Home Blog Page 332

เปิดตัวนิสสัน จีที-อาร์ ที-สเปค และนิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ สกาย อิดิชั่น ต้อนรับงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38

0
Motor Expo 2021 26

นิสสัน ประเทศไทย นำเสนอนวัตกรรมที่สร้างความตื่นเต้นเร้าใจ “Innovation for Excitement” ในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38” ที่มีแนวคิด’TIME to ENJOY’ ในการจัดงาน ครั้งนี้นิสสันนำเสนอทั้งรถยนต์รุ่นพิเศษ อาทิ นิสสัน จีที-อาร์ ที-สเปค และนิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ สกาย อิดิชั่น และจัดแสดงระบบนิเวศรถยนต์ไฟฟ้าที่สมบูรณ์เพื่อให้ลูกค้า และผู้ที่สนใจได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์  และมอบโปรโมชันพิเศษสำหรับรถยนต์นิสสันทุกรุ่นในงานนี้

ไฮไลท์รถยนต์รุ่นพิเศษในบูธนิสสันปีนี้ได้แก่ นิสสัน จีที-อาร์ ที-สเปค, นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ สกาย อิดิชั่น,   นิสสัน อัลเมร่า สีใหม่ ไนท์ บลู (Night Blue), นิสสัน เทอร์ร่า มิดไนท์ (Midnight) แพ็คเกจ และนิสสัน นาวารา เอ็กซ์ทรีมเมอร์-เอ็กซ์ (Extremer-X) แพ็คเกจ สำหรับผู้ที่สนใจนิสสัน อัลเมร่า ไม่ควรพลาดกับแคมเปญฉลองครบรอบ 10 ปี นิสสัน อัลเมร่า ในประเทศไทย ซึ่งนิสสันได้จับมือกับสไมลี่ฮาวด์ ออกแบบคอลเลกชันเพื่อนซี้เป็นพิเศษ สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถนิสสัน อัลเมร่า ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2564 ถึง 31 ธันวาคม 2564 (มีจำนวนจำกัด 1,000 เซต)*

อิซาโอะ เซคิกุจิ ประธาน นิสสัน ประเทศไทย กล่าวว่า การที่คนไทยให้ความสำคัญกับการได้รับวัคซีน โควิด-19 ทำให้ภาครัฐสามาถผ่อนคลายมาตรการควบคุมซึ่งทำให้ประชาชนสามารถดำเนินชีวิตใกล้เคียงปกติได้ด้วยความระมัดระวังจึงส่งผลสนับสนุนเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมยานยนต์กลับมาคึกคักอีกครั้งซึ่งงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38 นับเป็นงานส่งเสริมธุรกิจยานยนต์ที่สำคัญอีกงานหนึ่งของประเทศไทย

“ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้นำเสนอความเป็นมากว่า 70 ปีของนิสสัน ประเทศไทย พร้อมกับการนำเสนอนวัตกรรมยานยนต์ และรถยนต์นิสสันที่พร้อมตอบสนองความต้องการของลูกค้า รถยนต์รุ่นพิเศษ และนวัตกรรมเพื่อความปลอดภัย และประสบการณ์ที่ดีในการเดินทางและการขับขี่ สอดคล้องกับช่วงเวลาแห่งความสุข “TIME to ENJOY” ซึ่งเป็นแนวคิดในการจัดงานฯ ครั้งนี้ ซึ่งนิสสันตั้งใจนำเสนอยานยนต์และนวัตกรรมที่พัฒนาด้วยแนวคิด “Innovation for Excitement” ที่มีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง คือ “การขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อคุณภาพชีวิตของทุกคน (drive innovation to enrich people’s lives)” นวัตกรรมในแนวคิดของนิสสันจะต้องทำให้ลูกค้าปลอดภัยมากขึ้น สะดวกสบายมากขึ้น และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพื่อลูกค้าของเราทุกคน”

นิสสัน พร้อมต้อนรับลูกค้าทุกคนอย่างอบอุ่น ซึ่งลูกค้าจะสามารถมาทดลองขับ และเปรียบเทียบข้อมูลผลิตภัณฑ์ และศึกษาระบบนิเวศของรถยนต์ไฟฟ้าอย่างครบถ้วนได้ที่บูธนิสสันในงานฯ นี้ นอกจากนี้ยังมี ไฮไลท์พิเศษ ได้แก่

  • การเปิดตัวอย่างเป็นทางการของนิสสัน จีที-อาร์ ที-สเปค ในประเทศไทย ที่ใช้สีใหม่พิเศษซึ่งเป็นเอกลักษณ์และตำนานของซุปเปอร์สปอร์ตคาร์ จีที-อาร์ ที-สเปค เพิ่มทั้งประสิทธิภาพ และดีไซน์ จากปรัชญาของจีที-อาร์ ในการเป็นผู้นำ และผู้กำหนดเวลา ทั้งในด้าน “trend” และ “traction” คือเป็นทั้งผู้นำเทรนด์ และสมรรถนะการขับขี่ในการเกาะถนน ภายในของจีที-อาร์ ที-สเปค ตกแต่งด้วยสีเขียว โมริ กรีน (Mori Green) และใช้วัสดุอัลแคนทาร่า (Alcantara) ตามจุดสัมผัสต่าง ๆ สัญลักษณ์สีทองสำหรับรุ่น ที-สเปค ที่ด้านหน้าและด้านหลัง และเมื่อเปิดประตูรถ บนคิ้วบันได จะพบลวดลายสีทอง ที่จะสะกดทุกสายตาของแฟน ๆ นิสสัน จีที-อาร์ ทั่วโลก
    • นิสสัน ประเทศไทย และนิสสัน กรุงไทย ผู้จำหน่ายนิสสัน จีที-อาร์ และศูนย์บริการรถยนต์สมรรถนะสูงของนิสสัน หรือ นิสสัน ไฮเพอร์ฟอร์มแมนซ์ เซ็นเตอร์ แห่งเดียวในประเทศไทย ขอบคุณลูกค้าที่ให้ความสนใจ นิสสัน จีที-อาร์ ที-สเปค ซึ่งมีการผลิตจำนวนจำกัดทั่วโลก และได้รับการตอบรับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากลูกค้าในประเทศไทยตั้งแต่การเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศญี่ปุ่น ตอนนี้นิสสัน จีที-อาร์ ที-สเปค ได้มีลูกค้าจองเข้ามาเต็มโควตาแล้ว

  • นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ สกาย อิดิชั่น กับคอนเซ็ป “Fabulous Forward” ซึ่งมีจำนวนจำกัด เปิดตัวครั้งแรกในงานนี้เช่นกัน ด้วยสีภายนอกสีฟ้า-หลังคาขาว และตราสัญลักษณ์ SKY EDITION รุ่นแรกสำหรับนิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ พร้อมชุดแต่งรอบคัน ล้ออัลลอย 17 นิ้วสีดำ ภายในติดตั้งแป้นวางเท้าแบบสปอร์ต ซึ่งเข้ากันกับชุดพรมพร้อมผ้ายางปูพื้นที่มีโลโก้ “SKY EDITION”

  • นิสสัน อัลเมร่า ที่ให้ครบทั้งเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่อัจฉริยะ และเครื่องยนต์เทอร์โบ ที่ขับสนุก ขับง่าย และประหยัดน้ำมัน เปิดตัวสีใหม่ ไนท์ บลู (Night Blue) สำหรับรุ่น VL CVT จำนวนจำกัดเท่านั้น นอกจากนี้ นิสสัน ประเทศไทย ยังได้จับมือกับ กับสไมลี่ฮาวด์ (SMILEYHOUND) สตรีทแวร์ที่มีสไตล์ทันสมัย มอบคอลเลกชั่นเพื่อนซี้ NISSAN x SMILEYHOUND Special Edition Set ทั้งเสื้อยืดสตรีทแวร์ หมอนผ้าห่ม หน้ากากอนามัยชนิดผ้า และกล่องใส่ของอเนกประสงค์แบบพับได้ สำหรับลูกค้าที่ซื้อนิสสัน อัลเมร่า ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2564 ถึง 31 ธันวาคม 2564 (มีจำนวนจำกัด 1,000 เซ็ต)* เท่านั้น
  • ภายในบูธนิสสัน ลูกค้าทุกคนที่กำลังสนใจรถยนต์ไฟฟ้า และระบบนิเวศของรถยนต์ไฟฟ้า ในโซนNissan Energy Share พร้อมให้ข้อมูลเทคโนโลยี Vehicle to Home (V2H) ซึ่งนอกจากจะใช้รถยนต์ไฟฟ้าในการเดินทางแล้วยังสามารถใช้เป็นแหล่งพลังงานให้กับบ้านได้อีกด้วย ซึ่งปัจจุบันนี้นิสสัน ลีฟ เป็นรถยนต์ไฟฟ้าเพียงรุ่นเดียวในประเทศไทยที่สามารถใช้เทคโนโลยี Vehicle to Home (V2H) ได้จริง ซึ่งลูกค้าที่ใช้รถยนต์นิสสัน ลีฟ จะสามารถเลือกชาร์จไฟจากหลังคาโซล่าเซลล์ได้โดยตรงไปที่ นิสสัน ลีฟ หรือให้นิสสัน ลีฟ จ่ายไฟฟ้าไปให้ตัวบ้านเพื่อเปิดแอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ ได้ตามต้องการ ซึ่งระบบนิเวศที่สมบูรณ์นี้จะช่วยลดการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ ลดค่าไฟฟ้าในครัวเรือน และลดค่าไฟฟ้าในการใช้รถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างมีนัยสำคัญ

  • นิสสัน เทอร์ร่า รถเอสยูวีสำหรับทุกคนในครอบครัว ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า และทุกคนในครอบครัวของลูกค้านิสสัน เพราะทุกคนสามารถเพลิดเพลินไปกับนิสสัน เทอร์ร่า ตลอดการเดินทาง และอุ่นใจกับเทคโนโลยีความปลอดภัย “นิสสัน 360° เซฟตี้ ชิลด์” ภายในงานยังมี นิสสัน เทอร์ร่า มิดไนท์ (Midnight) แพ็คเกจ ตกแต่งภายนอกด้วยสีเปียโนแบล็ค ทั้งกระจังหน้า คิ้วขอบกันชนหน้า กรอบไฟตัดหมด คิ้วแต่งซุ้มล้อ และโลโก้เทอร์ร่าพร้อมให้ลูกค้าได้เลือกรถยนต์เอนกประสงค์สำหรับครอบครัวคันใหม่ ด้วยชุดแต่งราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 9,990 บาท

  • นิสสัน นาวารา เปิดตัว Extremer-X แพ็คเกจ สำหรับ PRO-2X และ PRO-4X ที่ประกอบด้วยโลโก้ ฝากระโปรงหน้าและท้าย สี ลาวา ออเร้นจ์ (Lava Orange) ที่กันชนหน้าแบบออฟโรด พื้นปูกระบะท้าย ฝาปิดกระบะ แผงประตูเดินด้ายสีเทา และชุดพรมปูพื้นในราคาพิเศษ 55,500 บาท จากปกติที่ 60,280 บาท
  • นิสสัน นาวารา DC Calibre และ KC Calibre ขับเคลื่อนสองล้อ ยกสูง ก็สามารถเลือก Extremer-X แพ็คเกจ ที่ประกอบไปด้วยโลโก้ฝากระโปรงหน้าสีดำ ชุดคิ้วซุ้มล้อ กระจังหน้าตัววีสีดำ กันชนหน้าแบบออฟโรด และแผงประตูเดินด้ายสีน้ำตาล ในราคาพิเศษ 28,500 บาท จากราคาปกติที่ 31,890 บาท
    • นิสสัน นาวารา มีชื่อเสียงในด้านเทคโนโลยีอัจฉริยะ สมรรถนะการขับขี่ ที่ลูกค้ามั่นใจได้ตลอดการใช้งาน เครื่องยนต์ ดีเซล3 ลิตร เทอร์โบคู่ ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า (Ps) และแรงบิด 450 นิวตัน-เมตร (Nm) ซึ่งให้อัตราเร่ง และประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน ในระดับแนวหน้าของกลุ่มรถกระบะในประเทศไทย

นิสสัน ขอเชิญชวนลูกค้ามาทดลองขับรถยนต์นิสสันในงานฯ ก่อนตัดสินใจ ซึ่งนิสสันพร้อมมอบข้อเสนอพิเศษมากมาย อาทิ โปรแกรมขับฟรี 90 วัน โปรแกรมรับประกันคุณภาพรถยนต์นิสสัน พรีเมียม วารันตี (NISSAN PREMIUM WARRANTY) ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี ค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี/100,000 กิโลเมตร หรือ 70,000 กิโลเมตร (เฉพาะบางรุ่น)* รวมถึงข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าเก่านิสสัน

สำหรับลูกค้าที่สนใจ สามารถเข้าชมข้อเสนอพิเศษต่าง ๆ จากนิสสัน เพิ่มเติมได้ที่ https://www.nissan.co.th/offers.html หรือเยี่ยมชมบูธนิสสัน รวมถึงทดลองขับได้ในมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38 ตั้งแต่วันที่ 1 ถึงวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2564

*เงื่อนไขเป็นไปตามกำหนด

The New Subaru XV EyeSight Driver Assist เปิดตัวครั้งแรกในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2021

0

ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) ส่งรถ Crossover SUV โฉมใหม่ The New Subaru XV EyeSight ครั้งแรกในไทย เสริมเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงที่ได้รับรางวัลการันตีทั่วโลก เพิ่ม SI-DRIVE ใหม่ มอบอารมณ์การขับขี่ที่เร้าใจ  Dual X-MODE ใหม่ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ในทุกเส้นทาง พร้อมฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวก Memory Seat พบและทดลองขับ The New Subaru XV EyeSight และ The New Subaru EyeSight GT ระหว่างวันที่ 1-12 ธ.ค. นี้ ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี 

นายตวัน คำฤทธิ์  ผู้จัดการทั่วไป  บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด   ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ซูบารุอย่างเป็นทางการในประเทศไทย เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการยกระดับมาตราฐานความปลอดภัยของรถซูบารุอีกขั้น บริษัทฯ จึงนำเอาเทคโนโลยีเสริมความปลอดภัย EyeSight Driver Assist มาใส่ในรถ Crossover SUV, The New Subaru XV EyeSight ซึ่งทำให้ผู้บริโภคชาวไทยได้สามารถเป็นเจ้าของเทคโนโลยีหลักทั้ง 4 ของซูบารุ เครื่องยนต์ Boxer, ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบสมมาตร, เทคโนโลยีเสริมความปลอดภัยอายไซต์, และ ซูบารุโกลบอลแพลตฟอร์ม ได้ในรถยนต์ซูบารุทุกรุ่น  พร้อมกันนี้ยังมีการเปิดตัวอุปกรณ์ตกแต่ง Subaru XV EyeSight GT เพื่อเป็นอีกทางเลือกให้ผู้บริโภคที่ชื่นชอบการออกแบบสไตล์สปอร์ต

ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในรถยนต์ซูบารุ

สมรรถนะความปลอดภัยซึ่งเป็นหัวใจหลักของการพัฒนา The New Subaru XV EyeSight โฉมใหม่มาพร้อมเทคโนโลยีเสริมความปลอดภัย EyeSight Driver Assist ที่ช่วยลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุได้ถึง 61% เทคโนโลยีขั้นสูงนี้สามารถประมวลผลได้อย่างแม่นยำ มาพร้อม 6 ฟังก์ชั่นความปลอดภัย ได้แก่

  • Pre-Collision Braking System เตือนผู้ขับขี่เมื่อระบบตรวจจับความเสี่ยงจากการชนด้านหน้าและช่วยเบรกเพื่อลดความรุนแรงหรือหลีกเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ
  • Adaptive Cruise Control ปรับความเร็วอัตโนมัติเพื่อรักษาระยะที่ปลอดภัยจากรถคันหน้า
  • Lead Vehicle Start Alert แจ้งเตือนผู้ขับขี่ด้วยเสียงเมื่อรถด้านหน้าออกตัว
  • Pre-Collision Throttle Management เตือนผู้ขับขี่ด้วยเสียงและไฟกระพริบ จำกัดกำลังเครื่องยนต์เมื่อตรวจพบวัตถุด้านหน้าในขณะรถหยุดนิ่ง
  • Lane Sway and Departure Warning เตือนคนขับด้วยเสียงและไฟกะพริบเมื่อรถส่ายไปมาหรือออกนอกเลน

ยิ่งปลอดภัย ยิ่งกล้าออกไปสนุก The New XV EyeSight มอบรูปแบบการขับขี่ที่หลากหลาย SI Drive ที่ให้คุณสามารถเลือกปรับโหมดการขับขี่ในแบบของคุณ “Intelligent” เพิ่มความนุ่มนวลและประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น และโหมด “Sport” ปรับอัตราเร่งให้การขับขี่ของคุณสนุกสนานยิ่งขึ้น

ใช้ชีวิตให้สุดในทุกเส้นทาง Dual X-Mode ที่พัฒนาขึ้นใหม่ช่วยเสริมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบสมมาตรของ Subaru ให้มีการผจญภัยที่ท้าทายมากขึ้นโดยการกระจายแรงบิดของระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ และระบบเบรกช่วยเพิ่มความสามารถในการออกตัวหากล้อติด โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนพื้นผิวที่ไม่เรียบหรือเส้นทางที่ท้าทาย

The New Subaru XV EyeSight ได้รับการปรับโฉมใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ดีไซน์ด้านหน้าถูกปรับใหม่ด้วยไฟหน้าระบบส่องสว่างแบบโปรเจคเตอร์พร้อมหลอด LED พร้อมกระจังหน้ารูปทรงเหลี่ยมแบบเรขาคณิต มีลวดลายแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและเหมาะแก่การขับขี่ที่สมบุกสมบันด้วยลุคสปอร์ต  ล้ออะลูมิเนียมอัลลอยโฉมใหม่ขนาด 17 นิ้ว มาพร้อมกับชุดกันชนหน้าหลังดีไซน์ใหม่ ไฟท้ายที่ออกแบบใหม่อย่างลงตัว พร้อมไฟตัดหมอกหน้า-หลัง สปอยเลอร์หลังคา ราวหลังคา เสาอากาศทรงครีบปลาฉลาม เพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกด้วยระบบจดจำตำแหน่งที่นั่งคนขับ ไฟหน้าปรับระดับอัตโนมัติ กล้องมองรอบทิศทาง 360 องศา หน้าจอระบบสัมผัสที่รองรับ Apple Car Play และ Android Auto

เพิ่มสีสันความเร้าใจบนท้องถนน

The New Subaru XV EyeSight เปิดตัวพร้อมกับอุปกรณ์ตกแต่ง GT ให้เพิ่มความสปอร์ตและโฉบเฉี่ยวมากขึ้นด้วย สเกิร์ตรอบคัน,สปอยเลอร์หลังคา ล้ออะลูมิเนียมอัลลอยขนาด 18 นิ้ว และเบาะหนังดีไซน์พิเศษ ที่ผลิตโดยมอเตอร์ อิมเมจ ร่วมมืออย่างใกล้ชิดจากบริษัทวิศวกรรมชื่อดัง Giken Co. Ltd และ มาซาฮิโกะ โคบายาชิ หรือ แจ็ค (Mr. Masahiko “Jack” Kobayashi)

ผสานรูปแบบสปอร์ตไสตล์รถในเมืองและรูปลักษณ์ตามแบบฉบับ Crossover SUV

The New Subaru XV EyeSight และ The New Subaru XV EyeSight พร้อมอุปกรณ์ตกแต่ง GT มีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ Pure White, Ice Silver Metallic, Crystal Black Silica, Dark Blue Pearl, Cool Grey Khaki, และเฉดสีใหม่ Magnetite Grey Metallic

อีกมิติของการทดลองขับกับเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด Subaru VR Lab

ภายในงานซูบารุยังได้นำเอาเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด Subaru VR Lab เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้พิสูจน์สมรรถนะความปลอดภัยจากซูบารุในสถานการณ์ต่างๆ รวมถึงเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด มากถึง 27 รายการ ผ่านประสบการณ์ในโลกเสมือนจริง

 

ลงทะเบียนเพื่อทดลองขับ The New Subaru XV EyeSight ได้ผ่านทาง www.subaru.asia/th/th/promotions/ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์ซูบารุรุ่นต่างๆ ได้ที่  www.subaru.asia หรือติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.facebook.com/subaruasiath

อาวดี้ ประเทศไทย ยกทัพเปิดตัวรถหรู ครั้งแรกในประเทศไทยกับ Audi & Ducati Integration ที่งาน Motor Expo

0

นายกฤษณะกร เศวตนันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด เปิดเผยว่า ความโดดเด่นของแผนการตลาดของ อาวดี้ ประเทศไทย ตลอด 5 ปี ที่ผ่านมา คือ การสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ลูกค้าได้อินและฟินไปกับแบรนด์ เข้าถึงเอกลักษณ์ที่แตกต่างไม่เหมือนใคร รวมถึงความพรีเมียมที่จัดให้ลูกค้าเป็นพิเศษ สำหรับงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38 หรืองาน Moto Expo 2021 ที่จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 1-12 ธันวาคม 2564 ที่ชาเลนเจอร์ อิมแพค เมืองทองธานี อาวดี้ได้ก้าวข้ามทุกข้อจำกัดสู่การสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้า ด้วยการรวมสุดยอดเทคโนโลยีแห่งยนตรกรรมพรีเมียมของทั้งแบรนด์  Audi และแบรนด์ Ducati ไว้ในพื้นที่จัดแสดงเดียวกัน ภายใต้คอนเซปต์ “Audi & Ducati Brand Integration” นับเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความสนใจของลูกค้าทั้งสองแบรนด์  และตอกย้ำถึงคุณภาพมาตรฐานระดับโลกที่ทั้ง Audi และ Ducati ต่างมุ่งมั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

“เชื่อมั่นว่าคอนเซปต์ “Audi & Ducati Brand Integration” จะทำให้ลูกค้าสนุกกับการมาชมเทคโนโลยีที่ดีที่สุดจาก 2 โลกยนตรกรรม คือ ทั้ง 2 ล้อ และ 4 ล้อ ที่ล้วนเป็น “Best of both worlds” ตามนโยบาย Customer Centric กับการส่งมอบประสบการณ์ที่ตื่นเต้นไม่เหมือนใคร”

ภายในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38 หรืองาน Motor Expo 2021 อาวดี้ ประเทศไทย ยังเต็มไปด้วยความคึกคักสุดๆ กับการเปิดตัวรถรุ่นใหม่อีก 2 รุ่น  Audi S3 Sportback quattro รถยนต์ประเภท Hot Hatch แรงม้าสูงสุด 290 แรงม้า ที่ถึงแม้จะไม่มีคันจริงมาให้สัมผัสตัวเป็นๆ แต่สเปค ดีไซน์ ความแรง และราคาที่เร้าใจสุดๆ เพียง 3,550,000 บาท เชื่อว่าจะดึงดูดใจสายซิ่งที่หลงใหลและรอคอย High Performance คอมแพคคาร์สุดดุดันนี้ให้มาเข้าคิวจองก่อนใคร พร้อมส่งมอบไตรมาส 2 ปีหน้าเป็นต้นไป นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัว A7 Sportback 45 TFSI รุ่นพิเศษจำนวนจำกัด ยนตรกรรมสปอร์ตพรีเมียม ดีไซน์หรูเหนือระดับ อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยและระบบความบันเทิงในราคาที่คุ้มค่าที่สุดเพียง 3,999,000 บาท

ส่วนลูกค้าที่รอคอยการมาของซุปเปอร์คาร์พลังงานไฟฟ้า 100% Audi e-tron GT สเปคไทยพวงมาลัยขวา งานนี้ก็สามารถพุ่งตรงมาดูรายละเอียดสเปคที่จัดมาให้เป็นพิเศษที่บูธอาวดี้ได้เลย เช่นเดียวกับน้องเล็กสุดจี๊ดจ๊าด Audi A3 Sportback ที่จะเปิดให้จองในราคาจับต้องง่ายๆ เป็นครั้งแรกในงานนี้  เพียง 2.399 ล้านบาท

“อยากเชิญชวนลูกค้าที่สนใจยนตรกรรมอาวดี้มาเลือกรถคู่ใจคันใหม่ที่เรายินดีจัดให้ในราคาสุดคุ้มค่าก่อนที่จะมีการปรับราคาขึ้นทั้งพอร์ตในปีหน้า อันเป็นผลมาจากต้นทุนที่สูงสุดจากสถานการณ์ขาดแคลนชิ้นส่วนอิเลคโทรนิคทั่วโลก ตลอดจนการก้าวสู่ยุคเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้าทั่วโลก ทำให้การตัดสินใจซื้อรถในปีนี้เป็นช่วงเวลาดีที่สุดที่จะได้ครอบครองยนตรกรรมเทคโนโลยีเครื่องยนต์สันดาปภายในที่มีเทคโนโลยีที่พัฒนามาถึงจุดสูงสุดและสมบูรณ์แบบที่สุดในเวลานี้ ”

บนพื้นที่จัดแสดงกว่า 880 ตารางเมตร อาวดี้ ประเทศไทย นำยนตรกรรมอาวดี้มาจัดแสดงรวม 13 รุ่น พร้อมด้วยจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ดูคาติอีกกว่า 16 รุ่น สำหรับไฮไลท์เด่นห้ามพลาดมาจองในปีนี้ คือ Audi S3 Sportback quattro สปอร์ตแฮทช์แบค 5 ประตู สมรรถนะดุดันสไตล์ Hot Hatch เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบแถวเรียง เทอร์โบชาร์จ ขนาด 2 ลิตร 290 แรงม้า 400 นิวตันเมตร ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ quattro อัตราเร่ง 0-100 เพียง 4.8 วินาที เท่านั้น พร้อมความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

Audi S3 Sportback quattro โดดเด่นด้วยเกียร์แบบ Compact Shifter ดีไซน์ใหม่ ไม่เหมือนใคร ขนาดกะทัดรัด ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน พื้นที่บริเวณคอนโซลกลางที่กว้างขวาง มาพร้อมกับปุ่มควบคุมเสียงแบบสัมผัส เพียงแค่สัมผัสตามเข็มนาฬิกาหรือทวนเข็มก็สามารถเพิ่มหรือลดเสียงได้ ซึ่งเป็นอุปกรณ์แบบเดียวกันกับที่ใช้ในรุ่น e-tron GT มาพร้อมเซ็นเซอร์และกล้องแสดงภาพขณะถอยหลัง เบาะหน้าปรับไฟฟ้าพร้อมฟังก์ชั่นบันทึกตำแหน่งผู้ขับขี่ ระบบปรับอากาศแบบแยกอิสระ 3 โซน

ความน่าสนใจของ Audi S3 Sportback quattro คือ เป็นคอมแพคคาร์ที่ไม่เหมือนรถในเซกเมนต์เดียวกัน ล้อขนาด 19 นิ้ว พร้อมกับซีรีย์ยางขนาด 235/35 R19 คาลิปเปอร์เบรกสีแดงและสัญลักษณ์รูปตัว S บนคาลิปเปอร์ ช่วงล่างแบบ S Sports กรอบของกระจังหน้าตกแต่งด้วยสีดำสัญลักษณ์ S3 ลุคสปอร์ตกับกระจกมองข้างตกแต่งด้วยสีดำ เบาะคู่หน้าแบบสปอร์ตสัญลักษณ์รูปตัว S บนเบาะ ตกแต่งห้องโดยสารภายในด้วยลวดลาย Dark Aluminium Spectrum หน้าจอเป็นแบบ Virtual Cockpit Plus ขนาด 12.3 นิ้ว มาพร้อมกับระบบ MMI Radio plus แบบสัมผัส (MMI touch) ขนาด 10.1 นิ้ว โดยมีให้เลือกมากถึง 5 สี ได้แก่ Glacier white metallic, Mythos black metallic, Python yellow metallic, Tango red metallic และ Turbo blue solid ในราคาเพียง 3,550,000 บาท

อีกยนตรกรรมที่อาวดี้นำมาเขย่าตลาดในงานนี้  มั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับอย่างดี คือ Audi A7 Sportback 45 TFSI รุ่นพิเศษ ซี่งนับเป็นเจเนอเรชั่นที่ 2 ของรุ่น A7 ที่ถูกออกแบบอย่างพิถีพิถันให้เป็นสปอร์ตพรีเมียมมีดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ โฉบเฉี่ยวไม่เหมือนใคร สมรรถนะสูงด้วยเครื่องยนต์เบนซิน Mild-Hybrid 4 สูบแถวเรียง เทอร์โบชาร์จ ขนาด 2.0 ลิตร ให้พละกำลังถึง 245 แรงม้า 370 นิวตันเมตร โดยอัตราเร่ง 0-100 อยู่ที่ 7.0 วินาที เท่านั้น ควบคุมง่ายด้วยระบบขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า ล้อขนาด 19 นิ้ว พร้อมกับซีรีย์ยางขนาด 245/45 R19

จุดเด่นที่น่าสนใจของ Audi A7 Sportback 45 TFSI คือ ไฟหน้าจากเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยของ Audi HD Matrix LED ทำให้สามารถเปิดปิดไฟบางส่วนในกรณีที่มีรถขับสวนมา แสงจากไฟหน้าจะไม่แยงตารถคันข้างหน้า โดยสามารถทำได้ทั้งในแนวซ้ายขวาและบนล่าง เพิ่มความปลอดภัยอย่างถึงที่สุดในการขับขี่ พร้อมไฟเอฟเฟกต์ทั้งด้านหน้าและด้านหลังแบบ Light staging สร้างความโดดเด่นเหนือใคร

Audi A7 Sportback 45 TFSI ถูกออกแบบให้มีความสะดวกสบาย ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง หรูหรา พรีเมียม ตามแบบฉบับ A7 หลังคาพาโนรามิคแบบไฟฟ้า เบาะหน้าปรับไฟฟ้าพร้อมฟังก์ชันบันทึกตำแหน่งผู้ขับขี่ พื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่ กว้างขวางมากถึง 535 ลิตร ระบบปรับอากาศแบบแยกอิสระ 4 โซน หน้าจอ MMI Navigation Plus with MMI touch response แบบสัมผัสขนาด 10.1 นิ้ว ระบบ Audi smartphone interface และหน้าจอ Virtual Cockpit แสดงข้อมูลการขับขี่ครบถ้วนขนาด 12.3 นิ้ว โดยแฟนๆ อาวดี้สามารถเป็นเจ้าของ Audi A7 Sportback 45 TFSI รุ่นนี้ได้ในราคาเพียง 3,999,000 บาท ซึ่งมีให้เลือก 2 สี คือ Glacier white metallic และ Mythos black metallic จำนวนจำกัดเพียง 5 คัน เท่านั้น

สำหรับ The All-New A3 Sportback 35 TFSI S line สปอร์ตพรีเมียมคาร์สุดเท่ล้ำ ที่เปิดจองครั้งแรกในงานนี้ เป็นคอมแพคคาร์สปอร์ตพรีเมียมขนาดพอเหมาะ ดีไซน์ใหม่หมดทั้งคัน โดดเด่นด้วยความสปอร์ต ล้ำสมัย สะกดสายตาตั้งแต่แรกเห็น เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบแถวเรียง พร้อมระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบฉีดตรง (direct injection) เทอร์โบชาร์จ ขนาด 1,395 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ คันเกียร์ถูกออกแบบใหม่ให้เป็น Compact Shifter ขนาดกะทัดรัด สะท้อนแนวคิดของตัวรถที่มีความเป็นคอมแพคคาร์และเต็มไปด้วยประโยชน์ใช้สอย ภายในกว้างด้วยพื้นที่เก็บสัมภาระ 380 ลิตร ซึ่งสามารถขยายความจุได้ถึง 1,200 ลิตร  มีให้เลือก 5 สี คือ Glacier white metallic, Mythos black metallic, Python yellow metallic, Tango red metallic และ Turbo blue solid เปิดจองในราคาเพียง 2.399 ล้านบาท พร้อมส่งมอบรถให้ลูกค้าในไตรมาสที่ 1- 2 ปี 2565

ในส่วนของแคมเปญพิเศษ  Motor Expo ที่เรียกว่าเป็นดีลดีที่สุดส่งท้ายปี 2564 อาวดี้จัดให้เต็มที่ไม่มียั้ง โดยให้ข้อเสนอหลากหลายทุกรุ่น เพื่อให้ลูกค้าได้รับความคุ้มค่า ทั้งภายในงาน  Motor Expo และที่โชว์รูมอาวดี้ทั่วประเทศ จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 คือ ฟรีประกันภัยสูงสุด 3 ปี พร้อมรูดจองรับคะแนน 10 เท่า กับบัตรเครดิตธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารทหารไทยธนชาต หรือดอกเบี้ย 0% ไม่มีบอลลูน

ปัจจุบันอาวดี้มีรถยนต์ให้เลือกสรรมากถึง 19 Body type 35 รุ่นย่อย เรียกว่าครบทุกเซกเมนต์ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุกไลฟ์สไตล์ โดยทุกรุ่นมาพร้อมสมรรถนะอันทรงพลัง ดีไซน์โดดเด่นไม่เหมือนใคร และออฟชั่นจัดเต็ม คุ้มค่ากับราคาภายใต้คุณภาพมาตรฐานพรีเมียมระดับโลกรถนำเข้าทั้งคันจากยุโรป ในราคาที่จับต้องได้

Audi เป็นรถยนต์นำเข้าจากประเทศเยอรมันทุกรุ่น ลูกค้าที่ออกรถใหม่จะได้รับการดูแลจาก Audi Protection การรับประกันรถใหม่ 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน รถไฟฟ้า Audi e-tron ใหม่ ทุกรุ่นรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance ทั่วประเทศ 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี ลูกค้าอาวดี้สามารถมั่นใจกับงานบริการหลังการขาย ซึ่งมีมาตรฐานคุณภาพเดียวกันทุกสาขา โดยในช่วงสถานการณ์โควิดนี้ เปิดบริการในวันจันทร์ถึงวันเสาร์ เวลา 08.00-18.00 น. วันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00-18.00 น. หรือโทรนัดหมายได้ที่

  • Audi Centre Thailand             02-765-8888
  • Audi New Petchburi             02-023-4888
  • Audi Pattaya             038-197-888
  • Audi Phuket             076-646-666
  • Audi Service Chiang Mai             052-081-188
  • Audi Service Ratchapruek             02-034-5888
  • Audi Udornthani             093-161-5588

มินิ ประเทศไทย เดินหน้าขับเคลื่อนโลกแห่งอนาคตรถยนต์ไฟฟ้า ขนทัพรถยนต์รุ่นใหม่ร่วมงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2021

0

มินิ ประเทศไทย ยกทัพยนตรกรรมรุ่นใหม่หลายรุ่น พร้อมอวดโฉมในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2021 นำโดยรถเซฟตี้คาร์ไฟฟ้ารุ่นแรก the MINI Electric Pacesetter inspired by JCW และมินิ คูเปอร์ เอส คลับแมน Jermyn Edition ดึงแบรนด์แฟชั่นสตรีทที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่าง “คาร์นิวาล” สร้างปรากฏการณ์การร่วมมือกันครั้งแรกกับ the New MINI JCW Hatch launched by Carnival พร้อมจัดแสดงบูธภายใต้คอนเซ็ปต์ “BIG LOVE” สะท้อนวิสัยทัศน์ของแบรนด์ในการเปิดรับทุกความคิด ด้วยทัศนคติที่เป็นบวก นำไปสู่พลังบวกในการร่วมสร้างโลก

คุณประภัสรา อร่ามวงศ์สมุทร ผู้อำนวยการ มินิ ประเทศไทย กล่าวว่า “มินิ ประเทศไทย สร้างปรากฏการณ์ใหม่อย่างต่อเนื่องด้วยการนำเสนอความก้าวล้ำของยนตรกรรมแห่งยุคที่มาพร้อมกับการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์มินิรุ่นใหม่ ให้ผู้ชมได้สัมผัสกับรถพลังงานไฟฟ้า ผสมผสานกับสมรรถนะที่มีความแรงในแบบฉบับจอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ ไว้ได้อย่างลงตัว เป็นโอกาสที่ดีสำหรับลูกค้าปัจจุบันและผู้สนใจในรถยนต์มินิที่จะได้มาสัมผัสกับนวัตกรรมใหม่ล่าสุด และยังได้พบกับรถยนต์มินิอีกหลายรุ่นในงานนี้เท่านั้น”

“รูปแบบการจัดบูธของเราในปีนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมินิในการผลักดันแนวคิดการสัญจรอย่างยั่งยืน (Sustainable Mobility) และการสนับสนุนความแตกต่างหลากหลาย (Diversity) ของผู้คน เราจึงได้ยกเอาแนวคิดการออกแบบจากมหกรรมยานยนต์ IAA Mobility 2021 เมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี ส่งตรงแก่ผู้เข้าร่วมงานชาวไทยให้ได้สัมผัส ภายใต้คอนเซ็ปต์ “BIG LOVE” สร้างสรรค์โดยศิลปินชื่อดังระดับโลก Lakwena Maciver ให้ผู้เข้าชมงานเกิดมุมมองและประสบการณ์ใหม่อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน” คุณประภัสรากล่าวเสริม

ไฮไลท์สำหรับปีนี้อยู่ที่การเปิดตัว The MINI Electric Pacesetter inspired by JCW ครั้งแรกในเอเชีย ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่างทีมออกแบบของมินิ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์สปอร์ต โดยเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของ MINI ที่ใช้เป็น Safety Car บนสนามแข่งรถพลังงานไฟฟ้าระดับโลก และนับเป็นบทพิสูจน์ครั้งสำคัญของมินิ ที่ผสมผสานยนตรกรรมที่มีความแรงในแบบฉบับจอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ ไว้กับรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ มินิ คลับแมน ยังเผยโฉมรุ่นใหม่ล่าสุด อย่างมินิ คูเปอร์ เอส คลับแมน  Jermyn Edition เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่หลงใหลในความประณีต ใส่ใจในทุกรายละเอียด และแสวงหาการใช้ชีวิตในแบบฉบับของตนเองที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังที่น่าค้นหา ซึ่งมินิรุ่นพิเศษล่าสุดและมีจำนวนจำกัดนี้มีเฉพาะในรุ่นคูเปอร์ เอส เท่านั้น โดยมาพร้อมระบบความบันเทิงและสื่อสารรูปแบบใหม่อีกด้วย

ขณะเดียวกัน ยังสร้างความตื่นเต้นครั้งใหม่เอาใจสาวกมินิผู้ที่หลงใหลทั้งความรวดเร็วและแฟชั่น ด้วยการนำเสนอผลงานสุดสร้างสรรค์จากความร่วมมือกันครั้งแรกระหว่างมินิ และคาร์นิวาล กับ The New MINI JCW Hatch launched by Carnival กับการตกแต่งทั้งภายนอกและภายใน ด้วยลวดลายสวยงามไม่ซ้ำใคร เฉพาะในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โปครั้งนี้เท่านั้น ซึ่งหากลูกค้าสนใจสามารถติดต่อกับผู้จำหน่ายมินิอย่างเป็นทางการเพื่อตกแต่งลวดลายดังกล่าวบนรถของตนเองได้

นอกจากนี้ มินิยังได้ร่วมมือกับศิลปินนักวาดภาพประกอบชาวไทย “ปอม ชาน” ผู้เคยร่วมงานกับแบรนด์ระดับโลก และยังแสดงฝีมือในการออกแบบโปสเตอร์งานประกาศรางวัลออสการ์ ร่วมครีเอทผลงานลายเส้นสุดสร้างสรรค์ “The MINI Electric launched by Pomme Chan” เพิ่มความโดดเด่นให้กับหลังคารถมินิของคุณด้วยลวดลายที่ไร้แบบฟอร์ม ไม่มีจุดเริ่มต้นและจุดจบภายใต้คอนเซ็ปต์ “LOVE IS INFINITY” สอดคล้องกับแนวคิด “BIG LOVE” ของบูธมินิในปีนี้ สะท้อนนิยามความรักอันไร้ขอบเขตและไม่มีที่สิ้นสุด มีทั้งหมด 4 ลายให้ได้เลือกตามความชอบและบ่งบอกความเป็นตัวเอง ลูกค้าที่สนใจสามารถติดต่อกับผู้จำหน่ายมินิอย่างเป็นทางการได้เช่นกัน

แฟน ๆ มินิในประเทศไทย สามารถพบกับไฮไลต์มากมายพร้อมกับโปรโมชันสุดพิเศษแห่งปีจากมินิได้ที่งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38 ระหว่างวันที่ 1-12 ธันวาคม 2564 นี้ ณ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ อิมแพค เมืองทองธานี

MINI Electric Pacesetter inspired by JCW รถเซฟตี้คาร์ไฟฟ้ารุ่นแรกจากมินิ

The MINI Electric Pacesetter inspired by JCW เปิดตัวในประเทศไทย พร้อมให้ยลโฉมยนตรกรรมที่
ผสานโลกอนาคตแห่งการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเข้ากับตำนานในสนามแข่งของจอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ การออกแบบ The MINI Electric Pacesetter inspired by JCW นั้นเกิดจากการร่วมมือกันครั้งแรกของทีมออกแบบของมินิ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์สปอร์ต ที่แสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์ขับขี่สนุกตามสไตล์มินิที่มาพร้อมความคล่องตัวแบบรถยนต์ไฟฟ้า นับเป็นอีกก้าวของมินิที่สร้างสรรค์ยนตรกรรมที่ผสมผสานความแรงในแบบฉบับจอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ ไว้กับรถไฟฟ้าได้อย่างลงตัว

ภายนอกของ The MINI Electric Pacesetter inspired by JCW ออกแบบมาเพื่อใช้ในสนามแข่งโดยเฉพาะ แสดงออกถึงความคล่องตัวในสไตล์มินิที่มาในรูปแบบของขุมพลังรถยนต์ไฟฟ้า นายโอลิเวอร์ เฮล์มเมอร์ หัวหน้าฝ่ายออกแบบของมินิ กล่าวว่า “รูปลักษณ์อันน่าตื่นตาตื่นใจของมินิรุ่นนี้เป็นการพบกันของเทคนิคการออกแบบที่แม่นยำและความสวยงามทางอารมณ์ กล่าวคือ จุดประสงค์การใช้งานจะกำหนดรูปทรงของรถ ส่วนองค์ประกอบของการออกแบบจะปรับตามดีไซน์ทางเทคนิค โดยทีมเราทำงานอย่างใกล้ชิดกับบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์สปอร์ต เพื่อพัฒนารูปทรงของซุ้มล้อ สเกิร์ตด้านหน้าและด้านหลัง รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพผ่านการลดน้ำหนักวัสดุให้น้อยที่สุด การถ่ายทอดผ่านรูปลักษณ์ที่ดึงดูดสายตามาพร้อมกับการออกแบบทางเทคนิคที่แม่นยำจึงทำให้รถยนต์รุ่นนี้น่าตื่นเต้นเร้าใจมากยิ่งขึ้น”

The MINI Electric Pacesetter inspired by JCW ได้รับการปรับแต่ง ให้พร้อมรับสถานการณ์ท้าทายในสนามแข่ง ตัวรถเป็นสีเงินด้านตัดด้วยสี Highspeed Orange และตกแต่งด้านท้ายเป็นสี Curbside Red ซึ่งเป็นการสะท้อนเอกลักษณ์ของ MINI Electric และ MINI John Cooper Works อย่างชัดเจน

การออกแบบตัวรถเพื่อให้สอดคล้องกับหลักการเพื่อลดน้ำหนักด้วยวัสดุน้ำหนักเบา ทำให้ The MINI Electric Pacesetter inspired by JCW มีน้ำหนักเบากว่ารุ่นมาตรฐาน 130 กิโลกรัม เพื่อให้สามารถปลดปล่อยพลังทำความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ภายในเวลา 6.7 วินาที พร้อมโลดแล่นและรับทุกความ
ท้าทายในสนามแข่ง

ทั้งหมดนี้ถือเป็นข้อพิสูจน์ถึงจุดยืนและวิสัยทัศน์ที่เป็นจริงของมินิ และถูกถ่ายทอดออกมาผ่าน The new all-electric MINI มินิ พลังไฟฟ้า 100% ที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าและตัวถังรถเดียวกันกับ The MINI Electric Pacesetter inspired by JCW จึงสามารถปลดปล่อยศักยภาพของมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างเต็มที่ ไม่แพ้เครื่องยนต์แบบสันดาปภายใน ที่สำคัญยังคงเอกลักษณ์ Go-Kart Feeling ตามแบบฉบับของมินิ

ด้านหน้าของรถ The MINI Electric Pacesetter inspired by JCW ยังคงไว้ในแบบฉบับมินิสุดคลาสสิค ทั้งไฟหน้าทรงกลม และกระจังหน้าทรงหกเหลี่ยมที่คุ้นตา ในขณะเดียวกันก็ผสานองค์ประกอบที่เป็นเอกลักษณ์ของจอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ เช่น ซุ้มล้อใหม่ที่ได้รับการปรับให้พอดีกับความกว้างของล้อ เสริมด้วยสเกิร์ตด้านหน้า และติดตั้งสปลิตเตอร์เพิ่มเติมด้านซ้ายและขวา เพิ่มความสปอร์ตยิ่งขึ้น กระจังหน้าปิดทึบ ส่วนโลโก้ MINI Electric ก็แสดงออกถึงการใช้พลังงานไฟฟ้าที่เป็นหัวใจของรถเซฟตี้คาร์รุ่นนี้นั่นเอง

เนื่องจากไม่จำเป็นต้องมีการระบายความร้อนผ่านบริเวณด้านบนของกระจังหน้า ส่วนหน้าของรถยนต์จึงได้รับการออกแบบให้ปิดทึบไว้เป็นส่วนใหญ่เพื่อเสริมประสิทธิภาพด้านแอโรไดนามิกส์ ยกเว้นบริเวณด้านล่างกระจังหน้าและชุดกันชนหน้าสุดโดดเด่นที่เพิ่มดีไซน์ให้คล้ายช่องดักอากาศเพื่อระบายความร้อนให้ชุดเบรก ส่วนไฟ
สีขาวกะพริบของรถนั้นถูกรวมเข้ากับฝากระโปรงหน้าไว้ได้อย่างกลมกลืน พร้อมถ่ายทอดดีเอ็นเอของมินิผ่านลวดลาย Bonnet Stripes ตั้งแต่หลังคาจนถึงท้ายรถ

ด้านข้างของ The MINI Electric Pacesetter inspired by JCW มีชุดแอโรไดนามิกส์ที่ดุดัน การสอดประสานกันของลวดลายเรขาคณิตด้านข้างรถอันโดดเด่น และสเกิร์ตด้านข้างทรงสปอร์ต เสริมให้เกิดภาพลักษณ์ของการพุ่งทะยานไปไปข้างหน้า ประกอบกับล้อที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางที่เพิ่มขึ้น เกือบจะเต็มซุ้มล้อ องค์ประกอบเหล่านี้สะท้อนให้เห็นภาพประวัติศาสตร์อันเกรียงไกรในสนามแข่งของมินิ โดยลวดลายด้านข้างรถและสปอยเลอร์นั้นผลิตขึ้นจากโรงงานในเมืองออกซ์ฟอร์ดด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์แบบ 3 มิติ จากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ที่รีไซเคิลกลับมาใช้ใหม่

ลวดลายสีเหลืองที่เด่นชัดและพื้นผิวของชุดแต่งแอโรไดนามิกส์ เช่น ลวดลายด้านข้างรถ สเกิร์ต และสปอยเลอร์หลัง ได้รับการออกแบบมาให้รีดลม รับกับการเป็นช่องทางผ่านของอากาศ นอกจากนี้ยังเพิ่มความสวยงามให้กับแผ่นเบนอากาศและขอบแอโรไดนามิกส์ เพิ่มความเร้าใจด้วยล้อฟอร์จขนาด 18 นิ้วแบบ 4 ก้าน ในโทนสีดำสลับสีส้มนีออนสะดุดตา

ด้านท้ายรถเป็นสีดำและสีแดง Curbside Red metallic ตัดด้วยลายเส้นสีเหลืองที่ลากสายตาจากหน้ารถมาข้างรถ เสริมภาพลักษณ์ที่ทันสมัยและคล่องตัวในสนาม สปอยเลอร์บนหลังคาด้านหลังโดดเด่นลู่ลม ส่วนลายเส้นสีเหลืองนั้นถูกรวมเข้ากับชุดไฟสัญญาณ และผลิตขึ้นจากโรงงานในเมืองออกซ์ฟอร์ดด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์แบบ 3 มิติ ซุ้มล้อแบบกว้างเปิดเน้นให้เห็นถึงความกว้างของรถและเข้ากันได้ดีกับสเกิร์ตด้านหลังที่มีร่องตัดบริเวณซุ้มล้อหลัง ช่วยให้มองเห็นยางรถแข่งสุดดุดัน และระหว่างล้อมีดิฟฟิวเซอร์ โดยเมื่อมองรถจากท้ายรถ จะมองเห็นลวดลายสีเหลืองที่เด่นชัด และปราศจากท่อไอเสีย เพราะเป็นรถยนต์ที่ขับเคลื่อนโดยระบบไฟฟ้านั่นเอง

ภายในของตัวรถนั้นติดตั้งอุปกรณ์ที่จำเป็นของรถเซฟตี้คาร์ เหลือแต่เบาะคู่หน้า โดยเบาะฝั่งคนขับมาพร้อมเข็มขัดนิรภัย 6 จุดที่ได้รับการรับรองสำหรับทั้งการแข่งรถและการใช้งานบนท้องถนน ส่วนพวงมาลัยเรียบง่าย ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ ดูดซับแรงกระแทกได้ และจอแสดงผลดิจิทัล ส่วนคอนโซลกลางคงเหลือแต่ด้ามเกียร์ เบรกมือ และ สวิตช์ควบคุมไฟ สัญญาณเท่าที่จำเป็น โดยทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งหมด ส่วนมือเปิดประตูใช้สายผ้าดึง และโรลเคจนิรภัยแบบเต็มลำ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ตัวซับแรงกระแทกของพวงมาลัย และแผงควบคุมด้านขวามือ ผลิตจากวัสดุคุณภาพสูง และทำมาเพื่อรถรุ่นนี้โดยเฉพาะ เช่นเดียวกับคอนโซลกลางและแผงประตูด้านคนขับ ที่ขาดไม่ได้คือแผ่นรองเบาะแบบถอดได้บนเบาะทรงสปอร์ต ซึ่งผลิตจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติเช่นกัน นับเป็นนวัตกรรมสุดล้ำที่ผสมผสานความสบาย ความแข็งแกร่ง และความยืดหยุ่นในการใช้งานเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งความหนา ความแข็ง และสีของแผ่นรองเบาะสามารถปรับได้ตามความชอบของผู้ขับขี่

เบื้องหลังรูปลักษณ์อันทรงพลังของ The MINI Electric Pacesetter inspired by JCW นั้นผ่านการคิดและใช้ความความเชี่ยวชาญของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์สปอร์ต ซึ่งการยึดมั่นในหลักการออกแบบที่ต้องรีดน้ำหนักรถเซฟตี้คาร์ให้เบาที่สุดนั้นสามารถลดน้ำหนักลงได้เหลือน้ำหนักโดยรวมประมาณ 1,230 กิโลกรัม ส่วนระบบขับเคลื่อนนั้นเป็นมาตรฐานเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้ามินิ มอบพละกำลังที่ 135 กิโลวัตต์ / 184 แรงม้า แรงบิด 280 นิวตันเมตร ซึ่งสามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลา 6.7 วินาที (รุ่นมาตรฐานอยู่ที่ 7.3 วินาที) และทำอัตราเร่ง 0-60 กม./ชม.ใน 3.6 วินาที (รุ่นมาตรฐานอยู่ที่ 3.9 วินาที) ซึ่ง The MINI Electric Pacesetter inspired by JCW แสดงให้เห็นถึงความสามารถของระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าที่มีแรงบิดสูงพร้อมเกียร์แบบ Single-Speed ที่​​ทำให้ทำความเร็วได้ถึง 120 กม./ชม. ภายใน 4.3 วินาที (รุ่นมาตรฐานอยู่ที่ 4.6 วินาที)

ระบบขับเคลื่อนของ The MINI Electric Pacesetter inspired by JCW ทำงานร่วมกับระบบช่วงล่างที่ปรับแต่งได้ 3 รูปแบบทั้งค่ารีบาวด์, ความสูง และ มุมแคมเบอร์ เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสถึงประสบการณ์ Go-Kart Feeling สูงสุด แผงควบคุมระบบช่วงล่าง ฐานล้อที่กว้างขึ้น 10 มิลลิเมตร เบรกสี่สูบ และล้อจากมินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ GP พร้อมยาง Michelin Pilot Sport ขนาด 245/40 R18

MINI COOPER SE ที่วางจำหน่ายอยู่ในประเทศไทยนั้นใช้พลังงานการขับเคลื่อนจากชุดแบตเตอรี่มอเตอร์ไฟฟ้าชุดเดียวกันกับ MINI Electric Pacesetter inspired by MINI JCW ต่างกันแค่น้ำหนักตัวรถที่มากกว่าเนื่องจากรุ่นที่นำมาจำหน่ายในไทยนั้นเน้นอุปกรณ์และเทคโนโลยีเพื่ออำนวยความสะดวกกับผู้ขับขี่ และใช้งานในชีวิตประจำวันบนท้องถนนแบบครบครัน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์อย่างลงตัว ที่สำคัญยังคงเอกลักษณ์ Go-Kart Feeling ตามแบบฉบับของมินิได้อย่างเต็มเปี่ยม

มินิ ประเทศไทย เปิดนิยามบทใหม่แห่งความปราณีต กับรุ่นพิเศษ มินิ คูเปอร์ เอส คลับแมน Jermyn Edition
ราคาจำหน่าย : 3,090,000
บาท (พร้อมโปรแกรมบำรุงรักษา MSI Standard)

มินิ ประเทศไทย พร้อมนำความหรูหรามีระดับมาสู่ท้องถนนในประเทศไทยด้วยการเปิดตัว มินิ คูเปอร์ เอส คลับแมน Jermyn Edition ที่มีจำนวนจำกัดเพียง 10 คันเท่านั้น โดดเด่นด้วยสไตล์ที่ลงตัว เหมาะอย่างยิ่งกับผู้ที่หลงใหลในความประณีต ใส่ใจในทุกรายละเอียด และแสวงหาการใช้ชีวิตในแบบฉบับของตนเองที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังที่น่าค้นหา ซึ่งชื่อ Jermyn มาจากชื่อถนนในประเทศอังกฤษ แหล่งกำเนิดเสื้อผ้าสุภาพบุรุษ นอกจากนี้ มินิ คูเปอร์ เอส คลับแมน Jermyn Edition ได้ยกระดับความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของมินิ คลับแมนขึ้นไปอีกขั้น ส่งเสริมภาพลักษณ์สุดประณีตของมินิรุ่นพิเศษรุ่นนี้

ภายนอกของมินิ คูเปอร์ เอส คลับแมน Jermyn Edition เป็นสีดำ MINI Yours Enigmatic Black พร้อมด้วย
ดีคอลลายก้างปลา สีเงิน Melting Silver อันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมด้วยแถบลายเส้นหนาเส้นเดียวบนฝากระโปรงหน้าที่ให้กลิ่นอายของย่านแฟชั่นในอังกฤษ โดยลายเส้นพาดผ่านฝากระโปรงหน้าไปยังกระจังหน้า ขนานกับตรา S สีแดงที่เป็นสัญลักษณ์ของคูเปอร์ เอส ส่วนดีคอลด้านข้างรถมินิ คูเปอร์ เอส คลับแมน Jermyn Edition นั้นอยู่ในระดับเดียวกันกับกรอบประตูด้านล่าง

รายละเอียดของมินิ คูเปอร์ เอส คลับแมน Jermyn Edition นั้นยังสะท้อนผ่านองค์ประกอบต่าง ๆ รอบตัวรถ รวมถึงสัญลักษณ์พิเศษที่เสา C ที่มีลวดลายก้างปลาประทับตรา Jermyn ส่วนแถบกาบประตูด้านหน้าก็มีการออกแบบรูปแฉกแนวตั้ง และเมื่อเปิดประตูจะฉายโลโก้ MINI อันเป็นเอกลักษณ์ลงบนพื้น คุณสมบัติที่
โดดเด่นอีกอย่างของมินิ คูเปอร์ เอส คลับแมน Jermyn Edition คือล้อ 18 นิ้วลาย Multiray Spoke พร้อมยางรันแฟลต เข้ากันได้ดีกับไฟท้าย LED ลายธงยูเนียน แจ็ค เติมเต็มสัมผัสสไตล์อังกฤษอย่างแท้จริง

ภายในห้องโดยสารประกอบด้วยเบาะนั่งขนาดมาตรฐาน 5 ที่นั่ง หุ้มด้วยหนังลาย Leather Cross ในสีดำ Carbon Black ส่วนดีคอลที่มีชื่อ Jermyn จะอยู่บนแผงหน้าปัดด้านผู้โดยสาร โดยมีสีเดียวกันกับสีตัวถังรถ ระบบบันเทิงและสื่อสารของมินิ คลับแมน นั้นได้รับการปรับโฉมใหม่เป็นรุ่นล่าสุด หน้าจอ แสดงผลตัวใหม่ และเพิ่มตัวเลือกของระบบควบคุมการทำงานของรถยนต์ ทั้งระบบเสียง ระบบโทรศัพท์ ระบบนำทาง และแอปพลิเคชัน รายการเมนูที่ต้องการจะแสดงเป็น “Live widgets” และสามารถเรียกขึ้นมาได้โดยการสัมผัสหน้าจอ จากนั้นจอจะแสดงผลสิ่งที่ต้องการในรูปแบบที่ขยายใหญ่ขึ้นกลางจอ

จอแสดงผลมีให้เลือก 2 สีสำหรับจอแสดงผลส่วนกลางและจอแสดงผลแบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ เมื่อเลือกโหมด “Lounge” สีของเนื้อหาที่แสดงจะเป็นสีที่สบายตา เช่น สีเทอร์ควอยซ์หรือสีน้ำเงิน หากเปิดใช้งานโหมด “Sport” พื้นหลังของหน้าจอจะเป็นสีแดงและสีเทาเข้ม นอกจากนี้สีที่แสดงผลยังเชื่อมโยงกับการขับขี่มินิในโหมดต่าง ๆ โดยในโหมดขับขี่แบบ MID และ GREEN หน้าจอรูปแบบ “Lounge” จะถูกเรียกขึ้นมา แต่เมื่อขับรถในโหมด “SPORT” สีที่เชื่อมโยงกับโหมดนี้ก็จะถูกเปิดใช้งานเช่นกัน ผู้ขับขี่สามารถเลือกและตั้งค่ารูปแบบสีได้จากเมนูระบบควบคุม

มินิ คูเปอร์ เอส คลับแมน Jermyn Edition มาพร้อมกับซิมการ์ด 4G ซึ่งใช้สำหรับการโทรฉุกเฉินที่เชื่อมต่อได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งสามารถตรวจจับตำแหน่งรถอัตโนมัติและประเมินความรุนแรงของอุบัติเหตุได้ รวมทั้งมีบริการ MINI Teleservices โดยระบบนำทางจะให้ข้อมูลการจราจรแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ผู้ขับขี่มั่นใจว่าได้เลือกใช้เส้นทางที่ดีและเหมาะสมที่สุด รองรับระบบ Apple CarPlay และการชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย และเพื่อความคล่องตัวในการใช้งาน มินิ คูเปอร์ เอส คลับแมน Jermyn Edition ได้ติดตั้งระบบ Comfort Access แบบไม่ต้องใช้กุญแจ ช่วยให้ผู้ขับขี่ปลดล็อกประตูและกระโปรงหลังได้อย่างสะดวกสบาย พร้อมทั้งสตาร์ทเครื่องยนต์ได้โดยไม่ต้องหยิบกุญแจออกจากกระเป๋า

มินิ คูเปอร์ เอส คลับแมน Jermyn Edition มีเฉพาะในรุ่นคูเปอร์ เอส เท่านั้น สมรรถนะของมินิรุ่นนี้มาพร้อมกับเทคโนโลยี MINI TwinPower Turbo พร้อมด้วยเทคโนโลยีการควบคุมการปล่อยไอเสียที่ได้รับการปรับปรุงใหม่แล้ว ซึ่งรวมถึงตัวกรองอนุภาคของเครื่องยนต์เบนซิน มินิ คูเปอร์ เอส คลับแมน Jermyn Edition ที่สอดคล้องกับมาตรฐานการปล่อยมลพิษ Euro 6 เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1,998 cc. ให้พละกำลังที่ 192 แรงม้า และสามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 7.2 วินาที ทำงานควบคู่กับเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ 7 จังหวะแบบ Steptronic Sport

สำหรับ MINI App ตัวใหม่นั้นยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้ขึ้นไปอีกขั้น พร้อมมุ่งสู่ไลฟ์สไตล์ดิจิทัลอย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถได้ตลอดเวลา เช่น ข้อมูลและสถานะของรถ หรือใส่ข้อมูลเพื่อเตรียมการเดินทางครั้งต่อไป ซึ่งผู้ใช้สามารถดาวน์โหลด MINI App ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายจาก Google Play Store และ Apple App Store นับเป็นอินเตอร์เฟสใหม่ที่ครอบคลุมการใช้งานรถยนต์อย่างรอบด้าน ค้นหาจุดหมายปลายทางได้อย่างง่ายดาย และสามารถส่งข้อมูลจากแอปไปยังระบบนำทางของรถได้โดยตรง นอกจากนี้ยังส่งข้อมูลจุดหมายปลายทางจากแอปอื่น ๆ ได้ โดยแผนที่จะแสดงสภาพการจราจรแบบเรียลไทม์ ทั้งสถานีเติมน้ำมันและสถานีชาร์จไฟฟ้า

“The MINI John Cooper Works Hatch launched by Carnival” ตำนานของรถ Racing Spirit ที่ถูกตีความใหม่ในนิยามของแฟชั่นสตรีท

มินิ ประเทศไทย ส่งพลังแรงอันน่าตื่นเต้นครั้งใหม่กับ มินิ x คาร์นิวาล การรวมตัวกันครั้งแรกระหว่างมินิและ   แบรนด์แฟชั่นสตรีทอย่างคาร์นิวาลที่ร่วมกันสร้างปรากฎการณ์ใหม่จากจิตวิญญาณแห่งการแข่งรถ ผสมผสานให้เกิดกลิ่นอายใหม่แห่งการขับขี่บนท้องถนน โดยนำเอาที่สุดพลังแรงอย่าง MINI John Cooper Works Hatch ดึงจิตวิญญาณความกล้า อะดรีนาลีนความท้าทาย มาผสานกับเอกลักษณ์ดีไซน์แนวสตรีทของคาร์นิวาล จนออกมาเป็น MINI John Cooper Works Hatch launched by Carnival ที่พร้อมมอบประสบการณ์อันน่าตื่นเต้นผ่านทุกรายละเอียดรอบคัน

การออกแบบที๋โดดเด่นของ John Cooper Works ทั้งภายนอกด้วยเฉดสีเขียวเข้มสุดคลาสสิก ตัดกับเฉดสีแดงบนหลังคา กระจกมองข้าง กระจังหน้ารถ และสปอยเลอร์หลัง เพิ่มความโดดเด่นด้วยแถบ Bonnet Stripes บนฝากระโปรงและด้านข้างรถที่ได้แรงบันดาลใจจากลวดลายคาร์นิวาล Warp Checkerboard พร้อมด้วยสัญลักษณ์ต่าง ๆ ของแบรนด์คาร์นิวาลทั้งภายนอกและภายใน ไม่ว่าจะเป็นสปอยเลอร์ กระจังหน้ารถ ประตูหลัง ฝาถังน้ำมัน พวงมาลัย เบาะคู่หน้า เบรกมือ พรมและตัวล็อคข้างประตู

 

ข้อเสนอพิเศษในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2021

สิทธิพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟ สำหรับ

MINI John Cooper Works Hatch launched by Carnival ในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2021

 

o     MINI X CARNIVAL lifestyle collection*

o     Carnival Gold Member* (สำหรับลดราคาสินค้า 10% ในราคาปกติ และสิทธิประโยชน์ของ Carnival Gold Member ดูรายละเอียดได้ที่ https://www.carnivalbkk.com/carnival )

o     Gift Voucher มูลค่า 2,000 บาท จำนวน 1 ใบ*

o     Golden Ticket จำนวน 1 ใบ* (สำหรับซื้อสินค้าที่สุ่มจับฉลากเป็น Fast Track) จำนวนจำกัด

 

สำหรับลูกค้าที่ออก มินิ รุ่นอื่น ๆ ในงาน

 

o     MINI X CARNIVAL lifestyle collection*

o     Carnival Gold Member* (สำหรับลดราคาสินค้า 10% ในราคาปกติ และสิทธิประโยชน์ของ Carnival Gold Member

ดูรายละเอียดได้ที่

https://www.carnivalbkk.com/carnival)

o     Gift Voucher มูลค่า 1,000 บาท จำนวน 1 ใบ*จำนวน 100 สิทธิ์

 

วิธีการรับสิทธิ์ Carnival Gold Member

 

1.    หลังจากการออกรถ ลูกค้าจะได้รับใบยืนยันรับสิทธิ์ Carnival Gold Member (การ์ด)

2.    ดาวน์โหลด และสมัครสมาชิกบน Carnival Application

3.    Capture หน้าจอสมาชิกในแอพพลิเคชั่น พร้อมถ่ายรูป
ใบยืนยันรับสิทธิ์ Carnival Gold Member และส่ง Inbox ทางเพจ Carnival Store (Facebook)

4.    หลังจากนั้น ลูกค้าจะได้อัพเกรดเป็น Carnival Gold Member

 

 

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ผู้จำหน่าย มินิ อย่างเป็นทางการ หรือที่เพจเฟซบุ๊ก MINI.Thailand

ข้อเสนอสุดพิเศษเพิ่มเติมในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2021

มินิ อิเล็คทริค

  • ชาร์จพลังความสนุก พร้อมข้อเสนอพิเศษให้คุณแบบจัดเต็ม! เมื่อเป็นเจ้าของ The new all-electric MINI ถึง 12 ธันวาคม 2564 นี้เท่านั้น
  1. พิเศษ ดาวน์เริ่มต้น 0%*
  2. รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง MINI Protect นาน 2 ปี*
  3. รับฟรี แพ็กเกจ MSI 4 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*
  4. รับฟรี Wall Charge ระบบชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าภายในบ้าน*
  5. รับฟรี เซตของพรีเมียมคอลเลคชันพิเศษก่อนใคร MINI x Carnival มูลค่า 9,770 บาท*
  6. รับฟรี Scooter Ninebot MAX จำนวน 1 คัน มูลค่า 33,900 บาท*
  7. รับฟรี MINI Cabin Trolley กระเป๋าเดินทางคอลเลคชันลิมิเต็ด บรรจุได้ 36 ลิตร 1 ใบ มูลค่าใบละ 10,015 บาท ในจำนวนจำกัด* เมื่อเป็นเจ้าของ The new all-electric MINI ผ่านช่องทางออนไลน์ คลิก www.mini.co.th เลือกเมนู Online Sales
  8. รับสิทธิ์ร่วมลุ้นรางวัลประจำเดือน และรางวัลใหญ่ MINI Electric จำนวน 1 คัน มูลค่า 2,290,000 บาท*
  • สามารถสอบถามได้ที่ผู้จำหน่ายมินิอย่างเป็นทางการ หรือคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 12 ธันวาคม 2564

*สำหรับลูกค้าที่ออกรถและทำสัญญากับ MINI Financial Services ภายในธันวาคม 2564 เท่านั้น

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

มินิ คันทรี่แมน

  • เติมเต็มความสุขระหว่างทาง และเพิ่มความอุ่นใจให้นานขึ้น เมื่อเป็นเจ้าของ MINI Countryman Cooper S Hightrim รับฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง MINI Protect นาน 2 ปี* และ MINI x CARNIVAL Set ราคามูลค่า 9,770 บาท* พร้อมรับสิทธิ์ร่วมลุ้นรางวัลประจำเดือน และรางวัลใหญ่ MINI Electric จำนวน 1 คัน มูลค่า 2,290,000 บาท*
  • สามารถสอบถามได้ที่ผู้จำหน่ายมินิอย่างเป็นทางการ หรือคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 12 ธันวาคม 2564

*สำหรับลูกค้าที่ออกรถและทำสัญญากับ MINI Financial Services ภายในธันวาคม 2564 เท่านั้น

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

มินิ รุ่นอื่น ๆ

  • เป็นเจ้าของมินิ อุ่นใจมากกว่าที่คิด! กับข้อเสนอพิเศษสุด อัปเกรดฟรี แพ็กเกจ MSI จาก 5 ปี เป็น
    10 ปี หรือ 100,000 กม.* เมื่อออก มินิ รุ่นที่ร่วมรายการ มากไปกว่านั้น รับประกันภัยชั้นหนึ่ง MINI Protect นาน 3 ปี* และ MINI x CARNIVAL Set ราคามูลค่า 9,770 บาท* พร้อมสิทธิ์ร่วมลุ้นรางวัลประจำเดือน และรางวัลใหญ่ MINI Electric จำนวน 1 คัน มูลค่า 2,290,000 บาท*
  • สามารถสอบถามได้ที่ผู้จำหน่ายมินิอย่างเป็นทางการ หรือคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 12 ธันวาคม 2564

*สำหรับลูกค้าที่ออกรถและทำสัญญากับ MINI Financial Services ภายในธันวาคม 2564 เท่านั้น

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

CARS24 สตาร์ทอัพ ‘ยูนิคอร์น’ ออโต้เทคที่เติบโตเร็วที่สุดในเอเชีย เปิดตัวให้คนไทยได้รู้จักเป็นครั้งแรกในงาน MOTOR EXPO 2021

0

CARS24 (คาร์สทเวนตี้โฟร์) เนรมิตพื้นที่ภายในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38 หรือ มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2021 เพื่อแนะนำตัวให้คนไทยได้รู้จักเป็นครั้งแรกผ่าน Hybrid Event ผสานการเยี่ยมชมรูปแบบ On Ground เข้ากับ Online Platform ของแบรนด์ภายใต้แนวคิด High tech for High trust สะท้อนตัวตนของแบรนด์ต่อการมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการด้านออโต้เทคให้คนไทยได้สัมผัสและสร้างประสบการณ์จริงผ่านการซื้อขายรถยนต์มือสองบนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ทันสมัยและน่าเชื่อถือที่สุด ซึ่งสอดรับกับโลกยุคดิจิทัลที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและทุกคนล้วนค้นหาแบรนด์สินค้าและบริการที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ชีวิตได้อย่างคุ้มค่าและลงตัว

อภิจีต ดาบาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CARS24 ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เปิดเผยว่า “การตัดสินใจเข้าร่วมงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ในครั้งนี้ เพื่อที่จะยกระดับและสร้างมิติใหม่ในการซื้อรถยนต์มือสองให้คนไทยได้รู้จักและสัมผัสการใช้งานจริง ประกอบกับเรามองว่างานมหกรรมยานยนต์เป็นงานที่จัดขึ้นยิ่งใหญ่ระดับประเทศ ทำให้เชื่อมั่นว่าการเข้าร่วมงานปีนี้จะเปิดโอกาสให้เราได้ใกล้ชิดและเข้าถึงผู้บริโภคเป็นจำนวนมากก่อนที่ CARS24 จะเปิดตัวแบบเต็มรูปแบบอย่างยิ่งใหญ่ในช่วงต้นปีหน้า”

“เราตั้งใจเปิดตัวต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ซึ่งลูกค้าและผู้สนใจที่เข้ามาเยี่ยมชมนับเป็นกลุ่มแรกที่จะได้รับประสบการณ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟกับ CARS24 ในทุกแง่มุมแบบ 360 องศาซึ่งเราคัดสรรรถยนตร์คุณภาพดีหลากหลายรุ่นมาจัดแสดงภายในงานครอบคลุมทุกเซกเม้นท์ โดยมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญคอยต้อนรับและบริการให้คำปรึกษาแก่ลูกค้าทุกท่านเพื่อให้ได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ของการซื้อรถมือสองคุณภาพดีที่สุดผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ พร้อมจองทดลองขับฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายอีกด้วย” อภิจีต กล่าว

อภิจีต ดาบาส กล่าวอีกว่า “ท่ามกลางสถานการณ์โควิด19 และภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว เรามองเห็นโอกาสที่แบรนด์ CARS24 จะเป็นทางเลือกอันชาญฉลาดของผู้ที่กำลังตามหารถยนต์คุณภาพดีเป็นรถคู่ใจไว้ใช้งานสักคัน ซึ่งเรามีรถพร้อมใช้งานให้เลือกมากมายที่ผ่านการตรวจสอบตามมาตรฐานระดับสากลจากผู้เชี่ยวชาญ    การันตีคุณภาพทุกคัน  ที่สำคัญคือ รถทุกคันที่จัดจำหน่ายเป็นของ CARS24 ไม่ผ่านคนกลางหรือตัวแทนจำหน่ายใดๆ ทำให้ลูกค้ามั่นใจว่าเราคัดสรรรถยนต์มือสองคุณภาพเยี่ยมพร้อมดูแลด้วยบริการหลังการขายตลอด 1 ปีเต็ม”

ลูกค้าและผู้สนใจสามารถลงทะเบียนและจองทดลองขับฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ โดยนำรถไปส่งถึงหน้าประตูบ้านท่าน  พร้อมรับข้อเสนอดอกเบี้ยพิเศษ เริ่มต้นเพียง 2.59 % และทราบผลการอนุมัติสินเชื่อเบื้องต้นภายใน 24 นาทีทะยานไปข้างหน้าอย่างมั่นใจพร้อมกับ CARS24 พบกันที่งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38 บูธ B14 อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 3 อิมแพค เมืองทองธานี  ระหว่างวันที่ 1-12 ธันวาคม 2564 นี้เท่านั้น ดูรถทั้งหมดของเราได้ที่ https://bit.ly/3DZA1QU

ปอร์เช่ มาคันน์ ใหม่, 911 จีทีเอส และ คาเยนน์ เทอร์โบ จีที ใหม่ เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ ณ งานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 38

0

ปอร์เช่ มาคันน์ ใหม่ เผยโฉมพร้อมประกาศราคาอย่างเป็นทางการ ปอร์เช่ 911 จีทีเอส (Porsche 911 GTS) และ คาเยนน์ เทอร์โบ จีที ใหม่ (The new Cayenne Turbo GT) เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ งานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 38 (The 38th Thailand International Motor Expo) ระหว่างวันที่ 1 – 12 ธันวาคม 2021 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี

การเผยโฉมของยนตรกรรมสปอร์ตจากปอร์เช่ นับเป็นการเปิดโอกาสให้แฟนๆ ผู้หลงใหลในดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ ได้ใกล้ชิดกับยนตรกรรมสปอร์ตสมรรถนะสูงหลากหลายรุ่นจากบริษัทผู้ผลิตรถสปอร์ตชื่อดังระดับโลก ผ่านบริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ซึ่งเป็นผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ที่สามารถสร้างสถิติยอดส่งมอบรถยนต์ใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 122 เปอร์เซ็นต์ ภายใน 6 เดือนแรกของปี 2021 เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้า

ปีเตอร์ โรห์เวอร์ กรรมการผู้จัดการ ปอร์เช่ ประเทศไทย กล่าวว่า “อัตราการเติบโตที่เพิ่มสูงขึ้นและการรับรู้ที่มากขึ้นสำหรับแบรนด์ปอร์เช่ในประเทศไทย เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งกับการแนะนำให้ทุกท่านได้รู้จักกับ ปอร์เช่ 911 จีทีเอส (Porsche 911 GTS) และ คาเยนน์ เทอร์โบ จีที ใหม่ (The new Cayenne Turbo GT) อย่างใกล้ชิดในงานนี้  เราเชื่อว่ารถสปอร์ตในอนุกรม จีทีเอส (GTS) จะสามารถเรียกกระแสความชื่นชมจากแฟนๆ ของยนตรกรรมสปอร์ตระดับตำนานอย่างปอร์เช่ 911 (Porsche 911) ได้เป็นอย่างดี รวมถึงยนตรกรรมสปอร์ตที่จะสร้างบรรทัดฐานระดับสูงสุดให้กับรถสปอร์ต SUV ยอดนิยม อย่าง คาเยนน์ เทอร์โบ จีที  ใหม่ (The new Cayenne Turbo GT) ที่ได้ผสานประสิทธิภาพแห่งการขับขี่ชั้นเลิศ กับอรรถประโยชน์สูงสุดในการใช้งานในชีวิตประจำวัน เอาไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว โดยภาพลักษณ์ที่เฉียบคม หรูหรา ของรถสปอร์ตทั้ง  2  รุ่นใหม่นี้ พร้อมด้วยการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของปอร์เช่ มาคันน์ ใหม่ (The new Porsche Macan) ที่พัฒนาให้ดีขึ้น แรงขึ้น และราคาดึงดูดมากกว่าเดิม ทำให้เราคาดหมายว่าจะยังคงสามารถรักษายอดส่งมอบรถยนต์ปอร์เช่ที่ดีเยี่ยมเอาไว้ได้ อันเป็นผลมาจากยนตรกรรมสปอร์ตอันเปี่ยมล้นไปด้วยความเร้าใจที่เรานำเสนอให้แก่ลูกค้าปอร์เช่ในประเทศไทย”

และเอเอเอสฯ ขอถือโอกาสพิเศษนี้ ในการมอบรางวัลผู้ชนะการประกวดการออกแบบชุดสำหรับพรีเซ็นเตอร์เกิร์ลของปอร์เช่ จากโครงการประกวด “Porsche Presenter Costume Design Contest 2021”  ภายใต้แนวคิด “Drive change for a sustainable world”  โดยได้รับเกียรติจากรองคณบดี อาจารย์ ดร.กรกลด คำสุข ฝ่ายนวัตกรรมทางปัญญาและวิจัย วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ อาจารย์ที่ปรึกษาของโครงการ ร่วมเป็นส่วนสำคัญในการจัดโครงการ ซึ่งผลงานการออกแบบที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจะถูกผลิตขึ้นและสวมใส่  โดยเหล่าสาวพรีเซนเตอร์เกิร์ลของปอร์เช่ เพื่อแสดงต่อสาธารณชน ภายในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38 นี้อีกด้วย

เพื่อให้ทุกท่านตัดสินใจเป็นเจ้าของรถยนต์ปอร์เช่ได้ง่ายขึ้น เอเอเอสฯ  จึงขอมอบข้อเสนอสุดพิเศษ ด้วยสิทธิ์การซื้อการรับประกันจากโรงงานปอร์เช่ ประเทศเยอรมนี นานสูงสุด 15 ปี และ Voucher ส่วนลดเคลือบแก้วจาก Ulgo แบรนด์เคลือบแก้วอันดับหนึ่งจากประเทศญี่ปุ่น มูลค่า 10,000 บาท หรือส่วนลด 10,000 บาทสำหรับฟิล์มกันรอย Paint Protection Film และนอกจากนี้ยังมีส่วนลด 25 % – 40 % สำหรับสินค้า Porsche Driver’s Selection และส่วนลด 50% สำหรับยอดการซื้อผลิตภัณฑ์ดูแลรักษารถยนต์จากประเทศอังกฤษ ออโต้กลิม (Autoglym) ตั้งแต่ 3,000 บาท ขึ้นไป (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)

โดยงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 38 (The 38th Thailand International Motor Expo 2021) จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 – 12 ธันวาคม 2021 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี โดยเปิดเข้าชมงานทุกวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 12:00 น. – 22:00 น. และวันเสาร์ – อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 11:00 น. – 22:00 น. น. พบกับกองทัพยนตรกรรมสปอร์ตปอร์เช่ได้ที่อาคาร ชาเลนเจอร์ 1 บูธหมายเลข B01

ปอร์เช่ 911 จีทีเอส (Porsche 911 GTS): กร้าวแกร่ง และสปอร์ตยิ่งกว่าที่เคย ราคาเริ่มต้นที่ 13,200,000 บาท

เมื่อ 12 ปีที่ผ่านมา ปอร์เช่ได้เผยโฉม 911 จีทีเอส (911 GTS) คันแรก ปัจจุบันเจเนอเรชั่นล่าสุดของยนตรกรรมสปอร์ต ยอดนิยมตลอดกาลกำลังจะกลับมาอีกครั้ง ด้วยพละกำลังที่เหนือกว่า และรูปทรงอันโดดเด่น ถึงพร้อมด้วยสมรรถนะ การขับขี่ที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าทุกครั้ง

เน้นย้ำความโฉบเฉี่ยวดุดันของ 911 จีทีเอส ใหม่ (The new 911 GTS) ด้วยตัวถัง ชิ้นงานตกแต่งภายนอกสีดำ รวมถึงไฟหน้ารมดำ พร้อมการตกแต่งภายในห้องโดยสารด้วยวัสดุ Race-tex สีดำ และการเดินตะเข็บด้วยโทนสีที่ตัดกันอย่างสวยงาม ติดตั้งเบาะนั่งแบบสปอร์ตที่สามารถรองรับสรีระของผู้ขับขี่ได้อย่างมั่นคงจากปีกข้างทรงสูง ทำให้ผู้ขับขี่สัมผัสถึงบรรยากาศของห้องบังคับควบคุมแบบรถแข่งบนสนามอย่างแท้จริง ประจำการด้วยขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบนอน พกพาพละกำลังสูงสุดกว่า 480 แรงม้า (353 กิโลวัตต์) อัตราเร่ง 0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในระยะเวลาเพียง 3.3 วินาที เมื่อผสานการทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติอัจฉริยะคลัทช์คู่ 8 จังหวะ Porsche dual-clutch transmission (PDK) หรือสามารถเลือกความเร้าใจจากระบบเกียร์ธรรมดา 7 จังหวะที่ได้รับการปรับแต่งการเปลี่ยนอัตราทดให้ฉับไวเป็นพิเศษได้เป็นออปชั่นเสริมได้นอกเหนือจากระบบเกียร์ PDK

ระบบช่วงล่างด้านหน้าของ 911 จีทีเอส (911 GTS) มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แตกต่างจากช่วงล่างของ 911 เทอร์โบ (911 Turbo) 911 จีทีเอส (911 GTS) ได้รับการปรับแต่งอย่างพิถีพิถัน โดยติดตั้งระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว Porsche Active Suspension Management (PASM) มาเป็นมาตรฐาน และมีระบบเบรกประสิทธิภาพสูงที่นำมาจาก 911 เทอร์โบ (911 Turbo) ล้ออัลลอยแบบ centre-lock สีดำ ขนาด 20 และ 21 นิ้ว จึงจะทำผู้ขับขี่มั่นใจในความสง่างามและประสิทธิภาพของการยึดเกาะถนน

ปิดท้ายด้วย ระบบระบายไอเสีย GTS sports ที่ผ่านการคัดเลือกจากวัสดุซับเสียงภายในเป็นพิเศษ ทำให้เครื่องยนต์ของ911 จีทีเอส (911 GTS) ให้เสียงคำรามสุดเร้าใจ จึงสามารถสร้างประสบการณ์ในการขับขี่ได้ไม่เหมือนใคร

ปอร์เช่ คาเยนน์ เทอร์โบ จีที (Porsche Cayenne Turbo GT): ยนตรกรรมสปอร์ตสายพันธุ์แรงจากปอร์เช่ ราคาเริ่มต้นที่ 19,500,000 บาท

ปอร์เช่ คาเยนน์ เทอร์โบ จีที (Porsche Cayenne Turbo GT) เปิดตัวครั้งแรกของโลก เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ในฐานะตัวแทนของรถสปอร์ตสายพันธุ์แท้จากปอร์เช่ ที่โดดเด่นด้านสมรรถนะในการขับขี่ และความอเนกประสงค์ ที่ตอบรับทุกโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน การมาถึงของปอร์เช่ คาเยนน์ เทอร์โบ จีที (Porsche Cayenne Turbo GT) ครั้งแรกในประเทศไทย จะสร้างความประทับใจให้แก่แฟนๆ ของปอร์เช่อย่างแน่นอน

เครื่องยนต์ที่มีพละกำลังสูงสุดของปอร์เช่ในปัจจุบันถูกบรรจุให้อยู่ใต้ฝากระโปรงหน้าของ คาเยนน์ เทอร์โบ จีที (Cayenne Turbo GT) ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V8 เทอร์โบคู่ ขนาดความจุ 4.0 ลิตร มอบพละกำลังสูงสุด 640 แรงม้า (471 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุด 850 นิวตันเมตร ยกระดับความแรงเพิ่มขึ้น 90 แรงม้า (67 กิโลวัตต์) และแรงบิดเพิ่มขึ้น 80 นิวตันเมตร เมื่อเปรียบเทียบกับ คาเยนน์ เทอร์โบ คูเป้ (Cayenne Turbo Coupé)

เมื่อเครื่องยนต์อันทรงพลัง จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ  8 จังหวะ Tiptronic S พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และควบคุมการกระจายแรงบิดด้วยระบบ Porsche Traction Management ที่ปรับตั้งมาเป็นพิเศษ ซึ่งให้อัตราเร่งที่รวดเร็วบนทางเรียบ จาก 0 -100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในระยะเวลา 3.3 วินาที ปอร์เช่ คาเยนน์ เทอร์โบ จีที (Porsche Cayenne Turbo GT) จึงพุ่งทะยานทะลุพิกัดความเร็วสูงสุดกว่า 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ปอร์เช่ คาเยนน์ เทอร์โบ จีที (Porsche Cayenne Turbo GT) มีช่วงล่างต่ำกว่า คาเยนน์ เทอร์โบ คูเป้ (Cayenne Turbo Coupé) 17 มิลลิเมตร และได้รับการติดตั้งระบบช่วงล่างถุงลม three-chamber air suspension ที่มีความแข็งกว่ารุ่นปกติถึง 15 เปอร์เซ็นต์ พร้อมยกระดับเสถียรภาพการทรงตัวด้วยระบบ Porsche Active Suspension Management (PASM) และระบบ Porsche Dynamic Chassis Control (PDCC) ที่ติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน เสริมสร้างความมั่นใจให้ผู้ขับขี่ด้วยสุดยอดเบรกเซรามิก Porsche Ceramic Composite Brakes (PCCB) ติดตั้งมาเป็นมาตรฐานเช่นกัน ที่พร้อมจะทำให้ทุกการเบรกสั่งได้ตามต้องการเมื่ออยู่หลังพวงมาลัยของ ปอร์เช่ คาเยนน์ เทอร์โบ จีที (Cayenne Turbo GT) และนอกจากนี้ยังมียางรถยนต์สมรรถนะสูงรุ่นพิเศษ ซึ่งพัฒนาเพื่อรถยนต์รุ่นนี้เท่านั้น

ผลลัพธ์ของการยกระดับสมรรถนะในครั้งนี้ คือความกลมกล่อมที่ลงตัวในแนวทางการออกแบบ เปี่ยมล้นไปด้วยศักยภาพเทียบเคียงได้กับรถแข่งพลังแรงบนสนามความเร็ว ปอร์เช่ คาเยนน์ เทอร์โบ จีที (Cayenne Turbo GT) ผ่านการพิสูจน์สมรรถนะจากฝีมือของ Lars Kern  นักขับทดสอบสังกัดโรงงานปอร์เช่ ผู้ซึ่งสามารถวิ่งทำเวลาต่อรอบในสนาม Nürburgring Nordschleife ด้วบระยะทาง 20.832 กิโลเมตร ภายในระยะเวลาเพียง 7:38.9 นาทีเท่านั้น

ปอร์เช่ มาคันน์ ใหม่ (The new Macan) : ทรงพลัง เฉียบคม และสปอร์ตยิ่งกว่าที่เคย ราคาเริ่มต้นที่ 4,690,000 บาท

เจเนอเรชั่นล่าสุดของปอร์เช่ มาคันน์ (Porsche Macan) ยังคงยืนหนึ่งในฐานะบรรทัดฐานสูงสุดของยนตรกรรมสปอร์ต คอมแพค SUV ที่ทรงพลังยิ่งขึ้น เฉียบคมยิ่งกว่า และสปอร์ตเหนือชั้นมากกว่าที่เคย  เต็มพิกัดด้วยอุปกรณ์พิเศษมากมาย ทั้งชิ้นส่วนกันชนหน้าที่ได้รับการปรับโฉมช่องรับอากาศใหม่ และชิ้นงานตกแต่งสีเดียวกับตัวรถ

ยนตรกรรมสปอร์ตปอร์เช่ ทุกคันล้วนได้รับการยกระดับสมรรถนะด้านเครื่องยนต์ พละกำลัง และประสิทธิภาพในการทำงาน ครอบคลุมถึงการตกแต่งภายในห้องโดยสาร คอนโซลกลาง และฟังก์ชั่นการทำงานที่ผู้ขับขี่ย่อมสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลง นับเป็นการพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ประสบการณ์การขับขี่ในชีวิตประจำวันได้อย่างแท้จริง

เอเอเอส ยกทัพยนตรกรรมสปอร์ต อวดโฉมภายในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38 (38th  Thailand International Motor Expo)

นอกจากยนตรกรรมสปอร์ตรุ่นใหม่ล่าสุดแล้ว เอเอเอสฯ พร้อมขนทัพรถสปอร์ตครบครันทุกรุ่นรวมจัดแสดงภายในงาน อาทิมาคันน์ เอส ใหม่ (The new Macan S), ปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า (Porsche 911 Carrera), ไทคานน์ 4เอส ครอส ทัวริสโม ใหม่ (The new Taycan 4S Cross Turismo),  คาเยนน์ อี-ไฮบริด (Cayenne E-Hybrid), พานาเมร่า 4  อี-ไฮบริด (Panamera 4 E-Hybird) และ 718 เคย์แมน T (718 Cayman T)

เอช เซม เปิดให้ลูกค้าทั่วไป จองสิทธิ์เช่ามอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ด้วยข้อเสนอสุดคุ้ม ในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป

0

ผู้สนใจเช่ารถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า มีเฮ! เอช เซม ขยายกลุ่มเป้าหมายให้เช่าแบบไร้ขีดจำกัด สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป ทั้งแบบรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน และรายปี ด้วยข้อเสนอและบริการแบบ เช่า จบ ครบวงจร ใช้งานง่ายผ่านแอพฯ H SEM Move  พร้อม onsite service ตลอด 24 ชั่วโมง 

นายวันชัย ลี้นะวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอช เซม มอเตอร์ จำกัด เปิดเผยว่า ”ด้วยสภาวะราคาน้ำมันที่สูงขึ้น เราได้รับการสอบถามถึงการเช่ารถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าจากผู้ใช้งานทั่วไปที่ไม่ใช่ไรเดอร์ เป็นจำนวนมาก ผมถือโอกาสในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป เปิดให้ผู้ใช้งานทั่วไปจองสิทธิ์การเช่าและสามารถทดลองใช้ ด้วยข้อเสนอดี ๆ ที่มาพร้อมบริการแบบใส่ใจดูแล”

สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป เรามีรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าให้เลือกเช่า 3 รุ่น คือ H SEM MOBILA G, H SEM MOBILA S และ H SEM WINGS ค่าเช่าเริ่มต้นเพียงวันละร้อยกว่าบาท ผู้เช่าสามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง มีความคุ้มครองจากประกันภัย พ.ร.บ. ตลอดระยะเวลาการเช่า และรับสิทธิ์การบริการ ณ พื้นที่ใช้งานจริง (onsite service) จากทีมช่างผู้เชี่ยวชาญอีกด้วย

เอช เซม เราเดินหน้าพัฒนาเพื่อให้ผู้ขับขี่ได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด ด้วยเป้าหมายจะให้ผู้ใช้งานมีความสะดวก เพิ่มความรวดเร็ว แอพพลิเคชั่น H SEM MOVE ผู้ช่วยอัจฉริยะจึงเกิดขึ้น สำหรับเชื่อมต่อข้อมูลกับสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่ หรือ H SEM POWER STATION แสดงพิกัดที่ตั้งทั้งหมดของสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่ แสดงจำนวนแบตเตอรี่ที่พร้อมใช้งาน และ แสดงประวัติการเปลี่ยนแบตเตอรี่ของผู้ใช้งาน สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่อย่างง่ายดายเพียงสแกน QR Code ด้านหน้าตู้ อีกทั้งยังสามารถต่ออายุ และเติมเงินผ่านระบบ Mobile Banking เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถใช้งานได้อย่างไม่มีสะดุด

 นอกจากนี้ภายในงาน เรายังนำรถสามล้อไฟฟ้ามาจัดแสดง พร้อมโปรโมชั่นและของกำนัลมากมายเหมือนเช่นทุกปี พบกันที่บูธ “เอช เซม” (บูธ H 05-2) ในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ระหว่างวันที่ 1-12 ธันวาคม 2564 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 3 อิมแพค เมืองทองธานี หรือมีคำถาม โทร 099-001-1888 วันจันทร์-วันเสาร์ ระหว่างเวลา 08.30 – 17.30 น. ข้อมูลเพิ่มเติม www.facebook.com/hsemmotor.sev หรือ www.facebook.com/hsemmotor.stc

TOYOTA จับมือ TCD ASIA นำเสนอชุดแต่งรถแท้ “MODELLISTA” โดดเด่น หรู Tokyo Style มาตรฐานการผลิตญี่ปุ่น

0

นายวีระเกียรติ์ วัฒนวีรเดช รักษาการผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วย มร.ฮิโรฮิสะ ทากิชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีซีดี เอเชีย จำกัดร่วมแถลงข่าวการร่วมมือกับ บริษัท ทีซีดี เอเชีย จำกัด นำเสนอชุดอุปกรณ์ตกแต่งรถแท้ MODELLISTA ที่ได้รับการออกแบบ ภายใต้แนวคิด Tokyo Style พร้อมความมั่นใจในการผลิตมาตรฐานญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์แห่งการดีไซน์ที่มีความพรีเมียม หรูหรา แตกต่างไม่เหมือนใคร ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านดีไซน์ เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2564   ณ บูธโตโยต้า ภายในงาน มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38

ภายใต้แนวความคิดที่ท้าทาย ในการปฏิรูปองค์กรสู่การเป็น “องค์กรแห่งการขับเคลื่อน” (Mobility Company) ด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์ “ยนตรกรรมที่ดียิ่งกว่า (Ever-better Cars)” เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายอย่างครบถ้วน เป็นแรงบันดาลใจให้ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมมือกับ บริษัท ทีซีดี เอเชีย จำกัด นำเสนอชุดอุปกรณ์ตกแต่งรถแท้ MODELLISTA ที่ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด Tokyo Style และมาตรฐานการผลิตจากประเทศญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์แห่งการดีไซน์ เน้นความหรูหรา พรีเมียม ทันสมัย ให้ความรู้สึกที่แตกต่างไม่เหมือนใคร

MODELLISTA” (โมเดลลิสต้า) เป็นคำในภาษาอิตาเลียน หมายถึง “Designer” สอดคล้องกับหลักการดำเนินงานที่ต้องการออกแบบสิ่งที่พิเศษสำหรับลูกค้า ด้วยความเป็นมืออาชีพด้านวิศวกรรมและการออกแบบรถยนต์ ซึ่งอุปกรณ์ตกแต่งรถแท้ MODELLISTA ได้รับแรงบันดาลใจจากเมือง Tokyo ประเทศญี่ปุ่นหนึ่งใน    มหานครแห่งความทันสมัย ที่เพิ่มสีสันให้กับรถ และยกระดับไลฟ์สไตล์ของผู้ครอบครองให้มีความพรีเมียม หรูหราขึ้นอีกระดับ ภายใต้แนวคิดSense of Unity” ซึ่งหมายถึง การดีไซน์ที่ลงตัวในทุกองค์ประกอบ โดดเด่นทุกมุมมอง ด้วยดีไซน์ที่เหนือระดับ พร้อมขับเคลื่อนไลฟ์สไตล์ที่ลงตัวไปพร้อมกัน

มร.ฮิโรฮิสะ ทาคิชิตะ ประธานกรรมการ บริษัท ทีซีดี เอเชีย จำกัด กล่าวในการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า “MODELLISTA เป็นธุรกิจตกแต่งรถยนต์ชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2540 และพัฒนาสู่การเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ในปี พ.ศ.2545 ด้วยประสบการณ์ที่มีมาอย่างยาวนาน และคงไว้ซึ่งมาตรฐานภายใต้การออกแบบที่เน้นความพรีเมียม และความสร้างสรรค์ ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในประเทศญี่ปุ่น ด้วยยอดขายรวมทั้งสิ้นกว่า 1 ล้านชุด โดยแนวคิดในการพัฒนาชุดอุปกรณ์ตกแต่ง   จะเน้นที่ความพรีเมียม มีสไตล์ ทันสมัย และหรูหรา ภายใต้มาตรฐานในการออกแบบ และมาตรฐานผลิตของโตโยต้า

“หลังจากที่ได้ทำการศึกษาตลาดในประเทศไทยมาเป็นระยะเวลานาน เราพบว่ามีลูกค้าจำนวนมาก    ให้ความสนใจในการแต่งรถ ให้ดูมีความพรีเมียม โดดเด่น และมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้เรายังมีความมั่นใจว่าประเทศไทยเป็นตลาดที่มีคุณภาพในการผลิตสูง ดังนั้นเราจึงมีแผนในการขยายฐาน    การออกแบบและการพัฒนาผลิตภัณฑ์มายังประเทศไทย ซึ่งถือได้ว่าเป็นประเทศแรกนอกประเทศญี่ปุ่นที่เป็นฐานของการผลิตอุปกรณ์ตกแต่งรถแท้ MODELLISTA

โดยในปี 2564 ได้แนะนำออกสู่ตลาดประเทศไทยแล้วจำนวนทั้งสิ้น 3 รุ่น ได้แก่

  • Camry Modellista ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด BRIGHT ELEGANCE STYLE” ซึ่งออกแบบตามต้นฉบับในประเทศญี่ปุ่นเพื่อเพิ่มความหรูหรา พรีเมียม และเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ให้ความภาคภูมิใจในการครอบครองเป็นเจ้าของ

  • Fortuner Modellista ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด SMART ELEGANCE” ช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้รถ PPV มีความโดดเด่น เท่ห์ไม่เหมือนใคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งสปอยเลอร์หน้าอันเป็นเอกลักษณ์ของ Modellista รูปทรง Floating Wing พร้อมการตกแต่งสีเงินโครเมียม สร้างรูปลักษณ์ที่สง่างาม สร้างเอกลักษณ์ได้อย่างเด่นชัดแม้ในระยะไกล

  • Corolla Cross Modellista ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด ADVANCE URBAN STYLE” ช่วยเสริมภาพลักษณ์รถเอนกประสงค์ยอดนิยมให้โดดเด่นมีสไตล์มากยิ่งขึ้น รวมถึงการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำแบบใครของ Modellista ซึ่งยังคงอรรถประโยชน์ใช้สอยไว้อย่างเต็มเปี่ยม” 

มร.ฮิโรฮิสะ ทาคิชิตะ  กล่าวต่อไปว่า “ชุดตกแต่งรถโตโยต้าแท้ MODELLISTA พร้อมมอบความ มั่นใจให้กับลูกค้าทุกท่านด้วยการรับประกันคุณภาพ 3 ปี 100,000 กม. ซึ่งเราจะมุ่งมั่นพัฒนาการออกแบบ เพื่อมอบคุณค่าทางอารมณ์ ด้วยความหรูหรา พรีเมียม เปี่ยมความคิดสร้างสรรค์ และเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ตลอดจนใส่ใจทุกขั้นตอนการผลิต เพื่อมอบความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าโตโยต้าทุกท่าน” 

ทางด้าน คุณวีระเกียรติ์ วัฒนวีรเดช รักษาการผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายใต้แนวคิดของโตโยต้าที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์ ยนตรกรรมที่ดียิ่งกว่า หรือ Ever-better Cars เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในปัจจุบันที่มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น เราจึงร่วมมือกับ บริษัท ทีซีดี เอเชีย จำกัด นำเสนอชุดอุปกรณ์ตกแต่งรถโตโยต้าแท้ MODELLISTA ที่ได้รับการออกแบบ พร้อมด้วยมาตรฐานการผลิตจากประเทศญี่ปุ่น เพิ่อเสริมภาพลักษณ์อันหรูหราเป็นเอกลักษณ์ให้กับลูกค้าที่ชื่นชอบการแต่งรถ เป็นการเพิ่มทางเลือก และเพิ่มความพึงพอใจพร้อมตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้า และยังช่วยเสริมภาพลักษณ์ของโตโยต้าให้มีความพรีเมียม หรูหรา ทันสมัยได้เป็นอย่างดี”

คุณวีระเกียรติ์ วัฒนวีรเดช กล่าวปิดท้ายการแถลงข่าวว่า “ที่ผ่านมาในการแนะนำชุดอุปกรณ์ตกแต่งรถโตโยต้าแท้ MODELLISTA ในรถโตโยต้าได้รับความกระแสตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี และเพื่อเป็นการตอบแทนลูกค้าทุกท่าน โตโยต้าขอมอบประสบการณ์ใหม่ในการซื้อให้กับลูกค้าทุกท่าน ด้วยแคมเปญและข้อเสนอสุดพิเศษดังนี้

  • ซื้อรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ รุ่นมาตรฐานทุกรุ่น รับฟรีชุดตกแต่งรถแท้ Modellista มูลค่ากว่า 57,000 บาท สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2564
  • เลือกซื้อชุดตกแต่งรถแท้ คัมรี Modellista ในราคา 41,000 บาท หรือจ่ายเพิ่มเพียงเดือนละ 765 บาทต่อเดือน* โดยจ่ายพร้อมกับยอดการผ่อนชำระรายเดือน

*(ราคาเงินผ่อนที่เพิ่มคำนวณจากโปรแกรมเช่าซื้อปกติ ดาวน์ 20% ระยะเวลา 60 เดือน)

  • เลือกซื้อโคโรลล่า ครอส รุ่นพิเศษ Modellista เฉพาะรุ่น HEV Premium Safety ราคา 1,240,500 บาท หรือ HEV Premium ราคา 1,130,500 ในจำนวนจำกัดเพียง 250 คัน

นอกจากนี้ เรามีแผนที่จะร่วมมือกับ บริษัท ทีซีดี เอเชีย จำกัด ในการพัฒนาชุดตกแต่งรถแท้ MODELLISTA เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าสำหรับรถยนต์รุ่นอื่นๆ ต่อไป” 

สัมผัส และสั่งจองเป็นเจ้าของชุดแต่งรถ MODELLISTA ในรถยนต์รุ่น ฟอร์จูนเนอร์ คัมรี และ โคโรลล่า ครอส ได้ที่งาน มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38 และโชว์รูมโตโยต้าทั่วประเทศ

ฟอร์ด ยกขบวนยานยนต์แห่งสมรรถนะ พร้อมมอบโปรโมชั่นสุดเร้าใจ ในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2021

0
Motor Expo 2021 13

ฟอร์ด ประเทศไทย จัดทัพรถยนต์เปี่ยมสมรรถนะครบทุกรุ่น เปิดฉากงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2021 นำขบวนโดย ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เอ็กซ์ และ ฟอร์ด เรนเจอร์ เอ็กซ์แอล สตรีท สเปเชียล เอดิชั่น ที่เปิดตัวในปีนี้ ระหว่างวันที่ 1-12 ธันวาคม 2564 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 เมืองทองธานี พร้อมมอบโปรโมชั่นสุดเร้าใจอีกมากมาย ทั้งภายในงานและที่ผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศ ตลอดช่วงระยะเวลาการจัดงาน

ภายในงาน ลูกค้าจะได้พบกับ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เอ็กซ์ รถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูง อัดแน่นด้วยดีเอ็นเอ ฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ ที่ได้รับการปรับโฉมใหม่ทั้งภายในและภายนอก เพิ่มความโฉบเฉี่ยว ดุดัน สไตล์สปอร์ต มาพร้อมเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่อัจฉริยะ เพื่อสร้างนิยามใหม่ของความแกร่งที่มาพร้อมความอัจฉริยะให้กับวงการรถกระบะ ทรงพลังด้วยเครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบคู่ ขนาด 2.0 ลิตร ผสานกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ส่งมอบพละกำลังสูงสุด 213 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร พร้อมพิชิตทุกเส้นทางด้วยระบบ Terrain Management System (TMS) กับโหมดการขับขี่ถึง 6 รูปแบบ

สัมผัส ฟอร์ด เรนเจอร์ เอ็กซ์แอล สตรีท สเปเชียล เอดิชั่น รถกระบะตอนครึ่งสำหรับลูกค้าคนรุ่นใหม่ ตกแต่งเป็นพิเศษโดยได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่งของทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรสซิ่ง ผลิตขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสครบรอบ 25 ปี ฟอร์ด ประเทศไทย มาพร้อมความโฉบเฉี่ยวอันเป็นเอกลักษณ์ และมีจำนวนจำกัด ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และการใช้งานของลูกค้าที่ชื่นชอบความแตกต่างได้อย่างลงตัว

“ฟอร์ด เรนเจอร์ และ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ที่มาพร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้น ดีไซน์โฉบเฉี่ยวโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ทั้งไลน์อัพ เทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อความสะดวกสบายและปลอดภัยเหนือระดับ ทำให้รถยนต์ฟอร์ดได้รับความนิยมจากผู้บริโภคและครองความเป็นผู้นำตลาดมาได้อย่างต่อเนื่อง เราเชื่อมั่นว่า รถรุ่นใหม่ๆ ที่เราภูมิใจนำเสนอในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหรือไลฟ์สไตล์เพื่อให้ลูกค้าได้ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ไปอีกขั้น นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอสุดพิเศษอีกมากมายทั้งภายในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2021 และที่ผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดในการตัดสินใจซื้อรถฟอร์ด” นายวิชิต ว่องวัฒนาการ กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

จัดแสดงทัพยานยนต์สมรรถนะครบทุกรุ่น

นอกจาก ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เอ็กซ์ และ ฟอร์ด เรนเจอร์ เอ็กซ์แอล สตรีท สเปเชียล เอดิชั่น ที่เป็นไฮไลท์แล้ว ยังจัดแสดงรถกระบะยอดนิยมเปี่ยมด้วยสมรรถนะ โดดเด่นด้วยดีไซน์สุดโฉบเฉี่ยวสไตล์สปอร์ต ที่มาพร้อมเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็น ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค รุ่นท็อปที่มาพร้อมอุปกรณ์เสริม ฝาปิดกระบะท้ายควบคุมด้วยไฟฟ้า (Power Roller Shutter) เสริมความสะดวกสบายและตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้ดียิ่งขึ้น รุ่นยอดนิยมอย่าง XLT รุ่น XL และ XLS ที่ตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ สะท้อนตัวตนความแข็งแกร่งและการใช้ชีวิตหลากหลายรูปแบบของเจ้าของรถฟอร์ด ภายใต้แนวคิด ‘Live The Ranger Life’

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ รถเอสยูวีขนาดกลาง ดีไซน์สปอร์ตทั้งไลน์อัพ ด้วยกระจังหน้า ตัวอักษรนูน ‘EVEREST’ บนฝากระโปรงหน้าอันเป็นเอกลักษณ์ เต็มเปี่ยมด้วยเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่อัจฉริยะ อาทิ ระบบช่วยเบรคฉุกเฉินอัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน (AEB) ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ และอีกมากมาย จึงทำให้ฟอร์ด เอเวอเรสต์ได้รับการขนานนามให้เป็นหนึ่งในผู้นำของเซ็กเมนต์ ทั้งด้านความปลอดภัยและความชาญฉลาด

ฟอร์ด มัสแตง รถสปอร์ตระดับตำนานยอดนิยม โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ความโฉบเฉี่ยวสไตล์สปอร์ต ดีไซน์ปราดเปรียวเป็นเอกลักษณ์ และประสบการณ์การขับขี่สุดเร้าใจ มาพร้อมตัวเลือกสีใหม่ สีเทา คาร์บอนไนซ์ เกรย์ เพิ่มความเท่ เข้ม สะดุดตา ห้องโดยสารที่หรูหราและสะดวกสบาย อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีและฟีเจอร์อันชาญฉลาดเพื่อส่งมอบประสบการณ์ขับขี่สุดเร้าใจที่เหนือระดับ มาพร้อมตัวเลือกขุมพลังเครื่องยนต์วี 8 ขนาด 5.0 ลิตร และเครื่องยนต์อีโคบู๊สต์ ขนาด 2.3 ลิตร

นอกจากการนำเสนอรถยนต์ที่ดีเยี่ยมหลากหลายรุ่นแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ฟอร์ดมุ่งมั่นและให้ความสำคัญสูงสุดมาอย่างต่อเนื่อง คือ ความมุ่งมั่นในการพัฒนาบริการลูกค้าในทุกมิติ โดยฟอร์ดได้นำนวัตกรรมบริการใหม่ๆ มาใช้อย่างเทคโนโลยีช่วยเหลือระยะไกลด้วยอุปกรณ์แว่นตาอัจฉริยะ RealWear ที่จะเชื่อมต่อการสื่อสารระหว่างวิศวกรเทคนิคเทคฮอตไลน์ของฟอร์ด และช่างเทคนิค ณ ศูนย์บริการฟอร์ด ให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพแม้ไม่ได้อยู่ในสถานที่เดียวกัน ช่วยเพิ่มความรวดเร็วและความถูกต้องแม่นยำในการดูแลรถของลูกค้า นอกจากนี้ ฟอร์ดยังได้เปิดตัวโปรแกรมฟอร์ดแคร์ ซึ่งเป็นโปรแกรมการขยายระยะการรับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่ในรูปแบบสมาชิก โดยโปรแกรมฟอร์ดแคร์มี 2 แพ็กเกจหลักให้เลือกคือ โกลด์ แพ็กเกจ และไดรฟไลน์ แพ็กเกจ มาพร้อมสิทธิประโยชน์มากมาย เพื่อมอบความสบายใจในการครอบครองรถยนต์ฟอร์ดในระยะยาว เพื่อตอกย้ำคำมั่นสัญญาของฟอร์ดในการ “การันตีความใส่ใจ” และพร้อมจะดูแลเคียงข้างลูกค้าเสมือนคนในครอบครัว

ข้อเสนอสุดเร้าใจที่พลาดไม่ได้

ฟอร์ดพร้อมมอบโปรโมชั่นและสิทธิประโยชน์สุดพิเศษมากมายภายในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป และที่ผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศ ตลอดช่วงระยะเวลาการจัดงาน ดังนี้

  • ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น โอเพ่นแค็บ XL+ Sport ราคาพิเศษ 599,000 บาท (จากราคาปกติ 692,000 บาท)
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น ดับเบิลแค็บ XLT เกียร์ธรรมดา ราคาพิเศษ 759,000 บาท จากราคาปกติ 857,000 บาท
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น ดับเบิลแค็บ XLT เกียร์อัตโนมัติ ดอกเบี้ย 49% ผ่อนนาน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค ดอกเบี้ย 99% ผ่อนนาน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง และ โปรแกรมรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังรวม 10 ปี หรือ 150,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดจะถึงก่อน)
  • ฟอร์ด เอเวอเรสต์ รุ่นไทเทเนียม สปอร์ต ผ่อนเริ่มต้นเพียงเดือนละ 9,900 บาท (สำหรับปีแรก)
  • ฟอร์ด เอเวอเรสต์ รุ่นไทเทเนียม+ 4×2 ดอกเบี้ย 49% ผ่อนนาน 48 เดือน
  • ฟอร์ด เอเวอเรสต์ทุกรุ่นมาพร้อมโปรแกรมขยายการรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังนาน 10 ปี หรือ 150,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดจะถึงก่อน) และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง โดยลูกค้าสามารถเลือกโปรแกรมเริ่มผ่อนปีหน้าเมื่อจัดไฟแนนซ์ผ่านฟอร์ด ลีสซิ่ง และเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด

พบกับข้อเสนอสุดพิเศษสุดภายในงาน เมื่อจองรถฟอร์ดทุกรุ่นภายในงาน รับฟรี โค้ดส่วนลดลาซาด้า มูลค่า 1,000 บาท (เมื่อจองขั้นต่ำ 3,000 บาท) และพิเศษอีกต่อสำหรับผู้ทดสอบขับรถภายในงาน รับฟรี โค้ดส่วนลดลาซาด้า มูลค่า 200 บาท โค้ดส่วนลดมีจำนวนจำกัด และไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ทุกกรณี เงื่อนไขการใช้โค้ดส่วนลดเป็นไปตามที่ลาซาด้ากำหนด

เอ็มจี โชว์ MG Cyberster พร้อมเปิดโอกาสให้คนไทยได้เป็นเจ้าของรถสปอร์ต EV ในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป ครั้งที่ 38

0
Motor Expo 2021 3

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ชูคอนเซ็ปต์ “PIONEER of EV” ตอกย้ำภาพการเป็นผู้บุกเบิกและผลักดันรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38 (Motor Expo 2021) เปิดโอกาสให้คนไทยสามารถเป็นเจ้าของและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนา MG Cyberster รถยนต์ต้นแบบพลังงานไฟฟ้าที่ตั้งเป้าผลิตจริงในปี 2566 ผ่านแคมเปญ “MG Cyberster Prestige Reservation” พร้อมพบกับรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นล่าสุด รวมไปถึงยนตรกรรมอื่นๆ จากเอ็มจีครบทุกรุ่นและข้อเสนอสุดพิเศษ ที่บูธเอ็มจี หมายเลข A13 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 1 – 12 ธันวาคม พ.ศ. 2564 หรือที่โชว์รูมและศูนย์บริการเอ็มจีกว่า 150 แห่ง ทั่วประเทศ

เป้าหมายของแบรนด์รถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย คือการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ มีความทันสมัย มีเทคโนโลยี และมีความคุ้มค่า สำหรับลูกค้าคนไทย รวมทั้งทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยก้าวทันอุตสาหกรรมยานยนต์โลกที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี 4 ด้าน ได้แก่ เทคโนโลยีการเชื่อมต่อ (Connectivity) เทคโนโลยีเพื่อการขับขี่แบบอัตโนมัติ (Autonomous) การแบ่งปันการใช้งาน (Car Sharing ) รวมไปถึงการแนะนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (Electric Vehicle) ซึ่งทำให้เอ็มจีได้รับการยอมรับในฐานะผู้ริเริ่มและแนะนำนวัตกรรมใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดเมืองไทยอย่างต่อเนื่อง สามารถสร้างมาตรฐานใหม่ๆ ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในหลากหลายมิติ

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า
“วันนี้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยได้ก้าวมาไกลอย่างที่เอ็มจีตั้งใจไว้ หลายๆ แบรนด์ได้หันมาให้ความคัญ และเดินตามแนวทางของยานยนต์โลกมากขึ้น เราได้เห็นการแนะนำรถยนต์ที่ติดตั้งระบบการเชื่อมต่ออัจฉริยะ และระบบการขับขี่อัตโนมัติที่ให้ความสะดวกสบายกับผู้ขับขี่เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งการเติบโตของธุรกิจ Car Sharing ภายในประเทศ และที่สำคัญคือการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าภายหลังจากเอ็มจีได้บุกเบิกและผลักดันตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% อย่างจริงจัง”

นอกจากการแนะนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง เอ็มจียังวางรากฐานเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าอย่างจริงจังด้วยการลงทุนติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบ Quick Charge ภายใต้ชื่อ
MG Super Charge ที่ปัจจุบันพร้อมให้บริการแล้วกว่า 120 แห่งทั่วประเทศ โดยจะมีสถานีชาร์จอย่างน้อย 1 แห่งในทุกๆ 150 กิโลเมตร ทำให้ผู้ใช้งานรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของเอ็มจีสามารถเดินทางทั่วประเทศได้อย่างสบายใจไร้กังวล นอกจากนี้เรายังได้ร่วมมือกับทั้งภาครัฐและเอกชน โดยมีแผนที่จะเพิ่มจำนวนสถานี MG Super Charge ให้ครอบคลุมและหนาแน่นมากยิ่งขึ้น

นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวเสริมว่า “ปัจจุบันคำว่า EV มักถูกนำไปใช้ร่วมกับคำอื่นๆ จนทำให้เกิดความหมายที่ผิดเพี้ยน
ไปจากเดิม ดังนั้น ถ้าหากเราพูดถึง EV นั่นต้องหมายถึงรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% เท่านั้น โดยเอ็มจีได้เริ่มนำรถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบ MG E-Motion มาจัดแสดงในงาน Motor Expo แห่งนี้ในปี 2018 และนับจนถึงปัจจุบัน
เราได้เปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารวม 2 รุ่น  ได้แก่ MG ZS EV และ MG EP รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100%
ในรูปแบบของ SUV และ Station Wagon ด้วยรูปหลักที่โดดเด่น และสมรรถนะที่ดีเยี่ยม จนทำให้เอ็มจีสามารถครองส่วนแบ่งตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยได้มากกว่า 90% ตั้งแต่ปี 2019 จนถึงปัจจุบัน

ทั้งนี้ เพื่อตอกย้ำภาพการเป็นผู้บุกเบิกรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของเอ็มจี ในงาน Motor Expo 2021 ปีนี้
เอ็มจีได้แนะนำ MG Cyberster รถยนต์ต้นแบบพลังงานไฟฟ้า 100%  สไตล์สปอร์ตแบบ 2 ที่นั่ง ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก MGB Roadster รถสปอร์ตในตำนานของเอ็มจี ซึ่งรถยนต์คันนี้จะไม่ใช่เพียงแค่รถยนต์ต้นแบบ
แต่เอ็มจีกำลังจะปรับปรุงและพัฒนาให้กลายเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ใช้งานได้จริงในอนาคตอันใกล้นี้”

“MG Cyberster Prestige Reservation” แคมเปญที่จะทำให้ชาวไทยได้เป็นเจ้าของยนตรกรรมแห่งโลกอนาคต

เอ็มจี วางแผนนำ MG Cyberster เข้าสู่สายการผลิต และจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการเป็นเวอร์ชั่นที่ขายจริง
ในประเทศไทย (Thailand Edition) ภายในปี พ.ศ. 2566 พร้อมจัดทำแคมเปญ “MG Cyberster Prestige Reservation” ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาและเป็นเจ้าของ MG Cyberster เป็นกลุ่มแรกในประเทศไทย อีกทั้งยังได้รับสิทธิ์ร่วมกิจกรรมพิเศษอีกมากมาย ซึ่งการจองสิทธิ์จะแบ่งเป็นระดับต่างๆ ตามจำนวนเงินจอง โดยหลังจากที่ MG Cyberster เปิดตัวอย่างเป็นทางการ จำนวนเงินดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นเป็น 10 เท่า เพื่อใช้เป็นส่วนลดในการซื้อรถยนต์รุ่นนี้ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

  • Silver Package ราคา 5,000 บาท แลกรับส่วนลดได้ถึง 50,000 บาท
  • Gold Package ราคา 10,000 บาท แลกรับส่วนลดได้ถึง 100,000 บาท

โดยลูกค้าสามารถจองสิทธิ์ได้เพียงคนละ 1 สิทธิ์ เท่านั้น สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมแคมเปญ พร้อมจองสิทธิ์
ได้ที่ www.mgcars.com ตั้งแต่วันนี้ จนถึงช่วงเวลาสิ้นสุดที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 ในช่วงเดือนเมษายนของปี พ.ศ. 2565 และสำหรับผู้ที่จองในระหว่างงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 38 นี้ จะได้เข้าชม MG Cyberster ที่จัดแสดงบนเวทีแบบเอ็กซ์คลูซีฟ อีกด้วย

สะท้อนความนิยมของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า สู่การใช้งานอย่างแพร่หลาย

นอกจากนี้ ภายในงาน Motor Expo 2021 เอ็มจีได้ส่งมอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน อย่างรุ่น MG EP จำนวนทั้งสิ้น 70 คัน ให้กับบริษัท อีวี มี พลัส จำกัด ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรถยนต์พลังงานไฟฟ้า อย่างเต็มรูปแบบรายแรกที่สามารถเลือกเช่ารถยนต์พลังงานไฟฟ้าได้ตามระยะเวลาที่ต้องการผ่านแอพพลิเคชั่น EVME ทั้งนี้ เอ็มจีรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจจากบริษัทชั้นนำ และเป็นกำลังสำคัญในการสร้างสังคมยานยนต์ไฟฟ้าให้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะการเพิ่มขึ้นของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าทุกๆ คัน คือหมุดหมายสำคัญ
และเป็นแรงผลักดันให้กับเอ็มจีในการสร้างสังคมที่ดียิ่งขึ้น

พบกับรถยนต์ต้นแบบ MG Cyberster และยนตรกรรมที่มาพร้อมเทคโนโลยี ความทันสมัย และความคุ้มค่า ทุกรุ่นของเอ็มจี พร้อมรับโปรโมชั่นและข้อเสนอสุดพิเศษ ได้ที่บูธเอ็มจี หมายเลข A13 ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38 (Motor Expo 2021) ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 1 – 12 ธันวาคม พ.ศ. 2564 หรือที่โชว์รูมและศูนย์บริการเอ็มจีกว่า 150 แห่ง ทั่วประเทศ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจีได้ที่

Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand