Home Blog Page 410

เอเอเอสฯ ร่วมอวดโฉมความแรงด้วยรถสปอร์ตปอร์เช่ครบทุกรุ่นที่งาน Moto Expo 2020

0

ปอร์เช่ พานาเมร่า รุ่นใหม่ล่าสุด (The new Panamera) เตรียมเผยโฉมอย่างเป็นทางการครั้งแรกในอาเซียน พร้อมการประกาศราคาใหม่ที่ดึงดูดใจยิ่งขึ้น

บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย พร้อมเปิดศักราชใหม่สำหรับรถสปอร์ตซาลูนหรู จัดงานแถลงข่าวเปิดตัว ปอร์เช่ พานาเมร่า รุ่นใหม่ล่าสุด (The new Panamera) อย่างเป็นทางการครั้งแรกในอาเซียน พร้อมการประกาศราคาใหม่ที่ดึงดูดใจยิ่งขึ้น ณ งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37” (The 37th Thailand International Motor Expo)  โดยงานแถลงข่าวจะมีขึ้นในวันอังคารที่ 1 ธันวาคม 2563 เวลา 13:45 – 13:55 น. ณ บูธรถยนต์ปอร์เช่ (Porsche) อิมแพคชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี

นอกจากนี้ เอเอเอสฯ พร้อมขนทัพรถสปอร์ตหลายรุ่น นำโดยรถสปอร์ตเรือธงรุ่น ปอร์เช่ 911 ทาร์ก้า 4 เอส (911 Targa 4S) พร้อมด้วย 911 คาร์เรร่า เอส (911 Carrera S), ไทคานน์ เทอร์โบ (Taycan Turbo), 718 สไปเดอร์ (718 Spyder), คาเยนน์ อี-ไฮบริด (Cayenne E-Hybrid), คาเยนน์ อี-ไฮบริด คูเป้ (Cayenne E-Hybrid Coupe) และมาคันน์ (Macan)  ร่วมอวดโฉมความแรงในงานให้ผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์ปอร์เช่ได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่วันที่ 2 – 13 ธันวาคม 2563 โดยผู้จองรถยนต์ปอร์เช่ภายในงานจะได้รับข้อเสนอแคมเปญและโปรโมชั่น รวมถึงสิทธิพิเศษมากมาย โดยเฉพาะสิทธิการซื้อการรับประกันจากโรงงานปอร์เช่ ประเทศเยอรมนีนานสูงสุด 15 ปี*

(*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด)

ฮุนได จัดโปรหนักส่งท้ายปีที่งานไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2020

0

บริษัท ฮุนได มอเตอร์  (ไทยแลนด์) จำกัดเชิญลูกค้าร่วมงาน ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2020 ที่จัดขึ้นภายใต้แนวคิด พร้อมขับเคลื่อน ในความเปลี่ยนแปลง  ณ อาคารชาเลนจ์เจอร์ ฮอลล์ เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 3-13 ธันวาคม 2563

บริษัท ฮุนได ฯ ได้จัดเตรียมรถยนต์หลากหลายรุ่น และรถยนต์รุ่นพิเศษ มาจัดแสดง พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ เพื่อเป็นการส่งท้ายปี และเพื่อให้ลูกค้าได้เป็นเจ้าของรถยนต์คุณภาพได้ง่ายมากขึ้น โดยในปีนี้ ฮุนได ได้เตรียมรถยนต์รุ่นพิเศษ เอชวัน อิมเพรสซิฟ ใหม่ ที่ผลิตขึ้นเพียง 200 คันมาจัดแสดงและเปิดรับจอง

ฮุนได เอชวัน อิมเพรสซิฟ มาพร้อมกับสีตัวถังขาวครีมมี่ ไวท์ และการออกแบบภายนอกให้ดูโฉบเฉี่ยวขึ้นด้วยชุดแต่งโครเมียมรอบคัน หลังคาซันรูฟคู่ และล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 17 นิ้ว ภายในหรูหราด้วยลายไม้และเบาะหนังสีเบจ ดีไซน์ใหม่เฉพาะรุ่น  อุปกรณ์เพื่อความบันเทิงและความสะดวก ไม่ว่าจะเป็นระบบเครื่องเสียงใหม่ จอแอลซีดีขนาด 10.1 นิ้วติดตั้ง 2 ตำแหน่งบริเวณที่พักศรีษะเบาะผู้โดยสารด้านหน้า กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ ช่วยลดแสงรบกวนจากไฟหน้าของรถด้านหลัง ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ และกล้องมองหลังพร้อมเซ็นเซอร์กะระยะ เพื่อความคล่องตัวและปลอดภัยในการขับขี่ ผู้สนใจสามารถเป็นเจ้าของเอชวัน อิมเพรสซิฟได้ในราคา 1,629,000 บาท โปรโมชั่นพิเศษสำหรับรุ่นนี้ รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี และบัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 25,000 บาท ลูกค้าเก่ารับสิทธิ์ส่วนลดเพิ่มอีก 20,000 บาท

ส่วนรถยนต์รุ่นอื่นที่นำมาจัดแสดงภายในงาน คือ รถยนต์อเนกประสงค์ แกรนด์ สตาร์เร็กซ์ รุ่น วีไอพี  และ พรีเมี่ยม จัดโปรโมชั่นพิเศษที่สุดในรอบปี ซื้อแกรนด์สตาร์เร็กซ์ รุ่นใดก็ได้ ขับฟรี 90 วัน ดาวน์ต่ำเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ ผ่อนนาน 84 เดือน หรือดอกเบี้ย 0.99 เปอร์เซ็นต์ ผ่อนนาน 48 เดือน พร้อมฟรี เช็คระยะนาน 5 ปี คูปองน้ำมันมูลค่า 30,000 บาท ประกันภัยชั้นหนึ่งนาน 1 ปี รับประกันคุณภาพ 5 ปีและช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี และพิเศษสุดสำหรับลูกค้าเก่าฮุนได รับส่วนลดเพิ่ม 50,000 บาท

สำหรับข้อเสนอพิเศษ ฮุนได เอชวัน  เลือกรับขับฟรี 90 วัน ดาวน์ต่ำ เพียง 10 เปอร์เซ็นต์ ผ่อนนาน 84 เดือน หรือ ดอกเบี้ยพิเศษ 0 เปอร์เซ็นต์ นาน 60 เดือน รุ่นเดอลุกซ์ และรุ่นอีลีท รับฟรี เช็คระยะนาน 5 ปี ฟรีบัตรน้ำมันมูลค่า 50,000 บาท เฉพาะรุ่นอีลิทรับเพิ่ม อุปกรณ์เพื่อความบันเทิง กล้องมองหลังและกล้องบันทึกหน้ารถมูลค่า 20,000 บาท ส่วนรุ่นทัวริ่ง รับฟรีเช็คระยะนาน 2 ปีและบัตรเติมน้ำมันมันมูลค่า 20,000 บาท นอกจากนี้ทุกรุ่นยังได้รับประกันภัยชั้นหนึ่งนาน 1 ปี รับประกันคุณภาพนาน 5 ปี และช่วยเหลือฉุกเฉินนาน 5 ปี ลูกค้าเก่ารับส่วนลดเพิ่ม 30,000 บาทในรุ่นเดอลุกซ์และอีลิท และ 25,000 บาทสำหรับรุ่นทัวริ่ง

นอกจากนี้ บริษัท ฮุนได ฯ ยังได้เตรียมมอบเงินที่ได้จากการจำหน่ายรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นโคน่าและไอออนิค ที่บริษัท ฯ ได้ลงนามสัญญาสนับสนุนโครงการด้านอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและป่าไม้เพื่อลดมลพิษทางอากาศเมื่อเดือนกันยายนปี 2562 โดยจะหักเงินจำนวน 10,000 บาทจากทุก ๆ การขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้าทั้งสองรุ่นดังกล่าวให้กับมูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์ เพื่อที่จะนำเงินดังกล่าวไปใช้ในโครงการเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับจังหวัดกรุงเทพมหานครหรือจังหวัดใกล้เคียง

ผู้สนใจรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลูกค้าสามารถทดลองขับรถยนต์ทั้งสองรุ่นนี้ และรถยนต์รุ่นอื่น ๆ ของฮุนได รวมทั้งสอบถามข้อเสนอพิเศษและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บู้ธรถยนต์ฮุนไดในงานไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ เอ็กซ์โป ตั้งแต่วันที่ 2 – 13 ธันวาคม 2563 หรือโชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ รายละเอียดเพิ่มเติม www.hyundai.co.th

Subaru เปิดตัวออพชั่นชุดแต่ง XV ใหม่พร้อมมอบข้อเสนอพิเศษส่งท้ายปี ในงาน Motor Expo 2020

0

บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ซูบารุในประเทศไทยอย่างเป็นทางการจัดแสดงออพชั่นตกแต่งใหม่สำหรับรถยนต์ซูบารุเอ็กซ์วี ในรูปแบบของเบาะนั่งสปอร์ตพรีเมี่ยม (LSD) เพิ่มทางเลือกในการแต่งรถ สำหรับลูกค้าผู้ชื่นชอบความแตกต่างไม่ซ้ำใคร ออพชั่นนี้มีให้เลือกบนรถยนต์ Subaru XV 2.0i-P พบและสัมผัสได้ที่บูธซูบารุ (B06) ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37 (Thailand International Motor Expo 2020) ทั้งแนะนำแอมบาสเดอร์แห่งความปลอดภัย Subaru Safety Ambassador ในงานด้วยเช่นกัน อีกทั้งเปิดโอกาสให้ทดลองขับและสัมผัสเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยกว่าร้อยรายการจากซูบารุ พร้อมรับของที่ระลึกสำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม

เพิ่มความหรูหรามีสไตล์ให้ Subaru XV ออกแบบมาเฉพาะสำหรับลูกค้าแฟนรถยนต์ Subaru ในประเทศไทยและมาเลเซียเท่านั้น เบาะแอลเอสดี (LSD) ผสมผสานวัสดุภายในเกรดพรีเมี่ยมสองชนิด เสริมผิวสัมผัสที่นุ่มนวลและสะดวกสบายให้รถยนต์ Subaru XV 2.0i-P  เพิ่มความหรูหราด้วยสีดำและสีเงินที่เข้ากันอย่างลงตัวกับลายเส้นด้ายสีส้มแบบสปอร์ตภายในห้องโดยสาร

แอมบาสเดอร์แห่งความปลอดภัย Subaru Safety Ambassador ตุ๊กตาตัวแทนความปลอดภัยของซูบารุที่จะคอยปกป้องคุณและคนที่คุณรักในทุกเส้นทาง ได้แก่ พี่หมี ตัวแทนความรับผิดชอบเรื่องความปลอดภัย, พี่ยีราฟ ตัวแทนความปลอดภัยทุกช่วงเวลา และ พี่ม้าลาย ตัวแทนความเพลิดเพลินที่ปลอดภัย

รถยนต์จัดแสดง 3 รุ่น รถยนต์สมรรถนะสูง Subaru WRX และอีก 2 รุ่นยอดนิยม; Subaru XV มีเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงซึ่งได้รับรางวัลมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาว และได้คะแนนรวมสูงสุดในกลุ่ม (Best in Class) จาก EURO NCAP ในปี 2017 และ Subaru Forester รถยนต์ SUV ที่มากับ 4 เทคโนโลยีหลักอันเป็นเอกลักษณ์ของ Subaru ได้แก่ เครื่องยนต์บอกเซอร์ (Boxer Engine), ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบสมมาตร (Symmetrical All-Wheel Drive), ซูบารุโกลบอลแพลตฟอร์ม (Subaru Global Platform), และเทคโนโลยีอายไซต์ (EyeSight Driver Assist) ที่ได้รับรางวัลมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาวพร้อมคะแนนรวมสูงสุดในกลุ่ม (Best in Class) จาก EURO NCAP ในปี 2019

ข้อเสนอสำหรับ Motor Expo ซูบารุ ดับบลิวอาร์เอ็กซ์ (Subaru WRX) รับข้อเสนอสุดพิเศษ มูลค่า 300,000 บาท พร้อมการรับประกัน 5 ปี/ 100,000 กม. และบริการช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง 5 ปี

ข้อเสนอ You Drive, I Pay คุณขับไป เราจ่ายเอง สำหรับ ซูบารุ เอ็กซ์วี (Subaru XV) และ ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ (Subaru  Forester) ของขวัญส่งท้ายปีเพื่อมอบรถยนต์ที่มีคุณภาพและความปลอดภัยระดับโลกให้กับผู้บริโภคชาวไทย

  • ซูบารุ เอ็กซ์วี ดอกเบี้ย 0% นาน 60 เดือน / ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ ดอกเบี้ย69% นาน 48 เดือน
  • ฟรี ค่าบำรุงรักษา 3 ปี หรือ 60,000 กม.
  • ฟรี ประกันชั้น 1
  • ฟรี บัตรน้ำมัน

โอกาสสุดท้ายของปีในการค้นพบเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยขั้นสูงผ่านการทดลองขับรถยนต์ซูบารุกับข้อเสนอพิเศษ                  You Drive, I Pay คุณขับไป เราจ่ายเอง สนุกกับการตกแต่งรถยนต์ซูบารุ เอ็กซ์วี ของคุณมากขึ้นด้วยเบาะแอลเอสดี (LSD) และเป็นเจ้าของ Subaru Safety Ambassador ตุ๊กตาตัวแทนความปลอดภัยทั้ง 3 แบบก่อนใคร ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37 Thailand International Motor Expo 2020 วันที่ 2 – 13 ธันวาคม 2563

 

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับรถยนต์ซูบารุรุ่นต่างๆ www.subaru.asia และติดตามข่าวสารของเราได้ที่

https://www.facebook.com/subaruasiath

เปิดฉากอย่างเร้าใจ ! MOTOR EXPO 2020 ชุมนุมใหญ่รถยนต์ จักรยานยนต์ 52 แบรนด์

0

เริ่มแล้ว “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37” ระดมค่ายรถ 31 แบรนด์ จักรยานยนต์ 21 แบรนด์ ประชันรถใหม่พร้อมแคมเปญเด็ด ผู้ชมลุ้นชิงรถ 4 คันฟรี คาดยอดขายกระฉูดเม็ดเงินสะพัดกว่า 35,000 ล้านบาท

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37” เปิดเผยว่า ปีนี้จัดงานภายใต้แนวคิด “พร้อมขับเคลื่อน ไปในความเปลี่ยนแปลง – Whatever Changes will be…Move on” โดยมีค่ายรถยนต์ร่วมงานจำนวน 31 แบรนด์ จาก 8 ประเทศ รถจักรยานยนต์ 21 แบรนด์ จาก 10 ประเทศ รวมถึงจัดแสดงเรือ และอุปกรณ์เกี่ยวเนื่องมากมาย

ในงานมีรถที่เปิดตัวครั้งแรกในโลก ได้แก่ NISSAN NAVARA PRO SERIES เปิดตัวประเทศแรกในทวีปเอเชีย KIA CARNIVAL และเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย BMW 4 SERIES, PEUGEOT 2008 SUV, PORSCHE PANAMERA รวมถึง รถที่กำลังได้รับความสนใจ อาทิ ASTON MARTIN DBX, AUDI E-TRON SPORTBACK 55 QUATTRO S LINE, HONDA CITY e:HEV, HONDA CITY HATCHBACK,  HYUNDAI H-1 IMPRESSIVE, FORD RANGER, ISUZU MU-X, JAGUAR I-PACE, LAND ROVER DEFENDER, LEXUS LM, MASERATI GHIBLI HYBRID, MAZDA 100th ANNIVERSARY EDITION, MERCEDES-BENZ GLA 200 AMG DYNAMIC, MG HS PHEV, MINI COOPER SE, MITSUBISHI OUTLANDER PHEV, MOKE, ROLLS-ROYCE GHOST, SUBARU FORESTER, SUZUKI SWIFT GL MAX EDITION, TOYOTA YARIS, VOLVO XC40 RECHARGE, PLUG-IN HYBRID T5, ฯลฯ

ทุกบูธจัดโปรโมชันพิเศษมากมาย ยิ่งกว่านั้นผู้จัดยังมีกิจกรรมคืนกำไรให้ผู้ชมทั้ง ซื้อรถ…ชิงรถ / ซื้อบัตร…ชิงรถ / ซื้อสินค้า…ชิงรถ / ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิกไบค์ / ชม MOTOR EXPO ONLINE ชิงรางวัล

สำหรับยอดจองรถภายในงาน คาดว่าจะสูงถึง 25,000-30,000 คัน รถจักรยานยนต์ 5,000 คัน ผู้ชมงานราว 1 ล้านคน สร้างเม็ดเงินสะพัดในงานกว่า 35,000 ล้านบาท

กิจกรรมที่น่าสนใจ ภายในอาคาร ได้แก่ นิทรรศการเทิดพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 9 เรื่องพระอัจฉริยภาพในการต่อเรือ และทรงเรือใบ ซึ่งจัดแสดงในบริเวณ JOIN BOAT PLATFORM ที่มีเรือแม่น้ำ สปีดโบท และสกูเตอร์ให้ชม นิทรรศการสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย จัดแสดงรถโบราณ รถคลาสสิคที่ทรงคุณค่า และหาชมยาก รวม 7 ประเภท มุมมอเตอร์สปอร์ท แสดงรถแข่งหลากหลายรูปแบบ รวมถึงรถแต่งหลากหลายสไตล์ จอดเรียงรายให้ผู้รักความเร็วได้ชม SKILL DRIVING EXPERIENCE JUNIOR เปิดโอกาสให้เยาวชนเรียนรู้กฎจราจรเบื้องต้น พร้อมปลูกฝังจิตสำนึกด้านความปลอดภัย นิทรรศการ F1 IN SCHOOLS กิจกรรมเพื่อเยาวชนระดับนานาชาติ พร้อมชมการแข่งขัน F1 IN SCHOOLS ESPORT โครงการประกวดนวัตกรรมยานยนต์ ชมผลงานสร้างสรรค์นวัตกรรม และสิ่งประดิษฐ์เกี่ยวกับยานยนต์ ของเยาวชนระดับอุดมศึกษา

กิจกรรมภายนอกอาคาร ได้แก่ ลานทดลองขับ พื้นที่ทดลองขับรถรุ่นที่ผู้ชมสนใจ โดยมีมาตรการคุมเข้มพิเศษเพื่อความปลอดภัย บริเวณด้านหลังอาคารชาลเลนเจอร์ สนามทดสอบระบบช่วยขับอัตโนมัติ พื้นที่สำหรับทดลองใช้งานระบบช่วยเหลือ ที่ติดตั้งมากับรถ เช่น ระบบถอยจอดอัตโนมัติ ระบบเบรคอัตโนมัติ ฯลฯ ภายใต้คำแนะนำ และการดูแลของผู้เชี่ยวชาญจากผู้แทนจำหน่าย และจากโครงการ “ขับเป็น…ขับปลอดภัย กับ สื่อสากล” (SKILL DRIVING EXPERIENCE) บริเวณลานจอดรถขนส่ง หลังอาคารชาลเลนเจอร์ SPIRIT OF THE 4×4 DRIVING SCHOOL โรงเรียนพัฒนาทักษะการขับขี่รถขับเคลื่อน 4 ล้อ พูดคุยกับทีมครูฝึกมากประสบการณ์ พร้อมแนะนำหลักสูตรสำหรับรถขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ PART TIME และ FULL TIME รวมทั้งมีสนามจำลองสถานการณ์ต่างๆ ให้ทดลองนั่งรถ 4×4 ที่ขับโดยผู้เชี่ยวชาญ บริเวณด้านนอกอาคารชาลเลนเจอร์ MOTORING CLUBS ชมรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ รุ่นดังหลากหลายค่ายจากสมาชิกคาร์คลับทั่วประเทศ บริเวณ DROP OFF ชั้น 2 ชาลเลนเจอร์ 2 ฯลฯ

กิจกรรมริมทะเลสาบเมืองทองธานี ได้แก่ โครงการ “ขับเป็น…ขับปลอดภัย กับ สื่อสากล” จัดอบรมทักษะการขับรถรอบพิเศษ เพื่อเรียนรู้วิธีแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างถูกต้อง วันที่ 5-6 ธันวาคม 2563 วันละ 2 รอบ 9.00-12.00 น. และ 13.00-16.00 น. รับจำนวนจำกัด

การเดินทางไปชมงานมีบริการ ฟรี ! รถรับ-ส่ง ปรับอากาศ ต่อเดียว…เที่ยว MOTOR EXPO 2020 ขาเข้างาน รอบแรก 11.00 น. รอบสุดท้าย 20.30 น. ขาออกงาน รอบแรก 12.00 น. รอบสุดท้าย 22.30 น. รายละเอียด ดังนี้

  1. หมอชิต-IMPACT-หมอชิต MRT สถานีจตุจักร EXIT 4, BTS สถานีหมอชิต EXIT 2
  2. อ่อนนุช-IMPACT-อ่อนนุช สถานีอ่อนนุช EXIT 2
  3. สีลม-IMPACT-สีลม MRT สถานีสีลม EXIT 1, BTS สถานีศาลาแดง EXIT 5
  4. รังสิต-IMPACT-รังสิต ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ลานจอดรถตู้

“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-13 ธันวาคม 2563 ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี และสามารถชมรีวิวรถทุกค่าย พร้อมสมัครรับบริการพิเศษผ่าน MOTOR EXPO ONLINE PLATFORM จากลิงค์ https://ve.motorexpo.co.th รวมทั้งชมการถ่ายทอดสดงานทาง ททบ. 5 TV5HD1 Facebook: TV5HD1 และ Facebook: MotorExpo ในวันเสาร์ที่ 5 ธันวาคม 2563 เวลา 14.00-15.30 น. ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ motorexpo.co.th และแอพพลิเคชั่น MOTOR EXPO

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เปิดตัว เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ ที่งาน มอเตอร์เอ็กซ์โป 2020

0

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ ปลั๊กอินไฮบริด (พีเอชอีวี) ใหม่ ที่งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37 หรือ ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์เอ็กซ์โป 2020 ก้าวข้ามสู่อีกขั้นของพีเอชอีวี ด้วยการสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่อุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทย มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ เป็นการผสาน DNA และเทคโนโลยีรถยนต์ระดับตำนานของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เข้าไว้ด้วยกัน เริ่มด้วย “ปาเจโร” สุดยอดตำนานแห่งรถเอสยูวี “มิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีโวลูชัน” เจ้าแห่งสนาม “เวิลด์แรลลี่แชมเปี้ยนชิพ” (WRC) ที่มีเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซูเปอร์-ออลวิลล์คอนโทรล (S-AWC) ที่เป็นหนึ่งในตำนานแห่งสมรรถนะ รวมทั้งยานยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตขึ้นเพื่อจำหน่ายจริงรุ่นแรกของโลกอย่าง “ไอ-มีฟ” (i-MiEV)

“มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ ทรงพลังด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ และเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.4 ลิตรให้กำลังสูงสุดที่ 305 แรงม้า(1) พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซูเปอร์-ออลวิลล์คอนโทรล (S-AWC) ที่ดีที่สุดจาก ‘มิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีโวลูชัน’ ดังนั้น มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ จึงไม่ได้เป็นเพียงรถเอสยูวีปลั๊กอินไฮบริดรุ่นแรกของโลก แต่เป็นรถพีเอชอีวีที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุดในโลก” มร. โมะริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ มีอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเพียง 52.6 กม.ต่อลิตร(2) หรือ 1.9 ลิตรต่อ 100 กม.(2) ตามมาตรฐาน NEDC(3)  มีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระดับต่ำที่ 43 กรัมต่อกม.(2) พร้อมอัตราเร่งและแรงบิดที่ดีเยี่ยม หมดกังวลเรื่องระยะทางการขับขี่ ประหยัดน้ำมัน พร้อมการขับขี่ที่นุ่มนวล ห้องโดยสารเงียบ และสะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วย “พลังงานสองรูปแบบ” ที่ได้จากการชาร์จกระแสไฟฟ้าและน้ำมันเชื้อเพลิง พร้อมกันนี้ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ ยังสามารถผลิตและจ่ายพลังงานไฟฟ้าจากตัวรถมาใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ที่มีขนาดไม่เกิน 1,500 วัตต์ ด้วยการเสียบปลั๊กเข้ากับช่องจ่ายกระแสไฟฟ้าภายในตัวรถ เพื่อให้คุณได้สนุกสนานกับไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่” มร. ชกกิ กล่าวเสริม

มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ ยังเป็นรถยนต์ มิตซูบิชิ รุ่นแรกในประเทศไทยที่มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซูเปอร์-ออลวิลล์คอนโทรล (S-AWC) ได้รับการพัฒนาเพื่อยกระดับความปลอดภัยในการขับขี่ด้วยคุณสมบัติ “การควบคุมรถดังใจคิด” และ “สมรรถนะการขับขี่ขั้นสูง” ประกอบด้วย ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก Anti-Lock Braking (ABS) ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว Active Stability Control (ASC) และระบบควบคุมการขับเคลื่อนและการเบรกระหว่างล้อซ้ายและล้อขวา Active-Yaw Control (AYC) ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่ติดตั้งที่เพลาหน้า-หลัง ควบคุมแบบอิสระทั้ง 4 ล้อ พร้อมเสถียรภาพ เพิ่มสมรรถนะและการควบคุม มั่นใจทุกการเข้าโค้ง ระบบซูเปอร์-ออลวิลล์คอนโทรล ยังทำงานร่วมกับโหมดขับเคลื่อน 4 ล้อ ประกอบด้วย โหมดล็อค (มอบสมรรถนะเต็มรูปแบบของระบบขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อ โหมดสโนว์ (ให้การควบคุม การยึดเกาะ และการควบคุมที่ดีเยี่ยม เมื่อขับขี่บนพื้นผิวถนนที่เปียกลื่น) โหมดนอร์มอล (ควบคุมแรงบิดของแต่ละล้อให้เหมาะกับสภาพการขับขี่ ) และ โหมดสปอร์ต (เพิ่มความแม่นยำของคันเร่ง การควบคุม และการตอบสนองของเครื่องยนต์ให้ดีมากขึ้น) ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการยึดเกาะและลุยผ่านทุกสภาพถนน พร้อมช่วยรักษาเสถียรภาพ และเพิ่มสมรรถนะในการควบคุมให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ ประกอบด้วยโหมดการขับขี่ 3 รูปแบบ ได้แก่ โหมดอีวี (ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ) โหมดซีรีย์ ไฮบริด (ขับเคลื่อนหลักด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า โดยมีเครื่องยนต์ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าให้แก่มอเตอร์ไฟฟ้าคู่) และ โหมดพาราเรล ไฮบริด (เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าทำหน้าที่ขับเคลื่อนตัวรถไปพร้อมกัน) โดยการขับขี่ทั้ง 3 รูปแบบ จะถูกสลับปรับเปลี่ยนโหมดแบบอัตโนมัติ พร้อมระบบเบรกที่สามารถจ่ายพลังงานไฟฟ้าคืน (Regenerative Braking) เพื่อทำการชาร์จกระแสไฟฟ้าให้แก่แบตเตอรี่ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ ยังติดตั้งเทคโนโลยีการเชื่อมต่อพร้อมระบบสั่งการอัจฉริยะ ที่สามารถใช้ได้ทั้งระบบปฏิบัติการไอโอเอสและแอนดรอยด์ ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้ขับขี่ โดยสามารถตั้งเวลาการชาร์จไฟฟ้า สั่งการเปิด-ปิด เครื่องปรับอากาศภายในรถจากระยะไกล และการตรวจสอบสถานะของตัวรถ

มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ ครบครันด้วยเทคโนโลยีระบบความปลอดภัยที่ดีที่สุดเมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน อาทิ ระบบสัญญาณเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด (RCTA) ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรงพร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (FCM) ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตา (BSW) พร้อมระบบสัญญาณเตือนขณะเปลี่ยนเลน (LCA)  และระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ (AHB) โดยระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ (ACC) ไม่ได้ทำหน้าที่แต่เฉพาะรักษาระดับความเร็วให้คงที่เท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่ตรวจจับรถคันหน้า พร้อมควบคุมความเร็วและรักษาระยะห่างเพื่อความปลอดภัยจนกว่ารถจะหยุด

มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ มีดีไซน์ภายนอกที่โดดเด่น โฉบเฉี่ยว และหรูหราเหนือระดับ ดีไซน์ภายในประณีตทุกรายละเอียด ห้องโดยสารกว้างขวาง ครบทุกฟังก์ชันความสะดวกสบาย มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ มาพร้อมกับเบาะหนังดีไซน์ใหม่แบบ ‘ไดมอนด์ ควิลติ้ง คัท ที่สะท้อนความสมบูรณ์แบบ ความสะดวกสบาย และตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ตลอดการเดินทาง

มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ มีให้เลือก 2 รุ่น เริ่มต้นที่รุ่น จีที มีราคาจำหน่ายที่ 1,640,000 บาท และรุ่น จีที พรีเมียม มีราคาจำหน่ายที่ 1,749,000 บาท โดยทั้ง 2 รุ่น ลูกค้าสามารถมั่นใจและหมดความกังวลในด้านค่าบำรุงรักษาด้วยแพ็กเกจ วอรี่ ฟรี (worry-free) ประกอบด้วย ฟรี รับประกันแบตเตอรี่ 10 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร(4) ฟรี มิตซูบิชิ เซอร์วิส แพ็กเกจ 5 ปี, ฟรี ช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชม. นาน 5 ปี, ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี, ฟรี รับประกันคุณภาพพร้อมค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี และ พิเศษ สำหรับลูกค้าที่จองรถภายในวันที่ 31 มีนาคม 2564 และรับรถภายในวันที่ 30 เมษายน 2564 บการสนับสนุนพิเศษเมื่อลูกค้าจองรถภายในวันที่  March 31, 2021 and car and control the speed then keep the safety dista รับค่าสนับสนุนการติดตั้งเครื่องชาร์จไฟฟ้าที่บ้านรวมมูลค่าสูงสุด 20,000 บาท(5)

พิเศษสำหรับผู้ที่จอง มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ ภายในวันที่ 1-13 ธันวาคม 2563 และรับรถภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 มีสิทธิ์ลุ้นรับเครื่องชาร์จ Ultra EV Gen-1 (รุ่น 3.7 kW) จาก ปตท. มูลค่า 64,900 บาท จำนวนทั้งสิ้น 3 รางวัล รวมมูลค่า 194,700 บาท(5)

มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ มีสีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีขาว White Diamond(6), สีเงิน Sterling Silver และสีดำ Jet Black Mica

 

พร้อมกันนี้ภายในบูธฯ ยังได้จัดแสดงยนตรกรรม มิตซูบิชิ ครบทุกรุ่น อาทิ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต, มิตซูบิชิ ไทรทัน, มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท จีที ใหม่ รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ, มิตซูบิชิ ไทรทัน เมกะแค็บ ลิมิเต็ด เอดิชั่น ใหม่, มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่, มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส, มิตซูบิชิ แอททราจ และมิตซูบิชิ มิราจ

โดยในปีนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังได้จัดแสดงเทคโนโลยี เดนโด ไดร์ฟ เฮ้าส์ ภายในบูธฯ ซึ่งภาษาญี่ปุ่น  “เดนโด” หมายถึง “การขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า” เดนโด ไดร์ฟ เฮ้าส์ ถือเป็นแนวคิดใหม่ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในการชาร์จกระแสไฟฟ้าให้แก่บ้าน และมิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ แหล่งพลังงานไฟฟ้ารูปแบบใหม่ที่มีความยั่งยืน ที่สามารถผลิต จัดเก็บ และแบ่งปันพลังงานไฟฟ้าได้ โดย เดนโด ไดร์ฟ เฮ้าส์ ประกอบด้วย แผงโซล่าเซลล์ เครื่องอัดและจ่ายประจุไฟฟ้า แบตเตอรี่สำรองภายในบ้าน และมิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ ทั้งนี้ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ เพียงหนึ่งคันสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าสำหรับการใช้งานภายในบ้านได้นานถึง 10 วัน(7)

 

มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ พร้อมแล้วสำหรับผู้ที่สนใจได้จับจองเป็นเจ้าของ พบกันที่บูธ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย (A07) ภายในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37 หรือ ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2020 ระหว่างวันที่ 2–13 ธันวาคม 2563 ที่ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 เมืองทองธานี

โหลดปุ๊บ รับปั๊บ กับ H SEM CONNECT

0

น้องติวเตอร์ และน้องใบหม่อน รอคุณลูกค้ามาเยี่ยมชมบูธ เอช เซม (บูธ H 04) ในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป เพียงดาวน์โหลดแอพฯ H SEM Connect เสื้อสวยๆ และสิทธิ์ลุ้นรับกล้องฟูจิ SQ10 ก็เป็นของคุณทันที แบบง่ายๆ ใช้เวลาไม่กี่นาที ของมีจำนวนจำกัด หมดแล้วหมดเลย พบกันได้ตั้งแต่วันนี้ถึง วันที่ 13 ธันวาคม 2563 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 3 อิมแพค เมืองทองธานี

โตโยต้าเชิญสัมผัสประสบการณ์การซื้อรูปแบบใหม่ พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษส่งท้ายปี ในงาน “มหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 37”

0

มร.มิจิโนบุ ซึงาตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แถลงข่าวแนะนำบูทโตโยต้า พร้อมนำเสนอรถยนต์รุ่นล่าสุด และรถยนต์หลากหลายรุ่น พร้อมสัมผัสกับประสบการณ์การซื้อรูปแบบใหม่ (New Buying Experience) และประสบการณ์การใช้งานรูปแบบใหม่ (New Usage Experience) ตลอดจนข้อเสนอสุดพิเศษในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 37 ( The 37th Thailand International Motor Expo 2020 ) ระหว่างวันที่ 2 -13  ธันวาคม 2563  ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เข้าร่วมจัดแสดงยนตรกรรมในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37 จากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด -19 โตโยต้ายังคงอยู่เคียงข้างคนไทยและต่อสู้กับโรคระบาดด้วยการสานต่อโครงการ Toyota Stay with You” เพื่อช่วยเหลือคนไทยทุกคน นอกจากนี้ยังมุ่งมั่นในการกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจในรูปแบบวิถีใหม่ ด้วยการจัดงาน “มหกรรมขับเคลื่อนความสุข Drive Economy” เพื่อส่งเสริมให้ทุกคนเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทย ดังนั้นในครั้งนี้เราจึงเดินหน้าต่อไปบนถนนสายนี้เพื่อมอบข้อเสนอที่ดีที่สุด และความสุขให้กับลูกค้าทุกท่าน โดยนำเสนอ ประสบการณ์การซื้อรูปแบบใหม่ (New Buying Experience) และประสบการณ์การใช้งานรูปแบบใหม่ (New Usage Experience) ที่ดีกว่าเดิม พร้อมกันนี้ทุกท่านจะได้สัมผัสกับดีลท้ายปีที่พิเศษสุด และกิจกรรมส่งเสริมการขายอีกมากมายที่โตโยต้าตั้งใจมอบให้ตลอดทั้งงานและที่สำคัญนี่คือเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการเป็นเจ้าของรถโตโยต้า

 

รถยนต์โตโยต้าที่จัดแสดงในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 37”

“Toyota GR Yaris” รถสปอร์ต Hot hatch สายพันธุ์แรง แชมป์แรลลี่โลก ได้ถูกพัฒนาจากประสบการณ์จากทีมรถแข่งมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกของโตโยต้า “Toyota Gazoo Racing” ในการใช้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์การออกแบบรถยนต์จากสนามแข่ง WRC – World Rally Championship สู่การสร้างรถยนต์รุ่นใหม่ที่ให้สมรรถนะการตอบสนองเช่นเดียวกับรถยนต์ระดับแข่งขัน GR YARIS ได้ถูกปรับแต่งให้มีสมรรถนะการขับขี่

และการตอบสนองที่รวดเร็ว ผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างโครงสร้างที่แข็งแกร่ง น้ำหนักเบา ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน รหัส G16E-GTS แบบแถวเรียง 3 สูบ เทอร์โบ DOHC 12 วาล์ว ขนาด 1.6 ลิตร ขุมพลังใหม่ล่าสุดและถือเป็นเครื่องยนต์ 3 สูบ พละกำลังสูง ด้วยความแรงระดับ 261 แรงม้า (PS) พร้อมแรงบิด 360 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์ธรรมดาแบบ 6 จังหวะ iMT (Intelligent Manual Transmission) และสามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 230 กม./ชม.โดยพละกำลังทั้งหมดจากเครื่องยนต์จะถูกถ่ายทอดผ่านระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ สไตล์สปอร์ตใหม่ล่าสุด ที่เรียกว่า “GR-FOUR” ผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดการทำงานให้เหมาะสมกับสภาพถนนและสไตล์การขับขี่ได้ถึง 3 รูปแบบ ที่แยกแรงบิดระหว่างล้อหน้าและล้อหลัง คือ Normal (60/40) Sport (30/70) และ Track (50/50) เพื่อช่วยให้การทรงตัวและยึดเกาะได้อย่างมั่นคงในทุกสภาพถนน แม้ขณะเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยมด้วยเทคโนโลยีจากสนามแข่งสู่ท้องถนน ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้าง “ยนตรกรรมที่ดียิ่งกว่า” (Ever-Better Cars) แต่ยังคงความสนุกสนานในการขับขี่ทุกรูปแบบ ซึ่ง GR Yaris นี้ มีการผลิตจำนวนจำกัดเพื่อให้ผู้ที่รักความแรง สนุก เร้าใจ ได้จับจองเป็นเจ้าของ นอกจากนั้นจะนำไปพัฒาเพื่อใช้ในการแข่งขัน World Rally Championship อีกด้วย

สำหรับแฟนพันธุ์แท้สายสปอร์ตในเมืองไทย  จำนวนจำกัด ในราคาไม่เกิน  2.7 ล้านบาท

สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมหรือจองสิทธิ์ในการจอง GR YARIS ได้ที่ www.toyota.co.th/gryaris

พร้อมข้อเสนอพิเศษเป็นเจ้าของโตโยต้า ยาริส และ เอทีฟ
โตโยต้ายาริส ราคาเริ่มต้น 549,000 – 679,000 บาท
โตโยต้า เอทีฟ ราคาเริ่มต้น 539,000 – 674,000 บาท

 

“โตโยต้า อินโนวา” รถยนต์อเนกประสงค์ระดับหรู รุ่นปรับปรุงโฉมใหม่ โดยปรับเปลี่ยนดีไซน์ภายนอกรอบคัน ให้มีความโฉบเฉี่ยว ทันสมัย ดูโดดเด่นสะดุดตามากยิ่งขึ้น ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบอย่างมีระดับ กว้างขวางสะดวกสบาย ครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และฟังก์ชันความปลอดภัยขั้นสูงสุด ด้วยกล้องมองภาพรอบ

ทิศทาง 360 องศา (Panoramic View Monitor) และสัญญาณกะระยะด้านหน้าและด้านหลัง ประกอบกับสมรรถนะในการขับขี่ที่คล่องตัว ให้ความคุ้มค่าในทุกด้านเพื่อชีวิตที่เหนือระดับ

พร้อมเป็นเจ้าของโตโยต้า อินโนวา รุ่นปรับปรุงโฉมใหม่ 3 รุ่น และ 3 สี
ราคาเริ่มต้นเพียง 1,199,000 – 1,429,000 บาท

 

“รถกระบะไฮลักซ์ รีโว่ รุ่น Z Edition” หน้าหล่อแต่งซิ่ง กระบะตัวจริงที่ใครก็มอง ถูกพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ด้วยการออกแบบภายนอกที่โดดเด่นและตัวถังที่กว้างขึ้น (Wide Body) ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม และการประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น ราคาเริ่มต้นเพียง 619,000 บาท และยังมีระบบเกียร์อัตโนมัติให้เลือกตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น (Entry grade) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ครอบคลุมการใช้งานที่หลากหลาย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันด้วยเครื่องเสียงที่รองรับ Apple CarPlay รองรับทุกความบันเทิง ทั้งยังมาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ TFT คมชัด อ่านง่าย พวงมาลัยปรับระดับได้ 4 ทิศทาง พร้อมปุ่มควบคุมฟังก์ชั่นการใช้งาน  และสวิซต์ปรับรูปแบบการขับขี่ที่สามารถเลือกได้ทั้ง Eco Mode และ Power Mode กับขุมพลังใหม่เครื่องยนต์ 2.4 GD Super Power เจเนอเรชั่นที่ 2 ให้กำลังสูงสูด 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ให้แรงบิดสูงในรอบกว้าง ประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น มั่นใจทุกการเดินทางด้วยระบบความปลอดภัยที่ครบครัน และระบบ T- Connect ที่ให้ความอุ่นใจในทุกสถานการณ์ และสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการแต่งรถยังมี ชุดแต่ง Razer Package เพื่อเพิ่มเสน่ห์ความสปอร์ตรอบคัน

พร้อมเป็นเจ้าของโตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่…Z- Edition
ราคาเริ่มต้นเพียง 619,000 – 803,000 บาท

 

“โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ใหม่…. สัญลักษณ์แห่งความสำเร็จ (Wisdom of a Leader)” รถยนต์อเนกประสงค์ประเภท PPV สะท้อนตัวตนความเป็นผู้นำของผู้ขับขี่อย่างมีระดับ เน้นความหรูหราและทันสมัย ตอบโจทย์ทุกกลุ่มอายุ ที่ชื่นชอบการเดินทางท่องเที่ยว และ     ใช้งานในชีวิตประจำวัน ในครั้งนี้ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ มาพร้อมกับแคมเปญพิเศษ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่มองหาชุดตกแต่งเพิ่มความ Premium Sport ให้กับรถมากยิ่งขึ้น ด้วยชุดแต่ง Pride Package ที่โดดเด่นด้วยการตกแต่งแบบ Bi-tone สีขาว หลังคาดำ และชุดแต่งสีดำเงินรอบคัน 

ชุดแต่ง Pride Package ในฟอร์จูนเนอร์ เฉพาะรุ่น 2.4V สีขาวมุก มาพร้อมกับรายละเอียดชุดแต่งดังนี้

1) สติกเกอร์หลังคาสีดำ
2) ชุดตกแต่งกันชนหน้า พร้อมโลโก้ FORTUNER สีดำเงา และกรอบไฟตัดหมอกสีดำ-เงิน
3) กระจกมองข้างสีดำเงิน
4) ชุดตกแต่งกันชนหลังสีเงิน
5) คิ้วกันกระแทกประตูสีดำเงิน

พร้อมเป็นเจ้าของโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ วันนี้
รับสิทธิ์ซื้อชุดแต่ง Pride Package เพียง 20,000 บาท จากปกติ 60,150 บาท
พิเศษวันนี้ ถึง 31 ธันวาคมเท่านั้น (สินค้ามีจำนวนจำกัด)

เอ็มจี เปิดตัว NEW MG EP มาตรฐานขั้นต้นของรถยนต์ไฟฟ้า (Entry EV)

0

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ย้ำจุดยืนในการเป็นผู้นำตลาดรถยนต์พลังงานทางเลือกด้วยการเปิดตัว “NEW MG EP” รถยนต์ในรูปแบบสเตชั่นแวกอนขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100%  ด้วยแนวคิด “EVeryone  ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชัน รถยนต์พลังงานไฟฟ้าของทุกคน” เพื่อสะท้อนมาตรฐานขั้นต้นของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยที่ต้องประกอบด้วยองค์ประกอบพื้นฐาน ได้แก่ ขนาดของห้องโดยสารและพื้นที่ใช้สอย ที่กว้างขวางรองรับการบรรทุกทั้งคนและสิ่งของ โดดเด่นด้วยสมรรถนะของ EV เทคโนโลยีที่ให้กำลังเพียงพอต่อการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ให้ความสะดวกสบายและมั่นใจในการขับขี่ด้วยระบบความปลอดภัยที่ครบครัน รวมทั้งคุ้มค่าในการเป็นเจ้าของด้วยค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและค่าบำรุงรักษาที่ต่ำช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ในระยะยาว  พร้อมเผยแผนการติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าของเอ็มจี ภายใต้ชื่อ MG Super Charge” ที่ดีลเลอร์เอ็มจีครบ 100 แห่งแล้วในปีนี้ และขยายอีกกว่า 500 แห่งภายในปีหน้า

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “เอ็มจีนำเสนอยานยนต์ด้วย 3 แนวคิดหลัก ได้แก่ 1) ความทันสมัยหรือแฟชั่น 2) เทคโนโลยี และ 3) ความคุ้มค่า ซึ่งทั้ง 3 แนวคิดหลักนี้จะถูกนำมาใช้ตั้งแต่การออกแบบ การคิดค้นนวัตกรรม สมรรถนะ ฟังก์ชั่นการใช้งาน และระบบความปลอดภัย สำหรับ NEW MG EP จะเป็นมาตรฐานขั้นต้นของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า100% หรือ Entry EV ของตลาดรถยนต์เมืองไทยนับจากนี้ ด้วยจุดเด่นของการเป็น EV For Everyone ที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้าได้ทุกรูปแบบทั้งขนาดของห้องโดยสารที่กว้างขวาง รวมถึงพื้นที่ใช้สอยที่สะดวกสบาย ความจุในการบรรทุกสัมภาระที่เหนือกว่า สมรรถนะของเทคโนโลยีของรถยนต์ไฟฟ้า100% ระบบความปลอดภัยครบครัน และความคุ้มค่า ในการเป็นเจ้าของ ยิ่งไปกว่านั้น ขณะนี้ สถานีอัดประจุไฟฟ้าของเอ็มจีภายใต้ชื่อ MG Super Charge ได้ติดตั้งที่ดีลเลอร์เอ็มจีครบ 100 แห่ง และอยู่ในระหว่างทดลองระบบ ซึ่งคาดว่าจะสามารถใช้ได้จริงในเดือนมกราคมนี้ นอกจากนี้ เรายังมีแผนจะขยายจุดให้บริการ MG Super Charge อีกกว่า 500 แห่งภายในปีหน้า ซึ่งบริษัทฯ เชื่อมั่นว่ารถยนต์ไฟฟ้าของเอ็มจีจะสามารถใช้งานได้จริงในทุกพื้นที่ทั่วประเทศในเวลาอันใกล้นี้”

 

NEW MG EP ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชัน รถยนต์พลังงานไฟฟ้าของทุกคน” กับองค์ประกอบในการเป็นมาตรฐานขั้นต้นของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า

  • ขนาดของห้องโดยสารและพื้นที่ใช้สอย (Space & Roominess) ด้วยจุดเด่นของการเป็นรถสเตชั่นแวกอน ที่มีมิติตัวถังขนาดใหญ่ โดยมีความยาวตลอดตัวถัง 4,544 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อที่กว้างถึง 2,665 มิลลิเมตร ทำให้ NEW MG EP มีพื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวาง นั่งสบาย และพื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่ โดยเมื่อพับเบาะหลังจะสามารถเพิ่มที่พื้นที่ความจุได้มากสูงสุดถึง 1,456 ลิตร รองรับการบรรทุกทั้งคนและสิ่งของได้เป็นอย่างดี   

  • มีระบบความปลอดภัยและสิ่งอำนวยความสะดวก (Safety & Convenience) ที่ครบครัน อาทิ ถุงลมนิรภัย คู่หน้า ระบบเบรก ABS พร้อมระบบช่วยกระจายและเสริมแรงเบรกด้วยไฟฟ้า ระบบควบคุมเสถียรภาพในการขับขี่ กล้องมองหลัง ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง ปุ่มเบรกมือไฟฟ้าและปุ่ม Auto Hold นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งหน้าจอ Touchscreen ขนาด 8 นิ้ว ที่รองรับการเชื่อมต่อกับ Apple CarPlay

  • สมรรถนะจาก EV เทคโนโลยี (EV Technology) ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีกำลังสูงสุด 163 แรงม้า มีอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร ภายในเวลาเพียง 8.8 วินาที พร้อมโหมดการขับขี่ให้เลือก 3 รูปแบบ คือ Eco, Normal และ Sport รวมทั้งมีระบบชาร์จไฟกลับเมื่อชะลอความเร็ว หรือ KERS Mode รวม 3 ระดับ สำหรับแบตเตอรี่ของ NEW MG EP เป็นลิเธียมไอออนแบบโมดูล ที่สามารถแยกซ่อมแต่ละโมดูลได้อิสระ โดยมีขนาดความจุถึง 50.3 กิโลวัตต์ชั่วโมง ให้ระยะทางในการขับขี่ได้ไกลถึง 380 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง*  ซึ่งสามารถชาร์จไฟได้ 2 รูปแบบ คือ การชาร์จในรูปแบบ Normal Charge จาก 0-100% ผ่าน MG Home Charger ที่ใช้เวลา 7.15 ชั่วโมง และรูปแบบ Quick Charge จาก 0-80% ผ่านสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบเร็วซึ่งใช้ระยะเวลาเพียง 40 นาที

*ทดสอบตามมาตรฐานความประหยัดพลังงาน New European Driving Cycle – NEDC

  • คุ้มค่าในการเป็นเจ้าของ (Value for Money) ด้วยค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและค่าบำรุงรักษาที่ต่ำจึงช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ในระยะยาว โดยมีค่าใช้จ่ายต่อการชาร์จเต็มแต่ละครั้งเพียง 200* บาท และค่าบำรุงรักษาตลอดระยะเวลา 5 ปี หรือ 100,000​ กิโลเมตร อยู่ที่ 7,828 บาท  นอกจากนี้ ยังได้รับการประกันคุณภาพ และการดูแลบริการหลังการขายภายใต้ MG Passion Service นาน 4 ปีหรือ 120,000 กิโลเมตร และการรับประกันแบตเตอรี่นานถึง 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร

 *อัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยทั่วประเทศที่  3.96 บาทต่อหน่วย ไม่รวมค่า FT และภาษีมูลค่าเพิ่ม อ้างอิงจากข้อมูลของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ณ เดือนมิถุนายน 2563

สถานีชาร์จ “MG Super Charge” พร้อมให้บริการที่โชว์รูมรถยนต์เอ็มจีต้นปีหน้า

 ปัจจุบันเอ็มจีได้ติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าในรูปแบบ DC Charger ซึ่งเป็นการลงทุนของเอ็มจีเอง ภายใต้ชื่อ MG Super Charge ซึ่งได้ดำเนินการติดตั้งครบ 100 แห่งในโชว์รูมเอ็มจีทั่วประเทศแล้ว และอยู่ในระหว่างการทดสอบระบบเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบในเดือนมกราคม และจะขยายเพิ่มอีกกว่า 500 แห่งภายในปีหน้า

ผู้สนใจสามารถชมและทดลองขับ NEW MG EP และรถยนต์รุ่นต่างๆ ของเอ็มจี ได้ในงาน Motor Expo 2020 มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37 ระหว่างวันที่ 2 – 13 ธันวาคม พ.ศ. 2563 ณ บูธเอ็มจี หมายเลข A13 ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อืมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี หรือที่โชว์รูมเอ็มจีทุกสาขาทั่วประเทศ

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจีได้ที่

Website: www.mgcars.com

Line: @MGThailand

Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand

Twitter: @mg_thailand

Instagram: @mgthailand

Youtube: MG Thailand

TikTok: @mgthailand

มาสด้าเปิดศึกรถอเนกประสงค์ส่ง CX-3 ใหม่ เจาะกลุ่มลูกค้า SUV คันแรก เน้นคุณภาพเหนือราคา

0

มาสด้าตอกย้ำความร้อนแรงตลาดเอสยูวี ส่งฟรีสไตล์ครอสโอเวอร์ New Mazda CX-3 2021 Collection รถอเนกประสงค์เอสยูวีที่ส่งมอบความคุ้มค่า คุ้มราคาให้กับลูกค้าได้มากที่สุดในยุคนี้ อัดแน่นด้วยอุปกรณ์มาตรฐานครบครันในระดับราคาที่ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายยิ่งขึ้น ด้วยเทคโนโลยีสกายแอคทีฟสุดล้ำและออฟชั่นเต็มคันตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น วางราคาจำหน่ายเริ่มต้นเพียง 7 แสนกว่าบาท นี่คือรถอเนกประสงค์ที่ให้คุณภาพเหนือราคา

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย กล่าวว่า มาสด้ากำลังก้าวไปอีกขั้นเพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถอเนกประสงค์ในเมืองไทย โดยการแนะนำ New Mazda CX-3 2021 Collection ที่ให้สมรรถนะสูงและประหยัดน้ำมัน ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นเพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้นำในตลาดรถอเนกประสงค์เอสยูวีในปีนี้ โดยรถเอสยูวี ทั้ง 4 รุ่น ภายใต้ CX-Series เริ่มตั้งแต่ CX-5 เป็นรุ่นแรก ตามมาด้วย CX-3 และปีที่ผ่านมากับ CX-8 และล่าสุด CX-30 ที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จนถึงวันนี้มาสด้าได้ส่งมอบรถอเนกประสงค์ CX-Series ทั้ง 4 รุ่น ให้ลูกค้าชาวไทยไปแล้วกว่า 60,000 คัน

การปรับโฉมใหม่ของ New Mazda CX-3 2021 Collection ยังคงเน้นการออกแบบภายนอกและภายในด้วยแนวทาง โคโดะ ดีไซน์ ที่มีความสง่างามและได้รับการยอมรับมาแล้วทั่วโลก มีบางสิ่งที่ถูกลดทอนรายละเอียดที่ไม่จำเป็นออกไป แต่ยังคงไว้ซึ่งความเรียบหรู ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Less is More” ด้วยเส้นสายที่เรียบง่ายแต่แฝงด้วยความโฉบเฉี่ยวและทรงพลังในแบบฉบับรถเอสยูวี รวมถึงคุณภาพภายในห้องโดยสารระดับพรีเมียมตามแนวทางการพัฒนาของมาสด้า มาพร้อมเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 2.0 ลิตร 156 แรงม้า ที่ให้กำลังเครื่องยนต์มากที่สุดและประหยัดน้ำมันมากที่สุดถึง 16.4 กิโลเมตรต่อลิตร ให้สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่ารถยนต์ในระดับเดียวกัน

“ดังนั้นการเปิดตัว New Mazda CX-3 2021 Collection ในวันนี้ ถือเป็นการตอกย้ำถึงทิศทางการตลาดที่มาสด้าคำนึงถึงประโยชน์ของลูกค้าในการใช้รถ ตอบโจทย์ความต้องการมากที่สุด เนื่องจากเป็นเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร ที่ให้ทั้งความแรงและประหยัดน้ำมัน ผนวกกับเทคโนโลยีสกายแอคทีฟที่มาสด้าใส่มาตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น และยังตั้งราคาจำหน่ายที่ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของรถเอสยูวีคันแรกในชีวิตได้ง่ายขึ้น ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 769,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย 0.99% ฟรีประกันภัยชั้น 1” นายชาญชัย กล่าวเพิ่มเติม

นอกจากนี้มาสด้ายังให้เทคโนโลยีด้านความปลอดภัยเชิงป้องกัน i-Activsense รอบคัน เพื่อลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุและช่วยให้การขับขี่ง่ายขึ้นทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน อาทิ ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ HBC ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติแบบ Advance ที่สามารถตรวจจับคนเดินถนนได้ อีกทั้งในทุกรุ่นย่อยได้รับการติดตั้งระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะหรือ G-Vectoring Control ที่ช่วยควบคุมสมรรถนะการขับขี่ให้แม่นยำ สมดุล เพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยให้กับผู้โดยสารทุกตำแหน่งตลอดการเดินทาง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ยุคดิจิทัลด้วยระบบ Mazda Connect และเป็นครั้งแรกของการติดตั้งระบบ Apple CarPlay แบบไร้สาย และระบบ Android Auto เพิ่มความสะดวกสบายในการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน สามารถใช้งานแอพพลิเคชั่นต่างๆ ได้อย่างไร้ขีดจำกัด ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆ ได้อย่างปลอดภัยแม้ในขณะขับขี่

 นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ กล่าวว่า “ตลาดรถอเนกประสงค์ขนาดเล็กเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอด 10 เดือนที่ผ่านมา (มกราคม-ตุลาคม ปี 2563) ตลาดเอสยูวีมียอดขายรวมประมาณ 90,000 คัน (รวม PPV) ขณะที่ยอดขายรถเอสยูวีของมาสด้าทั้ง 4 รุ่น อยู่ที่ประมาณ 9,000 คัน เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดที่กำลังดุเดือด มาสด้าจึงส่ง New Mazda CX-3 2021 Collection ที่ได้รับการปรับอุปกรณ์มาตรฐาน ราคาจำหน่ายในแต่ละรุ่นย่อย เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าเหนือราคามากยิ่งขึ้น ตอบโจทย์การใช้งาน และความต้องการของลูกค้าด้วยเทคโนโลยีที่มาสด้าใส่มาตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น ส่งผลให้ CX-3 กำลังจะกลายเป็นรถอเนกประสงค์ที่คุ้มค่า คุ้มราคามากที่สุด ด้วยความเพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์มาตรฐานที่ครบครัน และเป็นเจ้าของได้ง่ายยิ่งขึ้น

New Mazda CX-3 2021 Collection ประกอบด้วย 4 รุ่น ดังนี้

  • รุ่น BASE มาพร้อมเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 0 ลิตร ราคาจำหน่าย 769,000 บาท ติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานและระบบความปลอดภัยพื้นฐานครบครัน อาทิ ระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะ กล้องมองหลังไฟ รองรับระบบ Apple CarPlay แบบไร้สาย และระบบ Android Auto ระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะ (Smart Keyless Entry) ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์อัจฉริยะ (Push Start Button) สัมผัสความคุ้มค่าเหนือกว่ารถอเนกประสงค์ในระดับเดียวกัน
  • รุ่น BASE PLUS ออฟชั่นที่เพิ่มเติมเข้ามาคือไฟหน้าโปรเจคเตอร์แบบ LED พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED Signature ระบบไฟหน้าปรับสูง-ต่ำอัตโนมัติ และระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ที่ปัดน้ำฝนกระจกหน้าแบบอัตโนมัติ ระบบควบคุมความเร็วคงที่ (Cruise Control) ที่พักแขนพร้อมที่วางแก้วสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง มาพร้อมถุงลมนิรภัยด้านข้าง และม่านนิรภัยรวม 6 ตำแหน่ง ราคาจำหน่ายเพียง 809,000 บาท เท่านั้น
  • รุ่น COMFORT ราคาจำหน่าย 879,000 บาท เพิ่มความสะดวกสบายพร้อมกับระบบความปลอดภัยในอีกระดับ มาพร้อมหลังคาซันรูฟแบบไฟฟ้า ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED ระบบแสดงภาพ 360 องศา รอบทิศทางพร้อมระบบเซ็นเซอร์กะระยะด้านหน้าและด้านหลัง ระบบเตือนเมื่อรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง สัมผัสเบาะหนังสีดำ และคอนโซลหน้าหุ้มด้วยผ้า Grand Luxe Suede สีเทา
  • รุ่น PROACTIVE ราคาจำหน่าย 959,000 บาท ขีดสุดของรถอเนกประสงค์เอสยูวีแห่งปี เป็นรุ่นท็อปที่ มาพร้อมอุปกรณ์มาตรฐานด้านความสะดวกสบายและระบบความปลอดภัยระดับพรีเมียม สปอร์ตเต็มขั้นด้วยล้ออัลลอย18 นิ้ว ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ และระบบความปลอดภัยเชิงป้องกัน i-Activsense ที่ใส่มาให้มากถึง 8 ระบบ ปกป้องทุกชีวิตให้ปลอดภัยสูงสุด

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ กล่าวเสริมว่า “นอกจากนี้มาสด้ายังเปิดตัวแนะนำรถยนต์รุ่นพิเศษเนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี ของการถือกำเนิดแบรนด์มาสด้า เพื่อแทนคำขอบคุณลูกค้าที่เชื่อมั่น และเลือกให้มาสด้านำพาคุณและครอบครัวไปสู่จุดหมายปลายทาง และร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์นี้ ด้วยการเป็นเจ้าของยนตรกรรมรุ่นพิเศษ “Mazda 100th Anniversary Edition” สัมผัสกับแรงบันดาลใจอันทรงคุณค่าจากรถยนต์นั่งคันแรกของมาสด้า Mazda R360 Coupe ที่ได้รับการถ่ายทอดกลิ่นไอความสง่างามของดีไซน์”

รถมาสด้ารุ่นพิเศษ ครบรอบ 100 ปี มีทั้งให้เลือก 3 รุ่น ประกอบด้วย Mazda2 1.3 S Leather ทั้งรุ่นแฮตช์แบค 5 ประตู และซีดาน 4 ประตู Mazda3 2.0 SP ทั้งรุ่นฟาสท์แบค 5 ประตู และซีดาน 4 ประตู และ Mazda CX-30 2.0 SP ยกระดับความโดดเด่นด้วยสีภายนอก Snowflake White Pearl และป้ายสัญลักษณ์บ่งบอกความเป็นรุ่นพิเศษครบรอบ 100 ปี สัมผัสความคลาสสิกภายในห้องโดยสารที่ตกแต่งด้วยหนังสีขาวตัดกับเบาะหนังสีแดง Burgundy สะดุดสายตาด้วยสัญลักษณ์พิเศษครบรอบ 100 ปี บนพนักพิงศรีษะ พื้นพรมและชุดพรมปูพื้นสีแดง กุญแจรีโมท และฝาครอบดุมล้อ

ราคาจำหน่าย MAZDA 100TH ANNIVERSARY EDITION

 

 

รุ่นราคา (บาท)
1Mazda2 100th Anniversary Edition677,000.00
2Mazda2 Sports 100th Anniversary Edition677,000.00
3Mazda3 100th Anniversary Edition1,237,000.00
4Mazda3 Sports 100th Anniversary Edition1,237,000.00
5Mazda CX-30 100th Anniversary Edition1,228,000.00

พบกับยนตรกรรมสกายแอคทีฟทุกรุ่นที่บูธมาสด้าในงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป ระหว่างวันที่ 2 – 13 ธันวาคม 2563 ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพค เมืองทองธานี พร้อมรับแคมเปญสุดพิเศษมากมาย

  • Mazda2 ดอกเบี้ย 0% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี ฟรี Mazda Care Program 5 ปี และรุ่นพิเศษ 100th Anniversary Edition ดอกเบี้ย 0% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี
  • Mazda3 และรุ่นพิเศษ 100th Anniversary Edition ดอกเบี้ย 0% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร
  • Mazda CX-3 ดอกเบี้ย 0% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี ขยายรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร และ New Mazda CX-3 2021 Collection ดอกเบี้ย 99% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี
  • Mazda CX-30 ดอกเบี้ย 99% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี ขยายรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร และรุ่นพิเศษ 100th Anniversary Edition ดอกเบี้ย 0% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี
  • Mazda CX-5 ดอกเบี้ย 0% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร
  • Mazda CX-8 ดอกเบี้ย 0% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร
  • Mazda MX-5 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร

หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

โปรดติดตามความเคลื่อนไหวและกิจกรรมของมาสด้าผ่านทางโซเชียลมีเดีย

เว็บไซต์ www.mazda.co.th และ MazdaThailandOfficial: Facebook/YouTube/Instagram/LINE

อีซูซุจัดเต็ม…นำยนตรกรรมรุ่นล่าสุดทุกรุ่นร่วมโชว์ในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37”

0

อีซูซุร่วมงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37” นำยนตรกรรมทุกรุ่น ทั้งรถอเนกประสงค์รุ่นใหม่หมด  “ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์”  ที่มาพร้อมความหรูหราทั้งภายนอกจรดภายใน และเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยครบครัน ภายใต้นิยาม “เหนือทุกความเชื่อ…เหนือทุกความสำเร็จ”  รถปิกอัพ “ออลนิว อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์” ไลฟ์สไตล์ปิกอัพรุ่นใหม่ล่าสุด และ “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ พลานุภาพ…พลิกโลก!” รุ่นตกแต่งพิเศษสะท้อนตัวตนแนวเอาท์ดอร์ไลฟ์สไตล์ และเรซซิ่งสไตล์แบบฟูลออพชั่น จัดแสดงเต็มพื้นที่ ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 2-13 ธันวาคม ศกนี้  

            กลุ่มตรีเพชรโดย มร. โทชิอากิ มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์” รถธงคันใหม่ของอีซูซุเปิดตัวครั้งแรกในโลกเมี่อปลายเดือนตุลาคมและเริ่มจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ถือว่าได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากจากลูกค้าผู้ใช้รถ โดยส่วนใหญ่ชื่นชมในดีไซน์ที่หรูหรา ทั้งภายนอกและภายใน รวมทั้งระบบความปลอดภัยที่อีซูซุจัดให้อย่างเต็มที่ ในราคาเพียง 1,109,000 – 1,579,000 บาทเท่านั้น รวมทั้งสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมและช่วงล่างที่นุ่มนวลเมื่อลูกค้าได้ทดลองขับ ทำให้ยอดจองของ“ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์” หลั่งไหลเข้ามาตลอด บริษัทฯขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านและจะพยายามส่งมอบรถให้กับลูกค้าให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ สำหรับผู้ที่สนใจจับจองเป็นเจ้าของภายในเดือนธันวาคมนี้ เรายังมีข้อเสนอสุดพิเศษในช่วงแนะนำอีกด้วย นอกจากนี้เรายังมีรถปิกอัพมาจัดแสดงในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37” รวมทั้งสิ้น 13 คัน ทั้งรถปิกอัพ “ออลนิว อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์” ไลฟ์สไตล์ปิกอัพรุ่นใหม่ล่าสุด  “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ พลานุภาพ…พลิกโลก!” รถปิกอัพตกแต่งพิเศษ “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ วี-ครอส 4×4” Iceberg Silver Color สะท้อนตัวตนในเชิงเอาท์ดอร์ไลฟ์สไตล์เอาใจผู้รักการท่องเที่ยวแนวแอดเวนเจอร์ และ “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ แค็บโฟร์” รถแต่งซิ่งเต็มรูปแบบตอบสนองทุกความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมจัดโบนัสพิเศษสำหรับผู้ที่จองรถอีซูซุทุกรุ่นภายในงานสามารถลุ้นรับทองคำทุกวัน รวมมูลค่ากว่า 1,125,000 บาทอีกด้วย”

            สำหรับยนตรกรรมอีซูซุที่นำไปจัดแสดงในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37” ได้แก่

          “ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์” (ALL-NEW ISUZU MU-X) ยนตรกรรมอเนกประสงค์รุ่นใหม่หมด โดดเด่นด้วยดีไซน์รูปลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบตั้งแต่ภายนอกจรดภายใน ก้าวล้ำสู่อีกขั้นแห่งความมั่นใจที่ครบครันกว่า ด้วยเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยล้ำหน้าล่าสุด ISUZU MATRIX SAFETY INTELLIGENCE พัฒนาระบบเพื่อความปลอดภัยให้ทุกระบบทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียวอย่างมีประสิทธิภาพ  ล้ำหน้าไปอีกขั้นกับเทคโนโลยี ADAS (Advanced Driver Assistance Systems) ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ช่วยสอดส่อง เฝ้าระวัง ด้วยนวัตกรรมกล้องหน้าคู่ 3D Imaging Stereo Camera  ที่แม่นยำยิ่งกว่า มั่นใจในเสถียรภาพการขับขี่กับโครงสร้างแพลทฟอร์มใหม่   ด้วยช่วงล่างใหม่ที่ออกแบบตามแนวคิด ISUZU Symmetric Mobility ให้โครงสร้างตัวถัง แชสซีส์ การวางตำแหน่งเครื่องยนต์ และช่วงล่างทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัว เติมเต็มสุนทรียภาพแห่ง  การเดินทางด้วยเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกสุดล้ำตลอดทั้งคัน  มีให้เลือกรวม 4 รุ่น 4 สไตล์ ได้แก่ Ultimate, Elegant, Luxury และ Active ด้วยขุมพลังอันเป็นเอกลักษณ์ของอีซูซุ ทั้งเครื่องยนต์ 3.0 Ddi Blue Power และ 1.9 Ddi Blue Power Gen 2 เครื่องยนต์พัฒนาล้ำหน้าล่าสุด พร้อมทางเลือกทั้งเกียร์อัตโนมัติและเกียร์ธรรมดาแบบ 6 สปีด โดยนำมาจัดแสดงให้สัมผัสตัวจริงจำนวน 4 รุ่น ได้แก่

  • ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์ รุ่น Ultimate 4WD เครื่องยนต์ 0 Ddi Blue Power เกียร์อัตโนมัติ สีน้ำตาลมาราเกช (MARRAKESH BROWN)
  • ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์ รุ่น Ultimate เครื่องยนต์ 0 Ddi Blue Power เกียร์อัตโนมัติ สีเงินโบฮีเมียน เมทัลลิก (BOHEMIAN SILVER METALLIC)
  • ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์ รุ่น Ultimate เครื่องยนต์ 9 Ddi Blue Power Gen 2 เกียร์อัตโนมัติ สีดำบาวาเรียน ไมก้า (BAVARIAN BLACK MICA)
  • ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์ รุ่น Elegant เครื่องยนต์ 9 Ddi Blue Power Gen 2 เกียร์อัตโนมัติ สีขาวมุกโดโลไมท์ (DOLOMITE PEARL WHITE)

          “ออลนิว อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์” (ALL-NEW ISUZU X-SERIES) ไลฟ์สไตล์ปิกอัพรุ่นล่าสุดจากอีซูซุ พร้อมนิยามใหม่ “ท้าทายทุกลิมิต…สุดขีดสไตล์เอ็กซ์” (INFINITE X-LIFE) ยนตกรรมดีไซน์เท่เหนือชั้น จัดเต็มด้วยชุดแต่ง X-Stylish Package ใหม่หมดทั้งภายนอกและภายใน สะกดทุกสายตา ด้วยแนวคิดการออกแบบ BOLD but EMOTIONAL ถ่ายทอดเอกลักษณ์แห่ง จิตวิญญาณสายพันธุ์สปอร์ตที่หลงใหลในความเร็ว แรง เร้าใจ พิเศษสุดกับระบบกรองอากาศ เข้าห้องโดยสาร High Efficiency Filter ช่วยดักฝุ่นขนาดเล็กได้ถึงระดับ PM 2.5 ตอบโจทย์ครบทุกฟังก์ชั่นการใช้งานด้วยสีขาวและสีดำ ทั้งแบบ 2 ประตู และ 4 ประตู ในรุ่น SPEED และ HI-LANDER โดยนำมาจัดแสดงให้สัมผัสตัวจริงจำนวน 3 รุ่น ได้แก่

  • ออลนิว อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ รุ่น HI-LANDER 4 ประตู เครื่องยนต์ 9 Ddi Blue Power Gen 2 สีขาวมุกเอเวอเรสต์ (EVEREST PEARL WHITE)
  • ออลนิว อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ รุ่น SPEED 4 ประตู เครื่องยนต์ 9 Ddi Blue Power Gen 2 สีขาวไซบีเรียน (SIBERIAN WHITE)
  • ออลนิว อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ รุ่น SPEED 2 ประตู เครื่องยนต์ 9 Ddi Blue Power Gen 2 เกียร์อัตโนมัติ สีดำบาวาเรียน ไมก้า (BAVARIAN BLACK MICA)

            “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ พลานุภาพ…พลิกโลก!” (The “All-New Isuzu D-Max…Infinite Potential”) “ยนตรกรรมที่เหนือกว่าคำว่าปิกอัพ” ผลงานความสมบูรณ์แบบจาก DNA แห่งการพัฒนาผลิตภัณฑ์อันยอดเยี่ยมของอีซูซุ ภายใต้แนวคิด BOLD, EMOTIONAL and SMART     ดีไซน์ใหม่หมดทุกมิติจากภายนอกจรดภายใน ระบบความปลอดภัยใหม่เต็มรูปแบบ เทคโนโลยีใหม่ในทุกฟังก์ชั่นที่ก้าวล้ำไปอีกขั้น แรงสะใจกับขุมพลังเครื่องยนต์ใหม่ แพลตฟอร์มใหม่เพื่อ    ดุลยภาพของการขับขี่ ทั้งเครื่องยนต์อีซูซุ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ รุ่น 4JJ3-TCX เทคโนโลยีดีเซลล่าสุดที่สมบูรณ์แบบ และเครื่องยนต์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ ที่เพิ่มรุ่นเกียร์อัตโนมัติ มาพร้อมระบบความปลอดภัยที่ช่วยควบคุมรถในทุกสถานการณ์อย่างครบครัน จัดหนักเอาใจสายโมดิฟายด้วยรถตกแต่งพิเศษจำนวน 2 รุ่น พร้อมด้วยรุ่นยอดนิยมอีก 4 รุ่น ได้แก่

  • ออลนิว อีซูซุ วี-ครอส 4×4 เครื่องยนต์ 0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ สีเงิน (BOHEMIAN SILVER)  พรีเมียมสปอร์ตออฟโรด สุดเท่ สะท้อนตัวตนของผู้ครอบครองแนวเอาท์ดอร์  ไลฟ์สไตล์ตัวจริง ภายนอกดุดันด้วยกันชนหน้า ARB Summit Bar พร้อมไฟตัดหมอก LED มั่นใจทุกสถานการณ์ด้วยชุดรอกไฟฟ้าหน้า WARN EVO 10-S สปอร์ตโฉบเฉี่ยวกับ        โรลบาร์ที่มาพร้อมสปอตไลท์ส่องหลัง และรอกไฟฟ้า WARN AXON 35-S เสริมความปลอดภัยด้วยไฟสปอตไลท์หน้า และไฟสปอตไลท์บนโรลบาร์ ARB Solis  สะใจกับการลุยด้วยชุดช่วงล่าง ARB BP51 พร้อมล้อแม็กซ์ Fuel Anza 9×20 และยาง Fuel Gripper X/T 33 x 12.5 R20 อเนกประสงค์กับชุดบันไดข้างสุดเท่ ฝาปิดกระบะควบคุมด้วยไฟฟ้า EGR  และชุดลากเรือ รวมมูลค่าชุดแต่ง 436,000 บาท
  • ออลนิวอีซูซุดีแมคซ์ แค็บโฟร์ รถแต่งเอาใจวัยรุ่นแนวเรซซิ่งสไตล์ เสริมความเท่      ด้วย Sticker Wrap สีเขียว พร้อมจัดเต็มชุดแต่งด้วย Carbon Composite จาก Monza Shop ที่ให้น้ำหนักเบาและสวยงามที่ฝากระโปรงหน้า แก้มหน้าซ้าย-ขวา ประตูหลังซ้าย-ขวา ฝาท้าย และสปอยเลอร์บนหลังคา เท่อย่างมีสไตล์กับกระจกมองข้างทรงสปอร์ต Craft Square ล้ออัลลอย Rays Volk Racing ยาง Toyo Tires ขนาด 245/45R18 สะใจกับ       ขุมพลัง 9 Ddi Blue Power Gen 2 ที่ปรับแต่งความแรงด้วยกล่องพ่วงเพิ่มแรงม้า Alpha Tech ให้กำลังสูงสุด 250 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 600 นิวตัน-เมตร มั่นใจสุดกับชุดเบรก Endless 6 pot ตกแต่งห้องเครื่องอย่างสวยงามสไตล์เรซซิ่งจาก BRD Racing Shop   เสริมความสปอร์ตและทันสมัยด้วยชุดแต่งสแตนเลส Iron Bar ทั้งภายนอกและภายใน  รอบคัน  ตกแต่งบรรยากาศภายในห้องโดยสารตามสไตล์รถซิ่งด้วยเบาะรถแข่ง Kirkey     สีแดง เข็มขัดนิรภัย 6 จุด Simpson มาตรวัด Defi 7 ตัว และพวงมาลัย Nardi พร้อมคอพวงมาลัยแบบพับได้ รวมมูลค่าชุดแต่ง 790,260 บาท
  • ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ วี-ครอส4×4 เครื่องยนต์ 0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ เกียร์อัตโนมัติ สีส้ม (VALENCIA TOPAZ)
  • ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์ 4 ประตู เครื่องยนต์ 9 Ddi Blue Power Gen 2 สีฟ้า (POLYNESIAN BLUE)
  • ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ สเปซแค็บ เครื่องยนต์9 Ddi Blue Power Gen 2 เกียร์อัตโนมัติ สีขาว (SIBERIAN WHITE)
  • ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ แค็บโฟร์ เครื่องยนต์ 9 Ddi Blue Power Gen 2 เกียร์อัตโนมัติ สีขาว (SIBERIAN WHITE)

            ร่วมสัมผัสกับทัพยนตรกรรมคุณภาพระดับมาสเตอร์พีซ พร้อมสิทธิพิเศษและความบันเทิงมากมาย โดยซูเปอร์พรีเซนเตอร์ “บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์” และ “ก้อง-สหรัถ สังคปรีชา” และเหล่าพิธีกรมากความสามารถ อาทิ เป๊ก-เปรมณัช สุวรรณานนท์ เอ๊าะ-กีรติ เทพธัญญ์ มิค-บรมวุฒิ หิรัณยัษฐิติ และดีเจแจ็ค ไรเดอร์ ได้ที่บูธอีซูซุ ในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37” (Thailand International Motor Expo 2020) ระหว่างวันที่ 2 – 13 ธันวาคม ศกนี้ ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี