“IMC สื่อสากล” ผู้จัดงาน “มหกรรมยานยนต์” หรือ Motor Expo 2025 เปิดให้ผู้ชมงาน และประชาชนทั่วไปนำอาหารแห้ง สิ่งของเครื่องใช้มาบริจาค ภายในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” เพื่อรวบรวมส่งผ่าน Thai PBS ไปช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้

“IMC สื่อสากล” ผู้จัดงาน “มหกรรมยานยนต์” หรือ Motor Expo 2025 เปิดให้ผู้ชมงาน และประชาชนทั่วไปนำอาหารแห้ง สิ่งของเครื่องใช้มาบริจาค ภายในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” เพื่อรวบรวมส่งผ่าน Thai PBS ไปช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้

บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า จากสถานการณ์หลายพื้นที่ในภาคใต้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุอุทกภัยครั้งร้ายแรง โดยเฉพาะในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และ พื้นที่หลายอำเภอในจังหวัดสตูล ซูซูกิจึงมีนโยบายเร่งด่วน ภายใต้โครงการ “ซูซูกิร่วมใจ ห่วงใยผู้ประสบภัยน้ำท่วม” โดยร่วมมือกับผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิในพื้นที่ประสบภัย 9 จังหวัด ภาคใต้ มอบส่วนลดพิเศษสูงสุด 30% ในการนำรถเข้าซ่อมแซมและฟื้นฟูสภาพรถยนต์ที่ศูนย์บริการมาตรฐานซูซูกิ เพื่อเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ใช้รถยนต์ซูซูกิทุกท่านให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างรวดเร็ว
ในการช่วยเหลือครั้งนี้ ครอบคลุมพื้นที่ 9 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, ตรัง, พัทลุง, สตูล, สงขลา, ปัตตานี, ยะลา และ นราธิวาส โดยประชาชนสามารถนำรถยนต์ซูซูกิ ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเข้ารับบริการภายใต้โครงการ “ซูซูกิร่วมใจ ห่วงใยผู้ประสบภัยน้ำท่วม” ประกอบด้วย
นอกจากมาตรการช่วยเหลือและส่วนลดพิเศษข้างต้นแล้ว บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ยังได้ยกระดับความช่วยเหลือด้วยการส่งทีมช่างผู้ชำนาญจากสำนักงานใหญ่จำนวน 4 ท่าน ซึ่งมีประสบการณ์สูงในการซ่อมบำรุงรถยนต์ซูซูกิ โดยทีมช่างได้เตรียมพร้อมทั้งเครื่องมือวิเคราะห์ปัญหาที่ทันสมัย (SDT2) และอะไหล่กลุ่มอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่จำเป็น เดินทางลงพื้นที่เพื่อร่วมสนับสนุนการทำงานของศูนย์บริการในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยอย่างเร่งด่วน
โดยในเบื้องต้น ทีมช่างผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้จะลงพื้นที่เพื่อปฏิบัติการช่วยเหลือกลุ่มลูกค้าซูซูกิที่ประสบภัยน้ำท่วมอย่างใกล้ชิด โดยจะให้คำปรึกษาอย่างละเอียดเกี่ยวกับการดูแลรักษาและขั้นตอนการซ่อมแซมรถยนต์ซูซูกิที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมอย่างถูกวิธี เพื่อให้ลูกค้าสามารถนำรถกลับมาใช้งานได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพโดยเร็วที่สุด
การปฏิบัติงานจะเริ่มขึ้นในช่วงระหว่างวันที่ 8-12 ธันวาคม 2568 โดยจัดตั้งจุดให้บริการหลัก ณ ศูนย์บริการของผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิ บริษัท เอ.ซี.ออโตโมบิล (2002) จำกัด อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก แม้ศูนย์บริการแห่งนี้จะได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเช่นกัน แต่ยังคงมีความมุ่งมั่นและเตรียมความพร้อมในการให้บริการลูกค้าอย่างเต็มกำลัง
นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ซูซูกิขอส่งความห่วงใยไปยังผู้ประสบภัยจากเหตุอุทกภัยใน 9 จังหวัดภาคใต้ โดยจากการสำรวจในเบื้องต้นพบว่ามีรถยนต์ซูซูกิได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งนี้จำนวน 35 คัน จากจำนวนผู้ใช้รถยนต์ซูซูกิในเขตภาคใต้ 15,439 คัน ซึ่งอยู่ระหว่างการประสานงานและเตรียมการเพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการ และหวังว่ามาตรการในครั้งนี้ จะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย บรรเทาความเดือดร้อนแก่ลูกค้าได้อีกช่องทางหนึ่ง ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดที่เรายึดมั่นในการดำเนินงานมาตลอดคือ “SUZUKI Cause We Care – เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ”
โดยเชื่อมั่นว่า ความพยายามในการเป็นส่วนหนึ่งของการแบ่งเบาภาระของลูกค้าในครั้งนี้ จะตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของซูซูกิ ในการดูแลลูกค้าและให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง เพื่อให้ลูกค้าสามารถก้าวผ่านสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ไปด้วยกัน
ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย สิ่งหนึ่งที่ซูซูกิให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง คือ การส่งเสริมและช่วยเหลือสังคมรวมถึงประชาชนในยามที่ได้รับความเดือดร้อนมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยความมุ่งหวังที่จะเห็นสังคมไทยก้าวหน้าไปอย่างมีคุณภาพและเติบโตอย่างยั่งยืน
CHERY Group นำโดย OMODA & JAECOO ผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์พลังงานไฟฟ้าระดับพรีเมียม โดยมีคุณวรางคณา ศศิธร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) จำกัด มอบเงินบริจาคจำนวน 1 ล้านบาทให้แก่สภากาชาดไทย ซึ่งคุณจันทร์ประภา วิชิตชลชัย รองผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย เป็นผู้รับมอบ ทั้งนี้ เงินบริจาคดังกล่าวจะนำไปใช้ในการช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมต่อไป
ภายหลังเหตุการณ์น้ำท่วมรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อหลายชุมชนในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย นิสสัน ประเทศไทยได้บริจาคเงินจำนวน 150,000 บาท ให้กับ สภากาชาดไทย เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ พนักงานนิสสันยังร่วมกันระดมทุนเพิ่มเติมและบริจาคสิ่งของจำเป็น ซึ่งได้นำส่งผ่าน อำเภอบางเสาธง เพื่อช่วยเหลือชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม บริษัทฯ ยังให้ความช่วยเหลือแก่ดีลเลอร์และพนักงานที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง
ทาคาอากิ ยานางิ รองประธานอาวุโส นิสสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “เราขอส่งกำลังใจให้ทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เราขอยืนเคียงข้างประชาชนชาวไทยในช่วงเวลาการฟื้นฟูนี้ ผ่านการสนับสนุนสภากาชาดไทยและการบริจาคจากพนักงานของเรา เราหวังว่าจะช่วยให้การฟื้นฟูระยะยาวเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและช่วยเหลือชุมชนในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้”
สภากาชาดไทยจะนำเงินบริจาคไปใช้ในการจัดหาทรัพยากรที่จำเป็นและให้ความช่วยเหลือในการฟื้นฟูและสร้างใหม่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
ในขณะเดียวกัน นิสสันยังคงดำเนินโครงการ “Nissan Cares: Flood Relief Support Campaign” เพื่อช่วยเหลือลูกค้านิสสันที่รถได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม โดยแคมเปญนี้จะดำเนินไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 มอบส่วนลด 30% สำหรับอะไหล่ สารเคมี น้ำมันหล่อลื่น และอุปกรณ์ตกแต่งที่เสียหายจากน้ำท่วม เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถซ่อมแซมรถยนต์ได้อย่างรวดเร็ว
นายณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด ในเครือกลุ่มธนบุรี ผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่าย GEELY อย่างเป็นทางการในประเทศไทย พร้อมด้วยผู้บริหารจากผู้จำหน่าย GEELY ได้แก่ นายวรศักดิ์ ชาญไพบูลย์รัตน์ และนางสุรีย์พร ชาญไพบูลย์รัตน์ กรรมการผู้จัดการ เอ็มพลัส บางบัวทอง เดินหน้าเสริมความเชื่อมั่นต่อหน่วยงานราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และกลุ่มผู้บริโภคชาวไทย ด้วยการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า GEELY EX5 รุ่น PRO จำนวน 47 คัน ให้แก่บริษัท มาสเตอร์ ไดรฟเวอร์ แอนด์ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด ที่ได้ให้ความไว้วางใจในการนำไปใช้ในหน่วยงานการไฟฟ้านครหลวง พร้อมผลักดันการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย โดยมีนายวรัญญู เจริญวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ เป็นผู้แทนรับมอบ เมื่อเร็วๆ นี้
การส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า GEELY EX5 รุ่น PRO จำนวน 47 คันเพื่อนำไปใช้ในหน่วยงานการไฟฟ้านครหลวงครั้งนี้ เป็นเครื่องยืนยันถึงความพร้อมและมาตรฐานการบริการที่บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด มุ่งมั่นนำเสนอ โดยผสานความแข็งแกร่งของพันธมิตรอย่างเอ็มพลัส บางบัวทอง และบริษัท มาสเตอร์ ไดรฟเวอร์ แอนด์ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อเสริมศักยภาพการดำเนินงานของหน่วยงานราชการ และหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในสมรรถนะของ GEELY ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงและได้รับการยอมรับจากภาครัฐ และนับเป็นอีกก้าวสำคัญในการผลักดันการใช้พลังงานสะอาด ลดการปล่อยคาร์บอน และขับเคลื่อนระบบยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) ของประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน
นายณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด กล่าวว่า “ธนบุรีนอยสเติร์น รู้สึกภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ การตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคชาวไทย โดยเฉพาะ GEELY EX5 รุ่น PRO ที่จำหน่ายหมดสต็อกแล้ว สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีต่อแบรนด์ GEELY ทั้งในด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์และบริการหลังการขาย การส่งมอบในครั้งนี้ยังตอกย้ำถึงบทบาทของเราในฐานะพันธมิตรด้านยานยนต์ไฟฟ้าที่ภาครัฐไว้วางใจ พร้อมกันนี้ ยังสอดรับเป้าหมายของบริษัทฯ ในการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนและสร้างผลเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมของประเทศในระยะยาว เราพร้อมยกระดับมาตรฐานการดูแลลูกค้าและพันธมิตรในทุกมิติ เพื่อร่วมผลักดันระบบไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน”
GEELY EX5 รุ่น PRO เป็นรถยนต์อเนกประสงค์พลังงานไฟฟ้า 100% โดดเด่นด้านการจัดการพื้นที่และความแข็งแกร่งของโครงสร้าง ที่พัฒนาบนแพลตฟอร์ม Global Intelligent Electric Architecture (GEA) ผสานกับเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าขั้นสูง เสริมด้วยนวัตกรรม Cell-to-Body (CTB) Integration มาพร้อมระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะ 11-in-1 Intelligent Electric Drive ควบคู่นวัตกรรม Short Blade Battery แบตเตอรี่ LFP รุ่นใหม่ ที่มีขนาดเล็กแต่มอบสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงประสิทธิภาพ พร้อมการประหยัดพลังงาน มอบระยะทางวิ่งสูงสุด 495 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC ทั้งยังมีดีไซน์ทันสมัยที่คว้ารางวัลจาก Red Dot Design Award และการันตีความปลอดภัยด้วยคะแนนระดับ 5 ดาว จาก Euro NCAP และ ANCAP
สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 02-081-9999 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ ติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.thonburineustern.com และ เฟสบุ๊ค Geely Thonburi Thailand
บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย จัดกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ณ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วิทยาเขตสุวรรณภูมิ เชิญลูกค้า NEW MG IM6 เข้าร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การใช้งานจริง พร้อมสะท้อนความคิดเห็นเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุดของ เอ็มจี ภายในงานลูกค้าได้ร่วมพูดคุยและให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับดีไซน์ล้ำสมัย เทคโนโลยีอัจฉริยะ รวมถึงความสะดวกสบายระดับพรีเมียมของ NEW MG IM6 โดยมีทีมผู้บริหาร เอ็มจี เข้าร่วมรับฟังอย่างใกล้ชิด เพื่อนำข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้ไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการให้ตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้าชาวไทยอย่างแท้จริง

กิจกรรม IM TECH DAY ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า โดยมีเสียงชื่นชมอย่างต่อเนื่องถึงสมรรถนะการขับขี่ที่ให้ความมั่นใจ ผสานการทำงานของเทคโนโลยีอัจฉริยะที่ใช้งานง่าย พร้อมด้วยความกว้างขวางของห้องโดยสารซึ่งเป็นจุดเด่นสำคัญของ NEW MG IM6 ส่งผลให้ลูกค้าส่วนใหญ่เกิดความประทับใจ และยกให้เป็น “หนึ่งในรถ Premium e-SUV ที่คุ้มค่าที่สุดในตลาดเวลานี้” นอกจากนี้ เอ็มจี ยังเพิ่มความเชื่อมั่นระยะยาวให้กับลูกค้า ด้วยเครือข่ายศูนย์บริการครบวงจรกว่า 125 แห่งทั่วประเทศ ทั้งความพร้อมอะไหล่ในคลัง การบริการหลังการขาย รวมถึงการรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน โดยไม่จำกัดระยะทางและผู้ครอบครองรถ (EV LIFETIME WARRANTY) เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจในทุกการเดินทางและตลอดการใช้งานรถยนต์ได้อย่างไร้กังวล
นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “การรับฟังเสียงลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญของ เอ็มจี เพราะมีส่วนอย่างมากในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการหลังการขายให้ตอบโจทย์การใช้งานจริงมากที่สุด เราเชื่อว่ารถรุ่นนี้จะเข้ามาเติมเต็มทางเลือกให้กับลูกค้าในกลุ่มที่มองหาความครบเครื่องทั้งดีไซน์ สมรรถนะ และความคุ้มค่า จุดเด่นของ NEW MG IM6 คือ ความคล่องตัวจากระบบเลี้ยวสี่ล้อ แม้ตัวถังจะมีความยาวเกือบ 5 เมตร แต่ก็ยังขับขี่ได้ง่ายและคล่องแคล่ว อีกทั้งยังเสริมความสะดวกสบายด้วยระบบช่วยจอดอัตโนมัติที่ติดตั้งมาให้ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นในราคาที่เข้าถึงได้ ส่งผลให้ NEW MG IM6 ได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากลูกค้าทวีปยุโรปและเอเชีย กิจกรรม IM TECH DAY ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่ เอ็มจี มุ่งจัดขึ้นเพื่อผู้ใช้จริง พร้อมเดินหน้าขยายการจัดงานไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าทุกกลุ่มได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมจาก เอ็มจี อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น”

สำหรับผู้ที่สนใจรถยนต์ เอ็มจี สามารถเยี่ยมชมและสัมผัสยนตรกรรมรุ่นต่าง ๆ ได้ที่บูธ เอ็มจี หมายเลข A07 อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายในงาน Motor Expo 2025 ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 10 ธันวาคม หรือที่โชว์รูม เอ็มจี ทั่วประเทศ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจี ได้ที่
Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand
โรงเรียนพัฒนาทักษะการขับขี่รถขับเคลื่อน 4 ล้อ (Spirit of The 4×4 Driving School) จัดกิจกรรมในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” นำทีมครูฝึกมากประสบการณ์ ร่วมพูดคุยกับผู้สนใจรถขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมแนะนำหลักสูตรสำหรับรถขับเคลื่อน 4 ล้อ ขั้นพื้นฐาน Part Time และหลักสูตรใหม่ “Spirit Plus” แบบ Full Time
นอกจากนี้ ภายในบูธ ยังเปิดให้ผู้สนใจได้ทดลองขับรถบังคับลุยสนามจำลอง และเส้นทางทุรกันดาร หลากหลายรูปแบบ

ส่วนภายนอกอาคาร มีสนามจำลองสถานการณ์วิบาก ให้ทดลองนั่งรถ 4×4 ที่ขับโดยผู้เชี่ยวชาญ ผู้สนใจสามารถสอบถาม และลงทะเบียนได้ที่บูธ โรงเรียนพัฒนาทักษะการขับขี่รถขับเคลื่อน 4 ล้อ
ผู้สนใจการขับรถขับเคลื่อน 4 ล้อ เชิญเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่บูธ โรงเรียนพัฒนาทักษะการขับขี่รถขับเคลื่อน 4 ล้อ ภายในอาคารชาลเลนเจอร์ 1 IMPACT เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้-10 ธันวาคม 2568
บริษัท ออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ เอเอที โรงงานผลิตรถยนต์ที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ที่เกิดจากความร่วมมือกันระหว่างมาสด้าและฟอร์ด จัดพิธีเฉลิมฉลองการดำเนินงานในประเทศไทยครบรอบ 30 ปี ตอกย้ำบทบาทสำคัญในการเป็นหนึ่งของผู้ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจและส่งเสริมทักษะแรงงานไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานสากล โดยพิธีเฉลิมฉลองการครบรอบในครั้งนี้ มีผู้บริหารระดับสูงจาก มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประกอบด้วย มร. โทรุ นากาจิม่า Managing Executive Officer และ มร. ฮิโรชิ ชิบะ General Manager, ASEAN Business Office พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจาก ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี, เอเอที และพนักงาน เข้าร่วมงานกันอย่างเนืองแน่น ณ โรงงานออโต้อัลลายแอนซ์ จังหวัดระยอง เมื่อวันที่ 27 พ.ย. 68 ที่ผ่านมา
มร. โทรุ นากาจิม่า, Managing Executive Officer กล่าวว่า “โรงงานออโต้ อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ เอเอที เป็นหนึ่งในโรงงานหลักที่ผลิตและส่งออกรถยนต์มาสด้านอกประเทศญี่ปุ่น โดยได้ก่อตั้งเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2538 ในฐานะบริษัทร่วมทุนระหว่าง มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น และฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี เอเอทีได้สร้างประวัติศาสตร์เป็นโรงงานผลิตยานยนต์แบบครบวงจรที่ทันสมัย ด้วยเงินลงทุนเริ่มต้นกว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยตลอดสามทศวรรษที่ผ่านมา เอเอทีไม่เพียงเป็นโรงงานผลิตรถยนต์ที่มีบทบาทสำคัญในการวางมาตรฐาน และยกกระดับคุณภาพในการผลิตรถยนต์ แต่ยังเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยและสร้างสรรค์สังคมมาอย่างต่อเนื่อง”

โรงงานเอเอทีแห่งนี้เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีการผลิตอันล้ำสมัย มีทีมวิศวกรที่มีฝีมือและทักษะในการผลิตที่เปี่ยมด้วยมาตรฐานในระดับสากล ได้ทำการผลิตทั้งรถยนต์นั่งรุ่นยอดนิยมและรถครอสโอเวอร์เอสยูวีของมาสด้า ประกอบด้วย Mazda2, Mazda3, Mazda CX-3 และ Mazda CX-30 เพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศไทยและส่งกลับไปจำหน่ายยังประเทศญี่ปุ่น จึงถือว่าเอเอทีมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินธุรกิจของมาสด้าในระดับโลก ขณะที่ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี ชูเอเอทีเป็นฐานการผลิตที่สำคัญและทำการผลิตรถกระบะ ฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เรนเจอร์ ซุปเปอร์ ดิวตี้ พร้อมทั้งรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เพื่อขายในประเทศและส่งไปจำหน่ายมากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก
นอกจากนี้ มาสด้า และ ฟอร์ด ยังได้มีการลงทุนที่เอเอทีอย่างต่อเนื่อง สร้างงานให้กับพนักงานกว่า 5,400 คน และยกระดับทักษะแรงงานไทยสู่มาตรฐานสากล มีการจัดซื้อชิ้นส่วนภายในประเทศในสัดส่วนสูงถึง 67% และยังเป็นการสนับสนุนผู้ประกอบชิ้นส่วนในประเทศไทย สร้างมูลค่าเพิ่มอย่างเป็นรูปธรรม ความสำเร็จอันน่าภาคภูมิใจนี้ยืนยันด้วยยอดการผลิตรถยนต์สะสมมากกว่า 4 ล้านคัน ซึ่งเป็นเครื่องตอกย้ำถึงบทบาทสำคัญของเอเอทีในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ชั้นนำระดับโลก

“การฉลองครบรอบ 30 ปีของเอเอที เป็นการยกย่องพนักงานทุกคนที่ยึดมั่นใน ‘ฝีมือและทักษะในการผลิต’ เราภูมิใจที่คนไทยได้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนองค์กรให้เป็นที่ยอมรับระดับสากล’ มร. ซิลวิโอ อิลลี ประธานบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออโต้อัล ลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว ‘เราขอขอบคุณซัพพลายเออร์และพันธมิตรทางธุรกิจทุกท่านที่ร่วมสร้างความสำเร็จนี้มาด้วยกัน เอเอทีจะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อเป็นผู้นำในการผลิตรถยนต์คุณภาพที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในอนาคต โดยลงทุนต่อเนื่องในการยกระดับบุคลากรให้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีขั้นสูง พร้อมยึดมั่นในหลักการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้ก้าวหน้าอย่างมั่นคง”
บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เสิร์ฟความอุ่นใจส่งท้ายปีกับแคมเปญสุดพิเศษ “Happy Holiday Happy Plus! เที่ยวทั่วไทย คุ้มสบายใจ” พร้อมดูแลรถยนต์คู่ใจแบบครบวงจร สำหรับครอบครัวฮอนด้าบริการตรวจสภาพรถยนต์ฟรี* พร้อมผ่อนสบายไร้กังวล ! สำหรับงานบริการทุกประเภท ผ่อนชำระ 0% นานสูงสุด 8 เดือน* อัปเกรดความคุ้มค่า รับส่วนลดผลิตภัณฑ์ที่กำหนดมูลค่าสูงสุด 20%* สำหรับครอบครัวฮอนด้าทั้งลูกค้ารถใหม่ รถเก่า และรถมือสอง พร้อมโปรแกรมผ่อนชำระยางรถยนต์ 0% นานสูงสุด 10 เดือน* สิทธิพิเศษสุดคุ้มที่ครบ จบ ทุกความต้องการ ! เพียงนัดหมายและนำรถยนต์เข้ารับบริการที่ศูนย์บริการรถยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 ถึง 31 มกราคม 2569
คุ้มค่ากว่าที่เคย ! งานบริการทุกประเภท ผ่อนชำระ 0% ได้นานสูงสุด 8 เดือน ขั้นต่ำเพียง 3,000 บาท
สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าครอบครัวฮอนด้ารถใหม่ อายุไม่เกิน 1 ปี* (*นับจากวันส่งมอบรถใหม่)
สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าครอบครัวฮอนด้ารถอายุ 5 ปีขึ้นไป* (รถโมเดลปี 19XX – 2020)
รับส่วนลดเพิ่มเติม 5%* เมื่อซื้อแพ็กเกจเช็กระยะ “เพย์เซฟอุ่นใจ”
สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าครอบครัวฮอนด้าทุกคน
สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าครอบครัวฮอนด้าที่รถอายุ 10 ปีขึ้นไป (ปี 19XX – 2015)
โปรโมชันพิเศษ สำหรับยางรถยนต์ผ่อนชำระ
แคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้ารถฮอนด้ามือสอง เพียงนำรถมาอัปเดตข้อมูลเจ้าของคนใหม่ที่ศูนย์บริการครั้งแรก รับสิทธิพิเศษ Welcome to Honda Family จัดเต็มส่วนลดต่อดังนี้ทันที

เชิญชวนลูกค้าครอบครัวฮอนด้าพารถยนต์คู่ใจเข้ารับบริการสุดคุ้ม กับแคมเปญ “Happy Holiday Happy Plus! เที่ยวทั่วไทย คุ้มสบายใจ” ยกระดับความมั่นใจในทุกการขับขี่ตลอดช่วงเวลาแห่งการท่องเที่ยว สิทธิพิเศษทั้งหมดนี้รอต้อนรับที่ศูนย์บริการรถยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ หรือศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง (Honda Call Center) โทร. 0 2341 7777 อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่
ตลาด SUV ในไทยยังคงร้อนแรง และปีนี้ฮุนได ขอพาทุกคนสัมผัสมิติใหม่ของเทคโนโลยีไฮบริดจากเกาหลี กับ The all-new SANTA FE Hybrid รถ SUV ไฮบริด 3 แถว 6 ที่นั่ง ที่รวมทั้งความแรง ความประหยัด กว้างขวาง และความปลอดภัย พร้อมดีไซน์ล้ำสมัยไว้ในคันเดียว สะดวกสบาย ใช้งานได้จริง ด้วยตัวถังกว้างถึง 1,900 มม. และยาว 4,830 มม. กับความยาวฐานล้อ 2,815 มม. ทำให้ห้องโดยสารของ SANTA FE Hybrid สามารถใช้งานได้เต็มพื้นที่ ฟีเจอร์ภายในแถวที่สองมาพร้อมเบาะ Captain Seat ปรับไฟฟ้า พร้อมฟังก์ชัน One touch relaxation & One touch walk-in ที่มอบความสะดวกสบายตอบโจทย์การเดินทางทุกวันของครอบครัวยุคใหม่

Parallel Hybrid —เหตุผลที่ทำให้ไฮบริดเกาหลี “ลงตัวกว่า”
หัวใจของรุ่นนี้ คือ ระบบ Parallel Hybrid ที่เครื่องยนต์และมอเตอร์ทำงานพร้อมกันอย่างลื่นไหล ให้ฟีลขับที่คล้ายรถเครื่องยนต์สันดาป แต่เพิ่มแรงดึงจากมอเตอร์แบบทันใจ ด้วยเครื่องยนต์ 1.6 เทอร์โบ ทำงานคู่กับ มอเตอร์ไฟฟ้า 60 kW กำลังรวม 232 แรงม้า แรงบิด 367 นิวตัน–เมตร ตั้งแต่รอบต่ำ นอกจากนี้ ระบบไฮบริดของ SANTA FE Hybrid ยังสามารถสร้างพลังงานเองจากการขับและเบรก (Regenerative Braking) ทำให้ประหยัดเฉลี่ยสูงสุด 19.6 กม./ลิตร ผ่านมาตรฐาน Euro 6 นี่จึงเป็นไฮบริดที่ตอบโจทย์ทั้ง “ขับสนุก” และ “ประหยัดจริง” แบบที่ครอบครัวต้องการในชีวิตประจำวัน
เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ — ขับมันส์แบบที่ไฮบริดทั่วไปให้ไม่ได้
ฮุนไดเลือกใช้เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ไม่ใช่ CVT ทำให้ SANTA FE Hybrid ให้ความรู้สึก “จริง” ในการขับ ไล่รอบเป็นธรรมชาติ ตอบสนองฉับไว ช่วยเพิ่มอารมณ์การขับ และทำให้ผู้ขับรู้สึกอินกับตัวรถมากขึ้น ส่งผลให้ Hyundai all-new SANTA FE Hybrid เป็นไฮบริดที่ยังคงความสนุกแบบรถเครื่องยนต์สันดาป แต่ได้ความประหยัดเพิ่มเข้ามาแบบเต็มๆ

ความปลอดภัยระดับโลก
รุ่นนี้มาพร้อมเทคโนโลยี Hyundai SmartSense ถึง 13 ระบบ ครอบคลุมทั้งการช่วยขับ เตือน และป้องกันรอบทิศทาง พร้อมมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลกทั้ง Euro NCAP 5 ดาว และ IIHS Top Safety Pick+
ไปสัมผัสด้วยตัวเองในงาน Motor Expo 2025
ปีนี้บูธฮุนไดมาในคอนเซปต์ “Hyundai: Sense of SEOUL” พร้อมไลน์อัปรถยนต์ครบทุกเซกเมนต์ให้ทดลองสัมผัส รวมถึง SANTA FE Hybrid ที่ครบเครื่องที่สุดในกลุ่ม SUV ครอบครัวตอนนี้

ราคาและโปรโมชัน