Home Blog Page 39

“ฮุนได” เสริมแกร่งขยายพื้นที่บริการหลังการขาย ผ่านกิจกรรม “Hyundai Before Service – ศูนย์บริการเคลื่อนที่ฮุนได” ครอบคลุมกว่า 30 จังหวัดทั่วไทย

0
ฮุนได 1

บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าตอกย้ำกลยุทธ์เสริมสร้างความเชื่อมั่นด้านบริการหลังการขายให้กับลูกค้าทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง ผ่านกิจกรรม “Hyundai Before Service – ศูนย์บริการเคลื่อนที่ฮุนได” ขยายขอบเขตการดูแลลูกค้าออกไปสู่นอกพื้นที่ โดยเฉพาะในจังหวัดที่ยังไม่มีศูนย์บริการฮุนไดอย่างเป็นทางการ เพื่อขยายการเข้าถึงและสร้างประสบการณ์การดูแลที่สะดวกสบายและอุ่นใจมากยิ่งขึ้น กิจกรรมนี้ไม่เพียงเป็นการยืนยันถึงความพร้อมของฮุนไดในการมอบบริการที่มีคุณภาพระดับศูนย์บริการมาตรฐานเท่านั้น แต่ยังเป็นการต่อยอดกลยุทธ์ระยะยาวในการขยายเครือข่ายการให้บริการหลังการขาย ตั้งเป้าปี 2568 สามารถครอบคลุมพื้นที่รวม 52 จังหวัดทั่วประเทศ สร้างความมั่นใจให้ลูกค้าว่าจะได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ใดก็ตาม

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โครงการดังกล่าวได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากเจ้าของรถฮุนไดทั่วประเทศ โดยกิจกรรม Hyundai Before Service – ศูนย์บริการเคลื่อนที่ฮุนได จะจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง กว่า 50 ครั้ง ประเทศตลอดปี 2568 โดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการอบรมจากฮุนไดโดยตรง พร้อมด้วยอะไหล่แท้คุณภาพมาตรฐาน มอบบริการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ฟรี 25 รายการ ครอบคลุมตั้งแต่ระบบเครื่องยนต์ ระบบเบรก ช่วงล่าง ไปจนถึงระบบไฟฟ้า นอกจากนี้ ยังมีบริการเช็กระยะ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ซ่อมบำรุงพื้นฐาน และให้คำปรึกษาเชิงเทคนิคอย่างมืออาชีพ ทั้งหมดนี้ จัดขึ้นเพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์การดูแลที่เทียบเท่าศูนย์บริการมาตรฐานของฮุนได แม้จะอยู่ในพื้นที่ที่ยังไม่มีศูนย์บริการอย่างเป็นทางการ

ในครึ่งปีแรกของปี 2568 ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – กรกฎาคม ฮุนไดเดินหน้าจัดกิจกรรมศูนย์บริการเคลื่อนที่แล้วกว่า 30 ครั้ง ใน 22 จังหวัดทั่วประเทศ ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั้งภาคเหนือ อีสาน กลาง ตะวันออก และใต้ โดยมีจังหวัดสำคัญที่ไปให้บริการ อาทิ เชียงใหม่ (อ.ฝาง), แพร่, น่าน, เพชรบูรณ์, สกลนคร, กาฬสินธุ์, นครพนม, เลย, ศรีสะเกษ, ร้อยเอ็ด, มุกดาหาร, สุรินทร์, ชัยภูมิ, บึงกาฬ, นครราชสีมา (อ.ปากช่อง), อยุธยา, สุพรรณบุรี, สิงห์บุรี, กำแพงเพชร, จันทบุรี, กระบี่ และนครศรีธรรมราช เป็นต้น ความต่อเนื่องของกิจกรรม ไม่เพียงตอกย้ำความพร้อมด้านบริการหลังการขายของฮุนได แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของฮุนไดในการดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิดในทุกพื้นที่

ความสำเร็จในครึ่งปีแรก ยังนำไปสู่การขยายแผนงานอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2568 ระหว่างเดือนสิงหาคม – ธันวาคม โดยฮุนไดเตรียมเดินหน้าจัดกิจกรรมศูนย์บริการเคลื่อนที่เพิ่มเติมในอีก 8 จังหวัด และจังหวัดอื่น ๆ รวมกว่า 20 ครั้งทั่วประเทศ โดยมีจังหวัดสำคัญในแผน เช่น ลำพูน, อุทัยธานี, อำนาจเจริญ, ยโสธร, มหาสารคาม, ชุมพร, ชลบุรี (อ.พานทอง) และระยอง (บ้านเพ) เป็นต้น

นอกจากบริการด้านบำรุงรักษารถยนต์แล้ว ศูนย์บริการเคลื่อนที่ ยังจัดขึ้นพร้อมการทดลองขับรถรุ่นใหม่ ให้ลูกค้าได้สัมผัสสมรรถนะจริงของรถฮุนไดอย่างใกล้ชิด และตลอดช่วงเดือนมิถุนายน – ธันวาคม 2568 ฮุนไดยังจัดแคมเปญพิเศษ สำหรับผู้เข้ารับบริการในกิจกรรม “Hyundai Before Service – ศูนย์บริการเคลื่อนที่ฮุนได” โดยมอบสิทธิประโยชน์สุดคุ้ม

สำหรับลูกค้าที่เข้าร่วมกิจกรรมทดลองขับและจองรถฮุนไดภายในงาน และรับรถภายใน 30 วัน
– รับบัตรของขวัญเชลล์ มูลค่า 10,000 บาท เมื่อทดลองขับและจองรถรุ่น STARIA, PALISADE, The all-new SANTA FE
– รับบัตรของขวัญเชลล์ มูลค่า 5,000 บาท เมื่อทดลองขับและจองรถรุ่น CRETA, STARGAZER

สำหรับลูกค้าที่เข้ารับบริการ
– มียอดใช้จ่ายในการบริการ ตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ รับทันที บัตรของขวัญเชลล์ มูลค่า 500 บาท
– มียอดใช้จ่ายในการบริการ ต่ำกว่า 5,000 บาทต่อใบเสร็จ รับฟรี ของสมนาคุณสุดพรีเมียมจากฮุนได

เพิ่มเติม สำหรับลูกค้าที่เข้ารับบริการในกิจกรรม “Hyundai Before Service” และนำรถกลับมาเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการฮุนไดอย่างเป็นทางการ ภายใน 30 วัน และมียอดใช้จ่ายตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ จะได้รับบัตรของขวัญเชลล์เพิ่มอีก 500 บาท สิทธิพิเศษเหล่านี้ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของฮุนได ในการดูแลลูกค้าอย่างครบวงจร ทั้งนี้เพื่อสร้างความพึงพอใจและมอบความคุ้มค่าแก่ลูกค้าปัจจุบัน และการขยายฐานลูกค้าใหม่ในอนาคต
กิจกรรม “Hyundai Before Service – ศูนย์บริการเคลื่อนที่ฮุนได” ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมบริการเชิงรุก แต่สะท้อนถึงพันธกิจสำคัญของฮุนได ในการมอบประสบการณ์บริการหลังการขายที่เข้าถึงง่าย ได้มาตรฐานระดับสากล และสร้างความอุ่นใจให้กับลูกค้าในทุกเส้นทาง พร้อมตอกย้ำคำมั่นสัญญาของแบรนด์ว่า “ใกล้หรือไกล…ฮุนไดพร้อมดูแล” อย่างแท้จริง

ลูกค้าสามารถติดตามตารางกิจกรรมครั้งถัดไปและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.hyundai.com/th/th/service/hyundai-service/outreach-program หรือสอบถามข้อมูลที่ Hyundai Call Center โทร. 02-305-8494

 

“GEELY EM-P Super Hybrid” เทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดแบบ AWD สมรรถนะสูง ที่ผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะและระบบความปลอดภัยขั้นสูง

0
GEELY EM-P Super Hybrid 1

กลุ่มบริษัท GEELY HOLDING ผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำระดับโลกที่มีชื่อเสียงด้านการพัฒนาและนวัตกรรมเทคโนโลยียานยนต์ล้ำสมัย เดินหน้ารุกตลาดพลังงานใหม่อย่างเต็มศักยภาพ โดยมีบริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด เป็นผู้นำเข้าและผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ตอกย้ำความเชี่ยวชาญด้านการคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีระดับโลกอีกครั้งด้วยการเปิดตัวเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน EM-P Super Hybrid ที่พัฒนาขึ้นไปอีกขั้นจากเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน EM-i และพื้นฐานเทคโนโลยีแพลตฟอร์ม ยานยนต์ไฟฟ้าขั้นสูง GEA (Global Intelligent Electric Architecture) ที่ผสานสมรรถนะอันทรงพลัง เข้ากับความปลอดภัยขั้นสูง และระบบอัจฉริยะที่ช่วยตัดสินใจได้อย่างแม่นยำในทุกสถานการณ์ สำหรับผู้ขับขี่ที่ต้องการความเร็ว การควบคุมที่เฉียบคม และมั่นใจในทุกสภาพถนน ตอกย้ำความเป็นผู้นำระดับโลกในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างแท้จริง

GEELY EM-P Super Hybrid 2

สมรรถนะที่มั่นใจได้ ควบคุมได้ทุกสถานการณ์
เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน EM-P Super Hybrid คือ เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบสามมอเตอร์ (AWD) ที่ล้ำสมัย สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กม. ได้ภายในเวลาเพียง 4.5 วินาที ไม่ว่าจะเป็นการขับบนทางด่วน หรือ บนทางลาดชัน เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน AWD อัจฉริยะแบบ EM-P สามารถปรับแรงบิดให้เหมาะสมกับทุกสถานการณ์การขับขี่ พร้อมการควบคุมที่มั่นใจและการตอบสนองที่แม่นยำ แม้ในสภาวะที่มีพลังงานในแบตเตอรี่ต่ำ ระบบขับเคลื่อน EM-P Super Hybrid ยังคงมอบทั้งสมรรถนะที่เร้าใจ ด้วยอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ยอดเยี่ยมราว 4.8 ลิตรต่อ 100 กม. ตามมาตรฐาน CLTC เหมาะสำหรับการขับขี่ระยะทางไกลที่คุ้มค่าและมั่นใจที่สุดแห่งความปลอดภัยด้วยระบบอัจฉริยะ

GEELY ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมที่ไม่เพียงมุ่งเน้นแต่ในด้านสมรรถนะความเร็ว แต่ยังคำนึงถึงความปลอดภัยและความมั่นใจสูงสุดให้แก่ผู้ขับขี่ เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน EM-P จึงมาพร้อมกับระบบสำรองพลังงานอัจฉริยะจาก 5 แหล่ง ที่ออกแบบให้รถสามารถขับเคลื่อนต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้เกิดเหตุขัดข้องบางส่วนในสถานการณ์ฉุกเฉิน ช่วยให้ผู้ขับขี่ยังคงควบคุมรถได้อย่างมั่นใจ ถือเป็นมาตรฐานใหม่ด้านความปลอดภัยสำหรับรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด นอกจากนี้เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน EM-P ยังได้รับการรับรองความปลอดภัยตามมาตรฐานของระบบขับเคลื่อนแบบสี่ล้อ ด้วยกระบวนการออกแบบและขั้นตอนการทดสอบอย่างเข้มงวด เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินได้อย่างแม่นยำและมั่นใจในทุกสภาพการขับขี่

แกร่งเหนือชั้น มาตรฐานระดับโลก
นอกจากสมรรถนะอันยอดเยี่ยมแล้ว GEELY ยังได้พัฒนาเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน EM-P ให้มีความทนทานต่อทุกสภาพการใช้งาน ผ่านการทดสอบมากกว่า 40 ล้านกิโลเมตร ในกว่า 200 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน EM-P จึงได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีความแข็งแกร่งทนทานในทุกสภาพอากาศและทุกสภาพถนน การันตีคุณภาพผ่านการรับรองมาตรฐานระดับ S-class เป็นครั้งแรกของโลก และยังได้รับการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรมชั้นนำจากหลายหน่วยงาน อาทิ ISO 26262 ASIL D, ISO 21434 CAL 4 และ ASPICE Level 3 ตอกย้ำความเหนือระดับของเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน EM-P ที่มีมาตรฐานเหนือกว่าระบบปลั๊กอินไฮบริดทั่วไป พร้อมนิยามใหม่ของคุณภาพและความปลอดภัยระดับโลก

อัจฉริยะในทุกจังหวะการขับขี่
อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน EM-P คือ ความสามารถในการตัดสินใจแบบเรียลไทม์ ด้วยโหมดการขับขี่ที่ปรับเปลี่ยนได้หลากหลาย ตั้งแต่โหมดประหยัดพลังงาน โหมดสปอร์ต หรือโหมดออฟโรด ระบบสามารถเลือกและสลับโหมดอย่างเหมาะสมตามสภาพถนน ความชัน และน้ำหนักบรรทุกของรถ พร้อมการกระจายพลังงานอย่างชาญฉลาดผ่านเทคโนโลยี AI อัจฉริยะที่ติดตั้งภายในตัวรถ โดยเทคโนโลยีระบบ AI ของ EM-P จะประมวลผลข้อมูลจากหลายเซ็นเซอร์ ทั้งแรงบิดล้อ การทรงตัว การยึดเกาะถนน และสถานะแบตเตอรี่ เพื่อปรับการทำงานของเครื่องยนต์ มอเตอร์ไฟฟ้า และระบบส่งกำลังแบบสี่ล้อ (AWD) ให้สมดุลที่สุดในทุกสภาวะการขับขี่ โดยสามารถปรับแรงบิด แรงดึง และอัตราการตอบสนองของแต่ละล้อได้แบบเรียลไทม์ ทำให้ผู้ขับขี่มั่นใจในทุกการเลี้ยว การเร่ง และการเบรก

นอกจากนี้ ระบบ EM-P ยังสามารถปรับการทำงานของโหมดพลังงานสำรองได้อย่างต่อเนื่อง ลดความซับซ้อนในการควบคุม และรักษาสมรรถนะสูงสุดแม้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน การประสานงานระหว่าง AI กับระบบขับเคลื่อนแบบปลั๊กอินไฮบริดนี้ ไม่เพียงเพิ่มความแรงและความคล่องตัว แต่ยังคงให้ความมั่นใจสูงสุดด้านความปลอดภัย ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในเมือง การเดินทางระยะไกล และการขับขี่บนเส้นทางที่ท้าทาย

ทั้งหมดนี้ทำให้เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน EM-P เป็นระบบปลั๊กอินไฮบริดที่ออกแบบมาเพื่อผู้ ขับขี่อย่างแท้จริง ผสานทั้งสมรรถนะ ความปลอดภัย และความอัจฉริยะไว้ในหนึ่งเดียว มอบความมั่นใจสูงสุดในการควบคุมทุกสถานการณ์อย่างแม่นยำ

จุดเริ่มต้นของยนตรกรรมแห่งอนาคต
เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน EM-P Super Hybrid ไม่เพียงเป็นระบบขับเคลื่อนแห่งอนาคตเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของ GEELY ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมระบบการขับเคลื่อนแบบ ปลั๊กอินไฮบริด เพื่อมุ่งสร้างยนตรกรรมที่ผสานสมรรถนะการขับขี่ที่ดีที่สุดกับสุดยอดเทคโนโลยีระบบความปลอดภัย พร้อมมอบประสบการณ์ขับขี่ที่เหนือระดับในทุกเส้นทาง ทั้งถนนที่เปิดโล่ง ทางโค้งบนภูเขา และพร้อมรับทุกสภาพอากาศ การันตีความมั่นใจด้วยผลการทดสอบอย่างเข้มข้นและหลากหลายผลการรับรองตามมาตรฐานระดับสากล
ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่าเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน EM-P คือ มาตรฐานใหม่ของยานยนต์ไฟฟ้า ที่มอบประสบการณ์ขับขี่ที่สมบูรณ์มากขึ้นกว่าเดิม และก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ เพื่อมุ่งสู่อนาคตของโลกยานยนต์อย่างแท้จริง

“นิสสัน ประเทศไทย” ก้าวสู่ความสำเร็จครั้งสำคัญด้วยการรวมสายการผลิตได้สำเร็จ สายการผลิตแบบบูรณาการใหม่นี้พร้อมรองรับการผลิตรถยนต์รุ่นใหม่ในอนาคต

0
นิสสัน 1

นิสสัน ประเทศไทย ฉลองความสำเร็จครั้งสำคัญในวันนี้ ด้วยการดำเนินโครงการรวมสายการผลิตที่โรงงานจังหวัดสมุทรปราการเสร็จสมบูรณ์ โครงการดังกล่าวเริ่มต้นในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2568 โดยเป็นส่วนหนึ่งของแผน Re:Nissan ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อยกระดับประสิทธิภาพ และความสามารถในการแข่งขัน รวมทั้งเตรียมความพร้อมสำหรับการผลิตรถยนต์รุ่นใหม่ในอนาคต   

นิสสัน 2

โทชิฮิโระ ฟูจิคิ ประธาน นิสสัน ประเทศไทย และนิสสัน อาเซียน เปิดเผยว่า “ด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างการเติบโต และดำเนินการผลิตในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง นิสสันได้ดำเนินโครงการรวมสายการผลิตจนเสร็จสมบูรณ์ได้ตามกำหนด การยกระดับสายการผลิตในครั้งนี้จะช่วยให้เราสามารถปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของตลาด รวมทั้งเพิ่มความสามารถในการแข่งขันเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมั่นคง และยั่งยืนต่อไปทั้งในประเทศไทย และภูมิภาคอาเซียน”

ความสำเร็จในการดำเนินโครงการเชิงกลยุทธ์นี้ เป็นเครื่องยืนยันถึงความเชื่อมั่นของบริษัทที่มีต่อศักยภาพและความเชี่ยวชาญของพนักงานในประเทศไทย จึงได้จัดพิธีฉลองที่โรงงาน โดยมีผู้บริหาร และพนักงานมาร่วมในพิธี และยังได้รับเกียรติจากผู้บริหารของกลุ่มสยาม มอเตอร์ ซึ่งเป็นพันธมิตรของนิสสันมานาน มาร่วมงาน นำโดย ดร.พรเทพ พรประภา ประธานกรรมการ กลุ่มสยาม มอเตอร์ และ นายประกาสิทธิ์ พรประภา กรรมการผู้จัดการ

นิสสัน 3

“การที่นิสสันประสบความสำเร็จครั้งสำคัญในประเทศไทยนี้ ต้องขอขอบคุณความร่วมมือร่วมใจจากพันธมิตรและความทุ่มเทของพนักงานในโรงงานผลิตของเราทุกคน ความมุ่งมั่นของพนักงานที่พร้อมจะปรับตัวเสมอ จะเป็นแรงบันดาลใจให้นิสสันเดินหน้าสร้างการเติบโตไปพร้อมกับสังคมไทย สร้างคุณค่าให้แก่ลูกค้า พนักงาน พันธมิตร และสังคมอย่างต่อเนื่องต่อไป” มร.ฟูจิกิกล่าวเสริม

นิสสัน 4

การรวมสายการผลิตเป็นการดำเนินการเชิงกลยุทธ์ที่จะทำให้นิสสันมีสายการผลิตที่มีประสิทธิภาพ มีความคล่องตัวมากขึ้น ทำให้โรงงานแห่งนี้มีความพร้อมและศักยภาพที่จะรองรับการผลิตรถยนต์รุ่นหลักๆ ได้แก่ อัลเมร่า คิกส์ อี-พาวเวอร์ นาวารา และเทอร์ร่า ตลอดจนรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ในอนาคต รวมถึงรุ่นที่ใช้เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า นอกจากจะผลิตรถยนต์เพื่อป้อนตลาดในประเทศแล้ว โรงงานแห่งนี้จะผลิตรถยนต์เพื่อส่งออกไปยังตลาดทั่วโลกกว่า 100 แห่ง สำหรับในประเทศไทย นิสสันจำหน่ายรถยนต์หลายรุ่น ได้แก่ อัลเมร่า คิกส์ อี-พาวเวอร์ นาวารา และเทอร์ร่า และรุ่นที่นำเข้ามาได้แก่ นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ และเซเรน่า ใหม่ เครื่องยนต์ S-Hybrid

“อีซูซุ” จัดสปอร์ตเดย์สุดมันส์ “The TRUSTED BUDDY Match 2025” กระชับมิตรกับสื่อมวลชน

0
อีซูซุ 1

บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด จัดงาน “Isuzu – Press Sports Day 2025” ในธีม “The TRUSTED BUDDY Match” กระชับมิตรภาพกับสื่อมวลชนสายยานยนต์ ภายใต้แนวคิด “Isuzu Trusted Buddy… อีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย” โดยมี มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ และคุณสุรศักดิ์ จรินทร์ทอง นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย ร่วมเป็นประธานในพิธีการแข่งขัน และร่วมสร้างสีสัน ในงานกีฬาที่จัดขึ้นอย่างเป็นกันเอง ณ สนามฟุตบอล Super Star Arena

อีซูซุ 2

กิจกรรมปีนี้อัดแน่นไปด้วยความมันส์ครบรส เริ่มต้นด้วยเกมไทยปิดท้ายด้วยเกมจากญี่ปุ่น ผสมผสานทั้งกีฬาและเกมอันเป็นเอกลักษณ์ทั้งสองประเทศ

อีซูซุ 4

เปิดงานด้วยเกม “Peak & Kick Hole-in-Fun Challenge” ที่รวมกีฬากอล์ฟและฟุตบอลเข้าด้วยกัน ผนึกกำลังระหว่างสื่อมวลชนอาวุโสและผู้บริหารอีซูซุเพื่อแข่งกันทำคะแนน นำทีมโดย มร. ทาคาชิ ฮาตะ โชว์สกิลฟาดแข้ง แม่นเหมือนจับวาง ต่อด้วยเกมสนุก ๆ แบบไทย ๆ “D-Max ดีจริง วิ่งให้มันส์” หรือเกมวิ่งเปี้ยว ที่เด็กไทยทุกคนต้องรู้จัก แมตช์นี้ได้เห็นแผนการวิ่งแบบคาดไม่ถึงจนกองเชียร์เฮลั่นสนาม เกมถัดมาคือ “MAXFORCE… MAX SMASH พลังตบกำหนดโลก” เน้นความสนุกมากกว่าการแข่งขันโชว์สกิลตบลูกขนไก่กันอย่างไม่มีใครยอมใคร ต่อด้วยกีฬาฟุตบอลรอบชิงชนะเลิศ “The TRUSTED BUDDY Match” ระหว่างทีมสื่อมวลชนสายรถยนต์และทีมอีซูซุ ที่เรียกเสียงเชียร์ลั่นเหมือนแมตช์ชิงแชมป์โลกเลยทีเดียว พิเศษสำหรับปีนี้กับศึก “ฟุตบอลหญิง” ระหว่างทีมสื่อมวลชนสายยานยนต์และทีมอีซูซุ ที่มาเรียกเสียงฮาดังสนั่นสนามฟุตบอล ปิดท้ายกิจกรรมด้วยเกมแบบญี่ปุ่น “King of Basket ศึกตะกร้าฟ้าสะเทือน” หรือ เกมโยนลูกบอลลงตะกร้า (Tamaire) กิจกรรมยอดฮิตของงานกีฬาในโรงเรียนที่ประเทศญี่ปุ่น กติกาดูง่ายแต่ท้าทายไม่เบา

อีซูซุ 4

ก่อนปิดงานทีมผู้บริหารอีซูซุได้มอบรางวัลให้กับผู้เข้าแข่งขันตามคะแนนสะสมอันดับ 1 ถึง 4 ตลอดทั้งกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋ากีฬา หมวก ผ้าเช็ดตัว รวมถึงบัตรกำนัลต่าง ๆ และของรางวัลน่ารัก ๆ อย่างตุ๊กตาและพวงขนมที่เรียกรอยยิ้มจากทุกคนได้เป็นอย่างดี บรรยากาศยังไม่จบเพียงเท่านั้น หลังพิธี มอบรางวัลทุกคนยังได้อิ่มท้องกับอาหารอร่อย ๆ ส่งท้ายวันแห่งความสนุกและความสุข ก่อนแยกย้ายกลับบ้านด้วยหัวใจเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความประทับใจ

อีซูซุ 6

ร่วมติดตามและอัพเดทข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai

“Leapmotor B10” ออกเดินทางสู่ตลาดโลกอย่างเป็นทางการ! พร้อมเผยโฉมที่งาน IAA MOBILITY 2025 มิวนิก, เยอรมนีเป็นครั้งแรก ในเดือนกันยายนนี้

0
Leapmotor B10 1

Leapmotor B10 ก้าวกระโดดสู่ตลาดโลกอย่างมั่นใจ Leapmotor B10 รถยนต์ไฟฟ้าอเนกประสงค์อัจฉริยะรุ่นใหม่ล่าสุด ที่พัฒนาบนสถาปัตยกรรมล้ำสมัย LEAP 3.5 ได้ออกเดินทางสู่ทวีปยุโรปอย่างเป็นทางการแล้ว พร้อมเผยโฉมคันจริงครั้งแรกที่งาน IAA MOBILITY 2025 เมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี ระหว่างวันที่ 8–14 กันยายน 2568 และเตรียมส่งมอบให้ลูกค้าชาวยุโรปภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้     

ลิฟมอเตอร์ 2

จาก “การส่งออกสินค้า” สู่ “การส่งออกคุณภาพ” การเปิดตัว Leapmotor B10 ในครั้งนี้ ไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงศักยภาพทางเทคโนโลยีและกลยุทธ์ระดับโลกของ Leapmotor เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานยานยนต์ไฟฟ้าสู่ระดับโลกอย่างแท้จริง Leapmotor B10 จึงเป็นสัญลักษณ์แห่งนวัตกรรมและคุณภาพ ที่พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาด SUV อัจฉริยะทั่วโลก

ลิฟมอเตอร์ 3

เครือข่ายระดับโลก ขยายสู่กว่า 30 ประเทศ ปัจจุบัน Leapmotor International มีโชว์รูมและศูนย์บริการกว่า 700 แห่งในกว่า 30 ตลาดทั่วโลก ภายในปี 2025 Leapmotor B10 จะเปิดตัวในกว่า 30 ประเทศและภูมิภาค อาทิ ยุโรป ตะวันออกกลาง แอฟริกา เอเชียแปซิฟิก และอเมริกาใต้ โดยตลาดยุโรปถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่ Leapmotor มุ่งมั่นขยายธุรกิจอย่างเต็มกำลัง

ลิฟมอเตอร์ 4

ราคาที่แข่งขันได้ในตลาดยุโรป ในงาน IAA MOBILITY 2025 Leapmotor International ได้ประกาศราคาจำหน่าย Leapmotor B10 เริ่มต้นที่ 29,900 ยูโร (ราคาอาจแตกต่างไปตามแต่ละประเทศและอัตราแลกเปลี่ยนในขณะนั้น) ถือเป็นหนึ่งในรถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่มีความคุ้มค่าและสามารถแข่งขันได้อย่างแท้จริงในตลาดยุโรป
อนาคตที่มุ่งสู่ความยั่งยืนและความเป็นสากล Leapmotor International จะยังคงเดินหน้าพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าที่ล้ำสมัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยกระดับประสบการณ์การขับขี่ เพื่อก้าวสู่การเป็นแบรนด์ระดับสากลที่ลูกค้าทั่วโลกไว้วางใจ

ลิฟมอเตอร์ 5

พบกับการเปิดตัว Leapmotor B10 อย่างยิ่งใหญ่ที่บูธ Stellantis ในงาน IAA MOBILITY 2025 เมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี ระหว่างวันที่ 8–14 กันยายน 2568

“BKK Group” ประกาศความสำเร็จในงาน “BIG Motor Sale 2025” ตอกย้ำผู้นำตลาดรถพรีเมียมและพลังงานไฟฟ้าในกรุงเทพฯ พร้อมสานต่อแคมเปญสุดคุ้ม

0
BKK Group 1

กลุ่มบริษัท BKK Group ประสบความสำเร็จอย่างงดงามในงาน Bangkok International Grand – BIG Motor Sale 2025 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22–31 สิงหาคม 2568 ณ ไบเทค บางนา ด้วยกระแสตอบรับล้นหลามจากลูกค้ากลุ่มรถยนต์พรีเมียมและพลังงานไฟฟ้า โดยทำยอดจองรวมตลอด 10 วัน ได้ถึง 419 คัน แบ่งเป็น Mercedes-Benz 108 คัน, Mercedes-Benz Certified 70 คัน และ BYD 241 คัน ตอกย้ำบทบาทความเป็นผู้นำดีลเลอร์กรุ๊ปที่แข็งแกร่งที่สุดในกรุงเทพฯ พร้อมจัดแสดงรถยนต์รุ่นใหม่และโปรโมชันที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า   

BKK Group 2

นายอนุพล ลิขิตพฤษ์ไพศาล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบนซ์ บีเคเค วิภาวดี และ เบนซ์ บีเคเค ออโตเฮาส์ กาญจนาภิเษก กล่าวว่า “BIG MOTOR SALE 2025 เป็นเวทีสำคัญที่สะท้อนถึงความไว้วางใจของลูกค้าต่อ BKK Group ปีนี้เราเน้นความพร้อมรอบด้าน ทั้งทีมที่ปรึกษาการขาย รถยนต์ที่พร้อมส่งมอบ และโปรโมชั่นสุดพิเศษ ทำให้เราได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นและบรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้ นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม 2568 กลุ่ม BKK Group มียอดส่งมอบรถรวมกว่า 2,203 คัน แบ่งเป็น Mercedes-Benz กว่า 525 คัน, Mercedes-Benz Certified กว่า 278 คัน และ BYD กว่า 1,400 คัน สำหรับในงาน BIG Motor Sale 2025 เราตั้งเป้ายอดจองไว้ 300 คัน และตั้งเป้าส่งมอบทั้งปีของกลุ่มรวมกว่า 4,300 คัน พร้อมเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นในตลาดรถยนต์พรีเมียมและพลังงานไฟฟ้าในกรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง”

นางสาวตวงรัตน์ ลิขิตพฤษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป จำกัด กล่าวเสริมว่า “ความสำเร็จในปีนี้ต้องขอขอบคุณ ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป, บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด สำหรับการสนับสนุนด้านผลิตภัณฑ์และแคมเปญการขายอย่างเต็มที่ ความร่วมมือที่แข็งแกร่งนี้ทำให้โชว์รูมและศูนย์บริการของ BKK Group สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าในกรุงเทพฯ ได้อย่างครบวงจรและมีคุณภาพ”

BKK Group 4

ปัจจุบัน BKK Group มีโชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจร ครอบคลุมทุกพื้นที่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมแบรนด์ชั้นนำทั้ง Mercedes-Benz, Mercedes-Benz Certified, BYD, Nissan และ Fuso โดยยังคงสานต่อแคมเปญ Defining Electric : Reimagine Intelligence และ Star Fest จาก Mercedes-Benz เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสนวัตกรรมการขับขี่และข้อเสนอสุดคุ้มที่โชว์รูมทุกสาขา
Mercedes-Benz : บางนา 02-745-2222 | วิภาวดี 02-930-1888 | กาญจนาภิเษก 02-764-4999
Mercedes-Benz Certified : 0888-111-888 | Hotline: 1449
BYD : เทพารักษ์ 02-745-3333 | มีนบุรี 02-116-5555 | ดอนเมือง 02-764-2899 | บางนา 02-399-0993 | ลาดพร้าว 02-539-6988

BKK Group 5

BKK Group 6

BKK Group 7

BKK Group  8

เชิญสัมผัสยนตรกรรมสุดหรูและพลังงานไฟฟ้ารุ่นล่าสุด พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษและบริการเหนือระดับได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการ BKK Group ครอบคลุมทุกมุมกรุงเทพฯ ทีมงานมืออาชีพพร้อมดูแลคุณในทุกขั้นตอน เพื่อมอบประสบการณ์การครอบครองรถยนต์ที่ดีที่สุด และสมบูรณ์แบบในทุกการเดินทาง

“OMODA & JAECOO” ประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นกับการเปิดตัว JAECOO 5 EV

0
"OMODA & JAECOO" 1

OMODA & JAECOO (อ่านว่า โอโมด้า แอนด์ เจคู่) ประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยมกับการเปิดตัว JAECOO 5 EV ยานยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมที่มาพร้อมราคาที่เข้าถึงได้ในตลาดรถยนต์ไทย

คุณบิล จาง ผู้อำนวยการบริหารแบรนด์ OMODA & JAECOO ประเทศไทย กล่าวขอบคุณลูกค้าชาวไทยที่ให้การตอบรับอย่างดีเยี่ยม ที่ได้รับยอดจองรวมทุกรุ่นกว่า 6,500 คัน ในระหว่างงาน Big Motor Sale 2568 วันที่ 22-31 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา เรามีความยินดีที่จะแจ้งว่าเราพร้อมทยอยส่งมอบ JAECOO 5 EV ให้กับลูกค้าตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคม 2568 เป็นต้นไป และเราได้เตรียมอะไหล่สำรองไว้แล้วมากกว่า 94% แล้วจะครบ 100% ในเร็ว ๆ นี้” คุณบิล กล่าว  

"OMODA & JAECOO" 2

จากกระแสตอบรับที่เหนือความคาดหมาย ทางบริษัทฯ ได้ขยายโปรโมชันสำหรับ JAECOO 5 EV สำหรับลูกค้าที่จองรถระหว่างวันที่ 1-30 กันยายน 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2568 เมื่อจอง 5,000 บาท (จากเดิม Early Bird 1,000 บาท) รับข้อเสนอราคาสุดพิเศษสำหรับ JAECOO 5 EV Long Range Max ในราคา 599,000 บาท จากราคา 679,000 บาท และ JAECOO 5 EV Long Range Dynamic ในราคา 549,000 บาท จากราคา 649,000 บาท พร้อมรับสิทธิประโยชน์พิเศษทั้ง WALL CHARGE พร้อมติดตั้งฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี ดอกเบี้ย 1.98% (จากเดิม Early Bird 1.78%) และการรับประกันตัวรถ 8 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร และรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร

JAECOO 6 EV 4WD รถไฟฟ้าสไตล์ออฟโรดที่พร้อมท้าทายทุกขีดจำกัด มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับผู้ที่จองและรับรถภายใน 1-30 กันยายน 2568 รับส่วนลดสูงสุดถึง 200,000 บาท โดยรุ่น JAECOO 6 EV Long Range 4WD ราคาพิเศษ 1,049,000 บาท JAECOO 6 EV Long Range 2WD ราคาพิเศษ 949,000 บาท และ JAECOO 6 EV Long Range 2WD Pro ราคาพิเศษ 799,000 บาท ทุกรุ่นรับสิทธิประโยชน์ครบครันทั้ง WALL CHARGE พร้อมติดตั้ง ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี และการรับประกันคุณภาพครอบคลุมถึง 8 ปี หรือระยะทาง 200,000 กิโลเมตร พิเศษเฉพาะรุ่น JAECOO 6 EV Long Range 4WD รับคูปองแต่งรถและติดตั้งที่ร้าน AUTOGLAM มูลค่า 25,000 บาท (เฉพาะ 250 ท่านแรก)

JAECOO 7 SHS ยนตรกรรมอเนกประสงค์ มาพร้อมราคาเริ่มต้นที่ 899,000 บาท สำหรับรุ่น Dynamic และ 999,000 บาท สำหรับรุ่น Max สำหรับผู้ที่จองและรับรถภายใน 1-30 กันยายน 2568 พร้อมรับสิทธิพิเศษ ทั้งการรับประกันเครื่องยนต์ 10 ปีไม่จำกัดระยะทาง WALL CHARGE พร้อมติดตั้ง และสายต่อพ่วงอุปกรณ์ไฟฟ้า (V-to-L)

ปิดท้ายด้วย OMODA C5 EV ยนตรกรรมไฟฟ้าสุดล้ำที่ยกระดับความคุ้มค่าในทุกมิติ ในราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 599,000 บาท สำหรับรุ่น Long Range Dynamic และ 649,000 บาท สำหรับรุ่น Long Range Max พร้อมข้อเสนอพิเศษเงินดาวน์เริ่มต้นเพียง 8,888 บาท ผ่อนนานสูงสุด 84 เดือน* ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี สำหรับผู้ที่จองและรับรถภายใน 1-30 กันยายน 2568 พิเศษเฉพาะรุ่น Long Range Max รับ WALL CHARGE พร้อมติดตั้ง

ทั้งนี้ บริษัทฯ คาดการณ์ยอดจอง JAECOO 5 EV จะเกิน 8,000 คันภายในสิ้นปี 2568 ความสำเร็จของ JAECOO 5 EV สะท้อนความสำเร็จของแบรนด์ในการนำเสนอยานยนต์ไฟฟ้าที่ผสานความพรีเมียม เทคโนโลยีล้ำสมัย และความคุ้มค่า ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างลงตัว

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ JAECOO 5 EV สามารถเยี่ยมชมได้ที่ www.omodajaecoo.co.th/th

 

“อีซูซุ” เชิญชวนลูกค้า “เข้าศูนย์ คุ้มจริง ดีจริง” พร้อมรับความคุ้ม! สุดประหยัด ดูแลครบจบในแอปเดียว

0
อีซูซุ 1

กลุ่มตรีเพชรโดย คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เชิญชวนเจ้าของรถอีซูซุใช้บริการที่ศูนย์บริการมาตรฐานอีซูซุ กับโปรโมชันสุดคุ้มในแคมเพจ์น “เข้าศูนย์ คุ้มจริง ดีจริง” ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2568 – 30 พฤศจิกายน 2568

อีกทั้งลุ้นรับรางวัลมูลค่ารวม 100,000 บาท เมื่อนัดหมายผ่านแอปพลิเคชัน my-ISUZU และเข้ารับบริการตามที่ได้นัดหมาย ครอบคลุมทั้งการประหยัด ดูแลรถครบ จบในที่เดียว

อีซูซุ 2

รถปิกอัพอีซูซุทุกรุ่น และรถยนต์นั่งอเนกประสงค์อีซูซุทุกรุ่น
•เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง 7 ลิตร เกรดมาตรฐาน ในราคาเพียง 1,199 บาท
•แพ็กเกจคืนความฟิต จะรถปีไหนก็ฟิตเหมือนใหม่ได้ คืนความมั่นใจให้รถคุณ เช่น
oแพ็กเกจเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ออโต้ พร้อมไส้กรองเกียร์ และท่อยางน้ำมันเกียร์ออโต้ เริ่มต้น 6,170 บาท
oแพ็กเกจล้างท่อร่วมไอดี วาล์ว EGR และปะเก็น เริ่มต้น 2,840 บาท
•ส่วนลดอะไหล่
oรถอายุ 7 ปีขึ้นไป รับส่วนลดอะไหล่สูงสุดถึง 20%
oรถอายุน้อยกว่า 7 ปี รับส่วนลด 5%
•คูปองส่วนลดมูลค่า 500 บาท สำหรับใช้ในครั้งถัดไป (เฉพาะลูกค้ารถอายุ 7 ปีขึ้นไป ที่มีค่าใช้จ่ายหลังหักส่วนลด และรวมภาษี 5,000 บาทขึ้นไป)
สิทธิพิเศษเพิ่มเติม ฟรี! ตรวจเช็กสภาพรถ มูลค่า 330 บาท ผ่อน 0% นาน 9 เดือน รับประกันงานซ่อม 6 เดือน หรือ 10,000 กม. ส่วนลดยางยี่ห้อบริดจสโตน สูงสุด 2,000 บาท

อีซูซุ 3

หมายเหตุ : ราคาข้างต้นเฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการ โปรดตรวจสอบราคาได้จากศูนย์บริการใกล้บ้านท่าน

รถบรรทุกอีซูซุขนาดใหญ่ (2 ตันขึ้นไปทุกรุ่น)
•ส่วนลดอะไหล่ สูงสุด 15% สำหรับกลุ่มอะไหล่ ช่วงล่าง เบรก คลัตช์ ซีลล้อ ลูกปืนล้อ อุปกรณ์ดักจับความชื้น อะไหล่บำรุงรักษาเชิงป้องกัน
•ส่วนลดยางบริดจสโตนสูงสุด 1,200 บาท สำหรับรถบรรทุก รุ่น NLR และ NLR Lite เมื่อเปลี่ยนครบ 4 เส้น พร้อมฟรี! ค่าแรง
•เปลี่ยนจาระบีทันใจ ภายใน 4 ชั่วโมง สำหรับรถบรรทุก 4 ดุม
•ฟรี! ตรวจเช็กสภาพรถ (ครอบคลุม 50 รายการ)
ผ่อน 0% นาน 9 เดือน รับประกันงานซ่อม 6 เดือน หรือ 10,000 กม.

อีซูซุ 4

สามารถรับสิทธิ์ทั้งหมดนี้ง่าย ๆ เพียงกดรับคูปองผ่านแอปพลิเคชัน my-ISUZU นอกจากนี้สำหรับลูกค้าที่นัดหมายและเข้ารับบริการในช่วงวันที่ 15 สิงหาคม 2568 – 31 ธันวาคม 2568 ผ่านแอปพลิเคชัน my-ISUZU มีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลรวม 110 รางวัล มูลค่ารวม 100,000 บาท
•รางวัลที่ 1: บัตรเติมน้ำมัน Caltex รางวัลละ 2,000 บาท จำนวน 30 รางวัล
(มูลค่ารวม 60,000 บาท)
•รางวัลที่ 2: คูปองส่วนลดค่าบริการ รางวัลละ 500 บาท จำนวน 80 รางวัล
(มูลค่ารวม 40,000 บาท)

สอบถามเพิ่มเติมที่ศูนย์บริการมาตรฐานอีซูซุทั่วประเทศ หรือ สายด่วนลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 0-2118-0777 และติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai

ฉลองครบรอบ 4 ปี GWM ORA Good Cat เอาใจนิสิต นักศึกษา กับรถ EV ในฝันคันแรก กับแคมเปญ “Good Cat, Good Start” มอบส่วนลดสูงสุด 10%

0
GWM Thailand 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” GWM (Thailand) เฉลิมฉลองครบรอบ 4 ปีในประเทศไทยของจ้าเหมียวไฟฟ้า GWM ORA Good Cat รถยนต์ไฟฟ้ายอดนิยมขวัญใจคนรุ่นใหม่ ที่ไม่ใช่แค่รถคันแรกในใจใครหลายคน แต่เป็นไอคอนของความคิ้วท์ ทันสมัย ปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง เพราะ GWM ORA Good Cat ไม่ใช่แค่รถไฟฟ้า แต่คือ “รางวัลของช่วงชีวิตสำคัญ” GWM จึงมอบแคมเปญ “Good Cat, Good Start” ที่จัดเต็มข้อเสนอพิเศษให้วัยมัน สำหรับนิสิต นักศึกษา ที่กำลังมองหารถ EV คันแรกในชีวิตที่ลงตัวตอบโจทย์ครบทั้งไลฟ์สไตล์ ดีไซน์ ความโดดเด่นไม่ซ้ำใคร ความปลอดภัย และความคุ้มค่าในระยะยาว

GWM Thailand 2

“Good Cat, Good Start” คือแคมเปญที่เปิดโอกาสให้ Gen Z เป็นเจ้าของรถ EV ในฝันคันแรก ด้วยสิทธิพิเศษเฉพาะนิสิต นักศึกษาเท่านั้น! นี่ไม่ใช่แค่โปรฯ ดี ๆ แต่คือการตอบสนองไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ที่มีสไตล์และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมั่นใจได้ในทุกเส้นทาง กับ GWM ORA Good Cat กับข้อเสนอส่วนลดพิเศษ 10%* ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 กันยายน 2568 นี้เท่านั้น เพียงโชว์บัตรนิสิต นักศึกษาก็สามารถเข้าร่วมแคมเปญ Good Cat, Good Start ได้ทันที

GWM Thailand 3

GWM ORA Good Cat มีด้วยกัน 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น PRO, ULTRA และ GT โดยรุ่น PRO และ ULTRA มีสีให้เลือก 5 สีได้แก่ สีเขียว Pistachio Green สีเบจหลังคาสีน้ำตาล และสีเขียวหลังคาสีขาว และสีใหม่ 2 เฉดสีได้แก่ สีใหม่ สีขาวหลังคาสีดำ พร้อมชุดแต่ง Black Package และสีฟ้า So Blue สำหรับรุ่น GT มาในสีเทา และสีดำ พร้อมชุดแต่งสปอร์ตสีเหลือง โดยมีราคาของแต่ละรุ่น (ก่อนหักส่วนลด 10%* สำหรับนิสิตและนักศึกษา) ดังต่อไปนี้

•GWM ORA Good Cat รุ่น PRO ราคาเพียง 599,000 บาท
•GWM ORA Good Cat รุ่น ULTRA ราคาเพียง 699,000 บาท
•GWM ORA Good Cat รุ่น GT ราคาเพียง 829,000 บาท

นอกจากส่วนลดพิเศษ 10%* แล้วนั้น GWM ขอมอบสิทธิพิเศษเพิ่มเติม** ไม่ว่าจะเป็น ฟรีประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 เป็นระยะเวลา 1 ปี มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 25,000 บาท ฟรีฟิล์มกรองแสง ลามิน่า มูลค่า 11,900 บาท การรับประกันคุณภาพรถใหม่ เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 150,000กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และการรับประกันแบตเตอรี่ EV เป็นระยะเวลา 8 ปี หรือระยะทาง 180,000กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

GWM Thailand  4

GWM ORA Good Cat เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ออกแบบภายใต้แนวคิด “เกิดมาคิวท์ บิลท์มาเซฟ” ผสานความงามเหนือกาลเวลากับมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง ตอบโจทย์ทั้งรูปลักษณ์และการใช้งานในชีวิตประจำวัน พร้อมสร้างความมั่นใจบนทุกเส้นทางด้วยโครงสร้างตัวถังและระบบความปลอดภัยรอบด้าน สำหรับผู้ปกครอง GWM ORA Good Cat เป็นของขวัญแห่งความภูมิใจและสัญลักษณ์ของอิสรภาพที่มอบให้ลูก โดยเน้นความปลอดภัย คุ้มค่า และดูแลรักษาง่าย ส่วนนิสิตนักศึกษา ซึ่งเป็นคน Gen Z มองว่าเป็นการแสดงออกถึงไลฟ์สไตล์ ความครีเอทีฟ และจุดยืนเพื่อสิ่งแวดล้อม ด้วยความต้องการรถ EV ที่ขับง่าย จอดคล่อง และใช้ชีวิตได้อย่างสนุกสนานกับเพื่อน ๆ ทั้งในเมืองและนอกเมือง GWM ORA Good Cat จึงเป็นคำตอบที่ลงตัวสำหรับทั้งสองเจเนอเรชัน ที่ต่างมองว่า “รถคันแรก” เป็นมากกว่าแค่ยานพาหนะ

GWM Thailand 5

นอกจากดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์เหนือกาลเวลา แม้เรียนจบก็ยังคงความโดดเด่น ไม่ซ้ำใคร เหมือนขับรถใหม่ในทุก ๆ วัน พร้อมสีสันที่สามารถเลือกได้ตามความชื่นชอบ สะท้อนบุคลิกและตัวตัวของผู้ใช้งาน GWM ORA Good Cat ยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยที่ล้ำสมัย รับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมแบตเตอรี่ที่ผลิตในประเทศ ซึ่งผ่านการทดสอบความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ใช้เทคโนโลยี Short Blade Battery ที่มีความเสถียรสูง เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย พร้อมระบบจัดการแบตเตอรี่อัจฉริยะ (BMS) ที่สามารถตัดไฟอัตโนมัติภายใน 0.1 วินาทีเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ขณะเดียวกัน โครงสร้างตัวถัง ทำมาจากเหล็กกล้า IronBone™ ที่มีความแข็งแรงสูง 65% และเหล็กเทอร์โมฟอร์ม 18 ชิ้น ซึ่งสามารถดูดซับ และลดแรงกระแทกเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้โดยสารเป็นหลัก การันตีด้วยมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดระดับ 5 ดาว จาก Australasian New Car Assessment Program** (ANCAP) และจาก European New Car Assessment Programme** (Euro NCAP) ซึ่งทั้งสองสถาบันเป็นสถาบันประเมินรถยนต์ใหม่ตามมาตรฐานออสตราเลเซียและยุโรปตามลำดับ (**สำหรับรถยนต์ ORA Good Cat รุ่นที่วางจำหน่ายในยุโรปและออสเตรเลีย)

ทดลองขับ GWM ORA Good Cat ได้ที่ GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ กว่า 72 แห่งทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ GWM Contact Center 02-668-8888 หรือ และเว็บไซต์ https://www.gwm.co.th/th/deal/ora-good-cat

* สำหรับนิสิต นักศึกษา รับส่วนลดเงินสด 10% สูงสุดไม่เกิน 60,000 บาท เมื่อแสดงบัตรประจำตัวนิสิต นักศึกษา โดยจะต้องมีอายุตั้งแต่ 18 ปี ขึ้นไป และบัตรนิสิต นักศึกษาจะต้องไม่หมดอายุ
** เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ดูรายละเอียดเพิ่มเติมของ GWM ORA Good Cat ได้ที่ https://www.gwm.co.th/th/deal/ora-good-cat

 

29 ปีของฟอร์ดในประเทศไทยกับเรื่องราวที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

0
ฟอร์ด 1

ฟอร์ด ประเทศไทย เผยข้อมูลน่าสนใจเบื้องหลังความสำเร็จอันยาวนานถึง 29 ปี ที่ส่งผลให้แบรนด์รถยนต์สัญชาติอเมริกันหนึ่งเดียวในประเทศไทยยังคงครองใจผู้บริโภคชาวไทยไว้ได้อย่างเหนียวแน่น พร้อมตอกย้ำจุดยืนในฐานะแบรนด์ที่เข้าใจลูกค้า พร้อมชูนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่มอบทั้งคุณค่าและความภาคภูมิใจในการเป็นเจ้าของที่ทำให้รถฟอร์ดยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของคนไทย

ความสำเร็จด้านยอดขาย พิสูจน์ความเชื่อมั่นจากลูกค้าไทย
นับตั้งแต่วันแรกที่เริ่มดำเนินธุรกิจในเมืองไทยจนถึงปัจจุบัน ฟอร์ดได้ส่งมอบรถยนต์ให้ลูกค้าชาวไทยไปแล้วกว่า 803,352 คัน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2568) เป็นตัวเลขที่สะท้อนถึงความไว้วางใจอย่างต่อเนื่องจากผู้บริโภค นอกจากนี้ จากข้อมูล 4 ปีย้อนหลัง (พ.ศ. 25264-2568) พบว่า สีดำ เป็นสีที่ลูกค้าฟอร์ดในไทยนิยมมากที่สุดเพราะสะท้อนภาพลักษณ์ความเท่ แกร่งและความดุดันที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน

โรงงานคุณภาพ ส่งออกรถฟอร์ดไปยังทั่วโลก
ด้านการผลิต โรงงานทั้งสองแห่งของฟอร์ดที่จังหวัดระยอง ทั้งฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง และออโต้ อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) ผลิตรถยนต์รวมแล้วกว่า 3.2 ล้านคัน หากนำมาจอดเรียงต่อกัน จะทอดยาวเป็นระยะทางจากระยองข้ามทวีปไปถึงชายฝั่งตะวันออกของประเทศแคนาดาเลยทีเดียว และด้วยกำลังการผลิตที่มีประสิทธิภาพสูง ทำให้ทุก ๆ 2 นาที จะมีรถฟอร์ดคันใหม่หนึ่งคันออกจากสายการผลิต พร้อมส่งมอบถึงมือลูกค้า เร็วกว่าเวลาที่ใช้ดริปกาแฟตอนเช้าเสียอีก

เจาะลึกหัวใจลูกค้าฟอร์ด ใครคือคนที่หลงรักแบรนด์นี้
ความเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้งเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จของฟอร์ด โดยกลุ่มลูกค้าหลักมีอายุระหว่าง 30-50 ปี แบ่งเป็นชาย 60% และมีลูกค้าผู้หญิงสูงถึง 40% ทำลายภาพจำแบบเดิมๆ ว่ารถฟอร์ดมีแต่ผู้ชายขับเท่านั้น ข้อมูลล่าสุดยังเปิดเผยว่าลูกค้าฟอร์ดประกอบอาชีพหลัก ได้แก่ เจ้าของธุรกิจ พนักงานบริษัทเอกชน และเกษตรกร กระจายตัวอยู่ใน 5 จังหวัดหลัก ได้แก่ กรุงเทพฯ ชลบุรี เชียงใหม่ ภูเก็ต และขอนแก่น

ที่น่าสนใจคือ ภูเก็ต เป็นจังหวัดที่ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ครองส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 1 สูงกว่าคู่แข่งทุกราย ขณะที่จันทบุรี ครองตำแหน่ง ‘เมืองแห่งฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์’ เป็นแหล่งรวมสาวกรถกระบะสุดทรงพลัง อันดับสองรองจากกรุงเทพฯ โดยส่วนใหญ่เป็นเจ้าของสวนที่มองหารถกระบะสมรรถนะสูงสุดเท่เป็น ‘รถในฝัน’ ที่พร้อมลุยไปด้วยกันในทุกเส้นทางชีวิต

ศูนย์กระจ่ายอะไหล่แห่งใหม่ ใหญ่เทียบเท่าสนามฟุตบอล 5.6 สนาม
ฟอร์ดไม่เพียงแต่ให้ความสำคัญด้านคุณภาพรถยนต์ แต่ยังทุ่มเทกับบริการหลังการขาย ด้วยการเปิด ศูนย์กระจายอะไหล่แห่งใหม่ที่มีขนาดใหญ่ถึง 40,000 ตารางเมตร เทียบเท่าสนามฟุตบอลมาตรฐาน 5.6 สนาม พร้อมคลังอะไหล่สำรองกว่า 4.3 ล้านชิ้น เพื่อให้ลูกค้าอุ่นใจได้ว่ารถฟอร์ดทุกคันจะได้รับการดูแลและพร้อมลุยในทุกเส้นทางอย่างไม่มีสะดุด

จากข้อมูลทั้งหมดนี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่ฟอร์ดยังคงเป็นหนึ่งในแบรนด์รถยนต์ที่ครองใจคนไทยมาอย่างยาวนาน ด้วยคุณภาพผลิตภัณฑ์ ความเข้าใจลูกค้า และบริการหลังการขายที่มอบความอุ่นใจตลอดการใช้งาน ทำให้ฟอร์ดมีความพร้อมที่จะเดินหน้าสู่ทศวรรษที่ 3 อย่างแข็งแกร่ง พร้อม ‘ดุดันทุกสถานการณ์’ ไปกับคนไทยอีกนาน