Home Blog Page 329

รายการ Auto Motor Thailand ประจำวันเสาร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ.256

0
Auto Motor Thailand Pic Open

พบกับรายการ Auto Motor Thailand ตั้งแต่เวลา 23.00-23.30 น. ทางททบ.5 กด 1 สำหรับสัปดาห์นี้ มีเรื่องราวที่น่าสนใจมากมาย อาทิ

“เรื่องรถต้องรู้”
– ควันหลงรถยนต์พลังไฟฟ้ารุ่นใหม่ จากงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 38

Auto Motor Thailand 1

Auto Motor Thailand  2

Auto Motor Thailand  3

Auto Motor Thailand  4

“ท่องโลกยานยนต์”
– ปิดฉาก “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38” ยอดขายรถล้น ผู้ชมทะลุ 1 ล้าน อัดฉีดเม็ดเงินรวม 4.4 หมื่นล้าน

Auto Motor Thailand  5
มาสด้า คว้ารางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยมด้านนวัตกรรมดีเด่น

Auto Motor Thailand 6

“รู้ก่อนขับกับ…อีซูซุ”
– เตรียมรถให้พร้อมก่อนท่องเที่ยวปีใหม่

Auto Motor Thailand 7

รับชมพร้อมกันทุกวันเสาร์ทางททบ 5 กด 5 ตั้งแต่เวลา 23.00-23.30น. กับรายการ Auto Motor Thailand แล้วพบกันครับ

GWM ส่งมอบ All New HAVAL JOLION Hybrid SUV 21 คัน ในวันที่ 12 เดือน 12

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ จัดพิธีส่งมอบรถยนต์ All New HAVAL JOLION Hybrid SUV ให้กับลูกค้าชาวไทยกลุ่มแรก ณ บูธ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ภายในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38 (Thailand International Motor Expo 2021) โดยมีทีมผู้บริหารระดับสูง นำโดย  มร. สตีเว่น หวัง รองประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ และนางสาวปิยะนุช จตุรภัทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย เกรท วอลล์ มอเตอร์ ประเทศไทย ร่วมแสดงความยินดีและเฉลิมฉลอง รวมถึงส่งมอบรถยนต์ All New HAVAL JOLION Hybrid SUV ล็อตแรกให้กับลูกค้าชาวไทยกลุ่มแรกทั้ง 21 ครอบครัว ในวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2564 ณ บูธ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ภายในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 38 และอิมแพ็ค เลคไซด์ เมืองทองธานี นอกจากนี้ ยังได้มีการส่งมอบ All New HAVAL JOLION Hybrid SUV พร้อมกันที่ GWM Partner Store ทั่วประเทศอีกด้วย พร้อมยืนยันความตั้งใจในสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนานสำหรับทุกคนในครอบครัวผ่านเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงมาตรฐานการบริการแบบ Online-to-Offline ที่เหนือระดับสำหรับผู้ขับขี่ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ สู่การเป็นผู้นำด้านรถยนต์ไฟฟ้า (xEV Leader) ของประเทศไทย

นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า “การส่งมอบรถยนต์ All New HAVAL JOLION Hybrid SUV ในวันนี้นับเป็นอีกบทพิสูจน์สำคัญของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในการเดินหน้าตามพันธกิจเพื่อสร้างประสบการณ์การขับขี่อัจฉริยะที่สนุกสนาน ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้กับผู้บริโภคชาวไทย ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกของรถยนต์รุ่นนี้ที่มีความโฉบเฉี่ยว ทันสมัย พร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง ทั้งยังอัดแน่นด้วยนวัตกรรมอัจฉริยะ ตลอดจนบริการหลังการขายที่เรามุ่งเน้นผู้บริโภคเป็นศูนย์กลางเสมอมา ส่งผลให้ All New HAVAL JOLION Hybrid SUV ซึ่งนับเป็นรถยนต์รุ่นที่ 3 ที่เราได้เปิดตัวในประเทศไทย ยังคงได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากผู้บริโภคชาวไทยหลังจากที่ได้เปิดตัวเป็นครั้งแรกของโลกไปเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา   เกรท วอลล์ มอเตอร์ ขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านมา ณ โอกาสนี้อีกครั้ง ที่ได้ให้ความไว้วางใจในแบรนด์ ผลิตภัณฑ์ และการบริการของเราด้วยดีเสมอมา เราเชื่อว่ารถยนต์เจ้าสิงโตอารมณ์ดีรุ่นนี้ จะเป็น ‘เพื่อนคู่หูอัจฉริยะ’ ที่จะเติมสีสันและสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ในทุกๆ ด้านได้เป็นอย่างดี”

สำหรับการส่งมอบรถยนต์ All New HAVAL JOLION Hybrid SUV ให้กับลูกค้ากลุ่มแรกในวันที่ 12 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2564 ภายในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 38 นี้ มีด้วยกันทั้งหมด 21 ครอบครัว โดยเป็นลูกค้าที่ได้ทำการลงทะเบียนจองสิทธิ์เพื่อซื้อผ่านแคมเปญ ULTRA DEAL และแคมเปญ PREMIERE DEAL ก่อนหน้านี้ และหลังจากนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะทยอยส่งมอบรถยนต์รุ่นนี้ให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนธันวาคมนี้เป็นต้นไป

สำหรับ All New HAVAL JOLION Hybrid SUV เป็นรถยนต์ในเซกเมนท์เอสยูวี-บี พร้อมตอบโจทย์การขับขี่ที่สนุกสนาน ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกอันโฉบเฉี่ยวสะท้อนถึงสุนทรียภาพแห่งอนาคต ภายในอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ ภายใต้แนวคิด ‘Your Intelligent SUV’ มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ 1.5L ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมสูงสุด 190 แรงม้า ให้แรงบิดรวมสูงสุด 375 นิวตันเมตร ผสานกับเทคโนโลยี LEMON Hybrid DHT และเทคโนโลยีคันเร่งอัจฉริยะ (Intelligent Single Pedal) สร้างการขับเคลื่อนแบบไฮบริดที่ทรงพลัง มีประสิทธิภาพสูง และประหยัดน้ำมัน สามารถปรับการใช้พลังงานในการขับเคลื่อนให้เหมาะสมกับการขับขี่ได้ 4 รูปแบบ ได้แก่ 1) โหมดมาตรฐาน 2) โหมด Sport 3) โหมด ECO และ 4) โหมดสภาพถนนลื่น

All New HAVAL JOLION Hybrid SUV ยังครบเครื่องด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการขับขี่ อาทิ ฟังก์ชั่นการอัปเกรดเฟิร์มแวร์ผ่านระบบออนไลน์อัจฉริยะ (FOTA) การสั่งงานด้วยเสียงอัจฉริยะ (Voice Command) การสั่งการและควบคุมรถผ่าน GWM Application ตลอดจนระบบการช่วยเหลือและเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ (Driver Assistance and Safety Systems) เช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC) การเข้าโค้งอัจฉริยะ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติที่ความเร็วต่ำ (TJA)  ระบบช่วยจอดรถอัจฉริยะ 3 รูปแบบ (IIP) กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 360 องศา และระบบช่วยเลี่ยงการเข้าใกล้รถใหญ่จากด้านข้าง (WDS) เป็นต้น

All New HAVAL JOLION Hybrid SUV เปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ไปเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา โดยมี 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น TECH ราคา 879,000 บาท รุ่น PRO ราคา 939,000 บาท และ รุ่น ULTRA ราคา 999,000 บาท โดยแต่ละรุ่นจะเป็นราคาแบบ “ONE PRICE” ที่จัดจำหน่ายในราคาเดียวกันในทุกๆ ช่องทางการจัดจำหน่าย

สำหรับลูกค้าที่สนใจเป็นเจ้าของ All New HAVAL JOLION Hybrid SUV เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังได้มอบความพิเศษอย่างต่อเนื่องผ่านแคมเปญ PREMIERE DEAL ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2564 เวลา 23.59 น. ด้วยสิทธิประโยชน์สุดพิเศษมากมาย อาทิ ดอกเบี้ยพิเศษ 1.79% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปีเต็ม แพ็กเกจบำรุงรักษา GWM PRO Service Inclusive (GPSI) 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร สิทธิ์ในการเรียกใช้บริการรับหรือส่งรถยนต์เพื่อเข้ารับบริการบำรุงรักษาตามระยะทาง และ/หรือ สิทธิ์ในการใช้บริการเช็คระยะนอกสถานที่ (GWM Mobile Service) จำนวน 4 ครั้ง และสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย รวมมูลค่ากว่า 85,000 บาท โดยสามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเสนอและเงื่อนไขของแคมเปญ PREMIERE DEAL ของรถยนต์ทั้ง 3 รุ่น ได้ที่ WWW.GWM.CO.TH หรือ GWM Application หรือ Official Facebook Page : GWM Thailand และ HAVAL Thailand

Toyota Hilux Revo 10 เซียนประจัญบาน 2021 The Magnificent:Ten 2021 ศึกแห่งศักดิ์ศรี หนึ่งปีมีเพียงครั้งเดียว

0

การแข่งขัน 10 เซียนประจัญบาน เปรียบเสมือนตำนานการต่อสู้ของนักแข่งรถยนต์ออฟโรดในเมืองไทย ที่ต้องการช่วงชิงตำแหน่งนักแข่งมือหนึ่งของเมืองไทย ที่มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ได้รับการยอมรับว่ามีเสน่ห์มากที่สุดจนกลายเป็นรายการแข่งขันที่จัดติดต่อเนื่องกันมายาวนานถึง 19 ปี

การแข่งขัน “10 เซียนประจัญบาน” ดำเนินการจัดการแข่งขันโดย Grand Prix Motor Park ในเครือ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ถือเป็นการแข่งขันรายการใหญ่ที่สุดของวงการออฟโรดเมืองไทย ที่รวบรวมเหล่าบรรดานักแข่งระดับประเทศ จากทั่วสารทิศในทุกรุ่นของการแข่งขันมาร่วมประชันฝีมือเชิงออฟโรด โดยจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2003 กระทั่งปี 2006 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น Toyota Hilux Vigo 10 เซียนประจัญบาน (ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็น Toyota Hilux revo 10 เซียนประจัญบานในปัจจุบัน) เมื่อ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้เข้ามาเป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ

ในการแข่งขันของปี 2021 นี้ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ยังคงได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดี ทั้งนี้ทางคณะผู้จัดได้จัดเตรียมมาตรการต่างๆ ตามนโยบายของภาครัฐเกี่ยวกับมาตรการป้องกันโควิด 19 พร้อมปรับปรุง และพัฒนารูปแบบการแข่งขันใหม่ มุ่งเน้นทักษะ ฝีมือ ความสามารถในเชิงออฟโรด โดยใช้สนาม Grand Prix Motor Park อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี เป็นสังเวียนในการดวลวงล้อของนักแข่งจากทั่วประเทศไทย แบ่งการแข่งขันออกเป็น 4 รุ่น คือ

1.รุ่น Toyota Hilux Revo 10 เซียนประจัญบาน 2021  

2.รุ่น Super Open 10 เซียนประจัญบาน 2021

3.รุ่นเที่ยวป่า Open 10 เซียนประจัญบาน 2021

4.รุ่น Off Road Club Team 10 เซียนประจัญบาน 2021

แต่ด้วยผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด 19  ทำให้การแข่งขัน ขยับข้ามปีมาจัดกันในช่วงของต้นปี 2565 อย่างไรก็ตามทีมงานได้ทำการโหมโรงกันตั้งแต่ก่อนแข่งขันนานนับหลายเดือน ผ่านสื่อโซเซียลมีเดียอย่าง Grand Prix Motor Park ทั้งการรับสมัครนักแข่ง การทำเบอร์แข่งขันแบบใส่ภาพนักแข่งลงไป ถือเป็นการโปรโมทนักแข่งแต่ละคัน แต่ละทีม รวมถึงมีการถ่ายทอดสดผ่านทางทีวีดิจิตอล นอกจากนี้ยังจัดเต็ม จัดหนัก และขนทีมโปรดั๊กชั่นชุดใหญ่ ทำการ Like Streaming สดแบบเกาะติดขอบสนามจากกล้องหลากหลายมุมตลอดทั้ง 4 วันทาง Facbook : GRAND PRIX MOTOR PARK รวมทั้งช่องยูทูป GRAND PRIX MOTOR PARK ซึ่งมียอดผู้เข้าชมมากกว่า 2,000,000 คน

ปีนี้ใคร…จะก้าวขึ้นเป็นนักแข่งมือหนึ่งของเมืองไทย ร่วมพิสูจน์ขนาดหัวใจได้ในการแข่งขัน Toyota Hilux Revo 10 เซียนประจัญบาน 2021  ในระหว่างวันที่ 20-23 มกราคม 2565 นี้ ณ สนาม Grand Prix Motor Park อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี

“MOTOR EXPO 2021” พลังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ยอดขายรถกว่า 3 หมื่นคัน เงินหมุนเวียน 4.4 หมื่นล้านบาท

0

“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38” ประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่ ยอดขายรถยนต์ในงาน 31,583 คัน  จักรยานยนต์ 3,253 คัน ผู้ชมทะลุ 1 ล้านคน อัดฉีดเม็ดเงินสู่ระบบเศรษฐกิจ 4.4 หมื่นล้าน ปลุกตลาดรถตื่นรับปีใหม่

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38” เปิดเผยว่า “ความสำเร็จของงานปีนี้เกิดจากความร่วมมือของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้เข้าชมงานในการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID-19 อย่างเคร่งครัด ต้องขอขอบคุณภาครัฐทุกหน่วยงาน ตลอดจนหน่วยงานด้านสาธารณสุขภาคเอกชนที่ให้คำปรึกษาแนะนำเป็นอย่างดี”

ในงานปีนี้มีรถใหม่เปิดตัวหลายรุ่น พร้อมโปรโมชันพิเศษ ทำให้มียอดจำหน่ายที่น่าพอใจ แบ่งเป็นรถยนต์ 31,583 คัน จักรยานยนต์ 3,253 คัน และจากข้อมูลผู้ร่วมกิจกรรม “ซื้อรถ…ชิงรถ” พบว่า รถยนต์ที่ผู้ซื้อเข้าร่วมกิจกรรมสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ HONDA, MAZDA และ MG โดยรถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) ได้รับความสนใจสูงสุด สัดส่วน 49.8% รถเก๋ง สัดส่วน 35.1% รถกระบะ สัดส่วน 10.6 % และอื่นๆ 4.5% ด้านรถจักรยานยนต์ที่ผู้ซื้อเข้าร่วมกิจกรรม “ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิกไบค์” สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ROYAL ENFIELD, HONDA และ TRIUMPH

ราคาเฉลี่ยของรถที่ขายได้ในงาน 1,308,053 บาท และราคาเฉลี่ยของรถจักรยานยนต์ 398,831 บาท เงินหมุนเวียนภายในงานราว 4.3 หมื่นล้านบาท ผู้เข้าชมงาน 1,151,540 คน โดยจำนวนนี้มีผู้ชมงานผ่าน MOTOR EXPO ONLINE PLATFORM 139,110 คน เรียกดู 1,819,123 คลิป นับว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก

สำหรับยอดเงินสะพัดในพื้นที่เรือ และบริการที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางน้ำ ณ บูธ JOIN BOAT PLATFORM รวมมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท

พบกันใหม่ในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39” ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ motorexpo.co.th

รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรม เยี่ยมชมบูธ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38

0

มร. โมะริคาซุ ชกกิ (ที่ 4 จากซ้าย) ประธานคณะกรรมการบริษัท บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วย มร. เออิอิชิ โคอิโตะ (ที่ 6 จากซ้าย) กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมต้อนรับ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ (ที่ 5 จากซ้าย) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมคณะ ร่วมชมบูธมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38 ณ อาคารชาลเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี 

ในโอกาสนี้ คณะผู้บริหาร มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้นำเสนอรถยนต์ระดับตำนาน 3 รุ่น ได้แก่ สามล้อรุ่น ‘ลีโอ’  ซึ่งเป็นรถยนต์มิตซูบิชิคันแรกที่วางจำหน่ายในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2504 ปาเจโร รุ่นปี 1985 รถยนต์ที่คว้าชัยในการแข่งขันประเภทรวมโอเวอร์ออลครั้งแรกในรายการ ดาการ์ แรลลี่ และมีชื่อเสี่ยงโด่งดังในฐานะแบรนด์รถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นรายแรกที่สามารถคว้าชัยชนะครั้งใหญ่มาครองได้สำเร็จเมื่อปี พ.ศ. 2528 และ แลนเซอร์ ดับบลิวอาร์ซี 05 รถยนต์รุ่นสุดท้ายที่เข้าร่วมรายการแข่งขันแรลลี่ชิงแชมป์โลกเมื่อปี พ.ศ. 2548 ซึ่งรถยนต์ระดับตำนานเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จที่ผ่านมาในอดีตของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ทั้งในตลาดรถยนต์เชิงพาณิชย์และสนามการแข่งขันแรลลี่ระดับโลก ด้วยประวัติศาสตร์แห่งชัยชนะในฐานะแชมป์จากการแข่งขันสุดโหดในระดับโลกหลากหลายรายการ ดีเอ็นเอด้าน ‘สมรรถนะชั้นยอด’ ‘ความแข็งแกร่งทนทาน’ และ ‘ความสะดวกสบาย’ ของรถยนต์เหล่านั้น ได้ถูกถ่ายทอดและส่งต่อมายังรถยนต์ของมิตซูบิชิในรุ่นปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมต่อสมรรถนะในการขับขี่บนท้องถนนจริง และนอกจากรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปทั่วไปแล้ว เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าของมิตซูบิชิยังได้รับดีเอ็นเอที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ทั้งปลอดภัย สนุก และสะดวกสบาย ให้แก่ผู้ขับขี่ รวมทั้งยังเป็นมิตรต่อโลกด้วยการลดหรือไม่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อีกด้วย

นอกจากนี้ คณะผู้บริหาร มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย และคณะรัฐมนตรี ยังได้ร่วมชมการสาธิตระบบปลั๊กอินไฮบริด หรือ พีเอชอีวี ของค่ายรถยนต์มิตซูบิชิ ที่จัดแสดงภายในบูธ โดยระบบพีเอชอีวีดังกล่าวใช้เทคโนโลยี EV สมรรถนะสูงที่ทางมิตซูบิชิได้พัฒนาขึ้นในรถยนต์ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี และด้วยระบบมอเตอร์ไฟฟ้าคู่และระบบขับเคลื่อนแบบสี่ล้อ หรือ Super All-Wheel Control (S-AWC) ช่วยให้รถยนต์ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี มีพลังงานไฟฟ้าเพียงพอสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน ผสาน 2 พลังงานทั้งน้ำมันและไฟฟ้า พร้อมมอบพื้นที่เก็บสัมภาระที่กว้างขวาง ให้ผู้ขับขี่เต็มที่ไปกับพลังงานทั้ง 2 รูปแบบได้อย่างดีที่สุด

และจุดสุดท้ายที่ทางคณะผู้บริหารและคณะรัฐมนตรีได้เยี่ยมชมก่อนร่วมถ่ายภาพ คือจุดจัดแสดง มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี รถยนต์เอสยูวี พีเอชอีวี รุ่นแรกของโลก และเป็นรถยนต์พีเอชอีวี สัญชาติญี่ปุ่นรุ่นแรกที่ถูกผลิตโดยคนไทย ที่ศูนย์การผลิตในประเทศไทย ซึ่งรถยนต์รุ่นดังกล่าว ได้ผสานความเป็นรถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เข้ากับดีเอ็นเอระดับตำนานของ   มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ทั้งความเป็นรถยนต์เอสยูวีระดับตำนานที่ไร้คู่ต่อกร และวิวัฒนาการของระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ รถยนต์มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ถูกจัดแสดงอยู่ที่บูธ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส พร้อมกับรถยนต์มิตซูบิชิรุ่นใหม่ล่าสุด ทั้ง ไทรทัน แรลลี่อาร์ท และ ปาเจโร สปอร์ต แรลลี่อาร์ท ซึ่งถือเป็นการกลับมาของแบรนด์ระดับไอคอนอย่าง “แรลลี่อาร์ท” ที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกในโลก

“กระทรวงวัฒนธรรม” ชื่นชมงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38”

0

จริญญา จักรกาย ผู้อำนวยการกองเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และคณะ เยี่ยมชมงาน ”มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38” พร้อมแสดงความขอบคุณแก่ ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน ที่ให้ความร่วมมือเอาใจใส่กวดขันดูแลการแต่งกายของพริททีในงานให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ณ IMPACT เมืองทองธานี

ทีทีซี มอเตอร์ ขับเคลื่อนโชว์รูม Mercedes-Maybach ลงทุนปรุงโฉมใหม่กว่า 100 ล้าน ด้วยความทันสมัย ครบครัน ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคดิจิทัล

0

นายอัครินทร์ ตั้งทวีสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีทีซี มอเตอร์ จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Benz, Mercedes-AMG, Mercedes-Maybach และ Mercedes-EQ อย่างเป็นทางการ กล่าวว่า หลังจากที่ “ทีทีซี มอเตอร์” ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหนึ่งในผู้จำหน่ายรถยนต์ Maybach อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ไตรมาสสามที่ผ่านมา ทีทีซีได้เริ่มดำเนินการปรับปรุงโชว์รูมและศูนย์บริการสาขาพัฒนาการ 45 ขานรับยุทธศาสตร์เพิ่มประสิทธิภาพการขายของบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด รองรับยนตรกรรมระดับอัลตราลักชัวรี Mercedes-Maybach ปัจจุบันการปรับปรุงแล้วเสร็จและพร้อมจำหน่ายรถยนต์แห่งอนาคตในทั้ง 4 ซับแบรนด์

สำหรับรถยนต์ Mercedes-Maybach ที่นำมาจัดแสดง  “ทีทีซี มอเตอร์” Mercedes-Maybach GLS 600 4MATIC Premium  ที่สุดแห่งยนตรกรรมเอสยูวี  ระดับอัลตราลักชัวรีภายใต้ แบรนด์ Mercedes-Maybach ที่นำเสนอความพิถีพิถันในแบบที่ยกระดับขึ้นอีกขั้นในทุกรายละเอียด ทั้งด้านการออกแบบและวัสดุตกแต่งภายนอกและภายใน รายละเอียดทางวิศวกรรม และนวัตกรรมที่เป็นที่สุดจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ โดยมาพร้อมขุมพลังเบนซิน V8 Biturbo ขนาด 3,982 ซีซีที่ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุดถึง 557 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 730 นิวตันเมตรที่ 2,500-5,000 รอบ/นาที ขับเคลื่อนผ่านระบบส่งกำลังแบบ 9G-TRONIC ให้อัตราเร่งที่ยอดเยี่ยมจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงในเวลาเพียง 4.9 วินาที พร้อมทำความเร็วสูงสุดได้ 250 กิโลเมตร/ชั่วโมง

Mercedes-Maybach GLS 600 4MATIC Premium วางจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 18,000,000 บาท

“ทีทีซี มอเตอร์” ลงทุนในการปรับปรุงโฉมโชว์รูมและศูนย์บริการในครั้งนี้ ไปกว่า 100 ล้านบาท ทั้งนี้เพื่อให้เป็นโชว์รูมเพื่อให้สอดรับกับการสร้างแพลตฟอร์มการสื่อสาร เพื่อสื่อภาพลักษณ์ความเป็นแบรนด์ลักชัวรี่ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ให้ตอบรับกับความต้องการของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น และสร้างความยั่งยืนทางธุรกิจของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในระยะยาว ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์แห่งอนาคตของบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ เยอรมันี เพื่อก้าวต่อไปที่แข็งแกร่ง มั่นคงและยั่งยืน  “ทีทีซี มอเตอร์” ในฐานะผู้จำหน่ายรถยนต์ทั้ง 4 ซับแบรนด์  Mercedes-Benz , Mercedes-AMG , Mercedes-Maybach , Mercedes-EQพร้อมก้าวเดินคู่ขนานไปกับบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด

“ทีทีซี มอเตอร์” ได้ปรับโฉมใหม่โชว์รูมให้ยิ่งใหญ่และทันสมัยกว่าที่เคย โดยการออกแบบอาคารให้เป็นสถาปัตยกรรมที่พร้อมตอบสนองความต้องการผู้ใช้งานทุกเพศ ทุกวัย ในยุค Digital Era  ที่ผู้ใช้งานมี Lifestyle ที่ต้องการ Choice และการ Customize ที่มากขึ้น ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก พรีเมี่ยมยิ่งขึ้น Facilities ทุกส่วนได้ยกระดับใหม่ทั้งหมด และที่สุดของความเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับลูกค้าคนพิเศษคือ  Cigar Bar และห้องรับรองสุดหรู Mercedes-Maybach มอบความเป็นส่วนตัวให้กับลูกค้าอย่างเป็นพิเศษ พร้อมด้วยการบริการที่เหนือระดับและ Exclusive ยิ่งขึ้น

ในการปรับครั้งนี้ทำให้ “ทีทีซี มอเตอร์” มีพื้นที่ใช้สอยโดยรวม 1,800 ตรม. บริเวณชั้น 1  แบ่งเป็นพื้นที่จัดแสดงรถยนต์ Mercedes-Benz  ประมาณ 29% พื้นที่จัดแสดง Mercedes-AMG ประมาณ 9% พื้นที่จัดแสดง Mercedes-Maybach ประมาณ 5% พื้นที่จัดแสดง Mercedes-EQ ประมาณ 2% พื้นที่รองรับลูกค้า 7% พื้นที่ Cigar Bar ประมาณ 3% ที่เหลือเป็นพื้นที่ Consulting

มร.โรลันด์ โฟล์เกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ทีทีซี มอเตอร์” นับเป็นหนึ่งในเครือข่าย ผู้จำหน่ายรถยนต์ Mercedes-benz ที่มีคุณภาพ มาตรฐาน ตั้งใจ  มุ่งมั่น ในการดำเนินธุรกิจด้วยความจริงใจและให้ความสำคัญกับการขาย รวมทั้งการบริการหลังการขายด้วยดี อีกทั้งยังได้รับการชื่นชมจากลูกค้าผู้ใช้บริการมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ “ทีทีซี มอเตอร์” ได้รับเลือกให้เป็นผู้จำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Maybach อย่างเป็นทางการ ผมต้องขอบคุณผู้บริหารและทีมงานของ ทีทีซี มอเตอร์ ที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีมาโดยตลอด

สมาคมรถโบราณฯ ประกาศผล People’s Choice Award 2021

0

สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย ประกาศผลคะแนนโหวตให้รถโบราณ รถคลาสสิค ที่ได้รับคะแนนนิยมจากผู้ชมงานสูงสุด People’s Choice Award 2021 ภายในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38” ดังนี้

อันดับ 1 ได้แก่ Austin Mini MK I รับรางวัล Gift Voucher “ทรัพย์สมบูรณ์ยางยนต์” มูลค่า 18,000 บาท

อันดับ 2 ได้แก่ Chevrolet Corvette C3 รับรางวัล Gift Voucher “ทรัพย์สมบูรณ์ยางยนต์” มูลค่า 15,000 บาท

อันดับ 3 ได้แก่  BMW Isetta 300 รับรางวัล Gift Voucher “ทรัพย์สมบูรณ์ยางยนต์” มูลค่า 12,000 บาท

ผู้โหวตรถที่ชนะรางวัล

อันดับ 1 ได้แก่ ธีรภัทร ลออเอี่ยม รับรางวัล Gift Voucher “ทรัพย์สมบูรณ์ยางยนต์” มูลค่า 18,000 บาท

อันดับ 2 ได้แก่ มณีกานต์ เผือกขจี รับรางวัล Gift Voucher “ทรัพย์สมบูรณ์ยางยนต์” มูลค่า 15,000 บาท

อันดับ 3 ได้แก่ พรหมพิศ ตั้งเลิศสัมพันธ์ รับรางวัล Gift Voucher “ทรัพย์สมบูรณ์ยางยนต์” มูลค่า 12,000 บาท

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://peoplechoices.motorexpo.co.th

โตโยต้าคว้ารางวัล DECADE OF SAFER VEHICLE AWARDS (รางวัลยานยนต์แห่งทศวรรษที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น) ในงานฉลองครบรอบ 10 ปี ASEAN NCAP

0

บริษัท โตโยต้า ไดฮัทสุ เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง (Toyota Daihatsu Engineering & Manufacturing: TDEM*) สำนักงานระดับภูมิภาคของโตโยต้าในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งรับผิดชอบงานด้านวิศวกรรม การผลิต และส่วนงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง แถลงถึงการได้รับรางวัล DECADE OF SAFER VEHICLE AWARDS หลายรางวัล จากงานเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปีของ ASEAN NCAP ซึ่งกำลังจะครบ 10 ปี ในวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2564 โดยการเฉลิมฉลองได้จัดขึ้นในวันที่ 9 ธันวาคมที่ประเทศมาเลเซีย

โตโยต้าคว้า 4 รางวัล ได้แก่ BEST ADULT OCCUPANT PROTECTION 2017-2020” สำหรับ C-HR, “BEST SAFETY ASSIST 2019สำหรับ MAJESTY/ GRANVIA, “THE MOST 5-STAR CAR 2017-2020” และ THE MOST 5STAR รถ 2012-2020” ซึ่งเป็นรางวัลระดับ 5 ดาวที่ได้รับมากที่สุดในรอบ 10 ปีนับตั้งแต่เปิดตัว ASEAN NCAP

Prasanna Ganesh รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ TDEM กล่าวว่า “โตโยต้ามีประวัติอันยาวนานในภูมิภาคเอเชีย และเป็นที่ยอมรับจากลูกค้าในฐานะแบรนด์ระดับแนวหน้าสำหรับ QDR- Quality (คุณภาพ) Durability (ความทนทาน) และ Reliability (ความน่าเชื่อถือ) และความปลอดภัย เราเริ่มจัดให้มีกิจกรรมการผลิตในประเทศต่างๆ เช่น ไทยและมาเลเซีย ในช่วงต้นทศวรรษ 1960 และในช่วง 6 ทศวรรษที่ผ่านมา เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุด ไม่เพียงแต่ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าในภูมิภาคเท่านั้น แต่ยังนำเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยมาใช้ เพื่อเป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานสำหรับบริษัทฯ ในฐานะ Mobility Company โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาความปลอดภัยบนท้องถนนและการจราจร เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ผลิตภัณฑ์ของเราได้รับการยอมรับในหลากหลายประเภท และมุ่งมั่นที่จะทำให้ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีของเรา “ดียิ่งขึ้นและปลอดภัยยิ่งขึ้นกว่าเดิม” เนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปีของ ASEAN NCAP เราขอแสดงความยินดีในโอกาสการเฉลิมฉลองนี้ และความสำเร็จที่ได้ช่วยให้ผู้คนในภูมิภาคนี้ได้รับความปลอดภัยมากขึ้น

เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายสูงสุดในการทำให้มีผู้เสียชีวิตจากการจราจรเป็นศูนย์ โตโยต้ามุ่งมั่นที่จะปรับปรุงเทคโนโลยีและประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยของยานยนต์ โดยมุ่งเน้นที่องค์ประกอบสำคัญสามประการ ได้แก่ รถยนต์ (ที่ประกอบด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง) ผู้คนทั่วไป (โดยผ่านการให้ความรู้แก่ผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และคนเดินเท้าต่อความปลอดภัยในการจราจร) และสภาพแวดล้อมของการจราจร (โดยผ่านการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้มีการจราจรที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น) และเพื่อสร้าง ความปลอดภัยในโลกแห่งความเป็นจริงบริษัทฯ ได้นำเอาข้อมูลด้านอุบัติเหตุไปประกอบการพัฒนาเทคโนโลยีความปลอดภัยแบบบูรณาการ Integrated Safety Management Concept’ ซึ่งได้ออกแบบให้แต่ละเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัย ทำงานร่วมกัน ตั้งแต่การจอดรถไปจนถึงความปลอดภัยขั้นสูง ความปลอดภัยก่อนการชน ความปลอดภัยช่วงการชน และการช่วยเหลือ

 

*หมายเหตุ: TDEM เป็นสำนักงานใหญ่ระดับภูมิภาคของ Toyota ด้านวิศวกรรมและการผลิตสำหรับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ และเป็นหน่วยงานต่างกันกับ Toyota Motor Thailand (TMT) ซึ่งดำเนินการผลิตและขายยานยนต์และให้บริการอื่นๆ ในประเทศไทย

มาสด้าผู้นำแห่งเทคโนโลยีคว้ารางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยม ด้านนวัตกรรมดีเด่น

0

มาสด้าตอกย้ำผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี คว้ารางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยม ประจำปี 2564 หรือ THAILAND AUTOMOTIVE QUALITY AWARD (TAQA) ภาพลักษณ์ดีเด่นด้านสร้างสรรค์นวัตกรรม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จอีกก้าวของมาสด้าในการมุ่งมั่นพัฒนายนตรกรรมสู่ความเป็นเลิศ และสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะความสำเร็จจากพัฒนาเทคโนโลยีสกายแอคทีฟ และการออกแบบอันสง่างามภายใต้ โคโดะ ดีไซน์ จนสามารถครองใจผู้บริโภคทั่วทุกมุมโลกรวมทั้งชาวไทย โดยมี นายอุทัย เรืองศักด์ ผู้จัดการอาวุโสส่วนงานประชาสัมพันธ์ ฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นตัวแทนรับมอบรางวัลจาก นายภานุวัฒน์ ตริยางกูรศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ประธานมอบรางวัล ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

รางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยม หรือ Thailand Automotive Quality Award (TAQA) ในปีนี้เกิดจากผลสำรวจความพึงพอใจของผู้บริโภคที่ใช้รถจริงกว่า 2,780 รายทั่วประเทศ ที่มีต่อผลิตภัณฑ์ การบริการ และภาพลักษณ์ของแบรนด์ โดยมีการจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 20 เพื่อมอบรางวัลให้กับผู้ประกอบการรถยนต์และอุปกรณ์เกี่ยวเนื่องที่สามารถครองใจมหาชนได้มากที่สุด เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคในการตัดสินใจซื้อรถยนต์ และเพื่อเป็นข้อมูลให้กับผู้ประกอบธุรกิจจะได้นำไปพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้นต่อไป