Home Blog Page 32

“นิสสัน” เตรียมจัดแสดงยานยนต์อัจฉริยะแห่งอนาคตในงาน Japan Mobility Show 2025

0
นิสสัน 1

นิสสันกำลังกำหนดทิศทางอนาคตของการเดินทางด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ นวัตกรรม ความยั่งยืน และวิถีทางที่มุ่งเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ในงาน Japan Mobility Show 2025 ที่จะถึงนี้ บริษัทจะจัดแสดงรถยนต์และเทคโนโลยีนวัตกรรม ที่สะท้อนวิสัยทัศน์ของบริษัทในการสร้างอนาคตที่ชาญฉลาดและยั่งยืนยิ่งขึ้น ภายใต้แผนกลยุทธ์ Re:Nissan นิสสันยังคงมุ่งมั่นในพันธกิจที่จะกำหนดนิยามใหม่ของการเดินทาง ขณะที่ญี่ปุ่นในฐานะตลาดในบ้านเกิดของนิสสัน จะมีบทบาทสำคัญในวิสัยทัศน์นี้ ซึ่งในงานจะเน้นถึงวิธีการที่ นิสสันกำลังฟื้นฟูกลุ่มผลิตภัณฑ์ด้วยรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณของแบรนด์ ควบคู่ไปกับข้อเสนอสุดพิเศษที่พัฒนาร่วมกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์เพื่อตอบสนองต่อความชื่นชอบ และความต้องการของลูกค้าในแต่ละพื้นถิ่น   

นิสสัน 2

การเปิดตัวครั้งแรกของโลกที่น่าตื่นเต้นที่มาพร้อมประสบการณ์แบบอินเทอร์แอคทีฟ
ในวันที่ 29 ตุลาคม บูธนิสสันจะจัดแสดงรถยนต์นิสสัน เอลแกรนด์ ใหม่ (all-new Nissan Elgrand) และรถยนต์ครอสโอเวอร์ อีวี Nissan Ariya รุ่นปรับโฉมใหม่ นอกจากนี้ ยังมีรถยนต์หลากหลายรุ่นจัดแสดง ตั้งแต่รถยนต์ kei-car ขนาดกะทัดรัด Roox รุ่นใหม่ ไปจนถึงรถยนต์ Patrol เอสยูวี อเนกประสงค์ สุดแกร่งที่พร้อมลุยทุกสภาพถนน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสประสบการณ์การขับเคลื่อนที่ครบครันของนิสสัน ผู้นำยานยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า

นิสสัน 3

นิสสันจะจัดแสดงความมุ่งมั่นในการพัฒนายานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ Nissan Leaf เจเนอเรชั่นที่ 3 รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมด้วยรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายในระดับโลก อาทิ Micra ที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อตลาดในยุโรป และรถยนต์ซีดาน N7 สุดโฉบเฉี่ยวจากจีน ซึ่งจะแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือของนิสสันในการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ของยานยนต์ไฟฟ้า ที่พร้อมตอบโจทย์ความชื่นชอบและความต้องการเฉพาะของแต่ละภูมิภาคได้ดียิ่งขึ้น
มรดกและนวัตกรรมสำหรับรถรุ่นต่างๆ ในญี่ปุ่น

นิสสัน 4

Nissan Elgrand เจเนอเรชั่นที่ 4 ซึ่งเป็นหนึ่งในรถรุ่นหลักของนิสสันที่จำหน่ายในญี่ปุ่นมาเกือบ 30 ปี เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยมาพร้อมระบบขับเคลื่อนเทคโนโลยี e-POWER เจเนอเรชั่นที่ 3 ล่าสุดของนิสสัน เอ็มพีวีขนาดใหญ่คันนี้พร้อมมอบประสิทธิภาพและความเพลิดเพลินของการขับขี่ที่เหนือกว่า พร้อมวางจำหน่ายในญี่ปุ่นในปีหน้า โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่หรูหราและทรงพลังมากยิ่งขึ้น พร้อมเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยขั้นสูง และความสะดวกสบายที่เหนือระดับ สำหรับทุกการเดินทางของครอบครัว

นอกจากนี้ Ariya รุ่นปรับโฉมใหม่ ซึ่งจะวางขายที่ญี่ปุ่นในปลายปีนี้ จะเปิดตัวสู่สาธารณชนอย่างเป็นทางการ ซึ่งครอสโอเวอร์อีวีรุ่นนี้ โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ที่ประณีตยิ่งขึ้น มาพร้อมระบบอินโฟเทนเมนท์จาก Google และฟังก์ชัน Vehicle-to-Load (V2L) และการอัพเกรดช่วงล่างที่ออกแบบมาเพื่อการขับขี่ในญี่ปุ่นโดยเฉพาะ
การแข่งขันและความยั่งยืน

สำหรับนิสสัน ความตื่นเต้นและความเป็นไปได้ของการใช้พลังงานไฟฟ้านั้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่บนท้องถนนเท่านั้น นิสสันจะจัดแสดงรถแข่งฟอร์มูล่าอี แชมป์เปี้ยนประเภทนักแข่ง ซึ่งคว้าชัยชนะในการแข่งขันจากฤดูกาลที่ 11 (2024/2025) เพื่อตอกย้ำศักยภาพด้านการแข่งขัน และนวัตกรรมทางเทคโนโลยีของแบรนด์

ภายในบูธยังจะนำเสนอประสบการณ์ Nissan Energy แบบอินเทอร์แอคทีฟ ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของรถยนต์ไฟฟ้าในการจัดการพลังงานอย่างชาญฉลาด ผู้เข้าชมสามารถสำรวจโซลูชันต่างๆ เช่น ระบบ Vehicle-to-Home (V2H) และ Vehicle-to-Load (V2L) ซึ่งแสดงให้เห็นว่านิสสันนำเสนอไลฟ์สไตล์ที่ไม่หยุดนิ่ง และลดการพึ่งพาพลังงานไฟฟ้าจากโครงข่ายไฟฟ้าอย่างไร

นวัตกรรมการขับเคลื่อนเพื่อสังคม
นิสสันจะนำเสนอรถยนต์ต้นแบบสำหรับบริการการขับเคลื่อนอัตโนมัติ ซึ่งพัฒนาจากรถมินิแวน Nissan Serena รถคันนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการนำร่องที่จะเริ่มต้นในเดือนพฤศจิกายน ใกล้กับสำนักงานใหญ่ของนิสสันในเมืองโยโกฮามา โดยมีเป้าหมายที่การแก้ไขปัญหาด้านการขนส่งสำหรับผู้สูงอายุในญี่ปุ่น

นิสสัน 9

ไฮไลท์นิสสันในงาน Japan Mobility Show 2025
สำหรับรอบบุลคลทั่วไปจะเปิดให้เข้าชมในวันที่ 31 ตุลาคม ทั้งนี้บูธนิสสันจะได้รับการออกแบบใหม่เพื่อจัดแสดงรถยนต์รุ่นเฉพาะสำหรับประเทศญี่ปุ่น ซึ่งรวมถึง Skyline 400R Limited Edition ปี 2026 ที่กำลังจะมาถึง, X-Trail รุ่น Rock Creek และ รถยนต์สปอร์ต Fairlady Z ซึ่งจะทำให้ผู้เข้าชมงานได้สัมผัสประสบการณ์อันล้ำลึกของนวัตกรรมล่าสุดของนิสสัน

รายละเอียดงาน

•สถานที่: โตเกียวบิ๊กไซต์

•บูธนิสสัน: อาคารด้านตะวันตก (West hall 1)

•รอบสื่อมวลชน: 29-30 ตุลาคม

•รอบบุคคลทั่วไป: 31 ตุลาคม – 9 พฤศจิกายน

•งานแถลงข่าวนิสสัน: 29 ตุลาคม เวลา 10:40 น. ตามเวลาญี่ปุ่น / 1:40 น. ตามเวลา GMT

•ผู้ชมสามารถรับชมการถ่ายทอดสดงานแถลงข่าวของนิสสันได้ที่นี่

 

คาราวาน “BYD SEALION 6 DM-i” เส้นทางไทย – จีน ออกเดินทางแล้วจากกรุงเทพฯ สู่การเดินทางไกลกว่า 5,000 ก.ม.

0
BYD SEALION 6 DM-i 1

บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วย บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ภายใต้ กลุ่มธุรกิจเรเว่ ผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานใหม่ BYD และ DENZA อย่างเป็นทางการในประเทศไทย พร้อมด้วยสื่อมวลชนและตัวแทนจากหลายภาคส่วน ร่วมพิธีปล่อยตัว ‘คาราวานมิตรภาพไทย – จีนครบรอบ 50 ปี’ ซึ่งประกอบด้วย BYD SEALION 6 DM-i จำนวน 13 คัน (From Bangkok to Beijing by BYD) และมีกำหนดการออกเดินทางจากกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2568 โดยในพิธี มีผู้บริหารจาก บีวายดี ประเทศไทย และ เรเว่ เข้าร่วมพิธี  ดังรายนามต่อไปนี้

บีวายดี  2

  • นายหยู่ปิน เคอ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด
  • นายวิศิษฎ์ พิทยะวิริยากุล ประธานบริหาร บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด

บีวายดี  3

‘คาราวานมิตรภาพไทย – จีนครบรอบ 50 ปี’ มีกำหนดการเดินทาง ระหว่างวันที่ 10 – 25 ตุลาคม 2568 บนเส้นทางกรุงเทพฯ – ปักกิ่ง โดยคณะเดินทางจะแวะเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยว ระดับประวัติศาสตร์ตลอดเส้นทาง พร้อมสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ BYD SEALION 6 DM-i ซึ่งขับเคลื่อนด้วยขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด DM-i SUPER HYBRID รองรับทั้งการชาร์จไฟและเติมน้ำมัน เน้นขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก จึงตอบสนองเช่นเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้าไปพร้อมกับการใช้เชื้อเพลิงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

บีวายดี  6

สำหรับเส้นทางท่องเที่ยวในประเทศไทย คณะฯ จะมุ่งหน้าสู่จังหวัดพิษณุโลก ก่อนเดินทางสู่กว๊านพะเยา จากนั้น จะแวะชมความงามของริมแม่น้ำโขงฝั่งไทย ณ อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย และข้ามแดนสู่ประเทศลาว ในวันที่ 12 ตุลาคม 2568 ร่วมติดตามการเดินทางของ BYD SEALION 6 DM-i ทั้ง 13 คัน ใน ‘คาราวานมิตรภาพไทย – จีนครบรอบ 50 ปี’ ในข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นถัดไปจาก เรเว่ ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมของรถยนต์ทุกรุ่นได้ที่ reverautomotive.com ไม่พลาดข่าวสารจาก เรเว่ เพียงติดตาม Official FB Page: BYD RÊVER Thailand

บีวายดี 9

 

 

เผยโฉม “Leapmotor B10” รุ่นใหม่ล่าสุด ครั้งแรกในอาเซียน ราคาเริ่มต้นที่ 698,000 บาท 1,000 คันแรก ลดเพิ่ม 10.000 บาท

0
Leapmotor B10 1

Leapmotor Thailand ประกาศความพร้อมเดินหน้าบุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้า กลุ่ม C-Segment ในประเทศไทย ด้วยการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุด Leapmotor B10 ทั้ง 3 รุ่นย่อย ได้แก่รุ่น Life, Style และ Design มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 56.2 kWh และขนาด 67.1 kWh ระยะทางในการขับขี่ 442 km. และ 516 km. ตามมาตรฐาน NEDC สัมผัสสมรรถนะการขับขี่ที่ปรับจูนโดยทีมวิศวกรของ Stellantis และเทคโนโลยี Cell-To-Chassis 2.0 และระบบปฏิบัติการ LEAP3.5 รองรับ Apple Carplay และ Android Auto และการอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ OTA ใหม่ล่าสุด

Leapmotor B10 2

คุณธวัชชัย จึงสงวนพรสุข กรรมการบริหาร บริษัท พระนครยนตรการ จำกัด (PNA) ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ Leapmotor อย่างเป็นทางการในประเทศไทย กล่าว่า “การเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า Leapmotor B10 รุ่นใหม่ล่าสุดในกลุ่ม C-Segment ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ Leapmotor Thailand ที่ต้องการมอบทางเลือกและตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้นให้แก่ลูกค้าคนไทย หลังจากการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรก Leapmotor C10 ไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา และในปีนี้เรามุ่งมั่นที่จะนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าที่มีสมรรถนะดีและมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้น ตอบโจทย์ผู้ใช้งาน ทั้งในเรื่องของระบบความปลอดภัย ระบบช่วยขับขี่ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย และความคุ้มค่า พร้อมยกระดับมาตรฐานการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืนในอนาคต ทำให้ปีนี้การเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า Leapmotor B10 จะเข้ามาสร้างสีสันให้กับตลาดรถ EV ในไทยเพิ่มมากขึ้น ด้วยราคาที่เราอยากให้ทุกคนเข้าถึงได้”

Leapmotor B10 3

สำหรับแคมเปญ PRE Booking ที่เริ่มให้ลูกค้าจองสิทธิ์เป็นเจ้าของ Leapmotor B10 เมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากลูกค้าที่สนใจจองสิทธิ์เข้ามาเป็นจำนวนมาก ทำให้เราต้องขยายเวลาเปิดจองสิทธิ์จนถึงวันที่ 10 ตุลาคมนี้ โดยผู้ที่สนใจจองสิทธิ์เป็นเจ้าของ Leapmotor B10 ได้ง่ายๆ เพียง 1,010 บาท พร้อมรับส่วนลด 10,000 บาท สำหรับกลุ่มลูกค้ากลุ่มแรกที่จองสิทธิ์เข้ามาทั้งหมด จะได้สัมผัส Leapmotor B10 คันจริงได้ที่งานนี้ และที่โชว์รูม Leapmotor Thailand ทั้ง 15 สาขาทั่วประเทศ โดยเรามีรถพร้อมส่งให้ถึงมือลูกค้าทันที

Leapmotor B10 4

รายละเอียดข้อมูลรถ Leapmotor B10
•ขนาดตัวถัง: ยาว 4,515 มม., กว้าง 1,885 มม., สูง 1,655 มม., ระยะฐานล้อ 2,735 มม.
•น้ำหนักรถ: 1,780 กก. (รุ่น Life) / 1,845 กก. (รุ่น Style, Design)
•กำลังมอเตอร์ไฟฟ้าอยู่ที่ 218 แรงม้า แรงบิดสูงสุดที่ 240 นิวตัน/เมตร
•อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ภายใน 8 วินาที
•ทำความเร็วสูงสุด 170 กม./ชม.
•ขับเคลื่อนล้อหลัง พร้อมโหมดการขับขี่ 3 รูปแบบ
•รุ่น Life ขนาดแบตเตอรี่ 56.2 kWh ระยะทาง 442 กม. (NEDC)
•รุ่น Style & Design ขนาดแบตเตอรี่ 67.1 kWh ระยะทาง 516 กม. (NEDC)
•รองรับการชาร์จเร็ว DC สูงสุด 168 kW / จาก 30% – 80% ในเวลาเพียง 20 นาที

ดีไซน์และความสะดวกสบาย (Design & Comfortable)
ตัวรถออกแบบทันสมัย ติดตั้งล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ห้องโดยสารรองรับผู้โดยสาร 5 ที่นั่ง พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถ 420 ลิตร และแบบพับเบาะสามารถเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระได้ถึง 1,300 ลิตร
•รุ่น Life / รุ่น Style: เบาะเป็นผ้า ฝั่งคนขับปรับมือ 6 ทิศทาง ฝั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับมือ 4 ทิศทาง พร้อมฟังก์ชันพื้นฐานครบครัน
•รุ่น Design: เบาะหนังสังเคราะห์ ได้รับมาตรฐาน OEKO-TEX Certification, เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า ส่วนเบาะคนขับปรับได้ 6 ทิศทาง ฝั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง เบาะคู่หน้ามีระบบระบายอากาศ, กระจกหลังแบบ Privacy Glass, กระจกมองข้างพับอัตโนมัติ พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง

Leapmotor B10 5

ความปลอดภัยและระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ (ADAS)
•ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง (คู่หน้า 2, ด้านข้าง 2, ม่านนิรภัย 2 และถุงลมนิรภัยกลาง 1)
•ระบบ ADAS 17 ฟังก์ชันขั้นสูง เช่น:
– ACC (Adaptive Cruise Control)
– LCC (Lane Centering Control)
– ISA (Intelligent Speed Assistance)
– LKA (Lane Keep Assist)
– ELKA (Emergency Lane Keeping Assist)
– FCW (Front Collision Warning)
– RCW (Rear Collision Warning)
– AEBS (Autonomous Emergency Braking System)
– BSD (Blind Spot Detection)
– DOW (Door Open Warning)
– LDW (Lane Departure Warning)
– HOD (Hands-Off Detection)
– RCTA (Rear Cross Traffic Alert)
– RCTB (Rear Cross Traffic Braking)
– DDAW (Driver Drowsiness and Attention Warning)
– ADDW (Advanced Driver Distraction Warning)
– TJA (Traffic Jam Assist)

•ระบบกล้องรอบคัน 360°
•การกระจายน้ำหนักสมดุล 50:50
•ระบบกันสะเทือนหน้าแมคเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังแบบมัลติลิงก์ ที่ได้รับการร่วมพัฒนากับทีม Stellantis Chassis Master

Leapmotor B10 7

เทคโนโลยีและความบันเทิงภายในรถ
•หน้าจอสัมผัสส่วนกลางขนาด 14.6 นิ้ว, หน้าจอผู้ขับขี่ขนาด 8.8 นิ้ว
•รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto สั่งงานด้วยเสียง ระบบนำทางแบบเรียลไทม์
•การเชื่อมต่อ 4G, WiFi Hotspot, ช่อง USB และแท่นชาร์จไร้สาย
•ระบบเสียงพรีเมียม: 12 ลำโพง (รุ่น Design) / 6 ลำโพง (รุ่น Life, Style)
•ฟังก์ชัน V2L (Vehicle-to-Load) สำหรับจ่ายไฟให้อุปกรณ์ภายนอก
•หลังคากระจกพาโนรามาขนาด 1.8 ตร.ม. พร้อมม่านไฟฟ้า (รุ่น Life, Style และ Design)
•ไฟ Ambient Light 64 สี (รุ่น Design)

Leapmotor B10 9

สีตัวถังและห้องโดยสาร
•สีตัวถังภายนอก 7 สี:
– Morning Dew Purple
– Starry Night Blue
– Tundra Grey
– Lightning White
– Skyfall Grey
– Metallic Black
– Galaxy Silver

Leapmotor B10 10

•สีห้องโดยสาร:
– Dark Feather Black (Fabric) รุ่น Life และรุ่น Style
– Dark Feather Black ECO Leather รุ่น Design
– Bamboo Shadow Grey ECO Leather รุ่น Design

ราคาจำหน่ายในประเทศไทย
•รุ่น Life ราคาขายอยู่ที่ 698,000 บาท
•รุ่น Style ราคาขายอยู่ที่ 758,000 บาท
•รุ่น Design ราคาขายอยู่ที่ 798,000 บาท

Leapmotor B10 11

แคมเปญพิเศษ
“ฟรีประกันภัยชั้น 1” สำหรับลูกค้า ที่จองรถยนต์ไฟฟ้า Leapmotor B10 รุ่น Style และ รุ่น Design ทั้งลูกค้า Pre-Booking และลูกค้าที่จองรถ หลังวันที่ 10 ตุลาคม 2568 โดยมีรายละเอียดดังนี้

ลูกค้า Pre-Booking ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2568 จนถึง วันที่ 10 ตุลาคม 2568
-รับส่วนลดพิเศษ 10,000 บาท
-ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ.

ลูกค้าที่จองรถยนต์รุ่น B10 หลังวันที่ 10 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป
-รับสิทธิ์ ฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ.

เงื่อนไข: ฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ.นี้ จะสิ้นสุดในวันที่ 31 เดือนตุลาคม 2568 และลูกค้าจะต้องรับรถ ภายในวันที่ 31 ตุลาคมนี้เท่านั้น และไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินส่วนลดใดๆ ได้
#####

ความสำเร็จระดับโลกของ Leapmotor
ในเดือนกันยายน 2568 Leapmotor มียอดการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าโดยรวมมากกว่า 66,657 คันในประเทศจีน (รวมยอดขายในประเทศและส่งออก) ทะลุกว่า 60,000 คันต่อเดือนเป็นครั้งแรก และมีสัดส่วนเพิ่มมากขึ้นถึง 17% เมื่อเทียบกับเดือนสิงหาคม 2568 เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำในฐานะผู้ผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ติดต่อกันนานถึง 7 เดือนที่ผ่านมา โดยในไตรมาส 3 ปี 2568 มียอดส่งมอบรวม 173,852 คัน เพิ่มขึ้นถึง 102% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และมียอดส่งมอบสะสมตั้งแต่ต้นปีถึง 395,516 คัน คิดเป็นการเติบโต 129%

เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา นับว่าเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของแบรนด์ เมื่อรถยนต์ไฟฟ้าคันที่หนึ่งล้านถูกผลิตขึ้นอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้ Leapmotor ก้าวเข้าสู่ “Million Club” ได้สำเร็จ ซึ่งใช้เวลาเพียง 343 วัน ในการผลิตจากคันที่ 500,000 สู่คันที่ 1 ล้าน สะท้อนถึงกลยุทธ์การเติบโตที่มั่นคงและก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องของเราอีกด้วย

 

“ฮอนด้า” จัดหนัก จัดเต็มส่งท้ายปี แกับแคมเปญ Honda Pro OH! MY GOOOOOD PLUS+ จัดใหญ่เต็ม MAX พร้อมสิทธิพิเศษมูลค่าสูงสุด 85,000 บาท สำหรับรถฮอนด้าทุกรุ่น ใ ตั้งแต่ 1 ต.ค. – 11 ธ.ค. 2568

0
ฮอนด้า 1

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เสิร์ฟความสุขครั้งใหญ่ส่งท้ายปี ! ยกขบวนความคุ้มแบบ พลัส พลัส กับแคมเปญ “Honda Pro OH! MY GOOOOOD PLUS+” โปรใหม่ จัดใหญ่เต็ม MAX จัดเต็มข้อเสนอที่หลากหลาย “ตรงใจ เลือกได้เอง” สำหรับรถยนต์ฮอนด้าทุกรุ่นในทุกเซกเมนต์ ทั้งขุมพลัง TURBO และขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV – The EXCITING Hybrid และรถยนต์ไฟฟ้า 100% มอบสิทธิพิเศษเพิ่มเติมมูลค่าสูงสุดถึง 85,000 บาท* เพื่อให้คุณเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าได้ง่าย ๆ เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม – 11 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568

ฮอนด้า 2

รุ่นรถฮอนด้าที่สามารถเลือกข้อเสนอเพื่อรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม ได้แก่
oHonda Civic รุ่น TURBO รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 85,000 บาท
oHonda City และ Honda City Hatchback รุ่น TURBO รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 70,000 บาท
oHonda City และ Honda City Hatchback รุ่น e:HEV รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 50,000 บาท
oHonda City Hatchback DRIVAL Limited Edition รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 70,000 บาท

ฮอนด้า 3

ไฮไลต์ข้อเสนอสำหรับ Honda City และ Honda City Hatchback รุ่น TURBO ราคาเริ่มต้นเพียง 599,000 บาท
ทางเลือกใหม่! รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 70,000 บาท สำหรับรุ่น TURBO พร้อมเลือกรับ
oดอกเบี้ย 0% พร้อมฮอนด้า อัลติเมท แคร์
oหรือเลือกรับ ประกันภัย 2 ปี พร้อมฮอนด้า อัลติเมท แคร์
โดยมาพร้อมหลากหลายข้อเสนอคุ้มค่าให้ลูกค้าเป็นเจ้าของ Honda City และ Honda City Hatchback รุ่น TURBO ได้ง่ายขึ้น ได้แก่
ดอกเบี้ยพิเศษ 0%* พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 69,000 บาท ประกอบด้วย
oฟรี ประกันภัย 1 ปี*
oฟรี แพ็กเกจเช็กระยะ (ค่าแรง ค่าอะไหล่) 5 ปี หรือ 100,000 กม.*
oฟรี ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
โปรแกรม ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส (Double Smile Plus) ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ
oสำหรับ Honda City Hatchback (เกรด S+) ฮอนด้าช่วยผ่อน 7 ปี รวมมูลค่าสูงสุด 104,400 บาท*
oผ่อนเบาเริ่มต้นเพียงเดือนละ 3,281 บาท* หรือเลือก ดาวน์ต่ำเพียง 10%*
oพร้อม ฟรี! ประกันภัย 1 ปี*และฮอนด้า อัลติเมทแคร์

ไฮไลต์ข้อเสนอสำหรับ Honda City e:HEV และ City Hatchback e:HEV ราคาเริ่มต้น 729,000 บาท
สัมผัสประสบการณ์ขับขี่ของระบบฟูลไฮบริด e:HEV – The EXCITING Hybrid ใน Honda City e:HEV และ Honda City Hatchback e:HEV ที่ให้ทั้งความแรง ขับสนุก อัตราเร่งทันใจ สมูททุกจังหวะขับขี่ และให้อัตราประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม ซึ่งมาพร้อมข้อเสนอพิเศษ ดังนี้
ทางเลือกใหม่! รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 50,000 บาท พร้อมเลือกรับ
oดอกเบี้ย 0% พร้อมฮอนด้า อัลติเมท แคร์
oหรือเลือกรับ ประกันภัย 2 ปี พร้อมฮอนด้า อัลติเมท แคร์
โดยมาพร้อมหลากหลายข้อเสนอคุ้มค่าให้ลูกค้าเป็นเจ้าของ Honda City e:HEV และ Honda City Hatchback e:HEV ได้ง่ายขึ้น ได้แก่
ดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 145,000 บาท ประกอบด้วย
oฟรี ประกันภัย 1 ปี*
oฟรี รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*
oฟรี แพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ 5 ปี หรือ 100,000 กม.*
oฟรี ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
โปรแกรม ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส (Double Smile Plus) ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ
oค่างวดเริ่มต้นเพียง 7,130 บาท* หรือ เลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%*
oรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*

ฮอนด้า 6

ไฮไลต์ข้อเสนอสำหรับ Honda City Hatchback DRIVAL Limited Edition ราคา 829,000 บาท
ทางเลือกใหม่! รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 70,000 บาท พร้อมเลือกรับ
oดอกเบี้ย 0% พร้อมฮอนด้า อัลติเมท แคร์
oหรือเลือกรับ ประกันภัย 2 ปี พร้อมฮอนด้า อัลติเมท แคร์
โดยมาพร้อมหลากหลายข้อเสนอคุ้มค่า ได้แก่
ดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 145,000 บาท พร้อมสิทธิพิเศษเพิ่มเติม 20,000 บาท ประกอบด้วย
oฟรี ประกันภัย 1 ปี*
oฟรี รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*
oฟรี แพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ 5 ปี หรือ 100,000 กม.*
oฟรี ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
โปรแกรม ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส (Double Smile Plus) ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ
oค่างวดเริ่มต้นเพียง 8,108 บาท* หรือเลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%*
oรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*
สิทธิพิเศษเพิ่มเติม รวมมูลค่ากว่า 26,990 บาท* สำหรับ Honda City ทั้งขุมพลัง TURBO และ e:HEV และ Honda City Hatchback DRIVAL Limited Edition
ลูกค้าเฉพาะกลุ่ม
oใหม่ นักเรียน/นักศึกษา ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับอุดมศึกษา หรือวิทยาลัยอาชีวศึกษาต่างๆ รวมถึง นักเรียนนักศึกษาจบใหม่ ฯลฯ ที่มีอายุไม่เกิน 27 ปี เพียงแสดงบัตรนักเรียน/นักศึกษา (ที่วันหมดอายุไม่เกิน 3 ปี นับจากวันที่บัตรหมดอายุ) หรือ บัตรประชาชน ให้กับที่ปรึกษาการขายในวันจองรถยนต์ โดยชื่อบนบัตรจะต้องตรงกับชื่อเจ้าของรถยนต์ รับสิทธิพิเศษเพิ่มมูลค่า 5,000 บาท*
oสำหรับลูกค้าที่นำรถยนต์สันดาป หรือรถยนต์ไฮบริด หรือรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดคันเดิม ยี่ห้อฮอนด้า หรือยี่ห้อใดก็ได้มาขายและออกรถยนต์ ฮอนด้า ซิตี้ ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ซิตี้ อี:เอชอีวี ซิตี้ แฮทช์แบ็ก อี:เอชอีวี ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ไดรฟ์วัล ที่โชว์รูมฮอนด้า รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 15,000 บาท*
oสำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) รับส่วนลดดอกเบี้ย 0.15%* พิเศษเฉพาะสำหรับเจ้าของรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 3,000 บาท*
oเพื่อนแนะนำเพื่อน* ลูกค้าที่ออกรถจะได้รับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 3,000 บาทเพิ่มเติม สำหรับเพื่อนที่แนะนำจะได้รับคูปองส่วนลดเงินส่วน (e-Coupon) มูลค่า 3,000 บาท เพื่อใช้สำหรับการซื้อสินค้าและบริการที่ศูนย์บริการฮอนด้า
(ทั้งนี้ขอสงวนสิทธิ์ลูกค้าในการเลือกรับแคมเปญอย่างใดอย่างหนึ่ง ระหว่างแคมเปญสำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว หรือแคมเปญเพื่อนแนะนำเพื่อน เพื่อรับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 3,000 บาท)
oสำหรับลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ และ กลุ่มลูกค้าอาชีพพิเศษ สิทธิพิเศษ รับส่วนลดดอกเบี้ยพิเศษเพิ่ม 0.10%* จากดอกเบี้ยตามตารางส่งเสริมการขายประจำเดือน (เฉพาะกรณีทำสัญญาเช่าซื้อผ่านบริษัท ฮอนด้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น)
ฟรี กระเป๋าล้อลาก CAGGIONI รุ่น Trunk ขนาด 20 นิ้ว มูลค่า 3,990 บาท* เพียงจองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 11 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568

ฮอนด้า 4

ไฮไลต์ข้อเสนอสำหรับ Honda Civic ราคา 1,039,000 บาท
ทางเลือกใหม่! รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 85,000 บาท พร้อมประกันภัย 1 ปี และฮอนด้า อัลติเมท แคร์
โดยมาพร้อมหลากหลายข้อเสนอคุ้มค่าให้ลูกค้าเป็นเจ้าของ Honda Civic ได้ง่ายขึ้น ได้แก่
ดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 82,000 บาท ประกอบด้วย
oฟรี ประกันภัย 1 ปี*
oฟรี แพ็คเกจเช็คระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ 5 ปี หรือ 100,000 กม.*
oฟรี ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
โปรแกรม ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส (Double Smile Plus) ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ
oค่างวดเริ่มต้นเพียง 10,780 บาท* หรือ เลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%*
oฟรีประกันภัย 1 ปี
สิทธิพิเศษเพิ่มเติม รวมมูลค่ากว่า 6,990 บาท* สำหรับ Honda Civic
ลูกค้าเฉพาะกลุ่ม
oสำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) รับส่วนลดดอกเบี้ย 0.15%* พิเศษเฉพาะสำหรับเจ้าของรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 3,000 บาท*
เพื่อนแนะนำเพื่อน* ลูกค้าที่ออกรถจะได้รับบัตรน้ำมันมูลค่า 3,000 บาทเพิ่มเติม สำหรับเพื่อนที่แนะนำจะได้รับคูปองส่วนลดเงินส่วน (e-Coupon) มูลค่า 3,000 บาท เพื่อใช้สำหรับการซื้อสินค้าและบริการที่ศูนย์บริการฮอนด้า
(ทั้งนี้ขอสงวนสิทธิ์ลูกค้าในการเลือกรับแคมเปญอย่างใดอย่างหนึ่ง ระหว่างแคมเปญสำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว หรือแคมเปญเพื่อนแนะนำเพื่อน เพื่อรับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 3,000 บาท)
oสำหรับลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ และ กลุ่มลูกค้าอาชีพพิเศษ สิทธิพิเศษ รับส่วนลดดอกเบี้ยพิเศษเพิ่ม 0.10%* จากดอกเบี้ยตามตารางส่งเสริมการขายประจำเดือน (เฉพาะกรณีทำสัญญาเช่าซื้อผ่านบริษัท ฮอนด้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น)
ฟรี กระเป๋าล้อลาก CAGGIONI รุ่น Trunk ขนาด 20 นิ้ว มูลค่า 3,990 บาท* เพียงจองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 11 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568

ฮอนด้า 5

ไฮไลต์ข้อเสนอสำหรับ Honda Civic e:HEV ราคาเริ่มต้น 1,099,000 บาท
สปอร์ตซีดานขวัญใจวัยรุ่น ดีไซน์สปอร์ต เท่ ขับมันส์เหลือล้น เร่งแรงเร้าใจ ประหยัดน้ำมันเหลือ ๆ พร้อมฟังก์ชันการใช้งานและเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกอันล้ำสมัยครบครัน ซึ่งมาพร้อมข้อเสนอพิเศษ ดังนี้
ดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 173,000 บาท ประกอบด้วย
oฟรี ประกันภัย 1 ปี*
oฟรี รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*
oฟรี แพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ 5 ปี หรือ 100,000 กม.
oฟรี ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
โปรแกรม ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส (Double Smile Plus) ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ
oค่างวดเริ่มต้นเพียง 11,403 บาท* หรือ เลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%*
oรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
สิทธิพิเศษเพิ่มเติม รวมมูลค่ากว่า 26,990 บาท* สำหรับ Honda Civic e:HEV
ลูกค้าเฉพาะกลุ่ม
oสำหรับลูกค้าที่นำรถยนต์สันดาป หรือรถยนต์ไฮบริด หรือรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดคันเดิม ยี่ห้อฮอนด้า หรือยี่ห้อใดก็ได้มาขายและออกรถยนต์ ฮอนด้า ซีวิค อี:เอชอีวี ใหม่ ที่โชว์รูมฮอนด้า รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 20,000 บาท*
oสำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) รับส่วนลดดอกเบี้ย 0.15%* พิเศษเฉพาะสำหรับเจ้าของรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 3,000 บาท*
oเพื่อนแนะนำเพื่อน* ลูกค้าที่ออกรถจะได้รับบัตรน้ำมันมูลค่า 3,000 บาทเพิ่มเติม สำหรับเพื่อนที่แนะนำจะได้รับคูปองส่วนลดเงินส่วน (e-Coupon) มูลค่า 3,000 บาท เพื่อใช้สำหรับการซื้อสินค้าและบริการที่ศูนย์บริการฮอนด้า
(ทั้งนี้ขอสงวนสิทธิ์ลูกค้าในการเลือกรับแคมเปญอย่างใดอย่างหนึ่ง ระหว่างแคมเปญสำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว หรือแคมเปญเพื่อนแนะนำเพื่อน เพื่อรับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 3,000 บาท)
oสำหรับลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ และ กลุ่มลูกค้าอาชีพพิเศษ สิทธิพิเศษ รับส่วนลดดอกเบี้ยพิเศษเพิ่ม 0.10%* จากดอกเบี้ยตามตารางส่งเสริมการขายประจำเดือน (เฉพาะกรณีทำสัญญาเช่าซื้อผ่านบริษัท ฮอนด้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น)
ฟรี กระเป๋าล้อลาก CAGGIONI รุ่น Trunk ขนาด 20 นิ้ว มูลค่า 3,990 บาท* เพียงจองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 11 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568

ฮอนด้า 7

ไฮไลต์ข้อเสนอสำหรับ Honda HR-V e:HEV ราคาเริ่มต้น 949,000 บาท
ไฮบริด SUV ยอดนิยม สปอร์ตพรีเมียมลงตัว สะดวกสบาย ขับง่าย ลุยได้ทุกเส้นทาง รองรับทุกการใช้งานสไตล์อเนกประสงค์ อีกทั้งประหยัดน้ำมันเกินคาด
โดยมาพร้อมหลากหลายข้อเสนอคุ้มค่าให้ลูกค้าเป็นเจ้าของ Honda HR-V e:HEV ได้ง่ายขึ้น ได้แก่
ดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 154,000 บาท ประกอบด้วย
oฟรี ประกันภัย 1 ปี*
oฟรี รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*
oฟรี แพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ 5 ปี หรือ 100,000 กม.*
oฟรี ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
โปรแกรม ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส (Double Smile Plus) ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ
oค่างวดเริ่มต้นเพียง 9,847 บาท* หรือ เลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%*
oรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*
สิทธิพิเศษเพิ่มเติม รวมมูลค่ากว่า 26,990 บาท* สำหรับ Honda HR-V e:HEV
ลูกค้าเฉพาะกลุ่ม
oสำหรับลูกค้าที่นำรถยนต์สันดาป หรือรถยนต์ไฮบริด หรือรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดคันเดิม ยี่ห้อฮอนด้า หรือยี่ห้อใดก็ได้มาขายและออกรถยนต์ ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่ ที่โชว์รูมฮอนด้า รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 20,000 บาท*
oสำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) รับส่วนลดดอกเบี้ย 0.15%* พิเศษเฉพาะสำหรับเจ้าของรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 3,000 บาท*
oเพื่อนแนะนำเพื่อน* ลูกค้าที่ออกรถจะได้รับบัตรน้ำมันมูลค่า 3,000 บาทเพิ่มเติม สำหรับเพื่อนที่แนะนำจะได้รับคูปองส่วนลดเงินส่วน (e-Coupon) มูลค่า 3,000 บาท เพื่อใช้สำหรับการซื้อสินค้าและบริการที่ศูนย์บริการฮอนด้า
(ทั้งนี้ขอสงวนสิทธิ์ลูกค้าในการเลือกรับแคมเปญอย่างใดอย่างหนึ่ง ระหว่างแคมเปญสำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว หรือแคมเปญเพื่อนแนะนำเพื่อน เพื่อรับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 3,000 บาท)
oสำหรับลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ และ กลุ่มลูกค้าอาชีพพิเศษ สิทธิพิเศษ รับส่วนลดดอกเบี้ยพิเศษเพิ่ม 0.10%*จากดอกเบี้ยตามตารางส่งเสริมการขายประจำเดือน (เฉพาะกรณีทำสัญญาเช่าซื้อผ่านบริษัท ฮอนด้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น)
ฟรี กระเป๋าล้อลาก CAGGIONI รุ่น Trunk ขนาด 20 นิ้ว มูลค่า 3,990 บาท* เพียงจองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 11 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568

ฮอนด้า 9

ไฮไลต์ข้อเสนอสำหรับ Honda CR-V รุ่น TURBO ราคาเริ่มต้น 1,419,000 บาท
โดยมาพร้อมหลากหลายข้อเสนอคุ้มค่าให้ลูกค้าเป็นเจ้าของ Honda CR-V รุ่น TURBO ได้ง่ายขึ้น ได้แก่
ดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 92,000 บาท และบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 20,000 บาท* ประกอบด้วย
oฟรี ประกันภัย 1 ปี*
oฟรีแพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ 5 ปี หรือ 100,000 กม.*
oฟรี ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
โปรแกรม ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส (Double Smile Plus) ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ
oฮอนด้าช่วยผ่อนเดือนละ 8,300 บาท จำนวน 12 เดือน รวมมูลค่า 99,600 บาท*
oค่างวดเริ่มต้นเพียง 6,423 บาท* หรือ เลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%*
oพร้อมรับ Honda Exclusive Care*
สิทธิพิเศษเพิ่มเติม รวมมูลค่ากว่า 6,990 บาท* สำหรับ Honda CR-V รุ่น TURBO
ลูกค้าเฉพาะกลุ่ม
oสำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) รับส่วนลดดอกเบี้ย 0.15%* พิเศษเฉพาะสำหรับเจ้าของรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 3,000 บาท*
oเพื่อนแนะนำเพื่อน* ลูกค้าที่ออกรถจะได้รับบัตรน้ำมันมูลค่า 3,000 บาทเพิ่มเติม สำหรับเพื่อนที่แนะนำจะได้รับคูปองส่วนลดเงินส่วน (e-Coupon) มูลค่า 3,000 บาท เพื่อใช้สำหรับการซื้อสินค้าและบริการที่ศูนย์บริการฮอนด้า
(ทั้งนี้ขอสงวนสิทธิ์ลูกค้าในการเลือกรับแคมเปญอย่างใดอย่างหนึ่ง ระหว่างแคมเปญสำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว หรือแคมเปญเพื่อนแนะนำเพื่อน เพื่อรับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 3,000 บาท)
oสำหรับลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ และ กลุ่มลูกค้าอาชีพพิเศษ สิทธิพิเศษ รับส่วนลดดอกเบี้ยพิเศษเพิ่ม 0.10%* จากดอกเบี้ยตามตารางส่งเสริมการขายประจำเดือน (เฉพาะกรณีทำสัญญาเช่าซื้อผ่านบริษัท ฮอนด้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น)
ฟรี กระเป๋าล้อลาก CAGGIONI รุ่น Trunk ขนาด 20 นิ้ว มูลค่า 3,990 บาท* เพียงจองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 11 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568

ฮอนด้า 8

ไฮไลต์ข้อเสนอสำหรับ Honda CR-V รุ่น e:HEV ราคาเริ่มต้น 1,589,000 บาท
รถ Flagship SUV คันจบของครอบครัว ดีไซน์สปอร์ตพรีเมียม ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบายทุกที่นั่ง ครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกระดับพรีเมียมและเทคโนโลยีอันล้ำสมัยที่หลากหลาย ซึ่งมาพร้อมข้อเสนอพิเศษ ดังนี้
ดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 213,000 บาท ประกอบด้วย
oฟรี ประกันภัย 1 ปี*
oฟรีรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*
oฟรีแพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ 5 ปี หรือ 100,000 กม.*
oฟรี ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
โปรแกรม ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส (Double Smile Plus) ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ
oค่างวดเริ่มต้นเพียง 16,487 บาท* หรือ เลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%*
oรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*
สิทธิพิเศษเพิ่มเติม รวมมูลค่ากว่า 66,990 บาท* สำหรับ Honda CR-V รุ่น e:HEV
ลูกค้าเฉพาะกลุ่ม
oสำหรับลูกค้าที่นำรถยนต์สันดาป หรือรถยนต์ไฮบริด หรือรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดคันเดิม ยี่ห้อฮอนด้า หรือยี่ห้อใดก็ได้มาขายและออกรถยนต์ ฮอนด้า ซีอาร์-วี อี:เอชอีวี ที่โชว์รูมฮอนด้า รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 60,000 บาท*
oสำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) รับส่วนลดดอกเบี้ย 0.15%* พิเศษเฉพาะสำหรับเจ้าของรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 3,000 บาท*
oเพื่อนแนะนำเพื่อน* ลูกค้าที่ออกรถจะได้รับบัตรน้ำมันมูลค่า 3,000 บาทเพิ่มเติม สำหรับเพื่อนที่แนะนำจะได้รับคูปองส่วนลดเงินส่วน (e-Coupon) มูลค่า 3,000 บาท เพื่อใช้สำหรับการซื้อสินค้าและบริการที่ศูนย์บริการฮอนด้า
(ทั้งนี้ขอสงวนสิทธิ์ลูกค้าในการเลือกรับแคมเปญอย่างใดอย่างหนึ่ง ระหว่างแคมเปญสำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว หรือแคมเปญเพื่อนแนะนำเพื่อน เพื่อรับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 3,000 บาท)
oสำหรับลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ และ กลุ่มลูกค้าอาชีพพิเศษ สิทธิพิเศษ รับส่วนลดดอกเบี้ยพิเศษเพิ่ม 0.10%* จากดอกเบี้ยตามตารางส่งเสริมการขายประจำเดือน (เฉพาะกรณีทำสัญญาเช่าซื้อผ่านบริษัท ฮอนด้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น)
ฟรี กระเป๋าล้อลาก CAGGIONI รุ่น Trunk ขนาด 20 นิ้ว มูลค่า 3,990 บาท* เพียงจองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 11 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568

ฮอนด้า 10

ไฮไลต์ข้อเสนอสำหรับ New Honda Accord e:HEV ราคาเริ่มต้น 1,479,000 บาท
รถซีดานครอบครัว พรีเมียม ห้องโดยสารกว้างขวาง มอบประสบการณ์ความสะดวกสบายเหนือระดับ พร้อมหลากหลายเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกอันล้ำสมัยและเทคโนโลยีการขับขี่อื่น ๆ ที่ครบครัน ซึ่งมาพร้อมข้อเสนอพิเศษ ดังนี้
สำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) เลือกรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม ดังนี้
oดอกเบี้ยพิเศษ 0.84%* ฟรีประกันภัย 1 ปี เมื่อออกรถยนต์ ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่
oหรือเลือกรับดอกเบี้ย 1.84%* พร้อมแพ็กเกจ Honda Exclusive Care 5 ปี
สำหรับลูกค้าทั่วไป เลือกรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม ดังนี้
oดอกเบี้ย 0.99%* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี*
oหรือเลือกรับดอกเบี้ย 1.99% พร้อมแพ็กเกจ Honda Exclusive Care 5 ปี
โดย Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 204,000 บาท ประกอบด้วย
oฟรี ประกันภัย 1 ปี*
oฟรี รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*
oฟรี แพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ 5 ปี หรือ 100,000 กม.*
oฟรี ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
โปรแกรม ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส (Double Smile Plus) ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ
oค่างวดเริ่มต้นเพียง 15,346 บาท* หรือ เลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%*
oรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*
สิทธิพิเศษเพิ่มเติม รวมมูลค่ากว่า 6,990 บาท* สำหรับ New Honda Accord e:HEV
ลูกค้าเฉพาะกลุ่ม
oสำหรับเจ้าของรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 3,000 บาท*
oเพื่อนแนะนำเพื่อน* ลูกค้าที่ออกรถจะได้รับบัตรน้ำมันมูลค่า 3,000 บาทเพิ่มเติม สำหรับเพื่อนที่แนะนำจะได้รับคูปองส่วนลดเงินส่วน (e-Coupon) มูลค่า 3,000 บาท เพื่อใช้สำหรับการซื้อสินค้าและบริการที่ศูนย์บริการฮอนด้า
(ทั้งนี้ขอสงวนสิทธิ์ลูกค้าในการเลือกรับแคมเปญอย่างใดอย่างหนึ่ง ระหว่างแคมเปญสำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว หรือแคมเปญเพื่อนแนะนำเพื่อน เพื่อรับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 3,000 บาท)
oสำหรับลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ และ กลุ่มลูกค้าอาชีพพิเศษ สิทธิพิเศษ รับส่วนลดดอกเบี้ยพิเศษเพิ่ม 0.10%* จากดอกเบี้ยตามตารางส่งเสริมการขายประจำเดือน (เฉพาะกรณีทำสัญญาเช่าซื้อผ่านบริษัท ฮอนด้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น)
ฟรี กระเป๋าล้อลาก CAGGIONI รุ่น Trunk ขนาด 20 นิ้ว มูลค่า 3,990 บาท* เพียงจองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 11 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568

ไฮไลต์ข้อเสนอสำหรับ Honda e:N1 ราคา 1,199,000 บาท
รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกจากฮอนด้า ดีไซน์โดดเด่น อัตราเร่งแรง ขับสบาย สมูทในทุกจังหวะ เชื่อมั่นตลอดการใช้งานด้วยการรับประกันแบตเตอรี่ EV และระบบขับเคลื่อน EV ทั้งระบบ 8 ปี หรือ 160,000 กม. พร้อมให้บริการและดูแลผ่านเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศ ด้วยศูนย์บริการที่ได้มาตรฐานและช่างผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งมาพร้อมข้อเสนอ ดังนี้
สำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) รับดอกเบี้ยพิเศษ 0.69%* พร้อมแพ็กเกจ Honda Exclusive Care 5 ปี และโฮมชาร์จเจอร์พร้อมบริการติดตั้งและสายชาร์จแบบพกพา
สำหรับลูกค้าทั่วไป รับดอกเบี้ยพิเศษ 0.99%* พร้อมแพ็กเกจ Honda Exclusive Care 5 ปี และโฮมชาร์จเจอร์พร้อมบริการติดตั้งและสายชาร์จแบบพกพา
โดย Honda Exclusive Care 5 ปี ประกอบด้วย
oฟรี ประกันภัย 1 ปี*
oรับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่ และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร *
oรับประกันแบตเตอรี่ EV เป็นระยะเวลา 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร*
oฟรี แพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร*
โปรแกรม ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส (Double Smile Plus) ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ
oค่างวดเริ่มต้นเพียง 12,949 บาท* หรือ เลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%*
oพร้อม Honda Exclusive Care
oฟรีโฮมชาร์จเจอร์ พร้อมบริการติดตั้ง และสายชาร์จแบบพกพา*
สิทธิพิเศษเพิ่มเติม รวมมูลค่ากว่า 156,900 บาท* สำหรับ Honda e:N1
ลูกค้าเฉพาะกลุ่ม
oสำหรับลูกค้าที่นำรถยนต์สันดาป หรือรถยนต์ไฮบริด หรือรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดคันเดิม ยี่ห้อฮอนด้า หรือยี่ห้อใดก็ได้มาขายและออกรถยนต์ ฮอนด้า อี:เอ็นวัน ที่โชว์รูมฮอนด้า รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 100,000 บาท*
oสำหรับเจ้าของรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 3,000 บาท*
oเพื่อนแนะนำเพื่อน* ลูกค้าที่ออกรถจะได้รับบัตรน้ำมันมูลค่า 3,000 บาทเพิ่มเติม สำหรับเพื่อนที่แนะนำจะได้รับคูปองส่วนลดเงินส่วน (e-Coupon) มูลค่า 3,000 บาท เพื่อใช้สำหรับการซื้อสินค้าและบริการที่ศูนย์บริการฮอนด้า
(ทั้งนี้ขอสงวนสิทธิ์ลูกค้าในการเลือกรับแคมเปญอย่างใดอย่างหนึ่ง ระหว่างแคมเปญสำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว หรือแคมเปญเพื่อนแนะนำเพื่อน เพื่อรับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 3,000 บาท)
oสำหรับลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ และ กลุ่มลูกค้าอาชีพพิเศษ รับส่วนลดดอกเบี้ยพิเศษเพิ่ม 0.10% จากดอกเบี้ยตามตารางส่งเสริมการขายประจำเดือน (เฉพาะกรณีทำสัญญาเช่าซื้อผ่านบริษัท ฮอนด้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น) และใหม่! รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 50,000 บาท*
ฟรี กระเป๋าล้อลาก CAGGIONI รุ่น Trunk ขนาด 20 นิ้ว มูลค่า 3,990 บาท* เพียงจองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 11 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568

ไฮไลต์ข้อเสนอสำหรับ Honda BR-V ราคาเริ่มต้น 915,000 บาท
SUV 7 ที่นั่ง มาพร้อมสมรรถนะที่ดีเยี่ยม พร้อมลุยทั้ง Weekday และ Weekend ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทุกการเดินทาง และมีความสุขไปทุกที่ ซึ่งมาพร้อมข้อเสนอพิเศษ ดังนี้
ดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 70,000 บาท และบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท ประกอบด้วย
oฟรี ประกันภัย 1 ปี*
oฟรีแพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ 5 ปี หรือ 100,000 กม.*
oฟรี ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
โปรแกรม ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส (Double Smile Plus) ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ
oฮอนด้าช่วยผ่อนเดือนละ 6,200 บาท จำนวน 12 เดือน รวมมูลค่า 74,400 บาท*
oค่างวดเริ่มต้นเพียง 3,294 บาท* หรือ เลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%*
oฟรีประกันภัย 1 ปี*
สิทธิพิเศษเพิ่มเติม รวมมูลค่ากว่า 6,990 บาท* สำหรับ Honda BR-V
ลูกค้าเฉพาะกลุ่ม
oสำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) รับส่วนลดดอกเบี้ย 0.15%* พิเศษเฉพาะสำหรับเจ้าของรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 3,000 บาท*
oเพื่อนแนะนำเพื่อน* ลูกค้าที่ออกรถจะได้รับบัตรน้ำมันมูลค่า 3,000 บาทเพิ่มเติม สำหรับเพื่อนที่แนะนำจะได้รับคูปองส่วนลดเงินส่วน (e-Coupon) มูลค่า 3,000 บาท เพื่อใช้สำหรับการซื้อสินค้าและบริการที่ศูนย์บริการฮอนด้า
(ทั้งนี้ขอสงวนสิทธิ์ลูกค้าในการเลือกรับแคมเปญอย่างใดอย่างหนึ่ง ระหว่างแคมเปญสำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว หรือแคมเปญเพื่อนแนะนำเพื่อน เพื่อรับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 3,000 บาท)
oสำหรับลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ และ กลุ่มลูกค้าอาชีพพิเศษ สิทธิพิเศษ รับส่วนลดดอกเบี้ยพิเศษเพิ่ม 0.10%* จากดอกเบี้ยตามตารางส่งเสริมการขายประจำเดือน (เฉพาะกรณีทำสัญญาเช่าซื้อผ่านบริษัท ฮอนด้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น)
ฟรี กระเป๋าล้อลาก CAGGIONI รุ่น Trunk ขนาด 20 นิ้ว มูลค่า 3,990 บาท* เพียงจองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 11 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568

อย่ารอช้า! มาคว้าความคุ้มค่าส่งท้ายปีกับแคมเปญ “Honda Pro OH! MY GOOOOOD PLUS+” โปรใหม่ จัดใหญ่เต็ม MAX ได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง (Honda Call Center) โทร. 0 2341 7777 หรืออ่านรายละเอียดที่ https://www.honda.co.th/promotions อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่
•เว็บไซต์: www.honda.co.th
•Facebook Official Account: Honda Thailand
•LINE Official Account: @honda-thailand

หมายเหตุ
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

ข้อมูลเพิ่มเติม
•ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ (Honda Ultimate Care) คือ การขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
•Honda Exclusive Care คือ แคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ฮอนด้าใหม่ทุกรุ่น เพื่อมอบความมั่นใจในการใช้รถฮอนด้าในระยะยาว ประกอบไปด้วย
ฟรีประกันภัย 1 ปี
ฟรีแพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง และค่าอะไหล่ตามตารางการบำรุงรักษา
ฟรีรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง สำหรับรถยนต์ e:HEV ทุกรุ่น
สำหรับแบบ 5 ปี ฟรี Honda Ultimate Care ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่ และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง ซึ่งปกติจะได้ 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แต่ขยายเพิ่มให้อีกเป็น5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

“GWM ORA Good Cat” สีใหม่ จากความคิวต์สู่ความคูล! ฮิตแรงในหมู่ผู้ชาย

0
GWM ORA Good Cat 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” โดยอิน-ไซต์ล่าสุดสะท้อนความนิยมของเจ้าเหมียวไฟฟ้า GWM ORA Good Cat ที่นอกเหนือจากจะเป็นรถไฟฟ้าขวัญใจกลุ่มผู้หญิงยุคใหม่ในไทยแล้ว ยังพบว่ามีกลุ่มผู้ใช้งานผู้ชายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังจากที่มีการแนะนำสีใหม่ 2 สีเข้ามาในปีนี้ โดยความสำเร็จในภาพรวมของ GWM ORA Good Cat สามารถทำยอดขายสะสม 9 เดือนแรก (มกราคม-กันยายน) ของปี 2568 ได้กว่า 4,449 คัน เติบโตจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567 ถึง 140% ซึ่งการเติบโตดังกล่าว ส่วนสำคัญส่วนหนึ่งมาจากการนำเสนอรุ่นย่อยที่มีความคูลและสปอร์ตมากยิ่งขึ้น ที่นอกเหนือจากสีพาสเทลที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้หญิง ทำให้ในปัจจุบัน GWM ORA Good Cat กลายมาเป็นหนึ่งในทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับกลุ่มลูกค้าเพศชาย โดยตั้งแต่มีการเปิดตัวสี So Blue ในเดือนมีนาคม 2568 และล่าสุดสีขาวหลังคาสีดำที่มาพร้อมชุดตกแต่งดำ (Black Package) ในเดือนมิถุนายน สัดส่วนของยอดขายของ 2 สีใหม่นี้ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง จนล่าสุดในเดือนมิถุนายน 2568 สัดส่วนยอดขายของสีใหม่ทั้ง 2 สี เพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 50% ของยอดขายรายเดือนของ GWM ORA Good Cat และสัดส่วนของลูกค้าที่เป็นเพศชายก็เพิ่มสูงขึ้นเป็น 40% ด้วยเช่นเดียวกัน สะท้อนให้เห็นความนิยมและความเชื่อมั่นต่อเอกลักษณ์ในด้านการออกแบบที่เป็นโดนใจและเข้าถึงทุกเพศ ทุกวัย และคุณภาพของ GWM ORA Good Cat โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า ความปลอดภัยที่เหนือกว่า และความคุ้มค่าในทุกด้านอย่างแท้จริง

GWM Thailand 2

GWM ORA Good Cat โดดเด่นด้วยดีไซน์สไตล์ Retro Futuristic ที่เป็นเอกลักษณ์ ขนาดกะทัดรัด ขับง่าย เหมาะกับชีวิตเมืองยุคใหม่ ด้วยการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างความงามแบบวินเทจและนวัตกรรมล้ำสมัย GWM ORA Good Cat จึงสะท้อนให้เห็นถึงดีไซน์เหนือกาลเวลาที่ไม่เคยตกเทรนด์ และยังคงความโดดเด่นในทุกยุคสมัย ล่าสุดกับสองสีใหม่ปี 2025 สีขาวหลังคาสีดำ (Hamilton White with Black Roof) และสีฟ้า So Blue ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มผู้ชาย โดยสี Hamilton White with Black Roof สะท้อนบุคลิกเท่ สุขุม และมั่นใจในตัวเอง ด้วยการผสมผสานของสีขาวที่สื่อถึงความบริสุทธิ์และเปิดกว้าง กับสีดำที่แสดงถึงพลังและความลุ่มลึก ชุดสีโมโนโทนนี้จึงตอบโจทย์ผู้ชายที่ชื่นชอบความเรียบง่ายแต่มีสไตล์ พร้อมชุดตกแต่งโทนดำรอบคันที่เสริมความพรีเมียมอย่างลงตัว ขณะที่สี So Blue ถ่ายทอดความสดใส มีชีวิตชีวา และพลังบวกในแบบที่เข้าถึงง่าย เหมาะกับผู้ชายยุคใหม่ที่มองหารถคู่ใจสำหรับการเดินทางที่เต็มไปด้วยความหมายและความคิดบวก สีนี้ยังช่วยสร้างความรู้สึกผ่อนคลายและมั่นใจในทุกการขับขี่

GWM Thailand 3

GWM ORA Good Cat มีด้วยกัน 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น PRO, ULTRA และ GT โดยรุ่น PRO และ ULTRA มีสีให้เลือก 5 สีได้แก่ สีเขียว Pistachio Green สีเบจหลังคาสีน้ำตาล และสีเขียวหลังคาสีขาว และสีใหม่ 2 เฉดสี ได้แก่ สีขาวหลังคาสีดำ พร้อมชุดแต่ง Black Package และสีฟ้า So Blue สำหรับรุ่น GT มาในสีเทา และสีดำ พร้อมชุดแต่งสปอร์ตสีเหลือง โดยมีราคาของแต่ละรุ่น (*ราคาหลังหักส่วนลด) ดังต่อไปนี้

  • GWM ORA Good Cat รุ่น PRO ราคาเพียง 599,000 บาท*
  • GWM ORA Good Cat รุ่น ULTRA ราคาเพียง 699,000 บาท*
  • GWM ORA Good Cat รุ่น GT ราคาเพียง 829,000 บาท*

GWM Thailand 4

GWM ORA Good Cat มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษมากมาย คุ้มค่ากับ 3 ทางเลือก ได้แก่

  • ทางเลือกที่ 1: รับส่วนลดสูงสุด พร้อมรับสิทธิ์แลกรถเก่าสุดคุ้ม

รับทันทีส่วนลด 230,000 บาท (รุ่น PRO และ ULTRA) และ 300,000 บาท (รุ่น GT) พร้อมรับเพิ่มอีก 30,000 บาท เมื่อเข้าร่วมแคมเปญ Trade-In รถเก่ารุ่นใดก็ได้แลกรถใหม่ ORA Good Cat ข้อเสนอนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการนำรถยนต์คันเก่ามาเปลี่ยนเป็นเจ้าเหมียวไฟฟ้าสุดล้ำในราคาที่คุ้มค่าที่สุด โดยไม่รวม GWM Home Charger และ แพ็กเกจบำรุงรักษาตามระยะ (GPSI) ซึ่งสามารถเลือกซื้อเพิ่มเติมได้ตามต้องการ

  • ทางเลือกที่ 2: ผ่อนสบาย คล่องตัวทุกจังหวะ

รับส่วนลดทันที 200,000 บาท (รุ่น PRO และ ULTRA) และ 270,000 บาท (รุ่น GT) พร้อมดอกเบี้ยพิเศษเพียง 1.95% ผ่อนสบาย 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% พร้อมโปรแกรม GWM ช่วยผ่อน 12 เดือน เดือนละ 5,000 บาท มูลค่าสูงสุดกว่า 60,000 บาท เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น โดยข้อเสนอนี้ไม่รวม GWM Home Charger และ GPSI เช่นเดียวกัน

  • ทางเลือกที่ 3: ครบเครื่องเรื่องความสะดวกสบาย อุ่นใจไร้กังวล

รับทันทีส่วนลด 230,000 บาท (รุ่น PRO และ ULTRA) และ 300,000 บาท (รุ่น GT) พร้อมรับฟรี GWM Home Charger มูลค่าสูงสุด 25,000 บาท และแพ็กเกจบำรุงรักษาตามระยะ (GWM Pro Service Inclusive – GPSI) มูลค่าสูงสุดกว่า 11,000 บาท ครอบคลุมค่าแรงและอะไหล่ตามระยะสูงสุด 5 ครั้ง ภายใน 5 ปี หรือ 75,000 กิโลเมตร เหมาะสำหรับลูกค้าที่ต้องการความครบครันทั้งด้านการใช้งาน การชาร์จ และการดูแลรักษารถยนต์ไฟฟ้าในระยะยาวอย่างแท้จริง

GWM Thailand 5

ทั้งสามข้อเสนอข้างต้นมาพร้อมสิทธิพิเศษมาตรฐานจาก GWM ได้แก่ ฟรีประกันภัยชั้น 1 ระยะเวลา 1 ปี มูลค่าสูงสุด 25,000 บาท, ฟรีฟิล์มกรองแสงลามิน่า รุ่น CM ONE, ฟรีค่าจดทะเบียน, บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 5 ปี, การรับประกันคุณภาพรถใหม่ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร และการรับประกันแบตเตอรี่ EV 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร รวมถึงบริการ Telematic Service และ Internet in Vehicle ฟรี 3 ปีเต็ม เพื่ออำนวยความสะดวกสูงสุดให้กับผู้ขับขี่ทุกคน

GWM Thailand 6

พิเศษสำหรับนิสิตและนักศึกษากับแคมเปญ Good Cat Good Start

รับส่วนลดพิเศษ 10%* จากราคาจำหน่าย พร้อมสิทธิประโยชน์มาตรฐานข้างต้นครบทุกข้อ เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าที่ทั้งคุ้มค่า ปลอดภัย และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่อย่างแท้จริง

GWM Thailand 7

สำหรับผู้ที่สนใจ GWM ORA Good Cat สามารถทดลองขับได้ที่ GWM Partner Store ทั้ง 72 แห่งทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ GWM Application, www.gwm.co.th หรือ GWM Contact Center 02-668-8888

 

 

 

 

“มาสด้า” เปิดสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ “Joy Workplace” พื้นที่แห่งความสุขเพื่อคนทำงานยุคใหม่

0
Mazda 1

มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย เปิดตัวสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ บนชั้น 19 อาคาร เอแพค ทาวเวอร์ เอกมัย ใจกลางย่านธุรกิจของกรุงเทพมหานคร เพื่อให้สอดรับต่อการเปลี่ยนผ่านวัฒนธรรมองค์กรสู่ยุคใหม่ ภายใต้แนวคิด “Joy Workplace” โดยออกแบบพื้นที่สำนักงานให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการทำงานของบุคลากรรุ่นใหม่ เน้นการสร้างความสุขในการทำงานที่ริเริ่มจากภายในองค์กร เสริมบรรยากาศของความร่วมมือร่วมใจเป็นหนึ่งเดียว ภายใต้การทำงานเป็นทีมเวิร์ค ออกแบบพื้นที่ (Space) ให้เปิดโล่งเชื่อมถึงกัน (Collaboration) ให้มีส่วนร่วมพบปะพูดคุย กระตุ้นจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ เน้นส่งเสริมการเติบโตของบุคลากรในทุกมิติ การตกแต่งที่เรียบง่ายสไตล์มินิมอล มีความทันสมัย และบรรยากาศอันอบอุ่น นับเป็นก้าวสำคัญของมาสด้าในการยกระดับองค์กรให้พร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจในอนาคต เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ความสุขไปยังลูกค้าทุกคน ตามปรัชญาของมาสด้า Joy Drives Lives ความสุขขับเคลื่อนชีวิต

Mazda 3

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การย้ายสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเปลี่ยนสถานที่ทำงงาน แต่คือการเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีทำงานของบุคลากรในองค์กรทั้งหมด เพราะมาสด้ากำลังก้าวสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยการสร้างวัฒนธรรม เพื่อให้พนักงานมีความสุข มีความคล่องตัวสูง ผสานการมุ่งเน้นในการใช้ข้อมูล เพื่อส่งต่อความสุขไปถึงลูกค้าและพันธมิตรของเราอย่างแท้จริง ดังนั้น จึงถือเป็นอีกก้าวสำคัญภายใต้ความมุ่งมั่นของมาสด้าในการพัฒนาแบรนด์ให้เติบโตอย่างยั่งยืน และตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์ระดับโลก

สำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของมาสด้าได้รับการออกแบบ ภายใต้แนวคิด “Joy Workplace” ที่ริเริ่มจาก Inside Out ด้วยการให้ความสำคัญกับบุคลากรภายในองค์กรเป็นลำดับแรก โดยคำนึงถึง ประสิทธิภาพในการทำงานและความสุขของพนักงาน ผ่านการจัดสรรพื้นอย่างเหมาะสมกับการทำงานในทุกรูปแบบ อาทิ Joy Space พื้นที่ส่วนกลางสำหรับพักผ่อน พูดคุย และแลกเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ Flexible Working Zones รองรับการทำงานร่วมกันแบบไฮบริด มีความยืดหยุ่นสูง และคล่องตัว เลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมระบบจัดการพลังงานและน้ำที่มีประสิทธิภาพ สิ่งเหล่านี้ จะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานให้พนักงานมีความสุข เพื่อส่งต่อประสบการณ์ความสุขเหล่านี้ไปยังลูกค้าและผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน

Mazda 4

บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด (สำนักงานใหญ่) ตั้งอยู่บนชั้น 19 อาคารเอแพค ทาวเวอร์ เลขที่ 1319 ถนนสุขุมวิท แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นโครงการมิกซ์ยูสที่สามารถเดินทางสะดวกเชื่อมต่อโดยตรงกับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสเอกมัย เพิ่มความสะดวกในการเดินทางและการติดต่อประสานงานทางธุรกิจ โดยอาคารแห่งใหม่นี้เป็นอาคารอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด “Workplace of the Future” โดยให้ความสำคัญกับความยั่งยืน เทคโนโลยีที่ทันสมัย และสุขภาวะของผู้ใช้อาคาร ที่ผ่านมาตรฐานระดับสากล โดยบริษัทฯ ได้เริ่มดำเนินงาน ณ สำนักงานใหญ่แห่งใหม่นี้ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา

“นี่คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญภายใต้กลยุทธ์การปรับเปลี่ยนธุรกิจของมาสด้า เพื่อส่งมอบประสบการณ์ความสุขที่เหนือกว่าการขับขี่ โดยเริ่มต้นจากบุคลากรภายในองค์กร เพราะมาสด้าเชื่อว่า “ความสุขที่แท้จริง” ต้องเริ่มจากภายในก่อนจะส่งต่อไปสู่ภายนอกองค์กร เพื่อให้มาสด้าเป็นแบรนด์ที่อยู่ในใจและสร้างความสุขที่ยั่งยืนให้กับลูกค้าทุกคนตลอดไป” นายธีร์ กล่าว

“เอ็มจี” ปิดไตรมาส 3 แกร่ง กวาดยอดขายรวม 18,065 คัน NEW MG4 ELECTRIC ครองอันดับ 1 ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า 3 เดือนต่อเนื่อง

0
NEW MG4 ELECTRIC 1

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ได้รับเสียงตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่องด้วยยอดขายสะสมตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงปัจจุบันกว่า 18,065 คัน พร้อมพา NEW MG4 ELECTRIC ก้าวขึ้นเป็นผู้นำยอดจดทะเบียนในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าตลอดไตรมาส 3 (เดือนกรกฎาคมถึง เดือนกันยายน)

เอ็มจี สร้างความเชื่อมั่นต่อผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ด้วยยอดขายที่เติบโตกว่า 40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นยอดขายทั้งหมดกว่า 18,065 คัน (คิดจากเดือนมกราคม ถึงเดือน กันยายน 2568) โดยยานยนต์ไฟฟ้ามีสัดส่วนสูงกว่า 75% ไฮไลต์สำคัญในไตรมาสนี้คือกลยุทธ์การตลาดให้ลูกค้าเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้ง่ายขึ้น ถึง 4 รุ่น ได้แก่

NEW MG4 ELECTRIC 2

•NEW MG MAXUS THE LIFETIME e-MPV ได้แก่

NEW MG4 ELECTRIC 3
oMG MAXUS 7 ราคาเริ่มต้นเพียง 1,399,000 บาท

NEW MG4 ELECTRIC 4
oMG MAXUS 9 PLUS ราคา 1,799,000 บาท

NEW MG4 ELECTRIC 6

•NEW MG S5 EV รุ่น D+ มอบความคุ้มค่าในราคาเริ่มต้นเพียง 699,900 บาท

NEW MG4 ELECTRIC 7

•NEW MG3 HYBRID+ Racing Edition ราคาพิเศษ 499,900 บาท ไฮบริดตัวจี้ดที่แรงและประหยัด

นอกจากนี้ NEW MG4 ELECTRIC สามารถครองตำแหน่งอันดับ 1 ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยต่อเนื่อง 3 เดือน รวมยอดจดทะเบียนทั้งสิ้น 3,499 คัน ส่วนหนึ่งมาจากระบบขับเคลื่อนล้อหลังพร้อม NEBULA PURE ELECTRIC PLATFORM ทำให้รถมีสมรรถนะการขับขี่ที่สนุก ในขณะที่ยอดจดทะเบียนรวมในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้ารวมทั้งสิ้น 6,384 คันในไตรมาส 3 ตอกย้ำความเป็นกลุ่มผู้นำตลาดอีวีของประเทศไทย ด้วยยานยนต์ไฟฟ้าที่ได้มาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก พร้อมบริการหลังการขายที่ไว้ใจได้

NEW MG4 ELECTRIC 6

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า
“การเติบโตของ เอ็มจี ในปีนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ เอ็มจี ซึ่งเกิดจากการให้ความสำคัญ ทั้งในด้านผลิตภัณฑ์ และเรื่องบริการหลังการขายเป็นพิเศษ เพราะเราอยากมอบความอุ่นใจระยะยาวให้กับลูกค้าทั่วประเทศ ผ่านเครือข่ายศูนย์บริการครบวงจรกว่า 125 แห่งทั่วประเทศ ความพร้อมของอะไหล่ในคลัง และการรับประกัน แบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมตลอดอายุการใช้งาน (LIFETIME WARRANTY) ในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่ง เอ็มจี ถือเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกตลาดอีวีในประเทศไทย เรามุ่งมั่นในการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก พร้อมบริการที่ครบวงจรและเข้าถึงง่ายเพื่อให้ลูกค้ามั่นใจในทุกการเดินทาง ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ยอดขายของ เอ็มจี เติบโตขึ้นกว่า 40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และส่งผลให้ NEW MG4 ELECTRIC สามารถครองอันดับ 1 ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่องตลอดไตรมาสที่ผ่านมา

 

“ฟอร์ด” จัดฝึกขับขี่ออฟโรด ลุย 10 สถานีสุดเร้าใจแก่ลูกค้ารถฟอร์ด ในการแข่ง TRRC ที่กาญจนบุรี

0
‘Ford 4x4 Driving Skills Training’ 1

ฟอร์ด ประเทศไทย จัดกิจกรรมฝึกอบรมการขับขี่แบบออฟโรด ‘Ford 4×4 Driving Skills Training’ ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ แก่ลูกค้ารถยนต์ฟอร์ดรวมถึงผู้ที่ชื่นชอบมอเตอร์สปอร์ตและการใช้งานรถแบบสมบุกสมบัน เพื่อให้เรียนรู้ฟังก์ชั่นการใช้งาน และดึงสมรรถนะของรถมาใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ควบคู่กับการเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัย พร้อมมอบประสบการณ์ออฟโรดสุดเร้าใจผ่านการฝึกขับในสนามออฟโรดที่มีความท้าทายหลายรูปแบบ และร่วมชมพิธีปล่อยตัวรถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ หมายเลข 5 ที่ลงแข่งในรายการ ไทยแลนด์ แรลลี่ เรด แชมเปี้ยนชิพ 2568 หรือ TRRC (Thailand Rally Raid Championship) สนามที่ 3 ณ สนามกรังด์ปรีซ์ มอเตอร์ ปาร์ค จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมา

‘Ford 4x4 Driving Skills Training’ 2

ฟอร์ดเน้นย้ำการส่งมอบประสบการณ์ในการใช้งานรถฟอร์ดเพื่อเพิ่มความมั่นใจและความประทับใจผ่านการจัดกิจกรรมแก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาถือเป็นครั้งแรกที่ฟอร์ดได้จัดฝึกอบรมแบบออฟโรดระหว่างช่วงการแข่งขันรายการ TRRC สนามที่ 3 ที่จัดขึ้น ณ สนามกรังด์ปรีซ์ มอเตอร์ ปาร์ค จังหวัดกาญจนบุรี โดยมีลูกค้าฟอร์ดและคนที่ชื่นชอบการใช้งานรถแบบทางลุย หรือ ออฟโรดกว่า 70 คน เข้าร่วมกิจกรรมที่จัดขึ้น ประกอบด้วยการให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการขับขี่ออฟโรดและระบบความปลอดภัยจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ และลงสนามฝึกทักษะภาคปฏิบัติในช่วงบ่าย บนเส้นทางออฟโรดจำลองมากถึง 10 สถานี ณ สนาม Thailand 4×4 Academy ซึ่งเป็นสนามออฟโรดที่สร้างขึ้นมาเพื่อทดสอบสมรรถนะของรถขับเคลื่อนสี่ล้อโดยเฉพาะในสนามกรังด์ปรีซ์ มอเตอร์ ปาร์ค โดยเส้นทางออฟโรดจำลอง 10 สถานี ประกอบด้วย สถานีหลุมและหินสลับซ้ายขวา สถานีบ่อโคลน สถานีระนาดซุง สถานีเนินเอียงสไลด์ซ้าย-ขวา สถานีเนินดิน-เนินปูนสูงชัน สถานีฝายทดน้ำและลูกระนาดหินกรวด สถานีบ่อน้ำ สถานีเนินเอียง 45 องศาโค้งเสี้ยวพระจันทร์ สถานีน้ำตกกับสะพานซุง และสถานีบ่อทรายดูด เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสทุกบททดสอบสมบุกสมบันที่คอออฟโรดตัวจริงอาจพบเจอได้ และสามารถพัฒนาทักษะการควบคุมรถในสถานการณ์จริงได้อย่างมั่นใจ

‘Ford 4x4 Driving Skills Training’ 3

‘Ford 4x4 Driving Skills Training’ 2

 

 

‘Ford 4x4 Driving Skills Training’ 6

‘Ford 4x4 Driving Skills Training’ 8

ขณะเดียวกันลูกค้าและผู้ที่ชื่นชอบรถฟอร์ดที่ร่วมกิจกรรม ยังได้มีโอกาสเข้าชม พิธีเปิดการแข่งขันรถกระบะ ครอสคันทรีสุดโหด ไทยแลนด์ แรลลี่ เรด แชมเปี้ยนชิป หรือ TRRC สนามที่ 3 ที่ฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ร่วมกับฟีลลิค อินโนเวชัน มอเตอร์สปอร์ตนำรถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ หมายเลข 5 ขับโดย ไมเคิล ฟรีแมน และนำทางโดย ไชยยา ชมมาลี ลงแข่งบนเส้นทางสุดท้าทาย พิสูจน์สมรรถนะ ‘แกร่งจริงทุกคัน ดุดันทุกสถานการณ์’ ของรถกระบะสมรรถนะสูงที่ผลิตจากโรงงานบนสนามแข่ง ให้ลูกค้าคนรักฟอร์ดได้สัมผัสบรรยากาศความมันส์ของดีเอ็นเอ ‘ฟอร์ด เรซซิ่ง’ ถึงสนามแข่งจริง

‘Ford 4x4 Driving Skills Training’ 9

 

กิจกรรม Ford 4×4 Driving Skills Training เป็นส่วนหนึ่งของการตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านรถกระบะและรถยนต์อเนกประสงค์สมรรถนะสูงของฟอร์ด พร้อมสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าและผู้สนใจได้สัมผัสประสบการณ์ออฟโรดอย่างเต็มรูปแบบ ลูกค้าและผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารและการรับสมัครร่วมกิจกรรมได้ทางเฟซบุ๊ก ฟอร์ด

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เปิดประตูสู่อนาคตโลกยานยนต์ กับต้นแบบแห่งการขับขี่ยุคใหม่ที่ชาญฉลาดและยั่งยืน บีเอ็มดับเบิลยู Vision Neue Klasse

0
ฺBMW Vision Neue Klasse 1

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย พร้อมก้าวสู่ยุคใหม่ของโลกยานยนต์ด้วยวิสัยทัศน์แห่งอนาคตที่พร้อมให้ชาวไทยได้สัมผัสถึงกรุงเทพฯ กับการเผยโฉม บีเอ็มดับเบิลยู Vision Neue Klasse ยนตรกรรมต้นแบบสุดล้ำที่สะท้อนแนวคิดของนวัตกรรมการขับขี่ที่ชาญฉลาดและยั่งยืน โดยคำนึงถึงผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง สำหรับผู้สนใจสามารถเข้าร่วมสัมผัสก้าวแรกสู่ยุคใหม่ของบีเอ็มดับเบิลยูได้ใน งาน BMW Road to Neue Klasse : The Neue New ที่จัดขึ้น ณ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ในวันที่ 8-12 ตุลาคม 2568 นี้

ฺBMW Vision Neue Klasse   2

บีเอ็มดับเบิลยู Vision Neue Klasse เป็นรถยนต์ที่สรรสร้างด้วยมุมมองใหม่ พลิกแนวคิดด้านการเดินทางในทุกมิติเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่พลังงานไฟฟ้าที่เหนือชั้นกว่าเดิมและยั่งยืนกว่าที่เคย พร้อมนำพาสุนทรียภาพแห่งการขับขี่ที่เป็นหัวใจหลักของบีเอ็มดับเบิลยูให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น นับตั้งแต่งานออกแบบที่เรียบง่ายแต่สง่างาม ไปจนถึงเทคโนโลยีดิจิทัลที่ผสมผสานโลกจริงกับโลกเสมือนเข้าด้วยกันอย่างลงตัว บีเอ็มดับเบิลยู Vision Neue Klasse เปี่ยมด้วยประกายของความคิดสร้างสรรค์ที่กลั่นกรองออกมาในรูปทรงที่คุ้นเคยของรถยนต์ซีดานทรงสปอร์ต แต่กลับถ่ายทอดประสบการณ์และความรู้สึกที่แตกต่างไปจากอดีตและปัจจุบันในแทบทุกด้าน

ฺBMW Vision Neue Klasse  3

มร. เรเน่ แกร์ฮาร์ด ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เผยว่า “บีเอ็มดับเบิลยู Vision Neue Klasse เป็นมากกว่าแค่รถยนต์ต้นแบบที่มีนวัตกรรมแปลกใหม่ แต่เป็นภาพสะท้อนถึงแก่นแท้ของความเป็นบีเอ็มดับเบิลยู สืบทอดจิตวิญญาณของรถยนต์ Neue Klasse รุ่นดั้งเดิมจากช่วงทศวรรษ 1960 และต่อยอดมาสู่เทคโนโลยีแห่งอนาคตในยุคของการขับขี่อย่างยั่งยืนด้วยพลังงานไฟฟ้า วิสัยทัศน์ของเราสำหรับรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่กำลังจะมาถึง ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงกระบวนการออกแบบและผลิตรถยนต์ทุกรุ่น ทุกคัน ทุกรายละเอียด ที่ล้วนมุ่งขับเคลื่อนพันธกิจหลักของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ปให้เป็นจริง ด้วยยานยนต์ที่ตอบโจทย์ของ ผู้ใช้งานจริงได้มากกว่า ชาญฉลาดกว่า และสานต่อความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมได้มากกว่าที่เคย”

รูปลักษณ์ที่สะดุดตาของบีเอ็มดับเบิลยู Vision Neue Klasse นับเป็นการเปิดตัวแนวทางการออกแบบใหม่ของบีเอ็มดับเบิลยู ด้วยงานออกแบบที่สื่อถึงความสปอร์ตและปราดเปรียว ควบคู่ไปกับความนุ่มนวลที่สง่างาม บรรยากาศที่โปร่งสบายของตัวรถถูกขับเน้นขึ้นไปอีกด้วยสีตัวถัง Joyous Bright ซึ่งเป็นสีขาวสว่าง แต่งประกายโทนเหลืองอ่อนๆ ตัดกับโทนสีเข้มของชิ้นส่วนตกแต่งที่ทำจากวัสดุผสมลายหินอ่อน (Composite Marble) ด้านข้างตัวรถ มีเส้นสายทอดตามแนวยาวเพียงเส้นเดียว ช่วยดึงสายตาให้สังเกตเห็นจุดศูนย์ถ่วงของตัวรถที่อยู่ในระดับต่ำ เสริมความปราดเปรียวในการขับขี่ไปอีกขั้น ขณะที่ซุ้มล้อกว้างช่วยเสริมความโดดเด่นบนท้องถนน และสื่อถึงพละกำลังเต็มพิกัดจากระบบการขับขี่พลังงานไฟฟ้าแบบขับเคลื่อนสี่ล้อ

ฺBMW Vision Neue Klasse  4

ด้านหน้าของ Vision Neue Klasse สดใหม่ด้วยการนำเอกลักษณ์ของบีเอ็มดับเบิลยูอย่างกระจังหน้าทรงไตคู่ มาตีความด้วยมุมมองที่แตกต่าง โดยกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ถูกหลอมรวมเป็นชิ้นเดียวกับไฟหน้า ซึ่งประกอบไปด้วยไฟดวงเล็กจำนวนมาก โดยแต่ละดวงสามารถตั้งค่าการส่องสว่างได้แยกจากกัน ติดตั้งอยู่ใต้ผิวหน้าที่เป็นกระจกให้เกิดเป็นดีไซน์ที่จับทุกสายตาด้วยความลึกจากชิ้นส่วนที่เล่นระดับ ส่วนไฟส่องสว่างในเวลากลางวัน (Daytime Running Lights) มาในรูปแถบไฟเฉียงบริเวณด้านข้าง ทำมุมตัดกับชุดไฟหน้าหลัก แนวคิดการออกแบบชุดไฟหน้านี้ยังถูกนำไปปรับใช้กับไฟท้าย ซึ่งประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนที่ผลิตจากการพิมพ์แบบสามมิติ เพื่อสร้างรูปลักษณ์ที่มีมิติและความลึกในลักษณะเดียวกัน

ฺBMW Vision Neue Klasse  5
ห้องโดยสารของบีเอ็มดับเบิลยู Vision Neue Klasse ให้บรรยากาศที่เปิดกว้าง สว่าง พร้อมต้อนรับทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารทุกคน ด้วยพื้นผิวที่สะอาดตาในทุกองค์ประกอบ ปราศจากการตกแต่งด้วยโครเมียมหรือหนัง ทั้งช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างรูปโฉมที่ล้ำสมัยเหนือกาลเวลาไปพร้อมกัน แผงคอนโซลหน้ามาในโทนสีสว่าง
เข้ากันกับพวงมาลัยทรงตัดขอบบน-ล่างและจอแสดงผล Central Display แบบ OLED ที่ติดตั้งอยู่ตรงกลางได้เป็นอย่างดี ทั้งยังกลมกลืนไปกับดีไซน์ของคันเกียร์และจุดชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย หัวใจสำคัญของห้องโดยสาร

ฺBMW Vision Neue Klasse  6

โฉมใหม่นี้คือ เทคโนโลยี BMW Panoramic Vision ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบควบคุม BMW iDrive รุ่นใหม่ โดยเทคโนโลยีนี้สามารถฉายข้อมูลสำคัญไปยังระดับสายตาของผู้ขับขี่ ด้วยพื้นที่การแสดงผลที่ทอดยาวไปตลอดความกว้างของกระจกหน้ารถ ทั้งยังเปิดให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารเบาะหน้าสามารถโต้ตอบกับข้อมูลที่แสดงผลอยู่ จึงเกิดเป็นประสบการณ์การใช้งานร่วมกันที่ไม่เหมือนใคร โดยสามารถถ่ายโอนเนื้อหาจากจอแสดงผลกลางไปยัง BMW Panoramic Vision ได้อย่างอิสระ

ฺBMW Vision Neue Klasse  7

ในด้านการขับขี่ บีเอ็มดับเบิลยู Vision Neue Klasse ถือเป็นก้าวกระโดดครั้งสำคัญด้านนวัตกรรม ด้วยเทคโนโลยี BMW eDrive เจนเนอเรชันที่ 6 ซึ่งประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงในรูปแบบการขับเคลื่อนสี่ล้อ เซลล์แบตเตอรี่แบบกลมที่พัฒนาขึ้นใหม่ จัดเก็บพลังงานได้หนาแน่นกว่าแบตเตอรี่รุ่นปัจจุบันถึง 20% โดยรวมแล้ว ระบบ
ส่งกำลังของรถยนต์ต้นแบบรุ่นนี้สามารถเพิ่มระยะการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าได้สูงสุด 30% ชาร์จแบตเตอรี่ได้เร็วขึ้นสูงสุด 30% และเสริมประสิทธิภาพการใช้พลังงานของตัวรถในภาพรวมให้สูงขึ้น 25%

ฺBMW Vision Neue Klasse   9

นอกจากระบบส่งกำลังแล้ว บีเอ็มดับเบิลยู Vision Neue Klasse ยังขับเคลื่อนด้วยชุดควบคุมอิเล็กทรอนิกส์สมรรถนะสูงจำนวน 4 ชุดที่ทำหน้าที่ควบคุมฟังก์ชันสำคัญต่างๆ ของตัวรถ โดยเมื่อนับรวมกันแล้ว ชุดควบคุมทั้ง 4 มีสมรรถนะในการคิดคำนวณที่สูงกว่าระบบในรถยนต์รุ่นปัจจุบันถึง 20 เท่าตัว ทั้งนี้ หนึ่งใน 4 ชุดควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ใน Vision Neue Klasse มีชื่อว่า “Heart of Joy” และเป็นชุดควบคุมที่ทำหน้าที่ควบคุมการส่งกำลังและการควบคุมตัวรถ นับตั้งแต่มอเตอร์ไฟฟ้า เบรก การหมุนเวียนพลังงาน และฟังก์ชันบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับพวงมาลัย โดย “Heart of Joy” จะทำการคำนวณและวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการขับขี่จากทุกระบบ ทุกฟังก์ชัน และช่วยยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้ยิ่งเหนือชั้น ด้วยการประมวลผลข้อมูลที่รวดเร็วกว่าที่เคย และสามารถตอบสนองต่อผู้ขับขี่ได้โดยตรงยิ่งขึ้น

อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของนวัตกรรมดิจิทัลใน บีเอ็มดับเบิลยู Vision Neue Klasse คือระบบการเดินสายไฟเชื่อมโยงชิ้นส่วนต่างๆ ของตัวรถ ซึ่งผ่านการออกแบบและพัฒนามาให้ลดความซับซ้อนลงในทุกมิติ ออกมาเป็นสถาปัตยกรรม

การเดินสายไฟแบบแบ่งโซน (Zonal Wiring Harness Architecture) ซึ่งช่วยลดความยาวของสายไฟ ลง 600 เมตร และลดน้ำหนักสายไฟลงไปอีก 30% เมื่อเทียบกับรถยนต์รุ่นก่อนๆ ชุดสายไฟต่างๆ ในระบบนี้จะถูกแบ่งออกเป็นโซน ตามตำแหน่งภายในตัวรถ ทั้งด้านหน้ารถ กลางตัวรถ ท้ายรถ และบริเวณหลังคา โดยชุดควบคุมอิเล็คทรอนิกส์สมรรถนะสูงทั้ง 4 จะใช้การเชื่อมต่อข้อมูลแบบความเร็วสูงบริหารจัดการและรวบรวมข้อมูลจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดในโซนนั้นๆ จึงทำให้การเดินสายไฟเชื่อมโยงอุปกรณ์ทั้งหมดแบ่งออกตามโซนได้อย่างชัดเจน สามารถลดทั้งความยาว ความหนา และน้ำหนักของสายไฟที่นำมาใช้ได้

ฺBMW Vision Neue Klasse  8

“การนำยนตรกรรมต้นแบบรุ่นสำคัญนี้มาจัดแสดงในกรุงเทพฯ นับเป็นการเปลี่ยนวิสัยทัศน์ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ให้กลายเป็นคำมั่นสัญญาที่มั่นคงยิ่งขึ้น ให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงและสัมผัสได้ด้วยตนเอง นวัตกรรมล่าสุดที่อยู่ในบีเอ็มดับเบิลยู Vision Neue Klasse จะเป็นส่วนหนึ่งของรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่จะเข้าสู่สายการผลิตและเปิดตัวออกสู่ตลาด
ทั่วโลกในอีกไม่นาน” มร. แกร์ฮาร์ด กล่าวเสริม

ขอเชิญทุกท่านร่วมสัมผัสยานยนต์ต้นแบบแห่งอนาคต บีเอ็มดับเบิลยู Vision Neue Klasse ด้วยตัวเองที่โซน “Road to Neue Klasse” ณ ชั้น G เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ตั้งแต่วันที่ 8 ถึง 12 ตุลาคมนี้ โดยสามารถลงทะเบียนเพื่อเข้าชมและเลือกวัน-เวลาที่ต้องการได้ ที่นี่ นอกจากนี้ ผู้สนใจยังสามารถเพลิดเพลินไปกับงานออกแบบสุดพิเศษที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวิสัยทัศน์แห่งอนาคตของบีเอ็มดับเบิลยู โดยไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า

GWM จัดใหญ่ “TANK FEST 2025 and TOP RANK TANK MOD” ฉลองส่งมอบ NEW GWM TANK 300 DIESEL 5,000 คัน เฟสติวัลรวมพลคนรัก TANK ที่รวมสายออฟโรดและสายรถแต่งไว้ในงานเดียว 18 ตุลาคมนี้!

0
GWM Thailand 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” จากความสำเร็จของตระกูลรถออฟโรดทั้ง GWM TANK 300 และ GWM TANK 500 ที่ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามตั้งแต่เปิดตัว สู่จำนวน TANKER หรือผู้ใช้จริงที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าชาวไทยทั่วประเทศและเนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองการส่งมอบ NEW GWM TANK 300 DIESEL ครบ 5,000 คัน ปลุกกระแสคนรักรถ GWM TANK และการตกแต่ง รวมถึงเอาใจสายซิ่ง สายลุย และสายโหด GWM จึงจัดมหกรรมเฟสติวัลสุดยิ่งใหญ่ “TANK FEST 2025 and TOP RANK TANK MOD” ครั้งแรกในไทย เนรมิตพื้นที่ขนาดมหึมาเกือบ 50,000 ตารางเมตร ให้เป็นลานกิจกรรมสุดเร้าใจ เปิดพื้นที่สำหรับแฟนพันธุ์แท้ GWM TANK ทั้งสายออฟโรดและสายชิลล์ผู้ที่ชื่นชอบการแต่งรถให้เป็นพื้นที่ได้ปล่อยของ ปลดปล่อยจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างไร้ขีดจำกัด ผ่านกิจกรรมความสนุกที่อัดแน่นในทุกตารางนิ้ว ทั้งเวทีประกวดและจัดแสดงรถแต่ง การแข่งขันการขับขี่ออฟโรดสุดครีเอทีฟ สนามเทสต์สมรรถนะ GWM TANK กิจกรรมความสนุกอีกมากมาย พร้อมรับของที่ระลึกติดไม้ติดมือกลับบ้าน การันตีความอร่อยตลอดวันด้วยสตรีทฟู้ดกับ Food truck เจ้าดังจำนวนมาก รับชมการแสดงดนตรีคลอเคล้าบรรยากาศจากวงดนตรีชื่อดังตั้งแต่เช้าจรดเย็น พร้อมตบท้ายด้วยคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังยามค่ำคืน สำหรับผู้ที่สนใจทุกคนเข้าร่วมงานฟรีแบบไม่มีค่าใช้จ่าย จะมาคนเดียว มาเป็นคู่ เป็นแก๊งค์ หรือยกขบวนทั้งครอบครัว ปักหมุดแล้วมาเจอกัน วันเสาร์ที่ 18 ตุลาคม 2568 ณ ESC Park รังสิต จ.ปทุมธานี และวันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม 2568 สำหรับผู้ที่สนใจทดลองขับ GWM

GWM Thailand 2

ในงานนี้ GWM (Thailand) ได้แสดงถึงวัฒนธรรม GWM TANK ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ทั้ง GWM TANK 300 และ GWM TANK 500 รวมถึงจัดการประกวดรถแต่งครั้งใหญ่ ที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณของผู้ใช้ GWM TANK ทั่วประเทศ ที่ต้องการบ่งบอกสไตล์และตัวตนของตนเองที่ไม่ซ้ำใครผ่านการตกแต่งรถ กับกิจกรรมการแข่งขันการแต่งรถประเภท Performance หรือการเน้นสมรรถนะ และการแต่งรถประเภท Appearance ที่เน้นไปที่การแต่งเพื่ออวดโฉม อวดไอเดียความสวยงามในสไตล์ที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะสายออฟโรด GWM อยากชวนให้ได้สัมผัสของจริง พิสูจน์ด้วยตาเนื้อกับความเร้าใจของการแข่งขันการขับขี่บนสนามออฟโรดในเมืองที่สร้างสรรค์ขึ้นอย่างสุดครีเอทีฟ พร้อมจุดถ่ายภาพเพื่อชาวโซเชียลที่ไม่ควรพลาด รวมถึงยังมีโซนเกม โซน DIY และพื้นที่สำหรับเด็ก ๆ อีกด้วย ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ชาว TANKER ทั่วประเทศและผู้ที่รักการผจญภัยต้องไม่พลาดเช็คอินที่ “TANK FEST 2025 and TOP RANK TANK MOD” มหกรรมสุดยิ่งใหญ่เพื่อทุกคนอย่างแท้จริง สนุกได้ครบ จบในงานเดียว

GWM Thailand 3

เวยน์ โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวว่า “กระแสตอบรับที่อบอุ่นจากลูกค้าช่าวไทยที่มีต่อ GWM TANK ทำให้ชุมชนชาว TANKER เติบโตอย่างก้าวกระโดด แข็งแกร่ง และยั่งยืนอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของเราที่ต้องการสร้างการเติบโตและสานสัมพันธ์ผู้ใช้งาน GWM TANK ของเราในระยะยาวเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีกว่าและเหนือกว่า ผ่านมหกรรมเฟสติวัลครั้งใหญ่ครั้งแรกในไทย กับงาน “TANK FEST 2025 and TOP RANK TANK MOD” ขณะเดียวกัน ในงานนี้เราได้เตรียมเซอร์ไพรส์และปฏิวัติวงการรถกระบะในไทย ด้วย NEW GWM POER SAHAR DIESEL ที่จะเผยโฉมเป็นครั้งแรกในงานนี้อีกด้วย ผมขอเชิญชวน TANKER และชาวไทยทุกท่านไม่ว่าจะใช้รถรุ่นใดแบรนด์ใดก็สามารถมาร่วมสนุกกันในงานนี้ได้เช่นกันครับ”