Home Blog Page 29

“PTG” ผนึก “รพ.ศิริราช” สร้างปรากฎการณ์ใช้สถานีบริการน้ำมันพีที เป็นฐาน Mobile Stroke Unit – Stroke One Stop เพิ่มโอกาสรอดชีวิตผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง

0
PTG 2

นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับศาสตราจารย์นายแพทย์อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อยกระดับความร่วมมือระหว่างภาคการแพทย์และสถานีบริการน้ำมันพีที โดยใช้สถานีบริการน้ำมันพีทีทั่วประเทศเป็นจุดจอดรถ Mobile Stroke Unit – Stroke One Stop (MSU-SOS) สนับสนุนการเข้าถึงผู้ป่วยฉุกเฉินและรักษาได้อย่างรวดเร็ว  เพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง เพื่อให้คนไทยทุกคนได้ “อยู่ดี มีสุข” ตามวิสัยทัศน์ของ PTG อย่างแท้จริง

PTG 3

ทั้งนี้โครงการ MSU-SOS หรือรถรักษาอัมพาตเคลื่อนที่สะท้อนการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและภาคการแพทย์ ในการนำทรัพยากรและโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่มาใช้ประโยชน์เชิงรุกด้านสาธารณสุข  โดยเฉพาะโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่ “ต้องแข่งกับเวลา” ถือเป็นนวัตกรรมการแพทย์ฉุกเฉินที่นำศักยภาพของห้องฉุกเฉินไปถึงผู้ป่วย ณ จุดเกิดเหตุ สามารถสแกนสมอง วินิจฉัยอาการ เชื่อมต่อแพทย์เฉพาะทางทางไกล ให้ยาละลายลิ่มเลือด และประสานการส่งต่อโรงพยาบาลได้ทันที ภายใต้แนวคิด “สแกน รักษา ส่งต่อ ครบจบในที่เดียว” ซึ่งช่วยลดเวลาวิกฤต เพิ่มโอกาสรอดชีวิต และลดความพิการในระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ

PTG 5

นอกจากนี้ยังต่อยอดด้วยโครงการศูนย์ความเป็นเลิศเพื่อผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองในระยะก่อนถึงโรงพยาบาล “Stroke ExPreS” ทำหน้าที่บริหารระบบการดูแลผู้ป่วยก่อนถึงโรงพยาบาล (Excellence in Pre-Hospital Stroke Care) ครอบคลุมการฝึกฝนอบรม การวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ตลอดจนการบริหารการปฎิบัติการและซ่อมบำรุงรถ Mobile Stroke Unit เพื่อให้คนไทยในพื้นที่เข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพ

 

 

 

 

“GAC Primus” คว้ารางวัลการตลาดยอดเยี่ยม ตอกย้ำผู้นำดีลเลอร์ EV ในไทย

0
GAC Primus 1

GAC Primus ในเครือ Primus Group นำโดย ณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน กลุ่มบริษัทในเครือ รับมอบรางวัล “2025 Best Marketing Performance Award” จาก มร.แอนดรูว์ หวัง (Mr. Andrew Wang) ประธานกรรมการบริหาร GAC AION Thailand ในพิธีมอบรางวัลผู้แทนจำหน่ายที่มีผลงานโดดเด่น ประจำปี 2025 ในงาน Dealer Conference 2026 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Crafting the Future – Win in 2026” จัดขึ้นโดย GAC AION Thailand เพื่อประกาศทิศทางการดำเนินธุรกิจและกลยุทธ์การสร้างแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าของ GAC สู่การเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในประเทศไทย

ไพร์มัส กรุ๊ป 2

ณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน กลุ่มบริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป และทีโอเอ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง กล่าวว่า ความสำเร็จในครั้งนี้ สะท้อนถึงศักยภาพในการวางกลยุทธ์ การสร้างสรรค์ และการดำเนินงานด้านการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการกำหนดทิศทางการตลาดที่ชัดเจน เข้าใจถึงพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคอย่างแท้จริง ผ่านช่องทางการสื่อสารในการสร้างแบรนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและแตกต่าง ส่งผลต่อการเติบของธุรกิจด้านภาพลักษณ์และการขาย ทั้งตอกย้ำความน่าเชื่อถือขององค์กรในสายตาของผู้บริโภคและพันธมิตรทางธุรกิจอีกด้วย

ไพร์มัส กรุ๊ป 3 

จิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป กล่าวว่า การได้รับรางวัลอันทรงเกียรติในครั้งนี้ เป็นบทพิสูจน์ศักยภาพของทีมงาน GAC Primus ในการออกแบบสร้างสรรค์กิจกรรมที่ให้ความสำคัญกับการมอบประสบการณ์ระดับพรีเมี่ยมให้แก่ลูกค้า และสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างรอบด้าน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ GAC และ Primus Group ในประเทศไทย

ไพร์มัส กรุ๊ป5

นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจและเป็นแรงผลักดันที่สำคัญให้แก่ทีมงาน GAC Primus ในการพัฒนาศักยภาพเพื่อก้าวสู่การเป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ GAC ชั้นแนวหน้าของประเทศไทย ภายใต้แนวคิดหลักของ Primus Group ที่ให้ความสำคัญด้านการบริการที่ครบวงจร ครอบคลุมด้านการตลาด การขาย และการบริหารหลังการขาย ด้วยบุคลากรที่มีความรู้และประสบการณ์ด้านยานยนต์ระดับสูง เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าในทุกมิติ

ไพร์มัส กรุ๊ป 5

GAC Primus ยังคงมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์บริการที่ดีเลิศ ในการมอบประสบการณ์ใหม่ที่แตกต่างและเหนือระดับให้แก่ลูกค้าอย่างหลากหลาย เพื่อความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าต่อไป

 

 

“BYD ATTO 3” คว้ารางวัล IQS จาก J.D. POWER การันตีคุณภาพชั้นนำ จนผู้บริโภคไว้วางใจ

0
BYD ATTO 3 1

บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับเกียรติจากบริษัท เจ.ดี. พาวเวอร์ (J.D. Power) ในการมอบรางวัล Initial Quality Study (IQS) สำหรับรถยนต์พลังงานใหม่ (New Energy Vehicle Segment) หลัง BYD ATTO 3 ครองอันดับสูงสุด ในกลุ่มรถยนต์พลังงานใหม่แบบ SUV (NEV SUV) ด้วยคะแนน 149 PP100 ตามผลการศึกษาคุณภาพรถยนต์ใหม่ในประเทศไทย ประจำปี 2568 หรือ J.D. Power 2025 Thailand Initial Quality StudySM (IQS) สะท้อนถึงมาตรฐานการผลิตและคุณภาพระดับชั้นนำ โดยพิธีมอบรางวัลมี นายหยู่ปิน เคอ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นตัวแทนบริษัทฯ รับมอบรางวัลจาก นายอัตสึชิ คาวาฮาชิ ผู้อำนวยการอาวุโส เจ.ดี. พาวเวอร์ ประเทศญี่ปุ่น

BYD ATTO 3 2

นายหยู่ปิน เคอ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า “รางวัลนี้คือเครื่องยืนยันว่า BYD ATTO 3 ไม่ได้มีดีเพียงแค่ดีไซน์และสมรรถนะ แต่ยังเป็นหนึ่งในเรื่องของคุณภาพ และความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี รางวัลนี้ได้ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของ บีวายดี ในการส่งมอบนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการรักษามาตรฐานคุณภาพ จนได้รับความไว้วางใจและผ่านการพิสูจน์โดยผู้บริโภค นอกจากนั้น ยังมีรถยนต์ บีวายดี อีกหลายรุ่น และมีคุณภาพเทียบเท่ากับ BYD ATTO 3 ที่ได้รับรางวัล ทั้งหมดล้วนได้รับความไว้วางใจและผ่านการพิสูจน์แล้ว จากผู้ใช้งานจริงทั่วประเทศไทยกว่า 100,000 คัน บีวายดี ขอให้คำมั่นว่า เราจะไม่หยุดยั้งการส่งมอบนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ไปพร้อมกับการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าชาวไทยต่อไป”

BYD ATTO 3 3

IQS คือผลการศึกษาคุณภาพรถยนต์ใหม่ในประเทศไทย และเป็นดัชนีชี้วัดมาตรฐานยานยนต์ ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดย BYD ATTO 3 ได้คะแนนคุณภาพสูงที่สุดในกลุ่ม NEV SUV ด้วยคะแนนเฉลี่ย 149 ปัญหาต่อรถยนต์ 100 คัน (149 PP100) ซึ่งเป็นคะแนนที่ดีที่สุดในรถยนต์ระดับเดียวกัน ทั้งยังดีกว่าคะแนนเฉลี่ยรถยนต์ใหม่ทั้งหมดที่ 177 ปัญหาต่อรถยนต์ 100 คัน (177 PP100) นอกจากนั้น รถยนต์รุ่นอื่นของ BYD ยังติดอันดับ 3 รุ่นแรกที่มีคะแนนดีที่สุดในแต่ละกลุ่ม โดย BYD SEALION 6 และ BYD SEALION 7 อยู่ในอันดับ 3 ของกลุ่ม NEV SUV ส่วน BYD SEAL และ BYD DOLPHIN คว้าอันดับ 2 และ 3 ของกลุ่มรถยนต์นั่งพลังงานใหม่ (NEV Car) ได้ตามลำดับ

BYD ATTO 3 8

“มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ พลัส และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี” คว้ารางวัลคุณภาพอันดับ 1 จากผลการศึกษาคุณภาพรถยนต์ใหม่ปี 2568 ฉบับที่ 2 โดย เจ.ดี. พาวเวอร์ ตอกย้ำมาตรฐานที่ผู้ใช้งานจริงไว้วางใจ

0
Mitsubishi Triton 1

มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ พลัส และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี ครองแชมป์ต่ออีกสมัย ด้วยการคว้า รางวัลอันดับ 1 “รถใหม่คุณภาพสูง” ในกลุ่มรถกระบะ 4 ประตู (Pickup Double Cab) และกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ (MPV) จากผลการศึกษาคุณภาพรถยนต์ใหม่ในประเทศไทย ประจำปี 2568 (J.D. Power 2025 Thailand Initial Quality StudySM (IQS)) – ฉบับที่ 2 ตอกย้ำคุณภาพและมาตรฐานระดับสูงของรถยนต์มิตซูบิชิ ที่ได้รับความเชื่อมั่นจากผู้ใช้งานจริงอย่างต่อเนื่อง

Mitsubishi Triton 2

นายสาโรจน์ มะอาจเลิศ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานขาย บริการหลังการขาย และประสบการณ์ลูกค้า บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างมาก และขอขอบคุณลูกค้าชาวไทยที่มอบความไว้วางใจให้แก่รถยนต์มิตซูบิชิ จนทำให้รถยนต์รุ่นยอดนิยมทั้ง 2 รุ่นของเรา สามารถครองอันดับสูงสุดด้านคุณภาพติดต่อกัน รางวัลนี้มีความหมายอย่างยิ่งเพราะเป็นการยืนยันจากเสียงสะท้อนของผู้ใช้งานจริง ที่แสดงให้เห็นว่ารถยนต์ของเราสามารถตอบโจทย์การใช้งาน และเข้าไปอยู่ในใจของลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Mitsubishi Triton 2

สำหรับ มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ พลัส เราออกแบบให้เป็นรถกระบะที่ตอบโจทย์ได้รอบด้าน ไม่เพียงแค่สมรรถนะที่แข็งแกร่งหรือรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยว แต่ยังให้ความสำคัญกับฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครันเพื่อรองรับ
ทุกไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ ในขณะที่ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี ได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดรถครอบครัวอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ที่นอกจากจะโดดเด่นเรื่องความกว้างขวางสะดวกสบายแล้ว เทคโนโลยีไฮบริดยังช่วยยกระดับประสบการณ์ในการขับขี่ และความคุ้มค่า ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญที่ครอบครัวยุคใหม่มองหา และด้วยทั้งหมดนี้
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จะนำทุกเสียงตอบรับและรางวัลที่ได้รับ มาเป็นแรงผลักดันในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อสร้างความประทับใจสูงสุดในทุกมิติให้กับผู้ขับขี่ทุกคนต่อไป”

การศึกษาคุณภาพรถยนต์ใหม่ในประเทศไทย ประจำปี 2568 – ฉบับที่ 2 เป็นการสำรวจที่ครอบคลุมทั้งรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE), รถยนต์ไฮบริด (HEV, PHEV) และรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) โดยรวบรวมข้อมูลจากเจ้าของรถใหม่จำนวน 4,832 ราย ที่ซื้อรถระหว่างเดือนมกราคม – กันยายน 2568 และดำเนินการเก็บข้อมูลภาคสนามระหว่างเดือนมิถุนายน – ตุลาคม 2568 ในพื้นที่ 22 เมืองใหญ่ทั่วประเทศ ครอบคลุมรถยนต์ 57 รุ่น จาก 15 แบรนด์ โดยใช้เกณฑ์การจัดอันดับจากจำนวนปัญหาที่พบต่อรถยนต์ 100 คัน (PP100) ซึ่ง มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ พลัส ทำคะแนนได้ 169 PP100 และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี ทำคะแนนได้ 167 PP100

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าส่งมอบยานยนต์คุณภาพสูงและบริการหลังการขายตามมาตรฐาน “เราดูแล คุณแค่ขับ” ผ่านเครือข่ายศูนย์บริการ 185 แห่งทั่วประเทศไทย ควบคู่ไปพร้อมกับการดำเนินงานภายใต้ปรัชญา ‘KOE’ () การรับฟังเสียงของลูกค้า และ ‘KANDO’ (感動) การสร้างความประทับใจในทุกด้านของผลิตภัณฑ์และงานบริการ เพื่อส่งมอบคุณค่าที่เหนือกว่าการขับขี่ สู่ประสบการณ์การเดินทางที่อุ่นใจและมั่นใจในทุกเส้นทาง

ข้อมูลสำคัญโดยสรุป

  • รางวัลคุณภาพอันดับ 1: มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย คว้าอันดับ 1 “รถใหม่คุณภาพสูง” จากผลการศึกษาคุณภาพรถยนต์ใหม่ในประเทศไทย ประจำปี 2568 (J.D. Power 2025 Thailand Initial Quality StudySM (IQS)) – ฉบับที่ 2
  • รุ่นรถยนต์ที่ได้รับรางวัล:
    • มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ พลัส: อันดับ 1 ในกลุ่มรถกระบะ 4 ประตู (Pickup Double Cab)
    • มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี: อันดับ 1 ในกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ (MPV)
  • คะแนนคุณภาพ (Initial Quality Score): เกณฑ์การจัดอันดับจากจำนวนปัญหาที่พบต่อรถยนต์ 100 คัน (PP100)
    • มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ พลัส: คะแนนคุณภาพ 169 PP100
    • มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี: คะแนนคุณภาพ 167 PP100

“GWM” เตรียมส่ง GWM ORA 5 SUV บุกตลาดไทยต่อจากประเทศจีน มีนาคมนี้! จัดเต็มทุกมิติกับแพลตฟอร์มใหม่ล่าสุด เทคโนโลยีสุดล้ำ และระบบปฏิบัติการ Coffee OS 3.0

0
GWM Thailand 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุด GWM เตรียมเขย่าตลาดรถยนต์ไทยอีกครั้งด้วยการประกาศความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญกับการเตรียมเปิดตัว GWM ORA 5 SUV รถยนต์เอสยูวีรุ่นใหม่ล่าสุดของแบรนด์ออกสู่ตลาดในเดือนมีนาคม 2569 นี้ โดยประเทศไทยถือเป็นประเทศที่สองของโลกต่อจากประเทศจีน และเป็นประเทศแรกของโลกในตลาดต่างประเทศที่ GWM จะเปิดตัวรถยนต์รุ่นสำคัญรุ่นนี้ สะท้อนความสำคัญของประเทศไทยในฐานะตลาดยุทธศาสตร์หลักของ GWM ในภูมิภาคอาเซียนและระดับโลก

GWM ORA 5 SUV พร้อมต่อยอดความสำเร็จจาก GWM ORA Good Cat สู่บทบาทใหม่ของความคล่องตัวและความมั่นใจในการใช้งานที่มากยิ่งขึ้นในรูปแบบรถยนต์ SUV พร้อมถ่ายทอดดีไซน์ใหม่ที่สะท้อนความแข็งแกร่ง โฉบเฉี่ยว และทันสมัย ควบคู่กับเอกลักษณ์เรโทรอันโดดเด่นของตระกูล ORA มิติตัวถังที่ใหญ่ขึ้นสามารถรองรับการใช้งานที่หลากหลาย เพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทาง พร้อมยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้สนุกในทุกวันและทุกเส้นทาง ทั้งในเมืองและนอกเมือง เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาด SUV ในประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ

GWM ORA 5 SUV ถือเป็นรถยนต์รุ่นสำคัญระดับโลกที่ GWM วางแผนแนะนำออกสู่ตลาดสำคัญ ๆ ทั่วโลก ถูกพัฒนาภายใต้แนวคิด “Born Global” ผ่านกระบวนการพัฒนาในระดับโลก เพื่อให้สามารถตอบโจทย์การใช้งานของผู้บริโภคในหลากหลายประเทศ สะท้อนวิสัยทัศน์ของ GWM ในการสร้างสรรค์ยานยนต์ยุคใหม่ที่พร้อมแข่งขันบนเวทีโลก ซึ่ง GWM ORA 5 SUV ให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นใจให้ผู้ใช้งาน ผ่านมาตรฐาน “GWM Global Quality” ตลอดกระบวนการพัฒนาอย่างรอบด้าน ตั้งแต่การออกแบบ งานวิศวกรรม เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง เพื่อสร้างสรรค์รถยนต์คุณภาพระดับโลก

GWM ORA 5 SUV ยังมาพร้อม GWM ONE Platform แพลตฟอร์มใหม่ล่าสุดในระดับโลกของ GWM ที่ถูกพัฒนาขึ้นให้สามารถรองรับระบบขับเคลื่อนที่หลากหลาย ภายใต้กลยุทธ์ Multi-powertrain ทั้งระบบไฮบริด (HEV) ปลั๊กอิน-ไฮบริด (PHEV) ระบบแบตเตอรี่ไฟฟ้า 100% (BEV) ระบบเซลล์เชื้อเพลิง (FCEV) และเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) ตอบโจทย์ความต้องการด้านการใช้งานที่หลากหลายในอนาคต สะท้อนวิสัยทัศน์ของ GWM ในการยกระดับโครงสร้างยานยนต์ให้มีความยืดหยุ่น พร้อมต่อยอดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ระดับโลกในระยะยาว

ในด้านประสบการณ์การใช้งาน GWM ORA 5 SUV มาพร้อม Coffee OS 3.0 ระบบปฏิบัติการอันล้ำสมัย ที่จะอยู่ในรถยนต์ระดับพรีเมียมของ GWM เท่านั้น มอบการตอบสนองฉับไว ถูกต้อง แม่นยำ ยกระดับการเชื่อมต่อประสบการณ์การขับขี่ ความบันเทิง ความสะดวกสบาย และการใช้งานภายในห้องโดยสารให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ยุคใหม่ได้อย่างลงตัว

เตรียมพบกับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ GWM ORA 5 SUV รถยนต์ใหม่รุ่นแรกสุดของ GWM ในปี 2569 ในเดือนมีนาคมนี้ พร้อมสร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหม่ให้ตลาดรถยนต์ในประเทศไทย นับเป็นการเดินหน้าครั้งสำคัญของรถยนต์ในตระกูล GWM ORA ในการต่อยอดความสำเร็จจาก GWM ORA Good Cat รถยนต์ไฟฟ้าขวัญใจชาวไทย สู่รถยนต์ SUV ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงของคนเมืองยุคใหม่ได้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

 

 

 

“มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป” ต้อนรับเดือนแห่งความรักและความมงคล ด้วยแคมเปญ ‘LOVE & LUCK’ กับยนตรกรรม BMW ที่มาพร้อมไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียมตลอดเดือนกุมภาพันธ์ 2569

0
มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป 1
บริษัท มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ และมอเตอร์ไซค์ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายใต้บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA ร่วมฉลองเดือนแห่งความรักและความมงคล ภายใต้แคมเปญ ‘LOVE & LUCK’ เชื่อมโยงเทศกาลวาเลนไทน์และตรุษจีน เข้ากับไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม ผสานกิจกรรมและข้อเสนอพิเศษตลอดเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่โชว์รูม บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ และ มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ ทุกสาขาทั่วประเทศ
มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป 2
 
++ BMW มิลเลนเนียม ออโต้ ออกรถง่ายลุ้นรับทองเฮงรับปีม้าทอง แจกไม่อั้น!
 
วาเลนไทน์ปีนี้ อบอวลด้วยกลิ่นอายแห่งความรัก กับกิจกรรม ‘UNCONDITIONAL LOVE’ ระหว่างวันที่ 13-15 กุมภาพันธ์ 2569 ที่โชว์รูมมิลเลนเนียม ออโต้ สาขาพระราม 4 เพลิดเพลินกับเวิร์กช็อปด้านศิลปะและความงาม พร้อมข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้า บีเอ็มดับเบิลยู อาทิ ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 1.99% สิทธิ์รับประกันภัยชั้นหนึ่งหรือ BSI Ultimate Upgrade รวมถึงสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่นำรถคันเก่ามาแลกรถใหม่ ห้ามพลาดกับกิจกรรมทดลองขับ BMW M2 LCI และ BMW XM ที่มีเฉพาะในงานนี้เท่านั้น
 
เสริมพลังแห่งโชคลาภ ต้อนรับปีม้าทอง ด้วยบรรยากาศโชว์รูมที่ตกแต่งอย่างประณีตตามศาสตร์มงคลตรุษจีน และยังได้รับเกียรติจาก อาจารย์คฑา ชินบัญชร ร่วมสร้างสรรค์คอนเทนต์มงคลผ่าน Lucky Mobile Wallpaper (ยันต์ดิจิทัลมหามงคล) ออกแบบเฉพาะตามวันเกิดทั้ง 7 วัน ถ่ายทอดแนวคิดเรื่องโชคลาภ ความสำเร็จและการเริ่มต้นปีใหม่อย่างมีพลัง และวิดีโอคอนเทนต์พิเศษ ถ่ายทอดแนวคิดเรื่องโชคลาภ ความสำเร็จ เพื่อมอบเป็นของขวัญแก่ลูกค้า บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ โดยสามารถติดตามรับชม หรือดาวน์โหลดยันต์ดิจิทัลมหามงคลได้จากโซเชียลมีเดียของ บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ ทุกช่องทาง
มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป 3
 
จัดหนักแจกอั่งเปาทองคำ สูงสุดหนัก 1 บาท* เมื่อจองและออกรถ บีเอ็มดับเบิลยู รุ่นที่กำหนด ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 พิเศษกับกิจกรรม Chinese New Year Festival ภายใต้แนวคิด UNLIMITED LUCK กับกิจกรรมการแสดงวัฒนธรรมจีนที่หาชมได้ยาก ณ ควอเทียร์ อเวนิว ศูนย์การค้า เอ็มควอเทียร์ ระหว่างวันที่ 18–22 กุมภาพันธ์ 2569 พร้อมสัมผัสรถผู้บริหารป้ายแดง บีเอ็มดับเบิลยู แบบละลานตากว่า 50 คัน อาทิ
 
• BMW 330e M Sport Pre LCI ราคาพิเศษ 1,950,000 บาท*
•BMW 520d M Sport Pro ราคาพิเศษ 2,990,000 บาท*
•BMW X3 xDrive30e M Sport ราคาพิเศษ 2,749,000 บาท*
•BMW iX1 eDrive20L M Sport ราคาพิเศษ 2,090,000 บาท*
 
รถทุกคันมาพร้อมส่วนลดและข้อเสนอที่ไม่ซ้ำกับโชว์รูม พร้อมหมุนวงล้อมหาโชค รับ MGC-POINTS สูงสุด 20,000 พอยท์* รวมถึงหลากหลายสิทธิประโยชน์
 
• ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 1.79%*
• รับประกันคุณภาพนานสูงสุด 6 ปี*
• ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง*
• นำรถคันเก่ามาเทรด-อิน รับฟรี! กล้องติดรถยนต์ BMW Advanced Car Eye 3.0 มูลค่า 23,000 บาท*
 
++ MINI Millennium Auto นำลูกค้ากราบไหว้ขอพร ‘เซียนแปะ โรงสี’
พร้อมเปิดโอกาสให้นำรถมาฝากขาย ภายใต้กิจกรรม ‘PERFECT MATCH’
มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ ฉลองตรุษจีนด้วยกิจกรรมเสริมโชคลาภ นำคาราวานรถยนต์ มินิ
ไปกราบไหว้ขอพร วัดศาลเจ้า ‘เซียนแปะ โรงสี’ ปทุมธานี เสริมสิริมงคล ต้อนรับปีม้าทอง
ในวันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พร้อมรับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหารบ้านเหนือน้ำ ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง นอกจากนั้น ก็ยังสามารถตรวจดวงชะตาในปีม้าทองได้บนแฟนเพจเฟสบุ๊ค ‘MINI Millennium Auto’ โดยอาจารย์ คฑา ชินบัญชร พร้อมบอกเคล็ดลับแก้ปีชง สำหรับลูกค้า มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ ทุกท่าน
มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป 4
 
วาเลนไทน์นี้ มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ ขอเชิญสาวกมาร่วมงาน ‘MINI PERFECT MATCH’
เปิดพื้นที่ให้ลูกค้า ได้นำรถมาเทรดหรือฝากขาย เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับคนรักรถยนต์ มินิ ด้วยแนวคิดการแลกเปลี่ยนและจับคู่รถที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ภายใต้บรรยากาศอบอุ่น ต้อนรับเทศกาลแห่งความรัก ควบคู่กับกิจกรรม Workshop Car Diffuser ในวันที่ 14–15 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ โชว์รูม มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ สาขาเอกมัย ให้ลูกค้าได้ถ่ายทอดความใส่ใจในรายละเอียด และเติมเต็มประสบการณ์การใช้รถยนต์ มินิ ผ่านการรังสรรค์กลิ่นหอม ที่สะท้อนตัวตนและไลฟ์สไตล์ของตนเอง
 
++ BMW Motorrad มิลเลนเนียม ออโต้ ‘Ride Your Luck’ โชคชะตา การเดินทาง และข้อเสนอพิเศษ
บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด มิลเลนเนียม ออโต้ นำเสนอแคมเปญ ‘Ride Your Luck’ ถ่ายทอดแนวคิดของการขี่ ที่มากกว่าการเดินทาง แต่เป็นการเปิดรับ ‘โชค จังหวะ และโอกาส’
ในทุกเส้นทาง ผสานบรรยากาศแห่งความรัก เข้ากับความเป็นสิริมงคลของเทศกาลตรุษจีน เริ่มต้นด้วยกิจกรรม ‘DESTINY DAYS’ งานจับคู่การซื้อ–ขายมอเตอร์ไซค์ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด มือสอง ระหว่างวันที่ 13–15 กุมภาพันธ์ 2569 ภายใต้แนวคิดของการพบกันระหว่าง ‘รถที่ใช่’ และ ‘เจ้าของที่เหมาะสม’ เปิดโอกาสให้ผู้ที่ต้องการขาย ได้พบกับกลุ่มลูกค้า
ที่กำลังมองหารถมือสองในราคาที่ลงตัว ต่อเนื่องด้วยกิจกรรม ‘Ride Your Luck’ ทริปขี่รถ
เสริมดวง ในวันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ไปไหว้ศาลเจ้าเพื่อเสริมสิริมงคล ขอพรเสริม
โชคลาภ การเดินทาง และจังหวะชีวิต ก่อนปิดท้ายด้วยการจิบชายามบ่าย ท่ามกลางบรรยากาศคลาสสิกของย่าน ทรงวาด ที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์ทางวัฒนธรรมจีน
 
อีกไฮไลต์ คือ กิจกรรมทดลองขี่ (Test Ride Experience) ที่เปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้สัมผัสบุคลิกและสมรรถนะของ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ในวันที่ 14–15 กุมภาพันธ์ 2569
ณ โรงแรมแซนด์ดูนส์ เจ้าหลาว จังหวัดจันทบุรี ท่ามกลางบรรยากาศริมทะเลที่เหมาะกับการขี่และการพักผ่อน และวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ร้านโมโต บาร์ แจ้งวัฒนะ ไลฟ์สไตล์สเปซ
ของคนรักมอเตอร์ไซค์ ที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมกิจกรรมได้ทดลองขี่ พูดคุย และทำความรู้จัก
กลุ่มคนที่ชื่นชอบ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด อย่างเป็นกันเอง ปิดท้ายด้วยความคุ้มค่า
กับข้อเสนอสุดพิเศษ
 
• ฟรี กล่องอะลูมิเนียม 3 ใบ*
• ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง*
• ส่วนลดเงินสดสูงสุด 240,000 บาท*
 
นอกจากนี้ มิลเลนเนียม ออโต้ สาขาต่างจังหวัดทั้ง 4 สาขา คือ อุบลราชธานี, ภูเก็ต, หาดใหญ่ และ สุราษฎร์ธานี ก็มีการจัดกิจกรรมนำคาราวานรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ และมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด เอาใจสายมูพาไปไหว้พระทำบุญ แก้ปีชง เสริมศิริมงคล ตามวัดต่างๆ ในแต่ละจังหวัด เนื่องในเทศกาลตรุษจีนปี 2569 อีกด้วย
 
สอบถามข้อมูล โทร.1286 Millennium Auto Connect
LINE: @millenniumauto
Facebook: BMW Millennium Auto
Website: www.millenniumauto.co.th
 
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
 

“เอ็มจี” ผนึก อว. ยกระดับศักยภาพบุคลากรไทย วางรากฐาน AI และยานยนต์ไฟฟ้า สู่การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

0
MG 1

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เดินหน้าสนับสนุนการพัฒนากำลังบุคลากรอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านความร่วมมือกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อพัฒนาหลักสูตรด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และยานยนต์ไฟฟ้า ตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรมอนาคต

MG 2

โดยพิธีดังกล่าวได้รับเกียรติจาก ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วยผู้บริหารจากภาคเอกชนชั้นนำด้านเทคโนโลยี ดิจิทัล และอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงผู้บริหารจากสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำของประเทศ เข้าร่วมเป็นสักขีพยานและร่วมลงนามความร่วมมืออย่างพร้อมเพรียง

ความร่วมมือในครั้งนี้ประกอบด้วย 2 ด้านสำคัญ คือ

  1. การพัฒนาหลักสูตรอบรมเชิงปฏิบัติการ “Industrial AI Literacy and Application for Non–Technical Student” โดยได้รับความร่วมมือจากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ให้แก่นักศึกษาที่ไม่ใช่สายเทคนิค สามารถนำเทคโนโลยี AI ไปประยุกต์ใช้ในบริบทอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  2. การพัฒนาหลักสูตรเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนากำลังคนรองรับกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า
    โดยมี เอ็มจี เป็นหนึ่งในตัวแทนภาคเอกชนเข้าร่วมลงนามร่วมกับสถาบันการศึกษา ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ศูนย์วิจัยและการเรียนรู้ด้านยานยนต์พลังงานใหม่ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า
“ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ เอ็มจี ในการร่วมยกระดับศักยภาพบุคลากรไทยให้มีทักษะ
ที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ พร้อมตอกย้ำบทบาทของภาคเอกชนในการทำงานร่วมกับภาครัฐและสถาบันการศึกษาอย่างใกล้ชิด

MG 3

ทั้งนี้ เอ็มจี มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาองค์ความรู้ด้านยานยนต์พลังงานใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นหนึ่งในวิสัยทัศน์ คือการส่งเสริมให้ไทยเป็นฮับที่แข็งแกร่งด้วยการสร้าง “คนรุ่นใหม่” ที่มีความรู้พื้นฐานและความเข้าใจเกี่ยวกับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าผ่านความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำทั่วประเทศไทย โดยก่อนหน้านี้ได้ร่วมเปิดศูนย์วิจัยและการเรียนรู้ด้านยานยนต์พลังงานใหม่ ณ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วิทยาเขตสุวรรณภูมิเพื่อเป็นพื้นที่การเรียนรู้ การฝึกอบรมให้กับนักศึกษา พนักงาน บุคคลทั่วไป และการต่อยอดงานวิจัยจากภาคทฤษฎีสู่การใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม ความร่วมมือระหว่าง เอ็มจี กระทรวง อว. และเครือข่ายพันธมิตรในครั้งนี้ สะท้อนถึงพลังของการบูรณาการจากทุกภาคส่วน เพื่อเตรียมความพร้อมให้คนไทยก้าวทันโลกเทคโนโลยี เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน”

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจี ได้ที่

Website: www.mgcars.com

Line: @MGThailand

Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand

Twitter: @mg_thailand

Instagram: @mgthailand

Youtube: MG Thailand

TikTok: @mgthailand

Application: MG Thailand

 

 

 

 

สุดคึกคัก! แฟนกีฬาลุ้น ชม “จีโน่–อาฒยา ฐิติกุล” มือ 1 ของโลก ดวลวงสวิง “ลิเดีย โค” พร้อมทัพนักกอล์ฟระดับโลกสู้ศึก “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026” วันที่ 19–22 กุมภาพันธ์ 2569 สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส

0
ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026 1

แฟนกอล์ฟสุดคึกคักร่วมลุ้นชมศึก “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026” เตรียมกลับมาระเบิดความยิ่งใหญ่อีกครั้งระหว่างวันที่ 19–22 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา จ.ชลบุรี โดยปีนี้จะเป็นการจารึกอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ เมื่อ จีโน่–อาฒยา ฐิติกุล เตรียมลงแข่งขันในบ้านในฐานะนักกอล์ฟหญิงมือ 1 ของโลก เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของรายการ พร้อมดวลวงสวิงกับลิเดีย โค อดีตมือ 1 ของโลก และทัพนักกอล์ฟระดับแนวหน้าจากแอลพีจีเอทัวร์รวม 72 คน ชิงเงินรางวัลรวม 1.8 ล้านดอลลาร์ฯ (ประมาณ 60 ล้านบาท) พร้อมเพิ่มความเข้มข้นด้วยการลุ้นรางวัลโฮลอินวันสุดพิเศษที่หลุม 8 เป็นรถจักรยานยนต์ Honda GoldWing มูลค่า 1,355,000 บาท และที่หลุม 16 เป็น รถยนต์ Honda CR-V e:HEV ใหม่ รุ่น e:HEV RS พร้อมชุดอุปกรณ์ตกแต่ง Modulo รวมมูลค่า 1,863,220 บาท

ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026 2

มร. โทชิโอะ คุวาฮาระ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้ามอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “ฮอนด้ามุ่งมั่นส่งเสริมเยาวชนและกีฬาระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่องมากกว่า 60 ปี ภายใต้แนวคิด Honda Sports Challenge เพราะเราเชื่อว่ากีฬาเป็นเวทีสำคัญในการพัฒนาคนและสร้างแรงบันดาลใจในระดับสากล สำหรับการแข่งขันในปีนี้ การที่แฟนกอล์ฟชาวไทยจะได้ร่วมเชียร์นักกอล์ฟหญิงมือหนึ่งของโลกลงแข่งในบ้าน ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำและยังสะท้อนการเติบโตของกีฬากอล์ฟในประเทศไทยควบคู่กับการสร้างประสบการณ์ร่วมให้ผู้ชม ด้วยเหตุนี้ ‘ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์’ จึงเป็นมากกว่าการแข่งขันระดับโลก หากแต่เป็นเวทีที่เชื่อมโยงกีฬาเข้ากับชุมชน พร้อมมีส่วนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ของประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของฮอนด้าในการสร้างคุณค่าให้สังคมอย่างยั่งยืน”

ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026 5

 

ความสนใจจากแฟนกีฬายิ่งพุ่งสูงขึ้น เมื่อ จีโน่-อาฒยา ฐิติกุล เตรียมลงแข่งขันในฐานะนักกอล์ฟไทยคนแรกที่ได้ลงเล่นในบ้านขณะครองตำแหน่งมือ 1 ของโลก บนหน้าประวัติศาสตร์การแข่งขัน Honda LPGA Thailand ทั้งหมด 19 ครั้ง หลังผลงานน่าจับตามองตลอดฤดูกาล 2025 จาก 3 ชัยชนะรายการแอลพีจีเอ คือ Mizuho Americas Open, Buick LPGA Shanghai ปิดท้ายด้วย CME Group Tour Championship ซึ่งเป็นการครองแชมป์ 2 ปีติดต่อกัน ก่อนจะได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปี Rolex Player of the Year 2025 พร้อมจารึกสถิติใหม่รับรางวัล Vare Trophy (สกอร์เฉลี่ยต่ำที่สุดของทัวร์) จากสกอร์เฉลี่ย 68.681 ทำลายสถิติเดิมของ แอนนิกา โซเรนสตัม อดีตมือ 1 โลกชาวสวีเดน เธอกล่าวว่า การกลับมาเล่นต่อหน้าแฟนกอล์ฟชาวไทยนั้นเป็นความรู้สึกที่ “พิเศษ” และการคว้าแชมป์แอลพีจีเอในบ้านครั้งแรกก็น่าจะเป็นเรื่องที่พิเศษมากๆ

ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026 4

ด้าน ดร.นิตยา เกิดจันทึก ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกีฬาอาชีพ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) กล่าวว่า“ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ เป็นหนึ่งในต้นแบบสำคัญของการยกระดับกีฬากอล์ฟในหลายมิติ นอกจากโครงการนำร่องพัฒนาเยาวชนต่างๆ แล้ว การมีนักกอล์ฟไทยที่ประสบความสำเร็จขึ้นสู่มือ 1 ของโลกถึง 2 คน ได้แก่ เอรียา จุฑานุกาล และ จีโน่ อาฒยา ฐิติกุล  เป็นตัวอย่างและแรงบันดาลใจในการผลักดันบุคลากรกีฬา ควบคู่กับการบริหารจัดการแข่งขันในระดับนานาชาติที่มีการมีส่วนร่วมของผู้ชมทั้งไทยและเทศอย่างต่อเนื่อง  การกีฬาแห่งประเทศไทยภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนสนับสนุนความสำเร็จนี้ ซึ่งสอดคล้องกับแนวนโยบายยกระดับกีฬาทุกประเภทสู่มาตรฐานสากล”

ขณะเดียวกัน มิสวินนี่ เฮง รองประธานอาวุโสและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอเอ็มจี เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดการแข่งขัน กล่าวว่า “ความร่วมมือที่แข็งแกร่งของพันธมิตรทุกภาคส่วน เป็นพลังสำคัญที่ทำให้ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ เติบโตอย่างมั่นคง ควบคู่กับเป้าหมายในการขยายการเติบโตของกอล์ฟอย่างยั่งยืนในมิติของนักกอล์ฟ แฟนๆและระบบนิเวศกีฬาทั้งหมด แม้กอล์ฟจะเป็นหนึ่งในกีฬาที่เก่าแก่ที่สุดในโลก แต่ปัจจุบันกลับเป็นกีฬาที่เติบโตเร็ว โดยมีคนรุ่นใหม่และผู้หญิงซึ่งเป็นกำลังสำคัญ ด้วยรูปแบบการเล่นที่เร็วขึ้น เข้าถึงง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสนามพาร์ 3 ไดรวิ่งเรนจ์ หรือกอล์ฟซิมูเลเตอร์ ทำให้กอล์ฟเป็นกิจกรรมทางสังคมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ เราจึงขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมเปิดประสบการณ์กอล์ฟที่ครบทั้งการแข่งขันระดับโลกและกิจกรรมสำหรับครอบครัวไปด้วยกัน”

ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026 3

สำหรับรายชื่อนักกอล์ฟไทยที่จะมาสร้างความตื่นเต้นในการแข่งขันปีนี้ เริ่มจากทัพนักกอล์ฟไทย ได้แก่ เม–เอรียา จุฑานุกาล อดีตมือ 1 ของโลกและแชมป์ปี 2021 มืออันดับ 22 ของโลก, ปาจรีย์ อนันต์นฤการ มืออันดับ 54 และรองแชมป์ CME Group Tour Championship ปี 2025, พราว–ชเนตตี วรรณแสน มืออันดับ 55, รวมถึง เอพริล-ชนกนันท์ อังกุรเศรณี ผู้คว้าแชมป์การแข่งขันรอบคัดเลือกระดับประเทศ National Qualifiers ร่วมลงแข่งขันอีกด้วย

ในขณะที่นักกอล์ฟระดับโลกที่จะเข้าร่วมการแข่งขัน “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026” นำโดย แองเจิล หยิน แชมป์เก่าจากสหรัฐอเมริกา มืออันดับ 13 ของโลก ที่จะกลับมาป้องกันแชมป์อีกครั้ง,  ลิเดีย โค มืออันดับ 6 ของโลกจากนิวซีแลนด์, รัวหนิง หยิน มืออันดับ 7 ของโลกจากสาธารณรัฐประชาชนจีน, ลอตตี้ โหวด ดาวรุ่งมืออันดับ 8 จากอังกฤษคิม ฮโย จู มืออันดับ 9 ของโลกจากเกาหลีใต้, มายา สตาร์ค มืออันดับ 15 ของโลกจากสวีเดน, ฮันนาห์ กรีน มืออันดับ 19 จากออสเตรเลีย, เซลีน บูติเยร์ มืออันดับ 21 ของโลกจากฝรั่งเศส ในส่วนของนักกอล์ฟจากญี่ปุ่นที่สร้างผลงานยอดเยี่ยมในฤดูกาลที่ผ่านมา ก็ยังคงน่าจับตาเช่นกัน นำโดย มิยู ยามาชิตะ มืออันดับ 4 ของโลก เจ้าของรางวัลรุกกี้แห่งปีและแชมป์เมเจอร์รายการ วีเมนส์ โอเพ่น, มาโอะ ไซโกะ มืออันดับ 11 ของโลก แชมป์เมเจอร์รายการ เชฟรอน แชมเปียนชิพ รวมถึง ริโอะ ทาเคดะ มืออันดับ 14 ของโลก และ อากิเอะ อิวาอิ มืออันดับ 25 ของโลก รองแชมป์ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025

การแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19–22 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา จังหวัดชลบุรี ชิงเงินรางวัลรวม 1.8 ล้านดอลลาร์ฯ (ประมาณ 60 ล้านบาท) เปิดจำหน่ายบัตรแล้วทางเว็บไซต์ hondalpgathailand.com โดยบัตรเข้าชมวันเดียว วันพฤหัสบดี–ศุกร์ ราคา 500 บาทต่อวัน, วันเสาร์–อาทิตย์ ราคา 700 บาทต่อวัน บัตรเข้าชมสองวัน (เสาร์–อาทิตย์) ราคา 1,200 บาท และบัตรเข้าชมทั้ง 4 วัน ราคา 1,600 บาท   พร้อมสิทธิพิเศษสำหรับผู้ถือบัตรเครดิตและบัตรเดบิตบีเฟิสต์ ธนาคารกรุงเทพ รับส่วนลดสูงสุด 15 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ ผู้ชมอายุต่ำกว่า 16 ปี และมากกว่า 60 ปี สามารถลงทะเบียนเข้าชมการแข่งขันได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และรับชมการถ่ายทอดสดได้ทาง PPTV HD ช่อง 36 และ AIS Play

สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.hondalpgathailand.com หรือเฟซบุ๊กwww.facebook.com/lpgaThailand และอินสตาแกรม www.instagram.com/hondalpgathailand

 

NEW GWM TANK 500 DIESEL ทางเลือกใหม่พลิกตลาด PPV ในไทย ยกระดับมาตรฐานใหม่ของความสะดวกสบาย เทคโนโลยี และความคุ้มค่า

0
GWM Thailand 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ท่ามกลางการแข่งขันของตลาดรถยนต์ PPV ในประเทศไทย NEW GWM TANK 500 DIESEL ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง เนื่องด้วยเป็นรถ PPV พรีเมียมขุมพลังดีเซล 7 ที่นั่ง ได้เข้ามาสร้างมาตรฐานใหม่และความแตกต่างให้ตลาด PPV ในไทยอย่างชัดเจน โดยสร้างทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภค “ให้มากกว่า” ภาพจำแบบเดิม ๆ และยังยกระดับรถ PPV ให้กลายเป็น Premium Lifestyle Vehicle ที่ผสานความสะดวกสบายแบบรถหรู เทคโนโลยีอัจฉริยะระดับสูง และสมรรถนะดีเซลที่ทรงพลัง ไว้ในคันเดียว ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในเมือง การเดินทางเพื่อธุรกิจ และการเดินทางของครอบครัวยุคใหม่

GWM Thailand  2

นิยามใหม่ของ “PPV พรีเมียมดีเซล” ที่แตกต่างอย่างแท้จริง

แม้จะเป็นรถที่มีโครงสร้างแข็งแกร่ง แต่ NEW GWM TANK 500 DIESEL กลับโดดเด่นด้านความนิ่งของการขับขี่และความสบายของผู้โดยสารโดยเฉพาะในเบาะแถวสอง ซึ่งถูกยกระดับเหนือมาตรฐานรถ PPV ทั่วไป สะท้อนการพัฒนาที่คำนึงถึงผู้ใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน รวมถึงสมรรถนะอันทรงพลังที่เจ้าของรถต่างชื่นชอบ ทั้งขุมพลังดีเซล 2.4T เจเนอเรชันใหม่ที่มาพร้อมแรงม้าสูงสุด 184 แรงม้า และแรงบิด 480 นิวตันเมตร จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด ให้สมรรถนะที่ทรงพลังต่อเนื่อง ตอบสนองได้ทันใจ แต่ยังคงความนุ่มนวล เงียบ และประหยัด สร้างสมดุลระหว่างพละกำลัง ความสบาย และต้นทุนการใช้งานได้อย่างลงตัว

GWM Thailand  3

จุดเปลี่ยนของตลาด PPV เมื่อ “ความหรูหรา ความสบาย และเทคโนโลยีขั้นสูง” กลายเป็นมาตรฐานใหม่

GWM Thailand  4

  1. ห้องโดยสารพรีเมียมที่ยกระดับทั้งภาพลักษณ์และความสบายเหนือรถ PPV แบบเดิม

NEW GWM TANK 500 DIESEL สะท้อนการออกแบบที่ภูมิฐาน สง่างาม และเหนือระดับ โดดเด่นเหนือรถ PPV ในตลาดไทยด้วยความพรีเมียมทั้งภายนอกและภายใน ห้องโดยสารตกแต่งด้วยหนัง Nappa คุณภาพสูง พร้อมหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ 14.6 นิ้ว ระบบไฟ Multi-color Ambient Lighting และระบบเครื่องเสียง Surround Sound พร้อมลำโพง 12 ตัว สร้างบรรยากาศพรีเมียมที่แตกต่างจากรถ PPV ในตลาดอย่างชัดเจน ขณะเดียวกัน ยังมอบความสบายขั้นสูงด้วยห้องโดยสารที่กว้างขวางจากระยะฐานล้อยาว 2,850 มม. พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังขนาดใหญ่สูงสุด 1,489 ลิตร เบาะหนัง Nappa สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้า พร้อมระบบ Memory Seat, Welcome Seat, Massage Seat และระบบปรับดันหลัง เสริมความเงียบภายในห้องโดยสารด้วยกระจก Double Layer Laminated Glass และระบบ Active Noise Cancellation (ANC) รวมถึงระบบปรับอากาศแยกอิสระ ระบบกรองอากาศ N95 พร้อม Ionizer และม่านบังแดดผู้โดยสารด้านหลัง ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในเมืองและการเดินทางไกลอย่างแท้จริง

GWM Thailand  5

  1. เทคโนโลยีอัจฉริยะที่ยกระดับประสบการณ์การใช้งานในทุกมิติ

NEW GWM TANK 500 DIESEL ตอกย้ำความเป็น “รถ PPV ยุคดิจิทัล” ด้วยระบบ Smart Dual Screen Interaction ระหว่างหน้าจอ Digital Cluster ขนาด 12.3 นิ้ว และหน้าจอสัมผัส 14.6 นิ้ว พร้อมจอแสดงผลการขับขี่บนกระจกหน้า Windshield Head-Up Display ช่วยให้ผู้ขับขี่รับข้อมูลได้อย่างชัดเจนโดยไม่ต้องละสายตาจากถนน เสริมความสะดวกสบายด้วยระบบชาร์จไร้สายกำลังไฟสูง 50 วัตต์ ระบบควบคุมรถจากทางไกลผ่าน GWM Application ระบบสั่งงานด้วยเสียง และกล้องแสดงภาพรอบคัน 540 องศา (รวมระบบแสดงภาพใต้ท้องรถ) นอกจากนี้ ยังมาพร้อมระบบจอดรถอัตโนมัติ 3 รูปแบบ โหมดการขับขี่ถึง 8 รูปแบบ และระบบช่วยเหลือการขับขี่ออฟโรดขั้นสูง เช่น Off-road Cruise Control, TANK Turn และ Differential Lock หน้า–หลัง ทำให้ TANK 500 DIESEL เป็น PPV ที่อัจฉริยะครบเครื่องและพร้อมลุยในทุกสถานการณ์

  1. มาตรฐานความปลอดภัยที่ออกแบบมาเพื่อความมั่นใจในทุกเส้นทาง

NEW GWM TANK 500 DIESEL ถูกพัฒนาบนโครงสร้างตัวถังที่แข็งแกร่ง ทนทานต่อแรงยุบ แรงชน แรงบิด และแรงกระแทก เพื่อรองรับการใช้งานที่หลากหลาย พร้อมระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูงแบบครบครัน ไม่ว่าจะเป็น All-speed Adaptive Cruise Control (ACC), Forward Collision Warning (FCW), Autonomous Emergency Braking (AEB), Emergency Lane Keeping (ELK), Rear Cross Traffic Alert & Brake (RCTA + RCTB) และระบบความปลอดภัยอื่น ๆ อีกมากมาย ทั้งหมดนี้ทำให้ TANK 500 DIESEL ไม่เพียงเป็นรถ PPV ที่โดดเด่นด้านสมรรถนะและความหรูหรา แต่ยังเป็นรถที่มอบความอุ่นใจและความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสารในทุกการเดินทาง

GWM Thailand  8

ทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับ PPV

ด้วยการรวมความพรีเมียม ความสะดวกสบาย เทคโนโลยีอัจฉริยะ สมรรถนะและประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ดีเซล รวมต้นทุนการใช้งานที่คุ้มค่าเข้าไว้ด้วยกัน เสียงสะท้อนจากผู้ใช้งานจริงที่ชื่นชอบ NEW GWM TANK 500 DIESEL ว่าไม่ใช่เป็นเพียงรถ PPV ทางเลือกใหม่ แต่คือสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนผ่านตลาด PPV ไทยสู่ยุคใหม่ และเป็นคำตอบสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการมากกว่า “รถ PPV แบบเดิม ๆ” พร้อมการรับประกันเครื่องยนต์ดีเซลถึง 1,000,000 กิโลเมตร (8 ปี) สร้างความมั่นใจในการใช้งานในระยะยาว มอบความคุ้มค่าคุ้มราคา ในราคาเริ่มต้นเพียง 1.399 ล้านบาท

GWM Thailand 10

ทดลองขับ NEW GWM TANK 500 DIESEL ได้แล้ววันนี้ที่ GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ทั่วประเทศ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ GWM application และ https://www.gwm.co.th/ หรือ GWM Contact Center 02-668-8888

หมายเหตุ GWM TANK 500 Diesel ในแต่ละรุ่น มีลักษณะ คุณสมบัติ และอุปกรณ์ที่แตกต่างกัน โปรดศึกษารายละเอียดเฉพาะของรถยนต์แต่ละรุ่นเพิ่มเติมอย่างละเอียด

 

 

 

 

เปิดราคาจำหน่าย “Honda STEP WGN e:HEV SPADA ใหม่” รถ 7 ที่นั่งสำหรับครอบครัว Multi-gen ยุคใหม่ ส่งตรงจากญี่ปุ่น ด้วยราคา 1.78 ล้านบาท พร้อมทยอยส่งมอบทั่วประเทศ

0
Honda STEP WGN 1

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศราคาและเปิดจำหน่าย ‘Honda STEP WGN e:HEV SPADA ใหม่’ อย่างเป็นทางการ รถครอบครัว 7 ที่นั่งรุ่นยอดนิยม ผลิตและนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น วางจำหน่ายในราคา 1,780,000 บาท หลังจากจัดแสดงและเปิดให้จองสิทธิ์เป็นเจ้าของก่อนใครในงาน Motor Expo 2025 เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งได้รับกระแสตอบรับดีเยี่ยมด้วยยอดจองสิทธิ์ล่วงหน้ากว่า 800 สิทธิ์ ตอกย้ำการเป็นรถ MUV สไตล์ Box Shape ที่พร้อมตอบโจทย์ Active Lifestyle ของกลุ่มครอบครัว Multi-gen ยุคใหม่ ด้วยสมรรถนะการขับขี่ของระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV – The EXCITING Hybrid ที่ทั้งแรงและประหยัดน้ำมัน พร้อมด้วยฟังก์ชันเพื่อการใช้งานที่ครบครัน ทั้งหมดนี้ สะท้อนความมุ่งมั่น ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เติมเต็มไลน์อัปรถยนต์ของฮอนด้าให้ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ เป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้นด้วยข้อเสนอพิเศษดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.39%* ฟรีประกันภัย 1 ปี พร้อมฟรี Honda Ultimate Care และรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง พร้อมทยอยส่งมอบลูกค้าทั่วประเทศตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้ทุกครอบครัวได้สัมผัสประสบการณ์การเดินทางที่เต็มไปด้วยความสุขและคุณค่ามากยิ่งขึ้น New Honda STEP WGN e:HEV SPADA WHAT BRINGS US ‘HAPPIER’ …ยิ่งมากคน ยิ่งมากความสุข

Honda STEP WGN 2

Honda STEP WGN e:HEV SPADA ใหม่ โดดเด่นด้วยดีไซน์ทรงกล่องที่กว้างขวาง โปร่งโล่ง พร้อมพื้นที่ภายในที่ออกแบบเพื่อการใช้งานสูงสุด มาพร้อมเบาะนั่ง 3 แถว โดยมีไฮไลต์เบาะนั่งแถว 2 แบบปรับแยกอิสระ พร้อมเบาะรองน่อง Ottoman และเบาะนั่งแถว 3 ปรับพับ 60:40 พร้อมพับแบบแบนราบ ปรับเลื่อนและจัดรูปแบบการจัดที่นั่งได้อย่างหลากหลายตามการใช้งานสูงสุดถึง 15 รูปแบบ ครบครันด้วยฟังก์ชันอำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีความปลอดภัยล้ำสมัย รวมทั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING มอบความมั่นใจในทุกการเดินทางสำหรับทุกคนในครอบครัว

Honda STEP WGN 3

ตอกย้ำความเชื่อมั่นด้วยมาตรฐานการผลิต Japanese Quality’ ผสานด้วยบริการหลังการขายผ่านเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าที่ได้มาตรฐานกว่า 221 แห่งทั่วประเทศ รองรับการดูแลหลังการขายอย่างทั่วถึง เพื่อมอบประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าที่อุ่นใจและไว้วางใจได้ตลอดอายุการใช้งาน

พิเศษ! รับ Exclusive Deal สำหรับ Honda STEP WGN e:HEV SPADA ใหม่

เมื่อจองตั้งแต่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 – 6 เมษายน 2569 และรับรถภายใน 10 เมษายน 2569

  • ดอกเบี้ย 39%* สำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) หรือดอกเบี้ย 1.69%* สำหรับลูกค้าทั่วไป
  • ฟรีประกันภัย 1 ปี
  • ฟรี Honda Ultimate Care ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง เป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

Honda STEP WGN 4

หรือเลือกรับโปรแกรม ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส (Double Smile Plus) ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ

  • ค่างวดเริ่มต้นเพียงเดือนละ 14,406 บาท หรือเลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%
  • ฟรี Honda Ultimate Care ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง เป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

เพิ่มเติม! สำหรับลูกค้าที่จองสิทธิ์ล่วงหน้า ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 – 31 ธันวาคม 2568 สามารถทำการจองอย่างเป็นทางการได้ตั้งแต่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 – 28 กุมภาพันธ์ 2569 และรับรถภายใน 31 มีนาคม 2569 จะได้รับเพิ่ม

  • ฟรี! บัตรน้ำมันมูลค่า 20,000 บาท
  • ฟรี! กล้องติดรถยนต์หน้า-หลัง อุปกรณ์ตกแต่งแท้ของฮอนด้า มูลค่า 5,940 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมของ Honda STEP WGN e:HEV SPADA ใหม่ ได้ทาง www.honda.co.th/stepwgnehev และสัมผัสได้ที่โชว์รูมฮอนด้าที่ร่วมรายการ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้า
ทั่วประเทศ หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777

อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

  • เว็บไซต์: honda.co.th
  • Facebook Official Account: Honda Thailand
  • LINE Official Account: @honda-thailand