Home Blog Page 328

ฟอร์ด ช่วยครอบครัวเตรียมตัวก่อนออกเดินทาง รับวันหยุดยาวที่ราบรื่นและเพลิดเพลินกว่าเคย

0

แม้ว่าคุณจะศึกษาค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่และจุดหมายปลายทางมาดีแค่ไหน ตรวจเช็คสัมภาระก่อนออกเดินทางเป็นอย่างดี และรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เดินทางท่องเที่ยวอีกครั้งมากขนาดไหนก็ตาม แต่เมื่อคุณต้องเดินทางกับครอบครัวโดยเฉพาะเมื่อมีเจ้าตัวเล็กร่วมทางไปด้วยแล้ว ยังมีองค์ประกอบที่จำเป็นและอาจส่งผลต่อความราบรื่นที่คุณควรคำนึงถึงเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นความสะดวกสบาย ความเพลิดเพลิน  หรือความสงบราบรื่นระหว่างการเดินทาง ซึ่งคุณสามารถเตรียมพร้อมเพื่อดูแลลูกๆ ได้ดียิ่งขึ้นด้วยเคล็ดลับและการเตรียมตัวง่ายๆ

เคล็ดลับที่ฟอร์ดอยากแนะนำสำหรับทริปขับรถเที่ยวครั้งนี้ เน้นที่การทำให้ผู้โดยสารตัวน้อยเพลิดเพลินกับประสบการณ์มากที่สุด เพราะความพึงพอใจของพวกเขามีผลต่อสมาธิในขับขี่ของคุณ ดังนั้น ถึงแม้ว่าคุณจะเติมน้ำมันเรียบร้อย วางแผนการจัดของ และตั้งค่าจุดหมายปลายทางในระบบนำทางเรียบร้อยแล้ว แต่ก็ยังมีเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจช่วยให้ทริปของคุณราบรื่นได้มากขึ้น

1. หมอนและผ้าห่ม ในขณะที่คุณกำลังเพลิดเพลินกับที่นั่งคนขับที่ออกแบบมาเพื่อประสบการณ์การขับขี่ที่สะดวกสบายและมั่นใจ ลูกๆ ของคุณก็สามารถสร้างอาณาเขตที่อบอุ่นของตัวเองได้จากหมอนและผ้าห่ม จากการวิจัยของฟอร์ด (คลิก) พบว่าหมอนยังช่วยลดอาการเมารถได้ นอกจากนี้ คุณอาจพกเครื่องอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่ชาร์จแบตเต็มและดาวโหลดหนังสือเล่มโปรดของพวกเขาเอาไว้ เพื่อให้แน่ใจว่าเด็กๆ จะเพลิดเพลินกับการนั่งรถเที่ยวมากขึ้น

2. หูฟังที่มีระบบการตัดเสียงรบกวน แม้ว่าฟอร์ดจะพัฒนาระบบและเทคโนโลยีเพื่อตัดเสียงรบกวนจากภายนอกและลดความสั่นสะเทือนจากพื้นถนนสู่ห้องโดยสาร แต่การใส่หูฟังตัดเสียงรบกวนจะช่วยให้ผู้โดยสารด้านหน้าได้พักจากเสียงรบกวนจากเบาะหลังได้ดีกว่า ไม่ว่าจะเป็นเสียงพี่น้องทะเลาะกัน ไปจนถึงเสียงดังจากอุปกรณ์เพื่อความบันเทิงของผู้โดยสารแถวหลัง ยิ่งไปกว่านั้น ที่ปิดตายังช่วยเพิ่มระดับการหลีกหนีจากสิ่งรบกวนและความวุ่นวานภายในห้องโดยสารได้ดียิ่งขึ้นไปอีก… แต่แน่นอนว่า นี่คือตัวเลือกสำหรับผู้โดยสารแถวหน้าเท่านั้น ไม่ใช่สำหรับผู้ขับขี่

3. Wi-Fi พกพา แน่นอนว่าระบบข้อมูลและความบันเทิงอย่างระบบสั่งการด้วยเสียงหรือ SYNC ของฟอร์ด จะช่วยให้ทริปของคุณเป็นไปตามแผนที่วางไว้ได้ ไม่ว่าจะเป็นระบบนำทาง หรือเลือกฟังเพลงสบายๆ จากระบบเครื่องเสียงคุณภาพเยี่ยม ไปจนถึงช่องเสียบ USB ที่ให้คุณชาร์จอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กได้ไม่ต้องกังวลปัญหาแบตเตอรี่หมด แต่เมื่อพูดถึงวัยรุ่นหรือเด็กๆ ที่ติดการใช้อินเตอร์เน็ต คงไม่มีผิดอะไรถ้าจะเอา Wi-Fi แบบพกพาไปด้วย เพื่อเชื่อมต่อกับข้อมูลความบันเทิงแบบไม่สะดุด

4. กล่องเก็บความเย็นที่มีขนมและเครื่องดื่มพร้อม เคล็ดลับที่จะช่วยประหยัดเวลาระหว่างการเดินทางไกลคือการมีกล่องเก็บความเย็นที่มาพร้อมกับขนมเพื่อสุขภาพ ผลไม้ น้ำผลไม้ น้ำ และช็อกโกแลต ซึ่งจะช่วยให้คุณลดเวลาในการแวะซื้อของและลดความหงุดหงิดที่อาจเกิดขึ้นตามมาได้ สำหรับการเดินทางไปตั้งแคมป์หรือนอนในเต็นท์ คุณอาจต้องเลือกกล่องเก็บความเย็นขนาดใหญ่มาบรรจุวัตถุดิบทำอาหาร เช่น วัตถุดิบทำบาร์บีคิวต่างๆ เมื่อเดินทางถึงจุดหมาย คุณก็พร้อมที่จะดื่มด่ำและลิ้มรสอาหารมื้อแรกได้ทันทีที่คุณไปถึง

5. กล้อง ถึงแม้ว่าคุณจะขับผ่านถนนเส้นเดิมมาแล้วกว่าร้อยครั้ง ใช้เวลาในช่วงวันหยุดปิดเทอมตอนเด็ก นั่งรถผ่านเส้นทางเดิมๆ หลายรอบ แต่คุณไม่มีทางรู้หรอกว่าเมื่อไหร่จะเป็นจังหวะดีๆ ที่ต้องใช้กล้องดีๆ สักตัวในการบันทึกภาพแห่งความทรงจำเอาไว้ แม้ว่ารถของคุณจะมีกล้อง 360 องศา แต่กล้องแบบนี้ก็ไม่ได้ช่วยบันทึกความทรงจำแต่อย่างใด กล้องที่ติดตั้งมาในโทรศัพท์สมาร์ทโฟนในปัจจุบันอาจะเป็นตัวเลือกของใครรหลายคน แต่ก็ยังมีคนอีกจำนวนมากที่ยังชื่นชอบการใช้กล้อง DLSR หรือกล้องเลนส์มิลเลอร์เลส ที่สามารถควบคุมความเร็วชัตเตอร์ไปจนถึงการตั้งค่า ISO หรือใช้เลนส์เทเลโฟโต้ได้ บางทีอาจมีใครบางคนในรถค้นพบรายละเอียดใหม่ๆ บนเส้นทางสายเดิมที่คุณขับผ่านมาแล้วนับร้อยครั้งก็เป็นได้

เกรท วอลล์ มอเตอร์ สร้างความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ด้วยยอดขายรถยนต์ All New HAVAL H6 Hybrid SUV กว่า 401 คัน ในเดือนพฤศจิกายน

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เดินหน้าสร้างผลงานอย่างต่อเนื่องส่งท้ายปี ด้วยยอดขาย All New HAVAL H6 Hybrid SUV กว่า 401 คัน ในเดือนพฤศจิกายน พร้อมยอดจองเพื่อรอส่งมอบของ ORA Good Cat และ All New HAVAL JOLION Hybrid SUV จนถึงสิ้นสุดงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38 รวมกว่า 3,500 คัน ความสำเร็จดังกล่าวยังสอดคล้องกับยอดขายโดยรวมในตลาดโลกของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในเดือนพฤศจิกายนและตลอดทั้งปีที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องเช่นกัน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความไว้วางใจที่คนไทยและทั่วโลกมีต่อผลิตภัณฑ์และบริการของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ตอกย้ำความสำเร็จอีกขั้นสู่การเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า (xEV Leader) ในตลาดยานยนต์ของประเทศไทย

แม้จะเข้าสู่ช่วงสิ้นปี แต่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังคงสร้างการเติบโตด้านยอดขายของรถยนต์ทั้ง 3 รุ่น ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น All New HAVAL H6 Hybrid SUV ที่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยไปเมื่อเดือนมิถุนายน พร้อมกับสร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการยานยนต์ไทย ด้วยยอดขายรถยนต์คอมแพคเอสยูวีในประเทศสูงสุดถึง 3 เดือนติดต่อกัน ตั้งแต่เดือนสิงหาคมจนถึงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ล่าสุดในเดือนพฤศจิกายนนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังคงสร้างผลงานอันยอดเยี่ยม ด้วยยอดขาย All New HAVAL H6 Hybrid SUV รวมกว่า 401 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด 25.3 เปอร์เซ็นต์ จากจำนวนยอดขายรถยนต์คอมแพคเอสยูวีทั้งหมด 1,583 คัน ทั้งนี้ เมื่อรวมกับยอดขายกว่า 1,669 คัน ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ส่งมอบรถยนต์ All New HAVAL H6 Hybrid SUV ให้แก่ผู้บริโภคชาวไทยไปแล้วกว่า 2,070 คัน ภายในระยะเวลา 5 เดือนนับตั้งแต่ที่มีการเปิดตัวในประเทศไทย สะท้อนถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องของคนไทยที่มีต่อรถยนต์คอมแพคเอสยูวีรุ่นนี้ ตลอดจนความไว้วางใจในการให้บริการของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการและสร้างประสบการณ์ยอดเยี่ยมในรูปแบบใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างลงตัว

ความสำเร็จของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ไม่ได้มีเพียงรถยนต์คอมแพคเอสยูวีเท่านั้น ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เจ้าเหมียวไฟฟ้า 100% อย่าง ORA Good Cat ได้เข้ามาเปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมปลุกกระแสอย่างยิ่งใหญ่และสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย จนสามารถครองใจผู้บริโภคชาวไทยไว้ได้อย่างเหนียวแน่น โดยหลังจากการเปิดตัวในปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา จนถึงเดือนพฤศจิกายน ORA Good Cat มียอดจองสะสมกว่า 2,000 คัน และยังคงมียอดจองที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในเดือนธันวาคม ซึ่งปัจจุบัน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ส่งมอบ ORA Good Cat ให้แก่ลูกค้าไปแล้วกว่า 200 คัน โดยเป็นยอดขายและส่งมอบในเดือนพฤศจิกายนจำนวน 166 คัน ซึ่งทำให้ ORA Good Cat ก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 100% ภายในเดือนแรกที่มีการส่งมอบ  และเกรท วอลล์ มอเตอร์กำลังทยอยส่งมอบรถไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของไทยคันนี้สู่ลูกค้าชาวไทยอย่างต่อเนื่อง นับเป็นอีกบทพิสูจน์ถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าชาวไทยที่มีต่อ ORA Good Cat รวมถึงความสำเร็จอีกขั้นของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะผู้นำด้าน xEV ที่มุ่งให้ความสำคัญต่อประสบการณ์ของผู้บริโภคและพร้อมเดินหน้าผลักดันประเทศไทยสู่สังคมยานยนต์ไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างเต็มรูปแบบ

ไม่เพียงเท่านี้ รถยนต์เอสยูวีน้องใหม่รุ่นล่าสุดอย่างเจ้าสิงโตอารมณ์ดี All New HAVAL JOLION Hybrid SUV ซึ่งนับเป็นรถยนต์รุ่นที่ 3 ที่เกรท วอลล์ มอเตอร์นำเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย ที่ได้เปิดตัวเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ก็ได้รับผลตอบรับอย่างอบอุ่นจากลูกค้าชาวไทย ด้วยยอดจองเพื่อรอส่งมอบจากแคมเปญ ULTRA DEAL กว่า 1,200 คัน และยังคงมียอดจองที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ในเดือนธันวาคมนี้ ซึ่งไม่นานมานี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้จัดพิธีส่งมอบ All New HAVAL JOLION Hybrid SUV ให้กับลูกค้าชาวไทย 21 ครอบครัวแรกไปแล้วเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม ที่ผ่านมา ที่งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38 (Thailand International Motor Expo 2021) และมียอดส่งมอบถึงปัจจุบันรวมกว่า 200 คัน ภายในระยะเวลาไม่ถึง 1 เดือนหลังจากการเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการ ซึ่ง เกรท วอลล์ มอเตอร์ กำลังทยอยส่งมอบรถยนต์รุ่นนี้ให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ความสำเร็จของยอดขายรถยนต์ทุกรุ่นของเราในเดือนพฤศจิกายนนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวที่ยิ่งใหญ่สำหรับ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า ที่พร้อมจะเดินหน้าขับเคลื่อน EV Ecosystem ให้กับอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยต่อไปในอนาคต ความสำเร็จด้านยอดขายนี้ ยังช่วยตอกย้ำความเชื่อมั่นในแนวทางการดำเนินธุรกิจของเราที่มุ่งเน้นการรับฟังเสียงของผู้บริโภค เพื่อส่งมอบประสบการณ์ใหม่ๆ ด้านการขับขี่อัจฉริยะที่ปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้กับลูกค้าชาวไทย เราขอขอบคุณทีมงานและพาร์เนอร์ทุกคนที่ร่วมทุ่มเททั้งแรงใจและแรงกายไปด้วยกันนับตั้งแต่วันแรกที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เพื่อร่วมกันส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพและยกระดับมาตรฐานการขายแบบ Online-to-Offline รูปแบบใหม่ของเราให้เป็นที่ยอมรับและไว้วางใจของผู้บริโภคชาวไทย และเหนือสิ่งอื่นใด เราขอขอบคุณลูกค้าและผู้บริโภคทุกท่านที่ให้ความเชื่อมั่นต่อผลิตภัณฑ์และบริการของเรา ความสำเร็จของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในวันนี้ไม่อาจเกิดขึ้นได้หากขาดแรงสนับสนุนจากทุกฝ่าย และเราจะไม่หยุดยั้งที่จะรับฟังเสียงของทุกท่านเพื่อนำมาพัฒนาเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ และบริการของเราให้สามารถตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่ของคนไทยให้ดียิ่งขึ้นได้อย่างแท้จริง”

นอกจากยอดขายที่เติบโตในตลาดประเทศไทยแล้ว เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังสร้างผลงานยอดเยี่ยมในตลาดโลก ด้วยยอดขายรวมทั่วโลกในเดือนพฤศจิกายนกว่า 122,510 คัน โดยในจำนวนนี้เป็นยอดขายในต่างประเทศ 15,006 คัน เพิ่มขึ้นกว่า 61.3 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับยอดขายในเดือนพฤศจิกายนของปีที่ผ่านมา นับเป็นการเติบโตที่สูงเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ มีส่วนแบ่งทางการตลาดรายเดือนในระดับโลกเติบโตเพิ่มขึ้นเป็น 12.2 เปอร์เซ็นต์ สำหรับยอดขายรวมในตลาดโลกตลอดทั้งปีของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ตั้งแต่เดือนมกราคมมาจนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2564 มีจำนวนรวมกว่า 1,118,624 คัน เพิ่มขึ้น 16.3 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับยอดขายภายในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยในจำนวนนี้ คิดเป็นยอดขายในต่างประเทศถึง 127,026 คัน ซึ่งถือว่าเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันในปีก่อนหน้าถึง 106.3 เปอร์เซ็นต์

ไม่เพียงเท่านี้ จากยอดขายทั้งหมดจากทั่วโลกในเดือนพฤศจิกายนนี้ HAVAL H6 ยังคงยืนหยัดในฐานะรถยนต์รุ่นเรือธงของเกรท วอลล์ มอเตอร์ ด้วยยอดขายทั่วโลกในเดือนพฤศจิกายน รวมทั้งสิ้น 69,170 คัน และมียอดขายรวมตั้งแต่เดือนมกราคมมาจนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายนกว่า 675,621 คัน เพิ่มขึ้น 4.8 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับยอดขายช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้านี้ ทำให้ HAVAL H6 ยังคงครองสถิติ “รถเอสยูวีที่มียอดขายสูงสุดในจีน” ติดต่อกันถึง 101 เดือน นับได้ว่าเป็น “รถยนต์ในตำนานแห่งชาติ” (National Legendary Vehicle) ของประเทศจีน ด้วยยอดขายภายในประเทศจีนในเดือนพฤศจิกายนรวมกว่า 32,443 คัน

ด้านสถิติยอดขายรวมทั่วโลกของแบรนด์ ORA ก็ถือได้ว่าประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยมเช่นเดียวกัน ด้วยยอดขายในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2564 ที่สูงเป็นประวัติการณ์ รวมกว่า 16,136 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤศจิกายนของปีที่ผ่านมาถึง 39.2 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้มียอดขายรวมทั่วโลกตั้งแต่เดือนมกราคมมาจนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2564 รวมทั้งสิ้นกว่า 114,102 คัน เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากถึง 162.2 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับสถิติยอดขายในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้านี้ โดยความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์นี้มี ORA Good Cat เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก ด้วยยอดขายรวมทั่วโลกในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2564 ทั้งสิ้นกว่า 8,855 คัน เพิ่มขึ้น 12.9 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับยอดขายในเดือนพฤศจิกายนของปีที่ผ่านมา และในปีนี้ ORA Good Cat มียอดขายตั้งแต่เดือนมกราคมมาจนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2564 รวมทั้งสิ้นกว่า 40,246 คัน

ในฐานะ “บริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลก” (Global Intelligent Technology Company) เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะยังคงมุ่งมั่นนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการยึดถือผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าชาวไทยอย่างต่อเนื่องและแท้จริง ควบคู่ไปกับการร่วมขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์และเศรษฐกิจไทยให้ก้าวต่อไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง เซอร์ไพรซ์แฟนมอเตอร์สปอร์ต ส่งฟอร์ด เรนเจอร์ เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ลงสนามนัดปิดฤดูกาล

0

ทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง หรือ FTR เตรียมสู้ศึกปิดฤดูกาลการแข่งขันไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรีส์ 2021 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 25 – 26 ธันวาคม 2564 โดยเสริมทัพรถกระบะด้วยการเปิดตัวฟอร์ด เรนเจอร์ หมายเลข 25 รถกระบะคันที่ 2 ของทีมและเป็นครั้งแรกในการส่งรถที่ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ลงสนามการแข่งขันไทยแลนด์ ซูเปอร์ ปิกอัพ พร้อมส่งรถสปอร์ตระดับตำนาน ฟอร์ด มัสแตง ลงแข่งไทยแลนด์ ซูเปอร์คาร์ จีทีซี ถึง 3 คัน เพื่อตอกย้ำสมรรถนะของรถฟอร์ดด้วยดีเอ็นเอฟอร์ด เพอร์ฟอร์มานซ์ ในวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย

ฟอร์ด เรนเจอร์ หมายเลข 25 เป็นรถกระบะตอนครึ่ง เครื่องยนต์ 2.0 ลิตรคันแรก และเป็นน้องใหม่ของทีม FTR ประกอบขึ้นโดยใช้เครื่องยนต์ 2.0 ลิตรแบบเดียวกับที่ติดตั้งในรถกระบะที่ขายดีที่สุดในตลาดของฟอร์ด รถกระบะคันใหม่นี้พัฒนาขึ้นจากความร่วมมือระหว่างวิศวกรฟอร์ดและทีมออโรรา มอเตอร์สปอร์ต โดยมีแจ็ค เลมวาร์ด นักแข่งดาวรุ่งคนใหม่ของทีมเป็นผู้ขับ โดยแจ็คได้มีส่วนร่วมในการปรับแต่งและพัฒนารถให้เหมาะกับการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ ตั้งแต่การปรับจูนเทอร์โบ ระบบระบายความร้อน ช่วงล่าง ไปจนถึงระบบเบรก โดยมีการปรับแต่งเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตรเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ฟอร์ด เรนเจอร์ หมายเลข 25 จะลงแข่งในสนามไทยแลนด์ ซูเปอร์ ปิกอัพ พร้อมกับฟอร์ด เรนเจอร์ หมายเลข 3 ที่ขับโดยนักขับฝีมือเยี่ยมขวัญใจคนไทย แซนดี้ เคราแก้ว สตูวิค

“นับเป็นโอกาสดีที่เราจะได้นำรถฟอร์ด เรนเจอร์ หมายเลข 25 ลงสนามเป็นครั้งแรกในปีนี้” มร. เคล เคิร์นส ผู้บริหารฟอร์ดและหัวหน้าทีม FTR กล่าว “ผู้ชมจะได้เห็นฟอร์ด เรนเจอร์ถึง 2 คันในสนามแข่งรถกระบะ และยังจะได้ตื่นตาตื่นใจกับฟอร์ด มัสแตงอีกถึง 3 คัน ตามด้วยอีกหนึ่งเซอร์ไพรซ์ คือรถฟอร์ด มัสแตง 2 ที่นั่ง พร้อมการตกแต่งภายนอกอวดความเป็นฟอร์ด เพอร์ฟอร์มานซ์ ซึ่งจะเป็นรถ Hot Lap สำหรับผู้โชคดีที่จะได้รับเลือกมาสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษบนสนามแข่ง”

ฟอร์ดยกระดับความตื่นเต้นไปอีกขั้นสำหรับการแข่งขันนัดปิดฤดูกาลปี 2564 โดยส่งฟอร์ด มัสแตง ลงสนามไทยแลนด์ ซูเปอร์คาร์ จีทีซี ซึ่งเป็นการแข่งขันความยาว 30 นาที โดยเคลจะกลับมารับบทนักขับอิสระ หรือ Gentleman Driver นำฟอร์ด มัสแตง หมายเลข 66 ลงสนาม ด้านแจ็คจะเป็นผู้ขับฟอร์ด มัสแตง หมายเลข 64 โดยทั้งสองคันใช้เครื่องยนต์โคโยตี้ อลูมิเนเตอร์ 5.2 ลิตร ส่วนมร. เครก คอร์ลิสส์ ผู้ก่อตั้ง TAV8 Racing และหัวหน้าทีมวิศวกรคอร์ลิสส์ เรซ เอ็นจิเนียริง (CRE) จะเป็นผู้ขับฟอร์ด มัสแตง หมายเลข 88

“ผมตื่นเต้นมากที่เราจะได้ส่งฟอร์ด มัสแตง ลงสนามซูเปอร์คาร์ จีทีซี พร้อมกันถึง 3 คัน และเราเชื่อว่าทีมจะมีศักยภาพมากพอที่จะคว้าตำแหน่งบนโพเดียมได้อีกในครั้งนี้” เคล กล่าวเสริม

ฟอร์ดพร้อมสร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าชมการแข่งขันด้วยการสนับสนุนกิจกรรม Hot Lap โดยนำรถฟอร์ด มัสแตง 2 ที่นั่ง ทรงพลังด้วยเครื่องยนต์โคโยตี้ อลูมิเนเตอร์ 5.2 ลิตร มาใช้ โดยผู้โชคดีที่ได้รับเลือกจะได้รับประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตบนรถแข่งฟอร์ด มัสแตง ขับโดยแจ็ค เลมวาร์ด หรือผู้อำนวยการการแข่งขันไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรี่ส์ พร้อมสัมผัสความรู้สึกจากการเบรก การเลี้ยวเข้าโค้ง และการเร่งความเร็วสูงเสมือนในการแข่งจริง รวมถึงได้ยินเสียงเครื่องยนต์ V8 สุดเร้าใจได้อย่างใกล้ชิด

“ฟอร์ดได้แสดงถึงศักยภาพของฟอร์ด เพอร์ฟอร์มานซ์ ให้ลูกค้าและผู้ชมมอเตอร์สปอร์ตไทยได้เห็นในการแข่งขันตลอด 2 ฤดูกาลที่ผ่านมา โดยปัจจุบัน เรามีรถแข่งในทีมถึง 5 คัน ถือว่าทีมมีการเติบโตที่น่าประทับใจ” นายวิชิต ว่องวัฒนาการ กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว “การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศครั้งนี้ทำให้เรามีโอกาสนำรถที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0 ลิตร ลงสนามเป็นครั้งแรก โดยเป็นเครื่องยนต์เดียวกับที่ใช้ในรถกระบะที่ผู้บริโภคของเราคุ้นเคยเป็นอย่างดี ซึ่งจะเป็นการตอกย้ำถึงสมรรถนะ และความทนทานของเครื่องยนต์ที่ติดตั้งในรถฟอร์ด เรนเจอร์ ที่วางจำหน่ายในปัจจุบัน”

โตโยต้ารับรางวัล “The Most Powerful Brands of Thailand” สุดยอดแบรนด์ทรงพลัง ครั้งที่ 5

0

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด โดยคณะผู้บริหารฯ นายสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ นายวีระเกียรติ์ วัฒนวีรเดช รักษาการผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ นายทนงศักดิ์ สุขจิตภิญโญ รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดรถยนต์นั่ง และนายชนินทร์ ชุมภู รักษาการณ์ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดเพื่อการพาณิชย์ เข้ารับรางวัล “Thailand Most Powerful Brand 2020” จากศาสตราจารย์ ดร. บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยสามารถโดยสามารถคว้ารางวัลในประเภท 1) รถยนต์ไม่เกิน 7 ที่นั่ง (รถเก๋ง) 2) รถกระบะ ในรุ่น วีออส และไฮลักซ์ รีโว่ ซึ่งจัดการสำรวจโดยคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ ห้อง 111 อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  

เอ็มจี ย้ำภาพผู้นำรถยนต์ไฟฟ้าในไทย ส่งมอบ MG EP 70 คัน ถึงมือผู้นำรถเช่ายานยนต์ไฟฟ้า EV ME PLUS

0

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ย้ำภาพผู้นำตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้า เผยความนิยมรถยนต์พลังงานไฟฟ้าขยายตัวมากขึ้น หลังเอ็มจีแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่เข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง และเดินหน้าปูพรมสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) ด้วยการเพิ่มจำนวนสถานีอัดประจุไฟฟ้าให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจในการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า อันเป็นการสร้างพื้นฐานความแข็งแกร่ง เตรียมความพร้อมให้กับประเทศไทยสู่สังคมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างสมบูรณ์แบบในอนาคตอันใกล้ โชว์ความเป็นตัวจริงด้านอีวี หลัง MG EP รถสเตชั่นแวกอนพลังงานไฟฟ้า 100% กระแสตอบรับดีในกลุ่มลูกค้าทั่วไป อีกทั้งยังพารถยนต์พลังงานไฟฟ้าสู่ความนิยมและการยอมรับในกลุ่มลูกค้าองค์กร ล่าสุดส่งมอบถึงมือ บริษัท อีวี มี พลัส จำกัด ครบถ้วนแล้วทั้งสิ้น 70 คัน เพื่อสร้างระบบ อีวีคาร์แชริ่ง (Car Sharing) ให้แข็งแกร่งมากขึ้น 

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “MG EP เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นที่สองที่เรานำเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ในการทำให้ตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามีสีสันมากยิ่งขึ้นและสร้างตัวเลือกให้กับผู้ที่สนใจในรถยนต์พลังงานทางเลือก อีกทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของเอ็มจีในฐานะแบรนด์รถยนต์ผู้บุกเบิกและเอาจริงเอาจังกับการทำตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้เกิดขึ้นในประเทศไทย จุดประกายให้คนไทยเปิดใจในการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าและค่อยๆ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้รถให้สอดคล้องกับเทรนด์โลก หลังจากเปิดตัวในช่วงปลายปีที่ผ่านมา เราได้เดินหน้าทำตลาด โดยเจาะทั้งกลุ่มลูกค้าทั่วไปที่นำรถไปใช้ในชีวิตประจำวัน ควบคู่ไปกับการเจาะตลาดในกลุ่มลูกค้าองค์กรที่มองหารถยนต์พลังงานทางเลือกที่ตอบโจทย์การใช้งานตามลักษณะของกิจการนั้นๆ”

ล่าสุด เอ็มจี ได้บรรลุเป้าหมายอีกขั้น ในการเพิ่มสัดส่วนยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศให้ขยายตัวสูงขึ้น อันจะเป็นหนึ่ง แรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้สังคมไทยเกิดการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัว ด้วยการส่งมอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน อย่างรุ่น MG EP จำนวนทั้งสิ้น 70 คัน ให้กับบริษัท อีวี มี พลัส จำกัด ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบรายแรกที่สามารถเลือกเช่ารถยนต์พลังงานไฟฟ้าได้ตามระยะเวลาที่ต้องการผ่านแอพพลิเคชั่น EVME รายละเอียดเพิ่มเติม ที่ (https://evme.io/th-TH) ทั้งนี้ เอ็มจีรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจจากบริษัทชั้นนำ และเป็นกำลังสำคัญในการสร้างสังคมยานยนต์ไฟฟ้าให้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะการเพิ่มขึ้นของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าทุกๆ คัน คือหมุดหมายสำคัญและเป็นแรงผลักดันให้กับเอ็มจีในการสร้างสังคมที่ดียิ่งขึ้น

“นอกเหนือจากตัวรถที่เอ็มจีออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานได้จริงในทุกรูปแบบ พร้อมอรรถประโยชน์ที่สามารถตอบโจทย์ได้อย่างครบครันแล้ว เรายังได้ให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นใจในการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าในทุกๆ มิติ ด้วยการลงทุนสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) โดยเฉพาะหัวใจหลักอย่าง สถานีชาร์จประจุไฟฟ้า ซึ่งในปัจจุบัน  เรามีจำนวนสถานีชาร์จรวมทั่วประเทศแล้วกว่า 800 แห่ง จำนวนนี้กว่า 120 แห่ง เป็นสถานีชาร์จที่เอ็มจี ลงทุนเอง ภายใต้ชื่อ MG Super Charge ที่ได้ติดตั้งในพื้นที่ศูนย์บริการที่กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศรวมถึงพื้นที่อื่นๆ ของหน่วยงานพันธมิตร ซึ่งเหล่านี้ล้วนเป็นกลไกสำคัญที่จะทำให้คนไทยเข้าใจและมั่นใจในการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้นในอนาคต” นายพงษ์ศักดิ์กล่าว

บริษัท อีวี มี พลัส จำกัด นำโดยคุณสุวิชชา สุดใจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการจัดการ และคุณพีระ โศภิตนุกุล Chief Strategy Officer ร่วมเป็นเกียรติถ่ายภาพร่วมกับผู้บริหารจาก เอ็มจี เซลส์ ( ประเทศไทย) จำกัด นำโดย มร.จาง ไห่โป กรรมการผู้จัดการ และ คุณพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ ที่บูธ เอ็มจี ในงาน มอเตอร์ เอกซ์โป ครั้งที่ 38  

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจีได้ที่

Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand

มาสด้า มอบรางวัลแห่งเกียรติยศให้ผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมประจำปี

0

มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย จัดพิธีมอบรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมประจำปี หรือ Mazda Dealer Exclusive Challenge 2020 ภายใต้ธีม “Pride and Prosperity” เพื่อยกย่องถึงปรัชญาการทำงานที่มุ่งสู่ความสำเร็จ และการันตีถึงมาตรฐานความเป็นเลิศในการดำเนินธุรกิจของผู้จำหน่าย ที่สามารถส่งมอบความสุข และสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้ามาสด้าในประเทศไทยได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งในแต่ละปีจะมีผู้จำหน่ายเพียง 15 แห่งเท่านั้น ที่สามารถคว้ารางวัลแห่งความสำเร็จนี้ไปครอง โดยพิธีมอบรางวัลอันทรงเกียรตินี้จัดขึ้นที่ โรงแรม สยาม เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย พร้อมด้วยผู้จำหน่ายมาสด้าทั่วประเทศได้ประสานความร่วมมือกันทำงานอย่างเต็มความสามารถ ผ่านกระบวนการทำงานภายใต้แนวคิด ONE MAZDA เพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้เป็นหนึ่งเดียวและไร้รอยต่อในทุกภาคส่วน ทั้งบุคลากรของมาสด้า ผู้จำหน่าย รวมถึงโรงงานผลิต เพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ภายใต้จุดมุ่งหมายเดียวกัน นั่นคือ เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่เปี่ยมด้วยคุณภาพและส่งมอบการบริการที่เป็นเลิศให้กับลูกค้า และยึดมั่นในการเอาใจใส่ดูแลลูกค้าไปตลอดอายุการใช้งาน ซึ่งในแต่ละปี มาสด้าจะจัดให้มีการประเมินผลงานและมอบรางวัลให้แก่ผู้จำหน่ายที่มีผลการดำเนินงานยอดเยี่ยมที่สุดจากทั่วประเทศ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ความพยายาม การเอาใจใส่ในทุกรายละเอียด เพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จ และสร้างมาตรฐานความเป็นเลิศของผู้จำหน่ายในทุกมิติ

ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม หรือ Mazda Dealer Exclusive Challenge จะต้องผ่านเกณฑ์การพิจารณา และได้รับการรับรองว่าเป็นผู้จำหน่ายที่มีมาตรฐานสูงสุดในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็น ด้านยอดจำหน่ายรถยนต์ ยอดจำหน่ายอะไหล่และการบริการหลังการขาย ความพร้อมของสถานที่ คุณภาพของระบบบริหารจัดการ และความสามารถในการส่งมอบความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า ทั้งด้านการขายและด้านให้การบริการหลังการขาย รวมถึงสามารถบริหารบุคลากรในองค์กรได้อย่างดีเยี่ยม โดยในแต่ละปีจะมีผู้จำหน่ายเพียง 15 แห่ง จากผู้จำหน่ายจากทั่วประเทศทั้งหมด 139 แห่งเท่านั้น ที่ได้รับรางวัลการันตีความเป็นเลิศนี้

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า นอกจากการมอบรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมประจำปี 2020 แล้ว ภายในงานยังได้มีการมอบรางวัลการขายยอดเยี่ยม และรางวัลการบริการหลังการขายยอดเยี่ยมประจำปี 2020 หรือ Mazda Guild 2020 เพื่อมอบรางวัลให้ทีมงานของผู้จำหน่ายที่สามารถทำผลงานได้ดีเยี่ยม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแรงผลักดันให้ผู้จำหน่ายและพนักงาน มุ่งมั่นพัฒนาทักษะและความเชี่ยวชาญในการทำงาน และส่งมอบความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าในทุกๆ ด้าน ซึ่งมาสด้าขอแสดงความยินดีกับดีลเลอร์ทุกรายที่สามารถคว้ารางวัลเกียรติยศมาครองได้สำเร็จ และขอขอบคุณผู้จำหน่ายทั่วประเทศที่ทำงานอย่างเต็มความสามารถ โดยมีเป้าหมายสูงสุด คือ การส่งมอบความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า และช่วยผลักดันให้มาสด้าในประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืน

ทางด้านตัวแทนผู้จำหน่าย นางแก้วใจ เผอิญโชค แมคโดนัลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิซ มอเตอร์ส จำกัด หนึ่งในผู้จำหน่ายที่ได้รับรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมประจำปี 2020 ระดับ Gold กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 10 กว่าปี ที่ตัดสินใจเข้ามาทำธุรกิจร่วมกับมาสด้า บอกได้เลยว่าตัวเองคิดถูก หรืออาจจะช้าไปด้วยซ้ำเมื่อเทียบกับดีลเลอร์มาสด้าตั้งแต่ยุคแรกๆ ซึ่งรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมเป็นรางวัลที่พวกเราภาคภูมิใจอย่างยิ่ง ทีม บิซ มอเตอร์ส ทำงานอย่างเต็มที่ในทุกๆ ช่องทาง โดยเฉพาะการบริหารงานผ่านระบบออนไลน์ จึงทำให้เราก้าวขึ้นมาครองเบอร์หนึ่งด้านยอดขายทุกปี เพราะเราให้ความสำคัญกับลูกค้าและทีมงาน ต้องมาเป็นอันดับหนึ่งเสมอ ต้องสร้างบุคลากรให้กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญ จนเกิดเป็นความเชื่อมั่น เพราะทางเลือกแรกของลูกค้าต้องผ่านคุณภาพของบุคลากรและระบบที่มีมาตรฐาน ดังนั้น บุคลากรจึงสำคัญและต้องทำงานภายใต้ระบบที่มีประสิทธิภาพ แล้วส่งผ่านประสบการณ์ดีๆ ไปยังลูกค้าจนเกิดเป็นความประทับใจ จนเกิดเป็นการบอกต่อไปเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด ต้องขอขอบคุณ มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย และทีมงานทุกท่าน ที่ให้การสนับสนุนผู้จำหน่ายเป็นอย่างดี จนทำให้ บิซ มอเตอร์ส ประสบความสำเร็จดังเช่นทุกวันนี้

ปัจจุบัน มาสด้ามีผู้จำหน่ายทั่วประเทศทั้งหมด 139 แห่ง และตั้งเป้าที่จะขยายโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพการให้บริการในด้านต่างๆ ให้เกิดเป็นมาตรฐานเดียวกันในทุกๆ โชว์รูม เพื่อที่จะสามารถส่งมอบบริการที่เป็นเลิศให้กับลูกค้าทุกราย ให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งกับครอบครัวมาสด้าในประเทศไทย

รายชื่อผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมประจำปี 2020

รางวัลผู้จำหน่าย
ระดับ Goldบริษัท บิซ มอเตอร์ส จำกัด (กรุงเทพมหานคร)
บริษัท ออโต้ แกลเลอรี่ เบสท์สไมล์ จำกัด (จังหวัดปทุมธานี)
บริษัท ชูเกียรติยนต์ จำกัด (จังหวัดปัตตานี)
บริษัท มาสด้า สุรินทร์ (2002) จำกัด (จังหวัดสุรินทร์)
บริษัท อารีมิตร มาสด้า จำกัด (จังหวัดกาฬสินธุ์)
ระดับ Silverกลุ่ม บริษัท ศรีสะเกษทีที ออโตโมบิล จำกัด (จังหวัดศรีสะเกษ)
บริษัท มาสด้า มหาราช (ตราด) จำกัด (จังหวัดตราด)
บริษัท วีเอ็มดี ออโต้เซลส์ จำกัด สาขาพัฒนาการ (กรุงเทพมหานคร)
บริษัท มาสด้า ประจวบฯ จำกัด (จังหวัดประจวบคีรีขันธ์)
บริษัท สิทธิชัยออโต้เซลส์ จำกัด (จังหวัดพัทลุง)
ระดับ Bronzeกลุ่ม บริษัท ศรีบุตรคอปอเรชั่น จำกัด  (จังหวัดยะลา)
กลุ่ม บริษัท มาสด้า ชลบุรี จำกัด (มหาชน) (กรุงเทพมหานครและชลบุรี)
กลุ่ม บริษัท วีเอ็มดี ออโต้เซลส์ จำกัด (จังหวัดพิษณุโลกและอุตรดิตถ์)
กลุ่ม บริษัท ชูเกียรติยนต์ หาดใหญ่ จำกัด (จังหวัดสงขลา)
กลุ่ม บริษัท เอกสหกรุ๊ป มอเตอร์ จำกัด (จังหวัดนครราชสีมา)

นิสสัน นาวารา จัดโปรแรงส่งท้ายปี รุ่นดับเบิ้ลแค็บ PRO-4X และ PRO-2X

0

นิสสัน ประเทศไทย จัดโปรโมชั่นพิเศษส่งท้ายปีสำหรับ นิสสัน นาวารา ใหม่ รถกระบะกล้าเพื่อคนแกร่ง เสนอแคมเปญพิเศษ ออกรถ นาวารา PRO-4X สีแดง เบิร์นนิ่ง เรด และ PRO-2X สีแดง เบิร์นนิ่ง เรด, สีดำ แบล็ค สตาร์, และสีขาว ไวท์ เพิร์ล รับฟรี อุปกรณ์ตกแต่งแท้จากนิสสันพร้อมค่าติดตั้ง มูลค่า 44,000 บาท จำนวน 9 รายการ เสริมความดุดัน ยกระดับความหล่อที่เหนือใคร ประกอบด้วย (1) โลโก้ NAVARA ฝากระโปรงหน้าสีส้มลาวา (2) โลโก้ท้าย (3) กันชนหน้าแบบออฟโรด (4) คิ้วกันสาดประตู (5) เสาอากาศแบบครีบฉลาม (6) พื้นปูกระบะท้าย (7) ชุดแต่งขอบประตู (8) ชุดพรมและผ้ายางปูพื้น และ (9) ฟิล์มเซรามิก

นิสสัน นาวารา รุ่นดับเบิ้ลแค็บ PRO-4X ราคาเริ่มต้น 1,149,000 บาท กระบะหล่อ แรง ลุย โดดเด่นด้วยระบบ 4×4 ขับเคลื่อน 4 ล้อ ออฟโรดโหมดพร้อมลุยเส้นทางท้าทาย และนิสสัน นาวารา รุ่นดับเบิ้ลแค็บ PRO-2X ราคาเริ่มต้น 999,999 บาท ทั้งสองรุ่นมาพร้อมกระจังหน้าและอุปกรณ์ตกแต่งโทนสีดำ ไฟหน้า Quad-Eye LED  4 ดวง และไฟ Daytime Running Light การออกแบบที่สะท้อนความแข็งแกร่ง ดุดัน อันเป็นเอกลักษณ์ ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยแอคเซนท์สีส้ม-แดง พร้อมเบาะนั่งสีดำดีไซน์สปอร์ต เหนือกว่าด้วยขุมพลังที่เหลือล้นจากเครื่องยนต์ดีเซล 2.3 ลิตรเทอร์โบคู่ 190 แรงมา เกียร์ 7 สปีด เสริมความปลอดภัยอย่างครบครันด้วย 360°  Safety Shield  เช่น เทคโนโลยีกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง (IAVM) ที่ทำงานร่วมกับเทคโนโลยีเตือนวัตถุเคลื่อนไหวรอบคัน (MOD) เทคโนโลยีเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนอัจฉริยะ (IFCW) และเทคโนโลยีช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ (IEB)  ให้คุณมั่นใจได้ทุกการเดินทาง

นาวารา ทั้งสองรุ่น มาพร้อมข้อเสนอพิเศษอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% (ดาวน์ 30%, ผ่อนนาน 48 เดือน) ขับฟรี สูงสุด 90 วัน** พร้อมฟรี ค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี/100,000 กิโลเมตร ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2564
ที่ศูนย์บริการทั่วประเทศ*

ลูกค้าที่สนใจรถยนต์นิสสันรุ่นต่าง ๆ สามารถสอบถามรายละเอียดและเงื่อนไขแคมเปญพิเศษเพิ่มเติมได้ที่ผู้จำหน่ายนิสสัน ทั่วประเทศ รวมถึงคอลเซ็นเตอร์ของนิสสัน 02 401 9600 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ นิสสัน ประเทศไทย

(1) ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่ผ่านการพิจารณาภายใต้เงื่อนไขและทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด / ทั้งนี้เงื่อนไขการอนุมัติสินเชื่อและอื่นๆเป็นไปตามหลักเกณฑ์การพิจารณาของบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด

(2) ขับฟรีสูงสุด 90 วัน นับจากวันรับรถ เฉพาะระยะเวลาการผ่อนชำระไม่เกิน 72 เดือน เท่านั้น / เฉพาะที่รับรถและเป็นสัญญาในเดือนธันวาคม 2564 จะเริ่มผ่อนชำระงวดแรก หลังจากเป็นสัญญา 90 วัน

(3) ขยายรับประกันคุณภาพรถใหม่จาก 3 ปี เป็น 5 ปี โดยรับประกันต่อเนื่องจากระยะเวลารับประกันของผู้ผลิตรถยนต์ (ระยะเวลา 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือไม่เกิน 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน / บริหารโปรแกรมโดย บริษัท เอ ดับเบิลยู พี เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด รับประกันภัยโดย บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย จำกัด (มหาชน)

(4) ชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษพร้อมติดตั้ง มูลค่า 44,000 บาท ประกอบด้วย 1.โลโก้ NAVARA ติดฝากระโปรงหน้า 2.โลโก้ NAVARA ติดท้าย 3.กันชนหน้าแบบออฟโรด 4.เสาอากาศแบบครีบฉลาม 5. ชุดแต่งขอบประตู 6. ชุดพรมและผ้ายางปูพื้น 7. พื้นปูกระบะท้าย 8. คิ้วกันสาดประตู 9. ฟิล์มเซรามิค (นาวารา โปร-4X เฉพาะสีแดงเบิร์นนิ่ง เรด และ โปร-2X เฉพาะสีแดงเบิร์นนิ่ง เรด, สีดำ แบล็ค สตาร์, และสีขาว ไวท์ เพิร์ล)

เบนซ์ไพรม์มัส ครองที่ 1 ยอดจองในงาน Motor Expo 2021 เดินหน้ามอบความสุขรับปีใหม่ กับโปร Limitless Offers

0

“เบนซ์ไพรม์มัส” ขึ้นแท่นครองที่ 1 ยอดจอง Mercedes-Benz สูงสุด ในงาน Motor Expo 2021 เดินหน้ามอบความสุขรับปีใหม่ สัมผัสประสบการณ์สุด Luxury ในการเป็นเจ้าของรถยนต์ระดับหรู กับแคมเปญ Limitless Offers รับส่วนลดดาวน์ 5% ฟรี! MBSP Package นาน 5 ปี เฉพาะที่ “เบนซ์ไพรม์มัส” เริ่มวันนี้ ถึง 31 ธ.ค.ศกนี้

นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Benz/ Mercedes-AMG/ Mercedes-Maybach อย่างเป็นทางการ เปิดเผยว่า ตามที่บริษัทแม่ “เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)” ได้เข้าร่วมออกบู๊ธและจัดแสดงรถยนต์ ภายในงาน Thailand International Motor Expo2021 ด้วยการอวดโฉมรถยนต์แห่งอนาคต 6 รุ่น จาก 4 ซับแบรนด์  ได้แก่ Mercedes-EQ, Mercedes-Maybach, Mercedes-AMG และ Mercedes-Benz พร้อมแนะนำโปรแกรมบำรุงรักษา MBSP และแคมเปญส่งเสริมการขายรูปแบบต่าง ๆ ส่งผลทำให้  “เมอร์เซเดสเบนซ” มียอดจองรถยนต์ระดับลักชัวรี่สูงสุดเป็นอันดับ 1 ภายในงานดังกล่าว ด้วยตัวเลขยอดจองรวมทั้งสิ้น 2,005 คัน

สำหรับ “เบนซ์ไพรม์มัส” เป็นหนึ่งในผู้จำหน่ายที่ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมนำเสนอรายละเอียดผลิตภัณฑ์และการบริการด้านการขาย ภายในงาน Motor Expo 2021 ขณะเดียวกัน ได้เปิดบ้านต้อนรับลูกค้าเข้าเยี่ยมชมโชว์รูมและศูนย์บริการ บนถนนเลียบด่วนเอกมัยรามอินทรา ในงาน Primus Auto Show 2021  ที่จัดควบคู่กับงาน Motor Expo 2021 โดยมีรถยนต์ให้เลือกชมและทดลองขับหลากหลายรุ่น เพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ลูกค้าที่ต้องการเป็นเจ้าของยานยนต์ชั้นเลิศได้เป็นอย่างดี

ด้วยเหตุนี้ ทำให้ “เบนซ์ไพรม์มัส” สามารถก้าวขึ้นเป็นอันดับ 1 ด้านยอดจองสูงสุด ในงาน Motor Expo 2021 และอันดับ 2 สำหรับยอดจองโดยรวม เมื่อเทียบกับผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดสเบนซ์ ทั่วประเทศ ด้วยตัวเลขรวมทั้งสิ้น 184 คัน

“ผมรู้สึกภาคภูมิใจและยินดีเป็นอย่างยิ่งกับความสำเร็จในครั้งนี้ วันนี้ “เบนซ์ไพรม์มัส” สามารถก้าวขึ้นมาในระดับแนวหน้าของผู้จำหน่ายรถยนต์ “เมอร์เซเดสเบนซ์” ด้วยระยะเวลาเพียงแค่ 2 ปีเท่านั้น นับเป็นการตอกย้ำความสำเร็จอีกระดับหนึ่งของเรา ผมต้องขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่สนับสนุนและมอบความไว้วางใจในบริการของเรา และขอบคุณบริษัทแม่ที่สนับสนุนและมอบโอกาสอันดี ทำให้เราสามารถเติบโตอย่างมั่งคงและแข็งแกร่งมากขึ้น”

นายจิระพล  รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด เปิดเผยว่า จากความสำเร็จในการทำยอดจองรถยนต์ Mercedes-Benz สูงสุด ในงาน Motor Expo 2021 เป็นผลมาจาก ความมุ่งมั่น และทุ่มเทแรงกาย แรงใจ ของบุคลากรในทุกภาคส่วน ที่จะมอบบริการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าทุกท่าน ผสานกับกลยุทธ์ทางการตลาดที่ครอบคลุมในทุกมิติ โดยเน้นการทำตลาดรูปแบบใหม่ Online to Offline และการยกระดับด้านบริการ เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าคนสำคัญโดยเฉพาะ

และในโอกาสส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ “เบนซ์ไพรม์มัส” ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งมอบความสุขให้แก่ทุกท่าน ในการเป็นเจ้าของรถยนต์ Mercedes-Benz และ Mercedes-AMG ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษในแคมเปญ Limitless Offers เริ่มวันนี้ ถึง 31 ธ.ค.ศกนี้ ด้วยการมอบสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ มากมาย อาทิ

-ฟรี! รับประกันคุณภาพรถยนต์ กับ MBSP Package นาน 5 ปี

-ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 MB Protection สูงสุด 4 ปี หรือเลือกดาวน์สบายๆ รับส่วนลด 5%

-ฟรี!  บัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 5,000 บาท

และเมื่อนำรถยนต์ Mercedes-Benz และ Mercedes-AMG เข้ารับบริการงานซ่อมบำรุงทั่วไป (ยกเว้นงานซ่อมสีและตัวถัง) ที่มีค่าใช้จ่ายตั้งแต่ 25,000 บาทขึ้นไปต่อ 1 ใบเสร็จ รับฟรี! ทันที หมวก Lewis Hamilton Special Edition Cap USA มูลค่า 2,557 บาท ระหว่างวันที่ 20-30 ธ.ค.ศกนี้ เฉพาะที่ “เบนซ์ไพรม์มัส” เท่านั้น

ผู้สนใจชมและทดลองขับรถยนต์ Mercedes-Benz และ Mercedes-AMG หรือนำรถยนต์เข้ารับบริการหลังการขาย สามารถนัดหมาย หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02 095 5555 หรือ LINE: https://bit.ly/primusla (@benzprimus) หรือ FB : https://www.facebook.com/Benz-Primus-111373581317890 (Benz Primus)

COCKPIT ร่วมกับ สงวนออโต้คาร์ เปิดศูนย์บริการแห่งใหม่ 3 สาขา ส่งท้ายปี

0

ศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจรค็อกพิท (COCKPIT) ภายใต้การดูแลโดยบริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ บริษัท สงวนออโต้คาร์ จำกัด เดินหน้าขยาย 3 สาขาใหม่ในกรุงเทพฯ ส่งท้ายปี พ.ศ. 2564 เพิ่มความสะดวกในการให้บริการลูกค้าได้ครอบคลุมมากขึ้น ตอกย้ำเป้าหมายสู่การเป็นศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจรที่พร้อมจะอยู่คู่ชีวิตรถคุณตลอดการเดินทาง หรือ “Total Car Life Partner”

COCKPIT สาขาบางใหญ่

นายเคอิจิ ชูมะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในนามของ บริดจสโตน ขอขอบคุณบริษัท สงวนออโต้คาร์ จำกัด ที่มั่นใจและเดินหน้าเติบโตไปพร้อมกับเรา ด้วยความมั่นใจที่มีต่อธุรกิจของ ค็อกพิท ภายใต้การบริหารงานของ บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้ใช้รถ จึงร่วมเดินหน้าเปิดสาขาใหม่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี พ.ศ. 2564 ซึ่งเมื่อรวมกับ สาขาถนน 340 บางบัวทอง-สุพรรณบุรี และอีก 3 สาขาที่จังหวัดชุมพร ภายใต้บริษัท สงวนยางยนต์ชุมพร จำกัด ทำให้ กลุ่มบริษัทสงวนออโต้คาร์เป็น ดีลเลอร์รายใหญ่ของบริดจสโตน และมีสาขาเครือข่ายของศูนย์บริการค็อกพิทมากที่สุด พร้อมตอกย้ำการให้บริการด้านศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจรที่ทันสมัย ด้วยผลิตภัณฑ์ชั้นนำคุณภาพสูงและครบครัน และทีมช่างมืออาชีพที่พร้อมให้คำปรึกษาแก่ผู้ใช้รถยนต์ เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่คุ้มค่า สะดวกสบาย และปลอดภัยให้แก่ทุกชีวิตในรถยนต์”

COCKPIT สาขาเอกชัย-บางบอน

COCKPIT สาขาราชพฤกษ์

ค็อกพิท (COCKPIT) เป็นศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจรในประเทศไทยมากว่า 31 ปี มีสาขามากกว่า 270 แห่งทั่วประเทศ* พร้อมจะก้าวสู่การเป็นศูนย์บริการรถยนต์ที่จะอยู่คู่ชีวิตรถคุณตลอดการเดินทาง เพื่อเพิ่มความสุขให้กับทุกชีวิตในรถยนต์ พบกับค็อกพิท กลุ่มบริษัทสงวนออโต้คาร์ทั้ง 7 สาขา ได้แก่ สาขาถนน 340 บางบัวทอง-สุพรรณบุรี สาขาบางใหญ่ สาขาเอกชัย-บางบอน สาขาราชพฤกษ์ และอีก 3 สาขา ในจังหวัดชุมพร

รายการ Auto Motor Thailand ประจำวันเสาร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ.2564

0
Auto Motor Thailand Pic Open

พบกับรายการ Auto Motor Thailand ตั้งแต่เวลา 23.00-23.30 น. ทางททบ.5 กด 1 สำหรับสัปดาห์นี้ มีเรื่องราวที่น่าสนใจมากมาย อาทิ

“เรื่องรถต้องรู้”
– ทดสอบสมรรถนะ Toyota Camry 2.5 HEV Premium Luxury พร้อมเทียบกับคู่แข่ง Honda Accord e:HEV

Auto Motor Thailand 1

“ท่องโลกยานยนต์”
– “มาสด้า” เผยความสำเร็จยอดขายเดือนพฤศจิกายนเติบโต 37%

Auto Motor Thailand 2
– “ฟอร์ด” ทุ่มทุนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 2.8 หมื่นล้านบาท อัพเกรดโรงงานไทย

Auto Motor Thailand 3
– “MG Super Charge” เปิดให้บริการที่สถานีบริการน้ำมันบางจากแล้ววันนี้

Auto Motor Thailand 4
– “อีซูซุ” ร่วมลดฝุ่น PM 2.5 ชวนผู้ใช้รถเก่าเข้าศูนย์ ตรวจเช็กฟรี

Auto Motor Thailand 5

รู้ก่อนขับ
– วิธีดูแลรถหลังจากท่องเที่ยวปีใหม่

Auto Motor Thailand 6
ติดตามรับชม Auto Motor Thailand พร้อมกัน ทุกวันเสาร์ ทางททบ.5กด1 ตั้งแต่เวลา 23.00 น.เป็นต้นไป แล้วพบกันครับ