Home Blog Page 32

“ฮอนด้า” จับมือทีม Aston Martin Aramco Formula One® เปิดตัวความร่วมมืออย่างเป็นทางการ พร้อมลุยศึก Formula 1 ฤดูกาล 2026

0
ฮอนด้า 1

บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด จัดงานแถลงข่าว ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการระหว่างฮอนด้าและทีม Aston Martin Aramco Formula One โดยฮอนด้าจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการแข่งขัน FIA*1 Formula One World Championship (F1) ตั้งแต่ฤดูกาล 2026 เป็นต้นไป ในฐานะผู้ผลิตและสนับสนุนเพาเวอร์ยูนิต (PU) ภายใต้ความร่วมมือแบบพันธมิตรกับทีม Aston Martin Aramco Formula One

ภาพรวมข้อมูลจากงานแถลงข่าวของผู้บริหารทั้ง 3 ท่าน ประกอบด้วย:

– นายโทชิฮิโระ มิเบะ ผู้อำนวยการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด

– นายสเตฟาโน โดเมนิคาลี ประธานและซีอีโอของ Formula 1

– นายลอว์เรนซ์ สโตรลล์ ประธานบริหารของทีม Aston Martin Aramco Formula One

*1 Fédération Internationale de lʼAutomobile

ฮอนด้า 2

<คำกล่าวของนายโทชิฮิโระ มิเบะ ผู้อำนวยการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด>

ความสำคัญและจุดเริ่มต้นของการเข้าร่วมการแข่งขัน F1 ของฮอนด้า

ย้อนกลับไปในปี 1964 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ฮอนด้าเริ่มก้าวเข้าสู่ธุรกิจจำหน่ายรถยนต์ บริษัทได้ตัดสินใจก้าวสู่ความท้าทายครั้งสำคัญด้วยการเข้าร่วมการแข่งขัน F1 ซึ่งถือเป็นซีรีส์การแข่งขันรถยนต์ที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก แม้ต้องเผชิญกับความท้าทายหลากหลายรูปแบบ แต่ฮอนด้าก็สามารถคว้าชัยชนะครั้งแรกในประวัติศาสตร์ F1 มาครองได้สำเร็จในปีที่ 2  ณ รายการ Mexican Grand Prix ในปี 1965 นับจากนั้นเป็นต้นมา ตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษที่ 1980 จนถึงต้นทศวรรษที่ 1990 ฮอนด้าได้ก้าวเข้าสู่ยุครุ่งเรืองร่วมกับทีมระดับตำนานอย่าง Williams และ McLaren และ ฮอนด้ายังคงสร้างโมเมนต์ประวัติศาสตร์อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดร่วมคว้าแชมป์โลกประเภทนักขับร่วมกับ Red Bull Racing ซึ่งกลายเป็นอีกบทพิสูจน์ของความมุ่งมั่นในการผลักดันขีดจำกัดของความเร็วและนวัตกรรมยานยนต์

ฮอนด้า 3

การเข้าร่วมแข่งขัน F1 ซึ่งนับเป็นสุดยอดของโลกแห่งยนตรกรรมและวงการมอเตอร์สปอร์ต สะท้อนถึงเจตนารมณ์และจิตวิญญาณของ นายโซอิจิโร ฮอนด้า ผู้ก่อตั้งบริษัท และเป็นผู้จุดประกายให้วิศวกรของฮอนด้า “มุ่งมั่นสู่การเป็นอันดับหนึ่งของโลก” และ “กล้าเผชิญกับความท้าทายที่ยากที่สุด” ซึ่งแนวคิดนี้ได้กลายเป็นรากฐานสำคัญที่ฮอนด้ายึดถือเสมอมา  โดยไม่หวั่นต่อความยากลำบาก และการเลือกเดินบนเส้นทางที่ท้าทายที่สุดเสมอ

ฮอนด้า 4

ความมุ่งมั่นของฮอนด้าต่อความท้าทายในยุคใหม่ของ F1

ในปี 2026 การแข่งขัน F1 จะมีการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบครั้งสำคัญ ทั้งในส่วนของพื้นฐานโครงสร้างแชสซีส์และเพาเวอร์ยูนิต โดยในส่วนของเพาเวอร์ยูนิตนั้น กำลังไฟฟ้าที่ผลิตจากมอเตอร์และแบตเตอรีจะถูกพัฒนาให้เพิ่มสูงขึ้นถึงเกือบ 3 เท่าจากปัจจุบัน พร้อมกำหนดให้เครื่องยนต์ต้องใช้เชื้อเพลิงยั่งยืน ที่มาพร้อมเทคโนโลยีขั้นสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือ เชื้อเพลิงทางเลือกใหม่ขั้นสูง ช่วยลดมลพิษและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ซึ่งหมายความว่า F1 กำลังก้าวสู่การเป็นมอเตอร์สปอร์ตแห่งอนาคต ที่ต้องเผชิญกับความท้าทายทั้งในด้านการใช้พลังงานไฟฟ้าและการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน นอกจากนี้ ภายใต้กฎควบคุมงบประมาณของ F1*2 กำหนดให้ผู้ผลิตเพาเวอร์ยูนิตแต่ละรายจำเป็นต้องเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนา เพื่อสร้างผลลัพธ์สูงสุดด้วยการใช้ทรัพยากรต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ฮอนด้า 5

ภายใต้ยุคใหม่ของ F1 ฮอนด้ามุ่งหวังให้การแข่งขัน F1 เป็นสัญลักษณ์แห่งความท้าทายและนวัตกรรมใหม่ โดย Honda Racing Corporation (HRC) หน่วยงานฝ่ายมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกของฮอนด้า ได้พัฒนา RA626H ซึ่งเป็นเพาเวอร์ยูนิตรุ่นใหม่สำหรับฤดูกาลแข่งขันปี 2026 ด้วยเป้าหมายในการก้าวสู่การเป็นอันดับหนึ่งของโลก ฮอนด้าจะยังคงเดินหน้าเผชิญกับทุกความท้าทายร่วมกับทีม Aston Martin Aramco Formula One ต่อไป

การนำโลโก้ H Mark ดีไซน์ใหม่มาใช้และการต่อยอดองค์ความรู้ของ HRC

รถแข่งที่ติดตั้งเพาเวอร์ยูนิต RA626H จะมีการใช้โลโก้ H Mark ดีไซน์ใหม่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ใหม่สำหรับธุรกิจรถยนต์ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการมุ่งขับเคลื่อนธุรกิจรถยนต์ฮอนด้าสู่อนาคตและจะปรากฏอยู่บนรถแข่ง F1 รวมถึงรถแข่งของฮอนด้าในรายการมอเตอร์สปอร์ตอื่น ๆ (ซึ่งมีแผนจะใช้ในรายการ IndyCar, Super GT, Super Formula Championship และ Super Taikyu Series)

นอกจากนี้ ฮอนด้าจะนำเทคโนโลยีและองค์ความรู้ ที่ HRC สั่งสมจากการแข่งขัน F1 และมอเตอร์
สปอร์ตรายการอื่น ๆ มาต่อยอด สู่การสร้างสรรค์รถยนต์รุ่น HRC-spec ซึ่งจะมอบสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือระดับ โดยจะทำให้กิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตของฮอนด้า มีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจรถยนต์มากยิ่งขึ้น โดยการนำยนตรกรรมรุ่น HRC-spec ออกสู่ตลาด ซึ่งรวมถึงรถยนต์รุ่นผลิตจริงที่พัฒนาต่อยอดมาจากรถต้นแบบอย่าง Civic Type R HRC Concept ซึ่งจะช่วยเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัสถึง “ความสนุกในการขับขี่” และ จิตวิญญาณแห่งความท้าทายของฮอนด้า

ฮอนด้า 6

ฮอนด้ามองว่า F1 ไม่ได้เป็นเพียงรายการการแข่งขันรถยนต์ระดับโลก แต่ยังเป็นพื้นที่ในการพัฒนาศักยภาพบุคลากร โดยวิศวกรของฮอนด้าที่ได้รับการฝึกฝนอย่างเข้มข้นในสนามแข่งขันระดับโลก จะนำประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้มาใช้ในการพัฒนารถยนต์รุ่นผลิตจริง เพื่อสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่มอบความสุขและแรงบันดาลใจที่ดียิ่งขึ้นให้แก่ลูกค้า

การประยุกต์ใช้และการต่อยอดเทคโนโลยีจาก F1 สู่การขับเคลื่อนแห่งอนาคต

ฮอนด้าได้นำเทคโนโลยีล้ำสมัยจาก F1 อาทิ เทคโนโลยีการเผาไหม้ประสิทธิภาพสูง (High-efficiency Combustion) และเทคโนโลยีการจัดการความร้อน (Thermal Management) เทคโนโลยีในด้านระบบเครื่องยนต์รอบสูง (High Rotational Speed) ที่ครอบคลุมถึงมอเตอร์กำลังสูงและระบบเทอร์โบชาร์จเจอร์ขนาดใหญ่ ตลอดจนเทคโนโลยีเชื้อเพลิงที่ยั่งยืน ไม่เพียงแต่จะถูกนำมาประยุกต์ใช้กับรถยนต์ HEV และรถยนต์ EV เจเนอเรชันถัดไปเท่านั้น แต่ยังต่อยอดไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่ขับเคลื่อนการเดินทางบนน่านฟ้าของฮอนด้า เช่น eVTOL และ เครื่องยนต์สำหรับอากาศยาน

องค์ความรู้ด้านเชื้อเพลิงที่ยั่งยืนของฮอนด้าได้ถูกนำไปต่อยอดสู่การพัฒนาเชื้อเพลิงสำหรับอากาศยานที่ยั่งยืน (SAFs) รวมถึงเชื้อเพลิงที่ใช้สำหรับขับเคลื่อน eVTOL ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนา ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีสำหรับชิ้นส่วนที่หมุนด้วยความเร็วสูง เช่น เทอร์โบและมอเตอร์ ยังได้รับการถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างวิศวกรเครื่องยนต์อากาศยานและทีมพัฒนาเพาเวอร์ยูนิตของ F1 เพื่อยกระดับนวัตกรรมผ่านการใช้งานจริงทั้งในสนามแข่งและบนฟ้า ก่อให้เกิดการประสานพลังที่พร้อมขับเคลื่อนเทคโนโลยีของฮอนด้าให้ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง

ฮอนด้าจะใช้เทคโนโลยีจาก F1 เป็นจุดเริ่มต้นในการขับเคลื่อนนวัตกรรมทางเทคโนโลยีสำหรับยานพาหนะที่ครอบคลุมทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ และทางอวกาศ พร้อมมีส่วนร่วมในการพัฒนาเทคโนโลยีการขับเคลื่อน รวมถึงการสร้างสรรค์สังคมที่ยั่งยืนให้เกิดขึ้นจริง

ความนิยมที่เพิ่มขึ้นของ F1 และความมุ่งมั่นของฮอนด้า

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ด้วยแรงสนับสนุนจากพันธมิตรสื่อทั้งทางทีวี คอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย บริการสตรีมมิ่งระดับโลก และภาพยนตร์ ทำให้ฐานผู้ติดตามของ F1 เติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก โดยในปี 2025 มีจำนวนแฟน F1 ทั่วโลกสูงถึง 827 ล้านคน และในการแข่งขัน Japanese Grand Prix เมื่อปีที่ผ่านมา ณ สนาม ซูซูกะเซอร์กิต ได้สร้างสถิติผู้ชมสูงสุดเป็นประวัติการณ์ นับตั้งแต่การปรับปรุงสนามครั้งใหญ่ในปี 2009 สะท้อนให้เห็นถึงกระแสความนิยมและความน่าตื่นเต้นที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ฮอนด้ามุ่งมั่นที่จะแบ่งปันความสุขแห่งชัยชนะร่วมกับแฟน ๆ ที่ให้การสนับสนุนมาอย่างยาวนาน รวมถึงแฟนคลับรุ่นใหม่ของ F1 และฮอนด้าด้วยเช่นกัน

นับตั้งแต่ฤดูกาลแข่งขันปี 2026 เป็นต้นไป ฮอนด้าจะดำเนินกิจกรรมในรายการ F1 ภายใต้โลโก้ใหม่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งพันธมิตรระหว่างฮอนด้าและ F1 โดยฮอนด้าจะร่วมกับทีม Aston Martin Aramco Formula One เพื่อถ่ายทอดความตื่นเต้นและความท้าทายในการก้าวสู่จุดสูงสุดของโลก และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการสนับสนุนในเส้นทางแห่งความท้าทายครั้งใหม่นี้ต่อไป

<คำกล่าวของนายสเตฟาโน โดเมนิคาลี ประธานและซีอีโอของ Formula 1>

นี่คือช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่งสำหรับวงการ F1 เมื่อฮอนด้าและทีม Aston Martin Aramco Formula One ได้ร่วมมือกันและก้าวเข้าสู่การแข่งขันเพื่อชิงรางวัลสูงสุดของ F1

การแข่งขัน Formula 1 เริ่มต้นจัดการแข่งขันในประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกในปี 1976 ก่อนจะย้ายมาจัดที่สนามซูซูกะในปี 1987 ทำให้การแข่งขัน F1 มีความผูกพันกับประเทศญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน โดยเป็นสังเวียนที่ใช้ตัดสินตำแหน่งแชมป์โลกประเภทนักขับมาแล้วถึง 13 ครั้ง โดยปัจจุบันความนิยมของ F1 กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องในญี่ปุ่น โดยมีฐานแฟนที่หลงใหลใน F1 อยู่กว่า 17 ล้านคน โดยการแข่งขัน Japanese Grand Prix ที่สนามซูซูกะเซอร์กิต เมื่อปีที่ผ่านมา มียอดผู้เข้าชมช่วงสุดสัปดาห์สูงถึง 266,000 คน และมียอดผู้ชมผ่านการถ่ายทอดสดในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นถึง 26% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า การกลับมาของฮอนด้าสู่ F1 ในปีนี้จะช่วยส่งเสริมศักยภาพของกีฬานี้ในตลาดญี่ปุ่นให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ในระดับสากล กีฬาชนิดนี้เติบโตอย่างต่อเนื่องโดยมีฐานแฟนคลับรวมกว่า 827 ล้านคนทั่วโลก โดยกลยุทธ์สำคัญของ F1 คือการเข้าถึงและสร้างความผูกพันกับผู้ชมผ่านพื้นที่สื่อที่เข้าถึงไลฟ์สไตล์ผู้คนในมิติที่เหนือความคาดหมาย ไม่ว่าจะเป็นด้านวัฒนธรรม ความบันเทิง ดนตรี รวมถึงสื่อโทรทัศน์และภาพยนตร์ ซึ่งการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของวงการมอเตอร์สปอร์ตนี้ส่งผลดีต่อผู้เกี่ยวข้องในทุกภาคส่วน ปัจจุบันทีมแข่ง F1 กำลังเติบโตและอยู่ในภาวะที่เฟื่องฟูทั้งด้านภาพลักษณ์และการเงินจนสามารถดึงดูดผู้สนับสนุนระดับบริษัทยักษ์ใหญ่ชั้นนำจำนวนมาก สะท้อนถึงเสน่ห์และศักยภาพของ F1 ที่มีความน่าดึงดูดใจอย่างเหนือระดับในสายตาแบรนด์ระดับโลก

การปฏิรูปกฎระเบียบครั้งสำคัญสำหรับฤดูกาล 2026 ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดให้ฮอนด้าตัดสินใจ หวนคืนสู่สังเวียนนี้อีกครั้ง โดยกฎใหม่ดังกล่าวจะมีการปรับปรุงทั้งในส่วนของพื้นฐานโครงสร้างแชสซีส์ และเพาเวอร์ยูนิต ซึ่งนับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของวงการ F1 ไฮไลต์สำคัญคือ การนำเครื่องยนต์ไฮบริดที่มีโครงสร้างเรียบง่ายขึ้นแต่ขับเคลื่อนด้วยการใช้พลังงานเชื้อเพลิงยั่งยืนให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยยังคงไว้ซึ่งสมรรถนะการขับขี่อันทรงพลังและยอดเยี่ยมเช่นเดิม

F1 สะท้อนให้เห็นถึงพันธสัญญาของฮอนด้า และทีม Aston Martin Aramco Formula One ในการขับเคลื่อนความยั่งยืน และกำลังดำเนินงานตามแผนเพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2030 โดยเมื่อปี 2024 ที่ผ่านมา สามารถลดการปล่อยคาร์บอนลงได้ถึง 26% เมื่อเทียบกับปี 2018 โดย F1 พร้อมเปิดรับนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น และยังคงร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรอย่างฮอนด้าเพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดและยกระดับมาตรฐานของวงการมอเตอร์สปอร์ตต่อไป

<คำกล่าวของนายลอว์เรนซ์ สโตรลล์ ประธานบริหารของทีม Aston Martin Aramco Formula One>

นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เดินทางมายังประเทศญี่ปุ่นเพื่อเฉลิมฉลองความร่วมมือครั้งใหม่ ทีม Aston Martin Aramco Formula One และฮอนด้า ต่างมีอุดมการณ์ที่สอดคล้องกันในหลายด้าน ซึ่งได้หล่อหลอมเป็นพันธสัญญาที่แข็งแกร่งเพื่อมุ่งสู่ฤดูกาล 2026 และต่อยอดความสำเร็จร่วมกันอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต

Aston Martin Technology Centre แห่งใหม่ ณ เมืองซิลเวอร์สโตน สหราชอาณาจักร ได้ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กรในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยมีอุโมงค์ลมแห่งใหม่ เป็นนวัตกรรมสำคัญในการพัฒนารถแข่ง พร้อมด้วย ดาต้าเซ็นเตอร์ ที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างเพื่อยกระดับขีดความสามารถของทีมไปอีกขั้น เรามุ่งมั่นที่จะทลายทุกข้อจำกัดและทำงานอย่างไม่หยุดยั้ง โดยมีเป้าหมายคือความสำเร็จในอนาคตเป็นหัวใจสำคัญ

ทีม Aston Martin Aramco Formula One กำลังก้าวเข้าสู่การเป็นพันธมิตรโรงงานร่วมกับฮอนด้าอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งในส่วนของพื้นฐานโครงสร้างแชสซีส์และเพาเวอร์ยูนิต จะถูกออกแบบและรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญต่อความมุ่งมั่นในการคว้าแชมป์โลก นอกจากนี้ ทีมยังภาคภูมิใจที่ได้ร่วมงานกับ Aramco ในฐานะผู้สนับสนุนเชื้อเพลิงที่ยั่งยืน และ Valvoline สำหรับผลิตภัณฑ์สารหล่อลื่นเป็นครั้งแรก พันธมิตรที่แข็งแกร่งเหล่านี้คือหัวใจสำคัญสู่ความสำเร็จ เราขอขอบคุณฮอนด้า Aramco และ Valvoline ที่ร่วมแบ่งปันวิสัยทัศน์และทุ่มเททำงานเคียงข้างกันอย่างเต็มกำลัง

ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างฐานปฏิบัติการของทีม Aston Martin Aramco Formula One ในสหราชอาณาจักร และ HRC Sakura ในประเทศญี่ปุ่น ได้พัฒนาสู่การเป็นพันธมิตรที่แน่นแฟ้นและเพียบพร้อมด้วยองค์ประกอบสำคัญสู่ชัยชนะ นอกจากนี้ นักแข่งของทีมยังมีความเชื่อมั่นในเพาเวอร์ยูนิตและทีมวิศวกรของฮอนด้า ขณะเดียวกัน การก้าวเข้ามารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ ของนายแอนดี้ โคเวลล์ ยังเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนถึงการผสานการทำงานอย่างเป็นเอกภาพของทุกฝ่าย ซึ่งความเชี่ยวชาญระดับโลกของนายแอนดี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยให้ทีมก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

ขอเชิญชวนแฟน ๆ ของทีม Aston Martin Aramco Formula One ทุกท่านในญี่ปุ่น มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางครั้งสำคัญเพื่อมุ่งสู่ชัยชนะ และด้วยความร่วมมือกับฮอนด้า ทีมงานทุกคนพร้อมทุ่มเทอย่างสุดความสามารถเพื่อคว้าชัยชนะและสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ไปด้วยกัน นับเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเดินทางไปกับทุกคน และขอขอบคุณทุกแรงใจและการสนับสนุนที่มีให้เราเสมอมา

 

 

Miss Motor Show 2026 การกลับมาในรอบ 6 ปี ของเวทีแห่งโอกาสที่ปลุกพลังผู้หญิงยุคใหม่ บนเวทีงานยานยนต์ระดับชาติ ชิงรางวัลรวมกว่า 700,000 บาท เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ – 10 กุมภาพันธ์ 2569

0
Miss Motor Show 2026 1

บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์” ครั้งที่ 47 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1–3 เมืองทองธานี ประกาศการกลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ของการประกวด Miss Motor Show 2026 หลังจากห่างหายไปนานกว่า 6 ปี

มิส มอเตอร์โชว์ 2

การประกวดที่เคยสร้างตำนานและแจ้งเกิดผู้หญิงคุณภาพจำนวนมาก กลับมาอย่างสมศักดิ์ศรี พร้อมยกระดับสู่เวทีที่ไม่ได้วัดกันเพียงความสวยงาม แต่เปิดพื้นที่ให้ผู้หญิงยุคใหม่ได้แสดง ตัวตน ความคิดสร้างสรรค์ บุคลิกภาพ และศักยภาพรอบด้าน อย่างแท้จริง เวทีแห่งเกียรติยศครั้งนี้มาพร้อมความเข้มข้น ทันสมัย และท้าทายยิ่งกว่าเดิม Miss Motor Show 2026 เปิดโอกาสให้ผู้หญิงรุ่นใหม่ที่มีความมั่นใจ กล้าแสดงออก และมีแพสชันด้าน ยานยนต์ เทคโนโลยี หรือแฟชั่น ได้ก้าวขึ้นมาเปล่งประกายในแบบของตัวเอง พร้อมเชื่อมต่อโลกของแฟชั่น สื่อ และอุตสาหกรรมยานยนต์เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

ผู้เข้าประกวดจะได้สัมผัสประสบการณ์จริงบนเวทีงานยานยนต์ระดับนานาชาติ พัฒนาทักษะการสื่อสาร บุคลิกภาพ และความมั่นใจแบบมืออาชีพ พร้อมต่อยอดสู่บทบาทในสายงานพรีเซนเตอร์ ครีเอเตอร์ นางแบบ อินฟลูเอนเซอร์ และตัวแทนประชาสัมพันธ์ภายในงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์” ครั้งที่ 47 พร้อมรับรางวัลทุนการศึกษารวมมูลค่ากว่า 700,000 บาท

สำหรับคุณสมบัติผู้สมัคร

  • เพศหญิง อายุระหว่าง 18 – 24 ปี
  • บุคลิกภาพดี รูปร่างสมส่วน
  • มั่นใจ กล้าแสดงออก และมีทักษะการสื่อสารที่ดี
  • สนใจหรือมีแพสชันด้านยานยนต์ เทคโนโลยี หรือแฟชั่น
  • สนุกกับการทำคอนเทนต์ (ภาพถ่าย / วิดีโอ)
  • ประวัติดี ไม่มีสัญญาผูกพันที่ขัดแย้ง
  • สามารถปฏิบัติหน้าที่เป็นตัวแทนประชาสัมพันธ์กิจกรรมภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ได้อย่างเหมาะสม         

เปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่วันนี้–10 กุมภาพันธ์2569 สนใจสมัครได้ที่  https://forms.gle/u1eFU9BejeSrHtsr6  นี่คือโอกาสครั้งสำคัญที่จะได้ ยืนบนเวทีในตำนาน และเริ่มต้นเส้นทางใหม่ที่มากกว่าคำว่า “ผู้หญิงยุคใหม่” ถ้าคุณพร้อมจะเปล่งประกาย และเชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเอง ตำแหน่ง Miss Motor Show 2026 กำลังรอคุณอยู่ 

 

 

 

“บีวายดี ประเทศไทย” คว้าสองรางวัลจากเวที Asia Automotive Award 2025 สาขาขยายเครือข่ายยอดเยี่ยม และ จัดนิทรรศการโดดเด่น

0
BYD Thailand 1

บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ภายใต้ กลุ่มธุรกิจเรเว่ ผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานใหม่ บีวายดี และ เดนซ่า อย่างเป็นทางการในประเทศไทย พิสูจน์ความยอดเยี่ยมในการบริหารงาน หลัง บีวายดี ประเทศไทย คว้ารางวัลยอดเยี่ยมจากเวที Asia Automotive Award 2025 (AAA) สองรางวัลในสาขา Automotive Fast Growing Network Excellence Award และ Automotive Event Excellent Award โดยในพิธีมี นายจิรศักดิ์ ชื่นอารมย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด เป็นผู้แทนบริษัทฯ เข้ารับรางวัล

BYD Thailand 2

รางวัลสุดยอดยานยนต์เอเชีย Asia Automotive Award 2025 จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 5 ภายใต้ความร่วมมือของหลายภาคส่วน นับเป็นครั้งแรกที่จัดขึ้นนอกประเทศมาเลเซีย และจัดขึ้นที่ประเทศไทย พิสูจน์ศักยภาพของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้นำของภูมิภาค ในส่วนของรางวัลนั้นได้รับการยอมรับในฐานะเครื่องหมายแห่งความเป็นเลิศ ของอุตสาหกรรมยานยนต์ในเอเชีย ครอบคลุมกว่า 11 สาขา และมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จากหลากหลายประเทศ ร่วมพิจารณาตัดสินอย่างเข้มงวดและโปร่งใส

  • Automotive Fast Growing Network Excellence Award – รางวัลธุรกิจยานยนต์ที่มีอัตราการเติบโต ของเครือข่ายโดดเด่น

บีวายดี ประเทศไทย และ เรเว่ เดินหน้าขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายและศูนย์บริการอย่างต่อเนื่อง ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคว่า สามารถเข้ารับบริการได้ที่สาขาใดก็ได้ ซึ่งล้วนพร้อมให้บริการด้วยมาตรฐานเดียวกัน ในปัจจุบัน บีวายดี ประเทศไทย และ เรเว่ มีเครือข่ายผู้จำหน่ายและศูนย์ บริการรถยนต์ บีวายดี และ เดนซ่า รวมทั้งหมด 171 สาขา ทั้งยังมีเป้าหมายขยายเครือข่ายต่อให้ครบ 200 สาขา ภายในปี 2569 เพื่อยกระดับประสบการณ์ การครอบครองยานยนต์พลังงานใหม่ ให้ผู้ใช้งานอุ่นใจบนทุกเส้นทาง

BYD Thailand 3

  • Automotive Event Excellent Award – รางวัลธุรกิจยานยนต์ที่มีการจัดงานอีเวนท์โดดเด่น

นอกจากจะเดินหน้าสร้างประสบการณ์ การครอบครองยานยนต์พลังงานใหม่ให้กับเจ้าของรถยนต์ บีวายดี และ เดนซ่า แล้ว บีวายดี ประเทศไทย และ เรเว่ ยังยกระดับประสบการณ์การเข้าชมนิทรรศการยานยนต์ ด้วยเป้าหมายที่จะเชิญชวนให้ผู้บริโภคชาวไทย ได้ทำความรู้จักกับนวัตกรรม และเทคโนโลยีล่าสุดของรถยนต์พลังงานใหม่ได้ดียิ่งขึ้น นำไปสู่การจัดนิทรรศการยานยนต์ที่โดดเด่นอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังมีรูปแบบที่หลากหลายและแตกต่าง พร้อมมอบความรู้และเพลิดเพลินให้กับผู้เยี่ยมชมงาน

BYD Thailand 4

นอกจากมีการจัดแสดงยานยนต์บนพื้นที่ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของงานมอเตอร์โชว์ ในปี 2025 แล้ว บีวายดี ประเทศไทย และ เรเว่ ยังจัดงาน BYD LAB เป็นครั้งแรกของไทย บนพื้นที่จัดแสดงกว่า 5,000 ตร.ม. ให้ผู้เข้าชมงานได้สัมผัสนวัตกรรมรถยนต์ล่าสุด ผ่านกิจกรรมที่น่าตื่นตา ทั้งการใช้กล้อง Interactive AR เพื่อศึกษาเทคโนโลยีในรถยนต์ผ่านภาพเสมือนจริง พร้อมด้วยไฮไลท์สาธิตรถยนต์ขับเคลื่อนเหนือผิวน้ำของ Yangwang U8 ในสระน้ำลึก 1.5 เมตร นับเป็นปรากฎการณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อนในประเทศไทย ทั้งยังมีรถยนต์ บีวายดี ทุกรุ่น ให้ได้ทดลองขับในงานอีกด้วย

รางวัล Automotive Fast Growing Network Excellence Award และ Automotive Event Excellent Award จากเวที Asia Automotive Award 2025 เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่า บีวายดี ประเทศไทย และ เรเว่ มุ่งมั่นที่จะยกระดับวงการยานยนต์พลังงานใหม่ ในประเทศไทยอย่างรอบด้าน เพื่อให้เกิดเป็นวัฏจักรของยานยนต์พลังงานใหม่ที่สมบูรณ์ ซึ่งจะนำไปสู่ความยั่งยืนทั้งในเรื่องของสิ่งแวดล้อม และ อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยต่อไป

 

 

“ฟอร์ด”ขยายลงทุนเชิงกลยุทธ์ในไทย เข้าซื้อโรงงานที่ระยอง เพื่อขยายฐานการผลิต

0
ฟอร์ด 1

ในโอกาสก้าวเข้าสู่ปีที่ 30 ของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี ประเทศไทย ได้ลงนามในสัญญาเข้าซื้อโรงงานประกอบรถยนต์เดิมของซูซูกิในจังหวัดระยอง ซึ่งตั้งอยู่ติดกับโรงงานฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง (FTM) เพื่อยกระดับฐานการผลิตและสนับสนุนกลยุทธ์การเติบโตในระยะยาวของภูมิภาคอย่างยั่งยืน

ปัจจุบัน โรงงาน FTM และออโต้ อัลลายแอนซ์ ประเทศไทย (AAT) คือหัวใจสำคัญของเครือข่ายการผลิตในระดับภูมิภาคของฟอร์ด โดยเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกรถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ และรถยนต์อเนกประสงค์ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ไปทั้งในประเทศไทยและตลาดอื่นๆ ในภูมิภาค ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 3 ทศวรรษที่ผ่านมา ฟอร์ดได้ตอกย้ำความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทยด้วยยอดเงินลงทุนสะสมมากกว่า 1.33 แสนล้านบาท (3.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)

ฟอร์ด 2

พื้นที่โครงการแห่งใหม่นี้ครอบคลุมอาณาบริเวณกว่า 412.5 ไร่ (66 เฮกตาร์) พร้อมพื้นที่อาคารรวม 65,000 ตารางเมตร โดยโรงงานเดิมก่อสร้างขึ้นในปี 2555 จุดเด่นสำคัญ คือทำเลที่ตั้งซึ่งอยู่ติดกับโรงงานเอฟทีเอ็ม (FTM) และอยู่ในเขตปลอดอากร ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความคล่องตัวในการดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญ การขยายฐานการผลิตครั้งนี้จะเสริมความยืดหยุ่นให้ฟอร์ดพร้อมรองรับความต้องการรถยนต์ในหลากหลายกลุ่มประเภท (segment) ทั่วภูมิภาค และยกระดับศักยภาพการผลิตของไทยในระยะยาว

ฟอร์ด 3

“การลงทุนในครั้งนี้เป็นเครื่องยืนยันถึงบทบาทสำคัญของประเทศไทย ภายในเครือข่ายการผลิตระดับโลกของฟอร์ด” อังเดร คาวาลาโร ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ กลุ่มตลาดนานาชาติ (International Market Group) กล่าว “เรามีความภาคภูมิใจในศักยภาพของทีมงานและมาตรฐานรถยนต์ระดับโลกที่ผลิตขึ้นจากฐานการผลิตแห่งนี้ ซึ่งการเข้าซื้อโรงงานจะช่วยเสริมขีดความสามารถและสร้างความยืดหยุ่นในการผลิตอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทั้งในประเทศและระดับภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด”

ฟอร์ด 7

นายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า “ในวาระที่ฟอร์ดกำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 30 ของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย การเข้าซื้อโรงงานที่มีศักยภาพและเทคโนโลยีล้ำสมัยแห่งนี้ คือหลักฐานสำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ของฟอร์ดที่มีต่อประเทศไทย นอกจากนี้ยังเป็นการตอกย้ำเจตนารมณ์ของเราในการเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์และเศรษฐกิจไทยในระยะยาว พร้อมยกระดับบทบาทของประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางยุทธศาสตร์ด้านการผลิตและการส่งออกของฟอร์ดในภูมิภาคอย่างแท้จริง

ฟอร์ดเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่ความยั่งยืน ผ่านการสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่ครอบคลุมทั้งในและนอกเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยฟอร์ดพร้อมสนับสนุนนโยบายรัฐที่เอื้อต่อการลงทุนระยะยาวและการผลิตด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงที่มีมูลค่า นอกจากนี้ เรายังให้ความสำคัญกับการยกระดับทักษะบุคลากรด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อสอดรับกับเป้าหมายระดับชาติในการส่งเสริมการผลิตในประเทศ ตอกย้ำฐานะของประเทศไทยในฐานะฐานการส่งออกที่สำคัญ และพัฒนาศักยภาพแรงงานไทยอย่างยั่งยืน

ฟอร์ด 8

เมื่อการซื้อขายเสร็จสมบูรณ์ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า ฟอร์ดจะทำการประเมินแผนการบูรณาการพื้นที่แห่งนี้ให้เข้ากับโครงสร้างการดำเนินงานเดิมอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งวิเคราะห์ศักยภาพเพื่อรองรับแผนการผลิตในอนาคต

 

“IMC สื่อสากล” เผยแนวคิด MOTOR EXPO 2026 “โน่น นี่ นั่น สารพันยานยนต์”

0
MOTOR EXPO 2026 1

“IMC สื่อสากล” เผยแนวคิด“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43” เพื่อมอบความสุขสมหวังให้แก่บรรดาคนรักยานยนต์ ทุกประเภท ทุกรุ่น ทุกแบรนด์ อย่างครบครัน

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธาน บริษัท สื่อสากล จำกัด และประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43” เผยว่า แนวคิดของการจัดงานปีนี้ ต้องการสื่อถึงงาน “มหกรรมยานยนต์” ที่รวบรวมรถยนต์ทุกประเภท และทุกระดับราคา เพื่อให้ผู้บริโภคได้ชม และเลือกซื้อตามความต้องการ นอกจากนี้ ยังมียานยนต์ประเภทอื่นที่ได้รับความนิยมสูง ทั้งจักรยานยนต์ และเรือ

MOTOR EXPO 2026  2

พื้นที่งานทุกตารางนิ้ว เต็มไปด้วยรถยนต์ประเภทต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ซีดาน, สปอร์ท, เอสยูวี, ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี, เอมพีวี, พิคอัพ ฯลฯ แต่ละประเภทล้วนเป็นรุ่นล่าสุดในตลาด ยิ่งกว่านั้น รถเหล่านี้ยังมีความหลากหลายในด้านต่างๆ อาทิ ระบบขุมกำลัง แบบเครื่องยนต์สันดาปภายใน เชื้อเพลิงเบนซิน และดีเซล, แบบไฮบริด, พลัก-อิน ไฮบริด และแบบไฟฟ้า 100 % ระบบขับเคลื่อน แบบ 2 ล้อ และ 4 ล้อ ระบบอำนวยความสะดวก ตั้งแต่ระดับพื้นฐาน ถึงระดับช่วยขับอัตโนมัติ ขณะที่ราคาจำหน่าย เริ่มตั้งแต่หลักแสนต้น จนถึงหลักหลายล้านบาท ส่วนจักรยานยนต์ ก็มีให้เลือกทุกรูปแบบ ทุกขนาดเครื่องยนต์ และทุกระดับราคา เช่นเดียวกัน

นี่คือจุดเด่นของงาน “มหกรรมยานยนต์” และด้วยความมุ่งมั่นที่จะมอบความสุขสมหวังให้แก่บรรดาคนรักยานยนต์ ที่ต้องการสัมผัสรถยนต์ และจักรยานยนต์ ทุกรุ่นทุกแบรนด์อย่างครบครัน เราจึงกำหนดแนวคิดของงานปีนี้ว่า “โน่น นี่ นั่น สารพันยานยนต์ – Here, There and Every Car”

MOTOR EXPO 2026  3

งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43” จะจัดขึ้น ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 2-13 ธันวาคม 2569 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ motorexpo.co.th และทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล”

 

“มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย” จัดการแข่งขันทักษะรถยนต์มิตซูบิชิ ครั้งที่ 25 เดินหน้าพัฒนาบุคลากรสู่การบริการลูกค้าระดับมาตรฐานสากล พร้อมฉลอง 2 ตัวแทนไทยคว้ารางวัลจากเวทีการแข่งขันทักษะการบริการระดับโลก!

0
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย 111

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศผล 7 สุดยอดฝีมือ ผู้ชนะเลิศจากการแข่งขันทักษะรถยนต์มิตซูบิชิ ครั้งที่ 25 ณ สถาบันการศึกษาและฝึกอบรม มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการยกระดับศักยภาพบุคลากรทั้งด้านการขายและบริการหลังการขาย เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า โดยการแข่งขันปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “เชื่อมต่อความเชี่ยวชาญ สู่ประสบการณ์ที่ประทับใจให้กับลูกค้า” ผ่านหัวใจแห่งการบริการ 3 มิติ ได้แก่ ความเชี่ยวชาญ (Expertise) การสร้างประสบการณ์ที่ดี (Experience) และบริการที่ยอดเยี่ยม (Excellence) พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังได้ร่วมฉลองความสำเร็จของตัวแทนประเทศไทย ที่สามารถสร้างชื่อเสียงด้วยการคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ประเภทช่างเทคนิควิเคราะห์ปัญหา และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ประเภทที่ปรึกษางานบริการ จากการแข่งขันทักษะการบริการระดับโลก ประจำปี 2568 ณ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นเครื่องยืนยันคุณภาพของบุคลากรไทยในระดับสากล

มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การแข่งขันทักษะรถยนต์มิตซูบิชิ ถือเป็นเวทีสำคัญในการพัฒนามาตรฐานการบริการอย่างรอบด้านในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การให้คำปรึกษา ไปจนถึงงานซ่อมบำรุง เราเชื่อมั่นในปรัชญา ‘KOE’ () การรับฟังเสียงของลูกค้า และ ‘KANDO’ (感動) การสร้างความประทับใจในทุกจุดสัมผัสของงานบริการและผลิตภัณฑ์ คุณค่าที่แท้จริงเกิดจากการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับความใส่ใจในทุกรายละเอียดและความรู้สึกของลูกค้า

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย 4

 

การแข่งขันนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการเสริมทักษะของพนักงานผู้จำหน่ายเท่านั้น แต่เป็นรากฐานสำคัญที่ส่งต่อความสำเร็จ
สู่เวทีระดับโลก ซึ่งรางวัลที่ตัวแทนประเทศไทยได้รับ ล้วนเป็นบทพิสูจน์ว่ามาตรฐานงานบริการของไทยนั้นทัดเทียมระดับสากล และเราพร้อมนำมาตรฐานระดับโลกนี้ มาส่งมอบผ่านเครือข่ายศูนย์บริการกว่า 185 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าทุกคนจะได้รับประสบการณ์ที่ดี เสริมสร้างความเชื่อมั่น และความพึงพอใจสูงสุดในทุกพื้นที่

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย 1

การแข่งขันทักษะรถยนต์มิตซูบิชิครั้งที่ 25 นี้ มีผู้เข้าแข่งขันรวมทั้งสิ้นกว่า 4,235 คน ผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้น เหลือเพียง65 คน ในรอบชิงชนะเลิศ เพื่อเฟ้นหาผู้ชนะเลิศ 7 คน ที่เป็นที่สุดของแต่ละประเภทงานบริการ ครอบคลุมสถานีทดสอบทั้ง 7 ประเภทงานบริการลูกค้าอย่างครบวงจร เริ่มตั้งแต่ ที่ปรึกษาการขาย (Sales Consultant) ที่พร้อมให้ข้อมูลด้านผลิตภัณฑ์ ทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้า รวมถึงพาลูกค้าไปทดลองขับรถยนต์ เพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อ ตามด้วย เจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์ (Customer Relations Officer) ดูแลการสื่อสารและการนัดหมาย รวมถึงช่วยคลายความกังวลของลูกค้า เมื่อเข้าสู่ขั้นตอนการรับบริการ ที่ปรึกษางานบริการ (Service Advisor) จะเป็นตัวกลางสำคัญระหว่างลูกค้าและฝ่ายเทคนิค รับฟังความต้องการและให้คำแนะนำที่เหมาะสม เพื่อแก้ไขปัญหาให้ได้อย่างตรงจุด ในขั้นตอนของการตรวจสอบและซ่อมบำรุง ช่างเทคนิคเช็กระยะ (Periodic Maintenance Technician) จะรับผิดชอบการตรวจเช็ก บำรุงรักษาตามระยะ อย่างถูกต้องและเป็นระบบ โดยมุ่งเน้นความรวดเร็วและความปลอดภัย ส่วน ช่างเทคนิควิเคราะห์ปัญหา (Diagnostic Technician) จะทำงานประสานกับศูนย์บริการอย่างใกล้ชิด เพื่อวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาทางเทคนิคอย่างแม่นยำ ควบคู่ไปกับ เจ้าหน้าที่อะไหล่ (Parts Officer) ที่ดำเนินการบริหารจัดการอะไหล่ให้พร้อมสนับสนุนงานซ่อมบำรุงให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า และในกรณีที่รถยนต์ได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุ ที่ปรึกษางานบริการศูนย์ซ่อมสีและตัวถัง (Service Advisor (BP)) จะดูแลงานซ่อมสีและตัวถังให้ได้คุณภาพตามมาตรฐานของแบรนด์ ด้วยศูนย์ซ่อมสีและตัวถังกว่า 90 แห่ง
ทั่วประเทศ

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย 2

ไฮไลต์สำคัญของการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในปีนี้ คือการนำ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี มาใช้เป็นรถยนต์หลักในการจำลองสถานการณ์การแข่งขัน เนื่องจากเป็นรถยนต์ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าในปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ พร้อมฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ การเลือกใช้รถยนต์รุ่นนี้ผู้เข้าแข่งขันจะได้ทดสอบความรู้ ความแม่นยำ และความพร้อมเชิงเทคนิคในการวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาที่หลากหลายที่อาจเกิดขึ้นจริง เพื่อสะท้อนถึงศักยภาพในการให้บริการ และการรับมือกับเทคโนโลยียานยนต์รุ่นใหม่ได้อย่างถูกต้องและมั่นใจ

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย 5

รางวัลชนะเลิศ ประเภทที่ปรึกษาการขาย

นายปรเมษฐ์ ยุทธานันท์ บริษัท มิตซู ช.เอราวัณ นครปฐม จำกัด

“ที่ปรึกษาการขายไม่ใช่แค่แนะนำรถ แต่คือการรับฟังลูกค้าอย่างแท้จริง ถ้าเราตั้งใจ ความสำเร็จก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมครับ”

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย  6

รางวัลชนะเลิศ ประเภทเจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์

นางสาวบุษยา สุทธินันท์ บริษัท มิตซูเจียงหนองคาย จำกัด (สำนักงานใหญ่)

“เราต้องดูแลลูกค้าเหมือนที่เราอยากได้รับการดูแล นี่คือคติประจำใจที่ดิฉันยึดมั่นมาตลอดในการทำงานค่ะ

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย  6

รางวัลชนะเลิศ ประเภทที่ปรึกษางานบริการ

นางสาวธนพรรณ จินดาพล บริษัท เธียรสิน มอเตอร์ส จำกัด

“ความเข้าใจและความใส่ใจ คือหัวใจของหน้าที่บริการ การรักษามาตรฐานให้ดีในทุกวัน คือสิ่งที่พาดิฉันมาถึงความสำเร็จในวันนี้ค่ะ

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย  7

รางวัลชนะเลิศ ประเภทช่างเทคนิคเช็กระยะ

นายสุรศักดิ์ เอี่ยมใย บริษัท เอจีอี ออโต้ แกลเลอรี่ จำกัด

“ทุกการตรวจเช็กคือความรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของลูกค้า และรางวัลนี้คือความคุ้มค่าของการฝึกฝนครับ

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย 7

รางวัลชนะเลิศ ประเภทช่างเทคนิควิเคราะห์ปัญหา

นายอนุรักษ์ ใหม่จันทร์ บริษัท แสงชัยมอเตอร์เซลส์ จำกัด (สาขาแม่โจ้)

“แม้จะมีแรงกดดัน แต่หากเราใจเย็นและทำตามมาตรฐาน ทุกอย่างจะออกมาดีครับ ทุกความผิดพลาดในอดีตคือบทเรียน ที่ทำให้วันนี้เราทำได้ดีกว่าเดิมครับ

 มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย  8

รางวัลชนะเลิศ ประเภทเจ้าหน้าที่อะไหล่

นายเชวง ดังสท้าน บริษัท ซุ่นหลี ออโต้เฮ้าส์ จำกัด

“เมื่อเราทำงานด้วยใจรักและความทุ่มเท ทักษะและความมั่นใจก็จะเติบโตไปพร้อมกัน

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย 8รางวัลชนะเลิศ ประเภทที่ปรึกษางานบริการศูนย์ซ่อมสีและตัวถัง

นางสาวรัชฎาภรณ์ โสมเมา บริษัท ไทยธาดา มอเตอร์ จำกัด (สาขาพนมสารคาม)

“ความสำเร็จครั้งนี้การันตีสิ่งที่ดิฉันทำในทุก ๆ วัน และย้ำเตือนให้รักษามาตรฐานที่ดีและพัฒนาตัวเองต่อไปค่ะ

ยิ่งไปกว่านั้น ความสำเร็จจากการแข่งขันทักษะรถยนต์มิตซูบิชิในประเทศไทย ถือเป็นก้าวสำคัญสู่การสร้างชื่อเสียงบนเวทีระดับนานาชาติของพนักงานผู้จำหน่ายด้าน “ที่ปรึกษางานบริการ” และ “ช่างเทคนิควิเคราะห์ปัญหา” ในการแข่งขันทักษะการบริการระดับโลก (Global Service Skills Contest) ประจำปี 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุก 2 ปีที่ประเทศญี่ปุ่น ตัวแทนจากประเทศไทยสามารถคว้ารางวัลได้ทั้ง 2 ประเภท ได้แก่ นายไพรัตน์ หงษ์จอหอ จาก บริษัท อาร์.เอ็ม.เอ.เทรดดิ้ง จำกัด (ลุมพินี) คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ประเภทช่างเทคนิควิเคราะห์ปัญหา และ นางสาวกาญจนา ปิติยะ จากบริษัท ทีเคซี มิตซูตาก จำกัด (สำนักงานใหญ่) ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ประเภทที่ปรึกษางานบริการ สะท้อนถึงศักยภาพและมาตรฐานความเป็นมืออาชีพของบุคลากรจากเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศได้อย่างชัดเจน

 นายไพรัตน์ หงษ์จอหอ จาก บริษัท อาร์.เอ็ม.เอ.เทรดดิ้ง จำกัด (ลุมพินี) เจ้าของรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ประเภทช่างเทคนิควิเคราะห์ปัญหา เผยถึงความสำเร็จในครั้งนี้ว่า “รางวัลนี้เป็นผลจากการฝึกซ้อมและพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องงานของผมคือการวิเคราะห์ปัญหาให้แม่นยำที่สุด เพราะยิ่งแก้ได้ตรงจุด ลูกค้าก็ยิ่งมั่นใจ ความเชี่ยวชาญเกิดจากการเรียนรู้และลงมือทำซ้ำ ๆ จนสามารถนำไปใช้ในงานจริงและสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าได้ครับ”

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย  10

นางสาวกาญจนา ปิติยะ จากบริษัท ทีเคซี มิตซูตาก จำกัด (สำนักงานใหญ่) เจ้าของรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ประเภทที่ปรึกษางานบริการ เผยมุมมองต่อประสบการณ์ครั้งนี้ว่า “งานบริการเริ่มจากการทำให้ลูกค้ารู้สึกสบายใจตั้งแต่ก้าวแรก ด้วยการรับฟังและอธิบายทุกขั้นตอนอย่างชัดเจน การได้แข่งขันระดับโลกที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นประสบการณ์ล้ำค่าที่ช่วยเปิดมุมมองใหม่ด้านมาตรฐานบริการ ดิฉันขอบคุณมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย สำหรับโอกาสในการพัฒนาทักษะ และจะนำความรู้กลับมาส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้ลูกค้าต่อไปค่ะ”

เจาะ 6 จุดเด่น “WEY G9” ลักชัวรี MPV ยุคใหม่ที่เข้าใจชีวิตจริงของผู้นำและครอบครัวไฮเอนด์

0
GWM Thailand 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุก ประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการ หลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส WEY G9 – The Crafted Masterpiece คือลักชัวรี MPV ยุคใหม่ที่รังสรรค์ขึ้นด้วยการหลอมรวม 3 แกนหลัก Confidence, Comfort และ Convenience เข้าไว้ในยนตรกรรมที่ทั้งสง่างามและเปี่ยมประสิทธิภาพ ไม่ใช่แค่ความหรูหราที่มองเห็นได้ แต่คือการสร้าง “พื้นที่คุณภาพ” ที่ตอบโจทย์ชีวิตจริงของผู้บริหาร นักธุรกิจ และครอบครัวไฮเอนด์ในทุกโมเมนต์ ถ่ายทอดผ่าน 6 ไฮไลต์สำคัญที่พัฒนาจากอินไซต์การใช้งานจริงในระดับโลก ทำให้ WEY G9 ก้าวไปไกลกว่าคำว่ายานพาหนะสู่การเป็นรถเพียงคันเดียวที่พร้อมรองรับทุกบทบาทของชีวิตได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งความมั่นใจในการขับขี่ ความสบายระดับเฟิร์สคลาส และเทคโนโลยีระดับสูงที่มอบประสบการณ์สุดล้ำ ความสะดวกสบาย และสุนทรียภาพของการเดินทางในทุกช่วงเวลา

 

  1. มั่นใจทุกเส้นทางด้วยสมรรถนะระดับแฟลกชิปและความปลอดภัยขั้นสูง

GWM Thailand 2

WEY G9 สร้างมาตรฐานใหม่ของความมั่นใจในทุกเส้นทางด้วยเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดระดับแฟลกชิป ที่พร้อมพาผู้โดยสารเดินทางได้อย่างไร้ข้อจำกัดทั้งในเมืองและต่างจังหวัด รองรับการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้ไกลสูงสุด 170กิโลเมตร (NEDC) และระยะทางการขับขี่รวมมากกว่า 1,000 กิโลเมตร หมดกังวลเรื่องการเสียเวลาแวะชาร์จ พร้อมยกระดับการควบคุมให้มั่นใจยิ่งขึ้นด้วยระบบ Hi4 (Hybrid Intelligent 4-Wheel Drive) ที่เพิ่มเสถียรภาพและประสิทธิภาพในการขับขี่ในทุกสภาพถนน พร้อเทคโนโลยี iTVC มอบความนุ่มนวลและเพิ่มการยึดเกาะได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเจอฝน ถนนลื่น ทางโค้ง หรือทางลาดชัน ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับความปลอดภัยแบบรอบด้านด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยและระบบอัจฉริยะมากกว่า 28 รายการ เสริมความแข็งแกร่งด้วยโครงสร้างตัวถังที่ออกแบบมาเพื่อรองรับแรงกระแทกพร้อมถุงลมนิรภัยด้านข้างที่ยาวเป็นพิเศษ ครอบคลุมตั้งแต่แถวที่หนึ่งถึงแถวที่สาม และจุดยึดเบาะเด็ก ISOFIX จำนวน 3 จุด ทั้งในที่นั่งแถวสองและแถวสาม เพื่อมอบความอุ่นใจสูงสุดให้ผู้ขับขี่และทุกคนในครอบครัว

  1. ที่สุดของความผ่อนคลายระดับเฟิร์สคลาสบนทุกเส้นทาง

GWM Thailand 3

สำหรับผู้บริหารที่ใช้เวลาอยู่บนท้องถนนไม่ต่างจากการอยู่ในห้องประชุม WEY G9 จึงออกแบบประสบการณ์การนั่งให้เหนือกว่าการเดินทาง ยกระดับทุกนาทีบนรถให้เป็นช่วงเวลาคุณภาพ เริ่มตั้งแต่เบาะหุ้มหนัง NAPPA สัมผัสนุ่มหรู รองรับสรีระอย่างประณีต ไปจนถึง เบาะแถวสองแบบ Zero Gravity Seat ที่ปรับองศาใน Golden Angle ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเทคโนโลยีการบินและอวกาศของ NASA สร้างมุมที่นั่งที่สมบูรณ์แบบ เพื่อกระจายน้ำหนัก ลดความเมื่อยล้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ เสริมความผ่อนคลายระดับเฟิร์สคลาสด้วยระบบนวดไฟฟ้า 6 รูปแบบและระบบระบายอากาศ ทำให้ WEY G9 ตอบโจทย์ได้ทั้งการเดินทางระยะสั้นในวันทำงานที่ต้องการความพร้อมทุกวินาที ไปจนถึงทริประยะไกลกับครอบครัวที่ต้องการความสบายแบบไร้ขีดจำกัด

3. ห้องโดยสารระดับ Masterpiece พื้นที่คุณภาพที่รวมการทำงานและการพักผ่อนในคันเดียว

GWM Thailand 4

WEY G9 ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่คุณภาพที่รวมการทำงานและการพักผ่อนไว้ในคันเดียวอย่างสมบูรณ์แบบสำหรับผู้บริหารที่ต้องใช้ทุกนาทีให้คุ้มค่าที่สุด ด้วยห้องโดยสารที่เน้นความโปร่ง โล่ง และการเคลื่อนไหวที่เป็นอิสระ มาพร้อมพื้นห้องโดยสารแบบราบเรียบตลอดทั้งคัน ผสานความสูงภายใน 1,277 มิลลิเมตร และช่องทางเดินกลางกว้าง 170 มิลลิเมตร ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในเลานจ์ส่วนตัว เติมเต็มความพรีเมียมด้วยฟังก์ชันอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งตู้เย็นขนาดใหญ่ 12.5 ลิตร ที่สามารถรักษาอุณหภูมิภายในได้นานถึง 24 ชั่วโมง ระบบไฟสร้างบรรยากาศ ช่องจ่ายไฟ 12V สำหรับอุปกรณ์เสริม และหน้าจอผู้โดยสารด้านหลังขนาด 17.3 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto เพื่อสร้างความเพลิดเพลินและผ่อนคลายระหว่างเดินทาง หรือต้องการบรรยากาศที่เงียบสงบเพื่อเตรียมตัวก่อนประชุม ประชุมด่วนระหว่างเดินทาง ไปจนถึงการพักผ่อนแบบพรีเมียมกับครอบครัวในวันหยุด ก็สามารถตอบโจทย์การใช้งานอย่างต่อเนื่องได้ในทุกสถานการณ์

  1. สัมผัสเทคโนโลยีอัจฉริยะ ใช้งานง่าย ตอบโจทย์ทุกความต้องการ

GWM Thailand 5

WEY G9 ยกระดับประสบการณ์การเดินทางได้อย่างไร้รอยต่อ ด้วยเทคโนโลยีที่ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยอัจฉริยะตลอดเส้นทาง เริ่มจากระบบ Coffee OS 3.3 ที่เชื่อมต่อทุกฟังก์ชันในรถให้ใช้งานได้อย่างชาญฉลาด เพื่อสร้างประสบการณ์การเชื่อมต่อที่ราบรื่นระหว่างคนกับรถ ใช้งานง่าย ตอบสนองได้ฉับไว และเข้าถึงฟังก์ชันสำคัญได้ทันที สามารถแสดงภาพและสถานะของรถยนต์ในรูปแบบ 3 มิติแบบเรียลไทม์บนหน้าจอแสดงผล รวมถึงสามารถสั่งงานอุปกรณ์ต่าง ๆ โดยการสั่งงานจากภาพบนหน้าจอ พร้อมระบบการนำทาง Petal Maps Global Navigation อันทันสมัย และระบบสั่งงานด้วยเสียงที่รองรับมากถึง 21 ภาษา ช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมฟังก์ชันต่าง ๆ ได้โดยง่ายดายและปลอดภัย เสริมความมั่นใจด้วยระบบความปลอดภัยไซเบอร์ที่ทันสมัย เพื่อให้ทุกข้อมูลทางธุรกิจและข้อมูลส่วนตัวได้รับการปกป้องขั้นสุด ซึ่งเทคโนโลยีต่าง ๆ ใน WEY G9 ไม่ใช่แค่ความล้ำสมัยแต่คือความสบายใจที่จับต้องได้ และพร้อมพาทั้งผู้บริหารและครอบครัวเดินทางได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และเหนือระดับในทุกวัน

  1. Eco-Luxury ผสานความหรูหรากับความใส่ใจโลกในทุกเส้นทาง

GWM Thailand 6

WEY G9 สะท้อนแนวคิดความหรูหรายุคใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ด้วยระบบ Plug-in Hybrid (PHEV) ที่สามารถเปิดระบบปรับอากาศขณะจอดรถได้โดยไม่ต้องติดเครื่องยนต์ ช่วยลดการปล่อยไอเสียและเสียงรบกวน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้บริหารที่ต้องใช้รถเป็นพื้นที่ประชุมระหว่างวัน หรือครอบครัวที่จอดรอรับ–ส่งบุตรหลานที่โรงเรียน นอกจากนี้ WEY G9 ยังเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อลดการปล่อยสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (Volatile Organic Compounds หรือ VOC) ด้วยกระบวนการเชื่อมพื้นผิวด้วยคลื่นเสียงอัลตร้าโซนิก เพื่อลดการใช้กาวในชิ้นส่วนภายในรถ พร้อมใช้พลาสติกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยลดกลิ่นและสาร VOC สร้างบรรยากาศที่สะอาด ปลอดภัย และสบายใจสำหรับทุกคน อีกทั้ง  WEY G9 เป็นรถยนต์ MPV รุ่นแรกในประเทศจีนที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน “การปลอดฟอร์มาลดีไฮด์ (Zero Formaldehyde)” และผ่านการประเมิน China Green Car Assessment Program (C-GCAP) ระดับ 5 ดาว

  1. 6. เอกสิทธิ์เหนือระดับสำหรับบุคคลเหนือระดับ

GWM Thailand 7

การเป็นเจ้าของ WEY G9 คือการก้าวสู่มาตรฐานใหม่ของการดูแลแบบลักชัวรี ผ่าน WEY Exclusive Service บริการพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อลูกค้าคนพิเศษโดยเฉพาะ มอบความอุ่นใจเหนือระดับด้วย Personal Assistant ส่วนตัวตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมดูแลทุกขั้นตอนทั้งด้านการให้คำแนะนำด้านการใช้งานตัวรถ การปรึกษาปัญหา หรือแม้แต่การแจ้งเตือนและนัดหมายเพื่อนำรถเข้ารับบริการอย่างครบวงจร บริการรถทดแทนเป็นรุ่น WEY G9 พร้อมบริการรับ–ส่ง และ ความช่วยเหลือฉุกเฉินแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ที่พร้อมอำนวยความสะดวกได้มากกว่าที่เคย ไม่ว่าจะเป็น รถลีมูซีน การจัดการค่าเดินทาง หรือตัวเลือกด้านที่พัก เพื่อให้ทุกสถานการณ์เป็นเรื่องสะดวกสบายและเป็นระบบยิ่งขึ้น เสริมด้วยบริการ Pick-up & Delivery สำหรับการตรวจเช็กตามระยะ ช่วยให้เจ้าของรถไม่ต้องเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว และสามารถโฟกัสกับธุรกิจและชีวิตส่วนตัวได้อย่างเต็มที่ สะท้อนตัวตนของ WEY G9 ที่ไม่ใช่แค่ยานพาหนะ แต่คือเอกสิทธิ์แห่งไลฟ์สไตล์ระดับลักชัวรีที่ตอบโจทย์ผู้นำยุคใหม่อย่างแท้จริง

GWM Thailand 9

ด้วยการถ่ายทอดแนวคิด Confidence, Comfort และ Convenience ผ่าน 6 ไฮไลต์สำคัญที่พัฒนาจากอินไซต์การใช้งานจริง WEY G9 – The Crafted Masterpiece จึงเป็นลักชัวรี MPV ที่ผสานภาพลักษณ์ของผู้นำและความอบอุ่นของครอบครัวไว้ในรถคันเดียวอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งความมั่นใจในทุกเส้นทาง ความสบายระดับเฟิร์สคลาส และความสะดวกสบายที่ทำให้ทุกการเดินทางราบรื่นไร้รอยต่อ ในราคาพิเศษช่วงเปิดตัวเพียง 2.349 ล้านบาท ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ GWM application และ https://www.gwm.co.th/ หรือ GWM Contact Center 02-668-8888

 

 

The All-Electric Mazda6e ร้อนแรงต่อเนื่องยอดจองสิทธิ์ทะลุ 4,000 เปิดให้ผู้ที่สนใจจองแพ็กเกจถึงสิ้นเดือนมกราคมนี้เท่านั้น

0
Mazda 6e 1

หลังจากออกเดินสายโชว์ตัวทั่วประเทศ มาสด้าเผย The All-Electric Mazda6e ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากแฟนๆ มาสด้าและลูกค้าในประเทศไทย คว้ายอดจอง Mazda6e Premiere Package* แล้วกว่า 4,000 สิทธิ์ หลังจากเปิดตัวเพียงสองเดือน พร้อมเชิญชวนลูกค้าที่สนใจชมยนตรกรรมคันจริงในโค้งสุดท้ายของกิจกรรม Mazda6e Electric Showcase ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-24 ม.ค. 69 ณ โชว์รูมมาสด้า ชูเกียรติยนต์ ปัตตานี และ มาสด้า มหาราช จันทบุรี ก่อนจะนำไปจัดแสดงให้ลูกค้าในจังหวัดพัทลุงได้ชมในวันที่ 27 ม.ค. 69 ณ โชว์รูมมาสด้า พัทลุง และที่งาน Mazda Expo ณ เซ็นทรัล ชลบุรี ระหว่างวันที่ 29 ม.ค. 69 – 4 ก.พ. 69 ซึ่งลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลพร้อมลงทะเบียนได้ที่โชว์รูมมาสด้าดังกล่าว โดยสิทธิพิเศษ Mazda6e Premiere Package* จะเปิดให้จองสิทธิ์ได้ถึงวันที่ 31 มกราคม 2569 นี้เท่านั้น

Mazda 6e 2

นายภพนิพิฐ จิรวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและนวัตกรรมดิจิทัล บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า มาสด้าขอขอบคุณลูกค้าเป็นอย่างสูงที่ให้ความสนใจรถยนต์ไฟฟ้า The All-Electric Mazda6e อย่างเนืองแน่น ด้วยยอดจองสิทธิ์ ‘Mazda6e Premiere Package’* มีเข้ามาอย่างต่อเนื่องกว่า 4,000 สิทธิ์ แสดงให้เห็นว่ามีกลุ่มลูกค้าและแฟน ๆ ที่รอคอยรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกจากมาสด้า โดยรถรุ่นนี้เป็นรถที่มาสด้าพัฒนาขึ้นเพื่อมอบสมรรถนะการขับขี่ในสไตล์ของมาสด้า มีดีไซน์สง่างาม เพียบพร้อมด้วยดีเอ็นเอของมาสด้าที่โดดเด่นในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็น ความสนุกสนานในการขับขี่ สมรรถนะการขับขี่ที่นุ่มนวล ตอบสนองฉับไว ราบรื่น และเป็นธรรมชาติ รวมถึงระบบช่วงล่างอันลือชื่อที่ได้รับการยอมรับจากลูกค้าและแฟน ๆ มาสด้าจากทั่วโลก

Mazda 6e 3

มาสด้าเปิดโอกาสให้ลูกค้าจองรับสิทธิ์กับ ‘Mazda6e Premiere Package’* อาทิ ส่วนลดพิเศษ 20,000 บาท* แพ็กเกจบำรุงรักษารถ Electric Mazda Care นาน 10 ปี* พร้อมรับสิทธิ์สุ้นร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟกับ Mazda6e Premiere Experience ทั้งการทดลองขับ “Premiere Test Drive”, การเข้าร่วมงาน “Premiere Celebration Event” และสิทธิ์รับรถล็อตแรก “Premiere Delivery” รวมมูลค่าสูงสุดถึง 70,000 บาท* ซึ่งมาสด้าจะเปิดให้จองรับสิทธิ์ถึง 31 ม.ค. 69 นี้เท่านั้น สำหรับลูกค้าที่สนใจชมยนตรกรรม The All-Electric Mazda6e คันจริง สามารถเข้าชมได้ ตามวัน เวลา และสถานที่ดังต่อไปนี้

Mazda 6e 4

  • 23-24 ม.ค. 69             มาสด้า ชูเกียรติยนต์ ปัตตานี และ มาสด้า มหาราช จันทบุรี
  • 26-27 ม.ค. 69             มาสด้า พัทลุง
  • 29 ม.ค. 69 – 4 ก.พ. 69 เซ็นทรัล ชลบุรี ณ ลานกิจกรรมชั้น 1

Mazda 6e 6

สำหรับลูกค้าในจังหวัดอื่นๆ หรือ ลูกค้าที่ไม่สะดวกเดินทางไปชมรถคันจริง สามารถรับชม The All-Electric Mazda6e แบบ 360 องศา ได้ผ่าน Mazda Virtual Showroom พร้อมจองสิทธิ์ Mazda6e Premiere Package* ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ด้วยเช่นกัน

Mazda 6e 7

“มาสด้าขอขอบคุณลูกค้าที่ให้การสนับสนุนและยินดีที่รอคอยเพื่อรับรถ The All-Electric Mazda6e มาสด้าให้คำมั่นสัญญาว่าจะมอบความเอาใจใส่ดูแลลูกค้าและครอบครัวให้ดีที่สุด เพื่อแทนคำขอบคุณที่ลูกค้าเชื่อมั่นให้มาสด้าได้ดูแล เพื่อให้รถยนต์มาสด้าเป็นตัวแทนในการส่งมอบประสบการณ์ความสุขในการใช้ชีวิตในทุกด้านให้กับลูกค้าไปตลอดอายุการใช้งาน” นายภพนิพิฐ กล่าวเพิ่มเติม

MOTOR EXPO คืนกำไรผู้ชมอลังการ จับรางวัล รถยนต์ 3 คัน จักรยานยนต์ 1 คัน

0
Motor Expo 1

“IMC สื่อสากล” จับรางวัลหาผู้โชคดีจากงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” ลุ้นรถยนต์ 3 คัน และรถจักรยานยนต์ 1 คัน จากกิจกรรมคืนกำไรให้ผู้ชมที่ “ซื้อรถ…ชิงรถ” “ซื้อบัตร…ชิงรถ” “ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิกไบค์” และ “ชมงานผ่าน MOTOR EXPO APP ชิงรางวัล” ณ ห้องรอยัลจูบิลี อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ในวันพุธที่ 21 มกราคม 2569

Motor Expo 2

Motor Expo 3

Motor Expo 5

สำหรับรายชื่อผู้โชคดีที่ผ่านการตรวจสอบตามกฎกติกาของการชิงรางวัลแล้ว จะประกาศ ทางเวบไซท์ motorexpo.co.th, autoinfo.co.th, ทาง Line @motorexpo ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 และทางนิตยสาร “ฟอร์มูลา”, 4 WHEELS  ฉบับประจำเดือนเมษายน 2569

 

MOTOR EXPO คืนกำไรผู้ชมอลังการ จับรางวัล รถยนต์ 3 คัน จักรยานยนต์ 1 คัน

0

“IMC สื่อสากล” จับรางวัลหาผู้โชคดีจากงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” ลุ้นรถยนต์ 3 คัน และรถจักรยานยนต์ 1 คัน จากกิจกรรมคืนกำไรให้ผู้ชมที่ “ซื้อรถ…ชิงรถ” “ซื้อบัตร…ชิงรถ” “ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิกไบค์” และ “ชมงานผ่าน MOTOR EXPO APP ชิงรางวัล” ณ ห้องรอยัลจูบิลี อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ในวันพุธที่ 21 มกราคม 2569

สำหรับรายชื่อผู้โชคดีที่ผ่านการตรวจสอบตามกฎกติกาของการชิงรางวัลแล้ว จะประกาศ ทางเวบไซท์ motorexpo.co.th, autoinfo.co.th, ทาง Line @motorexpo ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 และทางนิตยสาร “ฟอร์มูลา”, 4 WHEELS  ฉบับประจำเดือนเมษายน 2569