Home Blog Page 33

“กลุ่มตรีเพชร” เพิ่มพื้นที่สีเขียว เดินหน้าโครงการ “Tri Petch Group Saves the Earth

0
กลุ่มตรีเพชร 1

กลุ่มตรีเพชร โดย บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เดินหน้าจัดกิจกรรมส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 ตอกย้ำการเป็นนิติบุคคลที่ดีและสร้างสังคมที่ยั่งยืน ภายใต้โครงการ “Tri Petch Group Saves the Earth” ในปีนี้ได้จัดกิจกรรมเชิญชวนผู้บริหารและพนักงานกลุ่มตรีเพชร ร่วมบริจาคยางรถยนต์ที่ไม่ใช้แล้ว พร้อมปลูกต้นไม้ และยิงเมล็ดพันธุ์ปลูกป่า ณ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี

มร. ทาคาชิ ฮาตะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มตรีเพชร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า “กลุ่มตรีเพชรรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้กลับมาจัดกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมขึ้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อย อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรีอีกครั้ง โครงการ “Tri Petch Group Saves the Earth” เป็นโครงการต่อเนื่องโดยริเริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2559 ผ่านการปรับปรุงระบบพลังงานและทรัพยากรต่าง ๆ ให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และยังเสริมสร้างความตระหนักรู้ของพนักงานและส่งเสริมวัฒนธรรมเรื่องความยั่งยืน (Sustainability) ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ในปีนี้เราได้มีผู้บริหารและพนักงานกลุ่มตรีเพชรกว่า 80 คน ร่วมกันฟื้นฟูผืนป่าด้วยการปลูกต้นไม้จำนวน 200 ต้น และยิงเมล็ดพันธุ์ในพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยากจำนวน 3,000 เมล็ด พร้อมบริจาคยางรถยนต์ที่ไม่ใช้งานแล้ว จำนวน 90 เส้น ให้แก่ค่ายหัตถวุฒิ เพื่อสนับสนุนหลักการการนำกลับมาใช้ใหม่ พร้อมทั้งเป็นการช่วยสนับสนุนพันธมิตรในชุมชนอีกด้วย

กลุ่มตรีเพชร 2

ทั้งนี้ บริษัทได้จัดกิจกรรมในรูปแบบ “Low-Carbon CSR” ที่คำนึงถึงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอน ให้ความสำคัญกับการใช้วัสดุที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย ลดการใช้ทรัพยากรที่ไม่จำเป็น เพื่อลดการเกิดขยะ และจัดการกับขยะที่เกิดขึ้นอย่างเหมาะสมด้วยการรีไซเคิล

กลุ่มตรีเพชร 3

กลุ่มตรีเพชร 4

กลุ่มตรีเพชร 5

กลุ่มตรีเพชร 6

กลุ่มตรีเพชรเชื่อมั่นว่ากิจกรรมในครั้งนี้จะช่วยสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมที่ดี อีกทั้งมีส่วนช่วยสร้างและพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน ผลักดันให้ประเทศไทยเดินหน้ามุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนตามที่ได้ตั้งไว้”

“มาสด้า” มอบรางวัลอันทรงเกียรติให้ผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมประจำปี Driven to Distinction ขับเคลื่อนสู่ความเป็นหนึ่งด้วยความแตกต่างเหนือระดับ

0
มาสด้า 1

มาสด้าจัดงาน Mazda Dealer of Excellence Awards 2024 เพื่อเชิดชูความสำเร็จของผู้จำหน่ายที่มีผลการดำเนินงานยอดเยี่ยมตลอดปี 2567 ภายใต้ธีม “Driven to Distinction ขับเคลื่อนสู่ความเป็นหนึ่ง ด้วยความแตกต่างเหนือระดับ” ถ่ายทอดความเป็นเลิศอันเกิดจากการร่วมแรงร่วมใจเป็นหนึ่งเดียวกัน ตั้งมั่นด้วยปณิธานอันแน่วแน่คือการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า พร้อมมอบรางวัลทีมงานฝ่ายขายและฝ่ายบริการยอดเยี่ยมแห่งปี หรือ Mazda Guild Sales and Servies Awards 2024 ให้กับทีมงานของผู้จำหน่ายที่มีผลการดำเนินงานดีที่สุดตลอดปีที่ผ่านมา เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ และแทนคำขอบคุณที่เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ ด้วยการส่งมอบการบริการที่เป็นเลิศให้กับลูกค้ามาสด้าในประเทศไทย โดยงานฯ จัดขึ้นที่โรงแรม โฟร์ซีซั่นส์ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยมีผู้บริหารจากมาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ผู้จำหน่ายมาสด้าทั่วประเทศ และทีมงานของผู้จำหน่ายเข้าร่วมงาน เพื่อร่วมแสดงความยินดี ภายใต้บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ประสบการณ์ความสุขในการขับขี่และความสุขในดำเนินชีวิตทุกด้าน คือสิ่งที่มาสด้ามุ่งมั่นเพื่อส่งมอบให้กับลูกค้าทุกคน ในช่วงที่ผ่านมา มาสด้าได้นำแนวคิด Brand Value Management และ Retention Business Model มาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากผู้จำหน่ายทั่วประเทศ ส่งผลให้แบรนด์มาสด้าสามารถก้าวขึ้นสู่การเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ลูกค้าชื่นชอบ และมีจำนวนลูกค้าครอบครัวมาสด้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าตลอดทั้งปีที่ผ่านมาจะต้องเผชิญกับความท้าทายมากมาย ทั้งการแข่งขันที่รุนแรง ความคาดหวังของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลง และความจำเป็นในการปรับตัวสู่โลกธุรกิจใหม่ ๆ แต่สิ่งที่ทำให้มาสด้ายืนหยัดและเติบโตในประเทศไทยได้อย่างแข็งแกร่ง คือความร่วมมือร่วมใจเป็นหนึ่งเดียวกันของทุกภาคส่วน ควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์ ความเชื่อมั่นในพันธมิตร และความมุ่งมั่นระยะยาว ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไป สิ่งสำคัญคือการทำงานร่วมกันโดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลางในทุกบริบท เพราะ “แบรนด์ คือ ประสบการณ์” และผู้จำหน่ายมาสด้าคือผู้ถ่ายทอดประสบการณ์อันทรงคุณค่าเหล่านั้นไปสู่ลูกค้า

มาสด้า 2

ทั้งนี้ ผู้จำหน่ายมาสด้า ทีมงานขาย และทีมงานบริการหลังการขาย ถือเป็นกำลังสำคัญยิ่งในการถ่ายทอดคุณค่าหลักของแบรนด์ไปสู่ลูกค้า นั่นคือ การส่งมอบประสบการณ์ความสุขในการเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้าให้กับลูกค้าในประเทศไทย ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดที่มาสด้ามุ่งมั่นในการทำงานและสร้างอนาคตที่ยั่งยืน มาสด้าและผู้จำหน่ายมาสด้าทุกคนจะยังคงเดินหน้าผลักดันกลยุทธ์ในด้านต่าง ๆ อย่างเต็มกำลัง เพื่อให้มั่นใจได้ทุก ๆ ครั้งที่ลูกค้ามีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด และมั่นใจได้ว่าลูกค้าจะได้รับความสุขจากการเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้าตลอดไป ภายใต้ปรัชญา Joy Drives Lives ความสุขขับเคลื่อนชีวิต

นายธีร์ กล่าวเสริมว่า “พิธีมอบรางวัลในวันนี้ ไม่ใช่เพียงเพื่อมาอยู่กันพร้อมหน้าเพื่อรับรางวัลแห่งความสำเร็จเท่านั้น แต่นี่คือการรวมพลังของคนที่มีใจรักในแบรนด์มาสด้า เชื่อมั่นในศักยภาพ มีปณิธานร่วมกันพร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน และสะท้อนถึงความร่วมมือ ความไว้วางใจ และความทุ่มเทร่วมกัน เพื่อสร้างสรรค์ความสำเร็จนี้ขึ้นมา ผมขอแสดงความชื่นชมและยกย่องผู้ที่ได้รับรางวัลในวันนี้ เพราะผู้จำหน่ายทุกท่านคือแรงบันดาลใจ และเป็นพลังสำคัญที่ทำให้เรามั่นใจว่า เส้นทางธุรกิจของมาสด้าจะมั่นคงและยั่งยืนไปด้วยกันไม่ใช่แค่ในวันนี้ แต่รวมถึงวันข้างหน้าที่เรายังมีเป้าหมายร่วมกันรอเราอยู่ เพราะความสุขของทุกคน ทั้งของผู้จำหน่าย ลูกค้า และทีมงานทุกท่าน คือความสุขของทุกคน เพราะเราคือครอบครัวมาสด้า”

สำหรับรางวัลอังทรงเกียรติ Mazda Dealer of Excellence Awards 2024 แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ประกอบด้วย รางวัลสูงสุด คือ ประเภท Gold จำนวน 5 รางวัล, รางวัลประเภท Silver จำนวน 5 รางวัล และรางวัลประเภท Bronze จำนวน 5 รางวัล นอกจากนี้ ภายในงานฯ ยังได้มีพิธีมอบรางวัล Guild Awards ประเภทฝ่ายขายและฝ่ายบริการหลังการขายยอดเยี่ยม ให้กับทีมงานของผู้จำหน่ายที่ปฏิบัติงานด้วยความเป็นเลิศอีกด้วย สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความร่วมแรงร่วมใจของผู้จำหน่ายและทีมงาน ที่ทำงานร่วมกันอย่างแข็งขันภายใต้ปณิธานเดียวกัน “One Mazda One Team” เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในประเทศไทย ภายใต้บรรยากาศแห่งความอบอุ่น เป็นกันเอง ซึ่งมีทั้งบุคลากรจากมาสด้า เซลส์ และผู้จำหน่ายมาสด้า ร่วมงานกันอย่างคับคั่ง

มาสด้า 3

ผู้จำหน่ายมาสด้าที่ได้รับรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม ประจำปี 2567

รางวัลรายชื่อผู้จำหน่าย
ระดับ Goldบริษัท บิซ มอเตอร์ส จำกัด
กลุ่มบริษัท มาสด้า ชลบุรี จำกัด (มหาชน)
กลุ่มบริษัท พระราม 7 กรุ๊ป จำกัด
กลุ่มบริษัท 14 ออโต้กรุ๊ป จำกัด
บริษัท กฤษฎา ออโต้ จำกัด
ระดับ Silverกลุ่มบริษัท อนุภาษธุรกิจและการค้าภูเก็ต จำกัด
กลุ่มบริษัท มาสด้าเชียงใหม่ จำกัด
บริษัท เจริญศรีนครพนม (2012) จำกัด
บริษัท เคพีออโต้คลองหลวง จำกัด
กลุ่มบริษัท พระนคร เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด
ระดับ Bronzeบริษัท ชูเกียรติยนต์ จำกัด
กลุ่มบริษัท ช.เอราวัณออโตเซลส์ จำกัด
กลุ่มบริษัท แอลบาทรอส ออโต้ จำกัด
กลุ่มบริษัท วี แอนด์ พี มอเตอร์เซลส์ จำกัด
กลุ่มบริษัท ชูเกียรติยนต์ หาดใหญ่ จำกัด

 

MOTOR EXPO 2025 รวมใจสานสายสัมพันธ์สื่อมวลชน ครั้งที่ 15

0
Motor Expo 1

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน ชลัทชัย ปภัสร์พงษ์ รองประธานจัดงาน ควบคุมงานด้านการบริหารงานทั่วไป งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” จัดกิจกรรม “รวมใจสานสายสัมพันธ์สื่อมวลชน – MOTOR EXPO ครั้งที่ 15” เพื่อกระชับสัมพันธ์ และขอบคุณสื่อมวลชนทุกท่านที่ให้การสนับสนุนมาอย่างต่อเนื่อง ณ เดอะ แบงเควท ฮอลล์ แอท นาทอง เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2568

Motor Expo 2

Motor Expo 3

Motor Expo 4

Motor Expo 8

สรยท. ประกาศรายชื่อรถเข้าเกณฑ์รถยอดเยี่ยมประจำปี 2568

0
สรยท. 1

สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย หรือ สรยท. ประกาศรายชื่อรถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาตามกรอบกติกาใหม่สำหรับทั้ง 3 รางวัลที่จะมอบให้ในปีนี้ออกมาแล้ว หลังจากที่ได้รับการพิจารณาจากคณะอนุกรรมการคัดเลือกรถประจำปี 2568 ซึ่งประกอบไปด้วยสื่อมวลชนอาวุโสและผู้ทรงคุณวุฒิที่คร่ำหวอดอยุ่ในสายข่าวยานยนต์ร่วมพิจารณาคุณสมบัติรถยนต์แต่ละรุ่นที่จะผ่านเข้ารอบตามเงื่อนไขที่กำหนดอย่างครบถ้วน ก่อนที่จะได้รถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ที่ผ่านเกณฑ์รวมทั้งสิ้น 45 รุ่น ซึ่งประกอบด้วยรางวัล รถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2568 (Thailand Car Of The Year 2025), รถยนต์ไฟฟ้ายอดเยี่ยมประจำปี 2568 (Thailand EV Of The Year 2025) และรถจักรยานยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2568 (Thailand Motorcycle Of The Year 2025)

สรยท. 2

นายสุรศักดิ์ จรินทร์ทอง นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) หรือ Thai Automotive Journalists Association (TAJA) กล่าวว่า “ในปีนี้ ทางสมาคมฯ และคณะอนุกรรมการคัดเลือกรถยอดเยี่ยมประจำปี 2568 มีมติเป็นเอกฉันท์ให้มีการแก้ไขกฎระเบียบและ/หรือข้อบังคับที่จะใช้พิจารณารถที่ผ่านเกณฑ์ในรอบแรกใหม่ จากเดิมรถที่จะเข้าผ่านเข้ารอบต้องเป็นรถโฉมใหม่ (Model Change) เท่านั้น ภายใต้ระเบียบฉบับแก้ไขเพิ่มเติมใหม่นี้ให้รวมไปถึงรถยนต์ที่ปรับโฉม (Minor Change) ด้วย แต่ในปีนี้คณะอนุกรรมการคัดเลือกรถยอดเยี่ยมประจำปี 2568 ได้เพิ่มความเคร่งครัดในการพิจารณาคัดเลือกทั้งในส่วนรถยนต์สันดาป, รถยนต์ไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ โดยจะใช้สัดส่วนรถยนต์สันดาป รถยนต์ไฟฟ้า 65% และรถจักรยานยนต์ 55% ตามลำดับ ดังนั้น จึงมีความมั่นใจได้ว่า รถยนต์ที่ผ่านเกณฑ์พิจารณาในรอบแรกนี้ แม้จะเป็นรถยนต์ปรับโฉมแต่ก็เป็นการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเพิ่มอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายในจำนวนมากพอที่เข้ากฎระเบียบใหม่”

 

ในกลุ่มรถยนต์ Thailand Car Of The Year 2025 นั้นจะมีรถยนต์ที่ผ่านเกณฑ์จำนวน 20 รุ่นจาก 15 แบรนด์ ซึ่งประกอบไปด้วย

 Brand-ModelLaunch Date
1BMW 220 Gran Coupe M Sport Pro3/7/25
2BMW X318/2/25
3BYD Seal 5 DMi8/8/25
4Changan Deepal S05 REEV24/3/25
5Ford Ranger MS-RT22/11/24
6GWM Poer Sahar28/11/24
7GWM Haval H6 PHEV24/3/25
8Hyundai Santa Fe15/7/25
9Hyundai Palisade22/10/24
10Jaecoo 7 SHS PHEV24/3/25
11Isuzu D-Max 2.2 MaxForce20/11/24
12Isuzu Mu-X 2.2 MaxForce20/11/24
13Mazda BT-50 2.228/11/24
14Mercedes Maybach S580e25/11/24
15Mini Countryman S28/11/24
16Mitsubishi XForce HEV20/3/25
17Nissan Serena S Hybrid28/11/24
18Suzuki Fronx25/9/25
19Toyota Yaris Ativ HEV GR Sport21/8/25
20Toyota Camry HEV10/10/24

**การคัดเลือกรถเข้าสู่รอบสุดท้ายจะมีจำนวนทั้งสิ้น 10 คัน**

 

ในกลุ่มรถยนต์ Thailand EV Of The Year 2025 นั้นจะมีรถยนต์ที่ผ่านเกณฑ์จำนวน 14 รุ่นจาก 9 แบรนด์ ซึ่งประกอบไปด้วย

 Brand-ModelLaunch Date
1AION UT24/3/25
2AION V28/11/24
3BMW iX1L eDrive20L M Sport3/7/25
4BYD Sealion 728/11/24
5BYD Denza D91/11/24
6Changan Deepal S05 BEV24/3/25
7Changan Deepal E0728/11/24
8Jaecoo 5EV19/8/25
9Junyeo JY Air19/11/24
10Mercedes G580 EV21/11/24
11Mercedes-Maybach EQS SUV27/11/24
12MG S5 EV25/3/25
13MG IM618/3/25
14Toyota BZ4X21/8/25

**การคัดเลือกรถเข้าสู่รอบสุดท้ายจะมีจำนวนทั้งสิ้น 7 คัน**

 

ในกลุ่มรถยนต์ Thailand Motorcycle Of The Year 2025 นั้นจะมีรถจักรยานยนต์ที่ผ่านเกณฑ์จำนวน 11 รุ่นจาก 7 แบรนด์ ซึ่งประกอบไปด้วย

 Brand-ModelLaunch Date
1BMW R1300GSA25/3/25
2Cyclone Panda 15018/2/25
3Harley-Davidson Low Rider ST7/6/25
4Harley-Davidson Street BOB7/6/25
5Honda PCX1609/1/25
6Honda Wave 1258/8/25
7Royal Enfield Guerilla 45029/11/24
8Triumph PSpeed Twin 90024/3/25
9Yamaha New Aerox9/9/25
10Yamaha All New N Max Techmax6/2/25
11Yamaha PG-121/7/25

**การคัดเลือกรถเข้าสู่รอบสุดท้ายจะมีจำนวนทั้งสิ้น 6 คัน**

 

สำหรับการลงคะแนนรอบแรกจะลงคะแนนโดยสมาชิกสามัญของสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย หรือ สรยท. โดยมีระยะเวลาในการโหวตตั้งแต่วันที่ 7-15 ตุลาคม 2568 หลังจากนั้นจะมีการนับคะแนนในวันที่ 17 ตุลาคม 2568 โดยคณะอนุกรรมการคัดเลือกรถประจำปี 2568 และจะมีการประกาศรายชื่อรถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า และรถยนต์จักรยานยนต์ที่เข้ารอบสุดท้ายในวันที่ 21 ตุลาคม 2568 นี้ ก่อนที่จะมีการจัดทดสอบเพื่อให้คณะกรรมการที่ได้รับการคัดเลือกได้ลงคะแนนอีกครั้งในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 ณ ศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ (ATTRIC) ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา และจะมีพิธีจัดงานมอบรางวัลอย่างยิ่งใหญ่และสมเกียรติในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2568

“ฮอนด้า” จัดหนักส่งท้ายปี รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมสูงสุด 70,000 บาท สำหรับ City Series พร้อมหลากหลายข้อเสนอคุ้มค่า ตั้งแต่ 1 ต.ค. – 11 ธ.ค. 2568

0
ฮอนด้า 1

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด จัดหนักส่งท้ายปีผ่าน แคมเปญ “Honda Pro OH! MY GOOOOOD PLUS+” โปรใหม่ จัดใหญ่เต็ม MAX City ซี๊ดดด Deal รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมสูงสุด 70,000 บาท สำหรับลูกค้าที่สนใจรถยนต์ซิตี้คาร์ยอดนิยมอย่าง Honda City และ Honda City Hatchback ทั้งขุมพลัง TURBO และขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV และรุ่นพิเศษ Honda City Hatchback DRIVAL Limited Edition โดยเน้นความคุ้มค่าและมอบทางเลือกที่หลากหลาย “ตรงใจ เลือกได้เอง” สำหรับลูกค้าที่จองฮอนด้า ซิตี้ รุ่นใดก็ได้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม – 11 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568

ฮอนด้า 2

ไฮไลต์ข้อเสนอสำหรับ Honda City และ Honda City Hatchback รุ่น TURBO ราคาเริ่มต้นเพียง 599,000 บาท
⮚ทางเลือกใหม่! รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 70,000 บาท สำหรับรุ่น TURBO พร้อมเลือกรับ
oดอกเบี้ย 0% พร้อมฮอนด้า อัลติเมท แคร์
oหรือเลือกรับ ประกันภัย 2 ปี พร้อมฮอนด้า อัลติเมท แคร์
โดยมาพร้อมหลากหลายข้อเสนอคุ้มค่าให้ลูกค้าเป็นเจ้าของ Honda City และ Honda City Hatchback รุ่น TURBO ได้ง่ายขึ้น ได้แก่
⮚ดอกเบี้ยพิเศษ 0%* พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 69,000 บาท ประกอบด้วย
oฟรี ประกันภัย 1 ปี*
oฟรี แพ็กเกจเช็กระยะ (ค่าแรง ค่าอะไหล่) 5 ปี หรือ 100,000 กม.*
oฟรี ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
⮚โปรแกรม ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส (Double Smile Plus) ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ
oสำหรับ Honda City Hatchback (เกรด S+) ฮอนด้าช่วยผ่อน 7 ปี รวมมูลค่าสูงสุด 104,400 บาท*
oผ่อนเบาเริ่มต้นเพียงเดือนละ 3,281 บาท* หรือเลือก ดาวน์ต่ำเพียง 10%*
oพร้อม ฟรี! ประกันภัย 1 ปี*และฮอนด้า อัลติเมทแคร์

ไฮไลต์ข้อเสนอสำหรับ Honda City e:HEV และ City Hatchback e:HEV ราคาเริ่มต้น 729,000 บาท
สัมผัสประสบการณ์ขับขี่ของระบบฟูลไฮบริด e:HEV – The EXCITING Hybrid ใน Honda City e:HEV และ Honda City Hatchback e:HEV ที่ให้ทั้งความแรง ขับสนุก อัตราเร่งทันใจ สมูททุกจังหวะขับขี่ และให้อัตราประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม ซึ่งมาพร้อมข้อเสนอพิเศษ ดังนี้

⮚ทางเลือกใหม่! รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 50,000 บาท พร้อมเลือกรับ
oดอกเบี้ย 0% พร้อมฮอนด้า อัลติเมท แคร์
oหรือเลือกรับ ประกันภัย 2 ปี พร้อมฮอนด้า อัลติเมท แคร์

ฮอนด้า 4

โดยมาพร้อมหลากหลายข้อเสนอคุ้มค่าให้ลูกค้าเป็นเจ้าของ Honda City e:HEV และ Honda City Hatchback e:HEV ได้ง่ายขึ้น ได้แก่
⮚ดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 145,000 บาท ประกอบด้วย
oฟรี ประกันภัย 1 ปี*
oฟรี รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*
oฟรี แพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ 5 ปี หรือ 100,000 กม.*
oฟรี ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*

⮚โปรแกรม ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส (Double Smile Plus) ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ
oค่างวดเริ่มต้นเพียง 7,130 บาท* หรือเลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%*
oรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*
ข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับ Honda City Hatchback DRIVAL Limited Edition

⮚ทางเลือกใหม่! รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 70,000 บาท พร้อมเลือกรับ
oดอกเบี้ย 0% พร้อมฮอนด้า อัลติเมท แคร์
oหรือเลือกรับ ประกันภัย 2 ปี พร้อมฮอนด้า อัลติเมท แคร์

โดยมาพร้อมหลากหลายข้อเสนอคุ้มค่า ได้แก่
⮚ดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 145,000 บาท พร้อมสิทธิพิเศษเพิ่มเติม 20,000 บาท ประกอบด้วย
oฟรี ประกันภัย 1 ปี*
oฟรี รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*
oฟรี แพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ 5 ปี หรือ 100,000 กม.*
oฟรี ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*

⮚โปรแกรม ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส (Double Smile Plus) ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ
oค่างวดเริ่มต้นเพียง 8,108 บาท* หรือเลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%*
oรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*
สิทธิพิเศษเพิ่มเติม รวมมูลค่ากว่า 26,990 บาท* สำหรับ Honda City ทั้งขุมพลัง TURBO และ e:HEV และ Honda City Hatchback DRIVAL Limited Edition

⮚ลูกค้าเฉพาะกลุ่ม
oใหม่ นักเรียน/นักศึกษา ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับอุดมศึกษา หรือวิทยาลัยอาชีวศึกษาต่างๆ รวมถึง นักเรียนนักศึกษาจบใหม่ ฯลฯ ที่มีอายุไม่เกิน 27 ปี เพียงโชว์บัตรนักเรียน/บัตรนักศึกษา หรือบัตรประชาชน อายุไม่เกิน 27 ปี ให้กับที่ปรึกษาการขายในวันจองรถยนต์ รับสิทธิพิเศษเพิ่มมูลค่า 5,000 บาท*
oสำหรับลูกค้าที่นำรถยนต์สันดาป หรือรถยนต์ไฮบริด หรือรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดคันเดิม ยี่ห้อฮอนด้า หรือยี่ห้อใดก็ได้มาขายและออกรถยนต์ ฮอนด้า ซิตี้ ที่โชว์รูมฮอนด้า รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 15,000 บาท*
oสำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) รับส่วนลดดอกเบี้ย 0.15%* พิเศษเฉพาะสำหรับเจ้าของรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 3,000 บาท*
oเพื่อนแนะนำเพื่อน* ลูกค้าที่ออกรถจะได้รับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 3,000 บาทเพิ่มเติม สำหรับเพื่อนที่แนะนำจะได้รับคูปองส่วนลดเงินส่วน (e-Coupon) มูลค่า 3,000 บาท เพื่อใช้สำหรับการซื้อสินค้าและบริการที่ศูนย์บริการฮอนด้า
(ทั้งนี้ขอสงวนสิทธิ์ลูกค้าในการเลือกรับแคมเปญอย่างใดอย่างหนึ่ง ระหว่างแคมเปญสำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว หรือแคมเปญเพื่อนแนะนำเพื่อน เพื่อรับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 3,000 บาท)
oสำหรับลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ และ กลุ่มลูกค้าอาชีพพิเศษ สิทธิพิเศษ รับส่วนลดดอกเบี้ยพิเศษเพิ่ม 0.10%* จากดอกเบี้ยตามตารางส่งเสริมการขายประจำเดือน (เฉพาะกรณีทำสัญญาเช่าซื้อผ่านบริษัท ฮอนด้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น)

⮚ฟรี กระเป๋าล้อลาก CAGGIONI รุ่น Trunk ขนาด 20 นิ้ว มูลค่า 3,990 บาท* เพียงจองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 11 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568

ฮอนด้า 6

ลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญ Honda Pro OH! MY GOOOOOD PLUS+
โปรใหม่ จัดใหญ่เต็ม MAX City ซี๊ดดด Deal ได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ หรือศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง (Honda Call Center) โทร. 0 2341 7777 หรืออ่านรายละเอียดที่ https://www.honda.co.th/promotions
●ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Honda City ดูรายละเอียดได้ที่ https://www.honda.co.th/city
●ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Honda City Hatchback ดูรายละเอียดได้ที่ https://www.honda.co.th/cityhatchback
อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่
●เว็บไซต์: www.honda.co.th
●Facebook Official Account: Honda Thailand
●LINE Official Account: @honda-thailand
หมายเหตุ
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

ข้อมูลเพิ่มเติม
●ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ (Honda Ultimate Care) คือ การขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
●Honda Exclusive Care คือ แคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ฮอนด้าใหม่ทุกรุ่น เพื่อมอบความมั่นใจในการใช้รถฮอนด้าในระยะยาว ประกอบไปด้วย
✔ฟรีประกันภัย 1 ปี
✔ฟรีแพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง และค่าอะไหล่ตามตารางการบำรุงรักษา
✔ฟรีรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง สำหรับรถยนต์ e:HEV ทุกรุ่น
✔สำหรับแบบ 5 ปี จะมีฟรี Honda Ultimate Care ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่ และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง ซึ่งปกติจะได้ 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แต่ขยายเพิ่มให้อีกเป็น
5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

 

“ALL NEW SUZUKI FRONX” เริ่มส่งมอบถึงมือลูกค้ากลุ่มแรก พร้อมเชิญชวนลูกค้าทดลองขับรถยนต์สไตล์สปอร์ตเอสยูวี สัมผัสสมรรถนะสุดเร้าใจและความปลอดภัยครบครัน

0
ALL NEW SUZUKI FRONX 1

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากซูซูกิได้แนะนำ “ALL NEW SUZUKI FRONX ยนตรกรรมสไตล์สปอร์ตแบบ SUV ออกสู่ตลาดรถยนต์เมืองไทย พร้อมกับสร้างปรากฎการณ์ด้วยความสนใจจากกลุ่มลูกค้าทั้งที่เป็นลูกค้าปัจจุบันที่ใช้รถยนต์ซูซูกิ และลูกค้าใหม่ ในการลงทะเบียนจองสิทธิ์เป็นเจ้าของ ALL NEW SUZUKI FRONX ผ่านช่องทางออนไลน์ ที่เปิดให้จองตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม – 24 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา มีตัวเลขการลงทะเบียนจองสิทธิ์สูงถึง 5,364 คัน นับเป็นการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคชาวไทย ซึ่งยังมีความเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้าว่าจะสามารถมอบความคุ้มค่าให้กับลูกค้าได้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เป็นเจ้าของรถอย่างแท้จริง

ALL NEW SUZUKI FRONX 2

ล่าสุด ซูซูกิ ร่วมกับผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิทั้ง 86 แห่งทั่วประเทศ ดำเนินการส่งมอบ ALL NEW SUZUKI FRONX แก่ลูกค้าที่ตัดสินใจจับจองเป็นเจ้าของทันที ซึ่งนับว่าเป็นการส่งมอบรถถึงมือผู้บริโภคอย่างรวดเร็วเพื่อตอบรับต่อความต้องการในการใช้งานรถยนต์รุ่นใหม่จากซูซูกิ เพียงไม่กี่วันหลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการ พร้อมด้วยการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายเชิญชวนลูกค้าให้ได้มาร่วมสัมผัสกับประสบการณ์ใหม่แห่งการขับขี่ ด้วยการทดลองขับ ALL NEW SUZUKI FRONX ยนตรกรรมสไตล์สปอร์ตแบบ SUV ที่มอบให้ทั้งสมรรถนะการขับขี่ที่สนุกสนานเร้าใจ และมอบระบบความปลอดภัยให้คุณมั่นใจได้อย่างเหนือระดับ โดยเฉพาะกลุ่มที่จองสิทธิ์ล่วงหน้ายังแสดงความสนใจในคุณภาพและสมรรถนะของ ALL NEW SUZUKI FRONX ด้วยการเข้าร่วมทดลองขับเพื่อประกอบการตัดสินใจในการเป็นเจ้าของอย่างต่อเนื่อง

ALL NEW SUZUKI FRONX 3

“ซูซูกิ ยังคงยึดมั่นต่อการนำเสนอสินค้าคุณภาพดี ที่มาพร้อมกับงานบริการหลังการขายที่เป็นเลิศแก่ผู้บริโภค การตอบรับต่อความต้องการอย่างรวดเร็วที่เรามอบให้แก่ลูกค้า จึงเป็นหนึ่งในความตั้งใจที่ต้องการแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและจริงใจต่อลูกค้าทุกรายที่ยังคงเชื่อมั่นและไว้วางใจในสินค้าและบริการของซูซูกิเป็นอย่างดีเสมอมา ความมุ่งมั่นดังกล่าวเป็นดังเครื่องหมายที่แสดงให้เห็นว่า เรายังมีความมั่นคงต่อการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย และมุ่งหวังจะให้บริการต่อคนไทยได้อย่างยั่งยืน โดยเชื่อว่า ALL NEW SUZUKI FRONX จะเข้ามาเติมเต็มประสบการณ์การขับขี่ และตอบสนองไลฟ์สไตล์ของทุกคน ด้วยความโดดเด่นที่มากกว่าในทุกด้านอย่างแท้จริง” นายวัลลภ กล่าว

 

โดยบรรยากาศการส่งมอบรถยนต์ ALL NEW SUZUKI FRONX นอกจากกลุ่มลูกค้าใหม่ที่มองหาความคุ้มค่าจากผลิตภัณฑ์และไว้วางใจได้ในเรื่องของงานบริการแล้วนั้น กลุ่มลูกค้าเดิมที่ใช้งานรถยนต์ซูซูกิมายาวนาน ยังคงเชื่อมั่นและตัดสินเปลี่ยนมาใช้ ALL NEW SUZUKI FRONX ให้สานต่อการเป็นยานพาหนะที่เปรียบเสมือนเพื่อนคู่ใจในยามเดินทางสำหรับครอบครัวอีกด้วย

ALL NEW SUZUKI FRONX 5

คุณยัพ กล่าวว่า “ผมเป็นลูกค้าของซูซูกิมานาน เลือกใช้และไว้วางใจในคุณภาพของรถยนต์ซูซูกิมาหลายรุ่น นับตั้งแต่ SUZUKI VITARA, SUZUKI GRAND VITARA, SUZUKI CARIBIAN, SUZUKI SX4, SUZUKI SWIFT 1.5L, SUZUKI JIMNY ล่าสุดตัดสินใจเลือก ALL NEW SUZUKI FRONX รุ่น GL เข้ามาเป็นอีกหนึ่งสมาชิกของครอบครัว นอกจากจะตอบโจทย์ในการใช้งานสำหรับครอบครัวแล้ว ผมยังเชื่อมั่นว่า ซูซูกิเป็นรถที่มีความทนทาน ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาไม่สูง อีกทั้งศูนย์บริการยังเป็นศูนย์บริการที่ผมมั่นใจในการดูแลลูกค้าอย่างมืออาชีพอีกด้วย”

ALL NEW SUZUKI FRONX 6

คุณจูน กล่าวว่า “ครอบครัวเลือกใช้งาน SUZUKI SWIFT มาตั้งแต่ปี 2012 จนถึงปัจจุบัน เลือกมาออกรถ ALL NEW SUZUKI FRONX GLX PLUS ที่ศูนย์บริการบ้านซูซูกิ สาขาพระราม 2 เพื่อไปใช้งานอีก 1 คัน เพราะมั่นใจในคุณภาพของตัวรถซูซูกิ ใช้งานง่าย ไม่จุกจิก และมอบความคุ้มค่าให้ครอบครัวในระยะยาว อีกทั้งยังอุ่นใจด้วยศูนย์บริการซูซูกิที่มีอยู่ทั่วประเทศไม่ว่าจะเดินทางไปที่ไหนก็มั่นใจได้ว่ามีบริการดูแลใกล้ตัวเสมอ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา”

ALL NEW SUZUKI FRONX 7

คุณนุและคุณอ๋อม “เราเป็นลูกค้า SUZUKI SWIFT มาตั้งแต่ปี 2018 ใช้งานแล้วประทับใจมาก ทั้งสมรรถนะ ความคุ้มค่า และความสบายใจที่ได้จากแบรนด์นี้ พอถึงเวลาที่อยากเปลี่ยนรถ ก็ยังมั่นใจใน SUZUKI เหมือนเดิม ติดตามข่าวสารของ ALL NEW SUZUKI FRONX ตั้งแต่เปิดตัวในต่างประเทศ ตัดสินใจเลือกใช้รุ่น GLX เพราะมั่นใจในคุณภาพ และอยากเป็นเจ้าของตั้งแต่แรกเริ่ม”

ALL NEW SUZUKI FRONX 8

คุณพลอย กับคุณแพร “เราใช้ SUZUKI XL7 มาตั้งแต่ปี 2020 และมั่นใจในคุณภาพกับความทนทานของรถซูซูกิอยู่แล้ว พอได้เห็น ALL NEW SUZUKI FRONX ก็ตัดสินใจซื้อเพิ่มอีกคันทันทีเพื่อใช้ในครอบครัว สิ่งที่โดนใจที่สุดคือเรื่อง ดีไซน์ของ FRONX มีความสปอร์ต รูปทรงดูเป็น SUV ที่ทันสมัย มีเอกลักษณ์โดดเด่น และเข้ามาเติมเต็มการใช้งานของครอบครัวเราได้อย่างลงตัวที่สุด”

ทั้งนี้ ALL NEW SUZUKI FRONX มาพร้อมแนวคิด “THE ICONIC DRIVE นิยามใหม่ของการขับขี่…ในแบบที่เป็นคุณ” ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอกย้ำความสำเร็จในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตรงใจผู้บริโภค ด้วยจุดเด่นของสมรรถนะ ความคล่องตัวทุกการขับขี่ ทั้งยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยครบครัน

ALL NEW SUZUKI FRONX 4

ดีไซน์ภายนอก สะดุดตาด้วยไฟหน้าพร้อม Daytime Running Light กระจังหน้าทรงพลังเสริมความพรีเมียมด้วยลายเส้นโครเมียม และไฟท้าย LED เชื่อมต่อเต็มแนวโดดเด่นในทุกมุมมอง ภายในห้องโดยสารออกแบบให้มีสไตล์เป็นเอกลักษณ์มอบความสบายในทุกตำแหน่งที่นั่งพวงมาลัย Multifunction ดีไซน์สปอร์ต Paddle Shift ขับสนุกตลอดทาง จอระบบสัมผัสขนาด 9 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay แบบไร้สาย ระบบ Keyless Push Start แท่นชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB และช่องปรับอากาศสำหรับที่นั่งด้านหลัง พร้อม USB Charger

ขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร มีให้เลือกทั้งในรูปแบบเครื่องยนต์ K15B ซึ่งเป็นรุ่นเริ่มต้น พร้อมยกระดับประสบการณ์การขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ K15C ที่มาพร้อมเทคโนโลยีหัวฉีดคู่ (DUALJET) ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี Smart Hybrid Vehicle (SHVS) เอกสิทธิ์เฉพาะของซูซูกิ ที่มีความทนทานและบำรุงรักษาง่าย ทำให้มีความมั่นใจในการขับขี่ พร้อมรัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 4.8 เมตร โครงสร้างตัวถัง TECT เหล็กกล้าน้ำหนักเบา มีความแข็งแรง ทนทานต่อการสึกหรอเป็นพิเศษ แพลตฟอร์ม HEARTECT เอกสิทธิ์เฉพาะของซูซูกิ

ALL NEW SUZUKI FRONX 8

ระบบความปลอดภัยครบครันด้วยเทคโนโลยี SUZUKI SAFETY SUPPORT

•ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ Dual Sensor Brake Support II (DSBSII)
•จอแสดงข้อมูล Head-up display (HUD)
•ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control (ACC)
•ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน Lane Keep Assist (LKA)
•ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน Lane Departure Warning (LDW)
•ระบบช่วยป้องกันรถออกนอกเลน Lane Departure Prevention (LDP)
•ระบบเตือนเมื่อรถส่าย Vehicle Sway Warning
•ระบบเตือนสิ่งกีดขวางในจุดอับสายตา Blind Spot Monitor (BSM)
•ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอยหลัง Rear Cross Traffic Alert (RCTA)
•ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ High Beam Assist (HBA)
•กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา Surround View Monitor
•เซนเซอร์ถอยหลังพร้อมสัญญาณเตือน Parking Sensor

ALL NEW SUZUKI FRONX 9

ราคารถยนต์ ALL NEW SUZUKI FRONX
•รุ่น GL ราคา 689,000 บาท
•รุ่น GLX ราคา 749,000 บาท
•รุ่น GLX PLUS ราคา 799,000 บาท
*หมายเหตุ สี Pearl Snow White เพิ่ม 5,000 บาท และ สี Two-tone (รุ่น GLX PLUS) เพิ่ม 10,000 บาท

ALL NEW SUZUKI FRONX ในรุ่น GL, GLX และ GLX PLUS มาพร้อมหลากหลายเฉดสี ได้แก่
•Pearl Snow White
•Silky Silver Metallic
•Metallic Magma Gray
•Cool Black Metallic
•Savanna Ivory Metallic
ALL NEW SUZUKI FRONX ยังมีสีพิเศษในรุ่น GLX PLUS แบบ Two-tone อีก 3 สี ได้แก่
•Pearl Snow White / Cool Black Metallic (เพิ่มเงินจำนวน 15,000 บาท)
•Savanna Ivory Metallic / Cool Black Metallic
•Ice Grayish Blue Metallic / Cool Black Metallic

เพื่อเป็นการฉลองการเปิดตัว ALL NEW SUZUKI FRONX ซูซูกิจัดเต็มข้อเสนอสุดพิเศษที่มอบความคุ้มค่าสูงสุด ให้แก่ลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน – 31 ธันวาคม 2568 เท่านั้น โดยลูกค้าจะได้รับสิทธิประโยชน์ดังนี้:
•ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 1.99%
•ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก
•ฟรี! บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 3 ปี

นอกจากนี้ ซูซูกิยังมอบทางเลือกที่คุ้มค่าตลอดการใช้งาน คลายกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษารถ และเพื่อมอบความอุ่นใจสูงสุดให้กับลูกค้า ซูซูกิขอนำเสนอโปรแกรมพิเศษ SUZUKI FRONX Worry Free Maintenance Package ในราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 27,999 บาท ซึ่งครอบคลุมค่าใช้จ่ายในส่วนของการบำรุงรักษารถยนต์ ALL NEW SUZUKI FRONX ตามระยะทาง นานถึง 7 ปี ซึ่งเป็นความคุ้มค่าที่ช่วยให้ลูกค้าวางแผนค่าใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น และมีความมั่นใจในการครอบครองรถในระยะยาว

ALL NEW SUZUKI FRONX 10

ทั้งนี้ ซูซูกิยังสร้างความเชื่อแก่ผู้บริโภคด้านงานบริการ ด้วยการมีโชว์รูมรถยนต์ซูซูกิครอบคลุม 86 แห่งทั่วประเทศ พร้อมด้วยศูนย์ซ่อมตัวถังและสีมาตรฐาน 47 แห่ง พร้อมบริการ “Mobile Service” ที่พร้อมดูแลรถยนต์นอกสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ตรวจสอบระบบเบรก แบตเตอรี่ หรือการบำรุงรักษาพื้นฐานต่างๆ พร้อมด้วยการขยายเครือข่ายศูนย์บริการมาตรฐาน 2S (Service & Spare Parts) เพื่อให้บริการควบคู่ไปกับศูนย์บริการหลักประเภท 3S (Sales, Service & Spare Parts) เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงบริการได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็วยิ่งขึ้นอีกด้วย

นายวัลลภ กล่าวเพิ่มเติมว่า ซูซูกิเชื่อมั่นว่าผลิตภัณฑ์ทุกรุ่นของซูซูกิยังคงได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภค เพราะนอกจากเป็นรถยนต์ที่มอบให้แต่ความคุ้มค่าและยังเป็นรถที่บำรุงรักษาง่าย ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาไม่สูง ซึ่งเรายังมีความมุ่งมั่นในการยกระดับงานบริการให้ดียิ่งขึ้นเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าทุกท่าน สอดคล้องกับในแนวทาง ‘SUZUKI Cause We Care – เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ’ ซึ่งเป็นแนวทางในการพัฒนาบริการและผลิตภัณฑ์คุณภาพตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อให้ซูซูกิเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคให้ความเชื่อถือและไว้วางใจเดินคู่เคียงข้างคนไทยต่อไปในอนาคต อีกทั้งเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนและพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืน

“สรยท.” เปิดกติกาใหม่ THAILAND CAR OF THE YEAR 2025 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม

0
สรยท. 1

สรยท. เปิดกติกาคัดเลือกรถยอดเยี่ยมประจำปี 2568 หรือ THAILAND CAR EV & MOTORCYCLE OF THE YEAR 2025 โดยกติกาใหม่เปิดทางกลุ่มรถยนต์ปรับโฉม (Model Year) เข้าร่วมชิงชัย ภายใต้กฎเหล็กใหม่ 8 ข้อ ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับตลาดรถในปัจจุบัน และเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยอีกด้วย

สำหรับการปรับกฎระเบียบการคัดเลือกรถยอดเยี่ยมประจำปีใหม่ในครั้งนี้ เพื่อสอดคล้องกับบริบทของตลาดรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา โดยวัตถุประสงค์ของการปรับกฎระเบียบในครั้งนี้เพื่อกระตุ้นให้ผู้ผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ออกมาตอบโจทย์ความต้องการของตลาดทุกด้าน อาทิ คุณภาพ, สมรรถนะ, ประโยชน์ใช้สอย และมีความคุ้มค่าออกสู่ตลาด เพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคชาวไทย ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์รุ่นเปลี่ยนโฉม (Model Change) หรือรุ่นปรับโฉม (Minor Change) ดังกล่าว

นายสุรศักดิ์ จรินทร์ทอง นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) หรือ Thai Automotive Journalists Association (TAJA) เปิดเผยว่า “ในช่วงเวลา 3-4 ปีที่ผ่านมา สมาคมฯ ได้มองเห็นความเปลี่ยนแปลงของผลิตภัณฑ์รถยนต์และรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยอย่างชัดเจน โดยรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ 1 รุ่น ผู้ผลิตที่เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ จะขยายเวลาในการทำตลาดมากขึ้นกว่าปกติ จากเดิมที่มีการเปลี่ยนโฉมทุก 4-5 ปี แต่ปัจจุบันหลายรุ่นถูกขยายการทำตลาดนานขึ้น ส่วนรถจักรยานยนต์จะมีอายุการทำตลาดนานกว่ารถยนต์ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนโฉมออกสู่ตลาด”

สรยท. 2

“เพื่อเป็นการสนับสนุนในเรื่องของการนำนวัตกรรมและสิ่งที่ดีๆ ที่มีความคุ้มค่ามาสู่ผู้บริโภคชาวไทย โดยรุ่นปรับโฉมของรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ในบางรุ่นทำได้ดีมากไม่แพ้กับรถยนต์แบบโมเดลเชนจ์ อาทิ รูปลักษณ์ เครื่องยนต์ และเทคโนโลยี ทางสมาคมฯ จึงเล็งเห็นความตั้งใจในด้านการยกระดับในหลายๆ ด้านของผู้ผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์ จึงได้มีการประชุมกรรมการและทีมทำงานในการปรับกติกาเพื่อคัดเลือกรถที่เข้าเกณฑ์ทั้งในกลุ่มของรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี รถยนต์ไฟฟ้ายอดเยี่ยมประจำปี และรถจักรยานยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2568 โดยให้ครอบคลุมกับรถที่มีการปรับโฉมซึ่งเปิดตัวในช่วงกรอบเวลาที่กำหนด และถูกผลิตจากโรงงานในประเทศไทยหรือนำเข้าจากกลุ่มประเทศอาเซียน โดยในส่วนของรถยนต์ไฟฟ้าที่มีการปรับโฉมนั้นจะมีเกณฑ์การพิจารณาแยกต่างหากผ่านทางการพิจารณาตามกรอบของอนุกรรมการที่ดูแล และการปรับเปลี่ยนนั้นจะต้องส่งผลดีต่อผู้บริโภคชาวไทย” นายสุรศักดิ์ กล่าว

นายสุรศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า “สำหรับวัตถุประสงค์หลักของการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบการคัดเลือก คือ การส่งเสริมให้ผู้ผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์ได้นำผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่เพียบพร้อมด้วยความยอดเยี่ยม

ในหลายๆ ด้าน มีคุณภาพ สมรรถนะ และมีความคุ้มค่าให้กับผู้บริโภคชาวไทย ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ในรุ่นเปลี่ยนโฉมและปรับโฉม”

ทางด้าน นายพุทธิ ผาสุข อุปนายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) หรือ Thai Automotive Journalists Association (TAJA) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการคัดเลือกและตัดสินรถยอดเยี่ยมประจำปี 2568 เผยว่า “สำหรับรถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ที่มีคุณสมบัติในปีนี้ จะต้องเป็นรถรุ่นใหม่ (New Model) ที่เปิดตัวสู่ตลาดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 – 30 กันยายน 2568 แต่ปีนี้มีความพิเศษเป็นปีแรกในการนำรถที่มีการปรับโฉมตามอายุตลาด หรือ Minor Change เข้ามาพิจารณาชิงชัยรถยอดเยี่ยมประจำปี 2568 เพิ่มเติม โดยเรียกว่าเป็น “รถโฉมใหม่” (Model year) ตรงนี้สมาคมฯ ได้มีการปรับเปลี่ยนระเบียบกฎกติกาใหม่ขึ้นมาเพิ่มเติมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยได้รับความร่วมมือจากคณะอนุกรรมการที่มาจากสมาชิกสมาคมฯ รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญจากบุคคลภายนอกที่มีความรู้ความสามารถอันเป็นที่ประจักษ์และได้รับการยอมรับในแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทย ให้เกียรติสมาคมฯ เข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการร่างกฎระเบียบกติกาใหม่ให้มีความโปร่งใส รัดกุม และเกิดประโยชน์กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในปัจจุบันให้ได้มากที่สุด”

สรยท. 3

“การพิจารณารถรุ่นใหม่ (New Model) ยังคงยึดกติกาเดิม แต่เกณฑ์การพิจารณารถโฉมใหม่ (Model Year) ทั้งรถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ จะมีหัวข้อในการพิจารณา 8 หัวข้อ แบ่งออกเป็น เครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง, ช่วงล่าง และระบบบังคับเลี้ยว, ความปลอดภัย Active Safety, ความปลอดภัย Passive Safety, ดีไซน์ภายนอก, ดีไซน์ภายใน, การส่งเสริมการผลิตในประเทศ และการเพิ่มความคุ้มค่าของผลิตภัณฑ์ ซึ่งในกลุ่มรถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า จะต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่า 65% และรถจักรยานยนต์ ไม่น้อยกว่า 55% ตามตารางเกณฑ์สำหรับการพิจารณา จากนั้นจึงจะส่งรายชื่อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ผ่านเกณฑ์ทั้งหมดให้กับสมาชิก สรยท. เพื่อทำการโหวตคัดเลือกรอบแรกจำนวนกึ่งหนึ่ง เพื่อเข้าสู่การพิจารณารอบสุดท้าย ที่จะเป็นการทดลองขับภาคสนาม ณ สนามทดสอบของศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ (ATTRIC) จ.ฉะเชิงเทรา ต่อไป

 

เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) เปิดตัว The new Kia Carnival HEV 7-seater เปิดราคาเริ่มต้นที่ 2,499,000 บาท พร้อมการรับประกันคุณภาพ 7 ปี

0

เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) เปิดตัว The new Kia Carnival HEV 7-seater เอ็มพีวีรุ่นเรือธงโฉมใหม่อย่างเป็นทางการในประเทศไทยภายใต้คอนเซปต์ “Built for Every Move of Life” ยกระดับประสบการณ์การขับขี่รถอเนกประสงค์สำหรับครอบครัวยุคใหม่ เหนือชั้นยิ่งขึ้นด้วยสมรรถนะการขับขี่จากเครื่องยนต์เทอร์โบขนาด 1.6 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 54kW และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ให้กำลังสูงสุด 245 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 367 นิวตันเมตร ทันสมัยยิ่งขึ้นด้วยดีไซน์ภายนอกโฉมใหม่ที่ผสานสไตล์ความเป็นรถ SUV และ MPV เข้าไว้ด้วยกัน และการออกแบบภายในที่ให้ความสปอร์ตแบบพรีเมียม และยกระดับการนั่งโดยสารให้เหนือระดับยิ่งขึ้น ด้วยฟังก์ชันใช้งานที่ครบครัน ตอบโจทย์ทุกบทบาทของชีวิตประจำวันและเคียงข้างช่วงเวลาสำคัญของทุกคนในครอบครัว สำหรับ The new Kia Carnival HEV 7-seater มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ The new Kia Carnival HEV 7-seat Luxury ราคา 2,699,000 บาท และ The new Kia Carnival HEV 7-seat Premium ราคา 2,499,000 บาท มาพร้อมการรับประกันคุณภาพนาน 7 ปี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชม. 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง การรับประกันแบตเตอรีรถยนต์ (High-Voltage Battery) นาน 8 ปี และข้อเสนอพิเศษช่วงเปิดตัว ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 3 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร พิเศษ! สำหรับเจ้าของรถยนต์เกียและครอบครัว (Kia Loyalty) รับสิทธิ์ฟรี! ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) เพิ่มอีก 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร ตั้งแต่วันที่ 3 ถึง 31 ตุลาคม 2568 โดย เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) พร้อมส่งมอบรถ และเปิดให้
ทดลองขับ ณ โชว์รูมเกียทุกสาขาทั่วประเทศ ได้ตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป

 

นายฌ็อง–ดาวิด คริสติญอง อาเรล รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์และการตลาด บริษัท เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) จํากัด กล่าวว่า “The Kia Carnival ไม่ใช่แค่รถยนต์ธรรมดา แต่เป็นรถ MPV สำหรับครอบครัวที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร และใน The new Kia Carnival HEV 7-seater เราได้สร้างสรรค์ยนตรกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเช่นเดียวกับครอบครัวที่ได้เป็นเจ้าของ แคมเปญเปิดตัว “Built for Every Move of Life” จึงสะท้อนถึงสิ่งที่ทำให้ The new Kia Carnival HEV 7-seater แตกต่างและมีความหมายยิ่งกว่าใคร ด้วยการเป็น MPV สำหรับครอบครัวที่ทำให้เจ้าของรู้สึกภาคภูมิใจเมื่อใช้งาน ด้วยดีไซน์อันทรงพลังที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก SUV สู่การเป็นรถ MPV ที่ทำให้คุณสามารถสนุกกับการขับขี่ได้ทุกวัน ด้วยตำแหน่งการขับขี่ที่นั่งสบายแบบรถซีดาน ผสานกับขุมพลังไฮบริดที่ทั้งทรงพลัง ประหยัด และมอบประสบการณ์ขับขี่ที่นุ่มนวลเหนือระดับ ขณะเดียวกัน ยังเติมเต็มทุกช่วงเวลาแห่งครอบครัวด้วยฟีเจอร์ที่มอบความสะดวกสบายระดับพรีเมียม อาทิ ที่นั่งแบบ Relaxation Seat พร้อมระบบระบายอากาศ รวมถึงฟังก์ชันที่ออกแบบเพื่อตอบโจทย์การใช้งานจริงอย่างเช่น ทางเดินที่เอื้อต่อการเข้า-ออกเบาะหลังได้สะดวกยิ่งขึ้น และเบาะที่สามารถพับเก็บราบได้เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยสูงสุดเมื่อต้องการ The new Kia Carnival HEV 7-seater ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่ของไทย ทั้งครอบครัวที่มีลูก ครอบครัวขยายที่มีสมาชิก 5-7 คน หรือครอบครัวใหญ่ที่มีสมาชิก 3 เจเนอเรชันอาศัยอยู่ร่วมกัน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้งานที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นการใช้งานประจำวันในเมือง การเดินทางท่องเที่ยวในวันหยุด หรือการขนสิ่งของสำหรับกิจกรรมต่าง ๆ ของครอบครัวจึงเรียกได้ว่า The new Kia Carnival HEV 7-seater เป็นรถอเนกประสงค์ที่สร้างมาเพื่อตอบทุกจังหวะของชีวิตครอบครัวอย่างแท้จริง”

ดีไซน์ภายนอกและภายใน – ความสะดวกสบายและความอเนกประสงค์ระดับพรีเมียมตอบทุกความต้องการของครอบครัว

The new Kia Carnival HEV 7-seater จำหน่ายในประเทศไทย 2 รุ่นย่อย ได้แก่ The new Kia Carnival HEV 7-seat Luxury ราคา ราคา 2,699,000 บาท และ The new Kia Carnival HEV 7-seat Premium ราคา 2,499,000 บาท มาพร้อมกับดีไซน์ที่ได้รับการปรับโฉมใหม่ให้มีความโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น โดดเด่นไม่ซ้ำใคร ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง สะท้อนทั้งความหรูหราและความแข็งแกร่งในสไตล์ SUV มาพร้อมฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่น่าสนใจ อาทิ กระจังหน้าแบบ ‘Tiger nose’ โคมไฟหน้าพร้อมไฟส่องสว่างแบบ LED ดีไซน์ดวงไฟทรงลูกบาศก์ ชุดไฟหน้าและไฟท้ายแบบ Star Map Lighting ดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเกีย และล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 19 นิ้ว นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับแร็คหลังคาที่ไม่เพียงช่วยเสริมลุคความแข็งแกร่งแบบ SUV แต่ยังเป็นการเพิ่มความอเนกประสงค์ให้กับการใช้งานจริง (แร็คหลังคาสามารถรองรับน้ำหนักสูงสุดได้ถึง 100  กิโลกรัม) ช่วยปลดล็อกขีดจำกัดให้การเดินทางไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกันของครอบครัวให้สะดวกสบายกว่าที่เคย The new Kia Carnival HEV 7-seater มาพร้อมประตูสไลด์ไฟฟ้า (Smart Power Sliding Door) และฝากระโปรงท้ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Power Tailgate) ที่ให้ความสะดวกสบายในการใช้งาน ด้วยระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติเมื่อเข้าใกล้ตัวรถโดยที่มีกุญแจ Smart Key อยู่ด้วย สำหรับในรุ่น The new Kia Carnival HEV 7-seat Luxury จะมี Dual Sunroof ที่ให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาช่วยเพิ่มความรู้สึกโปร่งสบายให้กับห้องโดยสาร สำหรับตัวเลือกสีภายนอกของ The new Kia Carnival HEV 7-seater มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีขาว Snowflake White Pearl สีเทา Meteor Grey สีดำ Jet Black และสีน้ำเงิน Astra Blue

ห้องโดยสารของ The new Kia Carnival HEV 7-seater ได้รับการออกแบบให้กว้างขวางและร่วมสมัยด้วยดีไซน์ใหม่ ประกอบด้วยจอโค้งแบบพาโนรามิกที่ผสานรวมจอแสดงผลแบบคลัสเตอร์ขนาด 12.3 นิ้ว หน้าจออินโฟเทนเมนท์แบบสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว เข้าไว้ด้วยกันแบบไร้รอยต่อ มีระบบเชื่อมต่อ Android Auto™ และ Apple CarPlay® แบบไร้สายและฟังก์ชันสั่งงานด้วยเสียง มีระบบปรับอากาศด้านหน้าแบบอัตโนมัติที่สามารถปรับอุณหภูมิได้แบบแยกอิสระทั้งโซนด้านหน้าฝั่งซ้าย-ขวา และโซนด้านหลัง นอกจากนี้ ยังมีสวิตช์สำหรับสลับการควบคุมระบบอินโฟเทนเมนต์และระบบปรับอากาศที่ผสานการควบคุมทั้งระบบไว้บนอินเตอร์เฟซเดียวกัน เพียงแค่สัมผัสหนึ่งครั้งก็สามารถสลับการควบคุมไปมาระหว่างระบบอินโฟเทนเมนต์กับระบบปรับอากาศ ช่วยลดความซับซ้อนของเลย์เอาต์ในขณะที่ยังคงความสะดวกในการใช้งาน และภายในห้องโดยสารยังได้ติดตั้งพอร์ต USB-C มาตรฐาน รวม 6 พอร์ตกระจายทั้งสามแถวที่นั่ง ช่วยให้ผู้โดยสารสามารถชาร์จอุปกรณ์ของตนได้อย่างสะดวกไม่ว่าจะนั่งอยู่ตำแหน่งใดของตัวรถ

ในรุ่น The new Kia Carnival HEV 7-seat Luxury ยังได้ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ ด้วยการติดตั้งลำโพง BOSE รอบคัน 12 จุด เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่รื่นรมย์ให้แก่ผู้โดยสารทุกคน ไฟเรืองแสง Ambient Light สามารถแต่งสีไฟให้เข้ากับทุกบรรยากาศพร้อมสีให้เลือกถึง 64 เฉดสีครอบคลุมบริเวณคอนโซลและประตู ช่วยเพิ่มบรรยากาศภายในรถให้ดูหรูหรามากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์อัจฉริยะครบครันเพื่อมอบความสะดวกสบายและความปลอดภัย เช่น ระบบแสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกหน้า (Head-up Display) ขนาด 11 นิ้ว ฉายข้อมูลการขับขี่ที่สำคัญขึ้นบนหน้าจอกระจกหน้าในระดับสายของผู้ขับ และกระจกมองหลังแบบดิจิทัล ช่วยให้มองเห็นถนนด้านหลังได้อย่างชัดเจน แม้ว่ารถจะเต็มไปด้วยผู้โดยสารหรือสัมภาระขนาดใหญ่

สำหรับเบาะที่นั่งของคนขับในรุ่น The new Kia Carnival HEV 7-seat Luxury ยังได้ติดตั้งระบบจดจำตำแหน่งเบาะนั่งและระบบ Welcome Seat สำหรับผู้ขับ เบาะนั่งคู่หน้าและเบาะนั่งแถวที่สองมาพร้อมระบบระบายอากาศและระบบอุ่นเบาะ สำหรับเบาะผู้โดยสารแถวสองเป็นแบบ Relaxation Seat ที่เปลี่ยนทุกการเดินทางให้เป็นความสะดวกสบายระดับเฟิร์สคลาสด้วยฟังก์ชันปรับเอนนอนที่สามารถปรับระดับได้เต็มรูปแบบ พร้อมเบาะรองขาแบบปรับไฟฟ้า มีโหมด One-touch Relaxation ที่สั่งงานด้วยการกดเพียงครั้งเดียวมอบความสบายให้กับผู้นั่งได้อย่างง่ายดาย สำหรับรุ่น The new Kia Carnival HEV 7-seat Premium เบาะนั่งแถวสองเป็นเบาะแบบ Captain Seats ที่สามารถถอดออกได้เพื่อเพิ่มความอเนกประสงค์ในการใช้งาน และยังสามารถปรับเปลี่ยนตำแหน่งให้เป็นแบบนั่งหันหน้าเข้าหากันได้ ให้สมาชิกในครอบครัวได้มีปฏิสัมพันธ์กันได้ตลอดทริป พร้อมกันนี้ The new Kia Carnival HEV 7-seater ทั้งสองรุ่นได้รับการปรับให้มีพื้นที่ทางเดิน (Walkthrough access) ที่เอื้อต่อการเข้า-ออกเบาะหลังได้สะดวกยิ่งขึ้นสำหรับสมาชิกครอบครัวทุกคน โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ นอกจากนี้ ด้วยจุดยึดสําหรับติดตั้งเบาะนั่งสําหรับเด็ก (ISOFIX) ที่มีให้ในตำแหน่งที่นั่ง 4 ตำแหน่งเป็นมาตรฐาน (2 จุดบนเบาะนั่งแถวสอง และอีก 2 จุดบนเบาะแถวสาม) ซึ่งช่วยให้สามารถติดตั้งเบาะนั่งสำหรับเด็กในตำแหน่งต่าง ๆ ได้อย่างยืดหยุ่น เสริมความปลอดภัยและความสะดวกเพื่อตอบสนองความต้องการของครอบครัวได้ดีที่สุด

The new Kia Carnival HEV 7-seater ยังคงโดดเด่นในเรื่องความกว้างขวางสำหรับทั้งผู้โดยสารและสัมภาระ รวมถึงการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดเรียงที่นั่งผู้โดยสารที่มีความยืดหยุ่น โดยถือเป็นรถ MPV ที่รองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 7 ที่นั่ง พร้อมด้วยสัมภาระ ของทุกคนได้อย่างสะดวกสบายด้วยรถคันเดียว เบาะนั่งแถวสามมาพร้อมฟังก์ชันพับราบ ที่เป็นการสร้างพื้นที่บรรทุกแบบเรียบที่รวดเร็วและไม่ต้องใช้แรง ปรับเปลี่ยนได้ทันทีระหว่างความต้องการในการขนย้ายคนและขนส่งสินค้า

สมรรถนะและเทคโนโลยีการขับขี่ – เสริมความมั่นใจและความปลอดภัยในทุกเส้นทาง

The new Kia Carnival HEV 7-seater ขับเคลื่อนด้วยระบบไฮบริดที่ผสานการทำงานของเครื่องยนต์เทอร์โบ 1.6 ลิตรเข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 54kW และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ให้กำลังสูงสุด 245 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 367 นิวตันเมตร ซึ่งไม่เพียงแต่ให้สมรรถนะ
ที่ตอบสนองได้ดีและประหยัดน้ำมัน แต่ยังให้ประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลและเงียบเป็นพิเศษ พร้อมความสามารถของโหมด
EV Drive และสามารถใช้งานระบบปรับอากาศแม้เครื่องยนต์หยุดทำงาน The new Kia Carnival HEV 7-seater มาพร้อมเทคโนโลยีไฮบริดเฉพาะรุ่นที่มุ่งยกระดับสมรรถนะและความประหยัดน้ำมัน ควบคู่กับการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลและสบายยิ่งขึ้น ในโหมด Eco/Smart ผู้ขับสามารถใช้ Paddle Shift เพื่อปรับระดับการชะลอความเร็วของระบบ Regenerative Braking ได้ถึง 3 ระดับ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งคืนพลังงาน และการประหยัดเชื้อเพลิงในทุกการเดินทาง นอกจากนี้ ยังอัดแน่นด้วยฟีเจอร์เฉพาะ
ของ The new Kia Carnival HEV 7-seater อาทิ

  • E-Handling ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยเสริมการตอบสนองของรถเมื่อเข้าและออกจากโค้ง
  • E-Ride ช่วยลดแรงสะเทือน และมอบความนุ่มนวลในการขับขี่เมื่อต้องผ่านพื้นผิวถนนที่ไม่เรียบ
  • E-Evasive Handling Assist ออกแบบมาเพื่อช่วยควบคุมการเคลื่อนไหวของรถในสถานการณ์ที่ต้องหักหลบกะทันหัน

และเมื่อผู้ขับต้องการการตอบสนองที่เฉียบคมและการขับขี่ที่เร้าใจกว่าเดิม โหมด Sport มอบอิสระในการควบคุมผ่าน Paddle Shift ที่สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ด้วยความสูงจากพื้น 172 มิลลิเมตร ทำให้ The new Kia Carnival HEV 7-seater มีทัศนวิสัยในการขับขี่ที่เหนือระดับพร้อมศักยภาพการขับขี่ในแบบรถ SUV ในการรับมือกับถนนขรุขระ ลูกระนาด หรือพื้นผิวที่ไม่เรียบ ได้อย่างมั่นใจ อีกทั้งยังมีความคล่องตัวและง่ายต่อการควบคุมไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมืองและนอกเมือง ทำให้ The new Kia Carnival HEV 7-seater เป็นรถ MPV ระดับพรีเมียมที่ผสานความนุ่มสบายเข้ากับความมั่นใจในสไตล์ SUV ได้อย่างลงตัว

การจอดรถกับ The new Kia Carnival HEV 7-seater เป็นเรื่องง่ายและไร้กังวล ด้วยเทคโนโลยี Parking Aid Assist ที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจตลอดการใช้งานด้วยกล้องมองรอบทิศทาง (Surround View Monitor) ที่ให้มุมมองเสมือนมองจากมุมสูง ทำให้ผู้ขับเห็นทุกมุมอย่างชัดเจนเมื่อต้องเข้าจอดในพื้นที่แคบ ขณะที่เซนเซอร์รอบคันด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง ช่วยให้ประเมินระยะห่างได้อย่างแม่นยำและหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวางรอบตัวรถได้อย่างมั่นใจ นอกจากนี้ ยังมีระบบป้องกันการชนด้านหลังขณะถอยจอด (Rear Parking Collision-Avoidance Assist) ที่จะส่งสัญญาณเตือนและสั่งเบรกอัตโนมัติทันทีหากตรวจพบสิ่งกีดขวางด้านหลังขณะถอยหลัง คุณสมบัติเหล่านี้ช่วยให้การจอดรถไร้ความกังวล และเปลี่ยนทุกพื้นที่ให้กลายเป็นที่จอดที่ลงตัว นอกจากนี้ The new Kia Carnival HEV 7-seater ยังมาพร้อมกับระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS – Advanced Driver-Assistance Systems) ที่ช่วยยกระดับความมั่นใจและความปลอดภัยในทุกการเดินทาง อาทิ:

  • Smart Cruise Control with Stop & Go
  • High Beam Assist
  • Forward Collision Avoidance Assist
  • Blind Spot Collision Avoidance Assist (BCA)
  • Blind-Spot View Monitor (BVM)
  • Rear Cross Traffic Collision Avoidance Assist (RCCA)
  • Lane Following Assist and Lane Keeping Assist
  • Safe Exit Assist

พร้อมกันนี้ The new Kia Carnival HEV 7-seater ยังได้ติดตั้งถุงลมนิรภัยมาตรฐาน 8 ตำแหน่ง ครอบคลุมทุกด้าน ประกอบด้วยถุงลมนิรภัยคู่หน้า ถุงลมนิรภัยด้านข้าง ถุงลมม่านด้านข้าง ถุงลมนิรภัยปกป้องเข่าผู้ขับ และถุงลมนิรภัยกลางระหว่างเบาะผู้ขับ และผู้โดยสารด้านหน้า (Front Center Airbag) ที่เพิ่มเข้ามาใหม่ ทั้งหมดนี้จะช่วยลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บของผู้โดยสารทุกตำแหน่ง พร้อมทั้งเพิ่มความสบายใจให้กับทุกคนในครอบครัว เพื่อความมั่นใจกับผู้โดยสารในทุกเส้นทาง

สำหรับผู้ที่สนใจ The new Kia Carnival HEV 7-seater สามารถทดลองขับ และสอบถามข้อเสนอพิเศษได้ที่โชว์รูมเกียใกล้บ้านท่าน หรือเยี่ยมชม https://www.kia.com

โปรโมชันพิเศษช่วงเปิดตัวสำหรับ The new Kia Carnival HEV 7-seater ตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม 2568 ถึง 31 ตุลาคม 2568

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 77% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน [1]
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [2]
  • ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 3 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร [3]
  • พิเศษ! สำหรับเจ้าของรถยนต์ Kia และครอบครัว (Kia Loyalty) ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรงและค่าอะไหล่) เพิ่มเติม 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร (รวมเป็น 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร) [4]
  • ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [5]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [6]
  • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร [7]

หมายเหตุ:

[1] อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 1.77% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารทหารไทยธนชาต

[2] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน)

[3] เงื่อนไข ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 3 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[4] โดยชื่อเจ้าของรถคันเดิมและชื่อเจ้าของรถคันใหม่จะต้องเป็นชื่อเดียวกัน สามารถให้สิทธิ์แคมเปญกับบุคคลในครอบครัวเดียวกันได้ (บิดา มารดา พี่น้อง สามี ภรรยา และบุตร) ใช้สิทธิ์เพียงแสดงเอกสารยืนยันได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาเล่มทะเบียนรถ หรือแสดงเอกสารยืนยันความสัมพันธ์ (กรณีชื่อเจ้าของรถคันเดิมและคันใหม่ไม่ตรงกัน) ประกอบการใช้สิทธิ์ที่โชว์รูมเกียทั่วประเทศ

[5] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[6] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[7] เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[8] สิทธิประโยชน์ข้อ [2], [3] และ [5] มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 85,000 บาท ทั้งนี้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

  • ข้อกำหนดและเงื่อนไขอาจมีการเปลี่ยนแปลงทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของบริษัทฯ
  • สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม 2568 ถึง 31 ตุลาคม 2568
  • โปรโมชันสำหรับการซื้อผ่านผู้จำหน่าย Kia อย่างเป็นทางการทั่วประเทศไทย
  • ไม่รวมรถแท็กซี่, รถเช่า, รถที่ขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษ, และลูกค้ารถเช่า
  • ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงจะทำการแจ้งผ่านช่องทางสื่อประชาสัมพันธ์ของบริษัทฯ
  • สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อผู้จำหน่าย Kia ใกล้ท่าน หรือ เยี่ยมชมเว็บไซต์ https://www.kia.com/th

 

ฟอร์ดจัดโปรแรงส่งท้ายปลายปี ‘ฟอร์ดช่วยผ่อนคนละครึ่ง นาน 1 ปี’ พร้อมฟรีโปรแกรม Ford Care

0

ฟอร์ด ประเทศไทย จัดหนัก จัดเต็ม ส่งโปรโมชั่นเด็ดรับไตรมาสสุดท้าย หวังสร้างสีสันพร้อมกระตุ้นตลาดรถยนต์ผ่านแคมเปญ ‘ฟอร์ดช่วยผ่อนคนละครึ่ง นาน 1 ปี’ สำหรับลูกค้าที่ซื้อฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ที่เข้าร่วมรายการ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 31  ตุลาคม 2568

ฟอร์ด ยังคงมองเห็นความต้องการของลูกค้าที่มองหารถยนต์ที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย อย่างฟอร์ด เรนเจอร์ หรือรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ที่สามารถพาคุณและครอบครัวลุยไปได้ทุกเส้นทางอย่างฟอร์ด เอเวอเรสต์ ฟอร์ดจึงเสนอแคมเปญส่งเสริมการขาย ‘ฟอร์ดช่วยผ่อนคนละครึ่ง นาน  1 ปี’ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์ฟอร์ดได้ง่ายขึ้น รวมถึงช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของลูกค้าในสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว อีกทั้งยังกระตุ้นการเคลื่อนตัวของตลาดในไตรมาสส่งท้ายปี 2568  สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ฟอร์ดรุ่นต่อไปนี้

  • ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค 4×2 6AT
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ XLS กระบะ 4 ประตูยกสูง เกียร์อัตโนมัติ (รุ่นธรรมดาและรุ่นพิเศษ เอ็กซ์ตร้า แพ็ค)
  • ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ไวลด์แทรค
  • ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ไทเทเนี่ยม พลัส 4×4
  • ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เทรนด์

 เงื่อนไขแคมเปญฟอร์ดช่วยผ่อนคนละครึ่ง นาน 1 ปี

  • ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค 4×2 6AT (เฉพาะรุ่นธรรมดา ยกเว้นฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค 4×2 6AT รุ่นพิเศษ เอ็กซ์ตร้า แพ็ค) เมื่อดาวน์ 25% ผ่อน 84 เดือน ดอกเบี้ย 59%
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ XLS กระบะ 4 ประตูยกสูง เกียร์อัตโนมัติ (รุ่นธรรมดาและรุ่นพิเศษ เอ็กซ์ตร้า แพ็ค) เมื่อดาวน์ 25% ผ่อน 84 เดือน ดอกเบี้ย 89%
  • ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ไวลด์แทรค เมื่อดาวน์ 35% ผ่อน 84 เดือน ดอกเบี้ย 09%
  • ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ไทเทเนี่ยม พลัส 4×4 เมื่อดาวน์ 35% ผ่อน 84 เดือน ดอกเบี้ย 09%
  • ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เทรนด์ เมื่อดาวน์ 25% ผ่อน 84 เดือน ดอกเบี้ย 59%

หมายเหตุ: แคมเปญฟอร์ดช่วยผ่อนคนละครึ่งนาน 1 ปี มาพร้อมโปรแกรมขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ Ford Care แต่ไม่รวมประกันภัยชั้น 1 และเมื่อจัดเช่าซื้อผ่านฟอร์ดลีสซิ่ง โดยธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) เท่านั้น

“เราใส่ใจและให้ความสำคัญกับลูกค้าทุกคนเปรียบเสมือนครอบครัวฟอร์ด เราจึงเลือกนำเสนอแคมเปญพิเศษเพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงรถยนต์ฟอร์ดที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสมรรถนะที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งานได้ง่ายขึ้น รวมถึงช่วยแบ่งเบาภาระการผ่อนชำระค่างวดในปีแรกเพื่อเพิ่มสภาพคล่องในการดำรงชีวิต และช่วยให้ลูกค้าสบายใจในการนำรถยนต์ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างราบรื่น” นายเมธัส ลิขิตสัจจกุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมฟอร์ด ทั่วประเทศ หรือศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ฟอร์ด โทร 1383 หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.ford.co.th/showroom/all-offers

“Benz BKK Group” ฉลองก้าวขึ้นแท่นผู้นำกลุ่มตัวแทนจำหน่าย ครองแชมป์ยอดขายพร้อมจัดกิจกรรมสุดพิเศษแห่งปีแทนคำขอบคุณไม่สิ้นสุด “Benz BKK Group: The Endless Appreciation Concert”

0
Benz BKK Group 1

กลุ่มบริษัท เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป จำกัด ผู้แทนจำหน่ายและศูนย์บริการรถยนต์ Mercedes-Benz อย่างเป็นทางการ แถลงผลการดำเนินธุรกิจในช่วง 3 ไตรมาสของปี 2568 พร้อมประกาศความสำเร็จขึ้นแท่นผู้นำดีลเลอร์กรุ๊ปด้วยยอดขายรวม 932 คัน ถือเป็นกลุ่มตัวแทนจำหน่ายที่สร้างผลงานได้ยอดเยี่ยมที่สุดจาก 3 โชว์รูม 3 มุมเมือง ครอบคลุมพื้นที่ทั่วกรุงเทพมหานคร โดย Benz BKK Bangna ครอบคลุมพื้นที่ฝั่งตะวันออก Benz BKK Vipawadee ครอบคลุมพื้นที่ตอนเหนือ และ BKK Autohaus Kanchanapisek ครอบคลุมพื้นที่ฝั่งตะวันตก

Benz BKK Group 2

สำหรับผลประกอบการธุรกิจตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึง 31 สิงหาคม 2568 แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายด้านเศรษฐกิจและการแข่งขันที่เข้มข้นในตลาดรถยนต์ลักชัวรี กลุ่ม Benz BKK Group ยังคงสร้างผลลัพธ์ที่แข็งแกร่งด้วยยอดขายรวม 932 คัน โดยมียอดจำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Benz จำนวน 621 คัน หรือคิดเป็นส่วนแบ่งตลาด (Market Share) ที่ 15.62% และ Mercedes-Benz Certified รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์มือสอง จำนวน 311 คัน ซึ่งมีอัตราการเติบโตเทียบปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 32% ก้าวขึ้นแท่นผู้นำกลุ่มตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

 

โดยภาพรวมส่วนของรถยนต์ใหม่ (New Car) ยังคงตอบโจทย์ลูกค้าทุกเซกเมนต์ ทั้งกลุ่มรถสปอร์ต รถอเนกประสงค์ (SUV) รวมถึงไลน์รถยนต์ไฟฟ้า (EQ) ที่นับเป็นกลุ่มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้ช่วยขยายฐานลูกค้าและถือเป็นหัวใจของการเสริมพอร์ตสินค้าระยะยาว ในขณะเดียวกัน Mercedes-Benz Certified ได้รับการตอบรับอย่างดีจากตลาดด้วยเช่นกันด้วยข้อเปรียบเทียบเชิงโครงสร้างที่ชัดเจน ทั้งพื้นที่โชว์รูมและขนาดการลงทุนที่ใหญ่ที่สุด ตอบโจทย์ลูกค้าด้วยโชว์รูม Experience Center แบบครบวงจร มีรถให้เลือกครบทุกเซกเมนต์หมุนเวียนกว่า 150 คัน รวมถึงรถทุกคันผ่านการตรวจเช็กแบบ Multi-point มากกว่า 200 รายการ รองรับบริการหลังการขายและการรับประกันคุณภาพที่มาพร้อมโปรแกรมสินเชื่อเฉพาะบุคคล และบริการซื้อ-ขายแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ทำให้รถยนต์ Mercedes-Benz Certified กลายเป็น “ตัวเลือกที่คุ้มค่า และเชื่อถือได้สำหรับลูกค้าที่มองหารถยนต์พรีเมียมพร้อมใช้งานในงบประมาณที่คุ้มค่า ซึ่งการตอบรับเห็นได้จากงาน BIG Motor Sale 2025 และช่องทางขายอื่นๆ ที่ยืนยันถึงศักยภาพของไลน์ Mercedes-Benz Certified ในการสร้างรายได้และขยายฐานลูกค้าอย่างมีนัยสำคัญ

BKK Group 4

ด้านแผนการดำเนินธุรกิจไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 ทาง Benz BKK Group ยังคงเสริมทัพรถยนต์ Mercedes-Benz ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์มือสอง เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการที่หลากหลาย พร้อมมุ่งเน้นกลยุทธ์ Customer Centric เป็นการสร้างและรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว ด้วยการให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นที่สุด มอบประสบการณ์การดูแลรถยนต์และการรองรับบริการที่เหนือระดับ เพราะลูกค้าคือคนพิเศษ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ Benz BKK Group ประสบความสำเร็จมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมยกระดับ CRM (Customer Relationship Management) แบบ 360 องศา เพื่อเข้าถึง เข้าใจ และตอบสนองความต้องการของลูกค้าและความพึงพอใจอย่างสูงสุด ควบคู่ไปกับการสร้าง Brand Experience ผ่านกิจกรรม Lifestyle & Entertainment สร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้าผ่านกิจกรรมที่เข้าถึงไลฟ์สไตล์ มอบประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟให้กับลูกค้าในทุกมิติครอบคลุมกลุ่มลูกค้าทุกเจนเนอเรชัน Benz BKK Group จึงได้จัดกิจกรรมสุดพิเศษแห่งปีแทนความขอบคุณไม่สิ้นสุด

BKK Group 5

สำหรับกิจกรรมพิเศษแห่งปี “Benz BKK Group : The Endless Appreciation Concert” แทนความขอบคุณที่ไม่สิ้นสุดบนการเดินทางแห่งเสียงดนตรีและความซาบซึ้งใจ คือการถ่ายทอดความผูกพันอันยาวนานระหว่าง Benz BKK Group และลูกค้า ที่ไม่ใช่เพียงความสัมพันธ์ทางธุรกิจ แต่เป็นการเดินทางร่วมกันบนถนนแห่งความเชื่อมั่น ความไว้วางใจ และความทรงจำที่งดงามตลอดหลายทศวรรษ ไฮไลต์สำคัญครั้งนี้จะเป็นการรวมกันครั้งสำคัญของลูกค้าคนพิเศษของ Benz BKK กว่า 5,200 คน ของกลุ่ม Gen X และ Gen Y

Benz BKK Group 3

 

คุณอนุพล ลิขิตพฤกษ์ไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารยานยนต์กลุ่ม บีเคเค กรุ๊ป กล่าวว่า “กว่า 34 ปีที่เราอยู่เคียงข้างลูกค้า Mercedes-Benz วันนี้ Benz BKK Group ก้าวขึ้นเป็นผู้นำตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการได้ด้วยพลังศรัทธาและการสนับสนุนของลูกค้าทุกท่าน เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาทั้งยอดขาย บริการ และประสบการณ์ เพื่อส่งต่อสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในทุกเส้นทาง”

คุณตวงรัตน์ ลิขิตพฤกษ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป กล่าวเสริมว่า “กลยุทธ์หลักของเราในไตรมาสที่ 4 คือการเดินหน้าทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง เชื่อมต่อกับลูกค้าในทุกมิติ ทั้ง Online Marketing ที่เข้าถึงแบบ Personalized และ กิจกรรม Offline ที่สร้างประสบการณ์จริง เพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิมให้แข็งแกร่ง พร้อมทั้งมุ่งดึงลูกค้า Lapsed Customer ให้กลับมาใช้บริการ โดยใช้ CRM ที่แม่นยำ และกิจกรรมการตลาดเชิงประสบการณ์ (Lifestyle & Engagement Marketing) เป็นเครื่องมือสำคัญ เราเชื่อว่าความสำเร็จของ Benz BKK Group ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะยอดขาย แต่เกิดจากความไว้วางใจที่ลูกค้ามอบให้ และภารกิจของเราคือการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวที่ยั่งยืน เพื่อก้าวไปสู่อนาคตร่วมกัน”

ไฮไลต์กิจกรรมพิเศษแห่งปี “Benz BKK Group : The Endless Appreciation Concert” นำทีมโดยสุดยอดศิลปินระดับแนวหน้ามากมาย อาทิ ปาล์มมี่, นูโว, บอย Peacemaker, กบ Taxi, ปู Blackhead และอี๊ด FLY โดยแต่ละบทเพลงและการแสดงจะเปรียบเสมือน “ช่วงเวลา” ของเส้นทางร่วมกัน ตั้งแต่วันแรกจนถึงก้าวสู่อนาคต พร้อมจัดเต็มด้วยระบบแสง สี เสียง ย่านกลางใจเมือง ในวันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน 2568 ณ UOB Live ศูนย์การค้า EmSphere พิเศษ!! สำหรับลูกค้า Benz BKK Group เท่านั้น กิจกรรมสุดพิเศษนี้ ไม่ใช่เป็นเพียงแค่คอนเสิร์ต แต่คือบทพิสูจน์แห่งความใส่ใจที่ Benz BKK Group มอบให้ลูกค้าเสมอมา

BKK Group  8