Home Blog Page 40

“BIG MOTOR SALE 2025” สร้างปรากฎการณ์ 10 วันแห่งความสุข รวมโชว์รูมแบรนด์ดังกระตุ้นกำลังซื้อ ดันเศรษฐกิจไทยเติบโตช่วงกลางปี

0
BIG MOTOR SALE 2025 1

บริษัท ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป จำกัด ผู้จัดงาน “BIG MOTOR SALE 2025” ประกาศความสำเร็จตามคอนเซ็ปต์ “เราจะยกโชว์รูม มาขายที่นี่!” ได้กระแสตอบรับดียิ่ง สามารถปลุกตลาดซื้อขายยานยนต์ให้คึกคักต่อเนื่องตลอด 10 วันการจัดงาน

BIG MOTOR SALE 2025 2

นายจรวย ขันมณี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป จำกัด และประธานกรรมการอำนวยการจัดงาน “BIG MOTOR SALE 2025” (BANGKOK INTERNATIONAL GRAND MOTOR SALE 2025) เผยว่า “การจัดงาน BIG MOTOR SALE 2025 ในปีนี้ นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่สะท้อนถึงศักยภาพและความเชื่อมั่นของอุตสาหกรรมยานยนต์และผู้บริโภคไทย ตลอดช่วงเวลาการจัดงาน เราได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม มีผู้เข้าชมงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกวัน ส่งผลให้บรรยากาศการซื้อขายเป็นไปอย่างคึกคักและเกิดการจับจ่ายใช้สอยอย่างแท้จริง”

BIG MOTOR SALE 2025 3

BIG MOTOR SALE 2025 5

BIG MOTOR SALE 2025 5

นายจรวย กล่าวเพิ่มเติม “ สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงเป็นสัญญาณที่ดีต่อภาคธุรกิจยานยนต์ แต่ยังมีส่วนสำคัญต่อการขับเคลื่อนและฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยให้มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ขอขอบคุณพันธมิตรผู้แสดงสินค้า ผู้ประกอบการทุกภาคส่วน รวมถึงผู้บริโภคที่มอบความไว้วางใจให้กับงาน BIG MOTOR SALE ปีที่ 12 นี้ ซึ่งทั้งหมดคือแรงผลักดันให้เราสานต่อภารกิจในการจัดงานที่มีคุณภาพ และสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป”

BIG MOTOR SALE 2025 7

ขอแจ้งข่าวดี ปีหน้าพบกับ BIG MOTOR SALE 2026 เปิดทางเลือกใหม่ สำหรับผู้ซื้อและผู้ขายยานยนต์ เราจะยกโชว์รูมมาไว้ที่นี่…! วันที่ 21-30 สิงหาคม 2569 ณ ไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร

“ฮอนด้า” เผยไฮไลต์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีแห่งการขับเคลื่อน ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ที่สร้างสรรค์จากพลังแห่งความฝันของฮอนด้า ณ งาน Japan Mobility Show 2025

0
ฮอนด้า 1

บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ประกาศไลน์อัปผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทั้ง รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เครื่องยนต์อเนกประสงค์ (Power Products) และอากาศยาน รวมถึงเทคโนโลยีและรถต้นแบบต่างๆ ที่เตรียมจัดแสดง ณ บูทฮอนด้า ในงาน Japan Mobility Show 2025 (รอบสื่อมวลชน วันที่ 29 – 30 ตุลาคม 2568 และรอบบุคคลทั่วไป วันที่ 31 ตุลาคม 2568 – 9 พฤศจิกายน 2568)

โดยฮอนด้าเตรียมเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดแสดงในช่วงก่อนงานเริ่ม ทั้งรายละเอียดแนวคิดหลักของบูท และข้อมูลผลิตภัณฑ์บางรุ่นที่จะนำมาจัดแสดง รวมถึงรายละเอียดเกี่ยวกับการเข้าร่วมในส่วนของการจัดแสดงหลักซึ่งจัดโดยสมาคมผู้ผลิตยานยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น (JAMA)

เว็บไซต์พิเศษของฮอนด้าสำหรับงาน Japan Mobility Show 2025:http://global.honda/en/japan-mobility-show/2025/

■ ฮอนด้าเตรียมจัดแสดงผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีแห่งการขับเคลื่อนครบวงจร ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ที่สร้างสรรค์จากพลังแห่งความฝันของฮอนด้า
นับตั้งแต่ก่อตั้ง ฮอนด้าขับเคลื่อนด้วยพลังแห่งความฝันของพนักงาน ด้วยการใช้ความคิดและเทคโนโลยีที่เป็นเอกลักษณ์ของฮอนด้าในการพัฒนาและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีแห่งการขับเคลื่อน ในฐานะบริษัทผู้นำด้านเทคโนโลยีแห่งการขับเคลื่อน ฮอนด้าจึงไม่หยุดยั้งที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เพื่อเพิ่มพูน (Augment) ศักยภาพและความเป็นไปได้ของผู้คนและสังคมผ่านผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีแห่งการขับเคลื่อน รวมถึงบริการต่างๆ ของฮอนด้า

ในงาน Japan Mobility Show 2025 ฮอนด้าเตรียมจัดแสดงผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีแห่งการขับเคลื่อนที่หลากหลาย ทั้งทางบก ได้แก่ รถยนต์และรถจักรยานยนต์ รวมถึงทางทะเลและทางอากาศ ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดจากการความฝันของฮอนด้าที่พัฒนาให้กลายเป็นจริงด้วยการใช้เทคโนโลยีอันล้ำสมัยล่าสุดของฮอนด้า

ไฮไลต์สำคัญที่จะจัดแสดงในปีนี้ ประกอบด้วยรถยนต์ไฟฟ้า Honda 0 Series ที่มีแผนเปิดตัวทั่วโลกในปี 2026 รวมถึงรถยนต์และรถจักรยานยนต์รุ่นที่วางจำหน่ายในปัจจุบัน นอกจากนี้ ฮอนด้าจะนำแบบจำลองเท่าขนาดจริงภายในห้องโดยสารของ HondaJet Elite II เครื่องบินเจ็ตธุรกิจขนาดเล็ก มาจัดแสดงอีกครั้ง เพื่อให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสกับความกว้างขวางภายในห้องโดยสารของ Honda Jet ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในงาน Japan Mobility Show 2023 ที่ผ่านมา

บูทฮอนด้าได้รับการออกแบบเพื่อให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสกับผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมแห่งการขับเคลื่อนที่สร้างสรรค์จากพลังแห่งความฝัน เทคโนโลยี และแนวคิดอันเป็นเอกลักษณ์ของฮอนด้า โดยไลน์อัปผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่จะนำมาจัดแสดง จะมีการประกาศเพิ่มเติมในช่วงปลายเดือนกันยายน ผ่านข่าวประชาสัมพันธ์และเว็บไซต์พิเศษของ Honda Japan Mobility Show 2025

<รถยนต์ต้นแบบบางส่วนที่จะนำมาจัดแสดง>
รถยนต์:
■ รถยนต์ซีดานไฟฟ้าต้นแบบ ฮอนด้า ซีโร่ ซาลูน (Honda 0 Saloon Prototype) – เปิดตัวครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น

ฮอนด้า 2
รถยนต์ซีดานไฟฟ้าต้นแบบ ฮอนด้า ซีโร่ ซาลูน ซึ่งเป็น Flagship Model ของซีรีส์ฯ พัฒนาขึ้นจากการออกแบบโครงสร้างตัวรถสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยเฉพาะ มาพร้อมเทคโนโลยีแห่งอนาคต ที่สะท้อนแนวคิด “Thin, Light and Wise” (บาง เบา และชาญฉลาด) ของ Honda 0 Series ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

■ ฮอนด้า ซีโร่ เอสยูวี รถต้นแบบ SUV ไฟฟ้าขนาดกลาง (Honda 0 SUV Prototype) – เปิดตัวครั้งแรกในญี่ปุ่น

ฮอนด้า 3
ฮอนด้า ซีโร่ เอสยูวี รถต้นแบบ SUV ไฟฟ้าขนาดกลาง ที่นับเป็นรุ่นแรกภายใต้ Honda 0 Series ที่จะเปิดตัวเข้าสู่ตลาด ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด “Thin, Light and Wise” (บาง เบา และชาญฉลาด) โดยมาพร้อมพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่โปร่งโล่ง ทัศนวิสัยกว้างขวาง และโดดเด่นด้วยพื้นที่การใช้งานที่ยืดหยุ่น

รถจักรยานยนต์:
■ CUV e: – รุ่นการผลิตจริง

ฮอนด้า 4
Honda CUV e: คือ รถจักรยานยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นที่ 2 ของแบรนด์ โดยมีการติดตั้งแบตเตอรี่ Honda Mobile Power Pack e: ซึ่งเป็นแบตเตอรี่แบบสับเปลี่ยนได้ (Swappable Battery) ไม่ต้องเสียเวลารอชาร์จ เพื่อให้การเดินทางของคุณสะดวกสบายยิ่งขึ้น

■ Rebel 1100 S Edition Dual Clutch Transmission – รุ่นการผลิตจริง

ฮอนด้า 5
Honda Rebel 1100 รถครุยเซอร์รุ่นใหญ่สุดที่มาพร้อมกับระบบเกียร์อัตโนมัติแบบคลัตช์คู่ (Dual Clutch Transmission)

ผลิตภัณฑ์การขับเคลื่อนอื่นๆ ของฮอนด้า:
■ HondaJet Elite II – ห้องโดยสารจำลองเท่าขนาดจริง

ฮอนด้า 6
HondaJet Elite II เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวขนาดเล็กที่ยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของและความสะดวกสบายไปอีกขั้น โดดเด่นด้วยสมรรถนะที่เหนือกว่า HondaJet Elite โดยได้รับการพัฒนาด้านการออกแบบและผสานเข้ากับฟังก์ชันการใช้งานอย่างสมบูรณ์แบบ

■ Honda BF350 เครื่องยนต์เรือขนาดใหญ่ – รุ่นการผลิตจริง

ฮอนด้า 7
Honda BF350 เป็นแฟลกชิปเครื่องยนต์เรือของฮอนด้า ผสานพลังขับเคลื่อนสูงเข้ากับความประหยัดน้ำมัน พร้อมดีไซน์ที่เรียบง่ายและสะอาดตา เหมาะกับเรือทุกประเภท

■ ฮอนด้าเตรียมเข้าร่วมในส่วนการจัดแสดงหลักที่จัดโดยสมาคมผู้ผลิตยานยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น (JAMA)
・Tokyo Future Tour 2035 – สัมผัสความตื่นเต้นกับเทคโนโลยีการขับเคลื่อนแห่งอนาคต
Tokyo Future Tour 2035 คือ กิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและความน่าตื่นเต้นเกี่ยวกับอนาคตของญี่ปุ่น รวมถึงบทบาทสำคัญของผลิตภัณฑ์และบริการที่มีส่วนในการขับเคลื่อนสังคม โดยผู้เข้าชมจะได้สัมผัสเทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้นจริงในอนาคตอันใกล้ และได้เห็นว่าเทคโนโลยีเหล่านี้จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตประจำวันของผู้คนในอีก 10 ปีข้างหน้าได้อย่างไร

ฮอนด้าพร้อมนำหลากหลายผลิตภัณฑ์มาจัดแสดง ได้แก่ หุ่นยนต์ตัดหญ้า Miimo Series และ UNI-ONE อุปกรณ์เคลื่อนที่ส่วนบุคคลแบบแฮนด์ฟรี ที่ผู้ใช้งานสามารถบังคับทิศทางได้ง่าย ๆ โดยการเปลี่ยนถ่ายน้ำหนักตัวขณะนั่งโดยไม่ต้องใช้มือบังคับ

・Mobility Culture Program – สัมผัสความตื่นเต้นจากผลิตภัณฑ์ด้านการขับเคลื่อน

Mobility Culture เป็นกิจกรรมพิเศษในงาน Japan Mobility Show มุ่งเน้นการนำเสนอเรื่องราวเบื้องหลังของผลิตภัณฑ์ด้านการขับเคลื่อนที่มีหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่มีความเกี่ยวข้องและผูกพันกับชีวิตประจำวันของผู้คนมาอย่างยาวนาน และสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้คนได้อย่างต่อเนื่อง

ในงานนี้ฮอนด้าเตรียมจัดแสดงรถยนต์ในตำนานอย่าง McLaren Honda MP4/4 ซึ่งสร้างสถิติในการคว้าชัยชนะสูงสุดถึง 15 ครั้ง จากทั้งหมด 16 สนาม ในการแข่งขันรถยนต์สูตรหนึ่งชิงแชมป์โลก FIA*2 Formula One (F1) พร้อมคว้าแชมป์ทั้งประเภทผู้ผลิต (Constructors) และประเภทนักแข่ง (Drivers) ในปี 1998 อีกทั้งจัดแสดงร่วมกับรถจักรยานยนต์หลายรุ่น ได้แก่ NSR500 ที่คว้าแชมป์ในรุ่น 500 ซีซี ในการแข่งขัน FIM*3 Road Racing World Championship Grand Prix ในปี 1994

・Startup Future Factory – เปิดประสบการณ์ที่เร้าใจกับธุรกิจด้านการขับเคลื่อน

Startup Future Factory จะรวบรวมเทคโนโลยีอันล้ำสมัยและแนวคิดอันเป็นเอกลักษณ์จากบริษัทสตาร์ทอัพที่แสดงให้เห็นถึงแนวทางด้านการขับเคลื่อนแห่งอนาคต รวมถึงนำเสนอความร่วมมือในการสร้างสรรค์ธุรกิจยุคใหม่ในอุตสาหกรรมแห่งการขับเคลื่อน

นอกจากนี้ ฮอนด้ายังเตรียมจัดบูทพิเศษสำหรับโปรแกรม Honda IGNITION ซึ่งเป็นธุรกิจใหม่ของฮอนด้า ที่มุ่งส่งเสริมให้บุคลากรนำความรู้ด้านเทคโนโลยีและแนวคิดที่มีเอกลักษณ์มาใช้เพื่อแก้ไขปัญหาทางสังคมอีกทั้งสร้างคุณค่าใหม่ให้กับผู้คนและสังคม

・กิจกรรม “Out of KidZania” ในงาน Japan Mobility Show

กิจกรรมพิเศษที่เกิดจากความร่วมมือกับ KidZania ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการด้านสถานที่ที่เปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 ได้มาสวมบทบาทเพื่อทดลองและเรียนรู้เกี่ยวกับอาชีพต่าง ๆ ในอุตสาหกรรมการขับเคลื่อน

ฮอนด้ายังเตรียมกิจกรรม interactive ที่น่าสนใจไว้เพื่อให้ผู้เข้าชมได้ร่วมสนุกและเรียนรู้เกี่ยวกับโครงสร้างและกลไกการทำงานของ Honda UNI-ONE รวมถึงได้ลองคิดแผนธุรกิจใหม่ ๆ สำหรับการนำ UNI-ONE ไปใช้งานให้เกิดประโยชน์อีกด้วย

โดยสมาคมผู้ผลิตยานยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น (JAMA) จะแจ้งรายละเอียดเพิ่มเติมของแต่ละกิจกรรมและการจัดแสดง ตั้งแต่เดือนกันยายนเป็นต้นไป

“เมอร์เซเดส-เบนซ์” ติดตั้งระบบ Solar Rooftop กำลังการผลิต 320 kWp ที่ศูนย์ MBCC บางนา สอดคล้องวิสัยทัศน์ระดับโลกในการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2582

0
เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) 1

เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ขับเคลื่อนกลยุทธ์ความยั่งยืนด้านพลังงานด้วยการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop) บนพื้นที่ศูนย์ฝึกอบรม (Training Center – TRC) และคลังอะไหล่ (Part Logistics Warehouse – PDC) ภายในศูนย์ MBCC ถนนบางนาตราด กม. 19 กำลังการผลิตติดตั้งรวมกว่า 320 กิโลวัตต์พีค (Kilowatt Peak – kWp) สามารถผลิตไฟฟ้าเฉลี่ยถึง 270 – 300 เมกะวัตต์-ชั่วโมง (MWh) ต่อปี โดยมีการติดตั้งเสร็จสิ้นในเดือนเมษายน 2568 ซึ่งจากข้อมูลสถิติในช่วงที่ผ่านมา บริษัทฯ คาดว่าจะช่วยลดต้นทุนค่าพลังงานไฟฟ้าสะสมภายในปี 2577 ได้กว่า 11.7 ล้านบาท และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานไฟฟ้าจากกำลังผลิตสูงขึ้นราว 25% โดยการลงทุนดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในแผนงานที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ระดับโลกของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี 2582

เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) 2

จากข้อมูลสถิติการใช้พลังงานไฟฟ้าของศูนย์ MBCC ในเดือนพฤษภาคม 2568 พบว่าการใช้ไฟฟ้าที่ศูนย์ฝึกอบรม TRC ลดลงถึง 47% ในขณะที่คลังอะไหล่ PDC ลดลง 36% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา โดยปัจจุบันมีการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์เฉลี่ยอยู่ที่ 401 – 467 kWh ต่อวัน สูงกว่าค่าคาดการณ์ในระดับ 10 – 18% ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการติดตั้งระบบ Solar Rooftop ในฐานะโซลูชันพลังงานสะอาด สามารถช่วยลดการพึ่งพาแหล่งไฟฟ้าภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) 3

นอกจากการประหยัดต้นทุนด้านพลังงานแล้ว โครงการ Solar Rooftop ยังสามารถลดการปล่อยคาร์บอนได้ราว 123 ตันต่อปี หรือคิดเป็น 9% ของการปล่อยคาร์บอนที่คาดการณ์ไว้ตลอดทั้งปี โดยแบ่งเป็นคาร์บอนที่ลดลงจากศูนย์ฝึกอบรม TRC จำนวน 69 ตัน และจากคลังอะไหล่ PDC จำนวน 54 ตัน

เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) 5

การดำเนินโครงการ Solar Rooftop ในประเทศไทย สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในการขับเคลื่อนสู่การใช้พลังงานสะอาดอย่างเป็นระบบ ควบคู่ไปกับโครงการระดับโลกอื่น ๆ เช่น การวิจัยและพัฒนาสีเคลือบผิวชนิดโซลาร์เซลล์ (Solar Photovoltaic Paint) โดยใช้วัสดุที่ไม่เป็นพิษ ปราศจากซิลิคอน และปราศจากแร่ธาตุหายาก รวมถึงการเตรียมการสำหรับติดตั้งแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานขนาด 11 MWh แบบ Organic SolidFlow ณ โรงงาน Rastatt ประเทศเยอรมนี เพื่อเพิ่มความเสถียรในการจัดการพลังงานแสงอาทิตย์ ทั้งหมดนี้ล้วนตอกย้ำความมุ่งมั่นในการผสานพลังงานสะอาดเข้ากับทุกมิติของเมอร์เซเดส-เบนซ์ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างนวัตกรรม และการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

Curvistan Bangkok เผยโฉมนิทรรศการใหม่ ‘Raceborn’ ฉลอง 1 ปี ถ่ายทอดจิตวิญญาณมอเตอร์สปอร์ตของ Porsche

0

เคอร์วิสตาน แบงคอก (Curvistan Bangkok) ฉลองครบรอบ 1 ปีด้วยนิทรรศการใหม่สุดพิเศษ “Raceborn” เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวประวัติศาสตร์มอเตอร์สปอร์ตอันยิ่งใหญ่ของปอร์เช่ ไฮไลต์สำคัญคือการนำปอร์เช่ 956 (Porsche 956) รถแข่งในตำนาน ส่งตรงจากพิพิธภัณฑ์ปอร์เช่  (Porsche Museum) ประเทศเยอรมนี มาจัดแสดงเป็นครั้งแรกที่กรุงเทพฯ ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างประวัติศาสตร์มอเตอร์สปอร์ต ผลงานวิศวกรรมชั้นสูง และดีไซน์ร่วมสมัย ในนิทรรศการเดียวกันอย่างลงตัว

เคอร์วิสตาน แบงคอก พื้นที่ไลฟ์สไตล์สุดสร้างสรรค์ด้านยานยนต์และดีไซน์ ใจกลางย่านทองหล่อ ซอยสุขุมวิท 38 เปิดตัวนิทรรศการพิเศษในโอกาสครบรอบ 1 ปี ภายใต้ชื่อ “Raceborn” ถ่ายทอดเรื่องราวมอเตอร์สปอร์ตอันทรงคุณค่าของปอร์เช่ (Porsche) ผ่านการจัดแสดงเชิงประสบการณ์ที่สะท้อนจิตวิญญาณแห่งมอเตอร์สปอร์ตอย่างแท้จริง

นับตั้งแต่เปิดในปี 2567 เคอร์วิสตาน (Curvistan) ได้กลายเป็นจุดหมายทางวัฒนธรรมที่สำคัญ ที่ดึงดูดทั้งผู้รักรถยนต์ ผู้สนใจงานดีไซน์ และผู้ที่หลงใหลในปอร์เช่ แนวคิดของเคอร์วิสตาน ถูกสร้างสรรค์โดย คุณสเตฟาน บ็อกเนอร์ (Stefan Bogner) ผู้ก่อตั้งนิตยสาร Curves และคุณชานนท์ เรืองกฤติยา นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และนักสะสมปอร์เช่ชาวไทย โดยผสมผสานพื้นที่แกลเลอรี งานออกแบบ คาเฟ่ และการเล่าเรื่องราวด้านยานยนต์เข้าไว้ในพื้นที่เดียวกัน พร้อมนิทรรศการหมุนเวียนตามธีมที่เปลี่ยนแปลงตลอดปี ภายใต้การสนับสนุนจากพิพิธภัณฑ์ปอร์เช่ ประเทศเยอรมนี ปอร์เช่ ประเทศไทย และปอร์เช่ เอเชีย แปซิฟิก (Porsche Asia Pacific) ทำให้เคอร์วิสตาน กลายเป็นอีกหนึ่งสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมของกรุงเทพฯ

นิทรรศการ Raceborn” ที่เพิ่งเปิดตัว ถ่ายทอดจุดกำเนิดที่แท้จริงของปอร์เช่บนสนามแข่ง โดยอ้างอิงจากความสำเร็จตลอดหลายทศวรรษในรายการแข่งขันเอ็นดูรานซ์ (Endurance Racing), ฟอร์มูลา อี (Formula E) และการแข่งขันในระดับลูกค้า (Customer Motorsport) ภายในงานได้คัดสรรรถแข่งระดับตำนาน ซึ่งหาชมได้ยากจากคลังประวัติศาสตร์ของปอร์เช่มาจัดแสดง โดยมีไฮไลต์สำคัญคือรถแข่งปอร์เช่ 956 ที่ถูกส่งตรงจาก พิพิธภัณฑ์ ปอร์เช่ เมืองสตุ๊ทการ์ท ประเทศเยอรมนี มาจัดแสดงเป็นพิเศษ

มร. ไมเคิล เวตเตอร์ กรรมการผู้จัดการ ปอร์เช่ ประเทศไทย กล่าวว่า “ปอร์เช่ 956 คือตำนานที่เปลี่ยนโฉมหน้าวงการมอเตอร์สปอร์ต และการที่ได้นำรถคันนี้มาจัดแสดงที่กรุงเทพฯ ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของเรา นี่คือโอกาสที่แฟนชาวไทยจะได้สัมผัสกับมรดกแห่งความเป็น ‘Raceborn’ ของปอร์เช่อย่างใกล้ชิด ในเจ็ดเดือนแรกของปีนี้ ปอร์เช่ ประเทศไทย มียอดการจดทะเบียนเพิ่มขึ้นถึง 29% สะท้อนให้เห็นถึงความหลงใหลและความผูกพันของลูกค้าชาวไทยที่มีต่อวัฒนธรรมมอเตอร์สปอร์ตของปอร์เช่และ เคอร์วิสตานก็เป็นเวทีที่สมบูรณ์แบบในการเฉลิมฉลองจิตวิญญาณนี้ร่วมกัน”

 

ไฮไลต์สุดพิเศษของนิทรรศการครั้งนี้ คือ ปอร์เช่ 956 (Porsche 956) “LH” หรือ Langheck” / “Longtail” รถแข่งในตำนานที่ไม่เพียงแต่คว้าชัยชนะในสนาม หากยังเป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แก่วงการมอเตอร์สปอร์ตในยุคนั้น เปิดตัวครั้งแรกในปี 1982 รถรุ่นนี้คือคำตอบของปอร์เช่ต่อกติกาใหม่ของ FIA Group C ด้วยการผสานเทคโนโลยีอากาศพลศาสตร์ล้ำสมัยเข้ากับโครงสร้างแชสซีแบบอะลูมิเนียม
โมโนค็อกที่มีน้ำหนักเบา ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของรถแข่งปอร์เช่ที่ใช้โครงสร้างในลักษณะนี้

ขับเคลื่อนด้วย เครื่องยนต์ 6 สูบนอน เทอร์โบคู่ ที่พัฒนามาจากรุ่น 936 ปอร์เช่ 956 สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 365 กม./ชม. บนทางตรง มูลแซน (Mulsanne) อย่างน่าทึ่ง และได้สร้างชื่อเสียงอย่างรวดเร็วในวงการเอ็นดูรานซ์ ด้วยชัยชนะต่อเนื่องหลายรายการที่การแข่งขัน 24 ชั่วโมงแห่งเลอมังส์ โดยมีนักแข่งในตำนาน เซอร์ แจ็กกี้ อิกซ์ (Sir Jacky Ickx) เป็นผู้ขับขี่ รวมถึงการคว้าชัยชนะอันดับ 1, 2 และ 3 ในปีเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่

แต่สิ่งที่สร้างความประทับใจที่สุดของ ปอร์เช่ 956 เกิดขึ้นในปี 1983 เมื่อ สเตฟาน เบลโลฟ (Stefan Bellof) นักแข่งในตำนาน ขับปอร์เช่ 956 ทำรอบสนามที่เร็วที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้บนสนามนูร์เบอร์กริง นอร์ดชไลเฟอ (Nürburgring Nordschleife) ด้วยเวลา 6 นาที 11.13 วินาที ซึ่งถือเป็นสถิติที่อยู่ยาวนานถึง 35 ปี ก่อนที่ ทิโม เบิร์นฮาร์ด (Timo Bernhard) ขับปอร์เช่ 919 อีโว (Porsche 919 Evo) เวอร์ชันไฟฟ้า ทำลายสถิติใหม่

ด้วยดีไซน์อันงดงาม สมรรถนะล้ำสมัย และบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการแข่งขัน Group C ทำให้
ปอร์เช่ 956 ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในรถแข่งที่ทรงเกียรติที่สุดตลอดกาล การปรากฏตัวของรถคันนี้ในกรุงเทพฯ ถือเป็นโอกาสอันหายาก ที่แฟนๆ ผู้หลงใหลในความเร็วจะได้สัมผัสไอคอนตัวจริงแห่งโลกมอเตอร์สปอร์ต อย่างใกล้ชิด

ปิดท้ายด้วย 911 คาร์เรเร่า (911 Carrera) ที่มาพร้อมลวดลายพิเศษซึ่งได้แรงบันดาลใจจาก 956 LH เพิ่มความโดดเด่นสะดุดตาให้กับนิทรรศการ โดยลวดลายดังกล่าวเป็นการแสดงความเคารพต่อยุคทองของการแข่งขัน Group C ที่ปอร์เช่ครองความยิ่งใหญ่ ถ่ายทอดสายสัมพันธ์ระหว่างอดีตและปัจจุบันอย่างงดงาม และเชื่อมโยงกับจุดเริ่มต้นแห่งความสำเร็จบนสนามแข่งของแบรนด์

เมื่อรวมทั้งหมดแล้ว นิทรรศการ Raceborn ที่เคอร์วิสตาน แบงคอก ถือเป็นเครื่องย้ำเตือนอย่างชัดเจนว่า รถสปอร์ต รถยนต์อเนกประสงค์ และรถยนต์ไฟฟ้าของปอร์เช่ทุกคันมีดีเอ็นเอที่หล่อหลอมมาจากสนามแข่งที่ท้าทายที่สุดของโลก ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนพันธุ์แท้มอเตอร์สปอร์ต ผู้หลงใหลในปอร์เช่ หรือเพียงแค่สนใจอยากสัมผัสรถยนต์ที่สร้างประวัติศาสตร์ Raceborn สามารถมอบประสบการณ์ที่กระตุ้นความรู้สึกได้เทียบเท่ากับเสียงเครื่องยนต์ซึ่งเป็นหัวใจของนิทรรศการ

 

นิทรรศการ Raceborn เปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 28 สิงหาคม 2568 ต่อหน้าสื่อมวลชนจากประเทศไทยและทั่วโลก โดยงานเปิดตัวปิดท้ายด้วยปาร์ตี้สุดคึกคัก เพื่อเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 1 ปีของ
เคอร์วิสตาน แบงคอก

นิทรรศการเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชม โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม ถึง วันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 ที่เคอร์วิสตาน แบงคอก ตั้งอยู่ที่ ซอยสุขุมวิท 38 ติดกับ BTS ทองหล่อ เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 08.00–21.30 น.

ชำแหละค่าใช้จ่ายการดูแลรักษารถเอสยูวีระดับพรีเมียม NEW GWM TANK 500 DIESEL เริ่มต้นเพียง 1,841 บาท พร้อมการรับประกันเครื่องยนต์ถึง 1 ล้านกิโลเมตร!

0
เกรทวอลล์ มอเตอร์ 1

ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” เผยข้อมูลค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษารถยนต์ SUV 7 ที่นั่งสุดพรีเมียม NEW GWM TANK 500 DIESEL ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจนใหม่ล่าสุด ที่มอบความคุ้มค่าในทุกมิติ ถึงแม้ตัวรถจะหรูหราเหนือระดับ แต่การบำรุงรักษาไม่ได้สร้างความกังวลให้กับผู้ที่เป็นเจ้าของ ให้อิสรภาพแก่ผู้ใช้รู้สึกสบายกระเป๋า ไร้ภาระที่หนักอึ้ง สบายใจและมั่นใจภายใต้การดูแลที่โปร่งใส ครอบคลุมทั้งอะไหล่และการบริการของทีมช่างผู้เชี่ยวชาญจาก GWM ตลอดระยะเวลาของการเป็นเจ้าของ NEW GWM TANK 500 DIESEL

เกรทวอลล์ มอเตอร์  2

เทียบชัด! ความกังวลของผู้ใช้เครื่องยนต์ดีเซลกับความคุ้มค่า เริ่มต้นเพียง 1,841 บาท ของ NEW GWM TANK 500 DIESEL

ความกังวลของผู้ใช้รถดีเซลทั่วไปคุ้มค่ากว่า ประหยัดกว่า ตลอดระยะเวลาใช้งาน

NEW GWM TANK 500 DIESEL

น้ำมันเครื่องและไส้กรองต้องเปลี่ยนบ่อย ทำให้ค่าใช้จ่ายสูงกำหนดรอบเปลี่ยนชัดเจนทุก 6 เดือน หรือ 10,000 กม. น้ำมันเครื่อง E24D และไส้กรองมีราคาสุดคุ้ม เริ่มต้นเช็กระยะเพียง 1,841 บาท
ค่าเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิง ไส้กรองอากาศ ไส้กรองแอร์จะแพงมั้ย?ไส้กรองทั้ง 3 ประเภท จะเปลี่ยนทุก 1 ปี หรือ 20,000 กม. แต่ละอย่างในราคาเพียงหลักร้อย รวมทั้ง 3 ไส้กรองมีค่าใช้จ่ายเพียง 1,400 บาท
สายพานไทม์มิ่งค่าใช้จ่ายสูง ขาดแล้วเสียหายหนักตรวจสภาพทุก ๆ ปี หรือ 20,000 กม. และเปลี่ยนตามรอบทุก 80,000 กม. ราคาเพียง 1,835 บาทเท่านั้น
DPF (กรองเขม่า) อุดตันซ่อมแพงGWM จะเช็กการทำงานของวาล์วควบคุมการนำไอเสียกลับไปเผาซ้ำและระบบระบายความร้อน ให้ทุก ๆ 1 ปี หรือ 20,000 กม. ป้องกันการอุดตันและปัญหาที่อาจเกิดขึ้นตามมา ประหยัดค่าใช้จ่าย โดยไม่ต้องเติมน้ำยาบำบัดไอเสียสำหรับเครื่องยนต์ดีเซล
น้ำมันเกียร์/เฟืองท้ายมีราคาสูงเปลี่ยนตามรอบพร้อมเช็กสภาพ รวมในแพ็กเกจบำรุงรักษา ไม่มีค่าแรงเพิ่มสำหรับลูกค้า GCSI (GWM CARE Service Inclusive)
หัวฉีด ปั้มน้ำมันเชื้อเพลิง เทอร์โบ มีค่าใช้จ่ายในการซ่อมสูงการบำรุงรักษาตามระยะช่วยยืดอายุอุปกรณ์สำคัญ ๆ ใช้น้ำมันและอะไหล่แท้คุณภาพสูง ลดโอกาสเสียหาย
ค่าแรงศูนย์บริการแพงฟรีค่าแรงสูงสุด 10 ครั้ง ภายใน 5 ปี หรือ 100,000 กม. สำหรับลูกค้า GCSI (GWM CARE Service Inclusive)

 

เกรทวอลล์ มอเตอร์  3

GWM ได้ออกแบบโปรแกรมการบำรุงรักษา NEW GWM TANK 500 DIESEL มาอย่างโปร่งใส โดยรถยนต์รุ่นนี้จะเข้ารับการเช็กระยะทุก ๆ 6 เดือนหรือ 10,000 กม. และมีค่าใช้จ่ายรวมอะไหล่ในแต่ละครั้งเริ่มต้นเพียง 1,841 บาท สำหรับการเช็กระยะ 10,000 กม. และจะมีค่าใช้จ่ายสูงสุดเพียง 11,855 บาท ในระยะ 80,000 กม. เนื่องจากมีการเปลี่ยนถ่ายและเปลี่ยนอะไหล่สำคัญหลายรายการ เช่น น้ำมันเกียร์, น้ำมันเฟืองท้าย, น้ำยาหล่อเย็นเครื่องยนต์ น้ำมันเบรก และสายพานไทม์มิ่ง เป็นต้น โดยค่าบำรุงรักษาตามระยะทางตลอดระยะเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร จะอยู่ที่เพียง 38,446 บาท หรือเฉลี่ยเพียงปีละประมาณ 7,700 บาท* โดยไม่มีค่าแรงเพิ่มเติมในทุกระยะ นอกจากนี้ ในการเช็กระยะทุกครั้ง GWM จะมีการตรวจเช็กสภาพอุปกรณ์สำคัญ ๆ อาทิ น็อต จานเบรก ยางกันฝุ่นและลูกหมาก อินเตอร์คูลเลอร์ หม้อน้ำ ถังพักน้ำหล่อเย็น แบตเตอรี่ 12V การรั่วซึมต่าง ๆ พร้อมบริการคุณภาพจากทีมช่างเทคนิคที่ผ่านการอบรมตามมาตรฐานของ GWM จึงมั่นใจได้ว่ารถยนต์ NEW GWM TANK 500 DIESEL ทุกคันจะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุดในทุกการเดินทาง (หมายเหตุ ราคาค่าบำรุงรักษาทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และเริ่มมีผลวันที่ 1 กันยายน 2568 เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีการแจ้งการเปลี่ยแปลงเพิ่มเติม และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เหล่านี้ อ้างอิงจากรุ่น NEW GWM TANK 500 DIESEL 2.4T ULTRA 4WD)

GWM ดูแลให้ทุกขั้นตอน ง่ายเหมือนอยู่บ้าน เพราะใส่ใจแม้ในวันที่ยุ่งที่สุด

เกรทวอลล์ มอเตอร์  4

นอกจากค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาที่คุ้มค่าและโปร่งใสแล้ว GWM ยังให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายของลูกค้าเป็นอันดับแรก แม้ในวันที่ไม่มีเวลาเดินทางมาศูนย์บริการ หรือศูนย์บริการอยู่ห่างไกลจากบ้าน ผู้ใช้งานก็สามารถเลือกใช้บริการ Mobile Service เพื่อตรวจเช็กและบำรุงรักษารถนอกสถานที่ได้อย่างครบครัน โดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญของ GWM จะเดินทางไปยังสถานที่ที่ลูกค้ากำหนด เช่น ที่บ้านหรือที่ทำงาน เพื่อดำเนินการบำรุงรักษาตามระยะและให้คำแนะนำการดูแลรถ โดยไม่จำเป็นต้องนำรถเข้าศูนย์บริการด้วยตัวเอง โดยมีค่าใช้จ่ายที่เข้าถึงได้ ช่วยให้ทุกขั้นตอนของการดูแลรถเป็นเรื่องง่าย ไม่ต่างจากความสุขในการเป็นเจ้าของ NEW GWM TANK 500 DIESEL ที่ดูแลได้ครบ จบ สบายใจในที่เดียว

ทนทาน รับประกันยาวนาน 1 ล้านกิโลเมตร (หรือ 8 ปี) สูงที่สุดในไทย

เกรทวอลล์ มอเตอร์  5

ไร้กังวลเรื่องความทนทานและค่าใช้จ่ายระยะยาวของเครื่องยนต์ดีเซล เพราะ GWM มอบการรับประกันยาวนานที่สุดในไทยถึง 1 ล้านกิโลเมตร (หรือ 8 ปี) ให้คุณมั่นใจในคุณภาพของเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซล ที่ได้รับการพัฒนามาอย่างยาวนานเกือบ 30 ปี การันตีโดยผู้ใช้เกือบ 2 ล้านคน ในกว่า 170 ประเทศทั่วโลก จนเป็นเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจนเนอเรชั่นใหม่ล่าสุด ที่อยู่ใน NEW GWM TANK 500 DIESEL ที่ผ่านบทพิสูจน์ถึงความทนทานในระยะทางกว่า 6 ล้านกิโลเมตร มอบความอุ่นใจในการใช้งานและการดูแลรักษาในอนาคต

เกรทวอลล์ มอเตอร์  8

NEW GWM TANK 500 DIESEL วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการใน 3 รุ่นย่อย ทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมสีภายนอก 3 สี ได้แก่ สีขาว สีเทา และรุ่นตกแต่งพิเศษ Black Warrior (เฉพาะรุ่น 2.4T ULTRA และ 2.4T ULTRA 4WD) ในราคาแนะนำในช่วงการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ดังนี้

  • NEW GWM TANK 500 DIESEL 4T PRO ราคา 1,399,000 บาท
  • NEW GWM TANK 500 DIESEL 4T ULTRA* ราคา 1,499,000 บาท
  • NEW GWM TANK 500 DIESEL 4T ULTRA 4WD* ราคา 1,599,000 บาท

(*ทั้ง ULTRA และ ULTRA 4WD มาพร้อมสีพิเศษ Black Warrior ซึ่งจะมีราคาเพิ่มจากรุ่นปกติ 30,000 บาท)

ยกระดับชีวิตให้ Go Beyond ไปกับ NEW GWM TANK 500 DIESEL ที่มอบทุกความคุ้มค่าในการเป็นเจ้าของรถ SUV 7 ที่นั่งสุดพรีเมียมในทุกมิติ ทั้งความสะดวกสบายภายในห้องโดยสารผ่านดีไซน์ที่เทียบเท่ารถยุโรป สมรรถนะแรงด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจเนอเรชันใหม่ ได้แล้ววันนี้ ที่ GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ ทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แอปพลิเคชัน GWM เว็บไซต์ https://www.gwm.co.th/ หรือ GWM Contact Center หมายเลข 02-668-8888

 

 

“มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย” มอบชุดจำลองเทคโนโลยี PHEV ชุดเครื่องยนต์ และชุดส่งกำลัง ให้แก่ วิทยาลัยเทคโนโลยีฐานเทคโนโลยี มุ่งยกระดับการศึกษาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 10

0
Misubishi 1

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วย บริษัท มิตซูรุ่งเจริญ จำกัด จัดกิจกรรมมอบชุดจำลองเทคโนโลยี PHEV ชุดเครื่องยนต์ และชุดส่งกำลัง รวมถึงการฝึกอบรม ให้แก่ วิทยาลัยเทคโนโลยีฐานเทคโนโลยี กรุงเทพฯ มุ่งเดินหน้าสนับสนุนการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ เพื่อการพัฒนาทักษะการทำงานในสายอาชีพอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับปณิธานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นการดำเนินกิจกรรม 3 ด้านหลัก ได้แก่ การศึกษา สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ

ภายในงานมีการฝึกอบรมภาคปฏิบัติโดยผู้เชี่ยวชาญจาก สถาบันการศึกษาและฝึกอบรม มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย และช่างเทคนิคจาก บริษัท มิตซูรุ่งเจริญ จำกัด โดยการฝึกอบรมครั้งนี้ มุ่งเน้นการมอบประสบการณ์ทำงานจริง ให้นักเรียนได้สัมผัสเทคโนโลยียานยนต์ที่ล้ำสมัย ได้แก่ ชุดจำลองเทคโนโลยี PHEV เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ รหัส 4N16 รุ่นใหม่ ซึ่งเป็นขุมพลังขับเคลื่อนใน นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน เครื่องยนต์ 4A91 ชุดเกียร์ธรรมดา รุ่น R6M5A และเฟืองท้าย

นายสาโรจน์ มะอาจเลิศ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานขายและบริการหลังการขาย บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้านการศึกษา ซึ่งถือเป็นการพัฒนารากฐานที่สำคัญที่สุดในทุกอุตสาหกรรม โดยครั้งนี้เราได้ส่งมอบเครื่องยนต์ พร้อมชุดส่งกำลังรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นชุดเดียวกับที่ติดตั้งอยู่ในรถรุ่นจำหน่ายจริง พร้อมทั้งยังเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้สัมผัสประสบการณ์การทำงานจริงจากผู้เชี่ยวชาญในสายงาน สิ่งนี้จะเป็นประโยชน์ในการยกระดับองค์ความรู้และต่อยอดทักษะ พร้อมทั้งเพิ่มโอกาสทางสายอาชีพ ให้กับนักศึกษาอีกด้วย มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทยยังคงเดินหน้าส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพควบคู่ไปกับการส่งเสริมการศึกษา เพื่อให้สังคมไทยเติบโตและก้าวไปข้างหน้าพร้อมกันอย่างยั่งยืน”

ดร.มาลี ฐานปัญญา รองประธานกรรมการสถานศึกษา กล่าวว่า “ขอขอบคุณ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย และ บริษัท มิตซูรุ่งเจริญ จำกัด ที่ให้การสนับสนุนวิทยาลัยฯ ของเราทั้งในด้านองค์ความรู้จากการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติ และการมอบเครื่องยนต์พร้อมชุดส่งกำลังรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นสื่อการเรียนการสอนที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพในการยกระดับการเรียนรู้ของนักศึกษา ให้สามารถเข้าถึงเทคโนโลยียานยนต์รุ่นใหม่ได้อย่างใกล้ชิด สิ่งเหล่านี้ยังสอดคล้องกับพันธกิจของวิทยาลัยฯ ในการผลิตบุคลากรช่างเทคนิคที่มีคุณภาพ และเตรียมพร้อมพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง”

นายจักรพงษ์ ชัยตระกูลทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตซูรุ่งเจริญ จำกัด กล่าวว่า “ในฐานะผู้จำหน่ายและศูนย์บริการรถยนต์มิตซูบิชิ บริษัทฯ มีความพร้อมในการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพสูงครบวงจรเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างดีที่สุด ซึ่งนอกจากการดำเนินธุรกิจ เรายังให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมในกิจกรรมเพื่อสังคมของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย โดยเฉพาะการยกระดับการศึกษาและพัฒนาศักยภาพเยาวชนในสายงานเทคนิค เราตั้งใจเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพในอนาคต”

โครงการมอบเครื่องยนต์ให้แก่สถาบันการศึกษา ได้ริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2558 โดยได้มอบเครื่องยนต์ ชุดส่งกำลัง และอุปกรณ์ประกอบการเรียนรู้ไปแล้วกว่า 260 ชุด ให้กับสถาบันการศึกษาด้านยานยนต์กว่า 100 แห่งทั่วประเทศไทย เพื่อเสริมสร้างทักษะและศักยภาพให้กับช่างเทคนิครุ่นใหม่ พร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้เติบโตในอนาคตอย่างยั่งยืน

 

“เอ็มจี” นำกลยุทธ์ Music Marketing เชื่อมโยงคนรุ่นใหม่ กับ NEW MG S5 EV เปิดตัวเพลย์ลิสต์เพลง “รถใครครับ?” พร้อมเสิร์ฟ 3 เวอร์ชัน

0
เอ็มจี 1

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เดินหน้าปรับภาพลักษณ์แบรนด์สู่มิติใหม่ ของยุคดิจิทัล ด้วยการเปิดตัวกลยุทธ์การตลาดสุดสร้างสรรค์ผ่านแคมเปญเพลย์ลิสต์เพลงภายใต้ชื่อ “รถใครครับ?” ที่หยิบเอาประโยคเรียบง่าย แต่ชวนสะดุดหู และสะกิดใจมาเล่าเรื่องรถยนต์ไฟฟ้า NEW MG S5 EV ในมุมมองใหม่ ผ่านเพลง 3 เวอร์ชัน 3 สไตล์ Hip Hop, R&B และ Rock ผสานโลกของเสียงดนตรีเข้ากับยนตรกรรม ซึ่งกระตุ้นความสนใจในกลุ่มผู้ฟังรุ่นใหม่ แต่ยังสะท้อนแนวคิดที่ว่ารถยนต์ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ยานพาหนะเท่านั้น แต่เป็นส่วนหนึ่งของตัวตนและจังหวะชีวิต โดยแคมเปญนี้ยังสะท้อนเอกลักษณ์ของ NEW MG S5 EV รถยนต์ไฟฟ้าที่มาพร้อมจุดเด่น “ขับสนุก วิ่งไกล ชาร์จไว นั่งสบาย พร้อม LIFETIME WARRANTY” พร้อมทำหน้าที่เสมือน “เพื่อนร่วมทาง” ที่เข้าใจทุกอารมณ์ของผู้ขับขี่ ตอกย้ำทิศทางใหม่ของ เอ็มจี ในการสื่อสารผ่านอารมณ์ ความรู้สึก และพลังของเสียงเพลง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเชื่อมโยงกับคนรุ่นใหม่ในโลกดิจิทัล

โดยเพลย์ลิสต์เพลง “รถใครครับ?” เกิดขึ้นจากการนำเสียงเพลงและจุดเด่นของ NEW MG S5 EV ที่มีดีไซน์ล้ำสมัย สมรรถนะยอดเยี่ยม และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยชื่อเพลงที่มีความหมายเฉพาะตัวนี้ ยังสะท้อนเอกลักษณ์และภาพจำของรถและการเป็นตัวเลือกที่ใช่สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ไว้ใช้ในชีวิตประจำวัน ถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์สำคัญที่ เอ็มจี เดินหน้าในการสร้างแบรนด์ที่เชื่อมโยงกับผู้บริโภคในยุคโซเชียลมีเดียได้อย่างแท้จริง ผ่านการสื่อสารที่เป็นมากกว่า “คำพูด” หรือ “ภาพ” แต่คือการส่งผ่านอารมณ์และความรู้สึกที่จับต้องได้ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความต้องการของคนรุ่นใหม่อย่างเต็มเปี่ยม

แรงบันดาลใจเบื้องหลังเพลย์ลิสต์ “รถใครครับ?” เริ่มต้นจากคำถามธรรมดาที่แฝงไว้ด้วยความหมายไม่ธรรมดา เพราะในวันที่รถยนต์กลายเป็นมากกว่าแค่พาหนะ แต่เป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนไลฟ์สไตล์ รสนิยม และตัวตน เอ็มจี จึงเลือกใช้คำถามนี้เป็นชื่อเพลงหลัก เพื่อสื่อสารความเป็น NEW MG S5 EV ผ่านเสียงเพลงที่สะท้อนคาแรกเตอร์รถได้อย่างร่วมสมัย ถ่ายทอดจุดเด่นของรถในแง่มุมต่าง ๆ ให้ผู้บริโภคเข้าใจและจดจำได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่อง e-SUV ที่ขับสนุก ชาร์จได้ไว ไม่ต้องเสียเวลารอนาน ให้ใช้รถได้อย่างสบายใจในระยะยาว เพราะมีทั้งการรับประกัน LIFETIME WARRANTY อะไหล่ที่พร้อมให้บริการ และศูนย์บริการทั่วประเทศ โดยเพลย์ลิสต์นี้ถูกสร้างสรรค์ขึ้น 3 เวอร์ชัน ได้แก่ เวอร์ชันฮิปฮอป (Hip Hop) อาร์แอนด์บี (R&B) และ ร็อก (Rock) ซึ่งแต่ละเวอร์ชันมีจังหวะและสไตล์ที่แตกต่างกัน เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์การฟังเพลงของผู้บริโภค ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถ รับฟังเพลย์ลิสต์ ‘รถใครครับ?’ ได้แล้ววันนี้ ที่ https://vt.tiktok.com/ZSAfRK22r/ ถือเป็นการยกระดับกลยุทธ์ Music Marketing ของ เอ็มจี ที่ก้าวข้าม การสื่อสารแบบเดิม และเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของจังหวะชีวิตผู้บริโภค

เอ็มจี 5

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า
“การผสมผสานระหว่างเสียงเพลงและยนตรกรรมในครั้งนี้ คือการสะท้อนมุมมองใหม่ของการทำตลาดในยุคปัจจุบัน ที่การสื่อสารของแบรนด์ไม่จำเป็นต้องอยู่แค่ในกรอบเดิม ๆ แต่ต้องสร้างสรรค์ให้เข้าถึงผู้บริโภคในทุกช่องทางโดยเฉพาะโลกโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่กลุ่มเป้าหมายของเราใช้เวลาส่วนใหญ่อย่างเข้มข้น เพลย์ลิสต์ “รถใครครับ?” จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่ “เพลง” แต่คือสื่อกลางที่ช่วยให้แบรนด์เข้าถึง เข้าใจ และเชื่อมโยงกับผู้บริโภค ในเชิงลึกมากขึ้น ทั้งยังเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในการต่อยอดกลยุทธ์ของ เอ็มจี ในการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้ใช้งานรถ เอ็มจี ในอนาคต พร้อมทั้งขยายแนวทางการตลาดที่ตอบรับไลฟ์สไตล์และความคาดหวังของ คนรุ่นใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน”

สำหรับ NEW MG S5 EV ปัจจุบัน มี จำหน่ายทั้งหมด 3 รุ่นย่อย ได้แก่
รุ่น D+ จัดจำหน่ายในราคาพิเศษเพียง 699,900 บาท จากราคาปกติ 749,900 บาท
รุ่น X จัดจำหน่ายในราคาพิเศษเพียง 779,900 บาท
รุ่น V จัดจำหน่ายในราคาพิเศษเพียง 899,900 บาท

ข้อเสนอพิเศษ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 กันยายน 2568
•ราคาพิเศษ 699,900 บาท จากราคาปกติ 749,900 บาท
•ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 1.99% ระยะเวลาผ่อนชำระนาน 48 เดือน
•ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี มูลค่า 19,900 บาท
•ฟรี ค่าจดทะเบียน และกรอบป้ายทะเบียน และชุดพรมปูพื้น มูลค่า 7,500 บาท
•ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนนาน 5 ปี มูลค่า 7,500 บาท
•รับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
•รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุ การใช้งาน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจี ได้ที่
Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand

“ฮุนได” ขยายเวลาแห่งความสุขของครอบครัว กับแคมเปญ “Hyundai Drive with Mom” ทดลองขับรับ Gift Voucher จาก Santa Fe Happy Steak พร้อมจอยคาราวานส่งยิ้มกับร้านสเต๊กอารมณ์ดีใจกลางเมือง

0
ฮุนได 1

ชาวสามย่านแฮปปี้! เมื่อสอง “ซานตา เฟ่” โคจรมาเจอกันโดยไม่ได้นัดหมาย หลังจากที่หลายคนรอคอยว่าเมื่อไหร่ Hyundai SANTA FE และ Santa Fe Happy Steak จะได้มาพบกันจริงๆ และในที่สุดก็เกิดขึ้น พร้อมเติมเต็มและส่งต่อความสุขด้วยแคมเปญพิเศษจากฮุนได “Hyundai Drive with Mom” ที่ขยายเวลาออกไปจนถึง 31 สิงหาคม มอบ Gift Voucher ร้าน Santa Fe Happy Steak มูลค่า 300 บาท ให้ทันที เพียงถ่ายรูปคุณกับแม่เมื่อทดลองขับ Hyundai all-new SANTA FE Hybrid หรือรถฮุนไดรุ่นอื่น ๆ ที่โชว์รูมใดก็ได้ แล้วโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย ตั้งค่าเป็นสาธารณะ พร้อมเล่าความรู้สึกดี ๆ ในวันพิเศษนี้ ติดแฮชแท็ก #HyundaiDrivewithMom และ #ชื่อโชว์รูมฮุนได จากนั้นแคปเจอร์โพสต์และส่งไปที่ Facebook: Hyundai Thailand หรือ LINE: @HyundaiThailand ก็สามารถพาคุณและแม่ไปอิ่มอร่อยฟรีที่ Santa Fe Happy Steak ได้เลย (1 ครอบครัว / 1 สิทธิ์ ตั้งแต่วันนี้ – 31 สิงหาคม ของมีจำนวนจำกัด)

ฮุนได 2

การเจอกันครั้งนี้เรียกได้ว่า “แม้จะมาคนละทาง แต่ใจตรงกันเป๊ะ” เพราะต่างก็อยากส่งต่อความสุขในสไตล์ของตัวเอง Hyundai all-new SANTA FE Hybrid พลิกโฉมใหม่ทั้งคัน มาพร้อมดีไซน์ Boxy สุดคูล สมรรถนะทรงพลัง และเทคโนโลยีความปลอดภัยล้ำสมัยที่พร้อมพาครอบครัวออกเดินทางได้อย่างมั่นใจ ส่วน Santa Fe Happy Steak ก็รีเฟรชแบรนด์ครั้งใหญ่ เปลี่ยนจากโทนเข้มขรึมสู่ความสดใสเป็นกันเอง พร้อมเมนูหลากหลายที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ในราคาที่เข้าถึงง่าย ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Happy Steak” ที่เน้นความอร่อย คุ้มค่า และความสุขในทุกคำ

ฮุนได 3

สุดท้าย การพบกันครั้งนี้ไม่เพียงสร้างโมเมนต์สนุกๆ ที่เรียกรอยยิ้มจากผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ แต่ยังกลายเป็นเรื่องราวที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ว่า “แม้ชื่อจะเหมือนกัน แต่ทั้งสอง “ซานตา เฟ่” ก็มอบความสุขให้ชีวิตได้ไม่ต่างกัน” นับเป็นการสร้างสัญลักษณ์แห่งความสุขที่ครบทั้งบนท้องถนนและบนโต๊ะอาหารอย่างลงตัว    

ฮุนได 3

 

 

มัดรวมโปรโมชั่นในงาน BIG MOTOR SALE 2025

0
BIG MOTOR SALE 2025 1

ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป นำทัพโชว์รูมดังกว่า 30 แบรนด์ ออกโปรโมชั่นกระตุ้นกำลังซื้อ สร้างกระแส “บู๊ธแตก” ต่อเนื่องตั้งแต่วันเปิดงาน โดยปีนี้ยังคงคอนเซ็ปต์ “เราได้ยกโชว์รูม มาขายที่นี่!” ที่ครองใจผู้บริโภคไว้อย่างเหนียวแน่น โดยปีนี้มีแบรนด์รถยนต์ มอเตอร์ไซค์ ครบทุกประเภทเครื่องยนต์ ทั้ง รถน้ำมัน (ICE) รถไฮบริด (HEV) และไฟฟ้า (EV) เต็มพื้นที่ฮอลล์ 101-104 งานจัดถึงวันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคมนี้…ใครไม่อยากพลาดโอกาส ได้รถดี โปรเด็ด ต้องรีบมา!    

BIG MOTOR SALE 2025 2

•TOYOTA เปิดตัว NEW YARIS ATIV HEV 2025 เปิดตัว 2 รุ่นย่อย HEV Premium และ HEV GR Sport ราคาพิเศษช่วงแนะนำเริ่มต้น 719,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยพิเศษ 1.39% หรือฟรีประกันภัย Toyota Care PHYD พร้อมนำเสนอโปรโมชั่นในรุ่นอื่นๆ อาทิ โตโยต้า Yaris และ Yaris Ativ รวมถึงรุ่นแต่งพิเศษ Yaris Ativ Nightshade พร้อมดอกเบี้ยพิเศษ 0% โตโยต้า Camry, Corolla Altis, Corolla Cross, Yaris Cross, Innova Zenix และ Alphard มาพร้อมข้อเสนอพิเศษทั้งดอกเบี้ยต่ำและฟรีประกันภัย โตโยต้า Hilux Revo, Hilux Champ และ Fortuner พร้อมโปรโมชั่นดอกเบี้ย 0% – 1.99% หรือผ่อนเบาๆ เริ่มต้นเพียง 3,297 บาทต่อเดือน

BIG MOTOR SALE 2025 3

•HONDA เปิดตัว Honda Accord e:HEV ในงาน BIG MOTOR SALE 2025 เริ่มต้น ราคา 1,479,000 บาท พร้อมข้อเสนอพิเศษ ดอกเบี้ย 0.99% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี หรือ ดอกเบี้ย 1.99% พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม 2568 – 30 กันยายน 2568 และรับรถภายใน 31 ตุลาคม 2568 พร้อมมอบข้อเสนอพิเศษเฉพาะในงาน BIG MOTOR SALE สำหรับผู้ซื้อ Honda City Hatchback DRIVAL รับดอกเบี้ย 0% ฟรีประกันภัย 1 ปีพร้อมบัตรน้ำมันมูลค่า 15,000 บาท และสิทธิพิเศษเพิ่มเติมอีกมูลค่า 20,000 บาท

BIG MOTOR SALE 2025 4

•MG เปิดตัว NEW MG IM6 Premium LONG RANGE รุ่นย่อยล่าสุดที่เข้ามาเติมเต็มในกลุ่มพรีเมียมอีวี ราคาพิเศษ 1,499,900 บาท จากราคาปกติ 1,599,900 บาท พร้อมข้อเสนอพิเศษ อาทิ ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% นาน 48 เดือน MG SHIELD ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี ฟรี MG HOME CHARGER พร้อมติดตั้ง บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนระดับพรีเมียม นาน 5 ปี ค่าบริการระบบปฏิบัติการ i-SMART นาน 5 ปี บริการค่าจดทะเบียน กรอบป้ายทะเบียน และชุดพรมปูพื้น พร้อมได้รับสิทธิ์รับการบริการ MG PREMIUM FAST LANE, MG PREMIUM CALL CENTRE รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อนและชุดควบคุม ตลอดอายุการใช้งาน (LIFETIME WARRANTY) และรับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 5 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

BIG MOTOR SALE 2025 5

•MITSUBISHI สำหรับลูกค้าที่ซื้อ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี เลือกรับ ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% พร้อมรับฟรีบัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 5,000 บาท และสำหรับลูกค้าที่ซื้อ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี และเอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี เลือกรับส่วนลดพิเศษ 100,000 บาท พิเศษ เฉพาะ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี เพลย์ รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 10,000 บาท ภายในงาน

BIG MOTOR SALE 2025 7

•NISSAN มอบโปรโมชั่น “SAY YES!” สุดคุ้ม หลากหลายแพ็คเกจที่จัดเฉพาะสำหรับรถแต่ละรุ่น ทั้งดอกเบี้ยเริ่มต้น 0% ไปจนถึงผ่อนสบายนานถึง 84 เดือน นอกจากนี้ยังจะได้รับสิทธิพิเศษ จากนิสสัน อาทิ การรับประกัน Nissan Premium Warranty ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งเป็นระยะเวลา 1 ปี (Nissan Premium Protection) ฟรีค่าแรงสำหรับบริการบำรุงรักษาในระยะ 5 ปีแรกหรือ 100,000 กิโลเมตร บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง (5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร)

BIG MOTOR SALE 2025 8

•OMODA & JAECOO มอบข้อเสนอพิเศษสำหรับผู้ที่จองรถและรับรถตั้งแต่วันนี้จนถึง30 กันยายน 2568 สำหรับรุ่น JAECOO 5 EV LONG RANGE DYNAMIC ราคา Early Bird 549,000 บาท (จากราคา 629,000 บาท) และ JAECOO 5 EV LONG RANGE MAX ราคา Early Bird 599,000 บาท* (จากราคา 679,000 บาท) พร้อมด้วย JAECOO 6 EV รับข้อเสนอสุดคุ้ม 4 ต่อ เมื่อจองและออกรถภายใน 31 สิงหาคม 2568 ได้แก่ ส่วนลดสูงสุด 200,000 บาท รับนาฬิกา GARMIN รุ่น Forerunner 165* (เฉพาะรุ่น LONG RANGE 4WD สำหรับ จำนวน 250 ท่านแรกเท่านั้น) รับคูปองสำหรับซื้อและติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่งรถที่ร้าน AUTOGLAM มูลค่า 25,000 บาท (เฉพาะรุ่น 4WD จำนวน 250 ท่านแรกเท่านั้น*) และรับ OJ FRIEND GETS FRIEND ชวนเพื่อนมาขับ JAECOO 6 EV รับโบนัสสูงสุด 20,000 บาท

BIG MOTOR SALE 2025 11

 

•XPENG นำเสนอยานยนต์ไฟฟ้าเอ็กซ์เผิง G6 ปรับโฉมใหม่ และ เอ็กซ์เผิง X9 EXECUTIVE และ LUXURY พร้อมสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่จอง ‘New G6’ และ ‘X9’ ภายในเดือนสิงหาคม 2568 อาทิ ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อมพรบ. นาน 1 ปี ฟรี Wallbox พร้อมติดตั้ง และสายชาร์จฉุกเฉิน 1 ชุด อุ่นใจมากขึ้นด้วยการรับประกันคุณภาพรถยนต์ นาน 5 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร รับประกันแบตเตอรี่ และมอเตอร์ขับเคลื่อน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี และพิเศษ คะแนนสะสม MOBILIFE 6,000 คะแนน สำหรับ ‘New G6’ และ 9,000 คะแนน สำหรับ ‘X9’

BIG MOTOR SALE 2025 12

•MERCEDES-BENZ โดย กลุ่มบริษัท BKK Group มอบข้อเสนอพิเศษครบทุกเซกเมนต์ พร้อมปรับราคารถยนต์ไฟฟ้าเริ่มต้นเพียง 2.89 ล้านบาท มีรถยนต์ให้ได้เลือกถึง 16 รุ่น ทั้งรถในกลุ่ม Mercedes-Benz, Mercedes-Benz V-Class, Mercedes-AMG และ Mercedes-Maybach และสำหรับผู้ที่สนใจรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์มือสองพรีเมี่ยม ไมล์น้อย ผ่านการตรวจเช็คตามมาตรฐานเมอร์เซเดส-เบนซ์ รับฟรี!! ทริปฮ่องกง 2 ที่นั่ง เมื่อจองรถในงานและรับรถภายใน 31 ส.ค. 68

BIG MOTOR SALE 2025 13

•BMW บริษัท มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ และ มอเตอร์ไซค์ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด อย่างเป็นทางการในประเทศไทย มอบข้อเสนอพิเศษ ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 3 ปี สิทธิพิเศษผ่อน 0% สูงสุด 3 เดือน ผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ* ฟรี อัพเกรด BSI Ultimate* กล้องติดรถยนต์ BMW Advanced Car Eye 3.0* BMW Wallbox พร้อมติดตั้งสำหรับรถไฟฟ้า*
รับบัตรโดยสารสายการบิน ไป-กลับกรุงเทพฯ–ญี่ปุ่น 4 ที่นั่ง มูลค่าสูงสุด 250,000 บาท (2 Business Class และ 2 Economy Class) หรือ รับ SIAM PARAGON GIFT CARD มูลค่า 170,000 บาท* หรือรับสิทธิ์เพิ่มมูลค่ารถเทรด-อินสูงสุด 700,000 บาท* บริการ Sixt Exclusive Limousine รับ–ส่งสนามบิน ฟรี 4 เที่ยว ด้วย BMW 5 Series หรือรถ MPV ระดับพรีเมียม มูลค่าสูงสุด 16,000 บาท* และพิเศษเฉพาะผู้ที่จองและออกรถ BMW i7 xDrive 60 M Sport รับเพิ่ม บริการรถกอล์ฟรับที่สนามบินมูลค่า 10,000 บาท* (จำนวน 4 ครั้ง)

BIG MOTOR SALE 2025 14

•THAI HONDA เปิดตัว New Honda CT125 CHUMS Limited Edition ในราคาแนะนำ 98,900 บาท พร้อมรับ Camp Gadget พรีเมี่ยมเซ็ต (เก้าอี้แคมป์ แก้วเก็บอุณหภูมิ CHUMS เสื้อยืดดีไซน์ลิมิเต็ด และหมวกกันน็อกเข้าเซ็ต) จำนวนจำกัด 300 คันเท่านั้น ที่งาน Big Motor Sale และ CUB House Flagship Store ทุกสาขาทั่วประเทศ

BIG MOTOR SALE 2025 15

•YAMAHA จัดโปรโมชั่นสุดพิเศษภายในงาน และรับ Gift Voucher สูงสุดกว่า 75,000 บาท นอกจากนี้ยังจัดโปรโมชั่นสำหรับเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย อะไหล่ และผลิตภัณฑ์ YAMALUBE รับส่วนลดสูงสุด 50% และพบกับคอลเล็กชั่นเครื่องแต่งกายใหม่ล่าสุดจากยามาฮ่า ที่แรกในงาน และหมวกกันน็อค อุปกรณ์ตกแต่ง ลดสูงสุด 20% และน้ำมันเครื่องยามาลู้บและเคมีภัณฑ์ยามาลู้บ ลดสูงสุด 10%

BIG MOTOR SALE 2025 วันมหกรรมขายรถยนต์ &มอเตอร์ไซค์..เปิดให้เข้าชมงานจนถึง วันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม 2568 (วันธรรมดา 12.00 น. – 21.00 น. / วันเสาร์ – อาทิตย์ 11.00 น. – 21.00 น.) ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ ผู้พิการ ผู้อาวุโส อายุ 60 ปีขึ้นไป นักเรียน นักศึกษาในเครื่องแบบ เด็กๆ ความสูงไม่เกิน 120 ซม. เข้าชมฟรี…และยินดีต้อนรับน้องหมาน้องแมวในรถเข็น ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/bigmotorsale.yanyont

 

“อีซูซุ” ยกทัพรถแต่งเสริมหล่อหลากสไตล์ เอาใจคนรักสปอร์ตเรซซิ่งในงาน “Bangkok Auto Salon 2025”

0
อีซูซุ 1

อีซูซุ ตอบโจทย์แฟนสปอร์ตเรซซิ่ง นำรถแต่งพิเศษเสริมหล่อ 4 รุ่น 4 สไตล์ ร่วมโชว์ตัวในงาน “Bangkok Auto Salon 2025” นำขบวนโดย ISUZU DRAGON MAX รถปิกอัพยอดนิยม รุ่นมังกรทอง หรือ TFR ในตำนานที่ผ่านการปรับลุคใหม่ ตอกย้ำแนวคิด “ISUZU Trusted Buddy…อีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย” พร้อมด้วย ISUZU MU-X “THE NEXT PEAK” และรถปิกอัพ ISUZU D-MAX พร้อมลุยโค้งสุดท้ายของแคมเพจ์น “ดีแมคซ์ ดีจริง ลุ้นทองทุกสัปดาห์” ซื้อและรับรถอีซูซุ ดีแมคซ์ทุกรุ่นภายในเดือนสิงหาคม ลุ้นรับรางวัลจี้ทองคำ ทุกสัปดาห์

อีซูซุ 2

กลุ่มตรีเพชร โดย คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ปัจจุบันรถยนต์ไม่ได้เป็นเพียงแค่พาหนะสำหรับเดินทางเท่านั้น แต่เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต เทรนด์การแต่งรถจึงเป็นกระแสที่ผู้คนให้ความสนใจ เนื่องจากการแต่งรถถือเป็นการแสดงออกถึงตัวตน ความชอบ และความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่มีขีดจำกัด งาน Bangkok Auto Salon 2025 คือการสร้างปรากฏการณ์วัฒนธรรมของคนที่ขื่นชอบและรักการแต่งรถที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน บริเวณงานจะจัดแสดงรถแต่งเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ที่ชื่นชอบการแต่งรถได้สัมผัสอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งจำหน่ายรถแต่งและอุปกรณ์โมดิฟายหลากหลาย ภายใต้ลิขสิทธิ์จาก Tokyo Auto Salon ประเทศญี่ปุ่น …โดยอีซูซุได้นำรถแต่งพิเศษ 4 รุ่น 4 สไตล์มาจัดแสดง นำโดย ISUZU DRAGON MAX รถปิกอัพยอดนิยม รุ่นมังกรทอง หรือ TFR ในตำนานที่ผ่านการปรับลุคใหม่ รถอเนกประสงค์ระดับหรู ISUZU MU-X “THE NEXT PEAK” และรถปิกอัพ ISUZU D-MAX HI-LANDER ที่เสริมลุคด้วยชุดแต่งพิเศษแนวสปอร์ต เพิ่มความโดดเด่นจากพื้นฐานของรถเดิมและใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ยังเอาใจสายเรซซิ่งด้วยการนำ ISUZU SAFETY CAR ที่ผ่านการโมดิฟายสเปกเดียวกับรถแข่งในสนามมาอวดโฉมสุดเร้าใจอีกด้วย และสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อรถอีซูซุ ดีแมคซ์ อยากให้รีบตัดสินใจ เพราะเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของการจัดแคมเพจ์น “ดีแมคซ์ ดีจริง ลุ้นทองทุกสัปดาห์” ซึ่งจะหมดเขตในวันที่ 31 สิงหาคมนี้”

อีซูซุ 3

รถตกแต่งพิเศษจากอีซูซุทั้ง 4 คัน มาพร้อมพละกำลังอันยอดเยี่ยมจากเครื่องยนต์ดีเซลแห่งอนาคต 2.2 และ 3.0 Ddi MAXFORCE…The FORCE of FUTURE พลังใหม่…กำหนดโลก ตอบโจทย์ด้านสมรรถนะครบครันทั้งด้านความเร็ว ความแรง ความทนทาน การเกาะถนน ความประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย

อีซูซุ 4

●ISUZU DRAGON MAX รถปิกอัพหนึ่งเดียว คันเดียวในโลก ที่สร้างขึ้นเพื่อตอกย้ำแนวคิด “ISUZU Trusted Buddy…อีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย” บนพื้นฐานของรถปิกอัพอีซูซุยอดนิยมรุ่น TFR ปี 1988 หรือ “มังกรทองในตำนาน” โดยการยกระดับและปรับให้เป็นมาตรฐานใหม่หมดภายใต้คอนเซ็ปต์ “Restomod” (Restoration & Modernization) ผสานความคลาสสิกของตัวถังดั้งเดิมเข้ากับความทันสมัยในทุกมิติ และนวัตกรรมแห่งอนาคต จึงไม่ใช่แค่รถแต่งต้นแบบ แต่คือตำนานบทใหม่ในการสร้างรถที่สะท้อนเจตนารมณ์ของอีซูซุในการอยู่ร่วมกับสังคมไทยอย่างต่อเนื่องยาวนาน

 

– ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยชุดกันชนหน้า กระจังหน้า และฝากระโปรงหน้าใหม่ทั้งหมด ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ LED พร้อมไฟ DRL ที่กันชนหน้า โฉบเฉี่ยวในทุกมุมมอง เส้นสายด้านข้างคมชัดด้วยชุดสเกิร์ตแบบ Muscle Line เสริมด้วยโป่งล้อหน้าและกระบะท้ายแบบ Wide Body เพิ่มมิติความดุดัน ฝาท้ายดีไซน์ใหม่พร้อมสปอยเลอร์ Duck Tail สะกดทุกสายตาด้วยชุดไฟท้าย LED ดีไซน์ล้ำสมัยและสีตัวรถ Katana Matte Silver ที่สะท้อนความเท่เฉพาะตัว พร้อมด้วยกระจกมองข้างปรับไฟฟ้า

– ช่วงล่างและระบบบังคับเลี้ยวยกใหม่ทั้งหมด ด้วยชุดแร็คพวงมาลัย ปีกนก คอม้า และเพลาท้ายใหม่แทนของเดิม เสริมสมรรถนะการขับขี่ด้วยโช้กอัพ Profender รุ่น Queen Series & Piggy Back ที่มอบความนุ่มนวลและมั่นใจในทุกเส้นทาง พร้อมล้อแม็กซ์ Bradley-V ขนาด 8×17 นิ้ว จับคู่กับยาง Yokohama Advan Fleva V701 ขนาด 225/50 R17 เสริมด้วยระบบดิสก์เบรก Brembo ทั้งหน้าและหลัง พร้อมจานเบรกขนาด 340 และ 320 มม. มั่นใจในพลังเบรกทุกจังหวะ

– ห้องโดยสารสะท้อนความสปอร์ตพรีเมียม ด้วยวัสดุตกแต่งคอนโซลและเบาะนั่งแบบอาคันทาร่า (Alcantara) เสริมความโฉบเฉี่ยวด้วยเบาะนั่ง Recaro Premium Classic Seat หน้าจอมาตรวัด AIM MXT ขนาด 10 นิ้ว แสดงข้อมูลการขับขี่ได้อย่างครบถ้วน ติดตั้งจอกลางระบบ Android ขนาด 11.8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อกับกล่อง ECU Shop Ultra Boost ที่เพิ่มแรงม้า พร้อมแสดงค่าฟังก์ชันต่าง ๆ เช่น แรงดันน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าบูสต์เทอร์โบ และอุณหภูมิภายนอก

อีซูซุ 5

– ขุมพลังใต้ฝากระโปรงคือหัวใจสำคัญของ ISUZU DRAGON MAX กับเครื่องยนต์ดีเซลรุ่นใหม่ล่าสุด 2.2 Ddi MAXFORCE เพิ่มพละกำลังด้วยกล่องพ่วง ECU Shop Ultra Boost ให้กำลังสูงสุดถึง 220 แรงม้า และแรงบิด 550 นิวตัน-เมตร พร้อมคันเร่งไฟฟ้า Boost Speed Next ที่ตอบสนองฉับไว และให้ประสบการณ์การขับขี่เต็มพลังแบบไร้ควัน

อีซูซุ 6

●MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น ACTIVE 4×2 สีขาวมุกโดโลไมท์ (Dolomite White Pearl) เครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ตอบรับไลฟ์สไตล์ของคนเมืองยุคใหม่ที่มองหารถอเนกประสงค์ที่แรง ลุย เท่ และตอบสนองได้ทุกอารมณ์การขับขี่ ยกระดับขึ้นอีกขั้นด้วยคอนเซ็ปต์ SPORT SUV ตกแต่งด้วยชุดบอดี้พาร์ท รอบคันสไตล์สปอร์ตจาก AKC เสริมสมรรถนะด้วยชุดโหลดช่วงล่าง 3.5 นิ้วจาก Profender รุ่น Tune Series พร้อมปีกนกปรับองศาเพิ่มความหนึบและปรับมุมล้อให้เหมาะสมกับสไตล์การขับแบบสปอร์ตอย่างแท้จริง เสริมลุคให้สปอร์ตยิ่งขึ้นด้วยล้อ LENSO JAGER AJAX รุ่นใหม่ล่าสุด จับคู่กับยาง YOKOHAMA ADVAN SPORT ขนาด 265/50 R20 เสริมสมรรถนะด้วยระบบเบรกจัดเต็มจาก Run Stop เบรกหน้า CALIPER แบบ 6 POT รุ่น R8 พร้อมจานเบรกขนาด 355 มม. เบรกหลัง CALIPER แบบ 4 POT รุ่น R3 พร้อมจานเบรกขนาดเดียวกัน เติมความเร้าใจด้วยลวดลายกราฟฟิกพิเศษเฉพาะรุ่น ให้ดู โดดเด่น สะกดทุกสายตา กล้าฉีกกฎความจำเจอย่างมีสไตล์

อีซูซุ 7

●ISUZU D-MAX HI-LANDER 4 ประตู เกรด M สีขาวมุกโดโลไมท์ (Dolomite White Pearl) เครื่องยนต์ 3.0 Ddi เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ปลดล็อกนิยามใหม่แห่งปิกอัพยกสูงระดับ TOP CLASS ที่เติมเต็มอารมณ์สปอร์ตด้วยดีไซน์โฉบเฉี่ยวหรูหราล้ำอนาคต ผสานศาสตร์แห่งวิศวกรรมการขับเคลื่อนที่มาพร้อมกับความแรงแต่ประหยัดตามแบบฉบับอีซูซุไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เสริมลุคความพรีเมียมแบบพิเศษให้โดดเด่นยิ่งขึ้นด้วย Bold Body Set ชุดแต่งพิเศษรอบคัน พร้อมด้วยล้อแต่งแท้ จาก LENSO สุดเท่ สะกดทุกสายตา

อีซูซุ 8

●ISUZU SAFETY CAR 2.2 Ddi MAXFORCE เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด รถนำหน้าขบวน รถแข่งที่มีสมรรถนะความแรงเทียบเท่ารถแข่ง พร้อมประกาศศักดารถปิกอัพสายพันธุ์ซิ่งที่แท้จริงจากอีซูซุ ปรับแต่งความแรงด้วยคันเร่งไฟฟ้าและกล่องพ่วงเพิ่มแรงม้าจาก ECU Shop ที่รีดพลังแบบแรงไร้ควันออกมาได้ถึง 250 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 515 นิวตัน-เมตร ส่งพลังไหลลื่นต่อเนื่องทุกสปีดแบบไม่ยั้ง ช่วงล่างอัพเกรดใหม่เต็มระบบด้วยโช้คอัพ Explorar สเปกเดียวกับรถแข่งในสนาม ดิสก์เบรกสี่ล้อขนาด 6 pot จานเบรกขนาด 355 มม.จาก Run Stop ล้อ VEGAS จาก MK Sport จับคู่กับยาง Toyo Proxes Sport ขนาด 245/45 R18 ด้านหน้า และ 275/40 R18 ด้านหลัง ไล่เบาด้วยชุดคาร์บอนคอมโพสิตที่ฝากระโปรงหน้าและฝาท้ายจาก Akana Carbon เสริมความปลอดภัยด้วยชุด Roll Cage เบาะนั่งรถแข่ง Sparco พร้อมเข็มขัดนิรภัย 6 จุดจาก Sabelt พร้อมชุดสัญญาณไฟไซเรนแบบรถ Safety Car มืออาชีพ

อีกหนึ่งสีสันพิเศษของงาน คือ การรวมพลรถแต่งหลากสไตล์จาก ISUZU CAR CLUB กลุ่มคนรัก อีซูซุตัวจริงที่จะรวมพลังมาเติมเต็มความเร้าใจ นำรถแต่งสุดรักสุดหวงกว่า 30 คัน มาประชันและเข้าร่วมในกิจกรรม Car Parade บน Red Carpet ในบรรยากาศและแสงสีสไตล์ Tokyo Street Show ให้ชมกันอย่างใกล้ชิด พร้อมแลกเปลี่ยนไอเดีย สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้รักการแต่งรถทุกแนวในวันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม 2568 ห้ามพลาด! กับโค้งสุดท้ายของแคมเพจ์น “ดีแมคซ์ ดีจริง ลุ้นทองทุกสัปดาห์” ลูกค้าที่ซื้อและรับรถ อีซูซุ ดีแมคซ์ภายใน วันที่ 31 สิงหาคม 2568 ลุ้นรับรางวัลจี้ทองคำน้ำหนัก 2 สลึง มูลค่า 26,051.39 บาท สัปดาห์ละ 22 รางวัล

ร่วมติดตามไอเดียการแต่งรถ พร้อมทดลองขับและสัมผัสสมรรถนะสปอร์ตตัวจริงจากอีซูซุได้ในงาน “Bangkok Auto Salon 2025” ปรากฏการณ์วัฒนธรรมคนรักรถแต่งที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ระหว่างวันที่ 27-31 สิงหาคม นี้ ณ บูธอีซูซุ ฮอลล์ 100 ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา ร่วมติดตามและอัปเดตข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai