Home Blog Page 331

เชิญชมนิทรรศการ พิพิธภัณฑ์คนรักรถ อวดโฉมรถอายุกว่า 120 ปี ในงาน MOTOR EXPO 2021

0

พิพิธภัณฑ์คนรักรถ Auto Rendezvous Museum-Bangkok จัดแสดงรถโบราณ และรถคลาสสิค ภายในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38” โดยไฮไลท์ได้แก่รถ Chr. Hofmann Wagen Bauer Mergentheim ผลิตจากประเทศเยอรมนี ที่มีอายุกว่า 120 ปี เป็นต้นแบบของรถยนต์ในปัจจุบัน

นอกจากนี้ ยังจัดแสดงรถยนต์ 7 ยุค ตามที่สมาพันธ์รถโบราณสากล (Federation Internationale des Vehicules Anciens : FIVA) กำหนดไว้ ได้แก่

รถรุ่นบรรพบุรุษ (Ancestor Cars) รถที่ผลิตจนถึง ปี 1904

รถรุ่นผ่านศึก (Veteran Cars) รถที่ผลิตระหว่าง ปี 1905-1918

รถโบราณ (Vintage Cars) รถที่ผลิตระหว่าง ปี 1919-1930

รถก่อนสงคราม (Pre-War Cars) รถที่ผลิตระหว่าง ปี 1931-1945

รถหลังสงคราม (Post-War Cars) รถที่ผลิตระหว่าง ปี 1946-1960

รถคลาสสิค (Classic Cars) รถที่ผลิตระหว่าง ปี 1961-1970

รถคลาสสิคร่วมสมัย (Modern Classic Cars) รถที่ผลิตตั้งแต่ปี 1971 และมีอายุไม่ต่ำกว่า 30 ปี

งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38” จัดขึ้น ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้ถึง 12 ธันวาคม 2564 ส่วนพิพิธภัณฑ์คนรักรถ Auto Rendezvous Museum-Bangkok ตั้งอยู่ริมถนนประชาอุทิศ กรุงเทพฯ กำหนดเปิดให้บริการเร็วๆ นี้

รมต. อุตสาหกรรม เยี่ยมชมงาน MOTOR EXPO 2021

0

สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และคณะ เยี่ยมชมงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38” โดยมี ชลัทชัย ปภัสร์พงษ์ รองประธานจัดงาน ควบคุมงานด้านการบริหารงานทั่วไป ให้การต้อนรับ  ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2564

สมาคมรถโบราณฯ จัดประกวด People’s Choice Award 2021

0

สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เชิญผู้ชมงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38” ร่วมลงคะแนนโหวตให้รถโบราณ และรถคลาสสิค ภายในบูธที่ตนประทับใจ พร้อมลุ้นรับของที่ระลึกจากสมาคมฯ รถที่ได้รับคะแนนนิยมจากผู้ชมงานสูงสุด จะคว้ารางวัล People’s Choice Award 2021 ไปครอง โดยเปิดให้โหวตถึงวันพุธที่ 8 ธันวาคม และประกาศผลวันพฤหัสบดีที่ 9 ธันวาคม 2564 เวลา 14.00 น. ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://peoplechoices.motorexpo.co.th

 

ชมงาน “MOTOR EXPO” สบายใจ ห่างไกลโควิด

0

งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38” จัดงานภายใต้แนวคิด “มหกรรมสุขสันต์คนรักยานยนต์-TIME to ENJOY!” โดยได้นำมาตรการป้องกันการติดเชื้อแบบ Universal Prevention มาใช้ป้องกันการระบาดของ COVID-19 โดยผู้ชมงานต้องได้รับวัคซีนแล้ว 2 เข็ม หรือผ่านการตรวจ RT-PCR หรือ ATK ภายใน 72 ชั่วโมง มิเช่นนั้นต้องรับการตรวจ ATK หน้างาน โดยมีค่าใช้จ่ายเพียง 99 บาท/ท่าน เท่านั้น

“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38” ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-12 ธันวาคม 2564 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.motorexpo.co.th

“MOTOR EXPO EXCLUSIVE VISITOR” เปิดประสบการณ์ชมงานแบบ VIP

0

งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38” ชวนเปิดประสบการณ์ใหม่ในการชมงานแบบวีไอพี ด้วยบริการ MOTOR EXPO EXCLUSIVE VISITOR ที่สะดวกคุ้มค่า

ผู้สมัครเป็น MOTOR EXPO EXCLUSIVE VISITOR เพียง 500 บาท จะได้รับบริการพิเศษมากมาย ทั้งการนำชมรถที่สนใจโดยพนักงานขายของแบรนด์ ช่องจอดรถ VIP ณ ลานจอดรถ P1 (1 คัน/1 สิทธิ์) ฟรีค่าจอด 3 ชม. พื้นที่รับรองพิเศษ Exclusive Visitor Lounge ฟรี บัตร Ultimate VIP 2 ใบ ใช้เข้าชมงานได้ทุกวัน และฟรี บัตรกำนัล Starbucks มูลค่า 200 บาท อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.motorexpo.co.th/exclusive

ชมงานสบายใจ ห่างไกล COVID-19

งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38” จัดมาตรการป้องกันการระบาดของ COVID-19 โดยผู้ชมงานต้องได้รับวัคซีนแล้ว 2 เข็ม หรือผ่านการตรวจ RT-PCR / ATK ภายใน 72 ชั่วโมง มิเช่นนั้นต้องรับการตรวจ ATK หน้างาน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากโรงพยาบาลบางประกอก 9 และ FINNO-HEALTH ค่าใช้จ่ายเพียง 99 บาท/ท่าน

“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38” จัดขึ้น ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 1-12 ธันวาคม 2564 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.motorexpo.co.th

ฟอร์ดรับรางวัล ‘องค์กรรับผิดชอบต่อสังคมดีเด่น’ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 11

0

ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี รับรางวัลองค์กรรับผิดชอบต่อสังคมดีเด่น ระดับแพลทินัม (AMCHAM Corporate Social Responsibility Excellence Recognition Award at Platinum Level) ติดต่อกันเป็นปีที่ 11 จากหอการค้าอเมริกันในประเทศไทย โดยรางวัลองค์กรรับผิดชอบต่อสังคมดีเด่น สะท้อนการทำกิจกรรมเพื่อสังคมในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องของฟอร์ดรวมถึงการเป็นองค์กรที่สนับสนุนและส่งเสริมความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วมทั้งในสถานที่ทำงานและในชุมชนที่เข้าไปดำเนินงาน โดยมี นายวิชิต ว่องวัฒนาการ กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย รับมอบรางวัลจาก มร. ไมเคิล ฮีธ อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ที่ให้เกียรติเป็นประธานในการมอบรางวัลในปีนี้

โครงการเพื่อสังคมที่ฟอร์ด ประเทศไทย ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทในการใส่ใจดูแลกันและกัน (Care For Each Other) ที่ฟอร์ดได้ให้ความสำคัญกับการสร้างความแข็งแกร่งในชุมชนที่ฟอร์ดดำเนินธุรกิจอยู่ผ่านการทำกิจกรรมเพื่อสังคมหลากหลายมิติ โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทย ประกอบด้วย โครงการ ‘Ford Driving Skills for Life – ฉลาดขับ ประหยัด ปลอดภัย’ ที่ให้ความรู้ด้านการขับขี่ปลอดภัยผ่านการฝึกอบรมทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติในสถานการณ์เสมือนจริง มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 มีผู้เข้ารับการอบรมแล้วกว่า 13,000 คน และโครงการ ‘Water Go Green –  การจัดการน้ำพลังงานแสงอาทิตย์’ เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ ซึ่งฟอร์ด ประเทศไทย และสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน หรือ พีดีเอ ได้จัดต่อเนื่องปีนี้เป็นปีที่ 6 รวมถึงการจัดโครงการมอบทุนการศึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพเยาวชนไทยอย่างต่อเนื่อง

ฟอร์ดยังตระหนักถึงการส่งมอบความช่วยเหลือที่เร่งด่วนในยามวิกฤตช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยฟอร์ด ประเทศไทย ได้ร่วมมือกับโพลีเน็ต ผลิตแว่นตานิรภัยทางการแพทย์ 13,000 ชิ้น และส่งมอบรถพยาบาลบริการการแพทย์ฉุกเฉินที่ดัดแปลงจากรถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ พร้อมอุปกรณ์การแพทย์ครบครันจำนวน 10 คัน ให้แก่กระทรวงสาธารณสุข เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานทางการแพทย์ การร่วมมือกันระหว่างศูนย์การเรียนรู้ฟอร์ดเพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม หรือ ศูนย์ FREC กรุงเทพฯ และองค์กรเพื่อสังคม ดำเนินโครงการ ‘COVID Relief Bangkok’ ต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมาเพื่อจัดเตรียมอาหารและสิ่งของที่จำเป็น ส่งมอบให้กับชุมชนต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งนอกจากการส่งมอบความช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีแล้ว ฟอร์ดยังมุ่งเสริมสร้างองค์ความรู้ที่ยั่งยืนและฟื้นฟูสภาพความเป็นอยู่ของผู้คนผ่านการจัดโครงการ ‘Regenerating Life – ฟอร์ดฟื้นฟูชีวิต’ จัดอบรมทักษะอาชีพเกษตรแบบเร่งด่วนให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบเชิงเศรษฐกิจ จำนวน 250 ครัวเรือน ในพื้นที่ 9 จังหวัดสามารถหารายได้จุนเจือครอบครัว และการเปิดพื้นที่ในโรงงานให้ครอบครัวของผู้พิการจำนวน 17 ครอบครัวได้นำของมาขายเพื่อหารายได้เสริม

ในมิติของความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการสร้างการมีส่วนร่วม ฟอร์ดประเทศไทยได้จัดกิจกรรมสัมมนา ‘Global DEI Week’ โดยเชิญพันธมิตรและวิทยากรผู้เชี่ยวชาญมาบรรยายเพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในประเด็นที่เกี่ยวข้อง พร้อมนำเสนอบทสัมภาษณ์ที่มีเนื้อหาเป็นแรงบันดาลจากวิศวกรหญิงในวันวิศวกรหญิงสากล (International Women in Engineering Day) นอกจากนี้ ฟอร์ด ประเทศไทย ยังได้ร่วมมือกับกรมส่งเสริมการเกษตรและกูเกิ้ล ประเทศไทย จัดโครงการ ‘Ford Moves Her Business – ฟอร์ดเติมฝันเกษตรกรหญิงรุ่นใหม่’ เพื่อตอกย้ำพันธกิจในการสนับสนุนธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงกลุ่มเกษตรกรหญิงรุ่นใหม่ที่เป็นแรงผลักดันทางเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ

อีซูซุรับมอบรางวัลเกียรติยศ “Business+ Product of the Year Awards 2021”

0

คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ กรรมการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด รับมอบรางวัล “สินค้าและบริการแห่งปี 2564” (Business+ Product of the Year Awards 2021) โดย รถปิกอัพ “ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์” และ รถยนต์อเนกประสงค์ “ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์” ได้รับคะแนนสูงสุดในประเภทกลุ่มรถปิกอัพและกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ ตามลำดับ ซึ่งเป็นผลจากการสำรวจของนิตยสาร Business+ โดยบริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ร่วมมือกับ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล และเข้าสู่ขั้นตอนการให้คะแนนโดยการโหวตจากประชาชนทั่วประเทศผ่านทางสื่อออนไลน์ ณ โรงแรมสวิสโฮเต็ล กรุงเทพฯ รัชดา

เกรท วอลล์ มอเตอร์ จัดคาราวานรถยนต์พานักลงทุนชาวจีนแอ่วเหนือ โชว์ศักยภาพการลงทุนของไทย

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ โชว์ศักยภาพการลงทุนของประเทศไทย นำทัพนักลงทุนชาวจีนจากอุตสาหกรรมต่างๆ เข้าร่วมคาราวานรถยนต์ All New HAVAL H6 Hybrid SUV มุ่งหน้าจากกรุงเทพฯ สู่จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมแวะเช็คอินสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญระหว่างทางทั้งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นครสวรรค์ ตาก ลำปาง และเชียงใหม่ ที่มีความสวยงามและเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ตลอด 4 วัน 3 คืน ยืนยันความพร้อมและศักยภาพสำหรับการลงทุน เพื่อส่งเสริมภาคการท่องเที่ยวและหนุนนักลงทุนเพิ่มเม็ดเงินการลงทุนในประเทศ มุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจไทยหลังสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19

มร. เอลเลียต จาง ประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย กล่าวว่า “เกรท วอลล์ มอเตอร์ มุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจให้เติบโตเคียงคู่ไปกับสังคมไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืน เราตระหนักถึงศักยภาพและความพร้อมของไทยที่ยังคงยืนหยัดอย่างแข็งแกร่งท่ามกลางความท้าทายที่นานาประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ เราพร้อมสนับสนุนและจัดกิจกรรมเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศให้ยังคงเดินหน้าต่อไปได้ เราจึงได้จัดคาราวานยานยนต์ขึ้น โดยนำคณะนักลงทุนชาวจีนจากอุตสาหกรรมชั้นนำหลากหลายประเภท ออกเดินทางจากกรุงเทพมหานครไปยังจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีความสำคัญแห่งหนึ่งของไทย และได้พาคณะเดินทางแวะเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังหลายแห่ง เพื่อให้นักลงทุนได้สัมผัสมนต์เสน่ห์ของไทยตลอดเส้นทางและเห็นโอกาสลงทุนอีกมากมายในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว พร้อมทั้งสร้างงานและสร้างรายได้ให้กับภาคประชาชน”

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เชื่อมั่นว่าประเทศไทย มีความพร้อมทั้งระบบสาธารณูปโภคที่ครอบคลุม มีการพัฒนาแรงงานให้มีทักษะพร้อมรองรับอุตสาหกรรมประเภทต่างๆ อยู่เสมอ รวมไปถึงตำแหน่งที่ตั้งของประเทศซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญของภูมิภาค นอกจากนี้ ประเทศไทยยังเป็นประเทศที่มีความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคมอย่างแน่นแฟ้น การจัดกิจกรรมในครั้งนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งในการแสดงให้ทั่วโลกเห็นถึงความพยายามในการต่อสู้กับสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และช่วยเสริมจุดแข็งในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนที่ต้องการขยายธุรกิจมายังประเทศไทย ซึ่งจะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยให้การลงทุนในไทยยังคงมีแนวโน้มเติบโตต่อไปในอนาคต

สำหรับการจัดกิจกรรมคาราวานยานยนต์ในครั้งนี้ มีนักธุรกิจและนักลงทุนจากประเทศจีนเข้าร่วมกว่า 18 ราย จากหน่วยงานและบริษัทต่างๆ อาทิ สมาคมพันธมิตรกฎหมายไทย – จีน บลูโอเชี่ยน นิว เอ็นเนอร์จี ไฮเออร์ อีเล็คทริค ประเทศไทย ไชน่า ยูนิคอม โอปอเรชั่นส์(ประเทศไทย) จำกัด เป็นต้น โดยคณะนักธุรกิจและนักลงทุน ได้ร่วมเดินทางใช้รถยนต์ All New HAVAL H6 Hybrid SUV เดินทางจากกรุงเทพมหานครผ่านเส้นทางในจังหวัดต่างๆ ได้แก่ อยุธยา นครสวรรค์ ตาก ลำปาง และเชียงใหม่ เพื่อชมทัศนียภาพระหว่างทาง รวมไปถึงการแวะพูดคุยกับหน่วยงานธุรกิจ รวมถึงศึกษาดูงานในจังหวัดต่างๆ ระหว่างทาง อาทิ หอการค้าจังหวัดตาก กลุ่มเศรษฐกิจชายแดนพม่า-ไทย หอการค้าจากจังหวัดเชียงใหม่ โรงงานเซรามิคในจังหวัดเชียงใหม่ เป็นต้น

นอกจากนี้ คณะนักธุรกิจและนักลงทุนยังมีโอกาสได้แวะพักผ่อนและเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวและร้านอาหารเลิศรสในจังหวัดต่างๆ เช่น พระธาตุดอยสุเทพ รวมถึงรับชมการแสดงพื้นเมืองล้านนา กิจกรรมลอยกระทง รวมไปถึงการเยี่ยมชม GWM Partner Store ที่จังหวัดเชียงใหม่ด้วยเช่นกัน

ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีศักยภาพทั้งทางความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการลงทุน ทั้งนี้ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งไม่เพียงส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง แต่อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะนักลงทุนจากประเทศจีนซึ่งถือเป็นกลุ่มหลักที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศไทย โดยศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (Economic Intelligence Center: EIC) เผยทิศทางการลงทุนของนักลงทุนจีนในประเทศไทยหลังโควิด-19 พบว่า นักลงทุนจีนกว่า 2 ใน 3 จาก 170 รายให้ความสนใจที่จะขยายการลงทุนมายังไทยในระยะ 1-2 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ ราว 60% ยังเป็นกลุ่มที่ไม่เคยลงทุนหรือทำธุรกิจในประเทศไทยมาก่อน[1] การจัดกิจกรรมคาราวานยานยนต์ในครั้งนี้จึงถือเป็นโอกาสใหม่ที่สำคัญในการเรียกความเชื่อมั่นและแสดงศักยภาพของประเทศไทยให้กับกลุ่มนักลงทุนชาวจีน ในฐานะตลาดที่มีศักยภาพและอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่พร้อมเป็นศูนย์กลางของอาเซียนให้กับจีนในอนาคต โดยเฉพาะการปรับโครงสร้างการลงทุนในไทยจากอุตสาหกรรมที่ใช้เงินลงทุนสูงสู่การลงทุนขนาดเล็กลง เล็งเจาะภาคอุตสาหกรรมบริการ เทคโนโลยี สาธารณูปโภค และโลจิสติกส์

ในขณะที่ KKP Research โดยเกียรตินาคินภัทร ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปี 2565 โต 3.9% โดยเศรษฐกิจจะยังอยู่ต่ำกว่าระดับก่อนโควิด-19 จนถึงปี 2023 อย่างไรก็ตาม คาดว่าเศรษฐกิจไทยปีหน้าจะเริ่มฟื้นตัว หลังดำเนินนโยบาย “อยู่ร่วมกับโควิด” (Living with Covid) พร้อมเปิดเศรษฐกิจและเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศ และมีอัตราการฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้น[2]

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะ “บริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลก” (Global Intelligent Technology Company) ดำเนินกิจการภายใต้กลยุทธ์ที่มุ่งเป็นผู้นำด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (xEV Leader) ซึ่งพร้อมยืนหยัดเคียงข้างผู้บริโภคและสังคมไทยเพื่อก้าวผ่านสถานการณ์อันท้าทายนี้ไปด้วยกัน พร้อมทั้งเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยได้อย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต

[1] ไทยพาณิชย์ เผยนักลงทุนจีนมาแน่ ปักฐานลงทุนไทยเชื่อมั่นศักยภาพ เป็นศูนย์กลางขยายตลาดสู่อาเซียน และเจาะภาคบริการและเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น: ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ 6 มกราคม 2564

[2] เศรษฐกิจไทยเดินหน้าหลังเปิดประเทศ.. แต่ท้องฟ้ายังมีเมฆมาก: KKP Research โดยเกียรตินาคินภัทร 2 พฤศจิกายน 2564

NEW MAZDA CX-5 คว้ารางวัลสุดยอดสินค้าและบริการแห่งปี 2564

0

รถอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์เอสยูวี NEW MAZDA CX-5 ที่เพิ่งเปิดตัวแนะนำสู่ตลาดไปเมื่อเร็วๆ นี้ คว้ารางวัลสุดยอดสินค้าและบริการแห่งปี 2564 หรือ “Product of the Year Awards 2021” ประเภทสินค้าและบริการกลุ่มยานยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี ในกลุ่มผลิตภัณฑ์รถยนต์อเนกประสงค์ครอสโอเวอร์เอสยูวี จากนิตยสาร Business+ โดยมี นายอุทัย เรืองศักดิ์ ผู้จัดการอาวุโส ส่วนงานประชาสัมพันธ์ ฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นตัวแทนรับมอบจาก ฯพณฯ นายนุรักษ์ มาประณีต องคมนตรี ประธานในพิธี พร้อมด้วย นายมนู เลียวไพโรจน์ ประธานกรรมการ บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. บุริม โอทกานนท์ รองคณบดีงานสนับสนุนการศึกษาและวิชาการ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล และผู้บริหารจากหน่วยงานที่ได้รับรางวัล เข้าร่วมงานอันทรงเกียรตินี้ ณ โรงแรมสวิสโฮเต็ล กรุงเทพฯ รัชดา

การได้รับรางวัลอันทรงเกียรติในครั้งนี้ นับเป็นความภาคภูมิใจและเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนายนตรกรรมที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ น่าเชื่อถือ และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในประเทศไทยอย่างแท้จริง ทั้งยังเป็นแรงผลักดันให้มาสด้ามุ่งมั่นในการพัฒนารถยนต์ต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศในการส่งมอบรถยนต์ที่เปี่ยมคุณภาพทั้งด้านสมรรถนะและดีไซน์ เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าต่อไปในอนาคต

มาสด้า CX-5 คือรถอเนกประสงค์เอสยูวีที่เป็นต้นกำเนิดของเทคโนโลยีสกายแอคทีฟ และการออกแบบภายใต้แนวคิด โคโดะ ดีไซน์ ที่ได้รับความนิยมจากลูกค้านับตั้งแต่ปรากฏโฉมเป็นครั้งแรก จนถึงปัจจุบันมียอดขายสะสมกว่า 8 ล้านคันทั่วโลก สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของเทคโนโลยีสกายแอคทีฟและความนิยมต่อรถประเภทนี้ โดยมาสด้า CX-5 เจเนอเรชั่นแรก ได้เปิดตัวแนะนำในประเทศไทยเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2556 มียอดขายสะสมสูงถึง 17,000 คัน ตามมาด้วยเจเนอเรชั่นที่ 2 เปิดตัวเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2560 มียอดจำหน่ายถึงปัจจุบันกว่า 15,000 คัน และล่าสุดเปิดตัวแนะนำไปเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาและกำลังประสบความสำเร็จอย่างสูง จนสามารถสร้างปรากฏการณ์ของการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี และความสง่างามของการออกแบบตามแนวคิด โคโดะ ดีไซน์ ที่ประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นในเวทีระดับโลก พร้อมวางราคาจำหน่ายเริ่มต้นเพียง 1,320,000 บาท

สำหรับรางวัล Product of the Year Awards 2021 หรือรางวัลสุดยอดสินค้าและบริการแห่งปี 2564 จัดขึ้นโดยนิตยสาร Business+ ในเครือ บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งผ่านการคัดเลือก สำรวจ และวิจัยตลาด ตามหลักวิชาการจากผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงลงคะแนนโดยผู้บริโภค และมอบรางวัลให้แก่องค์กรใน 14 ประเภทกลุ่มสินค้า เพื่อเป็นแบบอย่างความสำเร็จ และสนับสนุนให้องค์กรธุรกิจ มุ่งมั่นที่จะสร้างแรงขับเคลื่อนในการพัฒนาสินค้าและบริการที่มุ่งไปสู่ประโยชน์ของทุกคนในสังคมต่อไป

ลามิน่า ฟิล์มก้าวล้ำอีกขั้น สู่นวัตกรรมฟิล์มกรองแสงคัดสรรพิเศษเพื่อยานยนต์ไฟฟ้า EV ด้วยแนวคิด Lamina EV/HYBRID Smart Caring

0

นางสาวจันทร์นภา สายสมร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงรถยนต์และอาคาร “ลามิน่า” ฟิล์มกลุ่มพิเศษ “ลูมาร์” ผลิตโดยซีพีฟิล์มอิงค์ มาตรฐานไอเอสโอ 9001 ในเครือบริษัท อีสต์แมน เคมิคัล จากสหรัฐอเมริกา และอุปกรณ์บรรทุกสัมภาระธูเล่ จากประเทศสวีเดน

รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ดูแลรักษารถยนต์ครบวงจร “แอลลักซ์” คุณภาพเยี่ยมจากสหรัฐอเมริกา แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดฟิล์มกรองแสงในประเทศไทยปีนี้ จะเริ่มฟื้นตัวขึ้นตามการเปิดประเทศ รวมถึงการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในช่วงปลายปีนี้

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ Covid-19 ตลอดทั้งปี 2563 ที่ผ่านมาต่อเนื่องจนถึงปี 2564 ส่งผลกระทบต่อธุรกิจต่างๆ ในประเทศไทยในระดับที่แตกต่างกันไป ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับตัวและทำการเปลี่ยนแปลงแนวคิดในการทำงานแบบ 360 องศา

“สำหรับลามิน่าฟิล์ม เราได้เร่งพัฒนาต่อยอดและสานต่อนวัตกรรมและบริการเพื่อตอบรับกระแสยานยนต์ไฟฟ้าและยานยนต์อัจฉริยะ ด้วยแนวคิด Lamina EV/HYBRID Smart Caring ลามิน่าส่งความห่วงใยเพื่อเจ้าของรถอีวีและไฮบริด รวมถึงผู้ใช้รถ Smart Car ต่างๆด้วยผลิตภัณฑ์และบริการที่มุ่งสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้ผู้บริโภค ตอกย้ำความเป็นผู้นำฟิล์มกรองแสงแห่งอนาคต คุณภาพมาตรฐานอันดับ 1 ในตลาด”

แนวคิด Lamina EV/HYBRID Smart Caring ประกอบไปด้วย หนึ่ง EV-FILMS Caring ลามิน่าฟิล์มได้จับมือกับโรงงานผู้ผลิตฟิล์มกรองแสงชั้นนำอันดับ 1 ของโลกจากสหรัฐอเมริกา ร่วมกันพัฒนาฟิล์มกรองแสงคุณภาพสูงเพื่อตอบสนองฟังค์ชั่นดิจิทัลอัจฉริยะต่างๆ ภายในรถรุ่นใหม่ได้ดีเยี่ยม สร้างความสะดวกสบายและความพึงพอใจในการใช้งานทุกฟังค์ชั่นดิจิทัลภายในรถได้อย่างเต็มประสิทธิภาพสูงสุด

ฟิล์มกรองแสงประสิทธิสูงสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าอนาคต ที่ลามิน่าภูมิใจนำเสนอประกอบด้วย ลามิน่า ดิจิทัล เซราแมทริกซ์ (Lamina Digital Ceramatrix) ฟิล์มเซรามิคแท้ตัวจริงอันดับ 1 ลามิน่า ดิจิทัล ซีเอ็ม วัน (Lamina Digital CM One) ฟิล์มดิจิทัลเพื่อรถใหม่ป้ายแดง ลามิน่า ดิจิทัล ซีเอ็ม ไอคอน (Lamina Digital CM Icon) ฟิล์มดิจิทัลเพื่อผู้ใช้รถยุค 5G และลามิน่า มิสทรี (Lamina Mystery) ฟิล์มดิจิทัลถนอมดวงตาเพื่อสุขภาพ

สอง EV-SERVICES Caring หัวใจสำคัญคือการทำให้ลูกค้าลามิน่าทุกคนได้รับบริการหลังการขายที่ดีที่สุด ด้วยความมั่นคงที่มั่นใจได้ยาวนานมากกว่า 26 ปี พร้อมศูนย์ตัวแทนอีกกว่า 770 แห่งทั่วประเทศ ที่พร้อม

ใส่ใจดูแลผู้ใช้รถยาวนานตลอด 7 ปีเต็ม พร้อมบริการ Lamina L-Online Services ให้คำปรึกษา การจอง การติดตั้ง การรับประกันและมอบโปรโมชั่นพิเศษ ครบจบง่ายในที่เดียวผ่านระบบออนไลน์ที่ www.laminafilms.com

สาม EV-PROMOTIONS Caring เพื่อเป็นอีกหนึ่งพลังช่วยสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า ลามิน่าขอมอบข้อเสนอสุดพิเศษ เมื่อลูกค้าจองฟิล์มลามิน่าดิจิทัลรุ่น Ceramatrix / CM Icon / Mystery ภายในงาน หรือจองผ่านเวปไซต์หรือเฟสบุ๊คลามิน่า รับทันทีโปรโมชั่นสุดเร้าใจ EV Bonus ออนท็อปเพิ่มมูลค่า 500 บาท จากโปรโมชั่นปกติ ตลอดช่วงเวลาการจัดงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38 ตั้งแต่ 1 – 12 ธันวาคม พ.ศ.2564 ที่บูธลามิน่าเท่านั้น

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกล่าวต่อว่า จากการประเมินของผู้เชี่ยวชาญ ตลาดรถยนต์ในปี 2564 จะมียอดจำหน่ายประมาณ 7.4 – 7.5 แสนคัน ลดลง 5 – 7% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา  ซึ่งส่งผลให้ตลาดฟิล์มกรองแสงโดยรวมหดตัว 5% โดยบริษัทตั้งเป้ายอดจำหน่ายมูลค่ารวมอยู่ที่ 670 ล้านบาทในปีนี้

สำหรับตัวเลขดังกล่าว แบ่งออกเป็นรายได้จากฟิล์มกรองแสง 90% และสินค้าอื่นๆ ในเครือ 10% ซึ่งในปีนี้บริษัทได้เดินหน้ากิจกรรมการตลาด ไม่ว่าจะเป็นการเข้าร่วมงานอีเวนต์ การให้ข้อเท็จจริง และให้ความรู้เกี่ยวกับฟิล์มกรองแสงดิจิทัล ร่วมกับศูนย์ตัวแทนจำหน่ายกว่า 770 แห่ง และศูนย์บริการรถยนต์มากกว่า 1,500 แห่งทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง