื่องยนต์สันดาป แต่ยังคงความโดดเด่นของรถยนต์ไฟฟ้าไว้ด้วย

นอกจากนี้ Boost Mode ยังมีการตั้งค่าพิเศษสำหรับฟีเจอร์ต่าง ๆ เช่น มาตรวัดแบบสามช่อง และการปรับเปลี่ยนโทนแสงภายในห้องโดยสาร ทั้งหมดนี้ทำให้รถยนต์ต้นแบบ Super-ONE สามารถกระตุ้นความรู้สึกของผู้ขับขี่ได้ครบทุกประสาทสัมผัส ทั้งการมองเห็น การได้ยิน รวมถึงความรู้สึกด้านสัมผัสจากการเร่งความเร็วและการสั่นสะเทือน เพื่อมอบ “ความสนุกในการขับขี่” สู่ยุคแห่งการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า

 

 

“PTG – สโมสรฟุตบอล พีที ประจวบ เอฟซี” รวมพลังทำดีเพื่อสังคม

0
PTG 1

นายฉลอง ติรไตรภูษิต ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) (PTG) ผู้สนับสนุนหลักสโมสรฟุตบอล พีที ประจวบ เอฟซี และ นายทรงเกียรติ ลิ้มอรุณรักษ์ ประธานสโมสรฟุตบอล พีที ประจวบ เอฟซี พร้อมด้วยนักฟุตบอลและสต๊าฟโค้ช ร่วมทำกิจกรรมเลี้ยงอาหารกลางวันและมอบกางเกงขาสั้นจำนวน 3,000 ตัว รวมถึงของใช้ที่จำเป็นในชีวิตประจำวันให้แก่ผู้รับการสงเคราะห์ภายในสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งประจวบคีรีขันธ์ (บ้านประจวบโชค) ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้เป็นหนึ่งในภารกิจของ PTG ที่ให้ความสำคัญในการช่วยเหลือและสร้างสาธารณะประโยชน์ต่อชุมชนและสังคมให้ “อยู่ดีมีสุข” โดยงานดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งประจวบคีรีขันธ์  จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

PTG 2

PTG  3

คาราวาน มิตรภาพไทย-จีน “BYD SEALION 6 DM-i” ถึงปักกิ่งแล้ว พิสูจน์ความแกร่งและสมรรถนะกว่า 5,000 ก.ม.

0
บีวายดี 1

BYD SEALION 6 DM-i ทั้ง 13 คัน ใน ‘คาราวานมิตรภาพไทย – จีนครบรอบ 50 ปี’ ซึ่งสนับสนุนโดย บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ภายใต้ กลุ่มธุรกิจเรเว่ โดยเดินทางด้วยรถยนต์ออกจากกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม และเดินทางถึงปักกิ่ง ประเทศจีน เรียบร้อยแล้วในวันที่ 23 ตุลาคม พิสูจน์ให้เห็นถึงสมรรถนะและความแกร่งของ BYD SEALION 6 DM-i ที่สามารถเดินทางข้ามประเทศอย่างต่อเนื่อง รวมเป็นระยะทางกว่า 5,000 กิโลเมตร ในเวลาเพียง 13 วัน ในโอกาสที่ ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – จีน ครบรอบ 50 ปี

บีวายดี 2

ในช่วงแรกของการเดินทาง BYD SEALION 6 DM-i ทั้ง 13 คัน ใน ‘คาราวานมิตรภาพไทย – จีนครบรอบ 50 ปี’ มุ่งหน้าจากจุดปล่อยตัวสู่จังหวัดพิษณุโลก และมีจุดหมายเป็นการข้ามชายแดนจากประเทศไทยสู่ประเทศลาว ในวันที่ 12 ตุลาคม ผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 ซึ่งอยู่ในเขตเชียงของ – ห้วยทราย ต่อมา คณะเดินทางได้ใช้เส้นทางผ่านบ่อเต็น และมุ่งหน้าสู่สิบสองปันนาของประเทศจีน โดยเส้นทางดังกล่าวมีสภาพถนนที่ท้าทายหลายรูปแบบ ทำให้เป็นช่วงเวลาที่ได้พิสูจน์ขีดความสามารถของช่วงล่าง และ ความสูงใต้ท้องรถ 180 มิลลิเมตร ช่วยให้ก้าวข้ามสิ่งกีดขวางและอุปสรรค ทั้งยังมี ระบบควบคุมการทรงตัวบนทางลาดชัน (HHC) ช่วยให้การขับขี่บนเนินเขา เป็นไปอย่างง่ายดายยิ่งขึ้น

บีวายดี 4

ช่วงถัดไป BYD SEALION 6 DM-i ทั้ง 13 คัน เดินทางผ่านสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายแห่งของจีน บนเส้นทางคุนหมิง – กุ้ยหยาง – เฟิ่งหวง – อู่หลิงหยวน – เซียงหยาง และ ซีอาน รวมระยะทางทั้งหมดนับจากจุดปล่อยตัวมากกว่า 3,000 กิโลเมตร ในช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่คณะเดินทาง ได้พิสูจน์สมรรถนะของ ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด DM-i SUPER HYBRID ที่ขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก ตอบสนองทันใจในทุกย่านความเร็ว ผสานการทำงานของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า มอบพละกำลังรวมสูงสุด 160 กิโลวัตต์ พร้อมแรงบิดรวมสูงสุด 300 นิวตันเมตร ทั้งยังปรับรูปแบบการขับขี่ได้ระหว่าง ECO / Normal / Sport โดยมีการใช้เชื้อเพลิงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ รองรับการเติมน้ำมันและเสียบปลั๊กชาร์จไฟ เลือกใช้ตามความสะดวก และลดความกังวลเมื่อต้องเดินทางไกล

บีวายดี 4

ในช่วงสุดท้ายของการเดินทาง คณะ ‘คาราวานมิตรภาพไทย – จีนครบรอบ 50 ปี’ ได้เดินทางต่ออีกราว 1,000 กิโลเมตร จากซีอาน ผ่านเส้นทาง ผิงเหยา และ เป่าติ้ง ก่อนเข้าเส้นชัยที่ปักกิ่ง ในวันที่ 23 ตุลาคม แม้คณะจะเดินทางไกลเป็นระยะทางกว่า 5,000 กิโลเมตร และใช้ชีวิตในรถยนต์เป็นเวลาติดต่อกันกว่าสิบวัน แต่ด้วยห้องโดยสารที่กว้างขวาง ของ BYD SEALION 6 DM-i ที่มาพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครันอย่าง เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า พร้อมระบบระบายอากาศ และ เบาะหลังสามารถปรับองศาพนักพิงได้ ช่วยลดความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกล ทั้งยังมี ระบบปรับอากาศแบบ 2 โซน พร้อมช่องระบายอากาศด้านหลัง ช่วยปรับอุณหภูมิให้พอเหมาะแก่การเดินทาง ทั้งผู้โดยสารด้านหน้าและด้านหลังเท่ากัน เพิ่มความสุนทรีย์ในการเดินทางมากยิ่งขึ้นผ่าน หน้าจอสัมผัสระบบมัลติมีเดีย ปรับหมุนด้วยไฟฟ้าขนาด 15.6 นิ้ว* พร้อม เครื่องเสียง Infinity® ลำโพง 10  ตำแหน่ง* ที่สำคัญมี ความจุพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้าย 425 ลิตร เพียงพอสำหรับการจัดเก็บกระเป๋าเดินทางของทุกคน แม้เดินทางไกลติดต่อกันกว่า 13 วัน

บีวายดี 5

สัมผัส BYD SEALION 6 DM-i พร้อมนวัตกรรมยานยนต์พลังงานใหม่จาก บีวายดี ได้วันนี้ ที่โชว์รูมและศูนย์บริการ บีวายดี และ เดนซ่า ใกล้บ้านทั้ง 167 สาขาทั่วประเทศ ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมของรถยนต์ทุกรุ่นได้ที่ reverautomotive.com สำหรับรถยนต์ บีวายดี หรือ denzathailand.com สำหรับรถยนต์ เดนซ่า ไม่พลาดข่าวสารจาก เรเว่ เพียงติดตาม Official Facebook Page: BYD RÊVER Thailand และ DENZA RÊVER Thailand

*อุปกรณ์มาตรฐานเฉพาะรุ่นย่อย Premium

 

 

“มาสด้า” แสดงความยินดีนักกอล์ฟเยาวชน ตอกย้ำความสำเร็จก้าวสู่เส้นทางนักกอล์ฟระดับโลก

0
มาสด้า 1

มาสด้าร่วมแสดงความยินดีกับนักกอล์ฟเยาวชนไทยลูกค้ามาสด้า ที่เข้าร่วมแข่งขัน Mazda U.S. College PREP Junior Golf Championship 2025 ซึ่งเป็นโครงการที่จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้แข่งขันกับนักกอล์ฟระดับนานาชาติ พร้อมเป็นใบเบิกทางสู่การเป็นนักกีฬาทีมชาติ และสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย อีกทั้งยังสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กรุ่นใหม่มุ่งมั่นฝึกซ้อมเพื่อก้าวสู่เส้นทางนักกอล์ฟมืออาชีพ โดยงานฯ ได้จัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ สำนักงานใหญ่ มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย โดยมีผู้บริหาร นำโดย นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ, มร. ทาเคชิ ซาโตะ รองประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงิน และ นายภพนิพิฐ จิรวิฒนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและนวัตกรรมดิจิทัล บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วยพันธมิตร ดิ เอเจนซี่ คอลเลจ รีครูท (AR) ร่วมให้การต้อนรับและแสดงความยินดีกับเยาวชน

มาสด้า 2

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ขอแสดงความยินดีกับน้อง ๆ เยาวชน ที่ได้รับรางวัลความสำเร็จในครั้งนี้ และขอขอบคุณที่ให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการ Mazda U.S. College PREP Junior Golf Championship ซึ่งเป็นสิทธิพิเศษให้กับลูกค้า Mazda Family ด้วยการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้พัฒนาศักยภาพผ่านกิจกรรมกีฬาและความสามารถของตนเอง พร้อมทั้งได้ร่วมแข่งขันกับเยาวชนกอล์ฟจากนานาชาติ เพื่อปูทางสู่เส้นทางการศึกษาและเส้นทางนักกอล์ฟระดับอาชีพในอนาคต ซึ่งสิ่งต่าง ๆ นี้ ถือเป็นก้าวสำคัญ เพราะเยาวชนจะได้นำทักษะที่ได้รับจากการลงสนามในครั้งนี้ไปต่อยอดเพื่อเดินตามเส้นทางความฝันของตน ด้วยความมุมานะ และไม่ย่อท้อ ซึ่งตรงกับแนวคิด “Challenger Spirit” ของมาสด้า ที่มีรากฐานมาอย่างยาวนานจากฮิโรชิม่า และถ่ายทอดเป็นกิจกรรมในรูปแบบ Sport Marketing ที่มาสด้าให้การสนับสนุนมาอย่างต่อเนื่อง”

มาสด้า 3

นายธีร์ ยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า “ชัยชนะที่ทุกคนได้รับในวันนี้ ไม่ใช่เพียงแค่รางวัลความสำเร็จเท่านั้น แต่แสดงให้เห็นถึงความพยายาม ความตั้งใจจริง และการทุ่มเทฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อก้าวเดินสู่เส้นทางที่เรารัก ซึ่งประสบการณ์ครั้งนี้จะเป็นก้าวแรกที่มีความหมาย และเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนพัฒนาตนเองต่อไป ทั้งในด้านกีฬา การเรียน และการใช้ชีวิต มาสด้าขอขอบคุณผู้ปกครอง ดิ เอเจนซี คอลเลจ รีครูท (AR) รวมถึงทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วมในการสนับสนุนและผลักดันให้เยาวชนของเราก้าวไปได้ไกลยิ่งขึ้น ขอให้ทุกคนรักษาความตั้งใจนี้ไว้ เพื่อเดินหน้าสู่ความสำเร็จในอนาคตอย่างมั่นคง และประสบความสำเร็จในเส้นทางอาชีพที่เราตั้งใจไว้ต่อไป”

มาสด้า 4

ในวันงานฯ มาสด้ายังได้ร่วมมือกับ ดิ เอเจนซี่ คอลเลจ รีครูท (AR) ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดหาทุนการศึกษาด้านกีฬา  จัดบรรยายให้ข้อมูลเกี่ยวกับการแข่งขันกอล์ฟ และแนวทางในการเดินทางไปแข่งขันในต่างประเทศ โดยมีแชมป์เยาวชนกอล์ฟ ได้แก่ “น้องต้นหอม” ศิริกาญจน์ วิชย์โกวิทเทน แชมป์รุ่น Middle School หญิง แข่งขันเมื่อวันที่ 26–28 ก.ย. 68 ณ Siam Country Club Rolling Hills Pattaya จ.ชลบุรี, น้องยูกิ” กิรณา บัตรพรรณธนะ แชมป์รุ่น Middle School หญิง แข่งขัน ณ สนาม Phoenix Gold Golf & Country Club จ.ชลบุรี แข่งขันเมื่อวันที่ 25-27 เม.ย. 68 พร้อมตัวแทนเยาวชนกอล์ฟที่เข้าแข่งขันในโครงการ Mazda U.S. College PREP Junior Golf Championship 2025 ประกอบด้วย ปัณฑิกา หาญภิภพ, กรรณ บัตรพรรธนะ, อนัญญา สุขทัสน์, พสิษฐ์ โชติภักดีตระกูล, ภูวิศ ชลศึกษ์,กรณ์ฐรัฐ พรสินธนรัชต์, เลม่อนเชลโล่ กลัดเจริญ, วิน กนกภัยพิพัฒน์, สิริกร อนันตธนะสาร และ วิชชุทัศน์ สุนทรจิรวัฒน์ เข้าร่วมงานฯ

มาสด้า 5

สำหรับการแข่งขันโครงการฯ แบ่งออกเป็น 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น Middle School (ป.5–ม.2 ชาย-หญิง) และรุ่น High School (ม.3–ม.6 ชาย-หญิง) ผู้ชนะเลิศแต่ละรุ่นรวม 4 คน จะได้รับรางวัล ตั๋วเครื่องบินไป-กลับระหว่างเอเชีย–สหรัฐฯ และสิทธิ์เข้าร่วมแข่งขันรายการ Junior World Cup Invitational 2026 ที่รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา ช่วงต้นปีหน้า ซึ่งมาสด้าได้จัดการแข่งขันมาแล้วทั้งหมด 4 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2567 โดยจัดปีละ 2 ครั้ง ซึ่งได้รับความสนใจและมีเยาวชนกอล์ฟคนไทยและต่างประชาติเข้าร่วมการแข่งขันเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ มาสด้าจะเดินหน้าจัดกิจกรรมดีๆ เช่นนี้ ต่อไป เพื่อมอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้า Mazda Family และสร้างประสบการณ์ความสุขที่นอกเหนือจากการขับขี่ ตามแนวคิด “Joy Drives Lives” ความสุขขับเคลื่อนชีวิต ที่มาสด้าต้องการส่งมอบให้กับลูกค้าและทุกคนในครอบครัวของลูกค้า ไปตลอดอายุการใช้งานรถยนต์มาสด้าคันโปรดของคุณ